Sunday, 9 January 2022
丧尸皇的家养猫 // The Zombie Emperor’s Domesticated Cat
Tuesday, 30 November 2021
살아서 만납시다 // Let's Meet Alive
//กรีดมาก อวยมาก นี่เป็น AZ ที่ดีที่สุดที่อ่านมาแล้ว โหยหวนยาวมากนะคะ //
คนเขียน: 할로윈
แนว: ซอมบี้, วันสิ้นโลก, ตัวเอกเก่ง, พระเอกไทป์หมายักษ์, fluff
ความสัมพันธ์: นายจ้าง X บอดี้การ์ด / หมาจินโด X คนเลี้ยง
จำนวนตอน: 71 ตอน (ยังไม่จบ)
ก่อนเปิดเรื่อง มีการเล่าถึงเฮลิคอปเตอร์ทหารที่ติดต่อกับศูนย์เพื่อให้จัดเตรียมทีมแพทย์ไว้สำหรับคนในทีมที่กำจัดบาดเจ็บและไม่ได้สติ ขณะที่กำลังรายงานเหตุการณ์ ศูนย์ก็ได้ยินเสียงตะโกนจากเฮลิคอปเตอร์ว่าทหารที่บาดเจ็บไม่ได้สติ ลืมตาขึ้นมาแล้ว และก็กระโจน “กัด” นายทหารโดยรอบ ก่อนที่จะได้ยินเสียงปืนกราดยิง และเสียงร้องตะโกนแตกตื่นว่าทหารทำร้ายนักบิน ... ก่อนที่สัญญาณทุกอย่างจะขาดหายไป
เริ่มเรื่อง Lee Shinhoo ทหารจากหน่วยกองกำลังพิเศษที่เพิ่งลาออกมากำลังจะเริ่มงานในฐานะบอดี้การ์ด และระหว่างที่กำลังแต่งตัวและเตรียมออกจากบ้าน Shinhoo ที่เปิดช่องข่าวไว้ ก็ได้ยินการรายงานข่าวเรื่องเฮลิคอปเตอร์ทหารตกบนเขาจากการที่เครื่องขัดข้อง โดยเจ้าตัวเองก็คิดว่าแปลก เพราะว่าเฮลิคอปเตอร์ที่ได้รับการดูแลและตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอไม่น่าจะเกิดปัญหาถึงขั้นที่เครื่องตก และยิ่งกว่านั้น ภาพของเฮลิคอปเตอร์ในทีวีก็มีรอยกระสุนปืนยิงกราดอยู่ด้วย
งานใหม่ของ Shinhoo ก็คือเป็นบอดี้การ์ดให้ Han Taebaek ลูกชาย chaebol บริษัทขนาดใหญ่ตามคำสั่งของประธานบริษัท ซึ่งก็คือพ่อเลี้ยงของ Taebaek เพื่อให้จับตามองลูกเลี้ยงของตน มากกว่าจะเป็นเพื่อรักษาความปลอดภัยจริงๆ และขณะที่แม่ที่เสียไปของ Taebaek เป็นเจ้าของบริษัท แต่ตำแหน่งในองค์กรของลูกชายเจ้าของกลับเป็นหัวหน้าทีมเล็กๆ แม้ว่าจะมีที่ทำงานใหญ่โตหรูหราก็ตาม
ตอนแรก Shinhoo คิดว่า Taebaek จะเอาแต่ใจ วางท่าตามลักษณะลูกเศรษฐี แต่กลายเป็นผิดจากที่คาด เพราะนอกจากนิสัยชอบแหย่แล้ว ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น เจ้าตัวมีนิสัยเรียบง่าย และการดูแลและอยู่ร่วมกับ Taebaek ก็ราบรื่นกว่าที่คิด
แต่ละวันของ Shinhoo เริ่มต้นที่ไปหาอีกคนที่บ้านในตอนเช้า และก็นั่งรถหรูที่ Taebaek ขับไปที่บริษัทด้วย และระหว่างที่เจ้าตัวทำงาน ตัว Shinhoo ก็คอยระวังอยู่ด้วยแค่นั้น ก่อนที่ตอนเย็นจะนั่งรถกลับไปกับ Taebaek ที่บ้าน
จนกระทั่งครึ่งอาทิตย์ผ่านไป ในตอนเช้า ระหว่างทางที่นั่งไปที่บริษัท เจ้านายเก่าของ Shinhoo โทรมาหา และบอกว่าถ้าอยากรอดชีวิตก็ให้รีบเดินทางไปหาตัวเอง และ Shinhoo ที่ไม่สนใจอะไร โดยเฉพาะเมื่อทำหน้าที่อารักขา Taebaek อยู่ ก็บอกปัดไป และเมื่อมาถึงบริษัทตามปกติ น่าแปลกที่รถของพ่อเลี้ยง Taebaek ที่มาทำงานก่อนทุกวัน และไม่เคยขาดงานไม่ได้อยู่ในที่จอด ยิ่งเมื่อขึ้นไปที่ห้องทำงาน และระหว่างที่ Taebaek นั่งอ่านเอกสารอยู่ก็ได้ยินเสียงอุบัติเหตุดังขึ้นมาถึงห้องทำงานข้างบน เมื่อสองคนและเลขาเดินมาชะโงกดูที่หน้าต่างก็เห็นว่ารถบัสชนกันบนถนน และที่แปลกเกินกว่าจะเป็นแค่อุบัติเหตุจราจร ก็เพราะการทำร้ายร่างกายและนองเลือดต่อมา ขณะที่ Taebaek ที่เห็นเหตุการณ์กำลังจะกลับไปที่โต๊ะเหมือนเดิม ตัว Shinhoo ที่อาชีพและนิสัยทำให้การรับรู้อันตรายและโต้ตอบฉับไวก็ตีความไปถึงความเป็นไปได้ที่เลวร้ายที่สุดว่าเกิดการรัฐประหารขึ้นจากฝีมือของคนในรัฐบาล เมื่อทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ด แล้วเคยเป็นทหารมาก่อน พอสถานการณ์เริ่มผิดปกติ ความปลอดภัยของเจ้านายต้องมาเป็นอันดับแรก ก็บอก Taebaek ทันทีว่าให้กลับไปตั้งหลักที่บ้านก่อน ไม่นับที่บอกให้เลขาของ Taebaek สั่งให้เจ้าหน้าที่ในบริษัทปิดประตูทางเข้าออก เอา shutter ลงมาไม่ให้คนนอกเข้ามาได้อีกต่างหาก
ระหว่างทางเหมือนจะไม่มีอะไรปกติ แต่ทว่าก็มีคนที่ขับรถสวนทางมาจะชนรถของ Taebaek และเมื่อหักหลบ รถก็ชนเสาไฟฟ้าแทน ระหว่างที่คิดว่าจะลงไปช่วยดีหรือไม่ จ้องมองอยู่ก็เจอว่า "บางอย่าง" ที่เหมือนมนุษย์ แต่อ้าปากกว้าง มีฟันแหลมคมกระโดดมาจากท้ายรถ และกัดกินคนขับ โดยที่อ้าปากกว้างที ร่างกายส่วนหนึ่งก็หายไปที ซ้ำร้าย เมื่อเห็นทั้งสองคนก็กระโดดเกาะท้ายรถมาด้วย ขับสลัดอย่างไรก็ไม่หลุด แถมยังกัดเหล็กรถได้อีก
สุดท้าย "บางอย่าง" นั้นก็ตามสองคนมาถึงที่จอดรถ และด้วยความที่ไม่มีอาวุธเหมาะสมในมือ Shinhoo ก็บอกให้ Taebaek ถอยรถให้อัดชนกับกำแพงแล้ว Shinhoo ลงมาสู้ จนในที่สุด ก็จบลงที่ Taebaek ถอยรถให้อัดชนกับกำแพงอีกรอบ และ Shinhoo เอามีดแทงกระโหลกไป
เมื่อส่งเจ้านายถึงห้อง Shinhoo ก็บอกลาจะกลับไปที่บ้านตัวเอง โดยบอกอีกคนว่าการที่ Taebaek เป็นลูกหลาน chaebol ใหญ่ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ทั้งรัฐบาลและทหารไม่เข้ามาแตะต้องแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อเขตที่พักอาศัยเป็นเขตคนมีฐานะ ถ้าเก็บตัวอยู่ในบ้าน อย่างไรก็ปลอดภัย และถ้า Shinhoo จะอยู่ด้วย Taebaek ก็ต้องปันส่วนอาหารและน้ำที่มีให้ Shinhoo จะทำให้อาหารส่วนของ Taebaek หมดไวขึ้น .... หากแต่ Taebaek ที่ไม่อยากอยู่คนเดียวกลับรั้ง Shinhoo ไว้ให้อยู่ด้วยกัน
และเมื่อยามเย็นมาถึง แปลกที่ไฟที่ควรจะส่องสว่างตามหน้าต่างบ้านรอบๆ กลับปิดมืดกว่าที่เคย ..... ตอนสามทุ่ม ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูจากป้าคนทำความสะอาดที่มาในสภาพบาดเจ็บเลือดโชก เพราะไม่กล้าหยุดงาน ถึงแม้จะเกิดเหตุผิดปกติที่คนทำร้ายกันทั่วโซล และระหว่างทางก็ถูกเด็กที่หลบอยู่ในพุ่มไม้กัด เมื่อทำแผลและให้แม่บ้านเข้าไปพักผ่อนในห้องแล้ว Shinhoo ก็เจอว่าหูของแม่บ้านแดงก่ำกว่าที่มนุษย์พึงเป็น และก็คิดถึงความเป็นไปได้ที่อีกฝ่ายจะเปลี่ยนเป็น “บางอย่าง” เหมือนที่ตัวเองกับ Taebaek เพิ่งเจอ และก็คิดถึงอันตรายขึ้นมากรณีที่จะมี “บางอย่าง” ในบ้านขึ้นมา โดยเฉพาะเมื่อห้องนอนล็อคได้แค่จากด้านในเท่านั้น กับเทียบกับตัวก่อนที่สู้ด้วย ตัวนี้อยู่ในสภาพสมบูรณ์กว่ามาก
แล้วในตอนกลางคืน ก็ได้ยินเสียงดังโครมครามมาจากด้านที่แม่บ้านพักอยู่จริงๆ Shinhoo ให้นายจ้างตัวเองหลบอยู่ในห้อง ขณะที่ตัวเองจะไปดูเอง แต่ Taebaek กลับขอไปด้วย ด้วยเหตุผลที่ว่า ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับ Shinhoo ตัวเองก็ไม่กล้าออกไปจากห้องอยู่ดี อาจจะตายอยู่ในห้องได้ ถ้ามีอะไรก็ตายด้วยกัน ... จนสุดท้ายก็เลยต้องให้ Taebaek ไปด้วย โดยให้อีกฝ่ายหาอาวุธติดมือไป และก็ได้ไม้กอล์ฟติดมือโดยถูก Shinhoo ย้ำใส่ว่าถ้ามีอะไรให้หวดที่หัวให้สุดแรง และเพราะกระโหลกหนา ให้คิดว่าทุบหินอยู่ ตอนแรก Shinhoo ออกไปสู้ก่อน แต่พอพลาดถูก “บางอย่าง” กระโดดคร่อมจะกัด ก็ได้ Taebaek เอาไม้กอล์ฟหวดจนดิ้นหลุดออกมาได้ และเพราะทำอย่างไรก็ไม่ยอมตาย ก็เลยต้องหวด หวด หวดใส่ไม่ยั้ง เลือดกระเซ็นลงทั้งหน้า ทั้งประตู ทั้งกำแพงแล้ว กระโหลกยุบก็แล้ว แต่ก็ยังไม่ตาย อ้าปากกินส่วนไม้กอล์ฟอีก จนสุดท้าย Shinhoo ก็ปิดฉากด้วยการเอามีดทำครัวปักสมอง ... แต่เพราะไม่แน่ใจว่าจะฟื้นขึ้นมาอีกไหม Shinhoo ที่สังเกตว่าตัวประหลาดนี้ใช้การมองเห็นเป็นหลัก ก็เลยควักเอาลูกตาออกมาเป็นมาตรการกันไว้ก่อน
สองคนนอนห้องเดียวกัน และตอนเช้าก็ตื่นมาโดยที่ Taebaek ขึ้นมานอนหลับอยู่บนตัว Shinhoo เพราะได้ยินเสียงหวีดเตือนภัยจากมือถือ สรุปว่ารัฐบาลประกาศแจ้งสภาวะฉุกเฉินจากการแพร่ระบาดของไวรัส โดยที่จำนวนผู้ติดเชื้อยังระบุไม่ได้ ให้งดการออกจากบ้าน ปิดประตูหน้าต่าง และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ
และเมื่อเปิดทีวีฟังข่าวเพิ่มเติม ก็ได้ยินรายงานพิเศษแจ้งว่า ให้สังเกตลักษณะผู้ติดเชื้อ ที่เห็นชัดก็คือฟันที่แหลมคมเหมือนปลาฉลาม และหูที่แดงก่ำผิดปกติ ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อไวรัสนี้ไปจะตายทันที แต่ว่าสมองจะยังทำงาน โดยที่จะสั่งการให้มีความอยากอาหาร หรือเจาะจงก็คือเนื้อมนุษย์ จนถูกเรียกชื่อว่า Eaters
แต่ระหว่างฟังรายงาน ตัว Taebaek กลับไม่มีท่าทางเดือดร้อนเลย ตักอาหารเข้าปากดูผ่อนคลายด้วยซ้ำ และเมื่อ Shinhoo ถามก็ได้ความว่า จากประสบการณ์ที่ดูหนังแนวซอมบี้มาเยอะ การที่คนไม่อยู่บ้านแต่ไปเพ่นพ่านข้างนอกทำให้ปริมาณซอมบี้ยิ่งเยอะ อยู่บ้านเฉยๆ รอให้ตำรวจทหารจัดการซอมบี้ก่อนดีที่สุด การอยู่บ้านช่วยลดปริมาณซอมบี้ได้ ไม่งั้นทุกคนก็เป็นซอมบี้กันหมด
แต่ว่าไม่ใช่ทุกคนที่คิดอย่าง Taebaek เพราะมีทั้งพวกประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่มาจับกลุ่มบอกให้รัฐบาลหยุดสร้างและเผยแพร่เรื่องไม่จริง พวกคลั่งศาสนาที่เชื่อว่าอีทเตอร์มาช่วยล้างโลก พวกอยากดังที่คิดจะจับและฆ่าอีทเตอร์ออกโซเชียลมีเดียต่างๆ ทำให้เกิดความวุ่นวายยิ่งขึ้นอีก
แต่เมื่อบ้านของ Taebaek กินพื้นที่ทั้งชั้นของตัวตึกที่มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดก็เป็นฐานที่มั่นที่ปลอดภัยให้ทั้งสองคนหลบภัยได้
จนกระทั่งหนึ่งเดือนผ่านไป ในวันที่ 30 กันยายน ก็ได้ยินประกาศที่เปลี่ยนไปของรัฐบาล ....เพราะว่าการกำจัดอีทเตอร์ไม่ได้ผล รัฐบาลที่สูญเสียกำลังทหารไปเปลี่ยนท่าทีโดยแจ้งประชากรว่าจะละทิ้งกรุงโซลไปตั้งเมืองใหม่ที่เกาะเชจู และประกาศทิ้งระเบิดถล่มกรุงโซลและคาบสมุทรเกาหลีทั้งหมดในวันที่ 30 ตุลาคม ตามคำแนะนำของ UN และ WHO ที่เห็นว่าไวรัสและอีทเตอร์ที่กำลังแพร่ระบาดคุกคามต่อความปลอดภัยของภูมิภาคอื่นในโลกด้วย โดยให้ประชาชนอพยพไปที่เมืองมกโพแล้วนั่งเรือไปที่เกาะเชจูต่อไป
ดังนั้น การทิ้งที่ปลอดภัย และเดินทางไปที่มกโพของสองคนก็เริ่มขึ้น
.
.
.
จบการเล่าเรื่องย่อแบบวิชาการจริงจัง (?) ต่อไปจะเป็นการโหยหวนกรีดร้องทุกอย่างแล้ว จากใจก็คือว่าอยากจะกรี๊ด กรี๊ด และกรี๊ดมาก นี่เป็นเรื่องแนว AZ วันสิ้นโลกกับซอมบี้ที่ดีที่สุดที่อ่านมาทั้งชีวิตเลย ฮืออ อยากจะกราบทุกสิ่งอันเริ่มตั้งแต่บุคลิกตัวละครสองคนแล้ว
เริ่มที่ตัว Shinhoo ปกติไม่ค่อยเจอตัวเอกสายทหารหรือการ์ดเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่สาย ability คนที่พื้นเพมาจากทางทหารหรือตำรวจจะเป็นพระเอกมากกว่า โดยเฉพาะสายจีน เปิดมาตัว Shinhoo มีความสามารถตามอาชีพตัวเองไม่พอ ยังมีความสุขุมรอบคอบอีก นิสัยนิ่งเย็นหาทางออกทำให้หนทางรอดของทั้งคู่เพิ่มสูงมากขึ้นและเป็นไปได้ทุกครั้ง โดยเฉพาะตั้งแต่วันแรกที่เดินไปสำนักงานของ Taebaek ก็จินตนาการภาพในหัวแล้วว่า ถ้าเกิดเหตุร้ายอะไรขึ้นมา จะรับมือและตั้งหลักอย่างไร ตั้งแต่จะเอาโต๊ะทำงานมาเป็นแนวกัน โดยเฉพาะเพื่อกำบังกระสุนแล้ว
ไม่นับความจริงจังรับผิดชอบต่อหน้าที่อีก เพราะตอนที่กลับมาบ้าน ตัว Taebaek บอก Shinhoo เองว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัยที่นอกเหนือจากที่ระบุในสัญญา ถ้าจะยกเลิกสัญญาและเลิกดูแลตัวเองก็ทำได้ แต่ว่า Shinhoo ก็พูดย้ำบอกมาชัดว่า ยังไงก็จะปกป้องต่อไป จะไม่ทิ้งกันไป และต้องเอาชีวิตให้รอดให้ได้ทั้งคู่
กับส่วน Taebaek เอง ที่เปิดมาเป็นพระเอกสาย chaebol เอาแต่ใจ ชอบขับรถเอง และมีงานอดิเรกชอบรถขับแข่ง แต่ว่าเป็นสายหมายักษ์ไปแล้วชอบกล เพราะว่าพอเกิดเรื่องขึ้นมาก็ดูติดตัวเอกไปเลย แถมยังอยากให้ตัวเอกชมตัวเอกทุกครั้งที่ทำอะไรถูก/ดีอีก เริ่มตั้งแต่ตอนที่บุกไปดูแม่บ้านในบ้านที่กลายเป็นอีทเตอร์ก็รีบเอาโทรศัพท์มาเปิดแอป CCTV ให้ Shinhoo ดู และก็รอคำชมอย่างใจจดใจจ่ออีก แต่สิ่งที่ดีที่สุดในตัว Taebaek ก็คือสภาพอีคิวที่สมบูรณ์และพร้อมที่จะมองโลกด้วยมุมมองที่ต่างออกไป การคิดบวก ไหวพริบสูงและการเรียนรู้ที่รวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่ออยู่ร่วมกับ Shinhoo และคอยสังเกตพฤติกรรมและนิสัยของอีกคน และมาปรับใช้กับตัวเองก็ทำให้เจ้าตัวแข็งแกร่งและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากตอนแรก
ซึ่งในแง่หนึ่งสองคน นิสัยคนละแบบ แต่ก็มาเสริมกันอยู่ โดยเฉพาะเมื่อ Shinhoo จริงจังขาดความยืดหยุ่น ไร้จินตนาการ มองแค่เป้าหมายกับภาพรวม และ Taebaek ดูเรื่อยเปื่อยไม่จริงจัง แต่จินตนาการสูง และสนใจรายละเอียดปลีกย่อยระหว่างทาง และโดยเฉพาะเมื่อตัว Shinhoo สนใจแค่การทำหน้าที่ให้ลุล่วงก็ไม่ดูแลสนใจตัวเอง จนเมื่ออยู่กับ Taebaek ที่ทำให้อีกฝ่ายผ่อนคลายตัวเองได้ลง
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ค่อยบ่อยที่เจอตัวเอกเป็นมหาเศรษฐีจริง ๆ และดังนั้นการห่วงไปก่อนว่าทำไมกลับถึงบ้านแล้ว Taebaek ถึงรีบโอนเงินออกไปนอกเกาหลี เคลียร์บัญชีทรัพย์สินที่มี ไม่ลงไปซุปเปอร์ หรือมินิมาร์ตแล้วตุนอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นต่างๆ หรือแม้แต่รองน้ำในอ่างก็เป็นการห่วงของเหล่าคนอ่านทั้งมวลที่กรีดร้องโหยหวนเปล่าประโยชน์ เพราะว่าถึงแม้จะไม่ทำอะไรเลย แต่สภาพบ้านที่พร้อมสรรพของ Taebaek ก็มีทุกอย่างแล้ว นับตั้งแต่อาหาร ของแห้ง ขนมอย่างช็อกโกแลต คุกกี้ และลูกอมในห้องเก็บของ ไม่นับขวดน้ำดื่มที่สูงจรดเพดานอีกด้านอีก ยิ่ง Shinhoo เดินสำรวจบ้านก็ได้สิ่งของที่แม้แต่ Taebaek ก็ไม่คิดว่ามีอย่างแบตเตอรี่สำรองมาอีก ไม่นับว่าตัวบ้านกว้างขวางขนาดที่ตัว Shinhoo ใช้เวลาสำรวจบ้านอย่างคร่าวๆ อย่างเดียวก็กินเวลาไปร่วม 30 นาทีแล้ว
วันแรกที่กลับบ้านมาอาหารที่ Taebaek ทำก็คือสเต็กอย่างดี กับมะเขือเทศเชอร์รี่ตกแต่งสวยงาม ไม่นับไวน์แดงแกล้ม และมาการองปิดท้าย หรือเช้าต่อมาก็เป็นออมเล็ตหรูหรา ถึงจะไม่ได้ออกไปหาอาหารเพิ่มเติมแต่อาหารในบ้าน Taebaek ก็สามารถเลี้ยงผู้ชายสองคนได้ (ถึงจะเป็นการกินวันละสองมื้อเพื่อประหยัดอาหาร) มาร่วมแรมเดือน แม้ตอนหลังๆ จะเริ่มร่อยหรอกลายเป็นพาสต้ากับซอสต่างๆ ที่โชคดีว่าเจ้าตัวซื้อสะสมระหว่างเดินทางไปที่ต่างๆ ก็ตาม
และก็น่ารักว่าอาหารที่ Taebaek ทำอร่อยและถูกปาก Shinhoo อย่างยิ่ง ถึงขั้นที่แม้จะเป็นพาสต้ากับซอสสำเร็จแต่พอผ่านการปรุงเสริมใส่หอมใหญ่ กระเทียม โน่นนิด นี่หน่อย จากฝีมือ Taebaek ก็อร่อยมากไป จน Shinhoo กินอย่างเอร็ดอร่อยทุกครั้ง ทั้งที่ปกติเวลาอยู่คนเดียว ตัวเองที่มีนิสัยกินเพื่ออยู่ก็ถึงขนาดเอาโปรตีนมาเขย่ากับน้ำแทนอาหารด้วยซ้ำ และพอเอ่ยปากชม เจ้าตัวก็บอกว่าปกติไม่ทำอาหารเพราะขี้เกียจ แต่พอเห็นอีกคนกินอร่อยทุกครั้งก็เลยอยากทำ คิดว่านี่คือสาเหตุที่คนเลี้ยงหมากัน ... ทำเอา Shinhoo อยากจะลุกขึ้นมาชกหน้า
Shinhoo: I feel it every day, but you are really good at cooking.
.........
Taebaek: I don't even cook because I'm too lazy.
Shinhoo: Ah .....
Taebaek: But seeing Manager Lee eats well, I just want to do it.
Shinhoo: Yes?
Taebaek: I Guess that's why people raise dogs.
Shinhoo: ...
Taebaek: Oh, clench your fists again. Are you going to hit me?
กับคืนก่อนออกเดินทาง Shinhoo ก็กลุ้มใจว่าอาวุธที่มีในมือตอนนี้ก็เป็นแค่มีดทำครัวกับไม้กอล์ฟ อย่างน้อยถ้ามีปืนอย่างตอนที่อยู่ในกองกำลังพิเศษก็น่าจะเพิ่มโอกาสในการรอดให้สูงขึ้น และพอกำลังกลุ้มใจ Taebaek ก็โพล่งออกว่าตัวเองมีปืนอยู่ ... โดยที่ก่อนหน้ามีวันที่ Taebaek ตื่นสายให้ Shinhoo แล้วก็ให้เหตุผลว่าเมื่อคืนมัวแต่เล่นกับของเล่นอยู่ ซึ่งก็คือปืนพวกนี้
ซึ่งเพราะปืนอยู่ที่ตึกโรงยิมที่ Taebaek เป็นเจ้าของ พอคิดว่าจะต้องฝ่าฝูงอีทเตอร์มหาศาลเข้าตึกเอาปืนไหม ก็เป็นความกังวลที่สูญเปล่าอีกแล้ว ตั้งแต่ตอนที่ลงจากบันไดหนีไฟไปที่รถ ด้วยความที่เจ้าตัวรวยมาก อยู่ในตึกที่การรักษาความปลอดภัยสูง ความเป็นส่วนตัวสูง สภาพตึกก็เรียบร้อยปลอดภัยไม่มีร่องรอยอีทเตอร์เลย แม้ว่าช่วงที่ลงมาข้างล่างจะเจออีทเตอร์บ้าง แต่สภาพประตูก็แข็งแรงพอจะกันได้ ไม่นับชั้นจอดรถของ Taebaek ที่กินพื้นที่ส่วนตัวด้านหนึ่งอีก และการเข้าไปเอาปืนก็คือการขับรถเข้าไปในโกดังด้านหลังตึกที่เจอกับอีทเตอร์จำนวนทั้งหมด 1 ตัว (หนึ่งตัว!!!!) .... การกังวลช่างเป็นเรื่องเสียเวลา!
พอเห็นทั้งปืนที่สะสมอยู่ ตัว Shinhoo ก็ทั้งทึ่งกับราคาปืนธรรมดาแต่กลายเป็นราคามหาศาลที่ Taebaek ต้องจ่ายให้พ่อค้าอาวุธเพื่อนำเข้ามาให้ และความใจกล้าของตัว Taebaek ที่กล้าเก็บอาวุธปืนมากขนาดนี้ไว้ในกลางเมือง
แต่จากความรักปืนและบ้าสะสมปืน ก็เลยทำให้ประกอบปืนเร็วมาก ถึงขั้นที่เร็วกว่า Shinhoo ที่เป็นทหารหน่วยพิเศษมาก่อนอีก ขำที่พนันกัน แล้ว Taebaek เร็วกว่า Shinhoo ที่มั่นใจกับฝีมือตัวเองมากก็ช็อคค้างไปแล้ว แถมแพ้พนันยังต้องเรียกชื่ออีกฝ่ายอีก ตอนที่พยายามกลั้นใจเรียก Taebaek-ah ออกมาน่ารักดี กับต้องให้อีกฝ่ายเรียกพี่ ... จากที่เคยเป็นทางการว่าหัวหน้าทีมฮัน กับผู้จัดการลี
กับพอถามว่าถ้ายิงปืนไม่เป็น ไม่ได้ยิงปืนขนาดนั้น ทำไมมีกระสุนเยอะ Taebaek ก็บอกว่าเป็นบริการจากพ่อค้าอาวุธ
ตอนนี้ก็ได้เวลาขับรถหนีออกจากโซลแล้ว โดยตามแผนการทั้งสองคนเลี่ยงที่จะเดินทางช้ากว่าคนอื่นหนึ่งวัน เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทุกคนจะรีบหนีออกจากเมืองพร้อมกัน และให้อีทเตอร์ตามกลุ่มคนกลุ่มแรกที่อพยพออกไป แต่เพราะกลัวว่าเส้นทางด่วนและทางหลวงที่จะไม่มีทางให้เลี่ยงหนีถ้าเกิดเหตุใดๆ ขึ้นมา ก็เลยยอมเลี่ยงไปใช้ถนนสายย่อยที่แม้จะต้องใช้เวลามากกว่า แต่ก็น่าจะปลอดภัยกว่า
ชอบเวลา Taebaek ขับรถ แล้ว Shinhoo คอยระวังและหาเส้นทาง เป็นแบ่งงานกันช่วยเหลือกันที่ลงตัว โดยเฉพาะเมื่อตัว Taebaek ก็รู้จักรถจนเอามาใช้ประโยชน์ได้ มีตอนที่รถข้างหน้าพลิกคว่ำอยู่จากฝีมือของอีทเตอร์ แล้ว Shinhoo ก็คิดว่า Taebaek จะขับแล่นผ่านไปเลย แต่ตัว Taebaek กลับรีบหยุดรถ เพราะเห็นประกายไฟจากถังน้ำมันว่าจะระเบิด แต่ว่าหลังจากนั้นก็เป็นว่าที่กั้นถนนถูกแรงระเบิดทำลายและฝูงอีทเตอร์ก็ทะลักออกมาจากตรงที่กั้น โดยที่เมื่อยิ่งออออกมา ที่กั้นยิ่งพัง และจำนวนอีทเตอร์ก็ไหลออกมาเยอะขึ้นเรื่อยๆ
ถึงขั้นขอบคุณที่ Taebaek ขับรถแข่งมาก่อน เพราะกดคันเร่งหนีเร็วเนียนมาก ไม่งั้นสถานการณ์ที่พวกอีทเตอร์ตามเสียงระเบิดมานี่ ... ตายสถานเดียวจริง แถมมารอบด้านอีก จนสองคนหนีเข้าไปในร้านยาง พระเอกฉันเริ่มยิงปืนได้แล้ว แต่ว่าที่กั้นเหล็กกลับหยุดค้างอยู่ตอนลงมา ทำให้พวกอีทเตอร์กรูเข้ามาได้ จนสองคนต้องทิ้งรถ แล้วหนีไปที่ชั้นสอง จนไปจบที่ดาดฟ้า ดีที่ซอมบี้เรื่องนี้อาศัยการมองเห็นมากกว่ากลิ่นนะ หนีง่ายขึ้นเยอะเลย เพราะพอไม่เห็นตัว การพังประตูดาดฟ้ามาก็หมดไป จะเป็นปัญหาก็แต่พวกที่ล้อมร้านอยู่
และระหว่างที่ Shinhoo กำลังเคร่งเครียดหาทางถึงขั้นที่คิดว่าจะเสียสละตัวเองอย่างไรให้อีกคนรอด Taebaek กลับใจเย็นกว่านั้นมาก ตอนที่บอก Shinhoo ว่า อย่างน้อยตอนนี้อากาศไม่หนาวแล้วก็ไม่ร้อน ทำให้การติดอยู่ที่ดาดฟ้าไม่ทรมานจนเกินไป และชวนให้คนข้างๆ นั่งดูท้องฟ้าก้อนเมฆสบายใจ
และพอนั่งไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรทำ ตัว Taebaek ก็เริ่มอธิษฐานเรื่อยเปื่อย ถึงช่วงแรกขอพระเจ้า พระพุทธเจ้าก็ปกติดี แล้วก็ไปถึงซุส และอโฟรไดท์
ตั้งแต่ให้โลกล่มสลายแล้วทุกคนตายไปด้วยกัน
ให้มีไวรัสสายพันธุ์อื่นที่ออกมาฆ่าพวกอีทเตอร์
..... ไปจนถึง ให้เกิดภูเขาไฟระเบิด
ฟังคนข้างตัวอธิษฐานมาจนถึงตอนนี้ ตัว Shinhoo ก็เริ่มอดสงสัยจนเอ่ยปากถามไม่ได้ว่าทำไมต้องเป็นภูเขาไฟระเบิด แล้วอีกคนก็อธิบายว่าถ้าเกิดภูเขาไฟระเบิดแล้ว พวกอีทเตอร์ที่ชอบแสงไฟและเสียงดังก็จะกรูไปที่ภูเขาไฟระเบิด และสองคนก็จะหนีรอดไปได้
จากความคิดแผลงๆ ไร้สาระกลายเป็นการจุดประกายให้ Shinhoo ด้วยการคิดจะระเบิดร้านข้างๆ เนื่องจากเหล่าอีทเตอร์จะหายกันออกไป ตามสัญชาตญาณที่มักรี่เข้าหาแสงไฟและไม่รู้จักเจ็บปวดก็จะกรูเข้าไปในกองไฟเหมือนแมลงเม่าที่ทำลายตัวเองและทำลายตัวที่อยู่รอบข้างไปพร้อมกัน สองคนก็เลยเอาโครงเหล็กจากชั้นดาดฟ้าวางพาดไปที่ร้านข้างๆ แล้วปีนไปปล่อยก๊าซเพื่อจุดไฟ แต่เมื่อ Shinhoo ที่ปีนไปก่อนควรจะส่งสัญญาณให้ Taebaek หายเงียบ คนที่รอจนร้อนใจก็ตัดสินไปปีนตามไปทันที ... และ Shinhoo ก็แปลกใจและรู้สึกอบอุ่นในใจที่มีคนห่วงตัวเองอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน
แผนสำเร็จตามคาดหมาย และก็โชคดีที่รถไม่เสียหายแม้แต่น้อย เมื่อขับรถออกมา และตระเวนหาอาหารและที่หยุดพัก ตัว Taebaek ที่หิวโซก็เริ่มจินตนาการบรรเจิดคิดถึงสิ่งที่ตัวเองอยากกิน แล้วพรรณนาออกมาให้คนที่นั่งข้างฟัง สุดท้ายก็ไปจบที่ซุปกิมจิใส่หมูชิ้นโตๆ และเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองพูดไม่หยุดก็ขอโทษ Shinhoo ที่นั่งฟังเงียบๆ อยู่ พร้อมกับบอกว่า อย่างไรก็ชอบตัว Shinhoo มากกว่าซุปกิมจินะ .... น่ารักและใสซื่อผิดภาพลักษณ์สาย chaebol ตอนแรกจริงๆ เหมือนตอนที่ครั้งแรก Shinhoo เห็นสีผมของ Taebaek ที่เป็นสีทองจากสีดำที่เห็นในรูปประวัติ และเห็นนิสัยที่ผิดกับขนาดตัวก็เผลอคิดไปว่าตัว Taebaek เหมือนหมาจินโดได้
จนเข้ามาถนนเส้นเล็ก ก็เจอเนอสเซอรี่อยู่ และก็โชคดีที่ถึงแม้อาหารสดจะเสียแล้ว แต่ที่นี่ก็ยังถือว่าเป็นสวรรค์ที่มีของในตู้ครบครัน ตัว Taebaek ก็ได้ทำซุปกิมจิสมใจ ไหนจะไก่นักเก็ตทอด และไส้กรอกย่าง กลายเป็นอาหารเต็มโต๊ะคู่กับข้าวสวยที่เพิ่งหุง น่ารักที่ Shinhoo ที่ปกติไม่มีความอยากอาหาร แต่เพราะอดกันมานาน ยิ่งเป็นอาหารที่ Taebaek ก็แทบจะทนรอให้ข้าวหุงสุกไม่ได้ ชอบอาหารที่ Taebaek ทำมาก ตั้งใจรอและตั้งใจตักเข้าปากจริงจัง จากที่กินให้อยู่ พออยู่ด้วยกัน ไม่เคยรู้ว่าตัวเองมี pleasure of taste มาก่อนเลย แต่ตอนนี้การกินอาหารที่อีกฝ่ายทำกลายเป็นความสุขไปแล้ว
หลังอาหาร ตัว Taebaek ก็ยังมีไอศกรีมวานิลลาโรยหน้าด้วยบลูเบอร์รี่ และราสพ์เบอร์รี่ที่ไปคุ้ยมาจากฟรีซเซอร์ได้อีก สมเป็นคนชอบขนมจริงๆ และก็ขอบคุณเนอสเซอรี่ที่มีอาหารให้นะคะ
เมื่อได้เวลาพักผ่อน ตัว Shinhoo ที่คิดว่าจะไม่นอนเพื่อเฝ้ายามดูแลความปลอดภัยให้ Taebaek ก็รื้อนิทานเด็กที่เล่าเกี่ยวกับเพนกวินสองตัวที่เดินทางหาบ้านมาอ่าน และอีกคนที่คิดว่าจะหลับเงียบๆ ก็ชวนคุย พอถามว่าตัว Shinhoo คิดอะไรอยู่ และคำตอบที่ได้ว่าโล่งใจที่ตอนเข้าเนอสเซอรี่มาไม่เจอเด็กที่กลายเป็นอีทเตอร์ และหวังให้เด็กๆ ในเนอสเซอรี่ทุกคนปลอดภัย และเดินทางไปถึงมกโพได้อย่างราบรื่น ก็ทำให้ Taebaek หลากใจที่คนที่ดูภายนอกเย็นชา ไม่สนใจใครเป็นห่วงเด็กๆ ที่ไม่เคยแม้กระทั่งเห็นหน้ากันมาก่อน และความรู้สึกที่มีต่อ Shinhoo ก็ท่วมท้นขึ้นมาจนเอ่ยปากถามอีกคนว่า “อยากจูบตัวเองไหม” “มาจูบกันเถอะ”
การเปลี่ยนทิศทางกระทันหันทำให้ Shinhoo ตามไม่ทัน จนสมองประมวลผลได้ว่าเป็นเพราะถูกอีกคนล้อเล่น และก็ตอบกลับว่ารู้ไหมว่าสามารถฆ่า Taebaek ด้วยมือเปล่าได้นะ ไม่ต้อง 5 นาทีหรอก 2 นาทีก็เพียงพอแล้ว ... แต่ Taebaek ที่รู้ทันนิสัย Shinhoo แล้วก็ยุให้ Shinhoo ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยลองทำดู ซึ่ง Shinhoo ก็ตกหลุมจริงๆ การจูบที่เกิดขึ้นเพราะความอยากรู้ของ Shinhoo ก็เริ่มขึ้น
โดยที่หมาจินโดกลายเป็นหมาป่าไปแล้ว เพราะคิดว่าถ้าอย่างไรก็จะถูก Shinhoo ฆ่าอยู่ดี ถ้าเป็นไปได้ ก็ขอตายตอนที่ทั้งจูบ Shinhoo ให้หนำใจปลเวก่อนเถอะ If this kiss ends in a mess, I'll die at Shinhoo's hands anyway. If possible, I wanted to die after biting and sucking Shinhoo's lips to my heart's content. ส่วนอีกคนเป็นอารมณ์เด็กถูกจับไปฉีดยาที่โรงพยาบาลที่รู้ว่าต้องทำแต่ก็กล้าๆ กลัวๆ แต่น่ารักที่พอจูบอย่างตั้งใจ แล้ว Taebaek เทใส่ความรู้สึกตัวเองลงไปเต็มที่ คนถูกจูบก็รับรู้ได้ ไม่นับว่าการที่ถูกกอดและสัมผัสอุณหภูมิอบอุ่นจากร่างกายคนอื่นเป็นสิ่งที่ตัว Shinhoo ไม่เคยทำ .... ตามจริงแล้วตัว Shinhoo ขาดความรักมาตลอดนะเนี่ย
เหมือนตอนที่อยู่บนดาดฟ้า และ Taebaek ลูบตา Shinhoo .... เพราะครั้งแรกและครั้งเดียวที่มีคนมาสัมผัสตัว Shinhoo อย่างใส่ใจก็คือตอนที่ผู้อำนวยการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตบบ่า Shinhoo เพื่อบอกลาตอนเจ้าตัวจะไปเป็นทหาร
สรุปว่าหมาจินโดก็ยังกลายพันธุ์ต่อไป และการสัมผัสตัว Shinhoo ก็ทำให้ตัวเองภูมิใจว่าเป็นคนแรกที่ถูกตัว Shinhoo นอกจากหมอที่เคยทำแผลให้ Shinhoo เสียด้วย Except for the doctor who treated these wounds, I'll be the first to touch it. A sense of uniqueness and superiority enveloped Taebaek.
และ Shinhoo ที่มีคนกอดและสัมผัสอย่างอ่อนโยนก็ผ่อนคลาย จนถึงขั้นที่หลับไปไม่รู้ตัว .... ทั้งที่ตั้งใจว่าจะเฝ้าดูแลอีกคนแท้ๆ แต่พอหลับป๊อกไปแล้วตื่นขึ้นมาพบว่า Taebaek หายไป โดยที่ในห้องน้ำก็ไม่มี ตกใจถึงขั้นคิดความเป็นไปได้ต่างๆ นานาที่รวมถึงการที่ Taebaek ผู้ชอบของหวานเจอช็อกโกแลตแล้วตามกลิ่นช็อกโกแลตไปแล้ว ก็เลยคว้าปืนออกตามหารอยเลือด คิดแง่ร้ายและลบมากจนไปเจอ Taebaek อยู่ในครัว โดยกำลังต้มซุปสาหร่ายในหม้ออยู่
เจ้าตัวที่คิดว่าจะเปิดฝา แล้วหยิบช้อนไปชิมซุปสาหร่ายถูก Taebaek พุ่งเข้ามาจูบออโต้ เหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองคนจะเปลี่ยนรูปไปนิดหน่อย แต่ Shinhoo ก็ยังตกใจกับการประชิดตัวและถึงตัวกระทันหันอยู่ดี ถึงขั้นคิดว่าเกิดอะไรขึ้น การจูบควรจะเป็นเรื่องที่ทั้งสองคนตกลงกันไม่ใช่เหรอ ทำไมตัว Taebaek บุกเข้ามาอย่างนั้น แล้วถ้าจะทำอย่างนี้ต่อไปในอนาคตอีกล่ะ What the hell is this, suddenly, why, what, kissing shouldn't be mutually agreed upon? What do you do if you make a sudden attack like this? Are you going to do this in the future?
และเมื่อ Taebaek งอแงจะจูบต่อไป Shinhoo ก็ตอบกลับไปว่าตัว Taebaek เคยถูกซุปสาหร่ายราดใส่หน้าไหม จนหมาจินโดกลายพันธุ์หงอแล้วรามือไป .... ซึ่งเอาจริง ก็อยากจะตีความให้ว่าโกรธที่ขัดขวางการชิมซุป เพราะติดใจอาหาร Taebaek และคาดหวังถึงรสชาติในหัวไปแล้ว
ถึงเวลาออกเดินทางต่อไป ทุกอย่างราบรื่นจนมาถึงเมือง Yongin ที่พอเข้ามาขับต่อไปไม่ได้ เพราะถนนรอบๆ ถูกปิดตาย ไม่ว่าจะขับเลี่ยงไปสายไหนก็เจอทั้งมีบังเกอร์มากัน มีการเอารถบัสที่เอาเครื่องยนต์ออกไปแล้วมาขวางถนน หรือแม้แต่การระเบิดตึกเพื่อกั้นทาง ..... ซ้ำร้าย ตัว Shinhoo ก็นึกออกว่าบัตรประชาชนที่ตกมาจากอีทเตอร์ตัวแรกที่สู้กันที่ที่จอดรถก็มาจากเมืองนี้ ยิ่งประกอบกับข่าวเฮลิคอปเตอร์ตกที่เข้ามาในหัวก็คิดถึงความเป็นไปได้ที่อีทเตอร์จะเริ่มต้นที่เมือง Yongin ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ข่าวหมีออกมาอาละวาดทำร้ายชาวบ้านก็น่าจะเป็นการปิดข่าวการอาละวาดของอีทเตอร์มากว่า
หาทางออกต่อไปไม่ได้จนสองคนคิดว่าจะหยุดรถ และพักหาหาทางกันต่อ ตอนหยุดพัก พระเอกหันไปกุกกักๆ อยู่ท้ายรถแล้วก็เอากล่องทัปเปอร์แวร์ใส่ข้าวปั้นใส่แฮม ทูน่า สาหร่ายที่ทำจากเนอสเซอรี่มา นี่คือขับรถหนี หรือออกมาปิกนิกกันคะ? เอาทิชชู่เปียกเช็ดโต๊ะแล้วตั้งสำรับเนี่ยย
แล้วพอขับรถมาถึงสะพานก็กลายเป็นเจอศพคนเป็นร้อยที่ถูกฆ่าแล้วแขวนเรียงไว้ที่สะพาน มีการฉีดพ่นสีบอกว่าซอมบี้เป็นตัวแทนพระเจ้าที่มาล้างบาปให้โลก กับเอาคนให้ซอมบี้กิน ไม่ไหวแล้ว เวลาเจอพวกคลั่งศาสนาแบบนี้ หลอนกว่าเจอซอมบี้จ้องเขมือบอีก ดีที่ทางจีนไม่ค่อยเล่นอุดมการณ์แบบนี้นะคะ น่ากลัวมาก
แต่ว่าระหว่างที่ลงจากรถมาสืบหาข่าวตัว Shinhoo ก็ถูกรถพุ่งชน และ Taebaek ก็ถูกกลุ่มคนในรถรุมทำร้ายก่อนที่สองคนจะสลบไปเพราะปืนยาสลบ
แล้วเมื่อตื่นมา Shinhoo อยู่คนเดียวในห้องที่เหมือนจะย้อนเวลากลับไปในประวัติศาสตร์ ซึ่งก็กลายเป็นว่าอยู่จับมาทิ้งไว้ในหมู่บ้านเมืองเก่าที่เป็นจุดท่องเที่ยว แม้ว่าจะระบมไปทั้งตัวเพราะถูกรถชน และมีอาการชาขยับไม่ได้จากฤทธิ์ยาสลบ แต่ความร้อนใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของ Taebaek ทำให้เจ้าตัวฝืนลุกออกมาจากห้องเพื่อตามหาอีกคน โดยที่เอาเชิงเทียนที่มีในห้องมาเป็นอาวุธ โดยพันติดมือไว้กับเนคไทเพราะมือยังไม่มีแรง วิ่งไปจนทั่วก็ยังไม่เจออีกคน และความเป็นไปได้ด้านร้ายทั้งหลายก็ถาโถมเข้ามาเรื่อยๆ
จนในที่สุดก็เจออีกฝ่ายจริงๆ เป็น Taebaek ที่ยังเป็นมนุษย์ และยังครบสามสิบสองดีอยู่ ... และดูจากสภาพอีกคน ก็ร้อนใจไม่ต่างกันและออกวิ่งตามหา Shinhoo มาตลอดเหมือนกัน ความรู้สึกของ Shinhoo ก็เป็นทั้งภูมิใจที่คนขี้กลัวอย่าง Taebaek ไม่ได้หลบอย่างหวาดกลัวอยู่ในห้อง และก็ทั้งเต็มตื้นที่ Taebaek ก็ห่วงตัวเองเช่นเดียวกัน
กลายเป็นความสัมพันธ์ของทั้งคู่เปลี่ยนรูปไปจริงๆ เพราะคราวนี้ การแยกจากกันโดยที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นอย่างไรทำให้สองคนเปิดใจให้กันมากขึ้น โดยเฉพาะตัว Shinhoo และก็ส่งผลให้ความกังวลที่จะต้องแยกจากกันเป็นในตัว Shinhoo เช่นเดียวกัน แทนที่จะเป็นแค่กับ Taebaek อย่างที่เป็นมา ..... ซึ่งก็อยากจะสรุปว่าเปลี่ยนความสัมพันธ์มาเป็นหมาจินโดที่อ้อนนายกับคนเลี้ยงที่ตามใจโอ๋หมาตัวเองเต็มรูปแบบแล้ว large dog tag ของพระเอกเปิดทำงาน 100% แล้วด้วย ฮือ จับใจ
คืนนั้นเมื่อสองคนคุยกัน และ Taebaek เล่าว่าตัวเองออกจากห้องอย่างไร และทำอะไรบ้าง Shinhoo ที่ได้ฟังก็ปลื้มใจว่าอีกฝ่ายโตขึ้นมาก และเรียนรู้จากการสังเกตและเรียนรู้แม้ว่าจะไม่ถูกสอน Taebaek grows rapidly. You learn by watching and learning without being taught. ซึ่งอ่านไปก็คิดได้แต่ว่ามันคือการเลี้ยงและพูดชมหมาตัวเองแล้วนะคะ Shinhoo
ส่วนจินโดเอ๋ย อ่านดูก็รู้ว่าอินเลิฟ ถ้าจะบอกว่า Shinhoo หัวเราะยาก แต่พอยิ้มขึ้นมาแล้วโลกสว่างสดใสเนี่ยยย Laughter is expensive, but when you smile sometimes, the whole world becomes brighter.
แต่น่ารักที่เวลา Shinhoo อยู่กับจินโดตัวเองแล้วหลับสนิทชนิดที่หลับแล้วหายไปเลย ทั้งๆ ที่ปกติหลับยากและหลับตื้นมาก
และตอนนี้ก็เป็นการรวบรวมคนที่ถูกพวกคลั่งศาสนาจับมาหนีออกไป และหาทางออกจากเมือง กลายเป็นช่วง Arc Yongin + Fanatics อยู่
อ่านเรื่องแนวซอมบี้ทีละตอนแบบนี้ทรมานมาก แต่ก็ยังดีที่มาจันทร์ถึงศุกร์นะคะ
...................................................
เอาจริงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เอาเล็งเอาไว้ก่อนเริ่มลงตอนจริงแล้ว แต่ก็ยังแอบกลัวอยู่ เพราะเอาจริงถ้าพูดถึงเรื่องแนววันสิ้นโลกกับซอมบี้ ทางเกาหลีมีน้อยกว่าทางจีนมาก (เท่าที่เจอทางเกาหลีดูเน้นไปทางสาย ability พวกฮันเตอร์ไม่ก็เอสเปอร์ไกด์ กับแนว ABO มากกว่า) และถึงมีก็ไม่เจอสนุกแบบอยากก้มกราบสักเรื่อง อย่าง 레인보우 시티 // Rainbow City ที่หลายคนชมก็ไม่ได้รู้สึกว่าสนุกถึงขนาดนั้น กับอีกอย่างก็คือไม่ชอบตรรกะการดำเนินเรื่อง และลักษณะนิสัยของตัวเอกเรื่องล่าสุดก่อนหน้าของคนแต่ง .... แต่พอมาจริงของจริง ตายไปตั้งแต่เห็นปกแล้ว สวยมาก ดีมาก และชอบรายละเอียดทุกอย่างจริงๆ ..... ถึงขั้นที่ขำมาก ตอนที่ 60 มีคนมาคอมเมนต์ว่า how do I get here? เพราะว่ามันสนุกมากยังไงล่ะคะ เริ่มอ่านแล้วก็ต้องซื้อต่อไปเรื่อยๆ จนถึงจบ ถ้าไม่ปาดซื้อรวดเดียวตั้งแต่แรกเถอะ
ถ้าเทียบกันระหว่างงานเกาหลีกับงานจีน งานเกาหลีลงรายละเอียดดีกว่างานจีนที่เน้น action โดยเฉพาะการบุกตะลุยฆ่าซอมบี้แล้วเอานิวเคลียสมาเพิ่มความสามารถตัวเองและพวกพ้องอย่างเดียว ซึ่งพอถ้าบรรยายสภาพอารมณ์และบรรยากาศเหตุการณ์ให้ดีแล้วงานเกาหลีระทึกขวัญและโน้มน้าวได้กว่างานจีนมาก เหมือนอยู่ในสภาพที่กดดันและดิ้นรนไปกับตัวละครตั้งแต่บทแรกแล้ว โดยเฉพาะอ่านเรื่องซอมบี้มาทั้งชีวิต นี่คือซอมบี้ที่น่ากลัวสุดจากใจ สายจีนถ้าไม่ evolve ระดับหนึ่งก็ยังโง่ๆ ทำอะไรไม่ได้อยู่ แต่คือทางอีทเตอร์เรื่องนี้นี่ แค่กลายร่าง ฟันก็กัดเหล็กได้แล้ว เป็นคนธรรมดาไปสู้คงได้แค่ตาย ฮือ ลุ้นระทึกขวัญตั้งแต่เกิดเรื่องแล้วสองคนจะกลับมาที่บ้านแล้ว อยากจะเรียกว่าซอมบี้นรก ที่ใครจะไปสู้ไหวคะ? ทุกคนพูดหมดเลยว่าทหารยังไม่รอด แล้วพลเรือนจะไปเหลืออะไร ฉันคงตาย หนึ่งวินาทีที่ซอมบี้โผล่นะคะ ตอนอ่านก็คือว่าฉันกลัวซอมบี้เรื่องนี้ มาก อ่านดึกๆ แล้วยิ่งหลอนมาก หน้าบ้านเป็นกระจกใสอีก ซอมบี้คงทะลุหน้าต่างมาง่ายเถอะ
กับอีกอย่างหนึ่งที่เทียบกับงานจีนก็คือ งานจีนถ้าไม่แหวกแนวไปเลย ก็จะเป็นตามกระแสคล้ายๆ กัน ซึ่งช่วงที่กระแส AZ ฮิตก็เหมือนกันหมดทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการที่ตัวเองมีพลังพิเศษ หรือแม้แต่มีมิติพิเศษที่มีน้ำพุรักษาอยู่ การตุนอาหารและของใช้จำเป็น (โดยเฉพาะตั้งแต่โอตาคุวันสิ้นโลก) การกลับมาเกิดใหม่ และการตั้งเบสตามเมืองต่างๆ เพื่อทั้งหลบภัยและรับมือสู้กับซอมบี้ ซึ่งในแง่หนึ่งก็ทำให้คาดเดาและรู้ผลง่าย ..... ผิดจากงานเกาหลีที่ทุกเรื่องจะมีแนวของตัวเองโดดเด่นไปเลยมากกว่า (ถึงแม้ว่าบางเรื่องจะโดดเด่นในแง่อินดี้อ่านไม่รู้เรื่องไปเลยก็ตาม )
((ถึงจะพูดอย่างไรก็เถอะ เอาจริงรักงาน AZ จีนมากนะ อ่านมันทุกเรื่องจนไม่มีอ่านแล้วจะว่าไป ฮือ))
แต่ส่วนตัว ก็แอบกลัวชื่อเรื่องที่บอกว่า Let's Meet Alive ในแง่ที่ว่าสองคนจะพลัดพรากจากกันหรือใครมีปัญหาอะไรภายหลังไหม กลัวมาก แต่ก็พยายามคิดว่าชื่อมาจากคำพูดที่รัฐบาลบอกให้ประชาชนออกเดินทางไปที่มกโพ แล้วเจอกันที่นั่นให้ได้มากกว่า เพราะตอนนี้อาการ Separation Anxiety ไม่ได้เป็นแค่กับ Taebaek คนเดียวแล้ว ถ้า Taebaek หายไปนอกสายตา Shinhoo ก็เริ่มตามหาเหมือนกัน
จริงๆ เวลาขึ้นเรื่อง 19+ นี่ หลายเรื่องไม่ใช่เพราะฉากบนเตียงนะ เป็นเพราะความรุนแรงด้วยต่างหาก อย่างเรื่องนี้ก็มีมีเตือนในเรื่องย่อก่อนเลยว่ามีฉากบรรยายความรุนแรง เพราะการฆ่าอีทเตอร์ว่าโหดแล้ว ตอนนี้การสู้กับพวกคลั่งศาสนานี่คือน่ากลัวกว่ามาก เนื่องจากพอกลุ่มคนคลั่งศาสนาไม่เหลือความเป็นมนุษย์ ตัว Shinhoo ก็ไม่คิดจะปราณีกับอีกฝ่ายเหมือนกัน อย่างตอนที่จับพวกผู้ร้ายได้ ก็บอกให้พวกผู้หญิงที่ถูกจับมา ฆ่ากลุ่มคนที่ทำร้ายตัวเองด้วยเชิงเทียนที่ Shinhoo ถือมาเป็นอาวุธ ไม่นับการบรรยายสภาพหลังจากนั้น และการเหลือผู้ร้ายในกลุ่มไว้คนนึงที่ยังไม่ได้ฆ่า เพราะจะเอามาเค้นความ ไม่ได้ฆ่าจริง แต่ว่าเอาที่ทุบข้าวเหนียวทุบ แล้วบรรยายว่าแขนขาหักหมด แล้วที่บอกว่าถ้าบอกความจริงมาจะปล่อยไป ก็คือไว้ชีวิต แต่ถ้าขยับตัวไปไหนไม่ได้อยู่ดี ก็รุนแรงว่าฆ่าให้ตายทันทีเหมือนกัน หรือยังจากนั้นก็เอาขวานจามแขนคนที่เฝ้ายาม แต่ถึงแม้จะไม่ฆ่า ในสภาพวันสิ้นโลกที่ไม่มีหมอ และเลือดออกมากไปในที่สุดก็ต้องตายอยู่ดี แม้ตัว Shinhoo จะบอกตอนเค้าความจริงว่าจะปล่อยไปก็เถอะ สรุปได้แค่ว่า blood and violence และ gore กระจาย
ปล.
1. ถึงแม้จะอยู่วันสิ้นโลกและอีทเตอร์รายล้อม สองคนก็ยังทำให้โลกเป็นสีชมพูได้อยู่ดี ตอนที่ช่วยกันค้นพิพิธภัณฑ์แล้ว Shinhoo ดีใจเพราะเจอลูกอมเอาไปให้อีกคนน่ารักมากก น่ารักที่คิดว่าอีกฝ่ายหน้าขรึมนิ่งเพราะไม่ชอบที่ให้กินลูกอมราคาถูกผิดจากที่ Taebaek เคยกินมาทั้งชีวิต แล้วรีบเลิ่กลั่กขอโทษ แต่ที่ไหนได้คือฝ่าย Taebaek ดีใจมากจนค้างไปแล้ว เพราะมากกว่าลูกอมก็คือความใส่ใจที่พออีกฝ่ายเห็นของปุ๊บก็คิดถึงตัวเองทันที
กับที่น่ารักพอกัน คือหลังจากนั้น ตอนที่ Taebaek ก็เอายาแก้ปวดให้ Shinhoo แล้วพอเจ้าตัวบอกว่าไม่ต้องกิน ไม่เป็นไร แล้ว Taebaek ก็เป็นคนบอกว่าตัว Shinhoo แขนเจ็บ จากที่สังเกตเห็นอยู่ ทั้งที่เจ้าตัวไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ
2. น่ารักที่บอกว่าอยากอยู่กันสองคน หมาจินโดอ้อนขึ้นเรื่อยๆ แถมกลายเป็นปีศาจจูบไปแล้วว และถ้าอยู่ด้วยกันสองคนก็หาเรื่องจูบ Shinhoo ได้ตลอด หลังๆ นอกจาก Shinhoo จะไม่ขัดแล้ว ยังอัพเกรดขึ้นด้วยต่างหาก ความสามารถ evolve สูงมาก เพราะหนีจากพวกซอมบี้ช้า แล้วทำพระเอกกังวล จะถูกแน็ก ก็ยิ้มแล้วบอกว่า ขอโทษ คืนนี้จะจูบนะ "I'm sorry. I'll kiss you at night." ก็ปิดคดีไปได้ในสามวินาที เพราะสรุปว่าอ้อนแบบนี้ น่ารักมากในสายตาพระเอกจนบ่นต่อไม่ได้เลย
แต่ที่ตอบปิดจบ หมาจินโดที่กลับมารู้ตัวแล้วก็บอกว่าจะจูบทั้งคืนเหมือนกัน "... all day long, only your lips, I will bite and suck."
3. เอาจริง พอหมาจินโดเริ่มโต (ตามคำคนเลี้ยง) ศักยภาพก็สูงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกันนะ เพราะตอนค้นพิพิธภัณฑ์ก็ดีอกดีใจที่เจอดาบยาว และพอ Shinhoo ที่เห็นจินโดเหมือนเด็กได้ของเล่น กำลังจะบอกว่าดาบใช้ยาก เพราะควบคุมน้ำหนักลำบาก ตัว Taebaek ก็ชักออกมาจากด้ามแล้วแกว่งไปตัดหัวหุ่นที่อยู่ข้างๆ รวดเดียวลงมากลิ้งอยู่ที่พื้นไป ... สรุปว่าเคยเรียนดาบมาก่อน แล้วก็มีดาบเป็นอาวุธเพิ่มมาอีกอย่าง ก็คือ
Awww, Taebaek who swings the long sword skillfully and confidently is so, so cool!
And Shinhoo who thinks of Taebaek the instant he finds the candies is so, so cute!
Saturday, 17 April 2021
The Rebirth of the Last Days and Return to [Fang] Hao// 末世重生之重归于郝 โดย 暖荷
//สปอยล์เอเวอรี่ติงงง กรีดร้องอย่างที่นึกออก คงจะยาววว//
คนแต่ง “The Reborn Otaku’s Code of Practice for the Apocalypse /โอตาคุวันสิ้นโลก” (รีวิวแบบสปอยล์ไปแล้ว) เป็นแนว apocalypse กับ rebirth แบบเดิมอีก ไม่อ่านไม่ได้แล้วไหมคะ
คุณพี่ He Zizhong ถูกทรยศหักหลังจากคนรักและลูกพี่ลูกน้องหลังวันสิ้นโลก โดยช่วงกำลังหนีตายก็ได้น้อง Fang Hao ที่ทำอย่างไรก็ไม่ทิ้งตัวเองไปมาอยู่ด้วยกัน แต่พอน้องปกป้องพี่จนตัวตาย พี่ He Zizhong ก็ได้รู้ว่า Fang Hao เป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนตัวเอง จนสุดท้ายตัว He Zizhong ก็ตายไปพร้อมความเสียใจที่รักคนผิด และรู้ตัวช้าไป
แต่ว่าเมื่อตื่นขึ้นมาอีกที ก็ย้อนเวลากลับมาก่อนช่วงวันสิ้นโลก และดังนั้น ปณิธานชีวิตตอนนี้คือ รักคนให้ถูกและอยู่ดีกินดี
.
.
เอาจริงเรื่องนี้มีแค่นี้จริงๆ เพราะว่าตัว He Zizhong คิดว่าถ้าจะอยู่ในวันสิ้นโลกต่อไปก็ควรจะรักคนที่มีค่าพอที่จะมอบความรักให้ และฝากชีวิตไว้ได้ ซึ่งพอเป็น Fang Hao ก็เป็นเงื่อนไขที่ลงตัวยิ่งกว่าพอดี ด้วยว่าตัว Fang Hao เองก็รัก He Zizhong มานาน และก็พร้อมจะทำทุกอย่างให้ He Zizhong เสียด้วย ... น่ารักที่ Fang Hao มุ่งมั่นมโนอยู่คนเดียวสารพัดว่าวันนี้จะอุทิศตัวเพื่อรุ่นพี่ที่รักอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อออกมาในรูปการทำอาหาร ตัวเองทำอาหารอร่อย และรุ่นพี่ก็กินอย่างมีความสุข ความไฟลุกท่วมเวลาอยู่ในครัวและบนโต๊ะอาหารก็ทำให้เจ้าตัวคิดเมนูอาหารสารพัดไม่ซ้ำแบบ เป็นทั้งแผนการเอาชนะใจผู้ชายผ่านทางกะเพาะ และทั้งยุทธศาสตร์การเตรียมเสบียงอาหารระหว่างที่สองคนต้องเดินทาง/ สู้กับซอมบี้ไปพร้อมกัน (เพราะว่ามิติเก็บรักษาอาหารไว้ได้ ดังนั้นการทำอาหารตุนไว้ก่อนเป็นเรื่องปกติของน้องมาก)
เนื่องจากตัว He Zizhong มีมิติพิเศษที่มีทั้งพื้นที่เพาะปลูก บ่อน้ำ และบ้านพัก นอกเหนือจากทำให้สองคนมีพื้นที่หลบภัย และพักผ่อนได้แล้ว ก็ทำให้เกิดการไร้ขีดจำกัดเรื่องการขนของและพื้นที่จัดเก็บด้วยเหมือนกัน ซึ่งถ้าคิดว่าการเก็บตุนทรัพยากรทั้งอาหาร เครื่องนุ่งห่ม อาวุธ เครื่องจักร และนานาสารพัดในเรื่องแนววันสิ้นโลกเป็นเรื่องใหญ่แล้วก็ขอเชิญมาอัพดีกรีด้วยกัน เพราะว่าด้วยการไร้ขีดจำกัดในเรื่องการขนของและพื้นที่จัดเก็บก็ทำให้ทั้งสองคนมุ่งมั่นและเมามันกับการหาของและตุนไว้ในมิติส่วนตัวของ He Zizhong อย่างเกินห้ามใจได้ หลายครั้งที่การออกไปหาของไม่ใช่แค่ว่าไปหาอะไรได้ เก็บอะไรมา แต่ว่าต้องเป็นเก็บให้หมด เก็บไม่ให้มีอะไรเหลือ อะไรก็เก็บไว้ก่อน แล้วค่อยไปคิดทีหลัง
ยิ่งไปกว่านั้น ชาติแรกพื้นที่มิติที่ตอนแรกอยู่แค่ในกำไลข้อมือ แต่ชาตินี้กลายเป็นกลายเป็นส่วนหนึ่งของ He Zizhong ไปเลย ใครแย่งชิงไม่ได้อีก และพอมิติเริ่มพัฒนาความสามารถขึ้นมา ก็ทำให้น้อง Fang Hao สามารถเข้าออกและหยิบของจากในมิติตามใจได้เหมือน He Zizhong อีก ช่างอำนวยความสะดวกกันไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ
ความเก็บหมดไม่แบ่งให้คนอื่นที่ขำมากก็คือตอนมาอยู่ที่ฐานเมือง A ใหม่ๆ ยังไม่มีใครรู้จักนิวเคลียสจากซอมบี้ สองคนนี้ก็รีบรับงานไปเอาขี้เถ้าซอมบี้ที่ถูกฆ่าและเผาไปทิ้ง เพราะว่าได้ผลตอบแทนดี และที่สำคัญหาทางไปรวบเก็บนิวเคลียสของซอมบี้มาเป็นของตัวเอง มีเท่าไหร่ก็กวาดมาหมดจนสงสารตอนที่กว่ากองทัพจะรู้เรื่องเห็นค่านิวเคลียสก็กลายเป็นปริศนาไปแล้วว่าทำไมเหล่าซอมบี้ที่ถูกกวาดล้างไม่มีนิวเคลียสตกไว้แม้แต่ชิ้นเดียว
จริงๆ ในชาติที่แล้ว ตัว He Zizhong ก่อนตายพบว่าตัวเองมีพลังลม แต่เพราะการมีไข้อยู่ตลอดเวลาทำให้ตัวเองอ่อนแอ และไม่ใครอยากรับเป็นพวก ขณะที่ตัว Fang Hao เองมีพลังการรักษา ซึ่งแม้จะเป็นต้องการตัวของจากทุกกลุ่ม แต่ตัวเองก็เลือกจะติดตามและอยู่เคียงข้าง He Zizhong เท่านั้น พอมาในชาตินี้ การดื่มน้ำจากบ่อในมิติพิเศษก็ช่วยให้อาการไข้ของ He Zizhong เบาบางลง และทำให้สามารถเพิ่มความสามารถได้อีก เป็นทั้งมีพลังลมและพลังโลหะ ส่วน Fang Hao ก็ได้ทั้งพลังรักษาและพลังความเร็วมา ... ซึ่งการอัพเกรดของทั้งคู่ก็แตกต่างจากคนอื่น เพราะเริ่มแรก สองคนเอานิวเคลียสที่ได้จากซอมบี้โยนไปเก็บในมิติ แต่กลายเป็นว่าทำให้ห้วงมิตินั้นอัพเกรดได้ และก็ทำให้สองคนอัพเกรดพลังตามได้ในภายหลัง
ซึ่งด้วยวิธีลัดเช่นนี้ ก็เป็นการอัพพลังที่เร็วล่วงหน้าคนอื่นไปหนึ่งช่วงตัวเสมอ ทำให้พออยู่ไปเรื่อยๆ ทุกคนก็รู้ว่าสองเทพนี้พลังสูงสุด เปลี่ยนจาก He Zizhong ที่พลังการต่อสู้ติดลบ กลายเป็นคนที่พลังต่อสู้/ทำลายสูงที่สุดในกลุ่มไป และแม้กระทั่งกองทัพเองก็ต้องปล่อยสองคนนี้ทำอะไรอย่างที่อยากทำในภายหลัง ยกเว้นเรื่องสำคัญบาดตายที่จะเรียกสองคนนี้มา เพราะรู้ว่าสองคนเก่งจริง แต่ไม่มีความทะเยอะทะยานอะไรใดๆ เลย (ยกเว้นการอยู่ด้วยกัน และอยู่ดีกินดี)
แต่บางการอัพเกรดห้วงมิติก็เป็นปัญหาสำหรับสองคน เพราะทุกครั้งที่ห้วงมิติเพิ่มความสามารถก็จะเข้าในในมิติไม่ได้ อย่างครั้งแรกกว่าจะรู้ตัวก็ถูกตัดขาดจากทรัพยากรในมิติไปแล้ว และครั้งหลังพอเริ่มมีประสบการณ์ก็ต้องเตรียมตัววางแผนให้ดี กลายเป็นเรื่องใหญ่ต้องจริงจังทุกครั้งไป กับอีกครั้งกับพอคนในทีม (ที่สองคนนี้ได้ร่วมกลุ่มด้วยอย่างหลวมๆ) มาถามเรื่องวิธีอัพเกรดพลัง สองคนก็ตอบไม่ได้ อึกอักไปสักพักจนตัว Fang Hao เนียนๆ บอกคำตอบตามหลักนิยายซอมบี้ที่ได้อ่านออกไป แล้วก็บังเอิญสุ่มถูกเสียด้วย ทำให้ภาพลักษณ์สองคนนี้ยิ่งดูยิ่งใหญ่โค่นล้มไม่ได้เข้าไปอีก น่ารักที่คนที่จะอัพเกรดพลังอยู่ท่ามกลางสมรภูมิใหญ่ที่หลายทีมมาเข้าร่วม และพอสามคนนี้คุยกัน ทุกคนก็เงียบกริบ หน้านิ่งๆ แต่ว่ากางหูฟังจริงจังกันหมด
ส่วนตัว เรื่องนี้น่ารักที่เป็นการกลับมาเกิดใหม่ แต่ว่าไม่มีการเจ้าคิดเจ้าแค้นใด ๆ มีก็มีอยู่ แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือชีวิตมีค่าเมื่อได้อยู่กับคนที่รัก ไม่จำเป็นต้องเอาไปใส่ใจกับคนที่ไม่ควรใส่ใจ สองคนรักกันหมกมุ่นมาก โดยเฉพาะน้อง Fang Hao ที่กว่าจะผันตัวจากสภาพแฟนบอยเป็นคนรักได้จริงๆ ก็นานโข น่ารักที่พอรู้ว่าตัวพี่ชอบกินอาหารรสเค็มเหมือนกันก็เกือบจะจุดพลุฉลอง บอกว่าเป็นคู่สร้างคู่สมที่เหมาะกันได้แล้ว พอพี่ He Zizhong อัพเกรดไปเป็นขั้นที่ 3 ก่อนชาวบ้าน สีตาเริ่มเปลี่ยนแกมเป็นฟ้าๆ ทองๆ ตามพลัง เพื่อไม่ให้คนสงสัยก็เลยใส่แว่นตาดำพราง คุณน้องก็ใส่เป็นเพื่อนเพื่อไม่ให้พี่เด่นแปลกแยกคนเดียว บอกคนในกลุ่มว่าตัวเองไม่ได้อัพเกรดนะ แค่ใส่เป็นเพื่อนคนรักตัวเอง หน้านิ่งก็จริง แต่ข้างในใจคิดว่า ใส่แว่นดำไปดีแล้ว จะได้ไม่มีคนมอง หรืออีกตอน มีคนเอาปืนมาจ่อพี่ ถึงแม้จะสงสารเห็นใจคนที่ถูกล้อม แต่ความคิดแรกก็ยังเป็นความรังเกียจคนพวกนั้นอยู๋ดี อารมณ์ท่วมว่า "กล้าดียังไงเอาปืนมาจ่อสามีฉันนน" (ตามนี้จริงๆ) ดำรงสถานะแฟนบอยอุทิศตัวทุ่มทุนเทถวายเสมอต้นเสมอปลายมาก
ซึ่งช่วงแรกๆ คุณพี่ He Zizhong ก็จะเทียบน้อง Fang Hao กับคนรักเก่าในชาติที่แล้วเป็นระยะๆ ขณะที่คนรักเก่ามัวแต่หลบภัยและแสวงหาความสบายอยู่ในมิติ น้องเราก็ยืนกรานที่จะออกไปข้างนอกไม่ยอมให้พี่ไปคนเดียว แถมเวลาเจอซอมบี้ น้องก็บุกไปฆ่าอยู่หน้าพี่ทั้งๆ ที่กลัวขาสั่น หรือว่าพออยู่ในมิติ แทนที่จะอยู่นิ่งๆ นั่งๆ นอนๆ ก็ไม่เคยอยู่สุข ทำโน้นทำนี่มือเป็นระวิงตลอดเวลา โดยเฉพาะที่ปล่อยให้เข้าครัวไป สภาพบ๊ะจ่าง 30 ลูก ขนมจีบสามสหาย 200 ลูก ซาละเปาไส้หมู 100 ไส้ผัก 50 เกิดขึ้นตลอดเวลา ทำอาหารตุนขุนพี่เหมือนจะเลี้ยงคนทั้งโรงอาหาร แบบนี้จะไม่รักได้อย่างไร รักมาก หวงมาก อย่าให้มีเวลาอยู่กันสองคนในมิติเชียว คือจับน้องกินตลอดเวลา
แต่เรื่องนี้แทนที่จะสวีทนัวเนียหวานอยู่ในครัวช่วยกัน จะเป็นแนวแบ่งงานกันทำเสมอ คืออยู่ด้วยกันในมิติจริง แต่ว่าน้องอยู่ในครัว ส่วนอีพี่ก็ไปใช้แรงงานอยู่ในไร่ในสวน ทั้งเพาะปลูก เล็มกิ่ง เก็บเกี่ยว ฯลฯ สารพัด
อย่างไรก็ดี ส่วนตัว รู้สึกแปลกๆ ที่ตัวร้ายมีจุดจบแบบง่ายดายและรวดเร็วไป ทั้งตัวคนรักเก่าที่ทรยศ ญาติผู้น้องที่ขายตัวเอง หรือแม้แต่หัวหน้าทีมพระเอกดังที่คนรักเก่าตัวเองเอากำไลข้อมือที่มีห้วงมิติของ He Zizhong ไปให้ อาจเป็นเพราะมองว่าตัว He Zizhong เองไม่ให้ความสำคัญกับคนเหล่านี้แต่อย่างไร
กับเพราะว่าพลังมิติของพี่เขาเป็นเรื่องใหญ่เลยทำให้สองคนไม่บอกใคร แต่ส่วนตัวก็รู้สึกว่าอยากให้ทีมที่ทั้ง He Zizhong กับ Fang Hao ไปอยู่ด้วยรู้เรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน หลายครั้งที่ภายนอกแร้นแค้นไร้อาหาร (เนื้อสัตว์) แต่สองคนอาหารไม่เคยพร่อง อย่างไรก็ตาม เพราะว่าต้องเล่นตามน้ำก็เลยทำให้คู่รักต้องกินอาหารแร้นแค้นไปด้วย หรือไม่ก็เอาอาหารดีๆ ในมิติที่ตัวเองมี มาทำหน้าตาให้เหมือนอาหารห่วยข้างนอก (ถึงขั้นที่ Fang Hao ต้องเค้นหัวคิดทำของดีให้ดูไม่ดี ยากขนาดนั้น) ทั้งที่ความจริงก็คือสองคนไว้ใจทีมนี้ถึงขนาดกล้าบอกความลับเรื่องพลังรักษาของ Fang Hao ด้วยซ้ำ และเพราะพลังรักษาของเจ้าตัว ก็ทำให้ทั้งทีมไม่เคยมีประวัติการตายใดๆ เลย
กับเตรียมใจไว้แล้วว่าตอนจบห้วนมาก แต่พอเจอกับตัวยังนิ่งไปเลย ว่าทำไมจบแบบนี้ เพราะสองสามบทสุดท้ายพูดถึงราชาซอมบี้ที่รวบรวมซอมบี้ทั้งหมดมาทำสงครามสู้รบกับมนุษย์ และก็มีชัยชนะสามารถทำลายฐานต่างๆ ตามรายทางมาได้ตลอด ซึ่งฐานเมือง A เองก็เผอิญกับการรุกรานมาจะสองปีแล้ว ถึงขั้นที่ทุกคนคิดว่าเป็นการสู้ตายตามกันครั้งสุดท้าย และสิ้นหวังขนาดที่ตัว He Zizhong กับ Fang Hao ถึงขั้นตัดสินใจว่า ถ้าร้ายที่สุดก็ปล่อยให้คนในทีมตายในน้ำมือซอมบี้ไม่ได้ แต่จะพาทุกคนไปอยู่ในมิติด้วยกัน
ถึงขั้นคิดภาพทุกคนมาโผล่ในมิติแล้ว แต่กลายเป็นย่อหน้าสุดท้ายของบทมีแดดออก เอาชนะซอมบี้ได้อย่างง่ายดายไป ถึงขั้นที่คนอ่านปรับใจตามไม่ทัน ยิ่งไปกว่านั้น ตอนสุดท้ายของเรื่องราชาซอมบี้ที่แข็งแกร่งยิ่งใหญ่ยังตายเพราะกลายเป็นอาหารต้นไม้กลายพันธุ์ จบแบบคนอ่านไม่เข้าใจ เทียบกัน “โอตาคุวันสิ้นโลก” ช่วงจบลงเนียนสวยงามกว่าเยอะเลย กับเอาจริงเรื่องนี้มันกระโดดเพราะช่วง timeskip เยอะกับไม่ค่อยลงรายละเอียด ทำให้หลายตอนที่น่าจะสนุกก็กลายเป็นเล่าผ่านๆ ขาดสีสันและเสน่ห์ไปมาก เสียดายว่าไม่งั้นเรื่องนี้จะสนุกกว่านี้อีกมาก ให้ B/B- นะคะ
ส่วนตัว เรื่องนี้เซตติ้งหลายๆ อย่างเหมือนกันกับ “โอตาคุวันสิ้นโลก” มาก ทั้งการกลับมาเกิดใหม่ และการเตรียมตัวรับวันสิ้นโลก จนอยากจะเรียกว่าภาคต่อด้วยซ้ำ แต่เพราะมิติที่ He Zizhong ครอบครองก็เลยทำให้ขอบเขตความสามารถของตัวละครเหนือจริงไปกว่าเรื่องโน้นมาก โดยเฉพาะความสามารถทางการต่อสู้ของ He Zizhong (และในระดับที่รองลงมาของ Fang Hao) และการใช้ชีวิตอยู่ดีกินดีในมิติ ไม่ต้องมานั่งคิดว่าจะขยายพื้นที่ตรงไหนไปปลูกพืชผักปลูกหญ้า เพราะพื้นที่อลังการทำให้สามารถปลูกทุกอย่างเท่าที่นึกออก เป็นการทำกสิกรรมขั้นรุนแรงง ทั้งธัญพืข ข้าว ผัก ผลไม้โน่นนี่นั่นไม่พอ ยังมีสิงสาราสัตว์ทุกประเภทที่นึกออกอีก ซึ่งยิ่งมิติอัพเกรดไปเรื่อยๆ ส่วนทะเลก็ขยายกลายเป็นมีหาดชายและทะเลให้สองคนเล่นน้ำจับปลาได้อีก จนช่วงจบ กลายเป็นสองคนมุ่งมั่นที่จะหานิวเคลียสมาให้พื้นที่ตัวเองอัพเกรดเพื่อดูว่าจะเกิดอะไรใหม่ต่อไป ยิ่งตอนจบ สองคนถึงขั้นออกมาจากค่ายตัวเองแล้วทำอาหารหลอดไปขายตามค่ายต่างๆ เพื่อแลกเป็นนิวเคลียสด้วยตรรกะ Equipment = Food = Crystal Nuclear = Upgrade! แล้ว
กับเรื่องนี้ต่างจากเดิม เพราะตอน “โอตาคุวันสิ้นโลก” ซอมบี้เป็นปัญหาใหญ่ที่น่ากลัวที่สุด และมีเหล่าสัตว์กลายพันธุ์เป็นอาหารให้คนล่า เรื่องนี้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดกลายเป็น “ต้นไม้กลายพันธุ์” ที่มีขนาดใหญ่และสามารถทำลายฆ่าแม้กระทั่งทหารทั้งกองทัพเพื่อเป็นแหล่งอาหารให้ตัวเองได้ ในเรื่องก็มีหลายฉากที่แม้กระทั่งตัว He Zizhong ก็ยังลังเลที่จะสู้กับต้นไม้พวกนี้ด้วยซ้ำ — ยกเว้นช่วงกลางๆ และหลังๆ ที่มีก้อนแป้ง สิ่งมีชีวิตปริศนาที่อยู่ในห้วงมิติหลังจากเกิดพัฒนาการ ที่ยึดถือ He Zizhongกับ Fang Hao เป็นพ่อและแม่ (?) ตัวตะกละที่พร้อมจะสู้กับต้นไม้กลายพันธุ์เพื่อแย่งนิวเคลียสมากิน
อีกอย่างก็คือวิธีการรบ เพราะว่าสองคนพลังต่อสู้สูง ก็จะถูกกองทัพหมายหัวให้ไปสู้กับซอมบี้ทำภารกิจระดับ SSS ด้วย และครั้งหนึ่งที่ไปกับภารกิจยากมาก ชนิดโอกาสรอดต่ำเรี่ยดิน ก็ทำให้เกิดสร้างสายสัมพันธ์กับผู้นำทหารรุ่นใหม่ในกองทัพและเหล่าผู้มีพลังวิเศษที่ตัวเองไปร่วมภารกิจด้วย ชอบที่ครั้งหนึ่งการสู้ใหญ่ถึงขนาดเป็นสเกลยึดตึกเป็นฐานสู้กับซอมบี้ แล้วก็แบ่งกลุ่มประเภทตามความสามารถกันเป็นชั้นๆ แบบชั้นหนึ่งพวกสายมิติเก็บของทำงาน พวกพลังดินอยู่ชั้นสอง พลังน้ำอยู่ชั้นสาม พลังไฟชั้นสี่ ทุกคนเร่งช่วยแรงช่วยใจกันสุดๆ เป็นลูป ฆ่า-เก็บนิวเคลียส-อัพเลเวล ไปด้วยกัน และที่น่ารัก คือพอกลับมาถึงฐาน ขั้วอำนาจเปลี่ยน เลยจับกลุ่มตั้งทีมกันเสียเลย เก่งและอัพเกรดสูงจนทุกคนในฐานแอบเรียกลับหลังว่า “ทีมนั้น”
ปล. พล็อตเจอกันตอนเด็กมาอีกแล้ววว แต่น่ารักดี ให้อภัยก็ได้นะ ก็สมกับเป็นชื่อเรื่องเนาะ
ปล. เอาจริง 暖荷 ชอบเขียนเรื่องแนวซอมบี้นะ แต่เรื่องอื่นนอกจากสองเรื่องนี้ไม่สนุกเลย เสียใจ
Friday, 1 May 2020
My Cherry Will Explode in the Apocalypse โดย 醉染轻歌
Su Ruizhe ย้อนกลับมาเกิดใหม่ จากที่ถูกทดลองจนตายไปในชาติที่แล้ว อย่างไรก็ดี ดีอยู่บ้างที่พลังพิเศษย้อนกลับมาด้วย และดังนั้น น้องก็ใช้ความสามารถไม้และมิติพิเศษอลังการกันไป
ตามท้องเรื่องอาศัยอยู่กับตาสองคน มีฐานะยากจน และตอนนี้หลังตาตายไป ครอบครัวป้าก็หวังฮุบค่าเวรคืนบ้านที่ตาให้อีกต่างหาก ไม่นับว่าชาติที่แล้ว ป้าชั่วร้ายขาย Ruizhe ให้สถาบันเอาไปทดลองจนตายด้วย ดังนั้น ชาตินี้ ไม่มีทางที่จะอยู่ร่วมโลกกับครอบครัวป้าแน่นอนนนน ... เป้าหมายชีวิตน้องคือ เอาผักผลไม้ที่อยู่ในมิติพิเศษมาขาย และเอาเงินที่ได้มาซื้อพันธุ์พืช และหมูเห็ดเป็ดไก่ทั้งหลาย เอาไปเลี้ยงในมิติพิเศษเพื่อมีเนื้อกินหลังวันสิ้นโลก
หลังขายผักผลไม้ไปไม่นาน ก็ได้เจอกับคุณพี่ Zhan Yun ซึ่งเป็นนักเลงใหญ่ประจำถิ่น อันที่จริง พี่เขาเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ และชาติที่แล้ว ก็เป็นกึ่งๆ คนรักกับคุณน้อง แต่เผอิญ น้องยังหลงเชื่อป้าใจร้ายอยู่ ก็เลยทำให้ต้องพลัดพรากกัน ก่อนตัวเองถูกขายให้สถาบันทดลอง
ไม่ต้องสงสัยเลย ว่าน้องจะอยากไปรีเทิร์นกับอีพี่มาก แต่โถ จะเข้าหาอย่างไร ก็ชาตินี้ยังไม่รู้จักกัน ยิ่งพอน้องเผลอแสดงฝีมือกระทืบกลุ่มโจรกระจอกที่หวังมาชิงทรัพย์ค่าขายผัก อีพี่ที่มาเห็นก็ยิ่งสงสัย แต่นะคะ คู่แล้วไม่แคล้วกัน วันหนึ่ง ขณะที่กำลังส่งผักเสร็จ เห็นคนถูกรุมน้องก็เลยเข้าไปช่วย ซึ่งก็คืออีพี่นี่เองค่าา เกิดอีเวนต์สร้างความรู้สึกดีไม่พอ ความจริงที่เป็นตำรวจนอกเครื่องแบบแตก พี่เขาก็เลยหลบมารักษาตัวที่บ้านน้องค่ะ!
สร้างความรู้สึกดีกันไป ความก็แตกดังโพล๊ะ เมื่อพี่เขามาเห็นน้องเอาอาหารทั้งหลายออกมาจากมิติส่วนตัวดังนั้น น้องคนซื่อก็เลยสารภาพหมดเปลือก ทั้งความสามารถตัวเอง ทั้งเรื่องในอดีต — รู้แบบนี้แล้วพี่เขาก็ไม่รอช้าค่าา พอน้องไปที่ safehouse พิเศษ และเริ่มเก็บตุนข้าวของกับน้องทันที
โลกนี้ คนที่ถูกซอมบี้กัด จะเกิดไวรัสพิเศษในร่างกาย และจะพัฒนาจนมีความสามารถพิเศษได้ ซึ่งคุณพี่ก็ได้ความสามารถในการควบคุมแรงโน้มถ่วงมา พร้อมกับความสามารถกัดกร่อนอีก เป็นความสามารถควบสองตามประสาพระเอก ส่วนคุณเพื่อนที่ Song Chengshu เป็นหมอ ก็ได้ความสามารถในการควบคุมน้ำมา
และระหว่างที่ออกไปหาของเพิ่ม ก็ได้พรรคพวกเพิ่มมาอีกคน นั่นก็คือ Zheng Jiahe หนุ่มน้อยโคตรเนิร์ดที่ได้พลังความแข็งแกร่งทางร่างกายมา และด้วยความบ้าซุปเปอร์ฮีโร่ก็เป็นมันสมองของทีมในการพลิกแพลงและประยุกต์ใช้ความสามารถของคนในทีมด้วย
หลังจากนั้น ก็ได้พรรคพวกเพิ่มมาอีกสาม คู่รัก Wu Jing สาวสวยเซลล์ขาย และ Zhang Shuoliang หนุ่มเทรนเนอร์ตัวโต ที่ติดอยู่ในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ตอนที่หนุ่มเนิร์ดเสนอแนะให้หาเครื่องปั่นไฟ ซึ่งพอทั้งหมดหนีซอมบี้ไปตึกข้างๆ ก็เจอกับ Yu Dongdong เด็กน้อยสามขวบที่พ่อแม่กลายเป็นซอมบี้อยู่ในห้อง และเพราะสงสารก็เลยนับหนูน้อยกับแมวดำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในกลุ่มด้วยเลย
ดังนั้น เมื่อสอนวิธีปลุกพลัง ก็ได้พบว่า Wu Jing เปลี่ยนร่างตัวเองเป็นหมอกได้ และ Zhang Shuoliang มีพลังควบคุมดิน และก็ได้เจอกับพรรคพวกเก่าของพระเอก ก็คือตัวพี่ชาย Cheng Qi ที่ได้พลังสายฟ้า และน้องสาว Cheng Jiao ควบคุมลมได้ กลายเป็นครบทีมขึ้นมา ซึ่ง OP ไม่ OP ขนาดไหน คือว่าไปฐานอื่นแล้วพอเจอแบ่งส่วนลงทะเบียนแยกกันระหว่างคนธรรมดากับผู้ที่มีพลัง ทุกคนก็มีพลังหมดเลยจนถึงขั้นที่เจ้าหน้าที่ฐานไม่เชื่อจนมีเรื่องกัน เอาจริง น้องแมวก็ยังมีพลังพิเศษ และก็ใช้พลังพิเศษในเวลาที่คาดไม่ถึง จนขนาดคนในทีมยังตกใจเองเลย
เรื่องนี้ด้วยความที่พี่พระเอกเป็นตำรวจก็เลยมีความรู้สึกที่ดีกับทหาร (หน่วยงานหลักช่วยเหลือประชาชน กวาดล้างซอมบี้ และหาของตามประสาแนว AZ) และคอยช่วยเหลือตำรวจที่เจอเป็นระยะๆ ดังนั้น ก็เลยมีความสนิทสนมกัน ถึงขั้นที่ตัดสินใจมาอยู่ที่ฐาน Wancheng base ด้วย ซึ่งตอนแรกก็เป็นการอยู่อย่างมีประโยชน์ร่วมกัน แต่เพราะเห็นว่าหัวหน้าฐานเป็นคนดี และจริงใจ ไปๆ มาๆ ก็เลยเป็นการอยู่ด้วยกันจริงจัง มีอะไรทั้งสองฝ่ายก็ช่วยกันหรือหาทางแก้ ตอนแรกเป็นแค่ Su Ruizhe ยอมบอกความลับเกี่ยวกับอาวุธพืชของตัวเองที่ฆ่าซอมบี้ได้อย่างประมีสิทธิภาพ ตามชื่อเรื่อง My Cherry Will Explode in the Apocalypse ที่ประยุกต์มาจากแนวคิดเกม Plants VS Zombies ที่ใช้พืชฆ่าซอมบี้ น้องก็เปลี่ยนเชอร์รี่เป็นระเบิด เปลี่ยนถั่วเป็นกระสุนปืน — แต่พออยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ หลังๆ เอาจริง ถึงขั้นที่หัวหน้าฐานมีปัญหาอะไร คือวิ่งมาหากลุ่มนี้ขอให้ช่วยแก้ปัญหาแล้ว
เรื่องนี้ต่างจากเรื่องอื่นที่ทัศนคติของกลุ่ม เพราะปกติแล้ว ถ้าทีม OP มากๆ จะออกมาตั้งตัวเป็นกลุ่มต่างหาก ถึงจะไม่แยกออกมาจากฐาน ก็จะเป็นกลุ่มผู้มีพลังพิเศษที่เป็นเอกเทศทรงอำนาจอยู่ในฐาน ไม่ยุ่งกับอำนาจหรือการเมืองเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้ ทีมเป็นที่ปรึกษาและคนแก้ปัญหาให้กับฐานมากจนถึงขั้นที่แยกไม่ออกว่าฐานกับทีมแปลกแยกกัน และทัศนคติของผู้นำฐานด้วย เพราะแทนที่จะหวาดระแวงอำนาจและความสามารถที่ทีมมี กลับเป็นไว้วางใจให้เป็นที่พึ่งพาของฐานไป เป็นภาพที่คนในฐานก็น่ารักเสมอภาพกันมากด้วย เช่นผู้นำนั่งกินข้าวในโรงอาหารเหมือนกับทุกๆ คน และกลุ่มก็ทักทายคนในฐานอย่างมีไมตรีต่อกัน และมีอะไรก็ไว้ใจบอกให้ทีมรู้หมด
ถ้านอกเหนือจาก Dangerous Survival ก็มีเรื่องนี้แหละที่ fluffy ที่สุดในสาย AZ (เอาจริง DS fluffy เพราะอันอันโอ๋เด็กแหละ ถ้าไม่มีประเด็นนั้นก็ไม่แน่ใจว่าจะละมุนไหมมม แต่ก็นะ อารมณ์ช่วยคนพอๆ กันอันที่จริง) เพราะว่าชอบที่สุดท้ายแล้ว มีเรื่องของการคืนดีกับคนในครอบครัว เพราะตัวพระเอก Zhan Yun และสองพี่น้อง Cheng Qi กับ Cheng Jiao เจอพ่อแม่ตัวเองที่อีกฐาน และเมื่อคืนดีกันได้ ก็พาพ่อแม่ตัวเองมาอยู่ด้วย โดยที่เหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายก็พร่ำบอกว่าอย่าพาไปอยู่ด้วยเลย ตัวเองแก่แล้วจะไปเป็นตัวถ่วง พอมาอยู่ด้วยได้กินอิ่มอยู่อุ่นก็ยังเกรงใจ จนผ่านไปนานกว่าจะเชื่อว่าลูกหลานตัวเองมีความสามารถและเป็นกลุ่ม VIP ของฐานขนาดไหนนั่นแหละ
ชอบอีกอย่างที่เรื่องนี้ค่อนข้างมองบวก ให้ค่าความไว้ใจสูง เพราะตัว Ruizhe เคยถูกทรยศมาก่อน แม้ไม่ได้ปิดความจริงเกี่ยวกับพลังตัวเอง แต่ก็ไม่กล้าบอกความสามารถทั้งหมดให้คนในทีมรับรู้ แต่เพราะตอนที่สู้ศึกใหญ่ แล้ว Ruizhe กับ Zhan Yun ออกไปสู้นอกกำแพงเมืองกันสองคน และตกอยู่ในอันตรายคับขันและคนในทีมต่างกระโดดลงไปช่วยอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังเนี่ยแหละ จนทำให้เชื่อในพวกพ้องและกล้าบอกความจริงและความสามารถที่มีทั้งหมดให้ทีมรู้โดยไม่ปิดปัง กับเพราะไปช่วยคนที่มีความสามารถรักษาโรคมาจากฐานชั่วร้าย และเมื่อพากลับมาที่ฐานตัวเองและฐานไม่ได้กักขังหรือใช้งานอย่างไร้มนุษยธรรม ก็เลยทำให้ Ruizhe บอกความจริงกับฐานเหมือนกัน
เรื่องน่ารักและน้องก็มีพลัง OP เว่อร์ ถึงขั้นที่คนเดียวสามารถใช้มิติพิเศษปลูกข้าวเลี้ยงคนทั้งฐานได้ (แม้ว่าจะลำบากตอนเก็บเกี่ยวที่ทุกคนต้องกลายเป็นแรงงานเถื่อนช่วยกันเกี่ยวข้าวก็ตามที) ถ้าไม่ติดตอนแรกๆ ที่ดำเนินเรื่องเนือยๆ และตรรกะแปลกๆ ก็ถือว่าครึ่งหลังใช้ได้เลย ถึงขั้นที่พออ่านตอนที่ 112 ยังคิดว่าจะจบแล้วเหรอ? ยังอ่านต่อได้อยู่นะอยู่เลย ก็นับเป็น elderly and kid-friendly team น่ารัก ให้ B นะคะ
ปล. อ่านครึ่งหลัง mtl อีกแล้ว เพราะว่าตอนนั้น Eng ยังแปลไม่เยอะ กับถ้าจำไม่ผิด น่าจะอ่านไปตอนเดือนมกรา แล้วก็พิมพ์ค้างไว้ช่วงกุมภา จนเพิ่งมาเจอเนี่ยแหละ // ช่วงนี้อ่านนิยายมากจนเรื่องสลับอีกแล้วว อาจต้องกลับมาเขียนรีวิวไว้จำเองอีก
ปล. เหตุผลนึงที่กลับมาอ่าน เพราะว่าอ่าน The Film Emperor’s Daily Live Cooking Broadcast แล้วชอบความ fluff ด้วยแหละ
Tuesday, 15 October 2019
Undead
ตัวเอก Si Nan ตื่นขึ้นมาในห้องขัง โดยที่จำอะไรเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้เลย ระหว่างที่นายทหารสองนายกำลังเคลื่อนย้ายเขาเองออกไป เจ้าตัวก็รู้ว่ารัฐบาลมีคำสั่งให้รวบรวมเหล่าโอเมก้าที่เป็นทรัพยากรหายากไปไว้ในที่ปลอดภัย
และดังนั้น ระหว่างขนย้ายเหล่าโอเมก้าแข่งกับเวลาที่ประตูเหล็กจะทานเหล่าซอมบี้ไว้ได้ Si Nan ก็ฉวยโอกาสวุ่นวาย จับทหารที่อยู่กับตัวเองมาเป็นตัวประกัน จนสามารถหลบหนีโดยกระโดดลงไปกลางฝูงซอมบี้!
นี่ค่ะ แค่โผล่มาฉากเปิดก็แอคชั่นแบบฮอลลีวูดแล้ว! เจ้าตัวใช้รถยนต์หลบหนีไปด้วยความเร็วสูงกลับเข้าไปในเมือง แล้วก็ไปเจอกลุ่มทหารหน่วยรบพิเศษที่กำลังเข้าตาจนถูกซอมบี้รุมล้อมพอดี ด้วยความที่เจ้าตัวต้องการยาปกปิดสถานะโอเมก้าตัวเองก็เลยกลายเป็นตัวล่อเบี่ยงเบนความสนใจของซอมบี้ เป็นช่วยเหลือกลุ่มทหารโดยปริยาย และดังนั้น เมื่อกลุ่มทหารช่วย Si Nan ที่กำลังเหมือนจะเข้าตาจน ก็กลายเป็นเจ้าตัวเข้าร่วมกลุ่มกับเหล่าทหารหน่วยพิเศษโดยปริยาย
หลังจากนั้นเมื่อเข้าฐานหลบภัยได้ และส่งความช่วยเหลือไปยังฐานใหญ่ ความแสวงหาที่ปลอดภัยมั่นคงก็เริ่มขึ้น!
คืออยากเขียนแค่นี้จะได้ไม่สปอยล์มากค่ะ แต่ว่าคุณพระคุณเจ้า! นี่คือสิ่งที่อยากอ่านมานานมากกก และอยากเห็นมาตลอด ฮือออ ตัวเอกเก่งมากเทพมากกกกกก ความสามารถในการต่อสู้ก็ดี ความสามารถในการใช้ปืน ความเยือกเย็นและความเด็ดขาด เด็ดเดี่ยวเวลาตัดสินใจนี่คืออ่านไปกรีดไปมากกก ขิงข่าปลาฉลามดีงามสามโลกจริงๆ ชอบตอนที่อาวุธหมดแล้ว ตอนที่อยู่โรงงานปุ๋ย เจ้าตัวก็เอาสารเคมีที่มีมาผสมกันเพื่อเป็นระเบิดเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินมาก กับอีกตอนที่อาวุธจะหมด แล้วมีคนบอกว่าให้ช่วยฆ่าตัวเองให้ตายก่อน ก็เสนอตัวเองเป็นคนลงมือแทน โดยใช้มือเปล่าอย่างรวดเร็ว และเนียนมากกกก
อย่างที่เปิดประเด็นมาว่าเจ้าตัวความจำเสื่อม และสิ่งที่เหลืออยู่คือความสามารถทางกายภาพ แต่สิ่งหนึ่งที่ติดตัวอยู่ก็คือ ทัศนคติที่เกลียดและดูถูกอัลฟ่ารุนแรง จริงๆ แล้วเหล่าทหารหน่วยรบพิเศษทุกคนเป็นอัลฟ่า แต่เพราะถูกส่งมาทำภารกิจพิเศษก็สร้างกินยากลบฟีโรโมนตัวเองจนดูเหมือนเป็นเบต้า และดังนั้น ก็เลยได้ความเชื่อใจระดับหนึ่งจาก Si Nan ด้วย
ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Zhou Rong หัวหน้าหน่วย ที่แสนจะอยากจะฟันธงว่าพี่เขาคือพระเอกมากกกกกกก สภาพแวดล้อม เงื่อนไขก็เหมือนจะใช่มากกกด พี่จะใช่พระเอกไหมคะ เปิดกันมาขนาดนี้แล้ว เป็นเถอะนะคะ เป็นเถอะ! ชอบโปรไฟล์พี่มากก หล่อ หน้าตาดี เก่งกล้า และฉลาดดด ถึงแม้พี่จะมีความกวนน่าถูกซอมบี้งาบหัวก็เถอะ อย่างคนในหน่วยคุยกันว่ามันจะต้องมีพวก curve-wrecker น่ารังเกียจที่เวลาสอบทำคะแนนสูงนรก แล้วอีพี่ก็หันไปตอบหน้าตาเฉยว่า อือ ก็เป็นเหมือนกัน ได้คะแนนท๊อปมาตลอดที่เรียนทหารสี่ปี ตอนจบยังได้เหรียญมาเลยนะ ไม่เคยให้ดูเหรอ
เวลาสองคนอยู่ด้วยกัน สุดแสนจะเป็น power couple มากก เอาจริง เป็น super power couple คนนึงจะเล็งหัวซอมบี้กอริลล่า อีกคนเอาไหล่เป็นฐานให้ยิงระหว่างรถวิ่งเนี่ยยย ไม่ไหวแล้ววววว มีตอนนึงที่ผิดใจกัน แล้วพี่เขารู้ว่า Si Nan ชอบของหวาน ตอนกวาดอาหารออกมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตก็เอาแอปเปิ้ลเคลือบน้ำตาลติดมือมาด้วย แล้วก็ตะโกนถามคนในกลุ่มว่าจะกินไหม ก่อนจะยัดใส่กระเป๋าให้โผล่มาครึ่งล่อน้องวิ่งมาหยิบไป
เรื่องนี้เหมือนจะเป็นเรื่องสายซอมบี้เรื่องแรกที่เหล่าตัวละครไม่มีการพัฒนาพลังวิเศษ ทุกอย่างเป็นเรื่องของเทคโนโลยี และทักษะทางการทหารล้วนๆ ดังนั้น ฉากที่เจอจนชินตาก็คือ เหล่าฉากปฎิบัติการทางทหาร ที่ไม่ว่าจะเป็นเอาปืนกลมายิงถล่มเหล่าซอมบี้ที่แห่กันเข้ามา การอพยพพลเรือนทั้งทางเฮลิคอปเตอร์และรถบัส การขวางระเบิดใส่ซอมบี้ การยิงพื้นซีเมนต์ให้เป็นรูพรุนเพื่อเปิดทางหนี action-packed ถึงขั้นที่อ่านไปพักใหญ่ก็ถึงขั้นคิดในใจว่าขอเถอะ พักบ้างได้ไหม ดูหนังแนวสงครามมา สู้กับผู้ก่อการร้ายยังไม่ตึงเครียดเท่านี้เลย
ก็นั่นแหละค่า อ่านด่วนนนน!
Thursday, 5 September 2019
บันทึกเรื่องแนววันสิ้นโลก+ซอมบี้ที่อ่าน
//พีคสุดชอบสุดที่สี่เรื่องแรก//
อันดับหนึ่ง
Dangerous Survival in the Apocalypse (รีวิวไปแล้ว)
ชอบ Shen Shian ตัวเอกที่เก่งเกินสามโลก OP เกินเหตุเพราะ space dimension ใหญ่ยักษ์ไม่มีขอบเขต และเจ้าตัวเหมือนจะทำได้ทุกอย่าง แต่ว่ามีน้ำใจและช่วยเหลือคนอื่น ใครมาอยู่กับ Shian คือชีวิตดีมากรุนแรง ถึงขั้นนั่งรถไปจิบสมูทตี้กินองุ่นบ้างเชอรรี่บ้างไปด้วยแล้ว ชอบที่เน้นสู้กับซอมบี้ แล้วก็เน้นการสู้กับใจคนไปพร้อมกัน ต่างจากเรื่องอื่นนิดหน่อยที่ไม่ได้เป็นการอยู่กับที่ แต่ว่าตะลุยฝ่าไปที่เมืองหลวง แล้วไปตั้งเบสที่นั่น ซึ่งระหว่างนี้ก็เก็บพรรคพวกไปได้ทีละคนสองคนพระเอกก็มาตั้งแต่ต้น แต่ว่าอยู่ในรูปตั้งแต่ลูกหมา และเด็ก ซึ่งป่านนี้ (ตอนที่ 155) ก็ยังไม่โต แต่ว่าชอบความผูกพันและตายแทนจริงจัง เป็นเรื่องแนวนี้ที่ชอบที่สุด
The Reborn Otaku’s Code of Practice for the Apocalypse (รีวิวไปแล้ว)
Luo Xun กลับมาเกิดใหม่ จุดเด่นอยู่ที่เจ้าตัวไม่มีพลังพิเศษ แต่ว่าใช้ประสบการณ์จากชาติก่อนกับสติปัญญาวางแผนและรับมือกับเหตุการณ์ตรงหน้าจนถึงขั้นเป็นหัวหน้าทีมของกลุ่มได้ ตามชื่อเรื่องก็เลยมีสองขา เน้นทั้งการเก็บของและสร้างฐาน ปลูกผักกับเลี้ยงสัตว์ไปด้วย ซึ่งรู้สึกว่าการสร้างบ้านเสริมความแข็งแรงให้ทนทั้งคนทั้งซอมบี้ในเรื่องอื่นไม่ค่อยทำ ลงรายละเอียดปลูกผัก และสร้างบ้านจะทุกขั้นตอนถึงขั้นหลับตาหลอนตามจริงๆชอบความสัมพันธ์ส่งเสริมกันของตัวเอกกับพี่พระเอก เพราะพี่เขาเก่งจริงแต่ว่าประนีประนอมคุยกันรู้ใจมาก //ตอนจบจบดีมากด้วย ชอบความรู้สึกต่อเนื่องแล้วก็โทนบวกที่ให้เห็นความหวัง
Dominion’s End The Region ทีมสังหาร vs อวสานโลก
เรื่องนี้ก้ำกึ่งว่าจะเป็นวายไหม เพราะว่าตัวเอกกลับมาเกิดใหม่เป็นผู้ชายจริง แต่ว่าเป็นผู้หญิงมาก่อน คนเขียนก็คือ Yu Wo เจ้าแม่สายแฟนตาซี ก็เลยทำให้เรื่องเยอะไปกว่าแนววันสิ้นโลก+ซอมบี้ส่วนใหญ่ กับรายละเอียดแน่น จินตนาการสูง ตัวเอกเก่งเทพมาก และก็หน้าตาดีมาก ตามประสาตัวเอกของ Yu Wo และทีมก็ดีเหมือนกัน เพราะคุณพี่ชายมีเพื่อนที่เป็นทหารรับจ้างในสังกัดอยู่ ดูจากทรงคิดจะครองโลกก็ยังได้แต่ปัญหาชีวิตก็คือ คนเขียนก็ยังเขียนไม่จบ Enter พิมพ์มาได้ 4 เล่มก็ยังค้างตายกันอยู่ และที่สำคัญเพราะปูพื้นค่อนข้างแน่น มาหลายเล่มแล้วก็ยังไม่ถึงไหน
Thrive in Catastrophe (รีวิวไปแล้ว)
ชอบการคิดนอกกรอบของตัวเอก แล้วก็ความกล้าที่จะดีขึ้นเพื่อคนที่ชอบนะ จุดเด่นก็คือเป็นสังคมวันสิ้นโลกอยู่แล้ว ก็เลยเริ่มเรื่องไปเชิง futuristic/ post-apocalypse ได้เลย แล้วก็ออกไปเชิงทหารแล้วก็การต่อสู้ของกองทัพมากกว่าจะเป็นคนธรรมดาอย่างเรื่องอื่น แต่ว่าส่วนตัวจุดเปลี่ยนที่ถูกลักพาตัวน่าเบื่อไปหน่อย กับไม่ชอบที่ตัวเอกยอมให้คนอื่นมากำหนดตัวเองเป็นช่วงๆ
//ช่วงนี้กลางๆ ค่ะ //
After Brushing Face At The Apocalypse’s Boss For 363 Days
ต่างจากเรื่องอื่น เพราะพระเอกเป็น AI ในเกม และตัวเอกก็หลงรักพระเอกที่เป็น last boss ในเกมก่อนที่จะหลุดไปในโลกเกม/โลก apocalypse ของพระเอก เรื่องนี้ก้ำกึ่งเป็นทั้งสายเกมแล้วก็สายวันสิ้นโลก+ซอมบี้ไปพร้อมกัน น่ารักที่ตอนตัวเอกเข้าไปในเกม สิ่งแรกที่ทำทุกวันคือไปหาพระเอกที่ใน setting ได้แค่ยืนเฉยๆ แต่หารู้ไม่ว่าพี่เขาก็น้ำหยดลงหิน อินน้องไปด้วยเหมือนกัน น้องคุยบ้าง กอดบ้าง โดยที่เพิ่มค่าอินเลิฟพี่เขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และดังนั้น เมื่อหลุดจากเล่นเกมมาอยู่ในโลกเกมจริงๆ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพี่เขาก็ตามล่าหาน้อง และเคยช่วยเนียนบ้างไม่เนียนบ้างไป ถึงขั้นทำเสื้อบอกว่ารักบอสให้ตัวเอกใส่ก็มี กับเป็น last boss ทำตัวร้ายไปจับคนในฐานมา ไม่ใช่อะไรแค่ช่วงนี้น้องไม่เอาช็อคโกแลตมาให้ ก็เลยข่มขู่เอาลูกสาวพ่อครัวมาเพื่อให้ทำช็อตโกแลตและใส่กล่องให้เป๊ะแบบที่น้องให้มา – คือว่าของเดิมเหลือกล่องสุดท้ายไม่กล้ากิน เป็นการใช้อำนาจตัวร้ายแบบจะร้ายดีไหมคะความ ultimate คือถามน้องตอนที่เจอกันจริงๆ ว่าอยากให้โลกนี้เป็นอย่างไรก็จะให้เป็นตามนั้น จุดจบของโลกขึ้นอยู่กับน้องต้องการ กี๊ซซซซซ
Number One Zombie Wife
ตัวเอกหลุดมาในนิยายที่ตัวเองเขียน ในเรื่องเป็นซอมบี้เพราะถูกฉีดไวรัสเข้าไป แล้วก็เป็นศัตรูกับพระเอกมาก่อน โดยเฉพาะเมื่อเป็น zombie king ช่วงแรก ๆ เหมือนจะเข้าไปเพื่อฆ่าพระเอก แต่เพราะพระเอกหน้าเหมือนเพื่อนสนิทตัวเองก็เลยฆ่าไม่ลง เปลี่ยนแผนเป็นให้สนิทกันจนฆ่าไม่ลงแทน ช่วงแรกพล็อตไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่ รู้สึกว่า loopholes เยอะ แต่ว่าช่วง 100+ สนุกอยู่เหมือนกัน เป็นเรื่องอ่านเรื่อยๆ แต่ไม่ค่อยรู้สึกพีคเท่าไหร่ แต่ว่าเวลาพระเอกอ้อนตัวเอกกับเวลาหึงน่ารัก+น่าขำเป็นระยะๆApocalypse Rebirth: Chief, Don’t Move!
เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวที่ไม่วาย และเหมือนจะเป็นเรื่องแรกแนวนี้ที่อ่านนานมาแล้ว 5555 ตัวเอกย้อนกลับมาเหมือนกัน และก็เป็นอารมณ์พยายาม reunite กับครอบครัวเดิม เอาจริงอ่านไม่ไกล เพราะเรื่องนี้ตอนนั้น raw อ่านยากCounterattack of a White Lotus that was Reborn into an Apocalypse
สลับกับเรื่องอื่นเพราะว่าตัวเอกเป็นพระเอก ใช่ค่า seme protag! จากที่ควรจะเป็นแค่ตัวประกอบร้ายๆ เพราะหลุดมาในนิยายที่เพิ่งอ่านก็เลยพยายามหนีจากสถานะมือที่สามของลูกพี่ลูกน้องที่มีแฟนอยู่แล้ว เรื่องนี้ตอนนี้งงโพกับงงพระเอกมาก แต่สุดท้ายแล้วพี่แกนั่นเองที่เป็นที่เป็นพระเอกและตัวเอกควบกันไป ส่วนนายเอกก็คือแฟนของลูกพี่ลูกน้องนั่นเอง กว่าจะเข้าใจก็ผ่านไปหลายบทโขจริงนายเอกเอาพระเอกมาอยู่ด้วย เพราะว่าอีนางกลับชาติมาเกิดใหม่ (reincanator VS transmigrator นั่นเองง) และก็กะจะแก้แค้นเต็มที่ แต่เพราะพระเอกเด๋อดูโง่แบบงงๆ ก็เลยปักธงนายเอกไปไม่รู้ตัว น่ารักที่พระเอกพยายามพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น และมองโลกในแง่ดี แต่พอนานๆ ไป เหมือนคนเขียนชอบเพิ่มตัวละครใหม่แล้วก็ทิ้งไปตามรายทาง กับหลังๆ ส่วนตัวว่านายเอกดูนิ่งไปนิดนึง สมเป็น tag cold interest มาก
Back to the Apocalypse
ตัวเอกกลับมาเกิดใหม่อีกเช่นกัน กลับมาทั้งพลังพิเศษ ทั้งมิติเก็บของ และด้วยความที่ชาติที่แล้ว ทำให้คนรักตาย ชาตินี้ก็เลยจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนรักที่เป็นหัวหน้าแกงค์ ซึ่งเอาจริงก็เป็นเรื่องที่ loopholes เยอะมาก และเขียนแต่สักว่าเป็นแนวสิ้นโลกซอมบี้ ตามสูตรแต่ไม่มีเสน่ห์ดึงดูดเท่าไหร่ จุดเด่นก็คือ ตัวเอกพลังเยอะ และเป็นลูกนักการเมืองก็เลยใช้อิทธิพล ความรวย และพลังสลับกันไป ส่วนตัวให้ไม่ผ่าน โดยเฉพาะไม่ชอบนิสัยตัวเอกมาก ๆ มีความรู้สึกว่าเห็นแก่ตัว แล้วก็มองโลกแคบ ไม่นับ loopholes และการขาดเสน่ห์My Cherry Will Explode in the Apocalypse
ตัวเอกกลับมาเกิดใหม่ เรื่องนี่คล้ายๆ กับ Back to the Apocalypse เพราะตั้งเป้าชีวิตว่าจะปกป้องคนรักให้ได้ แต่น่ารักกว่าเรื่องบน เพราะตัวเอกนิสัยค่อนข้างซอฟท์กว่า และคุณพี่พระเอกเป็นตำรวจ (อย่างน้อยก็สายนอกเครื่องแบบจ๊ะ) จุดเด่น คือพลังวิเศษของตัวเอกที่มีมิติพิเศษ และปลูกผักได้ ซึ่งคุณผักก็ทำให้ทั้งเป็นอาหารรสชาติดีมีคุณค่า และเป็นอาวุธสู้ซอมบี้ ปัฐหาอย่างเดียวที่สงสัย คือทำไมพี่พระเอกอินเลิฟเร็วมากRebirth of MC
พระเอกเกิดมาใหม่อีกเรื่องแล้วค่ะ คราวนี้ เอาจริงชื่อก็บอกอยู่แล้วเนอะ จุดเด่นคือการสู้กับซอมบี้ไม่ได้ใช้พลังพิเศษ แต่ใช้วิชาปราบปีศาจค่า ดังนั้นการทำไม้ท้อมาปลุกเสกเพื่อฆ่าซอมบี้ และการสร้างเขตอาคมก็เป็นเรื่องปกติเรื่องนี้ คุณพี่พระเอกเป็นทหารและแม่นปืนมาก ความขำก็คือ หมอดูบอกว่าพระเอกต้องหาคนที่จะแก้ดวง/ คนรักคือตัวเอกให้เจอ แล้วอีพี่พระเอกก็ใช้วิธีออกหมายจับ! ว๊อทมากก ตัวเอกหนีสุดหล้าฟ้าเขียว แต่สุดท้ายก็กลับมาเจอกัน อยู่ด้วยกันไปพักหนึ่งกว่าจะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร โถเพื่อนสมัยเด็กพระเอกก็ได้รับสืบทอดวิชาสร้างของอาคมมาจากบรรพบุรุษเช่นกัน เอาให้พอออ!
อ่านเพิ่มที่นึกออก (29/03/21)
- Undead (2019)
- 2013 (2019) (dropped)
- The Earth is Online (2019) (dropped)
- End of World’s Businessman (2019)
- Show Love System (2019?)
- The Rebirth of the Last Days and Return to [Fang] Hao (2021)
คนเขียน The Reborn Otaku’s Code of Practice for the Apocalypse โลกเดียวกัน แต่พอเว่อร์กว่า แล้วก็ OP กว่า ชอบในแง่คนรักอยู่ด้วยกันสองคน แต่ยังขัดใจเรื่องอยู่เป็นทีม แต่รวมๆ ก็เหมือนอ่านเรื่องต่อ แต่ก็ชอบอยู่นะ
- The Invasion Day (2021)
- Rebirth in the days of farming in the last days (2021) (dropped)
กลุ่มนี้รออ่าน
- Apocalyptic Rebirth: Earth’s Vast Changes
- Boss’s Death Guide
- Fierce Silk Flower
- The End of The World’s Reborn Cannon Fodder Counter-attacks
- Quick Transmigration: Rescuing the Blackened Male Lead
- The End of The World’s Reborn Cannon Fodder Counter-attacks
Monday, 22 July 2019
The Reborn Otaku’s Code of Practice for the Apocalypse
นี่เรื่องแนววันสิ้นโลก+ซอมบี้ที่ชอบที่สุดอันดับสองง // เอาจริงไม่ได้เขียนขายย เพราะน่าจะอ่านกันไปหมดแล้ว แต่เขียนบันทึกให้ตัวเองมากกว่า ^^”
มีแปลอยู่ในเด็กดี โดยคุณ Tatiane ด้วยชื่อมาตรการรับมือวันสิ้นโลกฉบับโอตาคุผู้กลับชาติมาเกิด แต่ปัจจุบัน มีสำนักพิมพ์ซื้อลิขสิทธิ์ไปแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าใคร ฮือ ลุ้นมากก เพราะว่าอยากซื้ออ อยากเก็บบ แต่ก็กลัวหนังสือไม่ท็อปฟอร์มมมมมมม
เอาล่ะ เริ่มเรื่องมาที่ Luo Xun กลับมาเกิดอีกครั้งก่อนที่วันสิ้นโลกจะมาถึง แล้วด้วยความที่ทุกข์ยากอยู่ในยุคหลังวันสิ้นโลก เพราะความที่เป็นคนธรรมดา ไม่มีพลังวิเศษ และไม่มีใครให้เกาะขา คุณน้องเขาก็อยู่อย่างลำบากขัดสนปลูกผักขายประทังชีวิตในห้องใต้ดินไปด้วยความแร้นแค้นนน รัดทนไม่รันทดขอให้ดูสภาพร่างกายขาดสารอาหารและไม่เคยเจอแสงแดด
ดังนั้นนน เมื่อกลับมาเกิดใหม่ สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือเตรียมพร้อมค่า
เริ่มต้นตั้งแต่มีอะไรก็ไม่สนใจ ขายให้หมด แล้วรวบรวมทุนทรัพย์ไปตุนของงง คิดอะไรออก ก็รีบซื้อเก็บไว้ ตั้งแต่เมล็ดพืช เครื่องปรุงอาหาร ยา เครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องปั่นไฟ จริงจังขนาดที่ถึงขั้นซื้อเครื่องสีข้าวไว้เลยด้วยซ้ำ
ด้วยความที่เป็นคนใต้ตึก อาศัยอยู่ในห้องใต้ดิน พอกลับมาก็เก็บกดมากก ที่ฐานเดิมที่เคยอยู่ มีครอบครัวที่อาศัยอยู่ชั้นบนสุด อยู่อย่างหรูหราด้วยการติดแผงโซลาร์เซลล์ แล้วขายไฟฟ้า Luo Xun ก็วาดฝันสวยมากกว่า จะทำแบบนั้น และอลังการกว่านั้น รีบซื้อห้องประกาศความเป็นเจ้าของจริงจัง
พอวันสิ้นโลกมาถึงจริงๆ ชัยภูมิห้องที่เป็นทั้งตึกใหม่ ไม่มีใครมาอยู่ และเป็นชั้นบนก็ทำให้อยู่ปลอดภัย จนกระทั่งไปเก็บตกผู้ชายที่บาดเจ็บระหว่างชั้นบันไดมาเนี่ยแหละ ที่เหมือนชีวิตเริ่มมีปัญหาแล้ว เก็บมาเพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่กลัวใครมาตามเจอ แต่ก็กลัวมาอีคนที่เก็บมาได้จะมาเกาะตัวเองอยู่ สิ้นเปลืองทรัพยากรไปให้คนอื่นอีก
ดังนั้น การดูแลและเลี้ยงดู Yan Fei ก็เริ่มขึ้น ... ด้วยความหวังของ Luo Xun ว่าพอหายดี อีพี่จะไปซะที แต่ที่นี้ พออยู่ด้วยกันไป ก็พบว่าพี่เขามีพลังพิเศษอยู่จ๊ะ เค้าควบคุมบังการโลหะได้ บวกลบคูณหารในใจเห็นข้อดีมากกว่า ก็เลยอนุมัติให้ Yan Feiอยู่ด้วยกันด้วยเสียเลย
ระหว่างนี้ ห้องอื่นในชั้น 16 ก็เริ่มมีเพื่อนบ้านมาอาศัยอยู่ข้างห้อง เป็นเด็กนักศึกษา 5 คนที่รอดมาได้จากการทำตามคำแนะนำแปลกประหลาดเกี่ยวกับวันสิ้นโลกที่อ่านเจอในเนท (แน่นอนว่ามาจาก Luo Xun นั่นเองง)
ช่วงแรกๆ ตัว Luo Xun ก็ยังไม่อยากยุ่งกับใครมาก ให้ความช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ไปตามเรื่องก็แค่เพราะว่า ถ้าเพื่อนบ้านแข็งแกร่ง บ้านเราก็จะปลอดภัยไปด้วย ต่างคนต่างอยู่ จนกระทั่งเริ่มออกหาของไปนอกฐานแล้วเก็บคนที่ถูกพรรคพวกทิ้งมาได้อย่าง Zhang Yi ที่มีความสามารถในการใช้ลมมาได้อีกคน
ซึ่งเพราะพอ Zhang Yi เป็นหมอ ก็ได้รับการปฎิบัติที่ดีจากเจ้าหน้าที่ในฐาน และก็ได้จัดสรรห้องในชั้น 16 มาเป็นเพื่อนบ้านอีกคน พออยู่ด้วยกัน เหล่ามนุษย์ชั้น 16 ก็มีความเป็นกลุ่มก้อนขึ้นเรื่อยๆ ไม่นับความแข็งแกร่งจากการที่มีคนที่ใช้โลหะและใช้ลมอีก
ไปเรื่อยๆ ก็เก็บ Xu Mei กับ Song Lingling สาวๆ ในชั้น 15 มาเข้ากลุ่มได้อีก 2 คน เพิ่มความสามารถในการใช้ไฟ และน้ำเข้ามา ... ครบทีมล่ะ
เอาล่ะ คราวนี้ความเทพก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรื่องนี้สนุกที่ความเสมือนจริง เป็น slice of life ที่แต่ละคนพยายามอยู่ในฐาน และเอาตัวรอดให้ได้ดีที่สุด หนุ่มๆ แต่ละคนทำงานกับฐาน และก็ใช้เวลาที่เหลือไปกับการปรับชั้น 16 และ 15 ให้เป็นที่อยู่อาศัยที่สบายที่สุด พร้อมๆ กับการปลูกพืชเอาไว้กิน (เพื่อประกันว่าจะมีพอกิน ก็เปลี่ยนพื้นที่ที่เหลือทั้งสองชั้นให้เป็นพื้นที่ปลูกพืชปลูกผักให้หมด) ส่วนสองสาว ไม่มีงานในฐาน แต่คอยดูแลต้นไม้ที่ปลูกเป็นหลัก เห็นแต่ละคนทำงานแล้วรู้สึกเหนื่อยแทนมากก นี่คือหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่เพาะปลูกไว้ยังชีพ ตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตจริงๆ
ด้วยความที่มีงานประจำ ก็เลยออกนอกฐานไปหาของได้เดือนละครั้ง ซึ่งเพราะจำนวนครั้งน้อย ก็เลยต้องใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนฆ่าและเก็บ nucleus จากซอมบี้ และการตามล่าหาทรัพยากรทั้งหลาย ซึ่งช่วยที่ออกมานอกฐานนี่เป็นช่วงที่รอและลุ้นที่สุดจริงๆ เพราะวิธีการฆ่าโหดมาก ถึงขนาดที่ทีมที่เก่งที่สุดก็ยังเก็บ nucleus แต่ละครั้งไม่ได้ขนาดนี้ (ถึงขั้นที่ Xu Mei กับ Song Lingling บอกว่าถึงออกได้เดือนละครั้งก็ยังคุ้มกว่าออกไปกับทีมอื่น) ทำงานกันเป็นทีม จริงจังและมีแผนงานเป็นขั้นเป็นตอนมาก สมาชิกมีแค่ 10 คน แต่ทุกคนมีบทบาทและหน้าที่ช่วยเหลือกันชัดเจน
ช่วงนี้มีน่ารักมากอยู่อย่าง เพราะความที่ Luo Xun เป็นคนธรรมดาที่ไม่มีพลังจนกลายเป็นคนชายขอบในชาติก่อน คราวนี้เจ้าตัวก็ไม่ได้คาดว่าตัวเองจะได้การยอมรับหรือนับถือใดๆ แต่เพราะความสามารถล้นเหลือ ทั้งในเรื่องความรอบรู้ (โดยเฉพาะจากในชาติก่อน) ความมีสติ วางแผนเก่ง และตัดสินใจถูกต้องก็เลยถูกสมาชิกคนอื่นวางให้เป็น “หัวหน้า” ไปโดยตัวเองก็ไม่รู้เรื่อง เป็นมติเอกฉันท์แบบที่ตัวเองก็ยังงงๆ — ไม่นับความสามารถในการใช้หน้าไม้ที่โหดมาถึงขั้นที่ตามประกบ Yan Fei ไปด้วยเพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ถึงขั้นที่ได้จ้างให้ทำหน้าที่คุ้มกันไปด้วยอีก
ความสัมพันธ์กับ Yan Fei ก็น่ารัก ด้วยความที่พี่เขามาจากตระกูลใหญ่ (ใหญ่ไม่ใหญ่ ขนาดมาที่ฐานยังกลายเป็นบุคคลสำคัญได้) ถูกคาดหวังจากคนในครอบครัว และมีภาระหน้าที่อันหนักหนา พอถูก Luo Xun ช่วยไว้ พี่แกก็เลยตั้งเป้าหมายชีวิตว่าจะเป็นช้างเท้าหลัง ไม่คิดมาก ไม่ชี้นำ ถ้า Luo Xun อยากทำอะไรก็พร้อมจะสนับสนุนเห็นงาม และความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็ออกมาในรูปการประคับประคองและดูแลทั้งกายและใจกันมาเสมอ รู้ใจและเข้าใจกันโดยที่ไม่ต้องออกปาก ฉากที่เห็นบ่อย คือ Luo Xun ออกแบบของที่ทำจากโลหะแล้วให้ Yan Fei ทำออกมาจากที่ร่างไว้
เรื่องนี้เน้น 2 ขา ก็คือออกไปหาของ แล้วก็เอากลับมาใช้/ ตุนที่บ้าน ซึ่งสุดท้ายพอฐานที่อยู่เริ่มเข้มงวดกับคนที่อยู่ และสร้างความลำบากให้กับคนที่มีพลังมากขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มนี้ก็ตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่ที่มั่นถาวรตัวเอง ขำที่ Luo Xun น้ำตาไหลเป็นสายเลือดที่ต้องทิ้ง “รัง” เดิม แต่ที่ใหม่ก็มีพื้นที่ทั้งอยู่อาศัย และเพาะปลูกดีกว่าที่เดิมจริงๆ ช่วงบท 210-240 กลายเป็นเรื่องของการเอาของมาตุนบ้านใหม่จริงจัง เว่อร์ไม่เว่อร์ก็ถึงขั้นที่ไปเอาเกมกลับมาบ้าน มีทั้งเกมในแต่ละห้อง แล้วก็ในส่วนกลาง เอนเตอร์เทนไม่รู้จบกันไป
ชอบช่วง final battle กับซอมบี้ที่วางแผนรอบบ้านดีมาก และเป็นการสู้ด้วยตัวเองนอกฐานที่กินเวลาและกดดันมาก แต่ก็ยังผ่านมาได้ ตอนแรกติดใจอยู่ว่า ถ้ามีสมาชิกแค่ 11 คน (มีเด็กความสามารถใช้ทรายมาอีกคน) จะอยู่รอดได้ไหม เพราะรู้ว่าทีม compact ลงตัวแบบกลุ่มเล็ก แต่ก็กลัวว่าจะไปสู้กับพวกมากไม่ได้ กับถ้าใครหายไป (โดยเฉพาะ Yan Fei ที่ใช้พลังตัวเองทำทุกอย่างในกลุ่ม) แต่สุดท้าย การที่สมาชิกในทีมน้อยก็เน้นความเป็นครอบครัวและความลงตัวที่สมาชิกทุกคนมีความจำเป็นและที่หน้าที่ของตัวเองชัดเจน
กับชอบที่สุดท้ายแล้วฐานใหม่กลายเป็นกึ่งๆ สวนสัตว์ไป มีตั้งแต่หมายักษ์ 2 ตัวที่ชอบไล่ต้อนสัตว์มาให้คนในทีมช่วยฆ่า (แล้วแบ่งกันกิน) ลูกเหยี่ยวอีกสองที่เก็บมาได้ และลูกหมาตัวเดิมที่ Luo Xun เอามาเลี้ยงตั้งแต่ก่อนวันสิ้นโลก ซึ่งก็แน่นอนว่าพวกนี้ก็มีพลังอีกเหมือนกัน — กับปลา และกระต่ายที่เลี้ยงไว้เป็นอาหารอีก แล้วรอบๆ ฐานก็เป็นบ่อปลาที่สัตว์ทั้งหลายมาหากิน
ให้ A- เรื่องดรอปลงไปช่วงที่เก็บของเข้าฐานใหม่ เพราะเป็นลูปหางาน-เก็บของ-ตุนของ ถึงจะเข้าใจว่าต้องทำก็เถอะ กับชอบที่เปลี่ยนแปลงชีวิตได้ กลายเป็นชีวิตดี อยู่ดีกินดี คนรักดี ทีมดี เพื่อนดี แต่ที่ประทับใจมากที่สุด ก็คือตอนจบ
.
.
สปอยส์ที่สุด
.
.
ชอบที่การให้ความหวังและวาดฝันถึงอนาคตที่ดีกว่าเดิม เพราะคนเริ่มปรับตัวได้ และรับมือกับซอมบี้ได้ดีขึ้น (โดยเฉพาะเมื่อจำนวนซอมบี้ลดลงไปเรื่อยๆ) กับชอบที่ให้มีทางเลือกที่จะไม่อยู่ พึ่งพาฐาน แต่ออกมาเป็นกลุ่มใช้ชีวิตอิสระช้างนอกได้ มีจุดที่รู้สึกว่าเขียนรวบเหมือนกัน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของคนในทีมหลังจากนั้น แต่รวมๆ ก็ยังถูกจริตมากรุนแรงอยู่ดี
Friday, 19 July 2019
Dangerous Survival in the Apocalypse
นี่คือเรื่องแนววันสิ้นโลก + ซอมบี้ที่ชอบที่สุดตอนนี้ มากกว่า Thrive In Catastrophe กับ The Reborn Otaku’s Code of Practice for the Apocalypse อีก
เปิดฉากมาด้วย Shen Shian ตัวเอกฟื้นจากอุบัติเหตุในโรงพยาบาล และก็พบว่าเลือดตัวเองทำปฎิกริยากับประคำที่ข้อมือ ทำให้เปิดช่องว่างมิติได้ ซึ่งก็เหมือนสูตรสำเร็จเรื่องอื่นๆ ที่จะมีบ่อน้ำวิเศษ บ้านพัก และพื้นที่เพาะปลูกอยู่แล้ว ระหว่างนี้เมื่อกลับไปใช้ชีวิตตามปกติก็จับพลัดจับพลูเก็บลูกหมามาเลี้ยงได้
ชีวิตดำเนินไปเรื่อยๆ ระหว่างคนหนึ่งคนกับลูกหมาหนึ่งตัว ... ซึ่งก็ไม่ใช่ลูกหมาซะทีเดียว เพราะเขาคือพระเอกกกก!
คุณพี่พระเอกบังเอิญโผล่หลงมาที่มิติมนุษย์จ๊ะ ด้วยความที่บาดเจ็บก็เลยอยู่ในร่างลูกหมา สติปัญญา ความฉลาด และการรับรู้ก็ถูกจำกัดเอาไว้เสียด้วยย แต่ด้วยสัญชาตญาณได้กลิ่นน้ำพุก็พยายามเข้าหา Shian ซึ่งก็เลยทำให้เจ้าตัวคิดไปว่าหมาน้อยติดตัวเองตามประสาลูกสัตว์ เป็นการอยู่อย่างปรับตัวเข้าหากัน จนกระทั่งลูกหมาได้เข้าไปในมิติพิเศษแล้วก็ไปแช่น้ำในบ่อน้ำจนกลายเป็นลูกคนนั่นแหละ ทำให้ตัวเอกของเราเริ่มไม่แน่ใจในประสิทธิภาพและขอบเขตความเป็นไปได้ของบ่อน้ำวิเศษตัวเอง
ระหว่างนี้ โรคหวัดก็แพร่ระบาดไปทั่วเมือง แต่เพราะคุณพี่ Shian ทำอาหารจากน้ำในบ่อและมะเขือเทศที่ปลูกในช่องมิติตัวเอง เหล่าคนรอบตัวก็เลยไม่มีใครเป็นอะไร คนเป็นหวัดมากขึ้นและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งระหว่างที่อยู่ในคาบเรียน (ใช่แล้วว Shian หล่อและหน้าตาดี เอ๊ยย หล่อและฉลาดมาก พี่เขาเรียนหมออยู่) ก็ได้ยินเสียงวุ่นวายจากด้านนอก และก็กลายเป็นว่า คนที่เป็นหวัดทั้งหมดได้กลายเป็นซอมบี้ไปหมดแล้วว ไวรัสหวัดก็คือไวรัสเชื้อซอมบี้
ความเรื่อยๆ เอื่อยๆ ก็ดำเนินมาถึงตอนนี้ เผอิญว่า Shian ได้บอดี้การ์ดมาจากพ่อหลังเกิดเรื่อง ก็เลยได้บอดี้การ์ดเป็นคนกำหนดแผนการและพาทุกคนหนีไปตั้งหลักที่ด้านอ่างเก็บน้ำของมหาวิทยาลัยก็เป็นจุดเริ่มของความระทึกขวัญ เพราะทุกคนต้องคอยระวังตัว และก็ต้องเริ่มฆ่าซอมบี้ที่เพิ่งกลายร่างมา เป็นครั้งแรกที่อ่านฉากต้องลงมือกับซอมบี้แล้วเครียดตาม อารมณ์เหมือนจริง แล้วก็เหมือนต้องตัดสินใจไปด้วยมาก
หลังจากนั้น Shian ก็ตัดสินใจเดินทางไปปักกิ่งกับ Shen Xun ที่อยู่ในร่างเด็กน้อย เพื่อจะไปหาพ่อตัวเอง ฟังดูเหมือนจะลำบาก แต่ว่าช่องว่างมิติของ Shian ความสามารถล้นเหลือมาก เก็บไปได้ทุกอย่าง ประกอบกับอาหารที่มีอยู่ในบ้าน (Shen Xun เพิ่งขอเนื้อกองเท่าบ้าน -ความหมายตามนั้นจริงๆ- จากพ่อของ Shian มา) และรถทหารพิเศษที่ได้มาจากพ่อหลังเกิดอุบัติเหตุ ก็แทบจะทำให้เจ้าตัวไร้เทียมทานแล้ว ไม่นับว่าได้ฝึกวิชาที่อยู่ในมิติพิเศษมาอีก
ช่วงผจญภัยตอนนี้ ด้วยความที่ Shian เก่งมาก ความสามารถรอบด้านสูง นอกเหนือจะช่วยคนระหว่างทางไปเรื่อยๆ ไปเจอใคร ฐานไหน เขาก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีอีกต่างหาก ขำที่พอไปสังเกตการณ์และตามข่าวในฐานทหาร และออกไปช่วยฆ่าซอมบี้กับกลุ่ม ด้วยความที่เก่งมาก ถึงขั้นที่หัวหน้ากลุ่มเชิญมาดูแผนที่ และปรึกษาหารือด้วยซ้ำ
แต่จุดเด่นในเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ความโลดโผนในการรับมือกับเหล่าซอมบี้ หากเป็นการรับมือกับใจมนุษย์ ตั้งแต่ที่หลบภัยที่แรกที่ Shian ไปเจอ คนก็เลวร้าย และอำมหิตกว่าซอมบี้แล้ว มีทั้งพวกที่คิดใช้คนอื่นเป็นเหยื่อล่อ และเหยียบย่ำคนอื่นให้ตัวเองรอด หรือแม้กระทั่งเป็นใหญ่ และก็เป็นการวัดใจและวัดไหวพริบความชาญฉลาดของ Shian ว่าจะเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขับจากคนได้อย่างไร โดยเฉพาะปมที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือจากพ่อ
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลก็เป็นสิ่งที่น่ารักที่สุดอย่างหนึ่งในเรื่อง และส่วนตัวก็เป็นสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้เด่นมากจากเรื่องวันสิ้นโลก + ซอมบี้อื่นๆ ด้วย ทั้งนี้ เพราะความที่ Shian ความสามารถล้นเหลือ OP มากอย่างที่ได้ย้ำไป ก็เลยทำให้ช่วยคนที่ควรค่าแก่การถูกช่วยได้เป็นระยะๆ และก็ได้คนที่ดีทั้งนิสัย และเก่งด้วยความสามารถมาอยู่ในทีมทีละคนสองคน
แต่ถ้าจะถามว่าความโรแมนซ์ระหว่างพระเอก-ตัวเอกอยู่ตรงไหน? ขอบอกว่าตอนนี้อ่านถึงบทที่ 130 แล้ว พี่พระเอกก็ยังอยู่ในร่างเด็กจ๊ะ อยากจะร้องไห้มาก คนเขียนบอกว่าอยากปูพื้นเรื่องนานๆ แต่นี่มันนานไปแล้วว ตอนแรกบอกว่าจะโผล่มาไม่เกิน 115 แล้วก็ยังไม่มา แต่เอาเถอะนะ ความสัมพันธ์แบบที่เป็นอยู่ก็คือน่ารักมากๆ เพราะตัวพระเอกในร่างเด็กก็อ้อน Shian น่ารักมากๆ พี่เค้าไม่ได้แอ๊บแต่เพราะความจำกับความฉลาดยังไม่คืนมา ก็เลยมีบุคลิกแบบเด็กๆ ที่ชวนใจยวบอย่างยิ่งง อย่างเช่น วิ่งไปฆ่าซอมบี้ด้วยดาบยักษ์ที่ใหญ่กว่าตัว แล้วก็วิ่งหน้าเริ่ดเอา nucleus กลับมาให้ โดยมีประโยคหากินว่า AnAn, for you! ทุกครั้ง หรือพอคนในกลุ่มไปได้สิงโตจิ๋วมาเลี้ยง เจ้าตัวก็ทำหน้าจะร้องไห้ แล้วบอกว่า ห้าม AnAn ไปลูบหัวสิงโตนะ!
ซึ่งความสัมพันธ์ใจยวบก็เป็นไปสองฝ่ายมาก Shian ถึงขั้นกระโดดลงจากเครื่องบินลงไปในหมู่กองทัพซอมบี้เพื่อช่วย Shen Xun ก็มี โอยย...
แล้วก็ขำอีกอย่าง คือ ขนาดที่คนอื่นมีขนมปังกรอบกินก็หรูแล้ว แต่กลุ่มพี่ Shian ไม่ใช่ ตอนแรกสมาชิกใหม่ฟังว่าไม่หยุดพัก ต้องกินง่ายๆ ก็สลดไป แต่กลายเป็นคุณพี่ถามแต่ละคนว่าจะกินอะไร แล้วทำตามใจให้ทีละอย่าง เช่น คนนี้ขอบะหมี่น้ำ น่องไก่ ไข่สองใบ อีกคนจะกินข้าวผัดไก่ กับไส้กรอก กับขอน้ำส้ม อืมม ล่าสุดที่พีคคือระหว่างไปหาของร่วมกับทีมอื่น ตอนพัก พี่แกทำเทปปังยากิอีกต่างหาก อยู่ดีกินดีมาก
ชอบเรื่องนี้จริงจัง จากประการที่กล่าวมาทั้งหมด ให้ A+ แล้วก็ลุ้นคุณพี่พระเอกให้กลับเป็นผู้ใหญ่เสียที คือลุ้นปฎิสัมพันธ์มากว่าจะเป็นอย่างไรเนี่ยยยย!
