Sunday, 9 January 2022
丧尸皇的家养猫 // The Zombie Emperor’s Domesticated Cat
Monday, 25 October 2021
문 너머 // Beyond the Door
คนเขียน: 해롱씨
แนว: โลกไกด์-เอสเปอร์, ability, regression, large dog, fluff, healing
ความสัมพันธ์: ไกด์ X เอสเปอร์
จำนวนตอน: 61 ตอน (ยังไม่จบ)
นี่คือเรื่อง Guide ที่รอมากที่สุดเดือนนี้ จบ 60 ตอนไปแล้วเมื่อวานซืนค่ะ แล้วจะมาอีกวันไหนเนี่ยยยย ทำไมไม่ประกาศวันตอนมา
Kim Daemun เป็นเอสเปอร์ที่มีพลังสร้างประตู teleport ไปสู่ที่ไหนก็ได้ แต่เจ้าตัวได้พลังมาตอน 8 ขวบ ขณะที่กำลังถูกพ่อแท้ๆ ฆ่าบีบคอ... ถึงแม้จะเป็นการป้องกันตัวเอง ความผิดฐานฆ่าพ่อตัวเองตายก็คงอยู่ และยิ่งถูกสมาคมผู้มีพลังพิเศษพาตัวไปเพราะเห็นว่าเป็นเอสเปอร์ที่มีพลังพิเศษ การถูกทารุณ และใช้งานต่อเนื่องก็เกิดขึ้นจนถึงตอนที่อายุ 27 เมื่อตัวเองกำลังถูกเหล่ามอนสเตอร์ฆ่าตาย ก็เปิดประตูบานสุดท้ายด้วยพลังโดยไม่รู้ตัว
และกลายเป็นย้ายเวลากลับมาในเวลาที่กำลังจะถูกพ่อตัวเองบีบคออีกครั้ง .. เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างเดิม และก็จบที่ Lee Ji-eon ไกด์ที่อยู่ในความทรงจำมาช่วยไว้ และพาไปส่งโรงพยาบาล ซึ่งในชาติที่แล้ว Lee Ji-eon พยายามทำเรื่องเป็นผู้ดูแลเอสเปอร์เด็กที่ถูกพ่อทารุณกรรมมา แต่เพราะตัว Daemun กลัวผู้ใหญ่จนหนีเข้าไปอยู่ใต้เตียงทุกครั้ง ก็ทำให้การพูดคุยกันไม่เกิดผล จนถูกประธานสมาคมผู้มีพลังพิเศษพาตัวไป และถูกใช้งานหนักจนตาย
แต่ชาตินี้ เมื่อมีความทรงจำเดิมอยู่ ก็เลยพยายามเลี่ยงสถานการณ์เดิม โดยการตอบตกลงให้ Lee Ji-eon กลายเป็นผู้ดูแลตัวเอง
สองคนกลับไปบ้าน Lee Ji-eon และก็ได้เจอกับ Lee Geon น้องชายของ Lee Geon ที่เป็นไกด์เหมือนกันในวัย 10 ขวบ
ตอนแรก Geon ไม่ชอบ Daemun เลย เพราะว่าเกลียดเด็กที่มาแย่งความรักและความสนใจของพี่สาวตัวเองไป .... แต่เพราะสภาพตัวเล็กแกรนเกินกว่าวัย 8 ขวบ และท่าทีอ่อนแอน่าสงสารก็ทำให้ Geon เปิดใจรับ Daemon มาทีละน้อยจนเหมือนเป็นน้องชายตัวเองอีกคน
ซึ่งเพราะสถานภาพตัว Geon ที่เป็นไกด์ตั้งแต่แรกเกิด และก็มีแนวโน้มเป็นไกด์ระดับเอสก็ทำให้เจ้าตัวถูกลักพาตัวโดยเอสเปอร์บ้าคลั่งหลายต่อหลายครั้งจนต้องอยู่แต่ในบ้านเพื่อป้องกันการถูกลักพาตัวจากเอสเปอร์ ด้วยความรู้สึกโกรธเกลียดเอสเปอร์ทุกคน
ตอนแรกอ่านเรื่องย่อ เข้าใจว่าตัวเอกที่ย้อนเวลากลับมาเพื่อปกป้องพระเอกกับพี่สาวพระเอกที่เคยดูแลตัวเอง แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นพี่สาวพระเอกกับพระเอกดูแลตัวเอกเหมือนน้องชายคนเล็กไปแทน .. ตอนนี้ครอบครัวเล็กๆ มีกัน 3 คน และชีวิตประจำวันของเด็กสองคนเหมือนจะผ่านไปอย่างเงียบสงบ เมื่อสองคนเข้ากันได้ดี และกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตกันและกัน โดยเฉพาะเมื่อหน้าที่ไกด์ Daemun ของพี่สาวกลายเป็นหน้าที่ของ Geon ที่อยู่ด้วยกันตลอด
แต่ว่าความสงบอยู่ได้ไม่นาน เมื่อประธานสมาคมฯ ไม่ยอมถอดใจจากตัว Daemun และลักพาตัวเด็กสองคนไปจากบ้าน
และการฉีดยาเพื่อสะกดให้เอสเปอร์อยู่ใต้อำนาจตัวเองก็ทำให้ Daemun อยู่ในสภาพ runaway ซึ่งถึงแม้หลังจากนั้นเจ้าตัวจะใช้พลังพาตัวเองและ Geon หนีกลับมาที่บ้านได้ แต่ Daemun ก็หลับไปถึง 6 ปี ซึ่งเมื่อตื่นมาอีกปี ตัวเองก็อายุ 14 ปี และ Geon ก็ 16 ปีแล้ว
.
.
เอาจริง มันคือเรื่องที่ต้องอดทนใจเย็นตอนอ่านมาก เพราะถ้าจะหวังว่าจะเป็นเรื่องแนวเอสเปอร์ปกติที่เหล่าผู้มีพลังเหนือมนุษย์ทั้งหลายใช้พลังน่าอัศจรรย์แล้วล่ะก็ ผิดถนัด!
เพราะว่า Daemun ถูกทำทารุณกรรมเป็นแค่ทาสของสมาคมมาทั้งชีวิต ความรู้สึกรักตัวเองหรือให้ค่าตัวเองไม่เคยมีอยู่เลย และการใช้พลังก็เป็นเพราะถูกบังคับ คุกคาม และดูถูกมาตลอด ไม่เคยเกิดจากความต้องการของตัวเองเลย โดยเฉพาะยิ่งเมื่อตื่นมาอีกครั้ง สภาพร่างกายที่อ่อนแอ เพราะหลับไป 6 ปี กับความรู้สึกว่าการที่ Geon ต้องถูกจับไปด้วยเพราะตัวเอง และก็ไม่กล้าใช้พลังหนีในตอนนั้นก็ยิ่งทำให้ความเกลียดตัวเองด้อยค่าไปอีก
แต่เพราะ Geon ใจเย็นคอยดูแล Daemun อย่างใส่ใจ ก็เลยทำให้ Daemun ยอมเปิดใจ และกล้าเล่าเรื่องในอดีตให้ฟัง ... โดยที่เริ่มรู้แล้วว่าในอดีต นอกเหนือจากการถูกกดข่มว่าเป็นพวกไร้ค่า พลังอ่อนแอมาตลอดในสมาคม ตัวเองก็ถูกใช้ยา และถูกล้างสมองจากประธานสมาคมตั้งแต่เด็กด้วยเหมือนกัน จากความทรงจำที่หายๆ ขาดๆ ไม่ประติดประต่อมาตลอด และทั้งที่มีอายุถึง 27 ปีแล้วก็ยังมีนิสัยหรือวิจารญาณเหมือนเด็กอยู่
จริงๆ สภาพการถูก abuse พลังของพวกผู้มีพลังพิเศษ โดยเฉพาะพวกที่พลังตื่นขึ้นมาตั้งแต่เด็กในสภาพครอบครัวด้อยโอกาส/ เด็กกำพร้าเป็นเรื่องปกติ แต่การยกมาเป็นประเด็นใหญ่ในเรื่องนี้ก็ทำให้ Beyond the Door มีจุดเด่นของตัวเองที่ไม่ได้เริ่มจากพลังน่าตื่นเต้นของตัวเอกเหมือนกัน เพราะเริ่มมาตั้งแต่สภาพที่ติดลบ ยิ่งกว่าเป็นศูนย์ ก็เลยเป็นโจทย์ที่ว่าจะดำเนินเรื่องอย่างไรให้คนที่ขี้ขลาดและไม่มั่นใจในตัวเองอย่าง Daemun กล้าใช้พลัง และพัฒนาตัวเองให้ได้
เพราะหลังจากเหตุการณ์ลักพาตัว เจ้าตัวอยากควบคุมพลังตัวเองให้ได้ที่จะปกป้องคนที่ตัวเองให้ความสำคัญ ซึ่งก็คือ Geon กับ Ji-eon ได้ ไม่ต้องขดอยู่อย่างหวาดกลัวหลัง Geon ซึ่งเด็กกว่าตัวเองได้อีก และตอนนี้ก็เลยคิดว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไร ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นจริงๆ ก็คือช่วงหลังตอนที่ 30-35 แล้วด้วยซ้ำ
กับน่ารักที่จริงๆ แล้ว Geon เป็นพวกไกด์ก้าวร้าว ในแง่ที่ว่าเกลียดเอสเปอร์ทุกคนมาก หรือในแง่นิสัยก็เป็นพวกเย็นชา กำแพงน้ำแข็งมากกับทุกคนในโลก แต่ว่าโอ๋มาก ใจดีมากกับเอสเปอร์ตัวเองคนเดียว ถึงขั้นที่วันแต่ละยุ่งวุ่นวายกับการดูแลตัวเอกตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอน ตามใจมากเวลาทำอาหารที่ชอบให้เช้าเย็น แต่ก็เข้มงวดเวลาสอนหนังสือให้เหมือนกัน และในแง่นี้ก็ต่างจากเรื่องไกด์อื่นเหมือนกัน เพราะคนที่ก้าวร้าวไม่เปิดมิตรต่อโลก และหวงเอสเปอร์ตัวเองเป็นไกด์แทนที่จะเป็นเอสเปอร์เย็นชา หน้านิ่งเหมือนเรื่องอื่นๆ
กลายเป็นความฟลัฟที่อยู่กัน เข้าใจกันสองคน เพราะว่าตัว Geon จะจับมือ Daemun ไว้เสมอเพื่อไกด์ให้ Daemun ที่ตื่นตัวและอารมณ์ไม่มั่นคงง่าย และ Daemun ก็แอบอยู่หลัง Geon ให้ Geon เป็นหลักเป็นที่พึ่งตัวเองเหมือนกัน
โดยเฉพาะพอมาใช้ชีวิตใหม่ ก็มีสิ่งหลายสิ่งที่ตัวเองไม่เคยได้ทำ และไม่เคยได้รับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่มีคนให้ค่าให้ความสำคัญ ได้นอนบนที่นอนที่มีผ้าห่มอุ่นๆ มีคนจัดงานวันเกิดให้ ที่น่ารักตรงสองพี่น้องถาม Daemun ว่าอยากกินอะไร แล้วพอตอบว่าชอบกินข้าวที่ทำเองที่บ้าน Geon ก็ทำอาหารโปรดของ Daemun เต็มที่ ไม่นับที่พอเจ้าตัวหลับก็แอบไปอบเค้กให้ด้วย Daemun ร้องได้ตอนได้เค้ก แล้วก็เพิ่งเข้าใจว่าวันเกิดเป็นวันที่มีความหมาย ไม่ใช่วันอีกวันในปฎิทินอย่างที่เคยเป็นมาทั้งชีวิต ฮือ
และความต้องการเป็นไกด์จับคู่กับเอสเปอร์ก็เริ่มจากตัว Geon เหมือนกันที่การดูแลตัว Daemun รวมถึงการไกด์ผ่านการจับมือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตลอดแวลา จนถึงวันที่ลุกขึ้นมาประกาศว่าจะเป็นไกด์คู่กับ Daemun ก็กลายเป็นเรื่องปกติของเจ้าตัวไป และเมื่อ Geon ออกมาประกาศแบบนั้น ก็เลยทำให้เมื่อเวลาผ่านไป Daemun มีเหตุผลที่จะพัฒนาความสามารถตัวเองเพื่อให้ได้เป็นเอสเปอร์ที่คู่ควรกับ Geon เหมือนกัน
เริ่มต้นที่เมื่อ Daemun ซื้อของอยู่ในห้างกับ Geon และ Ji-eon มีเหล่าสัตว์ประหลาดอาละวาด และเพราะน้ำหนักตัวที่มากของสัตว์ประหลาดตัวสุดท้ายก็ทำให้พื้นห้างถล่ม Daemun กับ Geon ตกลงมา .... Daemun ก็พยายามใช้พลังเปิดประตูย้ายออกมาอยู่นอกห้าง และเหมือนว่าพลังจะเพิ่มขึ้นเพราะมีเสียงในหัวบอกว่าไม่ต้องใช้สื่ออะไรเลย ตัว Daemun สามารถเปิดประตูได้เลย ต่างจากเดิมที่ต้องมีสื่อในการวาดประตูขึ้นมา
และเมื่อพัฒนาตัวเองไป มีช่วงที่ขำมาก เพราะว่า Daemun ไปขอคุยกับปู่ของ Geon เพียงลำพังสองคนว่าถ้าตัวเองวัดเกรดออกมาได้สูง ก็จะเข้ากิลด์ของปู่ แต่ขอให้ Geon เป็นไกด์คู่ตัวเอง เพราะเข้าใจว่าการจับคู่กับเป็นเรื่องของผู้ใหญ่กำหนด และก็ไม่กล้าให้ Geon ฟัง โดยที่ Geon ก็ไม่กล้าโกรธตัว Daemun สุดที่รักของตัวเอง ได้แต่น้อยใจกับหันไปถลึงตาใส่ปู่ก่อนเดินออกไปจากห้อง (และก็ไม่ไหนไกล เป็นการแอบฟังหน้าประตู) แต่พอปู่ได้ยินว่าเป็นเรื่องอะไรก็หัวเราะแล้วเรียก Geon เข้ามาถามความสมัครใจเอง สรุปว่าการอ้อมโลก และการเลี่ยงเจ้าตัวก็ไม่ได้ผลใดๆ
และคราวนี้ตัว Daemun ที่วัดพลังก็กลายเป็นเอสเปอร์ระดับเอสไปแล้ว ทำให้นักวิจัยที่วัดพลังตื่นเต้นว่าตัว Daemun เป็นเอสเปอร์ที่พลังตื่นตอนที่อายุน้อยที่สุดไม่พอ มาจับคู่กับ Geon ก็กลายเป็นคู่เอสเปอร์ไกด์ที่อายุน้อยที่สุดในโลกกันไปอีก — แต่จริงๆ ก็แอบสงสัยว่าพลังของตัวเองควรจะเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรก ที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่เพราะรีเกรสกลับมาอย่างที่แนวแฟนตาซีเป็น แต่เป็นเพราะในอดีตถูกพวกสมาคมกดข่มเอาไว้จนพัฒนาความสามารถไปได้ไม่เป็นเต็มที่
กับมีอีกประเด็นนึงที่มีเรื่องเล่าในอดีตว่ามีคนที่ทำหน้าที่ gatekeeper ปิดประตูกั้นไม่ให้เหล่าสัตว์ประหลาดออกมาทำลายล้างโลก และก็บอกว่าวันนึงสายเลือดตัวเองก็จะปรากฎออกมา ซึ่งก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็น Daemun นั่นเอง โดยเฉพาะเมื่อชื่อ Daemun ก็มีความหมายว่าประตูอีก
แต่ตอนนี้คงต้องพักเรื่องใช้พลังแล้วมาเน้นที่การเติบโตกันก่อน ตอนนี้ Daemun เพิ่งอายุ 15 ปี แล้วก็มีความฝันใส่ชุดนักเรียนไปโรงเรียนอย่างที่ชาติที่แล้วไม่เคยได้ทำ
ปล. ไม่ไหวแล้ว ชอบประโยคนี้มากก ฮืออ
'잘 자. 나의 에스퍼.' Sleep tight, my Esper. เนี่ยยย
เป็นชะนีที่โดนดาเมจแทนไปเต็มๆ
Saturday, 28 August 2021
성공지향적 가이드 // Success-Oriented Guide
//ตอนนี้กำลังบ้าเรื่องนี้ลงแดงมากสุด อยากจะกรีดร้องงงง //
คนเขียน: 박보율
แนว: โลกไกด์-เอสเปอร์, ability, ย้อนอดีต, ตัวเอกเก่ง, ตัวเอกสำนึกผิด, พระเอกคลั่งรัก (ในอนาคต!)
ความสัมพันธ์: เอสเปอร์ X ไกด์
จำนวนตอน: 40 (ยังไม่จบ)
Seon Jaechan ไกด์เอคลาสที่บาดเจ็บสาหัสระหว่างบุกรังผู้ก่อการร้ายสำนึกผิดก่อนตายว่าตัวเองวิ่งไล่ตามตื้อ Go Woojin เอสเปอร์ระดับเอสที่เป็นเพื่อนวัยเด็กและรักเดียวของตัวเองและทำร้ายอีกฝ่ายมากขนาดไหน
และเมื่อรู้ตัวอีกครั้งก็พบว่าย้อนอดีตกลับมาเมื่อ 6 ปีก่อนแล้ว
ครั้งนี้ เป้าหมายชีวิตก็คือจะตัดใจจาก Woojin และอุทิศตัวเองให้กับคนที่รัก ซึ่งก็คือตัว Woojin และน้าของตัวเอง จากที่เคยวิ่งไล่ตามความสำเร็จและตำแหน่งเหมือนชาติที่แล้ว
....
แต่ด้วยนิสัยร้ายกาจที่เห็นแก่ตัว และเห็นแก่ผลประโยชน์อย่างที่เคยเป็นมาตั้งแต่เด็ก ก็ทำให้คนรอบข้าง โดยเฉพาะคนที่อยู่รอบตัว Woojin สงสัยว่าการเหมือนจะกลับตัว เป็นคนดีแบบนี้ทำเพื่อวางแผนหลอกจับ Woojin ใหม่อย่างแนบเนียนใช่ไหม? หรือว่ามีแผนร้ายอะไรอีกหรือเปล่า? โดยเฉพาะตัว Woojin ที่ระแวงสงสัยจนไปถึงขั้นจับตามองอีกฝ่ายกลับ
และดังนั้นก็กลายเป็นว่า ยิ่งออกห่าง ก็มีเหตุให้ต้องใกล้กันมากขึ้น
.
.
เอาจริง เรื่องนี้เพิ่ง serialise ตอนวันที่ 25 สิงหา และก็เป็นเรื่องที่รออยู่ของเดือนนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่ทำให้ผิดหวังเลย พูดสารภาพก็คือว่า มีแนวโน้มจะเป็นเรื่องที่ชอบมากที่สุดแบบถูกจริตทุกสิ่งอันของปีนี้แล้วก็ได้ (และเหมือนจะเป็นไปแล้วด้วย คือโลกไกด์ + ตัวเอกรักข้างเดียว และพยายามตัดใจ + เก่ง + พระเอกหน้านิ่งที่ภายหลังจะคลั่งรัก) กับเหมือนจะเป็นแนวไกด์ที่ดีที่สุดตั้งแต่ที่เคยอ่านมา แต่คือเพิ่งมาแค่ 40 ตอน หนทางยังอีกไกล ไหนตอนใหม่จะมาอาทิตย์ละแค่ 3 ตอนอีก ฮือออ นี่คือลงแดงอยากอ่านตอนใหม่มากจนต้องมาเขียนกรีดไปพลางๆ
ชอบตัวเอกที่มีความสามารถ รู้จักตัวเอง และช่วยเหลือตัวเองได้ และ Jaechan ก็มาแนวนี้มาก สิ่งแรกที่ทำหลังจากรู้แน่ชัดแล้วว่ากลับมาในอดีตก็คือจัดลำดับเรียบเรียงความคิดตัวเอง และวางแผนเป้าหมายแนวทางตัวเองว่าควรทำอย่างไร ถึงขั้นเอามาเขียนเป็น [SUCCESS PROJECT] แบ่งเป็นเรื่องส่วนรวมส่วนตัว แบ่งเป็นลำดับหัวข้อตามลำดับเวลา มีเป้าหมายระยะสั้น ระยะยาวชัดเจนมาก ซึ่งเพราะชาติที่แล้ว จบลงด้วยความตาย และความเสียใจก่อนตาย เนื่องจากเห็นแก่ความสำเร็จและตำแหน่งมากก็ทำให้เป็นหัวหน้าทีมหน่วยข่าวกรองได้ตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเป็นมนุษย์ที่ลดลง ชาตินี้ก็เลยจะละเลยความสำเร็จและให้คุณค่าคนที่ตัวเองรักมากขึ้น ซึ่งก็คือ พระเอก Woojin และสิ่งแรกที่จะทำก็คือตัดใจ และเลิกการจับคู่เป็นไกด์ประจำตัวฝ่ายนั้นเสีย
และเมื่อเจอกันครั้งแรก ในระหว่างไกด์อีกฝ่าย จากที่เคยกระโจนเข้ากอดในห้องปิด และการใช้การไกด์เป็นข้ออ้างในการสัมผัสตัวเอสเปอร์ของตัวเองก็หมดไป แทนที่ด้วยการสำรวมตัว เข้าหาอีกฝ่ายอย่างระวัง สัมผัสอีกฝ่ายอย่างน้อยที่สุด และออกปากขอโทษสำหรับสิ่งที่ทำมาทั้งหมด พร้อมกับบอกว่าจะเลิกเป็นไกด์คู่หู แต่กลับไม่ได้ทำ Woojin รู้สึกดีเลย เพราะเจ้าตัวบอกว่าตัว Jaechan ทำอะไรตามใจตัวเองเสมอ และถ้าอยากขอโทษก็ต้องไม่ให้เลิกเป็นไกด์ตัวเอง
หลังจากนั้น เพราะ Jaechan พยายามแก้เหตุการณ์ในอดีตทีละอย่าง ก็ทำให้ขอออกภาคสนามไปด้วย ต่างจากที่เดิมทีรักความสบายและความปลอดภัยอยู่แต่ในฐานเท่านั้น เพราะว่าจะไปขัดขวางไม่ให้ญาติผู้พี่ของ Woojin ต้องตายระหว่างออกภาคสนาม ระหว่างที่เจอผู้ร้ายลักพาตัว และถูกฆ่าเพียงเพราะเห็น/อยู่ในเหตุการณ์ แต่ก็กลายเป็นว่า Woojin ตามญาติตัวเองมาด้วย ทุกคนก็คิดว่าตัว Jaechan หาโอกาสมาอยู่กับ Woojin แต่แม้สองคนจะระแวง Jaechan ขนาดไหน เจ้าตัวก็ไม่สนใจ กลับทำเพียงตามประกบญาติอย่างจริงจัง และเมื่อเกิดเรื่องขึ้นมาก็อาสาปีนเข้าไปท้ายรถคนร้ายแทนตัวญาติ และติดร่างแหไปกับเหยื่อที่ถูกจับตัวไปด้วย
ซึ่งก็เป็นเรื่องบังเอิญว่า เหยื่อที่ถูกจับก็คือเพื่อนร่วมห้องที่ความสัมพันธ์เป็นน้ำกับน้ำมันของ Jaechan นั่นเอง และการเข้าไปจัดการกับคนร้ายก็ทำให้รู้ว่า จริงๆ Jaechan เป็นไกด์ที่มีพลังของเอสเปอร์ด้วย เจ้าตัวทำให้ร่างกายตัวเองหายไป ตอนคนร้ายตรวจดูท้ายรถ และก็ “ล่องหน” มาช่วยเพื่อนร่วมห้องตัวเอง ...... และเมื่อจบเหตุการณ์ ก็ทำให้ทั้งญาติ และเพื่อนร่วมห้องเป็นมิตรกับ Jaechan เพิ่มขึ้นมา และส่วนตัว Woojin เองก็ลดอคติที่มีลงไปได้บางส่วนเหมือนกัน
และต่อมา Jaechan ก็ขอออกภาคสนามไปที่เกาะด้วยอีกครั้ง เพราะอยากไปสำรวจเหตุการณ์ระเบิดที่กำลังจะเกิดขึ้น พร้อมกับพยายามสืบหาร่องรอยของกลุ่มก่อการร้ายที่อาจจะมีบทบาทคานอำนาจกับรัฐบาลในภายหลัง แต่ว่าก็เกิดเหตุให้ต้องไกด์ Woojin ที่อยู่ในสภาพใช้พลังเกินตัวไปด้วย
ความรู้สึกผิดมาตลอด และความมุ่งมั่นที่จะอุทิศตัวให้เอสเปอร์ตัวเองทำให้ Jaechan ที่เพิ่งไปถึงเกาะตั้งใจไกด์อย่างเต็มที่ ยิ่งบวกกับประสบการณ์ที่มีในช่วงชีวิตที่แล้วล้วนทำให้วิธีการไกด์เปลี่ยนไป และตัว Woojin ที่รับรู้ถึงความตั้งใจ ก็หลงลืมตัว อดไม่ได้ที่จะสัมผัส Jaechan มากขึ้น คิดในใจว่าเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่รู้สึกถึงความสงบและความมั่นคงอย่างนี้ โดยเฉพาะเมื่อ Jaechan ยอมรับความเอาแต่ใจทั้งในแง่พลังเอสเปอร์ระดับเอสที่ยุ่งเหยิงไม่เข้าที่ และการล่วงเกินถึงเนื้อถึงตัวของตัวเอง ก็ยิ่งทำให้ Woojin อยากเข้าใกล้ตัว Jaechan มากขึ้น และค่าความเข้ากันได้ของทั้งสองคนก็อยู่ที่ 82 เปอร์เซ็นต์
หลังการไกด์ Jaechan ไม่ได้เจอ Woojin อีก แต่ว่าใช้เวลาในเกาะสืบหาระเบิด และก็ได้รู้จักกับลุงคนดูแลสวน ซึ่งเป็นพ่อของคนรักในชาติที่แล้วของ Woojin กับได้เจอคนรักในชาติที่แล้วของ Woojin ด้วย ซึ่งตามเหตุการณ์เดิม เพราะ Jaechan ปฎิเสธไม่ออกมาเสี่ยงอันตรายภาคสนามก็ทำให้เจ้าตัวได้เจอกับคนรักที่เป็นไกด์ และกลายเป็นไกด์ประจำตัวแทนที่ Jaechan ในภายหลัง แต่เพราะย้อนกลับมา และ Jaechan ออกมาที่เกาะและไกด์ Woojin เลยตัดโอกาสเจอกันของทั้งสองคนไป
หากสุดท้ายแล้ว การสืบหาระเบิดก็ทำให้รู้ว่าส่วนหนึ่งเป็นแผนการของ Woojin ที่จะพยายามลดอำนาจแม่เลี้ยงตัวเองที่ไม่อยากให้ตัว Woojin ขึ้นมาโดดเด่นเหนือลูกชายตัวเอง และพยายามสร้างสถานการณ์ลำบากให้ Woojin เสมอ
แต่เพราะการปกป้องคนสวนที่อยู่กับตัวเองตอนเกิดเรื่อง และการอาสาไปช่วยเหยื่อก่อนหน้า ก็ทำให้ Woojin ต้องมอง Jaechan ใหม่ .... ความแปลกประหลาดและการเปลี่ยนไปของ Jaechan ก็เริ่มทำให้ Woojin เริ่มจับตามองดูไกด์ตัวเองอย่างเงียบๆ และก็เหมือนว่าทำให้รู้จัก Jaechan ในมุมมองที่ต่างออกไปมากขึ้น โดยเฉพาะหลังเห็นพี่ชายของ Jaechan ทำเหมือนตัว Jaechan เป็นธาตุอากาศ และ Jaechan มีท่าทีเกร็งระวังตัว แข็งค้างเป็นตุ๊กตาหน้านิ่งไร้ความรู้สึกก็ถึงขั้นคิดว่าเหมือนปูเสฉวนที่เอาเปลือกหอยมาปกป้องเนื้อเปราะบางตัวเอง
.
.
เอาล่ะ ด้วยความที่ Jaechan ตั้งเป้าหมายชีวิตนี้ว่าจะทำให้ Woojin มีความสุข และจะวางมือโดยอวยพรให้เพื่อนวัยเด็กตัวเอง และคนรักสมหวังกัน แต่ว่าตอนนี้ก็เปลี่ยนการเจอกันของทั้งคู่ไปแล้ว ถึงแม้ว่า Jaechan จะติดสินบนอีกคนไม่ให้เอาเรื่องที่ตัวเองเป็น multi-guide ที่มีพลังเอสเปอร์ไปบอกเบื้องบน ด้วยการรับปากจะหาไกด์ที่มีค่าความเข้ากันได้ที่ 92 เปอร์เซ็นต์ซึ่งก็คือคนรักชาติก่อนมาให้ก็เถอะ คือ ตอนนี้อยากรู้ทิศทางเรื่องมาก เพราะแรงดึงดูดสองคนดูเยอะมาก (และก็คิดว่าถ้าในอดีต ตัว Jaechan ไม่ร้ายก็มีโอกาสครองใจเพื่อนวัยเด็กตัวเองสูงมาก) แต่ก็ไม่แน่ใจว่าคนเขียนจะใส่บทบาทคนรักเก่ามาเยอะหรือเปล่า และก็อยากให้ค่าความเข้ากันได้ระหว่าง Woojin กับ Jaechan สูงเกิน 92 เหมือนกัน ในแง่ที่ยิ่งพอ Woojin เปิดใจ ค่าตัวเลขก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น หรือว่าถึงตัวเลขเพิ่มไม่เท่า แต่ว่าให้การไกด์ของ Jaechan ดีกว่าได้ไหมม ไม่ ไม่ ไม่ เอาแบบแรกดีกว่า ตัวเลขมันจับต้องได้มากกว่าเชิงคุณภาพ อยากได้ทั้งปริมาณ ทั้งคุณภาพ สงสาร Jaechan อุตส่าห์กลับมาแบบนี้แล้ว (เพิ่ม 290821) ยิ่งถ้า engrave / imprint ที่ช่วยเพิ่มค่าความเข้ากันและประสิทธิภาพการไกด์จะดีมาก ชนิดที่ให้ไกด์กันไป แล้ว Woojin ติดผูกพันกับ Jaechan จนไปไหนไม่รอดเลย!!!
แต่คิดว่าจะต้องมีมหาสมุทร หุบเขา เหวลึก และอื่นๆ นับล้านกั้นความรู้สึกคู่นี้อีกเยอะแน่นอน เพราะว่า ตอนนี้ Jaechan ตั้งใจที่จะตัดใจ มีอะไรก็บอกตัวเองว่า “อย่าจับความหมาย” อย่าให้ค่าการกระทำใดๆ ของ Woojin เลย เพราะมันไม่มีอยู่จริง และจะเป็นการคิดไปเองข้างเดียว แต่ตัดภาพมาก็คือ ตอนนี้ Woojin คอยจับตามองดู Jaechan ตลอดเหมือนกัน อย่างตอนที่ Jaechan ติดรถไปกับคนร้ายลักพาตัว ตัว Woojin ก็เอาวีดีโอไปเปิดดูวนเป็นหลายสิบรอบ (ถึงแม้ว่าจะเพราะไม่เข้าใจว่าทำไมคนร้ายไม่เห็นตัว Jaechan ก็ตาม) และตอนที่พี่ชาย Jaechan มาคุย ก็คอยสังเกตอากัปกิริยา Jaechan หลังจากนั้น ที่สำคัญ ตอนล่าสุดที่พ่อของ Jaechan มา และลาก Jaechan ไปคุยในห้อง วิธีการลากข้อมือก็ทำให้พี่แกขมวดคิ้วเหมือนกันว่าลากไปรุนแรงแบบนั้น ไม่รู้หรือไงว่าตัว Jaechan ผิวบอบบางนะ
กับตอนไกด์บนเกาะ Jaechan ที่ถูกกอดจูบก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติที่เอสเปอร์ที่สติหลุดจากการใช้พลังเกินตัวจะอยากได้สัมผัสจากไกด์ข้างตัว และก็คิดว่า Woojin คงทำแบบนี้กับไกด์คนอื่นเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อตัว Woojin ติดการถูกไกด์มาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ขณะเดียวกัน ตัว Woojin ก็คิดในใจว่า นี่เป็นครั้งแรกที่สัมผัสคนอื่นระหว่างที่ไกด์ เพราะความรู้สึกที่ดีจาก Jaechan ยิ่งอยากให้สัมผัสเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เท่าไหร่ก็ไม่พอ ทั้งในเรื่องของการไกด์ และในเรื่องของการยอมรับตัวเอง
ก็คือความรู้สึกความเข้าใจช่างสวนทางทุกเรื่องจริงๆ
อีกเรื่องก็คือ เหตุที่ตัว Jaechan ดูร้ายมาตลอดก็เพราะในครอบครัวที่พ่อเป็นเอสเปอร์ระดับเอ ที่มีความสามารถป้องกันมากจนได้ฉายาว่าโล่ ให้ค่าความเป็นเอสเปอร์อย่างมาก จนดูถูกลูกชายคนเล็กที่เป็นไกด์ (ถึงขั้นที่ Jaechan มารู้ภายหลังด้วยว่าพ่อถึงขั้นทดสอบพิสูจน์ว่าตัว Jaechan เป็นลูกชายตัวเองแท้ๆ หรือเปล่า เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะมีลูกชายที่เป็นไกด์ออกมา) แม่ก็เอาตัวออกห่าง ไม่อยากเห็นหน้าลูกชาย และพี่ชายที่เป็นเอสเปอร์ระดับเอเหมือนพ่อก็เหยียดหยามน้องชาย จน Jaechan ไม่มีตัวตนในครอบครัว และตัดสินใจออกมาอยู่ข้างนอกตั้งแต่อายุ 14 ปี แล้วก็โหยหาและทำทุกอย่างเพื่อความสำเร็จ เพราะคิดว่าพ่อจะได้ยอมรับตัวเองขึ้นมาสักวัน หรือเหตุที่ตัว Jaechan ปิดเรื่องที่เป็น multi-guide ไว้ก็เพราะตอนที่พลังเอสเปอร์ตื่นมาคิดว่าพ่อจะดีใจ แต่กลายเป็นว่าพ่อรังเกียจว่าระดับพลังน้อย ให้ไม่บอกใครเพราะเป็นความอับอายของครอบครัว ... ขณะที่ตัว Woojin เจอ Jaechan ตอนที่พ่อของทั้งคู่พาสองคนมาเจอกัน และให้ Jaechan ไกด์ให้ Woojin แต่ก็ทำให้ Woojin มองว่า Jaechan เป็นลูกชายที่โตมาด้วยความรักเอาใจใส่จากพ่อ เป็นไกด์ระดับเอที่คาบช้อนทองมาเกิด เพราะครอบครัวรักเอาใจใส่ ต่างกับตัวที่มาเจอพ่อกับแม่เลี้ยงได้เพราะแสดงความสามารถเอสคลาสออกมา และแม้จะอยู่ในครอบครัวก็ต้องเผชิญกับการใส่หน้ากากเอาใส่ใจเคลือบยาพิษของแม่เลี้ยงอยู่ตลอด หรือแม้แต่เหตุที่ตัว Woojin ต้องใช้พลังมากเกินไป ตอนอยู่ที่เกาะ ก็เพราะตั้งใจจะปราบโจรสลัดให้หมด แต่พอขอกำลังเสริมไป ตัวแม่เลี้ยงที่มีอำนาจจัดการก็แกล้งดึงเรื่อง ไม่ส่งคนมาเพิ่ม เพราะกะให้ Woojin ลำบาก
แต่ชอบเรื่องนี้อย่างนึง เพราะสภาพครอบครัวทำให้เห็นชัดเลยว่า สองคนเป็นอย่างไร และตั้งค่าเป้าหมายอะไรในชีวิต ตัว Jaechan ต้องการความสำเร็จ เพราะอยากให้พ่อยอมรับ และต้องการตัว Woojin เพราะรู้สึกว่าอีกฝ่ายเหมือนพี่ชายที่พึ่งพาได้ (จากที่ตัวเองไม่มีใครให้ยึดถือในชีวิตเลย) จนยอมทำทุกอย่างแม้ว่าจะวิธีการผิดก็ตาม ส่วนตัว Woojin ก็ไม่มีความมั่นคงในชีวิต โดยเฉพาะเมื่อมีแม่เลี้ยงที่คอยบงการและกดตัวเองให้ด้อยกว่าลูกแท้ของตัว ก็อยากได้ความมั่นคง เรียบง่าย และสบายใจเหมือนกัน .... จนโกรธและเกลียดตัว Jaechan ที่ใช้การไกด์เป็นเงื่อนไขตามความพอใจของตัว
และพอกลับมาใหม่ ชอบที่เขียนให้เห็นชัดว่าวุฒิภาวะของ Jaechan โตขึ้นด้วย การแก้ปัญหา และรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้ามาจากวิจารณญาณของตัวเองในวัย 27 ปีจริงๆ ทั้งจากที่เรียบเรียงเหตุการณ์รายงานบอกหัวหน้าหน่วยตอนที่ถูกจับไปกับเหยื่อเรียกค่าไถ่ และแจ้งตำรวจไปด้วย และก็การมองคนรอบข้างใหม่ด้วยสายตาที่เป็นกลางขึ้น อย่างพอกลับมาเจอหน้าพ่อก็รู้ว่าความต้องการอย่างเด็กๆ ที่จะทำให้พ่อรักหรือพอใจตัวเองเป็นไปไม่ได้เลย และการคิดจะเอาใจพ่อก็มีแต่ทำให้ตัวเองเหนื่อยและผิดหวัง โดยเฉพาะเมื่อพ่อมาให้ช่วยพี่ชายที่ก่อเรื่อง (และวิธีการของ Jaechan ในตอน 27 ปีชาติที่แล้ว ก็เอามาใช้กับชาตินี้ด้วยการเลือกจะแยกตัวออกมา ไม่ยุ่งเกี่ยว) หรือในอดีตมองว่าตัว Woojin เป็นพี่ชายที่พึ่งพาได้ แต่ตอนนี้เป็นคนที่เด็กกว่าตัวเอง
Jaechan คิดว่า Woojin ใจดีปกป้องคนอ่อนแอมาตลอด และก็คิดว่าต่างจากกับตัวเองที่ต้องทำตัวให้แกร่งอยู่เสมอ ไม่มีทางเป็นไปได้ที่ Woojin จะเห็นใจตัวเองแน่นอน .... ก็อยากรู้ว่าสถานะการเป็น “ปูเสฉวน” ของ Jaechan ในใจของ Woojin จะเพิ่มสูงขึ้นไหม โดยเฉพาะตอนที่ทะเลาะกับพ่อ ความสามารถในการได้ยินของ Woojin ที่อยู่นอกห้องน่าจะได้ยินเรื่องที่ครอบครัวไม่เคยดูแลตัว Jaechan และ Jaechan ออกมาอยู่นอกบ้านด้วยตัวเองตั้งแต่อายุ 14 ปีแล้ว
เข้าใจไหม Woojin ไกด์คุณพี่มีภาพเป็นไกด์คลาสเอคาบช้อนทองมาเกิด แต่ก็แค่นั้นนะคะ ชีวิตยิ่งลำบากเพราะมีอคติและความกดดันจากคนรอบข้างด้วยซ้ำไป
คือว่า ... ฉันไม่ไหวแล้ววววว คือแล้วจะต้องรอยังไงให้อีพี่เอสเปอร์ฉันเข้าสู่โหมดคลั่งรักได้เสียทีคะ คือพี่แกเป็นแนวหน้านิ่งตลอดเสียด้วย อยากเห็นพี่แกเสียจริตออกอาการมาก เพราะถ้าหน้าเฉย แต่อารมณ์รุนแรง มันต้องอลังการแน่นอน แต่นะ ต้องหนทางอีกยาวไกลอ่านกันไปเป็นเดินข้ามทะเลทรายแน่ ฮืออ เรื่องนี้ดูท่า slow-build อยู่ด้วยยย ตั้งแต่เปิดเรื่องมา 40 ตอน อย่าคิดว่าเยอะ คือเหมือนเพิ่งปูเรื่องไป ยังไม่ดำเนินไปถึงไหนเลยนะคะ
ล่าสุด ตอนที่ 40 พ่อของ Jaechan เรียก Jaechan กลับไปที่ฐาน และก็กำลังมีปากเสียงกัน ถึงขึ้นจะลงมือทำร้าย Jaechan แต่เสียงเคาะประตูห้อง คือ Woojin จะมาช่วยกัน Jaechan จากสถานการณ์นี้ไหมคะ??
กรี๊ดด วันจันทร์ ฉันรอตอนใหม่อยู่!!!
แต่ว่า ปล. ดีใจมากที่เรื่องนี้เป็น 19+ เพราะหลังๆ นิยายมาใหม่ส่วนใหญ่พยายามจำกัดกลุ่มให้เป็น all-age แล้วน้ำหนักเรื่อง การให้เหตุผลก็อ่อนลงไปมาก เหมือนนักเขียนหลายคนที่เขียนเรื่อง 19+ พอมาเป็น all-age ความเข้มข้น ตรรกะ เนื้อหา หรือว่าการกระทำสุดโต่งตัวละครหายไปเลย เขียนระวังกันไปมาก โดยเฉพาะการเน้นอารมณ์ความรู้สึกตัวละคร (ไม่กล้าลงชื่อ แต่พวกคุณพี่ทำกันผิดหวังมาก คุณภาพงานคนละเรื่องกันเลยนะคะ จากที่สนุกอยากก้มกราบก็กลายเป็นพออ่านฆ่าเวลาได้ไป ความเร้าใจที่ทำให้ต้องอ่านจริงจังว่าคิดมาได้ เขียนมาได้อยู่ตรงไหน?) เหมือนช่วงที่นักเขียนอเมริกันหันมาเขียนเรื่อง Young Adult เพื่อขยายฐานตลาดเลย ก็บ่นไปเรื่อยเนาะ
แต่ว่าก็ทำให้รู้ว่า ชาตินี้ตอนนี้เป็นสายไกด์จริงๆ นะ ไม่ไหวแล้ววว เปลี่ยนเป็นลงตอนอาทิตย์ละ 5 วันได้ไหมคะ
ส่วนอันนี้ ปล. จริงๆ
1. ขำที่ตอนไกด์ Woojin ที่เกาะ พอถูกจูบเสร็จแล้วเริ่มรู้สึกตัว สิ่งแรกที่ Jaechan ทำก็คือนั่งว่าตัวเองในใจ ว่าโง่ งี่เง่า ทำไมชาติที่แล้วไม่ออกไปไกด์ภาคสนามด้วย สิ่งที่ต้องการมาตลอด อยู่ตรงหน้านี้แล้ว เพราะว่าตอนไกด์ Woojin เข้าหาตัว Jaechan เองด้วยความเต็มใจ กระตือรือร้นเกินกระตือรือร้น ทั้งกอด ทั้งจูบ ต้องพยายามข่มใจตัวเองไว้ว่าอย่าเห็นแก่ตัวอีก .... ส่วนเอสเปอร์ Woojin ก็คือมอง Jaechan แล้วอยากรู้สึกถึงความสงบความอ่อนโยนอีก อยากสัมผัส อยากจับ อยากกอด ไหนจะท่าทีที่อีกฝ่ายหอบหายใจไม่ทันหลังถูกจูบ ยิ่งเห็นก็ต้องพยายามข่มใจไม่เข้าไปกอดกับจูบต่อ อึดอัดทำตัวไม่ถูกทั้งคู่ สุดท้ายต่างฝ่ายต่างนั่งหันไปมองห้องคนละมุมรอให้คลื่นพลัง Woojin สงบกันไปเงียบๆ
2. น่ารักที่ตัวพ่ออับอายว่าพลังเอสเปอร์ของ Jaechan ต่ำ จนสั่งไม่ให้ลูกชายไปขึ้นทะเบียน หรือแม้กระทั่งบอกใคร แต่เพราะพลังทำให้ตัว Jaechan ช่วยทั้งญาติของ Woojin กับเพื่อนร่วมห้องตัวเองได้ และเจ้าตัวที่กลับมาและมีความคิดที่ไม่ถูกพ่อครอบไว้แล้วก็ภูมิใจที่พลังของตัวเองช่วยชีวิตคนไว้ได้ 2 คน
-------
เพิ่ม
300821
ตอน 41
กรี๊ด ว่าสรุปว่าพี่แกก็เข้ามาจริงด้วยค่าา ประโยคแรกที่พูดก็คือ "ต้องการไกด์ดิ้ง" แต่ก็คือว่าจะมาช่วย Jaechan ออกจากพ่อ แถมยังมีการย้ำอีกรอบด้วยนะ ว่านี่เป็นไกด์คู่หูตัวเองงง ฮืออ ตอนนี้ Woojin รู้ความสัมพันธ์ในครอบครัวแล้ว จะเป็นอย่างไรต่อเนี่ยยย แถมสายตาที่มองข้อมือที่ขึ้นรอยแดงก็คอไม่พอใจ อีกต่างหาก ขมวดคิ้วแล้ว แล้วก็ตัดจบสถานการณ์แบบนี้นะคะ???? อยากเห็นมุมมองของ Woojin มาก TT ฉันจะลงแดงตายก่อนเขารักกันไหมมมม??
แต่คือเพราะ Jaechan อับอายที่อีกฝ่ายรู้เรื่องในครอบครัวก็ยิ่งหลบหน้ากันไปอีก แล้วก็นะคะ คุณคนรักก็เหมือนกำลังจะมีบทบาท ... เปลี่ยนเป็นให้ Jaechan ตกทุกคนแทนได้ไหม? เพราะขนาดเพื่อนร่วมห้องก็ยังญาติดีกับ Jaechan แล้วเลยย TT
แต่ละตอนสั้นมาก 3,200 คำเนี่ยย ปกติเค้าเขียนกันควรจะ 3,600-3,800 ไม่ใช่เหรอ ถ้าดูส่วนต่างให้ตอนละ 500 คำ ถ้า อย่างนั้นได้เพิ่มมาอีก 20,000 คำ ก็คือได้เพิ่มมาอีก 6.25 ตอนเลยนะ
หรือไม่ก็ทำไมไม่ serialise ล็อตแรก 70 ตอนเลยคะ?
(ก็คือเป็นบ้า แต่ก็มีแต่คนบ่นนะว่าทำไมตอนน้อย+สั้น คนที่อ่านที่ Joara มาก่อนยังบ่นเลย)
310821
ตอน 42
แต่ละตอนมันสั้นไปแล้วว โอ๊ยย อยากได้ตอนละ 4,000+ คำ ตอนนี้เลี่ยงได้ก็พยายามเลี่ยง แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็ไปเจอกันซึ่งหน้าเลยไหม แถมมีญาติผู้พี่เป็นคนกลางอีก ตลกที่สถานการณ์สลับกัน ตอนนั้น Jaechan นั่งอยู่ในผับกับญาติแล้วก็ไม่คิดว่า Woojin จะมา แต่ตอนนี้กลายเป็น Woojin นั่งดื่มอยู่กับญาติ แล้วก็ไม่คิดว่า แล้วก็ไม่คิดว่า Jaechan จะมาเหมือนกัน เพราะรู้ว่าตอนนี้อีกคนหลบหน้าตัวเองอยู่
.
.
แต่คือญาติคะ ช่วยชีวิตกันมาแล้วมีประโยชน์มาก ตอนนี้พยายามให้สองคนญาติดีกันอยู่ ขอให้สำเร็จสาธุ!!
กับคือตัดเป็นมุมมอง Woojin แล้ว แต่คือฉันต้องรอพี่ตัดเข้าประเด็นพรุ่งนี้ใช่ไหม
010921
ตอน 43
กลายเป็นกรีดมันรายตอน คุณพระะะ สรุปแล้วก็คือพอรู้แล้ว อ่ีพี่ก็เริ่มคิดทบทวนเอเวอรี่ติงเกี่ยวกับ Jaechan ตั้งแต่การเจอกันครั้งแรกแล้ว แต่คือนะ ผู้ชายปากหนัก คิดมาก แบบนี้ก็คงจะเก็บข้อมูลประมวลผลไปเรื่อยๆ แต่กระบวนการเก็บข้อมูลนี่ สังเกต รู้เห็นไปทุกอย่างทุกสิ่งเลยนะคะ คุณพี่ขา
.
.
ส่วน Jaechan ที่อ้างว่าตัวเองลึกซึ้งจริงจัง ไหนว่าจะระวังตัวตอนกินเหล้าต่อหน้า Woojin? ไหนว่าจะไม่สุงสิงกับญาติที่หมดประโยชน์แล้ว? ไหนจะเอาไอดีไกด์มาคาดหัวจนเป็นรอยแดงที่หน้าผาก? สรุปว่าก็คือเมาแล้วกอดคอโวยวายกับคุณญาติแล้วค่ะ ที่พีคกว่าคือนิสัยเมาแล้วตะโกนบอกรัก Woojin เนี่ยแหละ ตอนนี้คือเมาหลับไปแล้วด้วย Woojin เอสคลาสกำลังผยุงอยู่ .. ท่าทางจะต้องหิ้วกันกลับบ้านไป (:
แล้วคือตอนนี้มีคนสันนิษฐานว่าในกระเป๋าสตางค์พี่แกมีรูป Jaechan อยู่เยอะมาก ทำไมตอนจ่ายค่าเหล้าก่อน Jaechan ถึงหวงขนาดนั้น แบบเป็นที่กันว่าแตะไม่ได้เลย
ปล. อันนี้ไม่เกี่ยวกับนิยาย แต่ว่าได้ lucky draw จากรีวิว 성공지향적 가이드 มา 500 วอนเมื่อวาน คือว่าดีใจมากกก จำนวนเงินไม่เกี่ยว แต่เกี่ยวว่ามาจากเรื่องนี้ จุดพลุฉลองกันเลยดีไหมมมมม .... คือว่าไม่ไหวแล้ว ชอบมากกก ฮืออ
It seems like when Jaechan changes, his sincerity is conveyed to Woojin honestly whenever they do guiding, and I think Woojin is falling for Jaechan bit by bit each time? But still, it's so significant that our esper suggests matching rate evaluation first! It simply hints he wants to be with Jaechan still, right (:? But aww, when Jaechan suggests anther guide like this, I feel Woojin may feel Jaechan wants to be with the team leader instead?
but noo, it's Wednesday again TT Can we have Woojin's viewpoint next week too? Miss seeing what Woojin thinks already! And I really want Jaechan and Woojin to have the highest matching rate possible too TT No one can take Jaechan out from guiding Woojin please TT
But oh, is Haesol falling for her caring but strict senior now (:??
Wednesday, 28 July 2021
몸가짐을 똑바로! // Get Yourself Together! by 해거름
![]() |
คนเขียน: 해거름
แนว: แฟนตาซี, เวทย์มนต์, ย้อนอดีต (พระเอก)
ความสัมพันธ์: ขุนนาง x พ่อมด
จำนวนตอน: 90 (ยังไม่จบ)
ไม่คิดว่าสนุก เพราะปกเด็กมาก แต่อ่านไปก็สนุกเกินคาด ชอบความ OP ทางเวทย์มนต์ตัวเอก และการเชื่อใจของพระเอก (ที่จริงๆ แล้ว regress กลับมาและพยายามเปลี่ยนแปลงอดีต)
น่ารักที่ตัวเอกเป็นทาสที่ถูกช่วยไว้ และไปอยู่กับพ่อมด ซึ่งเหล่าพ่อมดระดับสูงก็โอ๋มาก รักมากก แต่ขณะเดียวกันก็ต้องคอยระวังด้วย เพราะว่าบ้าเวทย์มนต์ บ้าประวัติศาสตร์ และมักจะทดลอง หรือเรียนรู้โน่น นี่ นั่นสุดโต่งเสมอ น่ารักที่หัวหน้าพ่อมดสปอยล์ให้ปิ่นเวทย์มนต์ (ซึ่งแพงมาก) ตอนวันเกิด และพ่อมดอีกคนที่เลี้ยงดูก็ให้ขลุ่ยเวทย์มนต์เก่าแก่เหมือนกัน แล้วต่างคนก็ต่างโวยวายว่าอีกคนเอาใจตัวเอกเกินไป เถียงกันเอง ไม่นับสื่อกลางเวทย์มนต์ที่ให้เป็นอัญมณีราคาแพงมากเป็นถุงอีก คือโอ๋กันเข้าไป คือผิดทั้งคู่นั่นเอง
แต่ตอนนี้ความเครียดของเหล่าคุณปู่พ่อมดหอคอย คืออีพี่พระเอกขุนนางระดับ Grand Duke ที่อยู่ดีๆ ก็มาแรงมาก และเหมือนจะพยายามหลอกตัวเอกไป ทำไมต้องระบุให้ตัวเอกไปแก้วงจรเวทย์มนต์ให้ที่คฤหาสน์ ใช้คนอื่นไม่ได้หรือไง แล้วทำไมต้องลากไปไหนมาไหนด้วย
ซึ่งเหล่าคุณปู่ก็ห่วงตัวเอกที่ใสซื่อมาก กลัวว่าจะถูกพระเอกหลอก แต่ว่าพี่พระเอกหลังจากย้อนกลับมาเพื่อตัวเอกมีหรือจะยอมแพ้ ก็ยื้อกันไปมา และพยายามเอาใจตัวเอกสุดโต่งเหมือนกัน มาซ่อมวงจรที พี่แกก็มาต้อนรับจริงจัง หาขนมอร่อยแบบที่หอคอยไม่มีเพื่อหลอกซื้อใจ เอาขนมมาประเหลาะทีละอย่างสองอย่างเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกันนานๆ
ตอนนี้อ่านตอนที่ 42 ชอบที่เปลี่ยนหาวิธีออกจากกับดักซากอารยธรรมด้วยการบอกให้แก้วงจรเวทย์มนต์ .... ซึ่งแน่นอนว่าทำได้ยากมาก และการเสนความคิดแบบนี้ก็สุดโต่งแล้ว ซึ่งนี่ก็คือความลับของหอคอย ความสามารถเหลือล้นและเกินเหตุ ไม่นับความหมกมุ่นบ้าเรียนของเด็กนี่ทำให้ทุกคนลมจับ หรือหัวใจจะวายได้เสมอ แต่ว่าบอกคนนอกหอคอนเวทย์มนต์ไม่ได้
เรื่องน่ารักเพราะมองโลกบวก และเพราะตัวเอกความสามารถล้นเหลือเนี่ยแหละ (
ปล. เหล่าคุณปู่ไม่รู้ว่าน้องเขาก็มีความลับคลั่งอัศวินเหมือนกันน และดังนั้น ใจน้องก็แล่นตามพี่พระเอกไปนานแล้ว
เพิ่ม
290721
ตอน 43
ขำมากที่พอแก้วงจรเวทย์มนต์ให้คน 5 คนออกไปได้พร้อมกัน ก็ต้องมีการอุ้มคนที่ 5 ไป เพราะกลไกเดิมทีที่เหยียบให้ออกไปได้แค่ 4 คน แต่พอโจฮานจะไปให้คุณปู่พ่อมดเอลฟ์อุ้มออกไป อีพี่พระเอกก็รีบถามเหมือนสอนเด็กในห้องว่า อัศวินกับพ่อมดใครแรงเยอะกว่า ... ก็ต้องอัศวิน
แล้วระหว่างพระเอกกับคนสนิท ใครแข็งแรงกว่า ... ก็ต้องพระเอก
แล้วตอนนี้ใครเหนื่อยที่สุด ... ก็ต้องคุณปู่เอลฟ์ที่เพิ่งใช้พลังตัวเองช่วยทุกคน
แล้วอยากให้พ่อมดอีกคนที่โจฮานเกลียดอุ้มออกไปเหรอ .. ไม่อยาก
ดังนั้นด้วยการถามไล่ อีพี่ก็ได้อุ้มโจฮานออกมาสมใจ ท่ามกลางสายตาแหนงหน่ายของทุกคน
ตัดภาพกลับไปที่หอคอย ผู้อาวุโสโดโนแวนกำลังสติหลุด เพราะโจฮานสุดที่รักออกไปกับอีพี่พระเอก (แม้จะไปสำรวจซากอารยธรรรมที่อาจจะอันตรายก็ไม่เครียดเท่าไปกับอีพี่พระเอกสำหรับคุณปู่ โถ)
เพิ่ม
300721
ตอน 45
มีเจ้าหน้าที่มาแจ้งข่าวที่หอคอย ตอนแรกคิดว่ามาตัดงบ แต่จริงๆ คือแจ้งข่าวจากโทรเลขว่ากลุ่มที่เดินทางไปสำรวจซากอารยธรรมถูกนักฆ่ากับสัตว์ประหลาดโจมตี แม้จะเป็นการรายงานหลังทุกคนปลอดภัยแล้ว แต่ผู้อาวุโสโดโนแวนที่เดิมที่สติหลุดอยู่แล้วก็ยิ่งเครียดจัดว่าแล้วโจฮานเป็นอย่างไรบ้าง? ผลุนผลันจะเทเลพอร์ตไปหาหลานรักทันที แต่พอบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงนะ โจฮานอยู่กับแกรนด์ดยุคตลอด กินนอนห้องเดียวกัน คราวนี้คุณปู่โดโนแวนยิ่งเครียดหนักกว่าเดิมมม .... หาระยะพิกัดจะเทเลพอร์ตแล้วค่ะ
.
.
ซึ่งจริงๆ แกรนด์ดยุคก็เนียนหาเรื่องอยู่กับโจฮานด้วยเถอะ ความปลอดภัยอะไรกันนน!!
---------
070821
ตอน 63
ชอบที่ดยุคบอกโจฮานว่า ต่อไปอาจจะเกลียดอาจจะผิดหวังกัน แต่ทุกอย่างทำไปก็เพื่อโจฮานทั้งสิ้น (ทั้งนี้เพราะดยุคไม่อยากให้โจฮานลำบากเหมือนครั้งที่แล้วก็เลยพยายามทำทุกอย่างที่ทำได้ เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง นับตั้งแต่บุกทลายการค้าทาสเพื่อช่วยโจฮานออกมาก่อนเวลาในชาติที่แล้ว รวบรวมคนที่มีชื่อเสียง/เก่งที่รู้จักจากชาติที่แล้วมาเพื่อเป็นกองกำลังตัวเอง สร้างแหล่งข่าว และช่องทางการหาเงิน และอื่นๆ) แล้วโจฮานก็บอกไปว่า เข้าใจและจะพยายามแข็งแกร่งกว่าเดิม เก่งกว่าเดิมจะได้อยู่เคียงข้างดยุคได้ เพราะเดิมทีอยู่ที่หอคอย เหล่าผู้อาวุโสพ่อมดโอ๋มาก ความต้องการเรียนเวทย์มนต์ก็เป็นเพราะสนุกอยากรู้ และไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง แต่พอออกมาอยู่ข้างนอก เริ่มเห็นมากขึ้น และเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นก็เริ่มรู้ความสามารถตัวเองขึ้นมา และก็มีแรงกระตุ้นเพราะอยากเก่งขึ้นมาจริงจังด้วย
แต่ทั้งนี้ความสามารถของโจฮานก็อลังการกว่าเหตุอยู่ดี ชาติที่แล้วกว่าจะไปอยู่กับคุณปู่พ่อมดก็ช่วงอายุ 20 แล้ว แต่ชาตินี้ ดยุคช่วยออกมาและให้ไปอยู่กับพ่อมดก่อน ฉะนั้นการศึกษาและความรู้เวทย์มนต์อัดแน่นมาก จนดยุคเองยังคิดไม่ถึงว่าระดับจะไปได้เหนือกว่าช่วงก่อน regress
แต่คือความบ้าเวทย์มนต์เกินเหตุจริงๆ มีพ่อมดอีกคนมาขอให้ช่วย แต่พอรู้ว่าพ่อมดคนนี้รู้เวทย์มนต์โบราณก็ไม่ปล่อยไปอีกฝ่ายกลัว รัวถามคำถามเป็นชุดไม่หยุดพักอีก
ปล. เนื่องจากถูกนักฆ่าโจมตี เลยเร่งย่อคาถาได้แล้ว ใช้เวลาประมาณอาทิตย์นึง ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนอื่นต้องเป็นปีจ๊ะ *(:
140821
ตอน 72
มีคนซัมมอนเรียกแฟรี่มา แล้วแฟรี่ก็ปั่นป่วนก่อกวนชาวบ้านในหมู่บ้าน ดังนั้นเงื่อนไขของแฟรี่ก็คือจะต้องให้คู่รักเข้าไปหา ระบุมาเลยว่าเป็น cute bride กับ handsome groom ซึ่งก็คือโจฮานกับท่านดยุค พอไปถึง แฟรีี่อยู่ในร่างกระรอกน่ารักมาก จนโจฮานอดใจไม่ไหวขอเข้าไปลูบ และดังนั้น ท่านดยุคก็หงุดหงิดมากกก แต่ว่าเงื่อนไขของแฟรี่บอกว่าตัวเองเป็นแฟรี่แห่งความรักและขอให้สองคนช่วบจูบกันที ก็ทำให้ท่านดยุคอารมณ์ดีขึ้นมา พอโจฮานอึกอัก ท่านดยุคจอมเนียนก็บอกว่าเราต้องเสียสละเพื่อหมู่บ้านนะ ไม่ง้้นเดี๋ยวคนในหมู่บ้านจะอดตาย ไม่ได้คิดจะบอกเล๊ยว่าจริิงๆ หมู่บ้านนี้ก็มีเงินอยู่ (...)



