Showing posts with label hidden true abilities. Show all posts
Showing posts with label hidden true abilities. Show all posts

Wednesday, 17 November 2021

동생이 영웅이라 꿀 빱니다 // My Younger Brother Is a Hero, So I’m Sucking Honey


คนเขียน: 로보
แนว: ฮันเตอร์, น้องติดพี่, พี่ติดน้อง, กิลด์, ability 
ความสัมพันธ์: คนธรรมดา (?) X ฮันเตอร์ 
จำนวนตอน: 42 ตอน (ยังไม่จบ)

(**น้องชายไม่ใช่พระเอกนะคะ)

ตัวเอก Ji Hyunwoo เป็นคนสูญหายกลุ่มแรกในบรรดา 10,000 คนที่ถูกประตูโลกปีศาจที่เปิดขึ้นพาไปที่โลกปีศาจ และในเหล่าคนสูญหายกลุ่มที่ 2 และ 3 ก็มีคนที่รอดชีวิตกลับมา และพลังพิเศษตื่นขึ้นกลายเป็นฮันเตอร์ไป 

แต่ว่าผู้สูญหายกลุ่มแรกไม่เคยมีใครได้กลับมา 

10 ปีผ่านไป  Ji Seonwoo น้องชายของ Hyunwoo ที่สาบสูญไป กลายเป็นฮันเตอร์เอสคลาสหัวหน้ากิลด์อันดับหนึ่งของเกาหลี ทุกอย่างมีพร้อมหมด ยกเว้นครอบครัว ซึ่งก็คือพี่ชายคนเดียวที่เลี้ยงดูตัวเองมาตั้งแต่เด็ก 

ขณะเดียวกัน ที่โลกปีศาจ Hyunwoo ยังมีชีวิตอยู่ เหลือรอดเป็นคนเดียวในหมู่คนที่สาบสูญกลุ่มแรก และตอนนี้ก็ได้รับข่าวดีว่ากลับไปที่โลกมนุษย์ได้ 

ตอนที่กลับมา คุณพี่ชายไปโผล่ที่สมาคนฮันเตอร์เกาหลีและกำลังถูกสอบสวนอยู่ ขณะที่คิดว่ากำลังจะใช้กำลังออกไป เจ้าหน้าที่ที่สอบสวนเอาน้ำผลไม้ให้แบบที่ไม่เคยได้ดื่มมานานแล้วที่โลกปีศาจ แถมยังเอาคุกกี้มาให้อีก ก็เลยว่าง่ายเหมือนจะให้ความร่วมมือเต็มที่ เพราะไม่ได้กินอาหารโลกมานาน ให้อะไรกินก็มีความสุขมาก เหมือนมินิแฮมสเตอร์ ตัวเล็ก ดูไม่มีพิษภัย

ระหว่างนี้ข่าวที่ประตูมิติเปิด และคนที่สาบสูญกลุ่มแรกออกมาก็ไปถึงหูน้องชาย Seonwoo บุกมาที่สมาคนฮันเตอร์เพื่อตามหาพี่ชายตัวเอง เพราะถูกขวางไม่ให้เจอพี่ ก็เริ่มใช้กำลัง เป็นพลังน้ำที่หมุนเป็นทอนาโดแล้วพร้อมจะกระจายตัวทิ่มแทงทุกคนตรงหน้า เอาจริงแล้วตัวฮีโร่อย่าง Seonwoo มีภาพลักษณ์ภายนอกดูดี หน้ายิ้ม พูดนุ่มนวล แต่ภายในเป็นหมาบ้าอยู่

ส่วนพี่ชายที่ว่าง่าย อีกฝ่ายเอาอาหารมาให้ พออิ่มก็ไม่สนใจแล้ว อิ่มแล้ว เหตุผลมาแล้ว Hyunwoo ไม่ว่าง่ายล่ะ จะไปหาน้องชายแล้ว หน้าตาไม่มีพิษภัย ตัวเล็กผอมบาง แต่กวาดมือทีเดียว ประตูเหล็กกล้าก็พังทันที

ออกมาตรงที่คนวุ่นวายก็เจอน้องชายตัวเอง แต่ว่า Hyunwoo จำน้องชายที่เมื่อก่อนตัวเล็กน่ารักที่จากกันตอนอีกฝ่าย 11 ขวบไม่ได้แล้ว ตรงกันข้ามกับ Seonwoo ที่จำพี่ชายได้เสมอ สองคนเจอกันก็กอดกันร้องไห้ทั้งคู่แล้ว ท่ามกลางความแปลกใจของคนที่รู้จัก Seonwoo ในฐานะหมาบ้าเลือดเย็นที่ทำอะไรไม่สนใจใคร 

และสัตว์ประหลาดหมาสามหัวที่ติดตาม Hyunwoo มาจากโลกปีศาจ และตอนนี้อยู่ในสภาพหมาปอมตัวยาวสองฝ่ามือก็ตกใจเหมือนกัน เพราะความจริงมีอยู่ว่าพี่ชายก็หมาบ้าไม่แพ้น้องชาย ฆ่าสัตว์ประหลาดก็ยิ้ม แขนขาดก็ยิ้ม กระดูกหักก็ยิ้ม เห็นแต่ภาพเลือดร้อน เอะอะถ้าไม่ชกก็ต่อยอย่างเดียว 

ตอนนี้สำหรับน้องชาย พอพี่ชายกลับมา อารมณ์อยากปกป้องพี่ชายก็มาเต็มที่มาก มองว่าพี่ดูแลตัวเองมาตลอด ตอนนี้พี่ตัวเล็กกว่าตัวเอง ก็ถึงเวลาที่ตัวเองที่เป็นเอสคลาสเจ้าของกิลด์จะดูแลพี่ชายตัวเองแล้วนะ ส่วนพี่ชายที่ไปโลกปีศาจกลุ่มแรก ก็แข็งแกร่งไร้เทียมทานเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อกลุ่มแรก เหล่าแฟรี่และปีศาจที่พาไปยังปรับระดับความยากของโลกทดสอบไม่ได้ จนตายกันหมด เหลือแค่ Hyunwoo รอดมาได้คนเดียว แต่ว่าเพราะตัวเล็ก เมื่อเทียบกับน้องที่ดูตัวโตไปแล้ว ก็เลยดูอ่อนแอกว่าไป พี่ชายติดภาพน้องตัวเล็กน่ารัก ชนิดที่เรียกว่าสิ่งมีชีวิตบอบบาง ขณะที่กำลังบอกว่าตัวเองแข็งแกร่งนะ แต่พอน้องชายทำท่าอยากปกป้องตัวเองมุ่งมั่นขนาดนั้น คำพูดที่จะบอกว่าดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องเป็นห่วงก็ถูกกลืนลงท้องไป 

และดังนั้น การอยู่ร่วมกับน้องชายสุดที่รักที่ห่วงใยพี่ชายที่ (แสร้งว่า) บอบบางอ่อนแอก็เริ่มขึ้น
.
.
  
แต่จริงๆ ถ้ามองว่า Hyunwoo เป็นคนเดียวที่รอดชีวิตมาได้ ก็ควรจะไม่ธรรมดาไหม? แต่ตอนนี้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ Hyunwoo คุณน้องชายก็ไม่ได้ใช้สติแล้ว ยิ่ง Seonwoo  (และทุกคน) เชื่อทฤษฎีที่ว่ายิ่งพลังเยอะ ตัวต้องยิ่งโตด้วย เหลียวไปเห็นพี่ชายตัวเล็กก็ยิ่งไม่รู้สึกพลังใดๆ แต่ว่านะคะ ความจริงคือคุณพี่เก็บพลังตัวเองได้ และเอาเข้าจริง แข็งแกร่งขนาดที่ถ้าไม่เอสคลาสเดียวกันกับ Seonwoo ก็ต้องเอสเอสแล้ว ถึงขนาดที่สู้กับปีศาจอันดับหนึ่งได้สูสีน่ะ 

แต่เล่ามาเหมือนยังไม่เจอพระเอกเลย Han Dojin เป็นหัวหน้ากิลด์ Peace อันดับห้าของเกาหลี ซึ่งถึงแม้จะเพิ่งก่อตั้งแต่ก็ไต่อันดับมามีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ และตอนที่เจอกันก็เพราะยอมร่วมมือกับหัวหน้ากิลด์อื่นๆ ที่จะชิงตัวคนสูญหายกลุ่มแรกที่กลับมาเพื่อเค้นหาข้อมูลเหมือนกัน

แต่ต่างจากคนอื่นที่อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับโลกปีศาจ Dojin มาสร้างความแข็งแกร่งหรือสร้างแต้มต่อให้ตัวเอง Dojin ต้องการรู้ข่าวของน้องสาวที่ถูกพาไปที่โลกปีศาจกลุ่มแรกเหมือนกับ Hyunwoo แค่นั้น 

และเมื่อการก่อกวนของเหล่าหัวหน้ากิลด์อื่นไม่ได้ผล Dojin ก็ใช้วิธีหยุดขวางหน้ารถสองพี่น้อง แล้วบอกว่าขอเจอ Hyunwoo
โดยพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนกับทุกอย่าง แต่ Seonwoo ไม่ยอม จนในที่สุดพอได้ยินชื่อและเห็นหน้า Dojin ก็ทำให้ Hyunwoo คิดถึงพี่สาวที่คอยช่วยตัวเองเอาไว้

พอบอกว่าน้องสาวตัวเองตายแล้ว Dojin ก็คิดจะฆ่าตัวตายตาม จนถูก Hyunwoo ช่วยไว้ก็เปลี่ยนความคิดว่าจะติดตาม Hyunwoo เพื่อฟังเรื่องของน้องสาวตัวเองที่โลกปีศาจแทน 

แต่เพราะการเล่าเรื่องเกี่ยวกับน้องสาวของ Dojin ก็ไปกระตุ้นความทรงจำช่วงที่เลวร้ายของ Hyunwoo เหมือนกัน จน Dojin บอกว่าจะไถ่โทษด้วยการปกป้องและดูแล Hyunwoo ให้ 

เรื่องมีความซึ้งสลับกับความเพี้ยนเป็นระยะๆ ช่วงซึ้งน้ำตาพรากอย่างเช่นตอนน้องชายถาม Hyunwoo ว่าอยากกินอะไร แล้วพอกินไก่ทอดด้วยกัน น้องก็บอกว่าจำได้ไหมว่าตอนที่อยู่ด้วยกัน ตัวเองป่วยไข้ขึ้นสูงมาก พี่ชายซื้อยามาให้ไข้ก็ไม่ลด แต่ก็ไม่มีเงินไปโรงพยาบาล พอบอกว่าอยากกินไก่ทอด พี่ก็วิ่งไปซื้อไก่ทอดด้วยเงินที่เหลืออยู่ 5000 วอนมาให้ตัวเอง แล้วก็วิ่งกอดมาให้จนถึงห้องเช่าที่อยู่ด้วยกัน และร้านนี้ก็เป็นร้านที่กินบ่อย เพราะเหมือนรสชาติที่พี่ชายซื้อมาให้

หรือว่าพี่ชายก็จำได้เหมือนกันว่า Seonwoo ไปโรงเรียนแล้วดีใจกลับมาบ้าน เพราะได้ขนมปังถั่วแดงมาชิ้นหนึ่ง แล้วอยากเอามาแบ่งกินกับพี่ชายสองคน ทั้งที่กินคนเดียวที่โรงเรียนก็ได้

โดยเฉพาะจุดที่ชอบมากที่สุดก็คือเหตุผลในการตั้งกิลด์ไม่ว่าจะเป็นตัว Seonwoo ก็ดี หรือ Dojin ก็ดี ก็เพราะอยากมีคน มีกำลังในการตามหาพี่ชายตัวเอง และน้องสาวตัวเองกลับมาทั้งนั้น เป็นเหตุผลเดียวเท่านั้นจริงๆ เรื่องนี้การมีพลังไม่ได้เป็นเรื่องน่ายินดี เพราะว่าต้องจากจากคนที่เป็นที่รักตัวเองก่อนทั้งนั้น และการถูกพาไปอยู่โลกปีศาจอย่างไม่ได้สมัครใจและไม่รู้ตัวมาก่อนนอกจากจะแลกมาด้วยชีวิตสำหรับหลายคนแล้วก็เป็นเรื่องโหดร้ายด้วยเหมือนกัน 

ชอบที่สมาคมฮันเตอร์ที่อยากให้น้องชายส่งพี่ชายที่เป็นคนที่หายไปล็อตแรกคนเดียวที่รอดกลับมาได้ให้ พยายามกดดันผ่านสื่อ ทาง Seonwoo ก็เลยสู้ผ่านสื่อด้วยเหมือนกัน ทำสารคดีชีวิตตัวเอง เล่าตอนพี่น้องสองคนอยู่ด้วยกัน น้องชายซื้อที่รอบๆ ไว้ด้วย เพราะอยากเก็บความทรงจำที่มีกับพี่ชายไว้ และก็ตัดกลับไปที่บทสัมภาษณ์เก่าๆ ที่เคยมีอยู่ก่อนหน้าซึ่งแต่ละครั้งก็มีส่วนที่เกี่ยวกับพี่ชายเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเอาดอกไม้ไปวางที่หลุมศพแล้วบอกว่าพี่ชายเป็นคนที่อบอุ่น ใจดี หรือคนสัมภาษณ์ถามว่าเป็นเอสคลาสเป็นอย่างไรบ้าง Seonwoo บอกว่าทุกวันทรมานเหมือนอยู่ในนรก เพราะไม่มีพี่ชาย ตัวเองเหมือนไม่ขาด แต่จริงๆ ขาดที่สุด เพราะไม่มีครอบครัว หรืออีกปี ถามว่าพอพี่ชายหายไปเป็นอย่างไร ก็บอกว่ารอพี่ชายอยู่ตลอด เพราะพี่บอกว่าจะอยู่ด้วยกันไม่ไปไหน จนเจ้าของบ้านเช่าส่งไปอยู่สถานสงเคราะห์ตอน 11 ขวบ 

แล้วก็ตัดมาขึ้นซับว่า “ครอบครัวกลับมาแล้ว” เป็นตอนที่ Hyunwoo วิ่งขึ้นเนินไป พอไปเจอห้องที่เคยอยู่กับน้องชายในสภาพเหมือนเดิม ก็ร้องไห้ แล้ว Seonwoo ก็เปิดประตูเข้ามา สองพี่น้องกอดกันร้องไห้ แล้วพี่ก็บอกว่า ขอโทษที่ผิดสัญญา ต่อไปจะไม่หายไปไหนอีกแล้ว 

แน่นอนว่าเรตติ้งดีมาก และความรู้สึกด้านลบต่อกิลด์ที่เก็บเอาคนสูญหายกลุ่มแรกคนเดียวที่กลับมาไว้ก็หมดไป ยิ่งมีภาพกิลด์ที่ช่วยเหลือครอบครัวคนสาบสูญมาตลอดก็ยิ่งทำให้ภาพของน้องชายดีขึ้น 

แต่ยังไงก็ต้องแถลงการณ์บอกสมาคมครอบครัวผู้สูญหายกลุ่มแรกอยู่ดี ถ้าบอกว่า Hyunwoo อ่อนแอไม่มีพลัง แต่รอดมาได้ดูไม่น่าเชื่อ Hyunwoo ก็เลยสร้างเรื่องบอกทุกคนว่าตัวหมาสามหัว Cerberus ที่ตอนนี้อยู่ในชื่อ Kuro หมาปอมน่ารักสีดำเป็นคนช่วยตัวเองไว้ เพราะว่า Hyunwoo  ช่วยเอาไว้ตอนที่กำลังบาดเจ็บ ก็เลยภักดีคอยปกป้อง Hyunwoo ตลอดมา ... แต่ความจริงที่รู้กันหนึ่งคนหนึ่งตัวก็คือว่าเพราะ Cerberus อยากได้ “เนื้อพิเศษ” มากิน ก็เลยถูก Hyunwoo ซ้อมแทน และก็ถูกไล่อัดบ่อยๆ จนกลายมาเป็นพาหนะของเจ้าตัวในโลกปีศาจไป

กับตอนที่ต้องออกข่าวเรื่องของ Hyunwoo ในฐานะผู้สูญหายกลุ่มแรกที่กลับมาได้ ก็ต้องกรอกประวัติส่วนตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นมีช่องงานอดิเรก และตัวเองก็ไม่มีงานอดิเรกใดๆ เลย ชีวิตก่อนหน้า ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงน้อง พอไปโลกปีศาจก็ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด หรือพอช่วงหลังที่เก่งแล้ว ก็ไม่มีอะไรทำอยู่ดี ถ้าเบื่อๆ ก็ซ้อมพวกปีศาจกับสัตว์ประหลาดเล่น พอไปถามน้องชาย Seonwoo ก็บอกว่าเวลาว่างที่มีใช้ตามหาพี่ ถาม Dojin ก็เหมือนกัน ใช้เวลาที่ลืมตาตื่นตามหาน้องสาวตัวเองอย่างเดียว คนเหล่านี้ชีวิต rough & tough มาก ไม่ไหวแล้ว ฮืออ 

แต่น่ารักที่พี่ชายบอกว่างั้นมาหางานอดิเรกที่แต่ละคนชอบกัน แล้วก็เริ่มหากิจกรรมทำไปด้วยกันทีละอย่าง เริ่มตั้งแต่อ่านหนังสือที่หยิบอะไรก็ไม่รู้กันมา แล้วพอ Hyunwoo หันไปอ่านหนังสือเทพนิยายที่ Dojin หยิบมา ตัว Seonwoo ก็รีบไปหยิบเทพนิยายมาบ้าง พอ Hyunwoo ยังไม่สนใจก็เปิดดังๆ จนกว่าพี่ชายจะมาสนใจตัวเองอีก 

หลังจากนั้น พอมาลองทำกับข้าวกันดู กลายเป็นตัวเองที่อยู่โลกปีศาจมาตลอด ทำอาหารไม่ได้เรื่อง ต่างจากน้องชาย และ Dojin ที่คนหลังทำอาหารเลี้ยงน้องสาวตัวเองมาตลอดจนอร่อยมากอีกต่างหาก 

ตัว Hyunwoo ก็เลยสรุปได้ว่าตัวเองมีงานอดิเรกคือ นอนกลิ้งเล่น .... โดยเฉพาะเมื่อเจอชีวิตยากลำบากที่ต้องระวังหลังตัวเองมาตลอด ซึ่งเมื่อเวลาในโลกปีศาจนานกว่าโลกมนุษย์ก็อาจจะเกิน 10 ปีอีก 

ตัดมาเล่าที่พระเอกสักนิด บทน้อยเจือจางเหลือเกิน คุณพี่ต่างจากภาพที่คิดตอนแรกที่บอกว่าพระเอกเป็นหัวหน้ากิลด์มาก คิดภาพหัวหน้ากิลด์เย่อหยิ่ง หลงตัวเอง ไม่ก็ขี้เล่น พูดจากรุ้มกริ่ม จีบเก่งไว้อยู่ แต่ภาพที่ได้คือมืดมน หดหู่เท่านั้นเอง ตอนแรกที่โผล่มาคือใส่เสื้อผ้าเก่าๆ สะอาดแต่ก็เก่า ผมยาวปิดหน้ารุงรัง .. สรุปก็คือว่า พ่อแม่ไม่สนใจตัวเองเพราะพูดติดอ่าง แต่ว่าน้องสาวคนเดียวรักและให้ค่าตัวเองมาก พอประตูมิติเปิดตอนที่อยู่ด้วยกันแต่เข้าไปด้วยไม่ทัน ที่ผ่านมาก็พยายามตามหาน้องตลอด อาการติดอ่างหาย และก็ได้พลังมาระหว่างนั้น เสื้อผ้าที่ใส่อยู่ตอนนี้ก็เป็นเสื้อผ้าที่น้องสาวเคยซื้อให้ สิ่งเดียวที่ทำให้มีชีวิตอยู่ก็คือตามหาน้องสาว หรือตอนที่รู้ว่าน้องสาวจากไปแล้วก็คิดจะจบชีวิตตัวเองด้วยซ้ำ 

ตอนแรกก็คิดว่าจะดูแล Hyunwoo ให้ตามสัญญาที่จะได้ฟังเรื่องน้องสาวตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกผิดที่ทำให้ตัว Hyunwoo
ต้องคิดถึงเรื่องที่พยายามลืมตอนที่อยู่โลกปีศาจ แต่พออยู่ในดันเจี้ยนที่ตัวบอสใช้ควบคุมจิตใจให้ตัวเองเห็น Hyunwoo เป็นน้องสาวที่ตายไปแล้วเพื่อให้ฆ่าคนอื่นในดันเจี้ยนต่อ ความรู้สึกก็เหมือนจะเปลี่ยนไป กลายเป็นไม่ใช่ดูแลตามหน้าที่ แต่เอาความรู้สึกอ่อนโยนเหมือนตอนที่ดูแลน้องสาวมาใช้กับ Hyunwoo ทั้งหมด ถึงขั้นเริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลง จดจำนิสัยเล็กๆ น้อยๆ ของ Hyunwoo ขึ้นมาแล้วคิดว่าน่ารักดีเหมือนกัน 

น่ารักที่พอดูทีวีด้วยกัน แล้ว Hyunwoo ที่พยายามยุให้ตัดผมหลายครั้งก็ใช้วิธีเอ่ยปากชมดาราชายในทีวีที่ตัดผมเรียบร้อย และแต่งตัวดี Dojin ก็บอกว่าวันนี้มีธุระ ก่อนจะหายไปครึ่งวัน แล้วกลับมาด้วยเสื้อผ้าใหม่ที่ Hyunwoo ซื้อให้ ไม่นับการตัดผมเปิดหน้าเปิดตาอีก ที่สำคัญก็คือ ถูกทุกคนถามว่านี่ใคร ตั้งแต่การ์ดที่ล็อบบี้กิลด์ไปจนถึงตัว Hyunwoo เอง สงสารคำถามว่าใครมาก ไม่มีใครจำได้เลย บอกก็ไม่เชื่อกันอีก แถมตอนที่อยู่ที่ล็อบบี้ คนทั้งกิลด์หันมามองอีก 

ตอนล่าสุด มังกรที่ถูก Hyunwoo จับไปขี่เล่นบ่อยๆ ที่แดนปีศาจกำลังมีความสุขว่าช่วงนี้มนุษย์บ้าหายไป กำลังจะจับหมูป่าแดงกินก็ถูกประตูมิติส่งมาที่โลกมนุษย์พร้อมสัตว์ประหลาดอื่น ตัวอื่นไล่จับมนุษย์กินมีความสุข แต่เพราะประสบการณ์ของมังกรที่โชคร้ายเจอคุณพี่ชาย ก็คิดว่ามนุษย์เป็นสัตว์นรกน่ากลัวมาก หนีเท่านั้นน่าจะดีสุด 

แต่ว่าเพราะไปโผล่กลางนิวยอร์ค ก็เป็นข่าวออกทีวีจนถูกตั้งชื่อว่ามังกรดำ แล้วที่สำคัญก็คือคุณพี่ชายเห็นแล้วคุ้นๆ ว่าเคยเห็นมาก่อน  แถมพอเห็นจุดที่หลัง ก็รู้ว่านี่คือพาหนะหมายเลขหนึ่งที่ถูกตัวเองทิ้งเอาไว้ที่โลกปีศาจ ตอนนี้ก็อยากไปอเมริกาไปตาม พาหนะของตัวเอง

แต่ว่าภาพที่ออกทีวีคือมังกรแสนอันตรายขนาดที่ลมหายใจละลายทุกอย่างได้ Seonwoo ที่ดูแลพี่ชายสุดโต่งไม่ยอมให้ไปอยู่แล้ว บอกว่าเป็นคำขอร้องก็แล้ว อ้อนวอนว่าอยากเห็นมังกรใกล้ๆ ก็แล้ว อยากว่าอยากไป อยากไป มาก มาก มาก ก็แล้ว ทำอย่างไร Seonwoo ก็ไม่ใจอ่อน สุดท้ายก็เลยบอกใช้เรื่องซึ้งดราม่าเข้าสู้ อ้างอารมณ์เดียวกับน้องหมา Kuro บอกว่าเป็นมังกรที่เคยช่วยเหลือตัวเองเอาไว้ตอนลำบาก (ฟังดูน่าสงสาร แต่ความจริงคือจับมังกรมาขี่เล่นเวลาเบื่อ กับเวลาไปไหนไกลๆ แล้วขี้เกียจวิ่งไปเอง) แต่พอน้องชายบอกว่าอาจเป็นมังกรตัวอื่น ก็บอกจุดแต้มกลางหลัง กับจุดขาวที่เล็บถูก น้องชายก็ใจอ่อน บอกว่าเหมือนกับ Kuro สินะ ก็ยอมพาไปแล้ว ตอนนี้ก็กำลังจะขึ้นเครื่องบินไปหามังกรที่นิวยอร์คแล้ว

มังกรชื่อ Spot ถ้าแปลเป็นไทยว่า ด่าง จุด แต้ม ฟังดูเป็นชื่อหมามาก มังกรไม่ควรออกทีวีเลยนะ ควรหนีไปไกลๆ แต่แรก

ปล. Thread กรีดเรียลไทม์ในทวีต 

Tuesday, 9 June 2020

아더사이드 아더월드

아더사이드 아더월드
[Other Side Other World]

สปอยล์แน่นอน เพราะจะกรีดร้องงง กับอ่าน mtl เกาหลี ไม่รับประกันความถูกต้องง



ในโลก esper & guide ที่ esper จะมีพลังพิเศษ แต่พลังที่มีจะทำให้สภาพร่างกายไม่เป็นปกติ หากไม่มี guide คอยใช้พลังของตัวเองคอยสร้างสมดุลให้

เปิดมาที่ตัวเอก Eden Prescott  มาจากสายตระกูล Han ที่ต้นเรื่องกำลังจะเข้าพิธีก้าวไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ แต่ก่อนที่จะเริ่มพิธี หมู่บ้านของตระกูลที่เป็นหมู่บ้านปิดก็ถูกโจมตี และแม่กับผู้อาวุโสในตระกูลก็สละตัวเองเพื่อช่วยให้ Eden หนีไป

Eden มาโผล่ที่ริมทะเลสาบในเมืองชนบท และก็โชคดีว่า Hans เจ้าของร้านขายของชำมาเจอและช่วยไว้ ก่อนที่จะรับ Eden ไปเลี้ยงดูในฐานะหลาน

เหตุการณ์ดำเนินมาเรื่อยๆ โดยที่ Eden อ้างว่าตัวเองสูญเสียความทรงจำเพื่อที่จะได้ไม่ต้องบอกที่มาที่ยากจะบอกได้ให้คนอื่นรับรู้และเข้าใจ และระหว่างนี้เจ้าตัวก็พยายามเข้าเรียนวิชาประวัติศาสตร์ เพราะอยากตอบคำถามให้ตัวเองได้ว่าคนในตระกูลส่งตัวเองมาในโลกอีกมิติ หรือว่าในโลกเดียวกันแต่ต่างเวลากันแน่ เพราะว่าเจ้าตัวไม่สามารถหาร่องรอยของเมืองที่ตัวเองเคยอยู่ได้เลย

เพราะพลังที่แตกต่างกับคนอื่น และที่มาที่บอกใครไม่ได้ ทำให้ Eden มักจะไปคลุกตัวอยู่คนเดียวที่คฤหาสน์ไร้เจ้าของเสมอ และวันหนึ่ง ระหว่างที่ Eden กำลังใช้พลังพูดคุยกับวิญญาณที่อยู่กับตัวเองในสวนของคฤหาสน์ ก็เจอกับ esper ที่พลังแปรปรวน และก็ได้ให้เครื่องรางของตัวเองไปให้ชายแปลกหน้าที่เจอก่อนที่ตัวเองจะหนีออกไป

ต่อมาเมื่อ Eden ไปที่ห้องสมุดของเมือง เพื่อจะยืมหนังสือประวัติศาสตร์มาอ่าน ก็พบว่ามีคนมายืมหนังสือไปหมด และดังนั้น เมื่อเจ้าตัวไปทักท้วงอีกฝ่ายที่กวาดเอาหนังสือไป ก็เจอกับเลขาของ Bliss Moore ชนชั้นสูงและเจ้าของพลัง Esper ที่แกร่งกล้าที่สุดในจักรวรรดิ และก็ได้ปะทะคารมกับ Bliss ที่เดินตามหลังเลขามา

หลังจากนั้น เมื่อ Eden ไปทำงานพิเศษในร้านอาหาร ก็ได้เจอกับ Bliss กับเลขาที่มาเป็นแขกในร้าน และเมื่อ Eden เปลี่ยนงานไปส่งของให้กับคฤหาสน์ก็พบว่า Bliss เป็นเจ้าของใหม่ของคฤหาสน์นั่นเอง
.
.
.

เอาจริง คุณพระคุณเจ้า ย่อมาเป็นอะไรก็ไม่รู้ คือรู้ว่ามัน cliché แต่มันมีความ cliché แบบที่ชอบบ ไม่ใช่ว่าชอบธรรมดา แต่ว่าชอบมาก ถูกตกอย่างงงๆ แบบอ่านตอนเปิดไป 3 ตอน อ่านตอน free tickets ได้อีก 3 และพอเจอ daily pass อีก 2 รวมเป็น 8 ตอน ดิฉันก็ตัดสินใจปาดซื้อที่เหลือเหมือนถูกผีสิงงง

คือพล็อตมันบ้านนนน  esper กับ guide  guide กับ esper หันไปทางไหนก็มีอยู่ทั่วไป แต่องค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่องเนี่ยแหละที่ทำให้เรื่องนี้น่ารักและก็น่าสนใจ

พอเปิดมาที่ Eden กับพี่ Bliss ปะทะกันตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ มันก็เหมือนเป็น enemies turn lovers ประมาณนึง แต่มันเป็นslow build ความสัมพันธ์ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปจนไม่รู้สึกว่ารีบ หรือว่าไม่น่าเชื่อตาม เพราะว่าด้วยความที่คุณพี่ Bliss อยากหาคนมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล และพอดูว่า Eden จะพอมีความรู้อยู่ ก็เลยดึงเอา Eden มาช่วยงาน ด้วยความที่แรงงานค่าจ้างดี คุณน้องปฎิเสธไม่ลงก็เลยรีบมาทำงานให้ เพราะต้องเอาเงินไปเลี้ยงวิญญาณทั้งหลายที่อยู่ด้วย และพอมาทำงานด้วยกัน น้องก็ก่อเรื่องตั้งแต่วันแรก เนื่องจากพอรู้ว่างานเงินดี มันไม่มีอยู่จริง พอจะต้องออกแรงรากเลือกก็เลยเอาวิญญาณที่มีมาช่วย และเหล่าวิญญาณก็ก่อเรื่องทำแชนเดอร์เลียราคา 12 ล้านหล่นลงมา ดังนั้น จากการเป็นเด็กวิเคราะห์ข้อมูลไปกลับ ก็เลยต้องมาอยู่ที่คฤหาสน์ของ Bliss เป็นการถาวรในช่วงนี้ เพื่อทำงานทุกอย่างและช่วยงานทุกคนใช้หนี้

และก็เป็นการบังคับให้ Eden ต้องมีปฎิสัมพันธ์กับ Bliss กลายๆ ตั้งแต่การที่ต้องส่งข้อมูลรายงานให้ Bliss รับรู้ ตีความเอกสารร่วมกัน และด้วยความที่น้องหัวไว หาประเด็นที่ถูกซุกซ่อนไว้เจอ ก็ทำให้ Bliss ลดความระวังตัวและค่อยๆ เปิดใจกับ Eden โดยปริยาย — ชอบที่ Bliss ไม่รู้ตัวว่ากำลังหาข้ออ้างในการเข้าไปคุยกับ Eden ในห้องทำงานอยู่ และพอเดินเข้าไปทำท่าทวงข้อมูลก็เพิ่งนึกออกว่า Eden เพิ่งส่งรายงานมา ส่วนตัว Eden เองก็เริ่มจากลำบากใจที่ถูก Bliss จ้องหน้านิ่งๆ แล้วดุกลับเวลาพูดโต้ตอบกัน ไปเป็นสบายใจที่ได้นั่งอยู่ข้างๆ กัน โดยเฉพาะหลายครั้งที่ Bliss ช่วยตัวเองไว้จาก Enoch เพื่อนของBliss

เอาจริง พี่ Bliss มาพักผ่อนที่เมืองชายเขาก็เพราะว่าเจ้าตัวกำลังมีปัญหาควบคุมพลังอยู่ ด้วยความที่สถานะพลังพี่เขาเป็นขั้น S (อันที่จริง SS แบบไม่บอกใคร และมีพลังสองอย่างที่โลกรู้ว่าแค่อย่างเดียวเหมือนกัน) ก็ทำให้มีอาการเจ็บปวดทางร่างกาย ทั้งปวดหัว นอนไม่เต็มอิ่ม ไปจนถึงชักเป็นระยะๆ โดยที่มีแต่คนสนิท และหมอประจำตัวเท่านั้นที่รู้ แต่เพราะเครื่องรางประหลาดที่ได้มาตอนวันแรกที่มาถึงคฤหาสน์บรรเทาอาการเจ็บปวดได้ เจ้าตัวก็ยึดติดกับเครื่องรางที่ได้มา ถึงขั้นที่ให้หมอตัวเองเอาไปวิเคราะห์เลยด้วยซ้ำว่าคืออะไร มีพลังอะไรซ่อนอยู่ ซึ่งพอ Eden รู้ว่าเครื่องรางตัวเองช่วย Bliss ได้ก็แอบเอาเครื่องรางไปให้ Bliss เป็นระยะๆ และก็ต้องเรียกว่าแอบจริง เพราะใช้วิธีเอาไปซ่อนบ้าง ให้คนอื่นหาเจอบ้าง เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการเชื่อมโยงกับตัวเอง และไม่ให้คนรู้ว่าตัวเองมีพลัง

พอสิ้นสุดช่วงพักร้อน และ Bliss จะกลับไปที่เมืองหลวง เหมือนได้เวลาที่สองคนจะแยกจากกัน แต่เพราะ Eden ตัดสินใจไปเรียนต่อในเมือง ก็เหมือนว่าทั้งคู่จะได้เจอกันอีก

ในเมืองหลวง Eden เจอกับ Scott เพื่อนที่เพิ่งจับคู่เป็น guide กับ Enoch หลังจากที่พลังของ Enoch เสียสมดุลตอนที่ไปกับ Bliss ในชนบท และในงานเลี้ยงของตระกูล ถึงแม้ Enoch เปิดตัว Scott ในฐานะ guide ของตัวเองก็จริง แต่ก็พยายามลาก Eden เข้าไปด้วย เพราะ Enoch คิดว่ากรณีที่พลังปะทุขึ้นมา การที่จะให้พลังกลับมาสงบได้ในทันทีเกินความสามารถของ Scott และสงสัยว่า Eden ที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยอาจเป็น guide ด้วยอีกคน และต้องมีพลังสูงอย่างแน่นอน

ซึ่ง Bliss ก็มาที่งานเลี้ยงด้วย และเหตุผลที่มาที่งานเลี้ยงก็เพราะจะมาเจอ Eden ซึ่งเมื่อเจอว่าน้องกำลังถูก  Enoch ลากเข้าไปในเกมการเมืองของตระกูลด้วย พอสองคนมองหน้ากัน สิ่งแรกที่ Bliss พูดกับทุกคนก็คือมารับ guide ตัวเอง และ Eden ก็พูดขึ้นมาพร้อมกับว่าตัวเองเป็น guide ของ Bliss กรี๊ดด คือว่าชอบมากที่ต่างคนมองตากันแล้วพูดขึ้นมาเวลาเดียวกันนนน

ซึ่งหลังจากนั้น Bliss พา Eden ออกจากงาน และพออยู่ในรถด้วยกัน คำแรกที่ Bliss พูดขึ้นมาก็คือ เครื่องรางของ Eden อยู่ไหน เอามาให้หมด เพราะว่ารู้แล้วว่าคนที่อยู่เบื้องหลังก็คือ Eden แม้ว่าจะยังไม่รู้ว่า Eden ทำเครื่องรางเหล่านี้ได้อย่างไรก็ตาม ชอบบทสนทนาและการโต้ตอบกันช่วงนี้เพราะดูเป็นธรรมชาติและตรงไปตรงมา ดูเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องปรุงแต่ง

และด้วยที่ประกาศออกไปว่า Eden เป็น guide ของตัวเอง Bliss ก็ต้องทำทุกอย่างให้เหมือนจริงขึ้นมา ตั้งแต่เปลี่ยนสถานะความสัมพันธ์ที่คนภายนอกเห็น รวมไปถึงการจัดหาคนมาคอยคุ้มครอง Eden ด้วย ซึ่งตั้งแต่ในงานเลี้ยง ชั้นก็กรี๊ดแล้วกรี๊ดอีก นึกว่าน้องจะบอกความจริงแล้ว แล้วก็เปล่า เมื่อไหร่จะมา คนภายนอกคิดว่า Eden เป็น guide ของ Bliss คนภายในรอบข้าง Bliss ช่วยกันปิดความจริง และ Eden ก็ปิดความจริงกับทุกคน กรี๊ดดดด ฉันอ่านไปก็โหยหวนไป

ระหว่างนี้ Eden ก็ถูกมือสังหารลอบฆ่า แต่ด้วยความที่มีคนจาก Bliss มาคอยคุ้มครอง ก็เลยไม่เป็นไร แต่ว่าทำให้ตัวบอดี้การ์ดและ Bliss สงสัยว่าทำไมตัว Eden ถึงดูคุ้นเคยกับการมีการ์ดรอบตัว ทั้งไม่รู้สึกอึดอัดตั้งแต่ครั้งแรกที่รู้ว่าต้องมีคนคอยดูแล และครั้งหลังที่พอเกิดเรื่องก็วิ่งไปหลบหลังการ์ดได้อัตโนมัติ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนธรรมดาไม่ทำ

เอาล่ะ หลังจากนั้น Bliss จะต้องไปเข้าร่วมสงคราม และด้วยความที่พลังไม่เสถียร และไม่มี guide จริง สิ่งเดียวที่จะช่วยได้คือเครื่องรางของ Eden จริงจังไม่จริงจัง คือพี่เขาเอาถุง lucky bag ทั้งหมดที่ได้มาทำเป็นถุงมือเพื่อช่วยปรับสมดุลให้ตัวเองตั้งแต่อยู่ที่คฤหาสน์แล้ว เมื่อรู้ว่า Eden เป็นเจ้าของเครื่องราง คราวนี้ก็พยายามรีดถุงเครื่องรางทั้งหลายไปให้หมด น่ารักที่  Eden ก็พยายามช่วยด้วยการไปให้คนสนิทของ Bliss ไปแอบเอาเสื้อผ้าเก่าของ Bliss มาทำถุงเครื่องราง และที่ Eden ไม่รู้ก็คือว่า Bliss รู้เรื่อง แทบยังเป็นกึ่งๆ คนเลือกเสื้อผ้าโปรดตัวเองให้ด้วยซ้ำ

เอาจริง ฉันก็กรีดลุ้นมากว่า Eden จะบอกความจริงม้ายย จะบอกความจริงม้ายยย ไปด้วยกันในฐานะ guide พี่ Bliss จะได้ปลอดภัยไง จะได้ปลอดภัยไง ซึ่งก็รอแล้วรอเล่า ไม่มีเกิดจริง ยกเว้นแม้ Bliss จะทิ้งน้องไว้ที่เมืองหลวง แต่สุดท้าย Eden ก็หาวิธีตามไปได้

พอไปรบ การใช้พลัง และโอกาสที่ควบคุมพลังไม่ได้ก็เกิดขึ้นมา และในสถานการณ์ฉุกเฉินที่หมอประจำตัว และเหล่าการ์ดของ Bliss ถกเถียงกันเพื่อหาทางเอาเครื่องรางและอะไรก็ได้ที่มีไปให้ Bliss เพื่อลดความรุนแรงและชะลอการระเบิดของพลัง ก็ทำให้ Eden ตัดสินใจเปิดเผยความจริง ซึ่งกรี๊ดว่า Eden ซ่อนพลังตัวเองไว้ได้เพราะวิญญาณที่อยู่ด้วยคอยกั้นไว้ และเมื่อเปิด การ์ดรอบตัวที่เป็น esper ก็พากันช็อคไป เหลือหมอที่เป็นคนธรรมดาที่ไม่รู้เรื่อง และระยะเทเลพอร์ตที่เป็นปัญหาก็หมดไป เพราะ Eden บอกการ์ดที่เป็นพอร์เตอร์ว่าเคยถูก guide เต็มที่เต็มเหี่ยวอย่างใจต้องการตอนใช้พลังไหม — ทั้งนี้ Eden เป็น multi guide จับคู่เข้ากับ esper คนไหนก็ได้ และพลังสูงมากอย่างที่แค่ใช้พลังไม่ต้องมีปฎิสัมพันธ์ทางร่างกายกันก็ทำให้ esper พลังเต็มเปี่ยมและสมดุลได้แล้ว (เทียบกับ Scott ที่มีพลังอยู่ที่ประมาณ 30% และการ guide ที่ได้ผลต้องทำผ่านการมี sex หนักหน่วง)

และเมื่อพอร์ตไปถึงแนวหน้าสนามรบ ขำที่ Eden เมาเทเลพอร์ตอย่างไรก็ยังเมาอยู่อย่างนั้น และเพราะเจ้าตัวเป็นคุณชายถูกเลี้ยงดูมาแบบไข่ในหิน และบังคับให้จดจำและท่องทฤษฎีทั้งหมด โดยที่ไม่เคยมีภาคปฎิบัติจริง เจ้าตัวก็รนหาวิธีช่วย และท่องท่อง และท่องออกเสียงเพื่อแก้การระเบิดพลังของ esper ว่าต้องเป็นการแลกเปลี่ยนของเหลวทางร่างกาย ได้ตั้งแต่จูบ oral sex .... วนท่องบอกตัวเองไปเรื่อยๆ จนการ์ดรอบตัวอายไปแทน

ขณะเดียวกัน Bliss กำลังจะระเบิดพลังและระเบิดตัวเอง โดยกำลังพยายามควบคุมพลังไว้สุดความสามารถเพื่อให้เหล่าทหารใต้บังคับบัญชา และชาวบ้านอพยพหนีไปก่อน และตอนที่สติลางเลือน ก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงและเห็น Eden เป็นครั้งสุดท้าย ก็คือ Eden พอร์ตมาถึงพี่เขาพอดี และสิ่งที่เจ้าตัวทำก็คือพุ่งตัวไปจูบ Bliss ซึ่งปฎิกิริยาที่พี่ Bliss มีก็คือสลบไป

คือ anti-climax มากกก ลุ้นมากว่าปฎิกิริยาที่มีจะเป็นอย่างไร คิดไปร้อยแปดอย่าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็น ส-ล-บ ฮืออ พี่ Bliss เป็นลมวูบไปแล้วววว ... ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเลย แต่ทั้งนี้เพราะว่าตัว Bliss เกิดปฎิกิริยา guide shock ด้วยความที่ร่างกายกำลังไม่เสถียรรุนแรง และค่าความเข้ากันได้ของทั้งคู่ก็สูงมากเสียด้วย ซึ่งพอลืมตาตื่น และสัมผัสพลังของ Eden พี่ก็เปลี่ยนจากหมาป่าเย็นชามาเป็นหมาบ้านขี้อ้อน คำแรกที่พูดตอนที่กอด Eden ไว้อยู่ก็คือ ขอจูบได้ไหมมม ... เอ่อ พี่คะ!

ซึ่งหลังจากนั้น อาการหมาบ้านชอบอ้อน ชอบนัวเนียก็ออกมา ด้วยความที่ไม่แน่ใจว่า ร่างกายของ Bliss จะมีปฎิกิริยากับพลังของ Eden ขนาดไหน ทีมก็เลยตัดสินใจล่าม Bliss ไว้ก่อน ซึ่งกุญแจมือแข็งแรงขนาดไหนก็ใช้ไม่ได้ ตอนที่ Bliss ทำลายหลุดมาในไม่กี่วินาทีเมื่อรู้ว่า Eden ก็ช่วย guide ลุง Hans ของตัวเองแล้วหึง หรือการสัมผัสร่างกายที่ต้องใช้หมอในทีมช่วยวัดค่าทั้งหลายเพื่อกันไม่ให้พี่ Bliss เกิดอาการ guide shock ไปอีก ขำที่พอล่าม Bliss ไว้อีกคราว แล้วให้ Eden กอด Bliss อีพี่เอามือมากอดตอบไม่ได้ ก็เลยก้มลงมาแทะหู Eden ฮือออ ....หรืออีกตอน พอปู่ตัวเองมา แล้วตัวเองต้องนั่งกับปู่ และ Eden นั่งฝั่งข้างลุง Hans พี่ Bliss ก็ใช้วิธีโน้มตัวมาข้างหน้าโต๊ะ แล้วขอให้ Eden จับมือตัวเองไว้ให้ได้สัมผัสกัน ติดตัวนัวเนียกันขนาดนี้

ชอบที่ Eden ขอโทษที่ปิดบังความจริงไว้ แต่ทุกคนเข้าใจ อย่างที่หมอพูดแทนขึ้นมาว่าถ้าไม่ซ่อนพลังไว้ ไม่มีใครคุ้มครอง ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นอย่างไร และถึงแม้ Eden จะเป็น multi guide แต่ก็ไม่ได้ใช้พลังตัวเองเพื่อสร้างอำนาจอย่างที่ guide ทรงพลังหลายๆ คนทำ ถึงขั้นที่คนในทีมแซว Bliss ว่าถ้าดูแล Eden ไม่ดี ต้องระวังถูกคนอื่นแย่งไปนะ เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นบวก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ guide ที่ลุงตัวเองเคยเจอ ที่ลุงถูก guide ตัวเองสั่งว่า Suck, swallow. หรือว่า multi guide ในเรื่องอีกคนที่ใช้พลังตัวเองเป็นสะพานอำนาจ

กับชอบอารมณ์ที่ Bliss ฟื้นขึ้นมาแล้วคุยเงียบๆ กับ Eden ในตอนกลางคืน พอ Eden เล่าเรื่องวิญญาณทั้งหลายที่คอยคุ้มครองอยู่กับตัวเองให้ฟัง แล้ว Bliss พูดออกมาว่า ตอนนี้วิญญาณทั้งหลายอยู่ด้วยข้างๆ ตัวใช่ไหม แล้วขอบคุณที่คอยดูแลคุ้มครอง Eden มาตลอด ฟังดูน่ารักปนซึ้ง จนกระทั่งมีวิญญาณที่ตื่นเต้นแล้วพูดมาว่าให้ Eden รีบๆ นอนกับ Bliss เลย Bliss จะได้เห็นวิญญาณไปด้วยได้ ไม่ได้นะคะ ...

ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มก็คือเรียบง่ายไปตามธรรมชาติ จุดหนึ่งที่ชัดว่าความสัมพันธ์ค่อยเป็นค่อยไปก็คือ เหล่าวิญญาณถาม Eden เป็นระยะๆ ว่ารู้สึกอย่างไรกับ Bliss ตั้งแต่อยู่ที่คฤหาสน์ ครั้งแรก Eden ปัดเรื่องไปว่าไม่สนใจ ก่อนจะเป็นบอกว่าไม่แน่ใจ และครั้งที่สามก็คือบอกว่าชอบอย่างมั่นใจ และการตัดสินใจเปิดเผยพลังของตัวเองก็เพราะไตร่ตรองมาแล้วว่าเพื่อเป็นการช่วย Bliss จริงๆ ส่วนสำหรับ Bliss เอง การมี Eden เข้ามาในชีวิตก็เปลี่ยนท่าทีไปเลย จากการที่รู้สึกว่าหงุดหงิดขี้โมโหก็ใจเย็นรับฟัง Eden มากขึ้น จากที่ดูถูกและไม่สนใจในตอนแรกก็เปลี่ยนเป็นคอยดูแลในแบบของตน โดยเฉพาะตอนหลังที่พอรับรู้พลังของ Eden แล้วบอกว่า Eden reset โลกรอบตัวเลย จากการที่ทุกอย่างหงุดหงิดน่ารำคาญทั้งแสงที่เข้าตา เสียงที่ได้ยิน กลิ่นที่รับรู้ก็กลายเป็นเรื่องปกติที่รับได้ไป — ชอบที่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ภาคบังคับที่ว่าต้องชอบเพราะอีกฝ่ายคือ guide อีกฝ่ายคือ esper เพราะกลับกัน สองคนเรียนรู้กันในฐานะคนธรรมดา และก็เปิดใจรับอีกฝ่ายเข้ามา ได้รู้จักและเข้าใจกัน ก่อนจะรับรู้สถานะว่าอีกฝ่ายเป็นอย่างไร

ก็นั่นแหละ ตอนนี้อ่านตอนที่ 45+ อยู่ อ่านช้าเพราะว่างกอ่านเรื่องฟรีที่เปิดไปด้วย แถมยังเผลอไปติด Tropical Island อีกเรื่อง ณ ตอนนี้ให้ A+ เพราะชอบพล็อตเรียบง่าย แต่มีการลงรายละเอียดและการปูความสัมพันธ์เล่าเรื่องที่ปราณีต ก็จะพยายามไปอ่านให้ถึง 105+ ให้ได้ในเร็วไว แต่ปัญหาคือเรื่องไหนชอบ จะเขียนรีวิวเครียดจริงจังไม่บ้าบอทุกทีสิน่า!