Showing posts with label thriller. Show all posts
Showing posts with label thriller. Show all posts

Monday, 9 March 2020

Fantasy Farm โดย 西子绪

//อ่านนานมากแล้ว ตั้งแต่สิงหา’19 น่าจะรายละเอียดเพี้ยนน! และชัวร์ว่าสปอยล์ แต่เป็นการบันทึกการอ่านก่อนจะลืมม เพราะว่าอ่านมั่วซั่วจนเรื่องเริ่มตีกัน — เริ่มเขียนตั้งแต่ต้นกุมภา’20 แล้วก็นิ่งไปอีกต่างหาก//

Lu Qingjiu ที่มาทำงานในเมือง ตัดสินใจลาออกจากงาน แล้วกลับชนบทไปบ้านที่เคยอยู่กับยายในวัยเด็ก เอาจริงตอนแรกถ้ามาแค่นี้ก็ฟังดูเรียบง่ายเป็นชีวิตคนเมืองกลับถิ่นฐาน แต่มันไม่ใช่ค่าาา!

ช่วงแรก มันเป็นความสยองขวัญ แบบขนหัวลุก ที่อ่านดึกๆ อยู่คนเดียวแล้วรู้สึกเย็นไขสันหลังตลอดเวลา เพราะว่าบ้านคุณยายที่เสียไปมีบ่อน้ำ และฝันทุกคืนก็เป็นผู้หญิงผู้ชายสองคนทะเลาะกัน ก่อนจะได้ยินเสียงเหมือนของถูกเหวี่ยงลงบ่อน้ำ พอสักพัก ความสงสัยก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนพอไปตามตำรวจมางมบ่อ ก็เจอโครงกระดูกผู้หญิงกับเส้นผมยาวสยายอยู่ในบ่อจริงๆ แถมคุ้ยไปคุ้ยมายังเจอศพผู้ชายอีก นี่คือไม่นับอาการผีอำยามค่ำคืนเป็นระยะๆ อีกนะคะ กึ่งจริงกึ่งฝัน เหมือนจะถูกสัตว์ประหลาดพิศวงจับกิน แล้วมีคนมาช่วยไว้ด้วย — ดังนั้น กว่าจะก้าวผ่านความสยองขวัญนี้สำหรับคนที่มีภูมิต้านทาน horror ต่ำก็เกือบไม่รอดด ฮือ

อื่นๆ หมู่บ้านนี้ยังมีเพื่อนเล่นวัยเด็กของเจ้าตัวอยู่ และดังนั้น การลงหลักปักฐาน/ คืนถิ่นก็ไม่ลำบากจนเกินไปนัก และระหว่างลงไปที่เมืองตีนเขาก็ได้พบกับ Bai Yuehu ที่เหมือนจะเป็นคนช่วย Lu Qingjiu ไว้จากปีศาจกึ่งจิ้งจกกิ้งก่าตอนนอน และเมื่อเลี้ยงอาหารผู้ชายที่หิวโซจนกินเกี้ยวหมดร้าน เลยก็ตัดสินใจพา Bai Yuehu กลับบ้านมาด้วย เพื่อเป็นคนจัดการเหล่าสิ่งเหนือธรรมชาติทั้งหลาย

และช่วงเกือบกลางๆ ก็เป็นแนว paranormal comedy หน่อยๆ เพราะสุดท้ายแล้วผีสาวที่อยู่ในบ่อเป็นพวกหมกมุ่นกับการมีเส้นผมงดงามเงาสลวย (ซึ่งเอาจริงก็ถึงขั้นที่ทะเลาะกับแฟนแล้วฆ่ากันตายด้วยซ้ำ) และดังนั้น น้ำในบ่อก็กลายเป็นมีความหมกมุ่นของเจ้าตัวอยู่ด้วย จนทำให้ Lu Qingjiu เอาน้ำในบ่อมาบรรจุขวดขาย กลายเป็นยาปลูกผมยอดฮิตในเนท และที่สำคัญ เมื่อได้รับการชื่นชมจากเหล่าคนผมบางและหัวล้านทั้งหลาย ผีสาวในบ่อก็มีสถานะสูงขึ้นๆ จนใกล้จะเป็นเทพไปเรื่อยๆ ด้วย ส่วนคุณพี่ก็ Bai Yuehu ปลูกผักผลไม้ได้อุดมสมบูรณ์จริงจัง เป็น slice of life กันไป


**ส่วนนี้เริ่มสปอยล์แรงงงง**

 แต่เรื่องนี้ก็มีปมปัญหามาเป็นระยะๆ เหมือนกัน จริงๆ แล้ว Lu Qingjiu ไว้เป็นเด็กกำพร้า เพราะว่าพ่อแม่ตายในตอนเหตุการณ์ภูเขาถล่ม โดยที่ไม่มีใครเคยเจอศพ และยายก็เป็นคนเลี้ยงดูมาตลอด — ซึ่งเจ้าตัวก็เชื่อแบบนั้นมาตลอดเหมือนกัน จนกระทั่งหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจดหมายที่บอกให้ออกไปจากหมู่บ้าน และไม่ให้กลับมาอีกก็ดูมีเงื่อนงำ

ระหว่างนี้ ก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับมังกร โดยเฉพาะมังกรที่คอยดูแลพิทักษ์หมู่บ้าน ... 

และความจริงอย่างหนึ่งเกี่ยวกับมังกร นั่นก็คือแม้จะเป็นเผ่าพันธุ์ทรงอำนาจแต่ก็มีจุดอ่อน ที่ถ้าเกิดคลุ้มคลั่งแล้ว จะกัดกินคนที่รักเพื่อให้กลายเป็นหนึ่งกับตัวเองตลอดไป 

และหมู่บ้านนี้ก็ไม่ใช่หมู่บ้านชนบทบนเขาธรรมดา แต่ดูเหมือนมีความลึกลับและลี้ลับซุกซ่อนอยู่ และจริงๆ เพื่อนวัยเด็กก็ตายไปนานแล้ว แต่ฟื้นขึ้นมาอยู่ในรูปของเทพเจ้าภูเขาเพื่อคอยดูแลหมู่บ้าน และคอยเพื่อนเล่นในวัยเด็กกลับมาหา

พอไปเรื่อยๆ ตัวเอกได้เห็นมังกรที่คลุ้มคลั่ง และถูกลงโทษอยู่ ก่อนที่ต่อมาจะรู้ว่า นั่นก็คือตาของตัวเอง และความจริงก็คือพ่อแม่ตนไม่ได้ตายเพราะโคลนถล่ม แต่เพราะแม่ที่สืบเชื้อสายมังกรคลุ้มคลั่งขึ้นมา และกินพ่อไป และตาก็ตัดสินใจที่จะฆ่าแม่ เพราะรู้ว่าคนที่แม่จะไปกินต่อก็คือยาย — ซึ่งก็คือคนรักของตัวเอง ประเด็นการกลืนกินคนที่รักดูเป็นความหมกมุ่นที่เข้าใจได้และไม่ได้ในเวลาเดียวกัน และสาเหตุการตายของพ่อกับแม่ที่เฉลยออกมา ก็ห่างจากสิ่งที่คาดเดาไว้ไปไกล

หลังจากนั้น ตาหลุดออกมาจากที่คุมขังได้ และทุกคนก็คิดว่า Lu Qingjiu เป็นเป้าหมายที่จะถูกกิน/ ฆ่าต่อไป แต่กลายเป็นว่า การพูดคุยกับตา ทำให้ได้เบาะแสต่อมาว่า การคลุ้มคลั่งของเหล่ามังกรไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีคนตั้งใจทำให้เกิด และการหนีออกมาก็เป็นเพราะต้องการที่จะเปิดโปงคนบงการ และแก้แค้นให้กับลูกสาวและคนรัก

เอาจริง ชอบปมมังกรตกหลุมรัก และคลุ้มคลั่งจนกัดกินกลืนกินคนที่รักมาก แต่ปัญหาของคนเขียน (และทุกเรื่องของ 西子绪) ที่เจอ คือเปิดประเด็นดี แต่พัฒนาพล็อตไปไม่พอ เพราะว่าวิธีการเขียน Fantasy Farm คือเปิดประเด็นเบาะแสตึงเครียดไว้ และก็สลับด้วยการแก้ปัญหาเหนือธรรมชาติสลับกันไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะยกเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันมา ทำให้พอถึงเวลาแล้วไม่มีแรงต่อยอดเงื่อนไขทั้งหลายที่คิดไว้ตอนกลางเรื่อง ทำให้พอใกล้จะจบแล้ว และแก้ปัญหาจบแล้วก็ยังไม่ได้อธิบายประเด็นที่เปิดค้างทิ้งไว้ — เพราะสุดท้าย อย่างที่บอกว่าตาหนีออกมาเพื่อตามหา และแก้แค้นคนที่วางแผนสร้างเรื่องทั้งหมด แต่ถึงเวลา ก็กลายเป็นไปรวมมือกับตัวร้ายในตอนหลัง และที่สำคัญ การอยู่กับคนร้ายในตอนหลัง โดยเฉพาะตอนจบเป็นเหมือนเพื่อนกันมากกว่าที่จะเป็นศัตรู ถึงขนาดที่ตัวร้ายก็เป็นคนที่ตาสั่งเสียข้อความมาถึงตัวเองด้วยซ้ำ  แล้วการที่บอกว่าจะแก้แค้นหรือว่าหาความจริงเป็นก็ดูหายไป

ที่สำคัญ ประเด็นที่ทำให้ขัดใจที่สุด ก็คือ การแก้ปัญหาจากฝ่ายของตัวเอกด้านเดียว เพราะเอาเข้าจริง สังคมเทพ/ กึ่งเทพ ก็ไม่ได้มีแค่พระเอก ที่สุดท้ายแล้วก็เป็นมังกรพิทักษ์หมู่บ้านอย่าง Bai Yuehu สักนิด แต่ทำไมพอมีเรื่องว่ามีฝ่ายตัวร้ายคิดจะทำลายปราการหมู่บ้านเพื่อทำลายเขตแดนกั้นระหว่างโลกเทพและโลกมนุษย์ กลายเป็นว่าพระเอกต้องสู้คนเดียว ถึงขั้นที่สุดท้าย Lu Qingjiu ตัดสินใจเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องทุกคนไว้ด้วยซ้ำ ถึงแม้ตอนหลังจะฟื้นคืนชีพได้ เพราะพระเอกไปหาวิธีการมาชุบชีวิตก็เถอะ

เดาตัวร้ายถูก แต่ก็รู้สึกรำคาญที่เป็นตัวร้าย แต่ท้ายเรื่องก็ไม่ต้องรับผิดอะไรเลย ก็รู้ว่าโลกมันก็ไม่ยุติธรรมแบบนี้ แต่อ่านแล้วก็ขัดใจอยู่ดี มีประเด็นที่เป็น tragic เยอะทั้งเรื่องตา และเรื่องเล่าของ tainted dragon อีกตัวในเมือง ซึ่งหัวใจสลายมากที่คิดว่าจะแก้ปัญหาได้ ฮือ

เอาจริงอีกเรื่องที่รู้สึกว่าจะเอาอะไรก็คือ เรื่องหมูบ้านที่สุดท้ายแล้ว สมาชิกในหมู่บ้านไม่มีมนุษย์อยู่เลย เหมือนจะเป็นคนแต่ก็เป็นแค่ความทรงจำเฉยๆ อย่างที่ในฤดูหนาวก็เหมือนปิดสวิตช์แล้วกดให้หลับกันไป ไหนจะการที่เพื่อนตายไปแล้ว แล้วกลายเป็นเทพภูเขา เพราะเหมือนว่าเขียนให้ดูลึกลับ เป็นประเด็นในเรื่องให้ดูสยองขวัญ แต่เอาเข้าจริงก็ไม่มีประเด็นต่อยอดไปต่อเลย

เรื่องนี้เอาจริงมีหลาย genre มาก ช่วงที่เป็น slice of life ก็เป็นแนวคนขายยาปลูกผม มังกรทำสวนช่วยกันทำมาหากิน โดยช่วงพีคเป็นช่วงที่คนทำอาหารมาเลี้ยงมังกรและเพื่อน ซึ่งไหนจะมีลูกหมูพูดได้สองตัวอีก เป็น horror/ thriller ก็เพราะความสยองผีหลอก และการเปิดประเด็นให้สงสัยไปต่อ เป็น romance เพราะความรักระหว่างคนกับมังกรอีก

เอาจริง ถ้าช่วงจบตัวเอกไม่ต้องเอาชีวิตเข้าแลก (ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นพระเอก นอกจากประเด็นที่เป็นสายเลือดคนคุ้มครองหมู่บ้าน) ก็จะให้ A- แต่พอเจอตอนนี้ไป เลยกรีดร้องเป็นบ้าจนคะแนนหล่นมาที่ B-/B เป็น A telling tale of a human and a dragon. ไหม

ปล. อ่านนานแล้ว มีความรู้สึกว่าจำได้ไม่หมด เหลือแต่ความรู้สึกแรงๆ ที่จำได้ก็แล้วกัน

Friday, 20 March 2009

Black Magic Woman by Justin Gustainis (n)

เห็นมาหลายครั้ง แล้วก็ติดใจทั้งชื่อทั้งปก หยิบมาแล้วก็วางอยู่หลายครั้ง (เกือบจะใช่แต่ไม่ใช่) จนในที่สุดก็ตัดสินใจเอามา เพราะจะได้เลิกสงสัยเสียที


ชนิด : Thriller/ Supernatural / Investigation / black magic
ชุด : A Morris and Chastain Investigation, Book 1
สำนักพิมพ์ : Solaris (January 29, 2008)
จำนวนหน้า :366 หน้า


เรื่องเริ่มต้นที่ Quincey Morris นักสืบเรื่องเหนือธรรมชาติได้รับการจ้างวานจากครอบครัวที่ประสบเหตุการณ์สยองขวัญในบ้านให้มาช่วยไขคดี และเมื่อมีเงื่อนไขของการใช้เวทย์มนต์เข้ามาเกี่ยวข้อง เขาจึงเรียก Libby แม่มดขาวที่รู้จักกันมาช่วยไขคดีอีกคน หากแต่เมื่อสืบลงไปก็ค้นพบว่า ต้นเหตุมาจากบรรพบุรุษของครอบครัวที่มีข้อขัดแย้งกับแม่มดดำในช่วงคดีซาเล็ม และการหยุดเรื่องเหนือธรรมชาติที่เล่นงานคนในบ้านได้อย่างแท้จริงก็คือ ตามหาแม่มดที่สืบเชื้อสายจากอดีตให้เจอ

ระหว่างนั้นเอง นักสืบ FBI Fenton ก็ได้ร่วมมือกับ Van Dreenan ตำรวจที่ประจำหน่วยสืบสวนคดีเหนือธรรมชาติจากแอฟริกาใต้เพื่อสืบหาคดีฆาตกรรมขโมยอวัยวะเด็ก ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น ทั้งนี้ แม้เรื่องราวจะเหมือนกับคดีอาชญากรรมต่อเนื่องทั่วไป แต่จากประสบการณ์ของ Van Dreenan ทำให้เขารู้ว่าคดีนี้มีเรื่องของเวทมนต์มืดเข้ามาเกี่ยวข้อง และเขาก็ต้องรีบตามล่าตัวฆาตกรออกมาให้ได้ ทั้งเพื่อส่วนรวม และเป้าหมายในใจส่วนตัวของเขาเอง (สปอยล์) [ลูกสาวของเขาเป็นหนึ่งในเหยื่อที่ถูกฆ่ามาก่อน]

Black Magic Woman วางอยู่ในชั้นแฟนตาซี/ Urban Fantasy ก็จริง แต่แนวทางของหนังสือเหมือนเป็นเรื่องสืบสวน ทริลเลอร์ ที่มีสาเหตุมาจากเรื่องเหนือธรรมชาติ (ไม่ว่าจะเป็นจากแม่มด ผีดูดเลือด ปีศาจ มนุษย์หมาป่า และอื่น ๆ ทั้งหมายทั้งปวง และในเรื่องก็มีตัวละครเหล่านี้ทั้งหมดเสียด้วย) แทนที่จะเหมือนเรื่องแอ็คชั่นกระแสหลักที่ตัวต้นเหตุเป็นเหล่าฆาตกรโรคจิต อาชญากร หรือมิฉะนั้นก็เป็นสายลับจากประเทศที่เป็นภัยแฝงและภัยตรงของอเมริกา และดังนั้น การดำเนินเรื่องก็ไม่ต่างกัน ที่เล่มนี้ใช้การดำเนินเรื่องสลับฉากกันเป็นระยะระหว่างตัวละครสามฝ่ายเป็นหลัก ที่คือ Quincey กับ Libby /Van Dreenan กับ Fenton และคนร้ายตัวจริง ซึ่งแม้เราจะเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างพวกเขา และเห็นความเชื่อมโยงที่แต่ละฝ่ายมีต่อกันแล้ว แต่ในหนังสือ ตัวละครเหล่านี้ก็ก็แทบจะไม่ได้มีปฎิสัมพันธ์ใด ๆ กันเลย (ตามหลักหนังสือแอ็คชั่นที่วิ่งสวนกันไปสวนกันมา?)

ส่วนตัวรู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้เกือบสนุก แต่มีสิ่งที่คาดเดาหรือคิดว่าจะเกิดได้มากเกินไป เป็นไปตามสูตรสำเร็จหลายอย่างและที่สำคัญ สำหรับตัว Quincey + Libby และ Van Dreenan + Fenton แล้ว แม้ผู้ที่พวกเขาตามหาจะเป็นผู้ร้ายคนละคนกัน แต่ก็มีความเกี่ยวข้องกัน (สปอยล์) [คนร้ายตัวจริงที่เป็นแม่มดดำต้องการให้คนร้ายของ Van Dreenan + Fenton ฆ่าเด็กเพื่อเอาอวัยวะไปเป็นส่วนผสมในการทำพิธีสาปแช่งเอาชีวิตครอบครัวที่พูดถึงในตอนแรก] และถ้าจะดูว่า ทั้งตัว Quincey / Libby และ Van Dreenan นั้น มีความเข้าใจและประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องเหนือจริง และมนต์มืดมามากแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็น่าจะคาดเดาได้ไม่ยาก โดยเฉพาะเมื่อ Van Dreenan รู้จัก Libby มาก่อน และในเรื่องก็มีการโทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือจากเธออีกด้วย (ถือเป็นตอนที่คาดผิด และผิดหวังตอนอ่านระดับหนึ่ง)

นอกจากนี้ ด้วยความเข้าใจและประสบการณ์ที่มีน่าจะช่วยให้คนทั้งสามสร้างบทบาทตัวเองได้มากกว่านี้ แทนที่จะเดินเกมในแนวรับมากเกินไป อย่างที่ Quincey กับ Libby ใช้วิธีตามหาคนที่น่าจะเป็นเบาะแสทีละคนทีละคน และแทนที่ฉากเหล่านี้จะดูน่าตื่นเต้นเหมือนการกะเทาะเปลือกเกาลัดเพื่อไปสู่เนื้อใน แต่กลับกลายเป็นดูยืดยาวและไม่สิ้นสุด และสำหรับ Van Dreenan ความเข้าใจที่มี ไม่ทำให้เขาเดินเกมรุกเพื่อดักหน้าตัวร้ายได้เลย นอกจากจะช้ากว่าก้าวหนึ่งตลอดแล้ว ยังเหมือนเขานั่งรอให้เด็กคนต่อไปที่จะถูกฆ่า มากกว่าจะหาทางช่วยให้ได้

แต่ทั้งนี้ แม้หนังสือจะเน้นเรื่องของ Quincey กับ Libby อย่างที่ชื่อชุดหนังสือบอกไว้ ส่วนตัวเองเมื่ออ่านคิดว่าบทบาทของ Van Dreenan ค่อนข้างโดดเด่นกว่ามาก และเมื่ออ่านจบ ก็ต้องบอกว่าเป็นตัวละครที่จำได้มากว่าเสียด้วย สำหรับหนังสือชุดเช่นนี้อาจจะเป็นจุดบกพร่องอีกจุดหนึ่ง

สิ่งที่น่าขันและเสียดสีความเป็นอเมริกัน ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนในเรื่องอย่างหนึ่งก็คือ คนร้ายฝั่งของ Van Dreenan กับ Fenton ไปมีเรื่องในร้านค้าปั๊มน้ำมัน และด้วยความที่เธอมาจากทวีปแอฟริกาก็ทำให้เธอประมาทคิดว่ารอดตัวไปได้ หากแต่กล้อง CCTV ที่จับอยู่ ทำให้ตำรวจรู้เบาะแสและสืบโยงไปหาเธอได้ .... ซึ่งเมื่ออ่านตรงนี้ก็เห็นจุดที่จะขยายผลต่อไปก่อนที่จะเกิดขึ้นจริง จุดอ่อนของตัวละครกลายจะกลายเป็นจุดอ่อนของคนเขียนตรงนี้ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ไม่น่าใจว่ารู้สึกไปเองไหม แต่คิดว่า ช่วงใกล้จบน่าจะมีขมวดปมมากกว่านี้ เพราะขณะนี้ที่ทั้งสองฝ่ายไล่ตามและเข้าใกล้ตัวคนร้ายเข้าไปเรื่อย ๆ ค่อนข้าวเข้มข้น หากเมื่อมีการเผชิญหน้ากันกลับจบอย่างรวดเร็ว . ที่ต้องบอกว่ารวดเร็วเกินไป และคนร้ายก็ถึงจุดจบง่ายดายกว่าที่ควรจะเป็นมาก โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงความทรงพลัง ร้ายกาจ และโหดเหี้ยมที่ผ่านมาในเล่ม และก็เป็นจุดด้อยใหญ่ที่สุดของหนังสือที่ทำให้หนังสือไม่ไปถึงที่ควรจะเป็น

อ่านได้ และก็ถือเป็นหนังสือที่อ่านง่ายมากที่สุดอีกเล่มที่อ่านมา ทั้งในด้านที่ว่า “อ่านออกง่าย” และ “หนังสืออ่านง่าย (ภาษา? การใช้ประโยค? การตีความตาม? แต่อย่างน้อยก่อนหน้านี้อ่าน Zodiac บางย่อหน้าแล้วต้องอ่านหลายซ้ำก็มี)” ให้คะแนนที่ C+ แล้วก็ถ้าคะแนนเชื่อถือไม่ได้ ก็บอกว่า just another easy thriller … with supernatural cause.

ปล. ช่วงที่ Quincey + Libby ไปหาเบาะแสจากที่โน่นที่นี่ทำให้นึกถึงสองพี่น้อง Dean/ Sam โอยย.. เมื่อไหร่ Season Four จะมาคะ!!!