Showing posts with label magic. Show all posts
Showing posts with label magic. Show all posts

Wednesday, 28 July 2021

몸가짐을 똑바로! // Get Yourself Together! by 해거름


คนเขียน: 해거름 

แนว: แฟนตาซี, เวทย์มนต์, ย้อนอดีต (พระเอก) 

ความสัมพันธ์: ขุนนาง x พ่อมด

จำนวนตอน: 90 (ยังไม่จบ)

ไม่คิดว่าสนุก เพราะปกเด็กมาก แต่อ่านไปก็สนุกเกินคาด ชอบความ OP ทางเวทย์มนต์ตัวเอก และการเชื่อใจของพระเอก (ที่จริงๆ แล้ว regress  กลับมาและพยายามเปลี่ยนแปลงอดีต)

น่ารักที่ตัวเอกเป็นทาสที่ถูกช่วยไว้ และไปอยู่กับพ่อมด ซึ่งเหล่าพ่อมดระดับสูงก็โอ๋มาก รักมากก แต่ขณะเดียวกันก็ต้องคอยระวังด้วย เพราะว่าบ้าเวทย์มนต์ บ้าประวัติศาสตร์ และมักจะทดลอง หรือเรียนรู้โน่น นี่ นั่นสุดโต่งเสมอ น่ารักที่หัวหน้าพ่อมดสปอยล์ให้ปิ่นเวทย์มนต์ (ซึ่งแพงมาก) ตอนวันเกิด และพ่อมดอีกคนที่เลี้ยงดูก็ให้ขลุ่ยเวทย์มนต์เก่าแก่เหมือนกัน แล้วต่างคนก็ต่างโวยวายว่าอีกคนเอาใจตัวเอกเกินไป เถียงกันเอง ไม่นับสื่อกลางเวทย์มนต์ที่ให้เป็นอัญมณีราคาแพงมากเป็นถุงอีก คือโอ๋กันเข้าไป คือผิดทั้งคู่นั่นเอง

แต่ตอนนี้ความเครียดของเหล่าคุณปู่พ่อมดหอคอย คืออีพี่พระเอกขุนนางระดับ Grand Duke ที่อยู่ดีๆ ก็มาแรงมาก และเหมือนจะพยายามหลอกตัวเอกไป ทำไมต้องระบุให้ตัวเอกไปแก้วงจรเวทย์มนต์ให้ที่คฤหาสน์ ใช้คนอื่นไม่ได้หรือไง แล้วทำไมต้องลากไปไหนมาไหนด้วย


ซึ่งเหล่าคุณปู่ก็ห่วงตัวเอกที่ใสซื่อมาก กลัวว่าจะถูกพระเอกหลอก แต่ว่าพี่พระเอกหลังจากย้อนกลับมาเพื่อตัวเอกมีหรือจะยอมแพ้ ก็ยื้อกันไปมา และพยายามเอาใจตัวเอกสุดโต่งเหมือนกัน มาซ่อมวงจรที พี่แกก็มาต้อนรับจริงจัง หาขนมอร่อยแบบที่หอคอยไม่มีเพื่อหลอกซื้อใจ เอาขนมมาประเหลาะทีละอย่างสองอย่างเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกันนานๆ  

ตอนนี้อ่านตอนที่ 42 ชอบที่เปลี่ยนหาวิธีออกจากกับดักซากอารยธรรมด้วยการบอกให้แก้วงจรเวทย์มนต์ .... ซึ่งแน่นอนว่าทำได้ยากมาก และการเสนความคิดแบบนี้ก็สุดโต่งแล้ว ซึ่งนี่ก็คือความลับของหอคอย ความสามารถเหลือล้นและเกินเหตุ ไม่นับความหมกมุ่นบ้าเรียนของเด็กนี่ทำให้ทุกคนลมจับ หรือหัวใจจะวายได้เสมอ แต่ว่าบอกคนนอกหอคอนเวทย์มนต์ไม่ได้

เรื่องน่ารักเพราะมองโลกบวก และเพราะตัวเอกความสามารถล้นเหลือเนี่ยแหละ (

ปล. เหล่าคุณปู่ไม่รู้ว่าน้องเขาก็มีความลับคลั่งอัศวินเหมือนกันน และดังนั้น ใจน้องก็แล่นตามพี่พระเอกไปนานแล้ว 

เพิ่ม

290721

ตอน 43 

ขำมากที่พอแก้วงจรเวทย์มนต์ให้คน 5 คนออกไปได้พร้อมกัน ก็ต้องมีการอุ้มคนที่ 5 ไป เพราะกลไกเดิมทีที่เหยียบให้ออกไปได้แค่ 4 คน แต่พอโจฮานจะไปให้คุณปู่พ่อมดเอลฟ์อุ้มออกไป อีพี่พระเอกก็รีบถามเหมือนสอนเด็กในห้องว่า อัศวินกับพ่อมดใครแรงเยอะกว่า ... ก็ต้องอัศวิน

แล้วระหว่างพระเอกกับคนสนิท ใครแข็งแรงกว่า ... ก็ต้องพระเอก

แล้วตอนนี้ใครเหนื่อยที่สุด ... ก็ต้องคุณปู่เอลฟ์ที่เพิ่งใช้พลังตัวเองช่วยทุกคน

แล้วอยากให้พ่อมดอีกคนที่โจฮานเกลียดอุ้มออกไปเหรอ .. ไม่อยาก

ดังนั้นด้วยการถามไล่ อีพี่ก็ได้อุ้มโจฮานออกมาสมใจ ท่ามกลางสายตาแหนงหน่ายของทุกคน

ตัดภาพกลับไปที่หอคอย ผู้อาวุโสโดโนแวนกำลังสติหลุด เพราะโจฮานสุดที่รักออกไปกับอีพี่พระเอก (แม้จะไปสำรวจซากอารยธรรรมที่อาจจะอันตรายก็ไม่เครียดเท่าไปกับอีพี่พระเอกสำหรับคุณปู่ โถ)  


เพิ่ม

300721

ตอน 45

มีเจ้าหน้าที่มาแจ้งข่าวที่หอคอย ตอนแรกคิดว่ามาตัดงบ แต่จริงๆ คือแจ้งข่าวจากโทรเลขว่ากลุ่มที่เดินทางไปสำรวจซากอารยธรรมถูกนักฆ่ากับสัตว์ประหลาดโจมตี แม้จะเป็นการรายงานหลังทุกคนปลอดภัยแล้ว แต่ผู้อาวุโสโดโนแวนที่เดิมที่สติหลุดอยู่แล้วก็ยิ่งเครียดจัดว่าแล้วโจฮานเป็นอย่างไรบ้าง? ผลุนผลันจะเทเลพอร์ตไปหาหลานรักทันที แต่พอบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงนะ โจฮานอยู่กับแกรนด์ดยุคตลอด กินนอนห้องเดียวกัน คราวนี้คุณปู่โดโนแวนยิ่งเครียดหนักกว่าเดิมมม ....  หาระยะพิกัดจะเทเลพอร์ตแล้วค่ะ

.

.

ซึ่งจริงๆ แกรนด์ดยุคก็เนียนหาเรื่องอยู่กับโจฮานด้วยเถอะ ความปลอดภัยอะไรกันนน!!

---------

070821

ตอน 63

ชอบที่ดยุคบอกโจฮานว่า ต่อไปอาจจะเกลียดอาจจะผิดหวังกัน แต่ทุกอย่างทำไปก็เพื่อโจฮานทั้งสิ้น (ทั้งนี้เพราะดยุคไม่อยากให้โจฮานลำบากเหมือนครั้งที่แล้วก็เลยพยายามทำทุกอย่างที่ทำได้ เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง นับตั้งแต่บุกทลายการค้าทาสเพื่อช่วยโจฮานออกมาก่อนเวลาในชาติที่แล้ว รวบรวมคนที่มีชื่อเสียง/เก่งที่รู้จักจากชาติที่แล้วมาเพื่อเป็นกองกำลังตัวเอง สร้างแหล่งข่าว และช่องทางการหาเงิน และอื่นๆ) แล้วโจฮานก็บอกไปว่า เข้าใจและจะพยายามแข็งแกร่งกว่าเดิม เก่งกว่าเดิมจะได้อยู่เคียงข้างดยุคได้ เพราะเดิมทีอยู่ที่หอคอย เหล่าผู้อาวุโสพ่อมดโอ๋มาก ความต้องการเรียนเวทย์มนต์ก็เป็นเพราะสนุกอยากรู้ และไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง แต่พอออกมาอยู่ข้างนอก เริ่มเห็นมากขึ้น และเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นก็เริ่มรู้ความสามารถตัวเองขึ้นมา และก็มีแรงกระตุ้นเพราะอยากเก่งขึ้นมาจริงจังด้วย

แต่ทั้งนี้ความสามารถของโจฮานก็อลังการกว่าเหตุอยู่ดี ชาติที่แล้วกว่าจะไปอยู่กับคุณปู่พ่อมดก็ช่วงอายุ 20 แล้ว แต่ชาตินี้ ดยุคช่วยออกมาและให้ไปอยู่กับพ่อมดก่อน ฉะนั้นการศึกษาและความรู้เวทย์มนต์อัดแน่นมาก จนดยุคเองยังคิดไม่ถึงว่าระดับจะไปได้เหนือกว่าช่วงก่อน regress 

แต่คือความบ้าเวทย์มนต์เกินเหตุจริงๆ มีพ่อมดอีกคนมาขอให้ช่วย แต่พอรู้ว่าพ่อมดคนนี้รู้เวทย์มนต์โบราณก็ไม่ปล่อยไปอีกฝ่ายกลัว รัวถามคำถามเป็นชุดไม่หยุดพักอีก 

ปล. เนื่องจากถูกนักฆ่าโจมตี เลยเร่งย่อคาถาได้แล้ว ใช้เวลาประมาณอาทิตย์นึง ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนอื่นต้องเป็นปีจ๊ะ *(:


140821

ตอน 72

มีคนซัมมอนเรียกแฟรี่มา แล้วแฟรี่ก็ปั่นป่วนก่อกวนชาวบ้านในหมู่บ้าน ดังนั้นเงื่อนไขของแฟรี่ก็คือจะต้องให้คู่รักเข้าไปหา ระบุมาเลยว่าเป็น cute bride กับ handsome groom ซึ่งก็คือโจฮานกับท่านดยุค พอไปถึง แฟรีี่อยู่ในร่างกระรอกน่ารักมาก จนโจฮานอดใจไม่ไหวขอเข้าไปลูบ และดังนั้น ท่านดยุคก็หงุดหงิดมากกก แต่ว่าเงื่อนไขของแฟรี่บอกว่าตัวเองเป็นแฟรี่แห่งความรักและขอให้สองคนช่วบจูบกันที ก็ทำให้ท่านดยุคอารมณ์ดีขึ้นมา พอโจฮานอึกอัก ท่านดยุคจอมเนียนก็บอกว่าเราต้องเสียสละเพื่อหมู่บ้านนะ ไม่ง้้นเดี๋ยวคนในหมู่บ้านจะอดตาย ไม่ได้คิดจะบอกเล๊ยว่าจริิงๆ หมู่บ้านนี้ก็มีเงินอยู่ (...)




Wednesday, 8 July 2020

오직 네 죽음만이 나를 (EN)

Been screaming in Twitter and to the world, but that ain’t enough. Me need longgg review! Me need to vent out this obsession! Oh!




*So loaded with spoils and praises! It may seem dense in the beginning, but then sugar overdoses are all in the main plot too! 


오직 네 죽음만이 나를/플로나 
Only Your Death Will Make Me / Flona


[PLAIN SYNOPSIS]

The story starts when the mercenary "Cullen" returns to his mountain home after long absence. Yet, he meets with royal knights and a high priest who travels to see him. Upon the fight, "Lasano" a high priest instead pays respect to Cullen, saying that our mercenary is actually of a royal blood and that he receives from the goddess to take Cullen to the palace.

Cullen himself has no interest for the palace but later changes his mind upon hearing that Cullen’s mother is an emperor’s sister and that the violet eyes that both his mother and Cullen have symbolise the trait of the royal family. 

At the palace, his commoner background makes the nobles ridicule Cullen. But then, he doesn’t plan to come here to claim his royalty, instead Cullen wants to find the truth about his family. This is because when he’s 13, the whole family went down to the village for Cullen’s birthday wish. Then, the village was attacked, and his mother got her eyes dug out. He and his father’s friend were the only two survivors. 

Thus, his life’s goal is to find the culprit and take revenge. 

Nevertheless, at the palace, Cullen also meets one dragon who is bound as the royal’s tool.
….


[BIASED SYNOPSIS]

Well, that’s the main plot. But under such a heavy bulky plot, it is a love story between a dragon and a man. As both his family and later the mercenaries who were his second family were all killed, Cullen himself closed up his heart without letting anyone in. He doesn’t want to be attached as it will just lead to another heartbreak.

But at the palace, seeing the dragon living alone makes him sympathize the dragon too. Whereas royal family members who are told to see the dragon as a tool exploit the dragon’s power while fearing him, our Cullen is gradually drawn to the dragon. This is especially such when he is surrounded with ill-willed nobles who seek to destroy him. Eventually, he decides to make a deal with the dragon … when Cullen’s wish is fulfilled, he will also complete the dragon’s wish.

To make a suspicion-free deal, Cullen asks if the dragon is involved in his mother’s death. This ends in the dragon being furious. Yes, although the dragon looks indifferent, he’s super narrow and self-spoiling. So, the dragon casts the human out of his place. Well, our human feels bad and wants to apologise. But what would make the best gift? The dragon hates the palace and doesn’t want anything from here. In the end, Cullen plans to give a name to a no-name dragon. And without doubt, our dragon loves his newly-given name so much, so much that he asks Cullen to call his name for 15 times! And the worse part is .. seeing this happy dragon makes Cullen’s heart skip a beat! Oh! 

Then, to save his vulnerable heart, it’s better to avoid the dragon, who is called "Kiyen" now. But then, yeah, they are the leads and they need to get close! So, Cullen is fed with aphrodisiac! Screaming! Oh, one noble wants Cullen to spend the night with someone he can control. But our prince doesn’t want that for sure! What to do? Cullen then jumps from his bedroom in the third floor and flees to somewhere safe … which is certainly Kiyen’s place.

Oh, oops, now an error happens. Our human thinks he will take the dragon, but before he knows, he is taken instead! And aww, Kiyen is veryyy fierce in bed tho! Oh oh oh my dear naïve Cullen! 
  
After the long passionate night, Cullen feels super awkward and super shies away from the dragon. He’s so wanting to keep distance from Kiyen now. But hey, there’s another message coming from the goddess to have an emperor-to-be travel and prevent catastrophe in the empire. Although Cullen doesn’t want to take the throne, this solution seems to be better than staying still in the palace with no further clues. The travel can also end seeing Kiyen who causes his heart turbulent sea.

But, but, but! Kiyen also plans for the trip! This cut cannot be made, my dear cullen! Another addition is Lasano the high priest who delivers the goddess’s message. And know what? Those nobles are just trying to send Cullen to death. What is giving 10 knights plus 1 cook in a hard journey for a king-to-be?


Still, this process of preventing disaster and saving all the poor subjects brings out Cullen’s strength again. In the palace, our human may get lost with politics, economics, and royal etiquette, but outside, having long been a mercenary skilled in fighting and hunting evil monsters makes our man super shine! So much that those poor 10 knights cannot be compared! No doubt Cullen becomes the leader and decision maker in the team. But oh, all but the three died, with Cullen responsible for breaking the enemy lines and taking Kiyen and Lasano out. (Poor Cullen, Kiyen is so full of power yet he cannot perform unless Larkan is in danger. And Lasano can only heal as a high priest.)

First destination is Marquis of Exion’s domain with vast salt mines. Here the dead are back to hunt the living, for the revenge of villagers who have long been exploited by their own noble lord and died in the mines. Actually Cullen doesn’t have to do much, but then our darling prince does not to see anyone suffer and without families like himself. So, he struggles hard with all his might, so hard that the new lord and his knights hold him in high regards. 


Indeed, this journey is not just about stopping suffering and injustice nor reviving the dying kingdom, but as time passes, it is also about transforming Cullen himself — from trying to stay detached to the world, he now opens up his mind little by little and take other people in. It is adorable that he doesn’t speak righteousness or virtue, but he feels for others. Cullen doesn’t want to see other suffering "Cullens". 

… just like Lasano (who is not your typical high priest with his sharp, sarcastic and nonsense words) once observes that Cullen is so emperor material!


But oh, the peak of our dear Cullen doesn’t stop here. Apart from just-right emperor material, Cullen is just-right boyfriend/husband material too! He is very ideal as a lover! Although Cullen tries to avoid Kiyen at first, his sympathy and attraction towards the dragon make him care. 

Seeing Kiyen walking around barefoot let Cullen buy a pair of shoes for Kiyen, not to mention kneeling down to put the shoes on himself. What’s more? When our dragon stares with longing at the sea, Cullen just stops the trip and gives time for Kiyen there, and when Kiyen comes out from the sea with sand-coated feet, our human also cleans the dragon’s feet. And I have to stress that this is before, yes, BEFORE he admits his feelings! Aww! 

Initially, Cullen is uncertain if this tangle comes from aphrodisiac curse that makes him feel attachment towards the bed partner. But then, the feelings are more than attraction. He wishes to see Kiyen smile and laugh. He feels happy when Kiyen is happy. He feels sad when Kiyen is sad.  

This means our man concludes that he feels the dragon’s loneliness. And with Kiyen’s immortality, Cullen dares to love the dragon since he can be confident that his beloved won’t die again. So, our human does switch to everything-for-Kiyen, everything-for-my-dragon mode. Where Cullen doesn’t do it to win Kiyen’s heart, but do it to make Kiyen happy. He is just content to have someone he can love. Oh my hearttt ㅠㅠ

But Cullen’s attitude and action makes the Kiyen suspicious. And our prince’s confession causes Kiyen to shun Cullen. Our dragon cannot understand this attraction, especially when dragons and men are different. What if Cullen likes Kiyen because of his human form like other Larkans do? Or if Cullen wants something in return? This skeptical dragon then starts to keep the distance and stay cold. And our poor Cullen is so blue and blue he decides not to bother the dragon with his one-sided feelings any more.

Well, a dragon is a hypocritical creature … he is like a next-door cat that acts indifferent but actually seeks attention. When the sad human stays away, Kiyen himself feels dissatisfied and asks Cullen directly of his absence. (Although part of this is Kiyen suspects the change of heart.) Or when Cullen tries to be formal and distant, Kiyen becomes irritated, no, furiousss.

This is because Kiyen also feels. But as he is betrayed and disappointed for far too many times, the more the other party is good to him, the more he needs to feel suspicious. 

However, Cullen’s on-going attempts finally bear fruits when Kiyen decides to trust a human once more. Here, the dragon’s possessive trait has long set, and now when feelings become clear, it’s even more intense. Kiyen says they can be lovers while Cullen is alive, even the dragon doesn’t love Cullen. But, hey, on the first day of this status-changing, when Ully, a swordswoman who later joins the team, touches Cullen, our dragon simply reacts by pulling Cullen out and ordering Cullen not to let anyone else touch. Hmm.. hmm..

Later, when Cullen smiles, Kiyen tells our human not to smile at anyone else too. And when Cullen is out alone to get water, Kiyen no doubt follows him around. 

Cullen used to be a warm and caring boy brought up in a warm and loving family. But the losses make him aloof and cold, and detached from the world. Then Kiyen destroys the wall Cullen built. And now it’s like a broken dam when Cullen’s feelings return in full swing, and he’s back to the man he was supposed to be. Actually, all the feelings and emotions are back and beyond. Our human now loves with everything and anything. All his reasons and usual calmness are gone whenever Cullen is with his precious dragon. Evidences? Simply the sight of Kiyen delights him. The touch of Kiyen stabilises him.

In a way, this saddens the reader when Cullen’s feelings for Kiyen are rather asymmetric. Because in the end, the greatest wishes of the dragon are to be liberated and find his own kin.


[EVALUATION]

I must say writing the summary and review for 오직 네 죽음만이 나를 is rather difficult. Apart from the fact that I wanna say everything, even minor, minor details, there are many, too many things going on.

This ‘biased’ review (AKA my ranting!) is based on love story aspect. But then it’s possible to write from other perspectives too. 


The story is magical from its high fantasy setting with dragons, a goddess, a myth on the foundation of a royal dynasty, magic blended with the mediaeval European society and much more. The fantasy-formula of starting a journey and roaming around the kingdom is not just getting rid of the evils nor finding hopes for its subjects, but it also is a journey of self-transformation, where all party members start to understand more about themselves and being better persons. As in the end, our crew, may it be Cullen, Kiyen, Lasano, or the later additions like Arne and Ully, are all full of life scars. Yet when they are together, they learn to value and care for those around themselves. They begin to see more than themselves and dare to act for others too. And somehow gathering as one unit mends them when they are somewhat bound as a family, as Arne says “I like us such. The people left alone gathered to become us.”


The story is even more sophisticated with subtle writing style. Instead of stating directly, everything is hinted implicitly between the lines and readers need to decipher the truth from the behaviours of the characters and the narrations of the story by themselves. It is particularly intriguing when each round of reading brings different understanding of the text. Besides, various clues and leaks are given along the lines, many of which seem to be minor yet become significant for the advancing storylines.  


The language itself is exquisitely refined. So in love with such narrative-descriptive pattern with finest details and sweetest intrigues. These all dive readers deep to be engaged with feelings and minds of each and every character in the way we understand their actions and reasoning behind those acts. In such extent we can’t hate villains when witnessing their bad deeds as we see the influences of faith they have. Such empathy is even more true in the last three chapters where all emotions and feelings accumulated reach their peak. Oh yes, we can feel everyone and understand everyone! Dear! 


Equally prominent are twisting plots that make this tale even more enchanting. (Bet no one can predict the baddest villain! When the plot is revealed, this excessive reader can just scream in front of the screen! And doubt if she reads right! Wonder if her eyesight is wrong!) Afterward, the concluding explanation in the end of the first half even solidifies the main story even better. It is so true that every aspect has been perfectly constructed, so perfectly crafted that there is not a single fault.

Just like that. I know I’m far too prejudiced. But oh, IN LOVE, and IN LOVE HARD. Everything is just right, more than right for me! Normally I do read a lot, and I do read all the time. But now can’t read any other stories as I feel so addicted to this tale! I can’t help it! 

오네죽 is simply spell-binding from the beginning, when I first read about the main characters. Oh, I adore clean and capable characters, and it is just Cullen! (Though he starts with a cold and uncaring way) And then there’s also Kiyen the dragon, who seems to be high and aloof, but can then be both a narrow-minded moody cat and a warm caring man (depending on his operating mode! Ha!).  
  
Rate "A++" and "Best of 2020" even though there’s half a year to go. It is “the meaningful and beautiful tale of a man who proves his sincerity to a jaded dragon, and the story behind all.”


[SCREAMINGG!]

My lorddd, I am so waiting for Part 2! I totally understand Kiyen when he can’t go 100% for Cullen because of the set conditions. But, hell, it’s sad to see Cullen sad. Truth is I don’t want to see Kiyen go regret as the tag. He also suffers enough too. BUT I damn want to see the dragon go obsessive, so wildly madly in love that he turns head over heels for Cullen. This alone can make me die in peace! Aww! Chapter 163 (Or restarting at Chap 1 for Part 2) on 13th July, I don’t dare to predict your directions. What I foresee can be all wrong! But please promise me that Kiyen’s obsession will come quick! Quick! And Kiyen, you like Cullen, you value him, but you are one slow dragon with poor EQ! Crying! Slap!

But, oh, Cullen’s life with be plagued by, oops blessed with that big-dragon-turns-sticky-koala for sure! When Kiyen is still unaware of his feelings, the dragon tells Cullen not to let another touch himself, and not to smile at others. This time, this clingy possession will simply go multiplied! But awww, how about Cullen’s reaction? What is it as “new Cullen”? Somehow I also want to see Cullen slows down while Kiyen rushes in. It would be great to see them switch roles. But ohh, on the second thought, I also want to see the constant Cullen. I know I’m crazy! I know I’m greedy! Anything, anyway, anyhow, Cullen, will you love yourself, value your own worth, and not blame yourself? Sniff!  

PS. Wanna bite Kiyen a bit. Hmm, he can appear high and aloof, but this lizard, oops dragon is truly mean! Cullen rises in the early morning to hunt rabbits and cook for the group. The feed tastes indeed bland (if not terrible), but it’s Kiyen who makes the point whether the meat is bad or the cooking is bad. And when Arne re-seasons it, Kiyen states it clear that the problem is with the cook! And this becomes a way to tease/bully Cullen for many times. Another case (among many!) is when Arne praises that with Cullen there is nothing to worry as Cullen can do everything. And then this bad dragon just smiles, saying there’s also a thing that Cullen cannot do. Oh, and that thing he mentions is the story in bed! Meanie, meanie dragon!    

And what else? oh when Kiyen talks dirty in bed, he transforms from the aloof and noble guardian dragon into a kink and pervert lizard, oops a steamy and passionate lover! Well then, there is only one person who makes this out of Kiyan right, Cullen? Also, there is a wicked pattern in the kink parts — Kiyen makes Cullen cry and scream too big every time. But hey bad dragon, I think you are proud of all this right?? You are indeed bad when you make tears rolling streaming on Cullen's face! Badd dragonnn! 


PS. 2 Truth is Cullen is simply “girlfriend material” as well. So wanting to add this above, but it may harm his royal and mighty appearance! Love his sincerity and innocence/naivety when he loves indeed.. although I want to tell Cullen that the more you are naïve and pure, the more that bad dragon wanna bully you! Cullenn! 



[SONGS] 
Songs I can think of when reading are as follows:

[Broken/ Anson Seabra] 
“Feel this song describes the broken state before they meet each other — Cullen is so full of guilt and self-blame when those he loves die, while Kiyen detests his bondage as a tool for the royalty.”

'Cause I've been high and I've been low
I've spent a thousand nights alone, tryna hold on tight
Feelings come but they won't go
Please, won't someone take me home before I lose my mind?

Am I broken? Am I flawed?
Do I deserve a shred of worth or am I just another fake, fucked up lost cause?
And am I human? Or am I something else?
'Cause I'm so scared and there's no one there
To save me from the nightmare that I call myself


[Could It Be I'm Falling in Love/ Worlds Apart]
“When Cullen is so in love, it is just like this. Everything is happiness. Everything is blessing. And he wants to prove himself and never lets Kiyen down. Not to mention their fate together (Right, goddess?)”

Each night I pray there will never come a day
When you up and take your love away
Say you feel the same way too and I wonder what
It is I feel for you

Could it be I'm falling in love
With you, with you with you, with you
I don't need all those things that used to bring me joy
You made me such a happy boy
And honey you'll always be the only one for me
Meeting you was my destiny
You can be sure I will never let you down
When you need me I will be around
And darling you'll always be the only one for me
Heaven made you specially


[Looking Glass/ Before You Exit]
“This is how Cullen’s infatuation goes. He wants to know all about the dragon: Kiyen’s likes, feelings, thoughts, and all!” 

Float away like a drifting ocean
Like you took all the waves
Every day in my mind you're running
And you're keeping the pace
I want to know you best
I want to know you best, tell me

Where you go inside your dreams
What you say when you don't speak, I
Want to know every little thing
About you, about you
Where you go when you're lonely
What you say deep in your sleep, I
Want to know every little thing
About you, about you


[Hue/ Daniel Sid]
“Cullen’s feelings for Kiyen are such! Seeing Kiyen smile already brightens Cullen’s day. Being together makes everything meaningful and wonderful. Those black-and-whites turn colours now.”

When I first saw you
My heart stopped beating when you smiled
Made all my problems disappear for a while
I’ll never forget that first night
It wasn’t perfect but it was ours
I still think about it

Hue, you put the colours in my world
Hue, you make everything okay
It's only you, that does this to me
You make it all so much better
It's not now or never, its forever and ever
I’m yours 


[I Love You Baby, I Love You Doll/ Parekh & Singh]
“Cullen feels sad and blue when they fight. But it can’t change how he feels for Kiyen.”

Tuesday, come gently, I feel a little blue
I used to shine in deep bright red when I was with you
Now everything changed, only, I stayed the same
All my blue skies turned to gray, and all my flowers turned away
You can be serious, and I can be mysterious
Share your feelings everyday, but I'll just smile at you and say

I love you baby, and I love you doll
Times they get tough but my heart won't change at all

It's too hard to stay awake
So I'll just dream away my days
Well, I'm not the kinda guy that you fall in love with
I'm not the kinda guy that you share your heart with

[Dissonance/ Lave]
“Kiyen wants Cullen close — but he also wants Cullen to see their differences and boundaries. At least on dragons and men.” 

Tucked in tightly
You've been fighting
Dissonance
Hold me close
I want you to notice
The dissonance

[Just a Lover/ Hayden James]
“Kiyen may feel it’s just a way to fulfil the contract. But as time passes by, his feelings grow. 

And somewhat he’s unaware of this feeling …”
It could be so simple
I could be so true to you
You were just a lover
In my heart, in my heart
You were temporary
You were just another
You were just a lover
I can't bare for you to leave

[ไม่เคย (Never) / 25hours]
“Somewhat Kiyen’s feelings afterward”

I never knew how much value that important person had
I never knew how much a beautiful day was worth
I never knew how great the time we had together was

오직 네 죽음만이 나를

คือกรีดร้องในทวีตก็แล้ว กรีดอวยกับทุกคนในโลกก็แล้ว ก็ยังอยากอวยอยู่ดี วันนี้ขอมาเป็นรีวิวยาวแล้วค่ะ ฉันไม่ไหวแล้ววว อัดอั้นตันใจอยากกรีดยาวววว

**ระวังสปอยล์ ระวังอวยย! ช่วงแรกอาจฟังดูน่าเบื่อ แต่ช้าก่อนน มันมีความน้ำตาล หวาน มด  อยู่ภายในพล็อตใหญ่!




오직 네 죽음만이 나를/플로나 
Only Your Death Will Make Me / Flona

เริ่มจาก Cullen ทหารรับจ้างที่กลับมาที่บ้านเกิดบนภูเขาหลังจากที่จากไปนาน แต่กลับเจอเหล่าอัศวินและนักบวชที่เดินทางมาหาตัวเอง ระหว่างปะทะกัน Lasano นักบวชกลับทำความเคารพแล้วเรียก Cullen ว่าสายเลือดของราชวงศ์ Larkan ก่อนบอกว่าได้รับสาส์นจากเทพธิดาให้ตามหา Cullen เพื่อพาไปที่วัง

อันที่จริง Cullen ไม่ได้สนใจที่จะไปที่วังเลย หากแต่คำพูดของนักบวช Lasano ทำให้เจ้าตัวเปลี่ยนใจ เพราะบอกว่าแม่ของ Cullen เป็นน้องสาวของจักรพรรดิ และตาสีม่วงอย่างที่แม่และ Cullen มีก็เป็นสัญลักษณ์ของสายเลือดราชวงศ์

เมื่อไปที่วัง การเป็นสามัญชนก็ทำให้เหล่าขุนนางตั้งแง่ใส่ Cullen แต่เจ้าตัวไม่ได้มาที่วังเพื่อที่จะใช้สิทธิความเป็นสายเลือดราชวงศ์ แต่เป็นเพื่อตามหาความจริงเกี่ยวกับครอบครัวต่างหาก — ทั้งนี้ เพราะตอนที่อายุ 13 ปี ครอบครัวที่อยู่ด้วยกันบนเขาลงไปหมู่บ้านข้างล่างตามคำขอวันเกิดของ Cullen และหมู่บ้านถูกโจมตี ทุกคนถูกฆ่า โดยเฉพาะแม่ที่ถูกควักตาออกไป

และดังนั้น เป้าหมายในชีวิตที่มีก็คือ หาผู้ร้าย และล้างแค้นให้ครอบครัว

แต่เมื่อมาถึงวัง ก็ได้เจอกับมังกรที่ถูกพันธะสัญญาทำให้ต้องกลายเป็นเครื่องมือของราชวงศ์
.....


เอาล่ะค่ะ ถ้าจะเล่าพล็อตใหญ่ยักษ์ก็จะได้แบบนี้ แต่จริงๆ แล้วใต้พล็อตเหมือนจะหนัก มันคือเรื่องรักระหว่างมังกรและมนุษย์ค่า คุณขา เพราะว่าครอบครัวถูกฆ่าตาย และต่อมาเหล่าทหารรับจ้างที่เหมือนเป็นครอบครัวที่สองของ Cullen ก็ถูกฆ่าตายอีก ทำให้คุณเขาปิดใจไม่เปิดรับใครเข้ามา เพราะถ้าไม่ผูกพันกับใครก็จะไม่ต้องเสียใจอีก

แต่พอมาถึงที่วังปุ๊บ เห็นมังกรที่ดูเหมือนจะอยู่อย่างเดียวดายแล้ว ความรู้สึกเข้าอกเข้าใจมังกรก็มาเต็มที่ ต่างกับคนในราชวงศ์ที่ถูกเลี้ยงฝังหัวมาแต่เด็กให้มองมังกรเป็นเครื่องมือ ใช้ประโยชน์จากมังกร แต่ขณะเดียวกันก็หวาดกลัวและระแวง และดังนั้นพี่ Cullen ของฉันก็ถูกดึงเข้าไปหามังกรทีละน้อย โดยเฉพาะเมื่อรอบข้างเป็นขุนนางที่ไม่ประสงค์ดีและจ้องหาโอกาสจับผิดทำลายจนทำให้พี่เขาตัดสินใจทำสัญญากับมังกรเพื่อช่วยเหลือกัน โดยที่เมื่อความปรารถนาของ Cullen เป็นจริง ก็จะถึงตาทำให้ความปรารถนาของมังกรเป็นจริงบ้าง

แต่เพราะว่าเพื่อให้การทำสัญญาเป็นไปได้โดยไม่มีความระแวงต่อกัน พี่เขาก็กลั้นใจถามมังกรไปว่าไม่ได้รู้เห็นกับการฆ่าแม่ตัวเองใช่ไหม แล้วอย่างไร มังกรก็โกรธสิคะ เห็นนิ่งๆ เฉยๆ อย่างนี้ก็เถอะ พี่มังกรเป็นแมวเหวี่ยงคิดเล็กคิดน้อย เอาแต่ใจ และใจแคบจะตาย ดังนั้น มังกรก็ไล่คนไป ... คนรู้สึกผิดมาก จะทำอย่างไรเป็นการขอโทษมังกรดี ของอะไรจากในวัง มังกรก็ไม่ต้องการ งั้นก็ตั้งชื่อให้มังกรก็แล้วกันน คิดวนไปวกมา ในที่สุดก็พุ่งไปหามังกรร ข้อเสนอผ่าน มังกรชอบไม่ชอบก็คือว่าให้เรียกชื่อรัวๆ ติดกัน 15 ครั้งเอง คุณพระคุณเจ้าที่ร้ายกว่านั้น ก็คือเห็นมังกรหัวเราะมีความสุขแล้วใจสั่นเนี่ยแหละ 

ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่อหัวใจ ก็ควรที่จะหลบๆ เลี่ยงๆ มังกรซึ่งตอนนี้มีชื่อว่า Kiyen แล้วไปเสีย แต่ว่าพล็อตใกล้ชิดต้องมา และพี่ Cullen ของฉันก็โดนยาปลุกค่า! กรี๊ด นัยยะก็คือว่าขุนนางในวังตั้งใจที่จะให้พี่เขาผูกพันกับคนที่ตัวเองเลือก เพราะว่าน่าจะได้ขึ้นเป็นจักรพรรดินีของ Cullen นั่นแหละ ทำไงดี? พี่เขาก็เลยกระโดดหนีจากชั้นสามออกจากห้องนอนตัวเองแล้วก็กระเซอะกระเซิงไปหาที่ปลอดภัย ซึ่งก็ไม่แคล้วเป็นการไปหา Kiyen มังกรของเรา

แต่ทีนี้ ก็เกิดความผิดพลาดขึ้นเล็กน้อย ตอนแรกคนคิดว่าจะเป็นฝ่ายกดมังกร แต่กว่าจะรู้สึกตัวก็ถูกมังกรกดไปแล้วค่ะ! วี๊ดว๊าย แถม Kiyen ยังกินดุอีกต่างหาก โถ โถ โถ Cullen ที่น่ารักใสซื่อของฉันนน!

ด้วยความที่ไม่เคยผูกพันกับใคร พอมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น คนก็เขินมาก เหวอมาก จนคิดว่าจะเลี่ยงมังกรไปไกลๆ แต่เผอิญมีสาล์นจากเทพธิดามาอีกล็อตพอดี ใจความมีอยู่ว่า คนที่จะขึ้นเป็นกษัตริย์จะต้องออกเดินทางเพื่อป้องกันภัยพิบัติของอาณาจักร จริงๆ  Cullen ก็ไม่ได้อยากปกครองเมือง แต่การออกไปก็ดีกว่าจะอยู่ที่วังต่อไป ไม่มีร่องรอยอะไรให้ตามหาแล้ว พี่เขาก็เลยคิดว่าควรที่จะต้องออกเดินทาง แถมการไปก็คือไม่ต้องเจอ Kiyen อีก ใจที่เป็นทะเลคลั่ง (ใช้คำนี้จริงๆ) ก็คงสงบได้เอง

แต่ว่านะคะ! Kiyen ตัดสินใจไปด้วยค่า! ตัดยังไงก็ตัดไม่ได้เนอะ! แถมยังมีตัวแถมก็คือ Lasano นักบวชที่เป็นคนเชิญสาส์นจากองค์เทพธิดาเจ้าเดิมอีก แล้วคืออีขุนนางทั้งหลาย พวกแกส่งคนไปตายมากนะคะ นี่คือคนที่จะขึ้นเป็นกษัตริย์ต่อ แต่แกส่งทหารอัศวินไปด้วย 10 คนบวกพ่อครัว 1 คนเนี่ยนะ?

แต่กระบวนการขจัดอาเพศเภทภัยและบำบัดทุกข์บำรุงสุขปวงประชานี้ก็ทำให้จุดแข็งพี่ Cullen กลับมาอีกครั้ง อยู่ในวังอาจจะงงๆ กับการเมือง เศรษฐกิจ มารยาททั้งหลาย แต่ด้วยความเป็นทหารรับจ้างที่เชี่ยวด้านการสู้กับสัตว์ประหลาดร้อยแปด คนของเราก็เปล่งประกายสิคะ พีคขนาดอีอัศวินสิบคนในคณะไม่มีใครสู้ได้เลย และเมื่อเกิดเหตุอะไรขึ้นมา พี่เขาก็กลายเป็นคนตัดสินใจอีกต่างหาก แล้วก็คืออัศวิน 10 คนตายเกลี้ยง โดย Cullen เป็นคนบุกฝ่าพา Kiyen กับ Lasano หนีเนี่ยแหละ (ซึ่งสงสารมาก โถ Kiyen มีอำนาจแต่ทำอะไรไม่ได้ ถ้าเชื้อสาย Larkan ไม่ได้ตกอยู่ในอันตราย ส่วน Lasano เป็นนักบวชก็ทำได้แค่ฮีลสิคะ)

จุดหมายแรก อาณาเขตของ Marquis of Exion ที่มีเหมืองเกลือมีผีดิบออกอาละวาดฆ่าคนเป็น ซึ่งปมมาจากความแค้นของเหล่าชาวบ้านที่ถูกขุนนางกดขี่เอาเปรียบโกงแรงงานและตายไปในเหมือง ซึ่งจริงๆ แล้ว Cullen ไม่ต้องทำอะไรมาก แต่เพราะความรู้สึกไม่อยากเห็นใครเดือดร้อน และไร้ครอบครัวเหมือนที่ตัวเองเคยมี ก็ทำให้พี่เขาสู้สุดใจเอาตัวเข้าไปเสี่ยง จนถึงขั้นที่เหล่าอัศวินทั้งหลายหรือแม้แค่ขุนนางของแคว้นเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อ Cullen ไปได้

ซึ่งการเดินทางก็ไม่ใช่แค่การกำจัดความเดือดร้อน บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้คนที่ถูกอำนาจกดขี่ เป็นการเปลี่ยนแปลงอาณาจักรที่กำลังจะตายให้มีความหวัง แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการเปลี่ยนแปลงตัว Cullen เองด้วย — จากการที่พยายามปิดกั้นตัวเองไม่สนใจใคร ก็เป็นการเปิดใจและรับรู้คนอื่นเข้ามา ชอบที่ไม่ใช่เพราะอ้างความดีงาม ความถูกต้อง แต่เพราะเห็นใจไม่อยากให้ใครต้องบ้านแตกแบบตัวเอง ไม่อยากให้เกิด Cullen คนต่อๆ มา

…. อย่างที่ Lasano นักบวชที่พอรู้จักก็ยิ่งเกรียนแตก ปากหมาชอบแทะว่าช่างเป็น emperor material มีคุณสมบัติพร้อมเหมาะกับการเป็นจักรพรรดิเสียจริง 

แต่ความพีคความดีงามสร้างความหวังให้ปวงประชาไม่ได้อยู่แค่นี้นะคะ พี่ Cullen เป็น boyfriend/ husband material มีความพร้อมสมบูรณ์แบบในการเป็นคนรักอย่างรุนแรงงงงง ตอนแรกๆ Cullen ก็พยายามหนี Kiyen อยู่ แต่ด้วยความเห็นใจและแรงดึงดูดที่มีก็อดที่จะใส่ใจมังกรด้วยไม่ได้อยู่ดี ตั้งแต่เห็นมังกรเดินเท้าเปล่าก็อดที่จะซื้อรองเท้ามาให้มังกรไม่ได้ ไม่นับคุกเข่าใส่รองเท้าให้เองด้วย เห็น Kiyen มองทะเลอย่างโหยหา ก็เนียนหยุดเดินทางให้มังกรได้สัมผัสทะเล พอขึ้นมาจากทะเลเห็นเท้าเปื้อนทรายก็เอาผ้าที่เอวมาเช็ดเท้าทำความสะอาดให้อีก แล้วนี่คือก่อน ย้ำว่าก่อนยอมรับว่าใจแล่นกับ Kiyen นะคะ!

เนื่องจากตอนแรก Cullen ก็ก้ำกึ่งว่าเป็นเพราะยาปลุกหรือเปล่า? เพราะมันเป็นกึ่งๆ คำสาปที่ทำให้ต้องผูกพันต้องการอีกฝ่ายที่เคยร่วมเตียงกันต่อเนื่องมาด้วย แต่ว่าความรู้สึกมันมากไปกว่าแค่แรงดึงดูด เพราะอยากเห็นอีกฝ่ายยิ้มหรือหัวเราะ มีความสุข มีความรู้สึกดีด้วยจนอีกฝ่ายทำอะไรก็ใช่ไปหมด ไหนจะเศร้าตามเวลาเห็นมังกรเสียใจ

ในที่สุด ก็เลยสรุปความรู้สึกตัวเองได้ว่าเข้าใจความเหงาที่มังกรมีมาตลอด ประกอบกับการที่รู้ว่ามังกรเป็นอมตะทำให้ Cullen กล้ารัก Kiyen เพราะเชื่อมั่นว่าคนที่ตัวเองรักจะไม่ตายอีกแน่ ดังนั้น คนก็เปลี่ยนโหมดเป็นเอเวอรี่ติงฟอร์ Kiyen เอเวอรี่ติงฟอร์เดอะดราก้อนน ไม่ได้ทำเพราะอยากเอาชนะใจ ไม่ต้องการอะไรใดๆ แต่ทำเพราะอยากให้มังกรมีความสุข มีใครให้ได้รักก็เพียงพอแล้ว โอ๊ยย ใจฉันนน

ถึงขั้นที่มังกรสงสัยว่าทำไมต้องทำดีด้วยขนาดนี้ พอไปตรงๆ ว่าชอบ อยากให้มีความสุข ตอนแรกมังกรก็เลี่ยงคนไปเหมือนกัน เพราะไม่แน่ใจว่าทำไมคนถึงชอบตัวเอง คนกับมังกรต่างกัน เราไปด้วยกันไม่ได้ หรือว่าจะมาเพราะชอบหน้าตาที่อยู่ในรูปลักษณ์มนุษย์อย่างที่ Larkan คนอื่นทำ? หรือต้องการอะไรตอบแทน? ระแวงมาก เลี่ยงมาก เย็นชาใส่ ออกห่างมากจน Cullen สลดแล้วสลดอีกจนตัดสินใจว่าจะไม่ไปวอแวรบกวนมังกรให้รำคาญใจอีกต่อไป

แต่มังกรเป็นสัตว์ปากอย่างใจอย่าง เหมือนแมวข้างบ้านที่ปรายตามองไม่สนใจ แต่จริงๆ อยากให้เข้าไปเล่นด้วย พอคนออกห่างหลายวันเข้า Kiyen เองก็เริ่มไม่พอใจ จนถึงขั้นออกปากมาเองว่าทำไมหายไปหลายวัน (แม้ส่วนหนึ่งจะคิดว่าคนเปลี่ยนไปอย่างที่  Larkan ก่อนหน้าเป็น) หรือพอคนพยายามรักษาช่องว่างระหว่างกัน ทำตัวเหินห่างระมัดระวัง Kiyen ก็หงุดหงิด เอาจริง ถึงขั้นโกรธเลยต่างหาก

เพราะเอาจริง Kiyen เองก็ใจยวบเหมือนกัน แต่ด้วยเกราะป้องกันตัวสูง ด้วยความที่ถูกทรยศ ผิดหวังมาหลายหน ยิ่งอีกฝ่ายดีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งระวังระแวงมากขึ้นเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ในที่สุด การพิสูจน์ตัวเองอย่างต่อเนื่องของ Cullen ก็ส่งผลซะที เพราะมังกรตัดสินใจที่จะเชื่อคนดูสักครั้ง ความรู้สึกเหมือนจะเป็นเจ้าเข้าเจ้าของมีมานานแล้ว ยิ่งคราวนี้ล็อกเป้าหมายแล้ว ก็ยิ่งรุนแรง มังกรบอกว่ามาเป็นคนรักกัน จะได้ให้สถานะระหว่างกันชัดเจน แม้จะไม่ได้รัก Cullen ก็เถอะ แต่ Kiyen คะ วันแรกที่เปลี่ยนสถานะ พอ Ully นักดาบหญิงอีกคนที่เข้ามาอยู่กับคณะภายหลังแตะตัว Cullen มังกรฉันก็รีบดึง Cullen ออก แล้วบอกว่าอย่าให้ใครอื่นสัมผัสตัว Cullen เนี่ยนะคะ? ไม่นับว่าหลังๆ ที่พอ Cullen ยิ้มหัวเราะแล้วมังกรหงุดหงิดว่าอย่าไปยิ้มหรือหัวเราะกับคนอื่นอีก หรือแม้กระทั่งคนออกจากแคมป์ไปตักน้ำคนเดียว แล้วต้องเดินตามไปอยู่ด้วยนะคะ?

ตอนเด็ก Cullen โตมาในบ้านที่อบอุ่น และเจ้าตัวก็เป็นเด็กที่อบอุ่นอ่อนโยนด้วย แต่เพราะความสูญเสียที่เจอทำให้ต้องเย็นชา ไม่มีความรู้สึกกับอะไรในโลก แต่พอมาเจอ Kiyen เท่านั้นแหละ คือเป็นเขื่อนแตก กลับมาเป็นคนที่ควรจะเป็นในอดีต เพราะอารมณ์ความรู้สึกทั้งหลายมาเต็มที่จริงจัง รักแบบทุ่มลงไปเกินร้อยจริงๆ ความมีเหตุผลสุขุมทั้งหลายหายไปเมื่ออยู่กับมังกร อินเลิฟไม่อินเลิฟก็คือ ได้เห็น Kiyen ก็มีความสุข ได้มองก็สบายใจ

ก็เลยเศร้าแทน Cullen ที่ความรู้สึกที่มีต่อ Kiyen ไม่ได้อยู่บนความสมดุลทั้งสองฝ่าย เพราะสุดท้ายแล้ว ความปรารถนาของมังกรที่มีมาตลอดซึ่งก็คือ การได้เป็นอิสระกับตามหามังกรตัวอื่น ก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับ Kiyen อยู่ดี 

เรื่องนี้เขียนย่อยากมาก เขียนรีวิวยากมากก เพราะว่ารายละเอียดเล็กน้อยเยอะไปหมด นี่คือเขียนด้วยมุมมองความเป็นนิยายรัก

แต่ว่าถ้าจะเขียนประเด็นอื่นก็ได้อีก ชอบตั้งแต่ setting ความเป็น high fantasy ที่มีมังกร เทพธิดา หรือการอิงตำนานการเกิดของราชวงศ์ การใช้เวทย์มนต์ผสานกับสังคมยุโรปกลางแล้ว การเดินทางตามแบบฉบับแฟนตาซีที่รอนแรมไปทั่วอาณาจักรไม่ใช่แค่การออกกำจัดเภทภัยที่มี หรือการให้ความหวังกับประชาชน แต่เป็นการเดินทางเพื่อรู้จักตัวเองและเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วย เป็น journey of self-transformation ที่ทุกคนในคณะเดินทางเข้าใจตัวเอง และขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ดีขึ้น เพราะสุดท้ายแล้ว ในคณะเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น Cullen Kiyen Lasano หรือแม้แต่คนที่เพิ่มมาทีหลังอย่าง Arne และ Ully ต่างก็มีบาดแผลในชีวิตทั้งสิ้น แต่เมื่อมาอยู่ด้วยกัน ก็เริ่มที่ให้คุณค่าคนรอบข้าง และห่วงใยคนอื่นเป็น เริ่มตั้งแต่คนในคณะไปจนถึงชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อน เป็นการมองที่กว้างไปกว่าแค่ตัวเอง และกล้าที่จะทำเพื่อคนอื่น ชอบที่มาอยู่ด้วยกันกลายเป็นครอบครัวและเยียวยากันและกัน อย่างที่ Arne บอก "I like us such. The people left alone gathered to become us."

ยิ่งพอบวกกับการเขียนแบบเป็นนัยซ่อนให้คนอ่านต้องตีความต่อแทนที่จะบอกตรงๆ ก็ยิ่งลึกซึ้ง สนุกถึงขั้นที่การอ่านซ้ำไปแต่ละรอบทำให้การตีความเข้าใจต่างกันไปอีก โดยเฉพาะเมื่อคนเขียนไม่ได้บรรยายออกมาโดยตรง แต่ให้คนอ่านสังเกตจากพฤติกรรมของตัวละคร และการบรรยายเล่าเรื่องเอง ทั้งนี้ ไม่นับการซ่อนรายละเอียดใบ้แทรกไว้ในเนื้อเรื่องอีก หลายเรื่องเหมือนจะตื้นเขินไม่มีนัยยะอะไร แต่เป็นคำบอกใบ้ที่สำคัญสำหรับเนื้อเรื่องข้างหน้าทั้งสิ้น

ภาษาก็ละเมียด ชอบการบรรยายพรรณาเห็นภาพกึ่งเล่ากึ่งเพ้อฝัน ลงรายละเอียดเยอะ ให้คนอ่านดำดิ่งตาม เป็นการเขียนที่เปิดให้คนอ่านเข้าถึงความรู้สึกและจิตใจตัวละครจนถึงขั้นเข้าใจการกระทำและเหตุผลเบื้องหลัง ถึงขั้นที่เห็นตัวร้ายทำเรื่องเลวร้ายก็เกลียดไม่ลง เพราะเห็นอิทธิพลของความเชื่อที่ตัวละครมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามบทหลังสุด คือค่อยๆ ปูมาจนอารมณ์ประทุ เห็นความรู้สึกทุกคน แล้วก็เข้าใจทุกคน โอยย...

และที่สำคัญ พล็อตที่เดาทางไม่ได้ก็ยิ่งทำให้เรื่องน่าติดตาม (รับรองว่าไม่มีใครเดาตัวร้ายสุดท้ายไปในทิศทางนี้แน่นอนน เฉลยตัวร้ายออกมาคือกรี๊ดดคนเดียวอยู่หน้าคอม คุณพระคุณเจ้าฉันอ่านถูกไหม สายตาฉันมีปัญหาหรือเปล่า) แล้วยิ่งมาเจอการอธิบายตอนจบช่วงแรกก็ยิ่งทำให้โครงเรื่องแข็งกว่าเดิม เงื่อนไขรายละเอียดทุกอย่างมีที่มาที่ไปมากจนอยากจะกราบคนเขียน ฮืออ ผูกมาจนแย้งหาที่ติงอะไรไม่ได้เลยย

ไม่รู้ล่ะ ก็คืออิน คือถูกจริตต กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ดดด ปกติเป็นคนอ่านนิยายเยอะมาก มาก มาก อ่านมันตลอดเวลา แต่คือตอนนี้อ่านเรื่องไหนไม่ได้เลย ติดมากกก ไม่ไหวแล้ววว เปิดประเด็นมาเจอบุคลิกตัวละครฉันก็แพ้ทางไปไหนไม่ได้แล้ว ก็คือชอบ clean and capable character แล้วนี่คือ Cullen ทั้งสิ้น แม้ตอนแรกจะเปิดมา cold and uncaring ก็เถอะ ไหนจะมีพี่มังกร Kiyen ที่เหมือนจะไม่สนใจโลกแต่จริงๆ แล้วเป็นได้ทั้งแมวเหวี่ยงคิดเล็กคิดน้อย และผู้ชายอบอุ่นใส่ใจ (แล้วแต่โหมดไหนทำงาน)

ให้ A++ และตำแหน่ง BEST of 2020 เลยไม่ต้องรอสิ้นปี เป็น “The meaningful and beautiful tale of a man who proves his sincerity to a jaded dragon, and the story behind all.” 

คือรอตอนส่วนหลังมากก ไม่ไหวแล้ววว เข้าใจ Kiyen ที่เปิดใจร้อยให้ Cullen ไม่ได้ เพราะเงื่อนไขที่มี เศร้าที่เห็น Cullen เศร้า เอาจริงไม่อยากเห็น Kiyen สำนึกผิดตาม tag แต่อยากเห็นอินเลิฟจัดๆ แบบคลั่งได้เพราะ Cullen บ้าง แล้วฉันจะนอนตายตาหลับบบ — แต่โอยย ตอนที่ 163 (หรือเริ่มใหม่เป็นตอนที่ 1 ของส่วนที่ 2 นะ) ของวันที่ 13 คะ ฉันไม่รู้ทิศทางและไม่กล้าคาดเดาใดๆ เลย ร้อยอย่างที่เล็งไว้น่าจะผิดหมดแน่ แต่ขอความ obsessive ของ Kiyen หมกมุ่นช่วยมาด่วนนน! พี่ก็รักเขา หลงเขา แต่พี่เป็นมังกรความรู้สึกช้า พี่ซึน พี่ EQ ต่ำ ฮืออ

แต่สาธุ ชีวิต Cullen ถูกมังกรยักษ์เกาะเป็นหมีโคอาล่าแน่ นี่คือขนาดยังไม่รู้ใจตัวเองยังบอกห้ามให้คนอื่นแตะตัว Cullen ไหนจะไม่ชอบให้ยิ้มให้คนอื่นอีก คิดว่าได้รอดูความ clingy ยกกำลังแน่นอนนนน — แต่อ้ายยยย แล้ว reaction Cullen ล่ะ การเป็น "new Cullen" หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร? อยากเห็น Cullen slows down แต่ Kiyen rushes in บ้างงง สลับกันบ้างก็ดีนะ แต่โอ๊ยย อีกใจก็อยากเห็น Cullen constant นี่นา คือฉันเป็นบ้า ฉันโลภ! แต่ทั้งนี้อะไรก็ได้ Cullen รักตัวเอง เห็นคุณค่าตัวเองทีเถอะนะ เลิกโทษตัวเองได้แล้วว ฮือออ

ปล. แอบเม้าท์ Kiyen หน้านิ่งแต่เป็นว่าร้ายยย โถ Cullen อุตส่าห์ตื่นแต่ไก่โห่ไปจับกระต่ายมาทำอาหารเลี้ยงคณะ ก็รู้ว่ามันไม่อร่อย แต่ Kiyen ก็ยังเอามาเป็นประเด็นกลางวงว่าปัญหาอยู่ที่เนื้อ หรือที่วิธีปรุงนะ พอ Arne เอาไปปรุงให้ใหม่ ก็สรุปชัดเจนว่าอยู่ที่คนปรุงสินะ แล้วก็กลายมาเป็นประเด็นแกล้ง Cullen อีกหลายต่อหลายครั้ง หรืออีกเรื่อง พอ Arne ชื่นชมว่ามี Cullen อยู่ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะ Cullen ทำได้ทุกอย่าง พี่มังกรก็ยิ้มน้อยๆ บอกว่ามีเรื่องที่ Cullen ทำไม่ได้อยู่นะ แล้วคือเรื่องที่ยิ้มกริ่มบอกใครไม่ได้ก็คือเรื่องเวลาที่อยู่ด้วยกันสองคนนะคะ!

ปล. 2 เอาจริง Cullen ก็ girlfriend material ด้วยเถอะ อยากจะพิมพ์ไปตั้งแต่ข้างบน แต่กลัวทำร้ายภาพพจน์ ชอบความตรงไปตรงมา แล้วก็ "ซื่อ" เกินไปเวลาถูกมังกรแกล้งมากก ยิ่งซื่อมังกรก็ยิ่งแกล้งน้าาา Cullennnnn! กี๊ดดด!

เพลงที่คิดถึงตอนอ่านก็คือ Broken/ Anson Seabra บอกสภาพพังทลายของทั้ง Cullen และ Kiyen ก่อนมีอีกฝ่าย Cullen รู้สึกผิดและกล่าวโทษตัวเองที่คนรอบข้างตาย ขณะที่ Kiyen ก็เกลียดสภาพที่ถูกรั้งเอาไว้เป็นแค่เครื่องมือ
'Cause I've been high and I've been low
I've spent a thousand nights alone, tryna hold on tight
Feelings come but they won't go
Please, won't someone take me home before I lose my mind?

Am I broken? Am I flawed?
Do I deserve a shred of worth or am I just another fake, fucked up lost cause?
And am I human? Or am I something else?
'Cause I'm so scared and there's no one there
To save me from the nightmare that I call myself

ช่วงตอน Cullen in love คิดถึง Could It Be I'm Falling in Love/ Worlds Apart คือแบบโถ Cullen มาแบบนี้จริงๆ เห็นก็มีความสุข ชีวิตนี้ไม่วันทำให้ Kiyen ผิดหวัง ไม่นับว่าการที่ได้เจอกันเป็นโชคชะตาอีก (ใช่ไหมคะ ท่านเทพธิดา)
Each night I pray there will never come a day
When you up and take your love away
Say you feel the same way too and I wonder what
It is I feel for you

Could it be I'm falling in love
With you, with you with you, with you
I don't need all those things that used to bring me joy
You made me such a happy boy
And honey you'll always be the only one for me
Meeting you was my destiny
You can be sure I will never let you down
When you need me I will be around
And darling you'll always be the only one for me
Heaven made you specially

Looking Glass/ Before You Exit ก็คือความหลงใหล ความหมกมุ่นที่ Cullen มีเนอะ อยากจะรู้ว่าชอบอะไร รู้สึกอย่างไร คิดแบบไหน อะไรก็ได้ อยากรู้จักให้มากที่สุด
Float away like a drifting ocean
Like you took all the waves
Every day in my mind you're running
And you're keeping the pace
I want to know you best
I want to know you best, tell me

Where you go inside your dreams
What you say when you don't speak, I
Want to know every little thing
About you, about you
Where you go when you're lonely
What you say deep in your sleep, I
Want to know every little thing
About you, about you

Hue/ Daniel Sid ความอินเลิฟของ Cullen ฉันก็เป็นแบบนี้จริงๆ เนอะ เห็น Kiyen ยิ้มก็ใจแล่นไปแล้ว แถมอยู่ด้วยกันยังรู้สึกว่าทุกอย่างรอบตัวสวยงามดีงามอีกต่างหาก ทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นมาเลย จากที่เคยหม่นหมองขาวดำก็กลับมาเห็นสีอีกครั้ง
When i first saw you
My heart stopped beating when you smiled
Made all my problems disappear for a while
I’ll never forget that first night
It wasn’t perfect but it was ours
I still think about it

Hue, you put the colours in my world
Hue, you make everything okay
It's only you, that does this to me
You make it all so much better
It's not now or never, its forever and ever
I’m yours


I Love You Baby, I Love You Doll/ Parekh & Singh ความรู้สึกของ Cullen ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน โลกหมองหม่น แต่ก็ยังอดรักไม่ได้อยู่ดี
Tuesday, come gently, I feel a little blue
I used to shine in deep bright red when I was with you
Now everything changed, only, I stayed the same
All my blue skies turned to gray, and all my flowers turned away
You can be serious, and I can be mysterious
Share your feelings everyday, but I'll just smile at you and say

I love you baby, and I love you doll
Times they get tough but my heart won't change at all

It's too hard to stay awake
So I'll just dream away my days
Well, I'm not the kinda guy that you fall in love with
I'm not the kinda guy that you share your heart with

Dissonance/ Lave เพราะ Kiyen อยากให้ Cullen อยู่ใกล้ แต่ก็อยากให้ Cullen เข้าใจขอบเขตและความแตกต่างระหว่างกัน อย่างน้อยก็ความเป็นมังกรกับมนุษย์
Tucked in tightly
You've been fighting
Dissonance
Hold me close
I want you to notice
The dissonance

Just a Lover/ Hayden James ความรู้สึกของ Kiyen หลังจากนั้น เอาจริง ถึงจะบอกว่าเป็นแค่คนรักตามสถานะ แต่ความรู้สึกก็ลงลึกไปกว่านั้น แต่ว่ายังไม่รู้สึกตัวตามประสามังกรซึนเนาะ
It could be so simple
I could be so true to you
You were just a lover
In my heart, in my heart
You were temporary
You were just another
You were just a lover
I can't bare for you to leave

ไม่เคย / 25hours มีเพลงไทยมาหนึ่งเพลง นี่คือความรู้สึกของ Kiyen ท้ายบท 162 เนอะ 
ฉันไม่เคยรู้คนที่สำคัญนั้นมีค่าแค่ไหน
ฉันไม่เคยรู้วันที่สวยงามนั้นมีค่าเท่าไร
ไม่เคยรู้เวลาที่เรามีกันนั้นดีเท่าไร

Friday, 19 July 2019

Dangerous Survival in the Apocalypse

-ระวังสปอยส์นะคะ มันโผล่มาตามประสา-

นี่คือเรื่องแนววันสิ้นโลก + ซอมบี้ที่ชอบที่สุดตอนนี้ มากกว่า Thrive In Catastrophe กับ The Reborn Otaku’s Code of Practice for the Apocalypse อีก

เปิดฉากมาด้วย Shen Shian ตัวเอกฟื้นจากอุบัติเหตุในโรงพยาบาล และก็พบว่าเลือดตัวเองทำปฎิกริยากับประคำที่ข้อมือ ทำให้เปิดช่องว่างมิติได้ ซึ่งก็เหมือนสูตรสำเร็จเรื่องอื่นๆ ที่จะมีบ่อน้ำวิเศษ บ้านพัก และพื้นที่เพาะปลูกอยู่แล้ว ระหว่างนี้เมื่อกลับไปใช้ชีวิตตามปกติก็จับพลัดจับพลูเก็บลูกหมามาเลี้ยงได้

ชีวิตดำเนินไปเรื่อยๆ ระหว่างคนหนึ่งคนกับลูกหมาหนึ่งตัว ... ซึ่งก็ไม่ใช่ลูกหมาซะทีเดียว เพราะเขาคือพระเอกกกก!

คุณพี่พระเอกบังเอิญโผล่หลงมาที่มิติมนุษย์จ๊ะ ด้วยความที่บาดเจ็บก็เลยอยู่ในร่างลูกหมา สติปัญญา ความฉลาด และการรับรู้ก็ถูกจำกัดเอาไว้เสียด้วยย แต่ด้วยสัญชาตญาณได้กลิ่นน้ำพุก็พยายามเข้าหา Shian ซึ่งก็เลยทำให้เจ้าตัวคิดไปว่าหมาน้อยติดตัวเองตามประสาลูกสัตว์ เป็นการอยู่อย่างปรับตัวเข้าหากัน จนกระทั่งลูกหมาได้เข้าไปในมิติพิเศษแล้วก็ไปแช่น้ำในบ่อน้ำจนกลายเป็นลูกคนนั่นแหละ ทำให้ตัวเอกของเราเริ่มไม่แน่ใจในประสิทธิภาพและขอบเขตความเป็นไปได้ของบ่อน้ำวิเศษตัวเอง

ระหว่างนี้ โรคหวัดก็แพร่ระบาดไปทั่วเมือง แต่เพราะคุณพี่ Shian ทำอาหารจากน้ำในบ่อและมะเขือเทศที่ปลูกในช่องมิติตัวเอง เหล่าคนรอบตัวก็เลยไม่มีใครเป็นอะไร คนเป็นหวัดมากขึ้นและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งระหว่างที่อยู่ในคาบเรียน (ใช่แล้วว Shian หล่อและหน้าตาดี เอ๊ยย หล่อและฉลาดมาก พี่เขาเรียนหมออยู่) ก็ได้ยินเสียงวุ่นวายจากด้านนอก และก็กลายเป็นว่า คนที่เป็นหวัดทั้งหมดได้กลายเป็นซอมบี้ไปหมดแล้วว ไวรัสหวัดก็คือไวรัสเชื้อซอมบี้

ความเรื่อยๆ เอื่อยๆ ก็ดำเนินมาถึงตอนนี้ เผอิญว่า Shian ได้บอดี้การ์ดมาจากพ่อหลังเกิดเรื่อง ก็เลยได้บอดี้การ์ดเป็นคนกำหนดแผนการและพาทุกคนหนีไปตั้งหลักที่ด้านอ่างเก็บน้ำของมหาวิทยาลัยก็เป็นจุดเริ่มของความระทึกขวัญ เพราะทุกคนต้องคอยระวังตัว และก็ต้องเริ่มฆ่าซอมบี้ที่เพิ่งกลายร่างมา เป็นครั้งแรกที่อ่านฉากต้องลงมือกับซอมบี้แล้วเครียดตาม อารมณ์เหมือนจริง แล้วก็เหมือนต้องตัดสินใจไปด้วยมาก

หลังจากนั้น Shian ก็ตัดสินใจเดินทางไปปักกิ่งกับ Shen Xun ที่อยู่ในร่างเด็กน้อย เพื่อจะไปหาพ่อตัวเอง ฟังดูเหมือนจะลำบาก แต่ว่าช่องว่างมิติของ Shian ความสามารถล้นเหลือมาก เก็บไปได้ทุกอย่าง ประกอบกับอาหารที่มีอยู่ในบ้าน (Shen Xun เพิ่งขอเนื้อกองเท่าบ้าน -ความหมายตามนั้นจริงๆ- จากพ่อของ Shian มา) และรถทหารพิเศษที่ได้มาจากพ่อหลังเกิดอุบัติเหตุ ก็แทบจะทำให้เจ้าตัวไร้เทียมทานแล้ว ไม่นับว่าได้ฝึกวิชาที่อยู่ในมิติพิเศษมาอีก

ช่วงผจญภัยตอนนี้ ด้วยความที่ Shian เก่งมาก ความสามารถรอบด้านสูง นอกเหนือจะช่วยคนระหว่างทางไปเรื่อยๆ ไปเจอใคร ฐานไหน เขาก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีอีกต่างหาก ขำที่พอไปสังเกตการณ์และตามข่าวในฐานทหาร และออกไปช่วยฆ่าซอมบี้กับกลุ่ม ด้วยความที่เก่งมาก ถึงขั้นที่หัวหน้ากลุ่มเชิญมาดูแผนที่ และปรึกษาหารือด้วยซ้ำ

แต่จุดเด่นในเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ความโลดโผนในการรับมือกับเหล่าซอมบี้ หากเป็นการรับมือกับใจมนุษย์ ตั้งแต่ที่หลบภัยที่แรกที่ Shian ไปเจอ คนก็เลวร้าย และอำมหิตกว่าซอมบี้แล้ว มีทั้งพวกที่คิดใช้คนอื่นเป็นเหยื่อล่อ และเหยียบย่ำคนอื่นให้ตัวเองรอด หรือแม้กระทั่งเป็นใหญ่ และก็เป็นการวัดใจและวัดไหวพริบความชาญฉลาดของ Shian ว่าจะเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขับจากคนได้อย่างไร โดยเฉพาะปมที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือจากพ่อ

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลก็เป็นสิ่งที่น่ารักที่สุดอย่างหนึ่งในเรื่อง และส่วนตัวก็เป็นสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้เด่นมากจากเรื่องวันสิ้นโลก + ซอมบี้อื่นๆ ด้วย ทั้งนี้ เพราะความที่ Shian ความสามารถล้นเหลือ OP มากอย่างที่ได้ย้ำไป ก็เลยทำให้ช่วยคนที่ควรค่าแก่การถูกช่วยได้เป็นระยะๆ และก็ได้คนที่ดีทั้งนิสัย และเก่งด้วยความสามารถมาอยู่ในทีมทีละคนสองคน

แต่ถ้าจะถามว่าความโรแมนซ์ระหว่างพระเอก-ตัวเอกอยู่ตรงไหน? ขอบอกว่าตอนนี้อ่านถึงบทที่ 130 แล้ว พี่พระเอกก็ยังอยู่ในร่างเด็กจ๊ะ อยากจะร้องไห้มาก คนเขียนบอกว่าอยากปูพื้นเรื่องนานๆ แต่นี่มันนานไปแล้วว ตอนแรกบอกว่าจะโผล่มาไม่เกิน 115 แล้วก็ยังไม่มา แต่เอาเถอะนะ ความสัมพันธ์แบบที่เป็นอยู่ก็คือน่ารักมากๆ เพราะตัวพระเอกในร่างเด็กก็อ้อน Shian น่ารักมากๆ พี่เค้าไม่ได้แอ๊บแต่เพราะความจำกับความฉลาดยังไม่คืนมา ก็เลยมีบุคลิกแบบเด็กๆ ที่ชวนใจยวบอย่างยิ่งง อย่างเช่น วิ่งไปฆ่าซอมบี้ด้วยดาบยักษ์ที่ใหญ่กว่าตัว แล้วก็วิ่งหน้าเริ่ดเอา nucleus กลับมาให้ โดยมีประโยคหากินว่า AnAn, for you! ทุกครั้ง หรือพอคนในกลุ่มไปได้สิงโตจิ๋วมาเลี้ยง เจ้าตัวก็ทำหน้าจะร้องไห้ แล้วบอกว่า ห้าม AnAn ไปลูบหัวสิงโตนะ!

ซึ่งความสัมพันธ์ใจยวบก็เป็นไปสองฝ่ายมาก Shian ถึงขั้นกระโดดลงจากเครื่องบินลงไปในหมู่กองทัพซอมบี้เพื่อช่วย Shen Xun ก็มี โอยย...

แล้วก็ขำอีกอย่าง คือ ขนาดที่คนอื่นมีขนมปังกรอบกินก็หรูแล้ว แต่กลุ่มพี่ Shian ไม่ใช่  ตอนแรกสมาชิกใหม่ฟังว่าไม่หยุดพัก ต้องกินง่ายๆ ก็สลดไป แต่กลายเป็นคุณพี่ถามแต่ละคนว่าจะกินอะไร แล้วทำตามใจให้ทีละอย่าง เช่น คนนี้ขอบะหมี่น้ำ น่องไก่ ไข่สองใบ อีกคนจะกินข้าวผัดไก่ กับไส้กรอก กับขอน้ำส้ม อืมม ล่าสุดที่พีคคือระหว่างไปหาของร่วมกับทีมอื่น ตอนพัก พี่แกทำเทปปังยากิอีกต่างหาก อยู่ดีกินดีมาก

ชอบเรื่องนี้จริงจัง จากประการที่กล่าวมาทั้งหมด ให้ A+ แล้วก็ลุ้นคุณพี่พระเอกให้กลับเป็นผู้ใหญ่เสียที คือลุ้นปฎิสัมพันธ์มากว่าจะเป็นอย่างไรเนี่ยยยย!

Sunday, 20 January 2019

Uprooted by Naomi Novik

เอาจริง รู้จัก Naomi Novik มานานมาก แต่ก็แค่จับๆ วางๆ ที่คิโนะทุกที จนกระทั่งคุณ Montag71 แนะนำมานั่นแหละ เลยได้เวลาอ่านอย่างจริงจัง

ตอนแรกคิดว่าจะอ่านรวดเดียวจบเลย แต่พอเริ่มอ่านจริงๆ ด้วยความที่ห่าง high fantasy ภาษาอังกฤษไปนานมาก ช่วงแรกที่ช้าก็เพราะมัวดำดิ่งซาบซึ้งกับความรู้สึกคุ้นเคยที่หายไปนาน ช่วงสองบทแรกนี่ดึงความรู้สึกกลับมา แล้วหลังจากนั้น อืมม ช้าไปมากเพราะมัวแต่ละเลียดอินภาษาอังกฤษที่การบรรยายพรรณาละเมียดผสานกับจินตนาการบรรเจิดแบบที่เจอได้ใน high fantasy เท่านั้นอยู่

เนื้อเรื่องก็เป็น retelling Beauty and the Beast แต่เกิดเพราะหน้าที่และความจำเป็นมากกว่าจะเป็นเพราะความเหงา เพราะ the Dragon พ่อมดที่คอยดูแลหมู่บ้านจากทั้งภัยธรรมชาติ และสิ่งชั่วร้ายเหนือธรรมชาติจาก Woods ต้องการเด็กผู้หญิงจากหมู่บ้านไปอยู่ด้วยที่ Tower ทุกๆ 10 ปี และแม้ Agnieszka ตัวเอกในเรื่องคิดเหมือนคนอื่นในหมู่บ้านว่าเพื่อนรักของตัวเองจะไปทำหน้าที่นี้ แต่สุดท้าย คนที่ถูกเลือกไปอยู่กับพ่อมดจริงๆ ก็คือ Agnieszka เอง

ช่วงแรกความสัมพันธ์ของสองคนเป็นไปอย่างลุ่มๆ ลอนๆ เด็กสาวมีหน้าที่หลักในการทำอาหารให้พ่อมด ขณะที่พ่อมดเองก็พยายามอดทนกับการปล่อยตัวตามสบายของเจ้าตัว จนกระทั่ง the Dragon เริ่มรู้ว่า Agnieszka มีเวทย์มนต์ในตัวนั่นแหละ ที่เจ้าตัวมีหน้าที่เรียนเวทย์มนต์เพิ่มขึ้นมาด้วย

หลักๆ ช่วงแรกที่อ่านค่อนข้างขัดใจกับ Agnieszka อยู่พอสมควร เพราะนิสัยเรียบง่ายปล่อยวางเหมือนจะทำให้เจ้าตัวไม่คิดขวนขวายหรือพยายามมาก เป็นการทำหน้าที่อย่างที่เกือบจะเรียกได้ว่าขอไปที แต่เพราะเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับหมู่บ้านของตัวเองระหว่างที่พ่อมดไม่อยู่ก็เร่งให้เด็กสาวต้องรับรู้กับเหตุการณ์ตรงหน้า และก็เป็นจุดเปลี่ยนของการเริ่มรู้จักโต ตามแนว “A fool wisened by experiences/ hardship” เป็นภาพที่เห็นบ่อยๆ ในหนังสือ พร้อมกับการโตขึ้น และเข้าใจโลกมากขึ้นของ Agnieszka เองในทีละก้าว

ซึ่งเพราะพอหลังจากพ่อมดถูกหมาป่ากัด ก็มีโอกาสที่จะ corrupted กลายเป็นถูก Woods บงการขึ้นมา และเมื่อกลับไปที่ Tower จริงๆ Agnieszka เองก็ต้องรับมือกับการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นของพ่อมด และก็กลายเป็นว่า จากการสุ่มหาหนังสือและคู่มือทั้งหลายที่ช่วยให้พ่อมดหาย ก็ทำให้ทั้งสองคนรู้ว่าตัว Agnieszka เองมีเวทย์มนต์ที่แข็งแกร่ง แต่เป็นแบบ rustic คือเกิดโดยธรรมชาติและใช้ด้วยสัญชาตญาณและความรู้สึกส่วนตัว แทนที่จะเป็นหลักการหรือการใช้ทฤษฏีพิสูจน์อย่างที่พ่อมดทำ และดังนั้นการเรียนเวทย์มนต์ของ Agnieszka ผสานกับการทดลองของ Dragon ก็กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของทั้งคู่ — ซึ่งในแง่หนึ่งก็เป็นการให้ทั้งสองคนที่จะใช้เวลาอยู่ร่วมกันและเริ่มทำความคุ้นเคยไปจนถึงรู้จักอีกฝ่ายขึ้นมาด้วย อย่างที่ Agnieszka ประทับใจกับความชาญฉลาด รู้จักคิด และตามหาความรู้ของพ่อมด ขณะที่ตัวพ่อมดเองก็ประหลาดใจปนหงุดหงิดกับขอบเขตศักยภาพที่ดูจะไม่สิ้นสุดของเจ้าตัว

และสิ่งที่ตามมาก็คือ การ de-myth/ humanise ความเป็นพ่อมดอันดับหนึ่งผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักร เพราะแม้พ่อมดจะเลือกให้เด็กสาวจากหมู่บ้านมาอยู่ด้วย แต่ก็ไม่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดอะไร นอกจากการทำอาหารและทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งในแง่หนึ่ง การที่ตัวเอกมาอยู่กับพ่อมด และถูกพ่อมดเห็นความเป็นไปได้ในการใช้เวทต์มนต์ก็ทำให้สองคนนี้ได้ใช้เวลาด้วยกัน ทำให้ภาพการเป็นตำนานที่ยิ่งใหญ่ larger than life ค่อยๆ ลดลง และมีความเป็นมนุษย์ที่เริ่มจับต้องได้มากขึ้น ภายใต้หน้ากากเย็นชา ขี้โมโห พ่อมดหรือ Sarken ตามชื่อเจ้าตัว ก็มีมิติด้านอื่นๆ เสียใจ ดีใจ ประหลาดใจ มีความชอบ ไม่ชอบ ที่เริ่มค้นพบได้มากขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในแง่หนึ่ง การโดดเดี่ยวตัวเองของพ่อมดก็เกิดขึ้นเพราะประสบการณ์ในอดีตที่ผิดพลาด และการไม่ไว้วางใจสังคมมนุษย์เหมือนกัน อาจจะมองอย่าง romanticise แต่ในแง่หนึ่งก็เหมือนว่า การลอยตัวไม่ยุ่งกับใครทำให้พ่อมดไม่ต้องมาวุ่นวายกับความรู้สึกและความสัมพันธ์ของคนที่รับมือยากเกินกว่าการออกไปทำหน้าที่ของตัวเองในฐานะพ่อมด (พูดง่ายๆ ว่า Sarken ไอคิวดี อีคิวล้มเหลวเป็นเด็กเนิร์ดสินะ ฮือฮือ)

จุดพลิกผันในเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่เกิดเมื่อทั้งคู่ทดลอง illusion spell ร่วมกัน เวทย์มนต์ที่ซับซ้อนเป็นพิธีการบอกลักษณะนิสัยบุคลิกของพ่อมด ขณะที่การใช้จินตนาการและ make-belief ก็ตรงกับบุคลิกของ Agnieszka เช่นกัน และพอสร้างมนต์ด้วยกัน กลายเป็นความแตกต่างของทั้งคู่มาเสริมอีกฝ่ายได้พอดี ได้ illusion spell ที่เหมือนจริง และเกือบจะกลายเป็นจริง และขณะเดียวกันก็ทำให้ความรู้สึก ตัวคน และเวทย์มนต์ของอีกคนที่ประสานและทับซ้อนกับตัวเองได้พอเหมาะจนสร้างความเชื่อมโยงและความรู้สึกระหว่างกันขึ้นมา

ตามสูตรสำเร็จ ที่ magical bonds จะทำให้เกิด personal bonds และที่สำคัญก็กลายเป็นตัวกระตุ้นเร่ง romance ในเรื่อง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าลุ้นมาก เห็นการ share magic ก็รู้และลุ้นแล้ววว แต่ส่วนตัวชอบเวลาเกิด awareness  กับ nearness ระหว่างกันมากกว่าจะก้าวไปถึงการเกิดความสัมพันธ์ทางกาย — ซึ่งความยับยั้งชั่งใจที่เกิดขึ้นได้ทันเวลา ก็จะไปเป็นตัว burn ให้เกิด slow romance หลังจากที่ถูก build ด้วยความเชื่อมโยงทางเวทย์มนต์ของทั้งคู่

ซึ่งส่วนตัวหลงรัก magical bonds เช่นนี้มาก และในเล่ม Uprooted magical bonds นี้ทำให้การเชื่อมกันช่วยให้เวทย์ที่ร่ายออกมาแข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพดีกว่าเดิมทุกครั้ง และที่สำคัญก็เชื่อมโยงทั้งคู่ได้แม้ในเวลาที่ห่างไกลกันได้ อย่างที่เวลา Agnieszka คิดถึง Sarken ขึ้นมาก็ติดต่อเจ้าตัวได้อยู่หลายครั้ง แม้ว่าเหล่าพ่อมดแม่มดทั้งหลายจะเคยบอกว่าการสื่อสารระยะไกลเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ก็ตาม

ไม่ได้เห็นความรู้สึกของตัว Sarken เท่าไหร่ (สิ่งหนึ่งที่ไม่ชอบ fantasy บางครั้งก็คือการเล่าผ่านมุมมองของตัวเอกเท่านั้น เพราะความรู้สึกของอีกฝ่ายก็ต้องทำผ่านการตีความและจินตนาการต่อได้เท่านั้น เป็นความละเมียดที่ต้องตีความผ่านตัวอักษร และผ่านมิติคลุมเครือ แต่ขณะเดียวกัน ก็ทำให้ไม่ชัดเจน เวลาอยากได้ความแน่ชัดเหมือนกัน) แต่สำหรับตัวเอก magical bonds ช่วยให้ Agnieszka รับรู้ถึงความเข้าคู่และประสานลงตัวกันได้ อย่างเช่นที่แม้จะไปร่ายเวทย์กับคนอื่นก็ไม่เกิดความเชื่อมโยงหรือการลงตัวอย่างที่เป็นกับ Sarken ได้ — สูตรนี้ก็ชอบเช่นเดียวกัน มองว่า เพราะเป็นการคุ้นเคยกับการอยู่ร่วมและเริ่มต้นเวทย์กับใครคนหนึ่งก็ได้ แต่เรารู้กันว่าการสลับคู่เปลี่ยนคนทำให้เห็นความลงตัวที่มีได้แค่กับใครคนเดียวเท่านั้น

มีความรู้สึกว่านิสัยยอมเสี่ยงและกล้าเชื่อของ Agnieszka ปรับสมดุลกับนิสัยชอบความแน่นอน และความแน่ชัดของ Sarken ในแง่ที่ตัวตนและนิสัยของทั้งคู่มาช่วยเสริมกันและกันได้ดี เพราะ Sarken ทำให้ตัว Agnieszka แน่นขึ้น และ Agnieszka ก็ทำให้ Sarken คลายขึ้นเหมือนกัน โดยเฉพาะที่ทำให้เกิดการยอมอะลุ้มอล่วยแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหมือนจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าดูว่าเจ้าตัวเข้มงวดจริงจังกับวิธีการและหลักการส่วนตัวมากขนาดไหน ก็ถือได้ว่าเป็นการตามใจและยอมให้   Agnieszka ในรูปแบบของ Sarken แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการช่วย Kasia ทั้งที่เจ้าตัวคิดว่าเป็นไปไม่ได้ การให้ยืมพลังหลายๆ ครั้ง หรือแม้แต่การยอมเข้าไปในป่าครั้งสุดท้ายด้วยกัน

อย่างที่บอกว่า Sarken โดดเดี่ยวเย็นชา และดูขี้หงุดหงิดขี้โมโห จนดูไม่น่ารัก แต่พอมองข้ามเปลือกนอกไป แอบหลงรักความมีเกียรติและเชื่อในศักดิ์ศรีตัวเองของพ่อมดมาก เพราะในฐานะพ่อมดอันดับหนึ่ง เจ้าตัวเลือกที่จะอยู่ในเมืองหลวง มีชีวิตหรูหราอยู่ข้างพระราชาก็ได้ แต่กลับเลือกที่จะปลีกวิเวกคอยจับตามอง evil Woods อยู่ในชนบทห่างไกล แม้ว่าจุดเริ่มต้นจะเป็นจากการพ่ายแพ้อย่างที่เจ้าตัวไม่เคยมีก็ตาม แต่ก็แสดงให้เห็นความไม่ยึดติดกับภายนอกและการเคารพตัวเองของพ่อมด (แต่ในแง่หนึ่ง ก็เพราะสิ่งที่พ่อมดวางไว้เหนือที่สุด คือความสามารถของตัวเอง มากกว่าการชื่นชมและสายตายอมรับจากคนอื่นก็ได้)

เพราะการแสวงหาของ Sarken ก็คือความรู้และความเข้าใจเวทย์มนต์ และดังนั้น เจ้าตัวก็ยอมที่จะทิ้งทุกอย่างเพื่อ personal quest ตัวนี้ อย่างที่บอกว่า ละทิ้งการสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น อย่างเช่นการสู้กับ Woods ในเรื่องก็ทำทางอ้อมผ่าน bond ที่เหล่าเด็กสาวจากหมู่บ้านมีกับป่ามากกว่าจะผูกมัดผูกพันกับหมู่บ้านเสียเอง เก็บตัว ไม่สนใจ ไม่เป็นส่วนตัวของอะไร อย่างที่ Agnieszka เคยสังเกตว่าพ่อมดคอยดูแลหมู่บ้าน คนในหมู่บ้าน แต่ไม่เคยแม้แต่จะมาร่วมงานฉลอง

ในแง่หนึ่งก็ชอบและไม่ชอบตอนจบที่ Sarken มาที่งานฉลองเพื่อที่จะกลับมาหา Agnieszka เพราะว่าหลังจากที่โค่นราชินีตัวร้ายแห่งป่าได้ ตัวพ่อมดหนีกลับไปที่เมืองหลวง โดยที่บอกว่าจะไปแก้ปัญหาและความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งหลาย แต่ในแง่หนึ่งก็เป็นการวิ่งหนีความสัมพันธ์ตัวเองกับ Agnieszka ด้วย และเมื่อปรากฎตัวที่งานเลี้ยง ถึงแม้เจ้าตัวจะออกปากว่า มาเก็บภาษี แต่ก็รู้กันว่าจริงๆ แล้ว Sarken กลับมาหา Agnieszka เอง น่ารักในแง่ที่ต้องดูเป็นนัยผ่านการตีความที่ตัว Sarken ทำสิ่งที่ตัวเองพยายามเลี่ยงมาตลอดอย่างการมาที่งาน ปากแข็ง และพยายามหาเหตุผลมาบอกตัวเอง ชอบที่การมาปรากฏตัวในชุดเต็มยศ ทำให้เห็นภาพ suitor มากกว่า master อย่างที่เคยเป็น แต่พอกำลังดื่มด่ำ หนังสือตัดจบที่ Agnieszka คว้ามือ Sarken แล้วบอกว่าจะหาไปหาแม่

อืม เป็นการจบแบบไม่จบให้คนอ่านต่อยอดเอง เพราะว่าในที่สุดก็เป็นการเชื่อมโยงถึงกันแล้ว // แบบนี้ก็ดีอยู่ แต่อยากให้เห็นภาพ epilogue ว่าสุดท้ายทั้งคู่ตัดสินใจอย่างไร เพราะถ้าคิดตามต่อ จะเป็นว่า กลับไปอยู่ที่ tower ด้วยกัน แต่ในฐานะเสมอกัน และก็คงมีสภาพที่เจ้าตัวเข้าไปฟื้นฟูป่าในแต่ละวัน และกลับมาหา Sarken ที่ทดลองเวทย์ง่วนอยู่คนเดียวในตอนเย็น หรืออาจเป็นว่าบางวัน Sarken ก็ตามเข้าไปดูสภาพป่าด้วย เป็นความสัมพันธ์เรียบเงียบอาจจะเป็นกึ่ง companion ที่รู้ใจ เข้าใจกัน และในขนาดเดียวกันก็มีความสามารถและศักยภาพเสมอตัวกันด้วย — แต่ก็รู้ว่า ถ้าเกิดมี epilogue หรือมีต่อ มันก็เป็นการปิดตายความคิดของคนอ่าน เปิดเป็นกึ่งจบกึ่งไม่จบจะงดงาม และทิ้งท้ายลงตัวในใจคนอ่านมากกว่า

ทั้งนี้ ตอนแรกไม่ชอบที่ Sarken หนีไป แล้ว Agnieszka เข้าไปจัดการกับป่าเลย แต่พอเวลาผ่านไป ในแง่หนึ่งก็มองว่าการห่างกัน เป็นการให้แต่ละคนได้ใช้เวลาคิด ให้ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นได้มีระยะเวลาตกผลึก โดยเฉพาะไม่ใช่การที่ Sarken ต้องมารับผิดชอบ Agnieszka หลังความสัมพันธ์ชั่วคืนกัน การออกห่างและกลับมายิ่งเป็นการย้ำว่าอีกฝ่ายมีความสำคัญในชีวิตของตัวเองเพียงไร และสำหรับฝ่ายหญิง การที่ได้ทำตามใจและสัญชาตญาณตัวเองในการเร่ร่อนแก้ปัญหาในป่าก็เหมือนกับการให้เวลาเจ้าตัวได้เติบโต และรู้จักพลังและจิตใจตัวเอง มีโอกาสได้เลือกตัดสินใจมากกว่าจะเป็นเพราะมีคนมาบอกหรือสั่ง หริอแม้แต่ถูกสถานการณ์พาไปอย่างที่เป็นมาตลอด ก็นับว่าการเลือกเช่นนี้ของทั้งคู่เป็นนัยยะ feminism แบบอ่อนๆ ที่สัมผัสได้

แม้ว่าใจหนึ่งก็มองว่า การเลือกและตัวเลือกของ Agnieszka เป็นเหมือนเพราะผิดหวังลึกๆ จากการตัดสินใจของ Sarken สงสัยว่าเจ้าตัวมีโอกาสจะกลับไปอยู่กับครอบครัวเหมือนเดิมได้ไหม ในฐนะแม่มด หรือว่าในแง่หนึ่งการออกมาแล้วก็คือออกมาเลย เปลี่ยนแปลงกว่าที่จะกลับไปอยู่ที่เดิมได้? แต่ส่วนตัว แม่และครอบครัวก็คงยอมรับ Agnieszka เหมือนเดิม แต่ก็ในมีแง่การเติบโตที่เด็กที่ก้าวเท้าออกมาจากบ้าน และเริ่มรู้จักตัวเอง ไม่สามารถย้อนกลับไปอยู่กับที่บ้านเหมือนเดิมได้

ในหนังสือสิ่งที่ชอบมากที่สุดอีกอย่าง ก็คือเรื่องเล่าเกี่ยวกับ Kasia เพื่อนรักของ Agnieszka ที่ถูกเลี้ยงมาให้เป็นอยู่กับ Sarken ซึ่งในแง่หนึ่ง ความคาดหวังและความพลิกผันที่เกิดขึ้นก็ทำให้เจ้าตัวต้องเผชิญหน้ากับความลำบากในรูปแบบของตัวเองเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อเป็นคนที่ถูกทิ้งเอาไว้ การถูกจับไปและทำให้เปลี่ยนแปลงเหมือนเป็นเรื่องร้ายแรง แต่ส่วนตัวมองว่าเป็นโอกาสด้วยซ้ำ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดช่วยให้เพิ่มความสามารถได้มากขึ้น และสุดท้าย เจ้าตัวก็หาที่อยู่และเป้าหมายของตัวเองได้ —จุดนี้ลึกซึ้งและมีความหมายมากกว่าการให้ Agnieszka หาชีวิตตัวเองเจอเสียอีก โดยเฉพาะเมื่อคนแรกเป็นแค่ตัวประกอบเสริมในเรื่อง และมีหนทางไปแตกต่างจากชีวิตแบบแม่มดที่คาดการณ์และเห็นรูปแบบได้

ส่วนหนึ่งที่รู้สึกติดลบบ้างก็คือ ตัวร้าย ในที่แง่ที่ตามรูปแบบ high fantasy ว่าสถานการณ์ลำบาก และปัญหา เกิดมาจากสิ่งที่ครอบคลุมไม่ได้ และมีอำนาจเหนือกว่าตัวเอง โดยเฉพาะในแง่ authority และในที่นี้ ก็มาในรูปเจ้าชายที่ทำตามใจตัวเอง ตั้งแต่เห็นภาพวิธีคิดของ Marek และการพาทหารไปตายในป่าครั้งแรก ก็รู้สึกขัดใจที่มีอำนาจการตัดสินใจเหนือทุกคน แม้ว่าการเลือกของ Marek จะเป็นสิ่งที่ไร้สาระ และมองด้านเดียว และที่สำคัญ การคิดและการกระทำของ Marek ก็มีผลต่อทุกคนอย่างใหญ่หลวงถึงใกล้จบเสียด้วย โดยเฉพาะกำลังที่ท่วมท้นที่มาจากตำแหน่งที่มา มากกว่าจะมาจากความสามารถก็ยิ่งทำให้ขัดใจ เมื่อยิ่งเปรียบกับกำลังอันน้อยนิดของฝ่ายตั้งรับ ก็รู้อยู่ว่าลักษณะของศัตรูที่มาจากใจ โดยเฉพาะจากใจคนนี่ น่ากลัวและสมจริงกว่าภัยจากปีศาจทั้งหลายเยอะ

แต่ในแง่หนึ่งก็อดหงุดหงิดไม่ได้ที่ฝ่ายตัวเอกทำอะไรไม่ได้เลย เป็นได้แค่ตั้งรับอย่างเดียว ซึ่งช่วงที่อยู่ในเมืองก็เป็นช่วงที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ทำอะไรไม่ได้ด้วย แม้จะรู้ว่าเขียนให้เห็นภาพของ Agnieszka ที่ต้องปรับตัวเข้าหาสภาพแวดล้อมใหม่ และขึ้นอยู่กับตัวละครสำคัญในสภาพแวดล้อมนั้นก็ตาม ยิ่งประกอบกับที่เจ้าตัวล้มเหลวในการมองเหตุการณ์ และใช้ประโยชน์จากสิ่งเบื้องหน้าก็เลยยิ่งไม่พอใจ แต่ทั้งนี้ ก็รู้สึกว่าช่วงที่ห่าง Sarken ไปค่อนข้างนานกว่าที่พอใจจะอ่านเจอ เพราะชอบศักยภาพของทั้งสองคนเวลาที่อยู่ร่วมกันและสร้างความเป็นไปได้ทางมนตราทั้งหลายที่เกินกว่าที่พ่อมดทั้งหลายจะจินตนาการได้  // กับความคะนึงหา เพราะว่าอยู่ด้วยกันตลอดในบริบทที่มีกันสองคน พอห่างกันก็อดนึกถึงไม่ได้ ในแง่ที่ขาดคู่คิด คนให้คำปรึกษา และคนที่เข้าใจและรู้จักตัวเอง ถึงขั้นที่นั่งสังเกตถึงการออกเสียงชื่อ Sarken เลยด้วยซ้ำ เป็นอารมณ์ผูกพันเหมือนกับตกหลุมรัก

กับไม่ชอบที่สุดท้ายพ่อมดอันดับสองก็ไม่ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำ เพราะแง่หนึ่งรู้สึกว่า Marek กลายเป็นตัวร้ายจากการคิดอะไรด้านเดียว และมองเป้าหมายที่ตัวเองต้องการโดยไม่สนใจอย่างอื่น เป็นการ playing hero และเป็น a child before a prince อย่างที่ถูกตำหนิไว้ แต่ในแง่หนึ่ง ก็เพราะตัวเองเชื่อในสิ่งที่ตัวเองกำหนดทำอยู่ว่าเป็นสิ่งที่ดีถูกต้อง ขณะที่  the Falcon เพราะสนองความต้องการอำนาจของตัวเอง ironic ที่ Marek ตายจากสิ่งที่ตัวเองคิดจะปกป้อง และก็ ironic ที่ the Falcon ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย

ติดใจเรื่องต้นกำเนิดของป่าชั่วร้าย และวิธีการแก้อยู่มาก และในที่สุดก็ดีใจที่ในช่วง 3 บทสุดท้าย คำตอบเหล่านี้ถูกเรียบเรียงมาให้แล้ว ชอบที่จุดเริ่มต้นของทุกอย่างเป็นมนุษย์ที่ทำให้เหล่าต้นไม้ถูก twisted ไป ในแง่ที่กลับจากผู้กระทำเป็นผู้ถูกกระทำ และให้เห็นที่มาที่ไปชัดเจน และชอบที่การก้ปัญหาเป็นการใช้ใจและความรู้สึกไปแก้มากกว่าจะใช้กำลังและความก้าวร้าวอย่างที่เคยเป็น

ในแง่หนึ่ง Uprooted ก็เหมือนหนังสือ high fantasy ผู้หญิงที่เริ่มต้นจากตัวเอกที่กำลังเติบโต แสวงหาที่ของตัวเองในสังคมและโลก ส่วนตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองมีอยู่ประเภทก็คือ 1.wood wanderers พวกที่มีความสามารถและความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติที่อธิบายไม่ได้อยู่ และก็มักจะเป็นพวกที่ชอบเดินเข้าไปในป่า และมีประสบการณ์เหนือจริงที่คนทั่วไปไม่เข้าใจอยู่ กับพวก 2. avid learners พวกที่มีทักษะทางวิชาการ ความรู้แน่น และเรียนรู้เข้าใจโลกอย่างที่แม้แต่ตัวพระเอกที่มีความสามารถหลายหลากก็ต้องหันมาสนใจ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ทำให้พระเอกของเราต้องหยุดสนใจ อยากรู้จักทำความเข้าใจ

ซึ่งตัวพระเอกก็ต้องมาเก่ง ออกแนว omnipotent แต่แนวเย็นชา รวมไปถึงขี้หงุดหงิด และชอบประชดประชัน ถ้าไม่เป็นแนว masters/ mentors ไม่ว่าจะทั้งทางตรงและทางอ้อม ก็ต้องไปเป็น enemies ไปเลย และด้วยสถานการณ์ที่บังคับให้ทั้งคู่ต้องมีปฎิสัมพันธ์กัน ฝ่ายหญิงหลากใจกับความสามารถและบุคลิกนิ่งขรึมของผู้ชาย ขณะที่ฝ่ายชายสะดุดใจกับความสามารถแฝงและ (ในหลายครั้ง) ความเห็นใจของผู้หญิง เป็นอารมณ์ He’s reliable. She’s refreshing. จนค่อยๆ ถูกใจและรักกันเงียบๆ ในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีเวทย์มนต์มาเป็นตัวเชื่อมสายสัมพันธ์ และก็ต้องเกิดช่วงที่มี nearness/ awareness จนเกือบจะก้าวขั้นไปถึงความสัมพันธ์ทางกายกัน ซึ่งคราวนี้คนที่จะหยุดก็คือผู้ชาย (ในแง่ที่ว่าไม่ได้ใช้ประโยชน์จากความไร้เดียงสาของฝ่ายหญิง) แต่เพราะ slow build ตัวนี้ก็ทำให้เกิดเป็น slow romance ที่จะต้องตกตะกอนจนถึงคืนก่อนวันสำคัญสักคืนที่ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายเข้าหาผู้ชายเอง (เพื่อเป็นนัยยะว่าผู้หญิงได้เลือก และผู้ชายไม่ได้บังคับ/ หลอกล่อ)

ส่วนในเชิงปัญหา มักจะเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เป็นตัวแปรภายนอกที่มีอำนาจ authority สูง ทั้งจากโบสถ์/ ขุนนาง หรือกษัตริย์ที่มักจะมีปัญหามองเหตุการณ์ไม่ตก คิดแบบล้าหลัง ไปถึงอคติครอบงำจิตใจ และตัวละครเหล่านี้ก็ทำให้ปัญหาหรือภัยที่เกิดยิ่งลุกลามรับมือหนักขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วย // แต่ถ้าไม่คิดอะไรมาก พวกนี้ก็เป็นพวกที่ต้องรับผลกรรมจากการกระทำก่อนใครอยู่ดี

อย่างที่ชื่อหนังสือบอกว่าคือ uprooted ดูว่าต้องจากที่อยู่ พรากจากครอบครัวและคนรู้จักเพื่อมาอยู่กับพ่อมดในหอคอย แต่จริงๆ สิ่งที่เกิดก็คือ how to pluck a sheep from her herd and turn her to something beyond. ในแง่ที่ว่า ถ้าไม่จากหมู่บ้านมา ก็คงจะต้องอยู่อย่างนั้น ไม่อาจค้นพบตัวเองตลอดไป แต่การมาเจอพ่อมด เป็นการทำให้ตัวเองก้าวหน้าและใช้ศักยภาพที่ตัวเองไม่รู้ออกมา เหมือนที่บอกว่าการศึกษาเปลี่ยนคน ในที่นี่ การมาอยู่กับพ่อมด และได้เรียนรู้เวทย์มนต์ก็ทำให้เจ้าตัวต่างไปจากเดิมเปลี่ยนไปเหมือนกัน เพราะอย่างที่เจ้าตัวบอกว่าไม่เคยคิดว่าจะได้รับการเคารพและการปฏิบัติอย่างนอบน้อมใส่ (แม้ว่าจะอยู่กับคนในหมู่บ้านที่เคยรู้จักกัน) และไม่คิดว่าจะได้อยู่ในกลุ่มของเจ้าชายและพ่อมด

เอาจริงแล้ว การได้อ่าน Uprooted นอกเหนือจากจะได้อ่าน high fantasy เกรดเออย่างที่ไม่ได้อ่านมานานแล้ว ก็ทำให้จดจำความรู้สึกอิ่มเอมจากจินตนาการละเมียดและภาษารุ่มรวยจากหนังสือประเภทนี้ขึ้นมา และสิ่งหนึ่งที่รู้ได้คราวนี้ก็คือ แม้ว่าจะเบื่อรูปแบบเดิมที่เจอในหนังสือ genre นี้ แต่ว่ารายละเอียดต่างหากที่ทำให้หนังสือแต่ละเล่มแตกต่างกัน ซึ่งเพราะครั้งหนึ่งมองหาความเป็นรูปแบบใหญ่มากเกินไปจนหลงลืมไปว่าสิ่งที่ทำให้อ่านสนุกและมีสีสันน่าประทับใจก็คือ รายละเอียดปลีกย่อยเฉพาะตามทางต่างหาก และดังนั้น ถ้าสนใจความงามตามรายทางได้ ก็เพียงพอที่จะเห็นค่าหนังสือหมวดนี้ได้เต็มที่อีกครั้ง

ก็รัก genre นี้ ในฐานะจินตนาการและการตีความต่อยอดเหมือนเดิม

ถ้าเล่าเรื่องย่ออยากจะเล่าว่า The Dragon thought he rescued a peasant girl from her connection with the woods, little did he know that when rescuing, he was also the one rescued. มาก อืมม อย่างอื่นยังคิดไม่ออก  เพราะว่าแอบเสียนิสัยที่มอง Uprooted ในฐานะรูปแบบและเนื้อหาไปพร้อมกัน ส่วนตัวให้ A-/A

ส่วนที่ชอบที่สุด ก็คือช่วงที่สองคนร่ายเวทย์มนต์ด้วยกัน ชอบ connection กับ bond ที่เกิดขึ้นไปพร้อมกับ awareness ที่อีกฝ่ายเริ่มเห็นอีกคนขึ้นมา ช่วงรับรู้ดูทั้งเงอะงะแล้วก็งดงามไปพร้อมกันเลย ชอบที่การใช้เวทย์มนต์ของแต่ละคนมีรูปแบบและวิธีการของตัวเอง อย่างที่ตัว Agnieszka บอกว่าร่ายมนต์ด้วยการร้องและฮัมจังหวะไปผสมกับการคิดถึงนิทานตำนานพื้นบ้านและใส่ความเชื่อความหวังลงไปในสิ่งที่อยู่ในมือ ขณะที่ Sarken ต้องการความแม่นยำ และภาษาจริงจัง

กับฉากที่ Sarken มาที่งานเลี้ยงที่บอกว่า ครั้งหนึ่งเคยคิดว่าท่าทีที่เห็นคือความไม่พอใจ แต่จริงๆ แล้วก็คือ ความเขินอาย  — รักที่การรู้จัก และใส่ใจใครอีกคนทำให้เราเห็นความเป็นจริงที่ซ่อนแฝงไว้ได้

แต่ก็ขำคืนที่ Agnieszka เข้าไปหา Sarken และตัว Sarken ดูตกใจจนค้างไปเหมือนกัน  อย่างที่บอกว่า เจ้าตัวมีหน้ากากขี้โมโหและเฉยชา มาปิดความเปราะบางและความเดียวดายในแบบของตัวเองไว้ (และพอ Agnieszka บึ้งถามว่าอยากให้ไปเหรอ ก็บอกว่า ไม่)

ยังคิดเพลงสองคนไม่ออก จะกลับมาใหม่ซูน (:

Sunday, 17 August 2014

Star of the Morning by Lynn Kurland




I usually read about a heroine with magic/ healing ability rather than sword one, and so, the character is rather off for me. Not that having sword talent is annoying, but her personality is, especially when she has no patience and consideration.

I found the plot is contradicting, although three of the main characters are in hurry to complete a mission, their actions go on the other way around. And as a reader expecting the main leads to complete at least the mini (let alone small) quest, it is rather disappointing. Also, the plot itself is predictable.


Didn’t finish the book, unfortunately.  

Thursday, 19 September 2013

Wolfskin by Juliet Marillier


Well, nothing to say, it's JM book that I have possessed for years on the shelf already!  


“A boy learning to find his place in the world while balancing the sense of right or wrong and of loyalty.”

Hmm, although there are a lot of same ingredients from JM for me, it does not really suit my liking. The setting - grim setting of the Northern Europe and reality of Viking warriors. The male lead – a bit too simple boy who is hampered by his ‘so-called’ brother/ friend and yet burden/bad influence. The villain – too cruel a man is already disheartened, but how about too cruel a man with ambition? The outcomes are much sadder.
Personally, I feel this book is too destructive in the leading plot. Yet, I also enjoyed the courage of many brave men and women in the book.

And somehow, I feel even though I like JM books, I still prefer her later works since the early ones hold too many tragedies. In addition, the story telling in the beginning of her books always has a sense of foreboding!

I give it C+

Friday, 6 September 2013

Shadowfell by Juliet Marillier


It is Juliet Marillier's work..

“A girl who flees the King’s army for her unusual ability is learning about who she is and how her ability can make the better kingdom.”
 

A tiring and demanding path a heroine must choose to follow and accomplish is indeed a typical theme for Juliet Marillier's characters to walk through. Yet, so far, this is the first time the stake is not just about the lead characters and those around them, but just about the whole kingdom! 

I have always enjoyed the subtle love in her books and this time I also did the same. Love the way the hero secretly harbours the feelings for the heroine, and love the way, through his silent yet steady care and concern, she gradually returns the affection back to him. It is heart-warming to see a patient man who is just content to love her and care for one girl, without wanting anything back in return but her safety and well-being.

Juliet Marillier has been one of my favourite fantasy writers, and aye, after reading this book, it remains so!
Back to the book, I from time to time feel annoyed with Neryn’s too-stubbornness in the beginning and the middle of the book. Somewhat it feels sad and lonely to see her go through the dangerous, challenging journey by herself. But then, this enhances the part of travelling together with another character, and her coming-of-age in the end of the book helps many of her then-seemingly-unreasonable becomes reasonable and understandable.

It is normal to see magical creatures in Juliet Marillier books, and even particularly normal that they somehow ‘demand’ the main character to fulfil a duty and taste a test. In this book, the Good Folk show themselves and demand such test too, but they are more amiable than those in other books.  Indeed, it is clear that the Good Folk provide help and friendship, as well as get involved while those magical creatures from other books simply stand aloof with rather critical mind that is quick to judge.

I have found quite many topics in the books rather controversial. And these topics keep making me thinking about how right and wrong, white and black just all blurs. 

Hmm, this book is about a journey of a girl who discovers herself, find strength within her, and start fighting for what she has come to believe. And I think I give it B/B+.

Reading Book 2 now. I do feel it is nice and wise to wait until this one comes out. Or else, I could have been left hanging! But then, I fear I would simply be in the said state after it finishes!  

Oh, as for my choice of song for the book, it’s Damaged from TLC for both Neryn and Flint. After all, they are all living in a damaged land waiting to be mended, and they are too damaged by the world they live in.

I know I'm kinda strange, to you sometimes
Don't always say, what's on my mind
You know that I've been hurt, by some guy
But I don't wanna mess up this time

And I really really really care
And I really really really want you
And I think I'm kinda scared
Cos I don't want to lose you
If you really really really care
Then maybe you can hang through
I hope you understand
It's nothing to you

 Ps. Oh, I did not mean to write my review. But then, I did! It should be better to collect my own reflection once I finish the read!