Showing posts with label system. Show all posts
Showing posts with label system. Show all posts

Sunday, 3 July 2022

我靠种田养活了整个军团 //I Feed My Entire Legion by Farming

 เจอจากหน้าหลัก แล้วก็ติดใจปก กับติดใจพล็อต



คนเขียน: 芒果像鱼
แนว: Interstellar, ทะลุมิติ, ระบบ, farming
ความสัมพันธ์: ผู้บัญชาการกองทัพ X ผู้มีพลังปลูกผัก
จำนวนตอน: 41 ตอน (ยังไม่จบ)
ปี: 2022
ลิ้ง

Bai Tu รู้สึกตัวก็มาอยู่ในร่างเจ้าของร่างที่เพิ่งฆ่าตัวตาย เพราะว่ากองทัพอิสระ White Tiger แย่งชิงพื้นที่ของจักรวรรดิมาได้ และต้องการแยกตัวเป็นอิสระ เพื่อประนีประนอมและสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับหน่วย White Tiger จักรวรรดิจึงให้ Bai Tu ชนชั้นสูงที่มีความสามารถปลูกผักแต่งงานกับ Huo Rinchuan เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ หากแต่ Bai Tu ตัวจริงไม่อยากแต่งงานกับ Huo Rinchuan ผู้บัญชาการกองทัพที่มีพื้นเพมาจากสลัม นอกเหนือจากโวยวายดูถูก Huo Rinchuan ให้ทุกคนรู้แล้ว ก็ยังแกล้งฆ่าตัวตายเพื่อหนีการแต่งงานด้วย แต่ว่าตายจริง และ Bai Tu ก็เข้ามาอยู่ในร่างแทน

ดังนั้น เมื่อรู้สึกตัว Bai Tu ก็อยู่ในยานอวกาศที่กำลังเดินทางกลับไปยังฐานที่มั่นของกลุ่ม White Tiger แล้ว และเพราะนายทหารทั้งหลายไม่พอใจที่ตัว Bai Tu ดูถูกผู้บัญชาการกองทัพที่เป็นที่เคารพและนับถือของตัวเอง ทุกคนก็ตั้งข้อรังเกียจ Bai Tu ไปด้วย และอาหารระหว่างเดินทางที่เป็นแต่ขนมปังกรอบและของเหลวเหมือนกาวที่ดูกินไม่ได้ก็สร้างความทรมานให้ Bai Tu ที่คุ้นเคยกับอาหารบนโลกมาตลอด

แต่ว่า Bai Tu ก็รู้ว่าถ้าตัวเองไม่แก้ปัญหาที่เจ้าของร่างสร้างไว้ก็จะอยู่ลำบากแน่นอน เพื่อพบว่าตัวเองมีความสามารถปลูกพืชของเจ้าของร่างเดิม และมีระบบที่ให้เมล็ดพันธุ์พืชผักได้อยู่ในมือ ก็เลยขอกระถางและดินจากทหารที่คุมหน้าประตูห้องมา และเพราะไม่ใช่คำขอเรื่องมากอะไร และเพราะทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่า Bai Tu มีพลังปลูกผัก คำขอก็เป็นจริงได้ง่ายดาย

ดังนั้น เจ้าตัวจึงใช้เวลาที่เหลือระหว่างเดินทางด้วยการปลูกหัวไชเท้าสี่ต้นอย่างตั้งใจ เพื่อจะใช้เป็นแต้มต่อกับทาง White Tiger ให้ได้ ... ซึ่งภาพที่ได้ก็เป็นอย่างที่ Bai Tu ตั้งใจ เพราะทางหน่วย White Tiger เห็น Bai Tu กอดประคองกระถางพืชที่ดูกินได้ลงมาจากยาน และ Huo Rinchuan รวมไปถึงลูกน้องก็รับรู้ว่าตัว Bai Tu ส่งสัญญาณต้องการร่วมมือกับพวกตัวแล้ว ... เพราะว่าโลกนี้ พืชที่กินได้ทั้งจักรวรรดิมีอยู่แค่ 20 ชนิดเท่านั้น ที่เหลือกินได้ไม่ได้ หรือไม่ก็วิวัฒนาการจนเป็นสิ่งมีชีวิตอันตรายไปแล้ว และก็เกิด “คนปลูกพืช” ขึ้นมาเพื่อให้พลังจิตตัวเองปรับระบบยีนในพืชให้ปลูกได้และกินได้ ถือเป็นกลุ่มคนสำคัญ โดยเฉพาะกับหน่วย White Tiger ที่เมื่อเข้ามายึดที่มั่นใหม่ทำให้เหล่าชนชั้นสูงและคนเทมพืชหนีไปหมด ไม่มีพืชที่ปลูกกินได้เลย นอกจากจะเสี่ยงอันตรายไปสู้และจับพืชกลับมาจากดาวอื่น

เพราะเป็นการแต่งงานทางการเมืองและเพราะตัว Bai Tu เดิมดูถูก Huo Rinchuan ไว้มาก ก็เลยทำให้ตัว Huo Rinchuan ไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวอะไรกับ Bai Tu โดยตัว Huo Rinchuanสร้างบ้านวิลล่าให้อย่างดีหนึ่งหลัง และให้ทหารรับใช้หนึ่งคนคอยดูแล และก็ให้ห้องวิจัยพืชในตึกวิจัยด้วย ... ซึ่งสำหรับตัว Bai Tu ที่ไม่คิดมากมองว่าสองคนไม่ใช่คู่รักกันจริงๆ แต่เป็นพันธมิตรกัน ก็รู้สึกว่าดีเพียงพอแล้ว

Bai Tu ที่ไม่มีอะไรทำไปขลุกตัวในห้องวิจัยวันแรก แต่ Zuo Lai ลูกน้องและคนสนิทของ Huo Rinchuan ที่ตอนนี้ต้องมาดูแลวิจัยพืชก็เลยมาชวนไปทานข้าวกลางวันที่ร้านอาหารราคาแพง และ Bai Tu ที่ทนอาหารรสชาติไม่ได้เรื่องมาตลอดก็ตื่นเต้นและคาดหวังอย่างมาก ... จนเจอว่าไม่ว่าจะไปไหนก็เจออาหารรสชาติแต่ตักเข้าปากไม่ได้อยู่เหมือนเดิม เลยขอใช้ครัวร้านอาหารทำอาหารเอง และก็เกิดเป็นมหกรรมที่ Zuo Lai มาเป็นลูกมือ Bai Tu ทำอาหาร และเหล่านายทหารระดับสูงก็ถูกความวุ่นวายและกลิ่นหอมของอาหารดึงดูดมาด้วย จบลงที่ Bai Tu ได้กินอาหารคนอย่างที่ตัวเองต้องการ และ Zuo Lai และนายทหารอื่นๆ ถูกอาหารที่ไม่เคยเห็นมาก่อนของ Bai Tu ซื้อใจจนเริ่มมอง Bai Tu ในแง่ดีขึ้น โดยหนึ่งในนั้นก็คือ Lei Shi หัวหน้าหน่วยที่ไม่คิดมาก

และพอหลายครั้งเข้า กลายเป็นว่าเหล่านายทหารไปงานปาร์ตี้อาหารของ “ภริยาท่านผู้บัญชาการกองทัพ” เป็นระยะๆ แต่ว่าผู้บัญชาการกองทัพไม่เคยได้ลิ้มลองอาหารเลย สุดท้ายพอทนไม่ไหว ฟัง Lei Shi และคนอื่นๆ อวดมากๆ เข้า กลางดึกก็ย่องเข้าไปในวิลล่าเพื่อแอบกินอาหารของ Bai Tu ซึ่งเพราะว่าตัว Huo Rinchuan มียีนแมวที่วันนึงต้องมีหนึ่งชั่วโมงอยู่ในร่างแมวก็เลยมาในร่างแมวพอดี แต่เผอิญว่า Bai Tu ลงมาดื่มน้ำพอดี พอเห็นแมวดำปลอดตาสีทองท่าทางรู้ความก็ตื่นเต้นมาก รีบเลี้ยงแมวพอแมวอิ่มแล้วเอาแมวไปอยู่ในห้องนอนด้วย

วันต่อมา ตื่นมาแมวหายไปแล้ว ก็เลยไปถาม Zuo Lai ที่ตอนนี้เจอกันทุกวัน ก็ได้ความว่าเป็นแมวของท่านผู้บัญชาการกองทัพ ซึ่งความจริงก็คือมีแค่ตัว Zuo Lai และลูกน้องคนสนิทอีกคนที่รู้ความลับนี้ ...และพอไปถาม Huo Rinchuan เองก็ได้ความว่าเป็นแมวเลี้ยงที่อยู่ในกองทัพ และไปไหนมาไหนเป็นอิสระ ... แต่เพราะเห็นความคลั่งแมว ตัว Huo Rinchuan ก็เลยคิดจะใช้ร่างแมวเข้าไปสืบความลับของ Bai Tu ด้วย เพราะทุกคนแปลกใจว่าทำไมตัว Bai Tu ที่ได้ข่าวมาตอนที่อยู่ในจักรวรรดิ และตอนที่ในหน่วย White Tiger แสนแตกต่างกัน ถ้าใช้ร่างแมวก็อาจจะสืบความจริงได้ตอนที่อีกคนไม่ระวังตัว และได้กินอาหารอร่อยๆ ด้วย

และเพราะอาหารที่ตัว Bai Tu ทำอร่อย ถึงขั้นที่ทางหน่วยเสนอให้เปลี่ยนอาหารในโรงอาหารทหารในหน่วยทั้งหมดให้เป็นอาหารตามแบบ Bai Tu ทำ และตัว Bai Tu ก็มีเมล็ดพันธุ์พืชอื่นขึ้นมาอีก ต่างจากสมมติฐานแรกที่พวก Huo Rinchuan คิดว่าตัว Bai Tu เอามาจากตระกูลตัวเอง ก็เลยทำให้เริ่มคิดว่าตัว Bai Tu น่าจะเป็นคนปลูกพืชระดับเทพ และก็เริ่มให้ความสำคัญกับตัว Bai Tu มากขึ้นเรื่อยๆ
.
.
.
เอาจริง ปกเหมือนดี และพล็อตเหมือนดีกว่าก็เลยพุ่งตัวไปอ่าน และก็ไม่ผิดหวังเลย ดีงามมาก ตอนแรกคิดว่าเจ้าตัวต้องพยายามเอาชนะใจทั้งหน่วยอย่างหนักเหมือนกัน แต่เพราะสถานะคนเทมพืชที่สร้างภาพตั้งแต่วันแรกที่อุ้มกระถางไชเท้าลงจากเครื่องมากก็ทำให้ความรู้สึกของคนในกองทัพดีขึ้น อย่างที่บอกว่าจะต้อง fight for his own treatment แล้วก็ได้จริงๆ ไม่นับว่าปฎิวัติวัฒนธรรมอาหารให้หน่วยอีก ภาพลักษณ์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกัน น่ารักที่พืชกินได้เป็นเรื่องใหญ่มาก และสำคัญมาก ชนิดที่วันแรกพอกอดไชเท้าหนึ่งกระถางลงมา ทุกคนก็ตื่นเต้นกันมาก บอกว่าภริยาท่านผู้บัญชาการเอาพืชกินได้มาจากตระกูลตัวเองด้วย พอบอกว่ายังมีอีกสามกระถางอยู่ในห้อง ตัว Zuo Lai ก็ยิ่งตื่นเต้น ให้ความสำคัญกับหัวไชเท้าถึงขั้นที่วันต่อมาพอ Bai Tu มาที่ห้องวิจัยวันแรกก็เจอว่ามีนายทหารอาวุธหนักครบมือประจำการอยู่หน้าห้องสองนาย พร้อมกับเลเซอร์นับไม่ถ้วนที่มีอยู่ในห้องเพื่อ “ปกป้อง” ต้นหัวไชเท้าแค่สามสี่กระถางงง ซึ่งตัว Bai Tu ที่ถึงแม้จะให้ค่าผักในฐานะเด็กที่มาจากบ้านที่ครอบครัวปลูกดอกไม้ขายก็ยังตกใจมากเหมือนกัน

ถึงขั้นที่ต่อมา พอพื้นที่ไม่พอ ตอนที่มีพันธุ์ผักมากขึ้น ก็ได้แปลงทดลองเพิ่มอีก และก็ได้ลูกมือเป็นนายทหารสองกองมาช่วยงาน น่ารักที่ทุกคนต้องลงนามสัญญาเก็บความลับก่อน และพอถึงเวลาก็ทำงานจริงจังมากด้วย ไม่นับว่าหน่วยที่มาช่วย Bai Tu มาได้เพราะสู้กับในหน่วยและหัวหน้าหน่วยที่ชนะก็จะได้มาทำงานในไร่ เป็นความศักดิ์สิทธิ์อลังการให้ความเคารพผักจริงๆ ถึงตอนหลังที่พอ Bai Tu จะทำผักกาดดอง ทหารยอมช่วยตัดช่วยล้างน้ำ แต่พอบอกว่าจะต้องเอาใส่แทงค์แล้วโรยเกลือก็ไม่มีใครกล้ายอมทำ บอกว่าไม่กล้าที่จะทำผิดพลาดแล้วผักที่มีค่าเสียหายไป

กับมีความเพี้ยนๆ อยู่เหมือนกัน เพราะว่า Bai Tu อยากกินหัวไชเท้าแบบบนโลกมาก แต่ตัว Zuo Lai ไม่ยอมให้กิน บอกว่าต้องเก็บไว้วิจัย สุดท้ายอยากกินทนไม่ไหว ก็เลยตัดสินใจแอบขโมยหัวไชเท้าหนึ่งหัวแล้วใส่กระเป๋าแอบจะไปกิน แต่เพราะทำท่าทางลับๆ ล่อๆ มาก ตัว Huo Rinchuan ก็มาเห็นเข้า ดังนั้นก็เลยตามไปดู และไปอยู่ในร่างแมว เพื่อที่จะ “สืบเรื่อง” ได้ชัดๆ แต่กลายเป็น Bai Tu ดีใจมากที่เจอ Xiao Ling แมวดำขาประจำที่มากินข้าวเย็นด้วยที่บ้านบ่อยๆ ก็เลยบอกว่าจะแบ่งของดีให้ แล้วแบ่งครึ่งไชเท้ากินกับแมวคนละครึ่งหัว กำลังกินอร่อยสองคน (หนึ่งคนหนึ่งตัว) ก็เจอ Zuo Lai ตามมาพอดี หลักฐานการกระทำผิดคาหนังคาเขา (คาปาก) คนและแมวมาก เพราะว่าตัว Zuo Lai ก็รู้สึกว่า Bai Tu มีพฤติกรรมน่าสงสัยเหมือนกัน และเพราะไม่เชื่อว่าตัว Bai Tu ดึงมาแค่หัวเดียวก็เลยลากกลับไปที่เกิดเหตุ (ห้องวิจัย) ... เพื่อหนีผิด ตัว Bai Tu ก็หว่านล้อมต่างๆ นานา ทั้งบอกว่าพืชอยากเป็นอาหารให้คนบ้าง ทั้งน่าเสียดายที่ไม่ได้กินพืชตอนที่อร่อยที่สุดบ้าง สุดท้าย Zuo Lai ที่ถูกกรอกหูว่าเป็นหน้าที่นักวิจัยเหมือนกันที่ต้องชิมและรู้จักพืชที่ตัวเองทดลองก็พ่ายแพ้ ยอมให้ Bai Tu ดึงไชเท้ามาอีกหัว และเป็นจำเลยร่วมกับ Bai Tu ขโมย (?) กินไชเท้าเหมือนกัน

กับตอนที่ Bai Tu ทำอาหารครั้งแรก ตัว Zuo Lai ก็เครียดว่าช่องว่างระหว่างชนชั้นสูงกับคนธรรมดามันยิ่งใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ ใหญ่หลวงขนาดนี้เลยเหรอ กรรมวิธีก็ดี รสชาติก็ดีต่างจากที่เคยกินมาทั้งชีวิตเลย ไม่ใช่แค่เอาอาหารรวมๆ กันแล้วกินได้เพื่อให้ได้พลังงานและคุณค่าอาหารเหมือนที่เคยเป็นมาตลอด แต่เพราะว่าตัว Zuo Lai ไม่ได้กินข้าวกลางวัน เพราะ Bai Tu วิ่งเข้าครัวไปก่อนและตัวเองต้องเป็นลูกมือให้อีกคนก็เลยได้ปริมาณอาหารเยอะกว่านายทหารคนอื่นๆ ที่กินข้าวกันไปแล้วด้วย ทำให้เป็นที่อิจฉาคนอื่นอย่างมาก ... แต่สุดท้ายคนที่ได้เปรียบและได้กินอาหารของ Bai Tu ตลอดยิ่งกว่าท่านสามี (ที่ไม่เคยได้กินเลย ยกเว้นว่าจะอยู่ในร่างแมว) ก็คือทหารรับใช้ส่วนตัวของเจ้าตัว เพราะว่าอยู่ด้วยกันตลอด มีอะไร Bai Tu ก็แบ่งให้ตลอด และก็ทำให้ตัว Fang Yu รู้สึกว่าโชคดีมากที่ได้ทำหน้าที่ที่ตอนแรกทุกคนเกี่ยงกันทำ เพราะได้กินมากกว่านายทหารระดับหัวหน้ากองทั้งหลายอีก เป็นที่อิจฉาทุกคน และทั้งความสามารถปลูกผักและอาหารอร่อยก็ยิ่งทำให้ Fang Yu เกิด absolute obedience ทั้งเชื่อฟังทั้งศรัทธา Bai Tu ขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยความที่จักรวรรดิและกองทัพอิสระอื่นๆ กดดันให้กองทัพ White Tiger และ Huo Rinchuan จัดงานแต่งงานก็เพราะว่าจ้องเล่นงานอยู่ และก็อยากจะให้ White Tiger ที่มีพื้นเพมาจากชนชั้นล่างและสลัมเสียหน้าที่จัดงานแต่งให้หรูหราและดูดีอย่างชนชั้นสูงในจักรวรรดิไม่ได้ แต่เพราะ Bai Tu คิดว่าไม่ควรต้องทำตามแบบแผนที่มี และควรจัดงานโดยใช้จุดเด่นของ White Tiger ก็เลยทำให้สุดท้ายแล้วเป็นที่กล่าวขวัญและฮือฮากันมาก เพราะการถ่ายทอดสดพิธีแต่งงานแปลกใหม่อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ต่างไปจากที่เคยเห็นอีก ซึ่งพอทุกคนรู้ว่าเป็นฝีมือและการออกแบบของ Bai Tu ก็ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของตัว Bai Tu ตัว Huo Rinchuan และตัว White Tiger ดูดีขึ้นมามาก น่ารักที่ตอนแต่งมีขบวนแห่รถเกราะหนักมาด้วย ซึ่งจริงๆ ถ้าเห็นรถแบบนี้มาก็คือแนวรับสุดท้ายของดาวถูกตีแตกแล้ว และก็กำลังจะกลายเป็นพื้นที่ของกองทัพอื่นไป Seeing it means that your own planet has been completely defeated, and it will soon become the domain of another legion. แต่คราวนี้รถเกราะหนักมาแบบตกแต่งดอกไม้ป่าสวยงาม ดูน่ารัก โรแมนติก และไม่น่ากลัวอย่างที่เคย และก็มี Huo Rinchuan กระโดดอย่างสง่างามลงมาจากรถเกราะเพื่อรอรับ Bai Tu ที่กำลังจะลงมาจากเรือเหาะอีก ยิ่งมีการให้คำสาบานระหว่างกันก็ยิ่งทำให้เหล่าสตรีชนชั้นสูง ตลอดจนเด็กสาว และวัยรุ่นทั้งหลายน้ำตาคลอตาม กลายเป็นทุกคนปลื้ม ชื่นชม และใฝ่ฝันจะจัดงานแต่งแบบนี้ด้วย เพิ่มค่าวัฒนธรรมให้กลุ่ม White Tiger ขึ้นมา

และน่ารักว่าคำสาบานของ Huo Rinchuan ที่บอกว่าตัว Bai Tu เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ (ในแง่ว่าจะคอยปกป้องดูแล) กลายเป็นคำสัญญา/สาบานตอนแต่งงานของคนในหน่วยต่อมาภายหลัง

แต่เหมือนเอาทหารมาใช้งานผิดประเภทเป็นระยะๆ เพราะว่าตอนตัดดอกไม้ป่ามาใช้ในงานแต่งก็คือว่า Zuo Lai ที่กลายเป็นเพื่อนสนิทของ Bai Tu ตั้งใจให้ดอกไม้เป็นของขวัญในงานแต่งงาน และก็ออกคำสั่งให้นายทหารหน่วยอีลีทไปช่วยกันตัดดอกไม้ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดดอกไม้ก็คือดาบเลเซอร์แสงที่ใช้สู้รบกันนะคะ อีกตอนก็เหมือนกัน พอข้าวสาลีสุกแล้ว นายทหารกลุ่มเดิมที่ลงชื่อเก็บความลับก็มาช่วยเกี่ยวข้าว และเพราะไม่เคยมีใครปลูกข้าวสาลีมาก่อนก็ไม่มีอุปกรณ์เกี่ยวข้าว เหล่าทหารก็ใช้ดาบเลเซอร์มาตัดต้นข้าวสาลี ซึ่งเพราะเป็นนายทหารฝีมือดี การตัดก็มีประสิทธิภาพมาก ไม่นับว่าตัดได้เสมอกันและพร้อมเป็นจังหวะเดียวกันทุกคนอีก ใช้คนน้อยทำงานได้มาก ก็เลยให้แบ่งหน้าที่กัน เป็นคนนวดข้าวอีกกลุ่ม

แต่คือ 41 ตอน ยังไม่ถึงไหนเลยอีกแล้ว ฮืออ ตกหล่มเรื่องที่ยังไม่จบอีกแล้วววว ก็รอดูที่คนเขียนบอกว่าจะมีวันที่ Bai Tu เป็นคนที่ทั้งหน่วย White Tiger ปกป้องรักษายิ่งกว่าชีวิตอยู่ กับคนเขียนชอบให้ทายว่าจะเป็นอย่างไรต่อ อย่างพอบอกว่าเป็นแมว ก็ถามว่าเดาออกไหมว่าเป็นแมวสีอะไร .... ซึ่งเดาถูก เพราะแมวที่ดีคือแมวดำ เหตุผลและตรรกะพังมากจริง (ถึงจะถูกก็เถอะ) กับนะคะ ถึงคนเขียนจะบอกว่าเพราะคุณพี่ Huo Rinchuan ผมดำไง แต่ว่าถ้าให้เป็นแมวลาย แมวส้มพวกนี้ก็ไม่น่าเกรงขามสิ

ปล.
1.
เอาจริง ช่วงแรกเห็น Zuo Lai อยู่กับ Bai Tu มากกว่า Huo Rinchuan อีก ขำที่จริงๆ แล้ว Zuo Lai มีหน้าที่พัฒนาและวิจัยอาวุธและอุปกรณ์เทคโนโลยีสูงทั้งหมดของหน่วย แต่เพราะตอนที่ยึดดาวได้ ไม่มีคนเทมพืชได้เลย ก็เลยต้องมารับหน้าที่โดยปริยาย พออยู่กับ Bai Tu นอกเหนือจากจะช่วยกันวิจัย และเป็นเพื่อนกันได้ ก็เลยมีความมุ่งมั่นที่จะปั้น Bai Tu ให้เก่งและรับช่วงหน่วยวิจัยพืชไปที ตัวเองจะได้ลาจากพืชเอาแต่ใจ และกลับไปวิจัยอาวุธแบบเดิมได้เสียที


2.
ชอบทัศนคติตัว Bai Tu ที่เรื่อยๆ สบายๆ มาก ตอนแรกมาที่กลุ่ม White Tiger ก็คิดว่าควรให้ความสำคัญใครที่สุด ในแง่ที่ว่าใครคือหัวหน้างานตัวเอง ตอนแรกคิดว่าเป็น Huo Rinchuan แต่พอถูกจับโยนไปอยู่กับ Zuo Lai ก็คิดว่าตอนนี้หัวหน้าตรงตัวเองคือ Zuo Lai แล้วนะ

ความมุ่งมั่นที่จะอยู่ดีในหน่วย White Tiger เกิดมาแล้ว ความมุ่งมั่นที่จะกินอร่อยก็ตามมาด้วย และชัดจน Zuo Lai เริ่มคิดว่าจริงๆ การที่ตัวเองกับ Huo Rinchuan คิดว่า Bai Tu ทำตัวขัดแย้งเพราะว่าอยากเป็นคนปลูกพืชระดับเทพที่ทำเพื่อคนทั้งมวลหายไป และกลายเป็นเริ่มมองว่า Bai Tu ทำเพราะอยากกินผักอร่อยขึ้นมาหรือเปล่า (ซึ่งจริงๆ ก็ถูก มีแค่อย่างหลังจริงๆ แต่ว่า brain supplement แบบแรกไปไกลเกินเยียวยากันแล้ว)

แต่ว่าความบ้าแมว Bai Tu เกินเลยมาก ทุกครั้งที่เห็นแมวดำสุดที่รักก็จะโอ๋ โอ๋ และโอ๋ ตอนที่เรียกแมวว่าเหมียวก็เพราะยังไม่รู้จักกัน และเมื่อตั้งชื่อให้แมวได้ (ด้วยการอนุมัติของแมวที่ไม่พร้อมตบหลังได้ยินชื่อแปลกๆ) ก็อดเรียกชื่อโน้นชื่อนี้ไม่ได้ อย่างที่แอบคิดไปเองว่าปัญหาที่เจ้าหน้าที่ตักอึแมวมีเหมือนกัน คือชื่อแมวชื่อเดียวไม่เคยพอ ช่างเป็น human with cat slave attribute มาก

กับขำที่บอกว่าพอเทมพืชได้ แต่งยีนพืชได้ อยากจะบอกให้มะม่วงทำตัวสมเหตุสมผลบ้าง และเรียนรู้จากกล้วยว่าทำไมต้องมีเมล็ดใหญ่มากขนาดนั้น เอาจริงๆ เหมือนนักเขียนกัดตัวเองเล่นชื่อ เพราะว่าชื่อมะม่วงเนี่ย


3.
เหมือนท่านผู้บัญชาการกองทัพจะนิ่งๆ ไม่สนใจภริยา แต่ว่าตอนที่ Bai Tu ไปตามหาพันธุ์พืชที่ดาวดวงอื่น กลายเป็น Huo Rinchuan คิดถึงตลอด ตอนที่ไปกินข้าว ไม่ว่าจะเป็นที่โรงอาหาร หรือร้านอาหารของ Bai Tu ก็คิดถึงอีกคนตลอด (แม้จะเพราะบอกว่าอาหารที่หุ่นยนต์ทำอร่อยสู้อาหารที่ Bai Tu ทำไม่ได้ก็เถอะ) ไม่นับว่าตอนเย็นก็คิดว่าปกติถึงเวลานี้ ตัวเองก็จะแปลงร่างเป็นแมวไปหา Bai Tu แล้วอีก ช่วงที่ Bai Tu หายไปสองวัน คนที่หงุดหงิดโมโหอารมณ์เสียตลอดก็คือท่านผู้บัญชาการกองทัพหน้านิ่งนี่เอง จนในที่สุดก็ไปขับหุ่นยนต์ Apocalypse ของตัวเองช่วยหน่วยอื่นรบเลยนะ

อยากรอดูตอนคลั่งรักมากกกก
  
________________________________________

ทวิตเตอร์ : @mgk993 #mereadingg

Wednesday, 22 June 2022

位面交易之原始世界 // The Primitive World of Planar Trading

ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอเขียนรีวิวอีกเรื่อง จะได้ครบ Top 3 สาย Infrastructure + ยุคหิน  Beast World ให้รู้แล้วรู้รอดไป ชอบการแบ่งเวลาที่เขียนดีมาก กับเชิงการเมืองสู้กับเผ่าอื่น กับชอบตัวเอกสองคนเวลาอยู่ด้วยกัน กับแปลกใจมากที่เขียนตั้งแต่ปี 2015 // ปล. แอบอ่านวนตอนเขียนรีวิว เลยลงดีเทลจัดอีกกแล้วววว



คนเขียน: 荷风渟
แนว: โลกบีสต์, ทำฟาร์ม, ก่อสร้าง, สร้างเผ่า, ทะลุมิติ, ระบบ
ความสัมพันธ์: แมวยักษ์ (?) X คนธรรมดา (?)
จำนวนตอน: 195 ตอน ( 193 ตอนหลัก  + 2 ตอนพิเศษ) 
ปี: 1995-1996

Wu Nuo เกิดมาในบ้านที่พ่อแต่งงานใหม่ ตามประสาที่พ่อสนใจแม่เลี้ยงและลูกชายคนใหม่มากกว่า และได้ตากับยายคอยเลี้ยงดู และเมื่อพ่อไม่ยอมส่งเสียให้เรียนหนังสือ พอยังไม่จบม. ต้น ไม่มีเงินเรียนหนังสือ แถมตากับยายก็ตาย ก็เลยออกจากบ้านเร่ร่อนมาทำงานในโรงงาน ก่อนจะที่ลงเอยด้วยการเป็นพ่อค้าเร่ขายของที่แหล่งท่องเที่ยวและจุดชมวิว เริ่มจากซื้อของกระจุกกระจิกมาขาย แล้วพอเริ่มมีประสบการณ์มากขึ้นก็เลยเปลี่ยนเป็นขายของเสียบไม้ปิ้งย่างตอนหลังด้วยฝีมือทำอาหารที่ได้มาจากตายาย แต่เพราะเป็นรถเข็นเถื่อน ก็ต้องเข็นรถหนีเทศกิจอยู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งที่วิ่งหนีเทศกิจไปแล้วถูกรถชน

ลืมตาตื่นมาอีกทีก็มาอยู่ในป่าเสียแล้ว ตอนแรกก็คิดว่าฝ่ายที่มาชนเอาตัวเองมาทิ้งในป่า แต่ว่าดูจากสภาพรอบตัวก็ดูไม่น่าใช่ ขณะที่ไม่รู้จะทำอย่างไรก็เจอแมวยักษ์สีขาวหรือลูกเสือขาวอ้วนป้อมโผล่มา ด้วยความที่แมวดูรู้ภาษา พอแมวทำท่าไม่แน่ใจจะวิ่งหนีก็เลยวิ่งตามไปด้วยเสียเลย ... เพราะอย่างน้อยแมวก็ดูว่าน่าไว้ใจกว่าอยู่กลางป่าคนเดียว

แต่เมื่อเริ่มวิ่งตามแมว ก็เหมือนแมวจะใจอ่อนทำท่าให้วิ่งตามต่อไป พอวิ่งไปครึ่งทาง แล้วหมดแรง เห็นแมววิ่งหายไปแล้วก็กลับมาพร้อมผลไม้ที่คาบมาให้กินแก้เหนื่อยแล้วพาวิ่งไปถึงเผ่าตัวเอง และ Wu Nuo ที่เหนื่อยมากก็หมดแรงสลบไป 

และก็กลายเป็นว่าแมวขาวที่พา Wu Nuo กลับมาชื่อว่า Bai และเป็นบีสต์ในเผ่า Chang He ด้วยความที่ Wu Nuo ดูผิวพรรณดีผิดจากคนในเผ่า (สีผิวขาวใสของคนเมืองกับคนในเผ่าที่ผิวสีแทน) และแต่งตัวแปลกประหลาดด้วยวัสดุที่ไม่เคยเห็นมาก่อนขนาดพ่อมดใหญ่ของเผ่าหรือ Da Wu ที่เดินทางไปทั่ว และมีความรู้มากจนเป็นที่นับถือของเผ่าน้อยใหญ่รอบๆ ก็ยังไม่รู้จักก็เลยคิดเหมือน Bai ว่า Wu Nuo น่าจะมาจากเผ่าใหญ่ (หรือถึงขั้นที่เป็น super tribe) และหลงอยู่ในเผ่าจนกระทั่ง Bai ไปเจอเข้า 

ตื่นมาอีกที ก็เหมือนนอนอยู่บนเตียง (?) และคนที่คอยดูแลก็เป็นลูกศิษย์ของพ่อมดในเผ่า และก็พบว่าตัวเองฟังเข้าใจที่อีกฝ่ายพูดจริง แต่โต้ตอบกลับไปไม่ได้ และเห็นบ้านที่ทำจากก้อนหินและคนนุ่งห่มหนังสัตว์ทุกที่ ไม่นับสัตว์ที่กลายร่างเป็นคนได้ก็แตกตื่น และก็ได้ยินเสียงระบบพอดี สรุปว่าตอนนี้เกิดเหตุที่ทำให้ไปผูกติดกับระบบ Cosmic Plane Trading System และถูกส่งมาที่โลกบีสต์ระดับ SS โดยต้องทำภารกิจต่างๆ ที่ระบบกำหนด และจะได้รางวัลตอบแทน ซึ่งงานแรกก็คือ ได้สิทธิ์เป็นสมาชิกของเผ่า ซึ่งจะได้รางวัลเป็นแต้มที่ใช้แลกเปลี่ยนและเปิดฟังค์ชั่นภาษาได้ ตอนนี้จะกลับโลกเก่าได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้ ก็เลยคิดจะได้รางวัลให้ได้ก่อน

เมื่อเห็นว่าคนที่ตัวเองพากลับมาท้องร้องด้วยความหิว แมวก็เลยพา Wu Nuo ไปกินข้าวที่ลานริมแม่น้ำของเผ่า มีการอธิบายถึงเผ่าว่า Chang He (ตามชื่อแม่น้ำยาวที่ขวางพื้นที่เผ่ากับป่าไว้) มีสมาชิกในเผ่าเกือบพันคน และคนที่กลายร่างเป็นบีสต์ได้มีแค่ 1/10 ของทั้งหมด แต่ถึงจะมีจำนวนน้อยก็ทรงพลังและแข็งแกร่งกว่าคนปกติมาก และก็เฉพาะบีสต์เท่านั้นที่จะมีทาสเป็นของตัวเองได้ ซึ่งทาสที่ไม่ว่าจะถูกจับมาหรือแลกมาจะมีสถานะต่ำมากในเผ่า และก็เป็นโชคดีของ Wu Nuo ที่ Bai เป็นคนพากลับมา และกะจะเลี้ยงดูในอยู่ในสถานะกึ่งคู่กึ่งเพื่อนตัวเอง และ Da Wu ก็เข้าใจว่า Wu Nuo มาจากเผ่าใหญ่ มิฉะนั้นก็จะมีรอยสัญลักษณ์ทาสป้ายอยู่ที่หน้าแล้ว ...

แต่ด้วยความที่ Bai ยังไม่แปลงร่างเป็นคน ทั้งที่ถึงเกณฑ์ต้องเป็นคนได้แล้ว ... ซึ่งถ้ายังเป็นแค่สัตว์อย่างเดียว ไม่ช้าก็จะต้องถูกขับไล่ออกจากเผ่าไป เพราะการที่ควบคุมตัวเองไม่ได้เป็นอันตรายกับเผ่า ... ก็มีเสียงแย้งอยู่ในเผ่าบ้าง เมื่อ Bai คิดจะเลี้ยง คนหน้าขาวที่หน้าตาดีแต่อ่อนแอและแปลงร่างไม่ได้ แต่ด้วยความที่ทั้ง Da Wu รับรองว่า Wu Nuo จะพาความโชคดีมาให้เผ่า ประกอบกับ Shi Hu เพื่อนสนิทของ Bai ที่เป็นนักรบแข็งแกร่งถึงขั้นเป็นผู้สมัครหัวหน้าเผ่าคนต่อไปช่วยพูด ก็ไม่มีใครกล้าแย้งในที่สุด

เมื่อกินอิ่ม Wu Nuo ก็เริ่มคิดว่าจะได้รับการยอมรับจากคนในเผ่าอย่างไรดี ซึ่งยังไงก็ควรจะเป็นคนที่มีประโยชน์ แต่จะให้ไปล่าสัตว์ก็สู้คนในเผ่าไม่ได้ จะเพาะปลูกก็เป็นคนเมืองไม่รู้วิธีอีก ก็มาถึงตัวเลือกทำอาหาร เพราะว่าด้วยความที่ต้องฝ่าฟันด้วยตัวเองในเมืองใหญ่ ฝีมือทำอาหารก็ดีกว่าใคร แต่ก็มีปัญหาเรื่องเครื่องปรุงอีก 

แต่ระหว่างที่สลดอยู่ ก็ได้สิทธิการเป็นพลเมืองเผ่ามาจาก Bai ที่วิ่งไปขอ Da Wu มาให้แล้ว เพราะว่า Bai จะเลี้ยงคนทั้งทีก็ต้องเลี้ยงให้ดีที่สุด และพอแมวกลับบ้านมาที่เคยอยู่คนเดียว เย็นเยียบมาตลอดก็เหมือนจะอบอุ่นขึ้นเมื่อมี Wu Nuo อยู่ด้วยอีกคน 

วันต่อมา เมื่อเลี้ยง Wu Nuo ด้วยน้ำแกงที่ Da Wu ต้มมาให้กับผลไม้ แมวยักษ์ Bai ก็หายไป ตอนนี้กลายเป็นสมาชิกเผ่าสมบูรณ์แล้ว เจ้าตัวก็ไม่กลัวที่จะต้องอยู่คนเดียว แต่ว่าอาหารที่กินไปน้อยจนอิ่มแบบไม่อิ่ม แถมในเผ่ายังกินอาหารแค่วันละ 2 มื้อเช้าเย็น ไม่มีแนวคิดมื้อกลางวัน ตัว Wu Nuo ที่กินวันละ 3 มื้อ ไม่นับมื้อดึกหลังปิดแผงก็อยู่ไม่ได้แน่นอน พอค้นของในตัวเจอตะขอตกปลาก็คิดจะไปตกปลามากิน

ตอนที่หักกิ่งไม้มาทำเบ็ดตกปลาและตกปลา เด็กๆ ในเผ่าที่เล่นอยู่แถวนั้นก็มามุงด้วย พอเห็นว่าตกปลาได้ก็ตื่นเต้นชื่นชมแถมพอมาขอตกปลาด้วยเบ็ดตกปลาก็ทำให้ภารกิจสอนการตกปลาลุล่วงเล่นกับเด็กๆ ทั้งที่เป็นคนและเป็นลูกสัตว์ชื่นมื่นกว่าเดิม และก็เริ่มพูดสื่อสารกับเด็กๆ เพิ่มขึ้นอีก พอบอกไปว่าถ้ามีเครื่องปรุงจะอร่อยกว่านี้อีกนะ ก็มีเด็กที่วิ่งไปเอาก่อนไขมันสัตว์และกเกลือจากบ้านมาให้

พอไปขุดหินที่มีแอ่งตรงกลางจากริมน้ำมาทำเป็นกระทะ การเจียวเอาน้ำมันแล้วได้กากมันๆ กรอบๆ ที่โรยเกลือเค็มนิดๆ ไปก็ซื้อใจเด็กๆ ทั้งกลุ่มได้แล้ว และพอปลาเริ่มสุก Bai ก็กลับมาพอดี ซึ่งก็คือเหมียวยักษ์ออกไปล่าสัตว์กลับมาเลี้ยงคนของตัวเอง กำลังจะอาละวาดคนของตัวเองไปเล่นทำอาหรให้คนอื่น ปลาส่วนแรกก็เป็นของ Bai ไป และปลาย่างก็ซื้อใจเหมียวได้จนอารมณ์ดีได้หลังกิน โดยเฉพาะเมื่อ Bai ตอนที่หิวโซ ไม่มีอะไรกิน เคยจับปลามากินก่อนหลายต่อหลายครั้งเหมือนกัน ถึงแม้จะกลิ่นเหม็นคาว และเกล็ดและก้างแทงคอ แต่ก็ดีกว่าอดตาย 

ปลาอร่อยมาก และคนหน้าขาวข้างๆ ก็เริ่มสื่อสารรู้เรื่องได้แล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแมวมีความสุขมาก และเด็กๆ กว่าสิบคนที่กินปลาอร่อยมากที่ไม่เคยกินมาก่อนก็มีความสุขเหมือนกัน เมื่อกินอิ่ม และมีปลาเหลือ Wu Nuo ก็เลยย่างปลาให้เด็กๆ กลับไปบ้านด้วย โดยเฉพาะเมื่อกลัวถ้าเอาของที่บ้านออกมาถ้ากลับบ้านจะถูกตีหรือเปล่า เมื่อเกลือเป็นสิ่งหายาก ... และลูกสิงโตที่เอาเกลือชามโตมาก็ได้ปลาชิ้นใหญ่กลับไป ซึ่งลูกสิงโตหรือ Awei นี้ก็คือลูกหัวหน้าเผ่าและก็ซึ้งใจกับความภักดีต่อเพื่อนที่ Wu Nuo มีถึงขั้นที่ให้ Wu Nuo มาอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่ดีแล้ว

ปลาเล็กที่เหลือ 3 ตัวถูกเอามาทอดและทำซุป พอ Bai ปลื้มมากว่าอิ่มแล้ว แต่คนหน้าขาวข้างตัวยังทำอาหารให้อีก พอจะกินก็ถูก Wu Nuo ห้ามแล้วบอกว่าจะเอาไปให้ Da Wu แต่สุดท้ายก็ต้องแบ่งให้แมวเอาแต่ใจด้วยอยู่ดี พอไปหา Da Wu แล้วตัว Wu Nuo เริ่มเข้าใจภาษาถึงขั้นที่สื่อสารได้ Da Wu ก็คิดไปว่าตัว Wu Nuo สืบเชื้อสายพ่อมดหมอผีในตัวเหมือนกัน และเมื่อคิดว่า Wu Nuo หลงมาที่เผ่า และเป็นสมาชิกเผ่าตัวเองแล้วก็ยิ่งเอ็นดู Wu Nuo ขึ้นไปอีก เมื่อคิดว่าได้คนเก่งมีความสามารถมาอยู่ที่เผ่า (ขำตอนนี้ที่ Da Wu คิดดีดลูกรางแก้วอยู่ในใจ แต่ว่าพอ Bai เห็น Da Wu ยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งสยอง เพราะตอนเล็กๆ ยิ่ง Da Wu ยิ้มใจดีเท่าไหร่ ก็ยิ่งถูกจับป้อนยาหนักเท่านั้น) ซึ่งขณะเดียวกัน ตัว Wu Nuo ที่เชี่ยวชาญการเอาตัวรอดในเมืองใหญ่ก็คิดเหมือนกันว่าต้องประจบ Da Wu ซึ่งถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลในเผ่าไว้เยอะๆ สองฝ่ายก็ยิ่งเข้ากันได้มากขึ้นไปอีก 

พอกลับมาที่บ้าน Wu Nuo ที่หลับอยู่ก็ได้ปลาแห้งรางวัลจากระบบ ซึ่งพอแบ่งกินกับแมวเป็นของว่างมื้อดึก แมวก็ตั้งคำถามว่าปลาแห้งมาได้อย่างไร เพราะที่จำได้ ไม่เห็น Wu Nuo ทำ ... ตอนแรก Wu Nuo คิดจะโกหก แต่ก็รู้ว่าถ้าพูดปดไปครั้งนึง ก็ต้องโกหกต่อไปเรื่อยๆ แถมยังอยู่กับแมวตลอดจะหาเรื่องกลบเกลื่อนก็จะลำบากต่อไป เลยบอก Bai ไปว่าได้เป็นรางวัลจากพระเจ้า พระเจ้าพาตัวเองมาอยู่ที่โลกนี้ และต้องทำงานที่พระเจ้าสั่ง ถ้าทำสำเร็จก็จะได้รางวัล หรือไม่อย่างงั้นก็จะถูกลงโทษ

น่ารักที่แมวถามว่าถ้างั้น วันหนึ่งก็ต้องจากไปเหรอ Wu Nuo ได้ฟังก็รีบประเหลาะบอกแมวว่าถ้าวันหนึ่งต้องไป จะขอพระเจ้าให้พา Bai ไปด้วย เป็นการพูดประเหลาะประนีประนอม แต่เป็นคำสัญญาสำหรับ Bai ไป .... แมวตื่นเต้นมากว่าถ้าตัว Wu Nuo เป็นผู้ส่งสาล์นจากพระเจ้าจริง ตัวเองก็อาจจะเป็นการ์เดี้ยนบีสต์ที่คอยดูแล Wu Nuo ทำให้แมวยิ่งรับปากว่าจะไม่บอกใครรู้กันแค่สองคน

ด้วยความที่แมวล่าสัตว์มาเยอะ กินกันสองคนไม่หมด Wu Nuo ก็เลยคิดว่าจะเอาสัตว์ที่ยังไม่ตายที่มีสองตัวมาเลี้ยง ... ซึ่งแม้ในเผ่าจะเลี้ยงสัตว์ที่กินไม่หมด เพื่อเป็นเสบียงหน้าหนาว แต่นี่ก็จะกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ของเผ่าต่อไป

กับพอจะทำอาหาร พอแมว Bai เห็นว่า Wu Nuo ต้องวุ่นวายก็เลยไปลากเพื่อนสนิทมาช่วย ซึ่ง Shi Hu ก็พาทาสตัวเองที่ชื่อ Lu มาด้วยอีกคนด้วย และ Wu Nao เผยแพร่วัฒนธรรมปรุงอาหารไม่พอ ก็ยังเผยแพร่การใช้ตะเกียบไปด้วย 

กับเพราะตัว Bai มาจากโลกปัจจุบันไม่คุ้นเคยกับการมีทาส พอเจอ Lu ก็ปฎิบัติตัวเป็นปกติไม่มีการกดขี่ ... ตามปกติทาสห้ามกินพร้อมนาย แต่พอให้อีกคนยืนดูอยู่เฉยๆ ก็ทำไม่ได้ ขอ Shi Hu ให้ Lu มานั่งกินพร้อมกัน

เพราะว่า Wu Nuo ถูกสั่งจากระบบให้สอนทำอาหาร และ Lu ที่คอยเป็นลูกมือก็อยากเรียนวิธีทำเพื่อไปทำอาหารเลี้ยงนายตัวเอง เสือ Shi Hu ก็เลยให้ Lu คอยอยู่ช่วย Wu Nuo ต่อ (โดยเฉพาะเมื่อห่วงว่าเพื่อนจะลำบากถ้าหน้าหนาวมาถึง) และเมื่อสองคนถางพงหญ้าต้นไม้รกตรงพื้นที่สวนหลังบ้านแมวเพื่อทำเป็นที่เลี้ยงสัตว์ที่จับมา ตอนถึงเวลาบ่าย Wu Nuo ที่เริ่มหิวก็คิดจะไปจับปลามาทำอาหารกินกับ Lu และเหล่าเด็กๆ ในเผ่าก็มา “เล่น” กับ Wu Nuo อีก จบด้วยการที่ทุกคนช่วยกันจับปลาจนมีปลามากไปกินไม่หมด พอบอกให้เอากลับบ้าน ลูกสิงโตก็บอกว่าเอากลับไปแม่ก็ไม่ทำ กลายเป็น Wu Nuo รับปากจะไปบ้านทุกคนเพื่อสอนย่างปลา แต่เพราะบ้านแรกคือบ้านลูกสิงโตลูกหัวหน้าเผ่าแม่ที่อยู่บ้านก็เลยให้ไปตามแม่ของทุกคนมาด้วยกัน จะได้ให้ Wu Nuo สอนครั้งเดียวพอ ไม่งั้นถ้าต้องตระเวนไปทุกบ้านก็คงต้องสอนถึงเช้า ... แต่เพราะ Wu Nuo สอนทุกครั้งอย่างตั้งใจ ตัวแม่ลูกสิงโตก็เลยให้ของ Wu Nuo เป็นการตอบแทน และคนอื่นๆ ก็พากันให้สัตว์หรือไม่ก็ผลไม้มาขอบคุณ Wu Nuo ด้วย

ระหว่างนั้น Bai กำลังเจอวิกฤตใหญ่หลวง เพราะระหว่างที่ล่าสัตว์อยู่กับ Shi Hu ก็เจอเผ่าคู่อริไล่ฆ่าพอดี และเมื่อวิ่งหนีเอาตัวรอดอยู่ ก็คิดถึง Wu Nuo ขึ้นมา ตัวเองไม่อยากตายแต่อยากกลับไปหา Wu Nuo ให้ได้ คิดแต่ว่าจะต้องเปลี่ยนร่างเพื่อรอดไปให้ได้ แล้วความมุ่งมั่นที่บอกตัวเองว่าต้องเปลี่ยนร่าง... ต้องเปลี่ยนร่าง... ต้องเปลี่ยนร่าง... ก็ทำให้ Bai แปลงร่างได้จริงๆ  แต่ถึงอย่างนั้นทั้งตัว Bai และ Shi Hu ก็บาดเจ็บสาหัส ถึงแม้จะฆ่าเหล่าบีสต์ที่มาโจมตีจนเกือบหมด แต่สองคนก็เจ็บหนัก และก็ไปหมดแรงอยู่ตรงเส้นทางล่าสัตว์ของเผ่า และถูกฝูงหมาป่ารุมล่าอีกต่อ ดีที่คนในเผ่ามาช่วยตอน Shi Hu กำลังจะหมดแรงสลบพอดี สองคนก็เลยถูกช่วยกลับมาที่เผ่า 

ถึงแม้แมวจะร่อแร่ แต่ด้วยยาและวิชาของ Da Wu ตัว Bai ก็ดีขึ้นกว่าเก่า และ Da Wu ก็ให้ Wu Nuo พา Bai กลับบ้าน โดยที่มีจุดหมายจะดูความสามารถทางการแพทย์ เพราะเชื่อไปแล้วว่า Wu Nuo สืบเชื้อสายพ่อมดมา .... และ Wu Nuo ที่ไม่รู้เรื่องเลยก็ไม่ทำให้ตัว Da Wu ผิดหวัง เพราะใช้สามัญสำนึกจากโลกปัจจุบันเรื่องการติดเชื้อและเชื้อโรคจากบาดแผลสกปรก ทำความสะอาดแผลให้แมวยักษ์ แล้วก็กัดฟันเป็นหนี้ระบบซื้อยามารักษาอาการไข้และแก้อักเสบให้อีกคน และเมื่อคิดว่าเมื่อเช้าแมวยังมองตัวเองตาแป๋วอยู่เลยก็ยิ่งเศร้า .... แต่ระหว่างป้อนยา แมวก็กลายร่างเป็นคน ซึ่งถ้าไม่เห็นว่าบาดแผลบนร่างกายเป็นที่เดียวกัน ก็ยากจะเชื่อ 
 
วันต่อมาลูกสิงโตก็มาเล่นกับ Wu Nuo อีก แต่เมื่อพบว่า Wu Nuo อ่อนแอมากจนถูกนกจิก ก็เลยไปตามเพื่อนและทาสในบ้านมาช่วยตัดถางต้นไม้และหญ้าในไร่ ด้วยความที่เห็นคนมาช่วย Wu Nuo ก็รู้สึกขอบคุณและตอบแทนด้วยการให้ผลไม้กินรอท้องตอนทำงาน และตุ๋นเนื้อให้ ซึ่งเหล่าทาสที่นานทีจะได้กินเนื้อสัตว์ก็ซาบซึ้งใจมาก มีทาสที่ขอเอาเนื้อกลับบ้านไปเพื่อให้คนในครอบครัวตัวเองได้กินด้วยหลายคน ... และก็กลายเป็นว่าชื่อเสียงใจกว้างของ Wu Nuo ในหมู่ทาสก็แพร่กระจายไปยิ่งกว่าไฟป่า

แต่เพราะเด็กๆ ในเผ่ามาช่วยถางที่และล้อมรั้ว (มาเล่นด้วย) ทุกวัน Bai ที่นอนรักษาตัวในบ้านก็ไม่ยอม และพอจะวิ่งไปมา Wu Nuo ก็กลัวจะมีผลข้างเคียงหลังหาย จนในที่สุด Wu Nuo ก็เลยอุ้มแมวไปมาด้วยตลอด น่าสงสารที่ Da Wu เครียดมากว่าพอแปลงร่างจะเป็นอย่างไร เมื่อไหร่จะแปลงร่างอีก แต่แมวสนใจแค่อยู่กับ Wu Nuo และกินอาหารอร่อย ไม่ยอมแปลงร่างเสียที

กับเพราะระบบให้แลกเปลี่ยนได้ จะเอาของไปแลก พอกลางคืนก็บอกแมวว่าจะไปวิหารเทพนะ เอาของไปบูชา แมวก็เชื่อ ซึ่งสิ่งที่ Wu Nuo แลกมาก็คือกางเกงในสองตัว เพราะใส่หนังสัตว์ได้ แต่ทนไม่ใส่ชั้นในไม่ได้ แต่แมว Bai ที่เบื่อไม่มีอะไรทำ นอนจ้องหน้า Wu Nuo เห็นของปรากฎในอากาศก็คิดว่าเอาไว้สวมหัว เอามาเล่นแล้วก็ข่วนเป็นรอยขาดยาว พอ Wu Nuo ออกมาจากระบบ ก็เห็นแมวทำท่าสลดทำท่าสำนึกผิดแล้วสารภาพบาปว่าทำของของ Wu Nuo พัง ถึงตัวเองจะไม่พอใจ แต่พอเห็นแมวสลดไปเลยยกโทษให้ แล้วพอบอกแมทว่าเป็นกางเกงในนะ แมวก็อยากได้บ้าง ซึ่งพอบอก Bai ว่าใส่ไม่ได้ ถ้าไม่อยู่ในร่างคน และจะให้ถ้าอยู่ในร่างคน Bai ก็กลายเป็นคนทันที ... สงสาร Da Wu มากที่ความอยากได้ของทำให้ Bai แปลงร่างกลับไปมาได้ง่ายดาย 

ด้วยความที่กลัวจะไม่มีกิน Wu Nuo ก็คิดจะปลูกมันขาวที่เหมือนมันฝรั่งผสมกับมันหวานจากโลกปัจจุบัน และก็กลายเป็นว่าระหว่างที่ไปแลกมันจากคนในเผ่า Da Wu ก็จับตามองอยู่ เพราะเคยเห็นเผ่าใหญ่ปลูกผักมาก่อน แต่ว่ากลับมาลองที่เผ่าตัวเอง
ไม่เคยสำเร็จ และก็กลายเป็นระบบสั่งให้ Wu Nuo ไปเป็นลูกศิษย์ Da Wu ด้วย และ Da Wu ก็ยอมโดยที่มีข้อแม้ว่าจะต้องสอนคนในเผ่าปลูกมันขาว ... ซึ่งตอนนี้ระบบก็สั่งงานใหม่หลังจากสั่งให้หาวิธีปลูกมันให้สำเร็จ เพิ่มเป็นช่วยเผ่าให้รอดพ้นฤดูหนาวอีกอย่าง

พอกำลังเครียดกับงานที่ต้องทำ แมวที่รู้เรื่องก็บอกว่าไม่ยาก ให้บอก Da Wu จัดประชุมเผ่าและให้ทุกคนมาช่วยกันปลูกสิ และช่วงประชุมเผ่า Da Wu ก็ประกาศว่าตัว Wu Nuo เป็นผู้สืบทอดของตัวเอง และก็เป็นเรื่องบังเอิญที่แซ่ Wu ของ Wu Nuo
พ้องกับคำนำหน้า Wu ที่เป็นธรรมเนียมเรียกนำหน้าชื่อของเหล่าพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่และผู้สืบทอดในโลกนี้ด้วย น่าเชื่อถือขึ้นมาอีก แถมแมว Bai ก็ยังแปลงเป็นคนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ Wu Nuo อีก ทั้งสีหน้าเย็นชากดดัน ทั้งรังสีแข็งแกร่งก็ยิ่งทำให้ทุกคนไว้ใจวิธีปลูกมันขาวของ Wu Nuo โดยพอตอบคำถามและข้อสงสัยทุกคนก็ถึงเวลาระหว่างแบ่งงานที่ให้ไปหามันเพื่อทำพันธุ์ให้ได้มากที่สุด ทีมล่าไปจับสัตว์แลกมัน ทีมเก็บไปขุดมัน คนที่เหลือในเผ่า ถ้าแข็งแรงไปถางดินทำไร่ หรือไม่ก็เตรียมปุ๋ยและจัดการเพาะหัวมัน มีหน้าที่แบ่งกันชัดเจน ... ก่อนจบประชุมก็มีอุ้งเท้ายกมาถามคำถามเหมือนกัน เพราะว่า Wei ลูกสิงโตของหัวหน้าเผ่าที่ถือว่าตัวเองเป็นเพื่อนเล่นของ Wu Nuo และเหล่าเพื่อนในกลุ่มก็อยากมีส่วนร่วมเช่นกัน

สรุปว่าภารกิจใหญ่ยักษ์กำลังจะเสร็จ ก็เจองานต่อมา โดยระบบให้พิมพ์เขียวแปลนเตาเผามาแล้วออกคำสั่งให้เผาอิฐสร้างบ้านให้คนในเผ่าอีก วุ่นวายและใจร้ายจริงๆ และเพราะคิดว่าจะต้องเอาของไปขายในงานชุมนุมแลกเปลี่ยนของระหว่างเผ่าก็เลยคิดว่าจะทำเครื่องประดับที่เผ่ามาได้ไปขายด้วย ... และก็ระดับพ่อค้ามาเอง ก็สร้างเรื่องให้ของที่ขายไปด้วย กลายเป็นจี้ศักดิ์สิทธิ์ที่ใครๆ ก็อยากได้ ถึงขั้นเปิดประมูลได้ราคาสูงจนไม่อยากจะบอกเลยว่ามันทำมาจากดิน

และนี่ก็เลยทำให้เผ่าได้ทาสกลับมาไปเยอะมาก ซึ่งพอเลี้ยงทาสด้วยปลา ที่ให้ไปจับมาเอง และจับอาบน้ำ เหล่าทาสก็คิดไปถึงขั้นว่าจะถูกจับกินตอนหน้าหนาว และหมอผีเผ่าอื่นก็คิดว่าเผ่า Changhe เสื่อมต่ำลงถึงขั้นที่กินมนุษย์ด้วยกันแล้ว ... และก็ทำให้ตัว Wu Nuo ได้ของที่น่าสนใจอย่างถ่านหิน แร่เหล็กมาจากคนเผ่าอื่นเหมือนกัน

และการสร้างความเจริญให้เผ่าจนกลายเป็นเผ่าใหญ่แบบ Super Tribe ก็กลายเป็นจริง 
.
.
.
จริงๆ ชอบเรื่องนี้มากอยู่อย่าง เพราะว่าพ่อแม่ Bai ตายระหว่างสู้กับเผ่าอื่นตอนที่ Bai ยังเด็ก ตามปกติแล้ว  บ้านและทรัพย์สินใดๆ ก็จะตกเป็นของคนในเผ่าที่พร้อม Bai ไปเลี้ยง แต่ด้วยความที่ตอนเด็กๆ Bai อ่อนแอมาก ก็ไม่มีใครอยากรับไปดูแล มีแต่ Da Wu ที่คอยป้อนยาดูแล พอ Bai ดีขึ้น และโตขึ้นหน่อยก็ไม่ยอมไปอยู่กับใคร สุดท้ายในเผ่า (หัวหน้าเผ่าและ Da Wu เป็นหลัก) เลยลงความเห็นให้บ้านและของอื่นๆ เป็นของ Bai เองต่อไป และเพราะอย่างนั้น Bai ก็เลยยิ่งทรนงไม่ยอมให้ใครมาเลี้ยงดูตัวเอง ระวังตัวมาก หาอาหารเลี้ยงตัวเองคนเดียว แม้ว่าจะต้องอดอยากหิวโซ หรือกินผลไม้มีพิษเข้าไปเพราะความไม่รู้ก็บ่อย ขนาดเคยคิดว่าไม่เคยต้องการพ่อแม่ที่แข็งแกร่ง ถ้าอ่อนแอแต่ว่ายังอยู่กับตัวเองได้ก็ยังจะดีกว่า อิจฉาลูกสัตว์ที่อ้อนพ่อแม่ได้มาตลอด พอเจอ Wu Nuo สิ่งแรกที่คิดก็คือคิดว่าถ้าตัว Wu Nuo อยู่ในป่า เพราะไม่มีใครต้องการ ตัวเองก็จะรับ Wu Nuo มาดูแล และอยู่กับสองคน พออยู่กับ Wu Nuo แมว Bai ก็พร้อมจะอ้อน งอแง และเอาแต่ใจอย่างที่ไม่เคยทำกับคนอื่นด้วย เพราะว่า Wu Nuo เท่านั้นที่เป็นของตัวเองคนเดียว และพอแมวถูกเลี้ยงมาด้วยอาหารของ Wu Nuo กลายเป็นแมวลิ้นเรื่องมากไปอีก

กับอีกอย่างหนึ่ง เหตุผลที่แมวอยากสร้างเผ่าให้กลายเป็นเผ่ามหาอำนาจใหญ่ยักษ์ก็เพราะ Wu Nuo บอกว่าเผ่าของตัว (ประเทศจีน) เป็นเผ่าใหญ่และมีคนหลักพันล้าน แมวที่ฟังก็คิดว่าถ้า Wu Nuo กลับไปเผ่าตัวเองไม่ได้แล้ว ก็จะสร้างเผ่าให้ใหญ่เหมือนเผ่าเดิมของ Wu Nuo ให้

ส่วนตัว Wu Nuo ก็ไม่ต่างกัน ด้วยความที่ไม่มีใครมาตั้งแต่เด็ก พอแม่ตาย ตายายตายแล้วพ่อไม่สนใจ ก็ต้องออกมาใช้ชีวิตอยู่คนเดียวในเมืองใหญ่ ดูแลตัวเอง มีแค่ตัวเอง พอมาเจอ Bai ตั้งแต่วันแรกที่เจอ Bai และ Bai ช่วยไว้ก็เหมือนเติมเต็มกันและกันเหมือนกัน Bai เป็นทุกอย่าง ทั้งคู่ชีวิต ทั้งคนในครอบครัว ทั้งคนรัก ทั้งเพื่อน และก็พร้อมจะเสียสละ และหาสิ่งที่สุดให้ Bai เหมือนกัน ความโอ๋แมวตัวเองของ Wu Nuo ชัดมากที่มีอยู่วันหนึ่ง หัวหน้าเผ่า Da Wu และ Shi Hu มากินข้างด้วยที่บ้าน ถึงอาหารจะเสร็จ แต่ Bai ยังไม่กลับ ทุกคนก็ต้องรอ พอแมวมาแล้ว Wu Nuo ก็บอกให้ทุกคนยกอาหารออกไป กับช่วยกันจัดสำรับ แต่ว่าเหมียว Bai มีหน้าที่แค่ไปล้างมือ แล้วมานั่งลงกินข้าว ตอนที่แปลงร่างได้ใหม่ๆ แล้วกินอาหารเยอะกว่าปกติ จนกินปลาแห้งและเนื้อเค็มที่ Wu Nuo ทำไว้หมด และพออีกคนมาเปิดโหลดูแล้วผิดหวัง แมวก็แอบย่องสลดและสำนึกผิดอยู่ในเงามืดจน Wu Nao ก็ต้องไปปลอบแมวกลับมาด้วย

ด้วยความที่ Bai เป็นทุกอย่าง มีอะไร Wu Nuo ก็ให้แมวได้หมด โดยเฉพาะตอนที่กัดฟันแลกแต้มเพื่อเอาของเอาเคล็ดวิชาให้แมว พอคิดว่ากำลังปวดใจและแพงมาก แต่เห็นแมวทำท่าตื่นเต้นดีใจทุกครั้งก็รู้สึกว่าคุ้มค่าและสมราคา และแมวที่ได้ของและวิชาไปก็ไม่ต่างกัน พอกำลังนอนง่วงๆ กำลังจะหลับ หรือหลับอยู่ และ Wu Nuo บอกว่าได้โน่นมานะ ได้นี่มานะ แมวก็จะรีบลุกขึ้นมาดูของอย่างดีใจ ถึงขั้นที่ว่าถ้าเป็นร่างแมวอยู่ก็จะกลับมาเป็นร่างคนทันที 

แต่เอาจริง แมวเป็นสัตว์เหวี่ยงเอาแต่ใจมาก ชนิดที่เพื่อนสนิทอย่าง Shi Hu บอกว่าเป็น insidious and cunning cub ตลอดเวลา ตอนอยู่ในร่างแมวก็หยิ่งๆ เชิดๆ กับทุกคนรอบตัว และตอนเป็นคนก็ยิ่งร้ายกว่าเดิม เพราะสีหน้าเย็นชาไม่สนใจโลกประกอบกับออร่าบีสต์ระดับสูงก็สยบทุกคนได้แล้ว อย่างตอนที่เดินทางไปกับ Wu Nao สองคน ทั้งที่มาจากเผ่าขนาดกลาง (เทียบกับเผ่าใหญ่/เผ่าหลักไม่ได้) ตอนไปถึงเผ่าใหญ่อย่าง Dahu เหมียวก็อาศัยอาการเชิดหน้าบลัฟว่าตัวเองเป็นเผ่าใหญ่อีก ... ก่อนหน้านั้น Wu Nao ได้รางวัลเป็นรองเท้าคุณภาพดีจากระบบ สีดำสวยงามเดินด้ายทอง แมวเห็นก็อยากได้บ้างอย่างมาก ถึงขั้นที่ทำเสียงซื่อจริงใจใส่ Wu Nao ว่าถ้าเป็นไปได้ จะขอรองเท้าแบบนี้จากพระเจ้ามาใส่บ้างได้ไหม Wu Nao ที่ตามใจแมว และไม่อยากให้แมวผิดหวังก็กัดฟันไปแลกรองเท้าจากระบบมาให้แมว ที่รีบกลายร่างเป็นคนแล้วใส่อย่างดีใจ และตื่นเต้น ซึ่งเมื่อดูชุดและรองเท้า ทุกคนก็คิดไปเองแล้วว่า Wu Nuo กับ Bai มาจาก Super Tribe คนต้อนรับพาเข้าบ้านที่ดีที่สุด ซึ่งแมวก็ไม่ได้ดูตื่นเต้นดีใจ (บ้านดินชื้นดีสู้บ้านอิฐตัวเองไม่ได้) พาถึงเวลาทำอาหาร Wu Nao ก็ทำอาหารอร่อยมาก จนหัวหน้าฝ่ายต้อนรับคนเดิมได้กลิ่นอาหารแล้วตามมา และพอนั่งลงกินด้วย ทั้งการใช้ตะเกียบไม่ใช่มือ และอาหารอร่อยที่ไม่เคยได้กินก็ยิ่งส่งผลให้เชื่อขึ้นไปอีก 

ไม่นับวีรกรรมแมวอื่นๆ ที่พอเดินเข้าไปในพื้นที่เผ่าแล้วทำท่าขยะแขยงกับถนนสกปรกของเผ่า (ผิดกับที่ Changhe ที่ทุกคนห้ามขับถ่ายหรือทิ้งขยะตามถนน และมีคนทำความสะอาดดูแลตลอดเวลา) หรือเหรียญที่ใช้ค้าขายแลกเปลี่ยนที่พอเอามาให้คนในเผ่า Dahu ดูแล้วทำท่าใจกว้างบอกว่าเก็บไว้เผื่อเอาไปใช้ที่เผ่า Changhe ตอนที่เดินทางไปหาได้ และตัวอักษรที่มีเป็นหมื่นๆ ตัว ก็กำราบเผ่าอื่นได้แล้ว 

แต่ Bai ก็มีวิกฤตกดดันในแบบตัวเองเหมือนกัน เพราะว่า Wu Nao หน้าตาดี ดูใจเย็น แถมยังทำอาหารอร่อย ไปไหนเด็กๆ ลูกสัตว์ก็วิ่งเข้ามาหา และ Wu Nao ที่แพ้พวกขนฟูก็อดไม่ได้ที่จะลูบตัวเด็กๆ อย่างตอนที่อยู่ในเผ่า Dahu และมีเด็กที่ตกใจจนกลายร่างเป็นกระต่ายวิ่งเข้ามา ตัว Bai ก็กรีดร้องในใจว่าจบกัน! เพราะนาทีต่อมาก็เห็น Wu Nao อุ้มลูกกระต่ายไว้แล้ว แถมยังเอาพายไส้เนื้ออาหารว่างสุดโปรดของแมวออกมาเลี้ยงเด็กอีก 

ความบลัฟเข้าคู่กันได้ของพ่อค้าเร่และแมวหน้าหยิ่งยังมีอีกก่อนหน้านั้น ตอนที่จะเดินทางไปงานแลกของกับเผ่าอื่นครั้งแรก สองคนบังเอิญไปเจอเหมืองเกลือเข้าพอดี และด้วยความที่เกลือมีสีชมพูเข้ม Wu Nuo ก็แต่งเรื่องเพิ่มมูลค่าให้เกลือตัวเองอีก บอกว่านี่คือเกลือที่ได้มาจากเทพเจ้าบีสต์ที่สละเลือดตัวเองมาให้ ทุกคนในเผ่าที่ได้ฟังก็เชื่อมาก และฮึกเหิมมากว่าพวกตัวเองเป็นเผ่าที่ถูกเลือก และเผ่าอื่นที่ได้ฟังเรื่องก็เชื่อด้วยเหมือนกันว่า Changhe เป็นเผ่าที่พระเจ้าเลือก .. เกลือขายได้ราคา และมีแบรนด์ การตลาดเก่งกันจริงๆ  ไม่นับว่าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ Wu Nuo ในฐานะผู้สืบทอดของ Da Wu ตัว Wu Nuo ก็เลือกวันที่ทำพิธีกรรมของเผ่า และเอาของที่มาบูชาเทพเจ้าบีสต์แลกกับของจากระบบ ของที่หายไปและของใหม่ที่ออกมาก็ทำให้ทุกคนเชื่อแล้วว่าตัว Wu Nuo แข็งแกร่ง

แต่จริงๆ สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตสองคนก็คือ Da Wu ด้วยเหมือนกัน เป็นญาติผู้ใหญ่ให้กับทั้ง Bai และ Wu Nuo จริงๆ เพราะเอาจริง ตอนที่ Bai ยังเด็กและไม่สบายก็ได้ Da Wu ป้อนยามาตลอดด้วย (จนทำให้กลายเป็นแมวยักษ์ที่ดูแกร่งและเก่งกล้ามาก แต่มีจุดอ่อนคือแพ้ยาต้ม Da Wu ได้กลิ่นทีไรก็อยากจะสิ่งหนีไปให้ไกลทุกที ไหนจะกลัว Da Wu อีก) และสำหรับ Wu Nuo ก็เหมือนมีผู้ใหญ่ที่คอยดูแล ให้คำปรึกษา ถึงขั้นให้ท้าย ... น่ารักที่มีอะไรก็แบ่งส่วนอาหารที่ทำไปให้ Da Wu ก่อน โดยเฉพาะ Da Wu ฟันไม่ดี และไม่อยากอาหารก็ได้ Wu Nao ต้มน้ำแกงปลาไปให้ หรือพอมีข้าวก็เอามาต้มเป็นข้าวต้มให้ด้วย และหลังจากมีแต้มจากระบบมากพอและระดับการค้าสูงพอก็แลกเคล็ดวิชามาให้ Da Wu ด้วย ถึงขึ้นที่จากตอนแรกที่ Da Wu เริ่มแก่ตัว แต่ไม่ยอมตายเพราะเป็นห่วงเผ่ากลายเป็นแข็งแรงและอ่อนวัยลงเรื่อยๆ ... ถึงขั้นที่ตอนทำพิธีในเผ่าตอนเผ่ากลายเป็นเผ่าใหญ่ ตัว Da Wu เต้นทำพิธีจน Wu Nao คิดว่าดูเด็กกว่าตัวเองอีก 

กับอีกอย่างที่รู้สึกน่ารักมากๆ ก็คือเรื่องการให้ทาสกลายเป็นสมาชิกในเผ่าสมบูรณ์ เพราะตัว Wu Nuo มาจากสังคมปัจจุบันที่คนเสมอภาค และไม่เห็นด้วยกับการที่ทาสจะทำงานหนัก แล้วนายอยู่สบาย ก็เลยออกระบบให้ทาสที่มีความสามารถและขยันขันแข็งสามารถเลื่อนสถานะเป็นสมาชิกเผ่าและลบรอบทาสที่หน้าได้ โดยมี Da Wu ที่เชื่อ Wu Nuo และเชื่อในการพัฒนาคนที่จะนำไปสู่การพัฒนาเผ่าสนับสนุนเต็มที่ และทาสกลุ่มแรกที่ได้สถานะสมาชิกเผ่าก็รวมถึง Lu ด้วย .. ซึ่งตอนหลัง ก็ถึงขั้นที่ Wu Nao ดึงมาเป็นผู้จัดการร้านของของชำของตัวเองแล้ว

กลับมีทาสอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นทาสสงคราม 50 คนจากเผ่า Dahu ตัว Wu Nuo กับ Bai ไปซื้อตัวทาสสงครามเหล่านี้ และทั้งเผ่า Dahu เองก็เข้าใจว่าสองคนมาจากเผ่า Super Tribe (อาศัยการบลัฟเนียนๆ ที่ไม่บอกอะไร ไม่ปฎิเสธ แต่ให้คิดไปเอง) และเพราะสองคนจะเดินทางต่อ ก็เลยเอาไม้มาขุดเป็นเรือให้ทาส 50 นี้กลับไปที่เผ่าก่อนเองให้ได้ .... และเรื่องทาส 50 คนนี้ก็เป็นช่วงที่ลุ้นมากๆ เหมือนกัน เพราะว่าการพายเรือทวนน้ำไปตามเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยมาก่อนในช่วงก่อนหน้าหนาวกำลังจะมาถึง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าทาสจะมีว่ายน้ำและต่อสู้ในน้ำแต่ก็ไม่เคยมีใครรู้จักเรือมาก่อน เป็นเรื่องยากและท้าทายที่ต้องอาศัยกำลังใจจริงๆ และเหล่าทาสก็กัดฟันสู้กับทั้งสัตว์ป่า ทั้งเผ่ากินคน ทั้งเส้นทางเดินเรือจนไปถึงเผ่า Changhe ได้จริงๆ ... ถึงแม้จะส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะ Wu Nao ห่วงเหล่าทาสจนทำทุกอย่างที่ทำได้ ทั้งทำพิธีกรรมอวยพรก่อนเดินทาง (ที่อย่าว่าแต่เป็นผู้รับคำอวยพรเลย เหล่าทาสไม่เคยแม้จะเป็นส่วนหนึ่งหรือได้เห็นพิธีกรรมมาก่อน เป็นตลกร้ายที่บอกว่าสถานะทาสจะอยู่ในพิธีกรรมได้ก็ต่อเมื่อเป็นเครื่องสังเวย/บูชายัญเท่านั้น) ทั้งเตรียมเสื้อผ้า อาหาร ยา รวมไปถึงยาพิษและยาชาด้วยซ้ำ แต่กำลังใจของพวกทาสยิ่งใหญ่จริงๆ ตอนที่จะไปถึงหน้าหนาวมาแล้ว ถึงขึ้นที่พยายามพายเรือทวนน้ำท่ามกลางหิมะตก จนไปถึงวันที่น้ำเป็นน้ำแข็งจนต้องทิ้งเรือและเดินเท้าด้วย .. และก็น่าสงสารมากว่า เหล่าทาสคิดว่า Changhe เป็น Super Tribe คนจะรู้จักและหาเผ่าเจอได้ง่าย แต่ตอนที่ถามไประหว่างทางก็ไม่เจอใครเลย จนคิดว่าตัวเองมาผิด หรือไม่ก็ยังไปไม่ถึง ตอนที่หน่วยหน้าเดินไปจนเจอกำแพงน้ำแข็งเผ่าก็ถูกน้ำแข็งกัดในชุดที่ไม่เหมาะกับสภาพกลางหิมะเลย

ถึงจะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง แต่หัวหน้าทาสที่พกจดหมายจาก Wu Nao ก็ทำให้คนในเผ่ารู้ว่าเหล่าทาส 50 คนเป็นคนของ Wu Nao และจะต้องต้อนรับให้ดี พอไปพาทาสที่รออยู่ที่เรือที่เหลือมา ทั้ง 50 คนก็รู้แล้วว่าพวกตัวถูกหลอกมา และ Changhe ไม่ใช่ Super Tribe แต่อย่างใด แต่ว่าถ้าอยู่ในเผ่าที่ไม่ใช่ Super Tribe แต่ได้เป็นพลเมืองเผ่าจากสถานะทาสเดิมก็ถือว่าดีมากแล้ว ไม่นับว่าพวกตัวจะได้หอนอนสะอาดสะอ้านที่มีฟูกให้ และมีเสื้อผ้าให้เปลี่ยน กับอาหารที่มีเนื้อสัตว์อย่างที่ไม่เคยได้กิน .... และในที่ประชุมเผ่า เหล่าทาสทั้งหมดก็กลายเป็นพลเมืองของเผ่าจริงๆ และเมื่อได้รับ “เงิน” ที่อยู่ในรูปเหรียญดินเผาตามสถานะหัวหน้าทีม รองหัวหน้าทีม และลูกทีม ถึงจะไม่รู้ว่ามีค่าอย่างไร แต่เมื่อคนรอบตัวดูตื่นเต้นแกมอิจฉาก็คิดว่าเป็นสิ่งที่มีราคาแน่นอน (และก็รู้ค่าเงินมหาศาลที่ตัวเองได้รับในเวลาต่อมา) และที่น่ารักก็คือ เมื่อหมดฤดูหนาว ทั้ง 50 คนก็เป็นสมาชิกหลักทีมเรือที่จะไปแลกเปลี่ยนค้าขายกับเผ่าอื่น และก็ช่วยใช้ประสบการณ์เดินเรือของพวกตัวมาแก้ไขเรือลำต่อๆ ไปของเผ่าด้วย ... และที่สำคัญ เมื่อเดินทางไปค้ากับเผ่าตัวเองก็เอาเงินที่ได้เป็นรางวัลซื้อครอบครัวตัวเองมาอยู่ด้วยที่เผ่า Changhe ใครที่ไม่มีครอบครัวก็เอาเงินช่วยเพื่อนในทีมไปแทน และจากสถานะทาสก็กลายเป็นนักรบที่มีเกียรติและน่าภูมิใจไปแล้ว

มีเรื่องขำที่กลายเป็นว่าตัว Wu Nuo กับ Bai อยากให้สมาชิกในทีมเรือเป็นบีสต์ด้วย เพราะความสามารถต่อสู้จะดีกว่าคนที่แปลงร่างไม่ได้ แต่กลายเป็นบีสต์ทุกตัวมีอาการเมาเรือหมด จนคนที่เข้าทีมได้ก็เหมือนทาสสงครามเดิมคือเป็นแค่คนอย่างเดียว ... ขนาดลูกชายคนโตหัวหน้าเผ่าที่กระเหี้ยนกระหือรือว่าจะเป็นคนนำทีมไปเจรจาค้าขายยังเมาเรือจนต้องสละให้น้องชายตัวเองที่เป็นคนไปแทน

กับอีกอย่างที่ทัศนคติดีมากก็คือหัวหน้าเผ่า หลายเรื่องจะเจอว่าเป็นพวกหวงอำนาจ ไม่ยอมสละตำแหน่งให้ใคร แต่ว่าเรื่องนี้หัวหน้าเผ่าลงจากอำนาจให้ Bai ขึ้นมาเร็วมาก และถึงแม้จะมีส่วนช่วยงานเผ่า แต่ตอนที่ต้องกลับมาดูแลเผ่าช่วงที่ Bai เดินทางออกไปกับ Wu Nuo ก็นั่งรอให้สองคนกลับมาไวๆ จะได้ไม่ต้องรับภาระหนักเหมือนเดิม ... อย่าง Da Wu
 ก็เป็นที่คิดว่าถ้าให้ Wu Nuo คอยจัดการงานในเผ่า ตัวเองก็จะได้มีเวลาพักบ้าง ไม่มีใครหวงอำนาจ (ภาระ) เลยแม้แต่คนเดียว

ชอบการแบ่งเวลาที่เขียนดีมาก เพราะหลายเรื่องจะเล่าเรื่องเริ่มสร้างเผ่านาน แล้วพอเผ่าเจริญแล้วก็จะมีช่วงที่เร่งๆ ชนิด 1-2 บทก่อนจบ แต่เรื่องนี้ปูมาก่อนนานมาก เพราะอยากให้เห็นว่าหลังจากนั้น ช่วงที่เริ่มยิ่งใหญ่ เผ่า Changhe กลายเป็น super tribe และกลายเป็นเมืองได้อย่างไร เลยชอบที่ได้อ่านด้วยความเร็วปกติ แทนที่จะต้องเร่งจบด้วย กับชอบเชิงการเมืองตอนสู้กับเผ่าอื่นมากเหมือนกัน ทุกอย่างงัดมาใช้หมดจริงๆ และแมว (พร้อมด้วยทีมงานอันประกอบด้วยคนเลี้ยงแมวอย่าง Wu Nuo และ Da Wu และสมาชิกอื่นๆ) ก็ร้ายใช้สมองน่ากลัวมาก ความเป็นเสือมีปีกของแมวสยบได้ทุกอย่างทุกคนจริงๆ 
 
อยากจะสรุปเรื่องว่า "การพึ่งพากันและกันระหว่างเหมียวยักษ์เอาแต่ใจ กับพ่อค้าเร่ (?) หมอผีประจำเผ่าที่เหมือนญาติผู้ใหญ่ และลูกชายไดโนเสาร์ ที่มีความเข้าใจผิดตีความไปเอง และระบบหน้าเลือดเป็นองค์ประกอบ" มาก ก็อย่างที่รู้กันว่าให้ A++  นั่นเอง เสียดายคนเขียนหายไปแล้ว ไม่งั้นก็พร้อมจะตามไปทุกเรื่องเหมือนกันนะคะ 



ปล.
1.
ชอบความแข็งแกร่งของแมวมาก อย่างเวลาสัตว์อพยพจะไม่มีใครกล้าสู้กับไดโนเสาร์ตัวใหญ่ ถ้าจะสู้ก็ต้องมีทีมล่าสัตว์ขนาดใหญ่ และก็ไม่รับประกันว่าจะไม่ถูกฆ่าตาย แต่แมวตะปบที ไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ก็ขาดใจตายได้แล้ว ซึ่งก็เป็นประโยชน์มากทั้งในแง่ที่กำจัดภัยคุกคามได้ และแง่หาอาหารให้เผ่าได้อย่างรวดเร็ว แต่ว่าในแง่หนึ่ง แมวก็ใช้พลังงานเปลืองมากเช่นกัน ช่วงที่แมวแปลงร่างใหม่ๆ และต้องใช้พลังเต็มที่เพราะยังเก็บพลังไม่เป็น แป๊บๆ ก็ต้องลงมาล่าอะไรกินแล้ว และกินถึงขั้นที่กินวัวกินกวางไปเกือบสิบตัว และจับตัวสุดท้ายไปกินกับ Wu Nuo โดยให้อีกฝ่ายทำอาหารอร่อยๆ ให้เพื่อปิดมื้ออาหารก็บ่อย

ตอนที่ขึ้นเป็นหัวหน้าเผ่า แมวต้องรักษาภาพพจน์ก็เลยอยู่ในร่างลูกแมวอีกไม่ได้ หน้านิ่งอยู่กับคนในเผ่า แต่จริงๆ ในใจกำลังสลดว่าเป็นแมวไปอ้อน Wu Nuo ไม่ได้


2.
ระบบเรื่องนี้เลวร้ายไม่เป็นมิตรมาก เวลาเปิดระดับ เปิดฟังค์ชั่นทั้งหลายก็จะคิดค่าเปิดมหาศาลโดยที่ไม่มีการเตือนกันล่วงหน้าด้วย แต้มที่มีอยู่น้อยนิดก็หายไปเพราะการเปิดเนี่ยแหละ เปิดได้ แต่ทำอะไรไม่ได้ ต้องเริ่มเก็บสะสมแต้มอย่างเลือดตากระเด็นไปใหม่อีกรอบ แถมถ้าจะมีการกู้ยืมแต้มอะไรใดๆ จากระบบ ดอกเบี้ยก็แพงมาก โหดมากอีก แถมยังเป็นรายวัน ทุกอย่างเก็บเงิน ทุกอย่างเป็นเงิน จะแลกของออกจากค่าของแล้วก็ยังมีค่าแลกตามราคาของอีก แล้วก็ถ้าจะถามอะไร ก็จะตอบมาอย่างเย็นชา ว่าระดับไม่พอด้วย 


3.
ตอนแรกที่ระบบบอกว่าให้เลี้ยงดูไข่ไดโนเสาร์ที่ได้มาจนโตเป็นเวลา 15 ปี คิดว่าเป็นสัตว์เลี้ยง แต่กลายเป็นลูกชายไดโนเสาร์ไปแล้ว น่ารักที่ Kara ชอบกินแยมผลไม้มาก และก็จะขโมยแยมในครัวตลอด จะทำอะไรก็ขอรางวัลตอบแทนเป็นแยมหนึ่งช้อนพูนๆ โตๆ จน Wu Nuo กับ Bai ก็ไม่เข้าใจว่าความบ้าหมกมุ่นกับแยมมาจากไหน แล้วด้วยความที่เป็นสายพันธุ์โตช้า พอเข้าเรียน เรียนจบก็ยังไม่โตสักที อยู่ในร่างเด็กต่อไป ขณะที่เพื่อนโตหมด และออกไปทำงานทั้งในเผ่านอกเผ่าแล้ว พอสลดอยู่ในบ้านว่าไม่มีอะไรทำ ก็เลยถูก Wu Nuo กับ Bai ลากมาเป็นเลขาช่วยทำงาน แต่เพราะอยู่กับพ่อทั้งสองคนไม่ต้องเสียเงินค่าบ้านค่าอาหาร พอเก็บเงินได้มากพอ ก็ไปหาโรงงานจ้างคนมากะทำแยมกินเองให้หนำใจ แต่ว่าสุดท้ายทำมาเยอะมากไป กินเท่าไหร่ก็กินไม่หมด เลยฝากพ่อไปขายในร้านค้า กลายเป็นว่าเพราะ Kara เรื่องมาก กะทำแยมผลไม้กินเอง ต้องของดี รสชาติอร่อย สุดท้ายก็กลายเป็นของฮิตที่ใครมาก็ต้องซื้อไปกิน

กับมีประเด็นที่จริงๆ แล้ว Kara เป็นไข่ไดโนเสาร์ที่อยู่ในเผ่าอื่นมาก่อน และเพราะเลือดและการมีตัวไดโนเสาร์นี้จะทำให้เกิดความเจริญก้าวหน้าของเผ่า เผ่าพันธุ์ของ Kara ก็ถูกล่าและทุกข์ทรมานจากเผ่าที่รู้เรื่องจนเหลือแค่ไข่ของ Kara ใบเดียว ที่เหลือสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว แต่เพราะมีไดโนเสาร์บินไปลักเอาไข่ Kara มา พอมาอยู่ในเผ่า Kara ในช่วงแรกก็เหมือนสัตว์เลี้ยงรู้ประสาของหัวหน้าเผ่าที่ใครๆ ก็เอ็นดูเพราะฉลาด รู้ความ พอได้ร่างคนมาก็กลายเป็นลูกชายคนเดียวของหัวหน้าเผ่าไป อยู่และเติบโตอย่างสบายใจ และเล่นมีความสุขตลอดเวลาวัยเด็กที่ยาวนานไปแทน


4.
ชอบเรื่องคุณเพื่อน Shi Hu กับ Lu ด้วย .... คู่นี้ก็เหมือนไปด้วยกันเรื่อยๆ ดี เพราะ Shi Hu ช่วย Lu มาจากนายทาสเดิมในเผ่าอื่น และพอ Lu ช่วยเลี้ยงลูกให้ในตอนหลังก็เหมือนอยู่ด้วยกันไปเลย 


5.
อื่นๆ นึกไม่ออกแล้ว นึกออกก็คงเขียนไม่จบ
.
.
นึกออกล่ะ แมวที่ตื่นเต้นได้ดื่มเหล้าน่ารักดี 


________________________________________

ทวิตเตอร์ : @mgk993  #mereadingg

Tuesday, 21 June 2022

全球第一食物供应商 // No. 1 Food Supplier in The World

อ่านเพราะพล็อตวันสิ้นโลกและการปลูกผัก และแรงค์เรื่องเถอะ  ก็ยังสาย infra กันต่อไปไหมคะ


คนเขียน: 达夫子

แนว: วันสิ้นโลก, ปลูกผัก, ระบบ, พลังวิเศษ

ความสัมพันธ์: นักล่า X “คนปลูกผัก”

จำนวนตอน: 138 ตอน (ยังไม่จบ)

ปี: 2022


Mo Yao ผู้ชอบเล่นเกมปลูกผักรู้สึกตัวอีกทีก็ตื่นมาอยู่ในวันสิ้นโลกแล้ว และอยู่ในส่วนห้องพยาบาลของฐาน หลังจากถูก Jiang Yixi ช่วยไว้และพากลับมา ความหิวโหยจากสภาพร่างกายที่ขาดอาหารจนถึงขั้นทุโภชนาการกับการไม่รู้จักโลกที่ต่างไปจากตัวทำให้ Mo Yao รู้สึกสิ้นหวังมาก โดยเฉพาะเมื่อตัวเองไม่มีอะไร ไม่รู้จักใครเลย ไม่เข้าใจอะไรเลย และเป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่มีพลังพิเศษ ยิ่งไปกว่านั้น พอครบ 7 วันที่กักตัว Mo Yao ที่เข้าไปในฐานได้ก็ไม่รู้จะอยู่อย่างไร แต่เพราะเจ้าหน้าที่ที่ทำเอกสารให้ Mo Yao เห็นว่าคนที่ช่วยและพา Mo Yao เข้ามาที่ฐานคือ Jiang Yixi ก็เลยออกปากให้ไปอยู่ที่ตึกพักตึกเดียวกัน


ซึ่งพอมาถึงตึกก็กลายเป็นว่าจะเข้าพักได้ ก็ต้องใช้แต้มเช่ารายเดือน แต่ตัวเองไม่มีแต้มใดๆ เลย ... จนกระทั่งคิดว่าจะขอยืมแต้มฐานจาก Jiang Yixi และจะรออยู่หน้าตึกจนกว่าอีกคนจะกลับมา .... และเมื่อเจอกัน ก็ขอได้เงินยืม 50 แต้มมาจาก Jiang Yixi จริงๆ ซึ่งแม้แต้ม 50 แต้มเป็นเงินก้อนใหญ่สำหรับ Mo Yao แต่ว่าเป็นเศษเงินสำหรับอีกคน เพราะ Jiang Yixi เป็นนักล่าระดับเอสที่มีจำนวนน้อยมากในฐาน และทั้งความสามารถและบุคลิกก็ทำให้เป็นที่ยกย่อง นับถือรวมไปถึงขั้นเกรงใจจากคนในฐานด้วย ถือได้ว่าเป็นนักล่าอันดับหนึ่งด้วยซ้ำ ทุกคนเรียกว่าหัวหน้า Jiang เป็นทั้งชื่อและฉายาไปพร้อมกัน และเพราะเจ้าหน้าที่ดูแลตึกเห็นว่า Mo Yao รู้จัก Jiang Yixi ก็เลยให้ Mo Yao เช่าห้องที่อยู่ติดกับ Jiang Yixi และทั้งสองคนก็กลายเป็นเพื่อนบ้านกัน


ระหว่างนี้ Mo Yao พยายามตั้งหลักปรับตัวเข้ากับชีวิตในหลังวันสิ้นโลก และหารายได้เลี้ยงชีพ 50 แต้มที่ได้มาจ่ายค่าห้องซึ่งแม้จะขนาดเล็กที่สุดก็กินไป 10 แต้ม/เดือนแล้ว ไม่นับว่าต้องซื้อของใช้อย่างฟูก ผ้าปู เครื่องครัว ของใช้จำเป็น และอาหารอีก เงิน 50 แต้มก็หายไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็กลายเป็นไปทำงานเก็บหัวไชเท้ารายวันได้มาวันละ 10 แต้ม .... แต่ว่าขณะเดียวกัน คืนแรกที่ขดตัวนอนหลับบนเตียงที่ยังไร้ฟูก ก็กลายเป็นว่าได้ยินเสียงระบบขึ้นมา และก็เปิดหน้าอินเทอร์เฟซเกมปลูกผักเหมือนที่เคยเล่นได้ โดยที่ค่าสูงสุดจากการที่เคยเป็นอันดับหนึ่งในเกมหายไปแล้ว และทุกอย่างถูกรีเซ็ตใหม่ที่ 0 และ 1 แต่อย่างน้อยก็ได้เมล็ดผักกาดมา ที่เจ้าตัวลงมือปลูกที่ระเบียงในคืนนั้นเลย และก็เลยทำให้ Mo Yao มุมานะที่จะปลูกผักจากระบบ (เกม) ให้ได้ เพื่อที่จะได้กินผักรสชาติอร่อยที่ผิดจากผักที่ทั้งรสชาติและหน้าตาแปลกประหลาดแต่ราคาแพงในฐาน และเพื่อจะได้เร่งไปถึงระดับ 5 แล้วเปิดส่วนหน้าเทรดกับระบบได้


จริงๆ ควรจะเป็นต่างคนต่างอยู่ และไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ให้ Jiang Yixi ช่วย Mo Yao มาแล้วจบกันไป แต่เพราะการเป็นเพื่อนบ้านกัน ชั่วโมงการทำงานที่ออกไปนอกบ้านพร้อมกันก็ทำให้สองคนเจอกัน และ Mo Yao ก็ทัก Jiang Yixi อย่างกระตือรือล้นและสำนึกบุญคุณทุกครั้ง ซึ่งถ้ามีเด็กหน้าตาน่าเอ็นดู เชื่อฟัง และว่าง่ายมาให้ความเคารพตัวเอง ก็ไม่แปลกอะไรที่ Jiang Yixi จะเอ็นดูและใจอ่อนกับ Mo Yao ทุกครั้งที่เจอ โดยเฉพาะเมื่อ Mo Yao มองตัวเองอย่างพึ่งพาและเชื่อใจด้วย และหลังจากนั้น มีคนเข้ามาหาเรื่องและคุกคาม Mo Yao ตัว Jiang Yixi ที่อยู่ห้องติดกันก็เลยยื่นมือมาช่วย และ Mo Yao ที่สำนึกบุญคุณ แต่ไม่รู้จะตอบแทนอย่างไร ก็เลยใช้วิธีเอาผักกาดที่ตัวเองปลูกไปให้ Jiang Yixi และก็ตามมาด้วยการที่ Jiang Yixi ดึงอีกคนเข้าไปปฎิบัติหน้าที่กับทีมตัวเองนอกฐานต่อมา


และด้วยพื้นที่เพาะปลูกที่ใหญ่ชึ้นเรื่อยๆ ก็เลยทำให้ Mo Yao ไปขอเช่าที่ฐานเพื่อปลูกแปลงพืชผักของตัวเอง .... แต่เพราะผลผลิตที่คุณภาพดีกว่าพืชผักที่ปลูกในฐานก็ทำให้มีคนมาเห็น โดยเฉพาะตอนที่ปลูกต้นแอปเปิ้ลแล้วกลิ่นหอมของผลแอปเปิ้ลตอนสุกเรียกคนมาด้วย ทำให้ถึงแม้จะอยากปกปิดความสามารถตัวเองก็ปิดไม่ได้ พอหลังขายแอปเปิ้ลให้คนที่มามุง ก็กลายเป็นทุกคนเชื่อว่า Mo Yao มีพลังในฐานะ planter และทำให้ผักออกมารสชาติอร่อยและคุณภาพดีแล้ว เป็นเรื่องลือถึนักปลูกคนใหม่ที่มีในฐานไป


และเมื่อชื่อเสียงเริ่มกลายเป็นภัย และสถาบันวิจัยเริ่มสนใจในตัว Mo Yao ขึ้นมา Jiang Yixi ก็เลยตัดสินใจให้ Mo Yao คืนห้องพักที่เช่าไป แล้วย้ายไปอยู่กับตัวเองในเขตบ้านเดี่ยวที่มีความเป็นส่วนตัว เพื่อความปลอดภัยของ Mo Yao เอง

.

.

.

เอาจริงมันดูเป็นชีวิตสบาย แต่ไม่สบายเพราะระบบเอาแต่ใจออกคำสั่งที่ต้องทำตามเพื่อแต้มอัพเกรดเป็นระยะๆ อย่างที่กำลังเอื่อยๆ เฉื่อยๆ อยู่ ระบบก็สั่งมาว่าให้รีบปลูกทันหวานที่ได้มาในเวลา 1 ชั่วโมง และ Mo Yao ก็ต้องทำตามอย่างเดียว


ทั้งนี้ คำอธิบายผักของระบบเพี้ยนมาก ออกไปทางพรรณนาอารมณ์ผักผลไม้ทุกครั้ง อย่าง แครอทยักษ์ที่มีเป้าหมายจะเอาชนะใจ (ท้อง) ของมนุษย์ และกลายเป็นผักที่เป็นที่นิยมที่สุดน่ารักดี ข้าวสาลีถูกบรรยายว่าถูกมนุษย์ทอดทิ้ง โดยที่เวลาผ่านไปเนิ่นนานก็ยังมีความหวังและรอคอยที่จะเจอญาติพี่น้องตัวเองอีก อันนี้ก็น่าสงสาร ส่วนมันหวานกลายพันธุ์ เคยเป็นมันหวานน่ารักน่าเอ็นดู แต่เจอคนโรคจิตทำให้กลายพันธุ์ไป ล่าสุดไปได้กระหล่ำจากฐานอื่นมาก็บอกว่าเป็นกระหล่ำที่ความหยิ่งทะนงหายไปเมื่ออยู่ต่อหน้าระบบ กลายเป็นแค่ของคุณภาพด้อย (และพอจ่ายเงินอัพเกรดก็เปลี่ยนชื่อจาก “กระหล่ำคุณภาพต่ำ” เป็น “กระหล่ำแสนอร่อย” ตั้งชื่อกันง่ายไปไหม?)


แต่เอาจริงว่าอ่านโปรยตอนแรกคิดว่าคุณพี่พระเอกจะเป็นพวกเย็นชา แต่อ่านจริง นี่คือใจดีด้วยตั้งแต่เจอแรกๆ เลย เหมือนเจ้าของกับกระต่ายขาวขี้ตื่น/หนูแฮมเวลาเห็นอาหาร ไหนคือ gāo gāo lěng lěng ไม่เห็นจะมีเลยย... แล้วทุกคนที่รู้จัก Jiang Yixi ก็ยังตกใจถึงขั้นช็อค ทำไมเวลาอยู่กับ Mo Yao พูดจาใจดี อดทน อ่อนโยนขนาดนั้น อืม อืม อืม .... ไหนบอกว่าเป็นภูเขาน้ำแข็งพันปีไม่มีวันละลาย นี่มันละลายแล้วชัดๆ ไม่ใช่เหรออ มีอะไรก็ยิ้ม (ไม่ว่ายิ้มออกมาหรือยิ้มในใจ) เอ็นดู ดูแลกันไม่มีตกหล่น ขนาดออกไปปฎิบัติภารกิจและถุงนอนไม่พอ ก็ให้ Mo Yao ใช้ถุงนอนตัวเอง และแทนที่จะให้ยืมถุงนอนไปนอนกับเตนท์พวกเจ้าหน้าที่โลจิกติกส์ก็มาให้มานอนที่เตนท์ตัวเองอีก ออกนอกหน้าขนาดนี้ แต่ว่า Mo Yao ที่แสนจะซื่อก็ไม่เคยคิดอะไรเลย แม้จะมีข่าวลือในหมู่ฮันเตอร์จนถึงขนาดเพื่อนในกลุ่มโลจิกติกส์ตื่นเต้นมาถาม Mo Yao ตัว Mo Yao เองก็ตำหนิและดุเพื่อนไปหลายหนว่าไม่มีอะไรกัน เอามาพูดแบบนี้จะทำให้ชื่อเสียง Jiang Yixi เสียหายนะ ... Jiang Yixi บุคลิกเย็นชาน่าเคารพ จนทำให้ Mo Yao ไม่เคยระแคะระคายอะไรจริงๆ พี่เขาพามาอยู่ด้วยที่บ้านก็ไม่เคยคิด ซื่อเกินไปแล้ววว ใสเกินไปแล้วว กระต่ายน้อยยย!!


แต่ตั้งแต่ต้นจนจบ คุณพี่ Jiang Yixi ก็มองว่าตัว Mo Yao เป็นกระต่ายน้อยใสซื่อจริงๆ ดูไร้เดียงสา ไม่มีพิษภัย และขี้อาย ทำอะไรเด๋อๆ ออกไป แล้วพอรู้สึกตัวว่า Jiang Yixi มองดูอยู่ ก็จะหน้าแดงหูแดงแล้วพยายามทำเป็นหน้านิ่งเสมอ หรือถ้าเจอใครแปลกหน้า สถานการณ์ไม่แน่ใจก็จะแอบอยู่หลังคุณพี่ (หรือคนอื่น) อยู่เสมอ


กับอีกอย่างนึกว่าจะถูกคนในฐานกลั่นแกล้งเย็นชาใส่ แต่ว่าไม่เลย ด้วยความที่น่ารักน่าเอ็นดู ทัศนคติดีไปไหนใครก็รัก ช่วงแรกที่ไม่มีรายได้แล้วไปหางานทำด้วยการดึงไชเท้ารายวัน หัวหน้าก็รักและเอ็นดูเป็นพิเศษ ไปปฎิบัติภารกิจนอกฐานกับทีม คนในทีมก็คอยเอ็นดู นี่คือเหมือนเป็นกระต่ายเลี้ยงของทุกคนแล้วนะ ช่วยกันเลี้ยงมาก เวลามีปัญหาอะไร ทำหน้าตกใจ คนที่เห็นก็พร้อมยื่นมือมาช่วย .... แต่คือว่าทุกคนที่เจอไม่มีใครระดับรากหญ้าเลย Jiang Yixi คนเดียวก็แทบจะเหลือเฟือแล้ว ไม่นับเหล่าหัวหน้าหน่วยทั้งหลายอีก น่ารักมากที่พอถึงเวลาเก็บเกี่ยว หัวหน้าหน่วยโลจิกติกส์สองสามคนก็มาช่วยเก็บอย่างแข็งขัน ใช้พลังตัวเองเก็บเกี่ยวเร็วมากจนเห็นเป็น afterimages ได้ แล้วยิ่งพอชัดว่ามีความสามารถเพาะปลูก ทุกคนก็ยิ่งช่วยกันดูแล เพราะว่าคนที่มีความสามารถปลูกพืชได้แบบนี้มีอยู่น้อยมาก น้อยกว่าพวกนักล่าอีก อย่างตอนที่ออกไปนอกฐานแล้วรถถูกสัตว์ประหลาดโจมตี คนในทีมที่เป็นฝ่ายสนับสนุนกันให้ Mo Yao มาอยู่ตรงกลางเลย ถ้าจะเกิดอะไรอย่างน้อยก็ต้องให้ Mo Yao รอดไปให้ได้


มีประเด็นที่กลัวตอนแรก ก็คือถ้าปลูกผักในแปลงผักที่เช่าไว้จะถูกใครมาขโมยไปไหม แต่กลายเป็นระบบความปลอดภัยดีมาก ในแง่ที่ว่าไม่มีใครบุกรุกเข้ามา และทุกคนก็จะเข้ามาถามอย่างสุภาพว่าเมื่อไหร่จะไปตั้งแผงผักอีก ... กับทุกคนที่เลี้ยงกระต่ายพยายามใช้ความสนิทสนมเพิ่มโควต้าผักตัวเองน่ารักดีที่พยายามหาวิธีการมาหว่านล้อมอย่างหน้าตาย ทุกคนเถียงกันว่าตัวเองสนิทที่สุด ฉะนั้นต้องได้ผักกว่าใครนะ


ปล. น่ารักดีที่ตอนที่ถูกช่วยมาที่ฐานใหม่ๆ Jiang Yixi ส่ง nutrition tube ไปให้ผ่านทางหมอ เพราะสงสารว่าดูทุโภชนาการเหลือเกิน แล้วจากสภาพผอมแกร็นไม่มีอาหารกินก็กลายเป็น raised to be white and tender แล้ว (ถึงแม้ส่วนหนึ่งจะเลี้ยงตัวเอง แต่ส่วนหนึ่งคุณพี่พระเอกเราก็ช่วยเลี้ยงเหมือนกัน .. ถ้าไม่มีพระเอก ถูกจับไปไหนนานแล้ว TT) แต่ขำที่บอกว่าในฐานนี้ไม่มีใครขาวจั๋วะเหมือน Mo Yao อีกแล้ว ชนิดที่ใช้คำว่า doesn’t exist เลย


แต่ไม่ชอบ 2 ประเด็น คือพวกผู้บริหารในฐานคาดหวังและกดดันให้ทำเพื่อฐานไปหน่อย หน่วย logistics ก็มาบอกว่าให้ผลิตผักให้เพิ่มและให้ส่งหน่วยเป็นจำนวนเจาะจง ซึ่งจะมาคาดหวังอะไรกับเด็กอายุ 18-19 ปี โดยที่คนอื่นในฐานก็ยังอยู่เรื่อยๆ ต่อไปเหรอคะ? ไหนจะสถาบันวิจัยที่บอกให้เอาตัวอย่างพืชผักที่เก็บเกี่ยวได้แต่ละครั้งให้ตัวเองไปทำการทดลองอีก ตัวเอกยอมมากไปแล้ว กับอย่างที่สอง เอาจริงไม่ชอบนิสัยตัวเอกหน่อยๆ เพราะไม่ชอบแนวนิสัย ignorant ไม่รู้ไม่สนใจอะไรเลย ถ้าอยู่เรื่อยๆ แบบนี้แล้วไม่มีพระเอกที่ OP มาหนุนหลังนี้ไม่รอดไปนานแล้วนะ พื้นหลังบอกว่าทำงานแล้ว แต่นิสัยไม่ค่อยรับผิดชอบไม่เหมือนผู้ใหญ่อย่างที่สร้างภาพให้เป็นมาก่อนเท่าไหร่เลย


ตอนนี้อ่านไปถึง 80+ แต่ขัดใจเป็นระยะๆ เลยว่าจะไปหาตัวเอกที่นิสัยเข้าทางกันแทนดีกว่า

Wednesday, 25 May 2022

猫猫岛基建指南 // Cat Island Infrastructure Guide

 จากชื่อเรื่องก็ไปไหนไม่รอดแล้วว ฮืออ สร้างเกาะแมวแ ละสร้าง infra ไม่ไหวแล้ววว เป็นคอมโบ้ที่หลอกให้อ่านไม่อ่านไม่ได้มาก! อ่านสักพักแล้ว แต่ว่ามาบันทึกความจำไว้ก่อนด้วย



คนเขียน: 他姜
แนว: เกม, ระบบ, แมว, infrastructure
ความสัมพันธ์: แมว X เงือก
จำนวนตอน: 101ตอน ( 97 ตอนหลัก + 4 ตอนพิเศษ)
ปี: 2019

Yu Ge เป็นเงือกที่ชอบแมวเป็นชีวิตจิตใจ แต่เพราะว่าตัวเองเป็นเงือกอาศัยอยู่ในมหาสมุทร เอาแมวมาเล่น (เลี้ยง) อยู่ในน้ำไม่ได้เลยติดเกมเลี้ยงแมว “มาสร้างเกาะแมวด้วยกันเถอะ หรือ Let's Build Cat Island Together” มาก วันๆ ถ้าไม่ใช่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมหาสมบัติไปว่ายน้ำงมหาของมีค่าที่จมอยู่ในทะเล ก็จะเล่นเกมสร้างเกาะแมวอย่างมีความสุข และติดงอมแงมมาก .... แต่เมื่อเล่นไปจะครบ 10 ปีก็กลายเป็นว่าเกมจะปิดตัว รองหัวหน้าทีมที่เป็นคน (และเป็นคนเริ่มซื้อเกมสร้างเกาะแมวมาให้เล่น) ก็เลยไปตามหาเกมเวอร์ชั่นที่เล่นออฟไลน์ได้คนเดียวมาให้หัวหน้าทีมเล่นต่อ

และก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ตอนนี้หลุดเข้ามาในเกมเลี้ยงแมวของจริงแล้ว พอขึ้นมาอยู่บนเกาะแมว ก็เปลี่ยนหางเป็นขาได้แล้ว แต่ว่ามีค่าน้ำทะเลที่ต้องใช้แปลงหางเป็นขา และถ้าหมดก็ต้องไปแช่น้ำทะเลเพื่อเพิ่มค่าใหม่ และเมื่อคน (เงือก? ปลา?) ขึ้นเกาะมา ก็มีประกาศเตือนเหล่าแมวบนเกาะเหมือนกันว่ามีมนุษย์ขึ้นมาบนเกาะแล้วนะ แล้วก็มีทั้งพวกแมวที่ตื่นเต้นว่ามีมนุษย์มาบนเกาะแล้ว กับพวกแมวหลักยังที่ยังนิ่งรออยู่ท่าทีอยู่ว่ามนุษยที่มาเป็นอย่างไร

จริงๆ แล้วแมวบนเกาะแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ตามแมวหลักที่ผู้เล่นเกมจะทำสัญญากับแมวได้ พอเรียกว่า lead cat ช่างเหมือนกับเกมจีบหนุ่มมาก แต่ว่านี่คือเกมจีบแมวนั่นเอง เพราะการเลือกเลี้ยงแมวมีผลต่อการเล่นเกมและการวางแผนในเกมต่อไป .. แบ่งเป็นกลุ่มแมวขนเงินที่มีจำนวนสมาชิกน้อย แต่ว่าทุกตัวร่ำรวยเพราะหาสมบัติบนเกาะเก่ง กลุ่มแมวจับปลาที่อาศัยอยู่แถบชายหาดและจับปลาเก่ง กับกลุ่มแมวสามสีที่มีพื้นที่เยอะที่สุด และจำนวนแมวในปกครองเยอะที่สุด แต่ว่ายากจนที่สุด

จริงๆ แล้วระบบอยากให้ Yu Ge ทำสัญญากับแมวขนเงิน เพราะว่าถ้ามีเงิน เงินของแมวก็จะเป็นของผู้เล่น และทำให้มีเงินตั้งตัวและเล่นเกมได้ง่ายและเร็ว แต่ว่าเจ้าตัวไม่สนใจคำแนะนำของระบบเลย เพราะแมวหลักในใจของ Yu Ge ในช่วง 10 ปีที่เล่นกันมาตลอดก็คือแมวสามสีเท่านั้น บอกยังไงก็ไม่ฟัง กลายเป็นโฮสต์ของระบบช่างเอาแต่ใจ ก็จะเอาแมวสามสีตัวเดียว ตัวลีดอื่นไม่สนน จะดีกว่าตอนเริ่มก็ช่าง ชอบตัวนี้เข้าใจไหม?? ถึงขั้นที่กำลังจะไปหาแมวหลักก็ใช้เวลาว่ายน้ำไปจับปลาเก๋าอย่างตั้งใจ แล้วเอาสาหร่ายมัดรวมกันไว้ เพราะรู้ว่าแมวสามสีสุดที่รักชอบปลาเก๋ามาก แค่คิดถึงตอนอ้อนขอปลาก็ใจละลายแล้ว แล้วก็ไปเก็บมะพร้าวมาอีก ถ้ามีเวลาก็อยากหาของขวัญไปฝากเพิ่มมากกว่านี้

แต่ว่าพอไปถึงแล้วผิดคาดกว่าที่คิด เพราะว่าแมวสามสีจำตัวเองไม่ได้จากที่เล่นเกมด้วยกันมาตลอด และที่สำคัญก็กลายเป็นแมวตัวผู้แทนที่จะเป็นแมวตัวเมียอย่างเคยด้วย นั่นก็คือเป็นแมวคนละตัวกันไปแล้ว แต่ความรักแมวสามสีตัวเองก็ไม่ลดลงเลย เลยขอทำสัญญากันแมวสามสีที่ชื่อ Hua Yu เหมือนเดิม ตอนแรกแมวสามสีบอกว่าจะไปทำสัญญากับแมวตัวอื่นก็ได้นะ แต่ว่า Yu Ge บอกว่ามาที่เกาะเพื่อมาหาแมวสามสีเถอะ โอ๋กันไปตลอดเวลา พอหว่านล้อมแมวจะให้ทำสัญญาเสร็จ แมวก็ขู่ว่าถ้าทำสัญญาแล้วไปทำสัญญากับแมวตัวอื่นหรือว่าเปลี่ยนใจไปอยู่กับแมวตัวอื่น แมวจะฆ่ากันให้ตาย พอฟังแล้ว Yu Ge ก็ดีใจที่ปิดบังเรื่องที่ตัวเองเป็นเงือกเอาไว้ คิดถึงภาพแมวตอนกินปลา ก็รู้สึกเจ็บหางขึ้นมาทันใด และไม่อยากเป็นอาหารแมวด้วยนะ

ส่วนแมวต่างกลุ่มก็จะร่วมมือกันเพื่อพัฒนาเกาะแมว และดังนั้นคนกับแมว (เงือกกับแมว? ปลากับแมว?) ก็กลายเป็นพันธมิตรสร้างเกาะกัน แอบน่ารักที่เมื่ออยู่บนเกาะจะฟังแมวพูดไม่รู้เรื่อง ได้ยินแต่เสียงเมี้ยวเมี้ยวมี้มี้ แต่ว่าถ้า add friend กันโดยให้แมวเอาอุ้งเท้ามาแตะตรงข้อมือ สองฝั่งก็จะสื่อสารกันได้

ตอนนี้เป้าหมายของทั้งสองชีวิตก็คือสร้างความร่ำรวยแล้วสร้างเกาะแมวให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นดีติดอันดับโลก และด้วยความที่ Yu Ge เล่นเกมนี้มาจะ 10 ปีแล้ว พอเข้ามาอยู่เกาะก็เหมือนโกงนิดๆ เพราะว่ารู้เรื่องและเชี่ยวชาญเกมอย่างมาก ทำให้รู้ว่าพัฒนาเกาะอย่างไรดีที่สุด และยิ่งพอเปิดโหมดหาสมบัติบนเกาะด้วยก็ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ เพราะตัวเองเป็นเงือกกัปตันทีมคุมทีมลูกน้องมนุษย์หาสมบัติมาก่อนด้วยชื่อทีม Mermaid Treasure Hunt Team น่ารักดีเหมือนคนกับแมวมาเป็นคู่หูกันสร้างเมือง นั่งสุมหัวกำลังปรึกษาแผนการกันอยู่ตลอดเวลา ... แต่คือความบ้าแมวของคนระดับสิบเช่นเคย คำก็แมวสามสีของฉัน สองคำก็แมวสามสีของฉัน ตัวอื่นไม่ต้องสนใจ แค่แมวตัวเองต้องมีความสุขสบายใจก็พอแล้ว ดูแลใจกันขั้นสุดไม่มีบกพร่อง และแมวก็ขี้หวงมาก จะแอดแมวตัวใหม่เป็นเพื่อนต้องหันไปถามแมวก่อนเสมอ เพราะแมวไม่ยอมให้แอดใครตัวไหนมั่วซั่ว ขนาดพอคิดว่าสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง แมวก็บอกว่าจะเป็นล่ามแปลให้ แต่ว่าห้ามแอด ... พอแมวพยักหน้า ถึงจะค่อยแอดได้นะ

ช่วงแรกไม่รู้จะเพิ่มเม็ดเงินให้ตัวเองกับ Hua Yu ได้อย่างไร ก็เลยคิดว่าจะเอาปลามาย่างขาย แล้วก็เพราะแมวบนเกาะไม่เคยกินปลาย่างมาก่อน กิจการปลาย่างก็ขายดีมาก มีเหล่าแมวทั้งในกลุ่มและนอกกลุ่มมาต่อแถวซื้อยาวเหยียด กลายเป็นหลุมดูดเงินแมวที่แมวรู้แต่ก็เต็มใจถูกตก ... ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะเริ่มกินปลาย่างจนเงินร่อยหรอก็ตาม เมี้ยวกันปากต่อปากไปไกลมาก ถึงขั้นที่ Yu Ge ไม่ต้องทำอะไรวันๆ กลายเป็นเครื่องย่างปลาไปแล้ว

แต่ความบ้าแมวไม่มีขอบเขตกินความไปถึงหุ่นยนต์บนเกาะที่มาสร้างบ้านและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ทุกตัวบ้าแมวเต็มที่เหมือนกัน ตอนกดสั่งงานก่อสร้าง มีแค่รับเหมาส่วนตัวอาคารเท่านั้น แต่ตอนตรวจรับงานมีของเล่นแมว ที่ปีนแมว ชามข้าวแมวและอื่นๆ โผล่เพิ่มมานอกเหนือคำสั่งเสมอ เพราะเหล่าหุ่นยนต์บ้าแมวสร้างตึกแล้วก็สร้างของให้เหล่าแมวๆ ต่อ ระหว่างรอตรวจรับงานก็อุ้มแมวเล่นอีก และพองานหมดกลับโกดังกันไปก็เหงาเพราะขาดแมวให้เล่น

หุ่นยนต์ที่ได้มาจากระบบก็น่ารักแกมน่าสงสัย ตอนแรกได้หุ่นทำงานดูแลบ้านหนึ่งตัว ทำไร่หนึ่งตัว โดยที่หุ่นมีเงื่อนไขว่าจะต้องให้กินให้อิ่มพอ และต้องได้นอนหลับให้ครบแปดชั่วโมงด้วย ... ภายหลังหุ่นยนต์ทำไร่บอกว่าขอที่ส่วนตัวเพิ่ม อยากมีบ้าน แต่จริงๆ คือเอาไว้สร้างแลบทดลอง ปรากฎว่าตัวอื่นก็ขอที่ดินบ้าง คนนึกในใจว่าน่ารักดี ไม่อยากอยู่บ้านเดียวกันเพราะอยากมีอิสระสินะ แต่จริงๆ คือต่างตัวต่างเร่งทำแลบวิจัยตัวเอง แต่ไปๆ มาๆ หุ่นมีพฤติกรรมน่าสงสัยมาก ยิ่งพอมากัน 4 ตัวก็ยิ่งน่าจับตามอง (และความจริงก็คือหนึ่งตัวเป็นหุ่นยนต์รบเครื่องจักรสังหาร หนึ่งตัวเป็นหุ่นยนต์ผู้ช่วย อีกสองตัวเป็นหุ่นขโมยของที่ความสามารถทางการต่อสู้เต็มที่เหมือนกัน) และที่ซื้อมาได้ในราคาถูกแสนถูก ก็เพราะถึงจะมีความสามารถมาก แต่ว่าแต่ละตัวก่อปัญหาแล้วจะถูกโละทิ้งทั้งสิ้น ย้ำว่าที่ถูกส่งมาปลูกผัก เลี้ยงไก่ ทั้งที่เป็นหุ่นรบหรือเกือบๆ หุ่นรบเดิมคือระบบส่งมารีไซเคิลแล้ว

ตอนที่กลุ่มแมวหาสมบัติเกือบทั้งกลุ่มหายไปในป่า Yu Ge ที่ถูกแมวตัวที่เหลืออยู่ในกลุ่มขอร้องให้ช่วย ก็เลยออกไปตามหากับหุ่นพี่น้องเพื่อไปหาเหล่าแมวหลง พอหุ่นสองตัวเอาเครื่องตรวจจับสิ่งมีชีวิตออกมา Yu Ge ก็งงมากว่าทำไมหุ่นปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ถึงได้มีอุปกรณ์แบบนี้ หุ่นสองตัวก็เหงื่อตกแล้วรีบกลบเกลื่่อนว่าต้องมีเผื่อหาคนที่ลักลอบบุกรุกมาในฟาร์ม เป็นหุ่นยนต์อันตรายภายใต้หน้าซื่อสัตย์ตั้งใจทำงานจริงๆ นะ

เอาทั้งเงือก ทั้งแมว ทั้งหุ่นยนต์มาอยู่รวมกันแบบนี้ แต่จุดหมายปลายทางคือพัฒนาเกาะแมวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับท็อปนะทุกคนน (ทุกตัวว) มาพยายามไปด้วยกัน
.
.
.
เรื่องหลักๆ เป็นการสร้างเกาะให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับ โดยเน้นการสร้างสิ่งปลูกสร้างในเกาะ แล้วให้นักท่องเที่ยวมาพัก โดยที่นักท่องเที่ยวกลุ่มแรกมาจากละแวกเกาะข้างๆ และก็มาเที่ยวแบบกลัวๆ ตอนเห็นแมวด้วย เพราะแมวที่เกาะชื่อเสียงขึ้นชื่อว่าเป็นแมวโคตรโหด ก่อนหน้าถ้าเจอคนบุกรุกขึ้นเกาะคือไล่กัดไล่ข่วนออกไปอย่างเดียว โดยเฉพาะเหมียวพระเอก Hua Yu แต่ว่าตอนนี้พอ Hua Yu อยู่กับ Yu Ge ก็กลายเป็นสัตว์เลี้ยงไปแล้วชอบกล โดยเฉพาะ Yu Ge ชอบเอาแมวสามสีสุดที่รักอุ้มพาดบ่าเดินไปเดินมาในอยู่เกาะด้วย แล้วเงือกที่ตอนนี้กลายเป็นคนที่แสนจะบ้าแมวก็ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมกลัวแมวกัน ซึ่งในแง่นึงก็ไม่ใช่แค่ Yu Ge เลี้ยงแมว หรือสร้างเกาะแมวอย่างเดียว แต่ว่าจะเผยแพร่วัฒนธรรมการบ้าแมวไปสู่โลกทั้งโลก ... อย่างเดิมทีเหล่าชาวเกาะข้างๆ ที่กลัวแมวโหดทำร้ายได้ฟังผู้ใหญ่ในเกาะเล่าให้ฟังเสมอว่าแมวแต่ละตัวข่วนเลือดสาด ตะปบผัวะโหดขนาดไหน แต่พอเห็นเหล่าแมวนิ่งๆ แบ๊วๆ ก็พากันใจจะลายแล้ว กลายเป็นสาวกแมวกันหมดในพริบตา ไม่นับคนนอกเกาะที่เลี้ยงแมวกันอยู่เลย แมวบนเกาะทั้งตัวใหญ่กว่า ทั้งฉลาดกว่าแมวบ้านไม่รู้กี่เท่า น่ารักชวนใจละลายไม่รู้จบจริงๆ

และก็สรุปว่าทุกคน เงือกเจ้าของเกาะ หุ่นยนต์ในเกาะ และนักท่องเที่ยวต่างก็เป็นพวกบ้าแมว suck cats/ rub cats/ lick cats กันหมดเลย มีช่วงที่หุ่นยนต์ทะเลาะแย่งแมวกันอีก ชนิดที่ว่าแมวชอบฉันมากกว่าเธอนะ มีแมวมาอยู่กับฉันเป็นสิบ
และตอนพัฒนาเกาะใหม่ๆ ก็ต้องจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว เพราะสิ่งปลูกสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่พักรองรับได้ไม่พอ มีสล็อตสุ่มโควต้าให้นักท่องเที่ยวที่ลงทะเบียนไว้ และเมื่อเกาะเป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมก็กลายเป็นแนวคิดสล็อตสุ่มโควต้าก็ยังอยู่เหมือนเดิม เพราะทุกคนต่างแย่งกันจองแย่งกันมาเที่ยว (ซึ่งหลังๆ ก็ถึงขั้นแย่งกันซื้อของที่ระลึก และอาหารประจำเกาะ อย่างปลาแห้งย่างสารพัดรสเหมือนกัน)
พอเริ่มสร้างที่พัก ห้องอาหาร แล้วก็มีสาธารณูปโภคอื่นไปด้วยเรื่อยๆ ตอนที่จะสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่จะมีเงื่อนไขว่าต้องมีแมวมาดูแลด้วยเสมอ ให้แมวที่เข้าเกณฑ์เงื่อนไขมาคัดตัว และตอนจะสร้างโรงพยาบาลก็มีเงื่อนไขว่าแมวที่มาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะต้องเป็นมีขนสีขาว เพราะว่าเหมือนกับสีเสื้อกาวน์ และระบบก็ส่งข้อความบอกแมวทุกตัวในเกาะว่าถ้าขนเป็นสีขาวเกิน 80% จะมีสิทธิ์มาคัดเลือกนะ และตัวที่ชนะก็เป็นลูกแมวสีขาวของหัวหน้ากลุ่มแมวตกปลา ก็เลยขอตั้งชื่อโรงพยาบาลว่า Fishing Cat Hospital เป็น Yu Mao ตามกลุ่มของตัวเอง

หลังๆ พอสิ่งปลูกสร้างเยอะขึ้น โดยเฉพาะพวกร้านอาหารและของว่าง มีทั้งซุ้มป๊อปคอร์น และไอศครีม เครื่องดื่ม ร้านปิ้งย่าง ร้านอาหารจีน ร้านติ่มซำ ทุกอย่างที่จะนึกออก และทุกอย่างที่จะหาจากระบบได้ โดยเฉพาะจากการสุ่มแพลนร้านที่ Yu Ge จะต้องให้ Hua Yu เป็นคนเปิดเพื่อให้แน่ใจได้ว่าได้ของดีมา และก็ไปถึงขั้นสร้างสวนสนุกบนเกาะแล้ว ชื่อว่า Leopard Cat Forest Playground ตอนที่เข้าไปเล่นบ้านผีสิงที่ทางเข้าเป็นปากแมวเลือกโชก พอหุ่นยนต์เก็บตั๋วสั่นกระดิ่งก็มีแมววิ่งมาเป็นแมวนำเที่ยวให้นักท่องเที่ยวหนึ่งคนต่อแมวหนึ่งตัว และให้กอดระหว่างเดินได้ถ้ากลัว โดยแมวไม่ต้องการอาหารตอบแทนแต่ว่าขอให้นักท่องเที่ยวกดให้เรตติ้งห้าดาวนะ! ซึ่งนั่นก็เพราะว่าคุณปู่แมวที่เป็นคนดูแลสวนสนุกแมวทำใจไม่ได้ที่แมวทำตัวน่ารักขออาหารนักท่องเที่ยว (ทุกตัวคิดว่าได้กินฟรี แลกกับการทำตัวน่ารักให้นักท่องเที่ยวไม่เป็นไร เพราะว่าตัวเองอิ่ม (ไม่ต้องเสียเงินไปซื้อข้าวแมวในบ้านพักกินเอง) แถมยังเอาเงินเข้าเกาะแมวได้อีก) แค่คุณปู่แมวมองว่าเป็นการทำลายศักดิ์ศรีแมวบนเกาะ แมวควรมาทำงานอย่างขยันขันแข็ง แล้วเงินที่ได้ไปซื้ออาหารกินเองมากกว่า เกิดระบบ cat companion scoring system ที่แมวจะเป็นเพื่อนให้บนเกาะขึ้นมาและยิ่งแมวได้คะแนนกับเรตติ้งเยอะ สิทธิพิเศษของแมวก็ยิ่งดี

แต่สรุปว่าแมวไม่ได้ทำหน้าที่แค่เป็นตุ๊กตาให้กอดเดินอย่างเดียว ถ้าเจออะไรน่ากลัว แมวในอ้อมกอดก็จะเมี้ยวเตือนล่วงหน้า หรือเอาหางมากันให้กลัวน้อยลง... กลายเป็นสุดท้ายเหล่านักท่องเที่ยวไม่ได้รู้สึกว่าเดินเข้าบ้านผีเหมียวสิงเลย เพราะมัวแต่สนใจการกอดแมว บ้านเหมียวสิงมีอะไรบ้างก็ยังไม่รู้ รู้แต่กอดแมวสนุกและมีความสุขมาก

กัับอีกอย่างที่ชอบก็คือในสวนสนุกมีรถไฟเหาะตีลังกาด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสเกลจะอลังการขนาดไหน กับที่เที่ยวอีกทีก็คือสวนสนุกทรายที่ทุกคนจะเข้ามาแล้วปั้นใช้ความคิดกันอย่างสนุกสนานเต็มที่ด้วย 
แต่อยู่กันไปเรื่อยๆ หนึ่งคน (เงือก) หนึ่งแมว สรุปเพิ่มได้ว่าคนเลี้ยงแมวกับแมวที่ถูกเลี้ยงมีผลประโยชน์ร่วมกันดังนี้ … ถ้าแมวยิ่งตัวใหม่ คนที่กอดแมวก็จะยิ่งมีความสุข แมวที่ถูกลูบตัวมีความสุข คนที่ลูบตัวแมวก็มีความสุขด้วยเหมือนกัน!

It has been proved that the bigger the cat, the happier it is!
.
.
The cat being petted is cool, and so are the people who are petting the cat!

กับเพราะ Yu Ge พัฒนาเกาะจริงจัง ทำโน่นทำนี่ ตัว Hua Yu ก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่แมวทำอะไรไม่ได้เลย (แม้ว่าค่า buff ความโชคดีเวลาหาสมบัติของ Hua Yu จะเป็นสิ่งที่ Yu Ge ชอบมาก และมองว่ามีค่า เป็นความสามารถอย่างมากก็ตาม) ในที่สุดก็เลยซื้อกล้องที่ถ่ายวีดีโอได้มาจากระบบ แล้วทำงาน live ถ่ายทอดสดให้คนดูเห็นสภาพเกาะและชีวิตประจำวันบนเกาะ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากระบบที่แอบ live มาก่อนนานแล้ว แล้วกลายเป็นว่ามีคนดูเยอะมาก และก็มีเงินมหาศาลจากค่าโดเนททั้งหลายด้วย แมวก็จริงจังกับการ live มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะรู้สึกภูมิใจมากว่าตัวเองก็ทำงานหารายได้หาเลี้ยงครอบครัวได้นะ หลังๆ ถึงขั้นที่ Yu Ge จะอุ้มไปไหนก็ไม่ยอมไปก็มี บอกว่าตัวเองเป็นแมวต้องทำงานนะ เป็น a cat with career น่ารักมาก และพอได้ร่างคนก็มีการแอบถ่ายรูป Yu Ge ตอนหลับกับตัวเองในร่างแมว และกับตัวเองในร่างคนอีก พอเอาไปลง live แน่นอนว่าแฟนกรีดร้องถล่มทลาย cat con และ face con กันหมด โดยเฉพาะเมื่ออยู่ดีๆ เวอร์ชั่นร่างคนก็โผล่มาแบบไม่มีที่มาที่ไป กลายเป็นหนุ่มหล่อปริศนา ที่มีชื่อเหมือนแมว Hua Yu อีกต่างหาก ... พอแฟนๆ รู้ว่าชื่อเหมือนกัน ทุกคนก็เข้าใจว่านี่คือคนรักของ Yu Ge เจ้าของเกาะ และแมว Hua Yu ก็ได้ชื่อตามคน Hua Yu เหมือกกัน

แต่พอ live แล้วมีคนดูมากๆ ก็เลยต้องเปิดช่องเพิ่มเหมือนกัน เงือกอีกตัวก็ถูกบังคับให้ live ชีวิตใต้น้ำ วันๆ ต้องว่ายน้ำให้คนดูเห็นปลา หอย กุ้ง ปู ปะการังใต้น้ำ และเหล่าคนดูก็ไม่รู้ว่าเป็นเงือกจริง คิดว่าคน live ว่ายน้ำแข็งมาก โดยเฉพาะเมื่อทำหางปลอมมาให้เงือกถอด เวลาขึ้นมาบนบกด้วย
พอเกาะเจริญมากๆ ความเจริญก็ทำให้อัตราการเกิดลูกแมวสูงขึ้น พอ Yu Ge รู้ว่ากำลังจะมีลูกแมวเกิดใหม่อีก 316 ตัวก็อารมณ์ดีมาก นั่งก็หัวเราะ ยืนก็หัวเราะ ขนาดในฝันยังหัวเราะเลย พอสร้างบ้านพักเนิร์ซเซอรีให้เหล่าแม่แมวก็ไปดูแมวทุกวัน วันละเป็นสิบหน แล้วลุ้นว่าลูกแมวจะได้สีขนแบบแม่กับพ่อมาอย่างไร จนกระทั่งช็อคมากที่รู้ว่าลูกแมวจะมีสีขนไม่เหมือนพ่อแม่ คำว่าอะไรนะ ดูตกใจมาก

พอมีลูกแมวเกิดใหม่ ระบบก็แจ้งทั้ง Yu Ge ทั้ง Hua Yu ว่าให้ทั้งคู่ไปอวยพรลูกแมวเกิดใหม่นะ ให้ตั้งใจขอให้ลูกแมวที่เกิดมาสุขภาพดีแข็งแรง แล้วก็ต้องลูบตัวอย่างอ่อนโยน 60 วินาทีอย่างน้อย ถ้าเห็นแสงสีทองขึ้นในแผนที่ก็คือการอวยพรสำเร็จแล้ว และต้องทำใน 1 ชม. หลังคลอดด้วย ถึงขั้นที่สองคนเลยคิดว่าจะไปกินนอนในเนิร์ซเซอรีแมว เพราะว่าช่วงนี้ต้องมีลูกแมวเกิดใหม่ตลอดแน่นอน แต่น่ารักมากว่าลูกแมวที่จะเกิดรู้ความมาก ไม่มีตัวไหนคลอดกลางคืนให้ต้องตื่นมากลางดึกเลย แต่ก็นะ วันแรกขนาด 18 ตัวก็วิ่งไปวุ่นมากันมากแล้ว แล้วก็กลายเป็น 30 ตัว/ชม. แล้ว พอลูกแมวเริ่มโตวิ่งซนก็เลยทำลายเล่นให้ลูกแมว ตอนแรกเป็นพื้นดิน ลูกแมวก็เล่นจนตัวเปื้อนไปหมด เลยต้องเอาพลาสติกมาปู

วันนึงพอ Yu Ge กับ Hua Yu ไปในส่วนลานเล่นลูกแมว เหมือนความฝัน Yu Ge เป็นจริงแล้ว พอไปถึงปุ๊บยังไม่ลงจากรถดีเลย ลูกแมวกว่า 500 ตัวได้ยินเสียงแล้ววิ่งกรูมาเมี้ยวๆ มี้ๆ หา ไม่ต้องเรียกลูกแมวก็เดินตาม ชีวิตดีคล้ายจะวูบเป็นลม อยู่ท่ามกลางทะเลแมว และขนแมว แต่ว่าลูกแมว 500+ ตัวเข้ามาไม่ได้หมด เริ่มทะเลาะกันแล้ว น่ารักที่เพราะมัวแต่เล่นกับลูกแมวจนถูกแมวสามสีงอน ขอให้ช่วยตัวเองออกไปจากทะเลลูกแมว Hua Yu ก็ทำเป็นไม่เห็น จน Yu Ge ต้องขอโทษว่าตัวเองผิดไปแล้ว จะไม่เล่นกับลูกแมวแล้วละเลย Hua Yu อีก

รวมๆ แล้วก็ให้ A นะ ไม่ลบไม่บวก น่ารักดี สรุปได้ว่า “แมวโอ๋ปลา ปลาโอ๋แมว” น่ารักสำหรับคนที่ชอบแมว และสนุกสำหรับคนที่ชอบสร้างเมือง จริงๆ เหมือนยังเขียนต่อได้ ช่วงหลังรวบไปนิด ถ้าเอาจากเขียนสรุปเร่งๆ มาเล่นเรื่องต่อก็ยังอ่านต่อไปได้ โดยเฉพาะตอนที่เหล่าหุ่นยนต์ 4 ตัวพัฒนาต้นถั่วยักษ์กลางเกาะให้กลายเป็นที่เที่ยวกับห้องพักเพิ่ม สูงเสียดฟ้าจนไม่มี wi-fi ไปถึงก็จริง แต่เหมาะกับคนที่ชอบความสงบและชอบวิวท้องฟ้ามาก และก็ยังอยากอ่านต่อ กับรู้สึกว่าปมหุ่นยนต์สองพี่น้องใส่มาคร่าวไปหน่อย ก็รู้ว่าเป็นแค่เรื่องรอง แต่เขียนแล้วลงแบบผ่านๆ ก็เลยรู้สึกค้างอยู่เหมือนกัน คนเขียนมีเรื่องอื่นแนวสร้างเมืองอีก แต่เพราะว่าไม่มีแมวเลยขอดูก่อนนะ แต่ก็ยังอยากอ่านต่ออยู่ดี ชอบวิธีคิด แล้วก็สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เรื่องสนุก

ตอนพิเศษ 1 น่ารักดี เพราะ Yu Ge เงือกกัปตันทีม Mermaid Treasure Hunt Team ไม่มีอะไรทำ เป็นเงือกไฮเปอร์ที่ลากลูกทีมไปหาสมบัติตลอดเวลา เวลาลูกทีมที่เป็นมนุษย์ขึ้นฝั่งก็จะเร่งให้ไปหาสมบัติด้วยกันอีกทีไวๆ รองหัวหน้าทีมเลยแก้ปัญหาด้วยการซื้อเกมเลี้ยงแมวไปให้เล่น แต่ใครจะรู้ว่าหัวหน้าเงือกจะติดเกมหนักจนหายไปติดต่อไม่ได้เพราะมัวแต่เล่นเกมไม่สนใจอะไรอื่นในโลก

ตอนพิเศษ 2 เงือกกลายเป็นแมว แล้วแมวก็กรีดร้องสงสัยว่าแมวเทาๆ เงินๆ ตัวนี้มาจากไหน ทำไมไม่เคยเห็น

ตอนพิเศษ 3 Yu Ge ทำเกม Let's Build Cat Island Together ออกมากับระบบ แน่นอนว่าพวกบ้าเกาะแมวก็ซื้อไปเล่น โดยที่ถ้าเล่นแล้วมาเกาะแมวก็จะได้ไอเท็มพิเศษเพิ่มเป็นระยะๆ
ตอนพิเศษ 4 เป็นโลก parallel ที่แมว Hua Yu ก็เป็นเงือกเหมือนกัน แถมโตกว่า ตอนนี้เงือก Yu Ge ดูเด็กๆ ผิดกับในตอนหลัก


ปล.
1.
เรื่องนี้หลอกพวกบ้าแมวมาก คำก็แมว สองคำก็แมว เกาะแมว เหรียญแมว ลูกค้าแมว ร้านค้าแมว ธนาคารเหรียญแมว แมวตกปลา ลูกแมว คุณพี่คะ จะหลอกล่อกันไปถึงไหนนะคะ เกาะก็เป็นรูปอุ้งเท้าแมว เงินในเกมก็เรียกว่า cat coin

2.
เพราะช่วงวันเกิดลูกแมว จะเป็นวันเกิดเงือก Yu Ge พอดี ซึ่งจะเป็นผู้ใหญ่แล้ว ขำที่ห้องแชตที่มีเงือก 2 ตัวอื่นกับ Hua Yu ตั้งชื่อห้องว่า Cat Eat Fish Action Plan Group เป็นห้องคิดแผนการให้แมวได้กินปลา ก่อน Hua Yu จะเปลี่ยนมาเป็น Happy Birthday to Yuge แต่ทำไมมันกลายเป็น Cat Eats Fish อีกรอบก็ไม่รู้

ขำดี I want to have a small fish with him! The kitten is ok!

กับ น่ารักที่บอกว่าอยากลักพาตัวแมวพาลงทะเลไปอยู่ด้วยกัน อาจจะฟังดูแปลก แต่ว่าเป็นวิธีที่เงือกดาวเนปจูนแสดงความรักนะ

เรียก my cat... my cat... มาตลอด พอตกลงปลงใจกัน แมวก็เรียกคน (เงือก) my fish... my fish... บ้างล่ะ 

ตรงนี้น่ารักมาก


3.
ตอนที่ค่าความเจริญเกาะพุ่งสูง แล้วเปิดทางเชื่อมเกาะกับดาวเนปจูนได้น่ารักดี เพราะว่า Yu Ge คิดถึงเพื่อนที่อยู่ในทีมกันมาตลอด ถึงขั้นที่พยายามทำรางวัลชิงโชคแล้วให้เพื่อนตัวเองถูกรางวัลเพื่อมาหาที่เกาะด้วยซ้ำ แล้วพอคนนึงมาแล้วรู้เรื่องก็บอกว่าจะไปบอกคนอื่นให้มาหา Yu Ge ให้หมดด้วย ... ซึ่งระหว่างที่หายไปก็ไม่มีคนรู้เลยว่า Yu Ge ถูกระบบส่งมาอยู่ที่เกาะแมวบนดาวอื่นแล้ว ทุกคนต่างคิดว่าที่หายไปติดต่อไม่ได้ก็เพราะหัวหน้าทีมตัวเองบ้าเล่นเกมสร้างเกาะแมวจนไม่สนใจโลกมากกว่า



thread กรีดในทวิตเตอร์

________________________________________

ทวิตเตอร์ : @mgk993 #mereadingg

Sunday, 25 August 2019

It’s Actually Not Easy Wanting to be a Supporting Male Lead (1)

เอาจริง พิมพ์ไว้จำเอง เพราะว่าหลายโลกมากจนเริ่มง  — สปอยล์แน่นอนนน เพราะลงรายละเอียดไว้จำเองค่า  

ตัวเอก Sui Yuan เป็นตัวประกอบชายที่มีบทบาทหลักคือหลงรักนางเอก แต่ขณะเดียวกันก็ช่วยผลักดันให้ความสัมพันธ์ระหว่างนางเอกและพระเอกตัวจริงอินเลิฟรักกันชื่นมื่นอีกที

ด้วยการสนับสนุนจาก 5327 ระบบรอบรู้และทรงประสิทธิภาพ (?) การทำงานในฐานะตัวประกอบก็น่าจะราบรื่นสวยงาม — อย่างไรก็ตาม ตามแนวระบบรวน ปัญหาก็เกิดขึ้นเพราะตัวเอกชายค่า! คุณพี่พระเอกเขาก่อปัญหาแล้ว! ทั้งไม่เล่นตามบท ทั้งโคตรแหกซีน นน! ทำตามใจไม่แคร์โลก! กรี๊ดแทน Sui Yuan!


โลกแรก – จีนโบราณ 

นี่คือจุดเริ่มความรวนนั่นเอง

Sui Yuan รับบทเป็นท่านอ๋องซึนที่รักนางเอกแนวกล้าหาญ รักความยุติธรรม แต่ขณะที่กำลังจะเตรียมแสดงฉากอีเวนต์แรกเจอ เจ้าตัวที่เพิ่งเกิดใหม่จากระบบก็ตื่นตาตื่นใจกับตลาดในฉาก ช็อปแหลกลานสนุกสนานจนของเต็มไม้เต็มมือ และขณะที่กำลังทุกข์ใจว่าจะเอาของไปกองที่ไหนระหว่างต้องไปเข้าฉากร้ายใส่นางเอก ก็มีหนุ่มหล่อท่าทางใจดีเข้ามาช่วยถือของ และแม้จะใส่หัวโขนตัวเลวไปเข้าฉากร้ายกาจใส่นางเอกแล้ว แต่ความใสซื่อก่อนเข้าฉากก็เผลอไปต้องใจคุณพี่ที่เข้ามาช่วยจนได้ เวลาผ่านไป พี่พระเอกก็เหมือนจะใช้เวลาอยู่กับ Sui Yuan มากกว่านางเอกเสียอีก และที่สำคัญ จากความซื่อเล่นตามบทมากเกินไป ก็เลยทำให้พี่เขาคิดมากว่าน้องมีใจเสียด้วย และแม้จะพยายามประคองพล็อตอย่างไร สุดท้ายนางเอกที่รู้สึกตัวว่าไม่สามารถเข้ามาแทรกระหว่างสองคนนี้ได้ ก็ตัดใจแต่งงานกับพระรองอีกคนไป

เหลือกันสองคน พล็อตชิงบัลลังก์แย่งอำนาจก็ยังดำเนินอยู่ต่อไป แต่คราวนี้ น้องเล่นตามกรอบแบบมึนๆ จนคนทั้งโลกเข้าใจว่าเป็นพวกบูชารักและทุ่มเททุ่นทุนเพื่อคุณพี่พระเอกอย่างจริงใจ แม้จะจบที่เหมือนจะเข้าพล็อตได้ แต่กลายเป็นปิดโลกแรกด้วยความแค้นของพี่พระเอก ซึ่งก็เป็นตัวแสดงเหมือนกัน และเป็นนักแสดงตัวเอกรุ่นท็อปเสียด้วยย! ดังนั้นเมื่อเข้าใจว่าน้องมาลูบคมมม พี่ Zhao Xihe เขาก็เริ่มมิชชั่นว่าจะรังควานน้องเอาคืน!

ตอนที่ชอบส่วนตัว คือ ตอนแรกที่ซื้อของแล้วสำนึกว่าไม่มีทางหิ้วของไปเล่นตามบทได้ กับตอนที่เล่นเพลงส่งพระเอกไปรบ แล้วดันไปฟังระบบไม่จบความจนเล่นเพลงลาคนรักให้ทุกคนเข้าใจผิดเนี่ยแหละ


โลกที่สอง – สู้ซอมบี้วันสิ้นโลก

เปิดฉากมาที่การเป็นหนุ่มหล่อสายซอล์ฟละมุนที่ช่วยเพื่อนสาวไว้ได้ ตามหลักการแม้จะมีพลัง และนิสัยดีก็อยู่ได้แค่เฟรนด์โซนเหงาๆ เพราะสาวเจ้ารักพี่พระเอก แต่ที่นี้ พล็อตก็เริ่มเพี้ยนเพราะ Sui Yuan เล่นดีเกินไป เพื่อนสาวที่ควรจะแค่รักพระเอกก็ตกหลุมรักเจ้าตัวแทน และที่สำคัญ อีพี่ Zhao Xihe ก็โผล่มาแล้วด้วย มาตั้งแต่ต้นๆ เรื่องแทนที่จะเป็นกลางเรื่องเหมือนเดิม แต่คราวนี้ แทนที่จะทำตัวเทพและปักธงนางเอกได้ พี่แกก็มุ่งแต่วอแวน้องหรือไม่ก็จับน้องโยนไปสู้กับซอมบี้เพื่ออัพเกรดความสามารถจนพล็อตหลุด ตอนหลังแม้น้องจะรีบสู้กับซอมบี้แล้วตายหนีพระเอกไปโลกต่อ แต่พี่อีก็ดันรีบตายตาม โถ โถ โถ

ชอบตอนที่เพื่อนพระเอกบอกว่าพระเอกหายไปเพราะว่าไปตามหาอาซ้อ แล้วทุกคนมองว่าคือนางเอก แต่อีพี่ลาก Sui Yuan มาแล้วบอกว่าทุกคนเข้าใจผิด


สาม – แฟนตาซีตะวันตก

โลกนี้จำได้เบลอมาก Sui Yuan เป็นลูกครึ่งเอลฟ์กับดาร์กเอล์ฟที่ถูกรังเกียจ แต่ตามบทจะถูกนางเอกช่วยไว้ได้ แล้วก็ตกหลุมรักนางเอกตั้งแต่ตอนนั้น ความขำคืออีพี่ที่รับบทเป็นฮีโร่พังพล็อตตั้งแต่เริ่ม (ใช่ค่า ดีกรีพล็อตหลุดมันเริ่มเกินการควบคุมแล้วว) โดยมาช่วยน้องไว้แทน แล้วก็คอยตามวนอยู่รอบตัวน้อง แม้จะมีนางเอกอยู่ด้วย แต่ก็ประหนึ่งตัวประกอบจืดจาง โลกนี้อีพี่ก็แสดงอภินิหารจบกลายเป็นความรักต้องห้ามระหว่างฮีโร่แสงกับจอมมารเอลฟ์ที่มีพลังความมืดไป


สี่ – ผู้ฝึกตน/ เซียน

ระบบรีบพา Sui Yuan หนีมาโลกนี้ เพราะว่ามีตัวประกอบหลายคน มีแนวโน้มที่ถ้าอีพี่ Zhao Xihe โผล่ตามมาด้วยก็อาจจะพรางตัวได้ แต่โถ จะเหลือเหรอคะ? ตามบท Sui Yuan ต้องเป็นศิษย์เอกอนาคตไกลของเจ้าสำนัก และก็หลงรักนางเอกศิษย์น้องที่เป็นลูกศิษย์ของ sword master แต่ไม่ต้องสงสัยว่าอีเจ้ายอดเขา sword master นี่ก็คืออีพระเอก ถึงแม้แรกๆ จะดูก้ำกึ่งก็ตามที

ขำที่ปฎิสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้ไม่ค่อยชัด และ Sui Yuan ก็ยังไม่แน่ใจว่าอีพระเอกเล่นบทอะไร เพราะศิษย์อนาคตไกลสำนักข้างๆ หรือแม้กระทั่งฝ่ายมารก็มาป้วนเปี้ยนรอบตัวด้วยเหมือนกัน แต่ทุกอย่างประทุเพราะ Sui Yuan เอาตัวเข้าไปแลกกับศิษย์น้องจนอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมกับแบดบอยฝ่ายมารพอดี ทีนี้ พอ sword master มาเห็นก็หึงหน้ามืด อะไรคือการบอกว่าตกต่ำเข้าสู่ทางสายมาร จริงๆ มันก็แค่หึงเลือดขึ้นหน้าทำลายทุกอย่างเองนี่นา

ทุกคน แม้กระทั่งตัว Sui Yuan ก็เข้าใจว่าท่าน sword master อินเลิฟกับลูกศิษย์สาว (ตามพล็อตก็เป็นแบบนั้น) ดังนั้น เพื่อให้อารมณ์กลับมาเป็นปกติ ก็ควรให้ศิษย์น้องเสียสละตัวให้ไป แต่ที่กลับตาลปัตร คือศิษย์น้องถูกโยนออกมาแล้วบอกว่าให้เป็น Sui Yuan แทน ถูกกินไม่พอ ยังถูกตั้งข้อเสนอให้อยู่ด้วยกัน แล้วจะยอมเล่นตามพล็อตอีก