Showing posts with label paranormal. Show all posts
Showing posts with label paranormal. Show all posts

Monday, 4 October 2021

여우 사냥 // Fox Hunt



คนเขียน: 라임나무

แนว: เหนือธรรมชาติ, ปีศาจ/ ภูติ/ ผี, แก้แค้น, enemies turn lovers, fluff, obsession

ความสัมพันธ์: นักปราบปีศาจ X ปีศาจจิ้งจอก

จำนวนตอน: 70 (ยังไม่จบ)

เมื่อเปิดเรื่องมา Eun Sunmyung เป็นนักปราบปีศาจของตระกูล Eun ที่สืบเชื้อสายมาหลายรุ่นถูกว่าจ้างให้ไปฆ่าปีศาจจิ้งจอกไฟที่มารังควานลูกชายสุดที่รักของภรรยานักธุรกิจใหญ่ และเมื่อตามถึงตัวจิ้งจอกที่ซ่อนตัวอยู่บนเขา ระหว่างกำลังจะฆ่าปีศาจจิ้งจอก คำสาปที่สืบทอดกันมาของตระกูลก็ออกฤทธิ์พอดี ส่วนปีศาจจิ้งจอกที่ถูกยิงบาดเจ็บก็หนีไปได้

อันที่จริง จิ้งจอกไฟ Shimyul ควรจะหลบหลีกจากนักล่า แต่ว่าเมื่อเห็นสัญลักษณ์คำสาปจากจิ้งจอกขาวบนหน้าผากนักล่า Shimyul ซึ่งมีความแค้นกับจิ้งจอกขาวที่ฆ่าแม่ของตนก็เลยตัดสินใจจะร่วมมือกับนักปราบปีศาจอย่าง Sunmyung เพื่อแก้แค้นให้กับแม่ที่เป็นจิ้งจอกไฟ

และเมื่อเอาสมุนไพรหายากที่ตัวเองเจอระหว่างอยู่บนเขาไปให้คนขายสมุนไพรที่รู้จักกัน Shimyul ก็มาหา Sunmyung เพื่อตกลงทำสัญญาเป็นพันธมิตร โดยที่ Shimyul จะช่วยคลายคำสาปของจิ้งจอกขาวให้ เพื่อไม่ให้ไปทับซ้อนและเร่งฤทธิ์คำสาปดั้งเดิมจากอีมูกีที่ถูกหัวหน้าตระกูล Eun ฆ่าก่อนจะกลายบำเพ็ญเพียรเป็นมังกรได้

ด้วยความเป็นนักล่า Sunmyung ไม่คิดจะทำสัญญากับปีศาจแน่นอน แต่สุดท้ายด้วยความที่คำสาปรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ก็ต้องจำใจยอมตกลง

ดังนั้น เมื่อสองคนทำสัญญากัน Shimyul ก็ย้ายจากโรงแรมที่เปิดตอนเข้าในเมืองไปอยู่ที่บ้านของ Sunmyung

.

.

ช่วง 20-25 ตอนแรกเหมือนยังปูพื้นก่อน แต่เรื่องมีลูกเล่นอารมณ์หลายอย่างที่น่ารักดีเหมือนกัน ทั้งที่ตอนแรกกะว่าจะเลิกอ่านเพราะไม่ชอบตัวเอกขี้โมโห แต่ชอบงานเกาหลีที่บุคลิกตัวละครอธิบายจากประสบการณ์ชีวิตแล้วมีผลต่อสภาพอารมณ์ชัด เน้นเล่าว่าสองคน (หนึ่งคนหนึ่งตน อันที่จริง) เป็นอย่างไร ทำสัญญา และอยู่ร่วมกันได้อย่างไร และทำไม Shimyul ที่เป็นครึ่งจิ้งจอกครึ่งคนถึงเกลียดคน ซึ่งก็เป็นช่วงที่วุ่นวายมาก เพราะนักล่าก็มองปีศาจอย่างระแวงระวัง มีอะไรก็ขวางหูขวางตาชวนทะเลาะได้หมด ส่วนตัวจิ้งจอกเองก็ไม่ยอมใครเหมือนกัน เป็นน้ำกับน้ำมันที่ยังไงก็เข้ากันไม่ได้ แต่ว่าเนื่องจากตอนที่ตัว Shimyul ไปซื้อของในห้างเจอกับวิญญาณเด็กผู้ชายที่ตายในห้าง และเกาะติดกับตัว Shimyul ก็เลยทำให้สองคนต้องมีเรื่องร่วมมือกันเพื่อวิญญาณเด็กที่อยากตามหาแม่ตัวเองให้เจอ

เรื่องนี้น่ารักเพราะช่วงแรกตัว Shimyul เจ้าตัวเปิดออกมาเป็นจิ้งจอกรักความสบายมาก พอตัดสินใจออกจากภูเขาเข้ามาที่เมือง สิ่งแรกที่ทำก็คือหาความสบายใส่ตัว ซึ่งมีตั้งแต่เปิดห้องสวีทโรงแรมนอน กินอาหารทุกอย่างที่อยากกิน และตะลุยซื้อของแบรนด์เนมจริงจัง เหมือนจะเปิดมาร้าย และทำตามอำเภอใจ แต่จริงๆ ใสซื่อมาก เป็นพวกซึนที่ปากบ่นโวยวายแต่ในใจอ่อนยวบเป็นดินเหลว อย่างที่เจอวิญญาณเด็กก็เพราะว่าเจ้าตัวกำลังยืนคิดว่าว่าจะกินไอศครีมรสอะไรดี แล้วก็มีเสียงเด็กบอกว่า กินรสสตอร์เบอร์รี่สิ รสสตอร์เบอร์รี่อร่อยที่สุด จิ้งจอกไฟก็บอกเด็กไปว่า เป็นจิ้งจอกที่เกลียดมนุษย์มาก ไม่อยากอยู่ใกล้มนุษย์ โดยเฉพาะเด็กที่อ่อนแอไร้ประโยชน์ ให้ไปไกลๆ นะ แต่สุดท้ายก็ซื้อไอศกรีมสองที่ เพราะสั่งรสสตอร์เบอร์รี่ให้เด็กด้วยอยู่ดี

หรือพอมาที่บ้าน Sunmyung ก็พาเด็กมาด้วย แล้วบอกให้ Sunmyung ตามหาแม่เด็กที .... แม้ว่าจะหันไปดุเด็กว่าบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามกำชายเสื้อเพราะจะทำเสื้อยับนะ ก็ตาม ไม่นับว่าไปไน ก็ซื้อของรสสตอร์เบอร์รี่กลับมาให้ด้วย

กับอีกอย่างก็คือ Shimyul เป็นพวกหลงตัวเองมาก มีอะไรก็เรียกตัวเองว่าท่านจิ้งจอกผู้ยิ่งใหญ่ ท่านจิ้งจอกนิสัยดี ท่านจิ้งจอกใจกว้าง ท่านจิ้งจอกหน้าตา รสนิยมสูงส่ง และสารพัดจิ้งจอกต่างๆ นานา มีอะไรก็ช่วยคนอื่นเขาหมด ทั้งที่บอกว่าตัวเองเกลียดมนุษย์ แต่ก็บอกว่าเพราะตัวเองใจกว้างก็เลยช่วยไง ... มีอยู่ครั้งหนึ่งถูก Sunmyung บ่นใส่ว่าไม่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเลยหรือไง ก็ตอบกลับไปว่าไม่ต้อง เพราะตัวเองหน้าตาดีพอแล้ว เอามาชดเชยกันได้

ส่วนตัวพี่พระเอกเหมือนเห็นแก่ตัว สนใจแต่ผลประโยชน์ แต่ก็เป็นเพราะว่าพ่อใจดีการกุศลมากไป จนครอบครัวไม่เหลืออะไรเลย และตอนพ่อตายก็ไม่มีใครมาช่วยเหมือนกัน กลายเป็นเจ้าบ้านตั้งแต่อายุน้อย ก็เลยคิดว่าต้องเห็นแก่เงิน สนใจประโยชน์เพื่อไม่ให้ถูกฉวยโอกาสและใช้ประโยชน์อย่างที่พ่อตัวเองเคยเป็น

ตระกูล Eun จะมีตระกูลที่เป็นข้ารับใช้ด้วยสองตระกูล และคนจากทั้งสองตระกูลก็เป็นทั้งเพื่อนทั้งบริวารให้ Sunmyung ด้วยเหมือนกัน แต่ถึงแม้จะฟังดูยิ่งใหญ่ พอผ่านมารุ่นปัจจุบัน ทั้งสามตระกูลก็เหมือนจะเหลืออยู่แค่ทั้งสามคนแล้วเท่านั้น ตัวคนแรก Han Seoljoo เป็นบุคลิกเย็นชาที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องต่างๆ ให้ตัว Sunmyung ทั้งเรื่องในบ้าน และในร้านเครื่องประดับ และ Ban Hanseong ที่มาจากตระกูลคนรับใช้เงา ซึ่งปัจจุบัน เป็นคนทรงติดต่อและช่วยเหลือวิญญาณ

ทั้งขำปนน่ารักเวลาที่สองคนอยู่ด้วยกัน เพราะช่วงแรกๆ เคยทะเลาะกันเสียงดังจน Hanseong โกรธที่ทำให้วิญญาณที่สนิทอยู่กับตัวเองตกใจ แล้วก็เลยไล่สองคนที่กำลังทะเลาะกันออกไปจากบ้าน ตัว Shimyul ยังอยู่ในสภาพถือตะเกียบน้ำซุปหยดติ๋งๆ อยู่เลย และด้วยความที่โมโหหิว แต่ตอนนั้นไม่มีเงินติดตัว ก็สั่งให้ Sunmyung เลี้ยงข้าวตัวเอง แล้วเข้าร้านเนื้อย่างไป พอสั่งเนื้อ 5 ถาดมากิน ซึ่งสุดท้ายก็กลายเป็นว่ากินไปคนเดียว 9 ถาดไม่นับบะหมี่อีกถ้วย ตอนแรก Sunmyung ก็เข้าใจว่าสั่งมาแกล้ง กะว่าถ้ากินไม่หมด ก็จะบังคับให้กินเข้าไป แต่กลายเป็นว่ากินหมดแถมยังสั่งบะหมี่มากินต่อไม่เหลือแม้กระทั่งน้ำซุป ก็เริ่มคิดว่านี่เป็นจิ้งจอกหรือหมู แล้วพอไปถามจิ้งจอกข้างตัวก็แน่ล่ะว่าอีกฝ่ายโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่มาหาว่าจิ้งจอกสูงส่งอย่างตัวเองเป็นหมู

แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นแนว enemies turn lovers ศัตรูคู่แค้นกลายมาเป็นคนรักด้วย เพราะว่าสองคนอยู่ด้วยกัน ก็เริ่มที่จะรู้สึกตัวตนของอีกคนมากขึ้น ขณะเดียวกันก็รู้จักตัวเองใหม่ด้วย เป็นคนเหงาที่ไม่มีใครเคียงข้างในโลกมาเจอกัน และพอเริ่มดูแลกันก็เริ่มเห็นใจกัน ... แต่ว่าก็เป็นลักษณะปากอย่างใจอย่าง ซึนทั้งคู่

คุณพี่นักล่าก็ได้มองปีศาจจิ้งจอกใหม่เหมือนกัน เพราะว่าไปๆ มาๆ Shimyul ดูเป็นจิ้งจอกที่ไม่มีพิษมีภัย เหมือนร้าย แต่ก็ใจอ่อน อย่างที่ตอนเจอแม่เด็ก Shimyul ก็ร้องไห้สงสารแม่เด็กเหมือนกัน (เพราะว่าส่วนหนึ่งคิดถึงแม่ตัวเอง) และก็ไม่เคยทำร้ายมนุษย์ ความเชื่อที่ว่าดูดวิญญาณมนุษย์อย่างที่เคยคิดไว้ก็ไม่ใช่ เพราะเจ้าตัวชอบกินอาหารมากกว่า ความสุขคือการได้อยู่สบาย และได้กินอาหารอร่อย และกินเก่งมากจนพระเอกคิดอยู่ในใจทุกครั้งว่าจิ้งจอกหรือหมู (ใจร้ายแต่ขำ) และพอไปค้างต่างที่ด้วยกัน เพราะShimyul อยากไปเยี่ยมคนขายสมุนไพรที่เป็นเพื่อนเก่า ตอนเช้าเจ้าของที่พักเอาอาหารเช้ามาให้ พอพระเอกมัวแต่คุย พอจะหันมากินข้าว บอกว่ายังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย แต่คือไม่มีอะไรเหลือแล้ว มีแค่เศษผงขนมปังบนจาน เพราะจิ้งจอกกินทุกอย่างให้ไม่เหลือแล้วค่ะ

กับด้วยความที่ Shimyul ชอบกาแฟ einspanner มาก ทุกเช้าต้องเดินไปซื้อที่ร้านแถวบ้าน (แถวบ้านนักล่าที่กลายเป็นบ้านตัวเองไปแล้วเหมือนกัน) มีอยู่มาวันนึง เจ้าของร้านถูกผีสิงร่าง ตัว Shimyul ก็รีบโทรบอก Sunmyung มาไล่ผีเร็ว ซึ่งจริงๆ Sunmyung ก็มาให้อยู่แล้ว แต่ก็อดรวนไปไม่ได้ว่าถ้าบอกว่าไม่ล่ะ ดังนั้น จิ้งจอกก็อาละวาดทางโทรศัพท์เป็นชุดทันที ว่า ถ้าตัวเองไม่มีกาแฟที่ชงอร่อยถูกใจกิน ก็จะไม่มีความสุข อยากทำให้จิ้งจอกไม่มีความสุขใช่ไหมม นักล่าใจโหด!

แต่ความซึนคู่ที่สุดก็คือว่าตอนจัดที่พักให้ Sunmyung ให้ Shimyul อยู่ในส่วนแยกออกไป เพราะตอนนั้นไม่อยากยุ่งเกี่ยวเห็นหน้ากัน แต่เพราะว่าฮีตเตอร์เสีย หมาจิ้งจอกก็แอบย่องเข้ามานอนบนเตียงในห้อง Sunmyung ด้วย และด้วยความที่เผลอใจ ทั้งคู่ก็นอนด้วยกันเรียบร้อย .. ซึ่งผลที่ตามมาก็คือต่างคนต่างอึดอัดไม่มีใครกล้าเอ่ยปากพูดขึ้นมาก่อน และ Sunmyung ก็เลยหาข้ออ้างหนีตัวจิ้งจอกและหนีใจตัวเองว่าจะไปหาวัตถุดิบกับสมุนไพรที่ต้องใช้บนเขา

พอย่องหนีจิ้งจอกไปตอนกลางคืน Shimyul ที่ตื่นมากลางดึกและรู้ว่าตัวนักล่าจะไปไหนก็ตามไป .... ตอนแรกตัว Sunmyung เข้าใจว่าตัวเองคิดไปเอง แต่ว่า Shimyul ก็ตามมาจริงๆ แถมยังอ้างเหตุผลบอกว่าไม่ได้ตามมา แต่ว่ามาจับปลา สุดท้ายก็อยู่ด้วยกันอีกจนได้ และที่น่ารักก็คือว่าพอจิ้งจอกหิวโซจะจับปลากิน Sunmyung ก็เป็นคนกระโดดลงไปในลำธารที่เป็นน้ำแข็งให้เอง เพราะรู้ว่าจิ้งจอกไม่ชอบอากาศหนาว .... ทำแทนเพราะเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบ มากกว่าจะทำเพราะเอาใจ แต่ก็เป็นการเพิ่มคะแนนให้ตัวเองโดย Sunmyung ไม่รู้ตัวเหมือนกัน และสาเหตุจริงๆ ที่ปีศาจจิ้งจอกที่ควรจะทนหนาวได้ แต่เกลียดและกลัวอากาศหนาวก็คือความหนาวเหน็บเป็นตัวแทนความเหงาและว่างเปล่าในใจตัวเอง

จิ้งจอกก็ตามมาแล้ว ใจตัวเองก็หนีไม่พ้นแล้ว ตัว Sunmyung เลยตัดสินใจกลับเสียเลย โดยลงเขาพาจิ้งจอกสุดที่รัก (?) ไปกินข้าวก่อนถึงบ้านและพอกลับมาฮีตเตอร์ซ่อมเสร็จแล้ว ตัว Shimyul ที่เห็นโน๊ตแปะจาก Hanseong ก็รีบเอาโน๊ตไปซ่อนจะได้อยู่ห้อง Sunmyung ต่อไป ซึ่งอันที่จริง ตัว Sunmyung ที่ทีหลังรู้ว่ามีโน๊ตแปะไว้ ก็คิดว่าจะเอาไปซ่อนเหมือนกัน ต่างคนต่างอยากอยู่ด้วยกัน แต่ไม่มีใครยอมพูดตรงๆ ถึงขั้นที่สุดท้ายพอ Seoljoo ไล่จิ้งจอกกลับไปนอนที่ห้องตัวเอง ต้องอยู่กันคนละบ้าน ตัว Sunmyung ก็เดินเข้าถึงในห้อง Shimyul แล้วหาข้ออ้างบอกว่าห้องนี้กันเสียงไม่ดี ฝนตกจะเสียงดัง ด้วยความที่เจ้าของบ้านที่ดี ก็ให้ Shimyul ไปอยู่ห้องตัวเองได้ก่อน และตัวจิ้งจอกก็โวยวายว่าแพ้เสียงดัง อยู่ไม่ได้! แล้วรีบร้อนเดินออกมากับ Sunmyung เพื่อกลับไปห้อง Sunmyung ในบ้านใหญ่ด้วยอย่างรวดเร็วทันที

หรือว่าอยากให้อยู่ด้วยกันแต่ก็ไม่กล้าบอกอีกฝ่าย พอ Shimyul จับปีศาจต้นไม้ได้ แต่ระหว่างกำจัด ซากวิญญาณก็ทำพื้นไม้บ้าน Sunmyung เป็นรอยด่าง ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ Shimyul ก็ได้เหตุผลเพื่อโทรไปหา Sunmyung ทันทีเสียที ส่วนตัว Sunmyung ที่รับโทรศัพท์ก็บอกว่าจะรีบกลับบ้านมาดูเหมือนกัน ... ซึ่งขอย้ำซ้ำอีกทีว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่เร่งด่วนอะไร

แต่อยู่ด้วยกันไป คุณพี่นักล่าก็ออกแนวหวงจิ้งจอกไม่รู้ตัวด้วย ความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเริ่มทวีแรงเรื่อยๆ เมื่อก่อนคนมองจิ้งจอกเพราะความหน้าตาดีมีเสน่ห์ก็ระแวงว่าจิ้งจอกจะไปทำเสน่ห์แล้วทำร้ายใครไหม แต่ตอนนี้คืออย่ามอง เพราะว่าหวงงง เดินกันอยู่ข้างถนนก็หันไปซื้อผ้าพันคอข้างถนนมาแล้วพันหน้าหมูจิ้งจอกมาถึงจมูก เพราะไม่ชอบที่คนอื่นมองงหมูจิ้งจอกตัวเอง  แล้วก็คือว่าพอรู้เหตุผล Shimyul ก็ซื้อผ้าพันคอไปพันนักล่าด้วยเหมือนกัน แต่พันแค่ถึงตาเองนะ กลายเป็นผ้าพันคอคู่รักกันไป

(ซึ่งก็มีบังเอิญว่า วันนี้ Sunmyung ใส่เสื้อที่ Shimyul ซื้อให้ด้วยพอดี เพราะว่ารู้สึกผิดให้เงิน Shimyul 50,000 วอนไปซื้อกาแฟ โดยบอกว่าเป็นเงินปีใหม่ และจิ้งจอกก็ถือหลักบุญคุณต้องตอบแทน ซื้อเสื้อสเวตเตอร์แบรนด์เนมไปคืนให้ และแน่นอนว่าเกินเงินที่ได้มาไปโข และก็ใช้เวลาเลือกอย่างตั้งใจอยู่นาน แม้ว่าจะตะโกนใส่หน้า Sunmyung ไปอย่างร้อนตัวว่าไม่ได้เลือกนาน แค่หยิบส่งๆ แต่ว่าก็ทำให้ Sunmyung รู้สึกถึงความใส่ใจอย่างที่เคยได้รับจากแม่ ที่ให้เสื้อผ้าใหม่ตัวเองตอนปีใหม่เหมือนกัน)

กับพอ Shimyul สนิทกับ Hanseong มากๆ ด้วยความที่ Hanseong เป็นพวกชอบคุยชอบเล่น แต่เพื่อนอีก 2 คน ทั้ง Sunmyung กับ Seoljoo เป็นพวกนิ่งทั้งคู่ การที่มี Shimyul มาอยู่ด้วยก็เป็นเพื่อนเล่น และเพื่อนกิน (สองคนมีความสุขมากเวลาสุมหัวคิดหาอาหารที่อยากกิน และสั่งอาหารมากินด้วยกันจริงจัง) ที่ดีมากของ Hanseong จากที่นานๆ ทีมาที่บ้าน ก็เลยเป็นแทบจะไม่เว้นวันเพื่อชวน Shimyul มาเล่นด้วยกัน แรกๆ คุณพี่นักล่าก็ระแวงว่าตัวปีศาจจิ้งจอกชั่วร้ายจะทำร้ายอะไรเพื่อนตัวเองหรือเปล่า แต่ไปๆ มาๆ ก็เริ่มเป็นเพราะหวง เห็น Shimyul นั่งติด Hanseong ปิ้งเนื้อกินด้วยกันก็แทรกกลางเข้าไปแล้วไล่ Hanseong ไปหาข้อมูลแทน และพอ Shimyul ลูบหัว Hanseong ก็เริ่มหงุดหงิด ... จนมีวิวัฒนาการถึงขั้นบอกว่า ห้ามไปแตะโอ๋ Hanseong นะ จิ้งจอกก็เหวี่ยงว่าทำไม? โน่นก็ห้าม นี่ก็ห้าม ทำอะไรก็ทำไม่ได้! แล้วคุณพี่นักล่าก็บอกว่าไม่ชอบ .... ไม่ให้แตะสัมผัสใครเลยนอกจากตัวเอง แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไม

แต่หลังๆ Sunmyung ก็เริ่มคิดว่าตัว Shimyul น่ารักดีเรื่อยๆ เห็นอะไรก็นึกถึง พอเข้าไปคุมร้าน กำลังคัดทับทิมก็คิดถึงสีผม Shimyul สั่งทำสร้อยคอให้ไปอัตโนมัติด้วย กับพอคิดว่าตอนนี้ Shimyul มาอยู่บ้านด้วย เหมือนค่าอาหารเพิ่มสูงขึ้นมา ... แต่ว่าก็ไม่เป็นไร ถึงจะเลี้ยงจิ้งจอกกินเก่งต่อไปก็เลี้ยงได้นะ

อย่างพอจริงๆ ตัว Hanseong สั่งเตาปิ้งย่างมาที่ไว้ที่บ้าน Sunmyung พี่แกก็คิดจะบอกปากห้ามให้คืนเตาไปนะ แต่ว่าพอหมูจิ้งจอกตื่นเต้นดีใจไปด้วยว่าจะปิ้งเนื้อ ปิ้งมัน ปิ้งส้ม เจ้าตัวก็ปล่อยเลยตามเลย .. วันที่เตามา และ Hanseong ซื้อเนื้อมา Shimyul ก็วิ่งร่าเข้าไปช่วยปิ้ง ทั้งที่เพิ่งกินซี่โครงแกะกับ Sunmyung ไป แต่พอท้วง จิ้งจอกก็บอกว่านั่น แกะ แต่นี่เป็นหมูกับวัวนะ ยังไม่ได้กินเลย ... ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงบอกว่าเป็นหมูหรือจิ้งจอก แต่ตอนนี้ก็เริ่มคิดว่ากินเก่ง น่ารักดีไปแล้ว

แล้วสองคนก็เริ่มเรียกชื่อกันแล้ว ปกติตะโกนใส่หน้าอีกฝ่ายว่า จิ้งจอก! กับ นักล่า! แต่ตอนนี้ก็อยากให้จิ้งจอกเรียกชื่อตัวเองได้ ซึ่งพอ Shimyul เรียกชื่อ ก็รู้สึกว่าชื่อตัวเองมีความหมายกว่าปกติเหมือนกัน ส่วนคนที่เรียกชื่อ ก็หูแดงไปด้วยอีกคน

สรุปว่าสองคนมาเติมเต็มช่องว่างในใจอีกฝ่าย ... ถึงขนาดที่ว่ามีอยู่วันนึงที่ Shimyul ไม่อยู่บ้าน และ Sunmyung อยู่บ้านคนเดียว ก็เริ่มคิดว่าบ้านตัวเองเงียบได้ขนาดนี้เลยเหรอ เมื่อก่อนไม่เคยรู้สึก จนกระทั่ง Shimyul มาโวยวายก่อกวนอยู่ในบ้าน และตอนที่ Sunmyung ไม่สบายจากฤทธิ์คำสาป ตัว Shimyul ก็รีบไปที่ภูเขาเพื่อเก็บโสมมาให้ Sunmyung กินให้แข็งแรง .... โดยที่มี Sunmyung โทรไปตามบอกว่าไม่อยากได้โสม อยากได้แค่ Shimyul มาอยู่ด้วยกัน ... น่ารักที่ปกติจากภูเขากลับบ้านใช้เวลา 2 ชั่วโมง แต่พอบอกให้คนขับแท็กซี่เร่งความเร็วมาถึงในเวลา 1 ชั่วโมง 45 นาที ก็สะดุดอยู่หน้าบ้าน แล้ววิ่งไปบอก Sunmyung ว่าใช้เวลาสองชั่วโมงพอดีตามปกติเลยนะ ใครจะเร่งรีบกลับมาเพราะถูกโทรตามกันล่ะ?

แต่ประเด็นที่นอกเหนือจากการแก้คำสาปในตระกูลที่ทำให้บ้าน Eun ทรมานทุกเดือนและไม่มีใครอายุยืนแล้ว ก็ยังมีประเด็นคนรักเก่า Shimyul ด้วยเหมือนกัน เพราะถึงแม้ตัวเองจะเป็นลูกครึ่งปีศาจจิ้งจอกมนุษย์แล้ว ตอนแรกเจ้าตัวไม่ได้เกลียดมนุษย์แต่อย่างไร กลับคิดว่าจะหาคนรักที่เป็นมนุษย์เหมือนแม่ตัวเองด้วยซ้ำ แต่ว่าคนรักคนแรกก็ทรยศ และคนที่สองก็ไม่ต่างกัน เอามีดแทงหลัง Shimyul พร้อมกับตามนักล่ามาจัดการกับ Shimyul ด้วย .... ถึงแม้ Shimyul จะจัดการนักล่าทั้งหมดไป แต่ก็ตัดใจฆ่าคนรักตัวเองไม่ได้ เลยตัดสินใจวิ่งหนีออกมาแทน โดยที่มีคนรักวิ่งไล่ตามขอโทษมา

.... ซึ่งเพราะตัว Shimyul ฝันถึงคนรักเก่าบ่อยๆ ก็เลยมีการคาดการณ์กันเหมือนกันว่าจะมีการกลับชาติมาเกิดไหม เพราะทำไมแรงดึงดูดระหว่าง Sunmyung กับ Shimyul ดูเป็นธรรมชาติ แต่ขณะเดียวกันก็เกินอธิบาย นอกเหนือไปจากการที่มีคนที่หน้าเหมือนคนรักเก่า และเหมือนว่าจะเป็นลูกหลานต่อมา

ก็นั่นแล นักล่าและหมูจิ้งจอกจะเป็นอย่างไรต่อไป?


ปล.  เสียดายที่รีวิวไม่ค่อยดีตอนแรก จริงๆ มันเป็น hidden gem ที่ต้องอ่านพ้น 20 ตอนแล้วจะสนุกนะ ถ้าไปจับผิด อย่างที่สายเร่งอ่านเร่งความทำก็จะไม่สนุกเถอะ ฮือ

Tuesday, 13 April 2021

Meeting the Wolf / 逢狼时刻 โดย 吕天逸

//สปอยล์กรี๊ดวี๊ดแหลกกกก //




มาค่ะ ขอเชิญมาบาปด้วยกัน นักเรียนกินครูนะคะ แต่ว่าเป็นกึ่งๆ โลกปีศาจค่ะ 

อ่านเพราะเป็นคนเขียน "ตกลงนายชอบฉันใช่ไหม" แล้วก็อยากจะบอกว่าเป็นอารมณ์เดียวกันเลยยย ชอบมากอีกเรื่องง 

Bai Ruan อาจารย์มัธยมหนุ่มกำลังมีความเครียดครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตอยู่ เพราะ Lang Jingfeng นักเรียนที่เพิ่งมาใหม่เป็นปี-ศาจ-หมา-ป่าาา!!! แถมด้วยความที่ไม่รู้ว่าตัวเองต้องเก็บงำไอร่างปีศาจหมาป่าของตัวเองก็ปล่อยกระจายออกมาพุ่งกระแทกใส่อาจารย์เต็มๆ เสียด้วยย เจอหน้านักเรียนใหม่ครั้งแรก อาจารย์ Bai Ruan ผู้มีร่างจริงเป็นปีศาจกระต่ายขาวที่ตอนเด็กๆ เคยถูกหมาป่ากัดก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเสียแล้ว แล้วอย่างนี้จะไปสอนนักเรียนได้อย่างไร? รวบรวมความกล้าครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังสติกระเจิงอยู่ดี 

ซึ่งน้องหมาป่าก็ถูกใจอาจารย์ตัวเองตั้งแต่ถูกครูคนอื่นลากไปดุในห้องพักครู แล้วทิ้งให้นั่งทำการบ้านที่โต๊ะ Bai Ruan แล้ว ด้วยความที่โต๊ะอยู่ในสุด หมาป่าน้อยนั่งเรียนการบ้านข้างนอก และคุณครูกระต่ายนั่งอยู่ข้างใน ทำอย่างไรก็หนีออกมาไม่ได้ ซ้ำร้ายครูคนอื่นก็ออกไปสอนกันหมด กลิ่นไอหมาป่าทำให้กลัวสุดชีวิตจนแทบจะเอาตัวเองซุกเข้าไปกับฮีตเตอร์หลบลูกหมาป่าตรงหน้า จนในที่สุดก็ร้องไห้น้ำตาหยดแปะๆ แต่ลูกหมาป่าที่อยู่ในสังคมมนุษย์ไม่รู้เรื่องเข้าใจไปว่า ครูกลัวตัวเองที่ทีข่าวลือชกต่อยมาก่อนย้ายโรงเรียน ทำให้ดูน่ารักน่าเอ็นดูตามสเปคในสายตา Lang Jingfeng ขึ้นมาเต็มที่

แต่ถึงแม้จะกลัว จิตวิญญาณพ่อพิมพ์ของคุณครูกระต่ายก็ยังมีอยู่ โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าลูกศิษย์หมาป่าของตัวเองมีไอชั่วร้ายที่เกิดจากการทำไม่ดีเยอะๆ ก็อยากจะช่วยแก้ไข เพราะกลัว Lang Jingfeng จะถูกฟ้าผ่าลงโทษ ก็เลยตะล่อมเนียนๆ บอกคุณลูกศิษย์ว่าต้องไปทำกิจกรรมอาสาสมัครที่นักเรียนคนอื่นทำไปแล้วนะ ตัวเองในฐานะครูประจำชั้นจะคอยดูแลเอง มีตั้งแต่ไปให้อาหารนกบนภูเขาบ้าง เล่นกับเด็กๆ ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าบ้าง และเพราะตัว Bai Ruan กลัว-กลัว-และกลัวหมาป่ามาก ก็ไม่กล้ามองหน้า Lang Jingfeng เยอะ ทั้งหลบตาไม่กล้าสู้หน้า ทั้งหน้าแดง น้องหมาป่าก็เข้าใจผิดคิดไปว่าคุณอาจารย์ชอบตัวเอง แถมมองว่ากิจกรรมทั้งหลายที่ลากไปทำก็เพื่อหาข้ออ้างอยู่ด้วยกันต่างหาก  

กับอีกอย่างเพราะลูกหมาป่า ความรู้ทางวิชาการต่ำเรี่ยดิน ที่ไม่ยอมส่งการบ้านเป็นเพราะทำไม่ได้ เรียนไม่รู้เรื่อง คุณครูก็เลยต้องหาทางรับผิดชอบ ทั้งเรื่องนี้เรื่องนั้นก็เลยทำให้ต้องดูแลลูกหมาป่ามากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหมาป่า Lang Jingfeng ก็ใส่ฟิลเตอร์ไปสุดกู่แล้วว่าครูชอบตัวเองแต่ว่าไม่กล้าส่งสัญญาณเยอะ เพราะติดว่าตัวเองอยู่ในฐานะครู ..... จนในที่สุดก็อดใจไม่ไหว แอบจูบ Bai Ruan ไปนั่นแหละ ที่คุณครูที่น่าสงสาร (หรือไม่ก็นักเรียนที่น่าสงสารดี?) ไม่ได้คิดเรื่องเชิงชู้สาวใดๆ เพราะมัวแต่กรีดร้องในหัวว่าถูกหมาป่ากัดปากกกก!!! ความกลัวตอนเด็กๆ มาเต็มที่จนกลายร่างเป็นกระต่ายขนาดเท่าฝ่ามือไป ทำให้ความแตกถูก Lang Jingfeng รู้ว่าตัวครูเป็นปีศาจกระต่าย .... และก็ตามมาด้วยการที่น้องหมาน้อยตั้งใจที่จะเรียนวิธีคุมพลังในร่างตัวเองให้ได้ เพื่อไม่ให้คุณครูที่รักกลัวอีกต่อไป กับตั้งใจเรียนเพื่อที่จะกลับมาเป็นอาจารย์พละอยู่ด้วยกันที่โรงเรียนได้ (?)

.......

ความบังคับลูกหมาป่าเรียนของคุณครูกระต่ายที่ทุ่มเทสุดตัวไม่มีขอบเขตจริงๆ ไม่ว่าจะทำอะไร Bai Ruan ก็จะให้ Lang Jingfeng  อ่านหนังสือทำแบบฝึกหัด จนมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เจ้าตัวอดไม่ได้ เอ่ยปากถามว่า ถ้าอยู่วันสิ้นโลกก็จะให้ใส่ชุดไบโอสูทท่ามกลางซากอารยธรรมแล้วให้นั่งเรียนหนังสือพร้อมกับรังสีนิวเคลียร์ใช่ไหม ซึ่งคุณครูก็ไม่ยอมน้อยหน้า ถามกลับว่าประเด็นสำคัญคือตอนนั้นยังมีมหาวิทยาลัยอยู่ไหม ระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัยยังมีหรือเปล่า

กับความขำอีกตอนนึงที่มีปีศาจหลุดออกมา แล้วเพราะเป็นปีศาจที่ใช้ความกลัวในใจออกมาทำให้คนกลัวเพื่อดูดกลืนความกลัวและพลังงานด้านลบ ก็เลยทำให้เกิดผีออกมา พอสู้กันก็มีฉากเลือดท่วม ถึงกระต่ายไม่กลัวผี แต่ว่าสัตว์กินพืชกลัวเลือดสาด ตัว Bai Ruan ก็เลยท่องบอกตัวเองเป็นระยะๆ ว่าผีไม่กินกระต่าย... ผีไม่กินกระต่าย... ผีไม่กินกระต่าย... เพื่อให้ตัวเองสบายใจ

เอาจริงเรื่องนี้เป็นแบบเดียวกับ "ตกลงนายชอบฉันใช่ไหม" ทุกอย่าง ทั้งความเข้าใจผิดของพระเอกที่คิดว่าอีกฝ่ายชอบตัวเองก่อน แต่ว่าเพราะความเข้าใจผิดและการรุกหนักแบบใส่ใจก็ทำให้ได้รักความรู้สึกดีตอบกลับจากตัวเอกด้วยเหมือนกัน กับทั้งลักษณะนิสัยหลายอย่างของทั้งตัวเอกและพระเอก 

ชอบการรุกหนักแต่ว่าใส่ใจอย่างหนึ่งก็คือ พอรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นกระต่ายและใกล้จะถึงวันเกิดก็ทำเค้กผัก โดยที่เอาผักหลากชนิดในสวนที่บ้านมาเรียงมาเป็นชั้นๆ แบ่งประเภทอย่างตั้งใจ และเอาดอกแดนดี้ไลอ้อน 27 ดอกเท่าอายุ Bai Ruan มาให้เป่า ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คุณครูกระต่ายตกหลุมรักอีกฝ่ายกลับไปเหมือนกัน 

และหลายตอนก็น่ารักกว่าที่คิดเยอะมาก ในตอนพิเศษมีตอนที่ Lang Jingfeng แปลงร่างเป็นหมาป่าแล้วให้ Bai Ruan ในร่างกระต่ายนั่งบนหัวตัวเองก่อนจะพาวิ่งเที่ยวเล่นบนเขา แล้วพอลูกหมาป่าหอนตอนวิ่ง กระต่ายก็ลืมตัวส่งเสียงตามไป ก่อนที่จะรู้ตัวว่าวันนี้ไม่กลัวหมาป่าเหมือนที่เคยกลัวตอนเด็กๆ แล้ว 

กับพออยู่ด้วยกัน Bai Ruan ไม่ชอบอากาศหนาว ไม่อยากไปไหน Lang Jingfeng ก็เลยให้แปลงร่างกลับเป็นกระต่ายแล้วอุ้มซุกไว้ในเสื้อพาไปกินปิ้งย่างด้วยกัน เพราะจากที่เมื่อก่อนไม่เคยกินอาหารมนุษย์กินแต่หญ้าอัลฟาฟ่า ผักกาด แล้วมาคบกัน Bai Ruan ก็ค้นพบว่าผักปิ้งย่างก็อร่อยเหมือนกัน ชานมรสชีสก็อร่อยดี พอนั่งลง ตัวหมาป่าก็ขีดสั่งให้แบบรู้ใจแล้วถามว่ากินอะไรอีกไหม ประคองเปิดชาให้กิน ทั้งโอ๋ทั้งตามใจ จนคนผ่านไปมาคิดว่าเลี้ยงกระต่ายต้องโอ๋ขนาดนี้เลยเหรอ

อีกตอนตอนที่ถูกกระต่ายพาไปเล่นกับเด็กๆ ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ทำอย่างไรเด็กก็ไม่สนใจตัวเอง Lang Jingfeng ก็เลยบอกว่าพี่ชายจะเล่นกลนะ แล้วแปลงร่างเป็นหมาป่ากลับเฉพาะส่วนหูให้เด็กๆ จับ กลายเป็นที่ติดอกติดใจและเป็นที่รักของทุกคนทันที

กับการแก้ปัญหาความรักระหว่างครูกับนักเรียนก็ราบรื่นกว่าที่คิด เรื่องนี้อ่านสบายและฟลัฟมาก เพราะพอเรียนจบ ลูกหมาป่าที่กลัวว่ากระต่ายที่รักกลัวจะเสียชื่อเสียงก็สร้างเรื่องบอกแม่ว่าหลงรักครู ด้วยความที่ผ่านมา ครู Bai ช่วยให้ลูกตัวเองกลับไป ความรู้สึกของคุณแม่ก็ยิ่งดี แถมพอรู้ว่าคุณครูก็เป็นปีศาจเหมือนกัน ไม่มีปัญหาเรื่องอายุขัยที่แตกต่างกัน ก็พร้อมจะจับครูห่อให้ลูกชายตัวเองอีกต่างหาก ถึงขั้นช่วยคิดช่วยวางแผนสร้างโอกาสให้ลูกชายตัวเอง ทำมันทุกรูปแบบ แถมยังพยายามแนะนำครูกระต่ายให้รู้จักกับแวดวงปีศาจสัตว์อื่นๆ ในสังคมมนุษย์ด้วย ... กับเพราะ Bai Ruan เป็นปีศาจสัตว์กินพืชที่มีอยู่น้อยมากท่ามกลางเหล่าสัตว์กินเนื้ออย่างหมาป่า เสือ การเป็นปีศาจกระต่ายก็ทำให้เหล่าญาติๆ ของ Lang Jingfeng ระวังและดูแลอาจารย์กระต่ายเป็นพิเศษเหมือนกัน ตอนที่จัดงานเลี้ยงขอบคุณอาจารย์ (หรืออันที่จริงการจัดงานเปิดช่องว่างและโอกาสให้ลูกรักของแม่หมาป่า!) ก็จบลงที่ลูกหมาป่ากับกระต่ายขาวมาเดินเล่นข้างล่าง แล้วมีสายตาญาติๆ ทั้งแผงเกาะกระจกดูอยู่ 

และด้วยความที่ปีศาจสัตว์กินพืช โดยเฉพาะปีศาจกระต่ายมีอยู่น้อย Bai Ruan ก็ไปซื้อกระต่ายเกือบยี่สิบตัวมาเลี้ยงเพื่อจะลุ้นว่าตัวไหนจะพัฒนาความหยั่งรู้จนกลายเป็นปีศาจกระต่ายได้ไหม และก็เลยมีฉากพรมขนกระต่ายเต็มพื้นเวลาที่ Bai Ruan แปลงร่างกลับไปเป็นกระต่ายแล้วให้ลูกกระต่ายตัวอื่นๆ มากอดตัวเอง หรือเวลาโกรธ Lang Jingfeng ก็แอบแปลงกลับไปเป็นกระต่ายแล้วหนีไปอยู่กับลูกกระต่ายในกรง ซึ่งหลังๆ ลูกกระต่ายก็ฉลาดถึงขั้นเปิดทีวีดูเองตอนที่ทั้งสองคนไม่อยู่ได้หมือนกัน

ชอบเรื่องการตั้งชื่อที่ให้เป็น Bai Ruan ที่มาจากทั้งขาว บวกกับนุ่มนิ่ม ให้ภาพลักษณ์กระต่ายสมบูรณ์แบบ อย่างที่บอกในเรื่องว่าลักษณะพิเศษของปีศาจกระต่ายยังไงก็คือตัวขาว ตากแดดอย่างไรก็ไม่ดำ กับความนุ่มนิ่มที่ทำอย่างไรก็ไม่มีกล้ามขึ้น ส่วนชื่อลูกหมาป่าก็สกุลหลางเป็นหมาป่าเหมือนกัน น่ารักดี ดูเตะตาชวนให้ยิ้มตั้งแต่เริ่มอ่าน

ให้ B+ “Such a fluff story to melt your heart—how a big bad wolf cub runs around chasting after his little bunny”

แต่เสียดาย/หงุดหงิดมากที่ตอนพิเศษดูเหมือนจะเยอะ แต่จริงๆน้อยมากมีสวีทอยู่แค่ 3 ตอน เพราะไปเล่าเรื่องอาจารย์เยอะ ซึ่งไม่ชอบบ (เหมือน "ตกลงนายชอบฉันใช่ไหม" อีกอย่างเลย) จะไปเล่าเรื่องคู่รองทำไมมมมม ฉันไม่สนใจจ เข้าใจไหมมมมม


120921

ปล. อยากได้แบบเล่ม โอย ปกดีมากก TT 






Monday, 9 March 2020

Fantasy Farm โดย 西子绪

//อ่านนานมากแล้ว ตั้งแต่สิงหา’19 น่าจะรายละเอียดเพี้ยนน! และชัวร์ว่าสปอยล์ แต่เป็นการบันทึกการอ่านก่อนจะลืมม เพราะว่าอ่านมั่วซั่วจนเรื่องเริ่มตีกัน — เริ่มเขียนตั้งแต่ต้นกุมภา’20 แล้วก็นิ่งไปอีกต่างหาก//

Lu Qingjiu ที่มาทำงานในเมือง ตัดสินใจลาออกจากงาน แล้วกลับชนบทไปบ้านที่เคยอยู่กับยายในวัยเด็ก เอาจริงตอนแรกถ้ามาแค่นี้ก็ฟังดูเรียบง่ายเป็นชีวิตคนเมืองกลับถิ่นฐาน แต่มันไม่ใช่ค่าาา!

ช่วงแรก มันเป็นความสยองขวัญ แบบขนหัวลุก ที่อ่านดึกๆ อยู่คนเดียวแล้วรู้สึกเย็นไขสันหลังตลอดเวลา เพราะว่าบ้านคุณยายที่เสียไปมีบ่อน้ำ และฝันทุกคืนก็เป็นผู้หญิงผู้ชายสองคนทะเลาะกัน ก่อนจะได้ยินเสียงเหมือนของถูกเหวี่ยงลงบ่อน้ำ พอสักพัก ความสงสัยก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนพอไปตามตำรวจมางมบ่อ ก็เจอโครงกระดูกผู้หญิงกับเส้นผมยาวสยายอยู่ในบ่อจริงๆ แถมคุ้ยไปคุ้ยมายังเจอศพผู้ชายอีก นี่คือไม่นับอาการผีอำยามค่ำคืนเป็นระยะๆ อีกนะคะ กึ่งจริงกึ่งฝัน เหมือนจะถูกสัตว์ประหลาดพิศวงจับกิน แล้วมีคนมาช่วยไว้ด้วย — ดังนั้น กว่าจะก้าวผ่านความสยองขวัญนี้สำหรับคนที่มีภูมิต้านทาน horror ต่ำก็เกือบไม่รอดด ฮือ

อื่นๆ หมู่บ้านนี้ยังมีเพื่อนเล่นวัยเด็กของเจ้าตัวอยู่ และดังนั้น การลงหลักปักฐาน/ คืนถิ่นก็ไม่ลำบากจนเกินไปนัก และระหว่างลงไปที่เมืองตีนเขาก็ได้พบกับ Bai Yuehu ที่เหมือนจะเป็นคนช่วย Lu Qingjiu ไว้จากปีศาจกึ่งจิ้งจกกิ้งก่าตอนนอน และเมื่อเลี้ยงอาหารผู้ชายที่หิวโซจนกินเกี้ยวหมดร้าน เลยก็ตัดสินใจพา Bai Yuehu กลับบ้านมาด้วย เพื่อเป็นคนจัดการเหล่าสิ่งเหนือธรรมชาติทั้งหลาย

และช่วงเกือบกลางๆ ก็เป็นแนว paranormal comedy หน่อยๆ เพราะสุดท้ายแล้วผีสาวที่อยู่ในบ่อเป็นพวกหมกมุ่นกับการมีเส้นผมงดงามเงาสลวย (ซึ่งเอาจริงก็ถึงขั้นที่ทะเลาะกับแฟนแล้วฆ่ากันตายด้วยซ้ำ) และดังนั้น น้ำในบ่อก็กลายเป็นมีความหมกมุ่นของเจ้าตัวอยู่ด้วย จนทำให้ Lu Qingjiu เอาน้ำในบ่อมาบรรจุขวดขาย กลายเป็นยาปลูกผมยอดฮิตในเนท และที่สำคัญ เมื่อได้รับการชื่นชมจากเหล่าคนผมบางและหัวล้านทั้งหลาย ผีสาวในบ่อก็มีสถานะสูงขึ้นๆ จนใกล้จะเป็นเทพไปเรื่อยๆ ด้วย ส่วนคุณพี่ก็ Bai Yuehu ปลูกผักผลไม้ได้อุดมสมบูรณ์จริงจัง เป็น slice of life กันไป


**ส่วนนี้เริ่มสปอยล์แรงงงง**

 แต่เรื่องนี้ก็มีปมปัญหามาเป็นระยะๆ เหมือนกัน จริงๆ แล้ว Lu Qingjiu ไว้เป็นเด็กกำพร้า เพราะว่าพ่อแม่ตายในตอนเหตุการณ์ภูเขาถล่ม โดยที่ไม่มีใครเคยเจอศพ และยายก็เป็นคนเลี้ยงดูมาตลอด — ซึ่งเจ้าตัวก็เชื่อแบบนั้นมาตลอดเหมือนกัน จนกระทั่งหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจดหมายที่บอกให้ออกไปจากหมู่บ้าน และไม่ให้กลับมาอีกก็ดูมีเงื่อนงำ

ระหว่างนี้ ก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับมังกร โดยเฉพาะมังกรที่คอยดูแลพิทักษ์หมู่บ้าน ... 

และความจริงอย่างหนึ่งเกี่ยวกับมังกร นั่นก็คือแม้จะเป็นเผ่าพันธุ์ทรงอำนาจแต่ก็มีจุดอ่อน ที่ถ้าเกิดคลุ้มคลั่งแล้ว จะกัดกินคนที่รักเพื่อให้กลายเป็นหนึ่งกับตัวเองตลอดไป 

และหมู่บ้านนี้ก็ไม่ใช่หมู่บ้านชนบทบนเขาธรรมดา แต่ดูเหมือนมีความลึกลับและลี้ลับซุกซ่อนอยู่ และจริงๆ เพื่อนวัยเด็กก็ตายไปนานแล้ว แต่ฟื้นขึ้นมาอยู่ในรูปของเทพเจ้าภูเขาเพื่อคอยดูแลหมู่บ้าน และคอยเพื่อนเล่นในวัยเด็กกลับมาหา

พอไปเรื่อยๆ ตัวเอกได้เห็นมังกรที่คลุ้มคลั่ง และถูกลงโทษอยู่ ก่อนที่ต่อมาจะรู้ว่า นั่นก็คือตาของตัวเอง และความจริงก็คือพ่อแม่ตนไม่ได้ตายเพราะโคลนถล่ม แต่เพราะแม่ที่สืบเชื้อสายมังกรคลุ้มคลั่งขึ้นมา และกินพ่อไป และตาก็ตัดสินใจที่จะฆ่าแม่ เพราะรู้ว่าคนที่แม่จะไปกินต่อก็คือยาย — ซึ่งก็คือคนรักของตัวเอง ประเด็นการกลืนกินคนที่รักดูเป็นความหมกมุ่นที่เข้าใจได้และไม่ได้ในเวลาเดียวกัน และสาเหตุการตายของพ่อกับแม่ที่เฉลยออกมา ก็ห่างจากสิ่งที่คาดเดาไว้ไปไกล

หลังจากนั้น ตาหลุดออกมาจากที่คุมขังได้ และทุกคนก็คิดว่า Lu Qingjiu เป็นเป้าหมายที่จะถูกกิน/ ฆ่าต่อไป แต่กลายเป็นว่า การพูดคุยกับตา ทำให้ได้เบาะแสต่อมาว่า การคลุ้มคลั่งของเหล่ามังกรไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีคนตั้งใจทำให้เกิด และการหนีออกมาก็เป็นเพราะต้องการที่จะเปิดโปงคนบงการ และแก้แค้นให้กับลูกสาวและคนรัก

เอาจริง ชอบปมมังกรตกหลุมรัก และคลุ้มคลั่งจนกัดกินกลืนกินคนที่รักมาก แต่ปัญหาของคนเขียน (และทุกเรื่องของ 西子绪) ที่เจอ คือเปิดประเด็นดี แต่พัฒนาพล็อตไปไม่พอ เพราะว่าวิธีการเขียน Fantasy Farm คือเปิดประเด็นเบาะแสตึงเครียดไว้ และก็สลับด้วยการแก้ปัญหาเหนือธรรมชาติสลับกันไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะยกเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันมา ทำให้พอถึงเวลาแล้วไม่มีแรงต่อยอดเงื่อนไขทั้งหลายที่คิดไว้ตอนกลางเรื่อง ทำให้พอใกล้จะจบแล้ว และแก้ปัญหาจบแล้วก็ยังไม่ได้อธิบายประเด็นที่เปิดค้างทิ้งไว้ — เพราะสุดท้าย อย่างที่บอกว่าตาหนีออกมาเพื่อตามหา และแก้แค้นคนที่วางแผนสร้างเรื่องทั้งหมด แต่ถึงเวลา ก็กลายเป็นไปรวมมือกับตัวร้ายในตอนหลัง และที่สำคัญ การอยู่กับคนร้ายในตอนหลัง โดยเฉพาะตอนจบเป็นเหมือนเพื่อนกันมากกว่าที่จะเป็นศัตรู ถึงขนาดที่ตัวร้ายก็เป็นคนที่ตาสั่งเสียข้อความมาถึงตัวเองด้วยซ้ำ  แล้วการที่บอกว่าจะแก้แค้นหรือว่าหาความจริงเป็นก็ดูหายไป

ที่สำคัญ ประเด็นที่ทำให้ขัดใจที่สุด ก็คือ การแก้ปัญหาจากฝ่ายของตัวเอกด้านเดียว เพราะเอาเข้าจริง สังคมเทพ/ กึ่งเทพ ก็ไม่ได้มีแค่พระเอก ที่สุดท้ายแล้วก็เป็นมังกรพิทักษ์หมู่บ้านอย่าง Bai Yuehu สักนิด แต่ทำไมพอมีเรื่องว่ามีฝ่ายตัวร้ายคิดจะทำลายปราการหมู่บ้านเพื่อทำลายเขตแดนกั้นระหว่างโลกเทพและโลกมนุษย์ กลายเป็นว่าพระเอกต้องสู้คนเดียว ถึงขั้นที่สุดท้าย Lu Qingjiu ตัดสินใจเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องทุกคนไว้ด้วยซ้ำ ถึงแม้ตอนหลังจะฟื้นคืนชีพได้ เพราะพระเอกไปหาวิธีการมาชุบชีวิตก็เถอะ

เดาตัวร้ายถูก แต่ก็รู้สึกรำคาญที่เป็นตัวร้าย แต่ท้ายเรื่องก็ไม่ต้องรับผิดอะไรเลย ก็รู้ว่าโลกมันก็ไม่ยุติธรรมแบบนี้ แต่อ่านแล้วก็ขัดใจอยู่ดี มีประเด็นที่เป็น tragic เยอะทั้งเรื่องตา และเรื่องเล่าของ tainted dragon อีกตัวในเมือง ซึ่งหัวใจสลายมากที่คิดว่าจะแก้ปัญหาได้ ฮือ

เอาจริงอีกเรื่องที่รู้สึกว่าจะเอาอะไรก็คือ เรื่องหมูบ้านที่สุดท้ายแล้ว สมาชิกในหมู่บ้านไม่มีมนุษย์อยู่เลย เหมือนจะเป็นคนแต่ก็เป็นแค่ความทรงจำเฉยๆ อย่างที่ในฤดูหนาวก็เหมือนปิดสวิตช์แล้วกดให้หลับกันไป ไหนจะการที่เพื่อนตายไปแล้ว แล้วกลายเป็นเทพภูเขา เพราะเหมือนว่าเขียนให้ดูลึกลับ เป็นประเด็นในเรื่องให้ดูสยองขวัญ แต่เอาเข้าจริงก็ไม่มีประเด็นต่อยอดไปต่อเลย

เรื่องนี้เอาจริงมีหลาย genre มาก ช่วงที่เป็น slice of life ก็เป็นแนวคนขายยาปลูกผม มังกรทำสวนช่วยกันทำมาหากิน โดยช่วงพีคเป็นช่วงที่คนทำอาหารมาเลี้ยงมังกรและเพื่อน ซึ่งไหนจะมีลูกหมูพูดได้สองตัวอีก เป็น horror/ thriller ก็เพราะความสยองผีหลอก และการเปิดประเด็นให้สงสัยไปต่อ เป็น romance เพราะความรักระหว่างคนกับมังกรอีก

เอาจริง ถ้าช่วงจบตัวเอกไม่ต้องเอาชีวิตเข้าแลก (ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นพระเอก นอกจากประเด็นที่เป็นสายเลือดคนคุ้มครองหมู่บ้าน) ก็จะให้ A- แต่พอเจอตอนนี้ไป เลยกรีดร้องเป็นบ้าจนคะแนนหล่นมาที่ B-/B เป็น A telling tale of a human and a dragon. ไหม

ปล. อ่านนานแล้ว มีความรู้สึกว่าจำได้ไม่หมด เหลือแต่ความรู้สึกแรงๆ ที่จำได้ก็แล้วกัน

Saturday, 7 March 2015

Vision in Silver by Anne Bishop

Hmm, not so sure whether I tried to devour the book despite my exhaustion … in the late hour, or whether the circumstance in the book is a bit dire, I found I didn’t enjoy the third book as much as I did the first two. Since ViS tries to show the situations around in different points of views of different characters, it became rather tiring to switch my mind from Mag to Simon, to Monty, to Vlad and to others. Anne Bishop did like this before in The House of Gaian in Tir Alainn Trilogy, and yet I still feel the same: wide views yet a bit confused reader. This is also due to 3 main plots – finding right balance for all the blood prophets, solving the reason for Lizzy’s being haunted and dealing with the increasing human protests. And maybe, with dire situations, I find fewer heart-warming and hilarious scenes than before, and those fewer scenes somewhat also feel a bit forced. Nevertheless, it also must be said that AB just did wonderfully, actually marvelously, with the plots and how they entangled and untangled together.

Strange that in the book I became most excited to read about ‘the scarred girl’ and how she would eventually overcome her fear and live more fully. With her unique way of giving prophecy, the book 4 should have more of her, and yes, I can’t wait to see.

Still, Anne Bishop is Anne Bishop, and I did – as I always do – enjoy reading about her dark fantasy books. A.K.A. fantasy books with dark sides of humans!


My rate? Well, 3.5.

Thursday, 11 September 2014

Night's Honor by Thea Harrison

"A desperate human girl seeking a protection from a vampire lord?"

Hmm, it seems to be just that! The book is my far the least favourite in the series, and by that extent, the most boring one! I feel half of the book is spent on how the lead girl, Tess, adjusts to the new life under Xavier's roof, without any actions, without any events. The interactions the two leads have between each other are also repetitive and slow. And so, somewhat, instead of being a full-length book, Night's Honor should have been only a short novella - I feel that way it could have captured more of the readers' attention.

There is less moving action and less intense emotion in the book. Perhaps the most "active" scene is when Tess is fighting for Xavier's life, and yet it's rather a cliche scene to read. This is also especially trite with the decision of one minor character. I don't really feel any connection with Tess, and I also feel she doesn't deserve the love and devotion from Xavier. On the other hand, while the other books make the vampyre cold and aloof, the book gives us Xavier's personal insight and shows us a man full of goodness and greatness... to the point he becomes romantically fanciful. Or fancifully romantic? I don't know which case is right. Only that I know the man is too good a portrayal.

As Tess is a human, I can't help compare her to Grace in Oracle's Moon. And I still find Grace more interesting and likeable.

I'd rather spend time re-reading Kinked or Serpent's Kiss.

Give it C-/D+

Saturday, 7 June 2014

World After by Susan Ee


“A girl finding a way to protect her family while learning to trust the enermy.” (ANGLE FALL)

“A girl finding a way to reunite with her family while forming a bond with her angel.” (THE WORLD AFTER)

Wow! It’s been one of the best YA books I have read, and I am rarely impressed with the angel theme! Yet, the series blows my mind and makes me think differently!

At first, I didn’t really dare to read it as I truly DID enjoy ANGLE FALL and I feared that the book would be less than my grand expectation, but then, it went even better and better! The most charming aspect of the book is finding exits from grim and life-threatening situations for the characters.. when such situations seem too dark and hopeless.

Still, personally, the most beautiful moment in the book becomes the reunion of the two characters. In too many books, the yearning and longing lovers have for each other will be expressed by sweet words, too sweet and sugary words. But, in THE WORLD AFTER, it starts with awkwardness since neither of them doesn’t know how to start, to express their feelings in words, and they let comfortable silence speak for them. My favourite shot is when Penryn refers that Raffe’s sword has been missing him while, in reality, she is referring to herself. I find this particular shot truly believable, for in the beginning, the two characters has formed alliance to achieve their own goal, but they haven’t yet expressed their sensitive feelings to each other freely. The symbol is therefore just right.

Though I had been dreadful that the second book would end up bloodily like book one, THE WORLD AFTER leaves no enormous heart-breaking cliff-hanger. Yet, I still die to read book three just after finishing it. I really need to know the possibility of Raffe’s getting his wings back to his body, and INDEED, the direction of relationship between the two. Is it possible or is it not?

It's a relief to know that the series now extends to 5, not 3 like I first thought! Yeah!

Monday, 8 July 2013

Poison Princess by Kresley Cole (en)



Just realise I never post the English version!
---
It’s Kresley Cole and it’s YA .. thought I was slow to pick this up!


Series : Arcana Chronicles, Book 1

Genre : post-apocalyptic/ supernatural/ paranormal/ love-hate/ YA

The book talks about post-apocalypse, in which the leading character, Evangeline or Evie, has begun to see hallucinations and hear voices in her head. While she ignores them and tries to appear as normal as she can, her so-called vision becomes reality the strange light turns living beings into ash.

The situation goes from bad to worse as all plants as well as most animals are gone, and water bodies become arid! There are zombies attacking human and the remaining humans starving and killing one another. Evie herself is struck in her home until Jackson or Jack, her hated classmate, comes along and leads her on the road in order to find her grandmother, whom she believes to have an answer for the current world, and most of all… her power.

Overall, the book paces rather slow, not in terms of the adventure/ journey, but in terms of Evie’s transformation and adjustment to the new world. She can’t survive the world by herself, but depend on Jack in every single way, as we have seen her as delicate and sheltered. One obvious example of her naivety (among many!) is, despite preparing to escape the approaching vicious army, she insists to bury her mother before starting the journey (although she cannot complete her intention in the end). Still, her weakness is transformed to be the strength of the book is beginning the book and its several first chapters with the view of Arthur, the serial killer/psychopath who tries to lure Evie into the house to be his latest victim and asks Evie to talk about her life through her point of view. Indeed, this tactic perfects everything! (spoil) [Although Evie is reluctant to use her very power throughout the book because she does not even want that power nor to use it to hurt others, as she has been attacked and hunted wherever she goes (this is especially true that women and girls become rare),  it has become clear to her that the existing society is now exploiting the weak. Therefore, she slowly starts to change her mind and meeting with Arthur is the last straw that she decides not to be anyone’s victim ever again!

 “…Just like Jackson said, I am DONE!  …… I am sick of this world, sick of being attacked and kidnapped!”



“All I ever wanted was to be normal. But tonight I’ve accepted that’s not possible. Even without Death and the Arcana, I now know that I have no hope of it. As soon as I saw these girls chained down here, it suddenly hit me. I’m not like them. I’m not normal. I don’t have to be trapped. I just have to become the vicious Empress I was born to be….”]

This new attitude is so in contrary with her belief to see goodness in other people and in the world. “I’ve been good to people in the past, and even after the Flash, after all the times I’ve been wronged. I still nurtured this naive belief that people wanted to be good to me too.” In the book, she has seen a lady whom she names the Red Witch, with similar power of controlling the plants, uses that power to hurt others. But then, (spoil) [it reveals that that Red Witch is her in the past life (if not her so-called ancestor), and the words saying “The Red Witch is raising.” is meant as her changing emotions and attitude to darker side, rather than having Red Witch as another character to have more power.]

And so, the meeting between Evie and Arthur becomes another beautiful twist because, although the readers will read and get excited with whether she will become his victim or get away from him, it turns out that (spoil) [,from Evie’s point of view, she hears his voice and realises that he is one of the special kids in Major Arcana. So, she comes to see him and hopes to find someone who understands the situation and transfers it to her, rather than someone whom she has to fight with. This means being attacked by Arthur activates our girl to start getting on her ground and fight with another Major Arcana character, as she is fated.] Still, had Evie used her power in the last 1/3 part of the book, not in the last couple chapters, the book would have been more a read.

My personal last surprise is Jack himself. Before reading, I did think he would have supernatural power like Evie since, in the series, Cole emphasises on special kids. Still, he is normal and the book ends with his knowing and fearing her plant-controlling power and her ‘changed’ feature. The relationship between the two is that of hate-love because of class and attitude gap. While Jack is drawn to her, he can’t shake the idea of her mocking about his inferiority (thought Evie doesn’t even think about mocking him); Evie herself does think he has interest in her as the last girl, not as his dream girl. It is so uncertain about their relationship, especially when Evie’s secrets that drive them apart become clear to him all too well in last pages. 

I find that Cole writes darker and more realistic stories in YA as it is stressed by the destituteness and killing, and that she employs different writing style. But she writes and makes me believe that it is from a 16-years-old’s point of view, especially that on the world, love, relations and so on.

The book is given B-, and with B+ in the ending chapters. I can’t find the right one-sentence conclusion this time, but I want to see Evie change faster (at least in the last 1/3 of the book, not in the last chapter!) and can’t help comparing her to ready-made/ self-made characters like Katniss from the Hunger Games since the latter makes more satisfying story lines. Alternatively, it would have been more interesting with 10 chapters shorter (of 41 chapters). But I agree with Cole when she mentions “Readers approve!” Still, I do believe ending with cliff-hanger should not be done with once-a-year books at all. 


Waiting for the second one, Endless Knight, for my confirmed speculation on Death and Evie’s shared history … and for the ‘transformed’ Evie with her power.



Wednesday, 15 May 2013

Poison Princess by Kresley Cole





เพราะเป็นงานของ Kresley Cole ผสมกับ YA  .... แม้ว่ากว่าจะอ่านก็ลังเลมานาน



ชุด : Arcana Chronicles, Book 1

ชนิด : post-apocalyptic/ supernatural/ paranormal/ love-hate/ YA

หนังสือเล่าถึงสภาพ post-apocalyptic เริ่มจากตัวเอกของเรื่อง Evangeline หรือ Evie เริ่มเห็นภาพหลอนและได้ยินเสียงแปลก ๆ ในหัว ขณะที่พยายามบอกตัวเองให้ทำไม่รู้ไม่ชี้กับสิ่งที่เกิด เพื่อให้ทุกอย่างเป็นปกติและเพื่อให้ทุกคนมองว่าเธอเป็นปกติ ก็มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นจริง ๆ เมื่อเกิดสภาพวันสิ้นโลกที่แสงจ้าที่เกิดขึ้นกระหันทันทำให้สิ่งมีชีวิตตายกลายเป็นขี้เถ้า และเป็นการพิสูจน์ว่าสิ่งที่เธอได้เห็นล่วงหน้ากลายเป็นเรื่องจริง


สภาพเลวร้ายที่เกิดยิ่งแย่ลงไปอีก เมื่อพืชทั้งหมดและสัตว์ส่วนมากล้วนตายและหายไป และแหล่งน้ำก็แห้งเหือด เกิดกลุ่มผีดิบที่คอยไล่ล่ามนุษย์ และคนที่รอดชีวิตก็เริ่มไล่ล่ากันเอง ... และ Evie ก็ติดกับอยู่ที่บ้านของเธอเองจนกระทั่ง Jackson หรือ Jack เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่เป็นคู่อริของเธอพาเธอออกมา และร่วมออกเดินทางไปกับ Evie เพื่อตามหายายของ Evie ที่เธอเชื่อว่ามีคำตอบสำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ... พลังของเธอ 

โดยรวม ๆ หนังสือค่อนข้างเดินเรื่องช้า - ไม่ใช่ในแง่การเดินทาง แต่เป็นการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงตัวเองของ Evieเพราะเธอทำอะไรเองไม่ได้ และต้องพึ่งพา Jack ในทุกด้าน เราได้เห็นว่าเธอเปราะบางและมีชีวิตที่มีคนดูแลมาตลอด อย่างเช่น ทั้งที่รู้ว่าอันตรายกำลังมา เธอก็ยังยืนยันจะฝังศพแม่ก่อนเดินทาง (แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้) อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้จุดอ่อนนี้ถูกเสริมให้กลายเป็นจุดเด่นก็คือ การที่เปิดฉากเรื่องด้วยมุมมองของ Arthur ฆาตกรต่อเนื่อง/โรคจิตที่พยายามล่อ Evie ให้เข้ามาในบ้านเพื่อให้กลายเป็นเหยื่อรายใหม่ และให้ Evie เล่าเรื่องชีวิตตัวเองผ่านมุมมองของเธอ (ซึ่งก็คือส่วนใหญ่ยกเว้น 2-3 บทแรกตอนต้นและจบ) และกลายเป็นว่าประเด็นนี้ทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์ (สปอยล์) [นั่นก็คือตัว Evie เองก่ำกึ่งที่จะใช้พลังของเธอมาตลอดทั้งเรื่อง เพราะเธอไม่อยากมีพลังและใช้อำนาจที่มีเพื่อทำร้ายคนอื่น แต่กลายเป็นว่า สังคมที่คนอ่อนแอตกเป็นเหยื่อและผู้ถูกกระทำทำให้เธอเริ่มเปลี่ยนความคิด และเธอก็ถูกโจมตีและไล่ล่ามาตลอด (โดยเฉพาะเมื่อผู้หญิง และเด็กผู้หญิงกลายเป็นสิ่งหายาก) การเจอ Arthur ก็เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่เธอตัดสินใจว่าจะไม่ยอมเป็นเหยื่อของใครอีกต่อไป 


“…Just like Jackson said, I am DONE!  …… I am sick of this world, sick of being attacked and kidnapped!”

“All I ever wanted was to be normal. But tonight I’ve accepted that’s not possible. Even without Death and the Arcana, I now know that I have no hope of it. As soon as I saw these girls chained down here, it suddenly hit me. I’m not like them. I’m not normal. I don’t have to be trapped. I just have to become the vicious Empress I was born to be….”]

ซึ่งถ้าอ่านก็จะเห็นได้ว่าเธอมองคนอื่นและมองโลกในแง่ดีมาตลอด “I’ve been good to people in the past, and even after the Flash, after all the times I’ve been wronged. I still nurtured this naive belief that people wanted to be good to me too.และก็ค่อย ๆ เกิดความคิดใหม่ตอนท้ายเรื่อง เธอเห็นคนที่มีพลังแบบเธอ นั่นก็คือ ความสามารถในการควบคุมต้นไม้ และใช้พลังนั้นทำร้ายคนอื่นมาเสมอ (สปอยล์) [แต่ก็กลายเป็นว่า Red Witch ที่เธอตั้งชื่อให้ ก็คือตัวเธอเองในอดีต และคำว่า The Red Witch is raising. ก็คืออารมณ์และทัศนคติที่จะเปลี่ยนไปของตัวเธอ มากกว่า Red Witch ซึ่งเป็นตัวละครอีกตัวจะมีอำนาจมากกว่าเธอ]

ซึ่งจุดที่กำหนดให้เธอมาเจอ Arthur ก็เป็นการหักมุมที่ยอดเยี่ยมจากเหตุผลอีกประการ เพราะแม้ว่าเราจะอ่านและลุ้นว่า Evie จะกลายเป็นเหยื่อ/ รอดพ้นจาก Arthur ได้อย่างไรก็กลายเป็นว่า (สปอยล์) [จากมุมมองของ Evie เอง เธอได้ยินเสียงของ Arthur และรู้ว่าเจ้าตัวเป็นหนึ่งในบรรดาเด็กที่มีอำนาจพิเศษตามไพ่ยิปซีชุดหลัก (Major Arcana) และการที่มาเจอก็คืออยากเจอคนที่เข้าใจเรื่องนี้ และพร้อมที่จะอธิบายสถานการณ์และรู้ร่วมกันได้ มากกว่าจะต้องมาเข่นฆ่ากันเอง ซึ่งการที่ Arthur โจมตีเธอก็เป็นการเปิดฉากให้ Evie เริ่มสู้และฆ่าฟันตัว Major Arcana อื่น ๆ อย่างที่โชคชะตาของเธอถูกสร้างมา] แม้ว่าจะดีกว่านี้ได้ ถ้าเปิดให้ Evie เริ่มใช้พลังของเธอในส่วน 1/3 หลังของเล่ม ไม่ใช่ 2-3 บทสุดท้าย

จุดหักมุมที่ส่วนตัวแล้วมองว่าน่าสนใจอีกอย่างก็คือ ตัว Jack เอง เพราะตอนแรกเข้าใจว่า เจ้าตัวมีพลังพิเศษเหมือนกันด้วยการที่ Cole ยกประเด็นเด็กที่มีอำนาจพิเศษ ซึ่งตัว Evie ก็ถูกแสดงด้วย Empress และพลังควบคุมต้นไม้ แต่กลายเป็นว่าตัว Jack เองเป็นมนุษย์ธรรมดา (และก็จบเล่มด้วยการที่กลัว Evie และพลังของเธอเสียด้วย) ความสัมพันธ์ของ Jack และ Evie  เป็นรัก-เกลียดมาตลอด เพราะความแตกต่างของคนทั้งคู่ ทั้งทางฐานะ และทัศนคติ ขณะที่ Jack ถูกดึงดูดไปหาเธอ เจ้าตัวก็คิดว่า Evie ดูถูกเขาที่มีฐานะต่ำกว่าเธอ และ Evie เองก็มองว่า Jack สนใจเธอเป็นเพราะ เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่หลงเหลือมากกว่าเพราะ Jack ชอบเธอจริง ๆ  ก็ไม่แน่ใจว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเป็นอย่างไรต่อ โดยเฉพาะเมื่อความลับที่ทำให้สองคนต้องแตกหักกันกลายเป็นสิ่งที่ชัดเจนในตอนจบ 

อื่น ๆ ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อ Cole เขียนเรื่องให้เด็กอ่านจะมืดและหดหู่กว่าเขียนให้ผู้ใหญ่อ่าน โดยเฉพาะสภาพแร้นแค้น และการที่คนฆ่าฟันกันเองแต่สิ่งหนึ่งที่ชอบก็คือ อ่านแล้วเชื่อได้ว่าเธอเขียนได้ด้วยมุมมองของเด็กสาวอายุ 16 ปี มากกว่าจะเป็นผู้ใหญ่มอง (โดยเฉพาะความรู้สึกที่เธอมีต่อโลก ความรัก ความสัมพันธ์และอื่น ๆ ) และสำนวนภาษาที่ใช้ก็ต่างจากตอนเขียนให้ผู้ใหญ่เช่นกัน

รวมแล้วให้ B- ยกเว้นตอนช่วงจบเล่มให้ B+ สรุปว่า …. ว่าอย่างไรคิดไม่ออก ถ้าให้ Evie เปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่านี้ (สักประมาณ 1/3 เล่มหลัง) หรือว่าตัดออกไปสัก 10 บท (จากที่มี 41 บท) น่าจะทำให้น่าสนใจมากกว่าเดิมได้ แต่ก็ยืนยันที่เธอบอก Reader approves! และก็ไม่ชอบจบด้วย cliff-hanger เลย เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำกับหนังสือที่ออกปีละเล่มมาก และก็อดไม่ได้ที่จะเอาเธอไปเปรียบเทียบกับตัวละครที่ ready-made/ self-made อย่าง Katniss ใน Hunger Games ที่ทำให้อ่านแล้วสนุก/ถูกใจกว่ามาก

ก็รอเล่ม 2 ว่าแล้วว่า Death กับ Evie น่าจะมีความหลังกันมา ... และ Evie จะใช้ความสามารถของเธออย่างไร