I was quite surprised to learn that the timeline in the book
has passed so much and that the couple has been together for 3 and a half years
already. Hmm, this book is less cold than the other books, in the sense that I don’t
really see good people being beaten up and killed as much. And for me, it is
heart-lifting to read. This is because in book 3 I don’t really like at all the
result of the situation, and it makes me angry to read about bad guys abducting
and torturing innocent people. I haven’t read much from PB in the last couple
of years, yet it surprises me to remember how distinct her style is. And I plan
to re-read the previous books, including the first novella, very soon.
Showing posts with label fae. Show all posts
Showing posts with label fae. Show all posts
Tuesday, 17 March 2015
Friday, 6 September 2013
Shadowfell by Juliet Marillier
It is Juliet Marillier's work..
“A girl who flees the King’s army for her unusual ability is
learning about who she is and how her ability can make the better kingdom.”
A tiring and demanding path a heroine must choose to follow
and accomplish is indeed a typical theme for Juliet Marillier's characters to
walk through. Yet, so far, this is the first time the stake is not just about the
lead characters and those around them, but just about the whole kingdom!
I have always enjoyed the subtle love in her books and this
time I also did the same. Love the way the hero secretly harbours the feelings
for the heroine, and love the way, through his silent yet steady care and
concern, she gradually returns the affection back to him. It is heart-warming
to see a patient man who is just content to love her and care for one girl,
without wanting anything back in return but her safety and well-being.
Juliet Marillier has been one of my favourite fantasy
writers, and aye, after reading this book, it remains so!
Back to the book, I from time to time feel annoyed with
Neryn’s too-stubbornness in the beginning and the middle of the book. Somewhat
it feels sad and lonely to see her go through the dangerous, challenging
journey by herself. But then, this enhances the part of travelling together
with another character, and her coming-of-age in the end of the book helps many
of her then-seemingly-unreasonable becomes reasonable and understandable.
It is normal to see magical creatures in Juliet Marillier
books, and even particularly normal that they somehow ‘demand’ the main
character to fulfil a duty and taste a test. In this book, the Good Folk show
themselves and demand such test too, but they are more amiable than those in
other books. Indeed, it is clear that the
Good Folk provide help and friendship, as well as get involved while those magical
creatures from other books simply stand aloof with rather critical mind that is
quick to judge.
I have found quite many topics in the books rather
controversial. And these topics keep making me thinking about how right and
wrong, white and black just all blurs.
Hmm, this book is about a journey of a girl who discovers
herself, find strength within her, and start fighting for what she has come to
believe. And I think I give it B/B+.
Reading Book 2 now. I do feel it is nice and wise to wait
until this one comes out. Or else, I could have been left hanging! But then, I
fear I would simply be in the said state after it finishes!
Oh, as for my choice of song for the book, it’s Damaged from
TLC for both Neryn and Flint. After all, they are all living in a damaged land
waiting to be mended, and they are too damaged by the world they live in.
I know I'm kinda strange, to you sometimes
Don't always say, what's on my mind
You know that I've been hurt, by some guy
But I don't wanna mess up this time
And I really really really care
And I really really really want you
And I think I'm kinda scared
Cos I don't want to lose you
If you really really really care
Then maybe you can hang through
I hope you understand
It's nothing to you
Ps. Oh, I did not
mean to write my review. But then, I did! It should be better to collect my own
reflection once I finish the read!
Monday, 4 May 2009
Night's Rose by Annaliese Evans
เจอเล่มนี้ครั้งแรกน่าจะจากทางเนท (คิดว่าเป็นลิสต์หนังสือของใครสักคนในอเมซอน) แล้วก็ชอบปกมาก รวมไปถึงพล็อต Fairytale retelling ที่กลายมาเป็นแนว Historical Urban Fantasyให้เจ้าหญิงนิทราสู้รบกับยักษ์ และดังนั้น ถึงแม้จะไม่รู้จักนักเขียนมาก่อน และไม่เคยอ่านงานของเธอ อีฉันก็บ้าสั่งล่วงหน้าไป (โดยที่ไม่ได้แม้กระทั่งอ่าน Excerpt ใด ๆ เสียด้วย) ...

ชนิด : Historical Paranormal Romance / Retelling/ Magic/ Orge/ Fey/ Vampire/ Dark elf
สำนักพิมพ์ : Tor Paranormal Romance (March 31, 2009)
จำนวนหน้า : 384 หน้า
ตามเรื่องเจ้าหญิงนิทรา คำสาปของนางฟ้าใจร้ายทำให้เจ้าหญิงนิทราต้องหลับใหลไปถึงหนึ่งร้อยปี จนกระทั่งเจ้าหญิงตื่นมาได้เพราะจุมพิตของเจ้าชาย เมืองทั้งเมืองตื่นขึ้นจากการหลับ และคนทั้งหมดก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ... แต่ทว่าสำหรับ Rosemarie เจ้าหญิงนิทราในเรื่อง เธอไม่ได้ตื่นมาเพื่อที่จะเจอกับความสุขตลอดไป และกว่าจะรู้ตัว เธอก็กลายเป็นหนึ่งในบรรดานักไล่ล่ายักษ์กินคนให้กับเหล่า Fey De La Nuit (Dark Fey) ไปเสียแล้ว
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Rose และ Ambrose ผู้ซึ่งเป็น Fey ที่ปรึกษาของเธอล่วงรู้ถึงพฤติกรรมแปลกประหลาดหลายอย่างของบรรดายักษ์ ซึ่งทั้งคู่เชื่อว่า เป้าหมายที่แท้จริงของยักษ์กินคนก็คือ ร่ายคาถาเพื่อที่จะกำจัด Rose ผู้ซึ่งเป็นนักล่ายักษ์มือหนึ่งให้ได้
หากแต่ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นก็เพิ่มขึ้นเมื่อ Rose ได้เจอกับ Gareth ผีดูดเลือดชื่อฉาวที่แม้จะหว่านเสน่ห์ใส่เธอ แต่ก็ดูเหมือนจะจริงจัง และใส่ใจกับ Rose มาก จนถึงขั้นมากกว่าที่ Ambrose ดูแลเธอ และก็ทำให้เธอต้องชั่งใจและทบทวนความรู้สึกที่เธอมีกับคนทั้งคู่ไปด้วย
ระหว่างนั้นเอง ที่ Rose ถูกทำร้ายปางตายจากเหล่ายักษ์ และเมื่อเธอฟื้นขึ้นมา การได้ใกล้ชิดและสนทนากับ Gareth ทำให้เธอเริ่มเห็นถึงความลับที่ Ambrose ปิดบังเธออยู่ Rose จึงตัดสินใจกลับไปที่เมืองของเธอ และค้นหาความลับที่ถูกซ่อนไว้ ซึ่งความจริงที่ได้เจอทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
และเมื่อกลับมา เธอก็เจอว่า เหล่ายักษ์อาจจะมีแผนการร้ายมากกว่าที่เธอได้คาดคิดเอาไว้ และตัวคนร้ายก็อาจจะมีมากกว่าแค่เหล่ายักษ์กินคนเสียด้วย!
จริง ๆ แล้วข้อผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหนังสือก็คือการที่คนเขียนบอกเอาไว้ว่าเป็น Urban Fantasy แต่พอได้หนังสือมาจริงเป็น Historical Paranormal Romance ก็ได้ เพราะส่งผลให้การให้น้ำหนักเนื้อเรื่องในด้านแอ็คชั่นผาดโผนน้อยไปกว่าด้านความสัมพันธ์ของตัวละครและชายหนุ่มสองคนที่เจ้ามามีบทบาทในชีวิตของเธออย่างมหาศาล
แต่ทั้งนี้ ก็รู้สึกว่าการเป็น Romance ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ถ้าจะเขียนให้ดี แต่นี่กลายเป็นว่าไม่เห็น Rose ทำอะไรจริงจังมากไปกว่าการนั่งครุ่นคิดและเปรียบเทียบตัวละครสองตัว ก่อนที่เธอจะค้นพบความจริง Rose ตั้งคำถามว่าสัมพันธภาพของเธอกับ Ambrose ดูเหมือนจะมีมากกว่าเพื่อน มากกว่าที่ปรึกษากับคนในปกครอง แต่ทำไมถึงไม่เคยเกินเลยไปมากกว่านั้น โดยเฉพาะเมื่อเธอรู้ว่าตัว Fey รู้สึกกับเธอมากกว่านั้น และเธอก็รักเขาตลอดมา และกับ Gareth เธอก็รู้สึกว่า เขาเป็นคนที่กระตุ้นความรู้สึกหลายอย่างของเธอให้กลับมา และที่สำคัญ ทำให้เธอรู้สึกว่าถูกใส่ใจ มีความสุข และเป็นที่รัก
จนกระทั่งจุดเปลี่ยนผันในเรื่องเมื่อ Rose ค้นพบความจริง อย่างที่โปรยหัวไว้ว่า ‘Beauty was not awaken by a kiss’ (สปอยล์) [นั่นก็ระหว่างที่เธอหลับ เธอถูกข่มขืนจากยักษ์กินคนตัวหนึ่ง และการที่เธอตื่นมาก็เพราะความเจ็บปวดจากการที่คลอดลูกของยักษ์ และเพราะว่ายักษ์ใช้กำลังพาเธอออกจากเมืองก็ทำให้มนต์ที่มีอยู่ในเมืองหายไป และคนในเมืองก็ตายไปทั้งหมด ซึ่งรวมไปถึงครอบครัวของเธอด้วย] ที่ทำให้เธอเชื่อใจ Ambrose ไม่ได้อีกต่อไปเพราะ (สปอยล์) [คนที่เป็นคู่หมั้นของเธอก็คือ Ambrose ซึ่งแม่ของเขาเป็นคนที่สาป Rose เอง (เพราะอิจฉาแม่ของ Rose ซึ่งเป็นลูกครึ่ง Fey) และแม้ว่าเขาหลงรักเธอมาตลอด และก็เฝ้าดูเธอหลับผ่านกระจกทุกวัน แต่ที่ร้ายที่สุดสำหรับเธอก็คือหมายถึงว่าเขาปล่อยให้ยักษ์ทำเรื่องเลวร้ายกับเธอ]
และดังนั้น เมื่อกลับมา เธอจึงตัดสินแต่งงานกับ Gareth ซึ่งเจ้าตัวเองก็ไขปริศนาที่ว่า ทำไมเขาและ Ambrose ถึงไม่ถูกชะตากัน (สปอยล์) [ซึ่งก็เป็นเพราะเรื่องร้ายแรงที่แม่ของ Ambrose ทำ ทำให้เธอถูกไล่ออกมา และมาอยู่กับพ่อของ Gareth ซึ่งเป็นผีดูดเลือด และมี Gareth ออกมา ดังนั้น Gareth จึงมีฐานะเป็นน้องชายต่างพ่อของ Ambrose] ซึ่งก็หมายถึงการให้น้ำหนักกับ Gareth ที่มากกว่า Ambrose ในครึ่งหลัง (และก็เพราะหลังจากที่รู้ความจริง เธอก็ตัด Ambrose ออกไปจากชีวิตของเธอเลย) แต่ที่รู้สึกว่าไม่เข้าใจก็คือ ไม่เข้าใจความรักระหว่างคนทั้งคู่ จะว่าเกิดเร็วก็ไม่ใช่ แต่เพราะไม่รู้สึกถึงความเชื่อมโยงกัน และไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงรักเธอ ... และรักได้มากขนาดนั้น
หนังสือเล่มนี้เกือบเป็น DNF ถ้าไม่เกิดฮึดอ่านต่อ (ซึ่งการที่ฮึดก็ไม่ใช่เพราะอะไร นอกจากแค่อยากรู้ว่ามันจะห่วยไปมากกว่านี้ไหม) แต่พออ่านก็รู้สึกว่าช่วงที่อ่านช่วงสุดท้าย (หน้าที่ 285 จำได้เลย) ดีกว่าเดิม และอาจเป็นส่วนที่ดีที่สุดส่วนหนึ่งในเล่ม เป็นไปได้ว่าเริ่มเห็นฉากแอ็คชั่นที่อยากจะเห็นมานาน
นั่งวิเคราะห์ตัวเองว่าทำไมถึงไม่ถูกใจ (พูดง่ายว่าผิดหวังน่าจะถูกกว่า) อาจจะเป็นเพราะเป็น PR มากกว่า UF? แต่ก็รู้สึกรับได้ถ้าเขียนให้ดี แต่นี่อ่านแล้วไม่รู้สึกถึงความเชื่อมโยงใด ๆ เลย และรู้สึกว่าคนเขียนเขียนตื้นเกินไป (ไม่แน่ใจว่าอคติไปไหม แต่อย่างน้อยถ้าเทียบกับ Bitten หรือ Spiral Hunt เราเข้าใจพฤติกรรมตัวละคร เห็นการกระทำ แล้วเชื่อได้มากกว่านั้น เป็นแค่พูดผ่าน ๆ แตะ ๆ ไว้ แต่ไม่ลงลึก) และที่สำคัญอีกอย่าง รู้สึกภาษาไม่สวย ไม่สวยเลย ... อย่างน้อยก็ไม่เคยอ่านฉากรักแล้วรำคาญมาก่อน แต่เล่มนี้เป็น และแอบกรี๊ดคนเดียวว่าจบเสียที อยากจะสรุปให้ว่า Sickening Anne Rice-style Sleeping Beauty retelling twist and lousy romance มาก แต่พออ่านจบแล้วก็ทำไม่ลง แล้วก็ชักกลัวตัวเองว่าจะอยากรู้เล่มสอง (The Prince of Frogs – ออกเดือนกันยา!) ขึ้นมา เหมือนว่าไม่ชอบหนังสือขนาดนั้น แต่ก็อดสงสัยกับ Twist ทั้งหลายในเรื่องไม่ได้
และทั้งนี้ถ้าคิดว่า bizarre love triangle จะจบก็ไม่เลย เพราะ Ambrose ยังมีบทบาทอยู่ต่อไป (และถ้าคิดว่าความจริงที่ได้รู้จะทำให้ Rose ตัดเขาออกไปจากชีวิตอย่างสิ้นเชิงก็เป็นไปไม่ได้ เพราะแม้จะถูกทรยศ แต่ความสัมพันธ์ที่มีมากว่าร้อยปีก็มีมากกว่านั้น แต่ก็มากกว่าที่จะถูกตัดออกไปเพราะเรื่องที่เกิดขึ้น (ซึ่งในขณะเดียวกัน ก็อธิบายว่า ทำไม Ambrose ถึงไม่เคยก้าวไปสู่ความสัมพันธ์ที่มากกว่านั้น เพราะความรู้สึกผิด และเพราะรอให้ Rose รู้ความจริง เป็นทั้งความรู้สึกทั้งอยากและไม่อยากให้เธอรู้ความจริง)) และก็น่ากลัวมากว่าที่มีพูดถึง ménage a trios ไว้ด้วย .... ถ้ามีจริง ๆ ฉันจะกรี๊ดคนแรก! แต่ทั้งนี้ก็ต้องบอกว่า อย่างน้อยที่สุด เห็นความเชื่อมโยงระหว่างเธอกับ Ambrose มากกว่า เธอกับ Gareth นะ – และถ้าใจร้ายพอ ก็อยากบอกว่าสิ่งเดียวที่เหมือน UF ก็คือมีผู้ชายมากว่าหนึ่งนี่แหละ!!
หนังสือจะดีได้กว่านี้ ถ้าเปลี่ยนวิธีเขียน และการให้น้ำหนัก เพราะส่วนตัวพล็อตหลายอย่างก็พลิกผันมหาศาล (แต่ก็ไม่ถึงกับคาดเดาไม่ได้ หรือบางอย่างก็กรี๊ดว่าเขียนมาได้!) ให้คะแนนที่ D ก็แล้วกัน
ปล. ปกหลังบอกว่า
Two magnetic men will unite to aid Rose--her mysterious fey advisor, Ambrose, and the vampire Lord Shenley, an earl of scandalous reputation and even more scandalous appetites. One will save her, one will betray her, ....... แหม โปรยหลังทั้งที twist กว่านี้หน่อยได้ไหมคะ อ่านอย่างนี้เดาได้เห็น ๆ !!!

ชนิด : Historical Paranormal Romance / Retelling/ Magic/ Orge/ Fey/ Vampire/ Dark elf
สำนักพิมพ์ : Tor Paranormal Romance (March 31, 2009)
จำนวนหน้า : 384 หน้า
ตามเรื่องเจ้าหญิงนิทรา คำสาปของนางฟ้าใจร้ายทำให้เจ้าหญิงนิทราต้องหลับใหลไปถึงหนึ่งร้อยปี จนกระทั่งเจ้าหญิงตื่นมาได้เพราะจุมพิตของเจ้าชาย เมืองทั้งเมืองตื่นขึ้นจากการหลับ และคนทั้งหมดก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ... แต่ทว่าสำหรับ Rosemarie เจ้าหญิงนิทราในเรื่อง เธอไม่ได้ตื่นมาเพื่อที่จะเจอกับความสุขตลอดไป และกว่าจะรู้ตัว เธอก็กลายเป็นหนึ่งในบรรดานักไล่ล่ายักษ์กินคนให้กับเหล่า Fey De La Nuit (Dark Fey) ไปเสียแล้ว
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Rose และ Ambrose ผู้ซึ่งเป็น Fey ที่ปรึกษาของเธอล่วงรู้ถึงพฤติกรรมแปลกประหลาดหลายอย่างของบรรดายักษ์ ซึ่งทั้งคู่เชื่อว่า เป้าหมายที่แท้จริงของยักษ์กินคนก็คือ ร่ายคาถาเพื่อที่จะกำจัด Rose ผู้ซึ่งเป็นนักล่ายักษ์มือหนึ่งให้ได้
หากแต่ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นก็เพิ่มขึ้นเมื่อ Rose ได้เจอกับ Gareth ผีดูดเลือดชื่อฉาวที่แม้จะหว่านเสน่ห์ใส่เธอ แต่ก็ดูเหมือนจะจริงจัง และใส่ใจกับ Rose มาก จนถึงขั้นมากกว่าที่ Ambrose ดูแลเธอ และก็ทำให้เธอต้องชั่งใจและทบทวนความรู้สึกที่เธอมีกับคนทั้งคู่ไปด้วย
ระหว่างนั้นเอง ที่ Rose ถูกทำร้ายปางตายจากเหล่ายักษ์ และเมื่อเธอฟื้นขึ้นมา การได้ใกล้ชิดและสนทนากับ Gareth ทำให้เธอเริ่มเห็นถึงความลับที่ Ambrose ปิดบังเธออยู่ Rose จึงตัดสินใจกลับไปที่เมืองของเธอ และค้นหาความลับที่ถูกซ่อนไว้ ซึ่งความจริงที่ได้เจอทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
และเมื่อกลับมา เธอก็เจอว่า เหล่ายักษ์อาจจะมีแผนการร้ายมากกว่าที่เธอได้คาดคิดเอาไว้ และตัวคนร้ายก็อาจจะมีมากกว่าแค่เหล่ายักษ์กินคนเสียด้วย!
จริง ๆ แล้วข้อผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหนังสือก็คือการที่คนเขียนบอกเอาไว้ว่าเป็น Urban Fantasy แต่พอได้หนังสือมาจริงเป็น Historical Paranormal Romance ก็ได้ เพราะส่งผลให้การให้น้ำหนักเนื้อเรื่องในด้านแอ็คชั่นผาดโผนน้อยไปกว่าด้านความสัมพันธ์ของตัวละครและชายหนุ่มสองคนที่เจ้ามามีบทบาทในชีวิตของเธออย่างมหาศาล
แต่ทั้งนี้ ก็รู้สึกว่าการเป็น Romance ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ถ้าจะเขียนให้ดี แต่นี่กลายเป็นว่าไม่เห็น Rose ทำอะไรจริงจังมากไปกว่าการนั่งครุ่นคิดและเปรียบเทียบตัวละครสองตัว ก่อนที่เธอจะค้นพบความจริง Rose ตั้งคำถามว่าสัมพันธภาพของเธอกับ Ambrose ดูเหมือนจะมีมากกว่าเพื่อน มากกว่าที่ปรึกษากับคนในปกครอง แต่ทำไมถึงไม่เคยเกินเลยไปมากกว่านั้น โดยเฉพาะเมื่อเธอรู้ว่าตัว Fey รู้สึกกับเธอมากกว่านั้น และเธอก็รักเขาตลอดมา และกับ Gareth เธอก็รู้สึกว่า เขาเป็นคนที่กระตุ้นความรู้สึกหลายอย่างของเธอให้กลับมา และที่สำคัญ ทำให้เธอรู้สึกว่าถูกใส่ใจ มีความสุข และเป็นที่รัก
จนกระทั่งจุดเปลี่ยนผันในเรื่องเมื่อ Rose ค้นพบความจริง อย่างที่โปรยหัวไว้ว่า ‘Beauty was not awaken by a kiss’ (สปอยล์) [นั่นก็ระหว่างที่เธอหลับ เธอถูกข่มขืนจากยักษ์กินคนตัวหนึ่ง และการที่เธอตื่นมาก็เพราะความเจ็บปวดจากการที่คลอดลูกของยักษ์ และเพราะว่ายักษ์ใช้กำลังพาเธอออกจากเมืองก็ทำให้มนต์ที่มีอยู่ในเมืองหายไป และคนในเมืองก็ตายไปทั้งหมด ซึ่งรวมไปถึงครอบครัวของเธอด้วย] ที่ทำให้เธอเชื่อใจ Ambrose ไม่ได้อีกต่อไปเพราะ (สปอยล์) [คนที่เป็นคู่หมั้นของเธอก็คือ Ambrose ซึ่งแม่ของเขาเป็นคนที่สาป Rose เอง (เพราะอิจฉาแม่ของ Rose ซึ่งเป็นลูกครึ่ง Fey) และแม้ว่าเขาหลงรักเธอมาตลอด และก็เฝ้าดูเธอหลับผ่านกระจกทุกวัน แต่ที่ร้ายที่สุดสำหรับเธอก็คือหมายถึงว่าเขาปล่อยให้ยักษ์ทำเรื่องเลวร้ายกับเธอ]
และดังนั้น เมื่อกลับมา เธอจึงตัดสินแต่งงานกับ Gareth ซึ่งเจ้าตัวเองก็ไขปริศนาที่ว่า ทำไมเขาและ Ambrose ถึงไม่ถูกชะตากัน (สปอยล์) [ซึ่งก็เป็นเพราะเรื่องร้ายแรงที่แม่ของ Ambrose ทำ ทำให้เธอถูกไล่ออกมา และมาอยู่กับพ่อของ Gareth ซึ่งเป็นผีดูดเลือด และมี Gareth ออกมา ดังนั้น Gareth จึงมีฐานะเป็นน้องชายต่างพ่อของ Ambrose] ซึ่งก็หมายถึงการให้น้ำหนักกับ Gareth ที่มากกว่า Ambrose ในครึ่งหลัง (และก็เพราะหลังจากที่รู้ความจริง เธอก็ตัด Ambrose ออกไปจากชีวิตของเธอเลย) แต่ที่รู้สึกว่าไม่เข้าใจก็คือ ไม่เข้าใจความรักระหว่างคนทั้งคู่ จะว่าเกิดเร็วก็ไม่ใช่ แต่เพราะไม่รู้สึกถึงความเชื่อมโยงกัน และไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงรักเธอ ... และรักได้มากขนาดนั้น
หนังสือเล่มนี้เกือบเป็น DNF ถ้าไม่เกิดฮึดอ่านต่อ (ซึ่งการที่ฮึดก็ไม่ใช่เพราะอะไร นอกจากแค่อยากรู้ว่ามันจะห่วยไปมากกว่านี้ไหม) แต่พออ่านก็รู้สึกว่าช่วงที่อ่านช่วงสุดท้าย (หน้าที่ 285 จำได้เลย) ดีกว่าเดิม และอาจเป็นส่วนที่ดีที่สุดส่วนหนึ่งในเล่ม เป็นไปได้ว่าเริ่มเห็นฉากแอ็คชั่นที่อยากจะเห็นมานาน
นั่งวิเคราะห์ตัวเองว่าทำไมถึงไม่ถูกใจ (พูดง่ายว่าผิดหวังน่าจะถูกกว่า) อาจจะเป็นเพราะเป็น PR มากกว่า UF? แต่ก็รู้สึกรับได้ถ้าเขียนให้ดี แต่นี่อ่านแล้วไม่รู้สึกถึงความเชื่อมโยงใด ๆ เลย และรู้สึกว่าคนเขียนเขียนตื้นเกินไป (ไม่แน่ใจว่าอคติไปไหม แต่อย่างน้อยถ้าเทียบกับ Bitten หรือ Spiral Hunt เราเข้าใจพฤติกรรมตัวละคร เห็นการกระทำ แล้วเชื่อได้มากกว่านั้น เป็นแค่พูดผ่าน ๆ แตะ ๆ ไว้ แต่ไม่ลงลึก) และที่สำคัญอีกอย่าง รู้สึกภาษาไม่สวย ไม่สวยเลย ... อย่างน้อยก็ไม่เคยอ่านฉากรักแล้วรำคาญมาก่อน แต่เล่มนี้เป็น และแอบกรี๊ดคนเดียวว่าจบเสียที อยากจะสรุปให้ว่า Sickening Anne Rice-style Sleeping Beauty retelling twist and lousy romance มาก แต่พออ่านจบแล้วก็ทำไม่ลง แล้วก็ชักกลัวตัวเองว่าจะอยากรู้เล่มสอง (The Prince of Frogs – ออกเดือนกันยา!) ขึ้นมา เหมือนว่าไม่ชอบหนังสือขนาดนั้น แต่ก็อดสงสัยกับ Twist ทั้งหลายในเรื่องไม่ได้
และทั้งนี้ถ้าคิดว่า bizarre love triangle จะจบก็ไม่เลย เพราะ Ambrose ยังมีบทบาทอยู่ต่อไป (และถ้าคิดว่าความจริงที่ได้รู้จะทำให้ Rose ตัดเขาออกไปจากชีวิตอย่างสิ้นเชิงก็เป็นไปไม่ได้ เพราะแม้จะถูกทรยศ แต่ความสัมพันธ์ที่มีมากว่าร้อยปีก็มีมากกว่านั้น แต่ก็มากกว่าที่จะถูกตัดออกไปเพราะเรื่องที่เกิดขึ้น (ซึ่งในขณะเดียวกัน ก็อธิบายว่า ทำไม Ambrose ถึงไม่เคยก้าวไปสู่ความสัมพันธ์ที่มากกว่านั้น เพราะความรู้สึกผิด และเพราะรอให้ Rose รู้ความจริง เป็นทั้งความรู้สึกทั้งอยากและไม่อยากให้เธอรู้ความจริง)) และก็น่ากลัวมากว่าที่มีพูดถึง ménage a trios ไว้ด้วย .... ถ้ามีจริง ๆ ฉันจะกรี๊ดคนแรก! แต่ทั้งนี้ก็ต้องบอกว่า อย่างน้อยที่สุด เห็นความเชื่อมโยงระหว่างเธอกับ Ambrose มากกว่า เธอกับ Gareth นะ – และถ้าใจร้ายพอ ก็อยากบอกว่าสิ่งเดียวที่เหมือน UF ก็คือมีผู้ชายมากว่าหนึ่งนี่แหละ!!
หนังสือจะดีได้กว่านี้ ถ้าเปลี่ยนวิธีเขียน และการให้น้ำหนัก เพราะส่วนตัวพล็อตหลายอย่างก็พลิกผันมหาศาล (แต่ก็ไม่ถึงกับคาดเดาไม่ได้ หรือบางอย่างก็กรี๊ดว่าเขียนมาได้!) ให้คะแนนที่ D ก็แล้วกัน
ปล. ปกหลังบอกว่า
Two magnetic men will unite to aid Rose--her mysterious fey advisor, Ambrose, and the vampire Lord Shenley, an earl of scandalous reputation and even more scandalous appetites. One will save her, one will betray her, ....... แหม โปรยหลังทั้งที twist กว่านี้หน่อยได้ไหมคะ อ่านอย่างนี้เดาได้เห็น ๆ !!!
Labels:
fae,
historical,
huntress,
magic,
orge,
paranormal romance,
vampires
Monday, 2 February 2009
Iron Kissed by Patricia Briggs (n)
เมื่อกี้เพิ่งรีบวิจารณ์ Blood Bound จบไป และก็ต้องสารภาพว่าเพราะเล่ม 4 Bone Crossed จะออกอยู่วันสองวันนี้แล้ว ดูสถานภาพแล้วถ้าไม่เริ่มทำ ไม่มีทางได้ทำแน่ หนังสือรอให้อ่านเยอะมาก เฉพาะที่ออกวันที่ 3 (มะรืน) ก็มีทั้ง Bone Crossed (excerpt) และ Undone ดังนั้น best do it now!

ชนิด : Urban Fantasy/ Werewolf/ Fey
ชุด: Mercy Thompson, Book 3
สำนักพิมพ์ : Ace (January 02, 2008)
จำนวนหน้า : 304 หน้า
สถานการณ์ในเล่มสามก็ต่อเนื่องมาจากเล่มสองอีกเช่นกัน การฆ่าแวมไพร์ของ Mercy ในเล่มก่อนสำเร็จเพราะอุปกรณ์ที่หยิบยืมมาจาก fey และเพราะการฆ่าครั้งที่สอง ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขการยืม เธอจึงต้องใช้หนี้แก่ Zee fey ที่เป็นนายเก่าและผู้ให้คำปรึกษาแก่เธอด้วยการช่วยสืบคดีการฆ่าเหล่า fey ต่อเนื่อง
ระหว่างที่สืบคดีอยู่นั้น ดูเหมือน Mercy จะถลำลึกไปสู่ความลับที่บรรดา fey ไม่ต้องการให้คนภายนอกล่วงรู้มากขึ้น และนั่นไม่สำคัญเท่าที่ Zee ถูกตำรวจจับไปหลังการฆาตกรรมที่ดูผิดธรรมชาติ และไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ เพราะถูกสงสัยว่าจะเป็นอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ โดยที่ Gray Lords เหล่าผู้นำสูงสุดของพวก fey จงใจที่จะปล่อยให้เขาเป็นแพะรับบาปอยู่ในคุกเพื่อให้ความโกรธแค้นที่พวกมนุษย์อาจมีแก่พวกตนบรรเทาลง และดังนั้น Mercy จึงตัดสินใจกระโดดลงมาตามหาตัวฆาตกรอย่างเต็มตัวเพื่อช่วย Zee
อย่างไรก็ตาม ขณะเดียวกันนั้น ความตึงเครียดระหว่าง Adam และ Samuel ในเรื่องของ Mercy เพิ่มมากขึ้นทุกที จนไปถึงขั้นที่เธอจะต้องเลือก!
เล่มสามเป็นเล่มที่เปิดตัวมาเหมือนจะสนุกที่สุด แต่ไป ๆ มา ๆ กลับเป็นเล่มที่อ่านแล้วชอบน้อยที่สุด การดำเนินเรื่องเหมือนเดิม คือ สืบสาวหาความจริง โดยที่มี Mercy เป็นแกนกลาง สำหรับเล่มนี้เหมือนว่า Mercy จะเป็นศูนย์กลางอยู่คนเดียวเสียด้วย อย่างที่เห็นกันว่าเธอเป็นผู้หญิงเก่งและแกร่งที่พึ่งพาตัวเองได้ แม้ว่าพล็อตเงื่อนงำจะมีการผูกเรื่องน้อยกว่าสองเล่มแรก (Blood Bound/ Moon Called) ไปบ้างก็ตาม
อย่างไรก็ตาม การที่ชอบคิดอะไรเองทำอะไรเองคนเดียวก็กลับมาทำร้ายตัวเธอเองในตอนท้ายเรื่อง (สปอยล์ )[ ที่ Mercy เองเสียท่าให้กับตัวร้ายด้วยการถูกข่มขืน แม้ว่าตัวเธอจะได้ฆ่าคนข่มขืนไปแล้วก็ตาม แต่บาดแผลในใจก็ไม่หายไปง่าย ๆ]ซึ่งเพราะชะล่าใจคิดว่าไม่เป็นไร และคิดว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้น ซึ่งแม้ว่าเล่มที่ผ่านมาในช่วง climax สู้กับคนร้ายทั้งหลาย เธอจะบาดเจ็บกลับมาก็ตาม แต่ไม่ชอบครั้งนี้ เพราะผลกระทบรุนแรงกว่าทุกครั้ง และที่สำคัญ เหมือนว่าทุกคนจะรู้เรื่องด้วยไปหมด ทั้งที่แค่ในฝูงรู้เรื่องก็น่าจะเป็นเรื่องร้ายแรงพออยู่แล้ว
ใน Iron Kissed ถึงเวลาที่ Mercy จะต้องตัดสินใจเลือกใครสักคนระหว่าง Adam และ Samuel อย่างที่บอกไป (สปอยล์)[ และก็เป็นที่ชัดเจนว่า Adam จะเป็นคนที่ถูกเลือก ซึ่งในแง่หนึ่งก็เป็นเพราะการตัดสินใจปล่อยมือของ Samuel ที่รู้ว่าเธอเลือกไม่ได้ และไม่ต้องการทำร้ายใคร เพื่อจะไม่ทำให้ตัว Mercy เองลำบากใจด้วย ถ้าถามความรู้สึกจริง ๆ ก็ต้องบอกว่าชอบบุคลิกอย่าง Samuel มากกว่า ] แต่การที่เขารู้จักกับ Mercy ในอดีตก็อาจส่งผลถึงการประเมินตัวเธอในปัจจุบันด้วย ในแง่นี้ Adam มอง Mercy ในสิ่งที่เธอเป็นมากกว่า Samuel และก็ส่งผลไปถึงการกล้าปล่อยเธอออกไปทำตามใจอย่างที่เธอต้องการด้วย ถ้าเปรียบกัน Samuel อาจจะขอให้เธออยู่เฉย ๆ และปล่อยหน้าที่ให้เป็นของเขาและคนอื่นในฝูง ขณะที่โอกาสที่ Adam จะปล่อยให้เธอออกไปโลดแล่นภายนอก โดยที่มีเขาคอยระวังหลังอยู่เหมือนจะมากกว่า ... แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ต้องบอกว่าเหล่า werewolf เป็นพวก protective และ territorial จัด โอกาสการปล่อยให้ลงมือเองก็อาจจะน้อยกว่าเผ่าพันธุ์อื่นในเชิงเปรียบเทียบ absolute ก็ได้
แอบเบื่อนิดหน่อยที่เล่มสี่จะเป็นผลมาจากท้ายเล่มสอง เมื่อไหร่จะมีอะไรเรียบง่ายเข้ามาบ้างคะ ... นอกจากความตึงเครียดจากรักสามเส้าที่หายไป แล้วก็เฮ้ออ อยากให้ Anna มาเจอกับ Mercy จะมีโอกาสไหม อยากดูปฎิสัมพันธ์ที่จะเกิด
จบแล้วอย่างรวดเร็ว บทสรุปวันนี้คืออะไรดีคะ?

ชนิด : Urban Fantasy/ Werewolf/ Fey
ชุด: Mercy Thompson, Book 3
สำนักพิมพ์ : Ace (January 02, 2008)
จำนวนหน้า : 304 หน้า
สถานการณ์ในเล่มสามก็ต่อเนื่องมาจากเล่มสองอีกเช่นกัน การฆ่าแวมไพร์ของ Mercy ในเล่มก่อนสำเร็จเพราะอุปกรณ์ที่หยิบยืมมาจาก fey และเพราะการฆ่าครั้งที่สอง ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขการยืม เธอจึงต้องใช้หนี้แก่ Zee fey ที่เป็นนายเก่าและผู้ให้คำปรึกษาแก่เธอด้วยการช่วยสืบคดีการฆ่าเหล่า fey ต่อเนื่อง
ระหว่างที่สืบคดีอยู่นั้น ดูเหมือน Mercy จะถลำลึกไปสู่ความลับที่บรรดา fey ไม่ต้องการให้คนภายนอกล่วงรู้มากขึ้น และนั่นไม่สำคัญเท่าที่ Zee ถูกตำรวจจับไปหลังการฆาตกรรมที่ดูผิดธรรมชาติ และไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ เพราะถูกสงสัยว่าจะเป็นอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ โดยที่ Gray Lords เหล่าผู้นำสูงสุดของพวก fey จงใจที่จะปล่อยให้เขาเป็นแพะรับบาปอยู่ในคุกเพื่อให้ความโกรธแค้นที่พวกมนุษย์อาจมีแก่พวกตนบรรเทาลง และดังนั้น Mercy จึงตัดสินใจกระโดดลงมาตามหาตัวฆาตกรอย่างเต็มตัวเพื่อช่วย Zee
อย่างไรก็ตาม ขณะเดียวกันนั้น ความตึงเครียดระหว่าง Adam และ Samuel ในเรื่องของ Mercy เพิ่มมากขึ้นทุกที จนไปถึงขั้นที่เธอจะต้องเลือก!
เล่มสามเป็นเล่มที่เปิดตัวมาเหมือนจะสนุกที่สุด แต่ไป ๆ มา ๆ กลับเป็นเล่มที่อ่านแล้วชอบน้อยที่สุด การดำเนินเรื่องเหมือนเดิม คือ สืบสาวหาความจริง โดยที่มี Mercy เป็นแกนกลาง สำหรับเล่มนี้เหมือนว่า Mercy จะเป็นศูนย์กลางอยู่คนเดียวเสียด้วย อย่างที่เห็นกันว่าเธอเป็นผู้หญิงเก่งและแกร่งที่พึ่งพาตัวเองได้ แม้ว่าพล็อตเงื่อนงำจะมีการผูกเรื่องน้อยกว่าสองเล่มแรก (Blood Bound/ Moon Called) ไปบ้างก็ตาม
อย่างไรก็ตาม การที่ชอบคิดอะไรเองทำอะไรเองคนเดียวก็กลับมาทำร้ายตัวเธอเองในตอนท้ายเรื่อง (สปอยล์ )[ ที่ Mercy เองเสียท่าให้กับตัวร้ายด้วยการถูกข่มขืน แม้ว่าตัวเธอจะได้ฆ่าคนข่มขืนไปแล้วก็ตาม แต่บาดแผลในใจก็ไม่หายไปง่าย ๆ]ซึ่งเพราะชะล่าใจคิดว่าไม่เป็นไร และคิดว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้น ซึ่งแม้ว่าเล่มที่ผ่านมาในช่วง climax สู้กับคนร้ายทั้งหลาย เธอจะบาดเจ็บกลับมาก็ตาม แต่ไม่ชอบครั้งนี้ เพราะผลกระทบรุนแรงกว่าทุกครั้ง และที่สำคัญ เหมือนว่าทุกคนจะรู้เรื่องด้วยไปหมด ทั้งที่แค่ในฝูงรู้เรื่องก็น่าจะเป็นเรื่องร้ายแรงพออยู่แล้ว
ใน Iron Kissed ถึงเวลาที่ Mercy จะต้องตัดสินใจเลือกใครสักคนระหว่าง Adam และ Samuel อย่างที่บอกไป (สปอยล์)[ และก็เป็นที่ชัดเจนว่า Adam จะเป็นคนที่ถูกเลือก ซึ่งในแง่หนึ่งก็เป็นเพราะการตัดสินใจปล่อยมือของ Samuel ที่รู้ว่าเธอเลือกไม่ได้ และไม่ต้องการทำร้ายใคร เพื่อจะไม่ทำให้ตัว Mercy เองลำบากใจด้วย ถ้าถามความรู้สึกจริง ๆ ก็ต้องบอกว่าชอบบุคลิกอย่าง Samuel มากกว่า ] แต่การที่เขารู้จักกับ Mercy ในอดีตก็อาจส่งผลถึงการประเมินตัวเธอในปัจจุบันด้วย ในแง่นี้ Adam มอง Mercy ในสิ่งที่เธอเป็นมากกว่า Samuel และก็ส่งผลไปถึงการกล้าปล่อยเธอออกไปทำตามใจอย่างที่เธอต้องการด้วย ถ้าเปรียบกัน Samuel อาจจะขอให้เธออยู่เฉย ๆ และปล่อยหน้าที่ให้เป็นของเขาและคนอื่นในฝูง ขณะที่โอกาสที่ Adam จะปล่อยให้เธอออกไปโลดแล่นภายนอก โดยที่มีเขาคอยระวังหลังอยู่เหมือนจะมากกว่า ... แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ต้องบอกว่าเหล่า werewolf เป็นพวก protective และ territorial จัด โอกาสการปล่อยให้ลงมือเองก็อาจจะน้อยกว่าเผ่าพันธุ์อื่นในเชิงเปรียบเทียบ absolute ก็ได้
แอบเบื่อนิดหน่อยที่เล่มสี่จะเป็นผลมาจากท้ายเล่มสอง เมื่อไหร่จะมีอะไรเรียบง่ายเข้ามาบ้างคะ ... นอกจากความตึงเครียดจากรักสามเส้าที่หายไป แล้วก็เฮ้ออ อยากให้ Anna มาเจอกับ Mercy จะมีโอกาสไหม อยากดูปฎิสัมพันธ์ที่จะเกิด
จบแล้วอย่างรวดเร็ว บทสรุปวันนี้คืออะไรดีคะ?
Subscribe to:
Posts (Atom)
