Showing posts with label special abilities. Show all posts
Showing posts with label special abilities. Show all posts

Sunday, 9 January 2022

丧尸皇的家养猫 // The Zombie Emperor’s Domesticated Cat

//เล่าไม่ค่อยรู้เรื่อง อยากกรีดเป็นช่วงๆ มากกว่า//




คนเขียน: 水杉
แนว: AZ, วันสิ้นโลก, ซอมบี้, พลังพิเศษ, เกิดใหม่, แมว, เลี้ยงแมว
ความสัมพันธ์: คนเลี้ยงแมว/ซอมบี้ (?) X แมว (?)
จำนวนตอน: 95+2
ปี: 2017


ในยุควันสิ้นโลก Fang He ถูกลุงขายให้กับห้องทดลองตอนที่อายุ 8 ขวบ และเมื่อหนีออกมาได้ 13 ปีหลังจากนั้น ก็ตายเพราะถูกซอมบี้กิน แต่ว่าเจ้าตัวกลับย้อนเวลามาเกิดเป็นลูกแมวขาวดำก่อนจะเกิดวันสิ้นโลกอีกครั้ง 

พอย้อนกลับมา ตัวเองเปียกฝนอยู่กลางถนนแล้วก็ถูก Li Zhen เก็บได้ ด้วยความที่ไปบ้านแล้วเจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยรูปศพ Fang He ก็เข้าใจว่าอีกคนเป็นฆาตกรโรคจิตเสียแล้ว แต่ว่า Li Zhen เข้าใจว่าลูกแมวกลัวตัวเองเหมือนสัตว์ทั่วไป จากความคิดตอนแรกที่คิดว่าจะเลี้ยงแมวก็เลยเอาแมวไปให้ร้านขายสัตว์เลี้ยงแทน แล้วก็พบว่าตัวลูกแมวที่ตัวเองเก็บมาได้ เป็นลูกแมวที่หนีออกจากร้านไป 

แต่ว่าตัว Li Zhen ที่ทิ้งแมวไว้ที่ร้านก็อดคิดถึงแมวไม่ได้ และในที่สุดก็กลับมาเอาลูกแมวขาวดำไปเลี้ยงอยู่ดี แล้วก็เอากระดิ่งแกนต้นท้อที่เป็นของประจำตระกูลแขวนคอให้แมว แล้วตั้งชื่อว่า He Miao 

แต่ว่าเมื่อกลายเป็นแมวจะสื่อสารกับอีกคนอย่างไรให้เข้าใจกัน เพราะ Fang He อยากจะบอกให้รู้ถึงวันสิ้นโลกที่จะมาถึงเหลือเกิน โดยเฉพาะเมื่อเจ้านายตัวเองทำงานเป็นแพทย์ชันสูตรศพ โอกาสอยู่นอกบ้านและเจอกับไวรัส หรือแม้กระทั่งซอมบี้ก็ยิ่งสูง โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายต้องไปทำงานล่วงเวลา 

แมวพยายามเอาซอสมะเขือเทศมาบีบเป็นข้อความบอกนาย แต่ด้วยที่ Li Zhen ต้องทำงานหนัก และคิดว่าเพื่อนร่วมงานตัวเองเป็นคนทำ ฝ่ายคนก็ไม่เห็น จนกระทั่งไปทำงานแล้วไม่กลับบ้านเสียที ลูกแมว He Miao ก็เลยตัดสินใจปีนนอกมาจากหน้าต่างแล้วเดินไปหาคนที่ที่ทำงาน  

สุดท้ายก็เจอกัน โดยที่แมวเดินจนอุ้งเท้าเลือดซิบเป็นแผล ส่วนคนที่อุ้มแมวอย่างประคองขึ้นรถกลับบ้าน และเห็นสิ่งที่แมวเขียนไว้ก็ค้นพบว่าตัวเองติดไวรัสเสียแล้ว จากรอยข่วนที่ลูกแมวตบไว้วันก่อน 

แล้วแมวจะทำอย่างไร ถ้าคนเป็นซอมบี้ไปแล้ว??
.
.
.

จริงๆ ชื่อเรื่องมันก็บอกแล้วว่าแมวหนีชะตากรรมจากคนติดไวรัสแล้วกลายเป็นซอมบี้ไม่พ้น แล้วน่ารักที่พอรู้ว่าคนติดเชื้อก็กระโดดกัดข้อมือให้ติดเชื้อเป็นซอมบี้ไปด้วยกันนี่แหละ 

แต่กลายเป็นว่า Fang He ได้พลังพิเศษมา แล้วก็ได้มิติพิเศษที่เกิดจากกระดิ่งท้อด้วยเหมือนกัน ดังนั้น แมวที่มีนิสัยเก็บกดจากการกลัวอดกลัวไม่มีจากวันสิ้นโลกรอบที่แล้ว ก็เลยจะเอาทุกอย่างในบ้านคนใส่มิติพิเศษไป และด้วยความที่ Li Zhen บอกพี่สาวตัวเองที่กำลังจะคลอดลูกว่าอย่าไปที่โรงพยาบาล แต่ให้ไปอยู่ที่บ้านเก่าชานเมืองของครอบครัว แมวก็เลยคิดว่าจะเดินทางไปดูแลพี่สาวคน 

ซึ่งระหว่างทางก็กลายเป็นแมวเลี้ยงคน หรือแมวเลี้ยงซอมบี้ เพราะ Fang He เชื่อว่าถ้าปล่อยให้ Li Zhen กินคนไปจะเข้าเส้นทางกู่ไม่กลับ และทุกครั้งที่ Li Zhen เห็นคนหรือถูกกระตุ้นจากกลิ่นเลือด แมวก็จะทำทุกอย่างเพื่อหลอกล่อ เบี่ยงเบนความสนใจคนออกไปทางอื่น โดยเฉพาะเมื่อ Li Zhen ทิ้งสัญชาตญาณทุกอย่างไป ยกเว้นเรื่องที่เกี่ยวกับแมวตัวเอง ... อย่างเช่น จำได้ว่าแมวตัวเองชอบปลาแห้งที่ถูกปั่นเป็นชิ้นฝอยๆ ก็กลัวว่าปลาแห้งจะหมด แล้วก็ไปที่ฟาร์มปลาเพื่อเอาปลามาตุนให้แมวตัวเอง ซึ่งก็แน่ใจได้ว่าความงกเก็บของของแมวก็คือเก็บทั้งปลาทั้งน้ำเข้ามิติพิเศษไปไม่มีเหลือ 

แต่ว่าความห่วงใยกันก็เป็นไปสองฝ่ายเหมือนกัน เพราะขณะเดียวกันแมวก็คิดว่าจะไปซุปเปอร์หาอาหารและของใช้อื่นๆ มาตุนให้นายที่กลายเป็นซอมบี้ไปแล้วด้วย ระหว่างเดินทางไปหาพี่สาวก็กลายเป็นเข้ารูทเก็บของเข้ามิติไป เก็บของไม่มีขอบเขตสนุกสะใจมาก 

เพราะแมวเก็บทุกอย่างตั้งแต่ทะเลสาป สัตว์ในฟาร์ม กองเมล็ดพืช ของในครัว หม้อ กระทะ รวมไปถึงผลไม้ในป่าที่เอามาทั้งต้น แล้วพอวิ่งไปเจอไร่ข้าวโพดก็เก็บแล้ว ส่วนคนที่เป็นซอมบี้ไปแล้ว หลับอยู่ที่เปลจ๊ะ ... แต่ตอนนี้ตื่นแล้วเพราะแมววิ่งเตลิด (คึก) ไปไกลมาก ตอนที่วิ่งออกมาตามแมวง่ายมาก เพราะว่าแมวเก็บแหลกทุกสิ่งอัน ดูที่โล่งๆ ก็รู้ว่าแมวอยู่ไหน และตอนนี้ก็เก็บต้นไม้ใบหญ้าในรัศมี 10 โลหมดแล้ว คือถ้านายไม่มาตามก็ยังบ้าคลั่งไม่รู้ตัวต่อไป แต่ตอนนี้สติกลับมาแล้ว รู้ว่าถ้าขืนทำตายคือทำงานหนักจนตายแน่นอน ลูกแมวเอ๋ย

แต่ตอนที่แมวหลับคนก็อุ้มแมวพอเดินเหมือนกัน แล้วก็ฆ่าซอมบี้ตัวอื่นตามรายทางไปเรื่อยด้วยนะ อย่าว่ากันว่ากินแรงลูกแมววัยสองเดือนเลย คือตอนนี้ที่ในมิติพัฒนา/ขยายไปอีกส่วนแล้ว เอาเป็นต่างคนต่างทำหน้าที่ตัวเองเนาะ นี่เข้ามิติไป แมวตกใจแล้วนะเนี่ย เพราะว่าคนช่วยเก็บถั่วลิสงกับถั่วเหลืองมาให้ตอนแมวหลับด้วยย ไม่นับน้ำมันจากสองอย่าง เอาจริงก็เป็นพวกตุนแหลกๆ พอกันทั้งคน ทั้งแมวนี่นา ย้อนกลับไปที่เอาปลามาทั้งฟาร์มก็คือคนด้วยยย

เอาจริงคือคนไม่สนอาหาร แต่เห็นแมวหมกมุ่นเลยช่วยเก็บ แล้วก็เอารถ รถแทรกเตอร์ สามล้อ โน่น นี่ นั่นตามรอยทางมาด้วยเหมือนกัน จะไปช่วยพี่สาวคน แต่ว่าขอให้ได้แมวได้เก็บของไปด้วยนะ โอ๋มาก แมวอยากอะไรก็ให้ทำ ขำที่บอกว่าไม่เป็นไรเลยที่จะไปวิ่งวุ่นวายข้างนอก เพราะรู้ว่าลูกแมวตัวเองมีนิสัยชอบตุนอาหาร (แต่คือพี่คะ นี่มันไม่ใช่พฤติกรรมแมวนะคะ)

พอแมวได้เข้าซุปเปอร์แล้ว เย้ ได้จานชาม ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ผงซักฟอก สบู่มาแล้ววว แมวคิดว่าชีวิตดีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่าเมื่อไหร่จะสื่อสารกันได้? คิดไปก็สลดขี้เกียจเก็บของแล้ว ... แต่ว่าแมว เก็บมาแล้วครึ่งซุปเปอร์แล้วเปล่า ช่วงนี้สงสัยมากว่าเมื่อไหร่คนจะสื่อสารได้ เมื่อไหร่แมวจะได้ร่างคน

แต่ว่าไม่ว่าคนจะสื่อสารได้ หรือจะเป็นซอมบี้อยู่ ตอนโอ๋ลูกแมว และหวงลูกแมวตัวเองแบบแปลกๆ ก็เกิดต่อเนื่อง เพราะพอ ต่อมาหนึ่งคนหนึ่งแมวเจอเพื่อนที่ทำงานเดิมของ Li Zhen ที่มีพลังพิเศษ แล้วอีกฝ่ายพยายามเกลี้ยกล่อม Li Zhen ให้เข้ากลุ่มตัวเองโดยที่ไม่สนใจอาการแปลกๆ ของ Li Zhen (ที่ใส่แว่นตาดำปิดสภาพตาแดงก่ำแบบซอมบี้จนไม่รู้ว่าเป็นซอมบี้แล้ว) เลย Fang He ที่พูดได้แล้วก็เริ่มอาละวาด ตำหนิเพื่อนไม่ยั้ง แล้วก็ทำให้ Li Zhen หงุดหงิด คิดว่าทำไมลูกแมวตัวเองพูดกับคนอื่นมากขนาดนั้น ทั้งที่ไม่พูดกับตัวเองเลยนอกจากเมี้ยว ... ซึ่งก็ไม่ได้คิดเลยว่าแมวไม่ควรพูดได้ไหมคะ?

แต่สุดท้ายก็แก้ปัญหาได้อย่างงงๆ เพราะ Li Zhen ลบความทรงจำเพื่อนร่วมงานและกลุ่มไป โดยที่ไม่ใช่เพราะอยากตัดปัญหา แต่เป็นเพราะอารมณ์เสียที่คนอื่นเห็นแมวตัวเอง และได้ยินแมวตัวเองพูด  สรุปให้สั้นว่าเพราะหวงแมว ไม่ได้คิดว่าจะเป็นประเด็น แต่เอาเถอะ จุดประสงค์ต่างกัน แต่ผลลัพท์ก็ยังโอเคอยู่

จริงๆ เรื่องเล่าช่วงเก็บของสนุกมาก เพราะหลังจากนั้นก็มีไปเอาหยกที่ภูเขาอีก ตอนแรก Fang He แค่คิดง่ายๆ ว่าถ้าเจอหยกที่มีมิติพิเศษแล้วเอาไปให้พี่สาวของ Li Zhen ได้ก็ดี แต่ Li Zhen คิดว่าแถวนี้มีเหมืองหยก และพาแมวไป และพอแมวขึ้นภูเขาก็กลายเป็นเก็บทุกอย่างลงมิติไปเหมือนเดิม  

ซึ่งระหว่างนี้ก็คือการฆ่าซอมบี้ไปด้วย เพราะความสำนึกรู้ (หรือว่า “สติ”) ของซอมบี้ที่ถูกฆ่า จะช่วยลดความกระหายเลือดของ Li Zhen ได้ และที่นิวเคลียสในหัวซอมบี้ก็ช่วยเพิ่มความสามารถให้กับมิติพิเศษเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อแมวงกเอาน้ำจากทั้งทะเลสาบเก็บเข้าไป และผสมกับน้ำในบ่อเดิมจนความเข้มข้นเจือจางจนต้องใช้นิวเคลียสมาฟื้นให้กลับสภาพเดิม กับเพราะการแช่น้ำในมิติช่วยให้การรับรู้ของ Li Zhen กลับคืนมา ซึ่งในแง่หนึ่งก็ตอบคำถามเรื่องการเป็นซอมบี้ของ Li Zhen และการเป็นแมวของ Fang He ด้วย เพราะการฝึกปรือร่วมกันที่ใต้ต้นท้อในมิติพิเศษ ช่วยให้ Fang He ได้ร่างคนมาภายหลัง เกิดเป็นลูปที่ฆ่าเดินทางเก็บของ ฆ่าซอมบี้ สลับกับการกลับเข้าไปในมิติเพื่ออาบน้ำ (แช่น้ำในมิติและอัพเกรด) และทำอาหาร 

ช่วงแรกเป้าหมายของเรื่องก็คือเดินทางไปหาพี่สาว (และเก็บของ ฆ่าซอมบี้ไปตามทาง) แต่เพราะตัวพี่สาวต่อต้านซอมบี้มาก และเด็กที่เพิ่งเกิดกระตุ้นสัญชาตญาณซอมบี้ของ Li Zhen หนึ่งคนหนึ่งแมวก็เลยทำให้ได้แค่ทิ้งอาหารและของใช้ทั้งหลายให้พี่สาวเท่านั้น 

แต่เพราะ Li Zhen รับรู้เรื่องในอดีตว่าลูกแมวสุดที่รักถูกลุงกับป้าขายแล้วถูกทรมานในห้องทดลองเป็นแรมปีก็เปลี่ยนจุดประสงค์เรื่องไปล้างแค้นลุงกับป้าในเมืองที่ลูกแมวตัวเองเคยอยู่ก่อนย้ายไปที่ฐาน แต่กลายเป็นว่าชาตินี้เพราะตัวเองเป็นแมวไปแล้ว ก็เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ป้ากลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว ลุงหายไป แล้วห้องนอนที่เคยอยู่ก็เป็นแค่ห้องเก็บของเหมือนเดิม กลายเป็นว่ามาที่เมืองเพื่อช่วยคนในเมือง ไม่ว่าจะเป็นฆ่าซอมบี้ กำจัดคนที่มีอำนาจในเมือง บอกวิธีสร้างฐาน ให้ของใช้ ฯลฯ แทน ซึ่งเอาจริงก็เหมือนจะเป็นเรื่องปกติของคู่หนึ่งคนหนึ่งแมวที่ฆ่าซอมบี้แล้วช่วยคนให้รวมกลุ่มสร้างฐานได้มาเรื่อยๆ ตามทางโดยตลอด

แล้วก็เปลี่ยนไปหาอุกกาบาตที่เพิ่งตก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตซอมบี้แบบในอดีต ซึ่งกลายเป็นว่า Li Zhen ดูดพลังของอุกกาบาตจนกลายเป็นราชาซอมบี้ไป ตอนนี้ก็มีอำนาจสั่งการและควบคุมซอมบี้ได้ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป้าหมายไปทำลายห้องทดลองในฐานเดิมที่เคยทดลอง (ทรมาน) Fang He และไม่ให้มีคนอื่น โดยเฉพาะเด็กๆ ถูกทรมานอีก 

รวมๆ เรื่องนี้ไม่ค่อยมีพล็อตยาวรวบทั้งเรื่องมาก เพราะเปลี่ยนจากการหาพี่สาว-แก้แค้นให้แมว-หาอุกกาบาต-ไปจบที่ทำลายห้องทดลองที่รู้สึกว่าเปลี่ยนไปตามช่วงสถานการณ์ในเรื่องที่อยากเขียนมากกว่าจะมีพล็อตชัดเจน และรู้สึกว่าตอนจบตัดเร็วไป เหมือนรวบรัด 4-5 ตอนจบหลังจากที่เอื่อยมานาน ถ้าช่วงนี้ยืดได้จะแก้ความรู้สึก anti-climax ได้นะ กับตอนจบก็ที่เหมือนวิธีการและหลักการ Li Zhen ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่  อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่สนุกก็คือความ OP ของทั้งคนทั้งแมว ไม่ว่าจะเป็นในเชิงการเก็บของ และการสู้รบ เป็น “You And Me Against The World” รู้กันสองคน คุย ปรึกษากันสองคนไม่เคยสนใจใครอะไรเลย 

จากใจอยากบอกว่า ชื่อ The Zombie Emperor’s Domesticated Cat ที่แปลเป๊ะๆ ตามตัวได้ว่า "แมวเลี้ยงของจักรพรรดิซอมบี้" สรุปความได้ระดับหนึ่ง มาเพื่อเลี้ยงแมว โอ๋มาก รักมากเป็นสาระแค่นั้น เป็นธีมหลักถ้าดูทั้งเรื่อง กับอยากจะตั้งให้อีกชื่อด้วยว่า "การโอ๋แมวในวันสิ้นโลก" สรุปใจความได้ตามนี้จริงๆ  เช่นถามแมวว่า มาคุยกันก่อน ฟังดูจริงจัง แต่คำถามต่อมา คืออยากกินอะไร จะได้ทำถูก กินกุ้งไหม โอ๋กันไปแล้ว รู้ว่าทำไข่ตุ๋นกุ้งแล้วแมวชอบก็ทำให้บ่อยๆ คำก็ He Miao สองคำก็ He Miao เรียกแมว แมวอยากทำอะไรก็ให้ทำ มีอะไรก็ปรึกษาทำให้อย่างที่แมวต้องการ ถามว่า He Miao อยากได้อะไร อยากทำอย่างไร ว่าตาม He Miao  ตลอด โดยเฉพาะการบรรยายว่าเดินไปเดินมาโดยอุ้มแมวไปด้วยเป็นเรื่องปกติมาก ไหนจะลูบหูแมว บีบอุ้งเท้าแมวอีก ทั้งเรื่องคุณพี่ Li Zhen พยายามปิดหน้าปิดตา ไม่ให้คนรู้ว่าตัวเองเป็นใคร แต่ว่าการที่ไปไหนแล้วมีลูกแมวอยู่บนบ่า ไม่ต้องปิดหน้าคนก็จับได้อยู่ดี โถ พี่คะ พี่ ไม่รู้จะพูดอย่างไรแทน 

กับน่ารักดีที่ตอนแรกสติยังไม่กลับมา แมวไม่ยอมให้คนฆ่าคนอื่นก็เลยพยายามทำอาหารตอนอยู่ในมิติด้วยกันเลี้ยงคน ซึ่งทำได้อย่างเดียวคือต้มปลา แล้วพอคนเริ่มมีสติก็เริ่มกลับมาทำอาหารให้แมวแทน ทำโน่น ทำนี่ โอ๋แมวด้วยอาหารอร่อยแปลกใหม่สารพัดไปด้วย พอเห็นแมวกินก็มีความสุข ตัวเองก็สบายใจ พอแมวหลับก็ลูบหัวลูบตัวแมว (แอบขำเรื่องทำกับข้าวมาก เพราะพอ Li Zhen สติกลับมากึ่งเป็นมนุษย์เหมือนเดิม กินน้อยลง แมวก็แอบคิดในใจว่าควรจะเป็นคนตั้งนานแล้ว เพราะตอนนี้เหลือกินแค่ 1/10 ของที่กินเดิม ช่วยประหยัดเสบียงไปได้เยอะดีมาก)

ตอนที่จะไปหาพี่สาวของ Li Zhen แล้วหลานชายที่เพิ่งคลอดมีพลังไฟฟ้า ครั้งแรกแมวถูกไฟช็อตไปแล้วทีนึง พอไปจะหาพี่สาวอีกรอบ คนเป็นห่วงมาก ก็ทำชุดพลาสติกกันไฟฟ้าจากของสารพัดที่เก็บมาให้แมวใส่ แล้วก็พูดเตือนอย่างเป็นห่วง อย่างไม่อยากปล่อยไป พูดเตือนพูดบ่นพูดห่วงจนหมดภาพผู้ชายใส่แว่นเย็นชาในตอนแรกๆ ที่เจอแมว แล้วที่ใจร้ายก็คือ แมวตัดบทด้วยการการบอกว่า หยุดบ่น ตอนนี้แมวจะไปได้หรือยัง 

อีกตอน ตอนที่รู้ว่าแมวเสียใจจิตตกหลังแก้แค้น ก็พาแมวไปเล่นสวนสนุก (อย่าถามว่าแมวจะเล่นเครื่องเล่นได้อย่างไร) ตราบใดก็ตามที่แมวตัวเองมีความสุข คุณพี่ Li Zhen ทำให้ได้ทุกอย่างอยู่แล้ว ความโอ๋แมวมากทะลุระดับร้อย
 
ซึ่งถ้าถามในแง่ความฟลัฟและการเลี้ยงแมวให้เต็ม ให้เต็มความ OP อีกอย่าง แต่ไม่ชอบทิศทางเรื่องกับการจบตัดเท่าไหรร่ ก็ให้ B+ เพราะเติมเต็มความบ้า AZ จีนได้ระดับหนึ่งเลย กับอีกอย่างที่นึกได้ จุดเด่นเรื่องนี้ก็คือ reversible process ที่ให้พระเอกกลับมาเป็นคน (อย่างน้อยก็กึ่งๆ คน) ได้ และซอมบี้อื่นๆ ใต้พระเอกก็มีสติและไม่ฆ่าคนเหมือนกัน โดยเฉพาะให้ความสำคัญกับซอมบี้มากจนพระเอกดูสนใจซอมบี้มือขวามากกว่าพี่สาวตัวเองด้วยซ้ำ 

กับน่ารักที่พอพลังเริ่มแกร่งก็ได้ซอมบี้ตัวนึงที่ตามมาอยู่ด้วยตลอด และต่างจากเรื่องอื่นที่เจอซอมบี้ลูกแมวด้วย ซึ่งไปๆ มาๆ สองตัวนี้ก็อยู่ด้วยกันและตาม Li Zhen กับ Fang He ตลอด และด้วยการที่ต้องอยู่ด้วยกันก็เพราะ Li Zhen ก็หวงแมว He Miao ตัวเองมากตลอด อย่างลูกแมวซอมบี้จะโผเข้าไปซุกขนท้อง He Miao คนก็ตาขวางว่านี่ตัวเองจับปุยท้องแมวตัวเองได้คนเดียวแล้วเขวี้ยงลูกแมวไปให้ซอมบี้ไป

แต่ก็นะ คิดในแง่นี้ก็เลี้ยงแมวในโลกซอมบี้จริงๆ มีลูกแมวตั้งสองตัวแน่ะ!!


ปล. ตามที่อยากกรีด 

1. เวลาแมวตกใจทำหน้าแบบนี้น่ารักดี  Σ(;Φ ω Φ) กับน่ารักที่แมวอ่านหนังสือไม่ค่อยแตกฉาน แล้วคิดว่าการฝึกวิชาคู่ก็คือแมวต้องนั่งขัดสมาธิ เอาขาพับซ้อนกัน ซึ่งทรมานแมวมาก แต่จริงๆ ก็คือแค่เอามือแตะกันก็พอ (Li Zhen มารู้จากตำราหลังจากที่แมว He Miao ทรมานไปหลายครั้งแล้ว)

2. 猫星语-/māo xīng yǔ/ คำว่าภาษาดาวแมวน่ารัก

3. คนกับแมวเก็บของแหลกมาก มีอยู่ตอนที่ไปรับงานระดับ SSS จากกิลด์มา ต้องส่งมอบเหล็กจำนวนหลายแสนตันให้กับฐาน ปัญหาไม่ใช่อยู่ที่หาเหล็ก แต่อยู่ที่จะเอาเหล็กในมิติออกไปอย่างไรให้เนียน ตลกตอนที่บอกคนที่มาเป็นพวกว่ามีเรื่องนิดหน่อยให้ช่วย ก็คืองานระดับ SSS นะ เหล่าคนฟังก็ฟังแล้วนิ่งว่านิดหน่อยตรงไหน ... ยิ่งตอนพอรู้ว่ามีเหล็กแล้วแต่หาคนช่วยสร้างเรื่องว่าต้องหาเหล็ก ขนเหล็กคือเหนื่อยกว่าเยอะ 

4. ลูกแมวซอมบี้ Xiao Baiqiu น่าสงสารมาก เพราะว่ามีพลัง แต่ว่ายังเป็นลูกแมวก็เลยพยายามซุกตัว Fang He โดยที่คิดว่าเป็นแม่ตัวเอง แต่ว่าคนงกไม่ยอมให้ลูกแมวเข้าใกล้ He Miao ตัวเองเลย แล้วพอลูกแมวซอมบี้ไม่มั่นใจก็บอกลูกแมวซอมบี้ว่าจริงๆ ไม่ใช่ลูกแมว แต่ว่าเป็นเสือดำต่างหากนะ ก็หลอกกันแม้กระทั่งลูกแมวซอมบี้นะคะ แล้วที่สำคัญก็คือลูกแมวเชื่อสนิทใจด้วย Xiao Baiqiu likes mountains and forests, and likes to jump from this tree to that tree. He thinks this is the call of the wild. As a leopard, he likes the mountains and forests. อยากจะบอกมากว่าไม่ใช่นะ เธอเป็นลูกแมว ถึงแม้จะเป็นลูกแมวซอมบี้ก็เถอะ เธอไม่ได้โตในป่าด้วยเหมือนกันนะ เหมียว!

ชื่อ Xiao Baiqiu น่ารักดี กับซอมบี้คู่หู  Xiao Sang เนาะ  ตลกที่ตอนพิเศษพยายามเดินหาไปหา Fang He กับ Li Zhen แต่ว่าหลงไปคนละทางตั้งแต่ต้น 

Sunday, 15 August 2021

전쟁이 끝났다 // The War is Over



คนเขียน: 리누 

แนว: โลกไกด์-เอสเปอร์, ability, การเมือง, ละมุน, ตัวเอกซื่อ

ความสัมพันธ์: ไกด์ X เอสเปอร์

จำนวนตอน: 139 (ยังไม่จบ)


Kim Lee Kang เป็นเอสเปอร์ telekinesis ระดับสูงสุดในประเทศ และถูกกองทัพใช้เป็นเครื่องมือทำสงครามมาตลอดตั้งแต่ความสามารถปรากฎ เพื่อไม่ให้ใช้พลังจน runaway ก็ต้องมีการหาไกด์ที่เข้ากันได้กับ Lee Kang มา ดังนั้น Jung Lee Hyun นักธุรกิจและลูกชายกลุ่มบริษัทใหญ่ก็ถูกรัฐบาลบังคับมาอยู่ที่ค่ายทหารด้วย

เปิดเรื่องมาจะเป็นตอนที่ Lee Kang ออกไปรบและใช้พลังตัวเองอย่างจริงจังเสมอ เพราะรู้สึกว่าเพราะตัวเองทำให้ Lee Hyun ซึ่งควรจะอยู่อย่างสงบสุข และสะดวกสบายในสังคมปกติต้องมาลำบากกับตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นการทำสงครามใหญ่เต็มรูปแบบ ไกด์ที่เข้าคู่ดูแลเอสเปอร์ได้ถูกรัฐบาลและกองทัพจับมาดูแลเอสเปอร์โดยที่ไม่ได้เต็มใจ โดยที่รัฐบาลให้ยานอนหลับ/สลบเหล่าไกด์ให้หลับตลอดเวลา จะได้ไม่ก่อปัญหา และเป็นเครื่องมือดูแลเอสเปอร์อย่างเดียว

และ Lee Kang ก็หวังทุกครั้งว่าจะให้สงครามจบ และ Lee Hyun กลับไปมีชีวิตปกติได้สักวัน 

เมื่อสงครามจบ แน่นอนว่าเหล่าไกด์ที่ถูกบังคับมาทั้งโกรธและเกลียดคู่เอสเปอร์ของตัวทั้งสิ้น แต่ยกเว้น Lee Hyun และหลังแยกย้ายกันกลับไปสู่สังคมเดิม ตัว Lee Kang ที่เชื่อว่าตัวเองเป็นสัตว์ประหลาดและเป็นเครื่องมือทำสงครามก็พร้อมจะตายเงียบๆ คนเดียว เมื่อถึงวันที่ควบคุมพลังไม่ได้

แต่ว่า Lee Hyun ไม่ยอมให้เกิดเช่นนั้นแน่ และกระบวนการหลอกล่อเอสเปอร์ใสซื่อ/ซื่อบื้อก็เริ่มขึ้น

.

.

ต้องขอเรียกว่าเอสเปอร์ซื่อบื้อจริงๆ เพราะตั้งแต่เริ่มโตและถูกสั่งให้ไปรบ ตัว Lee Kang ก็ทำทุกอย่างที่ถูกสั่งโดยที่ไม่มีเงื่อนไข และไม่เคยเรียนรู้สภาพสังคมพลเรือน (หรือประชาชน /คนปกติ) เลย ดังนั้น สามัญสำนึกที่ควรจะมีก็ตกหล่นไปอย่างน่าสงสาร และเมื่อ Lee Hyun ให้มาอยู่ด้วยกัน ก็เกรงใจไปทุกอย่าง เด๋อด๋า และเงอะงะ เพราะไม่เข้าใจว่าทั้งที่ตัวเองก่อปัญหาให้ Lee Hyun ขนาดนั้น ทำไมตัว Lee Hyun ถึงยังใจดี และทำดีกับตัวเอง โดยที่ไม่รู้ว่าตัว Lee Hyun ก็ชอบ Lee Kang และมีความรู้สึกเกินกว่าไกด์กับเอสเปอร์ไปมากโข

เพราะหลังจากแยกจากไป เมื่อ Lee Hyun กลับมามีชีวิตของตัวเองเหมือนเดิม ก็เตรียมข้าวของเพื่อให้ Lee Kang มาอยู่ด้วยกันอย่างจริงจัง ถึงขั้นที่ซื้อเก้าอี้นวดสำหรับเอสเปอร์ราคาแพงจับใจมารอไว้ในห้องนั่งเล่นที่บ้านแล้วด้วยซ้ำ น่ารักที่ Lee Hyun อยากให้ชีวิตปกติกับ Lee Kang ซึ่งไม่อาจจะอยู่เอาตัวรอดเองในสังคมได้เลย ทุกเช้าก็ทำอาหารเช้าให้ Lee Kang ที่จะมานั่งลุ้นตาแป๋ว ทั้งรู้สึกปลื้มที่อีกฝ่ายเก่งขนาดทำกับข้าวได้ และก็ทั้งรู้สึกสลดที่ตัวเองทำอะไรไม่เป็นเลย 

หลังจากนั้น สิ่งที่ Lee Hyun ทำหลังจาก Lee Kang เข้าที่กับสภาพแวดล้อมใหม่แล้วก็คือจับเอสเปอร์ที่เป็นวีรบุรุษสงครามของประเทศมาเรียนหนังสือ ... เพราะว่าต้องไปเข้ากองทัพตั้งแต่ยังไม่จบ ม. ต้น เมื่อต้องกลับมาเรียน ตัว Lee Kang ก็ไม่อยากเรียน แต่เพราะขัดหน้ายิ้มใจดีของไกด์ตัวเองไม่ได้ Lee Kang ก็อ้างโน่นอ้างนี่ไป จนถึงขั้นอ้างว่าอยากได้โต๊ะหนังสือแบบเดียวกับ Lee Hyun ด้วยซ้ำ เพราะรู้ว่าเป็นโต๊ะสั่งทำ ต้องใช้ไม้นำเข้า คิดว่าจะถ่วงเวลาเรียนไปได้สักครึ่งปี แต่เอาเข้าจริง Lee Hyun สั่งโต๊ะให้ แต่ก็บังคับ Lee Kang ให้เรียนหนังสือด้วยโต๊ะที่บ้านไปก่อนอยู่ดี 

อยู่กันไปเรื่อยๆ ตัว Lee Kang ก็ติด Lee Hyun ไปเหมือนกัน เพราะเป็นทั้งไกด์ของตัวเอง และก็เป็นคนที่สองในโลกที่ Lee Kang สนิทด้วยนอกเหนือไปจากหัวหน้าศูนย์วิจัยเอสเปอร์อีกคน เวลา Lee Hyun ไปทำงาน ก็จะนั่งเรียนหนังสือทำแบบฝึกหัดไป และหลายครั้งก็เป็นออกแนวลูกหมานั่งรอเจ้าของกลับบ้าน ที่จะนั่งเหงารอให้อีกคนกลับบ้านมาตอนเย็นเสียที

เรื่องมาจากมุมมอง Lee Kang ที่เล่าเรื่องเป็นหลัก แต่ด้วยความที่เจ้าตัวมีพลังอ่านใจด้วย หลายครั้งถ้าความรู้สึกของ Lee Hyun  รุนแรงมาก ก็จะได้ยินเสียงความคิดของ Lee Hyun มาเป็นครั้งคราว ซึ่งก็มีตั้งแต่เอ็นดู ขบขัน ระอาใจ รวมไปถึงแอบแกล้งหน้านิ่งในช่วงหลังด้วยกัน และถึงแม้ว่าตัว Lee Kang จะไม่เข้าใจนัยที่สั่งผ่านมา แต่สำหรับคนอ่านก็คือชัดมากว่ารู้สึกอย่างไร

ไม่นับการที่พี่ Lee Hyun หว่านเงินบริจาคจำนวนมากและซื้อเครื่องมือทดสอบพลังเอสเปอร์รุ่นล่าสุดแพงสุดให้กับศูนย์วิจัยเอสเปอร์เพื่อเอสเปอร์สุดที่รักตัวเองอีกต่างหาก — โดยที่ทั้งหมด Lee Kang ไม่เคยเข้าใจอะไรเลย แค่คิดไปว่า “เขา” (อย่างที่ Lee Kang เรียกผ่านมุมมองตัวเอง) แสนดีและใจกว้างเหลือเกิน

แต่ที่น่ารักก็คือ มุมมองที่ทุกคนมีต่อ Lee Kang ดีมาก จากที่รัฐบาลพยายามดันเอสเปอร์แถวหน้าให้กลายเป็นภาพลักษณ์ของกองทัพในฐานะวีรบุรุษสงครามที่ช่วยเหลือ/ กอบกู้ประเทศ และระหว่างสัมภาษณ์ Lee Kang ก็ย่องไปช่วยเหลือเด็กที่กำลังจะถูกรถชนอีก ที่สำคัญก็คือเจ้าตัวคิดว่าไปเงียบๆ ไม่มีใครรู้เห็น แต่จริงๆ คืออยู่ในช่วงถ่ายทอด รับรู้กันไปทั้งประเทศ ถึงขั้นที่มีเพจและแฟนคลับคนรัก Lee Kang ขึ้นมา (ซึ่งก็แน่นอนว่าเจ้าตัวไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวใดๆ เลย) และหลังจากนั้น Lee Kang ที่อยู่บ้านเฉยๆ ก็แอบออกไปช่วยทั้งคนและทั้งเอสเปอร์ที่กำลังจะ runaway จนกลายเป็นที่รักของชาวบ้านร้านตลาด โดยที่เจ้าตัวคิดว่าปลอมตัวไปแนบเนียนแล้ว (ซึ่งก็คือทุกคนรู้กันหมด แต่พยายามทำเป็นไม่รู้) 

แต่เพราะความเป็นวีรบุรุษสงคราม กองทัพก็พยายามใช้ประโยชน์จากภาพลักษณ์ที่ดีของเจ้าตัว ทั้งสร้างภาพให้กองทัพ และสร้างความชอบธรรมหน่วยงานเอสเปอร์ที่กำลังจะจัดตั้งใหม่ ฉวยโอกาสเอาเรื่องที่ Lee Kang ไปช่วยคนอื่นมาเป็นว่าเป็นคำสั่งของกองทัพ ซึ่งขณะเดียวกัน Lee Hyun ที่สนใจผลประโยชน์และความต้องการของ Lee Kang ที่สุดก็พยายามหาทางยื่นเรื่องให้เอสเปอร์ตัวเองเกษียณจากกองทัพมาเป็นพลเรือนเต็มร้อยให้ได้ แทนที่จะเป็นกึ่งปลดประจำการ แต่ยังมีหน้าที่ผูกมัดอยู่กับกองทัพอย่างที่เป็น  

และเมื่อดำเนินเรื่องสำเร็จ ก็จัดการให้ Lee Kang มาอยู่ในทีมเลขา/ทำงานตัวเอง 

ชอบที่อีกครั้งที่เลขาอีกคนกำลังสอนงาน ระหว่างนั่งอยู่ในร้านกาแฟ พลังจิตอ่านใจได้ก็ทำให้รู้ว่าคู่รักตรงหน้ามีปัญหา เพราะผู้ชายแต่งงานแล้ว แต่พยายามหลอกเอาเงินจากแฟนอีกคนอยู่ และที่ไม่รับผิดชอบก็คือลูกตัวเองกำลังป่วยหนัก .... Lee Kang ที่ทนไม่ได้ ก็ออกมาพูดความจริง และพอฝ่ายชายออกอาการอาละวาดและคุกคามทั้งตัว Lee Kang และแฟน (ที่เลิกกันทันทีหลังรู้เรื่อง) เจ้าตัวก็ใช้พลังจนผู้ชายผลุนผลันหายออกจากร้านไป และเพราะรู้ว่าตัวผู้ชายยังดักรออยู่ ก็รอเป็นเพื่อนผู้หญิงที่ไม่กล้าอยู่คนเดียวจนกว่าพ่อผู้หญิงจะมารับด้วย — และเหตุการณ์ที่เหมือนจะธรรมดาก็ไม่ธรรมดา เพราะคุณพ่อที่มารับพร้อมกองทัพบอดี้การ์ดเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่เกลียดเอสเปอร์มาก และพอจะให้เงินตอบแทน Lee Kang ก็บอกว่าได้รับของตอบแทนมาแล้ว นั่นก็คือเหล่าเค้กที่ลูกสาวซื้อมาให้ระหว่างนั่งรอด้วยกัน ท่านวุฒิสภานิ่งไปเพราะจานเค้กเต้มโต๊ะ หากกลายเป็นว่าทัศคติที่มีต่อเอสเปอร์กลายเป็นบวกไปหลังจากนั้น 

ตอนต่อมา Lee Hyun ไปหาพ่อตัวเองที่โรงพยาบาลและพา Lee Kang ไปด้วย ซึ่งตัว Lee Kang ก็กลัวและกังวลมากว่าทัศนคติของคนเป็นพ่อที่มีต่อเอสเปอร์ที่ทำให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนตัวเองต้องไปทรมานอยู่ในกองทัพจะเป็นลบ และก็เป็นลบอย่างมากจริงๆ ทั้งกับพ่อและเหล่าคนทำงานของพ่อหลังจาก Lee Hyun แนะนำว่านี่คือเอสเปอร์ของตัวเอง บรรยากาศตึงเครียดกดดัน จนกระทั่ง Lee Kang เผลอใช้พลังเข้า และพ่อที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุดก็เริ่มเห็นข้อดีของการมีเอสเปอร์อยู่ใกล้ตัว กับพอเห็นปฎิสัมพันธ์ของสองคนและท่าทีที่ Lee Kang เป็น ก็เริ่มเลิกมองลบกับ Lee Kang ไป  

แต่เรื่องนี้ต่างจากเรื่องเอสเปอร์ไกด์อื่นๆ ที่เน้นการสู้กับสัตว์ประหลาดทั้งจากเกท หรือดันเจี้ยนใดๆ เพราะเน้นที่การสู้รบกับคนด้วยกันเอง หลังจากที่จบสงครามก็เป็นแนวสู้ทางการเมืองและสังคมด้วยเหมือนกัน ตามชื่อเรื่อง ตามความรู้สึกของ Lee Kang ที่ว่า “สงครามจบแล้ว” แต่จริงๆ ก็ยังไม่จบ หลังประเด็นเอสเปอร์และการจัดการเอสเปอร์กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม มีทั้งคนที่มองว่าเอสเปอร์เป็นสัตว์ประหลาดอันตรายที่ควรจะถูกควบคุม แล้วก็มีทั้งคนที่มองเห็นพลังของเอสเปอร์แล้วอยากเอามาใช้งาน และที่สำคัญ รัฐบาลและกองทัพเองก็ไม่ได้คิดที่จะปล่อยเหล่าเอสเปอร์ไปด้วย โดยที่ไม่มีใครคิดเลยว่าเอสเปอร์ก็เป็นเหยื่อถูกกระทำในช่วงสงครามเหมือนกัน การที่ถูกลากเข้ามามีส่วนร่วมในสงครามก็ทำให้เอสเปอร์จำนวนมากมีอาการ “combat fatigue” ที่สภาพจิตใจเสียหายจากการทำสงคราม และก็ไม่มีคนสนใจที่จะเยียวยาเอสเปอร์เหล่านี้เลย

และมุมมองของบ้าน Lee Kang ก็คือจะทำอย่างไรให้เอสเปอร์ไม่ต้องขึ้นอยู่กับกองทัพ แต่มีอิสระเลือกทางเดินของตัวเอง ขณะที่เป็นที่ยอมรับของสังคมด้วยได้ 

ชอบที่ Lee Kang ใสซื่อเหมือนผ้าขาว ที่ดีใจ เสียใจก็แสดงออกมาชัดเจนเหลือเกิน การที่ใครมาเห็นแล้วจะมองว่านี่คือเอสเปอร์ตัวร้ายก็มีความเป็นไปได้ที่ศูนย์ ไปอยู่กับทีมเลขา อยากทำตัวให้มีประโยชน์จนกระตือรือล้น ขนาดที่ใครถามอะไรก็ลุกขึ้นมาตอบคำถามจริงจัง พอเป็นน้องเล็กในทีม ดูเด็กและดูซื่อ ใครก็อดเอ็นดูไม่ได้ และอดให้ขนมลูกอมไม่ได้เหมือนกัน ขำที่พอได้ขนมมาก็จะคิดในใจว่าทำไมได้ลูกอมอีกแล้ว แต่ก็ฉีกกินตลอดเลยทุกครั้ง ได้หนังสือคู่มือเวิร์ดกลับที่บ้าน มีช็อตโกแลตติดมาก็แกะห่อกินเลยเหมือนกัน (และไม่รู้เลยว่าตัว Lee Hyun หวงตัวเองที่ไปเอาหนังสือคนอื่นมาดูขนาดไหน โพสต์อิทที่แนบมาด้วยถูกโยนทิ้งไปแล้ว แต่เพราะแกะห่อกินเลยช็อตโกแลตก็เลยรอด และเพราะบอกว่าเปิดหนังสือดูแค่ครั้งเดียวก็จำได้แล้ว ไม่จำเป็นที่ Lee Hyun ต้องเสียเงินซื้อหนังสือใหม่อีก หนังสือคู่มือก็เลยรอดถูกโยนลงถังขยะด้วย) หรือพอทีมเลขาของพ่อทดลองว่าใช้โปรแกรมคอมได้ไหม พอเวิร์ดไม่รู้เรื่อง เอ็กเซลใช้ไม่เป็น เจ้าตัวก็สลดโซเซกลับไปหา Lee Hyun เหมือนกัน ทำท่าหดหู่จน Lee Hyun ทั้งขำทั้งเอ็นดู 

เรื่องนี้อ่านได้เรื่อยๆ เหมือน Lee Kang เล่าเรื่องชีวิตประจำวันของตัวเองให้ฟัง และหลายครั้งก็ขัดใจมากเพราะอยากเห็นมุมมองอีกฝ่ายเหลือเกิน โดยเฉพาะเมื่อ Lee Kang คิดทุกอย่างตามมุมมองของตัวเอง โดยที่ไม่ได้สงสัยหรือเข้าถึงใจ Lee Hyun เลย และที่สำคัญก็คือ Lee Hyun มีแนวโน้มเป็น black belly แอบแกล้ง Lee Kang ด้วยความเอ็นดูเป็นระยะๆ ด้วย

กับแปลกจากเรื่องอื่น เพราะส่วนใหญ่แนวตัวเอกที่มีความสามารถในนิยายเกาหลี (อย่างน้อยก็ที่อ่านเจอ) จะเป็นแนวรู้มาก เข้าใจโลก คิดเยอะเหมือนแมวเจ้าเล่ห์เป็นหลัก ขณะที่พระเอกจะเป็นหมาตัวใหญ่เอาใจตัวเอก (แม้ว่าจะเป็นต่อหน้า แต่จริงๆ อาจจะเป็นหมาจิ้งจอกร้ายลึกก็ได้ โดยเฉพาะพวกสายซึน ยัน ดาร์ก) แต่เห็นตัวเอกกับพระเอกสลับบทกันก็สนุกดี (:

ก็หวังให้สงครามจบ และ Lee Kang กับ Lee Hyun ได้ใช้ชีวิตสุขและสงบอย่างเต็มที่ หมดสงครามทุกรูปแบบไปนะคะ!!

ปล. หน้าปกคือสองคนแบบนี้มาก ถ้า Lee Kang เพ่งดีๆ ก็จะพบว่าคุณพี่ไกด์ใจดี (ในสายตาตัวเอง) อย่าง Lee Hyun หน้าตาร้ายเจ้าเล่ห์ขนาดไหน แต่เสียดายที่เจ้าตัวไม่เลยรู้เลย 

--------------

เพิ่ม

290821

ตอน 96

Lee Kangg!! เด๋ออีกแล้วว เลิกครึ่งวัน เลยมาอยู่ที่คาเฟ่หมา แล้วพอ Lee Hyun ถามว่าอยู่ไหน ก็เลย ถ่ายรูปหมาส่งไปให้ดูด้วยความภูมิใจว่าถ้าทางนั้นเห็นรูปหมาน่ารักจะหายเหนื่อยยย แต่ความจริงคือว่า ถ่ายรูปเบลอมากก ตกขอบมากก กลายเป็นก้อนๆ ขาวๆ อะไรไปก็ไม่รู้ คือเจ้าของหมามาเห็นรูปก็อึ้งไป 

.

.

ที่น่ารักคือ Lee Hyun ไม่ปล่อยให้เอสเปอร์ตัวเองรออยู่คนเดียวแน่ ในฐานะเจ้าของบริษัท ยังไม่เลิกก็กลับมาทำกับข้าวให้ Lee Kang ที่บ้านแล้ว (กลับมาถึงก่อน Lee Kang ที่ไปคาเฟ่หมามาแล้วด้วยเถอะ!) 




Tuesday, 9 June 2020

아더사이드 아더월드

아더사이드 아더월드
[Other Side Other World]

สปอยล์แน่นอน เพราะจะกรีดร้องงง กับอ่าน mtl เกาหลี ไม่รับประกันความถูกต้องง



ในโลก esper & guide ที่ esper จะมีพลังพิเศษ แต่พลังที่มีจะทำให้สภาพร่างกายไม่เป็นปกติ หากไม่มี guide คอยใช้พลังของตัวเองคอยสร้างสมดุลให้

เปิดมาที่ตัวเอก Eden Prescott  มาจากสายตระกูล Han ที่ต้นเรื่องกำลังจะเข้าพิธีก้าวไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ แต่ก่อนที่จะเริ่มพิธี หมู่บ้านของตระกูลที่เป็นหมู่บ้านปิดก็ถูกโจมตี และแม่กับผู้อาวุโสในตระกูลก็สละตัวเองเพื่อช่วยให้ Eden หนีไป

Eden มาโผล่ที่ริมทะเลสาบในเมืองชนบท และก็โชคดีว่า Hans เจ้าของร้านขายของชำมาเจอและช่วยไว้ ก่อนที่จะรับ Eden ไปเลี้ยงดูในฐานะหลาน

เหตุการณ์ดำเนินมาเรื่อยๆ โดยที่ Eden อ้างว่าตัวเองสูญเสียความทรงจำเพื่อที่จะได้ไม่ต้องบอกที่มาที่ยากจะบอกได้ให้คนอื่นรับรู้และเข้าใจ และระหว่างนี้เจ้าตัวก็พยายามเข้าเรียนวิชาประวัติศาสตร์ เพราะอยากตอบคำถามให้ตัวเองได้ว่าคนในตระกูลส่งตัวเองมาในโลกอีกมิติ หรือว่าในโลกเดียวกันแต่ต่างเวลากันแน่ เพราะว่าเจ้าตัวไม่สามารถหาร่องรอยของเมืองที่ตัวเองเคยอยู่ได้เลย

เพราะพลังที่แตกต่างกับคนอื่น และที่มาที่บอกใครไม่ได้ ทำให้ Eden มักจะไปคลุกตัวอยู่คนเดียวที่คฤหาสน์ไร้เจ้าของเสมอ และวันหนึ่ง ระหว่างที่ Eden กำลังใช้พลังพูดคุยกับวิญญาณที่อยู่กับตัวเองในสวนของคฤหาสน์ ก็เจอกับ esper ที่พลังแปรปรวน และก็ได้ให้เครื่องรางของตัวเองไปให้ชายแปลกหน้าที่เจอก่อนที่ตัวเองจะหนีออกไป

ต่อมาเมื่อ Eden ไปที่ห้องสมุดของเมือง เพื่อจะยืมหนังสือประวัติศาสตร์มาอ่าน ก็พบว่ามีคนมายืมหนังสือไปหมด และดังนั้น เมื่อเจ้าตัวไปทักท้วงอีกฝ่ายที่กวาดเอาหนังสือไป ก็เจอกับเลขาของ Bliss Moore ชนชั้นสูงและเจ้าของพลัง Esper ที่แกร่งกล้าที่สุดในจักรวรรดิ และก็ได้ปะทะคารมกับ Bliss ที่เดินตามหลังเลขามา

หลังจากนั้น เมื่อ Eden ไปทำงานพิเศษในร้านอาหาร ก็ได้เจอกับ Bliss กับเลขาที่มาเป็นแขกในร้าน และเมื่อ Eden เปลี่ยนงานไปส่งของให้กับคฤหาสน์ก็พบว่า Bliss เป็นเจ้าของใหม่ของคฤหาสน์นั่นเอง
.
.
.

เอาจริง คุณพระคุณเจ้า ย่อมาเป็นอะไรก็ไม่รู้ คือรู้ว่ามัน cliché แต่มันมีความ cliché แบบที่ชอบบ ไม่ใช่ว่าชอบธรรมดา แต่ว่าชอบมาก ถูกตกอย่างงงๆ แบบอ่านตอนเปิดไป 3 ตอน อ่านตอน free tickets ได้อีก 3 และพอเจอ daily pass อีก 2 รวมเป็น 8 ตอน ดิฉันก็ตัดสินใจปาดซื้อที่เหลือเหมือนถูกผีสิงงง

คือพล็อตมันบ้านนนน  esper กับ guide  guide กับ esper หันไปทางไหนก็มีอยู่ทั่วไป แต่องค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่องเนี่ยแหละที่ทำให้เรื่องนี้น่ารักและก็น่าสนใจ

พอเปิดมาที่ Eden กับพี่ Bliss ปะทะกันตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ มันก็เหมือนเป็น enemies turn lovers ประมาณนึง แต่มันเป็นslow build ความสัมพันธ์ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปจนไม่รู้สึกว่ารีบ หรือว่าไม่น่าเชื่อตาม เพราะว่าด้วยความที่คุณพี่ Bliss อยากหาคนมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล และพอดูว่า Eden จะพอมีความรู้อยู่ ก็เลยดึงเอา Eden มาช่วยงาน ด้วยความที่แรงงานค่าจ้างดี คุณน้องปฎิเสธไม่ลงก็เลยรีบมาทำงานให้ เพราะต้องเอาเงินไปเลี้ยงวิญญาณทั้งหลายที่อยู่ด้วย และพอมาทำงานด้วยกัน น้องก็ก่อเรื่องตั้งแต่วันแรก เนื่องจากพอรู้ว่างานเงินดี มันไม่มีอยู่จริง พอจะต้องออกแรงรากเลือกก็เลยเอาวิญญาณที่มีมาช่วย และเหล่าวิญญาณก็ก่อเรื่องทำแชนเดอร์เลียราคา 12 ล้านหล่นลงมา ดังนั้น จากการเป็นเด็กวิเคราะห์ข้อมูลไปกลับ ก็เลยต้องมาอยู่ที่คฤหาสน์ของ Bliss เป็นการถาวรในช่วงนี้ เพื่อทำงานทุกอย่างและช่วยงานทุกคนใช้หนี้

และก็เป็นการบังคับให้ Eden ต้องมีปฎิสัมพันธ์กับ Bliss กลายๆ ตั้งแต่การที่ต้องส่งข้อมูลรายงานให้ Bliss รับรู้ ตีความเอกสารร่วมกัน และด้วยความที่น้องหัวไว หาประเด็นที่ถูกซุกซ่อนไว้เจอ ก็ทำให้ Bliss ลดความระวังตัวและค่อยๆ เปิดใจกับ Eden โดยปริยาย — ชอบที่ Bliss ไม่รู้ตัวว่ากำลังหาข้ออ้างในการเข้าไปคุยกับ Eden ในห้องทำงานอยู่ และพอเดินเข้าไปทำท่าทวงข้อมูลก็เพิ่งนึกออกว่า Eden เพิ่งส่งรายงานมา ส่วนตัว Eden เองก็เริ่มจากลำบากใจที่ถูก Bliss จ้องหน้านิ่งๆ แล้วดุกลับเวลาพูดโต้ตอบกัน ไปเป็นสบายใจที่ได้นั่งอยู่ข้างๆ กัน โดยเฉพาะหลายครั้งที่ Bliss ช่วยตัวเองไว้จาก Enoch เพื่อนของBliss

เอาจริง พี่ Bliss มาพักผ่อนที่เมืองชายเขาก็เพราะว่าเจ้าตัวกำลังมีปัญหาควบคุมพลังอยู่ ด้วยความที่สถานะพลังพี่เขาเป็นขั้น S (อันที่จริง SS แบบไม่บอกใคร และมีพลังสองอย่างที่โลกรู้ว่าแค่อย่างเดียวเหมือนกัน) ก็ทำให้มีอาการเจ็บปวดทางร่างกาย ทั้งปวดหัว นอนไม่เต็มอิ่ม ไปจนถึงชักเป็นระยะๆ โดยที่มีแต่คนสนิท และหมอประจำตัวเท่านั้นที่รู้ แต่เพราะเครื่องรางประหลาดที่ได้มาตอนวันแรกที่มาถึงคฤหาสน์บรรเทาอาการเจ็บปวดได้ เจ้าตัวก็ยึดติดกับเครื่องรางที่ได้มา ถึงขั้นที่ให้หมอตัวเองเอาไปวิเคราะห์เลยด้วยซ้ำว่าคืออะไร มีพลังอะไรซ่อนอยู่ ซึ่งพอ Eden รู้ว่าเครื่องรางตัวเองช่วย Bliss ได้ก็แอบเอาเครื่องรางไปให้ Bliss เป็นระยะๆ และก็ต้องเรียกว่าแอบจริง เพราะใช้วิธีเอาไปซ่อนบ้าง ให้คนอื่นหาเจอบ้าง เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการเชื่อมโยงกับตัวเอง และไม่ให้คนรู้ว่าตัวเองมีพลัง

พอสิ้นสุดช่วงพักร้อน และ Bliss จะกลับไปที่เมืองหลวง เหมือนได้เวลาที่สองคนจะแยกจากกัน แต่เพราะ Eden ตัดสินใจไปเรียนต่อในเมือง ก็เหมือนว่าทั้งคู่จะได้เจอกันอีก

ในเมืองหลวง Eden เจอกับ Scott เพื่อนที่เพิ่งจับคู่เป็น guide กับ Enoch หลังจากที่พลังของ Enoch เสียสมดุลตอนที่ไปกับ Bliss ในชนบท และในงานเลี้ยงของตระกูล ถึงแม้ Enoch เปิดตัว Scott ในฐานะ guide ของตัวเองก็จริง แต่ก็พยายามลาก Eden เข้าไปด้วย เพราะ Enoch คิดว่ากรณีที่พลังปะทุขึ้นมา การที่จะให้พลังกลับมาสงบได้ในทันทีเกินความสามารถของ Scott และสงสัยว่า Eden ที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยอาจเป็น guide ด้วยอีกคน และต้องมีพลังสูงอย่างแน่นอน

ซึ่ง Bliss ก็มาที่งานเลี้ยงด้วย และเหตุผลที่มาที่งานเลี้ยงก็เพราะจะมาเจอ Eden ซึ่งเมื่อเจอว่าน้องกำลังถูก  Enoch ลากเข้าไปในเกมการเมืองของตระกูลด้วย พอสองคนมองหน้ากัน สิ่งแรกที่ Bliss พูดกับทุกคนก็คือมารับ guide ตัวเอง และ Eden ก็พูดขึ้นมาพร้อมกับว่าตัวเองเป็น guide ของ Bliss กรี๊ดด คือว่าชอบมากที่ต่างคนมองตากันแล้วพูดขึ้นมาเวลาเดียวกันนนน

ซึ่งหลังจากนั้น Bliss พา Eden ออกจากงาน และพออยู่ในรถด้วยกัน คำแรกที่ Bliss พูดขึ้นมาก็คือ เครื่องรางของ Eden อยู่ไหน เอามาให้หมด เพราะว่ารู้แล้วว่าคนที่อยู่เบื้องหลังก็คือ Eden แม้ว่าจะยังไม่รู้ว่า Eden ทำเครื่องรางเหล่านี้ได้อย่างไรก็ตาม ชอบบทสนทนาและการโต้ตอบกันช่วงนี้เพราะดูเป็นธรรมชาติและตรงไปตรงมา ดูเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องปรุงแต่ง

และด้วยที่ประกาศออกไปว่า Eden เป็น guide ของตัวเอง Bliss ก็ต้องทำทุกอย่างให้เหมือนจริงขึ้นมา ตั้งแต่เปลี่ยนสถานะความสัมพันธ์ที่คนภายนอกเห็น รวมไปถึงการจัดหาคนมาคอยคุ้มครอง Eden ด้วย ซึ่งตั้งแต่ในงานเลี้ยง ชั้นก็กรี๊ดแล้วกรี๊ดอีก นึกว่าน้องจะบอกความจริงแล้ว แล้วก็เปล่า เมื่อไหร่จะมา คนภายนอกคิดว่า Eden เป็น guide ของ Bliss คนภายในรอบข้าง Bliss ช่วยกันปิดความจริง และ Eden ก็ปิดความจริงกับทุกคน กรี๊ดดดด ฉันอ่านไปก็โหยหวนไป

ระหว่างนี้ Eden ก็ถูกมือสังหารลอบฆ่า แต่ด้วยความที่มีคนจาก Bliss มาคอยคุ้มครอง ก็เลยไม่เป็นไร แต่ว่าทำให้ตัวบอดี้การ์ดและ Bliss สงสัยว่าทำไมตัว Eden ถึงดูคุ้นเคยกับการมีการ์ดรอบตัว ทั้งไม่รู้สึกอึดอัดตั้งแต่ครั้งแรกที่รู้ว่าต้องมีคนคอยดูแล และครั้งหลังที่พอเกิดเรื่องก็วิ่งไปหลบหลังการ์ดได้อัตโนมัติ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนธรรมดาไม่ทำ

เอาล่ะ หลังจากนั้น Bliss จะต้องไปเข้าร่วมสงคราม และด้วยความที่พลังไม่เสถียร และไม่มี guide จริง สิ่งเดียวที่จะช่วยได้คือเครื่องรางของ Eden จริงจังไม่จริงจัง คือพี่เขาเอาถุง lucky bag ทั้งหมดที่ได้มาทำเป็นถุงมือเพื่อช่วยปรับสมดุลให้ตัวเองตั้งแต่อยู่ที่คฤหาสน์แล้ว เมื่อรู้ว่า Eden เป็นเจ้าของเครื่องราง คราวนี้ก็พยายามรีดถุงเครื่องรางทั้งหลายไปให้หมด น่ารักที่  Eden ก็พยายามช่วยด้วยการไปให้คนสนิทของ Bliss ไปแอบเอาเสื้อผ้าเก่าของ Bliss มาทำถุงเครื่องราง และที่ Eden ไม่รู้ก็คือว่า Bliss รู้เรื่อง แทบยังเป็นกึ่งๆ คนเลือกเสื้อผ้าโปรดตัวเองให้ด้วยซ้ำ

เอาจริง ฉันก็กรีดลุ้นมากว่า Eden จะบอกความจริงม้ายย จะบอกความจริงม้ายยย ไปด้วยกันในฐานะ guide พี่ Bliss จะได้ปลอดภัยไง จะได้ปลอดภัยไง ซึ่งก็รอแล้วรอเล่า ไม่มีเกิดจริง ยกเว้นแม้ Bliss จะทิ้งน้องไว้ที่เมืองหลวง แต่สุดท้าย Eden ก็หาวิธีตามไปได้

พอไปรบ การใช้พลัง และโอกาสที่ควบคุมพลังไม่ได้ก็เกิดขึ้นมา และในสถานการณ์ฉุกเฉินที่หมอประจำตัว และเหล่าการ์ดของ Bliss ถกเถียงกันเพื่อหาทางเอาเครื่องรางและอะไรก็ได้ที่มีไปให้ Bliss เพื่อลดความรุนแรงและชะลอการระเบิดของพลัง ก็ทำให้ Eden ตัดสินใจเปิดเผยความจริง ซึ่งกรี๊ดว่า Eden ซ่อนพลังตัวเองไว้ได้เพราะวิญญาณที่อยู่ด้วยคอยกั้นไว้ และเมื่อเปิด การ์ดรอบตัวที่เป็น esper ก็พากันช็อคไป เหลือหมอที่เป็นคนธรรมดาที่ไม่รู้เรื่อง และระยะเทเลพอร์ตที่เป็นปัญหาก็หมดไป เพราะ Eden บอกการ์ดที่เป็นพอร์เตอร์ว่าเคยถูก guide เต็มที่เต็มเหี่ยวอย่างใจต้องการตอนใช้พลังไหม — ทั้งนี้ Eden เป็น multi guide จับคู่เข้ากับ esper คนไหนก็ได้ และพลังสูงมากอย่างที่แค่ใช้พลังไม่ต้องมีปฎิสัมพันธ์ทางร่างกายกันก็ทำให้ esper พลังเต็มเปี่ยมและสมดุลได้แล้ว (เทียบกับ Scott ที่มีพลังอยู่ที่ประมาณ 30% และการ guide ที่ได้ผลต้องทำผ่านการมี sex หนักหน่วง)

และเมื่อพอร์ตไปถึงแนวหน้าสนามรบ ขำที่ Eden เมาเทเลพอร์ตอย่างไรก็ยังเมาอยู่อย่างนั้น และเพราะเจ้าตัวเป็นคุณชายถูกเลี้ยงดูมาแบบไข่ในหิน และบังคับให้จดจำและท่องทฤษฎีทั้งหมด โดยที่ไม่เคยมีภาคปฎิบัติจริง เจ้าตัวก็รนหาวิธีช่วย และท่องท่อง และท่องออกเสียงเพื่อแก้การระเบิดพลังของ esper ว่าต้องเป็นการแลกเปลี่ยนของเหลวทางร่างกาย ได้ตั้งแต่จูบ oral sex .... วนท่องบอกตัวเองไปเรื่อยๆ จนการ์ดรอบตัวอายไปแทน

ขณะเดียวกัน Bliss กำลังจะระเบิดพลังและระเบิดตัวเอง โดยกำลังพยายามควบคุมพลังไว้สุดความสามารถเพื่อให้เหล่าทหารใต้บังคับบัญชา และชาวบ้านอพยพหนีไปก่อน และตอนที่สติลางเลือน ก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงและเห็น Eden เป็นครั้งสุดท้าย ก็คือ Eden พอร์ตมาถึงพี่เขาพอดี และสิ่งที่เจ้าตัวทำก็คือพุ่งตัวไปจูบ Bliss ซึ่งปฎิกิริยาที่พี่ Bliss มีก็คือสลบไป

คือ anti-climax มากกก ลุ้นมากว่าปฎิกิริยาที่มีจะเป็นอย่างไร คิดไปร้อยแปดอย่าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็น ส-ล-บ ฮืออ พี่ Bliss เป็นลมวูบไปแล้วววว ... ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเลย แต่ทั้งนี้เพราะว่าตัว Bliss เกิดปฎิกิริยา guide shock ด้วยความที่ร่างกายกำลังไม่เสถียรรุนแรง และค่าความเข้ากันได้ของทั้งคู่ก็สูงมากเสียด้วย ซึ่งพอลืมตาตื่น และสัมผัสพลังของ Eden พี่ก็เปลี่ยนจากหมาป่าเย็นชามาเป็นหมาบ้านขี้อ้อน คำแรกที่พูดตอนที่กอด Eden ไว้อยู่ก็คือ ขอจูบได้ไหมมม ... เอ่อ พี่คะ!

ซึ่งหลังจากนั้น อาการหมาบ้านชอบอ้อน ชอบนัวเนียก็ออกมา ด้วยความที่ไม่แน่ใจว่า ร่างกายของ Bliss จะมีปฎิกิริยากับพลังของ Eden ขนาดไหน ทีมก็เลยตัดสินใจล่าม Bliss ไว้ก่อน ซึ่งกุญแจมือแข็งแรงขนาดไหนก็ใช้ไม่ได้ ตอนที่ Bliss ทำลายหลุดมาในไม่กี่วินาทีเมื่อรู้ว่า Eden ก็ช่วย guide ลุง Hans ของตัวเองแล้วหึง หรือการสัมผัสร่างกายที่ต้องใช้หมอในทีมช่วยวัดค่าทั้งหลายเพื่อกันไม่ให้พี่ Bliss เกิดอาการ guide shock ไปอีก ขำที่พอล่าม Bliss ไว้อีกคราว แล้วให้ Eden กอด Bliss อีพี่เอามือมากอดตอบไม่ได้ ก็เลยก้มลงมาแทะหู Eden ฮือออ ....หรืออีกตอน พอปู่ตัวเองมา แล้วตัวเองต้องนั่งกับปู่ และ Eden นั่งฝั่งข้างลุง Hans พี่ Bliss ก็ใช้วิธีโน้มตัวมาข้างหน้าโต๊ะ แล้วขอให้ Eden จับมือตัวเองไว้ให้ได้สัมผัสกัน ติดตัวนัวเนียกันขนาดนี้

ชอบที่ Eden ขอโทษที่ปิดบังความจริงไว้ แต่ทุกคนเข้าใจ อย่างที่หมอพูดแทนขึ้นมาว่าถ้าไม่ซ่อนพลังไว้ ไม่มีใครคุ้มครอง ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นอย่างไร และถึงแม้ Eden จะเป็น multi guide แต่ก็ไม่ได้ใช้พลังตัวเองเพื่อสร้างอำนาจอย่างที่ guide ทรงพลังหลายๆ คนทำ ถึงขั้นที่คนในทีมแซว Bliss ว่าถ้าดูแล Eden ไม่ดี ต้องระวังถูกคนอื่นแย่งไปนะ เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นบวก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ guide ที่ลุงตัวเองเคยเจอ ที่ลุงถูก guide ตัวเองสั่งว่า Suck, swallow. หรือว่า multi guide ในเรื่องอีกคนที่ใช้พลังตัวเองเป็นสะพานอำนาจ

กับชอบอารมณ์ที่ Bliss ฟื้นขึ้นมาแล้วคุยเงียบๆ กับ Eden ในตอนกลางคืน พอ Eden เล่าเรื่องวิญญาณทั้งหลายที่คอยคุ้มครองอยู่กับตัวเองให้ฟัง แล้ว Bliss พูดออกมาว่า ตอนนี้วิญญาณทั้งหลายอยู่ด้วยข้างๆ ตัวใช่ไหม แล้วขอบคุณที่คอยดูแลคุ้มครอง Eden มาตลอด ฟังดูน่ารักปนซึ้ง จนกระทั่งมีวิญญาณที่ตื่นเต้นแล้วพูดมาว่าให้ Eden รีบๆ นอนกับ Bliss เลย Bliss จะได้เห็นวิญญาณไปด้วยได้ ไม่ได้นะคะ ...

ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มก็คือเรียบง่ายไปตามธรรมชาติ จุดหนึ่งที่ชัดว่าความสัมพันธ์ค่อยเป็นค่อยไปก็คือ เหล่าวิญญาณถาม Eden เป็นระยะๆ ว่ารู้สึกอย่างไรกับ Bliss ตั้งแต่อยู่ที่คฤหาสน์ ครั้งแรก Eden ปัดเรื่องไปว่าไม่สนใจ ก่อนจะเป็นบอกว่าไม่แน่ใจ และครั้งที่สามก็คือบอกว่าชอบอย่างมั่นใจ และการตัดสินใจเปิดเผยพลังของตัวเองก็เพราะไตร่ตรองมาแล้วว่าเพื่อเป็นการช่วย Bliss จริงๆ ส่วนสำหรับ Bliss เอง การมี Eden เข้ามาในชีวิตก็เปลี่ยนท่าทีไปเลย จากการที่รู้สึกว่าหงุดหงิดขี้โมโหก็ใจเย็นรับฟัง Eden มากขึ้น จากที่ดูถูกและไม่สนใจในตอนแรกก็เปลี่ยนเป็นคอยดูแลในแบบของตน โดยเฉพาะตอนหลังที่พอรับรู้พลังของ Eden แล้วบอกว่า Eden reset โลกรอบตัวเลย จากการที่ทุกอย่างหงุดหงิดน่ารำคาญทั้งแสงที่เข้าตา เสียงที่ได้ยิน กลิ่นที่รับรู้ก็กลายเป็นเรื่องปกติที่รับได้ไป — ชอบที่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ภาคบังคับที่ว่าต้องชอบเพราะอีกฝ่ายคือ guide อีกฝ่ายคือ esper เพราะกลับกัน สองคนเรียนรู้กันในฐานะคนธรรมดา และก็เปิดใจรับอีกฝ่ายเข้ามา ได้รู้จักและเข้าใจกัน ก่อนจะรับรู้สถานะว่าอีกฝ่ายเป็นอย่างไร

ก็นั่นแหละ ตอนนี้อ่านตอนที่ 45+ อยู่ อ่านช้าเพราะว่างกอ่านเรื่องฟรีที่เปิดไปด้วย แถมยังเผลอไปติด Tropical Island อีกเรื่อง ณ ตอนนี้ให้ A+ เพราะชอบพล็อตเรียบง่าย แต่มีการลงรายละเอียดและการปูความสัมพันธ์เล่าเรื่องที่ปราณีต ก็จะพยายามไปอ่านให้ถึง 105+ ให้ได้ในเร็วไว แต่ปัญหาคือเรื่องไหนชอบ จะเขียนรีวิวเครียดจริงจังไม่บ้าบอทุกทีสิน่า!

Friday, 1 May 2020

My Cherry Will Explode in the Apocalypse โดย 醉染轻歌

เอาจริง นี่คือเรื่องที่เปิดไว้ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ตอนตะลุยอ่านสาย apocalypse + zombies มันทุกเรื่อง แต่ไม่ชอบช่วงแรกที่ตรรกะอ่อน ก็เลยปิดไปหลัง 20 ตอนแรก แต่ช่วงนี้ไม่มีอะไรอ่าน เลยขุดมาใหม่

Su Ruizhe ย้อนกลับมาเกิดใหม่ จากที่ถูกทดลองจนตายไปในชาติที่แล้ว อย่างไรก็ดี ดีอยู่บ้างที่พลังพิเศษย้อนกลับมาด้วย และดังนั้น น้องก็ใช้ความสามารถไม้และมิติพิเศษอลังการกันไป 

ตามท้องเรื่องอาศัยอยู่กับตาสองคน มีฐานะยากจน และตอนนี้หลังตาตายไป ครอบครัวป้าก็หวังฮุบค่าเวรคืนบ้านที่ตาให้อีกต่างหาก ไม่นับว่าชาติที่แล้ว ป้าชั่วร้ายขาย Ruizhe ให้สถาบันเอาไปทดลองจนตายด้วย ดังนั้น ชาตินี้ ไม่มีทางที่จะอยู่ร่วมโลกกับครอบครัวป้าแน่นอนนนน ... เป้าหมายชีวิตน้องคือ เอาผักผลไม้ที่อยู่ในมิติพิเศษมาขาย และเอาเงินที่ได้มาซื้อพันธุ์พืช และหมูเห็ดเป็ดไก่ทั้งหลาย เอาไปเลี้ยงในมิติพิเศษเพื่อมีเนื้อกินหลังวันสิ้นโลก 

หลังขายผักผลไม้ไปไม่นาน ก็ได้เจอกับคุณพี่ Zhan Yun ซึ่งเป็นนักเลงใหญ่ประจำถิ่น อันที่จริง พี่เขาเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ และชาติที่แล้ว ก็เป็นกึ่งๆ คนรักกับคุณน้อง แต่เผอิญ น้องยังหลงเชื่อป้าใจร้ายอยู่ ก็เลยทำให้ต้องพลัดพรากกัน ก่อนตัวเองถูกขายให้สถาบันทดลอง 

ไม่ต้องสงสัยเลย ว่าน้องจะอยากไปรีเทิร์นกับอีพี่มาก แต่โถ จะเข้าหาอย่างไร ก็ชาตินี้ยังไม่รู้จักกัน ยิ่งพอน้องเผลอแสดงฝีมือกระทืบกลุ่มโจรกระจอกที่หวังมาชิงทรัพย์ค่าขายผัก อีพี่ที่มาเห็นก็ยิ่งสงสัย แต่นะคะ คู่แล้วไม่แคล้วกัน วันหนึ่ง ขณะที่กำลังส่งผักเสร็จ เห็นคนถูกรุมน้องก็เลยเข้าไปช่วย ซึ่งก็คืออีพี่นี่เองค่าา เกิดอีเวนต์สร้างความรู้สึกดีไม่พอ ความจริงที่เป็นตำรวจนอกเครื่องแบบแตก พี่เขาก็เลยหลบมารักษาตัวที่บ้านน้องค่ะ!

สร้างความรู้สึกดีกันไป ความก็แตกดังโพล๊ะ เมื่อพี่เขามาเห็นน้องเอาอาหารทั้งหลายออกมาจากมิติส่วนตัวดังนั้น น้องคนซื่อก็เลยสารภาพหมดเปลือก ทั้งความสามารถตัวเอง ทั้งเรื่องในอดีต — รู้แบบนี้แล้วพี่เขาก็ไม่รอช้าค่าา พอน้องไปที่ safehouse พิเศษ และเริ่มเก็บตุนข้าวของกับน้องทันที

โลกนี้ คนที่ถูกซอมบี้กัด จะเกิดไวรัสพิเศษในร่างกาย และจะพัฒนาจนมีความสามารถพิเศษได้ ซึ่งคุณพี่ก็ได้ความสามารถในการควบคุมแรงโน้มถ่วงมา พร้อมกับความสามารถกัดกร่อนอีก เป็นความสามารถควบสองตามประสาพระเอก ส่วนคุณเพื่อนที่ Song Chengshu เป็นหมอ ก็ได้ความสามารถในการควบคุมน้ำมา

และระหว่างที่ออกไปหาของเพิ่ม ก็ได้พรรคพวกเพิ่มมาอีกคน นั่นก็คือ Zheng Jiahe หนุ่มน้อยโคตรเนิร์ดที่ได้พลังความแข็งแกร่งทางร่างกายมา และด้วยความบ้าซุปเปอร์ฮีโร่ก็เป็นมันสมองของทีมในการพลิกแพลงและประยุกต์ใช้ความสามารถของคนในทีมด้วย

หลังจากนั้น ก็ได้พรรคพวกเพิ่มมาอีกสาม คู่รัก Wu Jing สาวสวยเซลล์ขาย และ Zhang Shuoliang  หนุ่มเทรนเนอร์ตัวโต ที่ติดอยู่ในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ตอนที่หนุ่มเนิร์ดเสนอแนะให้หาเครื่องปั่นไฟ ซึ่งพอทั้งหมดหนีซอมบี้ไปตึกข้างๆ ก็เจอกับ Yu Dongdong  เด็กน้อยสามขวบที่พ่อแม่กลายเป็นซอมบี้อยู่ในห้อง และเพราะสงสารก็เลยนับหนูน้อยกับแมวดำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในกลุ่มด้วยเลย

ดังนั้น เมื่อสอนวิธีปลุกพลัง ก็ได้พบว่า Wu Jing เปลี่ยนร่างตัวเองเป็นหมอกได้ และ Zhang Shuoliang มีพลังควบคุมดิน และก็ได้เจอกับพรรคพวกเก่าของพระเอก ก็คือตัวพี่ชาย Cheng Qi ที่ได้พลังสายฟ้า และน้องสาว Cheng Jiao ควบคุมลมได้  กลายเป็นครบทีมขึ้นมา ซึ่ง OP ไม่ OP ขนาดไหน คือว่าไปฐานอื่นแล้วพอเจอแบ่งส่วนลงทะเบียนแยกกันระหว่างคนธรรมดากับผู้ที่มีพลัง ทุกคนก็มีพลังหมดเลยจนถึงขั้นที่เจ้าหน้าที่ฐานไม่เชื่อจนมีเรื่องกัน เอาจริง น้องแมวก็ยังมีพลังพิเศษ และก็ใช้พลังพิเศษในเวลาที่คาดไม่ถึง จนขนาดคนในทีมยังตกใจเองเลย


เรื่องนี้ด้วยความที่พี่พระเอกเป็นตำรวจก็เลยมีความรู้สึกที่ดีกับทหาร (หน่วยงานหลักช่วยเหลือประชาชน กวาดล้างซอมบี้ และหาของตามประสาแนว AZ) และคอยช่วยเหลือตำรวจที่เจอเป็นระยะๆ ดังนั้น ก็เลยมีความสนิทสนมกัน ถึงขั้นที่ตัดสินใจมาอยู่ที่ฐาน Wancheng base ด้วย ซึ่งตอนแรกก็เป็นการอยู่อย่างมีประโยชน์ร่วมกัน แต่เพราะเห็นว่าหัวหน้าฐานเป็นคนดี และจริงใจ ไปๆ มาๆ ก็เลยเป็นการอยู่ด้วยกันจริงจัง มีอะไรทั้งสองฝ่ายก็ช่วยกันหรือหาทางแก้ ตอนแรกเป็นแค่ Su Ruizhe ยอมบอกความลับเกี่ยวกับอาวุธพืชของตัวเองที่ฆ่าซอมบี้ได้อย่างประมีสิทธิภาพ ตามชื่อเรื่อง My Cherry Will Explode in the Apocalypse ที่ประยุกต์มาจากแนวคิดเกม Plants VS Zombies ที่ใช้พืชฆ่าซอมบี้ น้องก็เปลี่ยนเชอร์รี่เป็นระเบิด เปลี่ยนถั่วเป็นกระสุนปืน — แต่พออยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ หลังๆ เอาจริง ถึงขั้นที่หัวหน้าฐานมีปัญหาอะไร คือวิ่งมาหากลุ่มนี้ขอให้ช่วยแก้ปัญหาแล้ว

เรื่องนี้ต่างจากเรื่องอื่นที่ทัศนคติของกลุ่ม เพราะปกติแล้ว ถ้าทีม OP มากๆ จะออกมาตั้งตัวเป็นกลุ่มต่างหาก ถึงจะไม่แยกออกมาจากฐาน ก็จะเป็นกลุ่มผู้มีพลังพิเศษที่เป็นเอกเทศทรงอำนาจอยู่ในฐาน ไม่ยุ่งกับอำนาจหรือการเมืองเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้ ทีมเป็นที่ปรึกษาและคนแก้ปัญหาให้กับฐานมากจนถึงขั้นที่แยกไม่ออกว่าฐานกับทีมแปลกแยกกัน และทัศนคติของผู้นำฐานด้วย เพราะแทนที่จะหวาดระแวงอำนาจและความสามารถที่ทีมมี กลับเป็นไว้วางใจให้เป็นที่พึ่งพาของฐานไป เป็นภาพที่คนในฐานก็น่ารักเสมอภาพกันมากด้วย เช่นผู้นำนั่งกินข้าวในโรงอาหารเหมือนกับทุกๆ คน และกลุ่มก็ทักทายคนในฐานอย่างมีไมตรีต่อกัน และมีอะไรก็ไว้ใจบอกให้ทีมรู้หมด

ถ้านอกเหนือจาก Dangerous Survival ก็มีเรื่องนี้แหละที่ fluffy ที่สุดในสาย AZ (เอาจริง DS fluffy เพราะอันอันโอ๋เด็กแหละ ถ้าไม่มีประเด็นนั้นก็ไม่แน่ใจว่าจะละมุนไหมมม แต่ก็นะ อารมณ์ช่วยคนพอๆ กันอันที่จริง) เพราะว่าชอบที่สุดท้ายแล้ว มีเรื่องของการคืนดีกับคนในครอบครัว เพราะตัวพระเอก Zhan Yun และสองพี่น้อง Cheng Qi กับ Cheng Jiao เจอพ่อแม่ตัวเองที่อีกฐาน และเมื่อคืนดีกันได้ ก็พาพ่อแม่ตัวเองมาอยู่ด้วย โดยที่เหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายก็พร่ำบอกว่าอย่าพาไปอยู่ด้วยเลย ตัวเองแก่แล้วจะไปเป็นตัวถ่วง พอมาอยู่ด้วยได้กินอิ่มอยู่อุ่นก็ยังเกรงใจ จนผ่านไปนานกว่าจะเชื่อว่าลูกหลานตัวเองมีความสามารถและเป็นกลุ่ม VIP ของฐานขนาดไหนนั่นแหละ

ชอบอีกอย่างที่เรื่องนี้ค่อนข้างมองบวก ให้ค่าความไว้ใจสูง เพราะตัว Ruizhe เคยถูกทรยศมาก่อน แม้ไม่ได้ปิดความจริงเกี่ยวกับพลังตัวเอง แต่ก็ไม่กล้าบอกความสามารถทั้งหมดให้คนในทีมรับรู้ แต่เพราะตอนที่สู้ศึกใหญ่ แล้ว Ruizhe กับ Zhan Yun ออกไปสู้นอกกำแพงเมืองกันสองคน และตกอยู่ในอันตรายคับขันและคนในทีมต่างกระโดดลงไปช่วยอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังเนี่ยแหละ จนทำให้เชื่อในพวกพ้องและกล้าบอกความจริงและความสามารถที่มีทั้งหมดให้ทีมรู้โดยไม่ปิดปัง กับเพราะไปช่วยคนที่มีความสามารถรักษาโรคมาจากฐานชั่วร้าย และเมื่อพากลับมาที่ฐานตัวเองและฐานไม่ได้กักขังหรือใช้งานอย่างไร้มนุษยธรรม ก็เลยทำให้ Ruizhe บอกความจริงกับฐานเหมือนกัน

เรื่องน่ารักและน้องก็มีพลัง OP เว่อร์ ถึงขั้นที่คนเดียวสามารถใช้มิติพิเศษปลูกข้าวเลี้ยงคนทั้งฐานได้ (แม้ว่าจะลำบากตอนเก็บเกี่ยวที่ทุกคนต้องกลายเป็นแรงงานเถื่อนช่วยกันเกี่ยวข้าวก็ตามที) ถ้าไม่ติดตอนแรกๆ ที่ดำเนินเรื่องเนือยๆ และตรรกะแปลกๆ ก็ถือว่าครึ่งหลังใช้ได้เลย ถึงขั้นที่พออ่านตอนที่ 112 ยังคิดว่าจะจบแล้วเหรอ? ยังอ่านต่อได้อยู่นะอยู่เลย ก็นับเป็น elderly and kid-friendly team น่ารัก ให้ B นะคะ

ปล. อ่านครึ่งหลัง mtl อีกแล้ว เพราะว่าตอนนั้น Eng ยังแปลไม่เยอะ กับถ้าจำไม่ผิด น่าจะอ่านไปตอนเดือนมกรา แล้วก็พิมพ์ค้างไว้ช่วงกุมภา จนเพิ่งมาเจอเนี่ยแหละ // ช่วงนี้อ่านนิยายมากจนเรื่องสลับอีกแล้วว อาจต้องกลับมาเขียนรีวิวไว้จำเองอีก

ปล. เหตุผลนึงที่กลับมาอ่าน เพราะว่าอ่าน The Film Emperor’s Daily Live Cooking Broadcast แล้วชอบความ fluff ด้วยแหละ