Showing posts with label second chance. Show all posts
Showing posts with label second chance. Show all posts

Friday, 1 May 2020

My Cherry Will Explode in the Apocalypse โดย 醉染轻歌

เอาจริง นี่คือเรื่องที่เปิดไว้ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ตอนตะลุยอ่านสาย apocalypse + zombies มันทุกเรื่อง แต่ไม่ชอบช่วงแรกที่ตรรกะอ่อน ก็เลยปิดไปหลัง 20 ตอนแรก แต่ช่วงนี้ไม่มีอะไรอ่าน เลยขุดมาใหม่

Su Ruizhe ย้อนกลับมาเกิดใหม่ จากที่ถูกทดลองจนตายไปในชาติที่แล้ว อย่างไรก็ดี ดีอยู่บ้างที่พลังพิเศษย้อนกลับมาด้วย และดังนั้น น้องก็ใช้ความสามารถไม้และมิติพิเศษอลังการกันไป 

ตามท้องเรื่องอาศัยอยู่กับตาสองคน มีฐานะยากจน และตอนนี้หลังตาตายไป ครอบครัวป้าก็หวังฮุบค่าเวรคืนบ้านที่ตาให้อีกต่างหาก ไม่นับว่าชาติที่แล้ว ป้าชั่วร้ายขาย Ruizhe ให้สถาบันเอาไปทดลองจนตายด้วย ดังนั้น ชาตินี้ ไม่มีทางที่จะอยู่ร่วมโลกกับครอบครัวป้าแน่นอนนนน ... เป้าหมายชีวิตน้องคือ เอาผักผลไม้ที่อยู่ในมิติพิเศษมาขาย และเอาเงินที่ได้มาซื้อพันธุ์พืช และหมูเห็ดเป็ดไก่ทั้งหลาย เอาไปเลี้ยงในมิติพิเศษเพื่อมีเนื้อกินหลังวันสิ้นโลก 

หลังขายผักผลไม้ไปไม่นาน ก็ได้เจอกับคุณพี่ Zhan Yun ซึ่งเป็นนักเลงใหญ่ประจำถิ่น อันที่จริง พี่เขาเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ และชาติที่แล้ว ก็เป็นกึ่งๆ คนรักกับคุณน้อง แต่เผอิญ น้องยังหลงเชื่อป้าใจร้ายอยู่ ก็เลยทำให้ต้องพลัดพรากกัน ก่อนตัวเองถูกขายให้สถาบันทดลอง 

ไม่ต้องสงสัยเลย ว่าน้องจะอยากไปรีเทิร์นกับอีพี่มาก แต่โถ จะเข้าหาอย่างไร ก็ชาตินี้ยังไม่รู้จักกัน ยิ่งพอน้องเผลอแสดงฝีมือกระทืบกลุ่มโจรกระจอกที่หวังมาชิงทรัพย์ค่าขายผัก อีพี่ที่มาเห็นก็ยิ่งสงสัย แต่นะคะ คู่แล้วไม่แคล้วกัน วันหนึ่ง ขณะที่กำลังส่งผักเสร็จ เห็นคนถูกรุมน้องก็เลยเข้าไปช่วย ซึ่งก็คืออีพี่นี่เองค่าา เกิดอีเวนต์สร้างความรู้สึกดีไม่พอ ความจริงที่เป็นตำรวจนอกเครื่องแบบแตก พี่เขาก็เลยหลบมารักษาตัวที่บ้านน้องค่ะ!

สร้างความรู้สึกดีกันไป ความก็แตกดังโพล๊ะ เมื่อพี่เขามาเห็นน้องเอาอาหารทั้งหลายออกมาจากมิติส่วนตัวดังนั้น น้องคนซื่อก็เลยสารภาพหมดเปลือก ทั้งความสามารถตัวเอง ทั้งเรื่องในอดีต — รู้แบบนี้แล้วพี่เขาก็ไม่รอช้าค่าา พอน้องไปที่ safehouse พิเศษ และเริ่มเก็บตุนข้าวของกับน้องทันที

โลกนี้ คนที่ถูกซอมบี้กัด จะเกิดไวรัสพิเศษในร่างกาย และจะพัฒนาจนมีความสามารถพิเศษได้ ซึ่งคุณพี่ก็ได้ความสามารถในการควบคุมแรงโน้มถ่วงมา พร้อมกับความสามารถกัดกร่อนอีก เป็นความสามารถควบสองตามประสาพระเอก ส่วนคุณเพื่อนที่ Song Chengshu เป็นหมอ ก็ได้ความสามารถในการควบคุมน้ำมา

และระหว่างที่ออกไปหาของเพิ่ม ก็ได้พรรคพวกเพิ่มมาอีกคน นั่นก็คือ Zheng Jiahe หนุ่มน้อยโคตรเนิร์ดที่ได้พลังความแข็งแกร่งทางร่างกายมา และด้วยความบ้าซุปเปอร์ฮีโร่ก็เป็นมันสมองของทีมในการพลิกแพลงและประยุกต์ใช้ความสามารถของคนในทีมด้วย

หลังจากนั้น ก็ได้พรรคพวกเพิ่มมาอีกสาม คู่รัก Wu Jing สาวสวยเซลล์ขาย และ Zhang Shuoliang  หนุ่มเทรนเนอร์ตัวโต ที่ติดอยู่ในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ตอนที่หนุ่มเนิร์ดเสนอแนะให้หาเครื่องปั่นไฟ ซึ่งพอทั้งหมดหนีซอมบี้ไปตึกข้างๆ ก็เจอกับ Yu Dongdong  เด็กน้อยสามขวบที่พ่อแม่กลายเป็นซอมบี้อยู่ในห้อง และเพราะสงสารก็เลยนับหนูน้อยกับแมวดำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในกลุ่มด้วยเลย

ดังนั้น เมื่อสอนวิธีปลุกพลัง ก็ได้พบว่า Wu Jing เปลี่ยนร่างตัวเองเป็นหมอกได้ และ Zhang Shuoliang มีพลังควบคุมดิน และก็ได้เจอกับพรรคพวกเก่าของพระเอก ก็คือตัวพี่ชาย Cheng Qi ที่ได้พลังสายฟ้า และน้องสาว Cheng Jiao ควบคุมลมได้  กลายเป็นครบทีมขึ้นมา ซึ่ง OP ไม่ OP ขนาดไหน คือว่าไปฐานอื่นแล้วพอเจอแบ่งส่วนลงทะเบียนแยกกันระหว่างคนธรรมดากับผู้ที่มีพลัง ทุกคนก็มีพลังหมดเลยจนถึงขั้นที่เจ้าหน้าที่ฐานไม่เชื่อจนมีเรื่องกัน เอาจริง น้องแมวก็ยังมีพลังพิเศษ และก็ใช้พลังพิเศษในเวลาที่คาดไม่ถึง จนขนาดคนในทีมยังตกใจเองเลย


เรื่องนี้ด้วยความที่พี่พระเอกเป็นตำรวจก็เลยมีความรู้สึกที่ดีกับทหาร (หน่วยงานหลักช่วยเหลือประชาชน กวาดล้างซอมบี้ และหาของตามประสาแนว AZ) และคอยช่วยเหลือตำรวจที่เจอเป็นระยะๆ ดังนั้น ก็เลยมีความสนิทสนมกัน ถึงขั้นที่ตัดสินใจมาอยู่ที่ฐาน Wancheng base ด้วย ซึ่งตอนแรกก็เป็นการอยู่อย่างมีประโยชน์ร่วมกัน แต่เพราะเห็นว่าหัวหน้าฐานเป็นคนดี และจริงใจ ไปๆ มาๆ ก็เลยเป็นการอยู่ด้วยกันจริงจัง มีอะไรทั้งสองฝ่ายก็ช่วยกันหรือหาทางแก้ ตอนแรกเป็นแค่ Su Ruizhe ยอมบอกความลับเกี่ยวกับอาวุธพืชของตัวเองที่ฆ่าซอมบี้ได้อย่างประมีสิทธิภาพ ตามชื่อเรื่อง My Cherry Will Explode in the Apocalypse ที่ประยุกต์มาจากแนวคิดเกม Plants VS Zombies ที่ใช้พืชฆ่าซอมบี้ น้องก็เปลี่ยนเชอร์รี่เป็นระเบิด เปลี่ยนถั่วเป็นกระสุนปืน — แต่พออยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ หลังๆ เอาจริง ถึงขั้นที่หัวหน้าฐานมีปัญหาอะไร คือวิ่งมาหากลุ่มนี้ขอให้ช่วยแก้ปัญหาแล้ว

เรื่องนี้ต่างจากเรื่องอื่นที่ทัศนคติของกลุ่ม เพราะปกติแล้ว ถ้าทีม OP มากๆ จะออกมาตั้งตัวเป็นกลุ่มต่างหาก ถึงจะไม่แยกออกมาจากฐาน ก็จะเป็นกลุ่มผู้มีพลังพิเศษที่เป็นเอกเทศทรงอำนาจอยู่ในฐาน ไม่ยุ่งกับอำนาจหรือการเมืองเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้ ทีมเป็นที่ปรึกษาและคนแก้ปัญหาให้กับฐานมากจนถึงขั้นที่แยกไม่ออกว่าฐานกับทีมแปลกแยกกัน และทัศนคติของผู้นำฐานด้วย เพราะแทนที่จะหวาดระแวงอำนาจและความสามารถที่ทีมมี กลับเป็นไว้วางใจให้เป็นที่พึ่งพาของฐานไป เป็นภาพที่คนในฐานก็น่ารักเสมอภาพกันมากด้วย เช่นผู้นำนั่งกินข้าวในโรงอาหารเหมือนกับทุกๆ คน และกลุ่มก็ทักทายคนในฐานอย่างมีไมตรีต่อกัน และมีอะไรก็ไว้ใจบอกให้ทีมรู้หมด

ถ้านอกเหนือจาก Dangerous Survival ก็มีเรื่องนี้แหละที่ fluffy ที่สุดในสาย AZ (เอาจริง DS fluffy เพราะอันอันโอ๋เด็กแหละ ถ้าไม่มีประเด็นนั้นก็ไม่แน่ใจว่าจะละมุนไหมมม แต่ก็นะ อารมณ์ช่วยคนพอๆ กันอันที่จริง) เพราะว่าชอบที่สุดท้ายแล้ว มีเรื่องของการคืนดีกับคนในครอบครัว เพราะตัวพระเอก Zhan Yun และสองพี่น้อง Cheng Qi กับ Cheng Jiao เจอพ่อแม่ตัวเองที่อีกฐาน และเมื่อคืนดีกันได้ ก็พาพ่อแม่ตัวเองมาอยู่ด้วย โดยที่เหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายก็พร่ำบอกว่าอย่าพาไปอยู่ด้วยเลย ตัวเองแก่แล้วจะไปเป็นตัวถ่วง พอมาอยู่ด้วยได้กินอิ่มอยู่อุ่นก็ยังเกรงใจ จนผ่านไปนานกว่าจะเชื่อว่าลูกหลานตัวเองมีความสามารถและเป็นกลุ่ม VIP ของฐานขนาดไหนนั่นแหละ

ชอบอีกอย่างที่เรื่องนี้ค่อนข้างมองบวก ให้ค่าความไว้ใจสูง เพราะตัว Ruizhe เคยถูกทรยศมาก่อน แม้ไม่ได้ปิดความจริงเกี่ยวกับพลังตัวเอง แต่ก็ไม่กล้าบอกความสามารถทั้งหมดให้คนในทีมรับรู้ แต่เพราะตอนที่สู้ศึกใหญ่ แล้ว Ruizhe กับ Zhan Yun ออกไปสู้นอกกำแพงเมืองกันสองคน และตกอยู่ในอันตรายคับขันและคนในทีมต่างกระโดดลงไปช่วยอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังเนี่ยแหละ จนทำให้เชื่อในพวกพ้องและกล้าบอกความจริงและความสามารถที่มีทั้งหมดให้ทีมรู้โดยไม่ปิดปัง กับเพราะไปช่วยคนที่มีความสามารถรักษาโรคมาจากฐานชั่วร้าย และเมื่อพากลับมาที่ฐานตัวเองและฐานไม่ได้กักขังหรือใช้งานอย่างไร้มนุษยธรรม ก็เลยทำให้ Ruizhe บอกความจริงกับฐานเหมือนกัน

เรื่องน่ารักและน้องก็มีพลัง OP เว่อร์ ถึงขั้นที่คนเดียวสามารถใช้มิติพิเศษปลูกข้าวเลี้ยงคนทั้งฐานได้ (แม้ว่าจะลำบากตอนเก็บเกี่ยวที่ทุกคนต้องกลายเป็นแรงงานเถื่อนช่วยกันเกี่ยวข้าวก็ตามที) ถ้าไม่ติดตอนแรกๆ ที่ดำเนินเรื่องเนือยๆ และตรรกะแปลกๆ ก็ถือว่าครึ่งหลังใช้ได้เลย ถึงขั้นที่พออ่านตอนที่ 112 ยังคิดว่าจะจบแล้วเหรอ? ยังอ่านต่อได้อยู่นะอยู่เลย ก็นับเป็น elderly and kid-friendly team น่ารัก ให้ B นะคะ

ปล. อ่านครึ่งหลัง mtl อีกแล้ว เพราะว่าตอนนั้น Eng ยังแปลไม่เยอะ กับถ้าจำไม่ผิด น่าจะอ่านไปตอนเดือนมกรา แล้วก็พิมพ์ค้างไว้ช่วงกุมภา จนเพิ่งมาเจอเนี่ยแหละ // ช่วงนี้อ่านนิยายมากจนเรื่องสลับอีกแล้วว อาจต้องกลับมาเขียนรีวิวไว้จำเองอีก

ปล. เหตุผลนึงที่กลับมาอ่าน เพราะว่าอ่าน The Film Emperor’s Daily Live Cooking Broadcast แล้วชอบความ fluff ด้วยแหละ

Monday, 16 September 2019

เรียกข้าว่าคุณหนูอันดับหนึ่ง โดย เชียนซานฉาเค่อ

//1. สปอยล์ไม่ต้องสงสัย — เป็นบันทึกการอ่านนะคะ//

// 2. อ่าน e-book 3 เล่มแรก ที่เหลือเป็น mtl จากจีน ไม่แน่ใจเรื่องความเหมือน/ต่างจากฉบับภาษาไทย//

เอาจริง เรื่องนี้ก็เหมือนเรื่องกลับมาแก้แค้นของเชียนซานฉาเค่อแบบผลาญ แล้วก็นางพญาท้ารบ แนวทางมาเหมือนกันทั้งสามเล่ม แต่ก็นะคะ พวกที่ชอบสายนางเอกเก่งกลับมาแก้แค้นอย่างอีฉันก็ยังงมงายอ่านต่อไป

ส่วนตัว เล่มนี้เป็นส่วนผสมของผลาญ แล้วก็นางพญาท้ารบ ในแง่ที่ว่าเอาการแก้แค้นเฉียบไวของเรื่องแรก มาผสมกับขั้นตอนการดำเนินเรื่องที่ไปเป็นทีละขั้นตอนอย่างมีเหตุผลมากขึ้นของเรื่องหลัง แต่จุดที่ต่างกันก็คือ แทนที่ตัวคนรักที่นางเอกถูกหลอกใช้จะเป็นแบบองค์ชายที่จะขึ้นครองบัลลังค์ เปลี่ยนเป็นจอหงวนคงแก่เรียนที่รักและแต่งงานกันที่ต่างจังหวัด ก็เลยทำให้แนวทางแก้แค้นของนางเอกและแนวทางเดินเกมทางการเมืองของพระเอกแยกออกเป็นคนละส่วนกันต่างจากสองเรื่องแรก 

ดังนั้น เซวียฟังเฟย ที่ถูกองค์หญิงที่กลายเป็นคนรักของสามีเก่าสร้างเรื่องให้เสื่อมเสีย และฆ่าตายโดยทำให้เป็นเหมือนกับการฆ่าตัวตายเอง ก็ได้กลับมาอยู่ในร่างของ เจียงหลี คุณหนูรองของมหาอำมาตย์ ที่ถูกส่งมาทิ้งอยู่ที่อารามแม่ชี ด้วยข้อหาทำร้ายแม่เลี้ยงและลูกในท้องของแม่เลี้ยง และการเริ่มต้นแก้แค้นทั้งสามีเก่า กับการประมือกับแม่เลี้ยงหน้าเนื้อใจเสือก็เริ่มขึ้น

เรื่องนี้พระเอกไม่ได้รักนางเอกชัดเจนหรือว่าเร็วเหมือนในผลาญ แต่เป็นเหมือนนางพญาท้ารบที่เริ่มจากความไม่ไว้ใจถึงขั้นระแวงของพระเอก ก่อนที่จะค่อยๆ แปรเปลี่ยนมาเป็นความเข้าใจ และรู้ใจกัน — ความสัมพันธ์เป็นไปในเชิงที่เจียงหลีต้องพึ่งพา จีเหิง ที่เป็นผู้มีอำนาจและอิทธิพลแม้กระทั่งกับฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ในว่าจะในเรื่องของการปกป้องดูแล หรือแม้กระทั่งการให้ความช่วยเหลือ และส่วนของจีเหิงเอง การยอมให้ความช่วยเหลือก็เกิดขึ้นเพราะเจ้าตัวสนใจกับความบันเทิงที่เกิดจากพฤติกรรมและแรงจูงใจจะแก้แค้นที่คาดเดาไม่ได้และดูเหมือนจะไม่มีที่มาที่ไปของ ‘คุณหนูรองเจียง’

หลักๆ แล้ว ในส่วนของการแก้แค้นเรื่องนี้ทำได้สนุกเหมือนเดิม แม้ว่าจะดูเหมือนอ้อมโลก เพราะว่าศัตรูเป็นถึงองค์หญิงที่ดูจะมีฐานะสูงเกินไปต่อกรด้วยไหว แต่ด้วยความใจเย็น คอยหาวิธีการและวางแผนการของเจียงหลีก็ทำให้เรื่องราวเหล่านี้สนุกและคาดเดาไม่ได้ กับขณะเดียวกันก็มีการปะทะคารมและสู้ด้วยแผนการกับแม่เลี้ยงเป็นระยะๆ ระหว่างทางเช่นเดียวกัน ซึ่งก็เป็นไปตามเงื่อนไขไม่ต่างจากสองเรื่องแรก ไม่ว่าจะเป็นวางยาสร้างเรื่องฉาวชู้สาว ไล่ปีศาจและความอัปมงคล ฯลฯ และแม้ว่าการแก้ปัญหาจะไม่ต่างจากเดิม แต่รายละเอียดเล็กน้อยที่แผกออกไปก็ยังทำให้ยังสนุกและน่าตื่นเต้นเหมือนเดิม

ความรักเรื่องนี้ไม่ค่อยเด่นชัดเท่าไหร่ อย่างที่ช่วงแรกเน้นการแก้แค้นกับสามีชั่วและชู้รักเป็นหลัก พอแก้แค้นได้จบก็เหมือนตัวนางเอกจะเนือยลงไป กลับมาเป็นคุณหนูลูกขุนนางธรรมดา และที่ยิ่งกว่านั้นก็คือช่วงที่พระเอกมองว่าจบการแก้แค้นได้แล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างสองคนก็ควรจะจบสิ้นด้วยเหมือนกัน เพราะจีเหิงไม่ต้องให้ความช่วยเหลือนางเอกแล้ว และก็อยากที่จะทุ่มความใส่ใจไปที่การแก้แค้นส่วนตัวของตัวเองมากกว่าที่จะต้องติดต่อยุ่งเกี่ยวกับเจียงหลี กว่าที่จะมีเรื่องที่ทำให้เข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ก็นาน และถึงแม้ว่าจะเข้าใจได้ ตัวจีเหิงก็มอง เจียงหลี/เซวียฟังเฟย ในฐานะผู้หญิงธรรมดาที่ไม่ควรจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองและการรบของตัวเองอีกต่างหาก — ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่ทำให้ขัดใจมาก มีความรู้สึกว่าตัวนางเอกมีความรู้ความเข้าใจบ้านเมืองและมีสมองที่คิดแผนการและรู้เท่าทัน ก็ควรจะเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์มากกว่าเก็บนางเอกเอาไว้บนหิ้ง แล้วตัวเองออกไปจัดการกับปัญหาคนเดียวโดยไม่ยอมให้นางเอกมีส่วนรู้เห็น อย่างที่หายไปแล้วปล่อยให้นางเอกต้องรอ

เมื่อในแง่นี้ทิศทางเรื่องหลังการแก้แค้นเปลี่ยนไปให้ตัวเจียงหลีกลับมาเป็นคุณหนูในห้องหอที่ถูกตระกูลกำหนดทิศทางให้เดิน ก็เลยมีเรื่องอย่างการวางตัวในตระกูล และการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับลูกชายบ้านอื่นเข้ามา — ก็การแก้ปัญหาก็เป็นการช่วยเหลือจากฝ่ายชายแทนที่จะเป็นการใช้ความรู้ความสามารถของตัวเองอย่างที่เคยเป็น (พระเอกมาช่วยก็ดี แต่บางครั้งก็อยากให้นางเอกหาทางขวนขวายด้วยตัวเองก่อน แทนที่จะอยู่เฉยๆ ให้พระเอกมาช่วย)

นอกจากนี้ ที่รู้สึกพล็อตไม่นิ่งก็มีอีก 2 ประเด็น คือ หนังสือวางตัวให้ตัวจีเหิงมีอำนาจและมีอิทธิพลมาก และภาพที่เห็นก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่พอครึ่งหลัง ทำไมดูพระเอกไม่มีกำลังคนของตัวเองเลย พวกที่เคยรายล้อมรับใช้เป็นมือสังหารในเงามืดอย่างที่เคยมีไปไหนหมด? ทั้งในส่วนของการสู้ที่หางโจว และก็การรบสุดท้าย โดยเฉพาะเมื่อเปิดประเด็นให้มีเรื่องในอดีตของครอบครัวจีเหิงเข้ามา

กับตัว (คนที่เหมือนจะเป็น) พระรองแต่กลายมาเป็นตัวร้ายสุดท้ายก็ดูไม่มีแรงจูงใจขนาดนั้น ส่วนตัวถ้าจะเขียนบุคลิกนิสัยออกมาให้ดีตอนแรก และเปลี่ยนเป็นตัวร้ายอย่างที่เป็น ดูสงสารตัวละครและไม่สมจริงกว่าที่ควรจะเป็น

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ติดใจในแง่ที่คิดต่อเองมีอยู่ว่า เรื่องผลาญก็ดี นางพญาท้ารบก็ดี เป็นเรื่องที่นางเอกสามารถย้อนเวลากลับมาในอดีตได้ และสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดและเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้เต็มที่ แต่เรียกข้าว่าคุณหนูอันดับหนึ่งเป็นการดำเนินเรื่องต่อจากจุดที่เกิดเหตุ และดังนั้นแม้ว่าจะมีการพยายามแก้ไขสถานการณ์อย่างไรก็ทำได้ไม่เต็มร้อย ส่วนตัว สงสารตัวละครหลายตัวที่ถูกทำร้ายเพราะแผนการขององค์หญิงมาก โดยเฉพาะน้องชายนางเอก เพราะว่าแม้ว่าจะมีชีวิตอยู่ แต่ก็ต้องเสียขา และเดินไม่ได้ไป (ถ้าเป็นไปได้ อยากแก้ประเด็นนี้มาก ก็รู้ว่าคนเขียนอยากบอกว่า สิ่งที่ดีที่สุดก็คือมีชีวิตอยู่ แต่ในอีกแง่หนึ่ง ตัวละครนี้ก็ควรจะได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้ — อยากให้กลับมาเดินได้มากเลย ฮือ)

ถ้าจะให้เปรียบเทียบ 3 เรื่อง ถ้าดูเฉพาะส่วนของการแก้แค้นอย่างเดียว ชอบเรื่องนี้ที่สุด เพราะชอบการแก้ไขปัญหาอย่างแนบเนียบค่อยเป็นค่อยไป และความสัมพันธ์ที่แม้จะไม่ใช่ความรักเชิงชู้สาวชัดเจน แต่กลมเกลียวอยู่ด้วยกัน และการตามใจในแบบของจีเหิง ซึ่งถ้าจะพูดกันตามจริง การให้ความช่วยเหลือและคอยดูแลใส่ใจแบบนี้ ดูพึ่งพาได้กว่าการเอ่ยคำรัก และการฝากใจอีก — อย่างไรก็ตาม เรื่องค่อนข้างนิ่งไปหลังจากนั้น ด้วยประเด็นการกลับสู่สภาพคุณหนูในห้องหอที่อยู่ไปเรียบเรื่อย และการเดินเกมของจีเหิงที่เอาอดีตมาเป็นประเด็น (เทียบกับหมู่ขุนนางใหญ่ และราชวงศ์มีปัญหาอย่างนี้หมด ทำไมจึงกลายมาเป็นประเด็นที่เป็นเรื่องหนักหนาในตอนหลัง?)

ก็เลยกลายเป็นในภาพรวม สุดท้ายแล้วก็ยังชอบผลาญที่สุดอยู่ดี