Wednesday, 17 November 2021
동생이 영웅이라 꿀 빱니다 // My Younger Brother Is a Hero, So I’m Sucking Honey
Wednesday, 27 October 2021
아늑한 집착 // Cozy Obsession
คนเขียน: 유성화
แนว: ABO, ทะลุมิติ, ตัวเอกร่าเริง, พระเอกคลั่งรัก, โลกพาราเรล (?), ตลก
ความสัมพันธ์: เพื่อนวัยเด็ก
จำนวนตอน: 45 ตอน (ยังไม่จบ)
Seo Heemin ทะลุมิติเข้ามาเป็นโอเมก้าในนิยายที่เอาของพี่สาวมาอ่าน และเมื่อตื่นขึ้นก็คือตัวเองที่เป็นโอเมก้ากำลังถูกจับประมูล และคนที่ชนะประมูลก็คือ Lee Heon เพื่อนสมัยเด็กที่ทั้งรักทั้งแค้นตัวเอง
ซึ่งตามพล็อตเรื่องเดิมก็จะต้องแสนดราม่าตับพัง ต้องถูกกักขัง หน่วงเหนี่ยว เข้าใจผิดสารพัด เพราะพ่อของ Heon ถูกพ่อของ Heemin โกงฮุบบริษัทไปจนล้มละลายฆ่าตัวตาย ทั้งที่พ่อของ Heon ช่วยเหลือครอบครัว Heemin มาโดยตลอด และช่วงเวลาเดียวกันตัว Heemin ที่เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เด็กก็ตัดความสัมพันธ์กับตัวเองอีก จนในที่สุด Heon ต้องซมซานไปอยู่กับพวกแกงค์ และสร้างตัวเพื่อกลับมาแก้แค้น และส่วนตัว Heemin ถึงแม้จะรักเพื่อนเก่าอย่างไร แต่เพราะอีกฝ่ายกลับมาแก้แค้นจนทำให้พ่อตัวเองต้องตายเหมือนกัน ก็เลยให้ทำใจรักอย่างเดิมไม่ได้
กว่าจะรู้ว่ารักกันขนาดไหนก็คือทำร้ายทำลายจิตใจกันสารพัดจนถึงฉากจบที่ Heemin ร้องไห้กอดศพ Heon ที่ปกป้องตัวเองจนตาย ก่อนจะฆ่าตัวตายตาม
.
.
จริงๆ แล้วเรื่องควรจะเป็นไปตามพล็อตเดิม ที่ Heon ต้องทั้งข่มขืนทั้งทำร้ายจิตใจอีกฝ่าย และ Heemin ที่จิตใจบอบบางอยู่เลี้ยงมาอย่างประคบประหงมก็จะยิ่งบอบช้ำแตกสลาย ..... แต่เผอิญว่า ตอนนี้กลายเป็นน้อง Heemin ของเราแล้ว ถึงแม้จะชื่อเหมือนกัน แต่สภาพจิตใจและนิสัยต่างกันลิบโลก
ตั้งแต่ตอนตื่นขึ้นมา เจ้าตัวที่คิดว่าไหนๆ ก็หลุดมาอยู่ในโลกนิยายก็เป็นโอกาสที่จะสังเกตการณ์ เพราะไม่ใช่ทุกคนจะเข้ามาในนิยายได้ ตัวเองไม่ได้เดือดร้อนกับการถูกจับประมูลเลย และเพราะเป็นโอเมก้าที่อ่อนไหวต่อฟีโรโมนของอัลฟ่ารอบๆ ในลานประมูล แทนที่จะตกใจกลัวก็กลับขอน้ำจากโฆษกมาดื่ม ด้วยประโยคข่มขู่ที่ว่า ถ้าไม่ให้น้ำมากินก็จะอ๊วกกลางลานให้ดู และตอนที่ถูกประมูลก็จิบน้ำอย่างใจเย็นมองรอบตัวอีก .... เห็นตัวเลขประมูลแล้วก็คิดว่าตัวเองจะขึ้นไปได้ถึงเท่าไหร่ และพอ Heon ประมูลโดยให้ราคากระโดดสูงเกินราคาก่อนหน้าก็อยากจะทั้งตะโกนโห่ร้องว่าตัวเองถูกประมูลสูงกว่าราคาในเรื่อง กับอยากจะทั้งตะโกนอาละวาดใส่หน้าพระเอกว่าทำไมใช้เงินสิ้นเปลือง
แต่เพราะนิสัยที่แปลกๆ กว่านิสัยที่ควรจะเป็นของ Heemin คนเก่า เจ้าตัวก็คิดไปว่าเพราะ Heemin ถูกคนจับประมูลฉีดยาให้เกินโดสจากรอยเข็มที่แขนหรือเปล่า? โดยเฉพาะเมื่อฟื้นมากลับไม่ได้ตีโพยตีพาย แต่กลับบอกว่าหิว แล้วให้หมอที่ดูตัวเองตอนให้น้ำเกลือ หาอาหารให้ ซึ่งจบลงด้วยการขโมยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของแม่บ้านมาต้มกิน และพูดถึงคนที่ไม่มีอยู่ในชีวิตจริง อย่างพี่สาวของตัวเอง และแม่ที่ตายไปนานแล้ว
สภาพนิสัยที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ Heon พาไปให้ตรวจกับจิตแพทย์ที่รักษา Heemin มาตลอด และก็ได้ความว่านี่คืออีก Heemin นึง โดยที่หมอที่ไม่ได้รู้เรื่องการทะลุมิติเข้ามา หากวินิจฉัยว่าเป็นอาการทางจิตที่เป็นบุคลิกซ้อนอยู่ในตัว โดยที่ Heemin คนนี้เป็นเด็กกว่า และก็มีอายุ 21 ปี (ร่างเดิมกับ Heon อายุ 30 ปี)
แน่นอนว่า Heon ไม่เชื่อว่า Heemin มีสองบุคลิกจริง แต่เป็นการสร้างเรื่องเพื่อหลบหนีจากตัวเองต่างหาก ดังนั้น สิ่งที่จะทำต่อจากนี้ก็คือ ขัง Heemin ให้อยู่ในบ้านตัวเอง แล้วจับตาดู ซึ่งถ้าตามปกติ ถูกพระเอกสายดาร์กกักขังไว้อยู่ในบ้าน ก็ควรจะต้องมีอาการหดหู่ คิดหนีแล้ว แต่ว่าน้อง Heemin 21 ชีวิตที่โลกจริงลำบาก ไหนๆ ก็ได้โอกาสอยู่ดีกินดี ไม่ต้องทำงานบ้าน ไม่ต้องทำงานพิเศษ ไม่ต้องไปมหาลัยแล้ว ก็จะขออยู่ดีกินดีให้หนำใจ เพราะนอกผ้าห่มอันตราย และบ้านหลังนี้ก็กว้างขวางโล่งโปร่งสบายเมื่อเทียบกับบ้านกึ่งห้องใต้ดินตัวเองที่อาศัยอยู่กับแม่และพี่สาวอีก 3 คน ที่แสนจะคับแคบ และอึดอัด
ตอนที่กลับมาจากตรวจกับหมอ ถูกสั่งให้อยู่ในบ้าน ก่อนที่ Heon จะไปทำงาน น้องเราไม่ได้มีอาการอะไรเลย และไม่ได้สังเกตเห็นความตึงเครียดที่พี่พระเอกกับเลขามีต่อตัวเองอีก พอพระเอกบอกแม่บ้านว่าให้สั่งพิซซ่าให้แล้วกัน ก็ตะโกนว่าขอสั่งพิซซ่าหน้าแองกัสสเต็กได้ไหม แบบเพิ่มขอบชีสพิเศษของพิเศษนะ ขอเพิ่มซอสเยอะๆ ด้วย ด้วยแนวคิดว่าปกติพิซซ่าเป็นของแพงไม่ค่อยได้กิน ถ้าจะได้กินก็จะสั่งแบบแพงสุดมาเลย แต่พอพี่พระเอกจ้องหน้า (ในแง่ที่คิดว่าบุคลิกต่างจากที่เคย ไม่เหมือน Heemin คนเดิม) ก็คิดไปว่าเพราะตัวเองสั่งแพงไปเหรอ งั้นจะสั่งถูกกว่านั้นก็ได้นะ
พอพระเอกบอกว่าทำได้ทุกอย่าง ก็ถามต่อว่าจริงเหรอ งั้นจะกินให้อร่อย ขอบคุณนะ แล้วพอพี่พระเอกบอกว่าอย่าทำอะไรโง่เง่าให้อยู่แต่ในห้องนอน ก็ต่อรองว่าอยู่ในห้องน่าเบื่อ ขอมาดูทีวีในห้องนั่งเล่นได้ไหม
และดังนั้น เมื่อคนที่ถูกจับมาดูเป็นเด็กดีให้ความร่วมมือกันขนาดนี้ ประโยคที่ Heon เคยพูดใส่หน้า Heemin ว่า “ประมูลมาเพื่อเป็นที่ระบายอารมณ์” “จ่ายไปแพงก็ต้องใช้ให้คุ้ม” และร้ายการสารพัดช่วงวันแรกก็พูดแล้วจมหาย ..... เพราะ Heon ไม่รู้จะรับมือกับ Heemin คนใหม่อย่างไร ก็เลยใช้วิธีหลบหน้าหนีไปทำงาน แล้วให้ Heemin อยู่ในบ้านเฉยๆ ไป
ระหว่างนี้ก็กลายเป็นชีวิตดีมาก อยู่ดีกินอร่อย ได้กินอย่างที่อยากกิน .... แต่ว่าเห็นหน้า Heon น้อยมาก ดังนั้นแผนการณ์ที่ตั้งเอาไว้ว่าเป็นโครงการเปลี่ยนนิสัยพระเอกจากคลั่งรักสายดาร์กสายหม่น ให้กลายเป็นพระเอกใจดีอ่อนโยนตามชื่อ Keyword Change Project ก็ไม่น่าจะเกิดได้จริง แล้วถ้าอย่างนั้น จะเปลี่ยนเรื่องให้จบด้วยดี แล้วตัวเองกลับบ้านโลกจริงได้จะเป็นอย่างไร
ก็เลยเอามีดจี้คอตัวเองบอกให้ตาม Heon มา ท่ามกลางการแตกตื่นของทั้งแม่บ้าน ทั้งเลขา ทั้งหมอ พอคุณพี่ Heon กลับมาก็โกรธเลือดขึ้นหน้ามาก ในแง่ที่ทั้ง Heemin ไม่ยอมอยู่เงียบๆ ตามที่ตัวเองสั่ง และแง่ที่ตัวเองต้องล้มการเจรจาหลักหลายร้อยล้านไป ถึงขั้นแย่งมีดมาแล้วปักไปที่กำแพง แต่ก็หายโมโหไปได้เพราะ Heemin บอกว่าก็เพราะว่าอยากเจอ
ความสัมพันธ์ดีขึ้นมาแล้วระดับหนึ่ง แต่ว่าก็ยังนิ่งอยู่ โดยเฉพาะเมื่อบุคลิกที่ต่างก็เลยทำให้พระเอกรู้สึกเหมือนเลี้ยงเด็กแทน โดนเฉพาะ Heemin คนนี้ก็เรียก Heon ว่าพี่ด้วย ดังนั้นแล้ว น้อง Heemin 21 ก็คิดแผนการวุ่นวายเพื่อกระชับความสัมพันธ์ต่อไปอีก ด้วยการวางแผนหนี! โดยตามพล็อตนิยาย Heemin 30 จะขโมยเงินแม่บ้านแล้วหนีไปอยู่เมืองชายทะเล ก่อนที่จะถูกจับกลับมา และพระเอกก็หักข้อเท้าเพื่อไม่ให้หนีได้อีก .... แต่เมื่อเป็น Heemin วุ่นวาย ก็เลยคิดว่าจะขโมยเงินจากแม่บ้านเหมือนเดิม เพื่อจะหนีไปหาหมอ และก็จะโทรบอก Heon ให้ไปรับตัวเอง แน่นอนว่าเมื่อ Heemin หายไป ตัวพระเอกก็ระดมคนตามหาเอิกเกริก และน้องที่ขอยืมโทรศัพท์พยาบาลที่โรงพยาบาลก็โทรไปบอกว่ากำลังหาหมออยู่ เดี๋ยวเสร็จแล้วมารับแล้วไปเดทกันนะ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพระเอกโกรธมาก แต่พอเจอหน้าไม่รู้ไม่ชี้ยิ้มทักระรื่นของ Heemin ก็ทำอะไรไม่ได้ พอขับรถเงียบๆ Heemin นึกว่าจะถูกพาจับกลับบ้าน อีกคนก็ขับรถพาไปดูสวนสาธารณะดูดอกไม้ตามที่ขอไว้สมใจ ... น่ารักที่เพราะหนีมายังไม่ได้กินข้าว ในมือก็ถือถุงข้าวที่สั่งก่อนจะไปหาหมอมากิน แต่มีตะเกียบคู่เดียว ก็เลยหักครึ่ง เป็นตะเกียบสั้นๆ ให้พี่พระเอกแล้วกินกิมบับทูน่ากับต๊อกเผ็ดด้วยกันท่ามกลางดอกไม้โปรย
และพอกลับมา เห็นแม่บ้านก็กอดคอแม่บ้านขอโทษแล้วร้องไห้ พร้อมบอกว่าจะคืนเงินให้นะ ... กลายเป็นตอนนี้ไม่ใช่แค่การหลุดเข้ามาในนิยาย แต่ว่ามีปฎิสัมพันธ์และความผูกผันเพิ่มขึ้นกับคนรอบตัวที่กลายเป็นครอบครัวใหม่ตัวเองขึ้นมาแทนแล้ว
แล้วความสัมพันธ์ก็คืบหน้าไปจริงเหมือนกัน หลังจากนั้น พอกลับบ้านตอนค่ำ Heon ก็จะพา Heemin ไปเดินเล่นละแวกบ้านตอนกลางคืน เป็นการใช้เวลาร่วมกันเงียบๆ แต่ว่ามีความหมาย ...ท่ามกลางคอมเมนต์ที่ว่า Heemin เป็นลูกหมาที่ถูกเลี้ยงนั่นเอง พอเจ้าของกลับมาก็พาไปเดินเล่นนอกบ้านตอนค่ำ
กับ Heon ก็โอ๋ Heemin ในแบบของตัวเองเหมือนกัน ด้วยความที่ถูกจับมาอยู่กับ Heon ตัวเองก็มีเสื้อผ้าแค่ 2-3 ชุดที่ใส่ทั้งในบ้าน และใส่ออกไปข้างนอก ซึ่งตามนิสัย Heemin จริงที่ทั้งมัธยัสถ์ ไม่คิดมาก ก็มองว่าเสื้อผ้ามีใส่ก็พอแล้ว แต่ว่าพี่ Heon ยอมไม่ได้ ลากทั้งเลขา ทั้งลูกน้องอีกคนพา Heemin ไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ที่บังคับให้ Heemin ลองทุกอย่างที่คนขายเอาให้ดู และที่ต้องพาไปเยอะ ก็เพราะว่าไปกันอัลฟ่าตัวอื่นที่คิดจะเข้าใกล้ Heemin นั่นเอง ..... ตามนิสัยใจใหญ่และทุ่มเทเพื่อคนในใจตัวเอง (ที่ถึงแม้จะยังโกรธแค้น และยังซึน) คุณพี่ Heon ก็บอกคนขายว่ามีอะไรที่เหมาะกับ Heemin ให้เอามาลองให้หมด
พอ Heemin งอแงว่าทำไมต้องลองเสื้อผ้าเยอะ ไม่ได้ต้องการเยอะขนาดนี้ซะหน่อย คุณพี่ที่รู้แกวก็บอกว่าถ้าลองหมดแล้ว อยากกินอะไรเดี๋ยวซื้อให้หมดเลย จะเอาพิซซ่าหรือต็อกอะไรก็ได้นะ Heemin ที่ดีใจก็บอกว่างั้นเดี๋ยวไปกินขนมปังครีมพัฟได้ไหม แล้วก็ลองเสื้อด้วยอารมณ์ทำงานพิเศษ โดยที่มีค่าแรงรายชั่วโมงเป็นครีมพัฟ
แล้วพอคุณพี่ Heon กวาดซื้อทุกอย่างที่น้องลอง Heemin ก็แอบโอดครวญว่าจริงๆ อยากได้แค่เสื้อยืดตัวเดียวก็พอ (เพราะคุณเพื่อน Heon ซื้อเสื้อยืดให้ทุกปี) แต่พอคุณพี่ Heon ถามว่าเสื้อยืดอะไรก็รีบเงียบกริบ เพราะกลัวว่าจะต้องไปเข้ามหกรรมลองเสื้อยืดอีกรอบ โถ Heemin
ล่าสุด น้องก็ซื้อเบียร์ซื้อเหล้ามา และตั้งหน้าตั้งตาทำอาหารเต็มโต๊ะมื้อดึก เพราะว่าอยากกระชับความสัมพันธ์กันกับคุณพี่ ซึ่งตามคำของ Heemin ที่ประกาศกร้าวเสียงดัง ก็คือว่าจะ “ยั่ว” Heon ให้ได้ แต่ว่าก็ได้แค่จูบเฉยๆ อยู่ดี เพราะความกลัวฟีโรโมนของ Heemin คนเก่า
น่ารักที่ต้องหยุด เพราะร่างกายมีปัญหา Heemin ที่ถูกอุ้มมานอนบนเตียงและถูกจับห่มผ้าห่มเรียบร้อยก็หดหู่จนร้องไห้ว่า ตัวเองไม่ได้เรื่อง แต่คุณพี่อัลฟ่าที่เพิ่งถูกยั่วแต่ทำอะไรไม่ได้ก็มาปลอบ .... Heemin คนเก่ากระตุ้นให้ Heon โกรธอยากเอาชนะใช้กำลัง แต่ว่า Heemin คนนี้ กระตุ้นให้รู้สึกผิดปนสงสารเนอะ
เพราะพอตามหมอมากลางดึก พี่เขากลัวว่าฟีโรโมนตัวเองจะมีปัญหากับตัวน้อง ก็ไปอยู่นอกห้อง แต่ว่าจ้องจับทุกอย่างผ่านกระจกใสที่กั้นห้องอีก ขำที่ Heemin ปรึกษาหมอเกี่ยวกับเรื่องตัวเองกับ Heon แต่ไม่กล้าหันไปมองเพราะกลัว Heon
รู้ว่าพูดเรื่องตัวเอง ก็เลยจ้องหน้าหมอเขม็งอีกคน .... น่ารักอีกที่ว่าปกติเป็นหมอของแกงค์ ตามผู้อำนวยการ Lee Heon สั่งการ แต่ตอนนี้มีหน้าที่หลักคือดูแล Heemin นอย่างเดียว เปลี่ยนเป็นคุณปู่ แทนหมอโหดไปแล้ว
ตอนที่หลับ Heon ก็มาลูบหัวให้เงียบๆ แล้วปลอบว่า Heemin-ah หายดีเร็วๆ นะ อีก ... เอาจริง ถึงแม้น้อง Heemin จะสลดว่าความสัมพันธ์ทางกายไม่คืบหน้า แต่ว่าทางใจก็ไปไกลกว่าที่คิดแล้วนะคะ
แต่จริงๆ แม้จะเข้ามาในโลกนิยายก็มีประเด็นเหมือนเป็นโลกคู่ขนานเหมือนกัน เพราะตัว Heemin ชื่อเหมือนตัวเอกไม่พอ ตัว Heon ก็เหมือนเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในโลกจริงของ Heemin ด้วย ไม่ว่าจะเป็นทั้งชื่อ และหน้าตา รวมไปถึงการจัดแปลนบ้าน ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งนอกเหนือจะเป็นปริศนารอแก้ไขแล้ว ก็ยังทำให้ตัว Heemin ใจอ่อนเพิ่มขึ้นมาเพราะอยากให้คนที่หน้าตาเหมือนเพื่อนรักตัวเองมีความสุข นอกเหนือไปจากการจบพล็อตเพื่อให้ได้กลับโลกจริงเหมือนกัน
กับเพราะตัว Heemin อยากแก้ความกลัวอัลฟ่าของร่างเดิม เพื่อให้อยู่กับ Heon ได้ ก็เลยไปหาหมอจิตแพทย์ตั้งแต่เด็กตัวเอง และทุกครั้งแทนที่ความทรงจำที่ถูกฟื้นขึ้นมาจะเป็นของ Heemin ใหม่ กลับกลายเป็นของ Heemin ในนิยายทั้งสิ้น ทั้งช่วงที่ดีใจที่สุด หรือเสียใจที่สุดก็เกี่ยวข้องกับ Heon หมดเลย .... ซึ่งเหตุผลที่ Heemin เลิกคบกับเพื่อนรักตัวเอง ก็เป็นเพราะว่าตัวเองกลายเป็นโอเมก้า และ Heon เป็นอัลฟ่า และการที่เคยถูกคุกคามทางเพศจากอัลฟ่าในวัยเด็กก็ทำให้กลัวอัลฟ่าจนคิดตัดจบความสัมพันธ์ไปด้วย
เอาจริงอารมณ์ปกกับโทนข้างในคนละแบบกันเลยย ปกดูหนัก แต่พล็อตตอนนี้ดูเพี้ยนๆ ขำๆ เป็นระยะๆ เพราะนิสัยก่อความวุ่นวายและไม่คิดมากของน้อง Heemin ก็แอบอยากดูช่วงหนัก อารมณ์ท่วม intense + dense อยู่เหมือนกันนะคะ กับชอบที่เขียนให้หลายอย่างทับซ้อนกับโลกจริง อย่างตัวพระเอกที่เหมือนเพื่อนสนิททั้งชื่อ หน้าตา และอื่นๆ จนเหมือนโลกพาราเรลมากกว่าโลกนิยาย แต่อยากรู้มากกว่าจะจบยังไง เพราะเหมือนผูกกับโลกจริงไว้สูง .... อย่างหมอที่ Heemin ไปหา ก็หน้าเหมือนเพื่อนสนิทแม่ตัวเองในโลกจริงอีกเหมือนกัน
แต่คือ 43 ตอน ยังไม่ถึงไหนเลยค่ะ ตามประสาการวางเรื่องเกาหลีจริงๆ คงอีกนาน
ปล. ชอบปกนะ อยากดูคุณพี่ Heon ถูก Keyword Change Project ของ Heemin เปลี่ยนให้กลายเป็นพระเอกใจดีอ่อนโยนได้ ซึ่งตามปกหน้าตาคุณพี่ก็ดูอ่อนโยนอินเลิฟ ทั้งคุณพี่และน้อง Heemin ดูตกห้วงความรักสองเราเราสองกันจริงจัง
กับเรื่องนี้ชอบปกแล้วก็ชอบบชื่อด้วย Cozy Obsession จริงจริ๊งง ด้วยความที่ Heemin 21 จะเปลี่ยนให้พระเอกคลั่งรักที่หมกมุ่นกับการแก้แค้นกลายเป็นคุณพี่ชายละมุนไปแล้ว นานๆ ทีจะเจอเรื่องที่รู้สึกว่าทั้งปกทั้งชื่อเรื่องไปด้วยกันอย่างมากกับโครงเรื่องเนี่ยแหละ
ปล. อีกที กับขำมากที่ตอนที่ร่างกาย Heemin แข็งทื่ออัตโนมัติเพราะความกลัวฟีโรโมนอัลฟ่า Heon ก็หยุดจูบ ... ตัว Heemin ก็ถามว่า ไม่มีจูบต่อแล้วเหรอ? ท๊อปคอมเมนต์ก็บอกว่า ไม่มีแล้วเหรอ นี่คือตัวเองเป็นเหมือนแรคคูนที่ถูกแย่งสายไหมไปเลยนะ คนก็มาเมนต์ต่อมา สายไหมหาย ฮืออ แล้วสายไหมก็กลายเป็นโค้ดพูดถึงการจูบของ Heemin กับ Heon ต่อมาในคอมเมนต์ต่อมาไปเลย แบบเป็นแรคคูนมองมือเปล่าตัวเอง โถ สายไหมไม่มีแล้วเนาะ
Saturday, 28 August 2021
성공지향적 가이드 // Success-Oriented Guide
//ตอนนี้กำลังบ้าเรื่องนี้ลงแดงมากสุด อยากจะกรีดร้องงงง //
คนเขียน: 박보율
แนว: โลกไกด์-เอสเปอร์, ability, ย้อนอดีต, ตัวเอกเก่ง, ตัวเอกสำนึกผิด, พระเอกคลั่งรัก (ในอนาคต!)
ความสัมพันธ์: เอสเปอร์ X ไกด์
จำนวนตอน: 40 (ยังไม่จบ)
Seon Jaechan ไกด์เอคลาสที่บาดเจ็บสาหัสระหว่างบุกรังผู้ก่อการร้ายสำนึกผิดก่อนตายว่าตัวเองวิ่งไล่ตามตื้อ Go Woojin เอสเปอร์ระดับเอสที่เป็นเพื่อนวัยเด็กและรักเดียวของตัวเองและทำร้ายอีกฝ่ายมากขนาดไหน
และเมื่อรู้ตัวอีกครั้งก็พบว่าย้อนอดีตกลับมาเมื่อ 6 ปีก่อนแล้ว
ครั้งนี้ เป้าหมายชีวิตก็คือจะตัดใจจาก Woojin และอุทิศตัวเองให้กับคนที่รัก ซึ่งก็คือตัว Woojin และน้าของตัวเอง จากที่เคยวิ่งไล่ตามความสำเร็จและตำแหน่งเหมือนชาติที่แล้ว
....
แต่ด้วยนิสัยร้ายกาจที่เห็นแก่ตัว และเห็นแก่ผลประโยชน์อย่างที่เคยเป็นมาตั้งแต่เด็ก ก็ทำให้คนรอบข้าง โดยเฉพาะคนที่อยู่รอบตัว Woojin สงสัยว่าการเหมือนจะกลับตัว เป็นคนดีแบบนี้ทำเพื่อวางแผนหลอกจับ Woojin ใหม่อย่างแนบเนียนใช่ไหม? หรือว่ามีแผนร้ายอะไรอีกหรือเปล่า? โดยเฉพาะตัว Woojin ที่ระแวงสงสัยจนไปถึงขั้นจับตามองอีกฝ่ายกลับ
และดังนั้นก็กลายเป็นว่า ยิ่งออกห่าง ก็มีเหตุให้ต้องใกล้กันมากขึ้น
.
.
เอาจริง เรื่องนี้เพิ่ง serialise ตอนวันที่ 25 สิงหา และก็เป็นเรื่องที่รออยู่ของเดือนนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่ทำให้ผิดหวังเลย พูดสารภาพก็คือว่า มีแนวโน้มจะเป็นเรื่องที่ชอบมากที่สุดแบบถูกจริตทุกสิ่งอันของปีนี้แล้วก็ได้ (และเหมือนจะเป็นไปแล้วด้วย คือโลกไกด์ + ตัวเอกรักข้างเดียว และพยายามตัดใจ + เก่ง + พระเอกหน้านิ่งที่ภายหลังจะคลั่งรัก) กับเหมือนจะเป็นแนวไกด์ที่ดีที่สุดตั้งแต่ที่เคยอ่านมา แต่คือเพิ่งมาแค่ 40 ตอน หนทางยังอีกไกล ไหนตอนใหม่จะมาอาทิตย์ละแค่ 3 ตอนอีก ฮือออ นี่คือลงแดงอยากอ่านตอนใหม่มากจนต้องมาเขียนกรีดไปพลางๆ
ชอบตัวเอกที่มีความสามารถ รู้จักตัวเอง และช่วยเหลือตัวเองได้ และ Jaechan ก็มาแนวนี้มาก สิ่งแรกที่ทำหลังจากรู้แน่ชัดแล้วว่ากลับมาในอดีตก็คือจัดลำดับเรียบเรียงความคิดตัวเอง และวางแผนเป้าหมายแนวทางตัวเองว่าควรทำอย่างไร ถึงขั้นเอามาเขียนเป็น [SUCCESS PROJECT] แบ่งเป็นเรื่องส่วนรวมส่วนตัว แบ่งเป็นลำดับหัวข้อตามลำดับเวลา มีเป้าหมายระยะสั้น ระยะยาวชัดเจนมาก ซึ่งเพราะชาติที่แล้ว จบลงด้วยความตาย และความเสียใจก่อนตาย เนื่องจากเห็นแก่ความสำเร็จและตำแหน่งมากก็ทำให้เป็นหัวหน้าทีมหน่วยข่าวกรองได้ตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเป็นมนุษย์ที่ลดลง ชาตินี้ก็เลยจะละเลยความสำเร็จและให้คุณค่าคนที่ตัวเองรักมากขึ้น ซึ่งก็คือ พระเอก Woojin และสิ่งแรกที่จะทำก็คือตัดใจ และเลิกการจับคู่เป็นไกด์ประจำตัวฝ่ายนั้นเสีย
และเมื่อเจอกันครั้งแรก ในระหว่างไกด์อีกฝ่าย จากที่เคยกระโจนเข้ากอดในห้องปิด และการใช้การไกด์เป็นข้ออ้างในการสัมผัสตัวเอสเปอร์ของตัวเองก็หมดไป แทนที่ด้วยการสำรวมตัว เข้าหาอีกฝ่ายอย่างระวัง สัมผัสอีกฝ่ายอย่างน้อยที่สุด และออกปากขอโทษสำหรับสิ่งที่ทำมาทั้งหมด พร้อมกับบอกว่าจะเลิกเป็นไกด์คู่หู แต่กลับไม่ได้ทำ Woojin รู้สึกดีเลย เพราะเจ้าตัวบอกว่าตัว Jaechan ทำอะไรตามใจตัวเองเสมอ และถ้าอยากขอโทษก็ต้องไม่ให้เลิกเป็นไกด์ตัวเอง
หลังจากนั้น เพราะ Jaechan พยายามแก้เหตุการณ์ในอดีตทีละอย่าง ก็ทำให้ขอออกภาคสนามไปด้วย ต่างจากที่เดิมทีรักความสบายและความปลอดภัยอยู่แต่ในฐานเท่านั้น เพราะว่าจะไปขัดขวางไม่ให้ญาติผู้พี่ของ Woojin ต้องตายระหว่างออกภาคสนาม ระหว่างที่เจอผู้ร้ายลักพาตัว และถูกฆ่าเพียงเพราะเห็น/อยู่ในเหตุการณ์ แต่ก็กลายเป็นว่า Woojin ตามญาติตัวเองมาด้วย ทุกคนก็คิดว่าตัว Jaechan หาโอกาสมาอยู่กับ Woojin แต่แม้สองคนจะระแวง Jaechan ขนาดไหน เจ้าตัวก็ไม่สนใจ กลับทำเพียงตามประกบญาติอย่างจริงจัง และเมื่อเกิดเรื่องขึ้นมาก็อาสาปีนเข้าไปท้ายรถคนร้ายแทนตัวญาติ และติดร่างแหไปกับเหยื่อที่ถูกจับตัวไปด้วย
ซึ่งก็เป็นเรื่องบังเอิญว่า เหยื่อที่ถูกจับก็คือเพื่อนร่วมห้องที่ความสัมพันธ์เป็นน้ำกับน้ำมันของ Jaechan นั่นเอง และการเข้าไปจัดการกับคนร้ายก็ทำให้รู้ว่า จริงๆ Jaechan เป็นไกด์ที่มีพลังของเอสเปอร์ด้วย เจ้าตัวทำให้ร่างกายตัวเองหายไป ตอนคนร้ายตรวจดูท้ายรถ และก็ “ล่องหน” มาช่วยเพื่อนร่วมห้องตัวเอง ...... และเมื่อจบเหตุการณ์ ก็ทำให้ทั้งญาติ และเพื่อนร่วมห้องเป็นมิตรกับ Jaechan เพิ่มขึ้นมา และส่วนตัว Woojin เองก็ลดอคติที่มีลงไปได้บางส่วนเหมือนกัน
และต่อมา Jaechan ก็ขอออกภาคสนามไปที่เกาะด้วยอีกครั้ง เพราะอยากไปสำรวจเหตุการณ์ระเบิดที่กำลังจะเกิดขึ้น พร้อมกับพยายามสืบหาร่องรอยของกลุ่มก่อการร้ายที่อาจจะมีบทบาทคานอำนาจกับรัฐบาลในภายหลัง แต่ว่าก็เกิดเหตุให้ต้องไกด์ Woojin ที่อยู่ในสภาพใช้พลังเกินตัวไปด้วย
ความรู้สึกผิดมาตลอด และความมุ่งมั่นที่จะอุทิศตัวให้เอสเปอร์ตัวเองทำให้ Jaechan ที่เพิ่งไปถึงเกาะตั้งใจไกด์อย่างเต็มที่ ยิ่งบวกกับประสบการณ์ที่มีในช่วงชีวิตที่แล้วล้วนทำให้วิธีการไกด์เปลี่ยนไป และตัว Woojin ที่รับรู้ถึงความตั้งใจ ก็หลงลืมตัว อดไม่ได้ที่จะสัมผัส Jaechan มากขึ้น คิดในใจว่าเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่รู้สึกถึงความสงบและความมั่นคงอย่างนี้ โดยเฉพาะเมื่อ Jaechan ยอมรับความเอาแต่ใจทั้งในแง่พลังเอสเปอร์ระดับเอสที่ยุ่งเหยิงไม่เข้าที่ และการล่วงเกินถึงเนื้อถึงตัวของตัวเอง ก็ยิ่งทำให้ Woojin อยากเข้าใกล้ตัว Jaechan มากขึ้น และค่าความเข้ากันได้ของทั้งสองคนก็อยู่ที่ 82 เปอร์เซ็นต์
หลังการไกด์ Jaechan ไม่ได้เจอ Woojin อีก แต่ว่าใช้เวลาในเกาะสืบหาระเบิด และก็ได้รู้จักกับลุงคนดูแลสวน ซึ่งเป็นพ่อของคนรักในชาติที่แล้วของ Woojin กับได้เจอคนรักในชาติที่แล้วของ Woojin ด้วย ซึ่งตามเหตุการณ์เดิม เพราะ Jaechan ปฎิเสธไม่ออกมาเสี่ยงอันตรายภาคสนามก็ทำให้เจ้าตัวได้เจอกับคนรักที่เป็นไกด์ และกลายเป็นไกด์ประจำตัวแทนที่ Jaechan ในภายหลัง แต่เพราะย้อนกลับมา และ Jaechan ออกมาที่เกาะและไกด์ Woojin เลยตัดโอกาสเจอกันของทั้งสองคนไป
หากสุดท้ายแล้ว การสืบหาระเบิดก็ทำให้รู้ว่าส่วนหนึ่งเป็นแผนการของ Woojin ที่จะพยายามลดอำนาจแม่เลี้ยงตัวเองที่ไม่อยากให้ตัว Woojin ขึ้นมาโดดเด่นเหนือลูกชายตัวเอง และพยายามสร้างสถานการณ์ลำบากให้ Woojin เสมอ
แต่เพราะการปกป้องคนสวนที่อยู่กับตัวเองตอนเกิดเรื่อง และการอาสาไปช่วยเหยื่อก่อนหน้า ก็ทำให้ Woojin ต้องมอง Jaechan ใหม่ .... ความแปลกประหลาดและการเปลี่ยนไปของ Jaechan ก็เริ่มทำให้ Woojin เริ่มจับตามองดูไกด์ตัวเองอย่างเงียบๆ และก็เหมือนว่าทำให้รู้จัก Jaechan ในมุมมองที่ต่างออกไปมากขึ้น โดยเฉพาะหลังเห็นพี่ชายของ Jaechan ทำเหมือนตัว Jaechan เป็นธาตุอากาศ และ Jaechan มีท่าทีเกร็งระวังตัว แข็งค้างเป็นตุ๊กตาหน้านิ่งไร้ความรู้สึกก็ถึงขั้นคิดว่าเหมือนปูเสฉวนที่เอาเปลือกหอยมาปกป้องเนื้อเปราะบางตัวเอง
.
.
เอาล่ะ ด้วยความที่ Jaechan ตั้งเป้าหมายชีวิตนี้ว่าจะทำให้ Woojin มีความสุข และจะวางมือโดยอวยพรให้เพื่อนวัยเด็กตัวเอง และคนรักสมหวังกัน แต่ว่าตอนนี้ก็เปลี่ยนการเจอกันของทั้งคู่ไปแล้ว ถึงแม้ว่า Jaechan จะติดสินบนอีกคนไม่ให้เอาเรื่องที่ตัวเองเป็น multi-guide ที่มีพลังเอสเปอร์ไปบอกเบื้องบน ด้วยการรับปากจะหาไกด์ที่มีค่าความเข้ากันได้ที่ 92 เปอร์เซ็นต์ซึ่งก็คือคนรักชาติก่อนมาให้ก็เถอะ คือ ตอนนี้อยากรู้ทิศทางเรื่องมาก เพราะแรงดึงดูดสองคนดูเยอะมาก (และก็คิดว่าถ้าในอดีต ตัว Jaechan ไม่ร้ายก็มีโอกาสครองใจเพื่อนวัยเด็กตัวเองสูงมาก) แต่ก็ไม่แน่ใจว่าคนเขียนจะใส่บทบาทคนรักเก่ามาเยอะหรือเปล่า และก็อยากให้ค่าความเข้ากันได้ระหว่าง Woojin กับ Jaechan สูงเกิน 92 เหมือนกัน ในแง่ที่ยิ่งพอ Woojin เปิดใจ ค่าตัวเลขก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น หรือว่าถึงตัวเลขเพิ่มไม่เท่า แต่ว่าให้การไกด์ของ Jaechan ดีกว่าได้ไหมม ไม่ ไม่ ไม่ เอาแบบแรกดีกว่า ตัวเลขมันจับต้องได้มากกว่าเชิงคุณภาพ อยากได้ทั้งปริมาณ ทั้งคุณภาพ สงสาร Jaechan อุตส่าห์กลับมาแบบนี้แล้ว (เพิ่ม 290821) ยิ่งถ้า engrave / imprint ที่ช่วยเพิ่มค่าความเข้ากันและประสิทธิภาพการไกด์จะดีมาก ชนิดที่ให้ไกด์กันไป แล้ว Woojin ติดผูกพันกับ Jaechan จนไปไหนไม่รอดเลย!!!
แต่คิดว่าจะต้องมีมหาสมุทร หุบเขา เหวลึก และอื่นๆ นับล้านกั้นความรู้สึกคู่นี้อีกเยอะแน่นอน เพราะว่า ตอนนี้ Jaechan ตั้งใจที่จะตัดใจ มีอะไรก็บอกตัวเองว่า “อย่าจับความหมาย” อย่าให้ค่าการกระทำใดๆ ของ Woojin เลย เพราะมันไม่มีอยู่จริง และจะเป็นการคิดไปเองข้างเดียว แต่ตัดภาพมาก็คือ ตอนนี้ Woojin คอยจับตามองดู Jaechan ตลอดเหมือนกัน อย่างตอนที่ Jaechan ติดรถไปกับคนร้ายลักพาตัว ตัว Woojin ก็เอาวีดีโอไปเปิดดูวนเป็นหลายสิบรอบ (ถึงแม้ว่าจะเพราะไม่เข้าใจว่าทำไมคนร้ายไม่เห็นตัว Jaechan ก็ตาม) และตอนที่พี่ชาย Jaechan มาคุย ก็คอยสังเกตอากัปกิริยา Jaechan หลังจากนั้น ที่สำคัญ ตอนล่าสุดที่พ่อของ Jaechan มา และลาก Jaechan ไปคุยในห้อง วิธีการลากข้อมือก็ทำให้พี่แกขมวดคิ้วเหมือนกันว่าลากไปรุนแรงแบบนั้น ไม่รู้หรือไงว่าตัว Jaechan ผิวบอบบางนะ
กับตอนไกด์บนเกาะ Jaechan ที่ถูกกอดจูบก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติที่เอสเปอร์ที่สติหลุดจากการใช้พลังเกินตัวจะอยากได้สัมผัสจากไกด์ข้างตัว และก็คิดว่า Woojin คงทำแบบนี้กับไกด์คนอื่นเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อตัว Woojin ติดการถูกไกด์มาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ขณะเดียวกัน ตัว Woojin ก็คิดในใจว่า นี่เป็นครั้งแรกที่สัมผัสคนอื่นระหว่างที่ไกด์ เพราะความรู้สึกที่ดีจาก Jaechan ยิ่งอยากให้สัมผัสเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เท่าไหร่ก็ไม่พอ ทั้งในเรื่องของการไกด์ และในเรื่องของการยอมรับตัวเอง
ก็คือความรู้สึกความเข้าใจช่างสวนทางทุกเรื่องจริงๆ
อีกเรื่องก็คือ เหตุที่ตัว Jaechan ดูร้ายมาตลอดก็เพราะในครอบครัวที่พ่อเป็นเอสเปอร์ระดับเอ ที่มีความสามารถป้องกันมากจนได้ฉายาว่าโล่ ให้ค่าความเป็นเอสเปอร์อย่างมาก จนดูถูกลูกชายคนเล็กที่เป็นไกด์ (ถึงขั้นที่ Jaechan มารู้ภายหลังด้วยว่าพ่อถึงขั้นทดสอบพิสูจน์ว่าตัว Jaechan เป็นลูกชายตัวเองแท้ๆ หรือเปล่า เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะมีลูกชายที่เป็นไกด์ออกมา) แม่ก็เอาตัวออกห่าง ไม่อยากเห็นหน้าลูกชาย และพี่ชายที่เป็นเอสเปอร์ระดับเอเหมือนพ่อก็เหยียดหยามน้องชาย จน Jaechan ไม่มีตัวตนในครอบครัว และตัดสินใจออกมาอยู่ข้างนอกตั้งแต่อายุ 14 ปี แล้วก็โหยหาและทำทุกอย่างเพื่อความสำเร็จ เพราะคิดว่าพ่อจะได้ยอมรับตัวเองขึ้นมาสักวัน หรือเหตุที่ตัว Jaechan ปิดเรื่องที่เป็น multi-guide ไว้ก็เพราะตอนที่พลังเอสเปอร์ตื่นมาคิดว่าพ่อจะดีใจ แต่กลายเป็นว่าพ่อรังเกียจว่าระดับพลังน้อย ให้ไม่บอกใครเพราะเป็นความอับอายของครอบครัว ... ขณะที่ตัว Woojin เจอ Jaechan ตอนที่พ่อของทั้งคู่พาสองคนมาเจอกัน และให้ Jaechan ไกด์ให้ Woojin แต่ก็ทำให้ Woojin มองว่า Jaechan เป็นลูกชายที่โตมาด้วยความรักเอาใจใส่จากพ่อ เป็นไกด์ระดับเอที่คาบช้อนทองมาเกิด เพราะครอบครัวรักเอาใจใส่ ต่างกับตัวที่มาเจอพ่อกับแม่เลี้ยงได้เพราะแสดงความสามารถเอสคลาสออกมา และแม้จะอยู่ในครอบครัวก็ต้องเผชิญกับการใส่หน้ากากเอาใส่ใจเคลือบยาพิษของแม่เลี้ยงอยู่ตลอด หรือแม้แต่เหตุที่ตัว Woojin ต้องใช้พลังมากเกินไป ตอนอยู่ที่เกาะ ก็เพราะตั้งใจจะปราบโจรสลัดให้หมด แต่พอขอกำลังเสริมไป ตัวแม่เลี้ยงที่มีอำนาจจัดการก็แกล้งดึงเรื่อง ไม่ส่งคนมาเพิ่ม เพราะกะให้ Woojin ลำบาก
แต่ชอบเรื่องนี้อย่างนึง เพราะสภาพครอบครัวทำให้เห็นชัดเลยว่า สองคนเป็นอย่างไร และตั้งค่าเป้าหมายอะไรในชีวิต ตัว Jaechan ต้องการความสำเร็จ เพราะอยากให้พ่อยอมรับ และต้องการตัว Woojin เพราะรู้สึกว่าอีกฝ่ายเหมือนพี่ชายที่พึ่งพาได้ (จากที่ตัวเองไม่มีใครให้ยึดถือในชีวิตเลย) จนยอมทำทุกอย่างแม้ว่าจะวิธีการผิดก็ตาม ส่วนตัว Woojin ก็ไม่มีความมั่นคงในชีวิต โดยเฉพาะเมื่อมีแม่เลี้ยงที่คอยบงการและกดตัวเองให้ด้อยกว่าลูกแท้ของตัว ก็อยากได้ความมั่นคง เรียบง่าย และสบายใจเหมือนกัน .... จนโกรธและเกลียดตัว Jaechan ที่ใช้การไกด์เป็นเงื่อนไขตามความพอใจของตัว
และพอกลับมาใหม่ ชอบที่เขียนให้เห็นชัดว่าวุฒิภาวะของ Jaechan โตขึ้นด้วย การแก้ปัญหา และรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้ามาจากวิจารณญาณของตัวเองในวัย 27 ปีจริงๆ ทั้งจากที่เรียบเรียงเหตุการณ์รายงานบอกหัวหน้าหน่วยตอนที่ถูกจับไปกับเหยื่อเรียกค่าไถ่ และแจ้งตำรวจไปด้วย และก็การมองคนรอบข้างใหม่ด้วยสายตาที่เป็นกลางขึ้น อย่างพอกลับมาเจอหน้าพ่อก็รู้ว่าความต้องการอย่างเด็กๆ ที่จะทำให้พ่อรักหรือพอใจตัวเองเป็นไปไม่ได้เลย และการคิดจะเอาใจพ่อก็มีแต่ทำให้ตัวเองเหนื่อยและผิดหวัง โดยเฉพาะเมื่อพ่อมาให้ช่วยพี่ชายที่ก่อเรื่อง (และวิธีการของ Jaechan ในตอน 27 ปีชาติที่แล้ว ก็เอามาใช้กับชาตินี้ด้วยการเลือกจะแยกตัวออกมา ไม่ยุ่งเกี่ยว) หรือในอดีตมองว่าตัว Woojin เป็นพี่ชายที่พึ่งพาได้ แต่ตอนนี้เป็นคนที่เด็กกว่าตัวเอง
Jaechan คิดว่า Woojin ใจดีปกป้องคนอ่อนแอมาตลอด และก็คิดว่าต่างจากกับตัวเองที่ต้องทำตัวให้แกร่งอยู่เสมอ ไม่มีทางเป็นไปได้ที่ Woojin จะเห็นใจตัวเองแน่นอน .... ก็อยากรู้ว่าสถานะการเป็น “ปูเสฉวน” ของ Jaechan ในใจของ Woojin จะเพิ่มสูงขึ้นไหม โดยเฉพาะตอนที่ทะเลาะกับพ่อ ความสามารถในการได้ยินของ Woojin ที่อยู่นอกห้องน่าจะได้ยินเรื่องที่ครอบครัวไม่เคยดูแลตัว Jaechan และ Jaechan ออกมาอยู่นอกบ้านด้วยตัวเองตั้งแต่อายุ 14 ปีแล้ว
เข้าใจไหม Woojin ไกด์คุณพี่มีภาพเป็นไกด์คลาสเอคาบช้อนทองมาเกิด แต่ก็แค่นั้นนะคะ ชีวิตยิ่งลำบากเพราะมีอคติและความกดดันจากคนรอบข้างด้วยซ้ำไป
คือว่า ... ฉันไม่ไหวแล้ววววว คือแล้วจะต้องรอยังไงให้อีพี่เอสเปอร์ฉันเข้าสู่โหมดคลั่งรักได้เสียทีคะ คือพี่แกเป็นแนวหน้านิ่งตลอดเสียด้วย อยากเห็นพี่แกเสียจริตออกอาการมาก เพราะถ้าหน้าเฉย แต่อารมณ์รุนแรง มันต้องอลังการแน่นอน แต่นะ ต้องหนทางอีกยาวไกลอ่านกันไปเป็นเดินข้ามทะเลทรายแน่ ฮืออ เรื่องนี้ดูท่า slow-build อยู่ด้วยยย ตั้งแต่เปิดเรื่องมา 40 ตอน อย่าคิดว่าเยอะ คือเหมือนเพิ่งปูเรื่องไป ยังไม่ดำเนินไปถึงไหนเลยนะคะ
ล่าสุด ตอนที่ 40 พ่อของ Jaechan เรียก Jaechan กลับไปที่ฐาน และก็กำลังมีปากเสียงกัน ถึงขึ้นจะลงมือทำร้าย Jaechan แต่เสียงเคาะประตูห้อง คือ Woojin จะมาช่วยกัน Jaechan จากสถานการณ์นี้ไหมคะ??
กรี๊ดด วันจันทร์ ฉันรอตอนใหม่อยู่!!!
แต่ว่า ปล. ดีใจมากที่เรื่องนี้เป็น 19+ เพราะหลังๆ นิยายมาใหม่ส่วนใหญ่พยายามจำกัดกลุ่มให้เป็น all-age แล้วน้ำหนักเรื่อง การให้เหตุผลก็อ่อนลงไปมาก เหมือนนักเขียนหลายคนที่เขียนเรื่อง 19+ พอมาเป็น all-age ความเข้มข้น ตรรกะ เนื้อหา หรือว่าการกระทำสุดโต่งตัวละครหายไปเลย เขียนระวังกันไปมาก โดยเฉพาะการเน้นอารมณ์ความรู้สึกตัวละคร (ไม่กล้าลงชื่อ แต่พวกคุณพี่ทำกันผิดหวังมาก คุณภาพงานคนละเรื่องกันเลยนะคะ จากที่สนุกอยากก้มกราบก็กลายเป็นพออ่านฆ่าเวลาได้ไป ความเร้าใจที่ทำให้ต้องอ่านจริงจังว่าคิดมาได้ เขียนมาได้อยู่ตรงไหน?) เหมือนช่วงที่นักเขียนอเมริกันหันมาเขียนเรื่อง Young Adult เพื่อขยายฐานตลาดเลย ก็บ่นไปเรื่อยเนาะ
แต่ว่าก็ทำให้รู้ว่า ชาตินี้ตอนนี้เป็นสายไกด์จริงๆ นะ ไม่ไหวแล้ววว เปลี่ยนเป็นลงตอนอาทิตย์ละ 5 วันได้ไหมคะ
ส่วนอันนี้ ปล. จริงๆ
1. ขำที่ตอนไกด์ Woojin ที่เกาะ พอถูกจูบเสร็จแล้วเริ่มรู้สึกตัว สิ่งแรกที่ Jaechan ทำก็คือนั่งว่าตัวเองในใจ ว่าโง่ งี่เง่า ทำไมชาติที่แล้วไม่ออกไปไกด์ภาคสนามด้วย สิ่งที่ต้องการมาตลอด อยู่ตรงหน้านี้แล้ว เพราะว่าตอนไกด์ Woojin เข้าหาตัว Jaechan เองด้วยความเต็มใจ กระตือรือร้นเกินกระตือรือร้น ทั้งกอด ทั้งจูบ ต้องพยายามข่มใจตัวเองไว้ว่าอย่าเห็นแก่ตัวอีก .... ส่วนเอสเปอร์ Woojin ก็คือมอง Jaechan แล้วอยากรู้สึกถึงความสงบความอ่อนโยนอีก อยากสัมผัส อยากจับ อยากกอด ไหนจะท่าทีที่อีกฝ่ายหอบหายใจไม่ทันหลังถูกจูบ ยิ่งเห็นก็ต้องพยายามข่มใจไม่เข้าไปกอดกับจูบต่อ อึดอัดทำตัวไม่ถูกทั้งคู่ สุดท้ายต่างฝ่ายต่างนั่งหันไปมองห้องคนละมุมรอให้คลื่นพลัง Woojin สงบกันไปเงียบๆ
2. น่ารักที่ตัวพ่ออับอายว่าพลังเอสเปอร์ของ Jaechan ต่ำ จนสั่งไม่ให้ลูกชายไปขึ้นทะเบียน หรือแม้กระทั่งบอกใคร แต่เพราะพลังทำให้ตัว Jaechan ช่วยทั้งญาติของ Woojin กับเพื่อนร่วมห้องตัวเองได้ และเจ้าตัวที่กลับมาและมีความคิดที่ไม่ถูกพ่อครอบไว้แล้วก็ภูมิใจที่พลังของตัวเองช่วยชีวิตคนไว้ได้ 2 คน
-------
เพิ่ม
300821
ตอน 41
กรี๊ด ว่าสรุปว่าพี่แกก็เข้ามาจริงด้วยค่าา ประโยคแรกที่พูดก็คือ "ต้องการไกด์ดิ้ง" แต่ก็คือว่าจะมาช่วย Jaechan ออกจากพ่อ แถมยังมีการย้ำอีกรอบด้วยนะ ว่านี่เป็นไกด์คู่หูตัวเองงง ฮืออ ตอนนี้ Woojin รู้ความสัมพันธ์ในครอบครัวแล้ว จะเป็นอย่างไรต่อเนี่ยยย แถมสายตาที่มองข้อมือที่ขึ้นรอยแดงก็คอไม่พอใจ อีกต่างหาก ขมวดคิ้วแล้ว แล้วก็ตัดจบสถานการณ์แบบนี้นะคะ???? อยากเห็นมุมมองของ Woojin มาก TT ฉันจะลงแดงตายก่อนเขารักกันไหมมมม??
แต่คือเพราะ Jaechan อับอายที่อีกฝ่ายรู้เรื่องในครอบครัวก็ยิ่งหลบหน้ากันไปอีก แล้วก็นะคะ คุณคนรักก็เหมือนกำลังจะมีบทบาท ... เปลี่ยนเป็นให้ Jaechan ตกทุกคนแทนได้ไหม? เพราะขนาดเพื่อนร่วมห้องก็ยังญาติดีกับ Jaechan แล้วเลยย TT
แต่ละตอนสั้นมาก 3,200 คำเนี่ยย ปกติเค้าเขียนกันควรจะ 3,600-3,800 ไม่ใช่เหรอ ถ้าดูส่วนต่างให้ตอนละ 500 คำ ถ้า อย่างนั้นได้เพิ่มมาอีก 20,000 คำ ก็คือได้เพิ่มมาอีก 6.25 ตอนเลยนะ
หรือไม่ก็ทำไมไม่ serialise ล็อตแรก 70 ตอนเลยคะ?
(ก็คือเป็นบ้า แต่ก็มีแต่คนบ่นนะว่าทำไมตอนน้อย+สั้น คนที่อ่านที่ Joara มาก่อนยังบ่นเลย)
310821
ตอน 42
แต่ละตอนมันสั้นไปแล้วว โอ๊ยย อยากได้ตอนละ 4,000+ คำ ตอนนี้เลี่ยงได้ก็พยายามเลี่ยง แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็ไปเจอกันซึ่งหน้าเลยไหม แถมมีญาติผู้พี่เป็นคนกลางอีก ตลกที่สถานการณ์สลับกัน ตอนนั้น Jaechan นั่งอยู่ในผับกับญาติแล้วก็ไม่คิดว่า Woojin จะมา แต่ตอนนี้กลายเป็น Woojin นั่งดื่มอยู่กับญาติ แล้วก็ไม่คิดว่า แล้วก็ไม่คิดว่า Jaechan จะมาเหมือนกัน เพราะรู้ว่าตอนนี้อีกคนหลบหน้าตัวเองอยู่
.
.
แต่คือญาติคะ ช่วยชีวิตกันมาแล้วมีประโยชน์มาก ตอนนี้พยายามให้สองคนญาติดีกันอยู่ ขอให้สำเร็จสาธุ!!
กับคือตัดเป็นมุมมอง Woojin แล้ว แต่คือฉันต้องรอพี่ตัดเข้าประเด็นพรุ่งนี้ใช่ไหม
010921
ตอน 43
กลายเป็นกรีดมันรายตอน คุณพระะะ สรุปแล้วก็คือพอรู้แล้ว อ่ีพี่ก็เริ่มคิดทบทวนเอเวอรี่ติงเกี่ยวกับ Jaechan ตั้งแต่การเจอกันครั้งแรกแล้ว แต่คือนะ ผู้ชายปากหนัก คิดมาก แบบนี้ก็คงจะเก็บข้อมูลประมวลผลไปเรื่อยๆ แต่กระบวนการเก็บข้อมูลนี่ สังเกต รู้เห็นไปทุกอย่างทุกสิ่งเลยนะคะ คุณพี่ขา
.
.
ส่วน Jaechan ที่อ้างว่าตัวเองลึกซึ้งจริงจัง ไหนว่าจะระวังตัวตอนกินเหล้าต่อหน้า Woojin? ไหนว่าจะไม่สุงสิงกับญาติที่หมดประโยชน์แล้ว? ไหนจะเอาไอดีไกด์มาคาดหัวจนเป็นรอยแดงที่หน้าผาก? สรุปว่าก็คือเมาแล้วกอดคอโวยวายกับคุณญาติแล้วค่ะ ที่พีคกว่าคือนิสัยเมาแล้วตะโกนบอกรัก Woojin เนี่ยแหละ ตอนนี้คือเมาหลับไปแล้วด้วย Woojin เอสคลาสกำลังผยุงอยู่ .. ท่าทางจะต้องหิ้วกันกลับบ้านไป (:
แล้วคือตอนนี้มีคนสันนิษฐานว่าในกระเป๋าสตางค์พี่แกมีรูป Jaechan อยู่เยอะมาก ทำไมตอนจ่ายค่าเหล้าก่อน Jaechan ถึงหวงขนาดนั้น แบบเป็นที่กันว่าแตะไม่ได้เลย
ปล. อันนี้ไม่เกี่ยวกับนิยาย แต่ว่าได้ lucky draw จากรีวิว 성공지향적 가이드 มา 500 วอนเมื่อวาน คือว่าดีใจมากกก จำนวนเงินไม่เกี่ยว แต่เกี่ยวว่ามาจากเรื่องนี้ จุดพลุฉลองกันเลยดีไหมมมมม .... คือว่าไม่ไหวแล้ว ชอบมากกก ฮืออ
It seems like when Jaechan changes, his sincerity is conveyed to Woojin honestly whenever they do guiding, and I think Woojin is falling for Jaechan bit by bit each time? But still, it's so significant that our esper suggests matching rate evaluation first! It simply hints he wants to be with Jaechan still, right (:? But aww, when Jaechan suggests anther guide like this, I feel Woojin may feel Jaechan wants to be with the team leader instead?
but noo, it's Wednesday again TT Can we have Woojin's viewpoint next week too? Miss seeing what Woojin thinks already! And I really want Jaechan and Woojin to have the highest matching rate possible too TT No one can take Jaechan out from guiding Woojin please TT
But oh, is Haesol falling for her caring but strict senior now (:??
Wednesday, 4 August 2021
헤비 레인 (Heavy Rain) by 꾸밍크
//หนักและหน่วงมาก มากจนอ่านแล้วนึกว่าจะตายตามไปด้วย กว่าจะมาหวานก็คือคนอ่านตายไปไม่รู้จะตายอย่างไรแล้ว หน่วงมันทุกตอน + ยาวมากก เพราะพิมพ์เพื่อกรีดด!//
คนเขียน: 꾸밍크
แนว: ABO, สัญญา, เนื้อหาหนัก, พระเอกสำนึกผิด+คลั่งรัก regret, obsession
ความสัมพันธ์: นายจ้าง x ลูกจ้าง
จำนวนตอน: ตอนหลัก 101 + ตอนพิเศษ 17 ตอน
ครอบครัวของ Haejin เกิดอุบัติเหตุพร้อมกัน พี่ชายตายตอนอุบัติเหตุ ส่วนพ่อและแม่โคม่าต้องรักษาตัว ด้วยความที่เพิ่งเรียนจบมัธยม และไม่มีหนทางหาเงินมาเป็นค่ารักษาพยาบาลพ่อกับแม่ เจ้าตัวจึงตัดสินใจทำสัญญาเป็นคู่นอนของ Lyle อัลฟ่าที่ต้องการหาโอเมก้ามาปลดปล่อยฟีโรโมน
แต่ถ้าคิดว่าเรื่องราวจะราบรื่นหวานชื่น ชื่อเรื่อง Heavy Rain ก็อธิบายทุกอย่างให้แล้ว ... เพราะว่า Lyle เกลียดโอเมก้ามากจากประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก และการใช้โอเมก้าเป็นเครื่องระบายอารมณ์ก็เกิดขึ้นเมื่อยามจำเป็นจริงๆ ดังนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนเป็นแค่การที่ Lyle เรียก Haejin มาเมื่อตัวเองต้องการเท่านั้น และเวลาที่เหลือก็คือ ปล่อยให้ Haejin อยู่ในคฤหาสน์ไป ไม่เคยสนใจ
แต่เพราะความเฉยชาไม่สนใจของ Lyle ก็ทำให้ทัศนคติของพ่อบ้าน และคนใช้ในคฤหาสน์ที่มีต่อ Haejin แย่ไปด้วย ... มีตั้งการดูถูก พูดจาประชดเสียดสี ไปจนถึงขโมยเสื้อผ้า สิ่งของที่มีในตามสัญญา ไปจนถึงการแย่งอาหารที่มาส่งที่ห้องให้ Haejinแต่ว่าเจ้าตัวก็ต้องทน เพราะไม่มีทางเลือกอื่น เงินตอบแทนที่ได้จาก Lyle มากพอที่จะจ่ายค่ารักษาพ่อและแม่ที่ยังไม่รู้สึกตัวตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุได้
จนสุดท้าย คนขับรถที่ควรจะพา Haejin ไปเยี่ยมพ่อแม่ที่โรงพยาบาลเล่นแง่ไม่ยอมพา Haejin ไปโรงพยาบาล และเมื่อ Haejin พยายามเดินไปเอง ก็เป็นตอนที่ Lyle ต้องการใช้ Haejin เป็นที่ระบายพอดี ด้วยความโกรธที่ Haejin ไม่ยอมอยู่ตอนที่ตัวเองต้องการ ทำให้ Lyle ไม่ยอมฟังอะไร .... และกลายเป็นว่าคืนนั้น พ่อแม่ของ Haejin ก็สิ้นใจทั้งคู่ แต่พ่อบ้านกลับไม่ยอมบอกเรื่องนี้จนกระทั่งเช้า
เมื่อรู้เรื่อง ความโกรธและเสียใจของ Haejin ก็ไปลงที่ Lyle อย่างไม่ต้องสงสัย และก็หมดช่วงสัญญาพอดี แต่ Haejin ไม่มีความจำเป็นต้องต่อสัญญาแล้ว และก็ถูก Lyle ไล่ออกจากคฤหาสน์ไป
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ควรจะจบลงเช่นดี แต่โอเมก้าที่หามาแทนที่ Haejin ไม่มีใครที่ถูกใจ Lyle เลย ได้กลิ่นฟีโรโมนจากโอเมก้าที่ไหนก็คลื่นไส้ไปหมด จนได้แค่ตาม Haejin กลับมา
ซึ่ง Haejin เองก็ไม่ได้ไปไหนไกล อาศัยอยู่ในห้องเช่าทรุดโทรมในละแวกคฤหาสน์ของ Lyle นั่นเอง ... เพราะว่าเจ้าตัวไม่มีปัญญาเดินทางไปไหนได้และไม่มีที่ไป แต่จากมุมมองของ Lyle กลับกลายเป็นการเล่นตัวเพื่อเพิ่มค่าตัวในสัญญาจนเจ้าตัวคิดว่าการต่อสัญญากับ Haejin อีกครั้งน่าจะง่ายดาย หากเมื่อเลขาฯ ของ Lyle ทาบทามต่อสัญญากับ Haejin เมื่อไหร่ เจ้าตัวก็ปฎิเสธทุกที จนเมื่อทนไม่ไหวหนักเข้า วันหนึ่ง Haejin ก็หายไป
Lyle ที่คุมอำนาจและเศรษฐกิจของเมืองไว้คิดว่าเป็นเรื่องง่ายที่จะตามโอเมก้าที่สิ้นไร้ไม้ตอกคนหนึ่ง แต่ทำอย่างไรก็ตามตัวไม่เจอเสียที จนกระทั่งมีร่องรอยการถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มของ Haejin ในที่สุด จนทำให้ตามรอยไปถึงตัวได้ และ Lyle ก็เป็นคนไปตาม Haejin กลับมาเอง และเพราะ Lyle พยายามใช้กำลังพา Haejin กลับมาที่คฤหาสน์อย่างเดียว และ Haejin เองก็รู้ว่าไม่มีอะไรต่อกรกับคนที่มีทั้งอำนาจและกำลังในมืออย่าง Lyle ได้ จึงยอมทำสัญญาเป็นคู่นอนอีกครั้งเป็นเวลา 3 เดือนเพื่อเป็นการเปิดทางหนีให้กับตัวเอง
แต่เมื่อกลับมาที่คฤหาสน์ สถานการณ์ของ Haejin ก็ไม่ดีขึ้น Lyle ไม่ใส่ใจ Haejin และปล่อยให้พ่อบ้านและคนใช้ดูแล Haejin เหมือนเคย และดังนั้น การไม่ให้เกียรติและดูถูกเหยียดหยามก็เกิดขึ้นต่อเนื่องต่อไป ..... จนครั้งสุดท้าย การกลั่นแกล้งของพ่อบ้านและคนใช้รุนแรงเลยเถิดไปจน Lyle มาเห็นพอดี และก็เริ่มสงสัยว่าแท้ที่จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น
Lyle สั่งขังพ่อบ้านและเหล่าคนใช้ทั้งหลายไว้ และตามตัวทีมรักษาความปลอดภัยจากสำนักงานใหญ่ของตัวเองมาสืบเรื่อง จนจนรู้จากกล้อง CCTV ว่า 5 ปีที่ผ่านมา เกิดอะไรขึ้นบ้าง เสื้อผ้า และข้าวของที่อยู่ในห้องของ Haejin ถูกคนรับใช้ขโมยจนไปไม่เหลือ แม้กระทั่งอาหารที่ควรจะส่งมาให้ที่ห้องก็ไม่เคยมาถึง เพราะมีคนเอาไปกินแทน กลายเป็นว่าที่ตัว Lyle หงุดหงิดว่าตัว Haejin ไม่ทำตามสัญญาที่จะดูแลสภาพร่างกายตัวเองให้ดีพร้อมอยู่เสมอ ไม่ใช่ปัญหาจากฝั่ง Haejin แต่เป็นจาก Lyle เองที่ไม่เคยรักษาสัญญาได้ โดยเฉพาะเมื่อความเฉยชาของตัวเองเป็นต้นเหตุของทั้งหมด ความรู้สึกผิดและความรู้สึกอยากชดใช้ให้ Haejin กลับมากระแทกหน้า Lyle เต็มแรง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกลั่นแกล้งรุนแรงครั้งหลังสุดก็ยิ่งเพิ่มบาดแผลทั้งร่างกายและจิตใจให้ Haejin จนดูเหมือนไม่มีวิธีอะไรเลยที่จะชดเชยให้ Haejin ได้
และเส้นทางสำนึกผิดและชดใช้ความผิดของ Lyle ก็เริ่มขึ้นจากนั้น
.
.
ตอนนี้ Lyle ทั้งสนใจ ใส่ใจ และให้ค่ากับ Haejin มากเป็นอันดับหนึ่ง แต่ Haejin ปิดรับความจริงไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิ้น ความปรารถนาเดียวก็คือรอให้พ้น 3 เดือนเพื่อจะเป็นอิสระไปจากสถานที่อันเต็มไปด้วยความทรงจำเลวร้ายที่กักขังตัวเองไว้ และแม้ตัว Haejin จะพยายามยกเลิกสัญญาโดยอ้างว่าตัวเองเป็นคู่นอนให้ไม่ได้ ตัว Lyle ก็ไม่สนใจ กลับบอกว่าช่วง 3 เดือนจะขอเป็นช่วงที่ชดเชยให้ Haejin รักษาตัวให้หายดี
แต่สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ Lyle engrave กับ Haejin ในฐานะคู่ของตัวเองไปแล้ว และเมื่ออยู่ด้วยกัน ความรู้สึกที่มีต่อ Haejin ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยซ้ำ แต่ว่าตัว Lyle ก็ไม่กล้าแสดงออกหรือพูดอะไรออกไป
เอาจริง ส่วนตัวชอบแนวพระเอกสำนึกผิดมาก อยากอ่านตั้งแต่เห็น teaser ว่ากำลังจะ serialise แล้ว แต่พออ่านจริง สารภาพว่าอ่านได้ครึ่งย่อหน้าแรกก็ผงะไป คือเปิดเรื่องมาตอนที่มีอะไรกันอยู่ เพราะ Lyle เกลียดโอเมก้ามาก ทั้งมัดมือ ทั้งปิดตา ใช้โอเมก้าอย่าง Haejin เป็นที่ระบายอารมณ์รุนแรงอย่างเดียว .... เลยกลัวมากกว่าใจฉันจะอ่านไหวไปไหม ถ้าพระเอกชั่วมากลับใจตอนที่ 100 ก็คงตายไปก่อนอ่าน แต่เผอิญว่ามีคนที่อ่านแล้วบอกว่าเรื่องนี้พระเอกสำนึกผิดเร็ว หลังรู้เรื่องตอนที่ 30 ก็เลยกล้าอ่าน ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่า 30 ตอนแรกอ่านแบบวาร์ปมาก ไม่กล้าข้ามเพราะกลัวอารมณ์ไม่ถึง แต่ก็ไม่กล้าอินหนักเพราะกลัวหดหู่ตาย
แล้วพอที่พี่ Lyle รู้เรื่อง ตอนอ่านก็คิดว่า ในที่สุด ในที่สุด พี่แกรู้ซะที แล้วก็คอมเมนต์ไปแบบนั้นเหมือนกัน พอมาอ่านคอมเมนต์ที่มีก็คือทุกคนคิดแบบเดียวกัน คือเก็บกดกันมานาน มีแต่คนคอมเมนต์ว่า “ในที่สุด!!” ตั้งแต่คอมเมนต์แรกไปยังคอมเมนต์สุดท้าย
เทียบกับอดีต ตอนนี้ Lyle ใส่ใจดูแล Haejin ทุกอย่างและทุกเรื่อง เพราะสภาพขาดอาหารเรื้อรังจนเข้าขั้นทุโภชนาการรุนแรงตั้งแต่เมื่อก่อนประกอบกับสภาพจิตใจหดหู่ติดลบ ก็ทำให้ Lyle ต้องพยายามหาหนทางให้ Haejin กลับมาดีขึ้นให้ได้ ช่วงแรกก็คือ ค่อยๆ ฟื้นฟูสภาพร่างกายของ Haejin ขึ้นมา โดยจ้างหมอและพยาบาลมาดูแล แล้วก็ไม่รู้ว่าควรสงสารหรือสมน้ำหน้า Lyle ดีกว่ากัน เพราะว่าด้วยความที่ฟีโรโมนของอัลฟ่ามีผลกับสภาพร่างกายของโอเมก้าที่อ่อนแอพอดี Lyle เองก็ไม่กล้าเข้าใกล้ Haejin อยากดู ห่วงขนาดไหนก็ได้แต่เกาะประตูชะโงกหน้ามอง
หลังจากนั้นก็ต้องค่อยรื้อไปทีละเรื่อง เพราะ Haejin ฝังใจกับเหล่าคนใช้ที่เข้ามาในห้องตัวเองตามอำเภอใจ สุดท้าย Lyle ก็เลยเอากระดิ่งมาติดหน้าห้องเพื่อเป็นสัญญาณให้เจ้าตัวเวลามีคนมาที่ห้องแทนการเคาะประตูแทน และเพราะอึดอัดกับการมีคนเฝ้ามอง เพราะสายตาจับผิด ดูถูกของเหล่าคนใช้ในอดีต ก็เลยทำให้ทุกคนที่ถูกเลือกมาทำงานใหม่ระวังและให้เกียรติ Haejin เป็นอย่างดี (ซึ่งรวมไปถึงเห็นใจเพราะรู้ถึงสิ่งที่ Haejin เคยเจอมาด้วย)
ความเฉยชาของ Lyle ในอดีตถูกแทนที่ด้วยความหมกมุ่น ทุกอย่าง ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ Haejin กลายเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับ Lyle ไปแล้ว ด้วยความที่ Haejin ยังกดเก็บความรู้สึกทั้งหลายในใจก็ยิ่งทำให้ Lyle คอยสังเกตและระวังไปตลอดเสมอ และพร้อมจะใช้ทุกทางที่มี ทั้งกำลังใจและที่สำคัญกำลังทรัพย์เพื่อโอเมก้าในคฤหาสน์ด้วย อย่างข้อเท้าของ Haejin ไม่เคยหายดี หลังจากอุบัติเหตุ ก็ทำให้อัลฟ่าวิตกจริตสั่งเปลี่ยนห้องเป็นปูพรมนุ่มไว้เพื่อให้ Haejin เดินได้อย่างไม่ต้องลงน้ำหนักข้อเท้าเยอะ และหลังจากนั้น เพราะ Haejin สะดุดพรมจะล้ม วันต่อมา Lyle ก็สั่งรื้อพรมออก
และเพราะอาการไม่หายดีสักทีจนต้องใส่เฝือก พี่เขาก็กลัวว่าการขึ้นลงบันไดจะเป็นเรื่องหนักหนาเกินไปสำหรับคนที่มีเฝือกขา ก็ถึงขั้นสั่งติดตั้งลิฟท์ในตึกเพื่อให้การขึ้นลงง่าย โดยที่คุณพี่ไม่ได้คิดเลยว่าการใส่เฝือกเป็นแค่เรื่องชั่วคราว เป็นเรื่องใหญ่ขนาดไหนก็ไม่สนใจ เนื่องจากคฤหาสน์ตระกูล Vermus ¬ของ Lyle เป็นตึกเก่าแก่ที่ขึ้นทะเบียนอนุรักษ์ของเมือง การเปลี่ยนแปลงซ่อมแซมทำได้ยาก จนถึงขั้นนายกเทศมนตรีมาขอพบเพื่อยับยั้งแผนการณ์ปรับปรุงตัวตึกของ Lyle ซึ่งตามมาด้วยการที่ Lyle ตัดสินใจสนับสนุนคู่แข่งการเมืองไปแทน ใครจะทำอะไรก็ได้ แต่ห้ามขัดขวางการดูแล Haejin เด็ดขาด
หรือตอน Haejin ต้องใส่เฝือกก็เลยใส่เสื้อผ้าที่ถอดง่าย พี่แกก็มานั่งเครียดว่าทำไม Haejin ต้องใส่เสื้อผ้าซ้ำ ถึงขั้นเรียกพ่อบ้าน เรียกคนดูแลมาถาม แล้วหลังจากนั้นก็จัดการสั่งซื้อเสื้อผ้าใส่สบายนับไม่ถ้วนมา เลือกแบบเลือกสีเองอย่างจริงและตั้งใจ แต่ว่าก็ไม่กล้าบอก Haejin ว่าเป็นตัวเองที่ไปเจ้ากี้เจ้าการดูแลอีก ทั้งๆ ที่ทุกวันก่อนไปทำงาน คนที่ลุกมาแต่เช้าเพื่อเลือกชุด ดูแลเสื้อผ้าให้ Haejin ในแต่ละวันก็คือ Lyle เอง
..... ด้วยความที่ตอนรักษาตัวช่วงแรก Haejin เคยหนีออกจากหน้าต่างไปเดินอยู่ในป่าหลังที่ดิน Lyle ก็กลัว Haejin จะหายไปอีก ถึงขั้นปิดตายประตูหน้าต่าง แต่เพราะให้ Haejin อยู่ในห้องเฉยๆ ก็อุดอู้ พ่อบ้านคนใหม่ (ที่จริงๆ ก็คือคนที่อยู่เก่าแก่ตั้งแต่สมัยพ่อแม่ Lyle แต่ลาออกไปหลังพ่อแม่ Lyle เกิดอุบัติเหตุ) ก็เลยเสนอความคิดให้ลงมากินข้าวนั่งเล่นที่สวนได้ ซึ่งก็กลายเป็นมื้อเช้าร่วมกับ Lyle ไป ... เหมือนแม้ตัว Haejin อึดอัดเวลาที่ต้องอยู่ด้วยกัน แต่ก็เป็นมื้ออาหารที่มีคนกินด้วยกันหลังจาก 5 ปีที่เดียวดายมาตลอด
แต่พออากาศเริ่มหนาว การกินข้าวในสวนทำได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อสภาพร่างกายของ Haejin ยังอ่อนแอ และดังนั้น Lyle ก็ถึงขั้นสั่งฟื้นฟูเรือนกระจกสมัยแม่ตัวเองอยู่ เพื่อให้ Haejin ไม่เบื่อเวลาที่อยากอยู่ภายนอก .... ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการก่อสร้างเรือนกระจกจะเป็นไปอย่างล่าช้า ย้ำว่าล่าช้ากว่ากำหนดทั้งที่เงินถึงความพร้อมถึงขนาดนี้ เพราะยิ่งสร้างก็ยิ่งอลังการออกไปเรื่อยๆ เพื่อให้ Haejin ไม่รู้สึกอึดอัดว่านั่งอยู่ในเรือนกระจก ถมเงินถมแรงงานไปเท่าไหร่ก็ได้เพื่อ Haejin พอใจ
และเมื่ออยู่ไปเรื่อยๆ Haejin ก็เริ่มคลายตัวเองลง แต่พอจุดๆ หนึ่งก็เลยทำให้เจ้าตัวกลัว เพราะ Mark พ่อบ้านคนใหม่ใจดีและคอยดูแลให้เหมือนเป็นคุณปู่อย่างที่ตัวเองไม่เคยมีมาก่อน และเหล่าคนรับใช้ในคฤหาสน์ก็ระวังและเห็นใจ Haejin เป็นอย่างดี ที่สำคัญก็คือ Lyle ที่ใจเย็นและอดทนกับตัวเองทุกเรื่อง ..... ทำให้สุดท้ายแล้ว Haejin ตัดสินใจจะปิดกั้นตัวเองอีกครั้งเพื่อไม่ให้เคยชินกับความอบอุ่นที่เกิดขึ้นแค่ชั่วคราวหลังสัญญา 3 เดือนจบลง
แต่ความคิดที่จะตัดจบความสัมพันธ์กับ Haejin ไม่ได้อยู่ในหัวของ Lyle เลย ... ยิ่งสัญญาใกล้จะหมด อัลฟ่าอย่าง Lyle ยิ่งทุรนทุราย เพราะตอนนี้ Haejin เป็นชีวิตจิตใจของ Lyle ไปแล้ว แต่แม้ไม่อยากให้ Haejin ไป แต่ก็ไม่กล้าออกปาก ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไหน ไม่รู้จะพูดอย่างไร เอาอะไรมาเป็นข้ออ้าง ส่วนตัว Haejin ก็คิดว่าเมื่อหมดสัญญาแล้วก็ควรจะไปแล้วตัดจบกับความอบอุ่นที่ได้รับในช่วงนี้
และเมื่อสองคนไม่พูดกัน เลือกที่จะปิดกั้นความรู้สึกของตัวเองก็ยิ่งทำให้สถานการณ์อึมครึมหนัก เมื่อความเข้าใจผิดระหว่างกันแทรกเข้ามาด้วย เพราะ Haejin จัดกระเป๋าเดินทางเพื่อพร้อมที่จะก้าวเท้าออกนอกคฤหาสน์เมื่อหมดสัญญา 3 เดือนก่อนจะถูกเจ้าของบ้านไล่อย่างครั้งที่แล้ว และเพราะการ engraving ที่ทำให้ Lyle ต้องการฟีโรโมนและการสัมผัสจาก Haejin แต่อดกลั้นไว้จนตัวเองล้มป่วย และหายหน้าไปจาก Haejin เพื่อซ่อนอาการทั้งหลายเอาไว้ และเพราะการเตรียมหมอมาดูแลตัวเองที่บ้านทำให้ Haejin คิดว่าตัว Lyle เองเตรียมที่ให้โอเมก้าคนใหม่อยู่ ก็ยิ่งทำให้ระยะห่างระหว่างสองคนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
โดยเฉพาะเมื่อ Haejin ปิดกั้นความรู้สึกของตัวเอง และพยายามไม่รับรู้อะไรมาตลอดเวลา 5 ปีก็ทำให้เจ้าตัวไม่คิดตีความสิ่งที่ได้รับมากกว่าเป็นการไถ่โทษของ Lyle โดยที่ไม่ได้เข้าใจนัยหลายอย่างที่ Lyle แสดงออกเลย อย่างเช่นการย้ายห้องนอนจากส่วนของแขกมาอยู่ที่ห้องนอนเจ้าบ้านคู่กับ Lyle โดยที่ใช้ห้องนั่งเล่นร่วมกัน
เรื่องมาปะทุขึ้น เมื่อลุงของ Lyle ติดสินบนการ์ดเข้ามาในคฤหาสน์ และพูดจาดูถูก Haejin จนเจ้าตัวผลุนผลันหิ้วกระเป๋าออกไป ..... กว่าคุณลุงพ่อบ้านและคนรับใช้ในบ้านรู้ Haejin ก็หายไปแล้ว และท่ามกลางสภาพหิมะตกหนักจะตามเจอได้อย่างไร? ลนลานหาอยู่จนในที่สุด Lyle ก็คิดถึงทะเลสาบที่ Haejin มีความทรงจำอยู่กับครอบครัว จนตัดสินใจไปตามหา .... ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับที่ Haejin กำลังจะเดินลงทะเลสาบไปพอดี โดยที่ตัว Haejin เองไม่ได้รู้สึกว่ากำลังฆ่าตัวตาย แค่คิดว่าได้ไปอยู่กับครอบครัวอย่างเดียว จน Lyle ถึงกับหมดแรงคุกเข่าขอให้ Haejin อยู่ต่อไป ด้วยประโยคที่ว่า ตัวเอง engrave กับ Haejin ไปแล้ว ถ้า Haejin ตาย ตัว Lyle เองก็ต้องตายไปด้วย
(ขอกรีดว่าพอกำลังจะอ่านตอน มีเตือนว่า ตอนนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ให้ระวัง แต่คือการเดินลงทะเลสาบฆ่าตัวตายมันเบามากเมื่อเทียบกับโทนเรื่องที่ผ่านมานะ — มีอยู่ช่วงนึงต้องค้างเก็บไว้ให้ครบ 10 ตอนแล้วค่อยอ่านด้วยซ้ำ เพราะเหมือนจะขาดใจตายตามกันไป ถึงขั้นไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องเสียเงินมาทรมานตัวเองให้อยู่ในสภาพอารมณ์หน่วงกดดันกันขนาดนี้เลยเหรอ)
แล้วพอ Haejin ที่หมดสติกลับมาที่คฤหาสน์ ก็เห็นภาพ Lyle คร่ำครวญขอโทษ Haejin กับตัวเองในใจว่า ไม่รู้จะทำอย่างไรให้ Haejin มีชีวิตอยู่ต่อไป ต้องยอมเห็นแก่ตัวพูดไปแบบนั้น คราวนี้ความคลั่ง Haejin ถึงขีดสุด Lyle ไม่ไว้ใจไม่กล้าให้ใครเข้ามาดูแล Haejin อีกนอกจากตัวเองเลย จะป้อนยา ป้อนข้าวก็กอดไว้กับอกทำเองหมด และพอ Haejin มีอาการไข้และป่วยจนนอนนิ่งๆ ไม่ได้ก็อุ้ม Haejin แนบตัวพาเดินรอบห้องตลอดช่วงเวลาที่ยังไม่ได้สติ และแม้ช่วงที่ Haejin เริ่มฟื้น Lyle ก็ไม่ซ่อนความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไป
การดูแล ห่วงใย เอาใจใส่ Haejin ออกมาเต็มที่ทุกอย่าง โดยเฉพาะเมื่อมีอาการ separation anxiety ไม่กล้าให้ตัว Haejin ห่างสายตาได้เลย มีอะไรก็กระวนกระวายต้องเห็น Haejin ข้างตัวเสมอ และก็ไม่กล้าให้คนอื่นมาดูแล Haejin อีกแล้วด้วย
คราวนี้ความรู้สึกของ Lyle ที่มีกับ Haejin เต็มที่ออกไปแล้ว แต่กับตัว Haejin ก็เหมือนเป็นภาระที่ต้องรับผิดชอบ Lyle ด้วย โดยเฉพาะเมื่อสภาพ engraving ทำให้ Haejin ไปจาก Lyle ไม่ได้ .... แต่เพราะตัว Lyle ที่ทุ่มเทตั้งใจให้ Haejin ก็ค่อยๆ ทำให้ Haejin เปิดใจยอมรับในที่สุด
.
.
โอย คุณพระคุณเจ้า คือว่า ชอบพระเอกแนวสำนึกผิดกลับใจอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอเรื่องนี้ก็คือดีมาก ตั้งแต่หลังบทที่ 30 ไปจนจบ Lyle มีแค่ว่าจะสำนึกผิดและชดใช้ความผิดให้กับ Haejin อย่างไร ชอบที่ไม่ได้ใช้แค่คำว่าขอโทษอย่างเดียวอย่างที่เจอบ่อยในแนวพระเอกสำนึกบาป แต่ใช้การกระทำแสดงออกทั้งหมดแทน ทั้งคอยใส่ใจดูแลและให้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ Haejin กลายเป็นเรื่องลำดับแรกและทุกอย่างของชีวิตไป
อย่างตอนที่ย้าย Haejin จากห้องนอนแขกไปห้องนอนเจ้าบ้านคู่กับตัวเอง ตัว Haejin มีหน้าที่แค่เดินข้ามตึกย้ายห้อง เพราะพ่อบ้านและเหล่าคนรับใช้คอยดูแลเก็บของและย้ายของให้อยู่แล้ว แต่ Lyle ซึ่งต้องไปทำงานก็โทรกลับมาเช็คกับพ่อบ้านว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม ตัว Haejin สบายดีปลอดภัยดีหรือเปล่า ไม่ได้ทำเหมือนแค่เดินย้ายตึก แต่เป็นการย้ายทวีป และรายงานสำคัญที่ต้องอ่านตอนทำงานที่บริษัทก็คือการอ่านรายงานสุขภาพของ Haejin ไม่นับการเช็คอาหารและน้ำในแต่ละวัน เพื่อให้มั่นใจว่าปริมาณอาหารที่ Haejin ได้ในแต่ละวันจะเพียงพอ ยิ่งกว่านักโภชนาการของบ้านแล้ว
หรือตอนวันคริสมาสต์ก็มานั่งเครียดว่าจะให้ของขวัญอะไรกับ Haejin อีก จริงจังมาก และเครียดมาก พอตัดสินใจได้ว่าจะให้ผ้าพันคอ ก็ถึงขั้นเอาแคตตาล็อตผ้าพันคอทุกยี่ห้อทุกแบบมานั่งเลือกดู ตอนทำงานเลือกได้ก็เครียดอีกว่าจะเอาสีไหนให้ Haejin ถูกใจ และก็มานั่งกังวลว่า Haejin ชอบสีอะไร
มีอยู่ตอนนึงที่ Lyle หงุดหงิดว่าไปทำงานที่บริษัทในเมือง และต้องกลับมาที่คฤหาสน์ได้ช้า ก็กลัวว่าจะเจอ Haejin ได้ช้าลง และน้อยลงกว่าเดิม ก็นั่งคิดว่าให้ซื้อเฮลิคอปเตอร์เลยไหม จะได้ไปมาได้เร็ว แล้วหลังจากนั้นพี่อัลฟ่าสุดทุ่มก็บอกพ่อบ้านให้ทำลานจอดเฮลิคอปเตอร์ข้างคฤหาสน์จริงๆ
ที่ยกตัวอย่างมาก็คือหนึ่งในการกระทำนับล้านอย่างของ Lyle ไม่นับการสังเกตสีหน้า อากัปกริยา และความรู้สึกของ Haejin ที่เจ้าตัวไม่เผยออกมาอีกต่างหาก ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลย ที่พอถึงวันหนึ่ง ความรัก ทุ่มเท และใส่ใจของ Lyle ก็เข้าไปถึงใจ Haejin ได้เอง อย่างตอนที่ Haejin เพิ่งหายป่วยหลังจากเหตุการณ์ที่ทะเลสาปและจะไปห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือนิทานที่เคยอ่าน Lyle ที่เผลองีบหลับไปตอนดูแล ก็วิ่งผลุนผลันออกมาเพราะ Haejin หาย แล้วเป็นคนอุ้มพา Haejin ไปห้องสมุดเอง แถมยังหยิบหนังสือเล่มที่ Haejin อยากอ่านมาให้โดยที่ Haejin เองไม่ต้องเอ่ยปากอะไรเลย แล้วก็ไม่ยอมให้นั่งที่โซฟาแต่ให้นั่งซ้อนตักตัวเองเพราะว่ากลัวว่าโซฟาเย็น เดี๋ยว Haejin จะป่วยอีก (ซึ่ง Haejin ก็ คิดในใจว่าให้ Lyle กอดไว้อุ่นกว่าจริงๆ ) หรืออีกครั้ง ตอนที่ Haejin กำลังเสียใจจ้องที่มาร์ชเมลโลว์กระต่ายจมหายไปในช็อคโกแลตร้อน Lyle ที่อยู่ข้างๆ ก็หยิบมาร์ชเมลโลว์กระต่ายชิ้นใหม่ใส่แก้วให้ Haejin เลย ถึงขั้นที่ Haejin สงสัยว่ารู้ได้อย่างไร
ความสัมพันธ์เหมือนจะดีขึ้นเรื่อยๆ จนครั้งสุดท้ายที่ Lyle ล้มเพราะเจอฟีโรโมนด้านลบของ Haejin และเมื่อ Haejin ตามไปดูอาการก็ยอมให้ Lyle จูบเพื่อรักษาอาการ แต่เพราะ Lyle ขอให้ Haejin มัดมือตัว Lyle เอาไว้เพื่อที่ Haejin จะได้ไม่กลัว (โดยเฉพาะเมื่อไปโยงกับประสบการณ์อดีต) และก็เผลอพูดว่าชอบ Haejin ออกมา ... และวันรุ่งขึ้น Haejin ที่กำลังสับสนกับเหตุการณ์เมื่อวานก็เจอ Lyle เอาช่อดอกไม้ด้วยเหตุผลว่าเมื่อวานเป็นจูบแรกของ Haejin ทั้งที่ตัวเองกำลังป่วย ก็เลยทำให้ Haejin ยอมรับใจ Lyle ขึ้นมา
แต่ถ้ามองอีกอย่าง คราวนี้ยิ่งอยู่ด้วยกัน ตัว Lyle ก็ยิ่งสุดโต่งมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างตอนในที่สุดก็คิดว่า Haejin ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเยียวยาสภาพจิตใจ เจ้าตัวพยายามหาหมอที่ไม่ใช่อัลฟ่ามาดู แต่พอหมอที่เก่งที่สุดในเมืองเป็นอัลฟ่า ในที่สุด Lyle ก็ต้องตัดใจให้ Haejin หาหมอคนนี้ โดยที่พ่อบ้าน เลขา และบอดี้การ์ดอีกฝูงรออยู่หน้าห้อง ถึงขั้นที่เลขาให้ Haejin ถือกริ่งเตือนภัยไป ว่ามีอะไรก็กดได้เลย เดี๋ยวทุกคนจะวิ่งเข้าไปช่วย จน Haejin อดคิดไม่ได้ว่าตอนที่ตัวเองเป็นไข้หนักแล้วพ่อกับแม่พาไปส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลก็ไม่ได้เป็นเหตุการณ์เอิกเกริกถึงขนาดนี้
แล้วพอ Haejin กล้าแสดงอารมณ์มากขึ้น โดยเฉพาะอารมณ์โกรธที่กดอยู่มานาน พอ Haejin ไม่รู้สึกอาละวาดใส่ Lyle ก็กลายเป็น Lyle ดีใจมากที่ Haejin เลิกเก็บกด และกล้าบอกความรู้สึกตัวเอง พอ Haejin ปัดแก้วน้ำทิ้ง สิ่งแรกที่ทำก็คือบอก Haejin ว่าโกรธได้ แต่อย่าปัดผ้าห่มออกจากตัวนะ เดี๋ยวจะไม่สบาย แล้วรีบเอาผ้าห่มอีกผืนคลุมตัว Haejin แล้วพอไปทำงานก็อารมณ์ดียิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนเลขาต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น และเหตุผลก็คือวันนี้ Haejin โกรธ (สงสารคนฟังมาก)
กับเพราะตระกูล Vermus ของ Lyle เป็นตระกูลใหญ่ มีญาติละโมบที่ต้องการทรัพย์สิน ความมั่งคั่งของตระกูลเยอะ พี่อัลฟ่าก็ยังใจเย็น เก็บหลักฐานไว้เล่นงาน แต่ไม่เคยทำอะไรจริงๆ จนกระมั่งลุงแตะ Haejin เท่านั้น คราวนี้หลักฐานที่ทำผิด ทำไม่ดีส่งถึงตำรวจหมด แถมยังไล่ญาติที่ไม่ทำอะไรแต่ถือหุ้นในบริษัทไว้ออกไปอีก ด้วยความแค้นจัด เพราะลุงไปรื้อฟื้นถึง Haejin ว่าไม่มีหัวนอนปลายเท้าเป็นแค่ลูกบุญธรรมของครอบครัว Lyle ก็วางแผนกำจัดตระกูลรองของลุงไปจากสายตระกูลอีก และหลังจากนั้น ถ้ามีแนวโน้มว่าญาติคนไหน คิดจะก่อความวุ่นวาย หรือร่วมมือกับผู้ถือหุ้นมาค้าน Lyle นโยบาย Lyle ก็คือไล่ให้หมด ปลดให้หมด กำจัดให้หมด เพราะว่าถ้ามีเรื่องยุ่งเหยิงอะไรขึ้นมา จะมีเวลาอยู่กับ Haejin น้อยลง
และอาการติด Haejin ถึงขั้นไม่ยอมไปทำงานก็ทำให้ Haejin ต้องเอ่ยปากไล่ Lyle ไปทำงาน .... ซึ่งพี่เขาก็ไปทำงานด้วยเหตุผลที่ว่าจะได้ดูดีในสายตาของโอเมก้าตัวเอง
ยิ่งไปกว่านั้นที่ชอบอีกอย่างมาก คือการใช้ฟีโรโมนสื่อสารกันของทั้งคู่ เพราะด้วยความที่สำนึกผิด และไม่กล้ากวน Haejin มาก มีอะไร Lyle ไม่เคยเปิดเผยความรู้สึกตัวเองเลย แต่เพราะฟีโรโมนที่มี ความรู้สึกนึกคิดก็สามารถถ่ายทอดส่งผ่านให้อีกคนรู้ผ่านฟีโรโมนที่ปล่อยออกมาได้ ซึ่งสำหรับ Lyle เอง ความรู้สึกผิด กังวล ก็จะส่งผ่านไปถึงตัว Haejin เสมอ หรือช่วงหลังความรักความชอบที่มีต่อ Haejin ก็ส่งผ่านไปเหมือนกัน ซึ่งทำให้ถึง Lyle ไม่พูดอะไรออกไป อีกฝ่ายก็รับรู้ความรู้สึกที่มีได้อยู่ดี เอาจริงเรื่องฟีโรโมนสื่อสารค่อนข้างเป็นจุดเด่นในแนว ABO เกาหลีนะ ระหว่างอัลฟ่ากับโอเมก้าอาจจะไม่ได้พูดอะไรต่อกัน แต่ความรู้สึกนึกคิดก็ข้ามไปถึงอีกฝ่ายได้ เป็นการเติมเต็มความรู้สึกต่อกัน และความผูกพันระหว่างคู่ที่ลึกซึ้งจริงจัง (ขณะที่เรื่อง ABO จีน จะค่อนข้างแบนกว่า เพราะโดยมากเน้นแค่ให้อัลฟ่าทำเครื่องหมาย/ตีตราเป็นเจ้าของโอเมก้าอย่างเดียว เป็นฝ่ายหนึ่งมีอำนาจควบคุมเหนืออีกฝ่ายหนึ่ง โดยไม่ค่อยดูเชิงความรู้สึก ความสัมพันธ์เท่าไหร่)
เขียนมายาวมาก แล้วตามประสาก็ยังเขียนต่อไปได้เรื่อยๆ จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่มีอะไรมาก ถ้าให้สรุปให้ง่ายก็คืออัลฟ่าสำนึกผิดไถ่โทษได้แค่นั้นเลย ดูภาพปกประกอบก็ได้อารมณ์เรื่องนี้ครบถ้วน สังเกตสีหน้าแต่ละคนไว้ เรื่องก็เป็นตามนั้นจริงๆ และในแง่หนึ่ง ด้วยความที่เน้นความสัมพันธ์และความรู้สึกสองคนเป็นหลักก็เหมือนว่าเนื้อหาจะวนไล่เหมือนเดิมมากกว่าจะเน้นเหตุการณ์/ สถานการณ์ แต่ส่วนตัวถือเป็น "Best Regret 2021" เลย ชอบมาก การไถ่โทษของ Lyle ไม่ใช่แค่พอ Haejin ยอมให้อภัยแล้วจบ แต่เป็นทั้งชีวิตเลย เพราะตัวเองมองว่าเป็นเรื่องที่ผิดพลาดจนให้อภัยตัวเองไม่ได้ตลอด และก็ยิ่งทำให้ให้ค่าและให้ความสำคัญกับ Haejin ไม่เคยตกหล่น คิดสภาพพี่ Lyle อัลฟ่าตัวใหญ่ยักษ์ที่กุมอำนาจเศรษฐกิจของเมือง ขนาดที่สำคัญกว่านายกเทศมนตรีเมือง มาคุกเข่าสลดอยู่ต่อหน้า Haejin ไม่รวมไปถึงการบีบเนื้อบีบตัวและเก็บฟีโรโมนตัวเองไม่ให้ไปรบกวนตัว Haejin ด้วยซ้ำ และเมื่อใดก็ตามที่ Haejin ทำอะไรให้ตัวเอง แม้จะเป็นเรื่องน้อยนิด ก็ทำให้พี่ Lyle ดีใจรุนแรงได้ และถึงแม้จะอยู่ด้วยกันแล้วก็ไม่กล้าให้ Haejin เห็นอาการหมกมุ่นตัวเอง 100% อยู่ดี เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะตกใจกลัว และถ้า Haejin เสนออะไรขึ้นมา สิ่งแรกที่ Lyle จะทำก็คือพานิคแตกตื่นไปก่อนว่ามีอะไรขึ้นไหม ก่อนมีสติวิเคราะห์ขึ้นมา
ตอนพิเศษเล่าเป็นช่วงๆ ที่สองคนอยู่ด้วยกัน น่ารักที่ตัว Haejin ไม่ใช่คนพูดเก่ง หรือแสดงออกชัด แต่จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ต้องสังเกตดูเสมอ (และก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความรู้สึกส่งไปถึง Lyle ที่แสนจะหมกมุ่นแน่นอน) อย่างมีช่วงที่ Lyle กลับมาที่คฤหาสน์ไม่ได้ เพราะติดงาน Haejin ก็เสนอว่าจะไปหาที่เพนท์เฮ้าส์ไหม และพอ Lyle กลับดึกก็นั่งอ่านการ์ตูนรอ และพอ Lyle บอกว่าเกรงใจที่ต้องมาอยู่ในเมือง ก็ Haejin บอกว่าที่นี่วิวสวยดี (ซึ่งจริงๆ ไม่ได้มองวิวเลย) แถมวันต่อมาก็เอาหมอนไปปูนอนอยู่ในอ่างจากุชชี่ เพราะเป็นวิวที่เห็นได้ทั้งตึกที่ทำงาน Lyle และร้านอาหารที่เคยกินกับครอบครัวได้อีก
และน่ารักที่ปัจจุบัน อยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ Haejin ก็เริ่มชินกับการโอ๋สุดโต่งของ Lyle ไปโดยปริยาย เพราะว่าขา Haejin ไม่ดีจากอุบัติเหตุ มีอะไร Lyle ก็ใช้วิธีอุ้ม Haejin ไปไหนมาไหน (พี่ Lyle จริงจังถึงขนาดคำนวนกิจกรรมและระยะเวลาที่ขาของ Haejin ทนได้ในแต่วัน) จน Haejin ก็กอดคอ Lyle อัติโนมัติเวลาถูกอุ้มไปแล้วเหมือนกัน ไม่นับว่า Lyle ที่ความหมกมุ่นลามจากเลือกเสื้อผ้าให้ Haejin ในตอนแรก จนแต่งตัวให้ในช่วงที่ Haejin ป่วย และไม่ยอมเลิก กลายเป็น Haejin คุ้นชิน และรอให้ Lyle แต่งตัวให้ตอนเช้าไป
กับตอนสุดท้ายที่ Haejin เมาแล้วสารภาพกับ Lyle ว่าไม่ชอบฟีโรโมนอัลฟ่าคนไหนเลย ยกเว้นของ Lyle ที่ตัวเองชอบ
ปล. ตอนพิเศษไม่พอเลยยย ฮืออ จบแบบทุกคนกรีดร้องสามชาติมากก ให้อ่านอีกก็อ่านได้นะ ฮือออ เอาตอนพิเศษมาอีก TT




