Showing posts with label enemies turn lovers. Show all posts
Showing posts with label enemies turn lovers. Show all posts

Monday, 4 October 2021

여우 사냥 // Fox Hunt



คนเขียน: 라임나무

แนว: เหนือธรรมชาติ, ปีศาจ/ ภูติ/ ผี, แก้แค้น, enemies turn lovers, fluff, obsession

ความสัมพันธ์: นักปราบปีศาจ X ปีศาจจิ้งจอก

จำนวนตอน: 70 (ยังไม่จบ)

เมื่อเปิดเรื่องมา Eun Sunmyung เป็นนักปราบปีศาจของตระกูล Eun ที่สืบเชื้อสายมาหลายรุ่นถูกว่าจ้างให้ไปฆ่าปีศาจจิ้งจอกไฟที่มารังควานลูกชายสุดที่รักของภรรยานักธุรกิจใหญ่ และเมื่อตามถึงตัวจิ้งจอกที่ซ่อนตัวอยู่บนเขา ระหว่างกำลังจะฆ่าปีศาจจิ้งจอก คำสาปที่สืบทอดกันมาของตระกูลก็ออกฤทธิ์พอดี ส่วนปีศาจจิ้งจอกที่ถูกยิงบาดเจ็บก็หนีไปได้

อันที่จริง จิ้งจอกไฟ Shimyul ควรจะหลบหลีกจากนักล่า แต่ว่าเมื่อเห็นสัญลักษณ์คำสาปจากจิ้งจอกขาวบนหน้าผากนักล่า Shimyul ซึ่งมีความแค้นกับจิ้งจอกขาวที่ฆ่าแม่ของตนก็เลยตัดสินใจจะร่วมมือกับนักปราบปีศาจอย่าง Sunmyung เพื่อแก้แค้นให้กับแม่ที่เป็นจิ้งจอกไฟ

และเมื่อเอาสมุนไพรหายากที่ตัวเองเจอระหว่างอยู่บนเขาไปให้คนขายสมุนไพรที่รู้จักกัน Shimyul ก็มาหา Sunmyung เพื่อตกลงทำสัญญาเป็นพันธมิตร โดยที่ Shimyul จะช่วยคลายคำสาปของจิ้งจอกขาวให้ เพื่อไม่ให้ไปทับซ้อนและเร่งฤทธิ์คำสาปดั้งเดิมจากอีมูกีที่ถูกหัวหน้าตระกูล Eun ฆ่าก่อนจะกลายบำเพ็ญเพียรเป็นมังกรได้

ด้วยความเป็นนักล่า Sunmyung ไม่คิดจะทำสัญญากับปีศาจแน่นอน แต่สุดท้ายด้วยความที่คำสาปรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ก็ต้องจำใจยอมตกลง

ดังนั้น เมื่อสองคนทำสัญญากัน Shimyul ก็ย้ายจากโรงแรมที่เปิดตอนเข้าในเมืองไปอยู่ที่บ้านของ Sunmyung

.

.

ช่วง 20-25 ตอนแรกเหมือนยังปูพื้นก่อน แต่เรื่องมีลูกเล่นอารมณ์หลายอย่างที่น่ารักดีเหมือนกัน ทั้งที่ตอนแรกกะว่าจะเลิกอ่านเพราะไม่ชอบตัวเอกขี้โมโห แต่ชอบงานเกาหลีที่บุคลิกตัวละครอธิบายจากประสบการณ์ชีวิตแล้วมีผลต่อสภาพอารมณ์ชัด เน้นเล่าว่าสองคน (หนึ่งคนหนึ่งตน อันที่จริง) เป็นอย่างไร ทำสัญญา และอยู่ร่วมกันได้อย่างไร และทำไม Shimyul ที่เป็นครึ่งจิ้งจอกครึ่งคนถึงเกลียดคน ซึ่งก็เป็นช่วงที่วุ่นวายมาก เพราะนักล่าก็มองปีศาจอย่างระแวงระวัง มีอะไรก็ขวางหูขวางตาชวนทะเลาะได้หมด ส่วนตัวจิ้งจอกเองก็ไม่ยอมใครเหมือนกัน เป็นน้ำกับน้ำมันที่ยังไงก็เข้ากันไม่ได้ แต่ว่าเนื่องจากตอนที่ตัว Shimyul ไปซื้อของในห้างเจอกับวิญญาณเด็กผู้ชายที่ตายในห้าง และเกาะติดกับตัว Shimyul ก็เลยทำให้สองคนต้องมีเรื่องร่วมมือกันเพื่อวิญญาณเด็กที่อยากตามหาแม่ตัวเองให้เจอ

เรื่องนี้น่ารักเพราะช่วงแรกตัว Shimyul เจ้าตัวเปิดออกมาเป็นจิ้งจอกรักความสบายมาก พอตัดสินใจออกจากภูเขาเข้ามาที่เมือง สิ่งแรกที่ทำก็คือหาความสบายใส่ตัว ซึ่งมีตั้งแต่เปิดห้องสวีทโรงแรมนอน กินอาหารทุกอย่างที่อยากกิน และตะลุยซื้อของแบรนด์เนมจริงจัง เหมือนจะเปิดมาร้าย และทำตามอำเภอใจ แต่จริงๆ ใสซื่อมาก เป็นพวกซึนที่ปากบ่นโวยวายแต่ในใจอ่อนยวบเป็นดินเหลว อย่างที่เจอวิญญาณเด็กก็เพราะว่าเจ้าตัวกำลังยืนคิดว่าว่าจะกินไอศครีมรสอะไรดี แล้วก็มีเสียงเด็กบอกว่า กินรสสตอร์เบอร์รี่สิ รสสตอร์เบอร์รี่อร่อยที่สุด จิ้งจอกไฟก็บอกเด็กไปว่า เป็นจิ้งจอกที่เกลียดมนุษย์มาก ไม่อยากอยู่ใกล้มนุษย์ โดยเฉพาะเด็กที่อ่อนแอไร้ประโยชน์ ให้ไปไกลๆ นะ แต่สุดท้ายก็ซื้อไอศกรีมสองที่ เพราะสั่งรสสตอร์เบอร์รี่ให้เด็กด้วยอยู่ดี

หรือพอมาที่บ้าน Sunmyung ก็พาเด็กมาด้วย แล้วบอกให้ Sunmyung ตามหาแม่เด็กที .... แม้ว่าจะหันไปดุเด็กว่าบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามกำชายเสื้อเพราะจะทำเสื้อยับนะ ก็ตาม ไม่นับว่าไปไน ก็ซื้อของรสสตอร์เบอร์รี่กลับมาให้ด้วย

กับอีกอย่างก็คือ Shimyul เป็นพวกหลงตัวเองมาก มีอะไรก็เรียกตัวเองว่าท่านจิ้งจอกผู้ยิ่งใหญ่ ท่านจิ้งจอกนิสัยดี ท่านจิ้งจอกใจกว้าง ท่านจิ้งจอกหน้าตา รสนิยมสูงส่ง และสารพัดจิ้งจอกต่างๆ นานา มีอะไรก็ช่วยคนอื่นเขาหมด ทั้งที่บอกว่าตัวเองเกลียดมนุษย์ แต่ก็บอกว่าเพราะตัวเองใจกว้างก็เลยช่วยไง ... มีอยู่ครั้งหนึ่งถูก Sunmyung บ่นใส่ว่าไม่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเลยหรือไง ก็ตอบกลับไปว่าไม่ต้อง เพราะตัวเองหน้าตาดีพอแล้ว เอามาชดเชยกันได้

ส่วนตัวพี่พระเอกเหมือนเห็นแก่ตัว สนใจแต่ผลประโยชน์ แต่ก็เป็นเพราะว่าพ่อใจดีการกุศลมากไป จนครอบครัวไม่เหลืออะไรเลย และตอนพ่อตายก็ไม่มีใครมาช่วยเหมือนกัน กลายเป็นเจ้าบ้านตั้งแต่อายุน้อย ก็เลยคิดว่าต้องเห็นแก่เงิน สนใจประโยชน์เพื่อไม่ให้ถูกฉวยโอกาสและใช้ประโยชน์อย่างที่พ่อตัวเองเคยเป็น

ตระกูล Eun จะมีตระกูลที่เป็นข้ารับใช้ด้วยสองตระกูล และคนจากทั้งสองตระกูลก็เป็นทั้งเพื่อนทั้งบริวารให้ Sunmyung ด้วยเหมือนกัน แต่ถึงแม้จะฟังดูยิ่งใหญ่ พอผ่านมารุ่นปัจจุบัน ทั้งสามตระกูลก็เหมือนจะเหลืออยู่แค่ทั้งสามคนแล้วเท่านั้น ตัวคนแรก Han Seoljoo เป็นบุคลิกเย็นชาที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องต่างๆ ให้ตัว Sunmyung ทั้งเรื่องในบ้าน และในร้านเครื่องประดับ และ Ban Hanseong ที่มาจากตระกูลคนรับใช้เงา ซึ่งปัจจุบัน เป็นคนทรงติดต่อและช่วยเหลือวิญญาณ

ทั้งขำปนน่ารักเวลาที่สองคนอยู่ด้วยกัน เพราะช่วงแรกๆ เคยทะเลาะกันเสียงดังจน Hanseong โกรธที่ทำให้วิญญาณที่สนิทอยู่กับตัวเองตกใจ แล้วก็เลยไล่สองคนที่กำลังทะเลาะกันออกไปจากบ้าน ตัว Shimyul ยังอยู่ในสภาพถือตะเกียบน้ำซุปหยดติ๋งๆ อยู่เลย และด้วยความที่โมโหหิว แต่ตอนนั้นไม่มีเงินติดตัว ก็สั่งให้ Sunmyung เลี้ยงข้าวตัวเอง แล้วเข้าร้านเนื้อย่างไป พอสั่งเนื้อ 5 ถาดมากิน ซึ่งสุดท้ายก็กลายเป็นว่ากินไปคนเดียว 9 ถาดไม่นับบะหมี่อีกถ้วย ตอนแรก Sunmyung ก็เข้าใจว่าสั่งมาแกล้ง กะว่าถ้ากินไม่หมด ก็จะบังคับให้กินเข้าไป แต่กลายเป็นว่ากินหมดแถมยังสั่งบะหมี่มากินต่อไม่เหลือแม้กระทั่งน้ำซุป ก็เริ่มคิดว่านี่เป็นจิ้งจอกหรือหมู แล้วพอไปถามจิ้งจอกข้างตัวก็แน่ล่ะว่าอีกฝ่ายโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่มาหาว่าจิ้งจอกสูงส่งอย่างตัวเองเป็นหมู

แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นแนว enemies turn lovers ศัตรูคู่แค้นกลายมาเป็นคนรักด้วย เพราะว่าสองคนอยู่ด้วยกัน ก็เริ่มที่จะรู้สึกตัวตนของอีกคนมากขึ้น ขณะเดียวกันก็รู้จักตัวเองใหม่ด้วย เป็นคนเหงาที่ไม่มีใครเคียงข้างในโลกมาเจอกัน และพอเริ่มดูแลกันก็เริ่มเห็นใจกัน ... แต่ว่าก็เป็นลักษณะปากอย่างใจอย่าง ซึนทั้งคู่

คุณพี่นักล่าก็ได้มองปีศาจจิ้งจอกใหม่เหมือนกัน เพราะว่าไปๆ มาๆ Shimyul ดูเป็นจิ้งจอกที่ไม่มีพิษมีภัย เหมือนร้าย แต่ก็ใจอ่อน อย่างที่ตอนเจอแม่เด็ก Shimyul ก็ร้องไห้สงสารแม่เด็กเหมือนกัน (เพราะว่าส่วนหนึ่งคิดถึงแม่ตัวเอง) และก็ไม่เคยทำร้ายมนุษย์ ความเชื่อที่ว่าดูดวิญญาณมนุษย์อย่างที่เคยคิดไว้ก็ไม่ใช่ เพราะเจ้าตัวชอบกินอาหารมากกว่า ความสุขคือการได้อยู่สบาย และได้กินอาหารอร่อย และกินเก่งมากจนพระเอกคิดอยู่ในใจทุกครั้งว่าจิ้งจอกหรือหมู (ใจร้ายแต่ขำ) และพอไปค้างต่างที่ด้วยกัน เพราะShimyul อยากไปเยี่ยมคนขายสมุนไพรที่เป็นเพื่อนเก่า ตอนเช้าเจ้าของที่พักเอาอาหารเช้ามาให้ พอพระเอกมัวแต่คุย พอจะหันมากินข้าว บอกว่ายังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย แต่คือไม่มีอะไรเหลือแล้ว มีแค่เศษผงขนมปังบนจาน เพราะจิ้งจอกกินทุกอย่างให้ไม่เหลือแล้วค่ะ

กับด้วยความที่ Shimyul ชอบกาแฟ einspanner มาก ทุกเช้าต้องเดินไปซื้อที่ร้านแถวบ้าน (แถวบ้านนักล่าที่กลายเป็นบ้านตัวเองไปแล้วเหมือนกัน) มีอยู่มาวันนึง เจ้าของร้านถูกผีสิงร่าง ตัว Shimyul ก็รีบโทรบอก Sunmyung มาไล่ผีเร็ว ซึ่งจริงๆ Sunmyung ก็มาให้อยู่แล้ว แต่ก็อดรวนไปไม่ได้ว่าถ้าบอกว่าไม่ล่ะ ดังนั้น จิ้งจอกก็อาละวาดทางโทรศัพท์เป็นชุดทันที ว่า ถ้าตัวเองไม่มีกาแฟที่ชงอร่อยถูกใจกิน ก็จะไม่มีความสุข อยากทำให้จิ้งจอกไม่มีความสุขใช่ไหมม นักล่าใจโหด!

แต่ความซึนคู่ที่สุดก็คือว่าตอนจัดที่พักให้ Sunmyung ให้ Shimyul อยู่ในส่วนแยกออกไป เพราะตอนนั้นไม่อยากยุ่งเกี่ยวเห็นหน้ากัน แต่เพราะว่าฮีตเตอร์เสีย หมาจิ้งจอกก็แอบย่องเข้ามานอนบนเตียงในห้อง Sunmyung ด้วย และด้วยความที่เผลอใจ ทั้งคู่ก็นอนด้วยกันเรียบร้อย .. ซึ่งผลที่ตามมาก็คือต่างคนต่างอึดอัดไม่มีใครกล้าเอ่ยปากพูดขึ้นมาก่อน และ Sunmyung ก็เลยหาข้ออ้างหนีตัวจิ้งจอกและหนีใจตัวเองว่าจะไปหาวัตถุดิบกับสมุนไพรที่ต้องใช้บนเขา

พอย่องหนีจิ้งจอกไปตอนกลางคืน Shimyul ที่ตื่นมากลางดึกและรู้ว่าตัวนักล่าจะไปไหนก็ตามไป .... ตอนแรกตัว Sunmyung เข้าใจว่าตัวเองคิดไปเอง แต่ว่า Shimyul ก็ตามมาจริงๆ แถมยังอ้างเหตุผลบอกว่าไม่ได้ตามมา แต่ว่ามาจับปลา สุดท้ายก็อยู่ด้วยกันอีกจนได้ และที่น่ารักก็คือว่าพอจิ้งจอกหิวโซจะจับปลากิน Sunmyung ก็เป็นคนกระโดดลงไปในลำธารที่เป็นน้ำแข็งให้เอง เพราะรู้ว่าจิ้งจอกไม่ชอบอากาศหนาว .... ทำแทนเพราะเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบ มากกว่าจะทำเพราะเอาใจ แต่ก็เป็นการเพิ่มคะแนนให้ตัวเองโดย Sunmyung ไม่รู้ตัวเหมือนกัน และสาเหตุจริงๆ ที่ปีศาจจิ้งจอกที่ควรจะทนหนาวได้ แต่เกลียดและกลัวอากาศหนาวก็คือความหนาวเหน็บเป็นตัวแทนความเหงาและว่างเปล่าในใจตัวเอง

จิ้งจอกก็ตามมาแล้ว ใจตัวเองก็หนีไม่พ้นแล้ว ตัว Sunmyung เลยตัดสินใจกลับเสียเลย โดยลงเขาพาจิ้งจอกสุดที่รัก (?) ไปกินข้าวก่อนถึงบ้านและพอกลับมาฮีตเตอร์ซ่อมเสร็จแล้ว ตัว Shimyul ที่เห็นโน๊ตแปะจาก Hanseong ก็รีบเอาโน๊ตไปซ่อนจะได้อยู่ห้อง Sunmyung ต่อไป ซึ่งอันที่จริง ตัว Sunmyung ที่ทีหลังรู้ว่ามีโน๊ตแปะไว้ ก็คิดว่าจะเอาไปซ่อนเหมือนกัน ต่างคนต่างอยากอยู่ด้วยกัน แต่ไม่มีใครยอมพูดตรงๆ ถึงขั้นที่สุดท้ายพอ Seoljoo ไล่จิ้งจอกกลับไปนอนที่ห้องตัวเอง ต้องอยู่กันคนละบ้าน ตัว Sunmyung ก็เดินเข้าถึงในห้อง Shimyul แล้วหาข้ออ้างบอกว่าห้องนี้กันเสียงไม่ดี ฝนตกจะเสียงดัง ด้วยความที่เจ้าของบ้านที่ดี ก็ให้ Shimyul ไปอยู่ห้องตัวเองได้ก่อน และตัวจิ้งจอกก็โวยวายว่าแพ้เสียงดัง อยู่ไม่ได้! แล้วรีบร้อนเดินออกมากับ Sunmyung เพื่อกลับไปห้อง Sunmyung ในบ้านใหญ่ด้วยอย่างรวดเร็วทันที

หรือว่าอยากให้อยู่ด้วยกันแต่ก็ไม่กล้าบอกอีกฝ่าย พอ Shimyul จับปีศาจต้นไม้ได้ แต่ระหว่างกำจัด ซากวิญญาณก็ทำพื้นไม้บ้าน Sunmyung เป็นรอยด่าง ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ Shimyul ก็ได้เหตุผลเพื่อโทรไปหา Sunmyung ทันทีเสียที ส่วนตัว Sunmyung ที่รับโทรศัพท์ก็บอกว่าจะรีบกลับบ้านมาดูเหมือนกัน ... ซึ่งขอย้ำซ้ำอีกทีว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่เร่งด่วนอะไร

แต่อยู่ด้วยกันไป คุณพี่นักล่าก็ออกแนวหวงจิ้งจอกไม่รู้ตัวด้วย ความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเริ่มทวีแรงเรื่อยๆ เมื่อก่อนคนมองจิ้งจอกเพราะความหน้าตาดีมีเสน่ห์ก็ระแวงว่าจิ้งจอกจะไปทำเสน่ห์แล้วทำร้ายใครไหม แต่ตอนนี้คืออย่ามอง เพราะว่าหวงงง เดินกันอยู่ข้างถนนก็หันไปซื้อผ้าพันคอข้างถนนมาแล้วพันหน้าหมูจิ้งจอกมาถึงจมูก เพราะไม่ชอบที่คนอื่นมองงหมูจิ้งจอกตัวเอง  แล้วก็คือว่าพอรู้เหตุผล Shimyul ก็ซื้อผ้าพันคอไปพันนักล่าด้วยเหมือนกัน แต่พันแค่ถึงตาเองนะ กลายเป็นผ้าพันคอคู่รักกันไป

(ซึ่งก็มีบังเอิญว่า วันนี้ Sunmyung ใส่เสื้อที่ Shimyul ซื้อให้ด้วยพอดี เพราะว่ารู้สึกผิดให้เงิน Shimyul 50,000 วอนไปซื้อกาแฟ โดยบอกว่าเป็นเงินปีใหม่ และจิ้งจอกก็ถือหลักบุญคุณต้องตอบแทน ซื้อเสื้อสเวตเตอร์แบรนด์เนมไปคืนให้ และแน่นอนว่าเกินเงินที่ได้มาไปโข และก็ใช้เวลาเลือกอย่างตั้งใจอยู่นาน แม้ว่าจะตะโกนใส่หน้า Sunmyung ไปอย่างร้อนตัวว่าไม่ได้เลือกนาน แค่หยิบส่งๆ แต่ว่าก็ทำให้ Sunmyung รู้สึกถึงความใส่ใจอย่างที่เคยได้รับจากแม่ ที่ให้เสื้อผ้าใหม่ตัวเองตอนปีใหม่เหมือนกัน)

กับพอ Shimyul สนิทกับ Hanseong มากๆ ด้วยความที่ Hanseong เป็นพวกชอบคุยชอบเล่น แต่เพื่อนอีก 2 คน ทั้ง Sunmyung กับ Seoljoo เป็นพวกนิ่งทั้งคู่ การที่มี Shimyul มาอยู่ด้วยก็เป็นเพื่อนเล่น และเพื่อนกิน (สองคนมีความสุขมากเวลาสุมหัวคิดหาอาหารที่อยากกิน และสั่งอาหารมากินด้วยกันจริงจัง) ที่ดีมากของ Hanseong จากที่นานๆ ทีมาที่บ้าน ก็เลยเป็นแทบจะไม่เว้นวันเพื่อชวน Shimyul มาเล่นด้วยกัน แรกๆ คุณพี่นักล่าก็ระแวงว่าตัวปีศาจจิ้งจอกชั่วร้ายจะทำร้ายอะไรเพื่อนตัวเองหรือเปล่า แต่ไปๆ มาๆ ก็เริ่มเป็นเพราะหวง เห็น Shimyul นั่งติด Hanseong ปิ้งเนื้อกินด้วยกันก็แทรกกลางเข้าไปแล้วไล่ Hanseong ไปหาข้อมูลแทน และพอ Shimyul ลูบหัว Hanseong ก็เริ่มหงุดหงิด ... จนมีวิวัฒนาการถึงขั้นบอกว่า ห้ามไปแตะโอ๋ Hanseong นะ จิ้งจอกก็เหวี่ยงว่าทำไม? โน่นก็ห้าม นี่ก็ห้าม ทำอะไรก็ทำไม่ได้! แล้วคุณพี่นักล่าก็บอกว่าไม่ชอบ .... ไม่ให้แตะสัมผัสใครเลยนอกจากตัวเอง แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไม

แต่หลังๆ Sunmyung ก็เริ่มคิดว่าตัว Shimyul น่ารักดีเรื่อยๆ เห็นอะไรก็นึกถึง พอเข้าไปคุมร้าน กำลังคัดทับทิมก็คิดถึงสีผม Shimyul สั่งทำสร้อยคอให้ไปอัตโนมัติด้วย กับพอคิดว่าตอนนี้ Shimyul มาอยู่บ้านด้วย เหมือนค่าอาหารเพิ่มสูงขึ้นมา ... แต่ว่าก็ไม่เป็นไร ถึงจะเลี้ยงจิ้งจอกกินเก่งต่อไปก็เลี้ยงได้นะ

อย่างพอจริงๆ ตัว Hanseong สั่งเตาปิ้งย่างมาที่ไว้ที่บ้าน Sunmyung พี่แกก็คิดจะบอกปากห้ามให้คืนเตาไปนะ แต่ว่าพอหมูจิ้งจอกตื่นเต้นดีใจไปด้วยว่าจะปิ้งเนื้อ ปิ้งมัน ปิ้งส้ม เจ้าตัวก็ปล่อยเลยตามเลย .. วันที่เตามา และ Hanseong ซื้อเนื้อมา Shimyul ก็วิ่งร่าเข้าไปช่วยปิ้ง ทั้งที่เพิ่งกินซี่โครงแกะกับ Sunmyung ไป แต่พอท้วง จิ้งจอกก็บอกว่านั่น แกะ แต่นี่เป็นหมูกับวัวนะ ยังไม่ได้กินเลย ... ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงบอกว่าเป็นหมูหรือจิ้งจอก แต่ตอนนี้ก็เริ่มคิดว่ากินเก่ง น่ารักดีไปแล้ว

แล้วสองคนก็เริ่มเรียกชื่อกันแล้ว ปกติตะโกนใส่หน้าอีกฝ่ายว่า จิ้งจอก! กับ นักล่า! แต่ตอนนี้ก็อยากให้จิ้งจอกเรียกชื่อตัวเองได้ ซึ่งพอ Shimyul เรียกชื่อ ก็รู้สึกว่าชื่อตัวเองมีความหมายกว่าปกติเหมือนกัน ส่วนคนที่เรียกชื่อ ก็หูแดงไปด้วยอีกคน

สรุปว่าสองคนมาเติมเต็มช่องว่างในใจอีกฝ่าย ... ถึงขนาดที่ว่ามีอยู่วันนึงที่ Shimyul ไม่อยู่บ้าน และ Sunmyung อยู่บ้านคนเดียว ก็เริ่มคิดว่าบ้านตัวเองเงียบได้ขนาดนี้เลยเหรอ เมื่อก่อนไม่เคยรู้สึก จนกระทั่ง Shimyul มาโวยวายก่อกวนอยู่ในบ้าน และตอนที่ Sunmyung ไม่สบายจากฤทธิ์คำสาป ตัว Shimyul ก็รีบไปที่ภูเขาเพื่อเก็บโสมมาให้ Sunmyung กินให้แข็งแรง .... โดยที่มี Sunmyung โทรไปตามบอกว่าไม่อยากได้โสม อยากได้แค่ Shimyul มาอยู่ด้วยกัน ... น่ารักที่ปกติจากภูเขากลับบ้านใช้เวลา 2 ชั่วโมง แต่พอบอกให้คนขับแท็กซี่เร่งความเร็วมาถึงในเวลา 1 ชั่วโมง 45 นาที ก็สะดุดอยู่หน้าบ้าน แล้ววิ่งไปบอก Sunmyung ว่าใช้เวลาสองชั่วโมงพอดีตามปกติเลยนะ ใครจะเร่งรีบกลับมาเพราะถูกโทรตามกันล่ะ?

แต่ประเด็นที่นอกเหนือจากการแก้คำสาปในตระกูลที่ทำให้บ้าน Eun ทรมานทุกเดือนและไม่มีใครอายุยืนแล้ว ก็ยังมีประเด็นคนรักเก่า Shimyul ด้วยเหมือนกัน เพราะถึงแม้ตัวเองจะเป็นลูกครึ่งปีศาจจิ้งจอกมนุษย์แล้ว ตอนแรกเจ้าตัวไม่ได้เกลียดมนุษย์แต่อย่างไร กลับคิดว่าจะหาคนรักที่เป็นมนุษย์เหมือนแม่ตัวเองด้วยซ้ำ แต่ว่าคนรักคนแรกก็ทรยศ และคนที่สองก็ไม่ต่างกัน เอามีดแทงหลัง Shimyul พร้อมกับตามนักล่ามาจัดการกับ Shimyul ด้วย .... ถึงแม้ Shimyul จะจัดการนักล่าทั้งหมดไป แต่ก็ตัดใจฆ่าคนรักตัวเองไม่ได้ เลยตัดสินใจวิ่งหนีออกมาแทน โดยที่มีคนรักวิ่งไล่ตามขอโทษมา

.... ซึ่งเพราะตัว Shimyul ฝันถึงคนรักเก่าบ่อยๆ ก็เลยมีการคาดการณ์กันเหมือนกันว่าจะมีการกลับชาติมาเกิดไหม เพราะทำไมแรงดึงดูดระหว่าง Sunmyung กับ Shimyul ดูเป็นธรรมชาติ แต่ขณะเดียวกันก็เกินอธิบาย นอกเหนือไปจากการที่มีคนที่หน้าเหมือนคนรักเก่า และเหมือนว่าจะเป็นลูกหลานต่อมา

ก็นั่นแล นักล่าและหมูจิ้งจอกจะเป็นอย่างไรต่อไป?


ปล.  เสียดายที่รีวิวไม่ค่อยดีตอนแรก จริงๆ มันเป็น hidden gem ที่ต้องอ่านพ้น 20 ตอนแล้วจะสนุกนะ ถ้าไปจับผิด อย่างที่สายเร่งอ่านเร่งความทำก็จะไม่สนุกเถอะ ฮือ

Tuesday, 9 June 2020

아더사이드 아더월드

아더사이드 아더월드
[Other Side Other World]

สปอยล์แน่นอน เพราะจะกรีดร้องงง กับอ่าน mtl เกาหลี ไม่รับประกันความถูกต้องง



ในโลก esper & guide ที่ esper จะมีพลังพิเศษ แต่พลังที่มีจะทำให้สภาพร่างกายไม่เป็นปกติ หากไม่มี guide คอยใช้พลังของตัวเองคอยสร้างสมดุลให้

เปิดมาที่ตัวเอก Eden Prescott  มาจากสายตระกูล Han ที่ต้นเรื่องกำลังจะเข้าพิธีก้าวไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ แต่ก่อนที่จะเริ่มพิธี หมู่บ้านของตระกูลที่เป็นหมู่บ้านปิดก็ถูกโจมตี และแม่กับผู้อาวุโสในตระกูลก็สละตัวเองเพื่อช่วยให้ Eden หนีไป

Eden มาโผล่ที่ริมทะเลสาบในเมืองชนบท และก็โชคดีว่า Hans เจ้าของร้านขายของชำมาเจอและช่วยไว้ ก่อนที่จะรับ Eden ไปเลี้ยงดูในฐานะหลาน

เหตุการณ์ดำเนินมาเรื่อยๆ โดยที่ Eden อ้างว่าตัวเองสูญเสียความทรงจำเพื่อที่จะได้ไม่ต้องบอกที่มาที่ยากจะบอกได้ให้คนอื่นรับรู้และเข้าใจ และระหว่างนี้เจ้าตัวก็พยายามเข้าเรียนวิชาประวัติศาสตร์ เพราะอยากตอบคำถามให้ตัวเองได้ว่าคนในตระกูลส่งตัวเองมาในโลกอีกมิติ หรือว่าในโลกเดียวกันแต่ต่างเวลากันแน่ เพราะว่าเจ้าตัวไม่สามารถหาร่องรอยของเมืองที่ตัวเองเคยอยู่ได้เลย

เพราะพลังที่แตกต่างกับคนอื่น และที่มาที่บอกใครไม่ได้ ทำให้ Eden มักจะไปคลุกตัวอยู่คนเดียวที่คฤหาสน์ไร้เจ้าของเสมอ และวันหนึ่ง ระหว่างที่ Eden กำลังใช้พลังพูดคุยกับวิญญาณที่อยู่กับตัวเองในสวนของคฤหาสน์ ก็เจอกับ esper ที่พลังแปรปรวน และก็ได้ให้เครื่องรางของตัวเองไปให้ชายแปลกหน้าที่เจอก่อนที่ตัวเองจะหนีออกไป

ต่อมาเมื่อ Eden ไปที่ห้องสมุดของเมือง เพื่อจะยืมหนังสือประวัติศาสตร์มาอ่าน ก็พบว่ามีคนมายืมหนังสือไปหมด และดังนั้น เมื่อเจ้าตัวไปทักท้วงอีกฝ่ายที่กวาดเอาหนังสือไป ก็เจอกับเลขาของ Bliss Moore ชนชั้นสูงและเจ้าของพลัง Esper ที่แกร่งกล้าที่สุดในจักรวรรดิ และก็ได้ปะทะคารมกับ Bliss ที่เดินตามหลังเลขามา

หลังจากนั้น เมื่อ Eden ไปทำงานพิเศษในร้านอาหาร ก็ได้เจอกับ Bliss กับเลขาที่มาเป็นแขกในร้าน และเมื่อ Eden เปลี่ยนงานไปส่งของให้กับคฤหาสน์ก็พบว่า Bliss เป็นเจ้าของใหม่ของคฤหาสน์นั่นเอง
.
.
.

เอาจริง คุณพระคุณเจ้า ย่อมาเป็นอะไรก็ไม่รู้ คือรู้ว่ามัน cliché แต่มันมีความ cliché แบบที่ชอบบ ไม่ใช่ว่าชอบธรรมดา แต่ว่าชอบมาก ถูกตกอย่างงงๆ แบบอ่านตอนเปิดไป 3 ตอน อ่านตอน free tickets ได้อีก 3 และพอเจอ daily pass อีก 2 รวมเป็น 8 ตอน ดิฉันก็ตัดสินใจปาดซื้อที่เหลือเหมือนถูกผีสิงงง

คือพล็อตมันบ้านนนน  esper กับ guide  guide กับ esper หันไปทางไหนก็มีอยู่ทั่วไป แต่องค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่องเนี่ยแหละที่ทำให้เรื่องนี้น่ารักและก็น่าสนใจ

พอเปิดมาที่ Eden กับพี่ Bliss ปะทะกันตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ มันก็เหมือนเป็น enemies turn lovers ประมาณนึง แต่มันเป็นslow build ความสัมพันธ์ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปจนไม่รู้สึกว่ารีบ หรือว่าไม่น่าเชื่อตาม เพราะว่าด้วยความที่คุณพี่ Bliss อยากหาคนมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล และพอดูว่า Eden จะพอมีความรู้อยู่ ก็เลยดึงเอา Eden มาช่วยงาน ด้วยความที่แรงงานค่าจ้างดี คุณน้องปฎิเสธไม่ลงก็เลยรีบมาทำงานให้ เพราะต้องเอาเงินไปเลี้ยงวิญญาณทั้งหลายที่อยู่ด้วย และพอมาทำงานด้วยกัน น้องก็ก่อเรื่องตั้งแต่วันแรก เนื่องจากพอรู้ว่างานเงินดี มันไม่มีอยู่จริง พอจะต้องออกแรงรากเลือกก็เลยเอาวิญญาณที่มีมาช่วย และเหล่าวิญญาณก็ก่อเรื่องทำแชนเดอร์เลียราคา 12 ล้านหล่นลงมา ดังนั้น จากการเป็นเด็กวิเคราะห์ข้อมูลไปกลับ ก็เลยต้องมาอยู่ที่คฤหาสน์ของ Bliss เป็นการถาวรในช่วงนี้ เพื่อทำงานทุกอย่างและช่วยงานทุกคนใช้หนี้

และก็เป็นการบังคับให้ Eden ต้องมีปฎิสัมพันธ์กับ Bliss กลายๆ ตั้งแต่การที่ต้องส่งข้อมูลรายงานให้ Bliss รับรู้ ตีความเอกสารร่วมกัน และด้วยความที่น้องหัวไว หาประเด็นที่ถูกซุกซ่อนไว้เจอ ก็ทำให้ Bliss ลดความระวังตัวและค่อยๆ เปิดใจกับ Eden โดยปริยาย — ชอบที่ Bliss ไม่รู้ตัวว่ากำลังหาข้ออ้างในการเข้าไปคุยกับ Eden ในห้องทำงานอยู่ และพอเดินเข้าไปทำท่าทวงข้อมูลก็เพิ่งนึกออกว่า Eden เพิ่งส่งรายงานมา ส่วนตัว Eden เองก็เริ่มจากลำบากใจที่ถูก Bliss จ้องหน้านิ่งๆ แล้วดุกลับเวลาพูดโต้ตอบกัน ไปเป็นสบายใจที่ได้นั่งอยู่ข้างๆ กัน โดยเฉพาะหลายครั้งที่ Bliss ช่วยตัวเองไว้จาก Enoch เพื่อนของBliss

เอาจริง พี่ Bliss มาพักผ่อนที่เมืองชายเขาก็เพราะว่าเจ้าตัวกำลังมีปัญหาควบคุมพลังอยู่ ด้วยความที่สถานะพลังพี่เขาเป็นขั้น S (อันที่จริง SS แบบไม่บอกใคร และมีพลังสองอย่างที่โลกรู้ว่าแค่อย่างเดียวเหมือนกัน) ก็ทำให้มีอาการเจ็บปวดทางร่างกาย ทั้งปวดหัว นอนไม่เต็มอิ่ม ไปจนถึงชักเป็นระยะๆ โดยที่มีแต่คนสนิท และหมอประจำตัวเท่านั้นที่รู้ แต่เพราะเครื่องรางประหลาดที่ได้มาตอนวันแรกที่มาถึงคฤหาสน์บรรเทาอาการเจ็บปวดได้ เจ้าตัวก็ยึดติดกับเครื่องรางที่ได้มา ถึงขั้นที่ให้หมอตัวเองเอาไปวิเคราะห์เลยด้วยซ้ำว่าคืออะไร มีพลังอะไรซ่อนอยู่ ซึ่งพอ Eden รู้ว่าเครื่องรางตัวเองช่วย Bliss ได้ก็แอบเอาเครื่องรางไปให้ Bliss เป็นระยะๆ และก็ต้องเรียกว่าแอบจริง เพราะใช้วิธีเอาไปซ่อนบ้าง ให้คนอื่นหาเจอบ้าง เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการเชื่อมโยงกับตัวเอง และไม่ให้คนรู้ว่าตัวเองมีพลัง

พอสิ้นสุดช่วงพักร้อน และ Bliss จะกลับไปที่เมืองหลวง เหมือนได้เวลาที่สองคนจะแยกจากกัน แต่เพราะ Eden ตัดสินใจไปเรียนต่อในเมือง ก็เหมือนว่าทั้งคู่จะได้เจอกันอีก

ในเมืองหลวง Eden เจอกับ Scott เพื่อนที่เพิ่งจับคู่เป็น guide กับ Enoch หลังจากที่พลังของ Enoch เสียสมดุลตอนที่ไปกับ Bliss ในชนบท และในงานเลี้ยงของตระกูล ถึงแม้ Enoch เปิดตัว Scott ในฐานะ guide ของตัวเองก็จริง แต่ก็พยายามลาก Eden เข้าไปด้วย เพราะ Enoch คิดว่ากรณีที่พลังปะทุขึ้นมา การที่จะให้พลังกลับมาสงบได้ในทันทีเกินความสามารถของ Scott และสงสัยว่า Eden ที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยอาจเป็น guide ด้วยอีกคน และต้องมีพลังสูงอย่างแน่นอน

ซึ่ง Bliss ก็มาที่งานเลี้ยงด้วย และเหตุผลที่มาที่งานเลี้ยงก็เพราะจะมาเจอ Eden ซึ่งเมื่อเจอว่าน้องกำลังถูก  Enoch ลากเข้าไปในเกมการเมืองของตระกูลด้วย พอสองคนมองหน้ากัน สิ่งแรกที่ Bliss พูดกับทุกคนก็คือมารับ guide ตัวเอง และ Eden ก็พูดขึ้นมาพร้อมกับว่าตัวเองเป็น guide ของ Bliss กรี๊ดด คือว่าชอบมากที่ต่างคนมองตากันแล้วพูดขึ้นมาเวลาเดียวกันนนน

ซึ่งหลังจากนั้น Bliss พา Eden ออกจากงาน และพออยู่ในรถด้วยกัน คำแรกที่ Bliss พูดขึ้นมาก็คือ เครื่องรางของ Eden อยู่ไหน เอามาให้หมด เพราะว่ารู้แล้วว่าคนที่อยู่เบื้องหลังก็คือ Eden แม้ว่าจะยังไม่รู้ว่า Eden ทำเครื่องรางเหล่านี้ได้อย่างไรก็ตาม ชอบบทสนทนาและการโต้ตอบกันช่วงนี้เพราะดูเป็นธรรมชาติและตรงไปตรงมา ดูเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องปรุงแต่ง

และด้วยที่ประกาศออกไปว่า Eden เป็น guide ของตัวเอง Bliss ก็ต้องทำทุกอย่างให้เหมือนจริงขึ้นมา ตั้งแต่เปลี่ยนสถานะความสัมพันธ์ที่คนภายนอกเห็น รวมไปถึงการจัดหาคนมาคอยคุ้มครอง Eden ด้วย ซึ่งตั้งแต่ในงานเลี้ยง ชั้นก็กรี๊ดแล้วกรี๊ดอีก นึกว่าน้องจะบอกความจริงแล้ว แล้วก็เปล่า เมื่อไหร่จะมา คนภายนอกคิดว่า Eden เป็น guide ของ Bliss คนภายในรอบข้าง Bliss ช่วยกันปิดความจริง และ Eden ก็ปิดความจริงกับทุกคน กรี๊ดดดด ฉันอ่านไปก็โหยหวนไป

ระหว่างนี้ Eden ก็ถูกมือสังหารลอบฆ่า แต่ด้วยความที่มีคนจาก Bliss มาคอยคุ้มครอง ก็เลยไม่เป็นไร แต่ว่าทำให้ตัวบอดี้การ์ดและ Bliss สงสัยว่าทำไมตัว Eden ถึงดูคุ้นเคยกับการมีการ์ดรอบตัว ทั้งไม่รู้สึกอึดอัดตั้งแต่ครั้งแรกที่รู้ว่าต้องมีคนคอยดูแล และครั้งหลังที่พอเกิดเรื่องก็วิ่งไปหลบหลังการ์ดได้อัตโนมัติ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนธรรมดาไม่ทำ

เอาล่ะ หลังจากนั้น Bliss จะต้องไปเข้าร่วมสงคราม และด้วยความที่พลังไม่เสถียร และไม่มี guide จริง สิ่งเดียวที่จะช่วยได้คือเครื่องรางของ Eden จริงจังไม่จริงจัง คือพี่เขาเอาถุง lucky bag ทั้งหมดที่ได้มาทำเป็นถุงมือเพื่อช่วยปรับสมดุลให้ตัวเองตั้งแต่อยู่ที่คฤหาสน์แล้ว เมื่อรู้ว่า Eden เป็นเจ้าของเครื่องราง คราวนี้ก็พยายามรีดถุงเครื่องรางทั้งหลายไปให้หมด น่ารักที่  Eden ก็พยายามช่วยด้วยการไปให้คนสนิทของ Bliss ไปแอบเอาเสื้อผ้าเก่าของ Bliss มาทำถุงเครื่องราง และที่ Eden ไม่รู้ก็คือว่า Bliss รู้เรื่อง แทบยังเป็นกึ่งๆ คนเลือกเสื้อผ้าโปรดตัวเองให้ด้วยซ้ำ

เอาจริง ฉันก็กรีดลุ้นมากว่า Eden จะบอกความจริงม้ายย จะบอกความจริงม้ายยย ไปด้วยกันในฐานะ guide พี่ Bliss จะได้ปลอดภัยไง จะได้ปลอดภัยไง ซึ่งก็รอแล้วรอเล่า ไม่มีเกิดจริง ยกเว้นแม้ Bliss จะทิ้งน้องไว้ที่เมืองหลวง แต่สุดท้าย Eden ก็หาวิธีตามไปได้

พอไปรบ การใช้พลัง และโอกาสที่ควบคุมพลังไม่ได้ก็เกิดขึ้นมา และในสถานการณ์ฉุกเฉินที่หมอประจำตัว และเหล่าการ์ดของ Bliss ถกเถียงกันเพื่อหาทางเอาเครื่องรางและอะไรก็ได้ที่มีไปให้ Bliss เพื่อลดความรุนแรงและชะลอการระเบิดของพลัง ก็ทำให้ Eden ตัดสินใจเปิดเผยความจริง ซึ่งกรี๊ดว่า Eden ซ่อนพลังตัวเองไว้ได้เพราะวิญญาณที่อยู่ด้วยคอยกั้นไว้ และเมื่อเปิด การ์ดรอบตัวที่เป็น esper ก็พากันช็อคไป เหลือหมอที่เป็นคนธรรมดาที่ไม่รู้เรื่อง และระยะเทเลพอร์ตที่เป็นปัญหาก็หมดไป เพราะ Eden บอกการ์ดที่เป็นพอร์เตอร์ว่าเคยถูก guide เต็มที่เต็มเหี่ยวอย่างใจต้องการตอนใช้พลังไหม — ทั้งนี้ Eden เป็น multi guide จับคู่เข้ากับ esper คนไหนก็ได้ และพลังสูงมากอย่างที่แค่ใช้พลังไม่ต้องมีปฎิสัมพันธ์ทางร่างกายกันก็ทำให้ esper พลังเต็มเปี่ยมและสมดุลได้แล้ว (เทียบกับ Scott ที่มีพลังอยู่ที่ประมาณ 30% และการ guide ที่ได้ผลต้องทำผ่านการมี sex หนักหน่วง)

และเมื่อพอร์ตไปถึงแนวหน้าสนามรบ ขำที่ Eden เมาเทเลพอร์ตอย่างไรก็ยังเมาอยู่อย่างนั้น และเพราะเจ้าตัวเป็นคุณชายถูกเลี้ยงดูมาแบบไข่ในหิน และบังคับให้จดจำและท่องทฤษฎีทั้งหมด โดยที่ไม่เคยมีภาคปฎิบัติจริง เจ้าตัวก็รนหาวิธีช่วย และท่องท่อง และท่องออกเสียงเพื่อแก้การระเบิดพลังของ esper ว่าต้องเป็นการแลกเปลี่ยนของเหลวทางร่างกาย ได้ตั้งแต่จูบ oral sex .... วนท่องบอกตัวเองไปเรื่อยๆ จนการ์ดรอบตัวอายไปแทน

ขณะเดียวกัน Bliss กำลังจะระเบิดพลังและระเบิดตัวเอง โดยกำลังพยายามควบคุมพลังไว้สุดความสามารถเพื่อให้เหล่าทหารใต้บังคับบัญชา และชาวบ้านอพยพหนีไปก่อน และตอนที่สติลางเลือน ก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงและเห็น Eden เป็นครั้งสุดท้าย ก็คือ Eden พอร์ตมาถึงพี่เขาพอดี และสิ่งที่เจ้าตัวทำก็คือพุ่งตัวไปจูบ Bliss ซึ่งปฎิกิริยาที่พี่ Bliss มีก็คือสลบไป

คือ anti-climax มากกก ลุ้นมากว่าปฎิกิริยาที่มีจะเป็นอย่างไร คิดไปร้อยแปดอย่าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็น ส-ล-บ ฮืออ พี่ Bliss เป็นลมวูบไปแล้วววว ... ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเลย แต่ทั้งนี้เพราะว่าตัว Bliss เกิดปฎิกิริยา guide shock ด้วยความที่ร่างกายกำลังไม่เสถียรรุนแรง และค่าความเข้ากันได้ของทั้งคู่ก็สูงมากเสียด้วย ซึ่งพอลืมตาตื่น และสัมผัสพลังของ Eden พี่ก็เปลี่ยนจากหมาป่าเย็นชามาเป็นหมาบ้านขี้อ้อน คำแรกที่พูดตอนที่กอด Eden ไว้อยู่ก็คือ ขอจูบได้ไหมมม ... เอ่อ พี่คะ!

ซึ่งหลังจากนั้น อาการหมาบ้านชอบอ้อน ชอบนัวเนียก็ออกมา ด้วยความที่ไม่แน่ใจว่า ร่างกายของ Bliss จะมีปฎิกิริยากับพลังของ Eden ขนาดไหน ทีมก็เลยตัดสินใจล่าม Bliss ไว้ก่อน ซึ่งกุญแจมือแข็งแรงขนาดไหนก็ใช้ไม่ได้ ตอนที่ Bliss ทำลายหลุดมาในไม่กี่วินาทีเมื่อรู้ว่า Eden ก็ช่วย guide ลุง Hans ของตัวเองแล้วหึง หรือการสัมผัสร่างกายที่ต้องใช้หมอในทีมช่วยวัดค่าทั้งหลายเพื่อกันไม่ให้พี่ Bliss เกิดอาการ guide shock ไปอีก ขำที่พอล่าม Bliss ไว้อีกคราว แล้วให้ Eden กอด Bliss อีพี่เอามือมากอดตอบไม่ได้ ก็เลยก้มลงมาแทะหู Eden ฮือออ ....หรืออีกตอน พอปู่ตัวเองมา แล้วตัวเองต้องนั่งกับปู่ และ Eden นั่งฝั่งข้างลุง Hans พี่ Bliss ก็ใช้วิธีโน้มตัวมาข้างหน้าโต๊ะ แล้วขอให้ Eden จับมือตัวเองไว้ให้ได้สัมผัสกัน ติดตัวนัวเนียกันขนาดนี้

ชอบที่ Eden ขอโทษที่ปิดบังความจริงไว้ แต่ทุกคนเข้าใจ อย่างที่หมอพูดแทนขึ้นมาว่าถ้าไม่ซ่อนพลังไว้ ไม่มีใครคุ้มครอง ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นอย่างไร และถึงแม้ Eden จะเป็น multi guide แต่ก็ไม่ได้ใช้พลังตัวเองเพื่อสร้างอำนาจอย่างที่ guide ทรงพลังหลายๆ คนทำ ถึงขั้นที่คนในทีมแซว Bliss ว่าถ้าดูแล Eden ไม่ดี ต้องระวังถูกคนอื่นแย่งไปนะ เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นบวก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ guide ที่ลุงตัวเองเคยเจอ ที่ลุงถูก guide ตัวเองสั่งว่า Suck, swallow. หรือว่า multi guide ในเรื่องอีกคนที่ใช้พลังตัวเองเป็นสะพานอำนาจ

กับชอบอารมณ์ที่ Bliss ฟื้นขึ้นมาแล้วคุยเงียบๆ กับ Eden ในตอนกลางคืน พอ Eden เล่าเรื่องวิญญาณทั้งหลายที่คอยคุ้มครองอยู่กับตัวเองให้ฟัง แล้ว Bliss พูดออกมาว่า ตอนนี้วิญญาณทั้งหลายอยู่ด้วยข้างๆ ตัวใช่ไหม แล้วขอบคุณที่คอยดูแลคุ้มครอง Eden มาตลอด ฟังดูน่ารักปนซึ้ง จนกระทั่งมีวิญญาณที่ตื่นเต้นแล้วพูดมาว่าให้ Eden รีบๆ นอนกับ Bliss เลย Bliss จะได้เห็นวิญญาณไปด้วยได้ ไม่ได้นะคะ ...

ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มก็คือเรียบง่ายไปตามธรรมชาติ จุดหนึ่งที่ชัดว่าความสัมพันธ์ค่อยเป็นค่อยไปก็คือ เหล่าวิญญาณถาม Eden เป็นระยะๆ ว่ารู้สึกอย่างไรกับ Bliss ตั้งแต่อยู่ที่คฤหาสน์ ครั้งแรก Eden ปัดเรื่องไปว่าไม่สนใจ ก่อนจะเป็นบอกว่าไม่แน่ใจ และครั้งที่สามก็คือบอกว่าชอบอย่างมั่นใจ และการตัดสินใจเปิดเผยพลังของตัวเองก็เพราะไตร่ตรองมาแล้วว่าเพื่อเป็นการช่วย Bliss จริงๆ ส่วนสำหรับ Bliss เอง การมี Eden เข้ามาในชีวิตก็เปลี่ยนท่าทีไปเลย จากการที่รู้สึกว่าหงุดหงิดขี้โมโหก็ใจเย็นรับฟัง Eden มากขึ้น จากที่ดูถูกและไม่สนใจในตอนแรกก็เปลี่ยนเป็นคอยดูแลในแบบของตน โดยเฉพาะตอนหลังที่พอรับรู้พลังของ Eden แล้วบอกว่า Eden reset โลกรอบตัวเลย จากการที่ทุกอย่างหงุดหงิดน่ารำคาญทั้งแสงที่เข้าตา เสียงที่ได้ยิน กลิ่นที่รับรู้ก็กลายเป็นเรื่องปกติที่รับได้ไป — ชอบที่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ภาคบังคับที่ว่าต้องชอบเพราะอีกฝ่ายคือ guide อีกฝ่ายคือ esper เพราะกลับกัน สองคนเรียนรู้กันในฐานะคนธรรมดา และก็เปิดใจรับอีกฝ่ายเข้ามา ได้รู้จักและเข้าใจกัน ก่อนจะรับรู้สถานะว่าอีกฝ่ายเป็นอย่างไร

ก็นั่นแหละ ตอนนี้อ่านตอนที่ 45+ อยู่ อ่านช้าเพราะว่างกอ่านเรื่องฟรีที่เปิดไปด้วย แถมยังเผลอไปติด Tropical Island อีกเรื่อง ณ ตอนนี้ให้ A+ เพราะชอบพล็อตเรียบง่าย แต่มีการลงรายละเอียดและการปูความสัมพันธ์เล่าเรื่องที่ปราณีต ก็จะพยายามไปอ่านให้ถึง 105+ ให้ได้ในเร็วไว แต่ปัญหาคือเรื่องไหนชอบ จะเขียนรีวิวเครียดจริงจังไม่บ้าบอทุกทีสิน่า!