Showing posts with label yaoi. Show all posts
Showing posts with label yaoi. Show all posts

Saturday, 20 May 2023

打完这仗就回家结婚 //After This Battle, Go Home and Get Married

เขียนมาเพื่อเก็บความรู้สึกอีกแล้วว! 



คนเขียน: 寒菽

แนว: ดวงดาว หลังสงคราม ฟลัฟ

ความสัมพันธ์: ทหาร (ลูกหมาเด็ก) X ทหาร (อาจารย์ภูเขาน้ำแข็งซื่อ)

Arthur X Yan Xueshan

จำนวนตอน: 55 ตอน 

ปี: 2022


หลังสงครามจบ Yan Xueshan ตั้งใจว่าจะลาออกจากการเป็นทหาร แล้วกลับไปที่ดาวบ้านเกิดของพ่อบุญธรรมตัวเองที่ตายไปก่อนหน้าในสงครามเพื่อทำฟาร์มให้ความฝันของพ่อบุญธรรมเป็นจริง ชีวิตควรจะเรียบง่ายปลูกผักทำสวนไปวันๆ แต่ความตั้งใจที่จะแต่งงานแล้วใช้ชีวิตปกติกลับไม่ปกติขึ้นมา เพราะว่า Arthur คู่หูบังคับเมชในระหว่างสงครามกลับมาวุ่นวายรอบตัวๆ ตัวเอง 


ช่วงที่นัดบอดหาคนที่เข้าใจได้มาแต่งงานด้วย Arthur ก็บอกว่าถ้าต้องการคนที่ดีไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสามารถ ฐานะ หน้าตา หน้าที่การงาน หรือว่าความก้าวหน้า ตัวเองเหนือกว่าคู่นัดบอดทุกคนของ Xueshan และดังนั้น Xueshan ก็ควรจะแต่งงานกับตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อก่อนจบสงคราม อีกฝ่ายช่วยทำให้ความต้องการของตัวเองเป็นจริงแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ตัวเองจะต้องตอบแทนตัว Xueshan บ้าง


และ Xueshan ที่คิดทุกอย่างตามหลักตรรกะ ก็รู้สึกว่าคำพูดของ Arthur ก็สมเหตุผลดี ไม่ว่าทั้งในสถานะคนที่เหมาะสมที่สุด และการตอบแทนตัวเอง ... แต่ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่ามีอะไรที่แปลกไปอยู่เหมือนกัน

.

.

.

นั่นก็เพราะจริงๆ แล้ว ถึงแม้ตัว Arthur จะอ้างทุกอย่างด้วยหน้าตาชอบธรรม และพูดจาดีเป็นหลักการ แต่จริงๆ จุดหมายเดียวของตัวเองก็คือให้ Xueshan มาเป็นของตัวเอง เพราะว่าเป็นลูกหมาเด็กที่แอบชอบอีกคนตั้งแต่เจอกันครั้งแรก แล้วก็ทุกอย่างให้ได้อยู่ด้วยกัน ตั้งแต่ที่รู้ว่าคู่หูของ Xueshan เพิ่งตาย ตัวเองก็รีบลงชื่อสมัครเป็นคู่หูคนใหม่ของ Xueshan ต่อมา และด้วยความที่อายุห่างกัน และไม่รู้จะหาทางเข้าใกล้ยังไงให้มีสถานะพิเศษ ก็เลยเค้นสมองเพื่อเรียกอีกฝ่ายว่า “อาจารย์” แล้วสร้างความสัมพันธ์เฉพาะขึ้นมา 


ซึ่งตัว Xueshan ที่ไม่คิดอะไรมาก ก็คิดแต่ว่าตัวลูกหมาเด็กอยากแค่แสวงหาความก้าวหน้า อยากเก่งขึ้น อยากแข็งแกร่งขึ้น สองคนก็ฝึกอยู่ด้วยกันเรื่อยๆ นอกเหนือไปจากการที่คู่หูจะอาศัยอยู่ในห้องพักเดียวกันเพื่อสร้างความสนิทสนมและรู้ใจเข้าใจกันในการรบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสองคนก็รู้จักและรู้ใจกันเพิ่มมากจริงๆ เป็นคนที่คอยระวังหลังให้กัน อย่างที่บอกว่าในสนามรบ ตัว Xueshan ช่วยชีวิต Arthur ไว้ก็หลายครั้ง และ Arthur เองก็ช่วยชีวิต Xueshan ไว้ไม่ต่างกัน ไม่นับในเชิงสภาพอารมณ์ที่สองคนช่วยประคองกันจากความกดดันและความตึงเครียดในสภาวะสงคราม และการสูญเสียคนรอบตัวทั้งเพื่อน คนรู้จัก และคนร่วมงานไป เป็น double salvation ที่สองคนช่วยดึงกันและกันขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาอยู่ในสนามรบที่ช่วยกันจนรอดมาได้ทั้งคู่ (ถึงหนังสือจะพูดถึงหลังจากสงครามไปก็เถอะ) รู้จักและรู้ใจกันจนกลายเป็นคู่หูที่ค่าความเข้าใจสูงที่สุด กลายเป็นคู่เมชอันดับหนึ่งไป มี Arthur เป็นคนขับหุ่น melee ออกไปลุยระยะประชิด และ Xueshan บังคับหุ่น Spiner คอยคุ้มกันระยะไกลจากข้างหลัง ชอบเวลาอยู่ด้วยกันและเข้าใจกันและเข้าขากันมาก 


และที่มีอะไรแปลกๆ อย่างที่ Xueshan คิดก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะความปรารถนาก่อนทำวันสงครามขั้นเด็ดขาดก็คือ ลูกหมาโวยวายว่าถ้าพรุ่งนี้ต้องตาย ก็ไม่อยกตายแบบบริสุทธิ์ไม่เคยนอนกับใคร  แล้วก็ถาม Xueshan ว่าช่วยให้ความปรารถนาตัวเองเป็นจริงได้ไหม ซึ่งก็เพราะคิดว่าพรุ่งนี้เสี่ยงสูงมาก ถ้าจะต้องตายจริงๆ ก็อยากจะกอด Xueshan ที่ตัวเองแอบชอบมาตลอดสักครั้ง เป็นการพูดแบบส่งเดช เพราะไม่คิดว่าตัวอีกคนยอมตามใจทำตาม แต่ปรากฎว่า Xueshan ยอมให้จริงๆ  


ชอบอีกอย่างที่พอลาออกมาเป็นพลเรือนก็คิดว่าตัวเองเป็นแค่คนธรรมดา แต่ว่าวิธีคิดก็ยังเป็นทหารอยู่ดี อย่างวันที่ไปนัดบอดกินข้าวกับชายหนุ่มอีกคน แล้วมีลูกหมาเด็กตามไปหวงก้างด้วย (ซึ่งตอนนั้นยังไม่เสนอตัวเป็นคู่แต่งงาน แต่ไปในฐานะคู่หูและลูกศิษย์ที่ต้องไปช่วยกรองคน) ตอนกินข้าวเสร็จ ก็มีเสียงเตือนภัยดังขึ้นมา เพราะว่าสลัดอวกาศบุกโจมตีดาว ... ความพีคก็คือลูกหมาเด็กบอกว่ามีปืนใหญ่ยิงยานอวกาศอยู่ในกระเป๋าตัวเองแล้วก็เอาออกมาประกอบให้ Xueshan อย่างรวดเร็ว ซึ่งเจ้าตัวก็รับมาแล้วเล็งยิงยานของพวกสลัดอวกาศอย่างรวดเร็วไม่ลังเลเหมือนกัน ด้วยความเชี่ยวชาญมากด้วย และยานสลัดอวกาศก็ระเบิดกลายเป็นจุณไป ... ซึ่งผู้ชายที่มานัดบอดก็ได้แต่ยืนอยู่ข้างๆ ทำอะไรไม่ถูก จนในที่สุดก็หนีกลับบ้านไปก่อน แล้วส่งข้อความหา Xueshan ว่าอีกฝ่ายเป็นคนดี แต่เราคงเข้ากันไม่ได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าก็มีลูกหมาระริกระรี้อยู่ข้างๆ ตอนอ่านข้อความ ที่ผ่านมาก็คือทำตัวเชื่อฟังว่าง่าย แต่พออยู่กันสองคนกับคู่นัดบอด Xueshan ก็ไปแยกเขี้ยวข่มขู่ทางโน้นไประยะๆ ไม่นับตอนไปตักอาหารที่ทำตัวบลัฟอีกคนแล้วตักแต่ของที่ Xueshan มาให้ตลอด


หรือถึง Xueshan จะคิดว่าตัวเองธรรมดา แต่เอาจริงผลงานที่ได้ก็ไม่ธรรมดาเลย ถ้าไม่ใช่ เพราะไม่อยากอยู่ในตำแหน่งสั่งการ ควบคุม วางแผน ก็ขึ้นมาได้นานแล้ว แต่ว่าถึงกระนั้น ความดีความชอบที่ช่วยประเทศเอาไว้ (ช่วยให้ชนะสงคราม) ก็ทำให้ได้เหรียญตราขั้นสูงสุดไป .. น่ารักที่ไม่เห็นค่าใดๆ นอกจากว่าเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความเป็นทหารผ่านศึกที่จะทำให้ได้ส่วนลดเท่านั้น อย่างจะขึ้นยานเมล์ บอกว่าไม่มีเงิน แต่ว่ามีตราใช้ได้ไหม เพราะรู้ว่าทหารผ่านศึกจะได้บริการและสวัสดิการของรัฐฟรีหลายอย่าง ... แต่คือ คุ้ยเหรียญออกมา การเป็นเหรียญตราขั้นสูงสุดขั้นสูงสุดที่ต้องทำคุณงามความดีอย่างสูงสุดไว้ก็ทำให้ทุกคนยืนตรงแสดงความเคารพได้แล้ว ขำความหน้านิ่งที่เห็นประโยชน์แค่ “บัตรลด” จริงๆ 


หลายครั้งอาจจะรู้สึกว่าตัว Xueshan ประหยัดจนถึงขั้นงก ... แต่ส่วนตัว สิ่งที่หล่อหลอมเจ้าตัวมาก็ทำให้เป็นแบบนี้ ไม่ได้เรียกว่างก แต่เรียกว่ารู้ค่า และเห็นค่าของเงิน เพราะว่าพ่อแม่ตัวเองตายไปตอน 5 ขวบระหว่างถูกฝ่ายตรงข้ามโจมตี และก็อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาตลอด ด้วยความที่หน้าตาน่ารักก็มีคนอยากเอาไปเลี้ยงเยอะ แต่เพราะประสาทบกพร่องจากการถูกโจมตีตอนโน้นก็ทำให้แสดงความรู้สึกไม่ได้ กลายเป็นสินค้าบกพร่องที่ไม่มีใครอยากรับไปเลี้ยง มีพ่อบุญธรรมรับไปเลี้ยงภายหลังจริง แต่ด้วยความที่ทางโน้นฐานะไม่ดี ก็ทำให้ไม่มีเงินมาก บ้านที่อยู่ก็เล็กแคบไม่มีอะไรเลย อย่างพ่อบุญธรรมพาไปดูลูกหมา ถามว่าอยากได้ไหม ยังต้องทำหน้านิ่งแล้วบอกว่าไม่อยากได้ เพราะรู้ว่าการเลี้ยงสัตว์เป็นความฟุ่มเฟือยอย่างยิ่ง และพอตัวเองอายุ 18 ปี พ่อบุญธรรมที่ไปรบตาย เรื่องที่เคยคุยกันว่าจะเข้ามหาลัยก็ต้องจบไป กลายเป็นเลือกที่จะสมัครเข้ากองทัพเลี้ยงตัวเอง และเพราะไม่มีเส้นสาย เป็นแค่คนธรรมดาก็ถูกส่งไปที่แนวหน้าที่โอกาสตายสูงมาก แต่ด้วยความที่หน่วยก้านดี ก็เลยถูกเสนอชื่อให้กลับมาเรียนวิทยาลัยทหารต่อมา 


ชอบมากก ให้ A++ อีกเรื่อง ไม่คิดว่าคุกกี้แต่คุกกี้มาก ชอบความสัมพันธ์ของคู่หูเมช sniper+melee ไม่ค่อยเจอลูกหมาเด็กแสน scheming กับคนเลี้ยงงานจีนเท่าไหร่ น่ารักมากดีมาก เสียดายเป็นเรื่องสั้น แค่ 55 ตอน มีอีกก็อยากอ่านอีก ทั้งที่พล็อตไม่มีอะไร แต่อ่านแล้วฉ่ำมาก ชอบความรู้สึกเรียบง่าย โดยเฉพาะที่อีกคนเป็นภูเขาน้ำแข็งบกพร่องทางอารมณ์ แต่ก็สมบูรณ์ได้เพราะมีอีกคนขึ้นมา ส่วนลูกหมาเด็กก็คิดเหมือนกันว่าที่ตัวเองเป็นแบบนี้ได้ ก็เพราะอีกคน 


กับชอบที่เน้นความเรียบง่ายแต่มีความหมายพิเศษเพราะผ่านสงครามมาจนชีวิตเรียบง่ายกลายเป็นความสุขได้ เป็นเรื่องที่หวานเพราะให้ค่าอารมณ์และความสัมพันธ์ ความต้องการเรียบง่าย โดยเฉพาะการที่ตัวเอกจะลาออกจากกองทัพแล้วไปทำฟาร์มเพื่อสานฝันของพ่อบุญธรรมที่ตายไปในสงคราม ความหวานของเรื่องนี้ไม่ใช่หวานเพราะการให้ดอกไม้ พาไปกินข้าวมื้อหรู หรือว่าทำตามใจ แต่ว่าเป็นการให้ค่าความหมายชีวิต และให้ค่าคนที่อยู่ด้วยกัน .... โดยเฉพาะเมื่อ Xueshan ประสาทรับความรู้สึกบกพร่อง และประสบการณ์ชีวิตก็ทำให้ยากเปิดใจรับใครเข้ามา แต่ว่าพออยู่กับ Arthur แล้ว และสถานะระหว่างทั้งสองคนเปลี่ยนไป ตัว Xueshan ก็รู้สึกว่าจะต้องพยายามเปิดใจมากขึ้น เพื่อให้เกียรติและเป็นธรรมกับ Arthur ที่มาเป็นคู่แต่งงานตัวเองด้วย ซึ่งสุดท้าย Xueshan ก็รู้ว่ามีครอบครัวอีกครั้งแล้ว มีคนในครอบครัว มีคนที่รักและใส่ใจตัวเองขึ้นมา และตัวเองก็ถูกรักจริงๆ ชอบมากๆ 

Yan Xueshan felt it carefully.

I think I am loved.


แล้วก็มีก่อนหน้าที่รู้สึกว่าพอมีอีกคนอยู่ด้วยไปๆ มาๆ มันก็ดี

I really like this moment, I like Arthur being beside me, like being embraced by the sun.


เพราะก่อนหน้านั้นไม่เชื่อว่าจะมีใครสักคนรักตัวเองได้ ตอนที่พ่อแม่ตายไปตอน 5 ขวบ ฟื้นขึ้นมาคนเดียวในโรงพยาบาล พอพยาบาลบอกว่าพ่อแม่ตายไปแล้ว ตัวเองที่ประสาทบกพร่องก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกเสียใจ เพราะมันนิ่งไปเฉยๆ ยิ่งพออยู่คนเดียวในสถานเลี้ยงเด็ก ไม่มีใครรับไปเลี้ยงก็คิดว่าต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ มีจุดเปลี่ยนมีครอบครัวขึ้นมาตอนที่พ่อเลี้ยงรับไปเลี้ยง คิดวาดฝันโน่นนี่ไว้ด้วยกัน แต่พอพ่อลี้ยงตาย ทุกอย่างก็กลายเป็นศูนย์ใหม่ เลยคิดว่าตัวเองต้องอยู่คนเดียว ต้องชินกับการอยู่คนเดียว และไม่มีใครรักตัวเอง .. แต่เมชคู่หูคนนึงก็เคยบอกไว้ว่า I bet there will be someone in the future who loves you to the core. ซึ่งต่อมาก็ได้เจอกับ Arthur จริงๆ 




กับช่วงที่ถ่ายทอดการแข่งเมชของเหล่าทหารชั้นหัวกะทิ ก็มีตัดภาพไปเป็นช่วงความงามของชีวิตหลายอย่าง เช่นเห็นภาพ Xueshan กับ Arthur เดินอยู่ในสวนของ Xueshan ด้วยกัน เปลี่ยนจากเครื่องแบบทหาร และชุดเมชมาสเตอร์เรียบกริบเป็นเป็นเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวและหมวกฟาง เปลี่ยนจากการกระโดดเข้าห้องเครื่องเมชทหารแบบไร้ฝุ่นไปเป็นมุดเข้าเมชการเกษตรร่างสัตว์แล้วทำฟาร์ม (แต่ก็ต้องย้ำนอกเรื่องว่าฝีมือสองคนนี้ให้ขับเมชอะไรก็ดูอลังการได้หมด) ให้ Arthur กับเมชอีกคนที่บ้าคนรักพอๆ กันช่วยกันทำอาหาร เพื่อเลี้ยงเด็กกำพร้าจากสงคราม ซึ่งน่ารักมากกว่าทำอาหารเลี้ยงเด็ก กระตุ้นให้คนดูช่วยกันช่วยเหลือเด็กๆ ก็จริง แต่สองคนนี้ก็ทะเลาะกันตลอด เพราะแข่งกันอวดว่าคนรักตัวเองรักตัวเองมากกว่าคนรักอีกฝ่าย จากที่คุยกันธรรมดาก็รุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะก่อนหน้าที่สองคนเพิ่งแข่งเมชกันอยู่แล้วเอื่อยมาก ไม่มีไฟต่อสู้เลย แต่พอช่วงทำครัวคือไฟลุกท่วมจะฆ่าอีกฝ่ายแล้ว


เอาจริง ชีวิตขมมาก แต่ช่วงที่เขียนคือเติบโตผ่านมาแล้ว และกลายเป็นตัวเองแบบที่ดีขึ้น เอาจริงเรื่องมันขำนะ บ้าๆ บอๆ แต่พอมาเขียนแบบนี้เรื่องเลยดูจริงจังซีเรียสขึ้นมาเลย ขอย้ำว่าจริงๆ มันขำมาก และน่ารักมาก และสะท้อนมุมมองชีวิตมาก ชอบจนคิดว่าจะไปอ่านเรื่องอื่นคนเขียนแล้วด้วย 


ปล. 

1. 

ชอบความบ้าเมชตัวเอกมาก ขนาดเมชทำฟาร์มก็ยังบังคับจนโหดขึ้นมาได้ นิสัยบ้าเมชแล้วเลือกไม่ได้ น่ารักดี มีความบ้าเมชคือส่งข้อความไปหาอีกคนแล้วบอกว่ามีเรื่องด่วนมาก ซึ่งด่วนมากในที่นี้ คือบังคับเมชทำฟาร์มแล้วสนุกมาก ตื่นเต้นจนต้องโทรไประบาย อีกคนฟังก็เหนื่อยใจว่าว่าแล้วไม่มีหรอกจะเป็นเรื่องอื่น มีแต่เมชล้วนๆ เถอะนะ แต่ก็ตามใจซื้อเมชฟาร์มเกือบ 10 ตัวไปให้อีกคนเล่นคืนนั้นเลย แล้วก็ตื่นเต้นมากว่าเมชการเกษตรรูปร่างสัตว์มีที่มาที่ไปและประโยชน์หลากหลายมากนะ อย่างเมชแมลงป่องก็เกิดในพื้นที่ทะเลทราย หางใช้ดิ่งลงไปในทรายเพื่อหาแหล่งน้ำได้นะ 



บอกว่าไม่ชอบอะไร ไม่มีความรู้อะไร แต่จริงๆ สิ่งหนึ่งที่ชอบมากก็คือหุ่นรบนั่นเอง ชอบตอนที่จะไปแข่งแมตช์การกุศลกับเหล่าทหารเมชมาสเตอร์ แล้วเมชที่มีให้เลือกทุกตัวเป็น melee mech หมด ทุกคนที่ในเหตุการณ์อยู่เห็น Xueshan ตัดสินใจไม่ได้ก็คิดว่าให้ sniper mech มาบังคับหุ่น melee mech ไม่ได้หรอก เลือกไม่ได้เพราะบังคับไม่ได้ใช่ไหม มีแต่พระเอกคนเดียวที่รู้ว่าเลือกยากเพราะเลือกไม่ได้  อยากเลือกทุกตัวต่างหาก เพราะจริงๆ Xueshan เก่ง melee พอๆ กับ sniper เลย แต่เลือกเป็น sniper mech ก็เพราะความชอบส่วนตัว (ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าตอนเด็กๆ พ่อบุญธรรมเคยสอนให้ยิงปืนแล้วชมว่าตัวเองทำได้ดี ก็เลยมีความรู้สึกกับปืน sniper เป็นพิเศษ) เพราะถ้าเป็น sniper mech กระสุนหมดแต่ทำไมรอดมาได้ตลอดทุกครั้ง ก็เพราะว่าใช้อาวุธ melee สู้ต่อได้ อย่างเมชที่ใช้งานในสนามรบนอกจากจะเป็น sniper mech ก็ยังมีดาบคู่ไว้ด้วย แต่เป็นความลับที่คนทั่วไปไม่รู้ เป็นความลับทางทหารระดับสูงไม่เปิดเผย และคนที่เจอในสนามรบก็ไมมีใครรอดมาเล่าเลย 


Xueshan บ้า sniper และต้องนอนกอดปืนตัวเองหลับทุกคืนให้อุ่นใจ ขำมากที่ตลอดมาทุกคืนพระเอกอิจฉาปืนสไนเปอร์มาก ถึงขั้นที่เคยคิดว่าชาติหน้าอยากจะเกิดไปเป็นปืนนะ ให้ Xueshan นอนกอดทุกวัน นี่คือเป็นลูกหมาเด็กแอบรักหมกมุ่นขั้นสูงสุดมากจริงๆ นะ แต่ก็น่ารักดีดีนะ


ชอบตอนที่ไปใช้เมชอีกตัวที่ชื่อ Ares แข่ง แล้วเป็นซีรี่ย์เดียวกับ Artemis เมชของตัวเอง ตอนเริ่มก็พูดในใจว่า ขอโทษนะ  ขอเล่นกับพี่ชาย Artemis แค่หนเดียวนะ อย่าว่ากัน น่ารักดีที่รักเมชตัวเองมาก ขนาดตอนที่คิดว่าลาออกมาแล้วก็จะดัดแปลงหุ่นทำฟาร์มให้เหมือนเมชตัวเองให้ได้ เพราะคิดถึง


แต่ว่าเพราะเจ้าตัวชอบความสันโดษ เป็นส่วนตัวสุง ถึงแม้จะเป็นทหารเมชมือปืนอันดับหนึ่งก็ไม่เคยออกสื่อ ให้สัมภาษณ์ใดๆ ผิดกับ Arthur ที่ต้องทำเพื่อประชาสัมพันธ์กองทัพ จนถึงขั้นที่มีคนคิดไปเลยด้วยว่าคนขับ Artemis ไม่ใช่คนจริง หรือบางคนก็ลือกันไปต่างๆ นานา ถึงตัวตนที่แท้จริงร้อยแปด ทำให้วันที่เปิดเผยตัวเพราะจะลงแข่งการกุศลแล้วแนะนำตัวสั้นๆ ว่าเป็นคนขับ Artemis ทำให้มีคนคิดว่าเป็นเอไอด้วยซ้ำ แต่เพราะว่า Arthur มายุ่มย่ามวุ่นวายอยู่ใกล้ๆ ก็เริ่มมีคนที่จำประวัติการให้สัมภาษณ์ของเจ้าตัวได้ออกมากรีดว่า Arthur เคยให้สัมภาษณ์ว่าชอบคนผมดำ ตาดำ ท่าทางนิ่งเฉยเย็นชา แต่ว่าใจดี นี่มัน Xueshan ชัดๆ เลยนี่นา ถึงขั้นที่ทุกคนออกมากรีดร้องกันเลยยย ... แล้วก็เพราะการออกมาเปิดตัวทำให้เพื่อนนักศึกษามหาลัยที่ Xueshan ไปลงเรียนการเกษตรรู้ว่าเพื่อนร่วมชั้นโข่งที่เป็นทหารปลดเกษียณ (ตามคำแนะนำตัวของ Xueshan) จริงๆ เป็นใครและยิ่งใหญ่สำคัญขนาดไหน


แต่คือที่ชอบมากอีกอย่างก็คือ ตอนที่ Xueshan แนะนำตัวเองแค่บอกว่าเป็นคนควบคุม Artemis ไม่ได้บอกชื่อ แต่ว่าทุกคนรู้ชื่อเพราะ Arthur มาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ แล้วเรียกชื่อ ซึ่งเพราะตัว Xueshan หน้าตาดีมาก ก็มีนักข่าวมาถามว่ามีคนรักหรือยัง แล้วถึงแม้จะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เจ้าตัวที่พูดแบบนั้นไปก็พูดออกมาตรงๆ ว่ามีคนรักแล้วคือ Arthur แต่สงสัยมากว่าทำไมอีกคนยังไม่ขอแต่งงงานเสียที ซึ่ง Arthur ได้ฟังก็สติหลุดไปเลย เพราะว่าทำแหวนมานานแล้ว แต่ไม่กล้ารุกไปมากกว่านั้น รู้สึกว่าต้องให้เวลากับอีกคนกว่านี้หรือเปล่า สถานะคนรักควรกินช่วงเวลาหนึ่งไหม ... พอบอกอย่างนั้นมาก็คือ Arthur ออฟไลน์ไปเลย เพราะว่าจากกองทัพต้องไปหาตัว Xueshan เพื่อขอแต่งงานตอนนั้นเท่านั้น น่านักที่หลังจากนั้นสองคนก็ไปจดทะเบียนกัน แล้วทิ้งให้คนทั้งกาแลคซี่สงสัยว่าสรุป Arthur ขอ Xueshan แต่งงานสำเร็จไหม .... และคำตอบก็คือ Arthur ไม่พูดเล่าอะไร แต่ยกมือมาโชว์แหวนตลอดเวลาเท่านั้นเองง


แต่ขำมากที่ Xueshan มีภาพสวยมากกับการทำไร่หลังเกษียณ ความฝันที่วาดไว้ก็คือจะปลูกพืชได้ผลผลิตมาเยอะๆ แต่ความเป็นจริงก็คือ ได้เงินมาน้อยมากก น้อยชนิดที่ขนาดเจ้าตัวเป็นคนหวังน้อยยังตกใจ ความเป็นจริงทำร้ายจิตใจมาก ตอนนี้อย่าว่าแต่คิดว่าจะมีเงินไปบริจาคสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจากสงคราม แต่จะเลี้ยงตัวเองก็ยังไม่รอด ค่าปุ๋ย ค่าหุ่น ค่าเมล็ดพันธุ์ก็ติดลบแล้ว 



2.

กับลูกหมาเด็กเหมือนใสซื่อ แต่จริงๆ ร้ายลึกทำทุกอย่างเพื่อเข้าถึงตัวคนเลี้ยงเหมือนกัน ตาซื่อใสแป๋วหลอกอ้อนคนเลี้ยงมาสารพัดรูปแบบตั้งแต่วันแรกมาวันนี้ นี่คือถึงกับสร้างเบสทหารในดาวที่ตัวเอกไปอยู่ อ้างเหตุผลเป็นฐานสู้กับพวกสลัดอวกาศ (ซึ่งจริง) แต่ความจริงคืออยากอยู่ใกล้ๆ กัน พอ Xueshan ลงเรียนเกษตรในมหาลัย ก็ทำเรื่องไปเป็นอาจารย์พิเศษและพูดให้กำลังใจเด็กปีหนึ่ง ซึ่งก็เหมือนเดิมว่าทำเพราะว่าไปหาสุดที่รักตัวเอง ... และเพราะกลัวว่าอยู่ในหอพักมหาลัยเป็นหอรวมต้องไปอยู่กับคนอื่น นี่ก็ใช้อำนาจตัวเองสร้างบ้านพิเศษให้เหมือนกัน แล้วที่น่ารักก็คือบอกตัวเอกว่า Xueshan ได้บ้านพักมาในฐานะอาจารย์พิเศษ แต่ว่าต้องอยู่ที่กองทัพ ขอให้ช่วยอยู่และดูแลบ้านได้ไหม เวลามาก็มากดกริ่งหน้าประตู พอ Xueshan ถามว่ามีกุญแจอยู่เป็นเจ้าของบ้านไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ไขเข้ามา ก็บอกว่าตอนนี้ให้ Xueshan อยู่ เป็นพื้นที่ของ Xueshan นะ มีอะไรก็ต้องขออนุญาตสิ จะไปรบกวนพื้นที่ส่วนตัวไม่ได้หรอกนะ 


แต่กว่าจะเป็น Arthur ได้ทุกวันนี้ก็ลำบากเหมือนกัน เหตุผลที่เข้ามาเป็นทหารก็คือเกลียดพ่อ อยากประชดพ่อ และอยากแก้แค้นให้พี่สาวที่ไปเป็นทหารแล้วตายด้วย และพอเข้าสนามรบก็คิดแต่ว่าจะไปข้างหน้า บุกไปอย่างเดียว ดีที่เจอกับ Xueshan ก็เลยมีคนประคองดูหลังแล้วรอดมาได้ และเพราะความชอบ Xueshan ก็เลยมุ่งมั่นอยากให้ตัวเองเก่งขึ้นมาเรื่อยๆ เหมือนกัน ชอบที่ทุกคนบอกว่า Arthur สดใสเหมือนดวงอาทิตย์ มีพลังมากๆ แต่ตัวเองคิดว่า Arthur thought others think I'm sunny, but how would they know that my light is actually given by you.

 

ตอนที่พยายามจีบ Xueshan ก็เหนื่อยมากเหมือนกัน แต่ไม่เคยถอดใจ ทำทุกอย่างทุกทางที่ทำได้ จนถึงขั้นที่ว่าชวนคุยหาเรื่องพูดด้วยก่อนนอน จนในที่สุดผ่านไป 3 ปีก็ทำให้ Xueshan ติดกับการคุยกันก่อนนอนด้วย บางทีที่เงียบกำลังจะนอนไป อีกคนก็ถามว่าวันนี้ไม่มีอะไรเล่าให้ฟังเหรอ? 

กับตอนที่ Xueshan ไปเรียนแล้วตัวเองทำงานอยู่ในฐานทัพ ก็พยายามสร้างนิสัยให้อีกคนคิดถึงตัวเองก่อนอื่นเหมือนกัน ถึงขั้นบอกว่าถ้าไม่รู้จะเล่าอะไร ก็ให้ Xueshan ถ่ายรูปสิ่งที่เจอในแต่ละวันมาให้ก็ได้ แล้วก็ได้ผลจริงๆ เพราะ Xueshan ที่จริงจังก็คิดว่าควรจะตอบแทนกลับ/ ทุ่มเทเพื่อคู่หมั้นแล้วก็ถ่ายโน่น นี่ นั่นที่เจอระหว่างเดินอยู่ในมหาลัยไปให้


แต่ชอบอย่างที่ตัว Arthur ชอบทำกับข้าว และชอบทำให้ Xueshan กิน ซึ่งเวลาเห็นอีกคนกินก็มีความสุขตามได้ทุกครั้ง เพราะปกติ Xueshan ที่กินเพื่ออยู่ ก็จะกินอาหารเหลวพออิ่มตลอด หรือว่าพอมาอยู่เองที่ฟาร์มก็จะกินมันต้มกับไข่ต้มจิ้มกับเกลือกับนม ซึ่งขนาด Arthur มาเห็นก็ยังกินไม่ลง ... แล้วพอทำอาหารก็รู้ว่า Xueshan ชอบอาหารรสหวานนำมาก มีหมูเปรี้ยวหวาน หรือจานหวานนำก็จะตักอยู่เสมอ ขนมรสหวานก็ชอบ ซึ่งเจ้าตัวก็ทำบัวลอยส่าเหล้าให้อีกคนกิน แต่ก็ไม่คิดว่า Xueshan ที่ไม่ดื่มเลย ไปงานเลี้ยงไหนก็ปฎิเสธเหล่าผู้นำทั้งหลายเสมอด้วยเหตุผลว่าเป็นมือยิงจะคออ่อนมากจนเมาเพราะขนมขึ้นมา


3.

จริงๆ ปกน่ารักมากนะ ชอบจิบิแนวนี้ แล้วก็ชอบพล็อตด้วย แต่กว่าจะได้อ่านก็เก็บไว้นานมาก เพราะว่าเรื่องมันสั้นไป อะไรก็ตามที่ต่ำกว่า 100 (หรือ 120) ตอน ถือเป็นเรื่องสั้น ปกติไม่ชอบอ่าน เพราะรู้สึกการปูพื้น/ต่ออารมณ์มักไม่ค่อยดี แต่เรื่องนี้ยกเว้นสมบูรณ์แบบในตัวเองดีมาก แม้จะขมนิดๆ


คำว่าขมฟังดูน่ากลัว แต่ก็เป็นเพราะความเป็นจริงของชีวิตในช่วงสงครามของทั้งคู่ และของทุกคน... เศร้าแต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในแง่ที่ว่าจะทำอย่างไรถึงจะผ่านพ้นมันไปได้ และอยู่อย่างมีความสุขหลังจากนั้นให้ได้ และดีใจว่าทั้งสองคนทำได้ โดยเฉพาะตอนหลังที่ตัวเอกเปิดใจให้ค่าอีกคนขึ้นมา



4.

ที่ผ่านมาเจ้าตัวดีใจที่ได้รับเลือกให้เป็นคนบังคับ Artemis ในสนามรบ ไม่ได้รู้เลยว่าจริงๆ เมชตัวนี้เกิดได้จากแรงบันดาลใจที่นักวิจัยเห็น Xueshan สู้ในสนามรบแล้วเอาข้อมูลมาใช้สร้างเลย ... อย่างที่นักวิจัยบอกว่าถ้าไม่มี Xueshan หุ่นตัวนี้ก็ไม่มีจิตวิญญาณ มีแค่ Xueshan คนเดียวที่บังคับได้ ส่วนเมชของ Arthur ชื่อ Candle Dragon สรุปว่าเป็นตำนวนดวงจันทร์จากกรีกกับตำนานดวงอาทิตย์จากฝั่งจีนที่เวลามาอยู่ด้วยกันทำให้เมชทั้งสองตัวทำงานได้เกินร้อย เป็น 1+1 มากกว่า 2 น่ารักที่ตอน Arthur ดีใจที่ตัวเอกกลับไปขับเมชแล้วบินรอบเมช Xueshan จนถึงขั้นที่ทางโน้นถามว่ามาบินวนรอบกันทำไม ก็เพราะดีใจ

Why are you flying around me?

I'm happy.



5. 

ในเรื่องตอนที่ Xueshan เข้าไปเรียนในมหาลัย มีเด็กนิสัยไม่ดี ชอบดูถูกคนอื่น มองว่าตัวเองเข้าแผนกเมชได้ และเก่งกว่าฉลาดกว่าเด็กในภาคการเกษตร และทำเรื่องวุ่นวายก่อกวน Xueshan ถึงขั้นที่พ่อแม่มาพูดก็ไม่ฟัง ชอบมากที่สุดท้าย Xueshan บอกว่าเป็นเด็กก็ดีที่เป็นเด็ก และก็ดีที่มีพ่อแม่อยู่ทำให้ทำอะไรตามใจเกเรได้ แล้วเล่าเรื่องตัวเองที่พ่อแม่ตาย และต่อมาพ่อบุญธรรมก็ตายให้ฟัง ... เด็กๆ รอบตัวฟังแล้วก็เงียบไป แล้วหลังจากนั้น ทุกคนก็เป็นเด็กดี ตั้งใจเรียนกันหมด แอบเศร้า แต่น่ารัก 


6.

แต่ตอนจบ ชอบที่ตัว Xueshan กลับเข้ามาประจำการอีก และก็รับตำแหน่ง/ยศทางทหารอย่างที่ตัวเองควรจะเป็น และสองคนวางแผนขับเมชไปสำรวจและตรวจตราพื้นที่ในอวกาศด้วยกัน ... ที่น่ารักและมีเบื้องหลังก็คือ พ่อของ Arthur ซึ่งเป็นประธานาธิบดี สั่ง Arthur ว่ายังไงก็ต้องดึง Xueshan ให้กลับมารับราชการทหารให้ได้ และถ้า Xueshan จะแต่งงาน Arthur ที่ชอบ Xueshan มาตลอดก็ควรจะเป็นคนแต่ง เพราะ Xueshan เป็นเมชสไนเปอร์อันดับหนึ่ง ต้องห้ามสูญเสียทรัพยากรที่แสนมีค่าไปโดยเด็ดขาด อะไรที่เกี่ยวกับ Xueshan และการดึง Xueshan กลับมา (รวมถึงการแต่งงาน) จะได้รับการอนุมัติทันที โดยไม่ต้องขออนุญาต ถือเป็นภารกิจระดับ A ที่ตัวเองในฐานะประธานาธิบดีสั่งลูกชาย (สั่งทั้งในฐานะประธานาธิบดีและฐานะพ่อเลย) ก็เพี้ยนดี และตอนที่ Arthur ทำเรื่องขอเป็นคู่หูกับ Xueshan สู้กับคนจำนวนมาก ก็เป็นตัวพ่อที่ช่วยด้วยเหมือนกัน 


7.

น่ารักปนขำที่บอกว่าตอนแข่งการกุศล คนดูต้องทั่วทั้งอวกาศแน่ และเพื่อกันระบบล่มเพราะคนแห่มาดูกันมาก ก็มีเจ้าหน้าที่เทคนิค 5,000 คนที่ทำหน้าที่ระหว่างนั้น กับชอบที่จริงๆ เป็นนโยบายของทหารที่จะให้คนผ่อนคลายจากหลังสงคราม ในแง่ตัดให้เห็นความสวยงามของชีวิต (ทั้งจากที่สองคนเดินอยู๋ในไร่และทำสวนด้วยกัน และการทำอาหารเลี้ยงเด็กกำพร้า) รวมไปถึงการโน้มน้าวให้โจรสลัดอวกาศที่ต้องกลายเป็นโจรสลัดกลับมาเป็นพลเรือนด้วย ไม่ว่าจะเป็นทั้งการลดหย่อนโทษให้ และการให้พื้นที่ทำกินใหม่ที่ดาวตัวเอง 



8. 
กับตลกมากที่ตัว Xueshan ไปเรียนมหาลัยสาขาการเกษตร ก็เพราะสุดท้ายความสามารถทางการเกษตรแย่มาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับลุงไร่ข้างๆ ที่ทำเป็นอาชีพมานาน ตอนแรกไปเรียน ด้วยความที่มหาลัยนี้ดังด้านเมชมากกว่า ทุกคนก็เข้าใจว่า Xueshan ไปเรียนสาขาเมชเหรอ แต่พอรู้ว่าไปเรียนเกษตรแทนก็โล่งไป ทุกคนคิดในใจว่าใครจะสอนได้ ตรงอุทานเงียบๆ ทุกคนว่า Who deserves to teach you!! ขำมาก เพราะว่าสุดท้ายแล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ขนาด Xueshan ขับเมชสัตว์เก่าคร่ำคร่าขุดดินพรวนดินรดน้ำก็ยังบังคับลื่นไหลต่อเนื่องมาก .. ถึงขั้นที่ท่าที่ใช้ ทั้งจังหวะ ทั้งความถูกต้องแม่นยิ่งกว่าอาจารย์ที่สอนภาคหุ่นยนต์แล้ว


Tuesday, 14 February 2023

信息素说我们不可能 // The Pheromones Say We Have No Chance

ตามประสา ... พิมพ์ยาวมากทุกสิ่งที่นึกออก เพราะอยากเก็บความรู้สึกหลังอ่านอีกแล้ว




คนเขียน: 毛球球
แนว: รักวัยเรียน, มัธยม, ABO, ตัวเอกร่าเริง, เบาสมอง, fluff
ความสัมพันธ์: ศัตรู (???) A X O // Xiao Yan X Luo Zhiyu
จำนวนตอน: 79 ตอนหลัก + 9 ตอนพิเศษ
ปี: 2020


Luo Zhiyu กับ Xiao Yan เป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาตั้งแต่เด็ก เพราะครอบครัวของทั้งสองคนทำงานในอุตสาหกรรมบันเทิงเหมือนกัน และก็เป็นคู่แข่งกันกลายๆ พอมาถึงรุ่นลูก ความรู้สึกเป็นศัตรูกันก็ยังสูง โดยเฉพาะ Luo Zhiyu กับ Xiao Yan ที่ทะเลาะและสู้กันได้ทันทีที่เจอหน้ากัน ทั้งที่สองคนก็อยู่กันคนละโรงเรียน

เรื่องเริ่มที่ Luo Zhiyu กับ Xiao Yan สู้กันเหมือนปกติ แต่ก็เกิด การแสดงสภาพ ABO ก็เกิดขึ้นระหว่างสู้กันพอดี สองคนถูกส่งไปโรงพยาบาล โดยที่ Luo Zhiyu กลายเป็นโอเมก้า และ Xiao Yan เป็นอัลฟ่า และค่าความเข้ากันได้ของทั้งสองคนก็อยู่ที่ 0 ซึ่งเป็นอัตราต่ำมากชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน ที่เคยต่ำที่สุดก็แค่ 20 ... เรื่องนี้ และเรื่องที่ Luo Zhiyu เอาไม้กวาดวิ่งไล่ฟาด Xiao Yan ไปทั่วจนกลายเป็นคลิปดังทำให้ทั้งสองคนกลายเป็นที่รู้จักไป

เปิดเรื่องมา Luo Zhiyu กำลังจะเป็นนักเรียนชั้นปีที่ 1 (ม.4) ของโรงเรียนมัธยมปลายที่หนึ่งที่มีชื่อเสียง และในฐานะที่ทำคะแนนได้สูงที่สุด ก็จะต้องเป็นคนพูดหน้าแถวต่อหน้าคนทั้งโรงเรียนพอดี .... จริงๆ แล้วก็ควรจะพูดอย่างเรียบร้อย มีหลักการ และที่สำคัญ ถ่อมตน แต่การเจอคนที่ไม่ชอบหน้าที่สุดอย่าง Xiao Yan ขึ้นมากระทันหันก่อนพูด ก็ทำให้กลายเป็นสุนทรพจน์โอ้อวดว่าที่มาอยู่ที่โรงเรียนได้ก็เพราะคะแนนสูงมากของตัวเอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ Luo Zhiyu ในฐานะเด็กคะแนนสอบเข้าดีอันดับหนึ่งก็ถูกดึงเข้าไปในกลุ่มแชทของโรงเรียนที่มีทั้งครูใหญ่ ผู้อำนวยการ และรุ่นพี่ปีสองที่คะแนนสอบดีมากเหมือนกัน และการพูดคุยกับรุ่นพี่ที่ดูน่าเชื่อถือเป็นผู้ใหญ่ก็ดำเนินไปอย่างปกติ โดยที่ Luo Zhiyu รู้สึกว่ารุ่นพี่เป็นผู้ใหญ่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปรับตัวและการใช้ชีวิตในโรงเรียนได้ดี และรุ่นพี่ก็เอ็นดูตัวเองในฐานะเด็กเรียนเก่งเหมือนกัน .... แต่พอเจอกันจริงก็กลายเป็นคุณรุ่นพี่ก็คือ Xiao Yan นั่นเอง เปิดศักราชการทะเลาะวิวาทต่อคนทั้งโรงเรียนแบบไม่สนใจใครหน้าไหนครั้งแรกในโรงเรียนขึ้นมา

ต่อมาเพราะเด็กปีหนึ่งต้องมีการฝึกทหาร ท่ามกลางอากาศร้อนและการฝึกทหาร Xiao Yan ก็เอาน้ำโซดาและแตงโมเย็นฉ่ำมากินเพื่อเย้ย Luo Zhiyu ที่กำลังฝึกทหารด้วย Luo Zhiyu ที่แค้นใจมาก็อ้างเหตุผลว่าตัวเองเพิ่งแสดงสภาพมาหยกๆ และเป็นโอเมก้าบอบบางที่ตากแดดร้อนแรงไม่ไหวแล้ว เพื่อจะเลิกแถวไปหาเรื่อง Xiao Yan กลับ พอครูฝึกใจอ่อนปล่อยแถวทั้งหมดก็เห็นคนที่อ้างตัวว่าเป็นโอเมก้าบอบบางอ่อนแอเอาไม้กวาดวิ่งไล่ฟาด Xiao Yan อย่างบ้าระห่ำไปทั่วเหมือนกัน

ทั้งสองเรื่องกลายเป็นคนทั้งโรงเรียนเริ่มรู้แล้วว่าสองคนไม่ถูกกัน และเห็นหน้ากันไม่ได้ต้องทะเลาะลงไม้ลงมือทุกครั้งไป อันที่จริงสองคนเจอหน้ากันไม่ได้เลย ถึง Xiao Yan เหมือนจะเป็นพวกเย็นชา และหน้านิ่งไม่สนใจใคร แต่สิ่งที่ทำอย่างไม่เคยเหนื่อยหน่ายก็คือการหาเรื่องยั่วโมโหอีกคนตลอดเวลา และ Luo Zhiyu ก็ต้องเดือดดาลเต้นตามไปทุกครั้ง ไม่ว่าจะเจอกันในโรงอาหารแล้ว Luo Zhiyu เอาส้มที่เป็นผลไม้ตอนอาหารกลางวันปาหัว Xiao Yan และอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน ดังทั้งในฐานะนักเรียนเรียนดี และก็ในฐานะคู่กัดที่ทั้งโรงเรียนสนใจ ถึงขั้นมีโพสต์กระทู้พูดคุยถึงทั้งคู่เป็นระยะๆ

วีรกรรมก็มีตั้งแต่ที่ Xiao Yan เป็นผู้ช่วยครูมาตรวจหอรุ่นน้องเพื่อจับหาอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและของที่ไม่มีในหอ ซึ่งห้องของ Luo Zhiyu และเพื่อนโอเมก้าก็มีหม้อต้มที่เข้าข่ายถูกยึดพอดี พอ Xiao Yan เดินมาเจอกำลังจะหักคะแนน เจ้าตัวก็แบล็คเมลกลับว่ารู้นะว่ามีตู้เย็น เพราะไม่งั้นโซดากับแตงโมที่เอาไปกินเย้ยไม่มีทางเย็นได้ ขู่จะฟ้องกันไปมา จนสุดท้ายสองคนก็เลยตกลงจะปิดปากทั้งคู่ไม่รายงานเรื่องของผิดระเบียบของอีกฝ่าย แต่ว่าสุดท้ายก็ถูกอาจารย์เดินมาได้ยินจนได้ ถูกหักคะแนนคู่ด้วยกัน

หรือ Luo Zhiyu ที่กำลังจะถูกหักคะแนนใส่ชุดเครื่องแบบของ Xiao Yan อยู่ พอครูมาก็รีบรายงานเสียงดังมั่นใจว่าผมชื่อ Xiao Yan อาจารย์หักคะแนนไปได้อย่างที่อยากหักเลย ผมรู้ว่าทำผิดไปแล้ว ไม่ต้องสงสัยว่าครูประทับใจกับเด็กที่ตั้งใจยอมรับผิดมาก กว่าจะมารู้ทีหลังว่าจริงๆ เป็นใคร Luo Zhiyu ก็รายงานชื่อของ Xiao Yan และหักคะแนนของคู่แค้นตัวเองไปได้สำเร็จแล้ว

นอกจากนี้ยังมี Luo Zhiyu เอาส้มไปปาหัว Xiao Yan แล้ววิ่งหนีไปทางที่คนไม่ค่อยเดินเพื่อหนีการแก้แค้นของ Xiao Yan แต่กลายเป็นรีบชิ่งหนีไม่ดูทางจนตกท่อ แล้วเพราะไม่อยากให้ชุดเครื่องแบบที่ยืมมาของอีกคนเสียหายก็เลยเอาตัวเข้าแลก กลายเป็นข้อเท้าแพลง มือก็เป็นแผลต้องพันผ้าพันแผลทั้งตัว .... แต่เพราะต้องได้ลายเซ็นของคณะกรรมการนักเรียนก็เลยกระโดดขาเดียวข้ามตึกไปหาพวก Xiao Yan เพื่อให้เซ็นชื่อให้ ซึ่งไปถึงก็ไม่เจอใคร เพราะตัว Xiao Yan มาดักรอที่ห้องเพื่อแก้แค้นกลับพอดี และพอทุกคนเห็น Luo Zhiyu บาดเจ็บพันผ้าพันแผลรุงรัง ก็คิดไปว่าทางตัว Xiao Yan แก้แค้นรุนแรงมาก แต่เพราะการกระโดดขาเดียวขึ้นตึกของ Luo Zhiyu ทำให้ตัวเองไม่มีแรงกระโดดกลับหอ ก็เลยถึงขั้นที่สุดท้าย Xiao Yan ‘ใจดี’ ยอมไปส่งอีกคนที่หอ .. ซึ่งก็มีเจตนาแฝงโดยเอา Luo Zhiyu ขึ้นหลังแล้วเดินไปทั่วทุกที่อ้อมเท่าที่อ้อมได้ เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่าตัวเองเป็นคนดี
.
.
.
จริงๆ ความเป็นศัตรูก็ควรจะอยู่ตลอดไป แต่ว่าเพราะทั้งคู่คะแนนดีมาก ก็ทำให้ต้องมาทำงานให้โรงเรียนด้วยกันเป็นระยะๆ ทั้งที่สมัครใจและที่อาจารย์สั่งมา ก็เลยส่งผลให้สองคนได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน และเริ่มที่จะลดความเป็นศัตรูกันไปทีละนิดละหน่อยเหมือนกัน โดยเฉพาะฝ่าย Luo Zhiyu ที่ต้องพึ่งพา Xiao Yan ในฐานะรุ่นพี่ที่ให้คำแนะนำและความช่วยเหลือได้ กว่าจะรู้ตัวก็เชื่อมั่นและไว้ใจ Xiao Yan ไปเต็มที่แล้ว และส่วน Xiao Yan ที่เห็นเด็กแสบว่าง่ายและเชื่อฟังก็อดจะเอ็นดูไปไม่ได้เหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อสังคมบอกว่าสองคนไม่มีทางเป็นไปได้ ก็ยิ่งทำให้ทั้ง Luo Zhiyu กับ Xiao Yan ไม่เคยระวังตัวเวลาอยู่ด้วยกันเลย และทำทุกอย่างผิดจากความรู้ขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับการปฎิบัติตัวต่อกันที่โอเมก้าและอัลฟ่าพึงมี

เพราะจริงๆ น่ารักและน่าขันมากที่ Luo Zhiyu เป็นโอเมก้าแต่ว่าสามัญสำนึกความเป็นโอเมก้าและควรจะเป็นไม่มีเลย นี่คือยิ่งมองว่าสองคนความเข้ากันได้เป็นศูนย์ก็ยิ่งระวังตัว (จากที่ไม่มีเลย) ตอนทำแบบฝึกหัดเกี่ยวกับสุขศึกษาความรู้พื้นฐานโอเมก้าคือทำผิดทุกข้อ ขำมากที่ในแบบฝึกหัดสมมติชื่อ XiaoHong XiaoLan มาเป็นโอเมก้ากับอัลฟ่าทุกครั้ง แล้วพอเริ่มคำถามแต่ละข้อ ก็คือเช่น XiaoHong เป็นโอเมก้าที่ยังไม่มีพันธะ ส่วน XiaoLan เป็นอัลฟ่า ค่ำแล้ว XiaoLan ชวน XiaoHong ไปเที่ยวเล่น XiaoHong ควรทำอย่างไร? แบบฝึกหัดถามโดยอยากให้ตอบปฎิเสธว่าเพราะเป็น อมก ต้องระวังตัว หาก Luo Zhiyu ก็เขียนคำตอบไปว่า ผิด เพราะต้องทำการบ้านให้เสร็จเรียบร้อยก่อนถึงจะไปเล่นได้ ... โฟกัสผิดจุดมาก แต่ที่ตอบไปอย่างนั้นก็เพราะมองเรื่องตัวเองกับ Xiao Yan เป็นหลักใช้ตอบตลอดกาล

หรือว่าเพราะตัวเองทำชุดเครื่องแบบที่มี 2 ชุดเสียหายตั้งแต่ต้น และถ้าไม่ใส่เครื่องแบบก็จะถูกหักคะแนน... Luo Zhiyu ที่คิดได้ว่า Xiao Yan ยังมีเครื่องแบบปีหนึ่งอยู่ (เพราะฝ่ายนั้นเพิ่งใส่มาเดินไปเดินมา) ก็ดั้นด้นไปขอยืมชุดจากอีกคน โดยที่เพราะว่าเร่งด่วน ถ้าไม่ใส่คะแนนถูกหักหายแน่ ก็เลยเอามาใส่เลย ไม่ได้สนใจว่าต้องซักก่อนเพื่อลบกลิ่นฟีโรโมนของอีกคนไป .... ซึ่งการกระทำแบบนี้ก็ถือว่าผิดมากที่ให้ฟีโรโมนของอัลฟ่ามารมตัวเอง และพอต่อมาเจอคำถามนี้ในแบบฝึกหักก็ตอบไปไม่ลังเลว่าทำแบบนี้ถูกแล้วด้วยเหตุผลแสนมั่นใจว่าจะได้ไม่ถูกครูหักคะแนน .... และที่ร้ายกว่านั้น ตอนเอาไปคืนก็เอาไปคืนโดยไม่ซักให้ก่อนอีก ไม่ต้องสงสัยเลยว่า Xiao Yan ได้กลิ่นฟีโรโมนของ Luo Zhiyu จากชุดเครื่องแบบไปแน่นอน

ซึ่งตัว Xiao Yan ก็ไม่ต่างกัน เอาผ้านวมตัวเองไปให้อีกคน เอาผ้าเช็ดหน้าตัวเองไปให้อีกคน .... เดิมทีก็รู้สึกว่าควรระวัง แต่พอ Luo Zhiyu ไม่ระวัง และค่าความเข้ากันระหว่างกันก็น้อยก็รู้สึกว่าไม่ต้องกังวลอะไร ใช้ของอีกฝ่ายเป็นเรื่องปกติเหมือนกัน ได้กลิ่นฟีโรโมนจากอีกฝ่ายเป็นเรื่องปกติและถูกกลิ่นฟีโรโมนจากอีกฝ่ายรมตัวเองเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่การกระทำแบบนี้ไม่ดีและไม่ควร

สรุปได้ก็คือว่าสิ่งที่ไม่ควรทำในหนังสือเรียนก็คือสิ่งที่เอาไปทำด้วยกันตลอดค่ะ เวลาอยู่ด้วยกัน ทำอะไรที่ไม่ควรทำแล้วอีประโยคที่ถามกันว่า ให้อัลฟ่าอื่นทำแบบนี้ได้ไหม หรือว่าจะให้อัลฟ่าทำแบบนี้ไหม ฟังแต่ไกล ไม่คิดอะไร ก็คือฟังว่าเขารักกัน อีกคนเป็นคนพิเศษที่ยอมให้คนเดียว ... ซึ่งจริงๆ พูดไปก็ถูกว่าเขาก็รักกันจริง ในแง่ที่ว่าเชื่อใจกันสูงมาก ถึงแม้ Xiao Yan จะเป็นอัลฟ่า แต่ Luo Zhiyu ก็ไม่เคยมองอีกฝ่ายเป็นอัลฟ่าเลย มองว่าเป็นแค่ Xiao Yan ที่เป็นคู่กัดตั้งแต่เด็กตัวเองมาตลอด ถึงแม้ตอนนี้จะพ่วงตำแหน่งรุ่นพี่ที่เชื่อถือได้มาด้วยก็เถอะ และช่วงหลังๆ ที่ความรู้สึกสองคนเริ่มเปลี่ยน ก็เตือนว่าอย่าเชื่อใจอัลฟ่าคนไหน ไม่ว่าจะดูน่าสงสารขนาดไหนมาก็ตาม เพราะตอนนั้น Xiao Yan กำลังอยู่ในช่วง susceptible period ของอัลฟ่าอยู่ (ภาษาไทย ศัพท์ ABO แปลเป๊ะๆ ว่าอะไร “ช่วงอ่อนไหว” เหรอ? อยากแปลเองว่าช่วงหงุดหงิดงุ่นง่านของอัลฟ่ามากกว่า) จริงๆ ควรจะให้ Luo Zhiyu กลับบ้านไปก่อน แต่ว่าพอเจอแล้วอยู่ด้วยกันก็ไม่อยากให้อีกคนกลับไป แล้วตัวเองอยู่คนเดียวอยู่ดี และตัว Luo Zhiyu ก็ไม่ยอมกลับด้วย เพราะมองว่าตอนตัวเองอยู่ในช่วง heat อีกฝ่ายยังคอยดูแลอยู่เป็นเพื่อนกันเลย จะให้ทิ้งกันไปได้อย่างไร .... สรุปให้ว่าสองคนเป็นความรู้สึกกึ่มๆ giddy in love ที่ไม่ได้คิดอะไร แค่คิดว่าอยากอยู่ด้วยกัน ยังไม่อยากกลับบ้าน ในแง่ที่ว่าต้องแยกจากกัน

เอาจริง ตอนแรกที่อ่านไม่คิดอะไรเลย แค่อยากอ่านอะไรง่ายๆ สบายๆ ไม่ต้องคิดมาก แต่ว่าผลลัพธ์ดีกว่าที่คิดเยอะมาก เพราะก็แอบขำนะ คำถามแรกที่อยากรู้คือสงสัยมากว่าจะรักกันได้อย่างไร และรักกันตอนไหนได้เนี่ยยย พูดดีๆ โดยไม่ทะเลาะกันไม่เคยได้เลย ขนาดไม่อยู่ด้วยกันยังคิดหาวิธีหาเรื่องอีกฝ่ายตลอด แต่อ่านไปเรื่อยๆ เรื่อง flow เนียนกว่าที่คิดมาก เพราะว่าตัว Xiao Yan รู้ใจตัวเองเร็ว ขณะที่คนที่เด็กกว่า และไม่คิดอะไรไกลตัวยังคิดว่าสนุกและสบายใจกับการอยู่ด้วยกันแค่นั้นเลย .... แต่เพราะการที่ทำท่าสบายใจอยู่ด้วยกันนี่แหละ ที่ทำให้ Xiao Yan ตัดสินใจได้เร็ว เนื่องจากตอนแรกกลัวว่าถ้ากระโตกกระตากมากไป “ดวงดาว” ที่ไล่คว้าก็จะหนีหลุดมือไป แต่พอเห็นว่า Luo Zhiyu มีท่าทีเหมือนกันกับตัวเอง ก็เลยตัดสินใจรุก (ที่แปลว่า “เค้นความจริง”) จาก Luo Zhiyu และก็กลายเป็นแฟนกันอย่างรวดเร็ว (โดยที่ทั้งโลก (หรืออย่างน้อยก็ทั้งโรงเรียน ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนสนิท) ก็ยังเข้าใจว่าสองคนนี้ยังต่อยตีกันอยู่เลย)

ชอบเรื่องนี้อยู่อย่างที่ไม่มีปัญหาชีวิตวุ่นวาย ไม่ต้องคิดมากอย่างหลายเรื่อง (โดยเฉพาะความสัมพันธ์ในครอบครัว ทั้งไม่เข้าใจกัน หรือว่าไม่มีคนสนใจ) เป็นเด็กอย่างที่ควรจะเป็นนะ ถึงแม้หลายอย่างจะคิดง่าย แต่ก็สะท้อนภาพวัยเด็กได้ดี กับชอบอีกอย่างที่ไม่ได้เน้นความเป็น ABO ที่ฟีโรโมนต้องมากำหนดทุกอย่าง .. เพราะการที่สองคนมีค่าความเข้ากันได้ที่ 0 ทำให้ทั้งคู่ต้องดิ้นรนกับความสัมพันธ์มากกว่าปกติด้วยซ้ำ อย่างตอนแรกที่เริ่มรู้สึกว่าชอบอีกอย่างก็ต่างเริ่มคิดด้วยซ้ำว่าจะรักกันได้ไหม ด้วยค่าความเข้ากันถือได้ว่าติดลบ และจะต้องเลิกรากันเพราะค่าความสัมพันธ์ตัวนี้ไหม ทั้งคู่ต่างตั้งคำถามและหาความเป็นไปได้ในใจก่อนหน้ามาเยอะมาก และเมื่อมาคบกันจริงก็ทำให้ทั้งสองคน โดยเฉพาะ Xiao Yan พยายามอย่างมากเพื่อจะเพิ่มค่าเข้ากันให้ได้ และให้ได้อยู่ด้วยกันได้ตลอดไป การฝืนกระแสสังคมที่ไม่ยอมให้ค่าฟีโรโมนมากำหนดความรู้สึกของตัวเองและความรู้สึกที่มีต่ออีกฝ่าย ทำให้การให้คุณค่าตัวตนอีกฝ่ายยิ่งเด่นขึ้นมา รักกันเพราะเนื้อในของอีกฝ่ายจริงๆ .... ชอบตอนที่สุดท้ายไปตรวจค่า และค่าความเข้ากันได้ของทั้งสองคนก็สูงมากชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน

กับจริงๆ เรื่องแนววัยเรียนส่วนใหญ่จะมีเรื่องของสังคมในโรงเรียนและเพื่อนในกลุ่มในห้องมาเกี่ยวข้องด้วย จนหลายครั้งก็เน้นที่เพื่อนมากไป แต่เรื่องนี้ให้น้ำหนักระหว่างสองคนดีมาก จนรู้สึกว่าอ่านสนุกและอ่านลื่นกว่าปกติด้วยซ้ำ เมื่อช่วงเวลาระหว่างทั้งคู่มีมากเพื่อนสนิทของทั้งคู่มาเสริมเพื่อดำเนินเรื่องบ้างเล็กน้อยแค่นั้น .... อาจะเป็นเพราะสองคนตัวติดกันอยู่ด้วยกันสองคนด้วย ทั้งทำกิจกรรมของโรงเรียนด้วยกัน หรือถ้ามีเวลาว่าง ตัว Luo Zhiyu ก็จะไปอยู่ที่ห้องเรียน Xiao Yan และถ้าใครเลิกก่อนก็จะไปรออีกฝ่ายเลิกเรียน

แต่ว่าก็แอบสงสารที่ไม่มีใครในโรงเรียนเชื่อเลยว่าทั้งสองคนรักกัน ทำไมไม่มีใครเชื่อว่าเค้ารักกันนนเลยคะ?? อย่างในโรงเรียนจะมีเส้นทางเดินกลับหอที่ไร้คน และคู่รักก็จะไปพลอดรักกันอยู่แถวนี้ ทำให้ครูมาซุ่มจับเป็นระยะๆ วันนึงสองคนนี้ถูกจับได้ ครูที่จับรีบไปบอกพวกครูใหญ่ว่าเจอพวกแอบรักกัน แต่ครูใหญ่ก็บอกว่าสองคนนี้ไม่ได้มาสวีทหวานกัน แต่ว่ามานัดต่อยตีนะ ถึงขั้นที่พวกครูทั้งหลายไม่สนใจตัว Luo Zhiyu ที่พยายามสารภาพผิด (เพราะดีใจที่ในที่สุดก็ถูกมองว่ารักกันเสียที) เลยแต่กลับไล่สองคนกลับไปห้องตัวเอง และให้รักกันดีๆ ด้วยซ้ำ
อย่างที่พอเป็นแฟนกัน สองคนอยากใช้เวลามากขึ้น ตัว Xiao Yan ก็มารอโอเมก้าตัวเองใต้หอ Luo Zhiyu เป็นประจำเพื่อเดินไปกินข้าวไปเรียนด้วยกัน ส่วน Luo Zhiyu ถ้าไม่มีอะไรทำในห้องก็ขึ้นไปสิงอยู่ที่ห้องเรียน Xiao Yan จนรู้จักเพื่อนในห้อง Xiao Yan ทุกคนเหมือนเป็นห้องเรียนตัวเองเหมือนกัน (ถึงขั้นที่เพื่อนๆ Xiao Yan มองว่าเป็นเรื่องปกติที่ Luo Zhiyu มาอยู่ด้วย) ... แต่ว่าก็ไม่มีใครที่เอะใจเลยว่าเป็นแฟนกันกำลังสวีทอยู่ด้วยกัน ครูก็ไม่เคยห้าม เพราะดีใจด้วยซ้ำที่สองคนนี้เข้ากันได้บ้าง และเพราะอยู่คนละชั้น Luo Zhiyu ที่ติดแฟนอยากอยู่ด้วยกัน เรียนห้องเดียวกัน ก็ถอนหายใจเฮือกให้เพื่อนสนิทฟังว่ารักทางไกลลำบากมาก ทำให้คนฟังคิดไปไกลว่าต้องอยู่คนละโรงเรียน คนละเมือง ไม่ได้คิดไปเลยว่าคำว่า ‘รักทางไกล’ ที่พูดก็คือเพราะต้องกระโดดข้ามไปคนละชั้นตึกกัน และถึง Luo Zhiyu จะไปหา Xiao Yan บ่อยก็ไม่เคยคิดเลยว่าหมายถึงตัว Xiao Yan

อันที่จริง ความเชื่อใจต่ออดีตและค่าความเข้ากันไม่ได้ของทั้งคู่ในหมู่อาจารย์มีถึงขั้นที่สองคนต้องไปเป็นตัวแทนโรงเรียนเพื่อแข่งขันภาษาอังกฤษค้างคืน แต่ว่าห้องไม่พอ ครูก็จับสองคนนี้อยู่ห้องเดียวกัน ทั้งที่ตามจริงอัลฟ่าและโอเมก้าไม่ควรจะอยู่ห้องเดียวกันด้วยซ้ำไป

ซึ่งพอ Xiao Yan เข้ามหาลัยไปก่อน ตัว Luo Zhiyu ที่ไปขลุกกับแฟนเสมอก็ชอบสังคมมหาลัยและเพื่อนของ Xiao Yan มาก บอกว่ามหาลัย U ดีจริงๆ รู้ว่าพวกเราเป็นของจริง เพราะไม่เคยมีใครรู้ว่าสองคนเคยทะเลาะกันมาก่อน หรือรู้ว่าความเข้ากันต่ำ พอแนะนำว่าเป็นแฟนก็คือยอมรับว่าเป็นแฟนจริงๆ ซึ่งเมื่อเปิดตัวแล้ว ตัว Luo Zhiyu ก็ถึงขั้นไปนั่งเรียนวิชาทั่วไปเก็บคะแนนแทน Xiao Yan ที่ติดงานของคณะกรรมการนักเรียนด้วยซ้ำ ซึ่งก็มีเรื่องขำมากที่พอไปนั่งเรียน ก็สนุกกับการปลอมตัวเป็นเด็กมหาลัย ถึงขั้นที่ยกมือตอบคำถามอย่างกระตือรือล้นเพื่อเพิ่มคะแนนพิเศษให้คุณแฟนสม่ำเสมอ ถึงขั้นที่อาจารย์ชอบและจำหน้าได้ ..... พอปีต่อมา ตัว Luo Zhiyu เข้ามหาลัยเดียวกันไปแล้ว ก็ต้องเรียนวิชานี้บ้าง และก็กลายเป็นอาจารย์คนเดิมเสียด้วย กลายเป็น Xiao Yan ต้องมานั่งเรียนแทน เพื่อไม่ให้อาจารย์จับได้จนความแตก คนที่รู้เรื่องก็ไปโพสต์ในกระทู้มหาลัยว่าคู่รักคู่นี้สวีทหวานกันอีกแล้ว มานั่งเรียนแทนแฟนเลยนะ แล้วก็มีคนที่รู้จริงมาบอกว่า ไม่ใช่ว่าสวีทอยากอวดหวานหรอกนะ แต่ว่าทำรถคว่ำไปแล้วต้องมาซ่อมเก็บงานต่างหาก ขำมากๆ

หรืออีกครั้งก็คือ Xiao Yan จัดงานประชุมคณะกรรมการนักเรียนใหม่เมื่อมีเด็กปี 1 เข้ามาร่วม และตัวเองในฐานะรองประธานก็จะต้องโผล่มาให้น้องๆ เห็นหน้าด้วย และก็ลาก Luo Zhiyu มาอยู่ด้วยกัน และเพราะตัว Luo Zhiyu หาที่ที่สัญญาณเนทดีก็เลยไปนั่งอยู่ท่ามกลางหมู่เด็กใหม่ ทำให้ทุกคนเข้าใจว่ามาเป็นคณะกรรมการนักเรียนเหมือนกัน ถูกจับให้นั่งฟังเรื่องรักระหว่าง Xiao Yan และคนรักโอเมก้าอยู่นาน โดยที่ไม่กล้าบอกว่าเป็นตัวเอง จนกระทั่ง Xiao Yan ตาม Luo Zhiyu กลับบ้านและบอกว่ากลับไปที่บ้านสำญญาณเนทดีแน่นอน ก็เลยทำให้ทุกคนรู้ว่านั่งนินทาเจ้าตัวไปเยอะขนาดไหน .....

แต่จริงๆ ไม่ว่าอยู่ที่โรงเรียนหรือว่าอยู่ที่มหาลัย ด้วยความที่ทั้งคู่หน้าตาดี ฐานะทางบ้านดี และผลการเรียนดีก็ทำให้กลายเป็นคนดังอยู่เสมอ ขนาดอยู่มหาลัยเรื่องความรักของสองคนก็ถูกคนอื่นเอามาโพสต์ถึงเป็นระยะๆ อีกแล้ว กับเอาจริงสองคนก็มีคนมาชอบเยอะตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ตอนอยู่โรงเรียน ตัว Xiao Yan คนไม่กล้ายุ่งเพราะแอบแนวนิ่ง เย็นชา ไม่ค่อยสนใจใคร พอเข้ามหาลัย ด้วยความที่ติดแฟนและแฟนติดก็เลยมีแฟนที่เป็นนักเรียนม.ปลายมาอยู่ด้วยถึงขั้นไปเรียนแทนกัน ไหนจะเรื่องหมั้นที่มีคนรู้อีกก็ยิ่งไม่มีใครมากล้ายุ่ง .. ส่วนตัว Luo Zhiyu จริงๆ ก็เป็นโอเมก้าหน้าตาสวยงามน่ารัก แต่เพราะพฤติกรรมโหดที่เอาไม้กวาดไล่ฟาดคู่แค้น และความดิบโหดเถื่อนที่แสดงออกเวลาอยู่กับ Xiao Yan ก็เลยไม่มีใครกล้าเข้ามาจีบจริงๆ เหมือนกัน ยิ่งพอสนิทกับ Xiao Yan ก็ยิ่งเหมือนจะอยู่กันสองคน (แม้ว่าคนอื่นจะคิดว่าเพราะหาเรื่องกันอยู่ก็ตาม) ถึงขั้นมีคนตั้งกระทู้หาคนช่วยปลอบที่ผิดหวังอกหักจาก Luo Zhiyu ก็มี

จริงๆ ส่วนตัวรู้สึกว่ารักวัยเรียนช่วง ม.ปลาย มันไปต่อไกลไม่ค่อยได้ เพราะยังเด็กมาก ยังไม่เจอการเปลี่ยนแปลง และหลายอย่างในชีวิต แต่จริงๆ มาอ่านก็รู้สึกถึงวัยเด็กที่ทำอะไรก็ทำได้ ยังรู้สึกชีวิตมีแค่การเรียนและขอบเขตที่กำหนดก็มีแค่โรงเรียนและครอบครัวแค่นั้น แต่ว่าเพราะแบบนี้ก็มีเสน่ห์ในแบบของตัวเองไปอีกแบบนะ It’s good to be young. มาก อย่างไรก็ตาม ก็ชอบเรื่องนี้มากอยู่ดี กำลังคิดว่าจะอ่านเรื่องอื่นของคนเขียนต่อด้วย ก็ได้ A+ ไปไม่ต้องสงสัย Love those giddy feelings of being smitten with the loved one. Love those giddy feelings of wanting to be together (and never go home tonight).

ปล.
1. สุดท้ายแล้วค่าความเข้ากันได้ของสองคนก็สูงมาก สูงชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน และก็เพราะความสูงมากเกินมาตรฐานก็ทำให้เครื่องตรวจปกติจับไม่ได้ (สองคนที่มีค่าเข้ากันที่ 0 ถึงขั้นที่กลายเป็นหวัข้อวิจัยและถูกจับตรวจหลายรอบจนถึงตรวจเลือด ซึ่งเป็นการตรวจปกติของคนที่จะแต่งงานกันด้วยซ้ำ และสองคนก็ต้องไปตรวจที่โรงพยาบาล ท่ามกลางคู่รักอัลฟ่าโอเมก้าในช่วงที่ยังเป็นคู่อาฆาตแค้นกันอยู่) ทำให้คืนแรกที่อยู่ด้วยกัน Xiao Yan ก็เผลอสร้างพันธะถาวรกับ Xiao Yan แล้ว ซึ่งเจ้าตัวที่รู้ว่าทำอะไรไปก็รีบไปที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบทฤษฎีความเข้ากันที่ได้ยินมาใหม่ ทำให้สุดท้ายพอ Luo Zhiyu สอบเข้ามหาลัยเสร็จก็ต้องไปตรวจค่าความเข้ากันได้กับ Xiao Yan ต่อ กลายเป็นเครียดทั้งเรื่องสอบเรื่องค่าความเข้ากัน (ซึ่งเพราะรู้ว่าตัวเองทำได้ดีก็กลัวอย่างหลังมากกว่าเสียอีก)

และเหตุผลที่ตอน Luo Zhiyu ตอนในช่วงฮีทกินยากกดไปแล้วไม่ได้ผล ก็เพราะว่ามีอัลฟ่าที่ความเข้ากันสูงมากอยู่ใกล้ๆ ถึงขั้นที่ต้องให้ Xiao Yan กัดสร้างพันธะชั่วคราวเพื่อกดอาการ และตอนที่ Xiao Yan อยู่ในช่วงอ่อนไหวก็ต้องกัด Luo Zhiyu เหมือนกัน


2. ชอบที่ความรักทำให้ก้าวหน้า เพราะว่าพอเป็นแฟนกันอยู่ด้วยกัน ตัว Luo Zhiyu ก็คุ้นเคยกับการอยู่กับ Xiao Yan ตลอดเวลา ถึงขั้นที่กลัวด้วยซ้ำว่าโรงเรียนที่ไม่มีอีกคนจะทำอย่างไร พอ Xiao Yan เข้าไปมหาลัยแล้ว สิ่งที่คิดในใจและบอก Xiao Yan เสมอในปีนั้นก็คือ ให้รอกันก่อน ตัวเองกำลังจะตามไปนะ ความรักเป็นแรงจูงใจให้ขยันเรียนและสอบได้คะแนนดีเพิ่มขึ้นมาจากเดิม อย่างตอนที่ Xiao Yan เข้ามหาลัยไปแล้ว ตัว Luo Zhiyu ก็ใช้เวลาที่ไม่ต้องไปโรงเรียนไปอยู่กับ Xiao Yan ที่ห้องที่ Xiao Yan อยู่เหมือนกัน สองคนใช้เวลาอยู่ด้วยกัน โดยที่ Luo Zhiyu เอาปากกามาทำแบบฝึกหัดในสมุดแบบฝึกหัด และ Xiao Yan ที่พ้นความเป็นเด็กมัธยมแล้วก็เอาคอมพิวเตอร์มาพิมพ์รายงานอยู่ใกล้ๆ กันเหมือนกัน ต่างคนต่างทำงานของตัวเอง แต่เงยหน้ามาก็เจอกัน และถึงจะทำงานตัวเอง ก็รู้ว่ามีอีกฝ่ายอยู่ข้างๆ
อย่างตอนจบชื่อตอนก็บอกว่า “Someone is waiting.” เพราะบอกว่าแรงจูงใจในการก้าวหน้า เติบโตของ Luo Zhiyu ก็คือ Xiao Yan กลายเป็นว่าคำพูดของ Xiao Yan กับ Luo Zhiyu ที่ทะเลาะกันตอนต้นหน้าโรงเรียนเป็นจริงจริงๆ "The excellent you deserve to know the excellent me." คนที่ดีเลิศสองคนเหมาะสมกันมาก


3. เพราะงานที่โรงเรียนยุ่งมาก ตัวสองคนก็แทบจะไม่ได้กลับบ้านเลย ยิ่งช่วงที่เป็นแฟนกันก็อยู่ห่างกันไม่ได้อีก .... โดยที่ทั้งสองครอบครัวรู้ว่าลูกตัวเองมีแฟนแล้ว แต่ก็ไม่มีใครคิดว่าคบกันเอง ทั้งที่หลายอย่างก็ชี้ไปว่าสองคนนี้น่าจะเป็นแฟนกัน แต่ว่าด้วยประวัติศาสตร์ที่ทะเลาะกันมาตลอดก็ไม่มีใครคิดไปในทางนั้น กลับคิดว่าจะเรื่องที่ลูกตัวเองมีแฟนไปข่มอีกบ้านด้วยซ้ำ ....

"Our Xiao Yan also has a boyfriend." Xiao Yu also thought about his own affairs, "It seems that it has been a while."
"This can also compete?" Boss Luo was secretly dissatisfied, so he said, "Oh, what does that have to do with us?"

จนกระทั่งตอนที่ Luo Zhiyu จบการศึกษาและต้องไปพูดให้รุ่นน้องทั้งโรงเรียนฟัง เจ้าตัวก็แหวกแนวว่าไม่อยากพูดเรื่องเรียนดี หรือการสอบอย่างที่ครูๆ อยากให้พูด แต่อยากจะพูดเรื่องที่นักเรียนอยากฟัง แล้วก็เล่าเรื่องของตัวเองกับ Xiao Yan ไป ขำมากที่ครูทุกคนก็นิ่งกันไปหมด อย่างที่เคยคิดว่าสองคนไปรออีกฝ่ายที่ห้องก็เพราะจะไปหาเรื่องกัน ยิ่งไปกว่านั้นการที่ Xiao Yan ที่จบเข้ามหาลัยไปแล้วใส่ชุดนักเรียนกลับมาที่โรงเรียนเกินสม่ำเสมอจนครูรู้แกวและยามหน้าประตูปล่อยให้เข้ามาเป็นปกติก็กลายเป็นว่าแค่มาหาแฟนตัวเอง (ซึ่งขำมากที่ Xiao Yan ก็บอกครูว่าไม่ต้องห่วง หลังจากนี้จะไม่กลับมาแล้ว เพราะ Luo Zhiyu เรียนจบแล้ว) และครูก็กระอักเลือดมากที่ย้อนกลับไปคิดว่าทั้งที่เข้มงวดมากแต่ก็ปล่อยให้ “ปลา” สองตัวเล็ดรอดการตรวจจับไปได้ ทั้งๆ ที่ปลาสองตัวนั้นก็สารภาพมาเองด้วยซ้ำ ตอนที่เอาใบวัดค่าความเข้ากันได้สูงมาก ชนิด 99.99 ที่สามารถสูงไปได้อีกก็ทำให้ไปทั้งแตกตื่นโรงเรียน

ซึ่งความแตกตื่นไปทั้งโรงเรียนก็มีรุ่นน้องที่สนิทกับพี่สาวของ Luo Zhiyu เอาไปรายงานคุณพี่ด้วย ทำให้เป็นคนแรกในบ้าน (และคนแรกของทั้งสองตระกูล) ที่รู้ว่าสองคนรักกัน ... ซึ่งตอนนั้นสองบ้านก็ออกงานเลี้ยงอยู่ด้วยกันพอดี และคำถามที่ถามบ้าน Xiao Yan ไปก็คือว่าสำเนาทะเบียนบ้านยังอยู่หรือเปล่า? เพราะตอนที่สองคนรู้ค่าความเข้ากันได้ ก็คิดจะเอาใบทะเทียนบ้านไปจดทะเบียนหมั้นกันไว้ก่อนรอจบค่อยแต่งแล้ว .... ซึ่ง Luo Zhiyu เผลอหลุดปากไปก่อนหน้านี้ พี่สาวก็เลยเป็นคนเก็บสำเนาทะเบียนบ้านไว้กับตัว แต่คือของอีกบ้าน ถูก Xiao Yan ฉกไว้เตรียมหมั้นก่อนแต่งด้วยกันนานแล้ว


4. กลิ่นฟีโรโมนของ Xiao Yan เป็นกลิ่นส้ม ซึ่งผันแปรไปตามสภาพจิตใจของเจ้าตัวว่าจะเป็นส้มหวานหรือว่าส้มเปรี้ยว และ Luo Zhiyu ก็เดาอารมณ์คุณแฟนได้จากกลิ่นฟีโรโมนส้มเหมือนกัน ... พอเป็นแฟนกัน หลังๆ ตัว Xiao Yan ก็ตั้งชื่อในแชตว่า “ส้ม” ด้วย มีอยู่วันนึงที่ทางบ้าน Luo Zhiyu คาดคั้นถึงแฟนของ Luo Zhiyu มากๆ เจ้าตัวก็บอกว่าจะส่งรูปแฟนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จมาให้ แล้วก็ส่งรูปกองส้มที่เพิ่งล้างยังมีหยดน้ำกลิ้งอยู่มาให้ทุกคนในแชตครอบครัว
ส่วนฟีโรโมนของ Luo Zhiyu เป็นกลิ่นลูกท้อ หรือว่าจะเรียกแบบฝรั่งว่ากลิ่นพีชดี ยิ่งอินเลิฟอยู่ด้วยกัน ตัว Xiao Yan ก็ยิ่งรู้สึกว่าว่าท้อ/พีชหวานไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่กลับมาที่หอหรือห้องเรียนหลังจากที่ไปหา Luo Zhiyu มา เพื่อนก็จะถาม Xiao Yan เสมอว่าถูก Luo Zhiyu เอาโซดารสพีชสาดมาอีกแล้วเหรอ ซึ่งพอสวีทกันก็เป็นเพราะฟีโรโมนโอเมก้าตัวเองล้วนๆ ไม่ใช่เพราะถูกโซดารสพีชสาดมาอย่างที่เคยโดนวันที่ไปกินแตงโมเย้ย Luo Zhiyu ตอนฝึกทหารแรกเข้าเรียนเลย

และเพราะคนในบ้านเรียก Luo Zhiyu ว่า TaoTao (ท้อ) ตัว Xiao Yan ที่แอบได้ยินก็เรียก Luo Zhiyu ว่า TaoTao เหมือนกัน ทั้งที่ตอนแรกก็เรียกเพราะกึ่งๆ ล้อคำในที่คนในครอบครัวเรียก แต่นานๆ ไปชื่อนี้ก็กลายเป็นชื่อเรียกเพราะ Xiao Yan โอ๋แฟนไปแทน


5. 

ที่ข้อมือของ Xiao Yan มีรอยแผลเป็นจากการถูก Luo Zhiyu กัดอยู่ เพราะ Luo Zhiyu ในวัยสามขวบถูกพี่สาวสั่งให้ไปกัดลูกชายบ้านศัตรู พอเริ่มดีกัน ตัว Luo Zhiyu เองก็จะรู้สึกผิดเสมอที่ไปทำร้ายอีกฝ่าย แต่ก็รู้สึกว่าเหมือนแผลเป็นเป็นรอยกลีบดอกท้อ และพอเป็นแฟนกัน ตัว Xiao Yan ก็มองว่าเป็นแผลแทนใจของ TaoTao สุดที่รัก ... ที่พอมีอะไรมา ก็จะย้อนกลับไปว่าพี่สาวนั่นเองที่เป็นจุดเริ่มต้นเรื่องทั้งปวง หลีกหนีความผิดไปไม่ได้เลย


6.
ขำมากที่ตอน Xiao Yan อยู่ปีสอง (ในความหมายว่า ม.5) คนในห้องทำแบบทดสอบสุขศึกษาเรื่องความรู้พื้นฐานกัน และพวกอัลฟ่าก็เจอคำถามข้อแรกว่า ถ้าเริ่มเย็น มีโอเมก้าที่ยังไม่มีพันธะมาชวนไปเที่ยวเล่น โดยที่ไม่มีจะประสงค์ชัดเจนและชวนแค่คุณออกไป โดยที่คำชวนก็ดูไม่ชัดเจน ควรจะทำอย่างไร?

ก. ออกไปเล่นสนุกสนานด้วยกัน
ข. ปฎิเสธไปอย่างเข้มงวด
ค. ตกลงอย่างไม่เป็นเต็มใจ

ขณะที่ Xiao Yan กำลังจะเอาปากกามาวง ข. อย่างมั่นใจ ก็ได้ยินเสียงเคาะกระจกห้อง แล้ว Luo Zhiyu ก็โผล่มาทำเสียงออดอ้อนว่า พี่ ออกมาเล่นด้วยกันไหม .... คิดว่าอย่างไรล่ะคะ เพราะแน่อยู่แล้วว่าคุณพี่ก็ต้องออกไปตามน้องชวน พี่ แล้วกลับมาพร้อมกลิ่นพีชติดตัว คือความเป็นจริงสวนทางกับภาคทฤษฎีมาก... และที่ขำอีกทอดหลังจากนั้นก็คือ เหล่าอัลฟ่าในห้องยกเว้น Xiao Yan คนเดียวถูกครูที่สอนเรียกออกมากราดด่าหน้าชั้นเรียนทั้งห้อง เพราะว่าทำข้อสอบผิดกันหมดโดยที่ Xiao Yan ได้คะแนนเต็มอยู่คนเดียว
  
คือครูเริ่มด่ากราดตั้งแต่ข้อแรก ว่ามันเป็นความรู้ทั่วไป และความรู้ทั่วไปก็คือ ถึงครูไม่เคยบอก ไม่มีใครเคยสอนก็ควรจะรู้ว่าจะตอบอย่างไร
  
“The first question is general knowledge. Do you know what general knowledge is?” Mr. Xu takes a sip of tea to tamp down his anger, “General knowledge means, even if I don’t spell it out for you, you should still know how to answer it.”

ซึ่งพอ Xiao Yan คิดถึงความจริงที่ว่าถึงตัวเองจะตอบถูก แต่ว่าในเชิงปฎิบัติก็ยังออกไปหา Luo Zhiyu อยู่ดี ก็เลยลุกไปรวมแถวกับเหล่าอัลฟ่าที่กำลังถูกครูด่าหน้าห้องด้วย เพื่อนก็ปลื้มว่า Xiao Yan คนเรียนดีไม่ทิ้งกัน ครูก็ซึ้งใจว่า Xiao Yan มีจิตวิญญาณรักเพื่อนพ้อง มีสำนึกหมู่คณะ แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าพี่เขากำลังรู้สึกผิดในใจอย่างไร


7. ส่วนอันนี้ขอลงเต็มๆ ว่าตัว Luo Zhiyu ตอบคำถามผิดทุกข้อ แบบไม่ควรผิดจริงๆ

1. Xiaohong is an unmarked Omega, Xiaolan is an Alpha, Xiaohong and Xiaolan are just classmates, Xiaohong and Xiaolan hook up every now and then, to express their friendship at that time. (√)

2. Xiaolan is in a bad mood today. In order to comfort Xiaolan, Xiaohong touched Xiaolan's head and gave Xiaolan a big hug. (√)

3. Xiaolan fed Xiaohong with her own hands. Xiaohong accepted the feeding and looked forward to the next feeding with satisfaction. (√)

4. Xiaohong lost her school uniform. In order not to lose her credits, Xiaohong borrowed Xiaolan's and wisely protected her grades. (√)

5. Xiaohong thought that Xiaolan's pheromone smelled good, so she praised his pheromone many times in front of Xiaolan. (√)

6. When Xiaolan was on duty, she found that Xiaohong had violated the school rules. Regardless of Xiaohong's pleading, Xiaohong's credits were severely deducted. (x)

7. Xiaolan is an Alpha. One day he found that Xiaohong's clothes were not neatly dressed, so he helped Xiaohong tidy her clothes. (√)

There is no difficulty. The questions are based on daily life and can be judged by common sense alone. Luo Zhiyu selected the first few questions, opened the answer booklet attached to the textbook, and checked the answers.
All wrong.
Luo Zhiyu: "? Is this answer wrong?"



ส่วนของคุณพี่
Workbook Part II Situational Judgment Questions

Please combine the knowledge learned in this course to judge whether the following behaviors are right or wrong, and tick or cross the brackets.

[City No. 1 Middle School Physiological and Health Class Final Test, Alpha version]
The first question is multiple choice.

The first small question (general knowledge question): It is getting late, and an unmarked Omega invites you to go out to play. He has no clear purpose and only invites you. His words are evasive and even a bit provocative. , what should you do at this time?

a. Go out happily together
b. Reject him sternly
c. Reluctantly agree to him

Xiao Yan pulled out the cap of the pen. Just as the pen nib stopped on the paper, there was a light knocking sound from the window beside him——

The second graders are all taking exams, the corridor is quiet, Luo Zhiyu hides by the wall, tiptoeing, his voice is very soft: "Come out and play, brother."

________________________________________

ทวิตเตอร์ : @mgk993 #mereadingg

Wednesday, 27 April 2022

我在原始兽世当祭司 // I Was A Priest in the Primitive Beast World



คนเขียน : 老树青藤

แนว: ทะลุมิติ, ยุคหิน, สร้างเผ่า

ความสัมพันธ์: นักรบ (+คนใช้??) X นักบวชเผ่า

จำนวนตอน: 72 ตอน (ยังไม่จบ)

ตอนนี้เสิร์ชหาแนวสร้างเผ่ายุคหินจากเว็บจิ้นเจียงแล้วค่ะ ไม่ไหวแล้ววว ติดแนวนี้มากไปไหนไม่ได้ 

Shen Nong ที่เป็นนักวิจัยพันธุ์พืชกำลังต่อสู้กับงูยักษ์ระหว่างสำรวจสมุนไพรป่าในยุคอวกาศ และตัดสินใจระเบิดนิวเคลียสพลังไม้ของตัวเองเพื่อช่วยอาจารย์ที่เป็นกึ่งพ่อบุญธรรม และตอนที่คิดว่ากำลังจะตาย ก็ถูก summon มาเป็นนักบวชในเผ่าอ่อนแอล้าหลังยุคหิน และมีระบบที่บังคับให้ต้องสร้างความเจริญให้เผ่าอีก

เอาจริงก็คือว่าคนยุคปัจจุบันหรืออนาคตมาสร้างเผ่า มันก็สนุกส่วนหนึ่งเพราะว่ารู้มากและมีระดับความก้าวหน้าทางอารยธรรมที่แตกต่างกันอยู่แล้ว ยิ่งมาจากโลกอนาคตก็ยิ่งสุดโต่ง เพราะคนในเผ่าเห็น Shen Nong ต้มน้ำได้ก็ตื่นตาตื่นใจแล้วว พอถามว่าจะกินไหม ก็ตื่นเต้นมาก เชื่อกันไปว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่กินแล้วจะแข็งแกร่ง แล้วกินน้ำต้มไปไม่ยั้งจนจุก (...) เอาจริงคิดในแง่ดีคือดูหลอกง่ายทุกคนเลยนะ เพราะว่าท่านนักบวชทำอะไรก็ดี ทำอะไรก็ใช่ แล้วเพราะอยากได้สเกลอลังการเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือตัวเองก็บอก (หลอก) คนในเผ่าไปอีกว่าเทพเจ้าสัตว์ส่งตัวเองมาตให้เผ่าไม้ ทุกคนได้ยินคำว่า beast god ก็ยิ่งตื่นตาตื่นใจ และยิ่งซึ้งใจที่เผ่าตัวเองสามารถเรียกนักบวชที่เก่งมากและอยู่ในระดับสูงมากได้ 

และดังนั้น กระบวนการสร้างความเจริญเผ่า ในแง่ที่ว่าปรับปรุงคุณภาพชีวิตก็เริ่มขึ้น .. เพราะว่าคนในเผ่าเอาเนื้อมาให้ก็กลายเป็นว่าเนื้อที่เอามาใกล้เน่าแล้วนะ แล้วคือดีที่สุดที่มี Shen Nong ที่มาตรฐานชีวิตสูงมากจากยุค interstellar จะกินได้อย่างไร ก็กินผลไม้ใบไม้ไป แล้วก็คิดว่าถ้าไม่หาอาหารแล้วแก้เรื่องนี้ได้ ตัวเองต้องไม่รอดอดตายก่อนแน่ 

ส่วนนังระบบก็เหมือนแนวระบบปกติที่ทั้งช่วยให้ข้อมูล ให้ความช่วยเหลือ และให้มิชชั่นมาทำ แต่ขณะเดียวกัน ก็แอบกัดแทะแซะ Shen Nong ด้วย ทั้งมีประโยชน์ และคอยถ่วงขา อย่างตอนนึง อีระบบชั่วมาก กำลังคิดว่ามือสกปรก เพราะเลือดเปื้อน เวลาออกมาข้างนอกควรมีผ้าเช็ดหน้าติดมาด้วย อีระบบก็ออกมาเย้ยว่ารักสะอาดในยุคหินเนาะะ ซึ่งพระเอกมาจากยุคอนาคต สาย interstellar ไงคะ ความแตกต่างมันยิ่งสุดโต่งง แต่ความขำมากอย่างหนึ่งคือ Shen Nong ดูหน้านิ่งๆ แต่ว่าต่อราคากับระบบโหดมาก พอระบบเอาของมาหาก็จะบอกว่าหนึ่งแถมหนึ่งไหมก่อนตลอดเวลา พอระบบบอกว่าเก้าแถมหนึ่งก็จะต่อเป็นสามแถมหนึ่ง แล้วพอระบบตกลงง่ายๆ ก็แอบเคืองว่าไม่น่ายอมแบบนี้ น่าจะเป็นหนึ่งแถมหนึ่งเหมือนเดิม 

อ่านตอนแรกอยากจะบอกว่า ความสนใจใหญ่หลวงของฉันก็คือใครจะเป็นพระเอก หรือว่าลุ้นกว่านั้นก็คือจะมีพระเอกไหมคะ ทุกคนดูไม่อ่อนแอก็แก่ชรา ไม่มีใครเหมาะสมคุณสมบัติพระเอกเลย ... แถมเอาจริง หลายเรื่องยุคหินไม่ค่อยเน้นพระเอกด้วย ฮือ และถ้าไม่มีพระเอก หรือพระเอกบทไม่เยอะ ก็ไม่มีแรงกระตุ้นเลย

แต่สรุปว่าแรงจูงใจสุดโต่งก็มาแล้ว พระเอกดีมากก สาย obsessive สุดโต่ง น่ารักที่ช่วยเด็กต่างเผ่ามาได้ แล้วพอบอกให้เป็นบอดี้การ์ดคอยดูแลก็พัฒนาตัวเองจนกลายเป็นนักรบเผ่าได้ น้อง Zhe อัพเกรดจากอ่อนแอเป็นแข็งแกร่งสุดโต่ง ยิ่งพีคกว่าคือก่อนได้ร่างสัตว์ของตัวเอง อิจฉาลูกหมีแพนด้าที่ท่านนักบวชคอยลูบขน ตาร้อนผ่าวตั้งแต่ท่านนักบวชพามาอยู่ด้วยในถ้ำแล้ว แล้วก็ขอให้ตัวเองแปลงเป็นสัตว์ขนเยอะๆ ฟูๆ จะได้สู้กับลูกหมีได้อยู่ในใจด้วยหน้านิ่งตลอดเวลา สรุปว่าก็ได้ร่างสัตว์เป็นลูกเสือดำมีปีกขนนิ่มนุ่มสุดๆ สมใจ ... แล้วคือว่าเป็นสัตว์เทพที่ระดับ 10 ซึ่งก็เป็นระดับสูงสุดของนักรบโลกนี้แล้วนะคะ อันที่จริง ร่างจริงต้องตัวใหญ่เท่าภูเขา (หรือใหญ่กว่าภูเขาก็ ไม่แน่ใจ) แต่ถ้าทำแบบนั้นก็ไม่น่ารักน่าเอ็นดู เลยกลายร่างตัวเองเป็นลูกเสือดำมินิขนาดอุ้มได้แทน พอท่านนักบวชถามว่าเป็นนักรบระดับสูงสุดไม่ใช่เหรอ? ทำไมตัวจิ๋วแค่นี้ ก็ทำตาแป๋วไม่รู้เรื่องไป จนอีกฝ่ายคิดว่าได้แค่นี้ก็ดีแล้ว ค่อยเลี้ยงไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็โตได้ก็แล้วกันและก็สมใจมาก เพราะตัวเอก suck cub ไม่ไหวแล้ว มือไปเอง ขนนิ่มสุดๆ นุ่มสุดๆ ถึงขั้นให้มานอนบนเตียงเป็นตุ๊กตาลูกเสือไปแล้ว ความปรารถนาที่จะเป็นสัตว์ร่างฟูๆ มีขนเยอะๆ นุ่มๆ ก็เป็นจริงสมใจ และเลื่อนระดับความใกล้ชิดขึ้นมาได้เรื่อยๆ อีก

ส่วนพฤติกรรมนอกเหนือจากนั้น ชัดขนาด ถ้าไม่ต้องซ้อมหรือฝึกฝนใดๆ ก็จะไปป้วนเปี้ยนอยู่กับท่านนักบวชอย่างเดียว ทั้งเผ่ารู้กันว่าคอยเดินตามท่านนักบวชไม่แปลก แต่ถึงขั้นที่เผ่าอื่นยังรู้ พอถามว่าคนไหน ก็บอกว่าคนที่ตัวสูงๆ แข็งแกร่งมากๆ ดุดันสุดๆ แล้วก็ชอบวนเวียนตัวติดอยู่กับนักบวชเผ่าน่ะเหรอ? ช่วงแรกยังโอเคนะ แต่ครึ่งหลังเนี่ยสิ ....  แต่หลังๆ พออยู่ด้วยกันมากๆ ท่านนักบวชก็ติดเหมือนกัน เพราะคอยดูแล เอาใจ และรู้ใจสุดๆ ที่สำคัญถ้าไม่อยู่ไม่มีตุ๊กตาลูกเสือให้กอด นอนไม่หลับอีกต่างหาก ช่วงที่ออกไปล่าสัตว์ให้เผ่าแล้วหายไปนี่ ถึงกับคิดว่าไม่ควรให้ไปไหนค้างคืนแล้ว เพราะว่านอนไม่ได้เลย ตื่นมาควานหาลูกเสือตัวเองเป็นระยะๆ ตลอดคืน ลูกแพนด้าก็ขนไม่นิ่มเท่าแล้ว แต่ว่าก็น่ารักปนขำที่คนในเผ่าก็รู้กันว่าท่านนักบวชติดสัตว์ขนฟู มีอะไรก็เอาไปนอนกอดในถ้ำตัวเอง แต่หลังๆ เสือจิ๋วที่จริงๆ ไม่จิ๋วก็เริ่มร้ายแผ่รังสีอำมหิตกดดันจนลูกแพนด้าไม่กล้าเข้าไปกอดท่านนักบวชอีก 

แต่ย้ำอีกทีน้อง  Zhe ลูกหมาเด็กน่ารักมากก เจอจนรสนิยมฉันจะเปลี่ยนตามแล้วนะคะ ไม่ไหวแล้ว ซื่อๆ จริงใจ น่ารักกที่สุด แต่คือกระบวนการบริการต้มน้ำให้อาบ คอยจับมือเดินเวลาเดินทางแล้วสะดุดมัวแต่มองสมุนไพร หยิบเนื้อใส่จานจัดสำรับให้ เป็นหมอนกอดนอน (เวลาเป็นลูกเสือดำ) รวมไปถึงนวดขมับ .... จะไม่มีใจตอบก็ให้มันรู้ไป เทมกันแบบนี้ และน้อง Zhe ของฉันทั้งโลกหล้ารู้กันว่าวันๆ คอยแต่เดินตาม priest ถ้าไม่รินน้ำก็เลื่อนเก้าอี้ให้นั่ง บริการทุกระดับประทับใจจริงๆ กับวันนี้ (ตอนที่ 59) น่ารักอีกอย่างที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วกินอร่อยมาก แล้วเหมือนว่ากินเยอะมากด้วย กับตอนที่กินลูกกวาดแล้วอร่อยก็น่ารัก ลูกหมาเด็กทำอะไรก็ดี

คำว่าลูกหมาเด็กทำอะไรก็ดีไม่ใช่แค่กับฉัน แต่เป็นกับ Shen Nong ด้วยเถอะ เอาจริงเพราะพออยู่ด้วยกันก็โอ๋ตามใจกันไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นที่พอบอกว่าขออยู่ใกล้ๆ แล้วมาอยู่ในถ้ำก็ยอมไป แถมยังซื้อลูกกวาดจากระบบมาป้อนทุกวันอีก ก็ตามใจในแบบตัวเองเนาะ แล้วตอนนี้เริ่มเปลี่ยนสภาพจากคนสนิทใกล้ตัวไปเป็นคนรักกันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วท่านนักบวชฉันก็ดูเป็นสภาพมีคนรักสปอยล์สุดโต่งแทน ล่าสุดตอนเดินหาไปหาเผ่านกแล้วเร่งมากพอไปถึงก็หมดสภาพยืนเอาตัวซบน้อง Zhe แบบจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ ถึงขึ้นที่ต้องคอยจับตัวเพราะกลัวล้ม หรืออีกวันพอคุยทางการกับหัวหน้าเผ่านก ก็ทำหน้าขึงขังแล้วบอกว่าท่านนักบวชถ้าเมื่อยพิงตัวเองมาได้เลยนะ  Shen Nong ก็เลยแกล้งทำตัวไม่มีกระดูกแล้วแทบจะพิง Zhe แบบสิงกันไป ... ดังนั้น ถึงขั้นหัวหน้าเผ่านกคิดว่าสองคนเป็นคนรักกันแล้ว

แต่พอเผ่าเริ่มแข็งแกร่งขึ้นก็ไม่น่าแปลกใจที่จะมีเริ่มมีเผ่าอื่นมาขอติดตามเหมือนกัน เริ่มจากเผ่าน้ำ ชอบนักบวชเผ่าน้ำที่มาอยู่ด้วย รักความรู้ความ sensible มาก กับน่ารักที่พอมาแล้วอ่านแปลนงานทุกอย่างรู้เรื่องในหนึ่งแวบ เลยกลายเป็นคนคุมงานไปแล้ว แล้วก็มีเผ่านกที่ไปเจอกันตอนเอาของในเผ่าไปชาย กลายเป็นได้แหล่งซัพพลายเออร์คนส่งของทะเล ไม่ว่าจะเป็นสาหร่าย ปลา กุ้ง หอยนางรมแล้ว 

ปล. 

1. ตอนนี้สินค้าเผ่าคือพวกเครื่องปั้น อันนี้ไม่แปลก แต่ที่แปลกกว่าเรื่องอื่นคือพวกขนสัตว์ หนังสัตว์ แต่อนาคตน่าจะมีอย่างอื่นเพิ่มมาอีก


2. น่ารักที่เผ่านกบอกว่าดีใจที่บินได้ ... บินไปทะเล แล้วหาของทะเลมาแลกเปลี่ยนกับกินเองได้ ทั้งที่ก่อนหน้า เพราะบินได้ เลยถูกเผ่าอื่นรังเกียจและไม่คบค้าสมาคมด้วย แต่ว่าหัวหน้าเผ่านกหายป่วยหรือยังคะ? อยากดูร่างสัตว์มาก คุณพี่เป็นนกอะไรเหรอ? ตัวใหญ่อลังการใช่ไหมคะ?

3.  อ่านตอนแรกงงมากว่าทำไมทุกคนมีชื่อเป็นสัตว์ สรุปว่าชื่อสัตว์ข้างหน้าก็คือตามร่างสัตว์ของตัวเอง

4. แต่ว่าวนเวียนอยู่สาย clan-building มาก แล้วก็มีเรื่องที่อยากอ่านอีกเยอะมาก ตอนนี้ติดมากไม่ไหวแล้ว แต่รู้สึกว่ายังออกจากลูปนี้ไม่ได้ด้วย ไปๆมาๆ สร้างเผ่ายุคหิน สนุกกว่าสร้างเมืองเซตติ้งยุโรปยุคกลางอีก ฉันก็คงหลงอยู่ในนี้ต่อไปอีกนานมากแน่นอนน

5. แต่คุณพี่นักรบอีกคนนึง กล้ามเนื้อไปแทนสมองมาก ไม่รู้เรื่องอะไรเลย นอกจากล่าสัตว์และใช้กำลัง ดูเพี้ยนๆ และมักถามอะไรไม่เข้าเหตุการณ์ตลอดเวลา ... การเป็นนักรบระดับ 7 ไม่ช่วยอะไร 



Monday, 4 October 2021

여우 사냥 // Fox Hunt



คนเขียน: 라임나무

แนว: เหนือธรรมชาติ, ปีศาจ/ ภูติ/ ผี, แก้แค้น, enemies turn lovers, fluff, obsession

ความสัมพันธ์: นักปราบปีศาจ X ปีศาจจิ้งจอก

จำนวนตอน: 70 (ยังไม่จบ)

เมื่อเปิดเรื่องมา Eun Sunmyung เป็นนักปราบปีศาจของตระกูล Eun ที่สืบเชื้อสายมาหลายรุ่นถูกว่าจ้างให้ไปฆ่าปีศาจจิ้งจอกไฟที่มารังควานลูกชายสุดที่รักของภรรยานักธุรกิจใหญ่ และเมื่อตามถึงตัวจิ้งจอกที่ซ่อนตัวอยู่บนเขา ระหว่างกำลังจะฆ่าปีศาจจิ้งจอก คำสาปที่สืบทอดกันมาของตระกูลก็ออกฤทธิ์พอดี ส่วนปีศาจจิ้งจอกที่ถูกยิงบาดเจ็บก็หนีไปได้

อันที่จริง จิ้งจอกไฟ Shimyul ควรจะหลบหลีกจากนักล่า แต่ว่าเมื่อเห็นสัญลักษณ์คำสาปจากจิ้งจอกขาวบนหน้าผากนักล่า Shimyul ซึ่งมีความแค้นกับจิ้งจอกขาวที่ฆ่าแม่ของตนก็เลยตัดสินใจจะร่วมมือกับนักปราบปีศาจอย่าง Sunmyung เพื่อแก้แค้นให้กับแม่ที่เป็นจิ้งจอกไฟ

และเมื่อเอาสมุนไพรหายากที่ตัวเองเจอระหว่างอยู่บนเขาไปให้คนขายสมุนไพรที่รู้จักกัน Shimyul ก็มาหา Sunmyung เพื่อตกลงทำสัญญาเป็นพันธมิตร โดยที่ Shimyul จะช่วยคลายคำสาปของจิ้งจอกขาวให้ เพื่อไม่ให้ไปทับซ้อนและเร่งฤทธิ์คำสาปดั้งเดิมจากอีมูกีที่ถูกหัวหน้าตระกูล Eun ฆ่าก่อนจะกลายบำเพ็ญเพียรเป็นมังกรได้

ด้วยความเป็นนักล่า Sunmyung ไม่คิดจะทำสัญญากับปีศาจแน่นอน แต่สุดท้ายด้วยความที่คำสาปรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ก็ต้องจำใจยอมตกลง

ดังนั้น เมื่อสองคนทำสัญญากัน Shimyul ก็ย้ายจากโรงแรมที่เปิดตอนเข้าในเมืองไปอยู่ที่บ้านของ Sunmyung

.

.

ช่วง 20-25 ตอนแรกเหมือนยังปูพื้นก่อน แต่เรื่องมีลูกเล่นอารมณ์หลายอย่างที่น่ารักดีเหมือนกัน ทั้งที่ตอนแรกกะว่าจะเลิกอ่านเพราะไม่ชอบตัวเอกขี้โมโห แต่ชอบงานเกาหลีที่บุคลิกตัวละครอธิบายจากประสบการณ์ชีวิตแล้วมีผลต่อสภาพอารมณ์ชัด เน้นเล่าว่าสองคน (หนึ่งคนหนึ่งตน อันที่จริง) เป็นอย่างไร ทำสัญญา และอยู่ร่วมกันได้อย่างไร และทำไม Shimyul ที่เป็นครึ่งจิ้งจอกครึ่งคนถึงเกลียดคน ซึ่งก็เป็นช่วงที่วุ่นวายมาก เพราะนักล่าก็มองปีศาจอย่างระแวงระวัง มีอะไรก็ขวางหูขวางตาชวนทะเลาะได้หมด ส่วนตัวจิ้งจอกเองก็ไม่ยอมใครเหมือนกัน เป็นน้ำกับน้ำมันที่ยังไงก็เข้ากันไม่ได้ แต่ว่าเนื่องจากตอนที่ตัว Shimyul ไปซื้อของในห้างเจอกับวิญญาณเด็กผู้ชายที่ตายในห้าง และเกาะติดกับตัว Shimyul ก็เลยทำให้สองคนต้องมีเรื่องร่วมมือกันเพื่อวิญญาณเด็กที่อยากตามหาแม่ตัวเองให้เจอ

เรื่องนี้น่ารักเพราะช่วงแรกตัว Shimyul เจ้าตัวเปิดออกมาเป็นจิ้งจอกรักความสบายมาก พอตัดสินใจออกจากภูเขาเข้ามาที่เมือง สิ่งแรกที่ทำก็คือหาความสบายใส่ตัว ซึ่งมีตั้งแต่เปิดห้องสวีทโรงแรมนอน กินอาหารทุกอย่างที่อยากกิน และตะลุยซื้อของแบรนด์เนมจริงจัง เหมือนจะเปิดมาร้าย และทำตามอำเภอใจ แต่จริงๆ ใสซื่อมาก เป็นพวกซึนที่ปากบ่นโวยวายแต่ในใจอ่อนยวบเป็นดินเหลว อย่างที่เจอวิญญาณเด็กก็เพราะว่าเจ้าตัวกำลังยืนคิดว่าว่าจะกินไอศครีมรสอะไรดี แล้วก็มีเสียงเด็กบอกว่า กินรสสตอร์เบอร์รี่สิ รสสตอร์เบอร์รี่อร่อยที่สุด จิ้งจอกไฟก็บอกเด็กไปว่า เป็นจิ้งจอกที่เกลียดมนุษย์มาก ไม่อยากอยู่ใกล้มนุษย์ โดยเฉพาะเด็กที่อ่อนแอไร้ประโยชน์ ให้ไปไกลๆ นะ แต่สุดท้ายก็ซื้อไอศกรีมสองที่ เพราะสั่งรสสตอร์เบอร์รี่ให้เด็กด้วยอยู่ดี

หรือพอมาที่บ้าน Sunmyung ก็พาเด็กมาด้วย แล้วบอกให้ Sunmyung ตามหาแม่เด็กที .... แม้ว่าจะหันไปดุเด็กว่าบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามกำชายเสื้อเพราะจะทำเสื้อยับนะ ก็ตาม ไม่นับว่าไปไน ก็ซื้อของรสสตอร์เบอร์รี่กลับมาให้ด้วย

กับอีกอย่างก็คือ Shimyul เป็นพวกหลงตัวเองมาก มีอะไรก็เรียกตัวเองว่าท่านจิ้งจอกผู้ยิ่งใหญ่ ท่านจิ้งจอกนิสัยดี ท่านจิ้งจอกใจกว้าง ท่านจิ้งจอกหน้าตา รสนิยมสูงส่ง และสารพัดจิ้งจอกต่างๆ นานา มีอะไรก็ช่วยคนอื่นเขาหมด ทั้งที่บอกว่าตัวเองเกลียดมนุษย์ แต่ก็บอกว่าเพราะตัวเองใจกว้างก็เลยช่วยไง ... มีอยู่ครั้งหนึ่งถูก Sunmyung บ่นใส่ว่าไม่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเลยหรือไง ก็ตอบกลับไปว่าไม่ต้อง เพราะตัวเองหน้าตาดีพอแล้ว เอามาชดเชยกันได้

ส่วนตัวพี่พระเอกเหมือนเห็นแก่ตัว สนใจแต่ผลประโยชน์ แต่ก็เป็นเพราะว่าพ่อใจดีการกุศลมากไป จนครอบครัวไม่เหลืออะไรเลย และตอนพ่อตายก็ไม่มีใครมาช่วยเหมือนกัน กลายเป็นเจ้าบ้านตั้งแต่อายุน้อย ก็เลยคิดว่าต้องเห็นแก่เงิน สนใจประโยชน์เพื่อไม่ให้ถูกฉวยโอกาสและใช้ประโยชน์อย่างที่พ่อตัวเองเคยเป็น

ตระกูล Eun จะมีตระกูลที่เป็นข้ารับใช้ด้วยสองตระกูล และคนจากทั้งสองตระกูลก็เป็นทั้งเพื่อนทั้งบริวารให้ Sunmyung ด้วยเหมือนกัน แต่ถึงแม้จะฟังดูยิ่งใหญ่ พอผ่านมารุ่นปัจจุบัน ทั้งสามตระกูลก็เหมือนจะเหลืออยู่แค่ทั้งสามคนแล้วเท่านั้น ตัวคนแรก Han Seoljoo เป็นบุคลิกเย็นชาที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องต่างๆ ให้ตัว Sunmyung ทั้งเรื่องในบ้าน และในร้านเครื่องประดับ และ Ban Hanseong ที่มาจากตระกูลคนรับใช้เงา ซึ่งปัจจุบัน เป็นคนทรงติดต่อและช่วยเหลือวิญญาณ

ทั้งขำปนน่ารักเวลาที่สองคนอยู่ด้วยกัน เพราะช่วงแรกๆ เคยทะเลาะกันเสียงดังจน Hanseong โกรธที่ทำให้วิญญาณที่สนิทอยู่กับตัวเองตกใจ แล้วก็เลยไล่สองคนที่กำลังทะเลาะกันออกไปจากบ้าน ตัว Shimyul ยังอยู่ในสภาพถือตะเกียบน้ำซุปหยดติ๋งๆ อยู่เลย และด้วยความที่โมโหหิว แต่ตอนนั้นไม่มีเงินติดตัว ก็สั่งให้ Sunmyung เลี้ยงข้าวตัวเอง แล้วเข้าร้านเนื้อย่างไป พอสั่งเนื้อ 5 ถาดมากิน ซึ่งสุดท้ายก็กลายเป็นว่ากินไปคนเดียว 9 ถาดไม่นับบะหมี่อีกถ้วย ตอนแรก Sunmyung ก็เข้าใจว่าสั่งมาแกล้ง กะว่าถ้ากินไม่หมด ก็จะบังคับให้กินเข้าไป แต่กลายเป็นว่ากินหมดแถมยังสั่งบะหมี่มากินต่อไม่เหลือแม้กระทั่งน้ำซุป ก็เริ่มคิดว่านี่เป็นจิ้งจอกหรือหมู แล้วพอไปถามจิ้งจอกข้างตัวก็แน่ล่ะว่าอีกฝ่ายโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่มาหาว่าจิ้งจอกสูงส่งอย่างตัวเองเป็นหมู

แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นแนว enemies turn lovers ศัตรูคู่แค้นกลายมาเป็นคนรักด้วย เพราะว่าสองคนอยู่ด้วยกัน ก็เริ่มที่จะรู้สึกตัวตนของอีกคนมากขึ้น ขณะเดียวกันก็รู้จักตัวเองใหม่ด้วย เป็นคนเหงาที่ไม่มีใครเคียงข้างในโลกมาเจอกัน และพอเริ่มดูแลกันก็เริ่มเห็นใจกัน ... แต่ว่าก็เป็นลักษณะปากอย่างใจอย่าง ซึนทั้งคู่

คุณพี่นักล่าก็ได้มองปีศาจจิ้งจอกใหม่เหมือนกัน เพราะว่าไปๆ มาๆ Shimyul ดูเป็นจิ้งจอกที่ไม่มีพิษมีภัย เหมือนร้าย แต่ก็ใจอ่อน อย่างที่ตอนเจอแม่เด็ก Shimyul ก็ร้องไห้สงสารแม่เด็กเหมือนกัน (เพราะว่าส่วนหนึ่งคิดถึงแม่ตัวเอง) และก็ไม่เคยทำร้ายมนุษย์ ความเชื่อที่ว่าดูดวิญญาณมนุษย์อย่างที่เคยคิดไว้ก็ไม่ใช่ เพราะเจ้าตัวชอบกินอาหารมากกว่า ความสุขคือการได้อยู่สบาย และได้กินอาหารอร่อย และกินเก่งมากจนพระเอกคิดอยู่ในใจทุกครั้งว่าจิ้งจอกหรือหมู (ใจร้ายแต่ขำ) และพอไปค้างต่างที่ด้วยกัน เพราะShimyul อยากไปเยี่ยมคนขายสมุนไพรที่เป็นเพื่อนเก่า ตอนเช้าเจ้าของที่พักเอาอาหารเช้ามาให้ พอพระเอกมัวแต่คุย พอจะหันมากินข้าว บอกว่ายังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย แต่คือไม่มีอะไรเหลือแล้ว มีแค่เศษผงขนมปังบนจาน เพราะจิ้งจอกกินทุกอย่างให้ไม่เหลือแล้วค่ะ

กับด้วยความที่ Shimyul ชอบกาแฟ einspanner มาก ทุกเช้าต้องเดินไปซื้อที่ร้านแถวบ้าน (แถวบ้านนักล่าที่กลายเป็นบ้านตัวเองไปแล้วเหมือนกัน) มีอยู่มาวันนึง เจ้าของร้านถูกผีสิงร่าง ตัว Shimyul ก็รีบโทรบอก Sunmyung มาไล่ผีเร็ว ซึ่งจริงๆ Sunmyung ก็มาให้อยู่แล้ว แต่ก็อดรวนไปไม่ได้ว่าถ้าบอกว่าไม่ล่ะ ดังนั้น จิ้งจอกก็อาละวาดทางโทรศัพท์เป็นชุดทันที ว่า ถ้าตัวเองไม่มีกาแฟที่ชงอร่อยถูกใจกิน ก็จะไม่มีความสุข อยากทำให้จิ้งจอกไม่มีความสุขใช่ไหมม นักล่าใจโหด!

แต่ความซึนคู่ที่สุดก็คือว่าตอนจัดที่พักให้ Sunmyung ให้ Shimyul อยู่ในส่วนแยกออกไป เพราะตอนนั้นไม่อยากยุ่งเกี่ยวเห็นหน้ากัน แต่เพราะว่าฮีตเตอร์เสีย หมาจิ้งจอกก็แอบย่องเข้ามานอนบนเตียงในห้อง Sunmyung ด้วย และด้วยความที่เผลอใจ ทั้งคู่ก็นอนด้วยกันเรียบร้อย .. ซึ่งผลที่ตามมาก็คือต่างคนต่างอึดอัดไม่มีใครกล้าเอ่ยปากพูดขึ้นมาก่อน และ Sunmyung ก็เลยหาข้ออ้างหนีตัวจิ้งจอกและหนีใจตัวเองว่าจะไปหาวัตถุดิบกับสมุนไพรที่ต้องใช้บนเขา

พอย่องหนีจิ้งจอกไปตอนกลางคืน Shimyul ที่ตื่นมากลางดึกและรู้ว่าตัวนักล่าจะไปไหนก็ตามไป .... ตอนแรกตัว Sunmyung เข้าใจว่าตัวเองคิดไปเอง แต่ว่า Shimyul ก็ตามมาจริงๆ แถมยังอ้างเหตุผลบอกว่าไม่ได้ตามมา แต่ว่ามาจับปลา สุดท้ายก็อยู่ด้วยกันอีกจนได้ และที่น่ารักก็คือว่าพอจิ้งจอกหิวโซจะจับปลากิน Sunmyung ก็เป็นคนกระโดดลงไปในลำธารที่เป็นน้ำแข็งให้เอง เพราะรู้ว่าจิ้งจอกไม่ชอบอากาศหนาว .... ทำแทนเพราะเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบ มากกว่าจะทำเพราะเอาใจ แต่ก็เป็นการเพิ่มคะแนนให้ตัวเองโดย Sunmyung ไม่รู้ตัวเหมือนกัน และสาเหตุจริงๆ ที่ปีศาจจิ้งจอกที่ควรจะทนหนาวได้ แต่เกลียดและกลัวอากาศหนาวก็คือความหนาวเหน็บเป็นตัวแทนความเหงาและว่างเปล่าในใจตัวเอง

จิ้งจอกก็ตามมาแล้ว ใจตัวเองก็หนีไม่พ้นแล้ว ตัว Sunmyung เลยตัดสินใจกลับเสียเลย โดยลงเขาพาจิ้งจอกสุดที่รัก (?) ไปกินข้าวก่อนถึงบ้านและพอกลับมาฮีตเตอร์ซ่อมเสร็จแล้ว ตัว Shimyul ที่เห็นโน๊ตแปะจาก Hanseong ก็รีบเอาโน๊ตไปซ่อนจะได้อยู่ห้อง Sunmyung ต่อไป ซึ่งอันที่จริง ตัว Sunmyung ที่ทีหลังรู้ว่ามีโน๊ตแปะไว้ ก็คิดว่าจะเอาไปซ่อนเหมือนกัน ต่างคนต่างอยากอยู่ด้วยกัน แต่ไม่มีใครยอมพูดตรงๆ ถึงขั้นที่สุดท้ายพอ Seoljoo ไล่จิ้งจอกกลับไปนอนที่ห้องตัวเอง ต้องอยู่กันคนละบ้าน ตัว Sunmyung ก็เดินเข้าถึงในห้อง Shimyul แล้วหาข้ออ้างบอกว่าห้องนี้กันเสียงไม่ดี ฝนตกจะเสียงดัง ด้วยความที่เจ้าของบ้านที่ดี ก็ให้ Shimyul ไปอยู่ห้องตัวเองได้ก่อน และตัวจิ้งจอกก็โวยวายว่าแพ้เสียงดัง อยู่ไม่ได้! แล้วรีบร้อนเดินออกมากับ Sunmyung เพื่อกลับไปห้อง Sunmyung ในบ้านใหญ่ด้วยอย่างรวดเร็วทันที

หรือว่าอยากให้อยู่ด้วยกันแต่ก็ไม่กล้าบอกอีกฝ่าย พอ Shimyul จับปีศาจต้นไม้ได้ แต่ระหว่างกำจัด ซากวิญญาณก็ทำพื้นไม้บ้าน Sunmyung เป็นรอยด่าง ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ Shimyul ก็ได้เหตุผลเพื่อโทรไปหา Sunmyung ทันทีเสียที ส่วนตัว Sunmyung ที่รับโทรศัพท์ก็บอกว่าจะรีบกลับบ้านมาดูเหมือนกัน ... ซึ่งขอย้ำซ้ำอีกทีว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่เร่งด่วนอะไร

แต่อยู่ด้วยกันไป คุณพี่นักล่าก็ออกแนวหวงจิ้งจอกไม่รู้ตัวด้วย ความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเริ่มทวีแรงเรื่อยๆ เมื่อก่อนคนมองจิ้งจอกเพราะความหน้าตาดีมีเสน่ห์ก็ระแวงว่าจิ้งจอกจะไปทำเสน่ห์แล้วทำร้ายใครไหม แต่ตอนนี้คืออย่ามอง เพราะว่าหวงงง เดินกันอยู่ข้างถนนก็หันไปซื้อผ้าพันคอข้างถนนมาแล้วพันหน้าหมูจิ้งจอกมาถึงจมูก เพราะไม่ชอบที่คนอื่นมองงหมูจิ้งจอกตัวเอง  แล้วก็คือว่าพอรู้เหตุผล Shimyul ก็ซื้อผ้าพันคอไปพันนักล่าด้วยเหมือนกัน แต่พันแค่ถึงตาเองนะ กลายเป็นผ้าพันคอคู่รักกันไป

(ซึ่งก็มีบังเอิญว่า วันนี้ Sunmyung ใส่เสื้อที่ Shimyul ซื้อให้ด้วยพอดี เพราะว่ารู้สึกผิดให้เงิน Shimyul 50,000 วอนไปซื้อกาแฟ โดยบอกว่าเป็นเงินปีใหม่ และจิ้งจอกก็ถือหลักบุญคุณต้องตอบแทน ซื้อเสื้อสเวตเตอร์แบรนด์เนมไปคืนให้ และแน่นอนว่าเกินเงินที่ได้มาไปโข และก็ใช้เวลาเลือกอย่างตั้งใจอยู่นาน แม้ว่าจะตะโกนใส่หน้า Sunmyung ไปอย่างร้อนตัวว่าไม่ได้เลือกนาน แค่หยิบส่งๆ แต่ว่าก็ทำให้ Sunmyung รู้สึกถึงความใส่ใจอย่างที่เคยได้รับจากแม่ ที่ให้เสื้อผ้าใหม่ตัวเองตอนปีใหม่เหมือนกัน)

กับพอ Shimyul สนิทกับ Hanseong มากๆ ด้วยความที่ Hanseong เป็นพวกชอบคุยชอบเล่น แต่เพื่อนอีก 2 คน ทั้ง Sunmyung กับ Seoljoo เป็นพวกนิ่งทั้งคู่ การที่มี Shimyul มาอยู่ด้วยก็เป็นเพื่อนเล่น และเพื่อนกิน (สองคนมีความสุขมากเวลาสุมหัวคิดหาอาหารที่อยากกิน และสั่งอาหารมากินด้วยกันจริงจัง) ที่ดีมากของ Hanseong จากที่นานๆ ทีมาที่บ้าน ก็เลยเป็นแทบจะไม่เว้นวันเพื่อชวน Shimyul มาเล่นด้วยกัน แรกๆ คุณพี่นักล่าก็ระแวงว่าตัวปีศาจจิ้งจอกชั่วร้ายจะทำร้ายอะไรเพื่อนตัวเองหรือเปล่า แต่ไปๆ มาๆ ก็เริ่มเป็นเพราะหวง เห็น Shimyul นั่งติด Hanseong ปิ้งเนื้อกินด้วยกันก็แทรกกลางเข้าไปแล้วไล่ Hanseong ไปหาข้อมูลแทน และพอ Shimyul ลูบหัว Hanseong ก็เริ่มหงุดหงิด ... จนมีวิวัฒนาการถึงขั้นบอกว่า ห้ามไปแตะโอ๋ Hanseong นะ จิ้งจอกก็เหวี่ยงว่าทำไม? โน่นก็ห้าม นี่ก็ห้าม ทำอะไรก็ทำไม่ได้! แล้วคุณพี่นักล่าก็บอกว่าไม่ชอบ .... ไม่ให้แตะสัมผัสใครเลยนอกจากตัวเอง แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไม

แต่หลังๆ Sunmyung ก็เริ่มคิดว่าตัว Shimyul น่ารักดีเรื่อยๆ เห็นอะไรก็นึกถึง พอเข้าไปคุมร้าน กำลังคัดทับทิมก็คิดถึงสีผม Shimyul สั่งทำสร้อยคอให้ไปอัตโนมัติด้วย กับพอคิดว่าตอนนี้ Shimyul มาอยู่บ้านด้วย เหมือนค่าอาหารเพิ่มสูงขึ้นมา ... แต่ว่าก็ไม่เป็นไร ถึงจะเลี้ยงจิ้งจอกกินเก่งต่อไปก็เลี้ยงได้นะ

อย่างพอจริงๆ ตัว Hanseong สั่งเตาปิ้งย่างมาที่ไว้ที่บ้าน Sunmyung พี่แกก็คิดจะบอกปากห้ามให้คืนเตาไปนะ แต่ว่าพอหมูจิ้งจอกตื่นเต้นดีใจไปด้วยว่าจะปิ้งเนื้อ ปิ้งมัน ปิ้งส้ม เจ้าตัวก็ปล่อยเลยตามเลย .. วันที่เตามา และ Hanseong ซื้อเนื้อมา Shimyul ก็วิ่งร่าเข้าไปช่วยปิ้ง ทั้งที่เพิ่งกินซี่โครงแกะกับ Sunmyung ไป แต่พอท้วง จิ้งจอกก็บอกว่านั่น แกะ แต่นี่เป็นหมูกับวัวนะ ยังไม่ได้กินเลย ... ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงบอกว่าเป็นหมูหรือจิ้งจอก แต่ตอนนี้ก็เริ่มคิดว่ากินเก่ง น่ารักดีไปแล้ว

แล้วสองคนก็เริ่มเรียกชื่อกันแล้ว ปกติตะโกนใส่หน้าอีกฝ่ายว่า จิ้งจอก! กับ นักล่า! แต่ตอนนี้ก็อยากให้จิ้งจอกเรียกชื่อตัวเองได้ ซึ่งพอ Shimyul เรียกชื่อ ก็รู้สึกว่าชื่อตัวเองมีความหมายกว่าปกติเหมือนกัน ส่วนคนที่เรียกชื่อ ก็หูแดงไปด้วยอีกคน

สรุปว่าสองคนมาเติมเต็มช่องว่างในใจอีกฝ่าย ... ถึงขนาดที่ว่ามีอยู่วันนึงที่ Shimyul ไม่อยู่บ้าน และ Sunmyung อยู่บ้านคนเดียว ก็เริ่มคิดว่าบ้านตัวเองเงียบได้ขนาดนี้เลยเหรอ เมื่อก่อนไม่เคยรู้สึก จนกระทั่ง Shimyul มาโวยวายก่อกวนอยู่ในบ้าน และตอนที่ Sunmyung ไม่สบายจากฤทธิ์คำสาป ตัว Shimyul ก็รีบไปที่ภูเขาเพื่อเก็บโสมมาให้ Sunmyung กินให้แข็งแรง .... โดยที่มี Sunmyung โทรไปตามบอกว่าไม่อยากได้โสม อยากได้แค่ Shimyul มาอยู่ด้วยกัน ... น่ารักที่ปกติจากภูเขากลับบ้านใช้เวลา 2 ชั่วโมง แต่พอบอกให้คนขับแท็กซี่เร่งความเร็วมาถึงในเวลา 1 ชั่วโมง 45 นาที ก็สะดุดอยู่หน้าบ้าน แล้ววิ่งไปบอก Sunmyung ว่าใช้เวลาสองชั่วโมงพอดีตามปกติเลยนะ ใครจะเร่งรีบกลับมาเพราะถูกโทรตามกันล่ะ?

แต่ประเด็นที่นอกเหนือจากการแก้คำสาปในตระกูลที่ทำให้บ้าน Eun ทรมานทุกเดือนและไม่มีใครอายุยืนแล้ว ก็ยังมีประเด็นคนรักเก่า Shimyul ด้วยเหมือนกัน เพราะถึงแม้ตัวเองจะเป็นลูกครึ่งปีศาจจิ้งจอกมนุษย์แล้ว ตอนแรกเจ้าตัวไม่ได้เกลียดมนุษย์แต่อย่างไร กลับคิดว่าจะหาคนรักที่เป็นมนุษย์เหมือนแม่ตัวเองด้วยซ้ำ แต่ว่าคนรักคนแรกก็ทรยศ และคนที่สองก็ไม่ต่างกัน เอามีดแทงหลัง Shimyul พร้อมกับตามนักล่ามาจัดการกับ Shimyul ด้วย .... ถึงแม้ Shimyul จะจัดการนักล่าทั้งหมดไป แต่ก็ตัดใจฆ่าคนรักตัวเองไม่ได้ เลยตัดสินใจวิ่งหนีออกมาแทน โดยที่มีคนรักวิ่งไล่ตามขอโทษมา

.... ซึ่งเพราะตัว Shimyul ฝันถึงคนรักเก่าบ่อยๆ ก็เลยมีการคาดการณ์กันเหมือนกันว่าจะมีการกลับชาติมาเกิดไหม เพราะทำไมแรงดึงดูดระหว่าง Sunmyung กับ Shimyul ดูเป็นธรรมชาติ แต่ขณะเดียวกันก็เกินอธิบาย นอกเหนือไปจากการที่มีคนที่หน้าเหมือนคนรักเก่า และเหมือนว่าจะเป็นลูกหลานต่อมา

ก็นั่นแล นักล่าและหมูจิ้งจอกจะเป็นอย่างไรต่อไป?


ปล.  เสียดายที่รีวิวไม่ค่อยดีตอนแรก จริงๆ มันเป็น hidden gem ที่ต้องอ่านพ้น 20 ตอนแล้วจะสนุกนะ ถ้าไปจับผิด อย่างที่สายเร่งอ่านเร่งความทำก็จะไม่สนุกเถอะ ฮือ

Monday, 19 April 2021

รักนิรันดร์ของนายท่านแมว // 神木挠不尽

นี่คือรีวิวสุดท้ายก่อนกลับไปทำงานนน 5555 

//สปอยล์แหลกสปอยล์ลานนน เพราะว่าจะกรีดด//

เอาจริง อ่านเพราะไปๆ มาๆ ก็เป็นแฟนงานเขียนลวี่เยี่ยนเชียนเฮ่อมาแบบงงๆ ไม่รู้ตัว ตั้งแต่ “อร่อยล้นวัง” แล้ว แต่ว่ากว่าจะอ่านจริงๆ ก็ช้า เพราะว่าเมื่อก่อนไม่ชอบให้กงดำเนินเรื่อง จนกระทั่งจับพลัดจับพลูไปอ่านเนี่ยแหละ ติดจริงจัง อ่าน mtl จบก็กรีดไปคนเดียว แล้วก็เป็นบุญมาก เพราะปกติตกข่าวนิยาย LC สุดๆ กว่าจะเห็นก็รอบวางขาย แต่งวดนี้เดชะบุญไปเจอโดยบังเอิญ

เอาล่ะ เรื่องมีอยู่ว่า “จอมมารต้วนเทียน” หรือ “โม่เทียนเหลียว” ปรมาจารย์การหลอมอาวุธหลบหนีการไล่ล่าของทั้งฝ่ายธรรมะและมารที่อยากได้อาวุธเทพที่ตัวเองเพิ่งหลอมได้มาถึงหุบเขา และสุดท้ายเมื่อจนตรอกก็ตัดสินใจตกตายตามกันไปกับเหล่าผู้ไล่ล่าทั้งหมด เหลือความเสียใจอย่างเดียวก็คือต้องทิ้ง “อุ้งน้อยโม่” ลูกแมวสีขาวสุดที่รักเอาไว้ตามลำพัง

แต่ว่าถึงเวลา กลับกลายเป็นว่าดวงจิตของตัวเองถูกพลังรักษาไว้ และก็ล่องลอยไปเรื่อยๆ จนเจอต้นไม้เทพ ซึ่งพอผ่านไป 300 ปีก็ได้โอกาสที่จะใช้ต้นไม้นี้เป็นร่างใหม่ไป 

และเป้าหมายก็คือตามหาแมวสุดที่รักของตัวเองให้เจอ

แต่ว่าเทียบกับร่างเดิมที่พลังการฝึกปรือดี ตอนนี้ร่างใหม่ยังไม่มีความสามารถอะไรเลย และดังนั้น ก็เลยตัดสินใจสำนักเพื่อฝึกปรือ และตัวเลือกสำนักว่ออวิ๋นที่ไม่น่าจะเคยเห็นหน้าจริงตัวเองมาก่อนก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

พอเข้าสำนักมาแล้ว กลับได้รับเลือกจากเจ้าถ้ำ “ชิงถง” ผู้รูปงามแต่เย็นชาให้เป็นศิษย์สืบทอด และด้วยพลังปราณไม้ไฟก็ตัวเองได้ก็ได้วิชาฝึกที่แปลกประหลาดคือไปตัดไม้มาย่างเนื้อสัตว์ และระหว่างที่กำลังก่อไฟก็เจอลูกแมวน้อยสุดที่รักของตัวเอง ทำให้เจ้าตัวดีใจและโล่งใจมากที่ลูกแมวที่เป็นสัตว์ภูตยังอยู่ดีมีสุขในสำนัก

ซึ่งความจริงแล้ว แมวน้อยก็คือท่านอาจารย์ชิงถงเจินเหรินนั่นเอง และช่วงแรกการสลับมาตรวจตราคนเลี้ยงและศิษย์สืบทอดก็ดำเนินต่อไปด้วยร่างแมวร่างคน ก่อนที่วันหนึ่งอาการบาดเจ็บก็ทำให้โม่เทียนเหลียวเริ่มสงสัยและรู้ความจริงในที่สุด

รักแมวมาขนาดนี้แล้ว คราวนี้พอแมวกลายเป็นคนขึ้นมา อาการโอ๋ สปอยล์ เอาแต่ใจก็ตามมาไม่มีที่สิ้นสุด!!!

.

.

ถ้าจะสรุปให้ชัด เรื่องนี้ก็คือ “คนหลงแมว แมวติดคน” ได้อย่างเดียว เพราะจอมมารต้วนเทียนโหดร้ายฆ่าคนได้ไม่กระพริบตาอย่างไร ตลบตะแลงอย่างไร พอมากับแมวที่รักก็คือละลายเป็นทาสแมวระดับเกินเต็มแมกซ์ อะไรที่ดีที่ใช่ ก็คือสรรหามาให้แมวตัวเองทั้งหมด ในเรื่อง การจะมีมิติพิเศษเพื่อเก็บสิ่งมีชีวิตเป็นไปไม่ได้ แต่เพื่อใส่ของกินของเล่นของนอนอุ้งน้อยโม่ที่รักแล้ว ทำไมจะใส่สิ่งมีชีวิตไปไม่ได้? ถ้าอุ้งน้อยอยากจะเก็บหนู ผีเสื้อ นก ก็ต้องทำได้อยู่ดี ออกแบบกำไลพิเศษมาเป็นคู่เข้าเซ็ทกับตัวเองต่างหาก 

นอกเหนือจากนี้ของใช้ในชีวิตประจำวันก็ห้ามขาด ชามแมวก็คือหยกเย็นที่ทำให้อาหารไม่ร้อนเกินไปสำหรับลิ้นแมว แถมยังแกะสลักให้ตรงกลางนูนขึ้นมาเพื่อให้เวลากินแล้วหนวดไม่เปื้อนอีก รังแมว (ที่นอนแมว) ก็ต้องมีรังไหมหิมะไว้เพื่อที่จะนอนเล่นอยู่ในห้องหลอมอาวุธได้โดยที่ไม่รู้สึกร้อนเกินไป ที่ลับเล็บก็ไม่ต้องพูดถึง ก็ต้องเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์หายากที่ลับแล้วสัมผัสดีถูกใจแมวสิคะ 

แล้วด้วยความที่ปรมาจารย์หลอมอาวุธ คนทั้งโลกหล้ารู้กันหมดว่าของที่จอมมารต้วนเทียนทำล้วนแต่เน้นการใช้งาน ไม่เน้นรูปลักษณ์ พูดได้ตรงก็คือ อัปลักษณ์ แต่ความจริงก็คือขี้เกียจเท่านั้น ของเล่น ของใช้แมวตัวเองต่างหากที่ท่านจอมมารให้ความสำคัญ ใคร่ครวญพิจารณาว่าต้องดีทุกอย่างไม่มีผิดพลาด แล้วด้วยความที่เป็นคนชอบพลิกแพลงคิดนอกกรอบ การสร้างซัพพลายโดยที่ท่านแมวยังไม่เกิดดีมานด์ก็เป็นเรื่องปกติ ถึงขนาดอยากทำบ้านแมวที่ขยายใหญ่ได้ให้ด้วยซ้ำ แต่เพราะตายก่อน ยังไม่ได้ทำ แต่ระหว่างที่สำนักใหญ่ 3 สำนักมาประลองกันก็เลยถือโอกาสนี้หลอมบ้านแมวเสียเลย ทั้งปราณีตทั้งงดงามทั้งความคิดแปลกใหม่จนได้รางวัลชนะเลิศไป น่ารักที่ตอนอธิบายสรรพคุณให้กรรมการฟังแล้วเงียบเสียง เพราะกำลังเคลิ้มว่านายท่านแมวจะถูกใจบ้านแล้วคาบตัวเองเข้าบ้านไป แต่พอคนอื่นแห่เข้ามาจะลูบบ้านแมวไซส์เท่าบ้านของจริงก็รีบย่อส่วนไม่ให้ใครได้สัมผัส อ้างว่าพลังไม่เสถียร แล้วในใจรีบกรีดร้องว่าจะให้มือสกปรกมาแตะได้อย่างไร

นอกเหนือจากสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมอลังการเพื่อแมวแล้ว การเอาใจใส่แมวก็ยิ่งใหญ่ไม่แก้กัน เพราะว่าท่านแมวไม่ชอบอะไรสกปรก ผลไม้ที่ใหญ่เกินปากตัวเองกินแล้วเปื้อนก็ไม่อยากกิน คนเลี้ยงแมวก็รู้ทัน หั่นผลไม้เป็นชิ้นขนาดพอดีคำให้เสมอ น่องไก่ก็เอามีดมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ให้เอาตะเกียบคีบง่าย ปลาก็ต้องเอามาเลาะก้างก่อนจะวางในจาน น้ำชาก็ต้องทิ้งไม่ให้ร้อนเกินไป ถึงขั้นที่ศิษย์พี่ของชิงถงอย่างเสวียนจีน้ำตาตกในเสมอ ว่าทำไมลูกศิษย์ตัวเองไม่ใส่ใจแบบนี้บ้าง  หรือถ้าอยู่ในร่างแมว ถ้าเห็นนายท่านแมวหงุดหงิดที่เท้าสกปรกก็รีบเอาน้ำมาล้างแล้วเช็ดให้ พอไปมีเรื่องไปกัดนกแก้ว นกยูงคนอื่น สิ่งที่รีบกรีดก็คือ ระวังขนเข้าปาก เดี๋ยวจะสำลักแล้วไม่สบายตัว หรือย้อนกลับไปตอนที่อยู่ในวังมารเวลาอุ้งน้อยโม่ปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคาแล้วลงมาไม่ได้ร้องเหมียวเรียก ไม่ว่าจะคุยอะไรกับใคร ทาสแมวก็พร้อมจะรีบออกมา แล้วปีนหลังคาพานายท่านแมวลงมาเหมือนกัน

สรุปได้ว่า คนทั้งโลกรู้กันว่าปรมาจารย์ต้วนเทียนเป็นพวกหลงแมว ทั้งรักทั้งบูชา ไปไหนก็ต้องไปด้วย สิ่งเดียวที่มองเห็นก็คือนายท่านแมว ทั้งโลกพยายามประจบโดยการเอาคนงามมาเป็นบรรณาการขนาดไหน ตัวเองก็ไม่เคยใส่ใจ ไล่คนเหล่านั้นไปเผาฟืนบ้าง รดน้ำต้นไม้บ้างแค่นั้น ส่วนในชาตินี้ ก็เป็นลูกศิษย์กตัญญูที่ในหัวมีแต่การคิดปรนนิบัติอาจารย์ตัวเอง มีอะไรก็อยู่ข้างตัวชิงถงเจินเหรินพัดวีให้ทุกอย่างโดยที่ทางท่านอาจารย์ไม่ต้องเอ่ยปากพูดใดๆ 

ช่วงแรกดูผิวเผินเหมือนว่าโม่เทียนเหลียวเป็นทาสแมวรนหาที่ตายเสมอ เพราะว่าจะเอาหน้าไปซุก หรือโผไปกอดแมวก็จะถูกนายท่านแมวทั้งตบทั้งข่วนทั้งกัดกลับมา แต่พออ่านไปก็จะพบว่าอุ้งน้อยโม่เป็นแมวซึนตัวจริงเสียงจริงตัวเองก็มีความสุขกับการอยู่ร่วมกับทาสแมวของตัวเองอย่างมากเสมอ อย่างพอตอนกลางคืน หนีไปนอนที่ตำหนักตัวเองได้สักพักก็ต้องแปลงร่างกลับมาเป็นแมวเพื่อจะมาซุกอยู่ในอกเสื้อของโม่เทียนเหลียวเพื่อจะหลับ หรือเหตุผลจริงๆ ที่ท่านอาจารย์รูปงามมีอาการบาดเจ็บเรื้อรังก็เพราะตัวเองฉีกทึ้งจิตตัวเองไปเพื่อรักษาจิตของโม่เทียนเหลียวไม่ให้หายไป เป็นการเสียสละให้เงียบๆ แต่ไม่เคยพูดออกมา 

เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกสิ่งที่โม่เทียนเหลียวทำให้ชิงถงก็เป็นสิ่งที่สลักอยู่ในใจของนายท่านแมวเหมือนกัน อย่างที่เจ้าตัวคิดว่าช่วงตอนที่ยังเล็ก พ่อแม่ตายไป การอยู่ร่วมกับอาจารย์และศิษย์พี่ทั้งสองก็ไม่ได้เติมเต็มได้เหมือนที่อย่างโม่เทียนเหลียวทำ เพราะโม่เทียนเหลียววางให้อุ้งน้อยโม่เป็นที่หนึ่ง ทั้งรักทั้งใส่ใจเกินกว่าที่จะใครอื่นทำให้ได้ และกว่าจะรู้ตัวก็ทำให้ตัวเองยึดติดกับตัวโม่เทียนเหลียวไปด้วยแล้ว ชื่อตัว “ชิงถง” ก็เป็นชื่อที่ตั้งให้ตัวเองเพื่อให้เข้าคู่กับชื่อโม่เทียนเหลียวจากบทกลอนที่วังมารอีก 

ตอนที่บอกถึงความยึดติดที่สุดก็คือตอนที่คิดว่าอีกหน่อย โม่เทียนเหลียวก็จะสำเร็จเป็นเซียนอยู่บนสวรรค์แล้วทิ้งตัวเองไป กลายเป็นประเด็นในใจ จนพอโม่เทียนเหลียวรู้ก็บอกว่างั้นจะไม่สำเร็จเป็นเซียน จะอยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ ร้อยปี พันปี หมี่นปีก็จะอยู่ด้วยกันไป แล้วพอชิงถงบอกว่าบนสวรรค์มีคนที่งดงามดีกว่าตัวเองเยอะ แต่พี่โม่ก็ย้อนถามว่าแล้วจะมีแมวที่ไหนกล้าฉีกทึ้งจิตตัวเองให้ หรือว่ากล้าเอาตัวมารับฟ้าผ่าให้อย่างที่แมวตัวเองทำไม เอาจริงก็เป็นการยึดติดสิ่งกันและกัน และก็เป็นฉากที่อ่านแล้วน้ำตาร่วงได้เลย เพราะว่าสำหรับตัวโม่เทียนเหลียวเองก็เหมือนกัน ว่าอุ้งน้อยโม่หรือชิงถมก็คือคนที่ตัวเองรักที่สุดไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดก็ตาม 

กับการยึดติดสิ่งกันและกัน อีกตอนที่จะกลับไปวังมาร แล้วกลายเป็นว่าแม้ตัวชิงถงจะหาวิธีให้ไม่ใครเข้ามาข้างในได้เลย แต่เจ้าตัวไม่เคยเหยียบย่างเข้ามาอีกเลยในช่วง 300 ปี เพราะเหตุผลคือไม่อยากกลับบ้านคนเดียว แล้วพี่โม่พูดอยู่ตลอดคำเดียวว่ากลับบ้านของเรา พออุ้มชิงถงร่างคนเข้าบ้านไป เจ้าตัวก็กลายร่างเป็นแมวไปนอนในที่นอนเดิมอย่างสบายใจ กับพอจัดการผู้บุกรุกเรียบร้อย และเรียกลูกน้องเก่ามาก สิ่งที่บอกก็คือสิ่งที่สำคัญเร่งด่วนที่สุดคือหาคนเลี้ยงปลา !!! ใช่ค่ะ ปลาของอุ้งน้อยโม่เป็นปลาน้ำพุเย็นที่ต้องเลี้ยงดี อร่อยนุ่มลิ้นถูกใจนายท่านแมว

แต่ด้วยความที่มาเป็นที่หนึ่งเสมอ ก็ทำให้นายท่านแมวใจแคบมาก และคิดเล็กคิดน้อยมาก เวลาทาสแมวไม่สนใจตัวเอง อย่างที่ลึกๆ จงเกลียดจงชังวัตถุดิบหลอมอาวุธหายากราคาแพงเสมอ เพราะว่าถ้าเจ้าตัวติดพันอยู่กับการหลอมอาวุธ ก็จะต้องให้ข้ารับใช้ในวังมารเตรียมอาหารให้ตัวเอง แทนที่เจ้าทาสแมวจะลงมือเอง หรือตอนหนึ่งก็เข้าใจผิดคิดว่าตัวโม่เทียนเหลียวใช้เวลากว่าค่อนเดือนหลอมอาวุธให้ภูติจิ้งจอก (เพราะรู้ว่าทาสโง่แพ้สัตว์ขนปุกปุย แม้จะรู้ว่าที่หนึ่งในใจก็คือตัวเอง) กว่าจะรู้ว่าหลอมจี้ให้ตัวเองก็น้อยใจไปแล้ว 

และด้วยมีคนเอาใจดูแลก็ทำให้ชิงถงเป็นแมวขี้เกียจไปด้วย เจ้าตัวก็ยอมรับเองว่าถึงขั้นขี้เกียจแม้เวลาจะเดิน เวลานอนหิวน้ำขึ้นมายังให้ทาสแมวป้อนน้ำให้โดยที่ไม่แม้แต่จะเอื้อมมือมาหยิบจอกน้ำชาด้วยซ้ำไป แต่ส่วนตัวที่น่ารักก็คือ ตอนที่โม่เทียนเหลียวเอาจี้คล้องคอให้ แล้วอธิบายอย่างตั้งใจว่ามีคุณสมบัติอย่างไร ใช้งานอย่างไร นายท่านแมวก็ไม่ได้ฟังเข้าหูเลย เพราะคิดว่าทาสโง่อยู่แล้ว เดี๋ยวก็มีคนดูแลจัดการให้เอง

กับพอทุกอย่างลงตัวเป็นเหมือนเมื่อก่อนก็ทำให้นิสัยซุปเปอร์สปอยล์ชิงถงเจินเหรินกำเริบ ปกติการเดินทางด้วยเรือเหาะของสำนักก็เป็นเรื่องปกติ เทอะทะ ช้า แต่ว่าบรรลุทุกคนไปด้วยได้ ทว่าพอกลับมาอยู่ด้วยกัน ได้แต่สิ่งที่ดีสุด ก็ทำให้นายท่านแมวหันไปหาโม่เทียนเหลียวให้เอาบ้านแมวที่แปรสภาพเป็นพาหนะเดินทางได้ออกมาใช้เดินทางแทน หรูหราจนเรือเหาะของสำนักกลายเป็นซอมซ่อไป ซึ่งราคาในการใช้งานบ้านแมวก็คือ แค่ตั้งเฉยๆ เป็นบ้านก็กินหินพลังอย่างดีวันละ 3 ก้อนแล้ว

อีกอย่างที่น่ารักก็คือการที่อุ้งน้อยโม่อยู่ได้อย่างราบรื่นในสำนักก็เพราะสำนักว่ออวิ๋นปกป้องเหล่าสัตว์ภูติ แต่พออ่านไป จริงๆ แล้วสำนักนี่แหละคือดงสัตว์ภูติ! เหล่าอาจารย์จอมถ้ำและศิษย์พี่ศิษย์น้องต่างก็เป็นสัตว์ภูติด้วยกันทั้งสิ้น และแต่ละตัวก็มีความเพี้ยนในแบบของตัวเองเสียด้วย เช่น ไป๋ลั่ว ศิษย์พี่ที่เป็นกระต่าย และมักตกที่นั่งลำบากเพราะเผลอไปกินสมุนไพรและพืชที่ตัวเองต้องดูแลอยู่ตลอดเวลา หรือว่าศิษย์ใต้สังกัดเสวียนจีเจินเหรินต่างก็กลัวชิงถงตัวสั่นขาสั่นเพราะว่ามีตั้งแต่ปลาไน ผีเสื้อ ความกลัวแมวเกินล้าน

จริงๆ หลังๆ ไม่ค่อยอ่านแนวเทพเซียน/ ฝึกตนเพราะรู้สึกว่ามันมีส่วนที่ขมตับไหม้เยอะ ทั้งจากตัวพล็อต ทั้งจากกรอบธรรมเนียม (โดยเฉพาะ 2HA ที่ใจไหม้ไม่ไหวแล้ว)  แต่ว่าเรื่องนี้ไม่มีแบบนั้นเลย ขอบคุณงานลวี่เยี่ยนเชียนเฮ่อที่ราบรื่นสวีทหวานมาก ไม่ผิดหวังจริงๆ ตอนที่พอกลับวังมารกลายเป็นจอมมารต้วนเทียนก็กลัวว่าจะเกิดอะไรไหม ไหนจะตอนที่เปิดมาว่ารักกับท่านอาจารย์ชิงถงเจินเหรินอีก ทั้งกับตัวเอง ทั้งกับสำนัก ถ้าเป็นเรื่องอื่นดราม่าฝ่ายธรรมะตะโกนกรีดร้องว่าผิดประเพณีอันดีงามมาแล้ว แต่เรื่องนี้ ทัศนคติพี่โม่เทียนเหลียว แล้วอย่างไร So what? มาก ชีวิตฉันเกี่ยวอะไรกับแก ยิ่งพอสำนักมารสำนักธรรมะบุกเข้ามาหาเรื่องว่ออวิ๋นเพราะรู้ว่าเป็นดงสัตว์ภูตินี่คือสะใจมาก พี่โผล่มาคือระเบิดหัวฝ่ายมารไปเลย แล้วพอฝ่ายธรรมะตะโกนด่าว่าชั่วร้ายก็บอกให้พวกมารฆ่าพวกธรรมะเสีย ฆ่าคนจะปล่อยไปคน เป็นการยืมมือคนอื่นฆ่ากันเอง ศิษย์อาจารย์สำนักว่ออวิ๋นที่กำลังเตรียมจะลุยก็เลยเอาของกินมากินพร้อมชมดูไปแทน แถมเพราะเป็นเหล่าสัตว์ภูติที่ไม่ยึดติดธรรมเนียม สุดท้ายก็คือแก้ไขด้วยการตัดขาดจากสำนักธรรมะใหญ่กลายเป็นเอกเทศไป

หรือฉากเปิดตัวกับผู้ใหญ่ (ศิษย์พี่ทั้งสองของชิงถง และอาจารย์) ก็น่ารักและราบรื่นกว่าที่คิด เพราะแม้ตัวเสวียนจีเจินเหรินจะกังวลว่าโม่เทียนเหลียวจะไม่ให้ความสำคัญกับศิษย์น้องของตัวเอง แต่พอไปเจอเจดีย์ที่เก็บของวิเศษของพี่โม่ที่วังมารก็ต้องเปลี่ยนความคิดไป เพราะชั้นหนึ่งเต็มไปด้วยของใช้ของอุ้งเท้าโม่สมัยเป็นเด็กวางเป็นระเบียบสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นชามบิ่น ผ้าห่มขาด ที่สำคัญคือเอาขนที่ร่วงในแต่ละปีมาทำเป็นตุ๊กตาสะสมเป็นคอลเล็คชั่นในตู้อีก ถึงขั้นท่านเสวียนจีพูดไม่ออก โดยเฉพาะเมื่อลงไปชั้นใต้ดิน แล้วอาวุธมีค่า ของวิเศษควรเมืองทั้งหลายวางกันเขละขละเป็นภูเขาขยะ หรือพอไปเจอท่านอาจารย์ของชิงถงเอ่ยปากพูดถึงอดีตวัยเด็กของแมวที่รัก เจ้าตัวก็รีบเอาแผ่นหยกที่มีดวงชะตาตัวเองให้ พอท่านอาจารย์ของชิงถงอึ้งเงียบไปว่าแม้แต่ในหมู่ผู้ฝึกตัวก็ไม่มีธรรมเนียมแลกดวงชะตาเหมือนชาวบ้านนะ พี่โม่ก็บอกว่าเพราะไม่รู้ว่าธรรมเนียมสัตว์ภูติเป็นอย่างไร ต้องเตรียมให้พร้อมไว้ก่อน จนอีกฝ่ายต้องเอาหยกมาเขียนดวงชะตาลูกศิษย์ตัวเองให้กลับไป

ชอบตอนพิเศษที่พอไปอยู่บนสวรรค์แล้วล้าลากันมากๆ ทั้งชิงถงได้เจอพ่อแม่และมีตระกูลทั้งตระกูลปู่ย่าไปจนถึงปู่ทวดครบไม่ต้องเหงา ส่วนตัวโม่เทียนเหลียวก็ได้เจออาจารย์ตัวเอง ดูเป็น HEA ที่ความสุขอยู่ตลอดไป 

ก็ให้ A นะคะ สรุปได้อย่างที่พูดไปแล้วว่า “คนหลงแมว แมวติดคน” จริงๆ ยิ่งขึ้นไปบนสวรรค์เป็นการสปอยล์แมวสเกลใหญ่กว่าเดิมอีก เพราะว่าไปเอาใจให้ของเล่นทั้งเผ่าเสือขาวแล้ว

ส่วนตัวกลัว LC อยู่หน่อยๆ เพราะว่าชอบงานเนียนเนี๊ยบ ทั้งชื่อ ทั้งปก ทั้งการแปล แต่สำหรับ “รักนิรันดร์ของนายท่านแมว” ให้ผ่าน เพราะชอบปกมาก แม้อยากจะให้ชื่อทั้งภาษาจีนและภาษาไทยเด่นน้อยกว่านี้ก็เถอะ (เอาจริง ถือว่าค่อนข้างรกตานะ ถึงจะมีโปสการ์ดกับโปสเตอร์ A4 ให้เพ่งก็เถอะ) กับการแปล ดีใจและโล่งใจที่ไม่มีคำภาษาสแลง/ ตามกระแสมา ยกเว้นที่เจอคำว่า “เสื้อผ้าหน้าผม” อยู่ 2-3 ครั้ง  กับอธิบายเตียวม่วงว่า เตียวสีม่วงง อืมม...

แล้วก็คือความบ้างานลวี่เยี่ยนเชียนเฮ่อกำเริบอีกแล้วว กรี๊ดดดด จบดีกว่า ยิ่งเขียนยิ่งยาววว

Saturday, 17 April 2021

The Rebirth of the Last Days and Return to [Fang] Hao// 末世重生之重归于郝 โดย 暖荷

//สปอยล์เอเวอรี่ติงงง กรีดร้องอย่างที่นึกออก คงจะยาววว//

คนแต่ง “The Reborn Otaku’s Code of Practice for the Apocalypse /โอตาคุวันสิ้นโลก” (รีวิวแบบสปอยล์ไปแล้ว) เป็นแนว apocalypse กับ rebirth แบบเดิมอีก ไม่อ่านไม่ได้แล้วไหมคะ 

คุณพี่ He Zizhong ถูกทรยศหักหลังจากคนรักและลูกพี่ลูกน้องหลังวันสิ้นโลก โดยช่วงกำลังหนีตายก็ได้น้อง Fang Hao ที่ทำอย่างไรก็ไม่ทิ้งตัวเองไปมาอยู่ด้วยกัน แต่พอน้องปกป้องพี่จนตัวตาย พี่ He Zizhong ก็ได้รู้ว่า Fang Hao เป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนตัวเอง จนสุดท้ายตัว He Zizhong ก็ตายไปพร้อมความเสียใจที่รักคนผิด และรู้ตัวช้าไป

แต่ว่าเมื่อตื่นขึ้นมาอีกที ก็ย้อนเวลากลับมาก่อนช่วงวันสิ้นโลก และดังนั้น ปณิธานชีวิตตอนนี้คือ รักคนให้ถูกและอยู่ดีกินดี

.

.

เอาจริงเรื่องนี้มีแค่นี้จริงๆ เพราะว่าตัว He Zizhong คิดว่าถ้าจะอยู่ในวันสิ้นโลกต่อไปก็ควรจะรักคนที่มีค่าพอที่จะมอบความรักให้ และฝากชีวิตไว้ได้ ซึ่งพอเป็น Fang Hao ก็เป็นเงื่อนไขที่ลงตัวยิ่งกว่าพอดี ด้วยว่าตัว Fang Hao เองก็รัก He Zizhong มานาน และก็พร้อมจะทำทุกอย่างให้ He Zizhong เสียด้วย ... น่ารักที่ Fang Hao มุ่งมั่นมโนอยู่คนเดียวสารพัดว่าวันนี้จะอุทิศตัวเพื่อรุ่นพี่ที่รักอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อออกมาในรูปการทำอาหาร ตัวเองทำอาหารอร่อย และรุ่นพี่ก็กินอย่างมีความสุข ความไฟลุกท่วมเวลาอยู่ในครัวและบนโต๊ะอาหารก็ทำให้เจ้าตัวคิดเมนูอาหารสารพัดไม่ซ้ำแบบ เป็นทั้งแผนการเอาชนะใจผู้ชายผ่านทางกะเพาะ และทั้งยุทธศาสตร์การเตรียมเสบียงอาหารระหว่างที่สองคนต้องเดินทาง/ สู้กับซอมบี้ไปพร้อมกัน (เพราะว่ามิติเก็บรักษาอาหารไว้ได้ ดังนั้นการทำอาหารตุนไว้ก่อนเป็นเรื่องปกติของน้องมาก) 

เนื่องจากตัว He Zizhong มีมิติพิเศษที่มีทั้งพื้นที่เพาะปลูก บ่อน้ำ และบ้านพัก  นอกเหนือจากทำให้สองคนมีพื้นที่หลบภัย และพักผ่อนได้แล้ว ก็ทำให้เกิดการไร้ขีดจำกัดเรื่องการขนของและพื้นที่จัดเก็บด้วยเหมือนกัน ซึ่งถ้าคิดว่าการเก็บตุนทรัพยากรทั้งอาหาร เครื่องนุ่งห่ม อาวุธ เครื่องจักร และนานาสารพัดในเรื่องแนววันสิ้นโลกเป็นเรื่องใหญ่แล้วก็ขอเชิญมาอัพดีกรีด้วยกัน เพราะว่าด้วยการไร้ขีดจำกัดในเรื่องการขนของและพื้นที่จัดเก็บก็ทำให้ทั้งสองคนมุ่งมั่นและเมามันกับการหาของและตุนไว้ในมิติส่วนตัวของ He Zizhong อย่างเกินห้ามใจได้ หลายครั้งที่การออกไปหาของไม่ใช่แค่ว่าไปหาอะไรได้ เก็บอะไรมา แต่ว่าต้องเป็นเก็บให้หมด เก็บไม่ให้มีอะไรเหลือ อะไรก็เก็บไว้ก่อน แล้วค่อยไปคิดทีหลัง 

ยิ่งไปกว่านั้น ชาติแรกพื้นที่มิติที่ตอนแรกอยู่แค่ในกำไลข้อมือ แต่ชาตินี้กลายเป็นกลายเป็นส่วนหนึ่งของ He Zizhong ไปเลย ใครแย่งชิงไม่ได้อีก และพอมิติเริ่มพัฒนาความสามารถขึ้นมา ก็ทำให้น้อง Fang Hao สามารถเข้าออกและหยิบของจากในมิติตามใจได้เหมือน He Zizhong อีก ช่างอำนวยความสะดวกกันไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ 

ความเก็บหมดไม่แบ่งให้คนอื่นที่ขำมากก็คือตอนมาอยู่ที่ฐานเมือง A ใหม่ๆ ยังไม่มีใครรู้จักนิวเคลียสจากซอมบี้ สองคนนี้ก็รีบรับงานไปเอาขี้เถ้าซอมบี้ที่ถูกฆ่าและเผาไปทิ้ง เพราะว่าได้ผลตอบแทนดี และที่สำคัญหาทางไปรวบเก็บนิวเคลียสของซอมบี้มาเป็นของตัวเอง มีเท่าไหร่ก็กวาดมาหมดจนสงสารตอนที่กว่ากองทัพจะรู้เรื่องเห็นค่านิวเคลียสก็กลายเป็นปริศนาไปแล้วว่าทำไมเหล่าซอมบี้ที่ถูกกวาดล้างไม่มีนิวเคลียสตกไว้แม้แต่ชิ้นเดียว

จริงๆ ในชาติที่แล้ว ตัว He Zizhong ก่อนตายพบว่าตัวเองมีพลังลม แต่เพราะการมีไข้อยู่ตลอดเวลาทำให้ตัวเองอ่อนแอ และไม่ใครอยากรับเป็นพวก ขณะที่ตัว Fang Hao เองมีพลังการรักษา ซึ่งแม้จะเป็นต้องการตัวของจากทุกกลุ่ม แต่ตัวเองก็เลือกจะติดตามและอยู่เคียงข้าง He Zizhong เท่านั้น พอมาในชาตินี้ การดื่มน้ำจากบ่อในมิติพิเศษก็ช่วยให้อาการไข้ของ He Zizhong เบาบางลง และทำให้สามารถเพิ่มความสามารถได้อีก เป็นทั้งมีพลังลมและพลังโลหะ ส่วน Fang Hao ก็ได้ทั้งพลังรักษาและพลังความเร็วมา ... ซึ่งการอัพเกรดของทั้งคู่ก็แตกต่างจากคนอื่น เพราะเริ่มแรก สองคนเอานิวเคลียสที่ได้จากซอมบี้โยนไปเก็บในมิติ แต่กลายเป็นว่าทำให้ห้วงมิตินั้นอัพเกรดได้ และก็ทำให้สองคนอัพเกรดพลังตามได้ในภายหลัง 

ซึ่งด้วยวิธีลัดเช่นนี้ ก็เป็นการอัพพลังที่เร็วล่วงหน้าคนอื่นไปหนึ่งช่วงตัวเสมอ ทำให้พออยู่ไปเรื่อยๆ ทุกคนก็รู้ว่าสองเทพนี้พลังสูงสุด เปลี่ยนจาก He Zizhong ที่พลังการต่อสู้ติดลบ กลายเป็นคนที่พลังต่อสู้/ทำลายสูงที่สุดในกลุ่มไป และแม้กระทั่งกองทัพเองก็ต้องปล่อยสองคนนี้ทำอะไรอย่างที่อยากทำในภายหลัง ยกเว้นเรื่องสำคัญบาดตายที่จะเรียกสองคนนี้มา เพราะรู้ว่าสองคนเก่งจริง แต่ไม่มีความทะเยอะทะยานอะไรใดๆ เลย (ยกเว้นการอยู่ด้วยกัน และอยู่ดีกินดี)

แต่บางการอัพเกรดห้วงมิติก็เป็นปัญหาสำหรับสองคน เพราะทุกครั้งที่ห้วงมิติเพิ่มความสามารถก็จะเข้าในในมิติไม่ได้ อย่างครั้งแรกกว่าจะรู้ตัวก็ถูกตัดขาดจากทรัพยากรในมิติไปแล้ว และครั้งหลังพอเริ่มมีประสบการณ์ก็ต้องเตรียมตัววางแผนให้ดี กลายเป็นเรื่องใหญ่ต้องจริงจังทุกครั้งไป กับอีกครั้งกับพอคนในทีม (ที่สองคนนี้ได้ร่วมกลุ่มด้วยอย่างหลวมๆ) มาถามเรื่องวิธีอัพเกรดพลัง สองคนก็ตอบไม่ได้ อึกอักไปสักพักจนตัว Fang Hao เนียนๆ บอกคำตอบตามหลักนิยายซอมบี้ที่ได้อ่านออกไป แล้วก็บังเอิญสุ่มถูกเสียด้วย ทำให้ภาพลักษณ์สองคนนี้ยิ่งดูยิ่งใหญ่โค่นล้มไม่ได้เข้าไปอีก น่ารักที่คนที่จะอัพเกรดพลังอยู่ท่ามกลางสมรภูมิใหญ่ที่หลายทีมมาเข้าร่วม และพอสามคนนี้คุยกัน ทุกคนก็เงียบกริบ หน้านิ่งๆ แต่ว่ากางหูฟังจริงจังกันหมด 

ส่วนตัว เรื่องนี้น่ารักที่เป็นการกลับมาเกิดใหม่ แต่ว่าไม่มีการเจ้าคิดเจ้าแค้นใด ๆ มีก็มีอยู่ แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือชีวิตมีค่าเมื่อได้อยู่กับคนที่รัก ไม่จำเป็นต้องเอาไปใส่ใจกับคนที่ไม่ควรใส่ใจ สองคนรักกันหมกมุ่นมาก โดยเฉพาะน้อง Fang Hao ที่กว่าจะผันตัวจากสภาพแฟนบอยเป็นคนรักได้จริงๆ ก็นานโข น่ารักที่พอรู้ว่าตัวพี่ชอบกินอาหารรสเค็มเหมือนกันก็เกือบจะจุดพลุฉลอง บอกว่าเป็นคู่สร้างคู่สมที่เหมาะกันได้แล้ว พอพี่ He Zizhong อัพเกรดไปเป็นขั้นที่ 3 ก่อนชาวบ้าน สีตาเริ่มเปลี่ยนแกมเป็นฟ้าๆ ทองๆ ตามพลัง เพื่อไม่ให้คนสงสัยก็เลยใส่แว่นตาดำพราง คุณน้องก็ใส่เป็นเพื่อนเพื่อไม่ให้พี่เด่นแปลกแยกคนเดียว บอกคนในกลุ่มว่าตัวเองไม่ได้อัพเกรดนะ แค่ใส่เป็นเพื่อนคนรักตัวเอง หน้านิ่งก็จริง แต่ข้างในใจคิดว่า ใส่แว่นดำไปดีแล้ว จะได้ไม่มีคนมอง หรืออีกตอน มีคนเอาปืนมาจ่อพี่ ถึงแม้จะสงสารเห็นใจคนที่ถูกล้อม แต่ความคิดแรกก็ยังเป็นความรังเกียจคนพวกนั้นอยู๋ดี อารมณ์ท่วมว่า "กล้าดียังไงเอาปืนมาจ่อสามีฉันนน" (ตามนี้จริงๆ) ดำรงสถานะแฟนบอยอุทิศตัวทุ่มทุนเทถวายเสมอต้นเสมอปลายมาก

ซึ่งช่วงแรกๆ คุณพี่ He Zizhong ก็จะเทียบน้อง Fang Hao กับคนรักเก่าในชาติที่แล้วเป็นระยะๆ ขณะที่คนรักเก่ามัวแต่หลบภัยและแสวงหาความสบายอยู่ในมิติ น้องเราก็ยืนกรานที่จะออกไปข้างนอกไม่ยอมให้พี่ไปคนเดียว แถมเวลาเจอซอมบี้ น้องก็บุกไปฆ่าอยู่หน้าพี่ทั้งๆ ที่กลัวขาสั่น หรือว่าพออยู่ในมิติ แทนที่จะอยู่นิ่งๆ นั่งๆ นอนๆ ก็ไม่เคยอยู่สุข ทำโน้นทำนี่มือเป็นระวิงตลอดเวลา โดยเฉพาะที่ปล่อยให้เข้าครัวไป สภาพบ๊ะจ่าง 30 ลูก ขนมจีบสามสหาย 200 ลูก ซาละเปาไส้หมู 100 ไส้ผัก 50 เกิดขึ้นตลอดเวลา ทำอาหารตุนขุนพี่เหมือนจะเลี้ยงคนทั้งโรงอาหาร แบบนี้จะไม่รักได้อย่างไร รักมาก หวงมาก อย่าให้มีเวลาอยู่กันสองคนในมิติเชียว คือจับน้องกินตลอดเวลา 

แต่เรื่องนี้แทนที่จะสวีทนัวเนียหวานอยู่ในครัวช่วยกัน จะเป็นแนวแบ่งงานกันทำเสมอ คืออยู่ด้วยกันในมิติจริง แต่ว่าน้องอยู่ในครัว ส่วนอีพี่ก็ไปใช้แรงงานอยู่ในไร่ในสวน ทั้งเพาะปลูก เล็มกิ่ง เก็บเกี่ยว ฯลฯ สารพัด 

อย่างไรก็ดี ส่วนตัว รู้สึกแปลกๆ ที่ตัวร้ายมีจุดจบแบบง่ายดายและรวดเร็วไป ทั้งตัวคนรักเก่าที่ทรยศ ญาติผู้น้องที่ขายตัวเอง หรือแม้แต่หัวหน้าทีมพระเอกดังที่คนรักเก่าตัวเองเอากำไลข้อมือที่มีห้วงมิติของ He Zizhong ไปให้ อาจเป็นเพราะมองว่าตัว He Zizhong เองไม่ให้ความสำคัญกับคนเหล่านี้แต่อย่างไร 

กับเพราะว่าพลังมิติของพี่เขาเป็นเรื่องใหญ่เลยทำให้สองคนไม่บอกใคร แต่ส่วนตัวก็รู้สึกว่าอยากให้ทีมที่ทั้ง He Zizhong กับ Fang Hao ไปอยู่ด้วยรู้เรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน หลายครั้งที่ภายนอกแร้นแค้นไร้อาหาร (เนื้อสัตว์) แต่สองคนอาหารไม่เคยพร่อง อย่างไรก็ตาม เพราะว่าต้องเล่นตามน้ำก็เลยทำให้คู่รักต้องกินอาหารแร้นแค้นไปด้วย หรือไม่ก็เอาอาหารดีๆ ในมิติที่ตัวเองมี มาทำหน้าตาให้เหมือนอาหารห่วยข้างนอก (ถึงขั้นที่ Fang Hao ต้องเค้นหัวคิดทำของดีให้ดูไม่ดี ยากขนาดนั้น) ทั้งที่ความจริงก็คือสองคนไว้ใจทีมนี้ถึงขนาดกล้าบอกความลับเรื่องพลังรักษาของ Fang Hao ด้วยซ้ำ และเพราะพลังรักษาของเจ้าตัว ก็ทำให้ทั้งทีมไม่เคยมีประวัติการตายใดๆ เลย

กับเตรียมใจไว้แล้วว่าตอนจบห้วนมาก แต่พอเจอกับตัวยังนิ่งไปเลย ว่าทำไมจบแบบนี้ เพราะสองสามบทสุดท้ายพูดถึงราชาซอมบี้ที่รวบรวมซอมบี้ทั้งหมดมาทำสงครามสู้รบกับมนุษย์ และก็มีชัยชนะสามารถทำลายฐานต่างๆ ตามรายทางมาได้ตลอด ซึ่งฐานเมือง A เองก็เผอิญกับการรุกรานมาจะสองปีแล้ว ถึงขั้นที่ทุกคนคิดว่าเป็นการสู้ตายตามกันครั้งสุดท้าย และสิ้นหวังขนาดที่ตัว He Zizhong กับ Fang Hao ถึงขั้นตัดสินใจว่า ถ้าร้ายที่สุดก็ปล่อยให้คนในทีมตายในน้ำมือซอมบี้ไม่ได้ แต่จะพาทุกคนไปอยู่ในมิติด้วยกัน 

ถึงขั้นคิดภาพทุกคนมาโผล่ในมิติแล้ว แต่กลายเป็นย่อหน้าสุดท้ายของบทมีแดดออก เอาชนะซอมบี้ได้อย่างง่ายดายไป ถึงขั้นที่คนอ่านปรับใจตามไม่ทัน ยิ่งไปกว่านั้น ตอนสุดท้ายของเรื่องราชาซอมบี้ที่แข็งแกร่งยิ่งใหญ่ยังตายเพราะกลายเป็นอาหารต้นไม้กลายพันธุ์ จบแบบคนอ่านไม่เข้าใจ เทียบกัน “โอตาคุวันสิ้นโลก” ช่วงจบลงเนียนสวยงามกว่าเยอะเลย กับเอาจริงเรื่องนี้มันกระโดดเพราะช่วง timeskip เยอะกับไม่ค่อยลงรายละเอียด ทำให้หลายตอนที่น่าจะสนุกก็กลายเป็นเล่าผ่านๆ ขาดสีสันและเสน่ห์ไปมาก เสียดายว่าไม่งั้นเรื่องนี้จะสนุกกว่านี้อีกมาก ให้ B/B- นะคะ 


ส่วนตัว เรื่องนี้เซตติ้งหลายๆ อย่างเหมือนกันกับ “โอตาคุวันสิ้นโลก” มาก ทั้งการกลับมาเกิดใหม่ และการเตรียมตัวรับวันสิ้นโลก จนอยากจะเรียกว่าภาคต่อด้วยซ้ำ แต่เพราะมิติที่ He Zizhong ครอบครองก็เลยทำให้ขอบเขตความสามารถของตัวละครเหนือจริงไปกว่าเรื่องโน้นมาก โดยเฉพาะความสามารถทางการต่อสู้ของ He Zizhong (และในระดับที่รองลงมาของ Fang Hao) และการใช้ชีวิตอยู่ดีกินดีในมิติ ไม่ต้องมานั่งคิดว่าจะขยายพื้นที่ตรงไหนไปปลูกพืชผักปลูกหญ้า เพราะพื้นที่อลังการทำให้สามารถปลูกทุกอย่างเท่าที่นึกออก เป็นการทำกสิกรรมขั้นรุนแรงง ทั้งธัญพืข ข้าว ผัก ผลไม้โน่นนี่นั่นไม่พอ ยังมีสิงสาราสัตว์ทุกประเภทที่นึกออกอีก ซึ่งยิ่งมิติอัพเกรดไปเรื่อยๆ ส่วนทะเลก็ขยายกลายเป็นมีหาดชายและทะเลให้สองคนเล่นน้ำจับปลาได้อีก จนช่วงจบ กลายเป็นสองคนมุ่งมั่นที่จะหานิวเคลียสมาให้พื้นที่ตัวเองอัพเกรดเพื่อดูว่าจะเกิดอะไรใหม่ต่อไป ยิ่งตอนจบ สองคนถึงขั้นออกมาจากค่ายตัวเองแล้วทำอาหารหลอดไปขายตามค่ายต่างๆ เพื่อแลกเป็นนิวเคลียสด้วยตรรกะ Equipment = Food = Crystal Nuclear = Upgrade! แล้ว

กับเรื่องนี้ต่างจากเดิม เพราะตอน “โอตาคุวันสิ้นโลก” ซอมบี้เป็นปัญหาใหญ่ที่น่ากลัวที่สุด และมีเหล่าสัตว์กลายพันธุ์เป็นอาหารให้คนล่า เรื่องนี้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดกลายเป็น “ต้นไม้กลายพันธุ์” ที่มีขนาดใหญ่และสามารถทำลายฆ่าแม้กระทั่งทหารทั้งกองทัพเพื่อเป็นแหล่งอาหารให้ตัวเองได้ ในเรื่องก็มีหลายฉากที่แม้กระทั่งตัว He Zizhong ก็ยังลังเลที่จะสู้กับต้นไม้พวกนี้ด้วยซ้ำ — ยกเว้นช่วงกลางๆ และหลังๆ ที่มีก้อนแป้ง สิ่งมีชีวิตปริศนาที่อยู่ในห้วงมิติหลังจากเกิดพัฒนาการ ที่ยึดถือ He Zizhongกับ Fang Hao เป็นพ่อและแม่ (?) ตัวตะกละที่พร้อมจะสู้กับต้นไม้กลายพันธุ์เพื่อแย่งนิวเคลียสมากิน 

อีกอย่างก็คือวิธีการรบ เพราะว่าสองคนพลังต่อสู้สูง ก็จะถูกกองทัพหมายหัวให้ไปสู้กับซอมบี้ทำภารกิจระดับ SSS ด้วย และครั้งหนึ่งที่ไปกับภารกิจยากมาก ชนิดโอกาสรอดต่ำเรี่ยดิน ก็ทำให้เกิดสร้างสายสัมพันธ์กับผู้นำทหารรุ่นใหม่ในกองทัพและเหล่าผู้มีพลังวิเศษที่ตัวเองไปร่วมภารกิจด้วย ชอบที่ครั้งหนึ่งการสู้ใหญ่ถึงขนาดเป็นสเกลยึดตึกเป็นฐานสู้กับซอมบี้ แล้วก็แบ่งกลุ่มประเภทตามความสามารถกันเป็นชั้นๆ แบบชั้นหนึ่งพวกสายมิติเก็บของทำงาน พวกพลังดินอยู่ชั้นสอง พลังน้ำอยู่ชั้นสาม พลังไฟชั้นสี่ ทุกคนเร่งช่วยแรงช่วยใจกันสุดๆ เป็นลูป ฆ่า-เก็บนิวเคลียส-อัพเลเวล ไปด้วยกัน และที่น่ารัก คือพอกลับมาถึงฐาน ขั้วอำนาจเปลี่ยน เลยจับกลุ่มตั้งทีมกันเสียเลย เก่งและอัพเกรดสูงจนทุกคนในฐานแอบเรียกลับหลังว่า “ทีมนั้น”


ปล. พล็อตเจอกันตอนเด็กมาอีกแล้ววว แต่น่ารักดี ให้อภัยก็ได้นะ ก็สมกับเป็นชื่อเรื่องเนาะ 

ปล. เอาจริง 暖荷 ชอบเขียนเรื่องแนวซอมบี้นะ แต่เรื่องอื่นนอกจากสองเรื่องนี้ไม่สนุกเลย เสียใจ