Showing posts with label superability. Show all posts
Showing posts with label superability. Show all posts

Thursday, 5 September 2019

บันทึกเรื่องแนววันสิ้นโลก+ซอมบี้ที่อ่าน

อาจสปอยล์

//พีคสุดชอบสุดที่สี่เรื่องแรก//

อันดับหนึ่ง 
Dangerous Survival in the Apocalypse (รีวิวไปแล้ว) 

ชอบ Shen Shian ตัวเอกที่เก่งเกินสามโลก OP เกินเหตุเพราะ space dimension ใหญ่ยักษ์ไม่มีขอบเขต และเจ้าตัวเหมือนจะทำได้ทุกอย่าง แต่ว่ามีน้ำใจและช่วยเหลือคนอื่น ใครมาอยู่กับ Shian คือชีวิตดีมากรุนแรง ถึงขั้นนั่งรถไปจิบสมูทตี้กินองุ่นบ้างเชอรรี่บ้างไปด้วยแล้ว ชอบที่เน้นสู้กับซอมบี้ แล้วก็เน้นการสู้กับใจคนไปพร้อมกัน ต่างจากเรื่องอื่นนิดหน่อยที่ไม่ได้เป็นการอยู่กับที่ แต่ว่าตะลุยฝ่าไปที่เมืองหลวง แล้วไปตั้งเบสที่นั่น ซึ่งระหว่างนี้ก็เก็บพรรคพวกไปได้ทีละคนสองคน

พระเอกก็มาตั้งแต่ต้น แต่ว่าอยู่ในรูปตั้งแต่ลูกหมา และเด็ก ซึ่งป่านนี้ (ตอนที่ 155) ก็ยังไม่โต แต่ว่าชอบความผูกพันและตายแทนจริงจัง เป็นเรื่องแนวนี้ที่ชอบที่สุด

The Reborn Otaku’s Code of Practice for the Apocalypse (รีวิวไปแล้ว)

Luo Xun กลับมาเกิดใหม่ จุดเด่นอยู่ที่เจ้าตัวไม่มีพลังพิเศษ แต่ว่าใช้ประสบการณ์จากชาติก่อนกับสติปัญญาวางแผนและรับมือกับเหตุการณ์ตรงหน้าจนถึงขั้นเป็นหัวหน้าทีมของกลุ่มได้ ตามชื่อเรื่องก็เลยมีสองขา เน้นทั้งการเก็บของและสร้างฐาน ปลูกผักกับเลี้ยงสัตว์ไปด้วย ซึ่งรู้สึกว่าการสร้างบ้านเสริมความแข็งแรงให้ทนทั้งคนทั้งซอมบี้ในเรื่องอื่นไม่ค่อยทำ ลงรายละเอียดปลูกผัก และสร้างบ้านจะทุกขั้นตอนถึงขั้นหลับตาหลอนตามจริงๆ

ชอบความสัมพันธ์ส่งเสริมกันของตัวเอกกับพี่พระเอก เพราะพี่เขาเก่งจริงแต่ว่าประนีประนอมคุยกันรู้ใจมาก //ตอนจบจบดีมากด้วย ชอบความรู้สึกต่อเนื่องแล้วก็โทนบวกที่ให้เห็นความหวัง

Dominion’s End The Region ทีมสังหาร vs อวสานโลก

เรื่องนี้ก้ำกึ่งว่าจะเป็นวายไหม เพราะว่าตัวเอกกลับมาเกิดใหม่เป็นผู้ชายจริง แต่ว่าเป็นผู้หญิงมาก่อน คนเขียนก็คือ Yu Wo เจ้าแม่สายแฟนตาซี ก็เลยทำให้เรื่องเยอะไปกว่าแนววันสิ้นโลก+ซอมบี้ส่วนใหญ่ กับรายละเอียดแน่น จินตนาการสูง ตัวเอกเก่งเทพมาก และก็หน้าตาดีมาก ตามประสาตัวเอกของ Yu Wo และทีมก็ดีเหมือนกัน เพราะคุณพี่ชายมีเพื่อนที่เป็นทหารรับจ้างในสังกัดอยู่ ดูจากทรงคิดจะครองโลกก็ยังได้

แต่ปัญหาชีวิตก็คือ คนเขียนก็ยังเขียนไม่จบ Enter พิมพ์มาได้ 4 เล่มก็ยังค้างตายกันอยู่ และที่สำคัญเพราะปูพื้นค่อนข้างแน่น มาหลายเล่มแล้วก็ยังไม่ถึงไหน

Thrive in Catastrophe (รีวิวไปแล้ว)

ชอบการคิดนอกกรอบของตัวเอก แล้วก็ความกล้าที่จะดีขึ้นเพื่อคนที่ชอบนะ จุดเด่นก็คือเป็นสังคมวันสิ้นโลกอยู่แล้ว ก็เลยเริ่มเรื่องไปเชิง futuristic/ post-apocalypse ได้เลย แล้วก็ออกไปเชิงทหารแล้วก็การต่อสู้ของกองทัพมากกว่าจะเป็นคนธรรมดาอย่างเรื่องอื่น แต่ว่าส่วนตัวจุดเปลี่ยนที่ถูกลักพาตัวน่าเบื่อไปหน่อย กับไม่ชอบที่ตัวเอกยอมให้คนอื่นมากำหนดตัวเองเป็นช่วงๆ

//ช่วงนี้กลางๆ ค่ะ //

After Brushing Face At The Apocalypse’s Boss For 363 Days

ต่างจากเรื่องอื่น เพราะพระเอกเป็น AI ในเกม และตัวเอกก็หลงรักพระเอกที่เป็น last boss ในเกมก่อนที่จะหลุดไปในโลกเกม/โลก apocalypse ของพระเอก เรื่องนี้ก้ำกึ่งเป็นทั้งสายเกมแล้วก็สายวันสิ้นโลก+ซอมบี้ไปพร้อมกัน น่ารักที่ตอนตัวเอกเข้าไปในเกม สิ่งแรกที่ทำทุกวันคือไปหาพระเอกที่ใน setting ได้แค่ยืนเฉยๆ แต่หารู้ไม่ว่าพี่เขาก็น้ำหยดลงหิน อินน้องไปด้วยเหมือนกัน น้องคุยบ้าง กอดบ้าง โดยที่เพิ่มค่าอินเลิฟพี่เขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และดังนั้น เมื่อหลุดจากเล่นเกมมาอยู่ในโลกเกมจริงๆ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพี่เขาก็ตามล่าหาน้อง และเคยช่วยเนียนบ้างไม่เนียนบ้างไป ถึงขั้นทำเสื้อบอกว่ารักบอสให้ตัวเอกใส่ก็มี กับเป็น last boss ทำตัวร้ายไปจับคนในฐานมา ไม่ใช่อะไรแค่ช่วงนี้น้องไม่เอาช็อคโกแลตมาให้ ก็เลยข่มขู่เอาลูกสาวพ่อครัวมาเพื่อให้ทำช็อตโกแลตและใส่กล่องให้เป๊ะแบบที่น้องให้มา –  คือว่าของเดิมเหลือกล่องสุดท้ายไม่กล้ากิน เป็นการใช้อำนาจตัวร้ายแบบจะร้ายดีไหมคะ

ความ ultimate คือถามน้องตอนที่เจอกันจริงๆ ว่าอยากให้โลกนี้เป็นอย่างไรก็จะให้เป็นตามนั้น จุดจบของโลกขึ้นอยู่กับน้องต้องการ กี๊ซซซซซ

Number One Zombie Wife

ตัวเอกหลุดมาในนิยายที่ตัวเองเขียน ในเรื่องเป็นซอมบี้เพราะถูกฉีดไวรัสเข้าไป แล้วก็เป็นศัตรูกับพระเอกมาก่อน โดยเฉพาะเมื่อเป็น zombie king ช่วงแรก ๆ เหมือนจะเข้าไปเพื่อฆ่าพระเอก แต่เพราะพระเอกหน้าเหมือนเพื่อนสนิทตัวเองก็เลยฆ่าไม่ลง เปลี่ยนแผนเป็นให้สนิทกันจนฆ่าไม่ลงแทน ช่วงแรกพล็อตไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่ รู้สึกว่า loopholes เยอะ แต่ว่าช่วง 100+ สนุกอยู่เหมือนกัน เป็นเรื่องอ่านเรื่อยๆ แต่ไม่ค่อยรู้สึกพีคเท่าไหร่ แต่ว่าเวลาพระเอกอ้อนตัวเอกกับเวลาหึงน่ารัก+น่าขำเป็นระยะๆ

Apocalypse Rebirth: Chief, Don’t Move!

เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวที่ไม่วาย และเหมือนจะเป็นเรื่องแรกแนวนี้ที่อ่านนานมาแล้ว 5555 ตัวเอกย้อนกลับมาเหมือนกัน และก็เป็นอารมณ์พยายาม reunite กับครอบครัวเดิม เอาจริงอ่านไม่ไกล เพราะเรื่องนี้ตอนนั้น raw อ่านยาก

Counterattack of a White Lotus that was Reborn into an Apocalypse

สลับกับเรื่องอื่นเพราะว่าตัวเอกเป็นพระเอก ใช่ค่า seme protag! จากที่ควรจะเป็นแค่ตัวประกอบร้ายๆ เพราะหลุดมาในนิยายที่เพิ่งอ่านก็เลยพยายามหนีจากสถานะมือที่สามของลูกพี่ลูกน้องที่มีแฟนอยู่แล้ว เรื่องนี้ตอนนี้งงโพกับงงพระเอกมาก แต่สุดท้ายแล้วพี่แกนั่นเองที่เป็นที่เป็นพระเอกและตัวเอกควบกันไป ส่วนนายเอกก็คือแฟนของลูกพี่ลูกน้องนั่นเอง กว่าจะเข้าใจก็ผ่านไปหลายบทโข

จริงนายเอกเอาพระเอกมาอยู่ด้วย เพราะว่าอีนางกลับชาติมาเกิดใหม่ (reincanator VS transmigrator นั่นเองง) และก็กะจะแก้แค้นเต็มที่ แต่เพราะพระเอกเด๋อดูโง่แบบงงๆ ก็เลยปักธงนายเอกไปไม่รู้ตัว น่ารักที่พระเอกพยายามพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น และมองโลกในแง่ดี แต่พอนานๆ ไป เหมือนคนเขียนชอบเพิ่มตัวละครใหม่แล้วก็ทิ้งไปตามรายทาง กับหลังๆ ส่วนตัวว่านายเอกดูนิ่งไปนิดนึง สมเป็น tag cold interest มาก

Back to the Apocalypse

ตัวเอกกลับมาเกิดใหม่อีกเช่นกัน กลับมาทั้งพลังพิเศษ ทั้งมิติเก็บของ และด้วยความที่ชาติที่แล้ว ทำให้คนรักตาย ชาตินี้ก็เลยจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนรักที่เป็นหัวหน้าแกงค์ ซึ่งเอาจริงก็เป็นเรื่องที่ loopholes เยอะมาก และเขียนแต่สักว่าเป็นแนวสิ้นโลกซอมบี้ ตามสูตรแต่ไม่มีเสน่ห์ดึงดูดเท่าไหร่ จุดเด่นก็คือ ตัวเอกพลังเยอะ และเป็นลูกนักการเมืองก็เลยใช้อิทธิพล ความรวย และพลังสลับกันไป ส่วนตัวให้ไม่ผ่าน โดยเฉพาะไม่ชอบนิสัยตัวเอกมาก ๆ มีความรู้สึกว่าเห็นแก่ตัว แล้วก็มองโลกแคบ ไม่นับ loopholes และการขาดเสน่ห์

My Cherry Will Explode in the Apocalypse

ตัวเอกกลับมาเกิดใหม่ เรื่องนี่คล้ายๆ กับ Back to the Apocalypse เพราะตั้งเป้าชีวิตว่าจะปกป้องคนรักให้ได้ แต่น่ารักกว่าเรื่องบน เพราะตัวเอกนิสัยค่อนข้างซอฟท์กว่า และคุณพี่พระเอกเป็นตำรวจ (อย่างน้อยก็สายนอกเครื่องแบบจ๊ะ) จุดเด่น คือพลังวิเศษของตัวเอกที่มีมิติพิเศษ และปลูกผักได้ ซึ่งคุณผักก็ทำให้ทั้งเป็นอาหารรสชาติดีมีคุณค่า และเป็นอาวุธสู้ซอมบี้ ปัฐหาอย่างเดียวที่สงสัย คือทำไมพี่พระเอกอินเลิฟเร็วมาก

Rebirth of MC

พระเอกเกิดมาใหม่อีกเรื่องแล้วค่ะ คราวนี้ เอาจริงชื่อก็บอกอยู่แล้วเนอะ จุดเด่นคือการสู้กับซอมบี้ไม่ได้ใช้พลังพิเศษ แต่ใช้วิชาปราบปีศาจค่า ดังนั้นการทำไม้ท้อมาปลุกเสกเพื่อฆ่าซอมบี้ และการสร้างเขตอาคมก็เป็นเรื่องปกติเรื่องนี้ คุณพี่พระเอกเป็นทหารและแม่นปืนมาก ความขำก็คือ หมอดูบอกว่าพระเอกต้องหาคนที่จะแก้ดวง/ คนรักคือตัวเอกให้เจอ แล้วอีพี่พระเอกก็ใช้วิธีออกหมายจับ! ว๊อทมากก ตัวเอกหนีสุดหล้าฟ้าเขียว แต่สุดท้ายก็กลับมาเจอกัน อยู่ด้วยกันไปพักหนึ่งกว่าจะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร โถ
เพื่อนสมัยเด็กพระเอกก็ได้รับสืบทอดวิชาสร้างของอาคมมาจากบรรพบุรุษเช่นกัน เอาให้พอออ!

อ่านเพิ่มที่นึกออก (29/03/21)

  • Undead (2019)
  • 2013  (2019) (dropped)
  • The Earth is Online  (2019) (dropped)
  • End of World’s Businessman  (2019)
  • Show Love System (2019?)

  • The Rebirth of the Last Days and Return to [Fang] Hao  (2021)
คนเขียน The Reborn Otaku’s Code of Practice for the Apocalypse โลกเดียวกัน แต่พอเว่อร์กว่า แล้วก็ OP กว่า ชอบในแง่คนรักอยู่ด้วยกันสองคน แต่ยังขัดใจเรื่องอยู่เป็นทีม แต่รวมๆ ก็เหมือนอ่านเรื่องต่อ แต่ก็ชอบอยู่นะ

  • The Invasion Day (2021)
เปลี่ยนจากสู้กับซอมบี้เป็นสู้กับเอเลี่ยน แต่ฟีลวันสิ้นโลกเหมือนกัน  

  • Rebirth in the days of farming in the last days  (2021) (dropped) 

อ่านจีนจากชื่อ 重生在末世种田的日子 คนเขียน The Reborn Otaku’s Code of Practice for the Apocalypse  อีกเหมือนกัน ไม่สนุกเลย

กลุ่มนี้รออ่าน
  • Apocalyptic Rebirth: Earth’s Vast Changes
  • Boss’s Death Guide
  • Fierce Silk Flower
  • The End of The World’s Reborn Cannon Fodder Counter-attacks
  • Quick Transmigration: Rescuing the Blackened Male Lead
  • The End of The World’s Reborn Cannon Fodder Counter-attacks



Monday, 22 July 2019

The Reborn Otaku’s Code of Practice for the Apocalypse

-ระวังสปอยส์จ๊ะ มันมาแน่-

นี่เรื่องแนววันสิ้นโลก+ซอมบี้ที่ชอบที่สุดอันดับสองง // เอาจริงไม่ได้เขียนขายย เพราะน่าจะอ่านกันไปหมดแล้ว แต่เขียนบันทึกให้ตัวเองมากกว่า ^^”

มีแปลอยู่ในเด็กดี โดยคุณ Tatiane ด้วยชื่อมาตรการรับมือวันสิ้นโลกฉบับโอตาคุผู้กลับชาติมาเกิด  แต่ปัจจุบัน มีสำนักพิมพ์ซื้อลิขสิทธิ์ไปแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าใคร ฮือ ลุ้นมากก เพราะว่าอยากซื้ออ อยากเก็บบ แต่ก็กลัวหนังสือไม่ท็อปฟอร์มมมมมมม

เอาล่ะ เริ่มเรื่องมาที่ Luo Xun กลับมาเกิดอีกครั้งก่อนที่วันสิ้นโลกจะมาถึง แล้วด้วยความที่ทุกข์ยากอยู่ในยุคหลังวันสิ้นโลก เพราะความที่เป็นคนธรรมดา ไม่มีพลังวิเศษ และไม่มีใครให้เกาะขา คุณน้องเขาก็อยู่อย่างลำบากขัดสนปลูกผักขายประทังชีวิตในห้องใต้ดินไปด้วยความแร้นแค้นนน รัดทนไม่รันทดขอให้ดูสภาพร่างกายขาดสารอาหารและไม่เคยเจอแสงแดด

ดังนั้นนน เมื่อกลับมาเกิดใหม่ สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือเตรียมพร้อมค่า

เริ่มต้นตั้งแต่มีอะไรก็ไม่สนใจ ขายให้หมด แล้วรวบรวมทุนทรัพย์ไปตุนของงง คิดอะไรออก ก็รีบซื้อเก็บไว้ ตั้งแต่เมล็ดพืช เครื่องปรุงอาหาร ยา เครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องปั่นไฟ จริงจังขนาดที่ถึงขั้นซื้อเครื่องสีข้าวไว้เลยด้วยซ้ำ

ด้วยความที่เป็นคนใต้ตึก อาศัยอยู่ในห้องใต้ดิน พอกลับมาก็เก็บกดมากก ที่ฐานเดิมที่เคยอยู่ มีครอบครัวที่อาศัยอยู่ชั้นบนสุด อยู่อย่างหรูหราด้วยการติดแผงโซลาร์เซลล์ แล้วขายไฟฟ้า Luo Xun ก็วาดฝันสวยมากกว่า จะทำแบบนั้น และอลังการกว่านั้น รีบซื้อห้องประกาศความเป็นเจ้าของจริงจัง

พอวันสิ้นโลกมาถึงจริงๆ ชัยภูมิห้องที่เป็นทั้งตึกใหม่ ไม่มีใครมาอยู่ และเป็นชั้นบนก็ทำให้อยู่ปลอดภัย จนกระทั่งไปเก็บตกผู้ชายที่บาดเจ็บระหว่างชั้นบันไดมาเนี่ยแหละ ที่เหมือนชีวิตเริ่มมีปัญหาแล้ว เก็บมาเพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่กลัวใครมาตามเจอ แต่ก็กลัวมาอีคนที่เก็บมาได้จะมาเกาะตัวเองอยู่ สิ้นเปลืองทรัพยากรไปให้คนอื่นอีก

ดังนั้น การดูแลและเลี้ยงดู Yan Fei ก็เริ่มขึ้น ... ด้วยความหวังของ Luo Xun ว่าพอหายดี อีพี่จะไปซะที แต่ที่นี้ พออยู่ด้วยกันไป ก็พบว่าพี่เขามีพลังพิเศษอยู่จ๊ะ เค้าควบคุมบังการโลหะได้ บวกลบคูณหารในใจเห็นข้อดีมากกว่า ก็เลยอนุมัติให้ Yan Feiอยู่ด้วยกันด้วยเสียเลย

ระหว่างนี้ ห้องอื่นในชั้น 16 ก็เริ่มมีเพื่อนบ้านมาอาศัยอยู่ข้างห้อง เป็นเด็กนักศึกษา 5 คนที่รอดมาได้จากการทำตามคำแนะนำแปลกประหลาดเกี่ยวกับวันสิ้นโลกที่อ่านเจอในเนท (แน่นอนว่ามาจาก Luo Xun นั่นเองง)

ช่วงแรกๆ ตัว Luo Xun ก็ยังไม่อยากยุ่งกับใครมาก ให้ความช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ไปตามเรื่องก็แค่เพราะว่า ถ้าเพื่อนบ้านแข็งแกร่ง บ้านเราก็จะปลอดภัยไปด้วย ต่างคนต่างอยู่ จนกระทั่งเริ่มออกหาของไปนอกฐานแล้วเก็บคนที่ถูกพรรคพวกทิ้งมาได้อย่าง Zhang Yi ที่มีความสามารถในการใช้ลมมาได้อีกคน

ซึ่งเพราะพอ Zhang Yi เป็นหมอ ก็ได้รับการปฎิบัติที่ดีจากเจ้าหน้าที่ในฐาน และก็ได้จัดสรรห้องในชั้น 16 มาเป็นเพื่อนบ้านอีกคน พออยู่ด้วยกัน เหล่ามนุษย์ชั้น 16 ก็มีความเป็นกลุ่มก้อนขึ้นเรื่อยๆ ไม่นับความแข็งแกร่งจากการที่มีคนที่ใช้โลหะและใช้ลมอีก

ไปเรื่อยๆ ก็เก็บ Xu Mei กับ Song Lingling สาวๆ ในชั้น 15 มาเข้ากลุ่มได้อีก 2 คน เพิ่มความสามารถในการใช้ไฟ และน้ำเข้ามา ... ครบทีมล่ะ

เอาล่ะ คราวนี้ความเทพก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรื่องนี้สนุกที่ความเสมือนจริง เป็น slice of life ที่แต่ละคนพยายามอยู่ในฐาน และเอาตัวรอดให้ได้ดีที่สุด หนุ่มๆ แต่ละคนทำงานกับฐาน และก็ใช้เวลาที่เหลือไปกับการปรับชั้น 16 และ 15 ให้เป็นที่อยู่อาศัยที่สบายที่สุด พร้อมๆ กับการปลูกพืชเอาไว้กิน (เพื่อประกันว่าจะมีพอกิน ก็เปลี่ยนพื้นที่ที่เหลือทั้งสองชั้นให้เป็นพื้นที่ปลูกพืชปลูกผักให้หมด) ส่วนสองสาว ไม่มีงานในฐาน แต่คอยดูแลต้นไม้ที่ปลูกเป็นหลัก เห็นแต่ละคนทำงานแล้วรู้สึกเหนื่อยแทนมากก นี่คือหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่เพาะปลูกไว้ยังชีพ ตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตจริงๆ

ด้วยความที่มีงานประจำ ก็เลยออกนอกฐานไปหาของได้เดือนละครั้ง ซึ่งเพราะจำนวนครั้งน้อย ก็เลยต้องใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนฆ่าและเก็บ nucleus จากซอมบี้ และการตามล่าหาทรัพยากรทั้งหลาย ซึ่งช่วยที่ออกมานอกฐานนี่เป็นช่วงที่รอและลุ้นที่สุดจริงๆ เพราะวิธีการฆ่าโหดมาก ถึงขนาดที่ทีมที่เก่งที่สุดก็ยังเก็บ nucleus แต่ละครั้งไม่ได้ขนาดนี้ (ถึงขั้นที่ Xu Mei กับ Song Lingling บอกว่าถึงออกได้เดือนละครั้งก็ยังคุ้มกว่าออกไปกับทีมอื่น) ทำงานกันเป็นทีม จริงจังและมีแผนงานเป็นขั้นเป็นตอนมาก สมาชิกมีแค่ 10 คน แต่ทุกคนมีบทบาทและหน้าที่ช่วยเหลือกันชัดเจน

ช่วงนี้มีน่ารักมากอยู่อย่าง เพราะความที่ Luo Xun เป็นคนธรรมดาที่ไม่มีพลังจนกลายเป็นคนชายขอบในชาติก่อน คราวนี้เจ้าตัวก็ไม่ได้คาดว่าตัวเองจะได้การยอมรับหรือนับถือใดๆ แต่เพราะความสามารถล้นเหลือ ทั้งในเรื่องความรอบรู้ (โดยเฉพาะจากในชาติก่อน) ความมีสติ วางแผนเก่ง และตัดสินใจถูกต้องก็เลยถูกสมาชิกคนอื่นวางให้เป็น “หัวหน้า” ไปโดยตัวเองก็ไม่รู้เรื่อง เป็นมติเอกฉันท์แบบที่ตัวเองก็ยังงงๆ — ไม่นับความสามารถในการใช้หน้าไม้ที่โหดมาถึงขั้นที่ตามประกบ Yan Fei ไปด้วยเพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ถึงขั้นที่ได้จ้างให้ทำหน้าที่คุ้มกันไปด้วยอีก

ความสัมพันธ์กับ Yan Fei ก็น่ารัก ด้วยความที่พี่เขามาจากตระกูลใหญ่ (ใหญ่ไม่ใหญ่ ขนาดมาที่ฐานยังกลายเป็นบุคคลสำคัญได้) ถูกคาดหวังจากคนในครอบครัว และมีภาระหน้าที่อันหนักหนา พอถูก Luo Xun ช่วยไว้ พี่แกก็เลยตั้งเป้าหมายชีวิตว่าจะเป็นช้างเท้าหลัง ไม่คิดมาก ไม่ชี้นำ ถ้า Luo Xun อยากทำอะไรก็พร้อมจะสนับสนุนเห็นงาม และความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็ออกมาในรูปการประคับประคองและดูแลทั้งกายและใจกันมาเสมอ รู้ใจและเข้าใจกันโดยที่ไม่ต้องออกปาก ฉากที่เห็นบ่อย คือ Luo Xun ออกแบบของที่ทำจากโลหะแล้วให้ Yan Fei ทำออกมาจากที่ร่างไว้


เรื่องนี้เน้น 2 ขา ก็คือออกไปหาของ แล้วก็เอากลับมาใช้/ ตุนที่บ้าน ซึ่งสุดท้ายพอฐานที่อยู่เริ่มเข้มงวดกับคนที่อยู่ และสร้างความลำบากให้กับคนที่มีพลังมากขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มนี้ก็ตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่ที่มั่นถาวรตัวเอง ขำที่ Luo Xun น้ำตาไหลเป็นสายเลือดที่ต้องทิ้ง “รัง” เดิม แต่ที่ใหม่ก็มีพื้นที่ทั้งอยู่อาศัย และเพาะปลูกดีกว่าที่เดิมจริงๆ ช่วงบท 210-240 กลายเป็นเรื่องของการเอาของมาตุนบ้านใหม่จริงจัง เว่อร์ไม่เว่อร์ก็ถึงขั้นที่ไปเอาเกมกลับมาบ้าน มีทั้งเกมในแต่ละห้อง แล้วก็ในส่วนกลาง เอนเตอร์เทนไม่รู้จบกันไป

ชอบช่วง final battle กับซอมบี้ที่วางแผนรอบบ้านดีมาก และเป็นการสู้ด้วยตัวเองนอกฐานที่กินเวลาและกดดันมาก แต่ก็ยังผ่านมาได้ ตอนแรกติดใจอยู่ว่า ถ้ามีสมาชิกแค่ 11 คน (มีเด็กความสามารถใช้ทรายมาอีกคน) จะอยู่รอดได้ไหม เพราะรู้ว่าทีม compact ลงตัวแบบกลุ่มเล็ก แต่ก็กลัวว่าจะไปสู้กับพวกมากไม่ได้ กับถ้าใครหายไป (โดยเฉพาะ Yan Fei ที่ใช้พลังตัวเองทำทุกอย่างในกลุ่ม) แต่สุดท้าย การที่สมาชิกในทีมน้อยก็เน้นความเป็นครอบครัวและความลงตัวที่สมาชิกทุกคนมีความจำเป็นและที่หน้าที่ของตัวเองชัดเจน

กับชอบที่สุดท้ายแล้วฐานใหม่กลายเป็นกึ่งๆ สวนสัตว์ไป มีตั้งแต่หมายักษ์ 2 ตัวที่ชอบไล่ต้อนสัตว์มาให้คนในทีมช่วยฆ่า (แล้วแบ่งกันกิน) ลูกเหยี่ยวอีกสองที่เก็บมาได้ และลูกหมาตัวเดิมที่ Luo Xun เอามาเลี้ยงตั้งแต่ก่อนวันสิ้นโลก ซึ่งก็แน่นอนว่าพวกนี้ก็มีพลังอีกเหมือนกัน — กับปลา และกระต่ายที่เลี้ยงไว้เป็นอาหารอีก แล้วรอบๆ ฐานก็เป็นบ่อปลาที่สัตว์ทั้งหลายมาหากิน

ให้ A- เรื่องดรอปลงไปช่วงที่เก็บของเข้าฐานใหม่ เพราะเป็นลูปหางาน-เก็บของ-ตุนของ ถึงจะเข้าใจว่าต้องทำก็เถอะ กับชอบที่เปลี่ยนแปลงชีวิตได้ กลายเป็นชีวิตดี อยู่ดีกินดี คนรักดี ทีมดี เพื่อนดี แต่ที่ประทับใจมากที่สุด ก็คือตอนจบ
.
.
สปอยส์ที่สุด
.
.
ชอบที่การให้ความหวังและวาดฝันถึงอนาคตที่ดีกว่าเดิม เพราะคนเริ่มปรับตัวได้ และรับมือกับซอมบี้ได้ดีขึ้น (โดยเฉพาะเมื่อจำนวนซอมบี้ลดลงไปเรื่อยๆ) กับชอบที่ให้มีทางเลือกที่จะไม่อยู่ พึ่งพาฐาน แต่ออกมาเป็นกลุ่มใช้ชีวิตอิสระช้างนอกได้ มีจุดที่รู้สึกว่าเขียนรวบเหมือนกัน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของคนในทีมหลังจากนั้น แต่รวมๆ ก็ยังถูกจริตมากรุนแรงอยู่ดี