Showing posts with label obsession gong. Show all posts
Showing posts with label obsession gong. Show all posts

Wednesday, 17 November 2021

동생이 영웅이라 꿀 빱니다 // My Younger Brother Is a Hero, So I’m Sucking Honey


คนเขียน: 로보
แนว: ฮันเตอร์, น้องติดพี่, พี่ติดน้อง, กิลด์, ability 
ความสัมพันธ์: คนธรรมดา (?) X ฮันเตอร์ 
จำนวนตอน: 42 ตอน (ยังไม่จบ)

(**น้องชายไม่ใช่พระเอกนะคะ)

ตัวเอก Ji Hyunwoo เป็นคนสูญหายกลุ่มแรกในบรรดา 10,000 คนที่ถูกประตูโลกปีศาจที่เปิดขึ้นพาไปที่โลกปีศาจ และในเหล่าคนสูญหายกลุ่มที่ 2 และ 3 ก็มีคนที่รอดชีวิตกลับมา และพลังพิเศษตื่นขึ้นกลายเป็นฮันเตอร์ไป 

แต่ว่าผู้สูญหายกลุ่มแรกไม่เคยมีใครได้กลับมา 

10 ปีผ่านไป  Ji Seonwoo น้องชายของ Hyunwoo ที่สาบสูญไป กลายเป็นฮันเตอร์เอสคลาสหัวหน้ากิลด์อันดับหนึ่งของเกาหลี ทุกอย่างมีพร้อมหมด ยกเว้นครอบครัว ซึ่งก็คือพี่ชายคนเดียวที่เลี้ยงดูตัวเองมาตั้งแต่เด็ก 

ขณะเดียวกัน ที่โลกปีศาจ Hyunwoo ยังมีชีวิตอยู่ เหลือรอดเป็นคนเดียวในหมู่คนที่สาบสูญกลุ่มแรก และตอนนี้ก็ได้รับข่าวดีว่ากลับไปที่โลกมนุษย์ได้ 

ตอนที่กลับมา คุณพี่ชายไปโผล่ที่สมาคนฮันเตอร์เกาหลีและกำลังถูกสอบสวนอยู่ ขณะที่คิดว่ากำลังจะใช้กำลังออกไป เจ้าหน้าที่ที่สอบสวนเอาน้ำผลไม้ให้แบบที่ไม่เคยได้ดื่มมานานแล้วที่โลกปีศาจ แถมยังเอาคุกกี้มาให้อีก ก็เลยว่าง่ายเหมือนจะให้ความร่วมมือเต็มที่ เพราะไม่ได้กินอาหารโลกมานาน ให้อะไรกินก็มีความสุขมาก เหมือนมินิแฮมสเตอร์ ตัวเล็ก ดูไม่มีพิษภัย

ระหว่างนี้ข่าวที่ประตูมิติเปิด และคนที่สาบสูญกลุ่มแรกออกมาก็ไปถึงหูน้องชาย Seonwoo บุกมาที่สมาคนฮันเตอร์เพื่อตามหาพี่ชายตัวเอง เพราะถูกขวางไม่ให้เจอพี่ ก็เริ่มใช้กำลัง เป็นพลังน้ำที่หมุนเป็นทอนาโดแล้วพร้อมจะกระจายตัวทิ่มแทงทุกคนตรงหน้า เอาจริงแล้วตัวฮีโร่อย่าง Seonwoo มีภาพลักษณ์ภายนอกดูดี หน้ายิ้ม พูดนุ่มนวล แต่ภายในเป็นหมาบ้าอยู่

ส่วนพี่ชายที่ว่าง่าย อีกฝ่ายเอาอาหารมาให้ พออิ่มก็ไม่สนใจแล้ว อิ่มแล้ว เหตุผลมาแล้ว Hyunwoo ไม่ว่าง่ายล่ะ จะไปหาน้องชายแล้ว หน้าตาไม่มีพิษภัย ตัวเล็กผอมบาง แต่กวาดมือทีเดียว ประตูเหล็กกล้าก็พังทันที

ออกมาตรงที่คนวุ่นวายก็เจอน้องชายตัวเอง แต่ว่า Hyunwoo จำน้องชายที่เมื่อก่อนตัวเล็กน่ารักที่จากกันตอนอีกฝ่าย 11 ขวบไม่ได้แล้ว ตรงกันข้ามกับ Seonwoo ที่จำพี่ชายได้เสมอ สองคนเจอกันก็กอดกันร้องไห้ทั้งคู่แล้ว ท่ามกลางความแปลกใจของคนที่รู้จัก Seonwoo ในฐานะหมาบ้าเลือดเย็นที่ทำอะไรไม่สนใจใคร 

และสัตว์ประหลาดหมาสามหัวที่ติดตาม Hyunwoo มาจากโลกปีศาจ และตอนนี้อยู่ในสภาพหมาปอมตัวยาวสองฝ่ามือก็ตกใจเหมือนกัน เพราะความจริงมีอยู่ว่าพี่ชายก็หมาบ้าไม่แพ้น้องชาย ฆ่าสัตว์ประหลาดก็ยิ้ม แขนขาดก็ยิ้ม กระดูกหักก็ยิ้ม เห็นแต่ภาพเลือดร้อน เอะอะถ้าไม่ชกก็ต่อยอย่างเดียว 

ตอนนี้สำหรับน้องชาย พอพี่ชายกลับมา อารมณ์อยากปกป้องพี่ชายก็มาเต็มที่มาก มองว่าพี่ดูแลตัวเองมาตลอด ตอนนี้พี่ตัวเล็กกว่าตัวเอง ก็ถึงเวลาที่ตัวเองที่เป็นเอสคลาสเจ้าของกิลด์จะดูแลพี่ชายตัวเองแล้วนะ ส่วนพี่ชายที่ไปโลกปีศาจกลุ่มแรก ก็แข็งแกร่งไร้เทียมทานเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อกลุ่มแรก เหล่าแฟรี่และปีศาจที่พาไปยังปรับระดับความยากของโลกทดสอบไม่ได้ จนตายกันหมด เหลือแค่ Hyunwoo รอดมาได้คนเดียว แต่ว่าเพราะตัวเล็ก เมื่อเทียบกับน้องที่ดูตัวโตไปแล้ว ก็เลยดูอ่อนแอกว่าไป พี่ชายติดภาพน้องตัวเล็กน่ารัก ชนิดที่เรียกว่าสิ่งมีชีวิตบอบบาง ขณะที่กำลังบอกว่าตัวเองแข็งแกร่งนะ แต่พอน้องชายทำท่าอยากปกป้องตัวเองมุ่งมั่นขนาดนั้น คำพูดที่จะบอกว่าดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องเป็นห่วงก็ถูกกลืนลงท้องไป 

และดังนั้น การอยู่ร่วมกับน้องชายสุดที่รักที่ห่วงใยพี่ชายที่ (แสร้งว่า) บอบบางอ่อนแอก็เริ่มขึ้น
.
.
  
แต่จริงๆ ถ้ามองว่า Hyunwoo เป็นคนเดียวที่รอดชีวิตมาได้ ก็ควรจะไม่ธรรมดาไหม? แต่ตอนนี้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ Hyunwoo คุณน้องชายก็ไม่ได้ใช้สติแล้ว ยิ่ง Seonwoo  (และทุกคน) เชื่อทฤษฎีที่ว่ายิ่งพลังเยอะ ตัวต้องยิ่งโตด้วย เหลียวไปเห็นพี่ชายตัวเล็กก็ยิ่งไม่รู้สึกพลังใดๆ แต่ว่านะคะ ความจริงคือคุณพี่เก็บพลังตัวเองได้ และเอาเข้าจริง แข็งแกร่งขนาดที่ถ้าไม่เอสคลาสเดียวกันกับ Seonwoo ก็ต้องเอสเอสแล้ว ถึงขนาดที่สู้กับปีศาจอันดับหนึ่งได้สูสีน่ะ 

แต่เล่ามาเหมือนยังไม่เจอพระเอกเลย Han Dojin เป็นหัวหน้ากิลด์ Peace อันดับห้าของเกาหลี ซึ่งถึงแม้จะเพิ่งก่อตั้งแต่ก็ไต่อันดับมามีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ และตอนที่เจอกันก็เพราะยอมร่วมมือกับหัวหน้ากิลด์อื่นๆ ที่จะชิงตัวคนสูญหายกลุ่มแรกที่กลับมาเพื่อเค้นหาข้อมูลเหมือนกัน

แต่ต่างจากคนอื่นที่อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับโลกปีศาจ Dojin มาสร้างความแข็งแกร่งหรือสร้างแต้มต่อให้ตัวเอง Dojin ต้องการรู้ข่าวของน้องสาวที่ถูกพาไปที่โลกปีศาจกลุ่มแรกเหมือนกับ Hyunwoo แค่นั้น 

และเมื่อการก่อกวนของเหล่าหัวหน้ากิลด์อื่นไม่ได้ผล Dojin ก็ใช้วิธีหยุดขวางหน้ารถสองพี่น้อง แล้วบอกว่าขอเจอ Hyunwoo
โดยพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนกับทุกอย่าง แต่ Seonwoo ไม่ยอม จนในที่สุดพอได้ยินชื่อและเห็นหน้า Dojin ก็ทำให้ Hyunwoo คิดถึงพี่สาวที่คอยช่วยตัวเองเอาไว้

พอบอกว่าน้องสาวตัวเองตายแล้ว Dojin ก็คิดจะฆ่าตัวตายตาม จนถูก Hyunwoo ช่วยไว้ก็เปลี่ยนความคิดว่าจะติดตาม Hyunwoo เพื่อฟังเรื่องของน้องสาวตัวเองที่โลกปีศาจแทน 

แต่เพราะการเล่าเรื่องเกี่ยวกับน้องสาวของ Dojin ก็ไปกระตุ้นความทรงจำช่วงที่เลวร้ายของ Hyunwoo เหมือนกัน จน Dojin บอกว่าจะไถ่โทษด้วยการปกป้องและดูแล Hyunwoo ให้ 

เรื่องมีความซึ้งสลับกับความเพี้ยนเป็นระยะๆ ช่วงซึ้งน้ำตาพรากอย่างเช่นตอนน้องชายถาม Hyunwoo ว่าอยากกินอะไร แล้วพอกินไก่ทอดด้วยกัน น้องก็บอกว่าจำได้ไหมว่าตอนที่อยู่ด้วยกัน ตัวเองป่วยไข้ขึ้นสูงมาก พี่ชายซื้อยามาให้ไข้ก็ไม่ลด แต่ก็ไม่มีเงินไปโรงพยาบาล พอบอกว่าอยากกินไก่ทอด พี่ก็วิ่งไปซื้อไก่ทอดด้วยเงินที่เหลืออยู่ 5000 วอนมาให้ตัวเอง แล้วก็วิ่งกอดมาให้จนถึงห้องเช่าที่อยู่ด้วยกัน และร้านนี้ก็เป็นร้านที่กินบ่อย เพราะเหมือนรสชาติที่พี่ชายซื้อมาให้

หรือว่าพี่ชายก็จำได้เหมือนกันว่า Seonwoo ไปโรงเรียนแล้วดีใจกลับมาบ้าน เพราะได้ขนมปังถั่วแดงมาชิ้นหนึ่ง แล้วอยากเอามาแบ่งกินกับพี่ชายสองคน ทั้งที่กินคนเดียวที่โรงเรียนก็ได้

โดยเฉพาะจุดที่ชอบมากที่สุดก็คือเหตุผลในการตั้งกิลด์ไม่ว่าจะเป็นตัว Seonwoo ก็ดี หรือ Dojin ก็ดี ก็เพราะอยากมีคน มีกำลังในการตามหาพี่ชายตัวเอง และน้องสาวตัวเองกลับมาทั้งนั้น เป็นเหตุผลเดียวเท่านั้นจริงๆ เรื่องนี้การมีพลังไม่ได้เป็นเรื่องน่ายินดี เพราะว่าต้องจากจากคนที่เป็นที่รักตัวเองก่อนทั้งนั้น และการถูกพาไปอยู่โลกปีศาจอย่างไม่ได้สมัครใจและไม่รู้ตัวมาก่อนนอกจากจะแลกมาด้วยชีวิตสำหรับหลายคนแล้วก็เป็นเรื่องโหดร้ายด้วยเหมือนกัน 

ชอบที่สมาคมฮันเตอร์ที่อยากให้น้องชายส่งพี่ชายที่เป็นคนที่หายไปล็อตแรกคนเดียวที่รอดกลับมาได้ให้ พยายามกดดันผ่านสื่อ ทาง Seonwoo ก็เลยสู้ผ่านสื่อด้วยเหมือนกัน ทำสารคดีชีวิตตัวเอง เล่าตอนพี่น้องสองคนอยู่ด้วยกัน น้องชายซื้อที่รอบๆ ไว้ด้วย เพราะอยากเก็บความทรงจำที่มีกับพี่ชายไว้ และก็ตัดกลับไปที่บทสัมภาษณ์เก่าๆ ที่เคยมีอยู่ก่อนหน้าซึ่งแต่ละครั้งก็มีส่วนที่เกี่ยวกับพี่ชายเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเอาดอกไม้ไปวางที่หลุมศพแล้วบอกว่าพี่ชายเป็นคนที่อบอุ่น ใจดี หรือคนสัมภาษณ์ถามว่าเป็นเอสคลาสเป็นอย่างไรบ้าง Seonwoo บอกว่าทุกวันทรมานเหมือนอยู่ในนรก เพราะไม่มีพี่ชาย ตัวเองเหมือนไม่ขาด แต่จริงๆ ขาดที่สุด เพราะไม่มีครอบครัว หรืออีกปี ถามว่าพอพี่ชายหายไปเป็นอย่างไร ก็บอกว่ารอพี่ชายอยู่ตลอด เพราะพี่บอกว่าจะอยู่ด้วยกันไม่ไปไหน จนเจ้าของบ้านเช่าส่งไปอยู่สถานสงเคราะห์ตอน 11 ขวบ 

แล้วก็ตัดมาขึ้นซับว่า “ครอบครัวกลับมาแล้ว” เป็นตอนที่ Hyunwoo วิ่งขึ้นเนินไป พอไปเจอห้องที่เคยอยู่กับน้องชายในสภาพเหมือนเดิม ก็ร้องไห้ แล้ว Seonwoo ก็เปิดประตูเข้ามา สองพี่น้องกอดกันร้องไห้ แล้วพี่ก็บอกว่า ขอโทษที่ผิดสัญญา ต่อไปจะไม่หายไปไหนอีกแล้ว 

แน่นอนว่าเรตติ้งดีมาก และความรู้สึกด้านลบต่อกิลด์ที่เก็บเอาคนสูญหายกลุ่มแรกคนเดียวที่กลับมาไว้ก็หมดไป ยิ่งมีภาพกิลด์ที่ช่วยเหลือครอบครัวคนสาบสูญมาตลอดก็ยิ่งทำให้ภาพของน้องชายดีขึ้น 

แต่ยังไงก็ต้องแถลงการณ์บอกสมาคมครอบครัวผู้สูญหายกลุ่มแรกอยู่ดี ถ้าบอกว่า Hyunwoo อ่อนแอไม่มีพลัง แต่รอดมาได้ดูไม่น่าเชื่อ Hyunwoo ก็เลยสร้างเรื่องบอกทุกคนว่าตัวหมาสามหัว Cerberus ที่ตอนนี้อยู่ในชื่อ Kuro หมาปอมน่ารักสีดำเป็นคนช่วยตัวเองไว้ เพราะว่า Hyunwoo  ช่วยเอาไว้ตอนที่กำลังบาดเจ็บ ก็เลยภักดีคอยปกป้อง Hyunwoo ตลอดมา ... แต่ความจริงที่รู้กันหนึ่งคนหนึ่งตัวก็คือว่าเพราะ Cerberus อยากได้ “เนื้อพิเศษ” มากิน ก็เลยถูก Hyunwoo ซ้อมแทน และก็ถูกไล่อัดบ่อยๆ จนกลายมาเป็นพาหนะของเจ้าตัวในโลกปีศาจไป

กับตอนที่ต้องออกข่าวเรื่องของ Hyunwoo ในฐานะผู้สูญหายกลุ่มแรกที่กลับมาได้ ก็ต้องกรอกประวัติส่วนตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นมีช่องงานอดิเรก และตัวเองก็ไม่มีงานอดิเรกใดๆ เลย ชีวิตก่อนหน้า ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงน้อง พอไปโลกปีศาจก็ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด หรือพอช่วงหลังที่เก่งแล้ว ก็ไม่มีอะไรทำอยู่ดี ถ้าเบื่อๆ ก็ซ้อมพวกปีศาจกับสัตว์ประหลาดเล่น พอไปถามน้องชาย Seonwoo ก็บอกว่าเวลาว่างที่มีใช้ตามหาพี่ ถาม Dojin ก็เหมือนกัน ใช้เวลาที่ลืมตาตื่นตามหาน้องสาวตัวเองอย่างเดียว คนเหล่านี้ชีวิต rough & tough มาก ไม่ไหวแล้ว ฮืออ 

แต่น่ารักที่พี่ชายบอกว่างั้นมาหางานอดิเรกที่แต่ละคนชอบกัน แล้วก็เริ่มหากิจกรรมทำไปด้วยกันทีละอย่าง เริ่มตั้งแต่อ่านหนังสือที่หยิบอะไรก็ไม่รู้กันมา แล้วพอ Hyunwoo หันไปอ่านหนังสือเทพนิยายที่ Dojin หยิบมา ตัว Seonwoo ก็รีบไปหยิบเทพนิยายมาบ้าง พอ Hyunwoo ยังไม่สนใจก็เปิดดังๆ จนกว่าพี่ชายจะมาสนใจตัวเองอีก 

หลังจากนั้น พอมาลองทำกับข้าวกันดู กลายเป็นตัวเองที่อยู่โลกปีศาจมาตลอด ทำอาหารไม่ได้เรื่อง ต่างจากน้องชาย และ Dojin ที่คนหลังทำอาหารเลี้ยงน้องสาวตัวเองมาตลอดจนอร่อยมากอีกต่างหาก 

ตัว Hyunwoo ก็เลยสรุปได้ว่าตัวเองมีงานอดิเรกคือ นอนกลิ้งเล่น .... โดยเฉพาะเมื่อเจอชีวิตยากลำบากที่ต้องระวังหลังตัวเองมาตลอด ซึ่งเมื่อเวลาในโลกปีศาจนานกว่าโลกมนุษย์ก็อาจจะเกิน 10 ปีอีก 

ตัดมาเล่าที่พระเอกสักนิด บทน้อยเจือจางเหลือเกิน คุณพี่ต่างจากภาพที่คิดตอนแรกที่บอกว่าพระเอกเป็นหัวหน้ากิลด์มาก คิดภาพหัวหน้ากิลด์เย่อหยิ่ง หลงตัวเอง ไม่ก็ขี้เล่น พูดจากรุ้มกริ่ม จีบเก่งไว้อยู่ แต่ภาพที่ได้คือมืดมน หดหู่เท่านั้นเอง ตอนแรกที่โผล่มาคือใส่เสื้อผ้าเก่าๆ สะอาดแต่ก็เก่า ผมยาวปิดหน้ารุงรัง .. สรุปก็คือว่า พ่อแม่ไม่สนใจตัวเองเพราะพูดติดอ่าง แต่ว่าน้องสาวคนเดียวรักและให้ค่าตัวเองมาก พอประตูมิติเปิดตอนที่อยู่ด้วยกันแต่เข้าไปด้วยไม่ทัน ที่ผ่านมาก็พยายามตามหาน้องตลอด อาการติดอ่างหาย และก็ได้พลังมาระหว่างนั้น เสื้อผ้าที่ใส่อยู่ตอนนี้ก็เป็นเสื้อผ้าที่น้องสาวเคยซื้อให้ สิ่งเดียวที่ทำให้มีชีวิตอยู่ก็คือตามหาน้องสาว หรือตอนที่รู้ว่าน้องสาวจากไปแล้วก็คิดจะจบชีวิตตัวเองด้วยซ้ำ 

ตอนแรกก็คิดว่าจะดูแล Hyunwoo ให้ตามสัญญาที่จะได้ฟังเรื่องน้องสาวตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกผิดที่ทำให้ตัว Hyunwoo
ต้องคิดถึงเรื่องที่พยายามลืมตอนที่อยู่โลกปีศาจ แต่พออยู่ในดันเจี้ยนที่ตัวบอสใช้ควบคุมจิตใจให้ตัวเองเห็น Hyunwoo เป็นน้องสาวที่ตายไปแล้วเพื่อให้ฆ่าคนอื่นในดันเจี้ยนต่อ ความรู้สึกก็เหมือนจะเปลี่ยนไป กลายเป็นไม่ใช่ดูแลตามหน้าที่ แต่เอาความรู้สึกอ่อนโยนเหมือนตอนที่ดูแลน้องสาวมาใช้กับ Hyunwoo ทั้งหมด ถึงขั้นเริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลง จดจำนิสัยเล็กๆ น้อยๆ ของ Hyunwoo ขึ้นมาแล้วคิดว่าน่ารักดีเหมือนกัน 

น่ารักที่พอดูทีวีด้วยกัน แล้ว Hyunwoo ที่พยายามยุให้ตัดผมหลายครั้งก็ใช้วิธีเอ่ยปากชมดาราชายในทีวีที่ตัดผมเรียบร้อย และแต่งตัวดี Dojin ก็บอกว่าวันนี้มีธุระ ก่อนจะหายไปครึ่งวัน แล้วกลับมาด้วยเสื้อผ้าใหม่ที่ Hyunwoo ซื้อให้ ไม่นับการตัดผมเปิดหน้าเปิดตาอีก ที่สำคัญก็คือ ถูกทุกคนถามว่านี่ใคร ตั้งแต่การ์ดที่ล็อบบี้กิลด์ไปจนถึงตัว Hyunwoo เอง สงสารคำถามว่าใครมาก ไม่มีใครจำได้เลย บอกก็ไม่เชื่อกันอีก แถมตอนที่อยู่ที่ล็อบบี้ คนทั้งกิลด์หันมามองอีก 

ตอนล่าสุด มังกรที่ถูก Hyunwoo จับไปขี่เล่นบ่อยๆ ที่แดนปีศาจกำลังมีความสุขว่าช่วงนี้มนุษย์บ้าหายไป กำลังจะจับหมูป่าแดงกินก็ถูกประตูมิติส่งมาที่โลกมนุษย์พร้อมสัตว์ประหลาดอื่น ตัวอื่นไล่จับมนุษย์กินมีความสุข แต่เพราะประสบการณ์ของมังกรที่โชคร้ายเจอคุณพี่ชาย ก็คิดว่ามนุษย์เป็นสัตว์นรกน่ากลัวมาก หนีเท่านั้นน่าจะดีสุด 

แต่ว่าเพราะไปโผล่กลางนิวยอร์ค ก็เป็นข่าวออกทีวีจนถูกตั้งชื่อว่ามังกรดำ แล้วที่สำคัญก็คือคุณพี่ชายเห็นแล้วคุ้นๆ ว่าเคยเห็นมาก่อน  แถมพอเห็นจุดที่หลัง ก็รู้ว่านี่คือพาหนะหมายเลขหนึ่งที่ถูกตัวเองทิ้งเอาไว้ที่โลกปีศาจ ตอนนี้ก็อยากไปอเมริกาไปตาม พาหนะของตัวเอง

แต่ว่าภาพที่ออกทีวีคือมังกรแสนอันตรายขนาดที่ลมหายใจละลายทุกอย่างได้ Seonwoo ที่ดูแลพี่ชายสุดโต่งไม่ยอมให้ไปอยู่แล้ว บอกว่าเป็นคำขอร้องก็แล้ว อ้อนวอนว่าอยากเห็นมังกรใกล้ๆ ก็แล้ว อยากว่าอยากไป อยากไป มาก มาก มาก ก็แล้ว ทำอย่างไร Seonwoo ก็ไม่ใจอ่อน สุดท้ายก็เลยบอกใช้เรื่องซึ้งดราม่าเข้าสู้ อ้างอารมณ์เดียวกับน้องหมา Kuro บอกว่าเป็นมังกรที่เคยช่วยเหลือตัวเองเอาไว้ตอนลำบาก (ฟังดูน่าสงสาร แต่ความจริงคือจับมังกรมาขี่เล่นเวลาเบื่อ กับเวลาไปไหนไกลๆ แล้วขี้เกียจวิ่งไปเอง) แต่พอน้องชายบอกว่าอาจเป็นมังกรตัวอื่น ก็บอกจุดแต้มกลางหลัง กับจุดขาวที่เล็บถูก น้องชายก็ใจอ่อน บอกว่าเหมือนกับ Kuro สินะ ก็ยอมพาไปแล้ว ตอนนี้ก็กำลังจะขึ้นเครื่องบินไปหามังกรที่นิวยอร์คแล้ว

มังกรชื่อ Spot ถ้าแปลเป็นไทยว่า ด่าง จุด แต้ม ฟังดูเป็นชื่อหมามาก มังกรไม่ควรออกทีวีเลยนะ ควรหนีไปไกลๆ แต่แรก

ปล. Thread กรีดเรียลไทม์ในทวีต 

Wednesday, 27 October 2021

아늑한 집착 // Cozy Obsession


คนเขียน: 유성화 

แนว: ABO, ทะลุมิติ, ตัวเอกร่าเริง, พระเอกคลั่งรัก, โลกพาราเรล (?), ตลก 

ความสัมพันธ์: เพื่อนวัยเด็ก

จำนวนตอน: 45 ตอน (ยังไม่จบ)

Seo Heemin ทะลุมิติเข้ามาเป็นโอเมก้าในนิยายที่เอาของพี่สาวมาอ่าน และเมื่อตื่นขึ้นก็คือตัวเองที่เป็นโอเมก้ากำลังถูกจับประมูล และคนที่ชนะประมูลก็คือ Lee Heon เพื่อนสมัยเด็กที่ทั้งรักทั้งแค้นตัวเอง 

ซึ่งตามพล็อตเรื่องเดิมก็จะต้องแสนดราม่าตับพัง ต้องถูกกักขัง หน่วงเหนี่ยว เข้าใจผิดสารพัด เพราะพ่อของ Heon ถูกพ่อของ Heemin โกงฮุบบริษัทไปจนล้มละลายฆ่าตัวตาย ทั้งที่พ่อของ Heon ช่วยเหลือครอบครัว Heemin มาโดยตลอด และช่วงเวลาเดียวกันตัว Heemin ที่เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เด็กก็ตัดความสัมพันธ์กับตัวเองอีก จนในที่สุด Heon ต้องซมซานไปอยู่กับพวกแกงค์ และสร้างตัวเพื่อกลับมาแก้แค้น และส่วนตัว Heemin ถึงแม้จะรักเพื่อนเก่าอย่างไร แต่เพราะอีกฝ่ายกลับมาแก้แค้นจนทำให้พ่อตัวเองต้องตายเหมือนกัน ก็เลยให้ทำใจรักอย่างเดิมไม่ได้ 

กว่าจะรู้ว่ารักกันขนาดไหนก็คือทำร้ายทำลายจิตใจกันสารพัดจนถึงฉากจบที่ Heemin ร้องไห้กอดศพ Heon ที่ปกป้องตัวเองจนตาย ก่อนจะฆ่าตัวตายตาม

.

.

จริงๆ แล้วเรื่องควรจะเป็นไปตามพล็อตเดิม ที่ Heon ต้องทั้งข่มขืนทั้งทำร้ายจิตใจอีกฝ่าย และ Heemin ที่จิตใจบอบบางอยู่เลี้ยงมาอย่างประคบประหงมก็จะยิ่งบอบช้ำแตกสลาย ..... แต่เผอิญว่า ตอนนี้กลายเป็นน้อง Heemin ของเราแล้ว ถึงแม้จะชื่อเหมือนกัน แต่สภาพจิตใจและนิสัยต่างกันลิบโลก 

ตั้งแต่ตอนตื่นขึ้นมา เจ้าตัวที่คิดว่าไหนๆ ก็หลุดมาอยู่ในโลกนิยายก็เป็นโอกาสที่จะสังเกตการณ์ เพราะไม่ใช่ทุกคนจะเข้ามาในนิยายได้ ตัวเองไม่ได้เดือดร้อนกับการถูกจับประมูลเลย และเพราะเป็นโอเมก้าที่อ่อนไหวต่อฟีโรโมนของอัลฟ่ารอบๆ ในลานประมูล แทนที่จะตกใจกลัวก็กลับขอน้ำจากโฆษกมาดื่ม ด้วยประโยคข่มขู่ที่ว่า ถ้าไม่ให้น้ำมากินก็จะอ๊วกกลางลานให้ดู และตอนที่ถูกประมูลก็จิบน้ำอย่างใจเย็นมองรอบตัวอีก .... เห็นตัวเลขประมูลแล้วก็คิดว่าตัวเองจะขึ้นไปได้ถึงเท่าไหร่ และพอ Heon ประมูลโดยให้ราคากระโดดสูงเกินราคาก่อนหน้าก็อยากจะทั้งตะโกนโห่ร้องว่าตัวเองถูกประมูลสูงกว่าราคาในเรื่อง กับอยากจะทั้งตะโกนอาละวาดใส่หน้าพระเอกว่าทำไมใช้เงินสิ้นเปลือง 

แต่เพราะนิสัยที่แปลกๆ กว่านิสัยที่ควรจะเป็นของ Heemin คนเก่า เจ้าตัวก็คิดไปว่าเพราะ Heemin ถูกคนจับประมูลฉีดยาให้เกินโดสจากรอยเข็มที่แขนหรือเปล่า? โดยเฉพาะเมื่อฟื้นมากลับไม่ได้ตีโพยตีพาย แต่กลับบอกว่าหิว แล้วให้หมอที่ดูตัวเองตอนให้น้ำเกลือ หาอาหารให้ ซึ่งจบลงด้วยการขโมยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของแม่บ้านมาต้มกิน และพูดถึงคนที่ไม่มีอยู่ในชีวิตจริง อย่างพี่สาวของตัวเอง และแม่ที่ตายไปนานแล้ว 

สภาพนิสัยที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ Heon พาไปให้ตรวจกับจิตแพทย์ที่รักษา Heemin มาตลอด และก็ได้ความว่านี่คืออีก Heemin นึง โดยที่หมอที่ไม่ได้รู้เรื่องการทะลุมิติเข้ามา หากวินิจฉัยว่าเป็นอาการทางจิตที่เป็นบุคลิกซ้อนอยู่ในตัว โดยที่ Heemin คนนี้เป็นเด็กกว่า และก็มีอายุ 21 ปี (ร่างเดิมกับ Heon อายุ 30 ปี)

แน่นอนว่า Heon ไม่เชื่อว่า Heemin มีสองบุคลิกจริง แต่เป็นการสร้างเรื่องเพื่อหลบหนีจากตัวเองต่างหาก ดังนั้น สิ่งที่จะทำต่อจากนี้ก็คือ ขัง Heemin ให้อยู่ในบ้านตัวเอง แล้วจับตาดู ซึ่งถ้าตามปกติ ถูกพระเอกสายดาร์กกักขังไว้อยู่ในบ้าน ก็ควรจะต้องมีอาการหดหู่ คิดหนีแล้ว แต่ว่าน้อง Heemin 21 ชีวิตที่โลกจริงลำบาก ไหนๆ ก็ได้โอกาสอยู่ดีกินดี ไม่ต้องทำงานบ้าน ไม่ต้องทำงานพิเศษ ไม่ต้องไปมหาลัยแล้ว ก็จะขออยู่ดีกินดีให้หนำใจ เพราะนอกผ้าห่มอันตราย และบ้านหลังนี้ก็กว้างขวางโล่งโปร่งสบายเมื่อเทียบกับบ้านกึ่งห้องใต้ดินตัวเองที่อาศัยอยู่กับแม่และพี่สาวอีก 3 คน ที่แสนจะคับแคบ และอึดอัด 

ตอนที่กลับมาจากตรวจกับหมอ ถูกสั่งให้อยู่ในบ้าน ก่อนที่ Heon จะไปทำงาน น้องเราไม่ได้มีอาการอะไรเลย และไม่ได้สังเกตเห็นความตึงเครียดที่พี่พระเอกกับเลขามีต่อตัวเองอีก พอพระเอกบอกแม่บ้านว่าให้สั่งพิซซ่าให้แล้วกัน ก็ตะโกนว่าขอสั่งพิซซ่าหน้าแองกัสสเต็กได้ไหม แบบเพิ่มขอบชีสพิเศษของพิเศษนะ ขอเพิ่มซอสเยอะๆ ด้วย ด้วยแนวคิดว่าปกติพิซซ่าเป็นของแพงไม่ค่อยได้กิน ถ้าจะได้กินก็จะสั่งแบบแพงสุดมาเลย แต่พอพี่พระเอกจ้องหน้า (ในแง่ที่คิดว่าบุคลิกต่างจากที่เคย ไม่เหมือน Heemin คนเดิม) ก็คิดไปว่าเพราะตัวเองสั่งแพงไปเหรอ งั้นจะสั่งถูกกว่านั้นก็ได้นะ 

พอพระเอกบอกว่าทำได้ทุกอย่าง ก็ถามต่อว่าจริงเหรอ งั้นจะกินให้อร่อย ขอบคุณนะ แล้วพอพี่พระเอกบอกว่าอย่าทำอะไรโง่เง่าให้อยู่แต่ในห้องนอน ก็ต่อรองว่าอยู่ในห้องน่าเบื่อ ขอมาดูทีวีในห้องนั่งเล่นได้ไหม 

และดังนั้น เมื่อคนที่ถูกจับมาดูเป็นเด็กดีให้ความร่วมมือกันขนาดนี้ ประโยคที่ Heon เคยพูดใส่หน้า Heemin ว่า “ประมูลมาเพื่อเป็นที่ระบายอารมณ์” “จ่ายไปแพงก็ต้องใช้ให้คุ้ม” และร้ายการสารพัดช่วงวันแรกก็พูดแล้วจมหาย ..... เพราะ Heon ไม่รู้จะรับมือกับ Heemin คนใหม่อย่างไร ก็เลยใช้วิธีหลบหน้าหนีไปทำงาน แล้วให้ Heemin อยู่ในบ้านเฉยๆ ไป 

ระหว่างนี้ก็กลายเป็นชีวิตดีมาก อยู่ดีกินอร่อย ได้กินอย่างที่อยากกิน .... แต่ว่าเห็นหน้า Heon น้อยมาก ดังนั้นแผนการณ์ที่ตั้งเอาไว้ว่าเป็นโครงการเปลี่ยนนิสัยพระเอกจากคลั่งรักสายดาร์กสายหม่น ให้กลายเป็นพระเอกใจดีอ่อนโยนตามชื่อ Keyword Change Project ก็ไม่น่าจะเกิดได้จริง แล้วถ้าอย่างนั้น จะเปลี่ยนเรื่องให้จบด้วยดี แล้วตัวเองกลับบ้านโลกจริงได้จะเป็นอย่างไร 

ก็เลยเอามีดจี้คอตัวเองบอกให้ตาม Heon มา ท่ามกลางการแตกตื่นของทั้งแม่บ้าน ทั้งเลขา ทั้งหมอ พอคุณพี่ Heon กลับมาก็โกรธเลือดขึ้นหน้ามาก ในแง่ที่ทั้ง Heemin ไม่ยอมอยู่เงียบๆ ตามที่ตัวเองสั่ง และแง่ที่ตัวเองต้องล้มการเจรจาหลักหลายร้อยล้านไป ถึงขั้นแย่งมีดมาแล้วปักไปที่กำแพง แต่ก็หายโมโหไปได้เพราะ Heemin บอกว่าก็เพราะว่าอยากเจอ 

ความสัมพันธ์ดีขึ้นมาแล้วระดับหนึ่ง แต่ว่าก็ยังนิ่งอยู่ โดยเฉพาะเมื่อบุคลิกที่ต่างก็เลยทำให้พระเอกรู้สึกเหมือนเลี้ยงเด็กแทน โดนเฉพาะ Heemin คนนี้ก็เรียก Heon ว่าพี่ด้วย ดังนั้นแล้ว น้อง Heemin 21 ก็คิดแผนการวุ่นวายเพื่อกระชับความสัมพันธ์ต่อไปอีก ด้วยการวางแผนหนี! โดยตามพล็อตนิยาย Heemin 30 จะขโมยเงินแม่บ้านแล้วหนีไปอยู่เมืองชายทะเล ก่อนที่จะถูกจับกลับมา และพระเอกก็หักข้อเท้าเพื่อไม่ให้หนีได้อีก .... แต่เมื่อเป็น Heemin วุ่นวาย ก็เลยคิดว่าจะขโมยเงินจากแม่บ้านเหมือนเดิม เพื่อจะหนีไปหาหมอ และก็จะโทรบอก Heon ให้ไปรับตัวเอง แน่นอนว่าเมื่อ Heemin หายไป ตัวพระเอกก็ระดมคนตามหาเอิกเกริก และน้องที่ขอยืมโทรศัพท์พยาบาลที่โรงพยาบาลก็โทรไปบอกว่ากำลังหาหมออยู่ เดี๋ยวเสร็จแล้วมารับแล้วไปเดทกันนะ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพระเอกโกรธมาก แต่พอเจอหน้าไม่รู้ไม่ชี้ยิ้มทักระรื่นของ Heemin ก็ทำอะไรไม่ได้ พอขับรถเงียบๆ Heemin นึกว่าจะถูกพาจับกลับบ้าน อีกคนก็ขับรถพาไปดูสวนสาธารณะดูดอกไม้ตามที่ขอไว้สมใจ ... น่ารักที่เพราะหนีมายังไม่ได้กินข้าว ในมือก็ถือถุงข้าวที่สั่งก่อนจะไปหาหมอมากิน แต่มีตะเกียบคู่เดียว ก็เลยหักครึ่ง เป็นตะเกียบสั้นๆ ให้พี่พระเอกแล้วกินกิมบับทูน่ากับต๊อกเผ็ดด้วยกันท่ามกลางดอกไม้โปรย 

และพอกลับมา เห็นแม่บ้านก็กอดคอแม่บ้านขอโทษแล้วร้องไห้ พร้อมบอกว่าจะคืนเงินให้นะ ... กลายเป็นตอนนี้ไม่ใช่แค่การหลุดเข้ามาในนิยาย แต่ว่ามีปฎิสัมพันธ์และความผูกผันเพิ่มขึ้นกับคนรอบตัวที่กลายเป็นครอบครัวใหม่ตัวเองขึ้นมาแทนแล้ว

แล้วความสัมพันธ์ก็คืบหน้าไปจริงเหมือนกัน หลังจากนั้น พอกลับบ้านตอนค่ำ Heon ก็จะพา Heemin ไปเดินเล่นละแวกบ้านตอนกลางคืน เป็นการใช้เวลาร่วมกันเงียบๆ แต่ว่ามีความหมาย ...ท่ามกลางคอมเมนต์ที่ว่า Heemin เป็นลูกหมาที่ถูกเลี้ยงนั่นเอง พอเจ้าของกลับมาก็พาไปเดินเล่นนอกบ้านตอนค่ำ

กับ Heon ก็โอ๋ Heemin ในแบบของตัวเองเหมือนกัน ด้วยความที่ถูกจับมาอยู่กับ Heon ตัวเองก็มีเสื้อผ้าแค่ 2-3 ชุดที่ใส่ทั้งในบ้าน และใส่ออกไปข้างนอก ซึ่งตามนิสัย Heemin จริงที่ทั้งมัธยัสถ์ ไม่คิดมาก ก็มองว่าเสื้อผ้ามีใส่ก็พอแล้ว แต่ว่าพี่ Heon ยอมไม่ได้ ลากทั้งเลขา ทั้งลูกน้องอีกคนพา Heemin ไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ที่บังคับให้ Heemin ลองทุกอย่างที่คนขายเอาให้ดู และที่ต้องพาไปเยอะ ก็เพราะว่าไปกันอัลฟ่าตัวอื่นที่คิดจะเข้าใกล้ Heemin นั่นเอง ..... ตามนิสัยใจใหญ่และทุ่มเทเพื่อคนในใจตัวเอง (ที่ถึงแม้จะยังโกรธแค้น และยังซึน) คุณพี่ Heon ก็บอกคนขายว่ามีอะไรที่เหมาะกับ Heemin ให้เอามาลองให้หมด 

พอ Heemin งอแงว่าทำไมต้องลองเสื้อผ้าเยอะ ไม่ได้ต้องการเยอะขนาดนี้ซะหน่อย คุณพี่ที่รู้แกวก็บอกว่าถ้าลองหมดแล้ว อยากกินอะไรเดี๋ยวซื้อให้หมดเลย จะเอาพิซซ่าหรือต็อกอะไรก็ได้นะ Heemin ที่ดีใจก็บอกว่างั้นเดี๋ยวไปกินขนมปังครีมพัฟได้ไหม แล้วก็ลองเสื้อด้วยอารมณ์ทำงานพิเศษ โดยที่มีค่าแรงรายชั่วโมงเป็นครีมพัฟ 

แล้วพอคุณพี่ Heon กวาดซื้อทุกอย่างที่น้องลอง Heemin ก็แอบโอดครวญว่าจริงๆ อยากได้แค่เสื้อยืดตัวเดียวก็พอ (เพราะคุณเพื่อน Heon ซื้อเสื้อยืดให้ทุกปี) แต่พอคุณพี่ Heon ถามว่าเสื้อยืดอะไรก็รีบเงียบกริบ เพราะกลัวว่าจะต้องไปเข้ามหกรรมลองเสื้อยืดอีกรอบ โถ Heemin

ล่าสุด น้องก็ซื้อเบียร์ซื้อเหล้ามา และตั้งหน้าตั้งตาทำอาหารเต็มโต๊ะมื้อดึก เพราะว่าอยากกระชับความสัมพันธ์กันกับคุณพี่ ซึ่งตามคำของ Heemin ที่ประกาศกร้าวเสียงดัง ก็คือว่าจะ “ยั่ว” Heon ให้ได้ แต่ว่าก็ได้แค่จูบเฉยๆ อยู่ดี เพราะความกลัวฟีโรโมนของ Heemin คนเก่า

น่ารักที่ต้องหยุด เพราะร่างกายมีปัญหา Heemin ที่ถูกอุ้มมานอนบนเตียงและถูกจับห่มผ้าห่มเรียบร้อยก็หดหู่จนร้องไห้ว่า ตัวเองไม่ได้เรื่อง แต่คุณพี่อัลฟ่าที่เพิ่งถูกยั่วแต่ทำอะไรไม่ได้ก็มาปลอบ .... Heemin คนเก่ากระตุ้นให้ Heon โกรธอยากเอาชนะใช้กำลัง แต่ว่า Heemin คนนี้ กระตุ้นให้รู้สึกผิดปนสงสารเนอะ 

เพราะพอตามหมอมากลางดึก พี่เขากลัวว่าฟีโรโมนตัวเองจะมีปัญหากับตัวน้อง ก็ไปอยู่นอกห้อง แต่ว่าจ้องจับทุกอย่างผ่านกระจกใสที่กั้นห้องอีก ขำที่ Heemin ปรึกษาหมอเกี่ยวกับเรื่องตัวเองกับ Heon แต่ไม่กล้าหันไปมองเพราะกลัว Heon

 รู้ว่าพูดเรื่องตัวเอง ก็เลยจ้องหน้าหมอเขม็งอีกคน .... น่ารักอีกที่ว่าปกติเป็นหมอของแกงค์ ตามผู้อำนวยการ Lee Heon สั่งการ แต่ตอนนี้มีหน้าที่หลักคือดูแล Heemin นอย่างเดียว เปลี่ยนเป็นคุณปู่ แทนหมอโหดไปแล้ว 

ตอนที่หลับ Heon ก็มาลูบหัวให้เงียบๆ แล้วปลอบว่า Heemin-ah หายดีเร็วๆ นะ อีก ... เอาจริง ถึงแม้น้อง Heemin จะสลดว่าความสัมพันธ์ทางกายไม่คืบหน้า แต่ว่าทางใจก็ไปไกลกว่าที่คิดแล้วนะคะ 

แต่จริงๆ แม้จะเข้ามาในโลกนิยายก็มีประเด็นเหมือนเป็นโลกคู่ขนานเหมือนกัน เพราะตัว Heemin ชื่อเหมือนตัวเอกไม่พอ ตัว Heon ก็เหมือนเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในโลกจริงของ Heemin ด้วย ไม่ว่าจะเป็นทั้งชื่อ และหน้าตา รวมไปถึงการจัดแปลนบ้าน ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งนอกเหนือจะเป็นปริศนารอแก้ไขแล้ว ก็ยังทำให้ตัว Heemin ใจอ่อนเพิ่มขึ้นมาเพราะอยากให้คนที่หน้าตาเหมือนเพื่อนรักตัวเองมีความสุข นอกเหนือไปจากการจบพล็อตเพื่อให้ได้กลับโลกจริงเหมือนกัน 


กับเพราะตัว Heemin อยากแก้ความกลัวอัลฟ่าของร่างเดิม เพื่อให้อยู่กับ Heon ได้ ก็เลยไปหาหมอจิตแพทย์ตั้งแต่เด็กตัวเอง และทุกครั้งแทนที่ความทรงจำที่ถูกฟื้นขึ้นมาจะเป็นของ Heemin ใหม่ กลับกลายเป็นของ Heemin ในนิยายทั้งสิ้น ทั้งช่วงที่ดีใจที่สุด หรือเสียใจที่สุดก็เกี่ยวข้องกับ Heon หมดเลย .... ซึ่งเหตุผลที่ Heemin เลิกคบกับเพื่อนรักตัวเอง ก็เป็นเพราะว่าตัวเองกลายเป็นโอเมก้า และ Heon เป็นอัลฟ่า และการที่เคยถูกคุกคามทางเพศจากอัลฟ่าในวัยเด็กก็ทำให้กลัวอัลฟ่าจนคิดตัดจบความสัมพันธ์ไปด้วย 

เอาจริงอารมณ์ปกกับโทนข้างในคนละแบบกันเลยย ปกดูหนัก แต่พล็อตตอนนี้ดูเพี้ยนๆ ขำๆ เป็นระยะๆ เพราะนิสัยก่อความวุ่นวายและไม่คิดมากของน้อง Heemin ก็แอบอยากดูช่วงหนัก อารมณ์ท่วม intense + dense อยู่เหมือนกันนะคะ กับชอบที่เขียนให้หลายอย่างทับซ้อนกับโลกจริง อย่างตัวพระเอกที่เหมือนเพื่อนสนิททั้งชื่อ หน้าตา และอื่นๆ จนเหมือนโลกพาราเรลมากกว่าโลกนิยาย แต่อยากรู้มากกว่าจะจบยังไง เพราะเหมือนผูกกับโลกจริงไว้สูง .... อย่างหมอที่ Heemin ไปหา ก็หน้าเหมือนเพื่อนสนิทแม่ตัวเองในโลกจริงอีกเหมือนกัน 

แต่คือ 43 ตอน ยังไม่ถึงไหนเลยค่ะ ตามประสาการวางเรื่องเกาหลีจริงๆ คงอีกนาน

ปล. ชอบปกนะ อยากดูคุณพี่ Heon ถูก Keyword Change Project ของ Heemin เปลี่ยนให้กลายเป็นพระเอกใจดีอ่อนโยนได้ ซึ่งตามปกหน้าตาคุณพี่ก็ดูอ่อนโยนอินเลิฟ ทั้งคุณพี่และน้อง Heemin ดูตกห้วงความรักสองเราเราสองกันจริงจัง 

กับเรื่องนี้ชอบปกแล้วก็ชอบบชื่อด้วย Cozy Obsession จริงจริ๊งง ด้วยความที่ Heemin 21 จะเปลี่ยนให้พระเอกคลั่งรักที่หมกมุ่นกับการแก้แค้นกลายเป็นคุณพี่ชายละมุนไปแล้ว นานๆ ทีจะเจอเรื่องที่รู้สึกว่าทั้งปกทั้งชื่อเรื่องไปด้วยกันอย่างมากกับโครงเรื่องเนี่ยแหละ 

ปล. อีกที กับขำมากที่ตอนที่ร่างกาย Heemin แข็งทื่ออัตโนมัติเพราะความกลัวฟีโรโมนอัลฟ่า Heon ก็หยุดจูบ ... ตัว Heemin ก็ถามว่า ไม่มีจูบต่อแล้วเหรอ? ท๊อปคอมเมนต์ก็บอกว่า ไม่มีแล้วเหรอ นี่คือตัวเองเป็นเหมือนแรคคูนที่ถูกแย่งสายไหมไปเลยนะ คนก็มาเมนต์ต่อมา สายไหมหาย ฮืออ แล้วสายไหมก็กลายเป็นโค้ดพูดถึงการจูบของ Heemin กับ Heon ต่อมาในคอมเมนต์ต่อมาไปเลย แบบเป็นแรคคูนมองมือเปล่าตัวเอง โถ สายไหมไม่มีแล้วเนาะ 

Saturday, 28 August 2021

성공지향적 가이드 // Success-Oriented Guide

//ตอนนี้กำลังบ้าเรื่องนี้ลงแดงมากสุด อยากจะกรีดร้องงงง //




คนเขียน: 박보율

แนว: โลกไกด์-เอสเปอร์, ability, ย้อนอดีต, ตัวเอกเก่ง, ตัวเอกสำนึกผิด, พระเอกคลั่งรัก (ในอนาคต!)

ความสัมพันธ์: เอสเปอร์ X ไกด์

จำนวนตอน: 40 (ยังไม่จบ)

Seon Jaechan ไกด์เอคลาสที่บาดเจ็บสาหัสระหว่างบุกรังผู้ก่อการร้ายสำนึกผิดก่อนตายว่าตัวเองวิ่งไล่ตามตื้อ Go Woojin เอสเปอร์ระดับเอสที่เป็นเพื่อนวัยเด็กและรักเดียวของตัวเองและทำร้ายอีกฝ่ายมากขนาดไหน

และเมื่อรู้ตัวอีกครั้งก็พบว่าย้อนอดีตกลับมาเมื่อ 6 ปีก่อนแล้ว 

ครั้งนี้ เป้าหมายชีวิตก็คือจะตัดใจจาก Woojin และอุทิศตัวเองให้กับคนที่รัก ซึ่งก็คือตัว Woojin และน้าของตัวเอง จากที่เคยวิ่งไล่ตามความสำเร็จและตำแหน่งเหมือนชาติที่แล้ว

....

แต่ด้วยนิสัยร้ายกาจที่เห็นแก่ตัว และเห็นแก่ผลประโยชน์อย่างที่เคยเป็นมาตั้งแต่เด็ก ก็ทำให้คนรอบข้าง โดยเฉพาะคนที่อยู่รอบตัว Woojin สงสัยว่าการเหมือนจะกลับตัว เป็นคนดีแบบนี้ทำเพื่อวางแผนหลอกจับ Woojin ใหม่อย่างแนบเนียนใช่ไหม? หรือว่ามีแผนร้ายอะไรอีกหรือเปล่า? โดยเฉพาะตัว Woojin ที่ระแวงสงสัยจนไปถึงขั้นจับตามองอีกฝ่ายกลับ 

และดังนั้นก็กลายเป็นว่า ยิ่งออกห่าง ก็มีเหตุให้ต้องใกล้กันมากขึ้น 

.

.

เอาจริง เรื่องนี้เพิ่ง serialise ตอนวันที่ 25 สิงหา และก็เป็นเรื่องที่รออยู่ของเดือนนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่ทำให้ผิดหวังเลย พูดสารภาพก็คือว่า มีแนวโน้มจะเป็นเรื่องที่ชอบมากที่สุดแบบถูกจริตทุกสิ่งอันของปีนี้แล้วก็ได้ (และเหมือนจะเป็นไปแล้วด้วย คือโลกไกด์ + ตัวเอกรักข้างเดียว และพยายามตัดใจ + เก่ง + พระเอกหน้านิ่งที่ภายหลังจะคลั่งรัก) กับเหมือนจะเป็นแนวไกด์ที่ดีที่สุดตั้งแต่ที่เคยอ่านมา แต่คือเพิ่งมาแค่ 40 ตอน หนทางยังอีกไกล ไหนตอนใหม่จะมาอาทิตย์ละแค่ 3 ตอนอีก ฮือออ นี่คือลงแดงอยากอ่านตอนใหม่มากจนต้องมาเขียนกรีดไปพลางๆ 

ชอบตัวเอกที่มีความสามารถ รู้จักตัวเอง และช่วยเหลือตัวเองได้ และ Jaechan ก็มาแนวนี้มาก สิ่งแรกที่ทำหลังจากรู้แน่ชัดแล้วว่ากลับมาในอดีตก็คือจัดลำดับเรียบเรียงความคิดตัวเอง และวางแผนเป้าหมายแนวทางตัวเองว่าควรทำอย่างไร ถึงขั้นเอามาเขียนเป็น [SUCCESS PROJECT] แบ่งเป็นเรื่องส่วนรวมส่วนตัว แบ่งเป็นลำดับหัวข้อตามลำดับเวลา มีเป้าหมายระยะสั้น ระยะยาวชัดเจนมาก ซึ่งเพราะชาติที่แล้ว จบลงด้วยความตาย และความเสียใจก่อนตาย เนื่องจากเห็นแก่ความสำเร็จและตำแหน่งมากก็ทำให้เป็นหัวหน้าทีมหน่วยข่าวกรองได้ตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเป็นมนุษย์ที่ลดลง ชาตินี้ก็เลยจะละเลยความสำเร็จและให้คุณค่าคนที่ตัวเองรักมากขึ้น ซึ่งก็คือ พระเอก Woojin และสิ่งแรกที่จะทำก็คือตัดใจ และเลิกการจับคู่เป็นไกด์ประจำตัวฝ่ายนั้นเสีย

และเมื่อเจอกันครั้งแรก ในระหว่างไกด์อีกฝ่าย จากที่เคยกระโจนเข้ากอดในห้องปิด และการใช้การไกด์เป็นข้ออ้างในการสัมผัสตัวเอสเปอร์ของตัวเองก็หมดไป แทนที่ด้วยการสำรวมตัว เข้าหาอีกฝ่ายอย่างระวัง สัมผัสอีกฝ่ายอย่างน้อยที่สุด และออกปากขอโทษสำหรับสิ่งที่ทำมาทั้งหมด พร้อมกับบอกว่าจะเลิกเป็นไกด์คู่หู แต่กลับไม่ได้ทำ Woojin รู้สึกดีเลย เพราะเจ้าตัวบอกว่าตัว Jaechan ทำอะไรตามใจตัวเองเสมอ และถ้าอยากขอโทษก็ต้องไม่ให้เลิกเป็นไกด์ตัวเอง 

หลังจากนั้น เพราะ Jaechan พยายามแก้เหตุการณ์ในอดีตทีละอย่าง ก็ทำให้ขอออกภาคสนามไปด้วย ต่างจากที่เดิมทีรักความสบายและความปลอดภัยอยู่แต่ในฐานเท่านั้น เพราะว่าจะไปขัดขวางไม่ให้ญาติผู้พี่ของ Woojin ต้องตายระหว่างออกภาคสนาม ระหว่างที่เจอผู้ร้ายลักพาตัว และถูกฆ่าเพียงเพราะเห็น/อยู่ในเหตุการณ์ แต่ก็กลายเป็นว่า Woojin ตามญาติตัวเองมาด้วย ทุกคนก็คิดว่าตัว Jaechan หาโอกาสมาอยู่กับ Woojin แต่แม้สองคนจะระแวง Jaechan ขนาดไหน เจ้าตัวก็ไม่สนใจ กลับทำเพียงตามประกบญาติอย่างจริงจัง และเมื่อเกิดเรื่องขึ้นมาก็อาสาปีนเข้าไปท้ายรถคนร้ายแทนตัวญาติ และติดร่างแหไปกับเหยื่อที่ถูกจับตัวไปด้วย 

ซึ่งก็เป็นเรื่องบังเอิญว่า เหยื่อที่ถูกจับก็คือเพื่อนร่วมห้องที่ความสัมพันธ์เป็นน้ำกับน้ำมันของ Jaechan นั่นเอง และการเข้าไปจัดการกับคนร้ายก็ทำให้รู้ว่า จริงๆ Jaechan เป็นไกด์ที่มีพลังของเอสเปอร์ด้วย เจ้าตัวทำให้ร่างกายตัวเองหายไป ตอนคนร้ายตรวจดูท้ายรถ และก็ “ล่องหน” มาช่วยเพื่อนร่วมห้องตัวเอง ...... และเมื่อจบเหตุการณ์ ก็ทำให้ทั้งญาติ และเพื่อนร่วมห้องเป็นมิตรกับ Jaechan เพิ่มขึ้นมา และส่วนตัว Woojin เองก็ลดอคติที่มีลงไปได้บางส่วนเหมือนกัน 

และต่อมา Jaechan ก็ขอออกภาคสนามไปที่เกาะด้วยอีกครั้ง เพราะอยากไปสำรวจเหตุการณ์ระเบิดที่กำลังจะเกิดขึ้น พร้อมกับพยายามสืบหาร่องรอยของกลุ่มก่อการร้ายที่อาจจะมีบทบาทคานอำนาจกับรัฐบาลในภายหลัง แต่ว่าก็เกิดเหตุให้ต้องไกด์ Woojin ที่อยู่ในสภาพใช้พลังเกินตัวไปด้วย

ความรู้สึกผิดมาตลอด และความมุ่งมั่นที่จะอุทิศตัวให้เอสเปอร์ตัวเองทำให้ Jaechan ที่เพิ่งไปถึงเกาะตั้งใจไกด์อย่างเต็มที่ ยิ่งบวกกับประสบการณ์ที่มีในช่วงชีวิตที่แล้วล้วนทำให้วิธีการไกด์เปลี่ยนไป และตัว Woojin ที่รับรู้ถึงความตั้งใจ ก็หลงลืมตัว อดไม่ได้ที่จะสัมผัส Jaechan มากขึ้น คิดในใจว่าเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่รู้สึกถึงความสงบและความมั่นคงอย่างนี้ โดยเฉพาะเมื่อ Jaechan ยอมรับความเอาแต่ใจทั้งในแง่พลังเอสเปอร์ระดับเอสที่ยุ่งเหยิงไม่เข้าที่ และการล่วงเกินถึงเนื้อถึงตัวของตัวเอง ก็ยิ่งทำให้ Woojin อยากเข้าใกล้ตัว Jaechan มากขึ้น และค่าความเข้ากันได้ของทั้งสองคนก็อยู่ที่ 82 เปอร์เซ็นต์

หลังการไกด์ Jaechan ไม่ได้เจอ Woojin อีก แต่ว่าใช้เวลาในเกาะสืบหาระเบิด และก็ได้รู้จักกับลุงคนดูแลสวน ซึ่งเป็นพ่อของคนรักในชาติที่แล้วของ Woojin กับได้เจอคนรักในชาติที่แล้วของ Woojin ด้วย ซึ่งตามเหตุการณ์เดิม เพราะ Jaechan ปฎิเสธไม่ออกมาเสี่ยงอันตรายภาคสนามก็ทำให้เจ้าตัวได้เจอกับคนรักที่เป็นไกด์ และกลายเป็นไกด์ประจำตัวแทนที่ Jaechan ในภายหลัง แต่เพราะย้อนกลับมา และ Jaechan ออกมาที่เกาะและไกด์ Woojin เลยตัดโอกาสเจอกันของทั้งสองคนไป 

หากสุดท้ายแล้ว การสืบหาระเบิดก็ทำให้รู้ว่าส่วนหนึ่งเป็นแผนการของ Woojin ที่จะพยายามลดอำนาจแม่เลี้ยงตัวเองที่ไม่อยากให้ตัว Woojin ขึ้นมาโดดเด่นเหนือลูกชายตัวเอง และพยายามสร้างสถานการณ์ลำบากให้ Woojin เสมอ 

แต่เพราะการปกป้องคนสวนที่อยู่กับตัวเองตอนเกิดเรื่อง และการอาสาไปช่วยเหยื่อก่อนหน้า ก็ทำให้ Woojin ต้องมอง Jaechan ใหม่ .... ความแปลกประหลาดและการเปลี่ยนไปของ Jaechan ก็เริ่มทำให้ Woojin เริ่มจับตามองดูไกด์ตัวเองอย่างเงียบๆ และก็เหมือนว่าทำให้รู้จัก Jaechan ในมุมมองที่ต่างออกไปมากขึ้น โดยเฉพาะหลังเห็นพี่ชายของ Jaechan ทำเหมือนตัว Jaechan เป็นธาตุอากาศ และ Jaechan มีท่าทีเกร็งระวังตัว แข็งค้างเป็นตุ๊กตาหน้านิ่งไร้ความรู้สึกก็ถึงขั้นคิดว่าเหมือนปูเสฉวนที่เอาเปลือกหอยมาปกป้องเนื้อเปราะบางตัวเอง 

.

.

เอาล่ะ ด้วยความที่ Jaechan ตั้งเป้าหมายชีวิตนี้ว่าจะทำให้ Woojin มีความสุข และจะวางมือโดยอวยพรให้เพื่อนวัยเด็กตัวเอง และคนรักสมหวังกัน แต่ว่าตอนนี้ก็เปลี่ยนการเจอกันของทั้งคู่ไปแล้ว ถึงแม้ว่า Jaechan จะติดสินบนอีกคนไม่ให้เอาเรื่องที่ตัวเองเป็น multi-guide ที่มีพลังเอสเปอร์ไปบอกเบื้องบน ด้วยการรับปากจะหาไกด์ที่มีค่าความเข้ากันได้ที่ 92 เปอร์เซ็นต์ซึ่งก็คือคนรักชาติก่อนมาให้ก็เถอะ คือ ตอนนี้อยากรู้ทิศทางเรื่องมาก เพราะแรงดึงดูดสองคนดูเยอะมาก (และก็คิดว่าถ้าในอดีต ตัว Jaechan ไม่ร้ายก็มีโอกาสครองใจเพื่อนวัยเด็กตัวเองสูงมาก) แต่ก็ไม่แน่ใจว่าคนเขียนจะใส่บทบาทคนรักเก่ามาเยอะหรือเปล่า และก็อยากให้ค่าความเข้ากันได้ระหว่าง Woojin กับ Jaechan สูงเกิน 92 เหมือนกัน ในแง่ที่ยิ่งพอ  Woojin เปิดใจ ค่าตัวเลขก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น หรือว่าถึงตัวเลขเพิ่มไม่เท่า แต่ว่าให้การไกด์ของ Jaechan ดีกว่าได้ไหมม ไม่ ไม่ ไม่ เอาแบบแรกดีกว่า ตัวเลขมันจับต้องได้มากกว่าเชิงคุณภาพ อยากได้ทั้งปริมาณ ทั้งคุณภาพ สงสาร Jaechan อุตส่าห์กลับมาแบบนี้แล้ว (เพิ่ม 290821) ยิ่งถ้า engrave / imprint ที่ช่วยเพิ่มค่าความเข้ากันและประสิทธิภาพการไกด์จะดีมาก ชนิดที่ให้ไกด์กันไป แล้ว Woojin ติดผูกพันกับ Jaechan จนไปไหนไม่รอดเลย!!!  

แต่คิดว่าจะต้องมีมหาสมุทร หุบเขา เหวลึก และอื่นๆ นับล้านกั้นความรู้สึกคู่นี้อีกเยอะแน่นอน เพราะว่า ตอนนี้ Jaechan ตั้งใจที่จะตัดใจ มีอะไรก็บอกตัวเองว่า “อย่าจับความหมาย” อย่าให้ค่าการกระทำใดๆ ของ Woojin เลย เพราะมันไม่มีอยู่จริง และจะเป็นการคิดไปเองข้างเดียว แต่ตัดภาพมาก็คือ ตอนนี้ Woojin คอยจับตามองดู Jaechan ตลอดเหมือนกัน อย่างตอนที่ Jaechan ติดรถไปกับคนร้ายลักพาตัว ตัว Woojin ก็เอาวีดีโอไปเปิดดูวนเป็นหลายสิบรอบ (ถึงแม้ว่าจะเพราะไม่เข้าใจว่าทำไมคนร้ายไม่เห็นตัว Jaechan ก็ตาม) และตอนที่พี่ชาย Jaechan มาคุย ก็คอยสังเกตอากัปกิริยา Jaechan หลังจากนั้น ที่สำคัญ ตอนล่าสุดที่พ่อของ Jaechan มา และลาก Jaechan ไปคุยในห้อง วิธีการลากข้อมือก็ทำให้พี่แกขมวดคิ้วเหมือนกันว่าลากไปรุนแรงแบบนั้น ไม่รู้หรือไงว่าตัว Jaechan ผิวบอบบางนะ 

กับตอนไกด์บนเกาะ Jaechan ที่ถูกกอดจูบก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติที่เอสเปอร์ที่สติหลุดจากการใช้พลังเกินตัวจะอยากได้สัมผัสจากไกด์ข้างตัว และก็คิดว่า Woojin คงทำแบบนี้กับไกด์คนอื่นเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อตัว Woojin ติดการถูกไกด์มาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ขณะเดียวกัน ตัว Woojin ก็คิดในใจว่า นี่เป็นครั้งแรกที่สัมผัสคนอื่นระหว่างที่ไกด์ เพราะความรู้สึกที่ดีจาก Jaechan ยิ่งอยากให้สัมผัสเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เท่าไหร่ก็ไม่พอ ทั้งในเรื่องของการไกด์ และในเรื่องของการยอมรับตัวเอง 

ก็คือความรู้สึกความเข้าใจช่างสวนทางทุกเรื่องจริงๆ  

อีกเรื่องก็คือ เหตุที่ตัว Jaechan ดูร้ายมาตลอดก็เพราะในครอบครัวที่พ่อเป็นเอสเปอร์ระดับเอ ที่มีความสามารถป้องกันมากจนได้ฉายาว่าโล่ ให้ค่าความเป็นเอสเปอร์อย่างมาก จนดูถูกลูกชายคนเล็กที่เป็นไกด์ (ถึงขั้นที่ Jaechan มารู้ภายหลังด้วยว่าพ่อถึงขั้นทดสอบพิสูจน์ว่าตัว Jaechan เป็นลูกชายตัวเองแท้ๆ หรือเปล่า เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะมีลูกชายที่เป็นไกด์ออกมา) แม่ก็เอาตัวออกห่าง ไม่อยากเห็นหน้าลูกชาย และพี่ชายที่เป็นเอสเปอร์ระดับเอเหมือนพ่อก็เหยียดหยามน้องชาย จน Jaechan ไม่มีตัวตนในครอบครัว และตัดสินใจออกมาอยู่ข้างนอกตั้งแต่อายุ 14 ปี แล้วก็โหยหาและทำทุกอย่างเพื่อความสำเร็จ เพราะคิดว่าพ่อจะได้ยอมรับตัวเองขึ้นมาสักวัน หรือเหตุที่ตัว Jaechan  ปิดเรื่องที่เป็น multi-guide ไว้ก็เพราะตอนที่พลังเอสเปอร์ตื่นมาคิดว่าพ่อจะดีใจ แต่กลายเป็นว่าพ่อรังเกียจว่าระดับพลังน้อย ให้ไม่บอกใครเพราะเป็นความอับอายของครอบครัว ... ขณะที่ตัว Woojin เจอ Jaechan ตอนที่พ่อของทั้งคู่พาสองคนมาเจอกัน และให้ Jaechan ไกด์ให้ Woojin แต่ก็ทำให้ Woojin มองว่า Jaechan เป็นลูกชายที่โตมาด้วยความรักเอาใจใส่จากพ่อ เป็นไกด์ระดับเอที่คาบช้อนทองมาเกิด เพราะครอบครัวรักเอาใจใส่  ต่างกับตัวที่มาเจอพ่อกับแม่เลี้ยงได้เพราะแสดงความสามารถเอสคลาสออกมา และแม้จะอยู่ในครอบครัวก็ต้องเผชิญกับการใส่หน้ากากเอาใส่ใจเคลือบยาพิษของแม่เลี้ยงอยู่ตลอด หรือแม้แต่เหตุที่ตัว Woojin ต้องใช้พลังมากเกินไป ตอนอยู่ที่เกาะ ก็เพราะตั้งใจจะปราบโจรสลัดให้หมด แต่พอขอกำลังเสริมไป ตัวแม่เลี้ยงที่มีอำนาจจัดการก็แกล้งดึงเรื่อง ไม่ส่งคนมาเพิ่ม เพราะกะให้ Woojin ลำบาก  

แต่ชอบเรื่องนี้อย่างนึง เพราะสภาพครอบครัวทำให้เห็นชัดเลยว่า สองคนเป็นอย่างไร และตั้งค่าเป้าหมายอะไรในชีวิต ตัว Jaechan ต้องการความสำเร็จ เพราะอยากให้พ่อยอมรับ และต้องการตัว Woojin เพราะรู้สึกว่าอีกฝ่ายเหมือนพี่ชายที่พึ่งพาได้ (จากที่ตัวเองไม่มีใครให้ยึดถือในชีวิตเลย) จนยอมทำทุกอย่างแม้ว่าจะวิธีการผิดก็ตาม ส่วนตัว Woojin ก็ไม่มีความมั่นคงในชีวิต โดยเฉพาะเมื่อมีแม่เลี้ยงที่คอยบงการและกดตัวเองให้ด้อยกว่าลูกแท้ของตัว ก็อยากได้ความมั่นคง เรียบง่าย และสบายใจเหมือนกัน .... จนโกรธและเกลียดตัว Jaechan ที่ใช้การไกด์เป็นเงื่อนไขตามความพอใจของตัว

และพอกลับมาใหม่ ชอบที่เขียนให้เห็นชัดว่าวุฒิภาวะของ Jaechan โตขึ้นด้วย การแก้ปัญหา และรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้ามาจากวิจารณญาณของตัวเองในวัย 27 ปีจริงๆ ทั้งจากที่เรียบเรียงเหตุการณ์รายงานบอกหัวหน้าหน่วยตอนที่ถูกจับไปกับเหยื่อเรียกค่าไถ่ และแจ้งตำรวจไปด้วย และก็การมองคนรอบข้างใหม่ด้วยสายตาที่เป็นกลางขึ้น อย่างพอกลับมาเจอหน้าพ่อก็รู้ว่าความต้องการอย่างเด็กๆ ที่จะทำให้พ่อรักหรือพอใจตัวเองเป็นไปไม่ได้เลย และการคิดจะเอาใจพ่อก็มีแต่ทำให้ตัวเองเหนื่อยและผิดหวัง โดยเฉพาะเมื่อพ่อมาให้ช่วยพี่ชายที่ก่อเรื่อง (และวิธีการของ Jaechan ในตอน 27 ปีชาติที่แล้ว ก็เอามาใช้กับชาตินี้ด้วยการเลือกจะแยกตัวออกมา ไม่ยุ่งเกี่ยว) หรือในอดีตมองว่าตัว Woojin เป็นพี่ชายที่พึ่งพาได้ แต่ตอนนี้เป็นคนที่เด็กกว่าตัวเอง   

Jaechan คิดว่า Woojin ใจดีปกป้องคนอ่อนแอมาตลอด และก็คิดว่าต่างจากกับตัวเองที่ต้องทำตัวให้แกร่งอยู่เสมอ ไม่มีทางเป็นไปได้ที่ Woojin จะเห็นใจตัวเองแน่นอน .... ก็อยากรู้ว่าสถานะการเป็น “ปูเสฉวน” ของ Jaechan ในใจของ Woojin จะเพิ่มสูงขึ้นไหม โดยเฉพาะตอนที่ทะเลาะกับพ่อ ความสามารถในการได้ยินของ Woojin ที่อยู่นอกห้องน่าจะได้ยินเรื่องที่ครอบครัวไม่เคยดูแลตัว Jaechan และ Jaechan ออกมาอยู่นอกบ้านด้วยตัวเองตั้งแต่อายุ 14 ปีแล้ว 

เข้าใจไหม Woojin ไกด์คุณพี่มีภาพเป็นไกด์คลาสเอคาบช้อนทองมาเกิด แต่ก็แค่นั้นนะคะ ชีวิตยิ่งลำบากเพราะมีอคติและความกดดันจากคนรอบข้างด้วยซ้ำไป 

คือว่า ... ฉันไม่ไหวแล้ววววว คือแล้วจะต้องรอยังไงให้อีพี่เอสเปอร์ฉันเข้าสู่โหมดคลั่งรักได้เสียทีคะ คือพี่แกเป็นแนวหน้านิ่งตลอดเสียด้วย อยากเห็นพี่แกเสียจริตออกอาการมาก เพราะถ้าหน้าเฉย แต่อารมณ์รุนแรง มันต้องอลังการแน่นอน แต่นะ ต้องหนทางอีกยาวไกลอ่านกันไปเป็นเดินข้ามทะเลทรายแน่ ฮืออ เรื่องนี้ดูท่า slow-build อยู่ด้วยยย ตั้งแต่เปิดเรื่องมา 40 ตอน อย่าคิดว่าเยอะ คือเหมือนเพิ่งปูเรื่องไป ยังไม่ดำเนินไปถึงไหนเลยนะคะ 

ล่าสุด ตอนที่ 40 พ่อของ Jaechan เรียก Jaechan กลับไปที่ฐาน และก็กำลังมีปากเสียงกัน ถึงขึ้นจะลงมือทำร้าย Jaechan แต่เสียงเคาะประตูห้อง คือ Woojin จะมาช่วยกัน Jaechan จากสถานการณ์นี้ไหมคะ??

กรี๊ดด วันจันทร์ ฉันรอตอนใหม่อยู่!!!

แต่ว่า ปล. ดีใจมากที่เรื่องนี้เป็น 19+ เพราะหลังๆ นิยายมาใหม่ส่วนใหญ่พยายามจำกัดกลุ่มให้เป็น all-age แล้วน้ำหนักเรื่อง การให้เหตุผลก็อ่อนลงไปมาก เหมือนนักเขียนหลายคนที่เขียนเรื่อง 19+ พอมาเป็น all-age ความเข้มข้น ตรรกะ เนื้อหา หรือว่าการกระทำสุดโต่งตัวละครหายไปเลย เขียนระวังกันไปมาก โดยเฉพาะการเน้นอารมณ์ความรู้สึกตัวละคร (ไม่กล้าลงชื่อ แต่พวกคุณพี่ทำกันผิดหวังมาก คุณภาพงานคนละเรื่องกันเลยนะคะ จากที่สนุกอยากก้มกราบก็กลายเป็นพออ่านฆ่าเวลาได้ไป ความเร้าใจที่ทำให้ต้องอ่านจริงจังว่าคิดมาได้ เขียนมาได้อยู่ตรงไหน?) เหมือนช่วงที่นักเขียนอเมริกันหันมาเขียนเรื่อง Young Adult เพื่อขยายฐานตลาดเลย ก็บ่นไปเรื่อยเนาะ 

แต่ว่าก็ทำให้รู้ว่า ชาตินี้ตอนนี้เป็นสายไกด์จริงๆ นะ ไม่ไหวแล้ววว เปลี่ยนเป็นลงตอนอาทิตย์ละ 5 วันได้ไหมคะ  

ส่วนอันนี้ ปล. จริงๆ 

1. ขำที่ตอนไกด์ Woojin ที่เกาะ พอถูกจูบเสร็จแล้วเริ่มรู้สึกตัว สิ่งแรกที่ Jaechan ทำก็คือนั่งว่าตัวเองในใจ ว่าโง่ งี่เง่า ทำไมชาติที่แล้วไม่ออกไปไกด์ภาคสนามด้วย สิ่งที่ต้องการมาตลอด อยู่ตรงหน้านี้แล้ว เพราะว่าตอนไกด์ Woojin เข้าหาตัว Jaechan เองด้วยความเต็มใจ กระตือรือร้นเกินกระตือรือร้น ทั้งกอด ทั้งจูบ ต้องพยายามข่มใจตัวเองไว้ว่าอย่าเห็นแก่ตัวอีก .... ส่วนเอสเปอร์ Woojin ก็คือมอง Jaechan แล้วอยากรู้สึกถึงความสงบความอ่อนโยนอีก อยากสัมผัส อยากจับ อยากกอด ไหนจะท่าทีที่อีกฝ่ายหอบหายใจไม่ทันหลังถูกจูบ ยิ่งเห็นก็ต้องพยายามข่มใจไม่เข้าไปกอดกับจูบต่อ อึดอัดทำตัวไม่ถูกทั้งคู่ สุดท้ายต่างฝ่ายต่างนั่งหันไปมองห้องคนละมุมรอให้คลื่นพลัง Woojin สงบกันไปเงียบๆ 

2. น่ารักที่ตัวพ่ออับอายว่าพลังเอสเปอร์ของ Jaechan ต่ำ จนสั่งไม่ให้ลูกชายไปขึ้นทะเบียน หรือแม้กระทั่งบอกใคร แต่เพราะพลังทำให้ตัว Jaechan ช่วยทั้งญาติของ Woojin กับเพื่อนร่วมห้องตัวเองได้ และเจ้าตัวที่กลับมาและมีความคิดที่ไม่ถูกพ่อครอบไว้แล้วก็ภูมิใจที่พลังของตัวเองช่วยชีวิตคนไว้ได้ 2 คน 

-------

เพิ่ม

300821

ตอน 41

กรี๊ด ว่าสรุปว่าพี่แกก็เข้ามาจริงด้วยค่าา ประโยคแรกที่พูดก็คือ "ต้องการไกด์ดิ้ง" แต่ก็คือว่าจะมาช่วย Jaechan ออกจากพ่อ แถมยังมีการย้ำอีกรอบด้วยนะ ว่านี่เป็นไกด์คู่หูตัวเองงง ฮืออ ตอนนี้ Woojin รู้ความสัมพันธ์ในครอบครัวแล้ว จะเป็นอย่างไรต่อเนี่ยยย แถมสายตาที่มองข้อมือที่ขึ้นรอยแดงก็คอไม่พอใจ อีกต่างหาก ขมวดคิ้วแล้ว แล้วก็ตัดจบสถานการณ์แบบนี้นะคะ???? อยากเห็นมุมมองของ Woojin มาก TT ฉันจะลงแดงตายก่อนเขารักกันไหมมมม??

แต่คือเพราะ Jaechan อับอายที่อีกฝ่ายรู้เรื่องในครอบครัวก็ยิ่งหลบหน้ากันไปอีก แล้วก็นะคะ คุณคนรักก็เหมือนกำลังจะมีบทบาท ... เปลี่ยนเป็นให้  Jaechan ตกทุกคนแทนได้ไหม? เพราะขนาดเพื่อนร่วมห้องก็ยังญาติดีกับ  Jaechan แล้วเลยย TT

แต่ละตอนสั้นมาก 3,200 คำเนี่ยย ปกติเค้าเขียนกันควรจะ 3,600-3,800 ไม่ใช่เหรอ ถ้าดูส่วนต่างให้ตอนละ 500 คำ ถ้า อย่างนั้นได้เพิ่มมาอีก 20,000 คำ ก็คือได้เพิ่มมาอีก 6.25 ตอนเลยนะ

หรือไม่ก็ทำไมไม่ serialise ล็อตแรก 70 ตอนเลยคะ?

(ก็คือเป็นบ้า แต่ก็มีแต่คนบ่นนะว่าทำไมตอนน้อย+สั้น คนที่อ่านที่ Joara มาก่อนยังบ่นเลย)


310821

ตอน 42

แต่ละตอนมันสั้นไปแล้วว โอ๊ยย อยากได้ตอนละ 4,000+ คำ ตอนนี้เลี่ยงได้ก็พยายามเลี่ยง แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็ไปเจอกันซึ่งหน้าเลยไหม แถมมีญาติผู้พี่เป็นคนกลางอีก ตลกที่สถานการณ์สลับกัน ตอนนั้น Jaechan นั่งอยู่ในผับกับญาติแล้วก็ไม่คิดว่า Woojin จะมา แต่ตอนนี้กลายเป็น Woojin นั่งดื่มอยู่กับญาติ แล้วก็ไม่คิดว่า แล้วก็ไม่คิดว่า Jaechan จะมาเหมือนกัน เพราะรู้ว่าตอนนี้อีกคนหลบหน้าตัวเองอยู่ 

.

.

แต่คือญาติคะ ช่วยชีวิตกันมาแล้วมีประโยชน์มาก ตอนนี้พยายามให้สองคนญาติดีกันอยู่ ขอให้สำเร็จสาธุ!! 

กับคือตัดเป็นมุมมอง Woojin แล้ว แต่คือฉันต้องรอพี่ตัดเข้าประเด็นพรุ่งนี้ใช่ไหม 


010921

ตอน 43

กลายเป็นกรีดมันรายตอน คุณพระะะ สรุปแล้วก็คือพอรู้แล้ว อ่ีพี่ก็เริ่มคิดทบทวนเอเวอรี่ติงเกี่ยวกับ Jaechan ตั้งแต่การเจอกันครั้งแรกแล้ว แต่คือนะ ผู้ชายปากหนัก คิดมาก แบบนี้ก็คงจะเก็บข้อมูลประมวลผลไปเรื่อยๆ แต่กระบวนการเก็บข้อมูลนี่ สังเกต รู้เห็นไปทุกอย่างทุกสิ่งเลยนะคะ คุณพี่ขา

.

.

ส่วน Jaechan ที่อ้างว่าตัวเองลึกซึ้งจริงจัง ไหนว่าจะระวังตัวตอนกินเหล้าต่อหน้า Woojin? ไหนว่าจะไม่สุงสิงกับญาติที่หมดประโยชน์แล้ว? ไหนจะเอาไอดีไกด์มาคาดหัวจนเป็นรอยแดงที่หน้าผาก? สรุปว่าก็คือเมาแล้วกอดคอโวยวายกับคุณญาติแล้วค่ะ ที่พีคกว่าคือนิสัยเมาแล้วตะโกนบอกรัก Woojin เนี่ยแหละ ตอนนี้คือเมาหลับไปแล้วด้วย Woojin เอสคลาสกำลังผยุงอยู่ .. ท่าทางจะต้องหิ้วกันกลับบ้านไป (:

แล้วคือตอนนี้มีคนสันนิษฐานว่าในกระเป๋าสตางค์พี่แกมีรูป Jaechan อยู่เยอะมาก ทำไมตอนจ่ายค่าเหล้าก่อน Jaechan ถึงหวงขนาดนั้น แบบเป็นที่กันว่าแตะไม่ได้เลย


ปล. อันนี้ไม่เกี่ยวกับนิยาย แต่ว่าได้ lucky draw จากรีวิว 성공지향적 가이드 มา 500 วอนเมื่อวาน  คือว่าดีใจมากกก จำนวนเงินไม่เกี่ยว แต่เกี่ยวว่ามาจากเรื่องนี้ จุดพลุฉลองกันเลยดีไหมมมมม .... คือว่าไม่ไหวแล้ว ชอบมากกก ฮืออ 


060921
ตอน 44

กรี๊ด กรี๊ด และกรี๊ดสามโลก ไม่ไหวแล้วว โฮก อมกก กรี๊ดด คุ้มค่าการรอคอยมากค่า ช่างเป็นวันจันทร์ที่ดีงามมม

คิดว่าโมเมนต์ดีสุดที่จะเกิดได้ก็คือ Woojin ลาก Jaechan ไปนอนด้วยที่บ้านตัวเอง .... แต่คือว่านะคะ ด้วยความก่อนหน้า ตัว Jaechan เคยเมาแล้ววิ่งไปที่ officetel ของเอสเปอร์ตัวเองเพื่อตะโกนสารภาพรักหน้าตึกก็เลยทำให้ Woojin รู้ว่า Jaechan อยู่ที่ไหน เลยหิ้วไปส่งบ้านถูก

และผลน่ะเหรอ? ตอนเช้าก็ตัดภาพมาที่ตัว Jaechan ที่ตื่นมาบนเตียงตัวเองแบบงงๆ โดยมีอาการแฮงค์และตัวหนักมากขยับไม่ได้ .... ซึ่งก็คือว่าถูก Woojin ที่หลับอยู่กอดหนึบไว้!!!! เรื่องของเรื่องก็คือว่าเมื่อคืนเมาแล้วงอแงร้องไห้นั่งอยู่ที่พื้นไม่ยอมให้ Woojin กลับ บอกว่าอย่าไป เกลียดการอยู่คนเดียว บอกว่าจะไกด์ให้แล้วค่อยกลับนะ

แต่ตอนนี้สติมาแล้ว รู้ตัวแล้ว ทีนี้จะทำอย่างไร เพื่อนร่วมห้องก็กำลังจะเปิดประตูเข้ามา เลยเกิดปฏิกิริยารีเฟล็กซ์รีบกระโดดหนีออกมาจากอ้อมแขน กระโจนไปยืนทำท่าไม่รู้เรื่อง แล้วรีบบอกเพื่อนว่า เมื่อคืนเมาเลยมาค้างด้วยกัน อีกฝ่ายยังไม่ทันพูดอะไรกลับ แต่พอเห็นว่าเสียงดังแล้ว Woojin กำลังจะตื่นก็เลยรีบหอบผ้าเช็ดตัววิ่งหนีหายเข้าห้องน้ำไป

ส่วน Woojin ที่เพิ่งตื่นมาก็กำลังลำดับเหตุการณ์เมื่อคืนในหัวอยู่ หน้านิ่งแต่ใจพานิคไปไกลมาก ปกติถ้าเจอ Jaechan กอดขาก็คงผลักออกไปแล้วกลับบ้านไปแล้ว แต่เพราะว่าตัวเองก็เมา + เห็น Jaechan ที่ทำท่าเฉยชาต่อหน้าพ่อที่ไม่แยแสตัวเอง + เห็นรอยมือที่พี่ชายบีบคอ และที่สำคัญ คิดถึงหน้า Jaechan ตอนที่ไกด์จริงจังให้ที่เกาะที่ซ้อนทับหน้าเปื้อนคราบน้ำตา ไหนจะคำว่าไม่เป็นไรนะ ตอนไกด์ เอเวอรี่ติงรวมกันก็เลยทำให้ใจอ่อน จะจับมืออีกฝ่ายดึงออกไป แต่ว่ารู้ตัวอีกที ฝ่ายนั้นก็ไกด์มาแล้วทั้งที่แสนจะเมา ... แล้วทำไงล่ะคะ ตัวเองติดการไกด์ โดยเฉพาะการไกด์ของ Jaechan หลังจากรีเกรสกลับมา ก็เลยหนังตาหนักวูบ ซบคอ Jaechan แล้วก็หลับบนเตียงด้วยกันไป ....

ขำมากก คอมเมนต์ก็มาช่วยกันกรีดร้องว่าถ้าหลับแล้ว sniff คอกันแบบนี้ กอดกันหลับแบบนี้ก็จบแล้วล่ะ เตรียมตัวเข้ารูทคลั่งรักได้ ซึ่งฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นนนน เพราะพี่แกบอกว่าพอจับมือแล้วไกด์ก็เหมือนถูกจับลงแทรปแล้ว นี่คือไพ่ใบสำคัญในมือ Jaechan ชัดๆ แต่ก็นะคะ ถึง Jaechan จะไม่จงใจ แต่ไกด์มาเมื่อไหร่ พี่แกก็แพ้พ่ายทันที

... รอให้ beyond guiding แล้วหันไปดูที่ตัวคนอยู่นะคะ 

แต่ เฮ้อ วันละ 3,200 คำแบบนี้มันช่างใจร้ายย ช่วยหันไปดูนักเขียนคนอื่นที่แต่งยาวๆ แบบตอนละ 4,000 คำอัพด้วยบ้างสิคะ สั้นแบบนี้ไม่ว่า แค่รอยาวๆ ผสมบ้างยาวกว่านี้อีกสัก 500 คำก็ยังดี TT
  
Oh my godd! This development is truly worth the wait! Monday is so, so good!

Wow, I thought the best thing possibly happened would be Jaechan sleeping in Woojin's officetel... but then? Oh, they were sleeping together in Jaechan's bed with Woojin's body wrapping around Jaechan like that? My god! My god! This is so delicious!

But then, now it's time for both to have their mind shifted? Jaechan is feeling embarrassed and trying to run away even more ... while Wooin is slowly changing his perception on Jaechan. This is especially so when there's also Jaechan's guiding in between! Seems like it's too irresistible for Woojin who has a taste of that sweet heaven already (:

And Jaechan who speaks up his inner mind while he's drunk? Oh, the boy who cries he doesn't want to be alone is so pitiful. But then, Woojin is seeing that boy inside the once-despicable Seon Jaechan now! I can't wait for the cold and aloof Woojin to fall hard!

070921
ตอน 45

ไม่มีอะไรให้กรี๊ดด นอกจากพี่เอสเปอร์ฉันเก็บข้อมูลอีกแล้วนะคะ เก็บเข้าไป เก็บเข้าไปเถอะ ถึงเวลาสิ่งละอันพันน้อยก็จะได้ทำให้ยิ่งอินเลิฟหนักถอนตัว/ดิ้นจากหลุมไม่ขึ้นน่ะ!

Oh, Woojin who appears friendly towards Noah Jung is actually collecting data again? Because he lives with his stepmother, his approach is always to research first and act later it seems! But then, do collect information and data on Jaechan well, Woojin! Every little thing will make you fall even harder!

However, when Jaechan tries to win Han Taehoon's favor, will the world see Jaechan change his target? Hmm, in this case, I'm so curious to see how Woojin reacts! He must be furious inside for the person who causes him disturbance and leaves.. just like when Jaechan announced he would stop being a pair guide!  

Ps. Kyung Changhyun is still around unleaving. He's annoying in a cute way, right (: ?

But tomorrow is Wednesday, the last day again TT

080921
ตอน 46

คิือแบบบ วันลงตอนก็น้อย ตอนก็สั้นน แต่ฉันต้องไม่ย่อท้อล้มตายก่อนเค้าจะรักกันใช่ไหมคะ ตอนนี้ไม่มีโมเมนต์อะไรอีกแล้ว มีแต่ความพยายามของ Jaechan ที่จะไปเป็นมือขวาหัวหน้าทีมอีกคน เพราะว่าถึงจะอยากเปลี่ยนตัวเอง แต่ว่าก็ต้องมีอำนาจและมีคนหนุนหลังเพื่อป้องกันตัวเองเหมือนกัน (อย่างน้อยก็จากพ่อกับพี่)

กับตอนจบตอน พี่ชายมาแล้วใช้อำนาจควบคุมจิตใจดึง Jaechan ออกไปคุยในที่ลับตา ซึ่งไกด์ฉันก็เตรียมตัวพร้อมแล้ว เตรียมมือถืออัดแล้วทำเป็นกลัวหลอกให้อีพี่ชายพูดออกมาเองว่าใช้อำนาจเอสเปอร์ควบคุมจิตใจ .... ซึ่งถ้าหลุดออกไปก็เรื่องใหญ่แน่นอน

ถ้าเป็นชาติที่แล้ว Jaechan ที่กลัวเสียหน้าก็คงไม่คิดทำ แต่ว่าตอนนี้ความลับหลุดไปขนาดนี้ Woojin ก็รู้เรื่องครอบครัวหมดแล้ว ไม่มีอะไรจะเสียหายเพิ่มอีกแล้ว

แต่ว่านะคะ ฉันขอเดาจากพฤติกรรมอ่ีพี่เอสเปอร์พระเอก และจากการลุ้นระทึกของฉันเอง ... เดี๋ยวพี่แกก็จะต้องตามออกมาไหม? ก่อนหน้านั่งอยู่ใกล้กันขนาดนั้นในที่สัมมนา น่าจะรู้บ้างแหละว่า Jaechan หายไป แถมก่อนหน้านั้น พี่ชายโรคจิตก็เพิ่งมาด้วย .... ซึ่งอีพี่ก็ไปสืบเรื่องพฤติกรรมพี่ชายมาจากเพื่อนร่วมห้อง Jaechan แล้วด้วยเถอะ

ก็รอกันต่อไป วันจันทร์จะมากรีดเรื่องใหม่นะ ... เมื่อไหร่คนเขียนจะเพิ่มวันลงกัน TT

เจอกันวันจันทร์นะ Jaechan TT


130921
ตอน 47
 
ความเลวของสมาชิกในครอบครัวช่างมีไม่จบจริงๆ สรุปพี่ชายเลวกว่าพ่อด้วยซ้ำ เพราะว่าพอรู้ว่าน้องเป็นไกด์ก็บังคับให้น้องชายไกด์ให้ตลอด แถมด้วยทั้ง mind control ทั้ง power imbalance ก็เกินเลยกับน้องชายตัวเอง คุกคามทางเพศกันถึงขั้นที่ Jaechan ทนไม่ได้ต้องออกจากบ้านไป การแตะต้องเนื้อตัวและบีบคอน้องตอนให้ไกด์เพราะเป็นกึ่งความตื่นเต้นทางเพศนี่คือแย่มาก แบบมากของมากจริงๆ ฮืออ

งวดนี้ก็สั่งให้ไกด์แล้วบีบคออีกแล้ว เลวทรามสามโลกจริงๆ  Jaechan กำลังคิดจะแกล้งขาดอากาศหายใจตายให้พี่ชั่วปล่อยมือ ลมก็พัดมาพอดี ใช่ค่ะ พี่เอสเปอร์พระเอกมาแล้ววว!! ผิดคาดเสียที่ไหนคะ สิ่งแรกท่ี่ทำคือเอาตัว Jaechan ออกมาจากเงื้อมมือพี่ชั่ว พอลมพัดออกมาก็ลอยเข้ามาในอ้อมแขนคุณพี่ Woojin พอดิบพอดี  น่ารักที่รีบจับแก้มจับคอเช็คอาการแล้วถอนหายใจโล่งใจว่าขอบคุณที่ยังไม่สายเกินไป ส่วนที่ขำกว่า คือพี่แกจัดลำดับความสำคัญเป็นข้อๆ มาก บอกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือ Jaechan ปลอดภัยดี
เรียบร้อย ก็ถึงเวลากำจัดขยะ (คำพี่เขาจริงๆ) จากนั้นก็กระหน่ำเตะอัดพี่ชั่วจนเลือดสาด ... ถึงขนาดที่ Jaechan ต้องหันไปมองถนนข้างนอกแทน

นี่คุณพี่ Woojin เหมือนจะมีงานอดิเรกใหม่เป็นการตาม stalk (?) และช่วย Jaechan ในเวลาคับขันแล้วนะคะ สรุปว่าขณะที่ Jaechan พยายามเลี่ยง Woojin ตอนนี้ ตัว Woojin เองก็มองหา Jaechan ตลอดเวลาเนาะ  

แต่คือตอนสั้นมากๆ จริงๆ ไม่รู้จะพูดยังไง ทำไมต้องกั๊ก 3,200 คำคะ นี่คือถึงขั้นไปนั่งเช็คความยาวที่ควรจะเป็นมาอีกรอบเลยนะ ที่บอกคราวก่อนว่า  3,700 คำโดยเฉลี่ย เพราะก็มีคนเขียนหลายคนที่ถึงเวลาจริงๆ ทะลุไปเป็น 4,000 อัพก็ดี รู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบ—คือแบบจะเอาตอนสั้นขนาดนี้ก็ได้ พร้อมจ่ายอยู่แล้ว แต่เพิ่มวันได้ไหม อ่านแต่ละตอนไม่หนำใจเลย อาทิตย์ละ 3 ตอนไม่ถึงไหนจริิงๆ สองตอนตัวละครยังคิดไม่จบเรื่องด้วยซ้ำ  คราวที่แล้วกว่าจะตัดมาที่มุมมอง Woojin ก็นาน แล้วกว่าจะรู้ว่าพี่เขาคิดอย่างไรก็หมดไปแล้ว 3 ตอน ...

I thought the brother is sick, but he is actually more disgusting than we ever imagined TT
It's all sexual harassment and physical  assault at the same time. The act of strangling his own younger brother to get excitement is unbearable TT No wonder Jaechan wants such a strong, brother-like figure the way he wants Woojin before TT
.
.
I'm glad that Jaechan who's long been a victim fights back with all his might. Hopefully, the record can be used as an evidence against this psycho! But aww, as expected, Woojin really comes to rescue Jaechan! Really love the scene when he's beating/kicking the bastard brother non-stop! The attitude to dispose the waste is so good! Excellent job indeed! 

But oh, I guess Woojin now has a new hobby to stalk (?) and rescue Jaechan already! Their positions truly reverse now (:

140921
ตอน 48

ความกรีดรายวันของฉันน ... สรุปว่าพอคุณพี่ Woojin ช่วยมาแล้วก็อุ้ม Jaechan เข้าห้องโรงแรมของแขกที่มาสัมมนาแล้ววางให้นอนพักบนเตียง เนื่องจาก Jaechan เล่นละครให้พี่ชั่วตายใจ ตัวเองสบายดีมาก แต่ Woojin ไม่รู้ เอาจริงๆ ตัว Jaechan ก็ยังงงๆ อยู่ว่าคุณพี่ Woojin จะทำอะไรก็เลยดูงงๆ เด๋อๆ คุณพี่ก็เลยยิ่งเข้าใจผิดว่าช็อคอยู่ เลยขอให้ไกด์ตัวเอง เพื่อจะเบี่ยงเบนความสนใจ Jaechan แทน แถมพอเห็นขานั้นยังดูเงอะงะ (ที่จริงๆ มาจาก Jaechan กลัวว่าพอเห็น Woojin ใจดีด้วยจะเผลอกระโจนเข้าใส่ เลยพยายามข่มใจไว้) Woojin ก็เลยเผลอจูบไป

มันก็ควรจะเป็นการไกด์ผ่านจูบ แต่ระยะสั้นขนาดนั้น ดูยังไงก็เป็นจูบได้แค่อย่างเดียว

คุณพี่ถอดเสื้อโค้ทตัวเองคลุมให้ Jaechan แล้วบอกให้นอนพัก ส่วนตัวเองเดินออกจากห้องไป

ซึ่งพอลับหลัง Woojin ตัว Jaechan ก็มีความสุขอััดล้นมาก ไม่น่าเชื่อว่าทั้งมาช่วย และทั้งจูบตัวเอง ก็เลย ทั้งกอดหมอน ทั้งเตะขาเต้นในอากาศ ทั้งกลิ้งไปมาบนเตียง มีความสุขเหลือกล่าวจนลืมเรื่องพี่ชั่วไปเลย (อย่างน้อยที่ Woojin ทำไปก็ได้ผลแง่นี้เนาะ) 

ส่วนเหตุผลที่ Woojin รีบออกมาเหรอคะ? ก็คือกะไปจัดการอีพี่ชั่วอีกรอบ เมื่อกี้แค่พา Jaechan ออกมาจากที่เกิดเหตุก่อน แต่ชัวร์ว่าอีพี่ชั่วหนีไปแล้ว .. คุณพี่ก็เลยนั่งรวบรวมความคิดแทน สรุปว่าสายตาเหยี่ยวพี่จ้องจับสองพี่น้องอยู่แล้วอย่างที่คาด ยิ่งพอเห็นว่าหายออกมาจากห้องประชุมด้วยกันก็ตามมา และความพีคก็อยู่ที่อีพี่แอบความมั่นใจสะดุดแล้วที่เพื่อน Jaechan บอกว่าไม่คิดว่า Jaechan จะมาตามคนอื่นแทน Woojin ตอนที่ไล่ตามหัวหน้าทีมอยู่

กับเริ่มไล่เรื่อง Jaechan ในหัวอีกแล้ว ถึงการไกด์และจูบจะไม่กี่วินาที แต่ก็ทำให้รับรู้ความนึกคิดอีกฝ่ายได้เถอะ .....

ซึ่งทาง Woojin จะบรรยายความรู้สึก Jaechan อย่างไร ก็ต้องมาต่อพรุ่งนี้ แต่จะไม่บ่นเรื่องความสั้นล่ะ TT 

Each chapter is too short again TT It's not enough to see how Woojin is really feeling, and I have to wait 24 hours to catch on his thoughts again tomorrow TT

But awwww, aww, the kiss! Despite excused as guiding, a kiss is a kiss! Now it's so true that Woojin is falling for Jaechan little by little! Now Woojin is so softened by Jaechan , and the every little care Woojin does is so good! I can't wait to see how Woojin describes Jaechan's feelings through guiding tomorrow! Awwww!!!

And oh, Jaechan is so happy for the care and the kiss that he kicks and rolls around merrily? This is so, so cute! It's good to see he bubbles with joy like this! Don't worry Woojin, Jaechan's state of mind is at its finest now (:


140921
ตอน 48

ความกรีดรายวันของฉันน ... สรุปว่าพอคุณพี่ Woojin ช่วยมาแล้วก็อุ้ม Jaechan เข้าห้องโรงแรมของแขกที่มาสัมมนาแล้ววางให้นอนพักบนเตียง เนื่องจาก Jaechan เล่นละครให้พี่ชั่วตายใจ ตัวเองสบายดีมาก แต่ Woojin ไม่รู้ เอาจริงๆ ตัว Jaechan ก็ยังงงๆ อยู่ว่าคุณพี่ Woojin จะทำอะไรก็เลยดูงงๆ เด๋อๆ คุณพี่ก็เลยยิ่งเข้าใจผิดว่าช็อคอยู่ เลยขอให้ไกด์ตัวเอง เพื่อจะเบี่ยงเบนความสนใจ Jaechan แทน แถมพอเห็นขานั้นยังดูเงอะงะ (ที่จริงๆ มาจาก Jaechan กลัวว่าพอเห็น Woojin ใจดีด้วยจะเผลอกระโจนเข้าใส่ เลยพยายามข่มใจไว้) Woojin ก็เลยเผลอจูบไป

มันก็ควรจะเป็นการไกด์ผ่านจูบ แต่ระยะสั้นขนาดนั้น ดูยังไงก็เป็นจูบได้แค่อย่างเดียว

คุณพี่ถอดเสื้อโค้ทตัวเองคลุมให้ Jaechan แล้วบอกให้นอนพัก ส่วนตัวเองเดินออกจากห้องไป

ซึ่งพอลับหลัง Woojin ตัว Jaechan ก็มีความสุขอััดล้นมาก ไม่น่าเชื่อว่าทั้งมาช่วย และทั้งจูบตัวเอง ก็เลย ทั้งกอดหมอน ทั้งเตะขาเต้นในอากาศ ทั้งกลิ้งไปมาบนเตียง มีความสุขเหลือกล่าวจนลืมเรื่องพี่ชั่วไปเลย (อย่างน้อยที่ Woojin ทำไปก็ได้ผลแง่นี้เนาะ) 

ส่วนเหตุผลที่ Woojin รีบออกมาเหรอคะ? ก็คือกะไปจัดการอีพี่ชั่วอีกรอบ เมื่อกี้แค่พา Jaechan ออกมาจากที่เกิดเหตุก่อน แต่ชัวร์ว่าอีพี่ชั่วหนีไปแล้ว .. คุณพี่ก็เลยนั่งรวบรวมความคิดแทน สรุปว่าสายตาเหยี่ยวพี่จ้องจับสองพี่น้องอยู่แล้วอย่างที่คาด ยิ่งพอเห็นว่าหายออกมาจากห้องประชุมด้วยกันก็ตามมา และความพีคก็อยู่ที่อีพี่แอบความมั่นใจสะดุดแล้วที่เพื่อน Jaechan บอกว่าไม่คิดว่า Jaechan จะมาตามคนอื่นแทน Woojin ตอนที่ไล่ตามหัวหน้าทีมอยู่

กับเริ่มไล่เรื่อง Jaechan ในหัวอีกแล้ว ถึงการไกด์และจูบจะไม่กี่วินาที แต่ก็ทำให้รับรู้ความนึกคิดอีกฝ่ายได้เถอะ .....

ซึ่งทาง Woojin จะบรรยายความรู้สึก Jaechan อย่างไร ก็ต้องมาต่อพรุ่งนี้ แต่จะไม่บ่นเรื่องความสั้นล่ะ TT 

Each chapter is too short again TT It's not enough to see how Woojin is really feeling, and I have to wait 24 hours to catch on his thoughts again tomorrow TT

But awwww, aww, the kiss! Despite excused as guiding, a kiss is a kiss! Now it's so true that Woojin is falling for Jaechan little by little! Now Woojin is so softened by Jaechan , and the every little care Woojin does is so good! I can't wait to see how Woojin describes Jaechan's feelings through guiding tomorrow! Awwww!!!

And oh, Jaechan is so happy for the care and the kiss that he kicks and rolls around merrily? This is so, so cute! It's good to see he bubbles with joy like this! Don't worry Woojin, Jaechan's state of mind is at its finest now (:

150921
ตอน 49
เอาล่ะค่ะ สรุปคุณพี่ Woojin ที่เรียบเรียงความคิดในหัวอย่างหนักก็สรุปได้ว่าความรู้สึกของ Jaechan ที่สัมผัสได้ตอนไกด์เปลี่ยนไป จากที่อยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ เห็นแก่ตัวก็เป็นความรักและใส่ใจอัดแน่นแทน Woojin บอกว่ารู้สึกตั้งแต่ตอนอยู่ที่เกาะ แล้วก็อยากสัมผัสความรู้สึกอ่อนโยนแบบนั้นอีก ก็เลยจูบ Jaechan ไป 

แต่คือคิดว่าคนอ่านทั้งมวลคงกรี๊ดไม่ออก เพราะหลังจากนั้น Jaechan ไปคุยกับหัวหน้าทีม----------- แล้วก็ตอนจบก็มีการชวนไปนอนด้วยกันเนี่ยแหละ ฉันอ่านผิดเปล่าคะ? กรี๊ดดดดดดด ทุกคนกำลังกรีดร้องโหยหวนกันในคอมเมนต์ มาแบบนี้ตาค้างกว่าเดิมอีกกก กับคือถ้ามาแบบนี้หัวหน้าทีมไกด์เป็น sub gong เหรอออ???

สรุปคือ 성공지향적 가이드 ตอนใหม่ใจสั่นมาก คือแบบจบแบบนี้แล้วต้องรอไปอีกจันทร์หน้าเนี่ยนะคะ? ทำร้ายจิตใจกันมากไปแล้ววว ไม่อยากบ่นเรื่องตอนสั้นวันน้อยเลย พูดทุกครั้งที่จบตอน .... ดูนักเขียนคนอื่นตอนยาวๆ บ้างสิ ตอน 49 แล้ว แต่ยังไม่ถึงไหนเลย

ปล. ก็มีประเด็นกระเป๋าสตางค์ Woojin อีกแล้ว สรุปอะไรอย่ข้างในกันเนี่ยย?

What? The development in the end? What did I read wrong TT? It shouldn't be like this, Jaechan-ah TT

No! Oh, Woojin is softening toward you already. He thinks you're soft and affectionate now. Think carefully please TT You can't end your one-sided love this way! Even if you had something with Han Tae-hoon in the past, end it today! I think Woojin is catching it with you soon! And hmm, will he take you from this situation too?

But ... Han Tae-hoon seems like a subgong? Aww, we have an ex-girlfriend and now a seemingly sub gong too? So many obstacles are in Jaechan and Woojin's way indeed TT
.
.
But then it's about the wallet again! What's inside it?

200921
ตอน 50
ตอนสั้นไม่คืบหน้าอีกแล้ว อยากเอา 3 ตอนมารวมกันแล้วแบ่งเป็น 2 ตอนจริงๆ อาจจะได้เท่านักเขียนคนอื่นวันที่เขียนตอนยาวก็ได้นะ เบื่ออ่านทีละเฮือกมากก

แต่ก็นะคะ ไปแตะเรื่อง serialize แถมยังติดหนึบแล้ว ก็ต้องเรียลไทม์กันต่อไป 

พอขึ้นห้องโรงแรมไปกับ Taehoon หัวหน้าทีม  Woojin ก็มาเจอพอดี ทักด้วยประโยคว่ามาเอากระเป๋าสตางค์ แล้ว Jaechan ก็ล้วงในเสื้อโค้ทคืนไปเนี่ยนะ? ไม่มีปฎิสัมพันธ์อะไรกันต่อ  Jaechan หน้านิ่งเฉยแต่ในใจก็คิดว่า ขึ้นห้องมากับ Taehoon ไม่เสียใจ แต่เสียใจที่ Woojin เห็น .... แล้วจะยังไงต่อไปนะคะ?? คือว่าตกลง Taehoon เหมือนเปํ็นหัวหน้าทีม แล้วก็เหมือนเป็นพระรอง แล้วตอนนี้ก็เหมือนจะเป็นมันทั้งสองอย่างแล้วนะ อะไรคือ the texture of the skin I wanna kiss?? อะไรคือสุกกว่านี้ เอ๊ยย โตกว่านี้สเปคตัวเองพอดีคะ??

Taehoon มีการสรุปในใจว่าเป็นลูกจิ้งจอกอีกต่างหาก สรุปว่า Jaechan ถูกตั้งชื่อให้อีกชื่อนอกจากปูเสฉวนในสายตา Woojin แล้วนะะ แต่พอบอกว่าเป็นลูกจิ้งจอกจอมมั่วที่จะถูกกินหมดในหนึ่งคำไม่ว่าจะไปไหนนี่ .... มันมองบวกหรือมองลบ ประเมิินมาแปลกๆ นะคะ หัวหน้าคะ

ส่วนพี่ Woojin ฉัน บทหายไปไหนหมดดดด????? คือจะมาโผล่เป็น endgame ไม่ได้นะค้าาาา คัม คัมมค่าาา!!

I feel Jaechan wants to move on by forgetting Woojin and focusing on his success goal instead.. as he needs power and backup to be stronger. But the truth is ... he still wants to be with Woojin subconsciously, and still wants to look good in Woojin's eyes TT

Oh, but what is the role of Han Taehoon then? He seems like a team leader, then a sub gong, and now both??? The idea he wants to kiss? And the assessment of Jaechan as a promiscuous fox cub likely to be eaten whenever he goes? It sounds cute enough, but by saying to be eaten in one bite, Taehoon makes Jaechanseems powerless too TT

Apart from the hermit crab, Jaechan is now a fox cub too??? Woojin, now you need more role tomorrow and the day after tomorrow! Get your hermit crab backkk!

210921
ตอน 51

อย่าไปคาดหวังว่าหนึ่งตอนจะมีอะไรมาก อ่านไปไม่ได้อะไรเลยยยย นอกจาก
1. ในกระเป๋าเงิน  Woojin มีรูปจริงๆ (แล้วรูปใครคะ?)
2.แฟนเก่า Woojin มาเป็นไกด์ฝึกงานแล้วค่ะ 
3. เหตุการณ์จับตัวประกันที่สวนสนุกที่ Jaechan ล็อคไว้น่าจะเกิดขึ้นซูน
4. อ้ออ งั้น ... เพิ่มว่าตัว Woojin ก็เหมือนสะดุดไปนิดนึงไหมมม??? แต่ตอนนี้คนก็เริ่มรู้แล้วว่าทัศนคติพี่เขาเปลี่ยนไป ดูปกป้องไกด์ตัวเอง ไม่ได้ดูถอยห่างเหมือนเก่า

อยากจะหลับไปสักเดือนนึง แล้วตื่นมาก็มีให้อ่าน 12 ตอน .. ซึ่งก็แน่ใจได้ว่าคงยังไม่คืบหน้าไปไหน วันนี้ไม่มีพลังงานจะเขียนคอมเมนต์เลย อยากได้โมเมนต์! อยากได้โมเมนต์! อยากได้โมเมนต์!

Awww, now Woojin's ex-lover is here in the scene, and there're also new trainees who are badmouthing Jaechan?? It seems the problems are piling up again TT I simply hope it won't turn into love triangles then TT

But oh, if Woojin screams that he never wants to know, it actually means he wants to know, right? TT

220921
ตอน 52

ความเลวร้ายสามโลกก็คือว่าวันนี้มาเลททท สงสารคนที่วิ่งเป็นบ้าไปรีเฟรชหน้าคอมตอนตีห้าไหมคะะะ? ไม่แจ้งอะไรเลย เปลี่ยนเวลาหรือเปล่าก็ไม่รู้ (บ่นมากเพราะเหวี่ยงกันทุกคนนน)

แต่คืิอว่าแฟนเก่าคุณพี่ Woojin ก็มาเป็นไกด์ฝึกหัดกับ Jaechan แล้วค่ะ แล้วที่ขำก็คือทุกคนกรีดร้องให้น้องเค้ามาตกรูท Jaechan แทนน (ใช่ อันนี้อีฉันก็เป็นบ้ากรีดร้องไปนานแล้วเหมือนกัน) เพราะขนาดไกด์ฝึกหัดคนอื่นจับกลุ่มนินทา Jaechan คุณเธอก็ถึงขั้นไปทะเลาะกับเค้าแก้ต่างให้ Jaechan เลย แล้วตอนนี้ยังดูปลื้ม Jaechan อีก 

แต่คือว่าถ้าคุณเธอความสามารถดี และตั้งใจ (ถึงขั้นเอาปากกามาจดโน๊ตเวลา Jaechan อธิบายเลย) ศักยภาพจะเป็นอย่างไรต่อคะ เก่งก็ได้ แต่ว่าค่าความเข้ากันกับ Woojin ขออย่าได้เกิน Jaechan ได้ไหมมม 
 
Oh, why did today's episode come late? Is the serialization time changed? I was just refreshing stupidly at 7 am TT

But then, awww these kids are so rude! They badmouthed Jaechan, and when they were caught, instead of apologizing, they complained that the senior is unkind and uncaring?? How can a person be good to people who are rude to him??? Be logical!!!

But then I really hope that the other 3 kids will see Jaechan for his ability later too!

Still, ahaha, yes, seems like Haesol is more into Jeachan now? Everyone seems to be screaming about this (:



270921
ตอน 53

กรี๊ดดดด สรุปว่าตั้งแต่งานสัมมนา Jaechan ก็หลบหน้า Woojin อีกแล้ว หลบมันมาราธอน งวดนี้ตอนเห็น Woojin ยังวิ่งไปแอบหลังเสาแล้วว แล้วคือว่านะคะ ตอนนี้ Woojin เจอแฟนเก่าแล้ว ตัว Jaechan ก็ลุ้นมากว่าจะเหมือนเดิมไหม แบบโลกเปิดตอนเห็นแฟนเก่าครั้งแรก แต่ฮืออ ... ทุกคนก็ช่วยกันลุ้นว่า ตอนนี้ Woojin เหมือนจะตกรูท Jaechan แล้วไม่ใช่เหรออ แต่คืออีเรื่องนี้ก็คาดเดาไม่ได้อีก ถ้าดูจากนิสัย Woojin ก็น่าจะสนใจ Jaechan มากกว่าอยู่ไหม? ตอนนี้ยิ่งสงสัยด้วยว่าทำไมเปลี่ยนไป กำลังติดใจความรู้สึกอ่อนโยนอยู่ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าคนเขียนจะเขียนไปทางไหนเหมือนกัน ไม่กล้าเดา 

คือกำลังอยู่กับเหล่าไกด์ฝึกหัด ทุกคน (คนอ่านที่กรีดร้อง) ยังเพิ่งคาดหวังว่าจะเห็น Jaechan โชว์ฝีมือการไกด์สุดเนียนอยู่เลย ขนาดพวกเด็กที่นินทา + ต่อต้าน Jaechan ยังเริ่มจดโน๊ตตามตอน Jaechan อธิบายเลย 

แล้วก็คือจบแบบค้างอีกแล้ว ยังดีที่พรุ่งนี้วันอังคาร ฮืออ แต่ฉันจะไม่คาดหวังอะไรแล้ววว

Why does the episode always finish like this? Awww, it's a cliff-hanger to see what tomorrow will bring! I can't wait to see Woojin's reaction! But honestly, I really hope it will not go as Jaechan expects! Let's pray that Woojin is now attracted to this hermit crab guide who always hides and runs away! But then I can't predict the writer's mind, so let's hope that Woojin will stay firm with Jaechan this time TT

Still, it's funny to see the esper who is distracting his pain by playing game. It's amazing to see 23 like that. But aww, I did think we can see Jaechan does munchkin guiding with delicate control and have all the ignorant trainees stare at him in awe. At least, their attitude changes when they all take notes now!

280921
ตอน 54

ความกรีดร้องวันนี้ของฉันก็คือขำมาก Jaechan ให้คนรักเก่าไปไกด์ Woojin แล้วก็แอบมาส่องผ่านซีซีทีวีในห้องสำนักงานกัับเด็กฝึกหัดคนอื่น แล้วพอถึงห้องที่สองคนควรจะไกด์กัน ก็ห้องว่างค่ะ ... เพราะ Woojin ปฏิเสธไม่ยอมให้ไกด์ให้ เดินกลับมาเจอ Jaechan กำลังเปิดกล้องดูพอดี ถูกจับคาหนังคาเขา มือสั่นแต่ก็ต้องทำเป็นเนียนๆ ไม่มีอะไร.... คืออยากจะกราบดีใจ กรีดร้องดีใจ และร้องไห้ดีใจมากก ว่าดีมากก Woojin!!! แต่เอาจริงก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนพัฒนาการเรื่องสองสามตอนนี้มันดูไม่ต่อ เพราะถ้าตามหลักการ ถ้า Jaechan เป็นไกด์คู่ Woojin ทำไมคุณพี่เอสเปอร์จะต้องให้คนอื่นไกด์คะ? ยิ่งอีกฝ่ายยังไม่ใช่ไกด์เต็มตัว เป็นแค่เด็กฝึกเนี่ยนะ? ไม่ค่อยเข้าใจตรรกะเลยย

แต่นั่นแล น่ารักที่เหมือน Woojin เหมือนจะหึง (หรือไม่ก็เคืองนิดนึงเรื่องที่เจอ Jaechan ขึ้นลิฟท์ไปพร้อมหัวหน้าทีมวันก่อน .... สรุปว่าฝ่าย Jaechan ก็กลัว Woojin เกลียดตัวเอง แล้วพี่เอสเปอร์เขาก็เป็นแนวหน้านิ่งๆ ไม่มีอะไร แต่ในใจก็แอบเก็บมาเป็นประเด็นเหมือนกัน เหมือนไม่แคร์โลก แต่จริงๆ พอเป็นเรื่อง Jaechan ตอนนี้อะไรก็มาหมดเนาะ)

Jaechan แอบคิดว่าเหมือน Woojin จะตัวใหญ่ขึ้น ชนิดเข้าห้องไกด์ไปแล้วห้องทำไมแคบกว่าเดิิม ซึ่งความจริิงก็คือพอมีคนไกด์ให้ได้แบบไม่มีลิมิต Woojin ก็ฝึกชนิดที่ใช้พลังได้เต็มที่ไม่มีกั๊กไง

Jaechan ไกด์แบบแตะมือแค่พอแตะตัว Woojin อีกแล้ว แล้วพอสองคนคุยกัน พี่แกก็สังเกตกิริยาท่าทาง Jaechan ชนิด micromovement แล้วนะคะ แต่ Jaechan ก็คงไม่รู้อยู่ดี อีกนานเนาะ กว่าความหมกมุ่นอินเลิฟคลั่งรักคุณพี่ Woojin ฉันจะออกดอกออกผล (และคงยิ่งอีกนานเพราะวันละ 3,200 คำ อาทิตย์ละ 3 วันด้วย แต่ช่วงนี้ก็มียาวขึ้่นมาแล้ว อาทิตย์ก่อนหน้ายังถึง 3,700 คำ ฮืออ วันนี้ก็ 3,300)

Jaechan is setting up CCTV to watch Woojin and Haesol?? Oh, this is very funny when he gets caught red-handed! But oh, the development is a bit confusing. If Jaechan is paired to guide Woojin, is it possible to have another guide (not yet a guide, in fact!) guide Woojin?? In this case, it's very normal for Woojin to refuse, isn't it?

But Woojin whose tone is more blunt than usual? Is he feeling jealous (: ??? This guy has a poker face with every kind of feelings inside him anyway. And oh, he even notices Jaechan's small/ mini movements too?

Still, it's so good to see Woojin can train unrestrainedly when he has guides to help him (:

290921
ตอน 55

ตอนสุดท้ายของอาทิตย์นี้อีกแล้ว ฮืออ สรุปว่า มาช้าด้วยค่ะ เชอะ โกรธมากกก

อยากจะกรีดร้องว่าพอกำลังไกด์ Woojin ก็เอ่ยปากนัดแนะวันประเมินค่า matching rate ใหม่ ซึ่งทุกปี คนที่ต้องเริ่มคือ Jaechan ฉันนะคะ นี่คือเป็นนัยว่าพี่เขาอยากอยู่กับ Jaechan ต่อใช่ไหมม ฮือ ฮืออ ฮืออ แต่คราวนี้พอตกลงกลับก็บอกด้วยว่า เดี๋ยวจะพาไกด์ไปอีกคนนะ น่าจะมีค่า matching rate สูง คือพูดจบก็ไม่มองหน้า Woojin ก้มหน้าก้มตาไกด์อย่างเดียว ปล่อยให้ Woojin เห็นแต่ปลายจมูกไป 

ชั้นอยากรู้มุมมอง Woojin มากกก อาทิตย์หน้าจะตัดไปให้ไหมมมคะะะ เพราะว่านะ เหมือนตอนนี้ Woojin ติดให้ Jaechan ไกด์เถอะ กับเพราะพอตั้งใจไกด์ โดยเฉพาะอยากให้ stability wave ขึ้นสูงๆ ให้ทะลุ 100 เมื่อ Woojin จะไปโซนอันตราย ความตั้งใจ จริงใจก็ส่งไปถึง Woojin อีกอยู่ดี — ใจพี่ Woojin เหมือนจะเริ่มยวบทีละน้อยแล้วไหม อย่างน้อยก็ไม่ตั้งกำแพงเมืองจีนกัน Jaechan แล้วเนี่ยยย

แต่ฉันมีความรู้สึกว่าไปๆ มาๆ ตัวน้องไกด์แฟนเก่าก็ดูติด Jaechan เปล่าคะ? การจะผลักคนสองคนลงเรือลำเดียวกันไปน่าจะไม่ได้อยู่ไหม? เฮ้ออ อยากให้ค่า matching rate ของ Jaechan กับ Woojin สูงทะลุโลแบบใครก็แย่งหน้าที่ไกด์ให้ Woojin ไปไม่ได้เลยย

สรุปคอมเมนต์ถ้าไม่กรีดเรื่องให้น้องไกด์แฟนเก่าตกรูท Jaechan ก็กรีดร้องว่าทำไมวันนี้เป็นวันพุธ/ พรุ่งนี้เป็นวันจันทร์กันไป 

ก็ต่ออาทิตย์หน้านะคะะะะ 

Oh, why this episode came late again TT?

It seems like when Jaechan changes, his sincerity is conveyed to Woojin honestly whenever they do guiding, and I think Woojin is falling for Jaechan bit by bit each time? But still, it's so significant that our esper suggests matching rate evaluation first! It simply hints he wants to be with Jaechan still, right (:? But aww, when Jaechan suggests anther guide like this, I feel Woojin may feel Jaechan wants to be with the team leader instead?

but noo, it's Wednesday again TT Can we have Woojin's viewpoint next week too? Miss seeing what Woojin thinks already! And I really want Jaechan and Woojin to have the highest matching rate possible too TT No one can take Jaechan out from guiding Woojin please TT

But oh, is Haesol falling for her caring but strict senior now (:??

Wednesday, 4 August 2021

헤비 레인 (Heavy Rain) by 꾸밍크

//หนักและหน่วงมาก มากจนอ่านแล้วนึกว่าจะตายตามไปด้วย กว่าจะมาหวานก็คือคนอ่านตายไปไม่รู้จะตายอย่างไรแล้ว หน่วงมันทุกตอน +  ยาวมากก เพราะพิมพ์เพื่อกรีดด!//




คนเขียน: 꾸밍크

แนว: ABO, สัญญา, เนื้อหาหนัก, พระเอกสำนึกผิด+คลั่งรัก regret, obsession

ความสัมพันธ์: นายจ้าง x ลูกจ้าง

จำนวนตอน: ตอนหลัก 101 + ตอนพิเศษ 17 ตอน

ครอบครัวของ Haejin เกิดอุบัติเหตุพร้อมกัน พี่ชายตายตอนอุบัติเหตุ ส่วนพ่อและแม่โคม่าต้องรักษาตัว ด้วยความที่เพิ่งเรียนจบมัธยม และไม่มีหนทางหาเงินมาเป็นค่ารักษาพยาบาลพ่อกับแม่ เจ้าตัวจึงตัดสินใจทำสัญญาเป็นคู่นอนของ Lyle อัลฟ่าที่ต้องการหาโอเมก้ามาปลดปล่อยฟีโรโมน

แต่ถ้าคิดว่าเรื่องราวจะราบรื่นหวานชื่น ชื่อเรื่อง Heavy Rain ก็อธิบายทุกอย่างให้แล้ว ... เพราะว่า Lyle เกลียดโอเมก้ามากจากประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก และการใช้โอเมก้าเป็นเครื่องระบายอารมณ์ก็เกิดขึ้นเมื่อยามจำเป็นจริงๆ ดังนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนเป็นแค่การที่ Lyle เรียก Haejin มาเมื่อตัวเองต้องการเท่านั้น และเวลาที่เหลือก็คือ ปล่อยให้ Haejin อยู่ในคฤหาสน์ไป ไม่เคยสนใจ

แต่เพราะความเฉยชาไม่สนใจของ Lyle ก็ทำให้ทัศนคติของพ่อบ้าน และคนใช้ในคฤหาสน์ที่มีต่อ Haejin แย่ไปด้วย ... มีตั้งการดูถูก พูดจาประชดเสียดสี ไปจนถึงขโมยเสื้อผ้า สิ่งของที่มีในตามสัญญา ไปจนถึงการแย่งอาหารที่มาส่งที่ห้องให้ Haejinแต่ว่าเจ้าตัวก็ต้องทน เพราะไม่มีทางเลือกอื่น เงินตอบแทนที่ได้จาก Lyle มากพอที่จะจ่ายค่ารักษาพ่อและแม่ที่ยังไม่รู้สึกตัวตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุได้

จนสุดท้าย คนขับรถที่ควรจะพา Haejin ไปเยี่ยมพ่อแม่ที่โรงพยาบาลเล่นแง่ไม่ยอมพา Haejin ไปโรงพยาบาล และเมื่อ Haejin พยายามเดินไปเอง ก็เป็นตอนที่ Lyle ต้องการใช้ Haejin เป็นที่ระบายพอดี ด้วยความโกรธที่ Haejin ไม่ยอมอยู่ตอนที่ตัวเองต้องการ ทำให้ Lyle ไม่ยอมฟังอะไร .... และกลายเป็นว่าคืนนั้น พ่อแม่ของ Haejin ก็สิ้นใจทั้งคู่ แต่พ่อบ้านกลับไม่ยอมบอกเรื่องนี้จนกระทั่งเช้า

เมื่อรู้เรื่อง ความโกรธและเสียใจของ Haejin ก็ไปลงที่ Lyle อย่างไม่ต้องสงสัย และก็หมดช่วงสัญญาพอดี แต่ Haejin ไม่มีความจำเป็นต้องต่อสัญญาแล้ว และก็ถูก Lyle ไล่ออกจากคฤหาสน์ไป

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ควรจะจบลงเช่นดี แต่โอเมก้าที่หามาแทนที่ Haejin ไม่มีใครที่ถูกใจ Lyle เลย ได้กลิ่นฟีโรโมนจากโอเมก้าที่ไหนก็คลื่นไส้ไปหมด จนได้แค่ตาม Haejin กลับมา

ซึ่ง Haejin เองก็ไม่ได้ไปไหนไกล อาศัยอยู่ในห้องเช่าทรุดโทรมในละแวกคฤหาสน์ของ Lyle นั่นเอง ... เพราะว่าเจ้าตัวไม่มีปัญญาเดินทางไปไหนได้และไม่มีที่ไป แต่จากมุมมองของ Lyle กลับกลายเป็นการเล่นตัวเพื่อเพิ่มค่าตัวในสัญญาจนเจ้าตัวคิดว่าการต่อสัญญากับ Haejin อีกครั้งน่าจะง่ายดาย หากเมื่อเลขาฯ ของ Lyle ทาบทามต่อสัญญากับ Haejin เมื่อไหร่ เจ้าตัวก็ปฎิเสธทุกที จนเมื่อทนไม่ไหวหนักเข้า วันหนึ่ง Haejin ก็หายไป

Lyle ที่คุมอำนาจและเศรษฐกิจของเมืองไว้คิดว่าเป็นเรื่องง่ายที่จะตามโอเมก้าที่สิ้นไร้ไม้ตอกคนหนึ่ง แต่ทำอย่างไรก็ตามตัวไม่เจอเสียที จนกระทั่งมีร่องรอยการถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มของ Haejin ในที่สุด จนทำให้ตามรอยไปถึงตัวได้ และ Lyle ก็เป็นคนไปตาม Haejin กลับมาเอง และเพราะ Lyle พยายามใช้กำลังพา Haejin กลับมาที่คฤหาสน์อย่างเดียว และ Haejin เองก็รู้ว่าไม่มีอะไรต่อกรกับคนที่มีทั้งอำนาจและกำลังในมืออย่าง Lyle ได้ จึงยอมทำสัญญาเป็นคู่นอนอีกครั้งเป็นเวลา 3 เดือนเพื่อเป็นการเปิดทางหนีให้กับตัวเอง


แต่เมื่อกลับมาที่คฤหาสน์ สถานการณ์ของ Haejin ก็ไม่ดีขึ้น Lyle ไม่ใส่ใจ Haejin และปล่อยให้พ่อบ้านและคนใช้ดูแล Haejin เหมือนเคย และดังนั้น การไม่ให้เกียรติและดูถูกเหยียดหยามก็เกิดขึ้นต่อเนื่องต่อไป ..... จนครั้งสุดท้าย การกลั่นแกล้งของพ่อบ้านและคนใช้รุนแรงเลยเถิดไปจน Lyle มาเห็นพอดี และก็เริ่มสงสัยว่าแท้ที่จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น

Lyle สั่งขังพ่อบ้านและเหล่าคนใช้ทั้งหลายไว้ และตามตัวทีมรักษาความปลอดภัยจากสำนักงานใหญ่ของตัวเองมาสืบเรื่อง จนจนรู้จากกล้อง CCTV ว่า 5 ปีที่ผ่านมา เกิดอะไรขึ้นบ้าง เสื้อผ้า และข้าวของที่อยู่ในห้องของ Haejin ถูกคนรับใช้ขโมยจนไปไม่เหลือ แม้กระทั่งอาหารที่ควรจะส่งมาให้ที่ห้องก็ไม่เคยมาถึง เพราะมีคนเอาไปกินแทน กลายเป็นว่าที่ตัว Lyle หงุดหงิดว่าตัว Haejin ไม่ทำตามสัญญาที่จะดูแลสภาพร่างกายตัวเองให้ดีพร้อมอยู่เสมอ ไม่ใช่ปัญหาจากฝั่ง Haejin แต่เป็นจาก Lyle เองที่ไม่เคยรักษาสัญญาได้ โดยเฉพาะเมื่อความเฉยชาของตัวเองเป็นต้นเหตุของทั้งหมด ความรู้สึกผิดและความรู้สึกอยากชดใช้ให้ Haejin กลับมากระแทกหน้า Lyle เต็มแรง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกลั่นแกล้งรุนแรงครั้งหลังสุดก็ยิ่งเพิ่มบาดแผลทั้งร่างกายและจิตใจให้ Haejin จนดูเหมือนไม่มีวิธีอะไรเลยที่จะชดเชยให้ Haejin ได้

และเส้นทางสำนึกผิดและชดใช้ความผิดของ Lyle ก็เริ่มขึ้นจากนั้น

.

.

ตอนนี้ Lyle ทั้งสนใจ ใส่ใจ และให้ค่ากับ Haejin มากเป็นอันดับหนึ่ง แต่ Haejin ปิดรับความจริงไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิ้น ความปรารถนาเดียวก็คือรอให้พ้น 3 เดือนเพื่อจะเป็นอิสระไปจากสถานที่อันเต็มไปด้วยความทรงจำเลวร้ายที่กักขังตัวเองไว้ และแม้ตัว Haejin จะพยายามยกเลิกสัญญาโดยอ้างว่าตัวเองเป็นคู่นอนให้ไม่ได้ ตัว Lyle ก็ไม่สนใจ กลับบอกว่าช่วง 3 เดือนจะขอเป็นช่วงที่ชดเชยให้ Haejin รักษาตัวให้หายดี

แต่สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ Lyle engrave กับ Haejin ในฐานะคู่ของตัวเองไปแล้ว และเมื่ออยู่ด้วยกัน ความรู้สึกที่มีต่อ Haejin ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยซ้ำ แต่ว่าตัว Lyle ก็ไม่กล้าแสดงออกหรือพูดอะไรออกไป


เอาจริง ส่วนตัวชอบแนวพระเอกสำนึกผิดมาก อยากอ่านตั้งแต่เห็น teaser ว่ากำลังจะ serialise แล้ว แต่พออ่านจริง สารภาพว่าอ่านได้ครึ่งย่อหน้าแรกก็ผงะไป คือเปิดเรื่องมาตอนที่มีอะไรกันอยู่ เพราะ Lyle เกลียดโอเมก้ามาก ทั้งมัดมือ ทั้งปิดตา ใช้โอเมก้าอย่าง Haejin เป็นที่ระบายอารมณ์รุนแรงอย่างเดียว .... เลยกลัวมากกว่าใจฉันจะอ่านไหวไปไหม ถ้าพระเอกชั่วมากลับใจตอนที่ 100 ก็คงตายไปก่อนอ่าน แต่เผอิญว่ามีคนที่อ่านแล้วบอกว่าเรื่องนี้พระเอกสำนึกผิดเร็ว หลังรู้เรื่องตอนที่ 30 ก็เลยกล้าอ่าน ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่า 30 ตอนแรกอ่านแบบวาร์ปมาก ไม่กล้าข้ามเพราะกลัวอารมณ์ไม่ถึง แต่ก็ไม่กล้าอินหนักเพราะกลัวหดหู่ตาย

แล้วพอที่พี่ Lyle รู้เรื่อง ตอนอ่านก็คิดว่า ในที่สุด ในที่สุด พี่แกรู้ซะที แล้วก็คอมเมนต์ไปแบบนั้นเหมือนกัน พอมาอ่านคอมเมนต์ที่มีก็คือทุกคนคิดแบบเดียวกัน คือเก็บกดกันมานาน มีแต่คนคอมเมนต์ว่า “ในที่สุด!!” ตั้งแต่คอมเมนต์แรกไปยังคอมเมนต์สุดท้าย

เทียบกับอดีต ตอนนี้ Lyle ใส่ใจดูแล Haejin ทุกอย่างและทุกเรื่อง เพราะสภาพขาดอาหารเรื้อรังจนเข้าขั้นทุโภชนาการรุนแรงตั้งแต่เมื่อก่อนประกอบกับสภาพจิตใจหดหู่ติดลบ ก็ทำให้ Lyle ต้องพยายามหาหนทางให้ Haejin กลับมาดีขึ้นให้ได้ ช่วงแรกก็คือ ค่อยๆ ฟื้นฟูสภาพร่างกายของ Haejin ขึ้นมา โดยจ้างหมอและพยาบาลมาดูแล แล้วก็ไม่รู้ว่าควรสงสารหรือสมน้ำหน้า Lyle ดีกว่ากัน เพราะว่าด้วยความที่ฟีโรโมนของอัลฟ่ามีผลกับสภาพร่างกายของโอเมก้าที่อ่อนแอพอดี Lyle เองก็ไม่กล้าเข้าใกล้ Haejin อยากดู ห่วงขนาดไหนก็ได้แต่เกาะประตูชะโงกหน้ามอง

หลังจากนั้นก็ต้องค่อยรื้อไปทีละเรื่อง เพราะ Haejin ฝังใจกับเหล่าคนใช้ที่เข้ามาในห้องตัวเองตามอำเภอใจ สุดท้าย Lyle ก็เลยเอากระดิ่งมาติดหน้าห้องเพื่อเป็นสัญญาณให้เจ้าตัวเวลามีคนมาที่ห้องแทนการเคาะประตูแทน และเพราะอึดอัดกับการมีคนเฝ้ามอง เพราะสายตาจับผิด ดูถูกของเหล่าคนใช้ในอดีต ก็เลยทำให้ทุกคนที่ถูกเลือกมาทำงานใหม่ระวังและให้เกียรติ Haejin เป็นอย่างดี (ซึ่งรวมไปถึงเห็นใจเพราะรู้ถึงสิ่งที่ Haejin เคยเจอมาด้วย)

ความเฉยชาของ Lyle ในอดีตถูกแทนที่ด้วยความหมกมุ่น ทุกอย่าง ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ Haejin กลายเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับ Lyle ไปแล้ว ด้วยความที่ Haejin ยังกดเก็บความรู้สึกทั้งหลายในใจก็ยิ่งทำให้ Lyle คอยสังเกตและระวังไปตลอดเสมอ และพร้อมจะใช้ทุกทางที่มี ทั้งกำลังใจและที่สำคัญกำลังทรัพย์เพื่อโอเมก้าในคฤหาสน์ด้วย อย่างข้อเท้าของ Haejin ไม่เคยหายดี หลังจากอุบัติเหตุ ก็ทำให้อัลฟ่าวิตกจริตสั่งเปลี่ยนห้องเป็นปูพรมนุ่มไว้เพื่อให้ Haejin เดินได้อย่างไม่ต้องลงน้ำหนักข้อเท้าเยอะ และหลังจากนั้น เพราะ Haejin สะดุดพรมจะล้ม วันต่อมา Lyle ก็สั่งรื้อพรมออก

และเพราะอาการไม่หายดีสักทีจนต้องใส่เฝือก พี่เขาก็กลัวว่าการขึ้นลงบันไดจะเป็นเรื่องหนักหนาเกินไปสำหรับคนที่มีเฝือกขา ก็ถึงขั้นสั่งติดตั้งลิฟท์ในตึกเพื่อให้การขึ้นลงง่าย โดยที่คุณพี่ไม่ได้คิดเลยว่าการใส่เฝือกเป็นแค่เรื่องชั่วคราว เป็นเรื่องใหญ่ขนาดไหนก็ไม่สนใจ เนื่องจากคฤหาสน์ตระกูล Vermus ¬ของ Lyle เป็นตึกเก่าแก่ที่ขึ้นทะเบียนอนุรักษ์ของเมือง การเปลี่ยนแปลงซ่อมแซมทำได้ยาก จนถึงขั้นนายกเทศมนตรีมาขอพบเพื่อยับยั้งแผนการณ์ปรับปรุงตัวตึกของ Lyle ซึ่งตามมาด้วยการที่ Lyle ตัดสินใจสนับสนุนคู่แข่งการเมืองไปแทน ใครจะทำอะไรก็ได้ แต่ห้ามขัดขวางการดูแล Haejin เด็ดขาด

หรือตอน Haejin ต้องใส่เฝือกก็เลยใส่เสื้อผ้าที่ถอดง่าย พี่แกก็มานั่งเครียดว่าทำไม Haejin ต้องใส่เสื้อผ้าซ้ำ ถึงขั้นเรียกพ่อบ้าน เรียกคนดูแลมาถาม แล้วหลังจากนั้นก็จัดการสั่งซื้อเสื้อผ้าใส่สบายนับไม่ถ้วนมา เลือกแบบเลือกสีเองอย่างจริงและตั้งใจ แต่ว่าก็ไม่กล้าบอก Haejin ว่าเป็นตัวเองที่ไปเจ้ากี้เจ้าการดูแลอีก ทั้งๆ ที่ทุกวันก่อนไปทำงาน คนที่ลุกมาแต่เช้าเพื่อเลือกชุด ดูแลเสื้อผ้าให้ Haejin ในแต่ละวันก็คือ Lyle เอง

..... ด้วยความที่ตอนรักษาตัวช่วงแรก Haejin เคยหนีออกจากหน้าต่างไปเดินอยู่ในป่าหลังที่ดิน Lyle ก็กลัว Haejin จะหายไปอีก ถึงขั้นปิดตายประตูหน้าต่าง แต่เพราะให้ Haejin อยู่ในห้องเฉยๆ ก็อุดอู้ พ่อบ้านคนใหม่ (ที่จริงๆ ก็คือคนที่อยู่เก่าแก่ตั้งแต่สมัยพ่อแม่ Lyle แต่ลาออกไปหลังพ่อแม่ Lyle เกิดอุบัติเหตุ) ก็เลยเสนอความคิดให้ลงมากินข้าวนั่งเล่นที่สวนได้ ซึ่งก็กลายเป็นมื้อเช้าร่วมกับ Lyle ไป ... เหมือนแม้ตัว Haejin อึดอัดเวลาที่ต้องอยู่ด้วยกัน แต่ก็เป็นมื้ออาหารที่มีคนกินด้วยกันหลังจาก 5 ปีที่เดียวดายมาตลอด

แต่พออากาศเริ่มหนาว การกินข้าวในสวนทำได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อสภาพร่างกายของ Haejin ยังอ่อนแอ และดังนั้น Lyle ก็ถึงขั้นสั่งฟื้นฟูเรือนกระจกสมัยแม่ตัวเองอยู่ เพื่อให้ Haejin ไม่เบื่อเวลาที่อยากอยู่ภายนอก .... ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการก่อสร้างเรือนกระจกจะเป็นไปอย่างล่าช้า ย้ำว่าล่าช้ากว่ากำหนดทั้งที่เงินถึงความพร้อมถึงขนาดนี้ เพราะยิ่งสร้างก็ยิ่งอลังการออกไปเรื่อยๆ เพื่อให้ Haejin ไม่รู้สึกอึดอัดว่านั่งอยู่ในเรือนกระจก ถมเงินถมแรงงานไปเท่าไหร่ก็ได้เพื่อ Haejin พอใจ

และเมื่ออยู่ไปเรื่อยๆ Haejin ก็เริ่มคลายตัวเองลง แต่พอจุดๆ หนึ่งก็เลยทำให้เจ้าตัวกลัว เพราะ Mark พ่อบ้านคนใหม่ใจดีและคอยดูแลให้เหมือนเป็นคุณปู่อย่างที่ตัวเองไม่เคยมีมาก่อน และเหล่าคนรับใช้ในคฤหาสน์ก็ระวังและเห็นใจ Haejin เป็นอย่างดี ที่สำคัญก็คือ Lyle ที่ใจเย็นและอดทนกับตัวเองทุกเรื่อง ..... ทำให้สุดท้ายแล้ว Haejin ตัดสินใจจะปิดกั้นตัวเองอีกครั้งเพื่อไม่ให้เคยชินกับความอบอุ่นที่เกิดขึ้นแค่ชั่วคราวหลังสัญญา 3 เดือนจบลง

แต่ความคิดที่จะตัดจบความสัมพันธ์กับ Haejin ไม่ได้อยู่ในหัวของ Lyle เลย ... ยิ่งสัญญาใกล้จะหมด อัลฟ่าอย่าง Lyle ยิ่งทุรนทุราย เพราะตอนนี้ Haejin เป็นชีวิตจิตใจของ Lyle ไปแล้ว แต่แม้ไม่อยากให้ Haejin ไป แต่ก็ไม่กล้าออกปาก ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไหน ไม่รู้จะพูดอย่างไร เอาอะไรมาเป็นข้ออ้าง ส่วนตัว Haejin ก็คิดว่าเมื่อหมดสัญญาแล้วก็ควรจะไปแล้วตัดจบกับความอบอุ่นที่ได้รับในช่วงนี้

และเมื่อสองคนไม่พูดกัน เลือกที่จะปิดกั้นความรู้สึกของตัวเองก็ยิ่งทำให้สถานการณ์อึมครึมหนัก เมื่อความเข้าใจผิดระหว่างกันแทรกเข้ามาด้วย เพราะ Haejin จัดกระเป๋าเดินทางเพื่อพร้อมที่จะก้าวเท้าออกนอกคฤหาสน์เมื่อหมดสัญญา 3 เดือนก่อนจะถูกเจ้าของบ้านไล่อย่างครั้งที่แล้ว และเพราะการ engraving ที่ทำให้ Lyle ต้องการฟีโรโมนและการสัมผัสจาก Haejin แต่อดกลั้นไว้จนตัวเองล้มป่วย และหายหน้าไปจาก Haejin เพื่อซ่อนอาการทั้งหลายเอาไว้ และเพราะการเตรียมหมอมาดูแลตัวเองที่บ้านทำให้ Haejin คิดว่าตัว Lyle เองเตรียมที่ให้โอเมก้าคนใหม่อยู่ ก็ยิ่งทำให้ระยะห่างระหว่างสองคนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

  

โดยเฉพาะเมื่อ Haejin ปิดกั้นความรู้สึกของตัวเอง และพยายามไม่รับรู้อะไรมาตลอดเวลา 5 ปีก็ทำให้เจ้าตัวไม่คิดตีความสิ่งที่ได้รับมากกว่าเป็นการไถ่โทษของ Lyle โดยที่ไม่ได้เข้าใจนัยหลายอย่างที่ Lyle แสดงออกเลย อย่างเช่นการย้ายห้องนอนจากส่วนของแขกมาอยู่ที่ห้องนอนเจ้าบ้านคู่กับ Lyle โดยที่ใช้ห้องนั่งเล่นร่วมกัน


เรื่องมาปะทุขึ้น เมื่อลุงของ Lyle ติดสินบนการ์ดเข้ามาในคฤหาสน์ และพูดจาดูถูก Haejin จนเจ้าตัวผลุนผลันหิ้วกระเป๋าออกไป ..... กว่าคุณลุงพ่อบ้านและคนรับใช้ในบ้านรู้ Haejin ก็หายไปแล้ว และท่ามกลางสภาพหิมะตกหนักจะตามเจอได้อย่างไร? ลนลานหาอยู่จนในที่สุด Lyle ก็คิดถึงทะเลสาบที่ Haejin มีความทรงจำอยู่กับครอบครัว จนตัดสินใจไปตามหา .... ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับที่ Haejin กำลังจะเดินลงทะเลสาบไปพอดี โดยที่ตัว Haejin เองไม่ได้รู้สึกว่ากำลังฆ่าตัวตาย แค่คิดว่าได้ไปอยู่กับครอบครัวอย่างเดียว จน Lyle ถึงกับหมดแรงคุกเข่าขอให้ Haejin อยู่ต่อไป ด้วยประโยคที่ว่า ตัวเอง engrave กับ Haejin ไปแล้ว ถ้า Haejin ตาย ตัว Lyle เองก็ต้องตายไปด้วย

(ขอกรีดว่าพอกำลังจะอ่านตอน มีเตือนว่า ตอนนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ให้ระวัง แต่คือการเดินลงทะเลสาบฆ่าตัวตายมันเบามากเมื่อเทียบกับโทนเรื่องที่ผ่านมานะ — มีอยู่ช่วงนึงต้องค้างเก็บไว้ให้ครบ 10 ตอนแล้วค่อยอ่านด้วยซ้ำ เพราะเหมือนจะขาดใจตายตามกันไป ถึงขั้นไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องเสียเงินมาทรมานตัวเองให้อยู่ในสภาพอารมณ์หน่วงกดดันกันขนาดนี้เลยเหรอ)

แล้วพอ Haejin ที่หมดสติกลับมาที่คฤหาสน์ ก็เห็นภาพ Lyle คร่ำครวญขอโทษ Haejin กับตัวเองในใจว่า ไม่รู้จะทำอย่างไรให้ Haejin มีชีวิตอยู่ต่อไป ต้องยอมเห็นแก่ตัวพูดไปแบบนั้น คราวนี้ความคลั่ง Haejin ถึงขีดสุด Lyle ไม่ไว้ใจไม่กล้าให้ใครเข้ามาดูแล Haejin อีกนอกจากตัวเองเลย จะป้อนยา ป้อนข้าวก็กอดไว้กับอกทำเองหมด และพอ Haejin มีอาการไข้และป่วยจนนอนนิ่งๆ ไม่ได้ก็อุ้ม Haejin แนบตัวพาเดินรอบห้องตลอดช่วงเวลาที่ยังไม่ได้สติ และแม้ช่วงที่ Haejin เริ่มฟื้น Lyle ก็ไม่ซ่อนความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไป

การดูแล ห่วงใย เอาใจใส่ Haejin ออกมาเต็มที่ทุกอย่าง โดยเฉพาะเมื่อมีอาการ separation anxiety ไม่กล้าให้ตัว Haejin ห่างสายตาได้เลย มีอะไรก็กระวนกระวายต้องเห็น Haejin ข้างตัวเสมอ และก็ไม่กล้าให้คนอื่นมาดูแล Haejin อีกแล้วด้วย

คราวนี้ความรู้สึกของ Lyle ที่มีกับ Haejin เต็มที่ออกไปแล้ว แต่กับตัว Haejin ก็เหมือนเป็นภาระที่ต้องรับผิดชอบ Lyle ด้วย โดยเฉพาะเมื่อสภาพ engraving ทำให้ Haejin ไปจาก Lyle ไม่ได้ .... แต่เพราะตัว Lyle ที่ทุ่มเทตั้งใจให้ Haejin ก็ค่อยๆ ทำให้ Haejin เปิดใจยอมรับในที่สุด

.

.

โอย คุณพระคุณเจ้า คือว่า ชอบพระเอกแนวสำนึกผิดกลับใจอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอเรื่องนี้ก็คือดีมาก ตั้งแต่หลังบทที่ 30 ไปจนจบ Lyle มีแค่ว่าจะสำนึกผิดและชดใช้ความผิดให้กับ Haejin อย่างไร ชอบที่ไม่ได้ใช้แค่คำว่าขอโทษอย่างเดียวอย่างที่เจอบ่อยในแนวพระเอกสำนึกบาป แต่ใช้การกระทำแสดงออกทั้งหมดแทน ทั้งคอยใส่ใจดูแลและให้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ Haejin กลายเป็นเรื่องลำดับแรกและทุกอย่างของชีวิตไป

อย่างตอนที่ย้าย Haejin จากห้องนอนแขกไปห้องนอนเจ้าบ้านคู่กับตัวเอง ตัว Haejin มีหน้าที่แค่เดินข้ามตึกย้ายห้อง เพราะพ่อบ้านและเหล่าคนรับใช้คอยดูแลเก็บของและย้ายของให้อยู่แล้ว แต่ Lyle ซึ่งต้องไปทำงานก็โทรกลับมาเช็คกับพ่อบ้านว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม ตัว Haejin สบายดีปลอดภัยดีหรือเปล่า ไม่ได้ทำเหมือนแค่เดินย้ายตึก แต่เป็นการย้ายทวีป และรายงานสำคัญที่ต้องอ่านตอนทำงานที่บริษัทก็คือการอ่านรายงานสุขภาพของ Haejin ไม่นับการเช็คอาหารและน้ำในแต่ละวัน เพื่อให้มั่นใจว่าปริมาณอาหารที่ Haejin ได้ในแต่ละวันจะเพียงพอ ยิ่งกว่านักโภชนาการของบ้านแล้ว

หรือตอนวันคริสมาสต์ก็มานั่งเครียดว่าจะให้ของขวัญอะไรกับ Haejin อีก จริงจังมาก และเครียดมาก พอตัดสินใจได้ว่าจะให้ผ้าพันคอ ก็ถึงขั้นเอาแคตตาล็อตผ้าพันคอทุกยี่ห้อทุกแบบมานั่งเลือกดู ตอนทำงานเลือกได้ก็เครียดอีกว่าจะเอาสีไหนให้ Haejin ถูกใจ และก็มานั่งกังวลว่า Haejin ชอบสีอะไร

มีอยู่ตอนนึงที่ Lyle หงุดหงิดว่าไปทำงานที่บริษัทในเมือง และต้องกลับมาที่คฤหาสน์ได้ช้า ก็กลัวว่าจะเจอ Haejin ได้ช้าลง และน้อยลงกว่าเดิม ก็นั่งคิดว่าให้ซื้อเฮลิคอปเตอร์เลยไหม จะได้ไปมาได้เร็ว แล้วหลังจากนั้นพี่อัลฟ่าสุดทุ่มก็บอกพ่อบ้านให้ทำลานจอดเฮลิคอปเตอร์ข้างคฤหาสน์จริงๆ

ที่ยกตัวอย่างมาก็คือหนึ่งในการกระทำนับล้านอย่างของ Lyle ไม่นับการสังเกตสีหน้า อากัปกริยา และความรู้สึกของ Haejin ที่เจ้าตัวไม่เผยออกมาอีกต่างหาก ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลย ที่พอถึงวันหนึ่ง ความรัก ทุ่มเท และใส่ใจของ Lyle ก็เข้าไปถึงใจ Haejin ได้เอง อย่างตอนที่ Haejin เพิ่งหายป่วยหลังจากเหตุการณ์ที่ทะเลสาปและจะไปห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือนิทานที่เคยอ่าน Lyle ที่เผลองีบหลับไปตอนดูแล ก็วิ่งผลุนผลันออกมาเพราะ Haejin หาย แล้วเป็นคนอุ้มพา Haejin ไปห้องสมุดเอง แถมยังหยิบหนังสือเล่มที่ Haejin อยากอ่านมาให้โดยที่ Haejin เองไม่ต้องเอ่ยปากอะไรเลย แล้วก็ไม่ยอมให้นั่งที่โซฟาแต่ให้นั่งซ้อนตักตัวเองเพราะว่ากลัวว่าโซฟาเย็น เดี๋ยว Haejin จะป่วยอีก (ซึ่ง Haejin ก็ คิดในใจว่าให้ Lyle กอดไว้อุ่นกว่าจริงๆ ) หรืออีกครั้ง ตอนที่ Haejin กำลังเสียใจจ้องที่มาร์ชเมลโลว์กระต่ายจมหายไปในช็อคโกแลตร้อน Lyle ที่อยู่ข้างๆ ก็หยิบมาร์ชเมลโลว์กระต่ายชิ้นใหม่ใส่แก้วให้ Haejin เลย ถึงขั้นที่ Haejin สงสัยว่ารู้ได้อย่างไร

ความสัมพันธ์เหมือนจะดีขึ้นเรื่อยๆ จนครั้งสุดท้ายที่ Lyle ล้มเพราะเจอฟีโรโมนด้านลบของ Haejin และเมื่อ Haejin ตามไปดูอาการก็ยอมให้ Lyle จูบเพื่อรักษาอาการ แต่เพราะ Lyle ขอให้ Haejin มัดมือตัว Lyle เอาไว้เพื่อที่ Haejin จะได้ไม่กลัว (โดยเฉพาะเมื่อไปโยงกับประสบการณ์อดีต) และก็เผลอพูดว่าชอบ Haejin ออกมา ... และวันรุ่งขึ้น Haejin ที่กำลังสับสนกับเหตุการณ์เมื่อวานก็เจอ Lyle เอาช่อดอกไม้ด้วยเหตุผลว่าเมื่อวานเป็นจูบแรกของ Haejin ทั้งที่ตัวเองกำลังป่วย ก็เลยทำให้ Haejin ยอมรับใจ Lyle ขึ้นมา

แต่ถ้ามองอีกอย่าง คราวนี้ยิ่งอยู่ด้วยกัน ตัว Lyle ก็ยิ่งสุดโต่งมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างตอนในที่สุดก็คิดว่า Haejin ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเยียวยาสภาพจิตใจ เจ้าตัวพยายามหาหมอที่ไม่ใช่อัลฟ่ามาดู แต่พอหมอที่เก่งที่สุดในเมืองเป็นอัลฟ่า ในที่สุด Lyle ก็ต้องตัดใจให้ Haejin หาหมอคนนี้ โดยที่พ่อบ้าน เลขา และบอดี้การ์ดอีกฝูงรออยู่หน้าห้อง ถึงขั้นที่เลขาให้ Haejin ถือกริ่งเตือนภัยไป ว่ามีอะไรก็กดได้เลย เดี๋ยวทุกคนจะวิ่งเข้าไปช่วย จน Haejin อดคิดไม่ได้ว่าตอนที่ตัวเองเป็นไข้หนักแล้วพ่อกับแม่พาไปส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลก็ไม่ได้เป็นเหตุการณ์เอิกเกริกถึงขนาดนี้

แล้วพอ Haejin กล้าแสดงอารมณ์มากขึ้น โดยเฉพาะอารมณ์โกรธที่กดอยู่มานาน พอ Haejin ไม่รู้สึกอาละวาดใส่ Lyle ก็กลายเป็น Lyle ดีใจมากที่ Haejin เลิกเก็บกด และกล้าบอกความรู้สึกตัวเอง พอ Haejin ปัดแก้วน้ำทิ้ง สิ่งแรกที่ทำก็คือบอก Haejin ว่าโกรธได้ แต่อย่าปัดผ้าห่มออกจากตัวนะ เดี๋ยวจะไม่สบาย แล้วรีบเอาผ้าห่มอีกผืนคลุมตัว Haejin แล้วพอไปทำงานก็อารมณ์ดียิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนเลขาต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น และเหตุผลก็คือวันนี้ Haejin โกรธ (สงสารคนฟังมาก)

กับเพราะตระกูล Vermus ของ Lyle เป็นตระกูลใหญ่ มีญาติละโมบที่ต้องการทรัพย์สิน ความมั่งคั่งของตระกูลเยอะ พี่อัลฟ่าก็ยังใจเย็น เก็บหลักฐานไว้เล่นงาน แต่ไม่เคยทำอะไรจริงๆ จนกระมั่งลุงแตะ Haejin เท่านั้น คราวนี้หลักฐานที่ทำผิด ทำไม่ดีส่งถึงตำรวจหมด แถมยังไล่ญาติที่ไม่ทำอะไรแต่ถือหุ้นในบริษัทไว้ออกไปอีก ด้วยความแค้นจัด เพราะลุงไปรื้อฟื้นถึง Haejin ว่าไม่มีหัวนอนปลายเท้าเป็นแค่ลูกบุญธรรมของครอบครัว Lyle ก็วางแผนกำจัดตระกูลรองของลุงไปจากสายตระกูลอีก และหลังจากนั้น ถ้ามีแนวโน้มว่าญาติคนไหน คิดจะก่อความวุ่นวาย หรือร่วมมือกับผู้ถือหุ้นมาค้าน Lyle นโยบาย Lyle ก็คือไล่ให้หมด ปลดให้หมด กำจัดให้หมด เพราะว่าถ้ามีเรื่องยุ่งเหยิงอะไรขึ้นมา จะมีเวลาอยู่กับ Haejin น้อยลง

และอาการติด Haejin ถึงขั้นไม่ยอมไปทำงานก็ทำให้ Haejin ต้องเอ่ยปากไล่ Lyle ไปทำงาน .... ซึ่งพี่เขาก็ไปทำงานด้วยเหตุผลที่ว่าจะได้ดูดีในสายตาของโอเมก้าตัวเอง

ยิ่งไปกว่านั้นที่ชอบอีกอย่างมาก คือการใช้ฟีโรโมนสื่อสารกันของทั้งคู่ เพราะด้วยความที่สำนึกผิด และไม่กล้ากวน Haejin มาก มีอะไร Lyle ไม่เคยเปิดเผยความรู้สึกตัวเองเลย แต่เพราะฟีโรโมนที่มี ความรู้สึกนึกคิดก็สามารถถ่ายทอดส่งผ่านให้อีกคนรู้ผ่านฟีโรโมนที่ปล่อยออกมาได้ ซึ่งสำหรับ Lyle เอง ความรู้สึกผิด กังวล ก็จะส่งผ่านไปถึงตัว Haejin เสมอ หรือช่วงหลังความรักความชอบที่มีต่อ Haejin ก็ส่งผ่านไปเหมือนกัน ซึ่งทำให้ถึง Lyle ไม่พูดอะไรออกไป อีกฝ่ายก็รับรู้ความรู้สึกที่มีได้อยู่ดี เอาจริงเรื่องฟีโรโมนสื่อสารค่อนข้างเป็นจุดเด่นในแนว ABO เกาหลีนะ ระหว่างอัลฟ่ากับโอเมก้าอาจจะไม่ได้พูดอะไรต่อกัน แต่ความรู้สึกนึกคิดก็ข้ามไปถึงอีกฝ่ายได้ เป็นการเติมเต็มความรู้สึกต่อกัน และความผูกพันระหว่างคู่ที่ลึกซึ้งจริงจัง (ขณะที่เรื่อง ABO จีน จะค่อนข้างแบนกว่า เพราะโดยมากเน้นแค่ให้อัลฟ่าทำเครื่องหมาย/ตีตราเป็นเจ้าของโอเมก้าอย่างเดียว เป็นฝ่ายหนึ่งมีอำนาจควบคุมเหนืออีกฝ่ายหนึ่ง โดยไม่ค่อยดูเชิงความรู้สึก ความสัมพันธ์เท่าไหร่)

เขียนมายาวมาก แล้วตามประสาก็ยังเขียนต่อไปได้เรื่อยๆ จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่มีอะไรมาก ถ้าให้สรุปให้ง่ายก็คืออัลฟ่าสำนึกผิดไถ่โทษได้แค่นั้นเลย ดูภาพปกประกอบก็ได้อารมณ์เรื่องนี้ครบถ้วน สังเกตสีหน้าแต่ละคนไว้ เรื่องก็เป็นตามนั้นจริงๆ และในแง่หนึ่ง ด้วยความที่เน้นความสัมพันธ์และความรู้สึกสองคนเป็นหลักก็เหมือนว่าเนื้อหาจะวนไล่เหมือนเดิมมากกว่าจะเน้นเหตุการณ์/ สถานการณ์ แต่ส่วนตัวถือเป็น "Best Regret 2021" เลย ชอบมาก การไถ่โทษของ Lyle ไม่ใช่แค่พอ Haejin ยอมให้อภัยแล้วจบ แต่เป็นทั้งชีวิตเลย เพราะตัวเองมองว่าเป็นเรื่องที่ผิดพลาดจนให้อภัยตัวเองไม่ได้ตลอด และก็ยิ่งทำให้ให้ค่าและให้ความสำคัญกับ Haejin ไม่เคยตกหล่น คิดสภาพพี่ Lyle อัลฟ่าตัวใหญ่ยักษ์ที่กุมอำนาจเศรษฐกิจของเมือง ขนาดที่สำคัญกว่านายกเทศมนตรีเมือง มาคุกเข่าสลดอยู่ต่อหน้า Haejin ไม่รวมไปถึงการบีบเนื้อบีบตัวและเก็บฟีโรโมนตัวเองไม่ให้ไปรบกวนตัว Haejin ด้วยซ้ำ และเมื่อใดก็ตามที่ Haejin ทำอะไรให้ตัวเอง แม้จะเป็นเรื่องน้อยนิด ก็ทำให้พี่ Lyle ดีใจรุนแรงได้ และถึงแม้จะอยู่ด้วยกันแล้วก็ไม่กล้าให้ Haejin เห็นอาการหมกมุ่นตัวเอง 100% อยู่ดี เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะตกใจกลัว และถ้า Haejin เสนออะไรขึ้นมา สิ่งแรกที่ Lyle จะทำก็คือพานิคแตกตื่นไปก่อนว่ามีอะไรขึ้นไหม ก่อนมีสติวิเคราะห์ขึ้นมา

ตอนพิเศษเล่าเป็นช่วงๆ ที่สองคนอยู่ด้วยกัน น่ารักที่ตัว Haejin ไม่ใช่คนพูดเก่ง หรือแสดงออกชัด แต่จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ต้องสังเกตดูเสมอ (และก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความรู้สึกส่งไปถึง Lyle ที่แสนจะหมกมุ่นแน่นอน) อย่างมีช่วงที่ Lyle กลับมาที่คฤหาสน์ไม่ได้ เพราะติดงาน Haejin ก็เสนอว่าจะไปหาที่เพนท์เฮ้าส์ไหม และพอ Lyle กลับดึกก็นั่งอ่านการ์ตูนรอ และพอ Lyle บอกว่าเกรงใจที่ต้องมาอยู่ในเมือง ก็ Haejin บอกว่าที่นี่วิวสวยดี (ซึ่งจริงๆ ไม่ได้มองวิวเลย) แถมวันต่อมาก็เอาหมอนไปปูนอนอยู่ในอ่างจากุชชี่ เพราะเป็นวิวที่เห็นได้ทั้งตึกที่ทำงาน Lyle และร้านอาหารที่เคยกินกับครอบครัวได้อีก

และน่ารักที่ปัจจุบัน อยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ Haejin ก็เริ่มชินกับการโอ๋สุดโต่งของ Lyle ไปโดยปริยาย เพราะว่าขา Haejin ไม่ดีจากอุบัติเหตุ มีอะไร Lyle ก็ใช้วิธีอุ้ม Haejin ไปไหนมาไหน (พี่ Lyle จริงจังถึงขนาดคำนวนกิจกรรมและระยะเวลาที่ขาของ Haejin ทนได้ในแต่วัน) จน Haejin ก็กอดคอ Lyle อัติโนมัติเวลาถูกอุ้มไปแล้วเหมือนกัน ไม่นับว่า Lyle ที่ความหมกมุ่นลามจากเลือกเสื้อผ้าให้ Haejin ในตอนแรก จนแต่งตัวให้ในช่วงที่ Haejin ป่วย และไม่ยอมเลิก กลายเป็น Haejin คุ้นชิน และรอให้ Lyle แต่งตัวให้ตอนเช้าไป

กับตอนสุดท้ายที่ Haejin เมาแล้วสารภาพกับ Lyle ว่าไม่ชอบฟีโรโมนอัลฟ่าคนไหนเลย ยกเว้นของ Lyle ที่ตัวเองชอบ

ปล. ตอนพิเศษไม่พอเลยยย ฮืออ จบแบบทุกคนกรีดร้องสามชาติมากก ให้อ่านอีกก็อ่านได้นะ ฮือออ เอาตอนพิเศษมาอีก TT