Monday, 9 March 2020
Fantasy Farm โดย 西子绪
Lu Qingjiu ที่มาทำงานในเมือง ตัดสินใจลาออกจากงาน แล้วกลับชนบทไปบ้านที่เคยอยู่กับยายในวัยเด็ก เอาจริงตอนแรกถ้ามาแค่นี้ก็ฟังดูเรียบง่ายเป็นชีวิตคนเมืองกลับถิ่นฐาน แต่มันไม่ใช่ค่าาา!
ช่วงแรก มันเป็นความสยองขวัญ แบบขนหัวลุก ที่อ่านดึกๆ อยู่คนเดียวแล้วรู้สึกเย็นไขสันหลังตลอดเวลา เพราะว่าบ้านคุณยายที่เสียไปมีบ่อน้ำ และฝันทุกคืนก็เป็นผู้หญิงผู้ชายสองคนทะเลาะกัน ก่อนจะได้ยินเสียงเหมือนของถูกเหวี่ยงลงบ่อน้ำ พอสักพัก ความสงสัยก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนพอไปตามตำรวจมางมบ่อ ก็เจอโครงกระดูกผู้หญิงกับเส้นผมยาวสยายอยู่ในบ่อจริงๆ แถมคุ้ยไปคุ้ยมายังเจอศพผู้ชายอีก นี่คือไม่นับอาการผีอำยามค่ำคืนเป็นระยะๆ อีกนะคะ กึ่งจริงกึ่งฝัน เหมือนจะถูกสัตว์ประหลาดพิศวงจับกิน แล้วมีคนมาช่วยไว้ด้วย — ดังนั้น กว่าจะก้าวผ่านความสยองขวัญนี้สำหรับคนที่มีภูมิต้านทาน horror ต่ำก็เกือบไม่รอดด ฮือ
อื่นๆ หมู่บ้านนี้ยังมีเพื่อนเล่นวัยเด็กของเจ้าตัวอยู่ และดังนั้น การลงหลักปักฐาน/ คืนถิ่นก็ไม่ลำบากจนเกินไปนัก และระหว่างลงไปที่เมืองตีนเขาก็ได้พบกับ Bai Yuehu ที่เหมือนจะเป็นคนช่วย Lu Qingjiu ไว้จากปีศาจกึ่งจิ้งจกกิ้งก่าตอนนอน และเมื่อเลี้ยงอาหารผู้ชายที่หิวโซจนกินเกี้ยวหมดร้าน เลยก็ตัดสินใจพา Bai Yuehu กลับบ้านมาด้วย เพื่อเป็นคนจัดการเหล่าสิ่งเหนือธรรมชาติทั้งหลาย
และช่วงเกือบกลางๆ ก็เป็นแนว paranormal comedy หน่อยๆ เพราะสุดท้ายแล้วผีสาวที่อยู่ในบ่อเป็นพวกหมกมุ่นกับการมีเส้นผมงดงามเงาสลวย (ซึ่งเอาจริงก็ถึงขั้นที่ทะเลาะกับแฟนแล้วฆ่ากันตายด้วยซ้ำ) และดังนั้น น้ำในบ่อก็กลายเป็นมีความหมกมุ่นของเจ้าตัวอยู่ด้วย จนทำให้ Lu Qingjiu เอาน้ำในบ่อมาบรรจุขวดขาย กลายเป็นยาปลูกผมยอดฮิตในเนท และที่สำคัญ เมื่อได้รับการชื่นชมจากเหล่าคนผมบางและหัวล้านทั้งหลาย ผีสาวในบ่อก็มีสถานะสูงขึ้นๆ จนใกล้จะเป็นเทพไปเรื่อยๆ ด้วย ส่วนคุณพี่ก็ Bai Yuehu ปลูกผักผลไม้ได้อุดมสมบูรณ์จริงจัง เป็น slice of life กันไป
**ส่วนนี้เริ่มสปอยล์แรงงงง**
แต่เรื่องนี้ก็มีปมปัญหามาเป็นระยะๆ เหมือนกัน จริงๆ แล้ว Lu Qingjiu ไว้เป็นเด็กกำพร้า เพราะว่าพ่อแม่ตายในตอนเหตุการณ์ภูเขาถล่ม โดยที่ไม่มีใครเคยเจอศพ และยายก็เป็นคนเลี้ยงดูมาตลอด — ซึ่งเจ้าตัวก็เชื่อแบบนั้นมาตลอดเหมือนกัน จนกระทั่งหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจดหมายที่บอกให้ออกไปจากหมู่บ้าน และไม่ให้กลับมาอีกก็ดูมีเงื่อนงำ
ระหว่างนี้ ก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับมังกร โดยเฉพาะมังกรที่คอยดูแลพิทักษ์หมู่บ้าน ...
และความจริงอย่างหนึ่งเกี่ยวกับมังกร นั่นก็คือแม้จะเป็นเผ่าพันธุ์ทรงอำนาจแต่ก็มีจุดอ่อน ที่ถ้าเกิดคลุ้มคลั่งแล้ว จะกัดกินคนที่รักเพื่อให้กลายเป็นหนึ่งกับตัวเองตลอดไป
และหมู่บ้านนี้ก็ไม่ใช่หมู่บ้านชนบทบนเขาธรรมดา แต่ดูเหมือนมีความลึกลับและลี้ลับซุกซ่อนอยู่ และจริงๆ เพื่อนวัยเด็กก็ตายไปนานแล้ว แต่ฟื้นขึ้นมาอยู่ในรูปของเทพเจ้าภูเขาเพื่อคอยดูแลหมู่บ้าน และคอยเพื่อนเล่นในวัยเด็กกลับมาหา
พอไปเรื่อยๆ ตัวเอกได้เห็นมังกรที่คลุ้มคลั่ง และถูกลงโทษอยู่ ก่อนที่ต่อมาจะรู้ว่า นั่นก็คือตาของตัวเอง และความจริงก็คือพ่อแม่ตนไม่ได้ตายเพราะโคลนถล่ม แต่เพราะแม่ที่สืบเชื้อสายมังกรคลุ้มคลั่งขึ้นมา และกินพ่อไป และตาก็ตัดสินใจที่จะฆ่าแม่ เพราะรู้ว่าคนที่แม่จะไปกินต่อก็คือยาย — ซึ่งก็คือคนรักของตัวเอง ประเด็นการกลืนกินคนที่รักดูเป็นความหมกมุ่นที่เข้าใจได้และไม่ได้ในเวลาเดียวกัน และสาเหตุการตายของพ่อกับแม่ที่เฉลยออกมา ก็ห่างจากสิ่งที่คาดเดาไว้ไปไกล
หลังจากนั้น ตาหลุดออกมาจากที่คุมขังได้ และทุกคนก็คิดว่า Lu Qingjiu เป็นเป้าหมายที่จะถูกกิน/ ฆ่าต่อไป แต่กลายเป็นว่า การพูดคุยกับตา ทำให้ได้เบาะแสต่อมาว่า การคลุ้มคลั่งของเหล่ามังกรไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีคนตั้งใจทำให้เกิด และการหนีออกมาก็เป็นเพราะต้องการที่จะเปิดโปงคนบงการ และแก้แค้นให้กับลูกสาวและคนรัก
เอาจริง ชอบปมมังกรตกหลุมรัก และคลุ้มคลั่งจนกัดกินกลืนกินคนที่รักมาก แต่ปัญหาของคนเขียน (และทุกเรื่องของ 西子绪) ที่เจอ คือเปิดประเด็นดี แต่พัฒนาพล็อตไปไม่พอ เพราะว่าวิธีการเขียน Fantasy Farm คือเปิดประเด็นเบาะแสตึงเครียดไว้ และก็สลับด้วยการแก้ปัญหาเหนือธรรมชาติสลับกันไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะยกเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันมา ทำให้พอถึงเวลาแล้วไม่มีแรงต่อยอดเงื่อนไขทั้งหลายที่คิดไว้ตอนกลางเรื่อง ทำให้พอใกล้จะจบแล้ว และแก้ปัญหาจบแล้วก็ยังไม่ได้อธิบายประเด็นที่เปิดค้างทิ้งไว้ — เพราะสุดท้าย อย่างที่บอกว่าตาหนีออกมาเพื่อตามหา และแก้แค้นคนที่วางแผนสร้างเรื่องทั้งหมด แต่ถึงเวลา ก็กลายเป็นไปรวมมือกับตัวร้ายในตอนหลัง และที่สำคัญ การอยู่กับคนร้ายในตอนหลัง โดยเฉพาะตอนจบเป็นเหมือนเพื่อนกันมากกว่าที่จะเป็นศัตรู ถึงขนาดที่ตัวร้ายก็เป็นคนที่ตาสั่งเสียข้อความมาถึงตัวเองด้วยซ้ำ แล้วการที่บอกว่าจะแก้แค้นหรือว่าหาความจริงเป็นก็ดูหายไป
ที่สำคัญ ประเด็นที่ทำให้ขัดใจที่สุด ก็คือ การแก้ปัญหาจากฝ่ายของตัวเอกด้านเดียว เพราะเอาเข้าจริง สังคมเทพ/ กึ่งเทพ ก็ไม่ได้มีแค่พระเอก ที่สุดท้ายแล้วก็เป็นมังกรพิทักษ์หมู่บ้านอย่าง Bai Yuehu สักนิด แต่ทำไมพอมีเรื่องว่ามีฝ่ายตัวร้ายคิดจะทำลายปราการหมู่บ้านเพื่อทำลายเขตแดนกั้นระหว่างโลกเทพและโลกมนุษย์ กลายเป็นว่าพระเอกต้องสู้คนเดียว ถึงขั้นที่สุดท้าย Lu Qingjiu ตัดสินใจเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องทุกคนไว้ด้วยซ้ำ ถึงแม้ตอนหลังจะฟื้นคืนชีพได้ เพราะพระเอกไปหาวิธีการมาชุบชีวิตก็เถอะ
เดาตัวร้ายถูก แต่ก็รู้สึกรำคาญที่เป็นตัวร้าย แต่ท้ายเรื่องก็ไม่ต้องรับผิดอะไรเลย ก็รู้ว่าโลกมันก็ไม่ยุติธรรมแบบนี้ แต่อ่านแล้วก็ขัดใจอยู่ดี มีประเด็นที่เป็น tragic เยอะทั้งเรื่องตา และเรื่องเล่าของ tainted dragon อีกตัวในเมือง ซึ่งหัวใจสลายมากที่คิดว่าจะแก้ปัญหาได้ ฮือ
เอาจริงอีกเรื่องที่รู้สึกว่าจะเอาอะไรก็คือ เรื่องหมูบ้านที่สุดท้ายแล้ว สมาชิกในหมู่บ้านไม่มีมนุษย์อยู่เลย เหมือนจะเป็นคนแต่ก็เป็นแค่ความทรงจำเฉยๆ อย่างที่ในฤดูหนาวก็เหมือนปิดสวิตช์แล้วกดให้หลับกันไป ไหนจะการที่เพื่อนตายไปแล้ว แล้วกลายเป็นเทพภูเขา เพราะเหมือนว่าเขียนให้ดูลึกลับ เป็นประเด็นในเรื่องให้ดูสยองขวัญ แต่เอาเข้าจริงก็ไม่มีประเด็นต่อยอดไปต่อเลย
เรื่องนี้เอาจริงมีหลาย genre มาก ช่วงที่เป็น slice of life ก็เป็นแนวคนขายยาปลูกผม มังกรทำสวนช่วยกันทำมาหากิน โดยช่วงพีคเป็นช่วงที่คนทำอาหารมาเลี้ยงมังกรและเพื่อน ซึ่งไหนจะมีลูกหมูพูดได้สองตัวอีก เป็น horror/ thriller ก็เพราะความสยองผีหลอก และการเปิดประเด็นให้สงสัยไปต่อ เป็น romance เพราะความรักระหว่างคนกับมังกรอีก
เอาจริง ถ้าช่วงจบตัวเอกไม่ต้องเอาชีวิตเข้าแลก (ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นพระเอก นอกจากประเด็นที่เป็นสายเลือดคนคุ้มครองหมู่บ้าน) ก็จะให้ A- แต่พอเจอตอนนี้ไป เลยกรีดร้องเป็นบ้าจนคะแนนหล่นมาที่ B-/B เป็น A telling tale of a human and a dragon. ไหม
ปล. อ่านนานแล้ว มีความรู้สึกว่าจำได้ไม่หมด เหลือแต่ความรู้สึกแรงๆ ที่จำได้ก็แล้วกัน
Thursday, 11 September 2014
Night's Honor by Thea Harrison
Hmm, it seems to be just that! The book is my far the least favourite in the series, and by that extent, the most boring one! I feel half of the book is spent on how the lead girl, Tess, adjusts to the new life under Xavier's roof, without any actions, without any events. The interactions the two leads have between each other are also repetitive and slow. And so, somewhat, instead of being a full-length book, Night's Honor should have been only a short novella - I feel that way it could have captured more of the readers' attention.
There is less moving action and less intense emotion in the book. Perhaps the most "active" scene is when Tess is fighting for Xavier's life, and yet it's rather a cliche scene to read. This is also especially trite with the decision of one minor character. I don't really feel any connection with Tess, and I also feel she doesn't deserve the love and devotion from Xavier. On the other hand, while the other books make the vampyre cold and aloof, the book gives us Xavier's personal insight and shows us a man full of goodness and greatness... to the point he becomes romantically fanciful. Or fancifully romantic? I don't know which case is right. Only that I know the man is too good a portrayal.
As Tess is a human, I can't help compare her to Grace in Oracle's Moon. And I still find Grace more interesting and likeable.
I'd rather spend time re-reading Kinked or Serpent's Kiss.
Give it C-/D+
Friday, 20 June 2014
Shield of Winter by Nalini Singh
Monday, 8 July 2013
Poison Princess by Kresley Cole (en)
Friday, 7 October 2011
ชอบ Dragon Kin 5 มากก
ชอบ ชอบ ชอบบบ
Sunday, 5 June 2011
Kiss of Snow by Nalini Singh
เพราะว่าเป็นเรื่องในชุด Psy/Changeling และเป็นเรื่องของ Sienna
-คำเตือน- ไม่คิดว่าวิจารณ์ในฐานะ Romance แต่ประการใด
**กำลังคิดว่าควรซื้อ Kindle ดีไหม
ชนิด : Paranormal Romance
ชุด : Psy/Changeling, Book 10
เล่มนี้พูดถึง Sienna สาวชาว Psy ผู้มีพลัง X ระดับ Cardinal กับ Hawke จ่าฝูงของ SnowDancer
จากเล่มอื่น ๆ แม้ Sienna จะเป็นผู้ใหญ่เกินวัย ด้วยความเคร่งขรึมและจริงจังกว่าเด็กในวัยเดียวกัน และกับคนที่โตกว่า แต่ Sienna มักจะตามก่อกวนรังควาน Hawke อยู่เสมอ และที่สำคัญ ถึงตัว Hawke จะใจเย็น และมีเหตุผลตามนิสัยคิดดีดลูกรางแก้ว หาก Sienna ก็เป็นคนเดียวที่ทำให้ตัวจ่าฝูงอารมณ์เสียได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ไม่น่าแปลกใจอะไรที่ทั้งคู่จะมีแรงดึงดูดระหว่างกัน แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อชายหนุ่มคิดว่า Sienna เด็กเกินไป และเขาเชื่อว่าคนที่เป็น “คู่” ของตัวเองตายไปแล้ว จนไม่คิดที่จะดึงสาว Psy เข้ามาอยู่ด้วยกัน
แต่ Sienna ย่อมไม่คิดจะให้การตัดสินใจขึ้นอยู่กับ Hawke คนเดียวแต่อย่างใด และเล่มนี้ก็เป็นการย่นระยะระหว่างทั้งคู่ให้หมดไป ซึ่งในขณะเดียวกัน เหล่า Psy ที่ต้องการให้พวก Psy เป็นใหญ่ก็คิดจะกำจัดฝูง SnowDancer และ DarkRiver ซึ่งแกร่งขึ้นมาเรื่อย ๆ จนเป็นหนามชิ้นใหญ่ให้หมดไป
ย่อได้ประหลาดที่สุดในโลก อย่างที่บอกไป ว่าชอบ Sienna ด้วยความที่ชอบตัวเอกที่เก่ง แกร่ง และมีความเชื่อมั่นในตัวเอง และสิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้สนุกก็คือ ความเชื่อมั่น และความกล้าที่จะออกไปท้าทายโลก และสู้ในสิ่งที่ตัวเธอเชื่อ ... ซึ่งรวมไปถึงการสู้เพื่อให้ได้ความสนใจและความเคารพจากคนที่เธอคิดว่าเธอรักด้วย
ที่ผ่านมา เราเห็นภาพ Sienna จากมุมมองของคนอื่น ๆ เสมอ ภาพในเล่มแรก (Slave to Sensation) ที่เธอทะเลาะกับ Hawke ทำให้เราคิดว่าเธอเป็นเด็กชอบหาเรื่อง ชวนทะเลาะ หากแต่เล่มต่อ ๆ มา เราเห็น Sienna มากขึ้น และเห็นถึงความจริงจัง และความมีวินัยในตัวเอง ซึ่งเล่มนี้ก็เปิดให้รู้ว่าในฐานะเด็กในความคุ้มครองของ Ming LeBon ตัว Sienna ถูกบังคับให้เป็นผู้ใหญ่เกินวัย และเพื่อการเอาชีวิตรอด เธอก็ต้องเข้มงวดกับตัวเองอย่างที่สุด ซึ่งสุดท้ายแล้ว สิ่งนี้ก็มาตอบปัญหาเรื่องช่องว่างระหว่างวัยของทั้งคู่ได้ เพราะโลกทัศน์ที่เธอมอง และการเข้าใจโลกไม่ได้ต่างจากผู้ใหญ่เลย และอาจจะพูดได้ว่า เธอมองโลกและเข้าใจได้ลึกซึ้งถึงมุมมองที่โหดร้ายกว่าผู้ใหญ่ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมองผ่านโลกและคิดด้วยมุมมองของ Councilor ซึ่งเหล่า Changeling ไม่สามารถทำได้ ชัดที่สุดคือตอนที่เธออ่านสถานการณ์และคาดเดาได้ว่าพวก Psy วางแผนจะฆ่าเด็ก ๆ Changeling ในฝูงให้หมด (ซึ่งจากมุมมองที่ต่างนี้ก็เป็นสิ่งที่อยู่เหนือการคาดการณ์ เป็น unthinkable act เกินจะกล่าวในความรู้สึกของมนุษย์ Changeling)
หนังสือเปิดประเด็น X-Psy มาจากเล่มก่อน ๆ และเล่มนี้ก็เป็นการตอบปัญหาว่า X-Psy คืออะไร ซึ่งจริง ๆ แล้ว ก็คือ (สปอยล์) [X จากคำลาตินว่า exardesco ซึ่งมีความหมายว่า ลุกไหม้/ เผาไหม้ (to blaze up) หน้า 144 เพราะกลายเป็นว่าพวกนี้จะมีพลังเหลือเฟือที่จะปลดปล่อยเป็นพลังงานไฟ และเพราะการมีพลังเหลือเฟือจนควบคุมไม่ได้นี่เองที่ทำให้พลังนั้นกลับมาทำร้ายและเผาไหม้ตัวเองที่เรียกว่า synergy] อย่างที่ประวัติศาสตร์ของชาว Psy บอกว่า ไม่มี X-Psy คนใดเลยที่จะอายุยืนพ้นช่วงวัยรุ่น และก็ไม่เคยมี X-Psy ที่เป็น Cardinal อย่าง Sienna อีกด้วย
ชอบวิธีแก้ปัญหา X-Psy ที่มีในเล่ม ซึ่งแม้จะเป็นทางออกที่ง่าย แต่ก็น่ารักและดูสมจริงอย่างมาก อย่างที่ Alice Eldridge นักวิจัยและค้นคว้าเรื่อง Psy บอกไว้ว่า Valve ก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เพราะ Psy ที่มีพลังอันตรายมักจะแปลกแยกตัวเองออกมา เพราะเชื่อว่าการควบคุมตัวเอง และ Silence จะช่วยให้คุมตัวเองอยู่ หากแต่จริง ๆ แล้ว สิ่งที่ดีกว่าก็คือ การมีใครสักคนให้พึ่งพา และเป็นตัวกัน/กรองพลังให้ อย่างที่ (สปอยล์) [ Walker ผู้มีศักดิ์เป็นลุง แต่เสมือนพ่อเป็นให้ Sienna ซึ่งเป็นจุดดีอย่างหนึ่งที่ไม่ใช่เป็น Hawke เพราะนอกเหนือจะเป็นการเพิ่มภาระ (หรืออีกนัยหนึ่ง ความไม่มั่นคง) ซึ่งอาจส่งผลต่อการดูแลฝูงให้เจ้าตัวแล้ว ก็ยังฉีกกรอบเรื่องรักที่พระเอกจะต้องเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง โดยการให้ความสำคัญในระดับเท่ากันไปที่ครอบครัว]
และจุดที่น่ารักอีกอย่างก็คือ (สปอยล์) [การที่สุดท้ายแล้วพลังที่เหลือเฟือของ Sienna กลับมาเป็นพลังงานให้ทุกคนผ่านทาง “เครือข่าย” คอรบครัว และฝูง ซึ่งเป็นการ “ผลาญ” พลังเพื่อให้ X-Psy อยู่ในระดับสมดุล อย่างที่ X-Psy ซึ่งอยู่อย่างโดดเดี่ยวจะไม่มีวันทำได้] ซึ่งก็ถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวด้วยนกสองตัวอย่างมาก (สปอยล์) [อย่างที่ Lara ผู้รักษาในฝูงดีใจที่พลังเหลือเฟือเหล่านั้นกลับมาช่วยให้ทุกคนในฝูง – แม้แต่คนที่ใกล้ตายจากการต่อสู้กับ Psy- กลับมาแข็งแรงเป็นปกติ]
ส่วนตัว ไม่ค่อยชอบความคิดและทัศนคติของ Hawke ในเล่มนี้ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนช่วงแรก) เท่าไหร่ เพราะเจ้าตัวผลัก Sienna ออกไปตลอดเวลา ด้วยการอ้างเหตุผลความไม่เหมาะสมทั้งหลายทั้งปวงมาประกอบ แต่พอตัวสาวเจ้าคิดจะออกห่างและตัดใจ ก็ยอมไม่ได้ แล่นไปอาละวาดทุกที โดยเฉพาะเมื่อ Sienna ออกไปเที่ยวกับเพื่อน และมีคนมาสนใจ (ซึ่งก็สนุกและขบขันที่ในที่สุด Sienna ก็ใช้จุดอ่อนนี้ของ Hawke ให้เขา “แล่น” ไปตามการวางแผนของเธอได้) ซึ่งทำให้น่ารำคาญ ภาพ“หมาหวงก้าง” (ไม่ได้ดูถูก Hawke เพราะ Hawke เป็นหมาป่าอยู่แล้ว) ที่เกิด ความเป็น alpha ทั้งในฐานะทัศนคติและตำแหน่งก็ยิ่งทำให้ความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของและเรียกร้องมีสูง อย่างภาพที่ใช้ผ้าชุบน้ำ “เช็ด” Sienna เพื่อลบกลิ่นผู้ชายอื่นก่อนจะเปิดปากคุย (หรืออีกนัยหนึ่งทะเลาะ) โดยที่ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมอบสิ่งเดียวกันกลับไปที่ Sienna ในตอนแรก
ซึ่งฉากที่ชอบมากก็คือ ตอนที่ Sienna ระเบิดอารมณ์ใส่เขาว่า ความเชื่อที่ว่ามี “คู่” อื่นไม่ได้ เพราะคิดว่า คนที่เชื่อว่าเป็น คู่ ของตัวเองตายไปแล้ว เป็นแค่ความเชื่อเพื่อปิดกั้นตัว Hawke จากความเจ็บปวดที่เจ้าตัวไม่อยากให้มีอีก และเป็นความคิดจากส่วนมนุษย์ของ Hawke แทนที่จะเป็นส่วนหมาป่าอย่างที่เขาเชื่อว่าเป็น ซึ่งแม้จะโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงขนาดไหน แต่สุดท้าย Hawke ก็มองเห็นว่าตัวเอง “ขลาด” ไปอย่างที่ Sienna คิดไว้จริง ๆ
อย่างไรก็ดี ความเด็ดขาดของ Hawke ก็ทำให้เกิดนิสัย all-or-nothing แบบแปลก ๆ นั่นคือ ตอนแรกที่คิดว่า Sienna เด็กกว่า และเขาเชื่อว่า ตัวเองรักใครไม่ได้อีกแล้ว ก็ปฎิเสธ Sienna ชนิดหัวชนฝา แต่พอตัดสินใจได้ และคิดจะไล่ตาม ก็ไล่ตามชนิดกัดไม่ปล่อย และเป็นการรักแบบทุ่มสุดตัว ช่วงตอนใกล้จบเป็นช่วงที่ Sienna หนีออกไปจากฝูง เพราะกลัวว่าพลังที่ควบคุมไม่ได้ของตัวเองจะทำร้ายคนในฝูง และ Hawke ไล่ตามไปเจอหลังจากนั้น คำพูดแรกที่เขาเอ่ยปากมาก็คือ “You. Left. Me.” กลับกลายเป็นว่าคนที่อ่อนไหวและยึดติดกับความสัมพันธ์มากกว่าก็คือ ตัวเขาเอง และคนที่เป็นจริงมากกว่าก็คือ Sienna
นอกเหนือจากฉากนี้ก็มีหลายครั้งขณะที่ทั้งสองสวีทหวานอยู่ด้วยกัน และถูกขัดขวางด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นในฝูง และคนที่ปรับอารมณ์กลับมาเป็นโหมดจริงจังได้ก่อนก็คือ Sienna อย่างเช่น เมื่อ Hawke รู้สึกผิดที่วิ่งออกมาจัดการกับปัญหาเลย และโทรไปหา Sienna คำพูดแรกที่เธอถามก็คือ เกิดปัญหาอะไรขึ้นไหม โดยที่ไม่มีการพูดโยงไปถึงเรื่องของทั้งคู่ก่อนหน้าเลย
ปฏิเสธไม่ได้ว่า Hawke อิจฉาและคาดหวังความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมกับคู่ของตนอย่างที่ Lucus กับ Sasha มี โดยเฉพาะเมื่อตำแหน่ง alpha ทำให้มีน้อยคนที่จะกล้าท้าทายหรือแม้แต่ทัดทานเจ้าตัว ซึ่งก็ทำให้ต้องการคนมาท้าทาย ขณะที่อยู่เคียงข้างทัดเทียมไปด้วยกันลึก ๆ อยู่ และก็กลายเป็นว่าคนที่ตอบสนองความต้องการนี้ของเขาก็ได้ก็คือเธอ
สิ่งหนึ่งที่ต่างจากเล่มอื่นก็คือ มีเรื่องของคู่รองที่มีอยู่และจบอยู่ในเล่มชัดเจน ต่างจากเล่มอื่นที่มักจะเป็นการเกริ่นนำเพื่อนำไปสู่คู่อื่นในเล่มใหม่ ดังที่แรงดึงดูดและความผูกพันระหว่าง Walker กับ Lara ที่เกิดขึ้นในช่วงแรกทำให้คิดว่าจะเกิดเรื่องสั้นของทั้งคู่ต่อไป แต่กลายเป็นว่า จบในเล่มนี้ไปพร้อมกัน (เกิด Mating Bond ระหว่างทั้งคู่ขึ้นเลย)
อย่างไรก็ตาม คิดว่าสิ่งที่ดีที่สุด และน่ารักที่สุดในหนังสือเล่มนี้ก็สายสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และขยายวงกว้างขึ้น เริ่มจากการเป็นพันธมิตรระหว่างฝูง DarkRiver กับ SnowDancer ซึ่งแข็งแกร่งและกระจายวงกว้างขึ้นไปเรื่อย ๆ ทั้งกับฝ่าย Shine Foundation ซึ่งเป็นพวก Psy กลายพันธุ์ (พวกที่ deflect มา และมีส่วนผสมเป็นมนุษย์ธรรมดามากขึ้น) ฝ่าย Council ที่ไม่เชื่อในเรื่อง Silence อย่าง Nikita กับ Anthony หรือแม้กระทั่งกับ Changeling ฝูงอื่น อย่างที่ Slave to Sensation ในเล่มแรกเปิดประเด็นมาด้วยมุมมองฝูง DarkRiver ที่มอง SnowDancer ว่าแตกต่างและเย็นชา ก่อนที่มิตรภาพของทั้งสองจะแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อย ๆ จากการมีผลประโยชน์ร่วม และศัตรูกลุ่ม จนถึงขั้นที่เป็นการเล่าเรื่องผ่านฝูง SnowDancer ในช่วงหลัง ถึงขั้นที่ทั้งสองกลายเป็นกลุ่มเดียวกันอย่างแท้จริง
หนังสือเปิดตัว Alice Eldridge เอาไว้ในเล่มก่อน ๆ ในฐานะที่เป็นคนเขียนวิจัยเรื่อง E-Psy ที่ช่วยให้ Sasha เข้าใจตัวเธอและพลังของเธอมากขึ้น และการเปิดประเด็นว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ (แต่ถูกทำให้หลับหลังจากเริ่มค้นคว้าเรื่อง X-Psy) ก็น่าจะมีประเด็นต่อ ๆ มา โดยเฉพาะการบรรยายลักษณะของเธอทำให้รู้สึกสงสัยเรื่องความเป็นไปได้ที่เธอจะเป็นตัวเอกในเล่มต่อ ๆ ไป (คู่กับ Riaz?)
ตัวคนเขียนบอกว่าเล่มนี้เป็นเล่มจบของภาค (arch) แรก แต่ส่วนตัวไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ นอกเหนือจากการเปิดประเด็นว่า การหลบซ่อนตัวของครอบครัว Lauren ไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไป (จากการใช้พลังของ Sienna เพื่อช่วยฝูงที่กำลังตกเป็นรองฝ่าย Psy) และเป็นการสร้างความหวังและความน่าจะเป็นที่มีต่อเหล่า Psy อื่น ๆ โดยเฉพาะพวก Arrow ด้วย
ทั้งชุดก็ยังยืนยันว่า Branded by Fire เป็นเล่มที่ชอบที่สุด และสมบูรณ์แบบที่สุด เพราะความที่ท้ายที่สุดแล้วก็ตอบโจทย์ในใจได้พอดี
สุดท้าย เมื่อถึงเวลาให้คะแนน ให้คะแนนที่ B- เพราะไม่ค่อยชอบทัศนคติของ Hawke ในช่วงตอนต้นอย่างมาก และไม่ชอบที่หลาย ๆ อย่างเป็นรูปแบบมากเกินไป
และสำหรับเพลงประกอบเล่ม ขอเลือกให้ E.T. ของ Katy Perry feat. Kanye West ซึ่งคงไม่มีเพลงไหนเหมาะไปกว่านี้อีกแล้ว
[Kanye West] = Hawke
I got a dirty mind
I got filthy ways
I'm tryna Bath my Ape in your Milky Way
I'm a legend, I'm irreverent
I be reverand
I be so fa-a-ar up, we don't give a f-f-f-f-ck
Welcome to the danger zone
Step into the fantasy
You are not invited to the otherside of sanity
[Katy Perry] = Sienna
They say be afraid
You're not like the others
Futuristic lover
Different DNA
They don't understand you
Your from a whole other world
A different dimension
You open my eyes
And I'm ready to go
Lead me into the light
Kiss me, ki-ki-kiss me
Infect me with your love and
Fill me with your poison
Take me, ta-ta-take me
Wanna be a victim
Ready for abduction
Boy, you're an alien
Your touch so foreign
It's supernatural
Extraterrestrial
Monday, 4 May 2009
Night's Rose by Annaliese Evans

ชนิด : Historical Paranormal Romance / Retelling/ Magic/ Orge/ Fey/ Vampire/ Dark elf
สำนักพิมพ์ : Tor Paranormal Romance (March 31, 2009)
จำนวนหน้า : 384 หน้า
ตามเรื่องเจ้าหญิงนิทรา คำสาปของนางฟ้าใจร้ายทำให้เจ้าหญิงนิทราต้องหลับใหลไปถึงหนึ่งร้อยปี จนกระทั่งเจ้าหญิงตื่นมาได้เพราะจุมพิตของเจ้าชาย เมืองทั้งเมืองตื่นขึ้นจากการหลับ และคนทั้งหมดก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ... แต่ทว่าสำหรับ Rosemarie เจ้าหญิงนิทราในเรื่อง เธอไม่ได้ตื่นมาเพื่อที่จะเจอกับความสุขตลอดไป และกว่าจะรู้ตัว เธอก็กลายเป็นหนึ่งในบรรดานักไล่ล่ายักษ์กินคนให้กับเหล่า Fey De La Nuit (Dark Fey) ไปเสียแล้ว
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Rose และ Ambrose ผู้ซึ่งเป็น Fey ที่ปรึกษาของเธอล่วงรู้ถึงพฤติกรรมแปลกประหลาดหลายอย่างของบรรดายักษ์ ซึ่งทั้งคู่เชื่อว่า เป้าหมายที่แท้จริงของยักษ์กินคนก็คือ ร่ายคาถาเพื่อที่จะกำจัด Rose ผู้ซึ่งเป็นนักล่ายักษ์มือหนึ่งให้ได้
หากแต่ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นก็เพิ่มขึ้นเมื่อ Rose ได้เจอกับ Gareth ผีดูดเลือดชื่อฉาวที่แม้จะหว่านเสน่ห์ใส่เธอ แต่ก็ดูเหมือนจะจริงจัง และใส่ใจกับ Rose มาก จนถึงขั้นมากกว่าที่ Ambrose ดูแลเธอ และก็ทำให้เธอต้องชั่งใจและทบทวนความรู้สึกที่เธอมีกับคนทั้งคู่ไปด้วย
ระหว่างนั้นเอง ที่ Rose ถูกทำร้ายปางตายจากเหล่ายักษ์ และเมื่อเธอฟื้นขึ้นมา การได้ใกล้ชิดและสนทนากับ Gareth ทำให้เธอเริ่มเห็นถึงความลับที่ Ambrose ปิดบังเธออยู่ Rose จึงตัดสินใจกลับไปที่เมืองของเธอ และค้นหาความลับที่ถูกซ่อนไว้ ซึ่งความจริงที่ได้เจอทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
และเมื่อกลับมา เธอก็เจอว่า เหล่ายักษ์อาจจะมีแผนการร้ายมากกว่าที่เธอได้คาดคิดเอาไว้ และตัวคนร้ายก็อาจจะมีมากกว่าแค่เหล่ายักษ์กินคนเสียด้วย!
จริง ๆ แล้วข้อผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหนังสือก็คือการที่คนเขียนบอกเอาไว้ว่าเป็น Urban Fantasy แต่พอได้หนังสือมาจริงเป็น Historical Paranormal Romance ก็ได้ เพราะส่งผลให้การให้น้ำหนักเนื้อเรื่องในด้านแอ็คชั่นผาดโผนน้อยไปกว่าด้านความสัมพันธ์ของตัวละครและชายหนุ่มสองคนที่เจ้ามามีบทบาทในชีวิตของเธออย่างมหาศาล
แต่ทั้งนี้ ก็รู้สึกว่าการเป็น Romance ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ถ้าจะเขียนให้ดี แต่นี่กลายเป็นว่าไม่เห็น Rose ทำอะไรจริงจังมากไปกว่าการนั่งครุ่นคิดและเปรียบเทียบตัวละครสองตัว ก่อนที่เธอจะค้นพบความจริง Rose ตั้งคำถามว่าสัมพันธภาพของเธอกับ Ambrose ดูเหมือนจะมีมากกว่าเพื่อน มากกว่าที่ปรึกษากับคนในปกครอง แต่ทำไมถึงไม่เคยเกินเลยไปมากกว่านั้น โดยเฉพาะเมื่อเธอรู้ว่าตัว Fey รู้สึกกับเธอมากกว่านั้น และเธอก็รักเขาตลอดมา และกับ Gareth เธอก็รู้สึกว่า เขาเป็นคนที่กระตุ้นความรู้สึกหลายอย่างของเธอให้กลับมา และที่สำคัญ ทำให้เธอรู้สึกว่าถูกใส่ใจ มีความสุข และเป็นที่รัก
จนกระทั่งจุดเปลี่ยนผันในเรื่องเมื่อ Rose ค้นพบความจริง อย่างที่โปรยหัวไว้ว่า ‘Beauty was not awaken by a kiss’ (สปอยล์) [นั่นก็ระหว่างที่เธอหลับ เธอถูกข่มขืนจากยักษ์กินคนตัวหนึ่ง และการที่เธอตื่นมาก็เพราะความเจ็บปวดจากการที่คลอดลูกของยักษ์ และเพราะว่ายักษ์ใช้กำลังพาเธอออกจากเมืองก็ทำให้มนต์ที่มีอยู่ในเมืองหายไป และคนในเมืองก็ตายไปทั้งหมด ซึ่งรวมไปถึงครอบครัวของเธอด้วย] ที่ทำให้เธอเชื่อใจ Ambrose ไม่ได้อีกต่อไปเพราะ (สปอยล์) [คนที่เป็นคู่หมั้นของเธอก็คือ Ambrose ซึ่งแม่ของเขาเป็นคนที่สาป Rose เอง (เพราะอิจฉาแม่ของ Rose ซึ่งเป็นลูกครึ่ง Fey) และแม้ว่าเขาหลงรักเธอมาตลอด และก็เฝ้าดูเธอหลับผ่านกระจกทุกวัน แต่ที่ร้ายที่สุดสำหรับเธอก็คือหมายถึงว่าเขาปล่อยให้ยักษ์ทำเรื่องเลวร้ายกับเธอ]
และดังนั้น เมื่อกลับมา เธอจึงตัดสินแต่งงานกับ Gareth ซึ่งเจ้าตัวเองก็ไขปริศนาที่ว่า ทำไมเขาและ Ambrose ถึงไม่ถูกชะตากัน (สปอยล์) [ซึ่งก็เป็นเพราะเรื่องร้ายแรงที่แม่ของ Ambrose ทำ ทำให้เธอถูกไล่ออกมา และมาอยู่กับพ่อของ Gareth ซึ่งเป็นผีดูดเลือด และมี Gareth ออกมา ดังนั้น Gareth จึงมีฐานะเป็นน้องชายต่างพ่อของ Ambrose] ซึ่งก็หมายถึงการให้น้ำหนักกับ Gareth ที่มากกว่า Ambrose ในครึ่งหลัง (และก็เพราะหลังจากที่รู้ความจริง เธอก็ตัด Ambrose ออกไปจากชีวิตของเธอเลย) แต่ที่รู้สึกว่าไม่เข้าใจก็คือ ไม่เข้าใจความรักระหว่างคนทั้งคู่ จะว่าเกิดเร็วก็ไม่ใช่ แต่เพราะไม่รู้สึกถึงความเชื่อมโยงกัน และไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงรักเธอ ... และรักได้มากขนาดนั้น
หนังสือเล่มนี้เกือบเป็น DNF ถ้าไม่เกิดฮึดอ่านต่อ (ซึ่งการที่ฮึดก็ไม่ใช่เพราะอะไร นอกจากแค่อยากรู้ว่ามันจะห่วยไปมากกว่านี้ไหม) แต่พออ่านก็รู้สึกว่าช่วงที่อ่านช่วงสุดท้าย (หน้าที่ 285 จำได้เลย) ดีกว่าเดิม และอาจเป็นส่วนที่ดีที่สุดส่วนหนึ่งในเล่ม เป็นไปได้ว่าเริ่มเห็นฉากแอ็คชั่นที่อยากจะเห็นมานาน
นั่งวิเคราะห์ตัวเองว่าทำไมถึงไม่ถูกใจ (พูดง่ายว่าผิดหวังน่าจะถูกกว่า) อาจจะเป็นเพราะเป็น PR มากกว่า UF? แต่ก็รู้สึกรับได้ถ้าเขียนให้ดี แต่นี่อ่านแล้วไม่รู้สึกถึงความเชื่อมโยงใด ๆ เลย และรู้สึกว่าคนเขียนเขียนตื้นเกินไป (ไม่แน่ใจว่าอคติไปไหม แต่อย่างน้อยถ้าเทียบกับ Bitten หรือ Spiral Hunt เราเข้าใจพฤติกรรมตัวละคร เห็นการกระทำ แล้วเชื่อได้มากกว่านั้น เป็นแค่พูดผ่าน ๆ แตะ ๆ ไว้ แต่ไม่ลงลึก) และที่สำคัญอีกอย่าง รู้สึกภาษาไม่สวย ไม่สวยเลย ... อย่างน้อยก็ไม่เคยอ่านฉากรักแล้วรำคาญมาก่อน แต่เล่มนี้เป็น และแอบกรี๊ดคนเดียวว่าจบเสียที อยากจะสรุปให้ว่า Sickening Anne Rice-style Sleeping Beauty retelling twist and lousy romance มาก แต่พออ่านจบแล้วก็ทำไม่ลง แล้วก็ชักกลัวตัวเองว่าจะอยากรู้เล่มสอง (The Prince of Frogs – ออกเดือนกันยา!) ขึ้นมา เหมือนว่าไม่ชอบหนังสือขนาดนั้น แต่ก็อดสงสัยกับ Twist ทั้งหลายในเรื่องไม่ได้
และทั้งนี้ถ้าคิดว่า bizarre love triangle จะจบก็ไม่เลย เพราะ Ambrose ยังมีบทบาทอยู่ต่อไป (และถ้าคิดว่าความจริงที่ได้รู้จะทำให้ Rose ตัดเขาออกไปจากชีวิตอย่างสิ้นเชิงก็เป็นไปไม่ได้ เพราะแม้จะถูกทรยศ แต่ความสัมพันธ์ที่มีมากว่าร้อยปีก็มีมากกว่านั้น แต่ก็มากกว่าที่จะถูกตัดออกไปเพราะเรื่องที่เกิดขึ้น (ซึ่งในขณะเดียวกัน ก็อธิบายว่า ทำไม Ambrose ถึงไม่เคยก้าวไปสู่ความสัมพันธ์ที่มากกว่านั้น เพราะความรู้สึกผิด และเพราะรอให้ Rose รู้ความจริง เป็นทั้งความรู้สึกทั้งอยากและไม่อยากให้เธอรู้ความจริง)) และก็น่ากลัวมากว่าที่มีพูดถึง ménage a trios ไว้ด้วย .... ถ้ามีจริง ๆ ฉันจะกรี๊ดคนแรก! แต่ทั้งนี้ก็ต้องบอกว่า อย่างน้อยที่สุด เห็นความเชื่อมโยงระหว่างเธอกับ Ambrose มากกว่า เธอกับ Gareth นะ – และถ้าใจร้ายพอ ก็อยากบอกว่าสิ่งเดียวที่เหมือน UF ก็คือมีผู้ชายมากว่าหนึ่งนี่แหละ!!
หนังสือจะดีได้กว่านี้ ถ้าเปลี่ยนวิธีเขียน และการให้น้ำหนัก เพราะส่วนตัวพล็อตหลายอย่างก็พลิกผันมหาศาล (แต่ก็ไม่ถึงกับคาดเดาไม่ได้ หรือบางอย่างก็กรี๊ดว่าเขียนมาได้!) ให้คะแนนที่ D ก็แล้วกัน
ปล. ปกหลังบอกว่า
Two magnetic men will unite to aid Rose--her mysterious fey advisor, Ambrose, and the vampire Lord Shenley, an earl of scandalous reputation and even more scandalous appetites. One will save her, one will betray her, ....... แหม โปรยหลังทั้งที twist กว่านี้หน่อยได้ไหมคะ อ่านอย่างนี้เดาได้เห็น ๆ !!!

