Showing posts with label regression. Show all posts
Showing posts with label regression. Show all posts

Sunday, 9 January 2022

丧尸皇的家养猫 // The Zombie Emperor’s Domesticated Cat

//เล่าไม่ค่อยรู้เรื่อง อยากกรีดเป็นช่วงๆ มากกว่า//




คนเขียน: 水杉
แนว: AZ, วันสิ้นโลก, ซอมบี้, พลังพิเศษ, เกิดใหม่, แมว, เลี้ยงแมว
ความสัมพันธ์: คนเลี้ยงแมว/ซอมบี้ (?) X แมว (?)
จำนวนตอน: 95+2
ปี: 2017


ในยุควันสิ้นโลก Fang He ถูกลุงขายให้กับห้องทดลองตอนที่อายุ 8 ขวบ และเมื่อหนีออกมาได้ 13 ปีหลังจากนั้น ก็ตายเพราะถูกซอมบี้กิน แต่ว่าเจ้าตัวกลับย้อนเวลามาเกิดเป็นลูกแมวขาวดำก่อนจะเกิดวันสิ้นโลกอีกครั้ง 

พอย้อนกลับมา ตัวเองเปียกฝนอยู่กลางถนนแล้วก็ถูก Li Zhen เก็บได้ ด้วยความที่ไปบ้านแล้วเจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยรูปศพ Fang He ก็เข้าใจว่าอีกคนเป็นฆาตกรโรคจิตเสียแล้ว แต่ว่า Li Zhen เข้าใจว่าลูกแมวกลัวตัวเองเหมือนสัตว์ทั่วไป จากความคิดตอนแรกที่คิดว่าจะเลี้ยงแมวก็เลยเอาแมวไปให้ร้านขายสัตว์เลี้ยงแทน แล้วก็พบว่าตัวลูกแมวที่ตัวเองเก็บมาได้ เป็นลูกแมวที่หนีออกจากร้านไป 

แต่ว่าตัว Li Zhen ที่ทิ้งแมวไว้ที่ร้านก็อดคิดถึงแมวไม่ได้ และในที่สุดก็กลับมาเอาลูกแมวขาวดำไปเลี้ยงอยู่ดี แล้วก็เอากระดิ่งแกนต้นท้อที่เป็นของประจำตระกูลแขวนคอให้แมว แล้วตั้งชื่อว่า He Miao 

แต่ว่าเมื่อกลายเป็นแมวจะสื่อสารกับอีกคนอย่างไรให้เข้าใจกัน เพราะ Fang He อยากจะบอกให้รู้ถึงวันสิ้นโลกที่จะมาถึงเหลือเกิน โดยเฉพาะเมื่อเจ้านายตัวเองทำงานเป็นแพทย์ชันสูตรศพ โอกาสอยู่นอกบ้านและเจอกับไวรัส หรือแม้กระทั่งซอมบี้ก็ยิ่งสูง โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายต้องไปทำงานล่วงเวลา 

แมวพยายามเอาซอสมะเขือเทศมาบีบเป็นข้อความบอกนาย แต่ด้วยที่ Li Zhen ต้องทำงานหนัก และคิดว่าเพื่อนร่วมงานตัวเองเป็นคนทำ ฝ่ายคนก็ไม่เห็น จนกระทั่งไปทำงานแล้วไม่กลับบ้านเสียที ลูกแมว He Miao ก็เลยตัดสินใจปีนนอกมาจากหน้าต่างแล้วเดินไปหาคนที่ที่ทำงาน  

สุดท้ายก็เจอกัน โดยที่แมวเดินจนอุ้งเท้าเลือดซิบเป็นแผล ส่วนคนที่อุ้มแมวอย่างประคองขึ้นรถกลับบ้าน และเห็นสิ่งที่แมวเขียนไว้ก็ค้นพบว่าตัวเองติดไวรัสเสียแล้ว จากรอยข่วนที่ลูกแมวตบไว้วันก่อน 

แล้วแมวจะทำอย่างไร ถ้าคนเป็นซอมบี้ไปแล้ว??
.
.
.

จริงๆ ชื่อเรื่องมันก็บอกแล้วว่าแมวหนีชะตากรรมจากคนติดไวรัสแล้วกลายเป็นซอมบี้ไม่พ้น แล้วน่ารักที่พอรู้ว่าคนติดเชื้อก็กระโดดกัดข้อมือให้ติดเชื้อเป็นซอมบี้ไปด้วยกันนี่แหละ 

แต่กลายเป็นว่า Fang He ได้พลังพิเศษมา แล้วก็ได้มิติพิเศษที่เกิดจากกระดิ่งท้อด้วยเหมือนกัน ดังนั้น แมวที่มีนิสัยเก็บกดจากการกลัวอดกลัวไม่มีจากวันสิ้นโลกรอบที่แล้ว ก็เลยจะเอาทุกอย่างในบ้านคนใส่มิติพิเศษไป และด้วยความที่ Li Zhen บอกพี่สาวตัวเองที่กำลังจะคลอดลูกว่าอย่าไปที่โรงพยาบาล แต่ให้ไปอยู่ที่บ้านเก่าชานเมืองของครอบครัว แมวก็เลยคิดว่าจะเดินทางไปดูแลพี่สาวคน 

ซึ่งระหว่างทางก็กลายเป็นแมวเลี้ยงคน หรือแมวเลี้ยงซอมบี้ เพราะ Fang He เชื่อว่าถ้าปล่อยให้ Li Zhen กินคนไปจะเข้าเส้นทางกู่ไม่กลับ และทุกครั้งที่ Li Zhen เห็นคนหรือถูกกระตุ้นจากกลิ่นเลือด แมวก็จะทำทุกอย่างเพื่อหลอกล่อ เบี่ยงเบนความสนใจคนออกไปทางอื่น โดยเฉพาะเมื่อ Li Zhen ทิ้งสัญชาตญาณทุกอย่างไป ยกเว้นเรื่องที่เกี่ยวกับแมวตัวเอง ... อย่างเช่น จำได้ว่าแมวตัวเองชอบปลาแห้งที่ถูกปั่นเป็นชิ้นฝอยๆ ก็กลัวว่าปลาแห้งจะหมด แล้วก็ไปที่ฟาร์มปลาเพื่อเอาปลามาตุนให้แมวตัวเอง ซึ่งก็แน่ใจได้ว่าความงกเก็บของของแมวก็คือเก็บทั้งปลาทั้งน้ำเข้ามิติพิเศษไปไม่มีเหลือ 

แต่ว่าความห่วงใยกันก็เป็นไปสองฝ่ายเหมือนกัน เพราะขณะเดียวกันแมวก็คิดว่าจะไปซุปเปอร์หาอาหารและของใช้อื่นๆ มาตุนให้นายที่กลายเป็นซอมบี้ไปแล้วด้วย ระหว่างเดินทางไปหาพี่สาวก็กลายเป็นเข้ารูทเก็บของเข้ามิติไป เก็บของไม่มีขอบเขตสนุกสะใจมาก 

เพราะแมวเก็บทุกอย่างตั้งแต่ทะเลสาป สัตว์ในฟาร์ม กองเมล็ดพืช ของในครัว หม้อ กระทะ รวมไปถึงผลไม้ในป่าที่เอามาทั้งต้น แล้วพอวิ่งไปเจอไร่ข้าวโพดก็เก็บแล้ว ส่วนคนที่เป็นซอมบี้ไปแล้ว หลับอยู่ที่เปลจ๊ะ ... แต่ตอนนี้ตื่นแล้วเพราะแมววิ่งเตลิด (คึก) ไปไกลมาก ตอนที่วิ่งออกมาตามแมวง่ายมาก เพราะว่าแมวเก็บแหลกทุกสิ่งอัน ดูที่โล่งๆ ก็รู้ว่าแมวอยู่ไหน และตอนนี้ก็เก็บต้นไม้ใบหญ้าในรัศมี 10 โลหมดแล้ว คือถ้านายไม่มาตามก็ยังบ้าคลั่งไม่รู้ตัวต่อไป แต่ตอนนี้สติกลับมาแล้ว รู้ว่าถ้าขืนทำตายคือทำงานหนักจนตายแน่นอน ลูกแมวเอ๋ย

แต่ตอนที่แมวหลับคนก็อุ้มแมวพอเดินเหมือนกัน แล้วก็ฆ่าซอมบี้ตัวอื่นตามรายทางไปเรื่อยด้วยนะ อย่าว่ากันว่ากินแรงลูกแมววัยสองเดือนเลย คือตอนนี้ที่ในมิติพัฒนา/ขยายไปอีกส่วนแล้ว เอาเป็นต่างคนต่างทำหน้าที่ตัวเองเนาะ นี่เข้ามิติไป แมวตกใจแล้วนะเนี่ย เพราะว่าคนช่วยเก็บถั่วลิสงกับถั่วเหลืองมาให้ตอนแมวหลับด้วยย ไม่นับน้ำมันจากสองอย่าง เอาจริงก็เป็นพวกตุนแหลกๆ พอกันทั้งคน ทั้งแมวนี่นา ย้อนกลับไปที่เอาปลามาทั้งฟาร์มก็คือคนด้วยยย

เอาจริงคือคนไม่สนอาหาร แต่เห็นแมวหมกมุ่นเลยช่วยเก็บ แล้วก็เอารถ รถแทรกเตอร์ สามล้อ โน่น นี่ นั่นตามรอยทางมาด้วยเหมือนกัน จะไปช่วยพี่สาวคน แต่ว่าขอให้ได้แมวได้เก็บของไปด้วยนะ โอ๋มาก แมวอยากอะไรก็ให้ทำ ขำที่บอกว่าไม่เป็นไรเลยที่จะไปวิ่งวุ่นวายข้างนอก เพราะรู้ว่าลูกแมวตัวเองมีนิสัยชอบตุนอาหาร (แต่คือพี่คะ นี่มันไม่ใช่พฤติกรรมแมวนะคะ)

พอแมวได้เข้าซุปเปอร์แล้ว เย้ ได้จานชาม ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ผงซักฟอก สบู่มาแล้ววว แมวคิดว่าชีวิตดีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่าเมื่อไหร่จะสื่อสารกันได้? คิดไปก็สลดขี้เกียจเก็บของแล้ว ... แต่ว่าแมว เก็บมาแล้วครึ่งซุปเปอร์แล้วเปล่า ช่วงนี้สงสัยมากว่าเมื่อไหร่คนจะสื่อสารได้ เมื่อไหร่แมวจะได้ร่างคน

แต่ว่าไม่ว่าคนจะสื่อสารได้ หรือจะเป็นซอมบี้อยู่ ตอนโอ๋ลูกแมว และหวงลูกแมวตัวเองแบบแปลกๆ ก็เกิดต่อเนื่อง เพราะพอ ต่อมาหนึ่งคนหนึ่งแมวเจอเพื่อนที่ทำงานเดิมของ Li Zhen ที่มีพลังพิเศษ แล้วอีกฝ่ายพยายามเกลี้ยกล่อม Li Zhen ให้เข้ากลุ่มตัวเองโดยที่ไม่สนใจอาการแปลกๆ ของ Li Zhen (ที่ใส่แว่นตาดำปิดสภาพตาแดงก่ำแบบซอมบี้จนไม่รู้ว่าเป็นซอมบี้แล้ว) เลย Fang He ที่พูดได้แล้วก็เริ่มอาละวาด ตำหนิเพื่อนไม่ยั้ง แล้วก็ทำให้ Li Zhen หงุดหงิด คิดว่าทำไมลูกแมวตัวเองพูดกับคนอื่นมากขนาดนั้น ทั้งที่ไม่พูดกับตัวเองเลยนอกจากเมี้ยว ... ซึ่งก็ไม่ได้คิดเลยว่าแมวไม่ควรพูดได้ไหมคะ?

แต่สุดท้ายก็แก้ปัญหาได้อย่างงงๆ เพราะ Li Zhen ลบความทรงจำเพื่อนร่วมงานและกลุ่มไป โดยที่ไม่ใช่เพราะอยากตัดปัญหา แต่เป็นเพราะอารมณ์เสียที่คนอื่นเห็นแมวตัวเอง และได้ยินแมวตัวเองพูด  สรุปให้สั้นว่าเพราะหวงแมว ไม่ได้คิดว่าจะเป็นประเด็น แต่เอาเถอะ จุดประสงค์ต่างกัน แต่ผลลัพท์ก็ยังโอเคอยู่

จริงๆ เรื่องเล่าช่วงเก็บของสนุกมาก เพราะหลังจากนั้นก็มีไปเอาหยกที่ภูเขาอีก ตอนแรก Fang He แค่คิดง่ายๆ ว่าถ้าเจอหยกที่มีมิติพิเศษแล้วเอาไปให้พี่สาวของ Li Zhen ได้ก็ดี แต่ Li Zhen คิดว่าแถวนี้มีเหมืองหยก และพาแมวไป และพอแมวขึ้นภูเขาก็กลายเป็นเก็บทุกอย่างลงมิติไปเหมือนเดิม  

ซึ่งระหว่างนี้ก็คือการฆ่าซอมบี้ไปด้วย เพราะความสำนึกรู้ (หรือว่า “สติ”) ของซอมบี้ที่ถูกฆ่า จะช่วยลดความกระหายเลือดของ Li Zhen ได้ และที่นิวเคลียสในหัวซอมบี้ก็ช่วยเพิ่มความสามารถให้กับมิติพิเศษเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อแมวงกเอาน้ำจากทั้งทะเลสาบเก็บเข้าไป และผสมกับน้ำในบ่อเดิมจนความเข้มข้นเจือจางจนต้องใช้นิวเคลียสมาฟื้นให้กลับสภาพเดิม กับเพราะการแช่น้ำในมิติช่วยให้การรับรู้ของ Li Zhen กลับคืนมา ซึ่งในแง่หนึ่งก็ตอบคำถามเรื่องการเป็นซอมบี้ของ Li Zhen และการเป็นแมวของ Fang He ด้วย เพราะการฝึกปรือร่วมกันที่ใต้ต้นท้อในมิติพิเศษ ช่วยให้ Fang He ได้ร่างคนมาภายหลัง เกิดเป็นลูปที่ฆ่าเดินทางเก็บของ ฆ่าซอมบี้ สลับกับการกลับเข้าไปในมิติเพื่ออาบน้ำ (แช่น้ำในมิติและอัพเกรด) และทำอาหาร 

ช่วงแรกเป้าหมายของเรื่องก็คือเดินทางไปหาพี่สาว (และเก็บของ ฆ่าซอมบี้ไปตามทาง) แต่เพราะตัวพี่สาวต่อต้านซอมบี้มาก และเด็กที่เพิ่งเกิดกระตุ้นสัญชาตญาณซอมบี้ของ Li Zhen หนึ่งคนหนึ่งแมวก็เลยทำให้ได้แค่ทิ้งอาหารและของใช้ทั้งหลายให้พี่สาวเท่านั้น 

แต่เพราะ Li Zhen รับรู้เรื่องในอดีตว่าลูกแมวสุดที่รักถูกลุงกับป้าขายแล้วถูกทรมานในห้องทดลองเป็นแรมปีก็เปลี่ยนจุดประสงค์เรื่องไปล้างแค้นลุงกับป้าในเมืองที่ลูกแมวตัวเองเคยอยู่ก่อนย้ายไปที่ฐาน แต่กลายเป็นว่าชาตินี้เพราะตัวเองเป็นแมวไปแล้ว ก็เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ป้ากลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว ลุงหายไป แล้วห้องนอนที่เคยอยู่ก็เป็นแค่ห้องเก็บของเหมือนเดิม กลายเป็นว่ามาที่เมืองเพื่อช่วยคนในเมือง ไม่ว่าจะเป็นฆ่าซอมบี้ กำจัดคนที่มีอำนาจในเมือง บอกวิธีสร้างฐาน ให้ของใช้ ฯลฯ แทน ซึ่งเอาจริงก็เหมือนจะเป็นเรื่องปกติของคู่หนึ่งคนหนึ่งแมวที่ฆ่าซอมบี้แล้วช่วยคนให้รวมกลุ่มสร้างฐานได้มาเรื่อยๆ ตามทางโดยตลอด

แล้วก็เปลี่ยนไปหาอุกกาบาตที่เพิ่งตก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตซอมบี้แบบในอดีต ซึ่งกลายเป็นว่า Li Zhen ดูดพลังของอุกกาบาตจนกลายเป็นราชาซอมบี้ไป ตอนนี้ก็มีอำนาจสั่งการและควบคุมซอมบี้ได้ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป้าหมายไปทำลายห้องทดลองในฐานเดิมที่เคยทดลอง (ทรมาน) Fang He และไม่ให้มีคนอื่น โดยเฉพาะเด็กๆ ถูกทรมานอีก 

รวมๆ เรื่องนี้ไม่ค่อยมีพล็อตยาวรวบทั้งเรื่องมาก เพราะเปลี่ยนจากการหาพี่สาว-แก้แค้นให้แมว-หาอุกกาบาต-ไปจบที่ทำลายห้องทดลองที่รู้สึกว่าเปลี่ยนไปตามช่วงสถานการณ์ในเรื่องที่อยากเขียนมากกว่าจะมีพล็อตชัดเจน และรู้สึกว่าตอนจบตัดเร็วไป เหมือนรวบรัด 4-5 ตอนจบหลังจากที่เอื่อยมานาน ถ้าช่วงนี้ยืดได้จะแก้ความรู้สึก anti-climax ได้นะ กับตอนจบก็ที่เหมือนวิธีการและหลักการ Li Zhen ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่  อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่สนุกก็คือความ OP ของทั้งคนทั้งแมว ไม่ว่าจะเป็นในเชิงการเก็บของ และการสู้รบ เป็น “You And Me Against The World” รู้กันสองคน คุย ปรึกษากันสองคนไม่เคยสนใจใครอะไรเลย 

จากใจอยากบอกว่า ชื่อ The Zombie Emperor’s Domesticated Cat ที่แปลเป๊ะๆ ตามตัวได้ว่า "แมวเลี้ยงของจักรพรรดิซอมบี้" สรุปความได้ระดับหนึ่ง มาเพื่อเลี้ยงแมว โอ๋มาก รักมากเป็นสาระแค่นั้น เป็นธีมหลักถ้าดูทั้งเรื่อง กับอยากจะตั้งให้อีกชื่อด้วยว่า "การโอ๋แมวในวันสิ้นโลก" สรุปใจความได้ตามนี้จริงๆ  เช่นถามแมวว่า มาคุยกันก่อน ฟังดูจริงจัง แต่คำถามต่อมา คืออยากกินอะไร จะได้ทำถูก กินกุ้งไหม โอ๋กันไปแล้ว รู้ว่าทำไข่ตุ๋นกุ้งแล้วแมวชอบก็ทำให้บ่อยๆ คำก็ He Miao สองคำก็ He Miao เรียกแมว แมวอยากทำอะไรก็ให้ทำ มีอะไรก็ปรึกษาทำให้อย่างที่แมวต้องการ ถามว่า He Miao อยากได้อะไร อยากทำอย่างไร ว่าตาม He Miao  ตลอด โดยเฉพาะการบรรยายว่าเดินไปเดินมาโดยอุ้มแมวไปด้วยเป็นเรื่องปกติมาก ไหนจะลูบหูแมว บีบอุ้งเท้าแมวอีก ทั้งเรื่องคุณพี่ Li Zhen พยายามปิดหน้าปิดตา ไม่ให้คนรู้ว่าตัวเองเป็นใคร แต่ว่าการที่ไปไหนแล้วมีลูกแมวอยู่บนบ่า ไม่ต้องปิดหน้าคนก็จับได้อยู่ดี โถ พี่คะ พี่ ไม่รู้จะพูดอย่างไรแทน 

กับน่ารักดีที่ตอนแรกสติยังไม่กลับมา แมวไม่ยอมให้คนฆ่าคนอื่นก็เลยพยายามทำอาหารตอนอยู่ในมิติด้วยกันเลี้ยงคน ซึ่งทำได้อย่างเดียวคือต้มปลา แล้วพอคนเริ่มมีสติก็เริ่มกลับมาทำอาหารให้แมวแทน ทำโน่น ทำนี่ โอ๋แมวด้วยอาหารอร่อยแปลกใหม่สารพัดไปด้วย พอเห็นแมวกินก็มีความสุข ตัวเองก็สบายใจ พอแมวหลับก็ลูบหัวลูบตัวแมว (แอบขำเรื่องทำกับข้าวมาก เพราะพอ Li Zhen สติกลับมากึ่งเป็นมนุษย์เหมือนเดิม กินน้อยลง แมวก็แอบคิดในใจว่าควรจะเป็นคนตั้งนานแล้ว เพราะตอนนี้เหลือกินแค่ 1/10 ของที่กินเดิม ช่วยประหยัดเสบียงไปได้เยอะดีมาก)

ตอนที่จะไปหาพี่สาวของ Li Zhen แล้วหลานชายที่เพิ่งคลอดมีพลังไฟฟ้า ครั้งแรกแมวถูกไฟช็อตไปแล้วทีนึง พอไปจะหาพี่สาวอีกรอบ คนเป็นห่วงมาก ก็ทำชุดพลาสติกกันไฟฟ้าจากของสารพัดที่เก็บมาให้แมวใส่ แล้วก็พูดเตือนอย่างเป็นห่วง อย่างไม่อยากปล่อยไป พูดเตือนพูดบ่นพูดห่วงจนหมดภาพผู้ชายใส่แว่นเย็นชาในตอนแรกๆ ที่เจอแมว แล้วที่ใจร้ายก็คือ แมวตัดบทด้วยการการบอกว่า หยุดบ่น ตอนนี้แมวจะไปได้หรือยัง 

อีกตอน ตอนที่รู้ว่าแมวเสียใจจิตตกหลังแก้แค้น ก็พาแมวไปเล่นสวนสนุก (อย่าถามว่าแมวจะเล่นเครื่องเล่นได้อย่างไร) ตราบใดก็ตามที่แมวตัวเองมีความสุข คุณพี่ Li Zhen ทำให้ได้ทุกอย่างอยู่แล้ว ความโอ๋แมวมากทะลุระดับร้อย
 
ซึ่งถ้าถามในแง่ความฟลัฟและการเลี้ยงแมวให้เต็ม ให้เต็มความ OP อีกอย่าง แต่ไม่ชอบทิศทางเรื่องกับการจบตัดเท่าไหรร่ ก็ให้ B+ เพราะเติมเต็มความบ้า AZ จีนได้ระดับหนึ่งเลย กับอีกอย่างที่นึกได้ จุดเด่นเรื่องนี้ก็คือ reversible process ที่ให้พระเอกกลับมาเป็นคน (อย่างน้อยก็กึ่งๆ คน) ได้ และซอมบี้อื่นๆ ใต้พระเอกก็มีสติและไม่ฆ่าคนเหมือนกัน โดยเฉพาะให้ความสำคัญกับซอมบี้มากจนพระเอกดูสนใจซอมบี้มือขวามากกว่าพี่สาวตัวเองด้วยซ้ำ 

กับน่ารักที่พอพลังเริ่มแกร่งก็ได้ซอมบี้ตัวนึงที่ตามมาอยู่ด้วยตลอด และต่างจากเรื่องอื่นที่เจอซอมบี้ลูกแมวด้วย ซึ่งไปๆ มาๆ สองตัวนี้ก็อยู่ด้วยกันและตาม Li Zhen กับ Fang He ตลอด และด้วยการที่ต้องอยู่ด้วยกันก็เพราะ Li Zhen ก็หวงแมว He Miao ตัวเองมากตลอด อย่างลูกแมวซอมบี้จะโผเข้าไปซุกขนท้อง He Miao คนก็ตาขวางว่านี่ตัวเองจับปุยท้องแมวตัวเองได้คนเดียวแล้วเขวี้ยงลูกแมวไปให้ซอมบี้ไป

แต่ก็นะ คิดในแง่นี้ก็เลี้ยงแมวในโลกซอมบี้จริงๆ มีลูกแมวตั้งสองตัวแน่ะ!!


ปล. ตามที่อยากกรีด 

1. เวลาแมวตกใจทำหน้าแบบนี้น่ารักดี  Σ(;Φ ω Φ) กับน่ารักที่แมวอ่านหนังสือไม่ค่อยแตกฉาน แล้วคิดว่าการฝึกวิชาคู่ก็คือแมวต้องนั่งขัดสมาธิ เอาขาพับซ้อนกัน ซึ่งทรมานแมวมาก แต่จริงๆ ก็คือแค่เอามือแตะกันก็พอ (Li Zhen มารู้จากตำราหลังจากที่แมว He Miao ทรมานไปหลายครั้งแล้ว)

2. 猫星语-/māo xīng yǔ/ คำว่าภาษาดาวแมวน่ารัก

3. คนกับแมวเก็บของแหลกมาก มีอยู่ตอนที่ไปรับงานระดับ SSS จากกิลด์มา ต้องส่งมอบเหล็กจำนวนหลายแสนตันให้กับฐาน ปัญหาไม่ใช่อยู่ที่หาเหล็ก แต่อยู่ที่จะเอาเหล็กในมิติออกไปอย่างไรให้เนียน ตลกตอนที่บอกคนที่มาเป็นพวกว่ามีเรื่องนิดหน่อยให้ช่วย ก็คืองานระดับ SSS นะ เหล่าคนฟังก็ฟังแล้วนิ่งว่านิดหน่อยตรงไหน ... ยิ่งตอนพอรู้ว่ามีเหล็กแล้วแต่หาคนช่วยสร้างเรื่องว่าต้องหาเหล็ก ขนเหล็กคือเหนื่อยกว่าเยอะ 

4. ลูกแมวซอมบี้ Xiao Baiqiu น่าสงสารมาก เพราะว่ามีพลัง แต่ว่ายังเป็นลูกแมวก็เลยพยายามซุกตัว Fang He โดยที่คิดว่าเป็นแม่ตัวเอง แต่ว่าคนงกไม่ยอมให้ลูกแมวเข้าใกล้ He Miao ตัวเองเลย แล้วพอลูกแมวซอมบี้ไม่มั่นใจก็บอกลูกแมวซอมบี้ว่าจริงๆ ไม่ใช่ลูกแมว แต่ว่าเป็นเสือดำต่างหากนะ ก็หลอกกันแม้กระทั่งลูกแมวซอมบี้นะคะ แล้วที่สำคัญก็คือลูกแมวเชื่อสนิทใจด้วย Xiao Baiqiu likes mountains and forests, and likes to jump from this tree to that tree. He thinks this is the call of the wild. As a leopard, he likes the mountains and forests. อยากจะบอกมากว่าไม่ใช่นะ เธอเป็นลูกแมว ถึงแม้จะเป็นลูกแมวซอมบี้ก็เถอะ เธอไม่ได้โตในป่าด้วยเหมือนกันนะ เหมียว!

ชื่อ Xiao Baiqiu น่ารักดี กับซอมบี้คู่หู  Xiao Sang เนาะ  ตลกที่ตอนพิเศษพยายามเดินหาไปหา Fang He กับ Li Zhen แต่ว่าหลงไปคนละทางตั้งแต่ต้น 

Monday, 25 October 2021

문 너머 // Beyond the Door



คนเขียน: 해롱씨 

แนว: โลกไกด์-เอสเปอร์, ability, regression, large dog, fluff, healing 

ความสัมพันธ์: ไกด์ X เอสเปอร์ 

จำนวนตอน: 61 ตอน (ยังไม่จบ)

นี่คือเรื่อง Guide ที่รอมากที่สุดเดือนนี้ จบ 60 ตอนไปแล้วเมื่อวานซืนค่ะ  แล้วจะมาอีกวันไหนเนี่ยยยย ทำไมไม่ประกาศวันตอนมา

Kim Daemun เป็นเอสเปอร์ที่มีพลังสร้างประตู teleport ไปสู่ที่ไหนก็ได้ แต่เจ้าตัวได้พลังมาตอน 8 ขวบ ขณะที่กำลังถูกพ่อแท้ๆ ฆ่าบีบคอ... ถึงแม้จะเป็นการป้องกันตัวเอง ความผิดฐานฆ่าพ่อตัวเองตายก็คงอยู่ และยิ่งถูกสมาคมผู้มีพลังพิเศษพาตัวไปเพราะเห็นว่าเป็นเอสเปอร์ที่มีพลังพิเศษ การถูกทารุณ และใช้งานต่อเนื่องก็เกิดขึ้นจนถึงตอนที่อายุ 27 เมื่อตัวเองกำลังถูกเหล่ามอนสเตอร์ฆ่าตาย ก็เปิดประตูบานสุดท้ายด้วยพลังโดยไม่รู้ตัว

และกลายเป็นย้ายเวลากลับมาในเวลาที่กำลังจะถูกพ่อตัวเองบีบคออีกครั้ง .. เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างเดิม และก็จบที่ Lee Ji-eon ไกด์ที่อยู่ในความทรงจำมาช่วยไว้ และพาไปส่งโรงพยาบาล ซึ่งในชาติที่แล้ว Lee Ji-eon พยายามทำเรื่องเป็นผู้ดูแลเอสเปอร์เด็กที่ถูกพ่อทารุณกรรมมา แต่เพราะตัว Daemun กลัวผู้ใหญ่จนหนีเข้าไปอยู่ใต้เตียงทุกครั้ง ก็ทำให้การพูดคุยกันไม่เกิดผล จนถูกประธานสมาคมผู้มีพลังพิเศษพาตัวไป และถูกใช้งานหนักจนตาย

แต่ชาตินี้ เมื่อมีความทรงจำเดิมอยู่ ก็เลยพยายามเลี่ยงสถานการณ์เดิม โดยการตอบตกลงให้ Lee Ji-eon กลายเป็นผู้ดูแลตัวเอง 

สองคนกลับไปบ้าน Lee Ji-eon และก็ได้เจอกับ Lee Geon น้องชายของ Lee Geon ที่เป็นไกด์เหมือนกันในวัย 10 ขวบ

ตอนแรก Geon ไม่ชอบ Daemun เลย เพราะว่าเกลียดเด็กที่มาแย่งความรักและความสนใจของพี่สาวตัวเองไป .... แต่เพราะสภาพตัวเล็กแกรนเกินกว่าวัย 8 ขวบ และท่าทีอ่อนแอน่าสงสารก็ทำให้ Geon เปิดใจรับ Daemon มาทีละน้อยจนเหมือนเป็นน้องชายตัวเองอีกคน

ซึ่งเพราะสถานภาพตัว Geon ที่เป็นไกด์ตั้งแต่แรกเกิด และก็มีแนวโน้มเป็นไกด์ระดับเอสก็ทำให้เจ้าตัวถูกลักพาตัวโดยเอสเปอร์บ้าคลั่งหลายต่อหลายครั้งจนต้องอยู่แต่ในบ้านเพื่อป้องกันการถูกลักพาตัวจากเอสเปอร์ ด้วยความรู้สึกโกรธเกลียดเอสเปอร์ทุกคน 

ตอนแรกอ่านเรื่องย่อ เข้าใจว่าตัวเอกที่ย้อนเวลากลับมาเพื่อปกป้องพระเอกกับพี่สาวพระเอกที่เคยดูแลตัวเอง แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นพี่สาวพระเอกกับพระเอกดูแลตัวเอกเหมือนน้องชายคนเล็กไปแทน ..  ตอนนี้ครอบครัวเล็กๆ มีกัน 3 คน และชีวิตประจำวันของเด็กสองคนเหมือนจะผ่านไปอย่างเงียบสงบ เมื่อสองคนเข้ากันได้ดี และกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตกันและกัน โดยเฉพาะเมื่อหน้าที่ไกด์ Daemun ของพี่สาวกลายเป็นหน้าที่ของ Geon ที่อยู่ด้วยกันตลอด

แต่ว่าความสงบอยู่ได้ไม่นาน เมื่อประธานสมาคมฯ ไม่ยอมถอดใจจากตัว Daemun และลักพาตัวเด็กสองคนไปจากบ้าน

และการฉีดยาเพื่อสะกดให้เอสเปอร์อยู่ใต้อำนาจตัวเองก็ทำให้ Daemun อยู่ในสภาพ runaway ซึ่งถึงแม้หลังจากนั้นเจ้าตัวจะใช้พลังพาตัวเองและ Geon หนีกลับมาที่บ้านได้ แต่ Daemun ก็หลับไปถึง 6 ปี ซึ่งเมื่อตื่นมาอีกปี ตัวเองก็อายุ 14 ปี และ Geon ก็ 16 ปีแล้ว 

.

.

เอาจริง มันคือเรื่องที่ต้องอดทนใจเย็นตอนอ่านมาก เพราะถ้าจะหวังว่าจะเป็นเรื่องแนวเอสเปอร์ปกติที่เหล่าผู้มีพลังเหนือมนุษย์ทั้งหลายใช้พลังน่าอัศจรรย์แล้วล่ะก็ ผิดถนัด!

เพราะว่า Daemun ถูกทำทารุณกรรมเป็นแค่ทาสของสมาคมมาทั้งชีวิต ความรู้สึกรักตัวเองหรือให้ค่าตัวเองไม่เคยมีอยู่เลย และการใช้พลังก็เป็นเพราะถูกบังคับ คุกคาม และดูถูกมาตลอด ไม่เคยเกิดจากความต้องการของตัวเองเลย โดยเฉพาะยิ่งเมื่อตื่นมาอีกครั้ง สภาพร่างกายที่อ่อนแอ เพราะหลับไป 6 ปี กับความรู้สึกว่าการที่ Geon ต้องถูกจับไปด้วยเพราะตัวเอง และก็ไม่กล้าใช้พลังหนีในตอนนั้นก็ยิ่งทำให้ความเกลียดตัวเองด้อยค่าไปอีก 

แต่เพราะ Geon ใจเย็นคอยดูแล Daemun อย่างใส่ใจ ก็เลยทำให้ Daemun ยอมเปิดใจ และกล้าเล่าเรื่องในอดีตให้ฟัง ... โดยที่เริ่มรู้แล้วว่าในอดีต นอกเหนือจากการถูกกดข่มว่าเป็นพวกไร้ค่า พลังอ่อนแอมาตลอดในสมาคม ตัวเองก็ถูกใช้ยา และถูกล้างสมองจากประธานสมาคมตั้งแต่เด็กด้วยเหมือนกัน จากความทรงจำที่หายๆ ขาดๆ ไม่ประติดประต่อมาตลอด และทั้งที่มีอายุถึง 27 ปีแล้วก็ยังมีนิสัยหรือวิจารญาณเหมือนเด็กอยู่ 

จริงๆ สภาพการถูก abuse พลังของพวกผู้มีพลังพิเศษ โดยเฉพาะพวกที่พลังตื่นขึ้นมาตั้งแต่เด็กในสภาพครอบครัวด้อยโอกาส/ เด็กกำพร้าเป็นเรื่องปกติ แต่การยกมาเป็นประเด็นใหญ่ในเรื่องนี้ก็ทำให้ Beyond the Door มีจุดเด่นของตัวเองที่ไม่ได้เริ่มจากพลังน่าตื่นเต้นของตัวเอกเหมือนกัน เพราะเริ่มมาตั้งแต่สภาพที่ติดลบ ยิ่งกว่าเป็นศูนย์ ก็เลยเป็นโจทย์ที่ว่าจะดำเนินเรื่องอย่างไรให้คนที่ขี้ขลาดและไม่มั่นใจในตัวเองอย่าง Daemun กล้าใช้พลัง และพัฒนาตัวเองให้ได้ 

เพราะหลังจากเหตุการณ์ลักพาตัว เจ้าตัวอยากควบคุมพลังตัวเองให้ได้ที่จะปกป้องคนที่ตัวเองให้ความสำคัญ ซึ่งก็คือ Geon กับ Ji-eon ได้ ไม่ต้องขดอยู่อย่างหวาดกลัวหลัง Geon ซึ่งเด็กกว่าตัวเองได้อีก และตอนนี้ก็เลยคิดว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไร ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นจริงๆ ก็คือช่วงหลังตอนที่ 30-35 แล้วด้วยซ้ำ

กับน่ารักที่จริงๆ แล้ว Geon เป็นพวกไกด์ก้าวร้าว ในแง่ที่ว่าเกลียดเอสเปอร์ทุกคนมาก หรือในแง่นิสัยก็เป็นพวกเย็นชา กำแพงน้ำแข็งมากกับทุกคนในโลก แต่ว่าโอ๋มาก ใจดีมากกับเอสเปอร์ตัวเองคนเดียว ถึงขั้นที่วันแต่ละยุ่งวุ่นวายกับการดูแลตัวเอกตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอน ตามใจมากเวลาทำอาหารที่ชอบให้เช้าเย็น แต่ก็เข้มงวดเวลาสอนหนังสือให้เหมือนกัน และในแง่นี้ก็ต่างจากเรื่องไกด์อื่นเหมือนกัน เพราะคนที่ก้าวร้าวไม่เปิดมิตรต่อโลก และหวงเอสเปอร์ตัวเองเป็นไกด์แทนที่จะเป็นเอสเปอร์เย็นชา หน้านิ่งเหมือนเรื่องอื่นๆ 

กลายเป็นความฟลัฟที่อยู่กัน เข้าใจกันสองคน เพราะว่าตัว Geon จะจับมือ Daemun ไว้เสมอเพื่อไกด์ให้ Daemun ที่ตื่นตัวและอารมณ์ไม่มั่นคงง่าย และ Daemun ก็แอบอยู่หลัง Geon ให้ Geon เป็นหลักเป็นที่พึ่งตัวเองเหมือนกัน

โดยเฉพาะพอมาใช้ชีวิตใหม่ ก็มีสิ่งหลายสิ่งที่ตัวเองไม่เคยได้ทำ และไม่เคยได้รับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่มีคนให้ค่าให้ความสำคัญ ได้นอนบนที่นอนที่มีผ้าห่มอุ่นๆ มีคนจัดงานวันเกิดให้ ที่น่ารักตรงสองพี่น้องถาม Daemun ว่าอยากกินอะไร แล้วพอตอบว่าชอบกินข้าวที่ทำเองที่บ้าน Geon ก็ทำอาหารโปรดของ Daemun เต็มที่ ไม่นับที่พอเจ้าตัวหลับก็แอบไปอบเค้กให้ด้วย Daemun ร้องได้ตอนได้เค้ก แล้วก็เพิ่งเข้าใจว่าวันเกิดเป็นวันที่มีความหมาย ไม่ใช่วันอีกวันในปฎิทินอย่างที่เคยเป็นมาทั้งชีวิต ฮือ 

และความต้องการเป็นไกด์จับคู่กับเอสเปอร์ก็เริ่มจากตัว Geon เหมือนกันที่การดูแลตัว Daemun รวมถึงการไกด์ผ่านการจับมือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตลอดแวลา จนถึงวันที่ลุกขึ้นมาประกาศว่าจะเป็นไกด์คู่กับ Daemun ก็กลายเป็นเรื่องปกติของเจ้าตัวไป และเมื่อ Geon ออกมาประกาศแบบนั้น ก็เลยทำให้เมื่อเวลาผ่านไป Daemun มีเหตุผลที่จะพัฒนาความสามารถตัวเองเพื่อให้ได้เป็นเอสเปอร์ที่คู่ควรกับ Geon เหมือนกัน 

เริ่มต้นที่เมื่อ Daemun ซื้อของอยู่ในห้างกับ Geon และ Ji-eon มีเหล่าสัตว์ประหลาดอาละวาด และเพราะน้ำหนักตัวที่มากของสัตว์ประหลาดตัวสุดท้ายก็ทำให้พื้นห้างถล่ม Daemun กับ Geon ตกลงมา .... Daemun ก็พยายามใช้พลังเปิดประตูย้ายออกมาอยู่นอกห้าง และเหมือนว่าพลังจะเพิ่มขึ้นเพราะมีเสียงในหัวบอกว่าไม่ต้องใช้สื่ออะไรเลย ตัว Daemun สามารถเปิดประตูได้เลย ต่างจากเดิมที่ต้องมีสื่อในการวาดประตูขึ้นมา 

และเมื่อพัฒนาตัวเองไป มีช่วงที่ขำมาก เพราะว่า Daemun ไปขอคุยกับปู่ของ Geon เพียงลำพังสองคนว่าถ้าตัวเองวัดเกรดออกมาได้สูง ก็จะเข้ากิลด์ของปู่ แต่ขอให้ Geon เป็นไกด์คู่ตัวเอง เพราะเข้าใจว่าการจับคู่กับเป็นเรื่องของผู้ใหญ่กำหนด และก็ไม่กล้าให้ Geon ฟัง โดยที่ Geon ก็ไม่กล้าโกรธตัว Daemun สุดที่รักของตัวเอง ได้แต่น้อยใจกับหันไปถลึงตาใส่ปู่ก่อนเดินออกไปจากห้อง (และก็ไม่ไหนไกล เป็นการแอบฟังหน้าประตู) แต่พอปู่ได้ยินว่าเป็นเรื่องอะไรก็หัวเราะแล้วเรียก Geon เข้ามาถามความสมัครใจเอง สรุปว่าการอ้อมโลก และการเลี่ยงเจ้าตัวก็ไม่ได้ผลใดๆ 

และคราวนี้ตัว Daemun ที่วัดพลังก็กลายเป็นเอสเปอร์ระดับเอสไปแล้ว ทำให้นักวิจัยที่วัดพลังตื่นเต้นว่าตัว Daemun เป็นเอสเปอร์ที่พลังตื่นตอนที่อายุน้อยที่สุดไม่พอ มาจับคู่กับ Geon ก็กลายเป็นคู่เอสเปอร์ไกด์ที่อายุน้อยที่สุดในโลกกันไปอีก — แต่จริงๆ ก็แอบสงสัยว่าพลังของตัวเองควรจะเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรก ที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่เพราะรีเกรสกลับมาอย่างที่แนวแฟนตาซีเป็น แต่เป็นเพราะในอดีตถูกพวกสมาคมกดข่มเอาไว้จนพัฒนาความสามารถไปได้ไม่เป็นเต็มที่ 

กับมีอีกประเด็นนึงที่มีเรื่องเล่าในอดีตว่ามีคนที่ทำหน้าที่ gatekeeper ปิดประตูกั้นไม่ให้เหล่าสัตว์ประหลาดออกมาทำลายล้างโลก และก็บอกว่าวันนึงสายเลือดตัวเองก็จะปรากฎออกมา ซึ่งก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็น Daemun นั่นเอง โดยเฉพาะเมื่อชื่อ Daemun ก็มีความหมายว่าประตูอีก 

แต่ตอนนี้คงต้องพักเรื่องใช้พลังแล้วมาเน้นที่การเติบโตกันก่อน ตอนนี้ Daemun เพิ่งอายุ 15 ปี แล้วก็มีความฝันใส่ชุดนักเรียนไปโรงเรียนอย่างที่ชาติที่แล้วไม่เคยได้ทำ 


ปล. ไม่ไหวแล้ว ชอบประโยคนี้มากก ฮืออ  

'잘 자. 나의 에스퍼.' Sleep tight, my Esper. เนี่ยยย

เป็นชะนีที่โดนดาเมจแทนไปเต็มๆ




Saturday, 28 August 2021

성공지향적 가이드 // Success-Oriented Guide

//ตอนนี้กำลังบ้าเรื่องนี้ลงแดงมากสุด อยากจะกรีดร้องงงง //




คนเขียน: 박보율

แนว: โลกไกด์-เอสเปอร์, ability, ย้อนอดีต, ตัวเอกเก่ง, ตัวเอกสำนึกผิด, พระเอกคลั่งรัก (ในอนาคต!)

ความสัมพันธ์: เอสเปอร์ X ไกด์

จำนวนตอน: 40 (ยังไม่จบ)

Seon Jaechan ไกด์เอคลาสที่บาดเจ็บสาหัสระหว่างบุกรังผู้ก่อการร้ายสำนึกผิดก่อนตายว่าตัวเองวิ่งไล่ตามตื้อ Go Woojin เอสเปอร์ระดับเอสที่เป็นเพื่อนวัยเด็กและรักเดียวของตัวเองและทำร้ายอีกฝ่ายมากขนาดไหน

และเมื่อรู้ตัวอีกครั้งก็พบว่าย้อนอดีตกลับมาเมื่อ 6 ปีก่อนแล้ว 

ครั้งนี้ เป้าหมายชีวิตก็คือจะตัดใจจาก Woojin และอุทิศตัวเองให้กับคนที่รัก ซึ่งก็คือตัว Woojin และน้าของตัวเอง จากที่เคยวิ่งไล่ตามความสำเร็จและตำแหน่งเหมือนชาติที่แล้ว

....

แต่ด้วยนิสัยร้ายกาจที่เห็นแก่ตัว และเห็นแก่ผลประโยชน์อย่างที่เคยเป็นมาตั้งแต่เด็ก ก็ทำให้คนรอบข้าง โดยเฉพาะคนที่อยู่รอบตัว Woojin สงสัยว่าการเหมือนจะกลับตัว เป็นคนดีแบบนี้ทำเพื่อวางแผนหลอกจับ Woojin ใหม่อย่างแนบเนียนใช่ไหม? หรือว่ามีแผนร้ายอะไรอีกหรือเปล่า? โดยเฉพาะตัว Woojin ที่ระแวงสงสัยจนไปถึงขั้นจับตามองอีกฝ่ายกลับ 

และดังนั้นก็กลายเป็นว่า ยิ่งออกห่าง ก็มีเหตุให้ต้องใกล้กันมากขึ้น 

.

.

เอาจริง เรื่องนี้เพิ่ง serialise ตอนวันที่ 25 สิงหา และก็เป็นเรื่องที่รออยู่ของเดือนนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่ทำให้ผิดหวังเลย พูดสารภาพก็คือว่า มีแนวโน้มจะเป็นเรื่องที่ชอบมากที่สุดแบบถูกจริตทุกสิ่งอันของปีนี้แล้วก็ได้ (และเหมือนจะเป็นไปแล้วด้วย คือโลกไกด์ + ตัวเอกรักข้างเดียว และพยายามตัดใจ + เก่ง + พระเอกหน้านิ่งที่ภายหลังจะคลั่งรัก) กับเหมือนจะเป็นแนวไกด์ที่ดีที่สุดตั้งแต่ที่เคยอ่านมา แต่คือเพิ่งมาแค่ 40 ตอน หนทางยังอีกไกล ไหนตอนใหม่จะมาอาทิตย์ละแค่ 3 ตอนอีก ฮือออ นี่คือลงแดงอยากอ่านตอนใหม่มากจนต้องมาเขียนกรีดไปพลางๆ 

ชอบตัวเอกที่มีความสามารถ รู้จักตัวเอง และช่วยเหลือตัวเองได้ และ Jaechan ก็มาแนวนี้มาก สิ่งแรกที่ทำหลังจากรู้แน่ชัดแล้วว่ากลับมาในอดีตก็คือจัดลำดับเรียบเรียงความคิดตัวเอง และวางแผนเป้าหมายแนวทางตัวเองว่าควรทำอย่างไร ถึงขั้นเอามาเขียนเป็น [SUCCESS PROJECT] แบ่งเป็นเรื่องส่วนรวมส่วนตัว แบ่งเป็นลำดับหัวข้อตามลำดับเวลา มีเป้าหมายระยะสั้น ระยะยาวชัดเจนมาก ซึ่งเพราะชาติที่แล้ว จบลงด้วยความตาย และความเสียใจก่อนตาย เนื่องจากเห็นแก่ความสำเร็จและตำแหน่งมากก็ทำให้เป็นหัวหน้าทีมหน่วยข่าวกรองได้ตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเป็นมนุษย์ที่ลดลง ชาตินี้ก็เลยจะละเลยความสำเร็จและให้คุณค่าคนที่ตัวเองรักมากขึ้น ซึ่งก็คือ พระเอก Woojin และสิ่งแรกที่จะทำก็คือตัดใจ และเลิกการจับคู่เป็นไกด์ประจำตัวฝ่ายนั้นเสีย

และเมื่อเจอกันครั้งแรก ในระหว่างไกด์อีกฝ่าย จากที่เคยกระโจนเข้ากอดในห้องปิด และการใช้การไกด์เป็นข้ออ้างในการสัมผัสตัวเอสเปอร์ของตัวเองก็หมดไป แทนที่ด้วยการสำรวมตัว เข้าหาอีกฝ่ายอย่างระวัง สัมผัสอีกฝ่ายอย่างน้อยที่สุด และออกปากขอโทษสำหรับสิ่งที่ทำมาทั้งหมด พร้อมกับบอกว่าจะเลิกเป็นไกด์คู่หู แต่กลับไม่ได้ทำ Woojin รู้สึกดีเลย เพราะเจ้าตัวบอกว่าตัว Jaechan ทำอะไรตามใจตัวเองเสมอ และถ้าอยากขอโทษก็ต้องไม่ให้เลิกเป็นไกด์ตัวเอง 

หลังจากนั้น เพราะ Jaechan พยายามแก้เหตุการณ์ในอดีตทีละอย่าง ก็ทำให้ขอออกภาคสนามไปด้วย ต่างจากที่เดิมทีรักความสบายและความปลอดภัยอยู่แต่ในฐานเท่านั้น เพราะว่าจะไปขัดขวางไม่ให้ญาติผู้พี่ของ Woojin ต้องตายระหว่างออกภาคสนาม ระหว่างที่เจอผู้ร้ายลักพาตัว และถูกฆ่าเพียงเพราะเห็น/อยู่ในเหตุการณ์ แต่ก็กลายเป็นว่า Woojin ตามญาติตัวเองมาด้วย ทุกคนก็คิดว่าตัว Jaechan หาโอกาสมาอยู่กับ Woojin แต่แม้สองคนจะระแวง Jaechan ขนาดไหน เจ้าตัวก็ไม่สนใจ กลับทำเพียงตามประกบญาติอย่างจริงจัง และเมื่อเกิดเรื่องขึ้นมาก็อาสาปีนเข้าไปท้ายรถคนร้ายแทนตัวญาติ และติดร่างแหไปกับเหยื่อที่ถูกจับตัวไปด้วย 

ซึ่งก็เป็นเรื่องบังเอิญว่า เหยื่อที่ถูกจับก็คือเพื่อนร่วมห้องที่ความสัมพันธ์เป็นน้ำกับน้ำมันของ Jaechan นั่นเอง และการเข้าไปจัดการกับคนร้ายก็ทำให้รู้ว่า จริงๆ Jaechan เป็นไกด์ที่มีพลังของเอสเปอร์ด้วย เจ้าตัวทำให้ร่างกายตัวเองหายไป ตอนคนร้ายตรวจดูท้ายรถ และก็ “ล่องหน” มาช่วยเพื่อนร่วมห้องตัวเอง ...... และเมื่อจบเหตุการณ์ ก็ทำให้ทั้งญาติ และเพื่อนร่วมห้องเป็นมิตรกับ Jaechan เพิ่มขึ้นมา และส่วนตัว Woojin เองก็ลดอคติที่มีลงไปได้บางส่วนเหมือนกัน 

และต่อมา Jaechan ก็ขอออกภาคสนามไปที่เกาะด้วยอีกครั้ง เพราะอยากไปสำรวจเหตุการณ์ระเบิดที่กำลังจะเกิดขึ้น พร้อมกับพยายามสืบหาร่องรอยของกลุ่มก่อการร้ายที่อาจจะมีบทบาทคานอำนาจกับรัฐบาลในภายหลัง แต่ว่าก็เกิดเหตุให้ต้องไกด์ Woojin ที่อยู่ในสภาพใช้พลังเกินตัวไปด้วย

ความรู้สึกผิดมาตลอด และความมุ่งมั่นที่จะอุทิศตัวให้เอสเปอร์ตัวเองทำให้ Jaechan ที่เพิ่งไปถึงเกาะตั้งใจไกด์อย่างเต็มที่ ยิ่งบวกกับประสบการณ์ที่มีในช่วงชีวิตที่แล้วล้วนทำให้วิธีการไกด์เปลี่ยนไป และตัว Woojin ที่รับรู้ถึงความตั้งใจ ก็หลงลืมตัว อดไม่ได้ที่จะสัมผัส Jaechan มากขึ้น คิดในใจว่าเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่รู้สึกถึงความสงบและความมั่นคงอย่างนี้ โดยเฉพาะเมื่อ Jaechan ยอมรับความเอาแต่ใจทั้งในแง่พลังเอสเปอร์ระดับเอสที่ยุ่งเหยิงไม่เข้าที่ และการล่วงเกินถึงเนื้อถึงตัวของตัวเอง ก็ยิ่งทำให้ Woojin อยากเข้าใกล้ตัว Jaechan มากขึ้น และค่าความเข้ากันได้ของทั้งสองคนก็อยู่ที่ 82 เปอร์เซ็นต์

หลังการไกด์ Jaechan ไม่ได้เจอ Woojin อีก แต่ว่าใช้เวลาในเกาะสืบหาระเบิด และก็ได้รู้จักกับลุงคนดูแลสวน ซึ่งเป็นพ่อของคนรักในชาติที่แล้วของ Woojin กับได้เจอคนรักในชาติที่แล้วของ Woojin ด้วย ซึ่งตามเหตุการณ์เดิม เพราะ Jaechan ปฎิเสธไม่ออกมาเสี่ยงอันตรายภาคสนามก็ทำให้เจ้าตัวได้เจอกับคนรักที่เป็นไกด์ และกลายเป็นไกด์ประจำตัวแทนที่ Jaechan ในภายหลัง แต่เพราะย้อนกลับมา และ Jaechan ออกมาที่เกาะและไกด์ Woojin เลยตัดโอกาสเจอกันของทั้งสองคนไป 

หากสุดท้ายแล้ว การสืบหาระเบิดก็ทำให้รู้ว่าส่วนหนึ่งเป็นแผนการของ Woojin ที่จะพยายามลดอำนาจแม่เลี้ยงตัวเองที่ไม่อยากให้ตัว Woojin ขึ้นมาโดดเด่นเหนือลูกชายตัวเอง และพยายามสร้างสถานการณ์ลำบากให้ Woojin เสมอ 

แต่เพราะการปกป้องคนสวนที่อยู่กับตัวเองตอนเกิดเรื่อง และการอาสาไปช่วยเหยื่อก่อนหน้า ก็ทำให้ Woojin ต้องมอง Jaechan ใหม่ .... ความแปลกประหลาดและการเปลี่ยนไปของ Jaechan ก็เริ่มทำให้ Woojin เริ่มจับตามองดูไกด์ตัวเองอย่างเงียบๆ และก็เหมือนว่าทำให้รู้จัก Jaechan ในมุมมองที่ต่างออกไปมากขึ้น โดยเฉพาะหลังเห็นพี่ชายของ Jaechan ทำเหมือนตัว Jaechan เป็นธาตุอากาศ และ Jaechan มีท่าทีเกร็งระวังตัว แข็งค้างเป็นตุ๊กตาหน้านิ่งไร้ความรู้สึกก็ถึงขั้นคิดว่าเหมือนปูเสฉวนที่เอาเปลือกหอยมาปกป้องเนื้อเปราะบางตัวเอง 

.

.

เอาล่ะ ด้วยความที่ Jaechan ตั้งเป้าหมายชีวิตนี้ว่าจะทำให้ Woojin มีความสุข และจะวางมือโดยอวยพรให้เพื่อนวัยเด็กตัวเอง และคนรักสมหวังกัน แต่ว่าตอนนี้ก็เปลี่ยนการเจอกันของทั้งคู่ไปแล้ว ถึงแม้ว่า Jaechan จะติดสินบนอีกคนไม่ให้เอาเรื่องที่ตัวเองเป็น multi-guide ที่มีพลังเอสเปอร์ไปบอกเบื้องบน ด้วยการรับปากจะหาไกด์ที่มีค่าความเข้ากันได้ที่ 92 เปอร์เซ็นต์ซึ่งก็คือคนรักชาติก่อนมาให้ก็เถอะ คือ ตอนนี้อยากรู้ทิศทางเรื่องมาก เพราะแรงดึงดูดสองคนดูเยอะมาก (และก็คิดว่าถ้าในอดีต ตัว Jaechan ไม่ร้ายก็มีโอกาสครองใจเพื่อนวัยเด็กตัวเองสูงมาก) แต่ก็ไม่แน่ใจว่าคนเขียนจะใส่บทบาทคนรักเก่ามาเยอะหรือเปล่า และก็อยากให้ค่าความเข้ากันได้ระหว่าง Woojin กับ Jaechan สูงเกิน 92 เหมือนกัน ในแง่ที่ยิ่งพอ  Woojin เปิดใจ ค่าตัวเลขก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น หรือว่าถึงตัวเลขเพิ่มไม่เท่า แต่ว่าให้การไกด์ของ Jaechan ดีกว่าได้ไหมม ไม่ ไม่ ไม่ เอาแบบแรกดีกว่า ตัวเลขมันจับต้องได้มากกว่าเชิงคุณภาพ อยากได้ทั้งปริมาณ ทั้งคุณภาพ สงสาร Jaechan อุตส่าห์กลับมาแบบนี้แล้ว (เพิ่ม 290821) ยิ่งถ้า engrave / imprint ที่ช่วยเพิ่มค่าความเข้ากันและประสิทธิภาพการไกด์จะดีมาก ชนิดที่ให้ไกด์กันไป แล้ว Woojin ติดผูกพันกับ Jaechan จนไปไหนไม่รอดเลย!!!  

แต่คิดว่าจะต้องมีมหาสมุทร หุบเขา เหวลึก และอื่นๆ นับล้านกั้นความรู้สึกคู่นี้อีกเยอะแน่นอน เพราะว่า ตอนนี้ Jaechan ตั้งใจที่จะตัดใจ มีอะไรก็บอกตัวเองว่า “อย่าจับความหมาย” อย่าให้ค่าการกระทำใดๆ ของ Woojin เลย เพราะมันไม่มีอยู่จริง และจะเป็นการคิดไปเองข้างเดียว แต่ตัดภาพมาก็คือ ตอนนี้ Woojin คอยจับตามองดู Jaechan ตลอดเหมือนกัน อย่างตอนที่ Jaechan ติดรถไปกับคนร้ายลักพาตัว ตัว Woojin ก็เอาวีดีโอไปเปิดดูวนเป็นหลายสิบรอบ (ถึงแม้ว่าจะเพราะไม่เข้าใจว่าทำไมคนร้ายไม่เห็นตัว Jaechan ก็ตาม) และตอนที่พี่ชาย Jaechan มาคุย ก็คอยสังเกตอากัปกิริยา Jaechan หลังจากนั้น ที่สำคัญ ตอนล่าสุดที่พ่อของ Jaechan มา และลาก Jaechan ไปคุยในห้อง วิธีการลากข้อมือก็ทำให้พี่แกขมวดคิ้วเหมือนกันว่าลากไปรุนแรงแบบนั้น ไม่รู้หรือไงว่าตัว Jaechan ผิวบอบบางนะ 

กับตอนไกด์บนเกาะ Jaechan ที่ถูกกอดจูบก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติที่เอสเปอร์ที่สติหลุดจากการใช้พลังเกินตัวจะอยากได้สัมผัสจากไกด์ข้างตัว และก็คิดว่า Woojin คงทำแบบนี้กับไกด์คนอื่นเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อตัว Woojin ติดการถูกไกด์มาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ขณะเดียวกัน ตัว Woojin ก็คิดในใจว่า นี่เป็นครั้งแรกที่สัมผัสคนอื่นระหว่างที่ไกด์ เพราะความรู้สึกที่ดีจาก Jaechan ยิ่งอยากให้สัมผัสเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เท่าไหร่ก็ไม่พอ ทั้งในเรื่องของการไกด์ และในเรื่องของการยอมรับตัวเอง 

ก็คือความรู้สึกความเข้าใจช่างสวนทางทุกเรื่องจริงๆ  

อีกเรื่องก็คือ เหตุที่ตัว Jaechan ดูร้ายมาตลอดก็เพราะในครอบครัวที่พ่อเป็นเอสเปอร์ระดับเอ ที่มีความสามารถป้องกันมากจนได้ฉายาว่าโล่ ให้ค่าความเป็นเอสเปอร์อย่างมาก จนดูถูกลูกชายคนเล็กที่เป็นไกด์ (ถึงขั้นที่ Jaechan มารู้ภายหลังด้วยว่าพ่อถึงขั้นทดสอบพิสูจน์ว่าตัว Jaechan เป็นลูกชายตัวเองแท้ๆ หรือเปล่า เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะมีลูกชายที่เป็นไกด์ออกมา) แม่ก็เอาตัวออกห่าง ไม่อยากเห็นหน้าลูกชาย และพี่ชายที่เป็นเอสเปอร์ระดับเอเหมือนพ่อก็เหยียดหยามน้องชาย จน Jaechan ไม่มีตัวตนในครอบครัว และตัดสินใจออกมาอยู่ข้างนอกตั้งแต่อายุ 14 ปี แล้วก็โหยหาและทำทุกอย่างเพื่อความสำเร็จ เพราะคิดว่าพ่อจะได้ยอมรับตัวเองขึ้นมาสักวัน หรือเหตุที่ตัว Jaechan  ปิดเรื่องที่เป็น multi-guide ไว้ก็เพราะตอนที่พลังเอสเปอร์ตื่นมาคิดว่าพ่อจะดีใจ แต่กลายเป็นว่าพ่อรังเกียจว่าระดับพลังน้อย ให้ไม่บอกใครเพราะเป็นความอับอายของครอบครัว ... ขณะที่ตัว Woojin เจอ Jaechan ตอนที่พ่อของทั้งคู่พาสองคนมาเจอกัน และให้ Jaechan ไกด์ให้ Woojin แต่ก็ทำให้ Woojin มองว่า Jaechan เป็นลูกชายที่โตมาด้วยความรักเอาใจใส่จากพ่อ เป็นไกด์ระดับเอที่คาบช้อนทองมาเกิด เพราะครอบครัวรักเอาใจใส่  ต่างกับตัวที่มาเจอพ่อกับแม่เลี้ยงได้เพราะแสดงความสามารถเอสคลาสออกมา และแม้จะอยู่ในครอบครัวก็ต้องเผชิญกับการใส่หน้ากากเอาใส่ใจเคลือบยาพิษของแม่เลี้ยงอยู่ตลอด หรือแม้แต่เหตุที่ตัว Woojin ต้องใช้พลังมากเกินไป ตอนอยู่ที่เกาะ ก็เพราะตั้งใจจะปราบโจรสลัดให้หมด แต่พอขอกำลังเสริมไป ตัวแม่เลี้ยงที่มีอำนาจจัดการก็แกล้งดึงเรื่อง ไม่ส่งคนมาเพิ่ม เพราะกะให้ Woojin ลำบาก  

แต่ชอบเรื่องนี้อย่างนึง เพราะสภาพครอบครัวทำให้เห็นชัดเลยว่า สองคนเป็นอย่างไร และตั้งค่าเป้าหมายอะไรในชีวิต ตัว Jaechan ต้องการความสำเร็จ เพราะอยากให้พ่อยอมรับ และต้องการตัว Woojin เพราะรู้สึกว่าอีกฝ่ายเหมือนพี่ชายที่พึ่งพาได้ (จากที่ตัวเองไม่มีใครให้ยึดถือในชีวิตเลย) จนยอมทำทุกอย่างแม้ว่าจะวิธีการผิดก็ตาม ส่วนตัว Woojin ก็ไม่มีความมั่นคงในชีวิต โดยเฉพาะเมื่อมีแม่เลี้ยงที่คอยบงการและกดตัวเองให้ด้อยกว่าลูกแท้ของตัว ก็อยากได้ความมั่นคง เรียบง่าย และสบายใจเหมือนกัน .... จนโกรธและเกลียดตัว Jaechan ที่ใช้การไกด์เป็นเงื่อนไขตามความพอใจของตัว

และพอกลับมาใหม่ ชอบที่เขียนให้เห็นชัดว่าวุฒิภาวะของ Jaechan โตขึ้นด้วย การแก้ปัญหา และรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้ามาจากวิจารณญาณของตัวเองในวัย 27 ปีจริงๆ ทั้งจากที่เรียบเรียงเหตุการณ์รายงานบอกหัวหน้าหน่วยตอนที่ถูกจับไปกับเหยื่อเรียกค่าไถ่ และแจ้งตำรวจไปด้วย และก็การมองคนรอบข้างใหม่ด้วยสายตาที่เป็นกลางขึ้น อย่างพอกลับมาเจอหน้าพ่อก็รู้ว่าความต้องการอย่างเด็กๆ ที่จะทำให้พ่อรักหรือพอใจตัวเองเป็นไปไม่ได้เลย และการคิดจะเอาใจพ่อก็มีแต่ทำให้ตัวเองเหนื่อยและผิดหวัง โดยเฉพาะเมื่อพ่อมาให้ช่วยพี่ชายที่ก่อเรื่อง (และวิธีการของ Jaechan ในตอน 27 ปีชาติที่แล้ว ก็เอามาใช้กับชาตินี้ด้วยการเลือกจะแยกตัวออกมา ไม่ยุ่งเกี่ยว) หรือในอดีตมองว่าตัว Woojin เป็นพี่ชายที่พึ่งพาได้ แต่ตอนนี้เป็นคนที่เด็กกว่าตัวเอง   

Jaechan คิดว่า Woojin ใจดีปกป้องคนอ่อนแอมาตลอด และก็คิดว่าต่างจากกับตัวเองที่ต้องทำตัวให้แกร่งอยู่เสมอ ไม่มีทางเป็นไปได้ที่ Woojin จะเห็นใจตัวเองแน่นอน .... ก็อยากรู้ว่าสถานะการเป็น “ปูเสฉวน” ของ Jaechan ในใจของ Woojin จะเพิ่มสูงขึ้นไหม โดยเฉพาะตอนที่ทะเลาะกับพ่อ ความสามารถในการได้ยินของ Woojin ที่อยู่นอกห้องน่าจะได้ยินเรื่องที่ครอบครัวไม่เคยดูแลตัว Jaechan และ Jaechan ออกมาอยู่นอกบ้านด้วยตัวเองตั้งแต่อายุ 14 ปีแล้ว 

เข้าใจไหม Woojin ไกด์คุณพี่มีภาพเป็นไกด์คลาสเอคาบช้อนทองมาเกิด แต่ก็แค่นั้นนะคะ ชีวิตยิ่งลำบากเพราะมีอคติและความกดดันจากคนรอบข้างด้วยซ้ำไป 

คือว่า ... ฉันไม่ไหวแล้ววววว คือแล้วจะต้องรอยังไงให้อีพี่เอสเปอร์ฉันเข้าสู่โหมดคลั่งรักได้เสียทีคะ คือพี่แกเป็นแนวหน้านิ่งตลอดเสียด้วย อยากเห็นพี่แกเสียจริตออกอาการมาก เพราะถ้าหน้าเฉย แต่อารมณ์รุนแรง มันต้องอลังการแน่นอน แต่นะ ต้องหนทางอีกยาวไกลอ่านกันไปเป็นเดินข้ามทะเลทรายแน่ ฮืออ เรื่องนี้ดูท่า slow-build อยู่ด้วยยย ตั้งแต่เปิดเรื่องมา 40 ตอน อย่าคิดว่าเยอะ คือเหมือนเพิ่งปูเรื่องไป ยังไม่ดำเนินไปถึงไหนเลยนะคะ 

ล่าสุด ตอนที่ 40 พ่อของ Jaechan เรียก Jaechan กลับไปที่ฐาน และก็กำลังมีปากเสียงกัน ถึงขึ้นจะลงมือทำร้าย Jaechan แต่เสียงเคาะประตูห้อง คือ Woojin จะมาช่วยกัน Jaechan จากสถานการณ์นี้ไหมคะ??

กรี๊ดด วันจันทร์ ฉันรอตอนใหม่อยู่!!!

แต่ว่า ปล. ดีใจมากที่เรื่องนี้เป็น 19+ เพราะหลังๆ นิยายมาใหม่ส่วนใหญ่พยายามจำกัดกลุ่มให้เป็น all-age แล้วน้ำหนักเรื่อง การให้เหตุผลก็อ่อนลงไปมาก เหมือนนักเขียนหลายคนที่เขียนเรื่อง 19+ พอมาเป็น all-age ความเข้มข้น ตรรกะ เนื้อหา หรือว่าการกระทำสุดโต่งตัวละครหายไปเลย เขียนระวังกันไปมาก โดยเฉพาะการเน้นอารมณ์ความรู้สึกตัวละคร (ไม่กล้าลงชื่อ แต่พวกคุณพี่ทำกันผิดหวังมาก คุณภาพงานคนละเรื่องกันเลยนะคะ จากที่สนุกอยากก้มกราบก็กลายเป็นพออ่านฆ่าเวลาได้ไป ความเร้าใจที่ทำให้ต้องอ่านจริงจังว่าคิดมาได้ เขียนมาได้อยู่ตรงไหน?) เหมือนช่วงที่นักเขียนอเมริกันหันมาเขียนเรื่อง Young Adult เพื่อขยายฐานตลาดเลย ก็บ่นไปเรื่อยเนาะ 

แต่ว่าก็ทำให้รู้ว่า ชาตินี้ตอนนี้เป็นสายไกด์จริงๆ นะ ไม่ไหวแล้ววว เปลี่ยนเป็นลงตอนอาทิตย์ละ 5 วันได้ไหมคะ  

ส่วนอันนี้ ปล. จริงๆ 

1. ขำที่ตอนไกด์ Woojin ที่เกาะ พอถูกจูบเสร็จแล้วเริ่มรู้สึกตัว สิ่งแรกที่ Jaechan ทำก็คือนั่งว่าตัวเองในใจ ว่าโง่ งี่เง่า ทำไมชาติที่แล้วไม่ออกไปไกด์ภาคสนามด้วย สิ่งที่ต้องการมาตลอด อยู่ตรงหน้านี้แล้ว เพราะว่าตอนไกด์ Woojin เข้าหาตัว Jaechan เองด้วยความเต็มใจ กระตือรือร้นเกินกระตือรือร้น ทั้งกอด ทั้งจูบ ต้องพยายามข่มใจตัวเองไว้ว่าอย่าเห็นแก่ตัวอีก .... ส่วนเอสเปอร์ Woojin ก็คือมอง Jaechan แล้วอยากรู้สึกถึงความสงบความอ่อนโยนอีก อยากสัมผัส อยากจับ อยากกอด ไหนจะท่าทีที่อีกฝ่ายหอบหายใจไม่ทันหลังถูกจูบ ยิ่งเห็นก็ต้องพยายามข่มใจไม่เข้าไปกอดกับจูบต่อ อึดอัดทำตัวไม่ถูกทั้งคู่ สุดท้ายต่างฝ่ายต่างนั่งหันไปมองห้องคนละมุมรอให้คลื่นพลัง Woojin สงบกันไปเงียบๆ 

2. น่ารักที่ตัวพ่ออับอายว่าพลังเอสเปอร์ของ Jaechan ต่ำ จนสั่งไม่ให้ลูกชายไปขึ้นทะเบียน หรือแม้กระทั่งบอกใคร แต่เพราะพลังทำให้ตัว Jaechan ช่วยทั้งญาติของ Woojin กับเพื่อนร่วมห้องตัวเองได้ และเจ้าตัวที่กลับมาและมีความคิดที่ไม่ถูกพ่อครอบไว้แล้วก็ภูมิใจที่พลังของตัวเองช่วยชีวิตคนไว้ได้ 2 คน 

-------

เพิ่ม

300821

ตอน 41

กรี๊ด ว่าสรุปว่าพี่แกก็เข้ามาจริงด้วยค่าา ประโยคแรกที่พูดก็คือ "ต้องการไกด์ดิ้ง" แต่ก็คือว่าจะมาช่วย Jaechan ออกจากพ่อ แถมยังมีการย้ำอีกรอบด้วยนะ ว่านี่เป็นไกด์คู่หูตัวเองงง ฮืออ ตอนนี้ Woojin รู้ความสัมพันธ์ในครอบครัวแล้ว จะเป็นอย่างไรต่อเนี่ยยย แถมสายตาที่มองข้อมือที่ขึ้นรอยแดงก็คอไม่พอใจ อีกต่างหาก ขมวดคิ้วแล้ว แล้วก็ตัดจบสถานการณ์แบบนี้นะคะ???? อยากเห็นมุมมองของ Woojin มาก TT ฉันจะลงแดงตายก่อนเขารักกันไหมมมม??

แต่คือเพราะ Jaechan อับอายที่อีกฝ่ายรู้เรื่องในครอบครัวก็ยิ่งหลบหน้ากันไปอีก แล้วก็นะคะ คุณคนรักก็เหมือนกำลังจะมีบทบาท ... เปลี่ยนเป็นให้  Jaechan ตกทุกคนแทนได้ไหม? เพราะขนาดเพื่อนร่วมห้องก็ยังญาติดีกับ  Jaechan แล้วเลยย TT

แต่ละตอนสั้นมาก 3,200 คำเนี่ยย ปกติเค้าเขียนกันควรจะ 3,600-3,800 ไม่ใช่เหรอ ถ้าดูส่วนต่างให้ตอนละ 500 คำ ถ้า อย่างนั้นได้เพิ่มมาอีก 20,000 คำ ก็คือได้เพิ่มมาอีก 6.25 ตอนเลยนะ

หรือไม่ก็ทำไมไม่ serialise ล็อตแรก 70 ตอนเลยคะ?

(ก็คือเป็นบ้า แต่ก็มีแต่คนบ่นนะว่าทำไมตอนน้อย+สั้น คนที่อ่านที่ Joara มาก่อนยังบ่นเลย)


310821

ตอน 42

แต่ละตอนมันสั้นไปแล้วว โอ๊ยย อยากได้ตอนละ 4,000+ คำ ตอนนี้เลี่ยงได้ก็พยายามเลี่ยง แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็ไปเจอกันซึ่งหน้าเลยไหม แถมมีญาติผู้พี่เป็นคนกลางอีก ตลกที่สถานการณ์สลับกัน ตอนนั้น Jaechan นั่งอยู่ในผับกับญาติแล้วก็ไม่คิดว่า Woojin จะมา แต่ตอนนี้กลายเป็น Woojin นั่งดื่มอยู่กับญาติ แล้วก็ไม่คิดว่า แล้วก็ไม่คิดว่า Jaechan จะมาเหมือนกัน เพราะรู้ว่าตอนนี้อีกคนหลบหน้าตัวเองอยู่ 

.

.

แต่คือญาติคะ ช่วยชีวิตกันมาแล้วมีประโยชน์มาก ตอนนี้พยายามให้สองคนญาติดีกันอยู่ ขอให้สำเร็จสาธุ!! 

กับคือตัดเป็นมุมมอง Woojin แล้ว แต่คือฉันต้องรอพี่ตัดเข้าประเด็นพรุ่งนี้ใช่ไหม 


010921

ตอน 43

กลายเป็นกรีดมันรายตอน คุณพระะะ สรุปแล้วก็คือพอรู้แล้ว อ่ีพี่ก็เริ่มคิดทบทวนเอเวอรี่ติงเกี่ยวกับ Jaechan ตั้งแต่การเจอกันครั้งแรกแล้ว แต่คือนะ ผู้ชายปากหนัก คิดมาก แบบนี้ก็คงจะเก็บข้อมูลประมวลผลไปเรื่อยๆ แต่กระบวนการเก็บข้อมูลนี่ สังเกต รู้เห็นไปทุกอย่างทุกสิ่งเลยนะคะ คุณพี่ขา

.

.

ส่วน Jaechan ที่อ้างว่าตัวเองลึกซึ้งจริงจัง ไหนว่าจะระวังตัวตอนกินเหล้าต่อหน้า Woojin? ไหนว่าจะไม่สุงสิงกับญาติที่หมดประโยชน์แล้ว? ไหนจะเอาไอดีไกด์มาคาดหัวจนเป็นรอยแดงที่หน้าผาก? สรุปว่าก็คือเมาแล้วกอดคอโวยวายกับคุณญาติแล้วค่ะ ที่พีคกว่าคือนิสัยเมาแล้วตะโกนบอกรัก Woojin เนี่ยแหละ ตอนนี้คือเมาหลับไปแล้วด้วย Woojin เอสคลาสกำลังผยุงอยู่ .. ท่าทางจะต้องหิ้วกันกลับบ้านไป (:

แล้วคือตอนนี้มีคนสันนิษฐานว่าในกระเป๋าสตางค์พี่แกมีรูป Jaechan อยู่เยอะมาก ทำไมตอนจ่ายค่าเหล้าก่อน Jaechan ถึงหวงขนาดนั้น แบบเป็นที่กันว่าแตะไม่ได้เลย


ปล. อันนี้ไม่เกี่ยวกับนิยาย แต่ว่าได้ lucky draw จากรีวิว 성공지향적 가이드 มา 500 วอนเมื่อวาน  คือว่าดีใจมากกก จำนวนเงินไม่เกี่ยว แต่เกี่ยวว่ามาจากเรื่องนี้ จุดพลุฉลองกันเลยดีไหมมมมม .... คือว่าไม่ไหวแล้ว ชอบมากกก ฮืออ 


060921
ตอน 44

กรี๊ด กรี๊ด และกรี๊ดสามโลก ไม่ไหวแล้วว โฮก อมกก กรี๊ดด คุ้มค่าการรอคอยมากค่า ช่างเป็นวันจันทร์ที่ดีงามมม

คิดว่าโมเมนต์ดีสุดที่จะเกิดได้ก็คือ Woojin ลาก Jaechan ไปนอนด้วยที่บ้านตัวเอง .... แต่คือว่านะคะ ด้วยความก่อนหน้า ตัว Jaechan เคยเมาแล้ววิ่งไปที่ officetel ของเอสเปอร์ตัวเองเพื่อตะโกนสารภาพรักหน้าตึกก็เลยทำให้ Woojin รู้ว่า Jaechan อยู่ที่ไหน เลยหิ้วไปส่งบ้านถูก

และผลน่ะเหรอ? ตอนเช้าก็ตัดภาพมาที่ตัว Jaechan ที่ตื่นมาบนเตียงตัวเองแบบงงๆ โดยมีอาการแฮงค์และตัวหนักมากขยับไม่ได้ .... ซึ่งก็คือว่าถูก Woojin ที่หลับอยู่กอดหนึบไว้!!!! เรื่องของเรื่องก็คือว่าเมื่อคืนเมาแล้วงอแงร้องไห้นั่งอยู่ที่พื้นไม่ยอมให้ Woojin กลับ บอกว่าอย่าไป เกลียดการอยู่คนเดียว บอกว่าจะไกด์ให้แล้วค่อยกลับนะ

แต่ตอนนี้สติมาแล้ว รู้ตัวแล้ว ทีนี้จะทำอย่างไร เพื่อนร่วมห้องก็กำลังจะเปิดประตูเข้ามา เลยเกิดปฏิกิริยารีเฟล็กซ์รีบกระโดดหนีออกมาจากอ้อมแขน กระโจนไปยืนทำท่าไม่รู้เรื่อง แล้วรีบบอกเพื่อนว่า เมื่อคืนเมาเลยมาค้างด้วยกัน อีกฝ่ายยังไม่ทันพูดอะไรกลับ แต่พอเห็นว่าเสียงดังแล้ว Woojin กำลังจะตื่นก็เลยรีบหอบผ้าเช็ดตัววิ่งหนีหายเข้าห้องน้ำไป

ส่วน Woojin ที่เพิ่งตื่นมาก็กำลังลำดับเหตุการณ์เมื่อคืนในหัวอยู่ หน้านิ่งแต่ใจพานิคไปไกลมาก ปกติถ้าเจอ Jaechan กอดขาก็คงผลักออกไปแล้วกลับบ้านไปแล้ว แต่เพราะว่าตัวเองก็เมา + เห็น Jaechan ที่ทำท่าเฉยชาต่อหน้าพ่อที่ไม่แยแสตัวเอง + เห็นรอยมือที่พี่ชายบีบคอ และที่สำคัญ คิดถึงหน้า Jaechan ตอนที่ไกด์จริงจังให้ที่เกาะที่ซ้อนทับหน้าเปื้อนคราบน้ำตา ไหนจะคำว่าไม่เป็นไรนะ ตอนไกด์ เอเวอรี่ติงรวมกันก็เลยทำให้ใจอ่อน จะจับมืออีกฝ่ายดึงออกไป แต่ว่ารู้ตัวอีกที ฝ่ายนั้นก็ไกด์มาแล้วทั้งที่แสนจะเมา ... แล้วทำไงล่ะคะ ตัวเองติดการไกด์ โดยเฉพาะการไกด์ของ Jaechan หลังจากรีเกรสกลับมา ก็เลยหนังตาหนักวูบ ซบคอ Jaechan แล้วก็หลับบนเตียงด้วยกันไป ....

ขำมากก คอมเมนต์ก็มาช่วยกันกรีดร้องว่าถ้าหลับแล้ว sniff คอกันแบบนี้ กอดกันหลับแบบนี้ก็จบแล้วล่ะ เตรียมตัวเข้ารูทคลั่งรักได้ ซึ่งฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นนนน เพราะพี่แกบอกว่าพอจับมือแล้วไกด์ก็เหมือนถูกจับลงแทรปแล้ว นี่คือไพ่ใบสำคัญในมือ Jaechan ชัดๆ แต่ก็นะคะ ถึง Jaechan จะไม่จงใจ แต่ไกด์มาเมื่อไหร่ พี่แกก็แพ้พ่ายทันที

... รอให้ beyond guiding แล้วหันไปดูที่ตัวคนอยู่นะคะ 

แต่ เฮ้อ วันละ 3,200 คำแบบนี้มันช่างใจร้ายย ช่วยหันไปดูนักเขียนคนอื่นที่แต่งยาวๆ แบบตอนละ 4,000 คำอัพด้วยบ้างสิคะ สั้นแบบนี้ไม่ว่า แค่รอยาวๆ ผสมบ้างยาวกว่านี้อีกสัก 500 คำก็ยังดี TT
  
Oh my godd! This development is truly worth the wait! Monday is so, so good!

Wow, I thought the best thing possibly happened would be Jaechan sleeping in Woojin's officetel... but then? Oh, they were sleeping together in Jaechan's bed with Woojin's body wrapping around Jaechan like that? My god! My god! This is so delicious!

But then, now it's time for both to have their mind shifted? Jaechan is feeling embarrassed and trying to run away even more ... while Wooin is slowly changing his perception on Jaechan. This is especially so when there's also Jaechan's guiding in between! Seems like it's too irresistible for Woojin who has a taste of that sweet heaven already (:

And Jaechan who speaks up his inner mind while he's drunk? Oh, the boy who cries he doesn't want to be alone is so pitiful. But then, Woojin is seeing that boy inside the once-despicable Seon Jaechan now! I can't wait for the cold and aloof Woojin to fall hard!

070921
ตอน 45

ไม่มีอะไรให้กรี๊ดด นอกจากพี่เอสเปอร์ฉันเก็บข้อมูลอีกแล้วนะคะ เก็บเข้าไป เก็บเข้าไปเถอะ ถึงเวลาสิ่งละอันพันน้อยก็จะได้ทำให้ยิ่งอินเลิฟหนักถอนตัว/ดิ้นจากหลุมไม่ขึ้นน่ะ!

Oh, Woojin who appears friendly towards Noah Jung is actually collecting data again? Because he lives with his stepmother, his approach is always to research first and act later it seems! But then, do collect information and data on Jaechan well, Woojin! Every little thing will make you fall even harder!

However, when Jaechan tries to win Han Taehoon's favor, will the world see Jaechan change his target? Hmm, in this case, I'm so curious to see how Woojin reacts! He must be furious inside for the person who causes him disturbance and leaves.. just like when Jaechan announced he would stop being a pair guide!  

Ps. Kyung Changhyun is still around unleaving. He's annoying in a cute way, right (: ?

But tomorrow is Wednesday, the last day again TT

080921
ตอน 46

คิือแบบบ วันลงตอนก็น้อย ตอนก็สั้นน แต่ฉันต้องไม่ย่อท้อล้มตายก่อนเค้าจะรักกันใช่ไหมคะ ตอนนี้ไม่มีโมเมนต์อะไรอีกแล้ว มีแต่ความพยายามของ Jaechan ที่จะไปเป็นมือขวาหัวหน้าทีมอีกคน เพราะว่าถึงจะอยากเปลี่ยนตัวเอง แต่ว่าก็ต้องมีอำนาจและมีคนหนุนหลังเพื่อป้องกันตัวเองเหมือนกัน (อย่างน้อยก็จากพ่อกับพี่)

กับตอนจบตอน พี่ชายมาแล้วใช้อำนาจควบคุมจิตใจดึง Jaechan ออกไปคุยในที่ลับตา ซึ่งไกด์ฉันก็เตรียมตัวพร้อมแล้ว เตรียมมือถืออัดแล้วทำเป็นกลัวหลอกให้อีพี่ชายพูดออกมาเองว่าใช้อำนาจเอสเปอร์ควบคุมจิตใจ .... ซึ่งถ้าหลุดออกไปก็เรื่องใหญ่แน่นอน

ถ้าเป็นชาติที่แล้ว Jaechan ที่กลัวเสียหน้าก็คงไม่คิดทำ แต่ว่าตอนนี้ความลับหลุดไปขนาดนี้ Woojin ก็รู้เรื่องครอบครัวหมดแล้ว ไม่มีอะไรจะเสียหายเพิ่มอีกแล้ว

แต่ว่านะคะ ฉันขอเดาจากพฤติกรรมอ่ีพี่เอสเปอร์พระเอก และจากการลุ้นระทึกของฉันเอง ... เดี๋ยวพี่แกก็จะต้องตามออกมาไหม? ก่อนหน้านั่งอยู่ใกล้กันขนาดนั้นในที่สัมมนา น่าจะรู้บ้างแหละว่า Jaechan หายไป แถมก่อนหน้านั้น พี่ชายโรคจิตก็เพิ่งมาด้วย .... ซึ่งอีพี่ก็ไปสืบเรื่องพฤติกรรมพี่ชายมาจากเพื่อนร่วมห้อง Jaechan แล้วด้วยเถอะ

ก็รอกันต่อไป วันจันทร์จะมากรีดเรื่องใหม่นะ ... เมื่อไหร่คนเขียนจะเพิ่มวันลงกัน TT

เจอกันวันจันทร์นะ Jaechan TT


130921
ตอน 47
 
ความเลวของสมาชิกในครอบครัวช่างมีไม่จบจริงๆ สรุปพี่ชายเลวกว่าพ่อด้วยซ้ำ เพราะว่าพอรู้ว่าน้องเป็นไกด์ก็บังคับให้น้องชายไกด์ให้ตลอด แถมด้วยทั้ง mind control ทั้ง power imbalance ก็เกินเลยกับน้องชายตัวเอง คุกคามทางเพศกันถึงขั้นที่ Jaechan ทนไม่ได้ต้องออกจากบ้านไป การแตะต้องเนื้อตัวและบีบคอน้องตอนให้ไกด์เพราะเป็นกึ่งความตื่นเต้นทางเพศนี่คือแย่มาก แบบมากของมากจริงๆ ฮืออ

งวดนี้ก็สั่งให้ไกด์แล้วบีบคออีกแล้ว เลวทรามสามโลกจริงๆ  Jaechan กำลังคิดจะแกล้งขาดอากาศหายใจตายให้พี่ชั่วปล่อยมือ ลมก็พัดมาพอดี ใช่ค่ะ พี่เอสเปอร์พระเอกมาแล้ววว!! ผิดคาดเสียที่ไหนคะ สิ่งแรกท่ี่ทำคือเอาตัว Jaechan ออกมาจากเงื้อมมือพี่ชั่ว พอลมพัดออกมาก็ลอยเข้ามาในอ้อมแขนคุณพี่ Woojin พอดิบพอดี  น่ารักที่รีบจับแก้มจับคอเช็คอาการแล้วถอนหายใจโล่งใจว่าขอบคุณที่ยังไม่สายเกินไป ส่วนที่ขำกว่า คือพี่แกจัดลำดับความสำคัญเป็นข้อๆ มาก บอกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือ Jaechan ปลอดภัยดี
เรียบร้อย ก็ถึงเวลากำจัดขยะ (คำพี่เขาจริงๆ) จากนั้นก็กระหน่ำเตะอัดพี่ชั่วจนเลือดสาด ... ถึงขนาดที่ Jaechan ต้องหันไปมองถนนข้างนอกแทน

นี่คุณพี่ Woojin เหมือนจะมีงานอดิเรกใหม่เป็นการตาม stalk (?) และช่วย Jaechan ในเวลาคับขันแล้วนะคะ สรุปว่าขณะที่ Jaechan พยายามเลี่ยง Woojin ตอนนี้ ตัว Woojin เองก็มองหา Jaechan ตลอดเวลาเนาะ  

แต่คือตอนสั้นมากๆ จริงๆ ไม่รู้จะพูดยังไง ทำไมต้องกั๊ก 3,200 คำคะ นี่คือถึงขั้นไปนั่งเช็คความยาวที่ควรจะเป็นมาอีกรอบเลยนะ ที่บอกคราวก่อนว่า  3,700 คำโดยเฉลี่ย เพราะก็มีคนเขียนหลายคนที่ถึงเวลาจริงๆ ทะลุไปเป็น 4,000 อัพก็ดี รู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบ—คือแบบจะเอาตอนสั้นขนาดนี้ก็ได้ พร้อมจ่ายอยู่แล้ว แต่เพิ่มวันได้ไหม อ่านแต่ละตอนไม่หนำใจเลย อาทิตย์ละ 3 ตอนไม่ถึงไหนจริิงๆ สองตอนตัวละครยังคิดไม่จบเรื่องด้วยซ้ำ  คราวที่แล้วกว่าจะตัดมาที่มุมมอง Woojin ก็นาน แล้วกว่าจะรู้ว่าพี่เขาคิดอย่างไรก็หมดไปแล้ว 3 ตอน ...

I thought the brother is sick, but he is actually more disgusting than we ever imagined TT
It's all sexual harassment and physical  assault at the same time. The act of strangling his own younger brother to get excitement is unbearable TT No wonder Jaechan wants such a strong, brother-like figure the way he wants Woojin before TT
.
.
I'm glad that Jaechan who's long been a victim fights back with all his might. Hopefully, the record can be used as an evidence against this psycho! But aww, as expected, Woojin really comes to rescue Jaechan! Really love the scene when he's beating/kicking the bastard brother non-stop! The attitude to dispose the waste is so good! Excellent job indeed! 

But oh, I guess Woojin now has a new hobby to stalk (?) and rescue Jaechan already! Their positions truly reverse now (:

140921
ตอน 48

ความกรีดรายวันของฉันน ... สรุปว่าพอคุณพี่ Woojin ช่วยมาแล้วก็อุ้ม Jaechan เข้าห้องโรงแรมของแขกที่มาสัมมนาแล้ววางให้นอนพักบนเตียง เนื่องจาก Jaechan เล่นละครให้พี่ชั่วตายใจ ตัวเองสบายดีมาก แต่ Woojin ไม่รู้ เอาจริงๆ ตัว Jaechan ก็ยังงงๆ อยู่ว่าคุณพี่ Woojin จะทำอะไรก็เลยดูงงๆ เด๋อๆ คุณพี่ก็เลยยิ่งเข้าใจผิดว่าช็อคอยู่ เลยขอให้ไกด์ตัวเอง เพื่อจะเบี่ยงเบนความสนใจ Jaechan แทน แถมพอเห็นขานั้นยังดูเงอะงะ (ที่จริงๆ มาจาก Jaechan กลัวว่าพอเห็น Woojin ใจดีด้วยจะเผลอกระโจนเข้าใส่ เลยพยายามข่มใจไว้) Woojin ก็เลยเผลอจูบไป

มันก็ควรจะเป็นการไกด์ผ่านจูบ แต่ระยะสั้นขนาดนั้น ดูยังไงก็เป็นจูบได้แค่อย่างเดียว

คุณพี่ถอดเสื้อโค้ทตัวเองคลุมให้ Jaechan แล้วบอกให้นอนพัก ส่วนตัวเองเดินออกจากห้องไป

ซึ่งพอลับหลัง Woojin ตัว Jaechan ก็มีความสุขอััดล้นมาก ไม่น่าเชื่อว่าทั้งมาช่วย และทั้งจูบตัวเอง ก็เลย ทั้งกอดหมอน ทั้งเตะขาเต้นในอากาศ ทั้งกลิ้งไปมาบนเตียง มีความสุขเหลือกล่าวจนลืมเรื่องพี่ชั่วไปเลย (อย่างน้อยที่ Woojin ทำไปก็ได้ผลแง่นี้เนาะ) 

ส่วนเหตุผลที่ Woojin รีบออกมาเหรอคะ? ก็คือกะไปจัดการอีพี่ชั่วอีกรอบ เมื่อกี้แค่พา Jaechan ออกมาจากที่เกิดเหตุก่อน แต่ชัวร์ว่าอีพี่ชั่วหนีไปแล้ว .. คุณพี่ก็เลยนั่งรวบรวมความคิดแทน สรุปว่าสายตาเหยี่ยวพี่จ้องจับสองพี่น้องอยู่แล้วอย่างที่คาด ยิ่งพอเห็นว่าหายออกมาจากห้องประชุมด้วยกันก็ตามมา และความพีคก็อยู่ที่อีพี่แอบความมั่นใจสะดุดแล้วที่เพื่อน Jaechan บอกว่าไม่คิดว่า Jaechan จะมาตามคนอื่นแทน Woojin ตอนที่ไล่ตามหัวหน้าทีมอยู่

กับเริ่มไล่เรื่อง Jaechan ในหัวอีกแล้ว ถึงการไกด์และจูบจะไม่กี่วินาที แต่ก็ทำให้รับรู้ความนึกคิดอีกฝ่ายได้เถอะ .....

ซึ่งทาง Woojin จะบรรยายความรู้สึก Jaechan อย่างไร ก็ต้องมาต่อพรุ่งนี้ แต่จะไม่บ่นเรื่องความสั้นล่ะ TT 

Each chapter is too short again TT It's not enough to see how Woojin is really feeling, and I have to wait 24 hours to catch on his thoughts again tomorrow TT

But awwww, aww, the kiss! Despite excused as guiding, a kiss is a kiss! Now it's so true that Woojin is falling for Jaechan little by little! Now Woojin is so softened by Jaechan , and the every little care Woojin does is so good! I can't wait to see how Woojin describes Jaechan's feelings through guiding tomorrow! Awwww!!!

And oh, Jaechan is so happy for the care and the kiss that he kicks and rolls around merrily? This is so, so cute! It's good to see he bubbles with joy like this! Don't worry Woojin, Jaechan's state of mind is at its finest now (:


140921
ตอน 48

ความกรีดรายวันของฉันน ... สรุปว่าพอคุณพี่ Woojin ช่วยมาแล้วก็อุ้ม Jaechan เข้าห้องโรงแรมของแขกที่มาสัมมนาแล้ววางให้นอนพักบนเตียง เนื่องจาก Jaechan เล่นละครให้พี่ชั่วตายใจ ตัวเองสบายดีมาก แต่ Woojin ไม่รู้ เอาจริงๆ ตัว Jaechan ก็ยังงงๆ อยู่ว่าคุณพี่ Woojin จะทำอะไรก็เลยดูงงๆ เด๋อๆ คุณพี่ก็เลยยิ่งเข้าใจผิดว่าช็อคอยู่ เลยขอให้ไกด์ตัวเอง เพื่อจะเบี่ยงเบนความสนใจ Jaechan แทน แถมพอเห็นขานั้นยังดูเงอะงะ (ที่จริงๆ มาจาก Jaechan กลัวว่าพอเห็น Woojin ใจดีด้วยจะเผลอกระโจนเข้าใส่ เลยพยายามข่มใจไว้) Woojin ก็เลยเผลอจูบไป

มันก็ควรจะเป็นการไกด์ผ่านจูบ แต่ระยะสั้นขนาดนั้น ดูยังไงก็เป็นจูบได้แค่อย่างเดียว

คุณพี่ถอดเสื้อโค้ทตัวเองคลุมให้ Jaechan แล้วบอกให้นอนพัก ส่วนตัวเองเดินออกจากห้องไป

ซึ่งพอลับหลัง Woojin ตัว Jaechan ก็มีความสุขอััดล้นมาก ไม่น่าเชื่อว่าทั้งมาช่วย และทั้งจูบตัวเอง ก็เลย ทั้งกอดหมอน ทั้งเตะขาเต้นในอากาศ ทั้งกลิ้งไปมาบนเตียง มีความสุขเหลือกล่าวจนลืมเรื่องพี่ชั่วไปเลย (อย่างน้อยที่ Woojin ทำไปก็ได้ผลแง่นี้เนาะ) 

ส่วนเหตุผลที่ Woojin รีบออกมาเหรอคะ? ก็คือกะไปจัดการอีพี่ชั่วอีกรอบ เมื่อกี้แค่พา Jaechan ออกมาจากที่เกิดเหตุก่อน แต่ชัวร์ว่าอีพี่ชั่วหนีไปแล้ว .. คุณพี่ก็เลยนั่งรวบรวมความคิดแทน สรุปว่าสายตาเหยี่ยวพี่จ้องจับสองพี่น้องอยู่แล้วอย่างที่คาด ยิ่งพอเห็นว่าหายออกมาจากห้องประชุมด้วยกันก็ตามมา และความพีคก็อยู่ที่อีพี่แอบความมั่นใจสะดุดแล้วที่เพื่อน Jaechan บอกว่าไม่คิดว่า Jaechan จะมาตามคนอื่นแทน Woojin ตอนที่ไล่ตามหัวหน้าทีมอยู่

กับเริ่มไล่เรื่อง Jaechan ในหัวอีกแล้ว ถึงการไกด์และจูบจะไม่กี่วินาที แต่ก็ทำให้รับรู้ความนึกคิดอีกฝ่ายได้เถอะ .....

ซึ่งทาง Woojin จะบรรยายความรู้สึก Jaechan อย่างไร ก็ต้องมาต่อพรุ่งนี้ แต่จะไม่บ่นเรื่องความสั้นล่ะ TT 

Each chapter is too short again TT It's not enough to see how Woojin is really feeling, and I have to wait 24 hours to catch on his thoughts again tomorrow TT

But awwww, aww, the kiss! Despite excused as guiding, a kiss is a kiss! Now it's so true that Woojin is falling for Jaechan little by little! Now Woojin is so softened by Jaechan , and the every little care Woojin does is so good! I can't wait to see how Woojin describes Jaechan's feelings through guiding tomorrow! Awwww!!!

And oh, Jaechan is so happy for the care and the kiss that he kicks and rolls around merrily? This is so, so cute! It's good to see he bubbles with joy like this! Don't worry Woojin, Jaechan's state of mind is at its finest now (:

150921
ตอน 49
เอาล่ะค่ะ สรุปคุณพี่ Woojin ที่เรียบเรียงความคิดในหัวอย่างหนักก็สรุปได้ว่าความรู้สึกของ Jaechan ที่สัมผัสได้ตอนไกด์เปลี่ยนไป จากที่อยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ เห็นแก่ตัวก็เป็นความรักและใส่ใจอัดแน่นแทน Woojin บอกว่ารู้สึกตั้งแต่ตอนอยู่ที่เกาะ แล้วก็อยากสัมผัสความรู้สึกอ่อนโยนแบบนั้นอีก ก็เลยจูบ Jaechan ไป 

แต่คือคิดว่าคนอ่านทั้งมวลคงกรี๊ดไม่ออก เพราะหลังจากนั้น Jaechan ไปคุยกับหัวหน้าทีม----------- แล้วก็ตอนจบก็มีการชวนไปนอนด้วยกันเนี่ยแหละ ฉันอ่านผิดเปล่าคะ? กรี๊ดดดดดดด ทุกคนกำลังกรีดร้องโหยหวนกันในคอมเมนต์ มาแบบนี้ตาค้างกว่าเดิมอีกกก กับคือถ้ามาแบบนี้หัวหน้าทีมไกด์เป็น sub gong เหรอออ???

สรุปคือ 성공지향적 가이드 ตอนใหม่ใจสั่นมาก คือแบบจบแบบนี้แล้วต้องรอไปอีกจันทร์หน้าเนี่ยนะคะ? ทำร้ายจิตใจกันมากไปแล้ววว ไม่อยากบ่นเรื่องตอนสั้นวันน้อยเลย พูดทุกครั้งที่จบตอน .... ดูนักเขียนคนอื่นตอนยาวๆ บ้างสิ ตอน 49 แล้ว แต่ยังไม่ถึงไหนเลย

ปล. ก็มีประเด็นกระเป๋าสตางค์ Woojin อีกแล้ว สรุปอะไรอย่ข้างในกันเนี่ยย?

What? The development in the end? What did I read wrong TT? It shouldn't be like this, Jaechan-ah TT

No! Oh, Woojin is softening toward you already. He thinks you're soft and affectionate now. Think carefully please TT You can't end your one-sided love this way! Even if you had something with Han Tae-hoon in the past, end it today! I think Woojin is catching it with you soon! And hmm, will he take you from this situation too?

But ... Han Tae-hoon seems like a subgong? Aww, we have an ex-girlfriend and now a seemingly sub gong too? So many obstacles are in Jaechan and Woojin's way indeed TT
.
.
But then it's about the wallet again! What's inside it?

200921
ตอน 50
ตอนสั้นไม่คืบหน้าอีกแล้ว อยากเอา 3 ตอนมารวมกันแล้วแบ่งเป็น 2 ตอนจริงๆ อาจจะได้เท่านักเขียนคนอื่นวันที่เขียนตอนยาวก็ได้นะ เบื่ออ่านทีละเฮือกมากก

แต่ก็นะคะ ไปแตะเรื่อง serialize แถมยังติดหนึบแล้ว ก็ต้องเรียลไทม์กันต่อไป 

พอขึ้นห้องโรงแรมไปกับ Taehoon หัวหน้าทีม  Woojin ก็มาเจอพอดี ทักด้วยประโยคว่ามาเอากระเป๋าสตางค์ แล้ว Jaechan ก็ล้วงในเสื้อโค้ทคืนไปเนี่ยนะ? ไม่มีปฎิสัมพันธ์อะไรกันต่อ  Jaechan หน้านิ่งเฉยแต่ในใจก็คิดว่า ขึ้นห้องมากับ Taehoon ไม่เสียใจ แต่เสียใจที่ Woojin เห็น .... แล้วจะยังไงต่อไปนะคะ?? คือว่าตกลง Taehoon เหมือนเปํ็นหัวหน้าทีม แล้วก็เหมือนเป็นพระรอง แล้วตอนนี้ก็เหมือนจะเป็นมันทั้งสองอย่างแล้วนะ อะไรคือ the texture of the skin I wanna kiss?? อะไรคือสุกกว่านี้ เอ๊ยย โตกว่านี้สเปคตัวเองพอดีคะ??

Taehoon มีการสรุปในใจว่าเป็นลูกจิ้งจอกอีกต่างหาก สรุปว่า Jaechan ถูกตั้งชื่อให้อีกชื่อนอกจากปูเสฉวนในสายตา Woojin แล้วนะะ แต่พอบอกว่าเป็นลูกจิ้งจอกจอมมั่วที่จะถูกกินหมดในหนึ่งคำไม่ว่าจะไปไหนนี่ .... มันมองบวกหรือมองลบ ประเมิินมาแปลกๆ นะคะ หัวหน้าคะ

ส่วนพี่ Woojin ฉัน บทหายไปไหนหมดดดด????? คือจะมาโผล่เป็น endgame ไม่ได้นะค้าาาา คัม คัมมค่าาา!!

I feel Jaechan wants to move on by forgetting Woojin and focusing on his success goal instead.. as he needs power and backup to be stronger. But the truth is ... he still wants to be with Woojin subconsciously, and still wants to look good in Woojin's eyes TT

Oh, but what is the role of Han Taehoon then? He seems like a team leader, then a sub gong, and now both??? The idea he wants to kiss? And the assessment of Jaechan as a promiscuous fox cub likely to be eaten whenever he goes? It sounds cute enough, but by saying to be eaten in one bite, Taehoon makes Jaechanseems powerless too TT

Apart from the hermit crab, Jaechan is now a fox cub too??? Woojin, now you need more role tomorrow and the day after tomorrow! Get your hermit crab backkk!

210921
ตอน 51

อย่าไปคาดหวังว่าหนึ่งตอนจะมีอะไรมาก อ่านไปไม่ได้อะไรเลยยยย นอกจาก
1. ในกระเป๋าเงิน  Woojin มีรูปจริงๆ (แล้วรูปใครคะ?)
2.แฟนเก่า Woojin มาเป็นไกด์ฝึกงานแล้วค่ะ 
3. เหตุการณ์จับตัวประกันที่สวนสนุกที่ Jaechan ล็อคไว้น่าจะเกิดขึ้นซูน
4. อ้ออ งั้น ... เพิ่มว่าตัว Woojin ก็เหมือนสะดุดไปนิดนึงไหมมม??? แต่ตอนนี้คนก็เริ่มรู้แล้วว่าทัศนคติพี่เขาเปลี่ยนไป ดูปกป้องไกด์ตัวเอง ไม่ได้ดูถอยห่างเหมือนเก่า

อยากจะหลับไปสักเดือนนึง แล้วตื่นมาก็มีให้อ่าน 12 ตอน .. ซึ่งก็แน่ใจได้ว่าคงยังไม่คืบหน้าไปไหน วันนี้ไม่มีพลังงานจะเขียนคอมเมนต์เลย อยากได้โมเมนต์! อยากได้โมเมนต์! อยากได้โมเมนต์!

Awww, now Woojin's ex-lover is here in the scene, and there're also new trainees who are badmouthing Jaechan?? It seems the problems are piling up again TT I simply hope it won't turn into love triangles then TT

But oh, if Woojin screams that he never wants to know, it actually means he wants to know, right? TT

220921
ตอน 52

ความเลวร้ายสามโลกก็คือว่าวันนี้มาเลททท สงสารคนที่วิ่งเป็นบ้าไปรีเฟรชหน้าคอมตอนตีห้าไหมคะะะ? ไม่แจ้งอะไรเลย เปลี่ยนเวลาหรือเปล่าก็ไม่รู้ (บ่นมากเพราะเหวี่ยงกันทุกคนนน)

แต่คืิอว่าแฟนเก่าคุณพี่ Woojin ก็มาเป็นไกด์ฝึกหัดกับ Jaechan แล้วค่ะ แล้วที่ขำก็คือทุกคนกรีดร้องให้น้องเค้ามาตกรูท Jaechan แทนน (ใช่ อันนี้อีฉันก็เป็นบ้ากรีดร้องไปนานแล้วเหมือนกัน) เพราะขนาดไกด์ฝึกหัดคนอื่นจับกลุ่มนินทา Jaechan คุณเธอก็ถึงขั้นไปทะเลาะกับเค้าแก้ต่างให้ Jaechan เลย แล้วตอนนี้ยังดูปลื้ม Jaechan อีก 

แต่คือว่าถ้าคุณเธอความสามารถดี และตั้งใจ (ถึงขั้นเอาปากกามาจดโน๊ตเวลา Jaechan อธิบายเลย) ศักยภาพจะเป็นอย่างไรต่อคะ เก่งก็ได้ แต่ว่าค่าความเข้ากันกับ Woojin ขออย่าได้เกิน Jaechan ได้ไหมมม 
 
Oh, why did today's episode come late? Is the serialization time changed? I was just refreshing stupidly at 7 am TT

But then, awww these kids are so rude! They badmouthed Jaechan, and when they were caught, instead of apologizing, they complained that the senior is unkind and uncaring?? How can a person be good to people who are rude to him??? Be logical!!!

But then I really hope that the other 3 kids will see Jaechan for his ability later too!

Still, ahaha, yes, seems like Haesol is more into Jeachan now? Everyone seems to be screaming about this (:



270921
ตอน 53

กรี๊ดดดด สรุปว่าตั้งแต่งานสัมมนา Jaechan ก็หลบหน้า Woojin อีกแล้ว หลบมันมาราธอน งวดนี้ตอนเห็น Woojin ยังวิ่งไปแอบหลังเสาแล้วว แล้วคือว่านะคะ ตอนนี้ Woojin เจอแฟนเก่าแล้ว ตัว Jaechan ก็ลุ้นมากว่าจะเหมือนเดิมไหม แบบโลกเปิดตอนเห็นแฟนเก่าครั้งแรก แต่ฮืออ ... ทุกคนก็ช่วยกันลุ้นว่า ตอนนี้ Woojin เหมือนจะตกรูท Jaechan แล้วไม่ใช่เหรออ แต่คืออีเรื่องนี้ก็คาดเดาไม่ได้อีก ถ้าดูจากนิสัย Woojin ก็น่าจะสนใจ Jaechan มากกว่าอยู่ไหม? ตอนนี้ยิ่งสงสัยด้วยว่าทำไมเปลี่ยนไป กำลังติดใจความรู้สึกอ่อนโยนอยู่ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าคนเขียนจะเขียนไปทางไหนเหมือนกัน ไม่กล้าเดา 

คือกำลังอยู่กับเหล่าไกด์ฝึกหัด ทุกคน (คนอ่านที่กรีดร้อง) ยังเพิ่งคาดหวังว่าจะเห็น Jaechan โชว์ฝีมือการไกด์สุดเนียนอยู่เลย ขนาดพวกเด็กที่นินทา + ต่อต้าน Jaechan ยังเริ่มจดโน๊ตตามตอน Jaechan อธิบายเลย 

แล้วก็คือจบแบบค้างอีกแล้ว ยังดีที่พรุ่งนี้วันอังคาร ฮืออ แต่ฉันจะไม่คาดหวังอะไรแล้ววว

Why does the episode always finish like this? Awww, it's a cliff-hanger to see what tomorrow will bring! I can't wait to see Woojin's reaction! But honestly, I really hope it will not go as Jaechan expects! Let's pray that Woojin is now attracted to this hermit crab guide who always hides and runs away! But then I can't predict the writer's mind, so let's hope that Woojin will stay firm with Jaechan this time TT

Still, it's funny to see the esper who is distracting his pain by playing game. It's amazing to see 23 like that. But aww, I did think we can see Jaechan does munchkin guiding with delicate control and have all the ignorant trainees stare at him in awe. At least, their attitude changes when they all take notes now!

280921
ตอน 54

ความกรีดร้องวันนี้ของฉันก็คือขำมาก Jaechan ให้คนรักเก่าไปไกด์ Woojin แล้วก็แอบมาส่องผ่านซีซีทีวีในห้องสำนักงานกัับเด็กฝึกหัดคนอื่น แล้วพอถึงห้องที่สองคนควรจะไกด์กัน ก็ห้องว่างค่ะ ... เพราะ Woojin ปฏิเสธไม่ยอมให้ไกด์ให้ เดินกลับมาเจอ Jaechan กำลังเปิดกล้องดูพอดี ถูกจับคาหนังคาเขา มือสั่นแต่ก็ต้องทำเป็นเนียนๆ ไม่มีอะไร.... คืออยากจะกราบดีใจ กรีดร้องดีใจ และร้องไห้ดีใจมากก ว่าดีมากก Woojin!!! แต่เอาจริงก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนพัฒนาการเรื่องสองสามตอนนี้มันดูไม่ต่อ เพราะถ้าตามหลักการ ถ้า Jaechan เป็นไกด์คู่ Woojin ทำไมคุณพี่เอสเปอร์จะต้องให้คนอื่นไกด์คะ? ยิ่งอีกฝ่ายยังไม่ใช่ไกด์เต็มตัว เป็นแค่เด็กฝึกเนี่ยนะ? ไม่ค่อยเข้าใจตรรกะเลยย

แต่นั่นแล น่ารักที่เหมือน Woojin เหมือนจะหึง (หรือไม่ก็เคืองนิดนึงเรื่องที่เจอ Jaechan ขึ้นลิฟท์ไปพร้อมหัวหน้าทีมวันก่อน .... สรุปว่าฝ่าย Jaechan ก็กลัว Woojin เกลียดตัวเอง แล้วพี่เอสเปอร์เขาก็เป็นแนวหน้านิ่งๆ ไม่มีอะไร แต่ในใจก็แอบเก็บมาเป็นประเด็นเหมือนกัน เหมือนไม่แคร์โลก แต่จริงๆ พอเป็นเรื่อง Jaechan ตอนนี้อะไรก็มาหมดเนาะ)

Jaechan แอบคิดว่าเหมือน Woojin จะตัวใหญ่ขึ้น ชนิดเข้าห้องไกด์ไปแล้วห้องทำไมแคบกว่าเดิิม ซึ่งความจริิงก็คือพอมีคนไกด์ให้ได้แบบไม่มีลิมิต Woojin ก็ฝึกชนิดที่ใช้พลังได้เต็มที่ไม่มีกั๊กไง

Jaechan ไกด์แบบแตะมือแค่พอแตะตัว Woojin อีกแล้ว แล้วพอสองคนคุยกัน พี่แกก็สังเกตกิริยาท่าทาง Jaechan ชนิด micromovement แล้วนะคะ แต่ Jaechan ก็คงไม่รู้อยู่ดี อีกนานเนาะ กว่าความหมกมุ่นอินเลิฟคลั่งรักคุณพี่ Woojin ฉันจะออกดอกออกผล (และคงยิ่งอีกนานเพราะวันละ 3,200 คำ อาทิตย์ละ 3 วันด้วย แต่ช่วงนี้ก็มียาวขึ้่นมาแล้ว อาทิตย์ก่อนหน้ายังถึง 3,700 คำ ฮืออ วันนี้ก็ 3,300)

Jaechan is setting up CCTV to watch Woojin and Haesol?? Oh, this is very funny when he gets caught red-handed! But oh, the development is a bit confusing. If Jaechan is paired to guide Woojin, is it possible to have another guide (not yet a guide, in fact!) guide Woojin?? In this case, it's very normal for Woojin to refuse, isn't it?

But Woojin whose tone is more blunt than usual? Is he feeling jealous (: ??? This guy has a poker face with every kind of feelings inside him anyway. And oh, he even notices Jaechan's small/ mini movements too?

Still, it's so good to see Woojin can train unrestrainedly when he has guides to help him (:

290921
ตอน 55

ตอนสุดท้ายของอาทิตย์นี้อีกแล้ว ฮืออ สรุปว่า มาช้าด้วยค่ะ เชอะ โกรธมากกก

อยากจะกรีดร้องว่าพอกำลังไกด์ Woojin ก็เอ่ยปากนัดแนะวันประเมินค่า matching rate ใหม่ ซึ่งทุกปี คนที่ต้องเริ่มคือ Jaechan ฉันนะคะ นี่คือเป็นนัยว่าพี่เขาอยากอยู่กับ Jaechan ต่อใช่ไหมม ฮือ ฮืออ ฮืออ แต่คราวนี้พอตกลงกลับก็บอกด้วยว่า เดี๋ยวจะพาไกด์ไปอีกคนนะ น่าจะมีค่า matching rate สูง คือพูดจบก็ไม่มองหน้า Woojin ก้มหน้าก้มตาไกด์อย่างเดียว ปล่อยให้ Woojin เห็นแต่ปลายจมูกไป 

ชั้นอยากรู้มุมมอง Woojin มากกก อาทิตย์หน้าจะตัดไปให้ไหมมมคะะะ เพราะว่านะ เหมือนตอนนี้ Woojin ติดให้ Jaechan ไกด์เถอะ กับเพราะพอตั้งใจไกด์ โดยเฉพาะอยากให้ stability wave ขึ้นสูงๆ ให้ทะลุ 100 เมื่อ Woojin จะไปโซนอันตราย ความตั้งใจ จริงใจก็ส่งไปถึง Woojin อีกอยู่ดี — ใจพี่ Woojin เหมือนจะเริ่มยวบทีละน้อยแล้วไหม อย่างน้อยก็ไม่ตั้งกำแพงเมืองจีนกัน Jaechan แล้วเนี่ยยย

แต่ฉันมีความรู้สึกว่าไปๆ มาๆ ตัวน้องไกด์แฟนเก่าก็ดูติด Jaechan เปล่าคะ? การจะผลักคนสองคนลงเรือลำเดียวกันไปน่าจะไม่ได้อยู่ไหม? เฮ้ออ อยากให้ค่า matching rate ของ Jaechan กับ Woojin สูงทะลุโลแบบใครก็แย่งหน้าที่ไกด์ให้ Woojin ไปไม่ได้เลยย

สรุปคอมเมนต์ถ้าไม่กรีดเรื่องให้น้องไกด์แฟนเก่าตกรูท Jaechan ก็กรีดร้องว่าทำไมวันนี้เป็นวันพุธ/ พรุ่งนี้เป็นวันจันทร์กันไป 

ก็ต่ออาทิตย์หน้านะคะะะะ 

Oh, why this episode came late again TT?

It seems like when Jaechan changes, his sincerity is conveyed to Woojin honestly whenever they do guiding, and I think Woojin is falling for Jaechan bit by bit each time? But still, it's so significant that our esper suggests matching rate evaluation first! It simply hints he wants to be with Jaechan still, right (:? But aww, when Jaechan suggests anther guide like this, I feel Woojin may feel Jaechan wants to be with the team leader instead?

but noo, it's Wednesday again TT Can we have Woojin's viewpoint next week too? Miss seeing what Woojin thinks already! And I really want Jaechan and Woojin to have the highest matching rate possible too TT No one can take Jaechan out from guiding Woojin please TT

But oh, is Haesol falling for her caring but strict senior now (:??

Wednesday, 28 July 2021

몸가짐을 똑바로! // Get Yourself Together! by 해거름


คนเขียน: 해거름 

แนว: แฟนตาซี, เวทย์มนต์, ย้อนอดีต (พระเอก) 

ความสัมพันธ์: ขุนนาง x พ่อมด

จำนวนตอน: 90 (ยังไม่จบ)

ไม่คิดว่าสนุก เพราะปกเด็กมาก แต่อ่านไปก็สนุกเกินคาด ชอบความ OP ทางเวทย์มนต์ตัวเอก และการเชื่อใจของพระเอก (ที่จริงๆ แล้ว regress  กลับมาและพยายามเปลี่ยนแปลงอดีต)

น่ารักที่ตัวเอกเป็นทาสที่ถูกช่วยไว้ และไปอยู่กับพ่อมด ซึ่งเหล่าพ่อมดระดับสูงก็โอ๋มาก รักมากก แต่ขณะเดียวกันก็ต้องคอยระวังด้วย เพราะว่าบ้าเวทย์มนต์ บ้าประวัติศาสตร์ และมักจะทดลอง หรือเรียนรู้โน่น นี่ นั่นสุดโต่งเสมอ น่ารักที่หัวหน้าพ่อมดสปอยล์ให้ปิ่นเวทย์มนต์ (ซึ่งแพงมาก) ตอนวันเกิด และพ่อมดอีกคนที่เลี้ยงดูก็ให้ขลุ่ยเวทย์มนต์เก่าแก่เหมือนกัน แล้วต่างคนก็ต่างโวยวายว่าอีกคนเอาใจตัวเอกเกินไป เถียงกันเอง ไม่นับสื่อกลางเวทย์มนต์ที่ให้เป็นอัญมณีราคาแพงมากเป็นถุงอีก คือโอ๋กันเข้าไป คือผิดทั้งคู่นั่นเอง

แต่ตอนนี้ความเครียดของเหล่าคุณปู่พ่อมดหอคอย คืออีพี่พระเอกขุนนางระดับ Grand Duke ที่อยู่ดีๆ ก็มาแรงมาก และเหมือนจะพยายามหลอกตัวเอกไป ทำไมต้องระบุให้ตัวเอกไปแก้วงจรเวทย์มนต์ให้ที่คฤหาสน์ ใช้คนอื่นไม่ได้หรือไง แล้วทำไมต้องลากไปไหนมาไหนด้วย


ซึ่งเหล่าคุณปู่ก็ห่วงตัวเอกที่ใสซื่อมาก กลัวว่าจะถูกพระเอกหลอก แต่ว่าพี่พระเอกหลังจากย้อนกลับมาเพื่อตัวเอกมีหรือจะยอมแพ้ ก็ยื้อกันไปมา และพยายามเอาใจตัวเอกสุดโต่งเหมือนกัน มาซ่อมวงจรที พี่แกก็มาต้อนรับจริงจัง หาขนมอร่อยแบบที่หอคอยไม่มีเพื่อหลอกซื้อใจ เอาขนมมาประเหลาะทีละอย่างสองอย่างเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกันนานๆ  

ตอนนี้อ่านตอนที่ 42 ชอบที่เปลี่ยนหาวิธีออกจากกับดักซากอารยธรรมด้วยการบอกให้แก้วงจรเวทย์มนต์ .... ซึ่งแน่นอนว่าทำได้ยากมาก และการเสนความคิดแบบนี้ก็สุดโต่งแล้ว ซึ่งนี่ก็คือความลับของหอคอย ความสามารถเหลือล้นและเกินเหตุ ไม่นับความหมกมุ่นบ้าเรียนของเด็กนี่ทำให้ทุกคนลมจับ หรือหัวใจจะวายได้เสมอ แต่ว่าบอกคนนอกหอคอนเวทย์มนต์ไม่ได้

เรื่องน่ารักเพราะมองโลกบวก และเพราะตัวเอกความสามารถล้นเหลือเนี่ยแหละ (

ปล. เหล่าคุณปู่ไม่รู้ว่าน้องเขาก็มีความลับคลั่งอัศวินเหมือนกันน และดังนั้น ใจน้องก็แล่นตามพี่พระเอกไปนานแล้ว 

เพิ่ม

290721

ตอน 43 

ขำมากที่พอแก้วงจรเวทย์มนต์ให้คน 5 คนออกไปได้พร้อมกัน ก็ต้องมีการอุ้มคนที่ 5 ไป เพราะกลไกเดิมทีที่เหยียบให้ออกไปได้แค่ 4 คน แต่พอโจฮานจะไปให้คุณปู่พ่อมดเอลฟ์อุ้มออกไป อีพี่พระเอกก็รีบถามเหมือนสอนเด็กในห้องว่า อัศวินกับพ่อมดใครแรงเยอะกว่า ... ก็ต้องอัศวิน

แล้วระหว่างพระเอกกับคนสนิท ใครแข็งแรงกว่า ... ก็ต้องพระเอก

แล้วตอนนี้ใครเหนื่อยที่สุด ... ก็ต้องคุณปู่เอลฟ์ที่เพิ่งใช้พลังตัวเองช่วยทุกคน

แล้วอยากให้พ่อมดอีกคนที่โจฮานเกลียดอุ้มออกไปเหรอ .. ไม่อยาก

ดังนั้นด้วยการถามไล่ อีพี่ก็ได้อุ้มโจฮานออกมาสมใจ ท่ามกลางสายตาแหนงหน่ายของทุกคน

ตัดภาพกลับไปที่หอคอย ผู้อาวุโสโดโนแวนกำลังสติหลุด เพราะโจฮานสุดที่รักออกไปกับอีพี่พระเอก (แม้จะไปสำรวจซากอารยธรรรมที่อาจจะอันตรายก็ไม่เครียดเท่าไปกับอีพี่พระเอกสำหรับคุณปู่ โถ)  


เพิ่ม

300721

ตอน 45

มีเจ้าหน้าที่มาแจ้งข่าวที่หอคอย ตอนแรกคิดว่ามาตัดงบ แต่จริงๆ คือแจ้งข่าวจากโทรเลขว่ากลุ่มที่เดินทางไปสำรวจซากอารยธรรมถูกนักฆ่ากับสัตว์ประหลาดโจมตี แม้จะเป็นการรายงานหลังทุกคนปลอดภัยแล้ว แต่ผู้อาวุโสโดโนแวนที่เดิมที่สติหลุดอยู่แล้วก็ยิ่งเครียดจัดว่าแล้วโจฮานเป็นอย่างไรบ้าง? ผลุนผลันจะเทเลพอร์ตไปหาหลานรักทันที แต่พอบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงนะ โจฮานอยู่กับแกรนด์ดยุคตลอด กินนอนห้องเดียวกัน คราวนี้คุณปู่โดโนแวนยิ่งเครียดหนักกว่าเดิมมม ....  หาระยะพิกัดจะเทเลพอร์ตแล้วค่ะ

.

.

ซึ่งจริงๆ แกรนด์ดยุคก็เนียนหาเรื่องอยู่กับโจฮานด้วยเถอะ ความปลอดภัยอะไรกันนน!!

---------

070821

ตอน 63

ชอบที่ดยุคบอกโจฮานว่า ต่อไปอาจจะเกลียดอาจจะผิดหวังกัน แต่ทุกอย่างทำไปก็เพื่อโจฮานทั้งสิ้น (ทั้งนี้เพราะดยุคไม่อยากให้โจฮานลำบากเหมือนครั้งที่แล้วก็เลยพยายามทำทุกอย่างที่ทำได้ เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง นับตั้งแต่บุกทลายการค้าทาสเพื่อช่วยโจฮานออกมาก่อนเวลาในชาติที่แล้ว รวบรวมคนที่มีชื่อเสียง/เก่งที่รู้จักจากชาติที่แล้วมาเพื่อเป็นกองกำลังตัวเอง สร้างแหล่งข่าว และช่องทางการหาเงิน และอื่นๆ) แล้วโจฮานก็บอกไปว่า เข้าใจและจะพยายามแข็งแกร่งกว่าเดิม เก่งกว่าเดิมจะได้อยู่เคียงข้างดยุคได้ เพราะเดิมทีอยู่ที่หอคอย เหล่าผู้อาวุโสพ่อมดโอ๋มาก ความต้องการเรียนเวทย์มนต์ก็เป็นเพราะสนุกอยากรู้ และไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง แต่พอออกมาอยู่ข้างนอก เริ่มเห็นมากขึ้น และเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นก็เริ่มรู้ความสามารถตัวเองขึ้นมา และก็มีแรงกระตุ้นเพราะอยากเก่งขึ้นมาจริงจังด้วย

แต่ทั้งนี้ความสามารถของโจฮานก็อลังการกว่าเหตุอยู่ดี ชาติที่แล้วกว่าจะไปอยู่กับคุณปู่พ่อมดก็ช่วงอายุ 20 แล้ว แต่ชาตินี้ ดยุคช่วยออกมาและให้ไปอยู่กับพ่อมดก่อน ฉะนั้นการศึกษาและความรู้เวทย์มนต์อัดแน่นมาก จนดยุคเองยังคิดไม่ถึงว่าระดับจะไปได้เหนือกว่าช่วงก่อน regress 

แต่คือความบ้าเวทย์มนต์เกินเหตุจริงๆ มีพ่อมดอีกคนมาขอให้ช่วย แต่พอรู้ว่าพ่อมดคนนี้รู้เวทย์มนต์โบราณก็ไม่ปล่อยไปอีกฝ่ายกลัว รัวถามคำถามเป็นชุดไม่หยุดพักอีก 

ปล. เนื่องจากถูกนักฆ่าโจมตี เลยเร่งย่อคาถาได้แล้ว ใช้เวลาประมาณอาทิตย์นึง ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนอื่นต้องเป็นปีจ๊ะ *(:


140821

ตอน 72

มีคนซัมมอนเรียกแฟรี่มา แล้วแฟรี่ก็ปั่นป่วนก่อกวนชาวบ้านในหมู่บ้าน ดังนั้นเงื่อนไขของแฟรี่ก็คือจะต้องให้คู่รักเข้าไปหา ระบุมาเลยว่าเป็น cute bride กับ handsome groom ซึ่งก็คือโจฮานกับท่านดยุค พอไปถึง แฟรีี่อยู่ในร่างกระรอกน่ารักมาก จนโจฮานอดใจไม่ไหวขอเข้าไปลูบ และดังนั้น ท่านดยุคก็หงุดหงิดมากกก แต่ว่าเงื่อนไขของแฟรี่บอกว่าตัวเองเป็นแฟรี่แห่งความรักและขอให้สองคนช่วบจูบกันที ก็ทำให้ท่านดยุคอารมณ์ดีขึ้นมา พอโจฮานอึกอัก ท่านดยุคจอมเนียนก็บอกว่าเราต้องเสียสละเพื่อหมู่บ้านนะ ไม่ง้้นเดี๋ยวคนในหมู่บ้านจะอดตาย ไม่ได้คิดจะบอกเล๊ยว่าจริิงๆ หมู่บ้านนี้ก็มีเงินอยู่ (...)