Showing posts with label infrastructure. Show all posts
Showing posts with label infrastructure. Show all posts

Monday, 11 July 2022

咸鱼替嫁后 // After The Salted Fish Is Married

 ก็ไถลไปตามล่าหา infra จีนโบราณต่อจาก After Being Kidnapped by the General // ได้จากหน้าหลัก


คนเขียน: 老大白猫
แนว: จีนโบราณ, ทะลุมิติ, ทำอาหาร, farming, infrastructure
ความสัมพันธ์: องค์ชาย X พระชายา / Ji Song X Yan Xining
จำนวนตอน: 117 ตอน (ยังไม่จบ)
ปี: 2022
ลิ้ง



Yan Xining ลืมตามาก็เจอว่ามาอยู่ในยุคจีนโบราณแล้ว และเจ้าของร่างเดิมก็ตายจากการผูกคอตายใต้ต้นไม้ ด้วยเหตุที่ว่าเจ้าตัวซึ่งเป็นลูกนอกสมรสถูกคนในตระกูลจับมาแต่งงานเพื่อแก้เคล็ดกับ Ji Song องค์ชายที่เป็นแม่ทัพ และประสบเหตุให้ต้องขาเสียกลายเป็นคนพิการ และในวันแต่งก็ถูก Ji Song โกรธจนส่งเข้า “ตำหนักเย็น” หรือสวนร้างที่เคยเป็นเรือนที่อยู่ของคนใช้ ร่างเก่าหมดหวังและก็คิดจะจบชีวิตตัวเอง

ดังนั้นเมื่อลืมตามา ก็คืออยู่ใต้ต้นไม้และมีผ้าแพรผูกคอแล้ว Bai Tao เด็กรับใช้และคนสนิทเพียงคนเดียวกำลังร้องไห้อยู่ ... เมื่อประมวลผลรอบตัวได้ ก็รู้สึกว่าชีวิตตอนนี้ในร่างนี้อาจไม่แย่เกินไปหนัก เพราะที่ตัวเองทำงานหนักจนตายก็เพราะใฝ่ฝันว่าจะเก็บเงินให้พอแล้วกลับไปอยู่บ้านทำสวนในชนบท เมื่อได้พื้นที่ที่ใหญ่กว่าบ้านสวนของตัวเองมาก็เลยคิดว่าจะปลูกผักกินและมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี
แต่เพราะไม่แน่ใจว่าทางจวนจะเลิกส่งของมาให้เมื่อไหร่ โดยเฉพาะเมื่อตัวเองไม่เป็นที่รักใคร่ของ Ji Song ความเผื่อแผ่ก็อาจจะหมดลงวันไหนก็ได้ ก็เลยคิดว่าควรจะอยู่ให้พึ่งพาตัวเองให้ได้ วันไหนที่ถูกลืมมาก็จะได้ไม่อดตาย ถ้าปลูกผักเลี้ยงสัตว์ไว้กินในพื้นที่กว้างขวางรอบๆ ได้ และดังนั้น การถางหญ้าที่สูงท่วมหัวและปรับดินให้อยู่ในสภาพพอที่จะปลูกผักก็เริ่มขึ้น

แต่เพราะทางฮ่องเต้และพระพันปีส่งคนมาดู Ji Song และ Yan Xining หลังแต่งงาน ตัว Yan Xining ต้องแสดงบทรักใคร่กลมเกลียวกับ Ji Song ก็เลยเจออีกคนที่นั่งอยู่บนรถเข็น และอยู่ในสภาพอ่อนแรงไม่มีกำลัง และก็ทำให้ไปซ้อนกับภาพพ่อของ Yan Xining ที่ป่วยเป็นมะเร็งและนั่งอยู่บนรถเข็นอย่างไร้ชีวิตขึ้นมาทันที ยิ่งเมื่อ Ji Song เป็นคนที่บันดาลบ้านพัก ที่ดินและอาหารให้ตอนนี้ก็ยิ่งมีเหตุผลที่จะต้องร่วมมือกับ Ji Song และก็เกิดภาพที่ต่างคนต่างอยู่ โดยที่ทางพ่อบ้านและคนสนิทมารายงานเรื่องของ Yan Xining กับ Ji Song เป็นระยะๆ และ Ji Song ก็มีคำสั่งติดปากเสมอว่าถ้าอีกคนอยากทำอะไรก็ให้ทำไป
แต่เพราะเหล่าองครักษ์ของ Ji Song โดยเฉพาะ Yan Ke จับตามอง Yan Xining อยู่ และก็ทำให้เมื่อ Yan Xining ทำโน่นทำนี่อยู่ในพื้นที่ตัวเองก็อดไม่ได้ที่จะไปสังเกตการณ์และจบลงด้วยการที่ช่วย Yan Xining ทำงาน และตอนแรกที่พระชายาเอาของที่ได้มาจากที่สวน ไม่ว่าจะเป็นปลา หอยทาก ฯลฯ ทำอาหาร อีกฝ่ายก็รู้สึกว่าเป็นของที่กินไม่ได้ แต่เพราะกลิ่นหอมน่าอร่อย และกลัวจะเสียหน้าถ้าไม่กล้ากิน ก็เลยทำให้ลองกินของทุกอย่างที่พระชายาทำ และจบด้วยการถูกซื้อใจด้วยอาหารไปแล้ว ดังนั้น องครักษ์ทั้งหลายก็เริ่มที่จะมาช่วยทาง Yan Xining ทำงานเป็นค่าอาหารในแต่ละครั้ง

และความรู้สึกที่ทุกคนมีต่อ Yan Xining ก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ
.
.
.
เอาจริง เรื่องนี้ควรจะเป็นภาพต่างคนต่างอยู่ตลอดไป แต่ว่ามีการช่วยต่อเรือของคนรอบตัวทั้งคู่มาเสริมทำให้สองคนเข้าหากันทีละน้อยไม่รู้ตัว โดยที่ชอบที่สุดคือการชงไม่รู้ลืมหูลืมตาของทั้งพ่อบ้านและเหล่าองครักษ์ พออาหารอร่อย Yan Ke และพวกองครักษ์ก็จะเอาอาหารส่วนหนึ่งมาให้ Ji Song ด้วย โดยไม่ใช่แค่เอาอาหารมาให้อย่างเดียว แต่เป็นการร่ายสรรเสริญพระชายาทุกอย่างที่จะคิดได้ บอกว่าพระชายารักและห่วงใยตัว Ji Song ถึงขนาดทำอาหารมาให้เพราะอยากให้แข็งแรงไวๆ (ซึ่งจริงๆ ก็รู้กันอยู่ว่า Yan Xining ทำอาหารมาเพราะอยากกินของอร่อยเอง) เป็นการผลักเรือลงน้ำแล้วช่วยกันพายมากนะคะ ขนาดลายมืออัปลักษณ์ เพราะเขียนพู่กันไม่เป็น องครักษ์ก็ยังช่วยชมว่าเห็นถึงความตั้งใจและจิตใจที่บริสุทธิ์ของพระชายา พอทำเต้าหู้ก็เรียกว่า love bean curd ไม่ไหวแล้วนะ แล้วหลังๆ องครักษ์คนอื่นๆ ก็ได้อิทธิพลจากหัวหน้าองครักษ์มาด้วย การชงแรงขึ้นโหดขึ้นเรื่อยๆ จนตัว Ji Song ก็เชื่อแล้วว่า Yan Xining ชอบตัวเอง

และตอนที่ไม่มีอะไรทำ และบังคับรถเข็นไปถึงส่วนที่ Yan Xining อยู่ ได้กลิ่นหอมของอาหารก็เลยเข้าไปเจอ Yan Xining ที่กำลังย่างกวางที่ได้มาจากองครักษ์กิน ซึ่งเมื่อ Ji Song มาถึงเรือนตัวเองก็เลยต้องเชิญชวน Ji Song ซึ่งถือเป็นเจ้าของบ้านกินข้าวด้วย กลายเป็นว่าพอเลี้ยงดูและดูแลอย่างดี Ji Song ก็รู้สึกอึดอัดใจที่เห็นว่า Yan Xining รักตัวเองมาก ... และรู้สึกผิดที่รักตอบไม่ได้ เลยคิดว่าจะทำดีกับอีกคน และสั่งให้พ่อบ้านทำทุกอย่างที่ทาง Yan Xining ขอมา

สองคนก็เลยมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะตัว Ji Song ที่รู้สึกว่าการอยู่ข้างๆ Yan Xining เห็นอีกคนทำอาหาร ปลูกผัก ก็ทำให้ผ่อนคลายและสบายใจอย่างที่ได้เคยรู้สึกมาก่อน
จุดเปลี่ยนความสัมพันธ์สองคนเกิดขึ้นเมื่อมีงานล่าสัตว์ และ Ji Song บอกให้ Yan Xining ไปด้วย ซึ่งฝ่ายหลังก็กระเหี้ยนกระหือรือมากกว่าจะไปเก็บขึ้นเขาผักป่าที่เพิ่งแตกหน่อมากินระหว่างงานล่าสัตว์ และเพราะเห็นตัว Ji Song ต้องนั่งรถเข็น ไม่สามารถขี่ม้าองอาจล่าสัตว์ได้อย่างที่เคยเป็น ก็เลยเห็นใจและชวนอีกคนเข้าร่วมกิจกรรมเก็บผักตัวเองด้วย เป็นการปลอบใจและเห็นใจโดยที่ไม่ได้มองว่าอีกฝ่ายน่าสมเพชอย่างที่คนอื่นมอง จนเมื่อสองคนออกไปเก็บผักกับเหล่าองครักษ์ และเหล่าองครักษ์ทั้งหมดถูกล่อออกไป ก็มีเหล่ามือสังหารเข้ามาจะฆ่า Ji Song และถึงแม้ว่า Ji Song จะใช้ธนูที่ติดตัวอยู่ฆ่าพวกมือสังหารได้หมด ตัว Yan Xining ก็บาดเจ็บหนักเพราะเอาตัวเองกันและกระโดดกอดมือสังหารที่เหลือคนสุดท้ายไม่ใช้เข้าไปทำร้าย Ji Song ได้ .... ซึ่งยิ่งประกอบกับการที่ Yan Xining ไม่ยอมวิ่งหนีทิ้งตัวเองไป ทั้งที่ Ji Songย้ำ บอกหลายครั้งก็เลยทำให้ Ji Song เริ่มหลงรัก Yan Xining จริงจังขึ้นมา

และเมื่อกลับมาที่จวนอ๋อง ตัว Yan Xining ที่ฟื้นมาอยู่ในห้อง Ji Song ก็เลยขอ Ji Song กลับไปที่เรือนตัวเอง และก็กลายเป็นว่า Ji Song ย้ายมาอยู่ที่เรือนด้วยอีกคน แล้วพอ Yan Xining หาย ด้วยความที่ตัว Ji Song ตื่นเช้ามาก เพื่อมาอ่านตำรา (และไปทำงานที่กรมในภายหลัง) ตัว Yan Xining ก็ต้องตื่นเช้าไปด้วย ซึ่งการคิดคนละแบบก็ยังดำเนินอยู่ต่อไปเช่นเดิม เพราะ Ji Song พยายามลุกขึ้นมาเงียบๆ แต่ว่า Yan Xining ที่ละเมอหลับกอดอีกคนแน่นก็รู้สึกตัวอยู่ดี และก็คิดว่าต้องลุกขึ้นมาทำอาหารตามประสาลูกจ้างที่ดี เพราะนายจ้างปลุกขึ้นมาแล้วขนาดนี้ ส่วน Ji Song ก็เข้าใจไปว่าตัว Yan Xining รักตัวเองมากถึงขั้นที่ยอมละทิ้งการนอนเต็มอิ่มมาทำอาหารให้ตัวเอง

ก็ต้องขอย้ำว่าตัว Yan Xining ไม่ได้คิดว่าตัวเองอยู่ในฐานะพระชายาอ๋องแม้แต่ครั้งเดียว ในสายตาตัวเองเป็นแค่ปลาเค็มที่ต้องพึ่งพาคนอื่น เป็นผู้อยู่อาศัย ความเข้าใจผิดที่ต่างคนต่างคิดไปคนละอย่าง และความอยากเลี่ยงงานที่ขว้างไม่พ้นคอ ไม่ได้คิดว่าแต่งงานกับองค์ชาย แต่ว่าเป็นลูกค้าที่ได้ค่าแรงเป็นที่พักกับที่ดินปลูกผักเลี้ยงเหล่าสัตว์ปีก เป็นหัวหน้าครอบครัว (เจ้าของบริษัท) คนให้ที่อาหาร เสื้อผ้า ประโยคที่บอกว่า มีอะไรก็จะไปด้วยกัน เพราะ “ข้าเป็นชายาท่าน” ฟังดูรักใคร่ไม่ลืมหูลืมตา แต่แปลตรงๆ ก็จะได้ความว่า “ผมเป็นลูกจ้างคุณอยู่” จะกลายเป็นเรื่องของผลประโยชน์กันไป แต่ว่าเพราะฟิลเตอร์ของเหล่าองครักษ์กับพ่อบ้านที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป

โดยเฉพาะเมื่อ Yan Xining เป็นพวกเรื่อยๆ ร่าเริงสบายใจและอ่อนโยน เห็น Ji Song นั่งเหม่อ คิดว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้ ก็เริ่มหาโน่นหานี่ให้ Ji Song ช่วยตอนตัวเองทำอาหาร กลายเป็นภาพสองคนรักใคร่กลมกลืนในสายตาคนรอบข้าง

แต่ความจริงจากใจ เรื่องนี้ไม่ค่อย farming เท่าไหร่ มีแค่ตอนแรกๆ ที่คิดว่าต้องปลูกผักเลี้ยงสัตว์เพื่อเอาตัวรอดให้ได้ ถ้าถูกลืม แต่เพราะ Ji Song โอ๋ Yan Xining มากขึ้นเรื่อยๆ อาหารการกินมีคนส่งส่วยส่งของมาตลอดเวลา กลายเป็นแนว cooking มากกว่า เช่นวันนี้กำลังจะทำบะหมี่ พ่อบ้านเอาปูนิ่มมาให้ บอกว่าเพิ่งส่งมาจากบ้านสวนเอามาถวายพระชายา ก็เลยทำปูนิ่มชุบแป้งทอด กินกับบะหมี่ กับแป้งทอด ตอนนี้น่ารักดี เพราะเหล่าองครักษ์เฮโลมาช่วยกันจริงจังมาก คนที่ล้างปูก็ล้างไป คนที่ไปทุบแป้งข้าวเหนียวก็ทุบไป เพื่อให้ได้กินเร็วๆ ด้วยกัน ความเชื่อมั่นที่มีต่อ Yan Xining สูงมาก ชนิดที่ทุกคนคิดในใจว่า ต่อให้พระชายาเอาก้อนหินมาทำอาหารยังอร่อยได้แน่นอน ... จากที่ตอนแรกกลัวมาก เวลาเห็นเอาสัตว์แปลกๆ ที่เจออย่างหอยทาก ปู มาทำอาหาร แต่ตอนนี้แค่จ้องสัตว์ จ้องพืชอะไรนานๆ เหล่าองครักษ์โดยเฉพาะ Yan Ke ก็ถามแล้วว่าอร่อยไหม? เอามาทำอะไรอร่อยเหรอ? ให้ไปจับไปเก็บมาเลยไหม? พร้อมมาก อย่างวันที่ไปฟาร์มม้าแล้วบอกว่าจะทำหม้อไฟ ยังไม่ทันบอกอะไรต่อ หัวหน้าองครักษ์ก็รีบตะโกนบอกเหล่าองครักษ์ที่เหลือว่า พี่น้อง เที่ยงนี้พระชายาจะทำหม้อไฟ ทุกคนที่ขี่ม้าอยู่ก็รีบควบม้าหายไป .... พอ Yan Xining กำลังงง Ji Song ก็บอกว่าทุกคนเข้าป่าไปล่าสัตว์มาเพิ่มไง

พอ Ji Song เป็นองค์ชายสาม ตอนแรกก็มีประเด็นแย่งบัลลังก์กับพี่ชายสองคน แต่ไปๆ มาๆ Ji Ming พี่ชายคนรองที่เปิดมาดูร้ายกลายเป็นแนวร่าเริงไม่คิดมากไปชอบกล อย่างที่ตอน Ji Tan องค์ชายเจ็ดอายุ 5 ขวบจมน้ำระหว่างงานเลี้ยงแล้วถูก Yan Xining กระโดดลงไปช่วย แล้วกลายเป็นติด Yan Xining มากกันไป พอขอไปเล่นที่บ้าน ตัว Ji Ming รีบกระซิบบอก Ji Song ว่าปฎิเสธไป รีบปฎิเสธไปเดี๋ยวนี้ .... เพราะว่าตัวเองเป็นเหยื่อความเอาแต่ใจ ถูกน้องคนเล็กรีดไถของ และก่อกวนบ่อยๆ แต่จริงๆ สองคนเหมือนกันมาก อารมณ์ส่งเสียงดังว่ามาแล้วนะ แล้วรอให้ Yan Xining ทำอะไรอร่อยๆ แปลกๆ ให้กิน ทั้งที่อายุต่างกัน แต่หนึ่งใหญ่หนึ่งเล็กนี่คือมาเพื่อรบกวนกันชัดๆ ตอนที่ Ji Ming ส่ง Ji Tan ไปบ้านสวนนี่คือสองคนพี่น้องมาเพื่อก่อกวนและกินเท่านั้นจริงๆ

แต่จริงๆ น้องเล็ก Ji Tan น่ารักดี ทุกครั้งที่ไปหา Yan Xining ก็จะรีบตะโกนบอกว่าพี่สะใภ้สามข้ามาแล้วว แล้วเพราะเป็นองค์ชายองค์โปรดของฮ่องเต้ เดิมทีพวกนางสนมหรือข้ารับใช้ก็ไม่กล้าให้ทำอะไร และไม่กล้าขัดใจอะไรมาก ถูกถามอะไรก็ต้องตอบอย่างระมัดระวังตามหน้าที่ไป แต่พอมาหา Yan Xining ถามอะไรอีกคนก็ตอบแกมอธิบายจริงจัง แถมยังได้ทำทุกอย่างอย่างที่อยากทำ ไม่ว่าจะวิ่งตามไก่ เล่นกับหมา เก็บไข่ เกี่ยวผลไม้จากต้น เด็กห้าขวบอย่าง Ji Tan ที่ไม่เคยได้ทำกิจกรรมแบบนี้ก็ปลื้มมาก แถมพอพี่สะใภ้ใจดีบอกว่าของที่ Ji Tan เก็บมาจะเอาไปทำโน่นนะ นี่นะ ลูกท้อที่ช่วยเก็บก็จะเอาไปดอง ฝักถั่วที่เก็บก็เอาไปทำข้าวผัดได้ ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเก่ง มีประโยชน์ สนุกและมีความสุขเพิ่มขึ้นไปกันอีก ... ซึ่งในมุมมองของพี่สะใภ้ใจเย็นก็คือเอาเด็กเมืองไปเที่ยวชนบท เจออะไรก็ตื่นตาตื่นใจเล่นได้สนุกทุกอย่าง กับพอทำอาหารหลอกเด็กอย่างไก่ทอดกรอบ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า Ji Tan จะรักและเทิดทูนพี่สะใภ้สามตลอดไป ถึงขั้นที่ไปป่าวประกาศจนรู้กันทั้งวังว่าตัว Yan Xining ทำไก่ทอดอร่อยมาก และ Ji Tan ติดใจไก่ทอดของ Yan Xining มาก

เรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ ทำอาหารโน่น นี่ นั่นจากของที่ได้มาในแต่ละตอน จนกระทั่งฮ่องเต้มอบหมายให้ Ji Song ไปประจำกรม น่ารักที่จริงๆ กรมที่ไปอยู่ติดจวนอ๋องมาก แต่ว่าประตูจวนอยู่คนละทางก็ต้องเดินอ้อมโลกไป ... และพอช่วงที่ Yan Xining ไม่อยากวุ่นวายเพราะต้องเดินอ้อม รู้สึกเสียเวลาก็ให้องครักษ์หิ้วปิ่นโตไปส่งแทน เพราะเห็นว่าพวกองครักษ์มีวิชาตัวเบาและกระโดดข้ามกำแพงไปได้เลยทำให้ต่อมา Ji Song เริ่มทำประตูฝั่งที่อยู่ติดกับกรมเพราะอยากให้พระชายาตัวเองไปส่งอาหารให้ โดยที่ Yan Xining กลับคิดไปว่าฝ่าย Ji Song ที่เริ่มกลายเป็นสัตว์สังคมทำงานเข้าใจแล้วสินะ ว่าการประหยัดเวลาเดินทางสิบสิบห้านาทีเพื่อได้นอนยาวขึ้น มันวิเศษขนาดไหน

ซึ่งเพราะช่วงที่มีงานเข้ามา Ji Song ก็จะอยู่เย็นอยู่ค่ำ และตัว Yan Xining ที่เป็นห่วงก็จะถูกพวก Yan Ke หว่านล้อมให้ไปส่งอาหารด้วยตัวเอง และครั้งแรกก็ทำบะจ่างทั้งไส้เค็มไส้หวานพอดี ไม่ต้องสงสัยเลยว่าต้องแบ่งให้ข้าราชการอื่นๆ ที่อยู่ดึกไปด้วย และชื่อเสียงด้านทำอาหารของพระชายาอ๋องสามก็แพร่ระบือไปไกล (พร้อมๆ กับความรักที่มีต่อองค์ชายสามผ่านทางอาหารที่ตั้งใจทำอย่างปราณีตบรรจง(?)) กับน่ารักที่พออากาศร้อน ไม่อยากอาหารกัน Yan Xining เลยทำอาหารกินง่ายอย่างบะหมี่เย็นที่รสจัดและกินง่ายด้วยน้ำส้มสายชู แตงกวาที่ช่วยให้คลายร้อนเพิ่มความอยากอาหารขึ้นมา และพอให้คนเอาไปส่งให้ Ji Song ตอนกลางวันก็ถูกคนอื่นจ้องมองอย่างอิจฉา (และอยากกิน) เลยคิดในใจว่า ทุกคนไม่ต้องสงสัย กินอาหารที่พ่อครัวกรมทำตรงหน้าตัวเองไป อย่ามาจ้องอาหารที่ชายาตัวเองเอามาส่งได้ไหม ... อีกรอบที่ทุกคนขอสูตรวิธีทำบะหมี่เย็นไปให้พ่อครัวที่บ้านแต่ละคนทำ พอเปิดกล่องออกมาก็เป็นบะหมี่เย็นทั้งสิ้น แต่พอกำลังจะภูมิใจลงมือกินอย่างอร่อย ก็กลายเป็นงวดนี้พระชายาส่งปลาต้มผักดองรสจัดกระตุ้นความอยากอาหารมาให้อีก คนที่กำลังภูมิใจกับบะหมี่ตัวเองก็สลดกันไป (ขณะที่ตัว Ji Song ก็กลายเป็นคนภูมิใจไปแทน)

แต่มาขนาดนี้แล้ว จะให้ Ji Song ขาเสียตลอดไปก็กระไร เพราะว่าได้หมอเทวดาที่เจอระหว่างไปฟาร์มม้ามาช่วยออกปากว่าจะรักษาขาให้ โดยแลกกับอาหารอร่อยทั้งหลายที่ Yan Xining ทำ และวันที่ผ่าตัดจริง ตัว Ji Song ก็จูบ Yan Xining ก่อนเข้าผ่าตัดด้วย ... ซึ่งก็ทำให้อีกฝ่ายเครียดและคิดมากว่าหัวหน้าบริษัท (ความคิดชายาไม่เคยอยู่ในหัว ความสัมพันธ์นายจ้างและลูกน้องมาก่อนเสมอ) จูบตัวเองเพราะอะไร ทั้งหลบหน้าทั้งคิดไปจนสรุปได้ว่าเพราะอีกคนกังวลเกี่ยวกับผ่าตัดมากไปสินะ ... แต่สรุปก็หลีกไม่พ้นเพราะ Ji Song พูดออกมาตรงๆ และพอ Yan Xining บอกว่าไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย ก็ถูกถามต่อว่าทำไมไม่รักกัน

ในที่สุด Yan Xining ก็บอกเลยว่า รู้ไหมว่าวันแรกที่มาฆ่าตัวตาย และก็ไม่ได้รัก Ji Song หมดรักไปตั้งแต่ตอนที่ตายไปแล้ว ... ชอบตรงที่มีการเผชิญหน้าตรงนี้ เพราะเหมือนเรียกร้องความยุติธรรมส่วนหนึ่งให้เจ้าของร่างเดิมด้วย เพราะถึงแม้จะถูกครอบครัวส่งมาแต่งงานแต่สุดท้ายคนที่ผลักให้เจ้าของร่างเดิมตายก็คือ Ji Song เพราะถ้าไม่ใช่เพราะ Yan Xining ที่มาเข้าร่าง ร่าเริง ไม่คิดมาก และมุ่งมั่น แข็งขันเปลี่ยนแปลงทุกอย่างแล้ว เรือนร้างนี้ก็อยู่ไม่ได้จริงๆ ทั้งหญ้าสูงท่วมหัว กำแพงพัง หลังคารั่วและเตียงที่นอนก็เป็นแค่เอาไม้มาวางพาดบนอิฐ ทุกอย่างดูสมบูรณ์พร้อมเพราะ Yan Xining พยายามที่จะอยู่ให้ได้ ถ้ามองละเอียดแม้แต่เก้าอี้ก็ไม่มีตัวไหนใช้ได้ แต่ Yan Xining เอาอิฐมารองขาให้ใช้งานได้ทั้งสิ้น ... ตอนพูดพูดให้ Ji Song ฟัง แต่เหล่าองครักษ์ที่อยู่ภายนอกก็ได้ยินไปด้วย และทุกคนก็รู้สึกผิดขึ้นมา ทุกคนเห็นแต่สภาพตอนที่ดีขึ้น แต่ไม่ได้เห็นเลยว่าก่อนหน้าชีวิตลำบากขนาดไหน ถึงขั้นที่ Yan Ke เคยเห็นอยู่แต่ในครัว พอมาเห็นที่นอน Yan Xining ยังคิดเลยว่าแม้แต่ข้ารับใช้ในจวนที่ฐานะต่ำที่สุดก็อยู่ดีกว่านี้อีก

ชอบที่ Ji Song เสียใจกับที่ตัวเองทำไป และก็บอกว่าขอโอกาสแก้ตัว แล้วก็ให้เอกสารทรัพย์สินทั้งหมดที่มีให้ Yan Xining ไป โดยที่บอกว่ารู้ว่ากังวลกับเรื่องนี้ อยากให้รู้ว่าถึงแม้จะปฎิเสธตัวเอง Yan Xining ก็ยังไม่ลำบากหรือต้องอดนะ .... ก็เป็นพระเอกอ่อนโยนโอ๋ตัวเอกกันไป

ซึ่งเอาจริงก็เป็นมานานแล้ว ตั้งแต่กลับมาจากงานล่าสัตว์ ทุกอย่างที่ให้ Yan Xining ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดทั้งนั้น ตอนที่ไปกินข้าวที่ร้านอาหารของ Ji Ming มีคนส่งลิ้นจี่ ซึ่งเป็นของแพงและหากินยากมาให้ ตัว Ji Song ก็หยิบมาเพื่อแกะแล้วเอามาป้อน Yan Xining ซึ่งคนถูกปากก็กินอย่างเอร็ดอร่อยเป็นธรรมชาติไป เพียงแต่ว่าตอนนี้ช่วยสะสางปมในใจ Yan Xining และร่างเก่าให้หมดไปเพิ่มขึ้นมา เพราะส่วนตัว Yan Xining ถึงแม้ว่าจะบอกว่าอีกคนเป็นแค่นายจ้าง แต่ลึกๆ แล้วอยู่ด้วยกันทุกวัน คอยห่วงใยดูแลกัน และความสงสารเข้าใจและเห็นใจ โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงความเจ็บป่วยของพ่อที่ไปซ้อนกับความเจ็บป่วยของ Ji Song ก็ทำให้เทใจตัวเองไปให้ Ji Song อย่างไม่รู้ตัวนานแล้วเหมือนกัน

ประเด็นหนึ่งที่ไม่ค่อยเจอในทะลุมิติจีนโบราณก็คือ การสารภาพความจริงว่าตัวเองหลงยุคมา แต่เรื่องนี้ Yan Xining สารภาพให้ Ji Song และหมอเทวดาที่อยู่ในเหตุการณ์รู้ด้วย เพราะลึกๆ แล้ว Yan Xining กลัวว่าการเป็นวิญญาณแปลกปลอมมาอยู่ในร่างคนอื่นจะทำให้ Ji Song ไม่ยอมรับและขับไล่ตัวเองไป เมื่อคุยกันรู้เรื่องก็เลยอธิบายได้ว่าวิธีทำอาหารแปลกใหม่และความคิดไม่เหมือนใครของ Yan Xining มาจากไหน

อยู่ไปเรื่อยๆ ฮ่องเต้ก็ส่ง Ji Song ไปครองเมือง ซึ่งเพราะเป็นลูกรักพอๆ กับ Ji Tan กับรู้สึกผิดที่ลูกตัวเองขาพิการก็เลยจะส่งไปที่เมืองที่เจริญ และเศรษฐกิจดี แต่ว่าตัว Ji Song ออกปากขอไปเมืองที่ห่างไกลความเจริญ เพราะอยากอยู่ใกล้กับกองทหารของตัวเอง และก็บอกฮ่องเต้ว่าขอไปดูแลปกป้องชายแดนเพื่อบ้านเมือง

ตอนที่ Yan Xining รู้เรื่องแล้วบอกว่าเปลี่ยนแผนที่ขำดี ภาษาเกมมากเลยนะ แต่น่ารักมากที่วันเดินทางจริง เหล่าชาวบ้านที่ช่วยไว้ตอนน้ำท่วมมาส่งด้วย คนที่มีเงินก็ซื้อโคมมาจุด หรือถ้าไม่มีเงินก็เอาผ้ามาแล้วจ้างคนเขียนชื่อองค์ชายสาม ความเทิดทูนภักดีมาเต็มมาก (และก็เหมือนปูทางให้ในฐานะฮ่องเต้องค์ต่อไปเลย เมื่อได้ความภักดีของพสกนิกรมาแบบนี้) แล้วก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าน่ารักหรือว่าเพี้ยนที่พ่อครัวใหญ่ของวังขอตามไปด้วย โดยแอบมาดักรอระหว่างทางและเตรียมอาหารเช้าให้... ด้วยเหตุผลที่ว่าพระชายารู้สูตรอาหารเยอะมาก อยากไปเรียนสูตรอาหารจากพระชายาอีก ซึ่งตอนอยู่ในวัง ตั้งแต่ตอนที่ได้สูตรหมูพะโล้มาจาก Yan Xining ครั้งแรกก็เทิดทูน Yan Xining มาก ไม่นับว่าหลังจากนั้น ได้สูตรเต้าหู้ น้ำเต้าหู้และอื่นๆ มาอีก ตกลงทุกคนในเรื่องเป็นสาย foodie จริงๆ นะ แต่ที่คิดไม่ถึงก็คือตอนที่ Ji Song เอ่ยปากอนุญาต หัวหน้าพ่อครัวก็ตะโกนบอกเหล่าข้ารับใช้ในวังว่าท่านอ๋องอนุญาตแล้ว แล้วทุกคนเฮโลกันออกมา

ที่น่ารักอีกอย่างก็คือพอมาถึงจุดพักม้า Ji Tan กับ Ji Ming ก็มารออยู่ด้วย โดยที่ตัว Ji Tan น้องเล็กผู้ติดและจิดใจ Yan Xiningมากก็ร้องไห้กระอึกกระอื้นขึ้นมา ในแง่ว่าต่อไปจะเล่นกับใคร ไปเล่นจวนพี่ชายคนไหนก็ไม่สนุกเหมือนกับจวนพี่สะใภ้สาม ถึงขั้นต้องให้ Yan Xining รับปากว่าพี่สะใภ้จะไม่ลืมกัน และจะเขียนจดหมายมาหาด้วย ... และฮ่องเต้กับองค์ชายใหญ่ก็มาส่งโดยมารอที่ฟาร์มม้าเหมือนกัน และเพราะเหล่าสัตว์ทั้งหลายอย่างแกะ ไก่ เป็ดที่องค์ชายใหญ่เอาใส่รถม้ามาให้ด้วยก็ทำให้ Yan Xining มีวัตถุดิบทำอาหารระหว่างทางอุดมสมบูรณ์

พอไปถึงเมืองจริงก็เกิดปัญหาจังหวะแรกที่เข้าเมืองเลย มีชาวบ้านกำลังถูกข้าราชการท้องถิ่นทำร้าย ตัว Ji Song ที่เพิ่งเดินทางถึงก็เลยต้องสะสางความ ทำให้รู้ว่าเจ้าเมืองและข้าราชการทั้งหลายโกงกินอย่างมาก ซึ่ง Ji Song ก็ตัดคอประหารเจ้าเมืองทันที และข้าราชการอื่นๆ ก็ถูกจับเข้าคุกเตรียมลงโทษตัดคอด้วย ขณะเดียวกัน Yan Xining ก็เลยให้ชาวบ้านมาเขียนเรื่องร้องทุกข์เพื่อบรรเทาความคับแค้นของทุกคน แต่กลายเป็นว่าช่วยหาหลักฐานเอาผิดข้าราชการให้ Ji Song ไปด้วย ก็กลายเป็นตอนนี้ประหารข้าราชการกังฉินหมดแล้ว แต่ว่ากลายเป็นขาดแคลนคนทำงานได้ขึ้นมา

อีกปัญหาหนึ่งที่เร่งด่วนก็คือฝูงตั๊กแตนที่กำลังระบาดกินพืชไร่ของชาวบ้าน ขณะที่ Ji Song กำลังหาทางออก ตัว Yan Xining ก็เลยเสนอว่าให้ไปเอาฝูงเป็ดมาเลี้ยง เพราะว่าเป็ดช่วยกินตั๊กแตนและเหล่าแมลงได้ และขณะเดียวกันขี้เป็ดก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ทำให้ยิ่งเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เพิ่ม

ช่วงแรกนึกว่าจะ farming ในแง่ปลูกผักกิน แต่มันเป็น cooking ไปมากกว่า จะมา farming แบบ infrastructure จริงๆ ก็ช่วงที่ย้ายไปครองเมือง เพราะว่าตอนแรกคิดว่าจะอยู่สบายๆ อืดๆ เป็นปลาเค็มตากแห้งแต่ว่าพอมาอยู่เมืองยากจนทุรกันดารก็เลยรู้สึกว่าไม่อยากอยู่เฉยๆ เรื่อยๆ แต่ว่าอยากช่วยสร้างความเจริญการอยู่ดีกินดีให้คนในเมือง กับไม่อยากเห็น Ji Song ต้องเหนื่อยอยู่คนเดียว ก็เลยเริ่มช่วยคิดช่วยออกความเห็น อย่างพอเสนอความเห็นให้ Ji Song กับเพื่อนสนิทที่มาเป็นขุนนางรับใช้อยู่กับ Ji Song ก็เสนอแนวคิดแปลกใหม่จนวันต่อมากว่าจะรู้ตัวก็ถูก Ji Song หลอกให้ไปเสนอนโยบายกับขุนนางในที่ประชุมแล้ว ความคิดแรกที่มีในหัวก็คือ นี่มันจับไปเสนองานลูกค้าโดยที่หัวหน้าไม่ได้บอกล่วงหน้านี่! ตอนที่บอกว่าต้องขายผ้าเอาหน้ารอดแล้วเอาประสบการณ์หลอกลูกค้าที่สะสมมาใช้ขำดี ปกติเห็นแต่แนว reclaim land ถางป่ามาปลูกผัก แต่เรื่องนี้ตรงกันข้าม เพราะดินเสียเลยต้องแก้ดิน แก้ deforestation + desertification แทน กับมีทำนา/ไร่ขั้นบันไดบนเขา กับเหมือนจะเริ่มทำอาหารแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าแล้ว แล้วที่น่ารักก็คือว่าพอฮ่องเต้เห็นว่าขาดคนก็ส่งนักเรียนที่เพิ่งจบมาเป็นหลักร้อยคนด้วย และที่น่ารักก็คือพวกนี้ก็อยากมาเพราะเคยฟังคำพูดของ Yan Xining แล้วอยากทำเพื่อประเทศเหมือนกัน

แต่ถึงจะดูว่าเรื่องไปง่ายๆ สบายๆ เป็น sweet text ก็มีประเด็น controversy 2 เรื่องด้วย ก็คือเรื่องที่คนสนิทของ Ji Song ทรยศแล้วทำให้ตัว Ji Song ต้องขาพิการกับกลุ่มคนสนิทจำนวนหนึ่งต้องตายไประหว่างพา Ji Song หนี กับเรื่องของแม่ของ Ji Song ที่เป็นสนมและตายตอนไฟไหม้วัง และก็มีเงื่อนไขอยู่เบื้องหลัง .... แต่ส่วนตัว จุดแข็งคนเขียนอยู่ที่การเขียนอาหาร ไม่ใช่เขียนปม ซึ่งก็อ่านแล้วรู้สึกว่ายังลงน้ำหนักหรือแรงจูงใจไม่ดีเท่าไหร่ เรื่องเหมือนเอา Yan Xining มาช่วยสร้างความเจริญโดยเฉพาะด้านอาหารและการอยู่ดีกินดีมากกว่า อย่างสูตรเต้าหู้น้ำเต้าหู้ก็ส่งไปให้กองทัพที่ชายแดนเพื่อให้มีกินได้มากกว่าเมล็ดถั่วแข็งๆ หรือพอมีน้ำแข็งก็ทำให้ทุกคนไม่ร้อนทรมานตอนหน้าร้อน


กับน่ารักที่พอเริ่มเปิดใจยอมรับกัน ก็เล่าความฝันความต้องการของตัวเองให้อีกฝ่ายฟัง พอ Ji Song บอกว่าอยากขึ้นเป็นใหญ่เพื่อปวงชน รู้สึกผิดกับอีกคนที่บอกว่าจะมีชีวิตเรื่อยสบายด้วยกัน Yan Xining ก็บอกว่าอยากทำอะไรก็ทำไปเลย เพราะว่าความฝันตัวเองที่อยากอยู่สบาย และมีคนที่รักอยู่ด้วยก็เป็นจริงได้เพราะ Ji Song แล้ว บอกอีกคนไปว่า Just as you fulfil me, I also want to fulfil you. Whatever you want to do, let go, and do it. Do your best and obey the destiny. (ตอน 104)

แต่เอาจริงช่วงหวานสวีทกันสองคนของสองคนนี้มีไม่มากไหร่ เพราะเป็นสภาพสังคมยุคจีนโบราณที่จะมีคนสนิททั้งคนรับใช้และองครักษ์อยู่ด้วย ขนาดตอนวันเกิด Yan Xining ตั้งชื่อตอนว่าดินเนอร์ใต้แสงเทียนก็หลอกมาก เพราะนึกว่าจะหวานกันสองคน ที่ไหนได้มากันทั้งกองทัพแล้วนะ ทุกคนอยากตอบแทนและยินดีกับพระชายาด้วย เหมือนงานเลี้ยงกองเพราะทุกคนสนุกสนานเตรียมงานมาก คนที่ตกปลาก็ตกปลา คนย่างเนื้อก็ย่างเนื้อกันไป

กับปก อยากจะบอกว่าไม่มีทางที่ Yan Xining จะถือตำราแน่นอนนน ไม่ได้ใจร้าย เจ้าตัวน่าจะถือมีดไม่ก็เครื่องปรุงมากกว่า แต่ว่าถ้าจะถือตำราก็ต้องเป็นตำราอาหารสินะ กับ Ji Song หน้าตาสปอยล์พระชายา โอ๋กันสุดชีวิตแล้ววว

กับตอนล่าสุดวันนี้ ประเด็นแย่งบัลลังก์มาแล้ว มีองค์ชายที่คิดก่อกบฎแลววว กรี๊ดดด พวกที่เงียบๆ ดูจืดจาง ไม่มีอำนาจกลายเป็นพวกเลวสุดอีกแล้ววว

ปล.
  
1.
น่ารักอีกอย่างที่เป็นมนุษย์เงินเดือนทำงานบริษัทมาก่อน พอบอกว่าจะต้องไปงานล่าสัตว์ของราชวงศ์ก็บอกว่า อ๋อ ก็เหมือนกันกับ team-building โลกปัจจุบันสินะ แล้วองค์ชายแต่ละก๊กก็เหมือนหัวหน้าแผนกที่ต้องไปแก่งแย่งกันต่อหน้าหัวหน้าใหญ่ (ซึ่งก็คือฮ่องเต้) กับพอไปทำงานแล้วเหนื่อยหน่าย เจ้าตัวก็ปลอบใจด้วยประสบการณ์จากโลกก่อน จนถูกถามว่าทำไมเหมือนรู้ดีกว่าตัวเองอีกล่ะ

แต่ขำมากอีกอย่างที่เข้าใจมาตลอดว่าจริงๆ คนที่ Ji Song ชอบคือพี่ชายตัวเอง (ซึ่งจริงๆ มีเรื่องลือว่าตัว Ji Song เป็นพวกตัดแขนเสื้อ ชอบพี่ชายก็เพราะทางพี่ชายที่เป็นลูกฮูหยินเอกเป็นคนสร้างข่าวเอง) พอสองคนนี้อยู่ด้วยกันก็อยากมุงและเมาท์มาก แต่ไม่ว่าครั้งไหน ตัวเองก็ถูกดึงเข้าไปอยู่ด้วย ขนาดตอนฟังหัวหน้าองครักษ์เล่านึกว่าจะได้เมาท์คนสนุกสนานไปด้วย กลายเป็นคนถูกเมาท์กอสซิปไปแทน


2.
หัวหน้าองครักษ์ที่ชอบโผล่มาในครัว เพื่อหาของกินเพี้ยนแบบน่ารักดี ชอบโผล่มาแบบทักด้วยประโยคแปลกๆ อีกแล้ว ที่สำคัญ เป็นกันหมดทุกคนอีก ตอนนี้ทำอาหารอะไรก็ต้องทำเผื่อพระเอก ลูกน้องพระเอก และน้องชายพระเอก ไปถึงหมอของพระเอก ฉากที่เล่าว่าองครักษ์ที่จริงๆ แล้วเป็นนายทหารคนสำคัญถึงขั้นนายพลมานั่งยองๆ ล้างปูบ้าง เก็บใบบัวบ้าง จับกุ้งบ้างน่ารักดี โดยเฉพาะตอนทุกคนตั้งใจทำงานจริงจัง เพราะว่าจะได้กินอาหารแปลกๆ ที่อร่อยมาจากฝีมือพระชายา ร่วมแรงร่วมใจกันดีมาก

โลกนี้ไม่มีใครกินพริกกัน พอ Yan Xining เอามาทำอาหารโดยการคั่ว การเจียวน้ำมัน ตัว Yan Ke ที่ประสาทการรับรู้ดีกว่าชาวบ้านก็ทรมานไอจามทุกครั้ง อย่างครั้งแรกที่ทำก็คิดว่าพระชายาหาเรื่องให้ตัวเองสำลักเพื่อเป็นการแก้แค้นแล้ว แต่พออยู่ๆ ไป ก็กลายเป็นว่าชอบรสจัดของพริกขึ้นมา แต่ระหว่างนั้น ประโยคที่ทักก็จะเป็น พระชายาเหมาะไปทำอยู่กรมปกครองแล้วทำหน้าที่ทรมานนักโทษ หรือไม่ก็พระชายาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการทรมาน กับบอกว่าฝีมือการใช้มีดของพระชายาช่างหาตัวจับยาก


3.
อีกอย่างที่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าน่ารักได้ไหมก็คือ ตัว Yan Xining ถูกเปรียบเทียบกับพี่ชายที่เป็นลูกฮูหยินใหญ่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อเข้าเรียนด้วยกัน ภาพ Yan Xining เป็นแค่ไม่ฉลาด สอบตก เป็นลูกไล่คนอื่น (เพราะเด็กที่เกิดจากนางคณิกาและอยู่เลี้ยงอยู่ในชนบท และพอมาอยู่ในครอบครัวก็มีฐานะต่ำต้อยมีความรู้และความเชื่อมั่นไม่ได้อยู่แล้ว) เทียบกับพี่ชายที่ฉลาด มีอนาคตดี และเก่งทุกอย่างไม่ได้เลย แต่ว่าตอนงานเลี้ยงในวังเพื่อต้อนรับทูตจากแคว้นอื่น ฝั่งนั้นท้าประลอง โดยที่มีการคิดเลข และพี่ชายที่อยากได้หน้าก็อาสาไปประลอง แต่เพราะโจทย์ที่ให้เป็นเลขยาก (ยากสำหรับคนในยุคนั้น แต่ง่ายสำหรับ Yan Xining ที่เรียนเลขอย่างในโรงเรียน) ก็เลยทำให้ไม่มีใครคิดออก ทั้งท้องพระโรง องค์ชาย ขุนนางนั่งคิดวิธีตามกันไป แล้ว Yan Xining ที่แก้โจทย์ได้ก็อธิบายให้ Ji Song ที่อยู่ข้างๆ ฟัง แต่ดันว่า Ji Ming ที่อยู่ข้างๆ พูดเสียงดังว่า Yan Xining แก้โจทย์ได้แล้ว จนคนรอบข้างได้ยิน แถมคุณพี่ยังตะโกนร้องบอกราชครูอย่างภูมิใจให้ด้วย สุดท้าย Yan Xining ก็ถูกเชิญ (บังคับ?) ให้ไปนั่งคิดเลขข้ออื่นต่อหน้าฮ่องเต้ต่อไป และก็เป็นที่แน่นอนว่าตัว Yan Xining ก็ต้องแก้ได้ก่อนใคร ทำให้สุดท้ายพออธิบายวิธีคิดให้ Wu Shu นักคณิตศาสตร์ของแคว้นข้างๆ ที่มาขอคำแนะนำฟัง และก็กลายเป็นเหล่าบัณฑิตในงานมามุงขอฟังคำอธิบายด้วย กลายเป็นภาพเด็กสอบตกหายไป และก็ยิ่งทำให้พี่ชายที่ดูเด่นกว่าใครยิ่งด้อยไปเพราะมีภาพฉลาดก่อนหน้ามาเปรียบเยอะ ก็กู้หน้าให้เจ้าของร่างเดิมได้ .... แต่ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ ถูกราชทูตตื้อให้ไปเป็นลูกศิษย์ และWu Shu นักคณิตศาสตร์ตามตื้อให้ช่วยกันคิดเลขอยู่เนือง ๆ ต่อไป


4.
สรุปว่าหมอเทวดาเป็นลุงของ Ji Song แต่เพราะว่าการตายของน้องสาวตัวเอง และการล่มสลายของสำนักแพทย์ตัวเองเกิดจากฮ่องเต้องค์ปัจจุบันก็เลยไม่คิดจะช่วยรักษาขาให้ Ji Song ตอนแรก เพราะว่าเกลียดราชวงศ์ แต่เพราะตอนที่คอยจับตามอง และเห็นว่า Ji Song ไม่ได้แย่เกินไปนักก็เลยเริ่มเปลี่ยนความคิด และก็ต้องบอกว่าส่วนหนึ่งที่เปลี่ยนใจก็เพราะอาหารที่ Yan Xining ทำด้วย .... เพราะนี่คือหัวขโมยที่ขโมยหมูพะโล้ตอนครั้งแรกที่ Yan Xining ทำ และก็เป็นคนที่ขโมยหม้อตุ๋นขาไก่ไปทั้งหม้อเหมือนกัน ชอบภาพตอนแรกที่เป็นหมอเก่งเอาแต่ใจ แล้วก็งอแงอยากให้ Yan Xining ทำอาหารอร่อยๆ ให้ตัวเองกิน โดยที่มีคำขอโน่น นี่เป็นระยะๆ เหมือนกัน


________________________________________

ทวิตเตอร์ : @mgk993 #mereadingg

Monday, 6 June 2022

带着百度穿越原始// Take Baidu through the Primitive

 ก็ infrastructure ยุคหินตามประสา ยังอยู่ใน Infra 200 Challenge ไงคะ ... จริงๆ ไม่ได้กะรีวิว แต่เพราะตอนอ่าน อ่านไปพิมพ์หวีดในเวิร์ดไปด้วย รู้ตัวอีกก็มีจะครบร่างแล้ว ก็ถือว่าเขียนไว้ก่อนลืมแล้วกัน



คนเขียน: 海梦梨
แนว: โลกยุคหิน, infrastructure, clan-building, ระบบ, ทะลุมิติ
ความสัมพันธ์: ลูกหัวหน้าเผ่า X คนน่ารังเกียจในเผ่า (?)
จำนวนตอน: 116 ตอน ( 115 ตอนหลัก + 1 ตอนพิเศษ)
ปี: 2021

ลิ้งนิยาย

Bai Ye ทะลุมาอยู่ในร่างคนที่ถูกเผ่ารังเกียจ เพราะเจ้าของร่างเดิมมีพ่อที่เป็นนักรบเลี้ยง ไม่ต้องทำอะไรเอง แต่พอพ่อตายเพราะปกป้องหัวหน้าเผ่าแล้วหัวหน้าเผ่าให้หมั้นกับลูกชายตัวเองที่ไม่มีชื่อ แต่ถูกเรียกว่า Young Patriarch ก็เลยยิ่งถูกคนในเผ่าไม่ชอบยิ่งกว่าเดิม เพราะเป็นทั้งลูกชายหัวหน้าเผ่า และเป็นทั้งนักรบเก่งกาจที่มีพลังจิตสูง ทำให้ทุกคนมองว่าตัว Bai Ye ไม่คู่ควร และเมื่อเข้ามาอยู่ในร่างก็เกิดเรื่อง เพราะถูกกล่าวหาว่าวางยาพิษจะฆ่านักบวชเผ่า ทั้งที่ตัวเองเป็นคนหาทางแก้พิษให้นักบวชแท้ๆ ขณะที่กำลังจะถูกคนในเผ่าฆ่า ลูกศิษย์ที่รับใช้นักบวชก็เลยตัดสินใจให้เอาไปขังไว้ก่อน

และนักบวชฟื้นมา สิ่งแรกก็คือเรียกทุกคนมาชุมนุมกันแล้วบอกว่า Bai Ye ไม่ได้วางยา แต่เป็นคนที่ช่วยตัวเองด้วยซ้ำ และเพราะตัว Bai Ye เป็นคนเดียวที่มีสติหาทางออก ก็เลยชื่นชมเจ้าตัว แล้วบอกว่าให้มาเป็นเด็กรับใช้และลูกศิษย์นักบวชเพิ่มอีกคน ซึ่งการได้คำชมและการได้ตำแหน่งก็เลยทำให้ท่าทีที่คนในเผ่ามีต่อ Bai Ye ค่อยๆ เปลี่ยนไป และมีอะไรก็คอยออกปากช่วย Bai Ye ทุกอย่าง ... ซึ่งความน่ากลัวที่สุดของนักบวชเผ่าก็คือเห็นก็รู้ว่าไม่ใช่เจ้าของร่างเดิมแล้ว ยิ่งใช้การทำนายที่บอกว่าตัว Bai Ye จะเป็นคนช่วยเผ่าให้พ้นภัยก็ยิ่งให้การสนับสนุน Bai Ye
เรื่องให้ทำงานเพื่อแลกของเป็นเรื่องปกติแนวระบบอยู่แล้ว แต่ว่าเรื่องนี้ต่างจากเรื่องอื่นด้วยที่ระบบจะต้องใช้พลังงานในการทำงาน และทุกวัน Bai Ye ก็จะต้องหาอาหารเพื่อแลกเป็นแต้มค่าพลังงานให้ระบบด้วย ทำให้ตอนแรกที่อาหารหาได้ลำบาก เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะไหนจะต้องกินเอง ไหนจะต้องเลี้ยงระบบ ... และหลังๆ ก็มีการใช้อาหารเป็นของแลกเปลี่ยนให้ได้ของที่ตัวเองต้องการเป็นระยะๆ เหมือนกัน แต่เพราะต้องทำงานที่ระบบมอบหมายให้เพื่อแลกแต้มซื้อของในร้าน และได้ของรางวัลก็เลยเป็นการคิดโน่นทำนี่สร้างความเจริญกับเผ่ามากขึ้นเรื่อยๆ อยู่ไปเรื่อยๆ ก็ได้รับความเคารพนับถือและเชื่อใจจนสถานะเป็นรองแค่นักบวชกับหัวหน้าเผ่าแล้ว
.
.
.

ชอบความรักเรื่อยๆ เอื่อยๆ กับ Young Patriarch ลูกชายหัวหน้าเผ่า เพราะว่ามองอีกคนยังเด็ก แต่ต้องมารับผิดชอบทำหน้าที่ดูแลทุกคน ก็เลยคอยดูแลกับให้คำปรึกษา ตอนนี้เหมือนเป็นคู่หูกันสร้างโน่นทำนี่ มีอะไร Young Patriarch ก็ออกหน้าให้ก่อน และเพราะสร้างความฝันและความหวังที่ว่าจะไม่มีใครอดตายหน้าหนาวได้ โดยเฉพาะเมื่อแม่ของ Young Patriarch ก็ตายเพราะหน้าหนาว และเอาตัวเองไปทดลองกินอาหารแปลกๆ ที่ค้นพบเพื่อให้ทุกคนมีอาหารกินเพิ่ม Young Patriarch ก็เริ่มสบายใจที่ได้อยู่ด้วย และเริ่มยิ้มผ่อนคลายขึ้นเรื่อยๆ ตอนที่บอกว่าเห็น Bai Ye แล้วเหมือนกดปุ่มเร่งให้เดินมาหาน่ารักมาก โดยเฉพาะเมื่อสองคนนี้เริ่มต้นที่ความเข้าใจกัน เพราะตอนแรก Young Patriarch ก็บอกเองว่าพอถูกจับให้หมั้นกับ Bai Ye ก็คิดว่าทำตามหน้าที่ แต่พออยู่กันไปเรื่อยๆ ก็ทำเพราะอยากอยู่ด้วยกัน
ตอนที่สร้างงานเครื่องปั้นได้ แล้วนักบวชตื่นเต้นมาก ทุกคนก้มกราบกับพื้นว่าเป็นเพราะ Beast God แต่ Young Patriarch ก้มกราบไปทาง Bai Ye บอกว่าไม่ใช่ Beast God แต่เป็น Bai Ye น่ารักดี สุดท้าย Bai Ye ก็ต้องก้มด้วย แต่พอหมอบกราบกันสองคน เจ้าตัวเองก็อดคิดว่าเหมือนอย่างกับคำนับฟ้าดินตอนแต่งงาน กับอีกตอนที่ Bai Ye ออกไปหาต้นไม้ในป่าคนเดียวแล้วกลับมาไม่ได้ เพราะเจอสัตว์ยักษ์สองตัวสู้กัน และหนีไปอยู่บนต้นไม้ ลงจากต้นไม้ไม่ได้เพราะสู้กันเป็นค่อนวันไม่จบเสียที ตัว Young Patriarch ก็ออกมาตามหาเหมือนกัน

สร้างของหลายอย่าง Young Patriarch ก็ไม่ใช่แค่ดูรูปแพลนอย่างเดียว แต่ถามหลักการและโครงสร้างด้วย Bai Ye ตอบแบบอ่านคำอธิบายให้ แต่ก็เลยทำให้ทุกอย่างที่สร้างใช้งานได้ดี เพราะก่อนสร้าง Young Patriarch เข้าใจหมดแล้ว แล้วก็มีพลังจิตและกำลังมากพอที่จะทำงานให้ดีด้วย ตอนแรก Bai Ye เข้าใจว่าทุกคนที่มีพลังจิตพิเศษจะเหมือน Young Patriarch แต่ไปๆ มาๆ ก็เริ่มรู้ว่าตัว Young Patriarch เก่งผิดทุกคนไปไกลมาก เพราะพลังเยอะ และความสามารถควบคุมพลังก็เลยหน้าใครไปมาก ... น่ารักที่ตอนนึง Bai Ye ระบุว่าจะให้พี่ชาย Young Patriarch มาช่วย เพราะเหตุผลว่าแข็งแรง Young Patriarch ได้ฟังก็หมวดคิ้วทันทีแล้วบอกว่าตัวเองแข็งแรงกว่านะ แต่ว่าพอบอกว่าต้องเก็บ Young Patriarch ไว้ทำงานลงรายละเอียดก็หายหงุดหงิดไป

ชอบอีกอย่างที่ Bai Ye เป็นแนวมอบหมายงาน พอมีอะไรก็หาคนที่ทำให้แล้วให้ทำไป เพราะรู้ว่าตัวเองต้องทำอย่างอื่นอีกเยอะ กลายเป็นมีหัวหน้าทีมก่อสร้าง หัวหน้าทีมเพาะปลูก หัวหน้าทีมค้าขาย หัวหน้าทีมเย็บเสื้อผ้า หัวหน้าทีมงานไม้ และอื่นๆ สารพัด .... โดยเฉพาะที่การทำงานเป็นสเกลใหญ่ถึงขั้นที่มีการตั้งโรงงานหลากหลาย ตั้งแต่ทำกระดาษ ทอผ้า เผาอิฐ และทาสหรือเผ่าอื่นที่ขอมาอยู่ด้วยก็ไม่เคยพอ เพราะต้องการแรงงานมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกัน

ระบบมีหน้าที่อีกอย่างคือบอกให้ Bai Ye เก็บมือเก็บไม้เวลาอยู่กับ Young Patriarch ห้ามทำอะไรเด็ดขาด เพราะ Young Patriarch (และ Bai Ye ) ยังถือว่า “อายุไม่ถึง” อยู่ แต่ตามมาตรฐานในโลกบีสต์ เอาจริง อายุขนาดนี้ก็มีคู่นอน หรือแต่งงาน มีลูกได้แล้ว กับตอนสร้างบ้าน Young Patriarch นิ่งมาก ไม่คิดจะมีบ้านตัวเอง อาศัยอยู่ในถ้ำต่อไป ต่างกับ Bai Ye ที่กะรตือรือล้นสร้างบ้านตัวเอง ซึ่งก็คือว่าหน้าหนาวก็มาอยู่บ้านกับ Bai Ye ตามธรรมเนียมที่ว่าคู่หมั้นกันต้องอยู่ด้วยกันในหน้าหนาว เพราะหน้าหนาวห้ามใครอยู่คนเดียว (เกิดเป็นอะไรไปอย่างน้อยก็มีคนรู้เห็นและคอยช่วย) ย้อนไปกลับคิด ตอนที่สร้างบ้าน Bai Ye ตัว Young Patriarch ก็บอกแล้วว่าให้สร้างห้องอยู่ได้อย่างน้อยสองคนนะ

แต่เพราะเป็นสังคมดั้งเดิม Young Patriarch ไม่เข้าใจว่าชอบ Bai Ye คิดว่าตัวเองไม่สบาย เพราะอยู่กับ Bai Ye แล้วหัวใจเต้นแรงตลอดเวลา วิ่งไปหานักบวชแล้วบอกว่าตัวเองป่วยหรือเปล่า พอรู้ว่าเป็นความชอบ แล้วตอนสารภาพรักกันบอกว่าอยู่ด้วยแล้วตื่นเต้นว่าตอนฆ่าสัตว์ยักษ์อีก เป็นการเปรียบเทียบที่จริงใจและตรงยุคในดีนะ

ตอนหน้าหนาวที่อยู่ด้วยกันสองคนแล้วไม่มีอะไร เลยสอนนับเลขกับหนังสือ Young Patriarch น่ารักดี ครั้งนึงพอทำถูกหมด Bai Ye ก็บอกว่าจะให้รางวัลเป็นปลาแห้งกระปุกนึง แล้ว Young Patriarch ก็ถามว่าเอาไปแบ่งกับ “แฟน” ได้ไหมคุณครู แอบ role play คุณครูนักเรียนกันตั้งใจมาก มีสอบปลายภาคอีก แต่พอสอบเสร็จแล้วจะให้รางวัลเป็นบาร์บีคิวก็บอกว่าคุณครูให้แฟนออกมาได้แล้ว แหม แหม อีกคนก็บอกว่าไม่มีปัญหาแล้วเปลี่ยนบทกลับมาเป็นคุณแฟนทันที แหม แหม เหมือนกัน ความหวานคือได้นั่งกอดกัน ป้อนกัน แล้ว Bai Ye ก็บอกว่ากลุ้มมากว่าตอนนี้ไม่มีของแล้วจะให้รางวัลได้อย่างไร อีกคนก็บอกว่าไม่เป็นไร ถึงไม่มีรางวัลก็จะตั้งใจเรียนนะ ไม่ต้องเป็นห่วง แล้ว Bai Ye ก็ตอบกลับไปว่า ไม่ได้ แฟนตัวเองเรียนเหนื่อย ยังไงก็ต้องมีรางวัลให้ ... สรุปว่าระบบที่เห็นทั้งหมดเหมือนตาจะบอดแล้ว อยากให้หน้าหนาวผ่านไปไวๆ ทนสองคนนี้ไม่ไหวแล้ว

แต่หลังๆ พอเริ่มเรียนสูงขึ้น พ้นความรู้ประถมมา มาเป็นมัธยมก็เริ่มเครียดแล้ว เพราะว่า Young Patriarch ถามคำถามยากตลอดเวลา กลายเป็นสอนเรื่อยๆ ไม่ได้ ต้องเตรียมตัวสอนอย่างจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ อ่านหนังสือคู่มือครูอย่างเดียวไม่พอ หาวิธีสอนประกอบเพิ่มก็ไม่พอ ต้องดูวีดีโอเตรียมสอนไปด้วยเหมือนกัน ยิ่งนานๆ ไปนี่คือเหมือนเรียนไปด้วยกัน เพราะพยายามทำไม่ยอมเปิดวิธีคิดเลขแก้โจทย์ดูก่อนด้วย

แต่การไม่มีอะไรทำแล้วสอนหนังสือกันตอนหน้าหนาวเป็นกิจกรรมที่ควรส่งเสริมมาก เพราะพอพ้นหน้าหนาว Young Patriarch มีความรู้ถึงขั้นจากประถมไปจนจบมหาลัยแล้ว ถึงขั้นที่ Bai Ye ไม่รู้ว่าคุณแฟนเก่งเรื่องอะไร จบสาขาไหน เพราะเอาหนังสือวิชาการทั้งหลายให้อ่านเยอะมาก (น่ารักที่นักเรียนบอกว่าอยากให้คุณครู Bai Ye สอนต่อมากๆ เลยนะ แต่คุณครูหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมสอนต่อแล้ว เตรียมตัวสอนเหนื่อยมาก ยิ่งเวลากลัวว่าจะตอบคำถามคุณนักเรียน Young Patriarch ไม่ได้) และ Young Patriarch ก็กลายเป็นคนเดียวที่อ่านพิมพ์เขียว/แปลนก่อสร้าง Bai Ye ออก และก็กลายเป็นครูสอนหนังสือกับ Bai Ye เหมือนกัน ... Young Patriarch สอนเลข แล้ว Bai Ye สอนภาษาจีน โดยมีนักเรียนที่ตั้งใจที่สุดคือนักบวชที่ตั้งเรียนทุกคาบไม่เคยขาด เป็นนักเรียนตัวอย่างที่กระตุ้นให้ทั้งเผ่าตั้งใจเรียนหนังสือ และไม่นับว่ามีการเรียนครูไปสอนพิเศษนอกเวลาบ่อยๆ ด้วย

น่ารักที่พอหลังหน้าหนาวเข้าพิธีกันเป็นคู่อยู่ด้วยกันจริงจังแล้ว Young Patriarch กลายเป็นพวกติด Bai Ye มากก Bai Ye ไปไหน อีกสักพัก Young Patriarch ก็โผล่ไปหาตลอด พอสักพักถึงขั้นที่ทีมก่อสร้างที่ Young Patriarch เป็นคนคุม (หลุดออกมาจากหัวหน้าทีมล่าสัตว์ก็เพราะต้องมาช่วยก่อสร้างเนี่ยแหละ) ก็ตั้งรองหัวหน้าทีมมา เพราะหัวหน้าทีมตัวเองหนีไปหา Bai Ye วันละหลายๆ ครั้ง

ติดใจอีกอย่าง เวลาที่มีอาหารใหม่ หรือผลิตภัณฑ์อะไรใหม่ พอ Bai Ye สาธิตกลางลานเผ่า แล้ว Young Patriarch ก็เป็นผู้ช่วย เหมือนเป็นทีมเซลสองคนช่วยกันขายของบนเวทีกลางงานแฟร์ กับมีชั้นโชว์ของอย่างก้อนเหล็ก ถ่านหิน กลางลานเผ่าให้คนในเผ่าเห็นเพื่อช่วยหาเวลาออกไปข้างนอกอีก ... เพราะอย่างตอนแรกที่ได้มันมาจากระบบ Bai Ye ก็ตื่นเต้นมาก แล้วพอ Young Patriarch บอกว่าต้นไม้นี่สำคัญมากเลยเหรอ ตัวเองเจอหลังเขามาตลอดไม่เคยรู้เลย ตัว Bai Ye ก็ลาก Young Patriarch ไปขุดมันทันที แล้วพอคนในเผ่ารู้ก็ไปช่วยกันขุดกลับมา แล้วก็ช่วยกันเอาไปปลูก

แต่จริงๆ Bai Ye ก็เป็นคนกำหนดกระแสในเผ่าตั้งแต่ปรุงรสเนื้อก่อนเอาไปย่างแล้ว ซึ่งคนที่ได้ประโยชน์ที่สุดก็คือทีมนักล่าที่มีพลังจิต โดยเฉพาะ Young Patriarch ที่รับรู้รสไวกว่าคนปกติมาก แต่ก่อนหน้าถึงจะรสชาติแย่แต่ก็ต้องจำใจกิน หรือว่าตอนที่ได้มันเทศมา แล้วย่างให้ Young Patriarch กินก็มีคนได้กลิ่นว่าอาหารอะไร หอมมากเช่นกัน

ชอบที่เอาทุกคนในเผ่ามารวมกัน และเห็นประโยชน์ของตัวเองด้วย พวกคนอ่อนแอกับคนพิการในเผ่าที่ได้รับมอบหมายให้ไปทำไร่มีความสุขและดีใจที่ตัวเองทำงานได้มาก เพราะว่าไม่ต้องละอายที่ต้องรอคนอื่นหาอาหารมาให้ แต่ตอนนี้ตัวเองทำงานและหาอาหารกินได้เองแล้ว และเพราะ Bai Ye สอนให้ทุกคนให้ใช้กับดักล่าสัตว์ แม้แต่คนอ่อนแอที่สุด ผู้หญิงหรือเด็กๆ ก็ดักสัตว์มาเป็นอาหารได้ และขนาดทีมล่าสัตว์ก็ยังดักสัตว์ด้วย ยิ่งบวกกับพวกที่ล่ามาได้ อาหารก็ยิ่งเยอะไปใหญ่ กับน่ารักที่เอาคนชายขอบอย่าง Mu ที่ชอบงานไม้มาก จนถูกพ่อแม่ตัวเองทอดทิ้งจนมาอยู่กับเผ่านี้มาทำงานไม้ละเอียด และกลายเป็นช่างไม้คนสำคัญของเผ่าที่ทุกคนนับถือ และมีคนมาสมัครเป็นลูกศิษย์หลังจากนั้น

พออยู่ด้วยกัน เจริญมากๆ เพราะมีทั้งเผาหม้อจานชามมาใช้ มีอาหารแปรรูปจากมันมาเป็นวุ้นเส้น มีข้าวมาหุง และมีแป้งมาแปรรูปเป็นอาหารหลากหลากทั้งเกี๊ยว ซาละเปา และอื่นๆ ได้เกลือที่ได้จากน้ำทะเลมา ทำเกวียนที่เอาไว้บรรทุกของ และก็ถึงขั้นที่สุดท้ายสร้างตลาดขึ้นมาในเผ่าให้เผ่าอื่นมาซื้อของแลกเปลี่ยน เอาของมาแลกเกลือไม่แปลก แต่ที่แปลกและน่ารักก็คือส่งเสริมให้คนในเผ่าค้าขาย และตลาดในเผ่าก็มีพื้นที่ขายอาหารที่คนในเผ่ามาตั้งแผงขายอาหาร ทำเอาคนเผ่าอื่นมาแล้วไม่ยอมกลับเผ่าตัวเองเพราะติดใจอาหาร ถึงขั้นที่ต้องเปิดโรงแรมขึ้นมารองรับพวกที่ติดใจอาหาร และขนาดคนที่ไม่มีเงินก็ยังใช้วิธีออกไปล่าสัตว์มาเพื่อแลกเงินไปกินอาหารในตลาด ... ซึ่งธนบัตรที่แพงที่สุดก็เป็นรูปหน้านักบวชด้วย และกิจการตลาดก็เจริญมากถึงขั้นที่ทีมล่าสัตว์ในเผ่าต้องหยุดล่าสัตว์เพราะมีสัตว์เอามาแลกเยอะมากจนกินไม่ทันแล้ว

ตอนที่จะมีเผ่าเร่ร่อนภายนอกมาโจมตี ขำที่ทุกคนตื่นเต้นมาก บอกว่าไม่มีอะไรทำ อาหารก็มีให้กินเหลือล้น อยากทำสงครามสู้กับคนอื่นมาก โดยเฉพาะหัวหน้าเผ่า .... แต่สงสารที่พอจบเรื่องแล้ว จะไปช่วยเผ่าอื่น นักบวชก็บอกว่าให้คนอื่นไป เพราะหัวหน้าเผ่าเป็นแค่ตัวออกหน้า ที่นิ่งขรึมดูฉลาดก็เพราะนักบวชสั่งไว้ ตัวจริงให้ใครรู้ไม่ได้ (และที่ได้เป็นหัวหน้าเผ่าก็เพราะนักบวชทำนายว่าจะมีลูกฉลาดมาก และเก่งมากเนี่ยแหละ และที่ดูขรึมมาก ฉลาดมาก ก็เพราะดูลูกชายตัวเองมาแล้วเลียนแบบด้วย) อีกรอบนึงถูกเผ่าเกลือโจมตีเหมือนกัน ซึ่งก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเตรียมรับมืออย่างดี ตั้งแต่เปิด shield ที่ได้จากระบบคลุมรอบเผ่าเพื่อรับการโจมตี สร้างกำแพงรอบเผ่า ทั้งกำแพงรอบใน รอบนอก (ถึงขั้นที่หยุดงานก่อสร้าง/ผลิตในเผ่าก่อน แล้วให้ทุกคนที่ว่างเร่งมาช่วยกันสร้างกำแพงเมือง) และฝึกอบรมทั้งหน่วยลาดตระเวน ทั้งนักรบอย่างเข้มข้นและจริงจัง

ชอบตอนใกล้จบที่ทั้งเผ่าเตรียมตัวรับมือกับหน้าหนาวที่กำลังจะมา อารมณ์ Ice Age ที่จะหนาวอย่างน้อยก็เป็นปี แล้วด้วยอุณหภูมิ ลบร้อย+องศา ทั้งเตรียมอาหาร เครื่องหนาว เชื้อเพลิง น่ารักที่พยายามทำอาหารให้เก็บได้นานๆ ทั้งบะหมี่ บิสกิต แล้วก็ตุนแหลกถึงขึ้นที่ให้สร้างโกดังเพิ่ม ขุดถ้ำเพิ่ม ทำกระป๋องเหล็กเก็บอาหารเพื่อให้ถนอมอาหารแล้วเก็บได้นานๆ พอทุกที่เต็มแล้ว ก็ตั้งกระปุกโน่นนี่นั่นให้เต็มแต่ละลานอีก ตอนนี้ลานกลางเผ่าเหลือรอดอยู่ที่เดียว ที่เป็นลานโล่งที่ไม่มีอาหาร หรือกองฟืนกองถ่านมาสุม

แต่ว่าสงสารเผ่าที่อยู่ที่ทุ่งหญ้ามาก ปกติหน้าหนาวจะใช้วิธีขุดถ้ำใต้ดินแล้วหลบน้ำ แต่ปีนี้เพราะอากาศหนาวกว่าปกติ ฟืนที่เก็บไว้ก็ร่อยหรอ และน้ำแข็งก็จับตัวหนาจนออกไปไม่ได้ กว่า Bai Ye กับYoung Patriarch จะมาถึงทั้งเผ่าเกือบสองพันชีวิตก็ตายหมดเหลือแต่เด็กยี่สิบกว่าคน พอหัวหน้าเผ่าเห็นมีคนมาช่วยเด็กก็ตายตาหลับ ฮือ ชอบหัวหน้าเผ่านะ

สุดท้ายก็รวมมาได้เกือบทั้งภาคเหนือ พื้นที่ตอนเหนือ ตอนที่มีคนจากทางใต้มาแล้ว นักบวชจ้องอ่านจดหมายอยู่นาน แล้วหันไปบอกลูกศิษย์ว่าตัวหนังสือน่าเกลียดนะ อ่านก็ยาก สู้ของเราไม่ได้นี่ ... แอบใจร้ายนะคะ

ภัยธรรมชาติเยอะมาก น้ำแข็ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว และเป็นเรื่องที่เขียนมาดีมาก มาก และมาก แต่มาตายตอนจบ ตายจริงๆ เพราะอยู่ดีๆ เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ และคนในเผ่าตายเกือบหมด รวมไปถึงหัวหน้าเผ่า และลูกน้องที่ไว้ใจหลายๆ คนด้วย อ่านแล้วโกรธมาก ตอนที่บอกว่าขุดช่วยขึ้นมาจากดินแล้วตายแล้ว แล้วระบุชื่อทีละคนๆ เนี่ย เพราะถ้าจะเกิดวิกฤตฤดูหนาวเป็นทิศทางเรื่องใหญ่ กับภูเขาถล่มแล้วแล้วรอดมาด้วยกันได้ตลอด แต่มาตายเกือบทั้งเผ่าแบบนี้ทำร้ายความพยายามที่สร้างสั่งสมมาในเรื่องเลย เสียดาย ถ้าไม่ใช่เป็นแบบนี้จะให้ A+ อีกเรื่องชิงอันดับสี่แนวสร้างเผ่ายุคหิน ตอนนี้ให้เป็น B- แทนแล้วนะ ความคิดบวกช่วยเหลือกันฟันฝ่าปัญหาไปด้วยกันในเรื่องหายไปไหน?? อ่านแล้วโกรธกับเสียใจมาก อย่างตอนหัวหน้าเผ่าตาย แต่น้องชาย Bai Ye ที่มีบทน้อยกว่ารอด และมีความสำคัญตอนบทสุดท้าย ถ้าเขียนให้ฝ่าฝันไปด้วยกันได้ จะดีมาก 3 ตอนหลังคืออะไร อยากจะลบทิ้งมาก

แต่ก็เป็นเรื่องที่ reader-friendly มาก ไม่ได้ติดตอน VIP ใดๆ เลย ตอนแรกถึงกับงงมากว่าอ่านตั้งนาน ทำไมไม่ถึงให้ซื้อตอนสักที และก็แต่ละตอนไม่ยาวส่วนมากไม่เกิน 3000 คำ ไม่เคยเจอมาก่อน ถึงขนาดที่อ่านแป๊บๆ ก็ครึ่งเรื่องแล้ว เทียบกับเรื่องที่บางทีตอนละ 10000 คำคนละเรื่องเลย ซึ่ง ความ reader-friendly ทำให้อยากอุดหนุนเรื่องนี้ แต่ไม่รู้จะทำยังไง ไม่ได้ปิดตอนให้ซื้อด้วย .... แต่ว่าพอเจอตอนจบตบหน้า คือดีใจมากที่ตอนนั้นไม่เหลือ nutrient solution ใดๆ เลย ทำร้ายกันมาก

ปล.

1.
อยู่ด้วยกันไป ก็ไม่คิดปิดเรื่องระบบให้ Young Patriarch รู้เหมือนกัน ตอนแรกที่ตัวเองมีความสามารถมิติเก็บของ (แลกเปลี่ยนกับระบบมา) Young Patriarch ก็รู้ ได้ของแล้วออกมาจากระบบ Young Patriarch ก็รู้ เอาหนังสือและคู่มือเรียนมาสอน Young Patriarch ก็เห็น ยิ่งไปกว่านั้น อยู่ด้วยกันไป พอ Young Patriarch เริ่มรู้หนังสือ ก็มีการเอา Baidu ให้ Young Patriarch เสิร์ชแล้ว (โดยเฉพาะเวลาที่ตัวเองอธิบายอะไรไม่ได้) ไม่นับรวมการที่บีบคอระบบเอามิติเก็บของให้ Young Patriarch ด้วย

กับความยาวในการใช้ Baidu ก็เพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปเหมือนกัน ตอนที่นั่งอ่านนิยายหรือได้ดูละคร มีความสุขมาก

กับตลกที่อยู่ด้วยกันไปนานๆ คนที่เป็นคนทำกับข้าวกลายเป็น Young Patriarch ไป ส่วน Bai Ye มีหน้าที่แค่เตรียมเครื่องปรุง ล้างผัก ตอนหน้าหนาวที่ Young Patriarch ลุกขึ้นมาเติมฟืนใต้เตียงเตา ต้มน้ำอุ่น และดูแลความเรียบร้อยตรงหน้าต่างที่อากาศหนาวพัดเข้ามาได้น่ารักมาก ตื่นขึ้นมาทำโน่นทำนี่จนกว่าจะไปนอนก็ค่อนคืน ถึงขั้นที่วันต่อมา Bai Ye ตื่นมายังแปลกใจที่ Young Patriarch ยังไม่ตื่น ทั้งที่ปกติตื่นก่อนตัวเองเสมอ แต่พอเห็นสภาพบ้านก็รู้ว่าทำไมอีกคนถึงยังหลับต่อ

ชอบที่คนที่มีพลังจิตใช้พลังจิตห่อหุ้มร่างกายตัวเองกันอากาศหนาวได้ และช่วงที่อากาศหนาวลงไปเรื่อยๆ และหิมะเริ่มท่วมสูงก็เหลือแต่พวกนักรบที่มีพลังที่ยังคงออกไปตรวจตราดูแลในเผ่าได้ และเพราะ Young Patriarch อยากออกไปดูเผ่าอื่น ตัว Bai Ye ก็ยื่นคำขาดว่าห้ามไปคนเดียว ถ้าจะไปก็ต้องไปด้วยกัน ไม่งั้นถ้าเห็นว่าหนีไป ก็จะออกไปตามให้ได้ พอหาทางแก้ปัญหา สุดท้ายระบบก็บอกว่า ถ้าเป็นคู่กันจริงๆ ก็จะแบ่งปันพลังจิตของ Young Patriarch มาใช้ด้วยกันได้ ซึ่งหลังจากนั้นถูก Young Patriarch กินไม่เลิกยันเช้าจน Bai Ye หมดแรงไปก่อนแล้วโกรธเหมือนกัน (อีกตอนนึงที่ต้องแยกกัน เพราะ Young Patriarch ต้องไปคุมก่องสร้างขุดคลอง ก็จับกิน Bai Ye ไม่เลิก จน Bai Ye บอกให้ไปเร็วๆ ไม่เศร้าที่ต้องแยกจากกันด้วย)

2.
ชอบตอนที่สองคนออกไปตอนเริ่มหนาวจัดเพื่อช่วยเผ่าอื่น ซึ่งเพราะอยู่กันสองคน Bai Ye ก็ถึงกับแลกคะแนนเอารถ RV ออกมาขับกับ Young Patriarch เลย ตอนออกไปจากเผ่าหนาวมาก ทรมานมาก มีเลื่อนก็ต้องสู้กับลม กับอากาศหนาวอีก แต่พ้นสายตาคนอื่นแล้วเอาแต้มไปแลกรถมานี่คือหรูหราขึ้นมามาก โดยเฉพาะที่รถเป็นระบบสแกนลายนิ้วมือเปิดประตู และขับเคลื่อนได้เอง ข้างในรถก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลายแหล่ ตั้งแต่ไมโครเวฟและกาต้มน้ำในห้องครัว ฝักบัว และชักโครกในห้องน้ำ และเตียงในห้องนอน และที่สำคัญก็มีฮีตเตอร์ที่อุ่นสบายสุดๆ อีก ขึ้นรถมาก็ชีวิตดีมาก ตอนที่ขุดน้ำแข็งบนพื้นหาเผ่าทุ่งหญ้า แล้ว Bai Ye บอกว่าอยากกินอะไร จะไปทำให้กิน แล้วสองคนกินหม้อไฟกัน ชีวิตดูสุขสบายเกินใครมาก

กับเพราะหน้าหนาวออกไปข้างนอก ถูกสัตว์ยักษ์ที่หิวโหยโจมตีรถ ตอนแรก Young Patriarch จะออกไปสู้คนเดียว Bai Ye ก็เป็นห่วง กลายเป็นใช้รถล่อให้งูยักษ์ชนต้นไม้เอง แล้วสองคนช่วยกันซ้ำ .... ตลกที่ทำให้ได้แหล่งเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น และก็ทำให้ Bai Ye ตื่นเต้นดีใจทุกครั้งที่เจอสัตว์ยักษ์ระหว่างทางหลังจากนั้น

แต่แน่ว่า นอกจากสองคนนี้ คนอื่นมองไม่เห็นว่าเป็นรถ ใครมองก็จะเห็นว่าเป็นกล่องไม้ที่มีล้อเลื่อนแทน

3.
ชอบหัวหน้าทีมเย็บเสื้อผ้า เพราะว่าคนที่สุดท้ายแล้วมีพรสวรรค์และชอบเสื้อผ้ามากก็คือลูกสาวของหัวหน้าเผ่าน้ำที่ช่วยทั้ง
เผ่ามาได้ และมารวมอยู่ด้วยกัน ซึ่งตอนแรกก็พยายามเลี่ยงไม่อยากใช้แรงงานเด็ก แต่กลายเป็นว่าน้องหนูตามรังควาน Bai Ye ของานทำเช้ายันเย็น และพ่อก็มาช่วยขอร้องอ้อนวอนด้วย จนต้องยอมมอบตำแหน่งให้ไป และกลายเป็นว่าหลังจากนั้นก็มาตามตื้อ Bai Ye วันละหลายๆ หนต่อ ให้เอาแบบเสื้อผ้าแปลกๆ ให้ตัวเองดูอีก จนถึงขั้น Young Patriarch ที่ควรจะนิ่งๆ เฉยๆ เริ่มจะโมโหหวง Bai Ye แล้ว

4.
ตอนที่ช่วยเผ่าน้ำที่เหลือรอดมา แล้วคนในเผ่าที่เพิ่งเจอเรื่องเลวร้ายมา อยู่ในสภาพหดหู่ แล้ว Bai Ye คิดว่าไม่อยากให้เป็นแบบนี้ แล้วใช้การเล่าเรื่องช่วยชีวิตมาเป็นพลังบวกมาก โดยเฉพาะที่ทุกคนลืมเศร้าแล้วตั้งใจฟังเรื่องเล่า กลายเป็นช่วงเล่าเรื่องกลายเป็นกิจกรรมยอมฮิตสำหรับทุกคนในเผ่าไป

5.
ชอบที่ Bai Ye กับ Young Patriarch หาวิธีช่วยกันฝึกนักรบพลังจิตในเผ่า ที่เพราะเวลาเตรียมดิน พลังจิตของ Young Patriarch ที่พลิกหน้าดิน พรวนดินทำให้ดินดีเหมาะกับการปลูกต้นไม้ให้งอกงาม เหล่านักรบก็เลยมีการฝึกพิเศษที่ต้องไปช่วยกันเตรียมดินด้วย เป็นการอบรมที่ได้ประโยชน์สองต่อเสียจริง ยิ่งช่วงหลังๆ ที่พออากาศหนาวแล้วการแผ่พลังให้ตัวเองไม่หนาวก็เป็นการฝึกพิเศษอีกอย่างด้วย ... กับพอเผ่าเริ่มมีคนมาก ก็มีการคัดคนมาเป็นหน่วยลาดตะเวนพิเศษในเผ่า ที่จะมีชุดเครื่องแบบพิเศษเป็นชุดดำที่ห้ามคนนอกหน่วยเลียนแบบอีก

6.
ตอนที่มีพวกเผ่าอื่นมาบุกรุกเผ่าครั้งแรก ตลกที่ Bai Ye บอกว่าทำไมทุกคนไม่คิดวางแผนดีๆ อย่าให้แต่กำลังจะไปสู้ ก็เลยมีการให้นักบวช คนอ่อนแอและเด็กไปหลบบนภูเขาแทนที่จะอยู่กันในถ้ำรวม และก็หาวิธีรับมือกับพลังจิตของหัวหน้าเผ่าอีกเผ่าด้วย นักบวชก็เลยให้ผงสมุนไพรที่เก็บมานานกับ Young Patriarch ไป คราวนี้พอสาดไป อีกฝ่ายก็ใช้พลังจิตไม่ได้ และเรียกสัตว์ยักษ์ที่ทำสัญญาด้วยมาช่วยไม่ได้ ทำให้สู้ง่ายขึ้นเยอะ

แต่หลังจากนั้น นักบวชและคนอื่นในกลุ่มก็เริ่มวางแผนเป็นตามกันไปเหมือนกัน โดยเฉพาะนักบวชที่คิดหลายตลบน่ากลัวจน Bai Ye ยังตกใจ .... และยิ่งการสู้กับเผ่าเกลือที่ Bai Ye กัดฟันเปิดระบบแลกเปลี่ยนเพื่อแลกยาและอุปกรณ์สารพัดมาก็ยิ่งมีแต้มต่อเหนือเผ่าที่สู้ด้วยไปอีกไกล

7.

นักบวชเป็นฝ่ายเข้าข้าง Bai Ye อย่างออกหน้าตั้งแต่ต้นจบจน ตอนที่หัวหน้าเผ่าบาดเจ็บสาหัสมา พอไล่คนในเผ่าที่มามุงออกไป อยู่กันสองคน สิ่งแรกที่นักบวชพูดกับ Bai Ye ก็คือว่า นี่เป็นโอกาสดีที่หาได้ยากนะ ถ้าช่วยพ่อไว้ได้ ก็จะได้ความภักดีจาก Young Patriarch มาครองแน่ๆ โอกาสดีชนิดหนึ่งในล้านแบบนี้ให้หลุดมือไปไม่ได้ แถมตอนที่ Bai Ye ขอให้นักบวชถอนหมั้นกับ Young Patriarch ให้ อีกคนก็ทำเป็นไม่รู้เรื่องอีก อีกครั้งก็ไม่ตกลงให้ซึ่งๆ หน้าด้วย

แต่เอาจริง ตัว Young Patriarch ก็ไม่เคยยอมถอนหมั้นตั้งแต่ต้นเหมือนกัน

8.
นอกจาก Mu ที่เป็นช่างไม้มือวางอันดับหนึ่งแล้ว ก็ชอบหัวหน้าทีมค้าขายเหมือนกัน กลายเป็นหัวหน้าทีมเพราะว่า Bai Ye
มองว่า ฉลาดแล้วก็ไหวพริบดี แถมยังเจรจาเข้าหาคนเก่ง ก่อนจะเปิดตลาด เดินทางเอาของไปแลกกับเผ่าเกลือก็ผูกมิตรคนเผ่าอื่นมาได้แล้ว

9.
เผ่าหินที่เอาถ่านหินมาให้แบบงงๆ น่ารักดี เพราะลูกชายหัวหน้าเผ่า บอกว่าชอบหินนี้ที่ดำเหมือนกับตัวเอง และคุณพี่ก็ชื่อ Hei Shi ไปด้วยอีก สุดท้ายเผ่านี้ก็มาอยู่ด้วย ตอนที่ทนหนาวมากไม่ไหวอีกเหมือนกัน

10.
ตัวร้ายสองคนที่อิจฉาและคิดร้ายกับ Bai Ye ตั้งแต่เป็นร่างเดิมเป็นรูปแบบเดียวกันมากไปหน่อย โดยเฉพาะ เพราะว่าเกลียดและอิลฉาถึงขั้นที่ทรยศเผ่าตัวเอง เพื่อให้คนนอกเผ่ากำจัด Bai Ye ให้ ... สุดโต่งมาก และเหมือนเป็นการกำจัดคนที่ต่อต้าน Bai Ye ในเผ่าไปมากกว่า

11.
มีประเด็นสัตว์ที่เกิดจากพลังจิตของ Young Patriarch แต่ทำไมมีโผล่มาแค่ตอนเดียวแล้วก็หายไป ทั้งทีีเอามาเขียนเป็นประเด็นต่อก็ได้อยู่ ถ้าไม่จะแตะ ก็ไม่น่ายกมาเลย .. กับตอนจบที่กลับโลกปัจจุบันแล้วลาออกจากงาน เพราะไม่อยากเหนื่อยตายเหมือนก่อนหน้าก็ทำให้คิดว่าแล้วจะอยู่ต่ออย่างไร? 

12.
คนเขียนมีเรื่องแนว farming ในเกมด้วย ตอนแรกคิดว่าจะไปอ่านต่อทันที แต่พอเจอตอนจบแบบนี้ ฉันก็เลยแน่นิ่งไปต่อไม่รอด


________________________________________
ทวิตเตอร์ : @mgk993 #mereadingg

Wednesday, 25 May 2022

猫猫岛基建指南 // Cat Island Infrastructure Guide

 จากชื่อเรื่องก็ไปไหนไม่รอดแล้วว ฮืออ สร้างเกาะแมวแ ละสร้าง infra ไม่ไหวแล้ววว เป็นคอมโบ้ที่หลอกให้อ่านไม่อ่านไม่ได้มาก! อ่านสักพักแล้ว แต่ว่ามาบันทึกความจำไว้ก่อนด้วย



คนเขียน: 他姜
แนว: เกม, ระบบ, แมว, infrastructure
ความสัมพันธ์: แมว X เงือก
จำนวนตอน: 101ตอน ( 97 ตอนหลัก + 4 ตอนพิเศษ)
ปี: 2019

Yu Ge เป็นเงือกที่ชอบแมวเป็นชีวิตจิตใจ แต่เพราะว่าตัวเองเป็นเงือกอาศัยอยู่ในมหาสมุทร เอาแมวมาเล่น (เลี้ยง) อยู่ในน้ำไม่ได้เลยติดเกมเลี้ยงแมว “มาสร้างเกาะแมวด้วยกันเถอะ หรือ Let's Build Cat Island Together” มาก วันๆ ถ้าไม่ใช่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมหาสมบัติไปว่ายน้ำงมหาของมีค่าที่จมอยู่ในทะเล ก็จะเล่นเกมสร้างเกาะแมวอย่างมีความสุข และติดงอมแงมมาก .... แต่เมื่อเล่นไปจะครบ 10 ปีก็กลายเป็นว่าเกมจะปิดตัว รองหัวหน้าทีมที่เป็นคน (และเป็นคนเริ่มซื้อเกมสร้างเกาะแมวมาให้เล่น) ก็เลยไปตามหาเกมเวอร์ชั่นที่เล่นออฟไลน์ได้คนเดียวมาให้หัวหน้าทีมเล่นต่อ

และก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ตอนนี้หลุดเข้ามาในเกมเลี้ยงแมวของจริงแล้ว พอขึ้นมาอยู่บนเกาะแมว ก็เปลี่ยนหางเป็นขาได้แล้ว แต่ว่ามีค่าน้ำทะเลที่ต้องใช้แปลงหางเป็นขา และถ้าหมดก็ต้องไปแช่น้ำทะเลเพื่อเพิ่มค่าใหม่ และเมื่อคน (เงือก? ปลา?) ขึ้นเกาะมา ก็มีประกาศเตือนเหล่าแมวบนเกาะเหมือนกันว่ามีมนุษย์ขึ้นมาบนเกาะแล้วนะ แล้วก็มีทั้งพวกแมวที่ตื่นเต้นว่ามีมนุษย์มาบนเกาะแล้ว กับพวกแมวหลักยังที่ยังนิ่งรออยู่ท่าทีอยู่ว่ามนุษยที่มาเป็นอย่างไร

จริงๆ แล้วแมวบนเกาะแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ตามแมวหลักที่ผู้เล่นเกมจะทำสัญญากับแมวได้ พอเรียกว่า lead cat ช่างเหมือนกับเกมจีบหนุ่มมาก แต่ว่านี่คือเกมจีบแมวนั่นเอง เพราะการเลือกเลี้ยงแมวมีผลต่อการเล่นเกมและการวางแผนในเกมต่อไป .. แบ่งเป็นกลุ่มแมวขนเงินที่มีจำนวนสมาชิกน้อย แต่ว่าทุกตัวร่ำรวยเพราะหาสมบัติบนเกาะเก่ง กลุ่มแมวจับปลาที่อาศัยอยู่แถบชายหาดและจับปลาเก่ง กับกลุ่มแมวสามสีที่มีพื้นที่เยอะที่สุด และจำนวนแมวในปกครองเยอะที่สุด แต่ว่ายากจนที่สุด

จริงๆ แล้วระบบอยากให้ Yu Ge ทำสัญญากับแมวขนเงิน เพราะว่าถ้ามีเงิน เงินของแมวก็จะเป็นของผู้เล่น และทำให้มีเงินตั้งตัวและเล่นเกมได้ง่ายและเร็ว แต่ว่าเจ้าตัวไม่สนใจคำแนะนำของระบบเลย เพราะแมวหลักในใจของ Yu Ge ในช่วง 10 ปีที่เล่นกันมาตลอดก็คือแมวสามสีเท่านั้น บอกยังไงก็ไม่ฟัง กลายเป็นโฮสต์ของระบบช่างเอาแต่ใจ ก็จะเอาแมวสามสีตัวเดียว ตัวลีดอื่นไม่สนน จะดีกว่าตอนเริ่มก็ช่าง ชอบตัวนี้เข้าใจไหม?? ถึงขั้นที่กำลังจะไปหาแมวหลักก็ใช้เวลาว่ายน้ำไปจับปลาเก๋าอย่างตั้งใจ แล้วเอาสาหร่ายมัดรวมกันไว้ เพราะรู้ว่าแมวสามสีสุดที่รักชอบปลาเก๋ามาก แค่คิดถึงตอนอ้อนขอปลาก็ใจละลายแล้ว แล้วก็ไปเก็บมะพร้าวมาอีก ถ้ามีเวลาก็อยากหาของขวัญไปฝากเพิ่มมากกว่านี้

แต่ว่าพอไปถึงแล้วผิดคาดกว่าที่คิด เพราะว่าแมวสามสีจำตัวเองไม่ได้จากที่เล่นเกมด้วยกันมาตลอด และที่สำคัญก็กลายเป็นแมวตัวผู้แทนที่จะเป็นแมวตัวเมียอย่างเคยด้วย นั่นก็คือเป็นแมวคนละตัวกันไปแล้ว แต่ความรักแมวสามสีตัวเองก็ไม่ลดลงเลย เลยขอทำสัญญากันแมวสามสีที่ชื่อ Hua Yu เหมือนเดิม ตอนแรกแมวสามสีบอกว่าจะไปทำสัญญากับแมวตัวอื่นก็ได้นะ แต่ว่า Yu Ge บอกว่ามาที่เกาะเพื่อมาหาแมวสามสีเถอะ โอ๋กันไปตลอดเวลา พอหว่านล้อมแมวจะให้ทำสัญญาเสร็จ แมวก็ขู่ว่าถ้าทำสัญญาแล้วไปทำสัญญากับแมวตัวอื่นหรือว่าเปลี่ยนใจไปอยู่กับแมวตัวอื่น แมวจะฆ่ากันให้ตาย พอฟังแล้ว Yu Ge ก็ดีใจที่ปิดบังเรื่องที่ตัวเองเป็นเงือกเอาไว้ คิดถึงภาพแมวตอนกินปลา ก็รู้สึกเจ็บหางขึ้นมาทันใด และไม่อยากเป็นอาหารแมวด้วยนะ

ส่วนแมวต่างกลุ่มก็จะร่วมมือกันเพื่อพัฒนาเกาะแมว และดังนั้นคนกับแมว (เงือกกับแมว? ปลากับแมว?) ก็กลายเป็นพันธมิตรสร้างเกาะกัน แอบน่ารักที่เมื่ออยู่บนเกาะจะฟังแมวพูดไม่รู้เรื่อง ได้ยินแต่เสียงเมี้ยวเมี้ยวมี้มี้ แต่ว่าถ้า add friend กันโดยให้แมวเอาอุ้งเท้ามาแตะตรงข้อมือ สองฝั่งก็จะสื่อสารกันได้

ตอนนี้เป้าหมายของทั้งสองชีวิตก็คือสร้างความร่ำรวยแล้วสร้างเกาะแมวให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นดีติดอันดับโลก และด้วยความที่ Yu Ge เล่นเกมนี้มาจะ 10 ปีแล้ว พอเข้ามาอยู่เกาะก็เหมือนโกงนิดๆ เพราะว่ารู้เรื่องและเชี่ยวชาญเกมอย่างมาก ทำให้รู้ว่าพัฒนาเกาะอย่างไรดีที่สุด และยิ่งพอเปิดโหมดหาสมบัติบนเกาะด้วยก็ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ เพราะตัวเองเป็นเงือกกัปตันทีมคุมทีมลูกน้องมนุษย์หาสมบัติมาก่อนด้วยชื่อทีม Mermaid Treasure Hunt Team น่ารักดีเหมือนคนกับแมวมาเป็นคู่หูกันสร้างเมือง นั่งสุมหัวกำลังปรึกษาแผนการกันอยู่ตลอดเวลา ... แต่คือความบ้าแมวของคนระดับสิบเช่นเคย คำก็แมวสามสีของฉัน สองคำก็แมวสามสีของฉัน ตัวอื่นไม่ต้องสนใจ แค่แมวตัวเองต้องมีความสุขสบายใจก็พอแล้ว ดูแลใจกันขั้นสุดไม่มีบกพร่อง และแมวก็ขี้หวงมาก จะแอดแมวตัวใหม่เป็นเพื่อนต้องหันไปถามแมวก่อนเสมอ เพราะแมวไม่ยอมให้แอดใครตัวไหนมั่วซั่ว ขนาดพอคิดว่าสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง แมวก็บอกว่าจะเป็นล่ามแปลให้ แต่ว่าห้ามแอด ... พอแมวพยักหน้า ถึงจะค่อยแอดได้นะ

ช่วงแรกไม่รู้จะเพิ่มเม็ดเงินให้ตัวเองกับ Hua Yu ได้อย่างไร ก็เลยคิดว่าจะเอาปลามาย่างขาย แล้วก็เพราะแมวบนเกาะไม่เคยกินปลาย่างมาก่อน กิจการปลาย่างก็ขายดีมาก มีเหล่าแมวทั้งในกลุ่มและนอกกลุ่มมาต่อแถวซื้อยาวเหยียด กลายเป็นหลุมดูดเงินแมวที่แมวรู้แต่ก็เต็มใจถูกตก ... ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะเริ่มกินปลาย่างจนเงินร่อยหรอก็ตาม เมี้ยวกันปากต่อปากไปไกลมาก ถึงขั้นที่ Yu Ge ไม่ต้องทำอะไรวันๆ กลายเป็นเครื่องย่างปลาไปแล้ว

แต่ความบ้าแมวไม่มีขอบเขตกินความไปถึงหุ่นยนต์บนเกาะที่มาสร้างบ้านและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ทุกตัวบ้าแมวเต็มที่เหมือนกัน ตอนกดสั่งงานก่อสร้าง มีแค่รับเหมาส่วนตัวอาคารเท่านั้น แต่ตอนตรวจรับงานมีของเล่นแมว ที่ปีนแมว ชามข้าวแมวและอื่นๆ โผล่เพิ่มมานอกเหนือคำสั่งเสมอ เพราะเหล่าหุ่นยนต์บ้าแมวสร้างตึกแล้วก็สร้างของให้เหล่าแมวๆ ต่อ ระหว่างรอตรวจรับงานก็อุ้มแมวเล่นอีก และพองานหมดกลับโกดังกันไปก็เหงาเพราะขาดแมวให้เล่น

หุ่นยนต์ที่ได้มาจากระบบก็น่ารักแกมน่าสงสัย ตอนแรกได้หุ่นทำงานดูแลบ้านหนึ่งตัว ทำไร่หนึ่งตัว โดยที่หุ่นมีเงื่อนไขว่าจะต้องให้กินให้อิ่มพอ และต้องได้นอนหลับให้ครบแปดชั่วโมงด้วย ... ภายหลังหุ่นยนต์ทำไร่บอกว่าขอที่ส่วนตัวเพิ่ม อยากมีบ้าน แต่จริงๆ คือเอาไว้สร้างแลบทดลอง ปรากฎว่าตัวอื่นก็ขอที่ดินบ้าง คนนึกในใจว่าน่ารักดี ไม่อยากอยู่บ้านเดียวกันเพราะอยากมีอิสระสินะ แต่จริงๆ คือต่างตัวต่างเร่งทำแลบวิจัยตัวเอง แต่ไปๆ มาๆ หุ่นมีพฤติกรรมน่าสงสัยมาก ยิ่งพอมากัน 4 ตัวก็ยิ่งน่าจับตามอง (และความจริงก็คือหนึ่งตัวเป็นหุ่นยนต์รบเครื่องจักรสังหาร หนึ่งตัวเป็นหุ่นยนต์ผู้ช่วย อีกสองตัวเป็นหุ่นขโมยของที่ความสามารถทางการต่อสู้เต็มที่เหมือนกัน) และที่ซื้อมาได้ในราคาถูกแสนถูก ก็เพราะถึงจะมีความสามารถมาก แต่ว่าแต่ละตัวก่อปัญหาแล้วจะถูกโละทิ้งทั้งสิ้น ย้ำว่าที่ถูกส่งมาปลูกผัก เลี้ยงไก่ ทั้งที่เป็นหุ่นรบหรือเกือบๆ หุ่นรบเดิมคือระบบส่งมารีไซเคิลแล้ว

ตอนที่กลุ่มแมวหาสมบัติเกือบทั้งกลุ่มหายไปในป่า Yu Ge ที่ถูกแมวตัวที่เหลืออยู่ในกลุ่มขอร้องให้ช่วย ก็เลยออกไปตามหากับหุ่นพี่น้องเพื่อไปหาเหล่าแมวหลง พอหุ่นสองตัวเอาเครื่องตรวจจับสิ่งมีชีวิตออกมา Yu Ge ก็งงมากว่าทำไมหุ่นปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ถึงได้มีอุปกรณ์แบบนี้ หุ่นสองตัวก็เหงื่อตกแล้วรีบกลบเกลื่่อนว่าต้องมีเผื่อหาคนที่ลักลอบบุกรุกมาในฟาร์ม เป็นหุ่นยนต์อันตรายภายใต้หน้าซื่อสัตย์ตั้งใจทำงานจริงๆ นะ

เอาทั้งเงือก ทั้งแมว ทั้งหุ่นยนต์มาอยู่รวมกันแบบนี้ แต่จุดหมายปลายทางคือพัฒนาเกาะแมวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับท็อปนะทุกคนน (ทุกตัวว) มาพยายามไปด้วยกัน
.
.
.
เรื่องหลักๆ เป็นการสร้างเกาะให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับ โดยเน้นการสร้างสิ่งปลูกสร้างในเกาะ แล้วให้นักท่องเที่ยวมาพัก โดยที่นักท่องเที่ยวกลุ่มแรกมาจากละแวกเกาะข้างๆ และก็มาเที่ยวแบบกลัวๆ ตอนเห็นแมวด้วย เพราะแมวที่เกาะชื่อเสียงขึ้นชื่อว่าเป็นแมวโคตรโหด ก่อนหน้าถ้าเจอคนบุกรุกขึ้นเกาะคือไล่กัดไล่ข่วนออกไปอย่างเดียว โดยเฉพาะเหมียวพระเอก Hua Yu แต่ว่าตอนนี้พอ Hua Yu อยู่กับ Yu Ge ก็กลายเป็นสัตว์เลี้ยงไปแล้วชอบกล โดยเฉพาะ Yu Ge ชอบเอาแมวสามสีสุดที่รักอุ้มพาดบ่าเดินไปเดินมาในอยู่เกาะด้วย แล้วเงือกที่ตอนนี้กลายเป็นคนที่แสนจะบ้าแมวก็ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมกลัวแมวกัน ซึ่งในแง่นึงก็ไม่ใช่แค่ Yu Ge เลี้ยงแมว หรือสร้างเกาะแมวอย่างเดียว แต่ว่าจะเผยแพร่วัฒนธรรมการบ้าแมวไปสู่โลกทั้งโลก ... อย่างเดิมทีเหล่าชาวเกาะข้างๆ ที่กลัวแมวโหดทำร้ายได้ฟังผู้ใหญ่ในเกาะเล่าให้ฟังเสมอว่าแมวแต่ละตัวข่วนเลือดสาด ตะปบผัวะโหดขนาดไหน แต่พอเห็นเหล่าแมวนิ่งๆ แบ๊วๆ ก็พากันใจจะลายแล้ว กลายเป็นสาวกแมวกันหมดในพริบตา ไม่นับคนนอกเกาะที่เลี้ยงแมวกันอยู่เลย แมวบนเกาะทั้งตัวใหญ่กว่า ทั้งฉลาดกว่าแมวบ้านไม่รู้กี่เท่า น่ารักชวนใจละลายไม่รู้จบจริงๆ

และก็สรุปว่าทุกคน เงือกเจ้าของเกาะ หุ่นยนต์ในเกาะ และนักท่องเที่ยวต่างก็เป็นพวกบ้าแมว suck cats/ rub cats/ lick cats กันหมดเลย มีช่วงที่หุ่นยนต์ทะเลาะแย่งแมวกันอีก ชนิดที่ว่าแมวชอบฉันมากกว่าเธอนะ มีแมวมาอยู่กับฉันเป็นสิบ
และตอนพัฒนาเกาะใหม่ๆ ก็ต้องจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว เพราะสิ่งปลูกสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่พักรองรับได้ไม่พอ มีสล็อตสุ่มโควต้าให้นักท่องเที่ยวที่ลงทะเบียนไว้ และเมื่อเกาะเป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมก็กลายเป็นแนวคิดสล็อตสุ่มโควต้าก็ยังอยู่เหมือนเดิม เพราะทุกคนต่างแย่งกันจองแย่งกันมาเที่ยว (ซึ่งหลังๆ ก็ถึงขั้นแย่งกันซื้อของที่ระลึก และอาหารประจำเกาะ อย่างปลาแห้งย่างสารพัดรสเหมือนกัน)
พอเริ่มสร้างที่พัก ห้องอาหาร แล้วก็มีสาธารณูปโภคอื่นไปด้วยเรื่อยๆ ตอนที่จะสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่จะมีเงื่อนไขว่าต้องมีแมวมาดูแลด้วยเสมอ ให้แมวที่เข้าเกณฑ์เงื่อนไขมาคัดตัว และตอนจะสร้างโรงพยาบาลก็มีเงื่อนไขว่าแมวที่มาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะต้องเป็นมีขนสีขาว เพราะว่าเหมือนกับสีเสื้อกาวน์ และระบบก็ส่งข้อความบอกแมวทุกตัวในเกาะว่าถ้าขนเป็นสีขาวเกิน 80% จะมีสิทธิ์มาคัดเลือกนะ และตัวที่ชนะก็เป็นลูกแมวสีขาวของหัวหน้ากลุ่มแมวตกปลา ก็เลยขอตั้งชื่อโรงพยาบาลว่า Fishing Cat Hospital เป็น Yu Mao ตามกลุ่มของตัวเอง

หลังๆ พอสิ่งปลูกสร้างเยอะขึ้น โดยเฉพาะพวกร้านอาหารและของว่าง มีทั้งซุ้มป๊อปคอร์น และไอศครีม เครื่องดื่ม ร้านปิ้งย่าง ร้านอาหารจีน ร้านติ่มซำ ทุกอย่างที่จะนึกออก และทุกอย่างที่จะหาจากระบบได้ โดยเฉพาะจากการสุ่มแพลนร้านที่ Yu Ge จะต้องให้ Hua Yu เป็นคนเปิดเพื่อให้แน่ใจได้ว่าได้ของดีมา และก็ไปถึงขั้นสร้างสวนสนุกบนเกาะแล้ว ชื่อว่า Leopard Cat Forest Playground ตอนที่เข้าไปเล่นบ้านผีสิงที่ทางเข้าเป็นปากแมวเลือกโชก พอหุ่นยนต์เก็บตั๋วสั่นกระดิ่งก็มีแมววิ่งมาเป็นแมวนำเที่ยวให้นักท่องเที่ยวหนึ่งคนต่อแมวหนึ่งตัว และให้กอดระหว่างเดินได้ถ้ากลัว โดยแมวไม่ต้องการอาหารตอบแทนแต่ว่าขอให้นักท่องเที่ยวกดให้เรตติ้งห้าดาวนะ! ซึ่งนั่นก็เพราะว่าคุณปู่แมวที่เป็นคนดูแลสวนสนุกแมวทำใจไม่ได้ที่แมวทำตัวน่ารักขออาหารนักท่องเที่ยว (ทุกตัวคิดว่าได้กินฟรี แลกกับการทำตัวน่ารักให้นักท่องเที่ยวไม่เป็นไร เพราะว่าตัวเองอิ่ม (ไม่ต้องเสียเงินไปซื้อข้าวแมวในบ้านพักกินเอง) แถมยังเอาเงินเข้าเกาะแมวได้อีก) แค่คุณปู่แมวมองว่าเป็นการทำลายศักดิ์ศรีแมวบนเกาะ แมวควรมาทำงานอย่างขยันขันแข็ง แล้วเงินที่ได้ไปซื้ออาหารกินเองมากกว่า เกิดระบบ cat companion scoring system ที่แมวจะเป็นเพื่อนให้บนเกาะขึ้นมาและยิ่งแมวได้คะแนนกับเรตติ้งเยอะ สิทธิพิเศษของแมวก็ยิ่งดี

แต่สรุปว่าแมวไม่ได้ทำหน้าที่แค่เป็นตุ๊กตาให้กอดเดินอย่างเดียว ถ้าเจออะไรน่ากลัว แมวในอ้อมกอดก็จะเมี้ยวเตือนล่วงหน้า หรือเอาหางมากันให้กลัวน้อยลง... กลายเป็นสุดท้ายเหล่านักท่องเที่ยวไม่ได้รู้สึกว่าเดินเข้าบ้านผีเหมียวสิงเลย เพราะมัวแต่สนใจการกอดแมว บ้านเหมียวสิงมีอะไรบ้างก็ยังไม่รู้ รู้แต่กอดแมวสนุกและมีความสุขมาก

กัับอีกอย่างที่ชอบก็คือในสวนสนุกมีรถไฟเหาะตีลังกาด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสเกลจะอลังการขนาดไหน กับที่เที่ยวอีกทีก็คือสวนสนุกทรายที่ทุกคนจะเข้ามาแล้วปั้นใช้ความคิดกันอย่างสนุกสนานเต็มที่ด้วย 
แต่อยู่กันไปเรื่อยๆ หนึ่งคน (เงือก) หนึ่งแมว สรุปเพิ่มได้ว่าคนเลี้ยงแมวกับแมวที่ถูกเลี้ยงมีผลประโยชน์ร่วมกันดังนี้ … ถ้าแมวยิ่งตัวใหม่ คนที่กอดแมวก็จะยิ่งมีความสุข แมวที่ถูกลูบตัวมีความสุข คนที่ลูบตัวแมวก็มีความสุขด้วยเหมือนกัน!

It has been proved that the bigger the cat, the happier it is!
.
.
The cat being petted is cool, and so are the people who are petting the cat!

กับเพราะ Yu Ge พัฒนาเกาะจริงจัง ทำโน่นทำนี่ ตัว Hua Yu ก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่แมวทำอะไรไม่ได้เลย (แม้ว่าค่า buff ความโชคดีเวลาหาสมบัติของ Hua Yu จะเป็นสิ่งที่ Yu Ge ชอบมาก และมองว่ามีค่า เป็นความสามารถอย่างมากก็ตาม) ในที่สุดก็เลยซื้อกล้องที่ถ่ายวีดีโอได้มาจากระบบ แล้วทำงาน live ถ่ายทอดสดให้คนดูเห็นสภาพเกาะและชีวิตประจำวันบนเกาะ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากระบบที่แอบ live มาก่อนนานแล้ว แล้วกลายเป็นว่ามีคนดูเยอะมาก และก็มีเงินมหาศาลจากค่าโดเนททั้งหลายด้วย แมวก็จริงจังกับการ live มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะรู้สึกภูมิใจมากว่าตัวเองก็ทำงานหารายได้หาเลี้ยงครอบครัวได้นะ หลังๆ ถึงขั้นที่ Yu Ge จะอุ้มไปไหนก็ไม่ยอมไปก็มี บอกว่าตัวเองเป็นแมวต้องทำงานนะ เป็น a cat with career น่ารักมาก และพอได้ร่างคนก็มีการแอบถ่ายรูป Yu Ge ตอนหลับกับตัวเองในร่างแมว และกับตัวเองในร่างคนอีก พอเอาไปลง live แน่นอนว่าแฟนกรีดร้องถล่มทลาย cat con และ face con กันหมด โดยเฉพาะเมื่ออยู่ดีๆ เวอร์ชั่นร่างคนก็โผล่มาแบบไม่มีที่มาที่ไป กลายเป็นหนุ่มหล่อปริศนา ที่มีชื่อเหมือนแมว Hua Yu อีกต่างหาก ... พอแฟนๆ รู้ว่าชื่อเหมือนกัน ทุกคนก็เข้าใจว่านี่คือคนรักของ Yu Ge เจ้าของเกาะ และแมว Hua Yu ก็ได้ชื่อตามคน Hua Yu เหมือกกัน

แต่พอ live แล้วมีคนดูมากๆ ก็เลยต้องเปิดช่องเพิ่มเหมือนกัน เงือกอีกตัวก็ถูกบังคับให้ live ชีวิตใต้น้ำ วันๆ ต้องว่ายน้ำให้คนดูเห็นปลา หอย กุ้ง ปู ปะการังใต้น้ำ และเหล่าคนดูก็ไม่รู้ว่าเป็นเงือกจริง คิดว่าคน live ว่ายน้ำแข็งมาก โดยเฉพาะเมื่อทำหางปลอมมาให้เงือกถอด เวลาขึ้นมาบนบกด้วย
พอเกาะเจริญมากๆ ความเจริญก็ทำให้อัตราการเกิดลูกแมวสูงขึ้น พอ Yu Ge รู้ว่ากำลังจะมีลูกแมวเกิดใหม่อีก 316 ตัวก็อารมณ์ดีมาก นั่งก็หัวเราะ ยืนก็หัวเราะ ขนาดในฝันยังหัวเราะเลย พอสร้างบ้านพักเนิร์ซเซอรีให้เหล่าแม่แมวก็ไปดูแมวทุกวัน วันละเป็นสิบหน แล้วลุ้นว่าลูกแมวจะได้สีขนแบบแม่กับพ่อมาอย่างไร จนกระทั่งช็อคมากที่รู้ว่าลูกแมวจะมีสีขนไม่เหมือนพ่อแม่ คำว่าอะไรนะ ดูตกใจมาก

พอมีลูกแมวเกิดใหม่ ระบบก็แจ้งทั้ง Yu Ge ทั้ง Hua Yu ว่าให้ทั้งคู่ไปอวยพรลูกแมวเกิดใหม่นะ ให้ตั้งใจขอให้ลูกแมวที่เกิดมาสุขภาพดีแข็งแรง แล้วก็ต้องลูบตัวอย่างอ่อนโยน 60 วินาทีอย่างน้อย ถ้าเห็นแสงสีทองขึ้นในแผนที่ก็คือการอวยพรสำเร็จแล้ว และต้องทำใน 1 ชม. หลังคลอดด้วย ถึงขั้นที่สองคนเลยคิดว่าจะไปกินนอนในเนิร์ซเซอรีแมว เพราะว่าช่วงนี้ต้องมีลูกแมวเกิดใหม่ตลอดแน่นอน แต่น่ารักมากว่าลูกแมวที่จะเกิดรู้ความมาก ไม่มีตัวไหนคลอดกลางคืนให้ต้องตื่นมากลางดึกเลย แต่ก็นะ วันแรกขนาด 18 ตัวก็วิ่งไปวุ่นมากันมากแล้ว แล้วก็กลายเป็น 30 ตัว/ชม. แล้ว พอลูกแมวเริ่มโตวิ่งซนก็เลยทำลายเล่นให้ลูกแมว ตอนแรกเป็นพื้นดิน ลูกแมวก็เล่นจนตัวเปื้อนไปหมด เลยต้องเอาพลาสติกมาปู

วันนึงพอ Yu Ge กับ Hua Yu ไปในส่วนลานเล่นลูกแมว เหมือนความฝัน Yu Ge เป็นจริงแล้ว พอไปถึงปุ๊บยังไม่ลงจากรถดีเลย ลูกแมวกว่า 500 ตัวได้ยินเสียงแล้ววิ่งกรูมาเมี้ยวๆ มี้ๆ หา ไม่ต้องเรียกลูกแมวก็เดินตาม ชีวิตดีคล้ายจะวูบเป็นลม อยู่ท่ามกลางทะเลแมว และขนแมว แต่ว่าลูกแมว 500+ ตัวเข้ามาไม่ได้หมด เริ่มทะเลาะกันแล้ว น่ารักที่เพราะมัวแต่เล่นกับลูกแมวจนถูกแมวสามสีงอน ขอให้ช่วยตัวเองออกไปจากทะเลลูกแมว Hua Yu ก็ทำเป็นไม่เห็น จน Yu Ge ต้องขอโทษว่าตัวเองผิดไปแล้ว จะไม่เล่นกับลูกแมวแล้วละเลย Hua Yu อีก

รวมๆ แล้วก็ให้ A นะ ไม่ลบไม่บวก น่ารักดี สรุปได้ว่า “แมวโอ๋ปลา ปลาโอ๋แมว” น่ารักสำหรับคนที่ชอบแมว และสนุกสำหรับคนที่ชอบสร้างเมือง จริงๆ เหมือนยังเขียนต่อได้ ช่วงหลังรวบไปนิด ถ้าเอาจากเขียนสรุปเร่งๆ มาเล่นเรื่องต่อก็ยังอ่านต่อไปได้ โดยเฉพาะตอนที่เหล่าหุ่นยนต์ 4 ตัวพัฒนาต้นถั่วยักษ์กลางเกาะให้กลายเป็นที่เที่ยวกับห้องพักเพิ่ม สูงเสียดฟ้าจนไม่มี wi-fi ไปถึงก็จริง แต่เหมาะกับคนที่ชอบความสงบและชอบวิวท้องฟ้ามาก และก็ยังอยากอ่านต่อ กับรู้สึกว่าปมหุ่นยนต์สองพี่น้องใส่มาคร่าวไปหน่อย ก็รู้ว่าเป็นแค่เรื่องรอง แต่เขียนแล้วลงแบบผ่านๆ ก็เลยรู้สึกค้างอยู่เหมือนกัน คนเขียนมีเรื่องอื่นแนวสร้างเมืองอีก แต่เพราะว่าไม่มีแมวเลยขอดูก่อนนะ แต่ก็ยังอยากอ่านต่ออยู่ดี ชอบวิธีคิด แล้วก็สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เรื่องสนุก

ตอนพิเศษ 1 น่ารักดี เพราะ Yu Ge เงือกกัปตันทีม Mermaid Treasure Hunt Team ไม่มีอะไรทำ เป็นเงือกไฮเปอร์ที่ลากลูกทีมไปหาสมบัติตลอดเวลา เวลาลูกทีมที่เป็นมนุษย์ขึ้นฝั่งก็จะเร่งให้ไปหาสมบัติด้วยกันอีกทีไวๆ รองหัวหน้าทีมเลยแก้ปัญหาด้วยการซื้อเกมเลี้ยงแมวไปให้เล่น แต่ใครจะรู้ว่าหัวหน้าเงือกจะติดเกมหนักจนหายไปติดต่อไม่ได้เพราะมัวแต่เล่นเกมไม่สนใจอะไรอื่นในโลก

ตอนพิเศษ 2 เงือกกลายเป็นแมว แล้วแมวก็กรีดร้องสงสัยว่าแมวเทาๆ เงินๆ ตัวนี้มาจากไหน ทำไมไม่เคยเห็น

ตอนพิเศษ 3 Yu Ge ทำเกม Let's Build Cat Island Together ออกมากับระบบ แน่นอนว่าพวกบ้าเกาะแมวก็ซื้อไปเล่น โดยที่ถ้าเล่นแล้วมาเกาะแมวก็จะได้ไอเท็มพิเศษเพิ่มเป็นระยะๆ
ตอนพิเศษ 4 เป็นโลก parallel ที่แมว Hua Yu ก็เป็นเงือกเหมือนกัน แถมโตกว่า ตอนนี้เงือก Yu Ge ดูเด็กๆ ผิดกับในตอนหลัก


ปล.
1.
เรื่องนี้หลอกพวกบ้าแมวมาก คำก็แมว สองคำก็แมว เกาะแมว เหรียญแมว ลูกค้าแมว ร้านค้าแมว ธนาคารเหรียญแมว แมวตกปลา ลูกแมว คุณพี่คะ จะหลอกล่อกันไปถึงไหนนะคะ เกาะก็เป็นรูปอุ้งเท้าแมว เงินในเกมก็เรียกว่า cat coin

2.
เพราะช่วงวันเกิดลูกแมว จะเป็นวันเกิดเงือก Yu Ge พอดี ซึ่งจะเป็นผู้ใหญ่แล้ว ขำที่ห้องแชตที่มีเงือก 2 ตัวอื่นกับ Hua Yu ตั้งชื่อห้องว่า Cat Eat Fish Action Plan Group เป็นห้องคิดแผนการให้แมวได้กินปลา ก่อน Hua Yu จะเปลี่ยนมาเป็น Happy Birthday to Yuge แต่ทำไมมันกลายเป็น Cat Eats Fish อีกรอบก็ไม่รู้

ขำดี I want to have a small fish with him! The kitten is ok!

กับ น่ารักที่บอกว่าอยากลักพาตัวแมวพาลงทะเลไปอยู่ด้วยกัน อาจจะฟังดูแปลก แต่ว่าเป็นวิธีที่เงือกดาวเนปจูนแสดงความรักนะ

เรียก my cat... my cat... มาตลอด พอตกลงปลงใจกัน แมวก็เรียกคน (เงือก) my fish... my fish... บ้างล่ะ 

ตรงนี้น่ารักมาก


3.
ตอนที่ค่าความเจริญเกาะพุ่งสูง แล้วเปิดทางเชื่อมเกาะกับดาวเนปจูนได้น่ารักดี เพราะว่า Yu Ge คิดถึงเพื่อนที่อยู่ในทีมกันมาตลอด ถึงขั้นที่พยายามทำรางวัลชิงโชคแล้วให้เพื่อนตัวเองถูกรางวัลเพื่อมาหาที่เกาะด้วยซ้ำ แล้วพอคนนึงมาแล้วรู้เรื่องก็บอกว่าจะไปบอกคนอื่นให้มาหา Yu Ge ให้หมดด้วย ... ซึ่งระหว่างที่หายไปก็ไม่มีคนรู้เลยว่า Yu Ge ถูกระบบส่งมาอยู่ที่เกาะแมวบนดาวอื่นแล้ว ทุกคนต่างคิดว่าที่หายไปติดต่อไม่ได้ก็เพราะหัวหน้าทีมตัวเองบ้าเล่นเกมสร้างเกาะแมวจนไม่สนใจโลกมากกว่า



thread กรีดในทวิตเตอร์

________________________________________

ทวิตเตอร์ : @mgk993 #mereadingg

Friday, 20 May 2022

穿到鸟部落后想种田 // I Want to Farm After Crossing to The Bird Tribe

ติดแนว infra + farming โลกบีสต์ออกมาไม่ได้เช่นเดิม! ก็ได้มาจากการเสิร์ชตามหมวดจิ้นเจียงเช่นเคย //อยากเขียนกรีดร้อง แต่รู้ตัวอีกทีเขียนจริงจังมากไปแล้ว เวอร์ชั่นกรีดในทวิตน่าจะดีกว่า กับยาวเว่อร์อีกแล้ว เก็บช่วงกรีดเล็กๆ น้อยๆ ไปอยู่ใน ปล. แล้วกัน



คนเขียน: 月寂烟雨

แนว: โลกบีสต์, ทำฟาร์ม, ก่อสร้าง

ความสัมพันธ์: นักบวช X คนประหลาดในเผ่า (?)

จำนวนตอน: 184 ตอน ( 173 ตอนหลัก  + 11 ตอนพิเศษ) 

ปี: 2021-22

Bai Wu รู้สึกตัวอยู่ในโลกบีสต์ และได้ความทรงจำชาติที่แล้วที่เป็นคนยุคปัจจุบันมา และเมื่อมาอยู่ในโลกบีสต์ เผ่านกของตัวเอง ก็รู้สึกว่าสภาพความเป็นอยู่ตอนนี้ด้อยมาตรฐานเมื่อเทียบกับชาติก่อน และดังนั้นก็เลยอยากจะเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของตัวเองและครอบครัวให้ดีขึ้น

เริ่มแรกจากที่ในบ้านทำอาหารแล้วกินไม่ลง ก็เลยคิดว่าจะต้องเริ่มจากหาวัตถุดิบมาทำอาหาร และปรุงให้ได้รสชาติแบบที่ตัวเองพึงใจก่อน ก่อนจะตามมาด้วยการสร้างบ้าน แทนที่จะอยู่ในรังที่เป็นกึ่งๆ กองหินเรียงแล้วมีต้นหญ้าและเศษไม้มาคลุมหลังคาอย่างเดิม ยิ่งพอฝนตกหนักแล้วน้ำรั่ว ความมุ่งมั่นอยากสร้างบ้านดีๆ ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

โดยที่โลกบีสต์นี้มีบีสต์ที่แข็งแรง และครึ่งบีสต์ที่อ่อนแอ และบอบบางกว่า แทนที่จะเป็นเพศหญิงตามปกติ และทั้งสองเพศก็แปลงร่างเป็นสัตว์ได้ มีทั้งร่างคน และร่างสัตว์ตามเผ่าตัวเอง และในครอบครัวของ Bai Wu ก็มี Mo พ่อที่เป็นบีสต์แข็งแกร่ง ไม่ค่อยพูด แต่ว่าจริงจัง และรักครอบครัว Chuan พ่อเล็ก (ไม่รู้จะเรียกอย่างไร ขอแปลเองจากคำจีนบวกบริบทแล้วกัน) ที่อ่อนโยน ใจเย็น และพี่ชาย An ที่ร่าเริง เป็นมิตร เป็นครอบครัวหนึ่งบีสต์และสามครึ่งบีสต์ที่อยู่ด้วยกันอย่างรักใคร่ อบอุ่น

การที่ Bai Wu ลุกขึ้นมาปฎิวัติทุกอย่างตอนแรกก็ถูกครอบครัวสงสัยพอควร แต่ด้วยความที่ตามใจลูกคนเล็กที่อ่อนแอมาตลอด ทุกคนก็ยอมตามใจ และการทำอาหารครั้งแรกก็จบลงที่อาหารอร่อยที่ทุกคนในครอบครัวชื่นชอบ ... ถึงขนาดที่เวลาทำอาหารแต่ละที พ่อ Mo ก็จะให้ลูกชายทำอาหารเผื่อนักบวชในเผ่าอย่าง Nan Yao และบินเอาไปให้ด้วยความภาคภูมิอีกด้วย

และเมื่อในครอบครัวตามใจลูก (และน้อง) และตัว Bai Wu ทำอาหารออกมาได้ดี คำขอที่ดูเอาแต่ใจแต่ละอย่างของ Bai Wu ก็ได้รับความเห็นชอบจากคนในครอบครัวเหมือนกัน แม้จะไม่เข้าใจลูกและน้องตัวเองก็ตามที ไม่ว่าจะเป็นการเก็บพืชรสฉุนจัดจนไม่มีใครกินอย่างต้นหอมมาเสียบปลูกไว้เป็นเครื่องปรุงทำกับข้าวที่ข้างบ้าน การขอเลี้ยงแกะที่จับมาเป็นอาหาร รวมไปถึงการขอร้องให้ได้สิทธิการเผาจานชามจากเตาเผาของเผ่าเร็วขึ้น และเป็นการปั้นจาน ชาม ไหจำนวนมากอีก และแม้แต่การที่เจ้าตัวเอาเถาวัลย์และกิ่งไม้มาสานเพื่อไปดักจับปลามาเป็นอาหารในแต่ละวัน เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ตัว Bai Wu สรรหาเมนูอาหารแปลกใหม่มาทำเลี้ยงคนในครอบครัวทุกวัน และกว่าจะรู้ตัว มาตรฐานอาหารของบ้านก็แซงหน้าคนอื่นๆ ในเผ่าไปแล้ว

ต่อมา ด้วยความที่ฝนตกทำให้น้ำรั่วจนรังเปียกนอนไม่ได้ ตัว Bai Wu ก็อยากสร้างบ้านขึ้นมาแทนรัง แต่อธิบายบ้านไปก็ไม่มีใครเข้าใจ แถมครอบครัวยังคิดไปว่าอยากสร้างบ้านเพราะมีมีบีสต์ที่ชอบแล้วอยากแยกไปอยู่ด้วยอีกต่างหาก ... เจ้าตัวก็เลยตัดสินใจสร้างบ้านคนเดียวไม่พึ่งครอบครัว 

แต่เพราะแนวคิดแปลกๆ ที่ต่างจากคนในเผ่าก็เลยทำให้ Nan Yao นักบวชที่คอยดูแลคนในเผ่าคอยจับตามอง เพราะไม่แน่ใจว่าความคิดแปลกประหลาดของครึ่งบีสต์อย่าง Bai Wu จะเป็นอันตรายกับคนในเผ่าหรือไม่ แต่เพราะความคิดแหวกแนวนี้ก็ทำให้ตัว Nan Yao อยากรู้ และสนใจตัวสิ่งประดิษฐ์แปลกใหม่ เริ่มตั้งแต่การใช้ไฟเผาหินริมแม่น้ำให้แตกเป็นก้อนเล็กๆ เพื่อเอามาสร้างบ้านแทนที่จะต้องทุบหินให้แตกอย่างปกติ การเอาทรายมาผสมกับวัตถุหลายๆ อย่างเพื่อสร้าง “กระจก” และกว่าจะรู้ตัว ตัวเองก็มาสังเกตการณ์ และจบที่ลงมือช่วยด้วยอีกแรง จนบ้านที่ Bai Wu สร้างก็เป็นฝีมือของ Nan Yao เกินครึ่งเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อความสามารถทางกายภาพของบีสต์ดีกว่าครึ่งบีสต์บวกกับมือไม้ที่แคล่วคล่องของเจ้าตัว 

ระหว่างนี้ การปลูกผักในพื้นที่รอบๆ ก็มี Nan Yao มาช่วยเช่นเดียวกัน ถึงขั้นที่ว่าหลายอย่างที่ Bai Wu ต้องทำทั้งวันหรือหลายวัน เสร็จลงภายในครึ่งวันและวันเดียวด้วยการช่วยเหลือของ Nan Yao เสมอ 

คนในครอบครัวของ Bai Wu ง่วนอยู่กับการล่าสัตว์ และหาของป่า และเมื่อบอกว่าจะมาช่วย Bai Wu สร้างบ้าน ก็พบว่าบ้านเสร็จแล้ว ... และ Bai Wu ก็ให้ทุกคนย้ายมาอยู่ด้วยกัน 

.

.

.

หลักๆ ช่วงแรกๆ ก็เป็นอย่างนี้ เพราะ Bai Wu รู้สึกแปลกแยกจากคนในเผ่า การย้ายออกมาสร้างบ้านไกลออกไปอยู่บนเนินเขา ก็ทำให้เป็นอิสระจากการติดต่อยุ่งเกี่ยวกับคนในเผ่า (ต้องใช้เวลา 40 นาทีในการบินเดินทาง) แต่ว่าก็กลายเป็นเพื่อนบ้านกับ Nan Yao ไปแทน เพราะท่านนักบวชอาศัยอยู่ติดกันบนยอดเขาสูงขึ้นไป 

จริงๆ ชอบเรื่องมากอย่างหนึ่งก็เพราะ ปกติถ้าเป็นแนวบีสต์ทำฟาร์ม ตัวเอกมักจะเป็นสถานะกึ่งนักบวชหรือนักบวช ขณะที่พระเอกจะเป็นหัวหน้าเผ่าหรือนักรบประจำเผ่าตลอด พอมาเจอนักบวชเป็นพระเอกก็รู้สึกแปลกใหม่มาก โดยเฉพาะเมื่อคิดสภาพนักบวชหรือหมอผีประจำเผ่าที่จะอายุมาก คร่ำครึ ... แต่ว่าตัว Nan Yao ตรงกันข้าม เปิดมา คุณพี่นักบวชเหมือนหมอผีประจำเผ่าทั่วไปที่มีความรู้ทางการแพทย์และพืชสมุนไพร และมีคนในเผ่านับถือเลื่อมใส แต่นอกเหนือจากนั้นแล้ว เหมือน Nan Yao อยู่ในสถานะผู้นำทางจิตวิญญาณและที่ปรึกษาด้านวิชาการของเผ่าด้วย และไม่ใช่แค่เผ่านกของ Bai Wu แต่ว่าเป็นเผ่านกหลักทั้ง 9 เผ่าในพื้นที่รอบๆ ตอนที่บรรยายว่านั่งบดสมุนไพรทำยา หรือต้มยาไม่ค่อยแปลกเท่าไหร่ แต่มีลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยให้กับเผ่านกทั้งหลายด้วยนี่สิ .... ตรงที่บรรยายว่าบินมาเจอ Nan Yao สู้กับจระเข้ด้วยมือเปล่าในร่างคน และฉีกจระเข้เป็นชิ้นได้น่าเกรงขามมาก ยิ่งอ่านไปยิ่งเจอว่าเป็นทั้งบีสต์และนักรบที่แข้งแกร่งที่สุดในเก้าเผ่านกอีก (...)

เปิดมา ตัว Nan Yao ก็เป็นผู้ใหญ่ และมีความน่าเชื่อถือ เลื่อมใส ถึงขั้นที่พ่อ Mo ที่เป็นนักรบแกร่งแข็งและเก่งกาจพอที่จะชิงตำแหน่งหัวหน้าเผ่าได้ยังนับถือและให้ความเคารพอย่างมาก และเมื่ออยู่กับ Bai Wu ช่วงแรก ความสูงส่งจับต้องไม่ได้ และการนิ่งเฉย สงบเย็นก็เป็นภาพลักษณ์ประจำตัว Nan Yao เหมือนกัน ... การติดต่อมีปฎิสัมพันธ์กับ Nan Yao ทำให้ตัว Bai Wu  ต้องแข็งเกร็งและกังวลใจเสมอ แต่เพราะ Bai Wu สนใจอยากตามหาอาหารและวัตถุดิบแปลกๆ ความรอบรู้และเข้าใจสภาพแวดล้อมและพืชสัตว์ในพื้นที่ก็ทำให้ Nan Yao เป็นตัวเลือกที่ดีที่จะช่วย Bai Wu ให้ได้ของตามที่ต้องการ โดยที่ตัว Bai Wu ได้พืชอย่างที่ตัวเองอยากได้ และ Nan Yao ก็ได้รู้จักคุณสมบัติของวัตถุดิบที่ Bai Wu รู้จักเหมือนกัน 

หากเมื่ออยู่ด้วยกันเรื่อยๆ สองคนก็เหมือนเป็นคู่หูหาอาหาร หาของ คนนึงเอาทรัพยากร/แหล่งทรัพยากรมาให้ อีกคนก็แปลงร่างทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ ทั้งเป็นอาหาร ทั้งเป็นของใช้ เป็นการเติมเต็มกันโดยที่ Bai Wu รู้สึกว่าตัวเองสามารถจะพูดคุยทุกเรื่องทุกอย่างกับ Nan Yao ได้ ไม่ว่าจะทำอะไร Nan Yao ก็เข้าใจและพูดภาษาเดียวกับตัวเอง และตัว Nan Yao ก็มีเพื่อนคิดและมองเห็นสิ่งที่ต่างออกไปเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อ Bai Wu เป็นคนเดียวที่เข้าหา Nan Yao ที่เป็น Nan Yao และไม่กลัวสถานะนักบวชสูงส่งของ Nan Yao ที่ทำให้เจ้าตัวต้องโดดเดี่ยวมาตลอดเลย ... จากที่เกรงใจท่านนักบวชที่อาสาคอยเป็นแรงงานให้ ตอนนี้คือออกปากใช้งานเป็นธรรมชาติแล้ว อย่างพอได้รากบัวมาก็ใช้ให้ Nan Yao ไปขุดดินสร้างบ่อบัวและให้ผันน้ำมาเป็นบ่อบัวอีก

และนั่นก็ทำให้การหวงคนของ Nan Yao เกิดขึ้นมาภายหน้าหน้านิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ ชัดที่สุดก็ตอนที่บ้านเสร็จแล้ว บ้าน Bai Wu เลี้ยงคนทั้งเผ่าเพื่อขอบคุณที่คอยช่วยเหลือ และพอมีบีสต์ดึง Bai Wu ออกไปเต้นรำ และมีเสียงร้องชื่นชมจากบีสต์โต๊ะข้างๆ ว่า Bai Wu น่ารัก Nan Yao ที่ได้ยินไม่ว่าอะไร แต่ตะโกนเรียก Bai Wu มาหา แล้วพอคุยกันบอกว่าจะชวนไปเก็บของป่าอีก Bai Wu ที่กำลังตื่นเต้นดีใจก็นั่งลงคุยกับ Nan Yao อย่างจริงจัง .. อยู่ในโลกสองคนถึงขั้นที่หัวหน้าเผ่าที่นั่งอยู่ข้างๆ และพยายามชวนสองคนนี้คุยด้วยแทรกเข้ามาไม่ได้เลย

แน่ชัดว่าทุกครั้งที่ Bai Wu จะออกไปเก็บของป่ากับคนอื่นในช่วงหลัง ตัว Nan Yao ที่รู้ก็จะบอกว่าตัวเองมีทำเลที่ดีกว่า และตัว Bai Wu ก็จะเก็บได้คนเดียวโดยไม่ต้องแย่งกับเหล่าครึ่งบีสต์อื่นที่ไปด้วย หรือไม่ก็หลอกล่อหาของและกิจกรรมที่น่าสนใจกว่ามา และสุดท้าย Bai Wu ก็บินไปไหนมาไหนกับ Nan Yao สองคนตลอดเหมือนกัน 

หรือว่าตอนงานเทศกาล Bai Wu ที่ถูกพี่ชายและเพื่อนพี่ชายจับแต่งตัวเต็มยศก็มีคนเข้ามาคุยด้วยตลอด และพอถูก Nan Yao ช่วยออกไปได้ และชมว่าแต่งตัวแบบนี้เหมาะดี (ในแง่ว่าอยากให้แต่งอีก) พอ Bai Wu บ่นว่าอึดอัด และมีแต่คนเดินเข้ามา Nan Yao ก็กลับลำแล้วบอกว่างั้นอยากถอดเครื่องประทับทั้งหลายออกไหม เดี๋ยวจะช่วย ... ไม่นับว่านัดแนะตอนจะกลับบ้านว่าให้กลับด้วยกัน และปฎิเสธเสียงเย็นชากับบีสต์ที่อาสาไปส่ง Bai Wu ที่บ้านอีก 

ทั้งไปเก็บของป่าด้วยกัน ทั้งช่วยกันทำไร่ และรับส่งกันขนาดนี้ พี่ชายก็สังเกตเห็น และเข้าใจไปแล้วว่าสองคนนี้ชอบพอกัน (ถึงแม้ว่าตอนนั้นความรู้สึกยังไม่สุกงอมก็ตามที) และก็น่ารักที่พอ Bai Wu ขอครอบครัวว่าจะเดินทางไปเผ่านกอื่นกับ Nan Yao เพื่อสำรวจและหาของป่าเป็นเวลาหลายวัน พ่อก็ออกปากห้าม ด้วยเหตุผลว่าไม่อยากให้ไปรบกวนท่านนักบวช แม้ว่าพ่อเล็กจะบอกว่าถ้าอย่างนั้นจะห้ามสองคนนี้คบหากันเหรอ? กลายเป็นว่าทุกคนยกเว้นพ่อ Mo เห็นและเข้าใจ ... และสุดท้ายก็กลายเป็นว่าตัวพ่อที่มองท่านนักบวชอย่างเคารพมาตลอดไม่เคยคิดเลยว่า Nan Yao จะมาชอบลูกตัวเอง กว่าจะรู้ว่ามิตรภาพของสองคนเปลี่ยนไปเป็นความรักก็อีกนาน  

ซึ่งสองคนก็ความรู้สึกช้าด้วยเหมือนกัน (อย่างน้อยก็กับตัว Bai Wu) เพราะไม่ได้มองว่าสัมพันธภาพของตัวเองและ Nan Yao จะไปในทางคนรักเลย รู้แต่ว่าพอมีคนบาดเจ็บมารักษาที่บ้าน Nan Yao ก็รู้สึกอึดอัดว่าไม่ได้อยู่กับ Nan Yao สองคนแล้ว แต่มีคนอื่นมาอยู่ด้วย และพอ Nan Yao หายไปเพื่อเอาคนเจ็บเผ่าอื่นไปส่งคืน เจ้าตัวก็คิดถึง Nan Yao อยู่ตลอดด้วย และพอ Nan Yao กลับมาสิ่งแรกที่ทำก็คือพุ่งไปหา Bai Wu ที่พูดออกมาว่าคิดถึง และ Nan Yao ก็บอกว่ารู้สึกแบบเดียวกัน และที่รีบเอาสองคนไปส่งคืนเผ่าก็เพื่อจะได้อยู่กับ Bai Wu สบายๆ กันสองคนต่อ 

ไม่นับว่าตอนเอาอาหารไปให้ Nan Yao ที่บ้านตอนมีคนบาดเจ็บมารักษาตัวอยู่ด้วย พอ Bai Wu เอาอาหารไปเลี้ยงคนอื่นด้วย ตัว Nan Yao ก็หงุดหงิดอยากอาละวาด แต่พออีกคนมากระซิบว่าใส่เนื้อเค็มตากแห้งให้เป็นพิเศษนะ และใส่ชีสให้เยอะมาก คุณพี่ที่เหลือบไปมองอาหารในจานบีสต์แล้วกลับมามองเนื้อชิ้นยักษ์ในจานตัวเองก็หายโมโหไปได้ ตรงที่คิดว่าอาหารของคนอื่นเป็นแค่ lower-end versionใจร้ายมาก

ชอบที่สองคนรักกันเพราะเริ่มจากเพื่อนและรู้จักเข้าใจอีกคนก่อน เป็นการเติมเต็มกันและกัน ท่านนักบวชตำแหน่งสูงส่งไม่มีใครกล้าเข้าหา อีกคนก็เป็นครึ่งบีสต์ความคิดแปลก และแปลกแยกจากเผ่า พอสองคนมาอยู่ด้วยกันก็รู้ใจเข้าใจกันมากขึ้นเรื่อยๆ พึ่งพากันและยึดติดอีกฝ่าย เหมือนคบหากันแล้วโดยที่ต่างคนต่างไม่รู้ตัว น่ารักมากตอนที่ Bai Wu เมาแล้วเล่าเรื่องตัวเองให้อีกคนฟังทั้งหมด และสารภาพว่ามีความทรงจำที่เคยอาศัยอยู่โลกอื่น แล้วก็ถามว่าตัว Nan Yao มีความลับอะไรมาบอกบ้างไหม พอ Nan Yao บอกว่านักบวชมีคู่ได้นะ (บอกเป็นนัยมากพี่) Bai Wu ก็ถามกลับว่าถ้าอยู่ด้วยกันแล้วปิดกั้นโอกาส Nan Yao จากคนที่มาชอบหรือเปล่า ซึ่งคุณพี่ก็ตอบไปว่า "Besides you, who else can I be a partner with?" Nan Yao glanced at him, "I guess in all my heart, you are my backup partner." ชัดมากว่าไม่ต้องการใครอีกแล้ว แค่ Bai Wu เพียงคนเดียว

หลังจากนั้น Bai Wu ก็คิดหนัก พอคิดว่าถ้าอยู่ด้วยกัน ตัว Bai Wu จะทำให้ Nan Yao ถูกคนอื่นมองไม่ดีหรือเปล่า โดยเฉพาะเมื่อมีคนมาชอบ Nan Yao ก็ตั้งมาก หาก Nan Yao ก็ตอบไปว่า ไม่มีใครที่ชอบตัวเองจริงๆ ทุกคนหลงรักนักบวชที่แต่ละคนคิดว่าเป็น มีแค่ตัวเอกคนเดียวที่รัก Nan Yao ไม่ใช่นักบวช ตรงนี้น่ารักมากกก

ตอนเปิดตัวก็น่ารักเหมือนกัน เพราะว่าสองคนไม่มีใครอยากพูดอะไรเองให้คนอื่นรู้ An ก็เลยอาสาเป็นคนกระจายข่าวกลายๆ ผ่านผองเพื่อนที่มี และข่าวที่ว่าท่านนักบวชกำลังมีความรักแพร่สะบัดไปทั่วเผ่านกทั้ง 9 เผ่าก็ไปเร็วมาก และไกลมาก ถึงขั้นออกไปนอกเผ่านก ไปถึงเผ่าอื่นอื่นอย่างเผ่าสิงโตด้วยแล้ว ซึ่งมีทั้งหลายคนที่ไม่รู้ แล้วก็มีหลายคนที่คิดว่าว่าแล้ว ชัดเจนกันขนาดนี้มาตลอด

พอเปิดตัวแน่นอนว่าคนที่มีปฎิกิริยาที่สุดก็คือพ่อสองคน แต่ตอนค่อยๆ ปรับตัวว่าไม่ใช่ท่านนักบวชผู้สูงส่งแต่ว่าเป็นคนรักลูกชาย และกลายเป็นสมาชิกในครอบครัวน่ารักดี ...แต่สงสารพ่อ Mo นิดนึงที่เหงาว่าถึงเวลาจัดการกับปลาตัวใหญ่ ปกติพ่อ Mo เป็นคนลงมือจัดการ ลูกไม่เรียกให้ไปช่วยแล้ว ให้คนรักทำให้แทน ก็ต้องปรับตัวเข้าหากันไป ตอนที่ Bai Wu แตกตื่นว่า Nan Yao ขานเรียกพ่อ Chuan ตัวเองว่าพ่อเต็มปากเต็มคำน่ารักมาก เพราะพอคิดว่าคนในเผ่าจะได้ยิน Nan Yao เปลี่ยนคำเรียกไปแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าทำหน้าอย่างไรเหมือนกัน แต่คิดอีกแง่คือจากแรงงานเถื่อนหลบๆ ซ่อนๆ ที่ถ้าพ่อรู้จะถูกตำหนิว่าทำไมกล้าใช้งานท่านนักบวชก็กลายเป็นว่าท่านนักบวชกลายเป็นแรงงานชอบธรรมและถูกกฎหมายไปแล้ว มีอะไรก็ยุ่งวุ่นวายกันสองคน (หรือบางทีก็รวมพี่ และทั้งครอบครัว) ชัดว่า Nan Yao ช่างเป็นแรงงานชั้นดีที่ทำงานเร็ว และแรงเยอะ ให้ทำอะไรก็ทำได้ 

อยู่กันสองคนทำโน่นทำนี่กันตลอดเวลาจริงๆ  เห็นดอกกุหลาบป่าก็ไปเก็บดอกไม้มากะมาสกัดเอาน้ำมันไปทำสบู่หอมแล้ว พอคนในบ้านกลับมา คำแรกที่ทักก็คือ ประดิษฐ์อะไรกันอีกแล้ว คือสองคนนี่อยู่ว่างไม่ได้เลย ต้องมีอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ มาทดลองกันตลอด Bai Wu คิด ท่านนักบวชก็ตามใจทำจริงจังไปด้วยกันทุกครั้งไป พอบอกว่าทำสบู่เหมือนเดิม แต่อัพเกรดขึ้นมาเพื่อดูดเงินพ่อค้าเร่เผ่าหงส์ กะทำเป็นสีสันสวยงาม เทพิมพ์แกะสลักรูปดอกกุหลาบ แล้วก็มีกล่องไม้ลายกุหลาบให้ด้วย ไม่นับกล่องลายใบไม้ และลายลูกแกะสำหรับสบู่กลิ่นอื่นอีก ก็ถูกพ่อ Chuan ทักว่าไม่รู้ล่ะว่าฝั่งนั้นเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ก็คือคงดูดเงินจากกระเป๋าคนในเผ่ากันเองก่อนแน่นอน ... ซึ่งก็จริง สบู่ฮิตมาก ไม่ต้องไปไหน แค่กับใน 9 เผ่าก่อน ทุกคนเอาทุกอย่างที่มีในบ้านมาแลกแล้วนะ ครอบครัวนี้ล่ำซ่ำขึ้นเรื่อยๆ เลย ยิ่งหลังๆ ถึงขั้นเปิดร้านขายของในเผ่าอีก

แต่จริงๆ ที่สองคนเข้าคู่กันได้อีกอย่างก็คือขยันมากทั้งคู่ ไม่คิดจะหยุดพักกันเลย คนนึงมีงานในมืออีกคนก็มาช่วยทำ ไม่ใช่แค่สักแต่ว่าเสร็จแต่ว่าช่วยคิดช่วยแก้ไขปัญหาให้ด้วย เป็นคู่รักจอมขยันและวิชาการจริงๆ อย่างออกไปแต่เช้าขุดมันฝรั่งทั้งไร่กลับมา พอ Bai Wu บอกว่าให้ทุกคนพัก จะเข้าครัวไปทำอาหารมาเลี้ยงทั้งครอบครัว Nan Yao ก็เดินตามเข้าครัวไปช่วย กลายเป็นว่าช่วยกันคิดทำโน่นนี่นั่นตลอดเวลา ได้ของอะไรมาใหม่ก็หาวิธีใช้ประโยชน์ หรือมีปัญหาก็พยายามหาเครื่องมือมาอำนวยความสะดวก พอเห็นสองคนสุมหัวกัน ตอนแรกในบ้านก็จะถามว่า คิดจะทำอะไรอีกแล้วเหรอ แต่พอนานๆ ไป ก็กลายเป็นคนเผ่านกทั้งหลายก็รู้ แล้วก็ถามแบบเดียวกันว่า ประดิษฐ์อะไรใหม่อีกแล้วเหรอ และก็กลายเป็นว่าไม่ถามเฉยๆ แต่เสนอตัวอย่างออกนอกหน้าที่จะมาช่วยงาน ไม่ว่าจะทั้งในรูปแบบแรงงาน หรือสิ่งของ โดยไม่สนใจว่าจะทำอะไรกัน เพราะเชื่อว่าสิ่งที่ทั้งสองคนทำต้องเป็นของดีแน่นอน และการออกตัวช่วยงานก่อนก็ทำให้ได้ความรู้นั้นก่อนใคร

ชอบเรื่องนี้มากอีกอย่างที่ทุกคนมีทัศนคติดีบวกมาก เพราะว่าตัว Bai Wu อยากได้อาหารอร่อย อยู่สบาย และมีความมั่นคงทางอาหาร นอกจากจะไม่ต้องหวาดกลัวว่าจะต้องอดในหน้าหนาว ก็อยากกินอาหารอย่างที่เคยกินในโลกปัจจุบัน และนั่นก็ทำให้เจ้าตัวมุ่งมั่นที่จะตามล่าหาพันธุ์พืชทั้งหลายมาปลูกในพื้นที่ตัวเองและเอามาทำเครื่องปรุงและทำอาหารอย่างที่อยากกิน ก็เลยเป็นว่าทั้งครอบครัว (และ Nan Yao) ก็ต้องมาง่วนช่วย Bai Wu ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ และทำงานอื่นๆ ตามที่ Bai Wu จะคิดได้ด้วย และตัว Bai Wu ก็รู้สึกผิดที่ทำให้ทุกคนต้องมาเหนื่อยกับตัวเอง ทั้งที่ตามมาตรฐานโลกบีสต์แค่ล่าสัตว์หรือเก็บของป่าวันละสองสามชั่วโมงก็พอแล้ว แต่บ้านนี้เวลาที่จะพักผ่อนสบายๆ กลับต้องมาทำงานหนัก แต่พอบอกกับพี่ชายว่าทำให้ทุกคนต้องมาทำงานหนัก ตัวพี่ก็บอกว่า “แล้วบ้านอื่นมีกินแบบบ้านเราไหม ถึงจะทำงานหนักกว่าคนอื่น เราก็กินดีกว่าคนอื่นมาตลอด” ซึ่งตอนนั้น บ้านนี้ก็เป็นบ้านเดียวจากทั้งเผ่าที่มีนมแกะกิน กลายเป็นของฟุ่มเฟือยที่แม้แต่เพื่อนๆ ของ An ก็ยังติดใจ ไม่นับอาหารพิเศษอื่นๆ ทั้งที่เป็นอาหารมื้อหลัก และอาหารมื้อย่อยอีก ทั้งทำชีส โยเกิร์ต เค้กไข่ ชานมไข่มุก แซนด์วิช ฟราย น้ำสลัด ลูกกวาด และอื่นๆ อีกมาก ถึงขั้นที่เวลาเพื่อนพี่ชายมา ก็จะถอนใจแล้วบอกว่าอยากให้ที่บ้านเลี้ยงวัวบ้าง หรือว่าอยากมีแป้งมาทำอาหารแบบบ้าน An บ้าง

กับอีกตอน Bai Wu Nan Yao เอาวัวกลับมาบ้านบอกว่าอยู่คอกในไร่ไม่ไหวเพราะหนาวมาก จะสร้างคอกติดกับครัวให้ พ่อก็ลุกขึ้นมาทันทีบอกว่าจะลงมือสร้างคอกให้เลย แล้วพี่ชายก็บอกว่าจะวิ่งไปช่วยดูหมูกับแกะด้วย ทุกคนน้ำหนึ่งใจเดียวกันอีกแล้ว ไม่มีใครคิดอยู่เฉยหรือดูดายเลย

หรือด้วยความที่อาหารของครอบครัวเป็นที่โด่งดังเลื่องลือในหมู่เผ่านกทั้ง 9 เผ่าหลัก จะเอาไปขายในงานเทศกาลลิสต์ของที่ขายได้ก็มาเป็นสิบเพราะทุกอย่างในบ้านอร่อยหมด มีกัน 5 คนแต่เหมือนเป็นสายผลิตของส่งซุปเปอร์ที่ผลิตได้ทั้งของกินและของใช้ และตอนออกงานทุกคนช่วยกันคนละไม้ละมือมาก หลังจากที่ตั้งแผงแล้วของหมดไปแล้ว 1/3 ทันที พ่อ Mo ก็อาสาบินกลับไปเอาของเพิ่มที่บ้าน ตัว Bai Wu อาศัยความดังส่วนตัวเรียกลูกค้า พี่ชายช่วยพูดโฆษณาขายของ พ่อ Chuan หยิบของในตะกร้าออกมาเรียง มีถ้วยเล็กๆ ให้หยิบลองชิม แล้ว Nan Yao ก็หั่นเป็ดเป็นชิ้นให้ลองชิมต่อ ทำงานเป็นหมู่คณะน่ารักจริงๆ

นอกจากนี้ ทุกคนที่ได้รับความช่วยเหลือจาก Bai Wu และครอบครัว Bai Wu ก็ไม่มีใครที่คิดจะเอาเปรียบได้ความช่วยเหลือและของเปล่าๆ เหมือนกัน ถ้าได้อะไรไป ทุกคนก็จะเอามาตอบแทนในปริมาณที่เยอะกว่าด้วยซ้ำ เพราะให้คำปรึกษา ถ่ายทอดความรู้ให้กับเผ่าอื่นๆ คนจากเผ่าอื่นก็เลยเอาของมาให้ และพอพวก Bai Wu เกรงใจให้กลับไปอีกรอบ ทุกคนที่ให้ของมาก็เปลี่ยนวิธีเป็นเอาอาหารสัตว์มาให้แทน จะได้ไม่ต้องรับของกลับไป น่ารักที่สุดท้ายก็ต้องรับไว้ เพราะไม่งั้นทุกคนจะใช้วิธีเอาหญ้าและฟางไปวางทิ้งให้เงียบๆ ที่หุบเขาเลี้ยงสัตว์ โดยไม่บอกว่าใครเป็นคนเอามา

ชอบอีกอย่างที่ Bai Wu เริ่มจากเป็นคนชายขอบของเผ่า ในแง่ที่ว่าคิดแปลก เห็นแปลก และเข้ากับใครไม่ได้ ทุกอย่างที่ทำก็เพราะอยากให้ตัวเองอยู่สุขสบายเท่านั้น แต่ก็กลายเป็นว่าช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเผ่าตัวเองไปโดยปริยาย เพราะว่ารู้สึกว่าใส่หนังสัตว์แล้วร้อน ขึ้นผื่นแดงก็คิดอยากเอาทอผ้าเพื่อจะเครื่องนุ่งห่มที่สบายขึ้น และเพราะออกแบบมาดี ใส่แล้วสบายและดูดี พี่ชายที่ลองใส่ก็ตื่นเต้นเอาไปอวดเพื่อนเหมือนกัน และกว่าจะรู้ตัว เหล่าครึ่งบีสต์เกือบทั้งเผ่าก็ได้ลองชุดกันหมดแล้ว กลายเป็นทุกคนลุกขึ้นมาทอผ้าแล้วตัดเย็บเสื้อผ้าที่อิงมาจากชุดของ Bai Wu กัน และเพราะมีคนบ่นว่าอยากได้สีสันแทนที่จะเป็นสีเนื้อผ้าเลย Bai Wu ก็หาลูกไม้มาช่วยทุกคนย้อมผ้าเป็นสีๆ ได้สมใจ .... กลายเป็นที่นิยมในเผ่ามากถึงขั้นที่เผ่านกรอบนอกก็สนใจ ถึงขั้นที่ Nan Yao (ในตอนที่ยังไม่สนิทกัน) ต้องมาเป็นคนกลางเพื่อเจรจาให้ Bai Wu ช่วยสอนหัวหน้าเผ่าอีก 8 เผ่าทอผ้าและย้อมผ้าแลกกับหนังสัตว์ที่ทางโน้นจะให้ตอบแทนค่าความรู้ด้วย 

และเพราะความรู้ทางสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ก็ทำให้ Bai Wu เป็นที่รู้จักและนับถือมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนแรกที่ Bai Wu สร้างบ้าน ทุกคนมองว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด แต่เพราะมาเห็นกับตาว่าอยู่สบาย ทุกคนในเผ่าก็เริ่มอยากมีบ้านแบบ Bai Wu บ้าง ซึ่งเมื่อตัว Bai Wu เริ่มติดต่อกับเผ่านกอื่น และเผ่าสัตว์อื่น ชื่อเสียงของบ้านก็ไปก่อนตัวแล้ว ทุกคนเคยได้ยินและรู้ว่า Bai Wu มีบ้านที่สวยงามและพิเศษกว่าใครก่อนเจอตัว Bai Wu อีก ... และในฐานะที่เป็นเจ้าของวิทยาการ ทุกคนก็เข้ามาหาตัว Bai Wu เพื่อขอความรู้และคำปรึกษาเหมือนกัน 

และเพราะตัว Bai Wu เดินทางไปไหนมาไหนกับ Nan Yao อยู่เสมอ เมื่อ Nan Yao เจอปัญหา ก็มี Bai Wu คอยช่วยเหลือและให้ปรึกษาที่ต่างไปจากมุมมองของ Nan Yao เหมือนกัน ... ในตอนแรกหัวหน้าเผ่าและคนที่ได้ยินก็หันไปหา Nan Yao ทุกครั้ง และคำตอบของ Nan Yao ก็คือ “ให้ทำตาม Bai Wu บอก” จนพอผ่านไปนานๆ ความศรัทธาและความนับถือที่มีต่อ Bai Wu ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าที่ Nan Yao ได้รับเหมือนกัน ถึงขั้นที่มีคำเรียก 大 นำหน้าชื่อที่เหมือนกับ Elder ... ถึงขั้นที่พอ Nan Yao ต้องไปอวยพรให้ไข่ (เด็กๆ ที่ยังไม่ฟักออกจากไข่) ในเผ่า ตัว Bai Wu ก็ถูกคาดหวังว่าจะให้เขียนคำอวยพรต่อจาก Nan Yao ด้วย และหลังจากนั้น หัวหน้าเผ่าก็มาหา Bai Wu บอกว่าให้ช่วยฝากดูแลไข่ในเผ่าให้ด้วย เพราะพ่อแม่เด็กหวังว่าถ้าอยู่กับนักปราชญ์อย่าง Bai Wu กับนักบวชอย่าง Nan Yao เด็กๆ ที่ได้ยินได้ฟังสองคนนี้คุยกัน ก็จะออกมาก็จะฉลาดและรอบรู้เหมือนสองคนด้วย และพอเผ่านกอีก 8 เผ่ารู้ ทุกคนก็หอบไข่มาให้ตัว Bai Wu ช่วยเลี้ยงเหมือนกัน 

กลายเป็นสถานะขึ้นมาเสมอกันกับ Nan Yao ในที่สุด คนหนึ่งเป็นนักบวช คนหนึ่งเป็นนักปราชญ์อยู่ด้วยกัน ... ตอนที่พี่ชายปลื้มว่าน้องตัวเองมีคำนำหน้าว่า 大 โดยที่ไม่คิดอิจฉาหรือคัดค้านอะไร และในเผ่าเองก็ดีใจและปลื้มใจด้วยว่าคนในเผ่าได้รับการเคารพจากเผ่านกๆ อื่นด้วย  

ในแง่หนึ่งการที่ทั้ง 9 เผ่าเคารพและเชื่อถือ Nan Yao กับ Bai Wu ก็ทำให้เผ่านกในปกครองของ Nan Yao จากที่เคยอยู่ห่างๆ เป็นแค่เพื่อนบ้านกัน กลายมาเป็นพันธมิตรกันไปด้วย เพราะเมื่อมีอะไร สองคนก็จะเรียกทั้ง 9 เผ่ามาคุยและหารือ โดยเฉพาะเมื่อเกิดปัญหาอะไรก็จะช่วยกันแก้ และเมื่อมีสิ่งประดิษฐ์อะไรใหม่ทุกคนก็จะช่วยกันลงมือสร้าง ทั้งแบ่งปันสิ่งของและช่วยเหลือกันโดยมีทั้งสองเป็นศูนย์กลางและกาวยึดประสานทุกคน ไม่ใช่แค่ bird tribe ต่างคนต่างอยู่ 9 เผ่า แต่กลายเป็น bird clan ที่รวมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว

กับการดำเนินเรื่องไม่เกินจริง เรื่องนี้ไม่มีระบบ และไม่มีความทะเยอะทะยาน เป็นแค่ความปรารถนาของ Bai Wu ที่จะอยู่สบายเท่านั้น อยากแค่กินอิ่มนอนอุ่น แต่เพราะความอยู่สบายของ Bai Wu ชัดและแตกต่างจากคนอื่นมาก ทำให้ทุกคนต้องการที่จะได้ความสบายอย่าง Bai Wu และครอบครัวด้วยเหมือนกัน และการคิดที่จะสร้างสิ่งต่างๆ ของเจ้าตัวก็เกิดขึ้นอย่างกระทันหันและเป็นธรรมชาติ อย่างเช่นหนังสัตว์ใส่แล้วไม่สบายอยากได้ผ้า อาบน้ำแล้วรู้สึกตัวไม่สะอาดก็คิดสบู่ขึ้นมาใช้ เห็นหมาป่าที่ที่บ้านเลี้ยงไว้ตัวใหญ่ ก็คิดจะทำลากเลื่อนขึ้นมาให้สองตัวช่วยกันลาก เกิดเป็นเลื่อนตามสถานการณ์ตรงหน้า เป็นเรื่อง slices of life ที่ไปเรื่อยๆ สบายๆ หากแต่เห็นความแตกต่างในเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ของทั้งครอบครัวและทั้งเก้าเผ่าเมื่อเวลาผ่านไป และสภาพสังคมก็เปลี่ยนจากนักล่าและหาของป่าเป็นการทำกสิกรรมด้วย

ชอบตัว Nan Yao อีกอย่างที่จริงจังและเข้มงวดกับหน้าที่ของตัวเองมาก อย่างที่วันที่หิมะตกหนักโดยไม่มีสัญญาณเตือนบ่วงหน้า แทนที่จะอยู่ในบ้านอบอุ่นสบายก็ฝ่าพายุหิมะไปดูคนในเผ่า อย่างที่หนังสือบรรยายว่า การที่ Nan Yao ได้รับความเคารพอย่างสูงไม่ใช่เพราะตัวตนในฐานะนักบวช แต่เป็นเพราะการกระทำของ Nan Yao เอง และน่ารักที่เพราะสองคนเตือนให้ทั้งเก้าเผ่ารับมือกับหน้าหนาวที่จะมาเร็วและรุนแรงกว่าปีอื่นอยู่ตลอด ก็กลายเป็นทุกคนในเก้าเผ่าช่วยกันเตรียมตัวรับมือ โดยเฉพาะการทำไร่นาตามแบบ Bai Wu การเก็บตุนขนสัตว์ ถ่าน ฟืน โดยเฉพาะพวกที่สร้างบ้าน และโดยเฉพาะสร้างเตาเตียงตามแบบทั้งสองคน และสุดท้ายหน้าหนาวก็ผ่านไปโดยไม่มีคนอดตายหรือหนาวตายเลย วิกฤตที่ดูน่ากลัวตอนแรกก็คลี่คลายไปง่ายกว่าที่กังวลไว้เยอะ

สารภาพว่าตอนแรกกะข้ามเรื่องนี้ไปแล้ว เพราะว่าชอบอ่านเรื่องบีสต์ตระกูลเสือสิงโตมากกว่า เห็นเป็นนกก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างไร ยิ่งเห็นปกเห็นคำโปรยก็ไม่แน่ใจด้วย ซึ่งสุดท้ายก็พิสูจน์ให้เห็นอีกหนว่าชื่อเรื่อง ปก และคำโปรยใดๆ ในจิ้นเจียงเชื่อถือไม่ได้เลย จะอาศัยแรงค์ก็ลำบากอีก เพราะเป็นแนวเฉพาะ สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับที่ลองอ่านเองจริงๆ และก็ดีใจที่ลองอ่านแล้วได้อ่านจริงจังนะคะ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าได้ A++ ไปอีกเรื่อง ตอนนี้ติด Top 3 อยู่กับ 带着游戏面板穿越原始 // Crossing to the Primitive กับ 位面交易之原始世界 // The Primitive World of Planar Trading อีกเรื่อง แล้วก็เป็น Top 3 ในแง่ที่เกือบจะคะแนนเท่ากันด้วย เพราะจุดดีจุดแข็งแต่ละเรื่องต่างกันไปเลย (แม้ว่าเรื่องแรกจะชนะกว่าใครเพื่อนก็ตาม)

กับดีใจที่ช่วงนี้เจอแนวสร้างเผ่าที่สนุกเกือบหมด แล้วคนเขียนเรื่องนี้ก็เป็นสายเขียนแนวทำฟาร์มสร้างเผ่าด้วยก็จะตะลุยอ่านไปทีละเรื่องนะคะ ตอนนี้อ่าน 兽世种江山 // The World of Beasts Breeds the Country อยู่ ชอบเวลาอ่านเรื่องคนเขียนคนเดียวกันแล้วเห็นสูตรตามตัวของคนเขียนมาก 


ปล.

1. Nan Yao เป็นผู้ชายหน้านิ่ง .... ที่ช่วงหลังเริ่มไม่นิ่งแล้วเท่าไหร่ แต่ที่เหมือนเดิมคือ with a smile in his eyes น่ารักก หรือฉันจะแพ้แนวนี้มากกว่า large dog นะคะ แต่หลังๆ สองคน tacit understanding ตลอดเวลา มองตาก็รู้ใจใช่ไหมคุณๆ

ตอนที่ Bai Wu เล่นกับหมาป่าสองตัว แล้วลูบตัวบอกว่าขนนิ่ม จับหูหมาพับเล่น หัวเราะคิกคักอยู่คนเดียวจน Nan Yao หันมามอง แล้วบอกว่าตัวเองในร่างบีสต์นกก็ขนนิ่มกว่าอีกนะ ดูเป็นพวกขี้อิจฉาแบบงงๆ มาก ผิดภาพนักบวชเคร่งขรึมแบบที่โผล่มาในตอนแรกเลย ตอนที่ไปทะเล แล้วเจอปลาหมึกที่ไม่เคยมาก่อน แล้ว Bai Wu ตื่นเต้นอยากกิน จน Nan Yao มองหน้า Bai Wu สลับกับการจ้องปลาหมึก ในแง่ว่าสัตว์หน้าตาแบบนี้กินได้ด้วยเหรอ ทำไมดูอยากกินก็ขำดี 

ช่วงแรกๆ ยังไม่สนิทกัน เวลาคุณพี่ Nan Yao มาช่วยหรือให้ของ ทาง Bai Wu ที่เกรงใจก็พยายามเอาของที่มี กับอาหารไปตอบแทนเหมือนกัน แต่ว่าทางนั้นก็มักจะไม่ยอมรับ ด้วยประโยคว่า ไม่จำเป็น ให้เก็บไว้เอง แต่พออยู่ด้วยกัน พอจะไปจับปูบ้าง ปลาบ้าง คุณพี่ไม่เคยออกปากว่าตัวเองอยากกินนะ แต่ว่าเห็นได้ว่าความเร็วในการจับสัตว์เวลาอีกคนบอกว่าจะเอาไปทำอาหารอะไรกินตอนเย็นเพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา กับถ้ามาดูตอนกิน จะพบว่าท่าสวยสง่างาม แต่ว่าสปีดในการคีบตะเกียบ ตักของเข้าปากก็เร็วชนะเลิศด้วยเถอะ

มีอยู่ตอนนึง Bai Wu จ้องเครื่องประดับจากพ่อค้าเร่เผ่าหงส์เขม็งมาก Nan Yao เลยบอกว่าถ้าชอบเครื่องประดับจะเอาของมาแลกไหม แต่ว่าคนฟังเป็นพวก utilitarian ที่ตอบกลับไปว่าที่จ้องเครื่องประทับ เพราะคิดว่าในอนาคตเราน่าจะทำเครื่องประดับแบบนี้แล้วเอาไปขายกันได้ รับรองว่าฝีมือและการออกแบบดีกว่าที่เห็นกันอยู่อีกนะ และ Nan Yao ก็พยักหน้าเห็นด้วย เค้าก็เข้ากันได้ในแบบของเค้าเนาะ

เวลาสองคนปรึกษากันก็ถกลงประเด็นลึกชนิดที่หัวหน้าเผ่าอื่นมาฟังแล้วก็งงเหมือนกัน พูดอะไรกัน ศัพท์ยาก ประเด็นงง แถมที่สำคัญยังมีภาษากายที่รู้กันสองคนเพิ่มอีก ถ้าไม่ใช่ Nan Yao ก็ไม่มีใครเข้าใจ Bai Wu ได้ แต่ถ้าไม่ใช่ Bai Wu ตัว Nan Yao ก็ไม่สนใจใครเหมือนกัน

ก่อนจะมาเป็นสมาชิกในบ้านอย่างชอบธรรม ก็คิดไปก่อนนานแล้วว่าสมาชิกในบ้านมี 5 คน เพราะท่านนักบวชเริ่มมาอยู่สิงด้วยเรื่อยๆ เป็นระยะๆ แล้ว ตอนที่ทั้งครอบครัวเดินไปที่เลือกหมูเพื่อเอามากินแล้วให้ช่วยโหวตขำมาก เพราะว่าพี่ชายเลือกตัว พ่อ Chuan เลือกอีกตัว แล้วตัว Bai Wu เข้าข้างพี่ ตัวพ่อ Mo เข้าข้างพ่อเล็ก สุดท้าย สมาชิกคนที่ห้าอย่าง Nan Yao ก็ต้องเป็นคนโหวตปิดเลือกตัวหมูที่อ้วนสุดและโตสุดมากิน และเจ้าตัวก็เข้าข้าง Bai Wu และทำให้พ่อ Mo มองว่า Nan Yao เลือกแบบโกงเข้าข้าง Bai Wu

ตอนที่ยังไม่สนิทกันมาก แล้วบ้าน Bai Wu บอกว่าจะเลี้ยงทั้งเผ่า ตัว Nan Yao ที่กลัวว่าอาหารจะไม่พอ ก็ไปจับจระเข้มาเป็นเนื้อเพิ่มให้ ตอนบอก Bai Wu ก่อนหน้าไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่พอกลับบ้านไปแล้วพี่ชายบอกว่าท่านนักบวชเอาจระเข้มาให้ดูอลังการดี เพราะจระเข้ยักษ์ตัวใหญ่สี่หน้าเมตรขวางเต็มหน้าบ้าน และก็ดูเป็นสัตว์ร้ายอันตรายจน Bai Wu ต้องระวังจนพี่บอกว่า Nan Yao ถอนฟันจระเข้ออกไปหมดแล้วนั่นแหละ 

ชอบประโยคนี้มาก 

“The priest gives you a crocodile!”

ก่อนเปิดตัว ด้วยความที่ท่านนักบวชไม่สุงสิงกับใครก็ไม่มีใครรู้เลยว่าจริงๆ แล้วมาหมกตัวตัวติดอยู่กับ Bai Wu แถมยังเป็นแรงงานชั้นดีที่ทำงานอย่างตั้งใจ รวดเร็ว และที่สำคัญสมัครใจทำอีกต่างหาก (ชนิดที่หลายครั้งถ้าบินมาเจอ Bai Wu ทำงานวุ่นวายอยู่คนเดียวก็จะบ่นว่าทำไมไม่เรียกมาช่วยด้วยซ้ำ) อย่างตอนที่เลี้ยงตอบแทนคนในเผ่าที่คอยช่วย พอคุณพี่ Nan Yao มา แล้วอาสาผสมถูก Bai Wu ใช้ให้ถือโหลน้ำจิ้มออกไปข้างนอก พ่อ Mo ก็มาบ่นว่าใช้งานนักบวชได้อย่างไร ไม่ได้รู้เลยว่านี่คือแรงงานหลักตอนสร้างบ้าน แล้วแรงงานหลักก็ไปนั่งอยู่หน้าโต๊ะ มีสถานะสูงกว่าหัวหน้าเผ่าอีก 

หรือตอนทำเค้กแล้ว พ่อ Chuan กลับมาบ้าน เจอสองพี่น้องนั่งยองๆ เกาะหน้าเตาอบน้ำลายสออยู่ เห็นว่าท่านนักบวชถูกใช้แรงงาน ทำงานอยู่คนเดียว ก็ดุว่าทำไมกล้าใช้ท่านนักบวช พอ Bai Wu บอกว่าไม่เป็นไร คนกันเอง ให้ Nan Yao ทำต่อ แล้ว พ่อ Chuan นั่งพักเถอะ ก็เจอ พ่อ Chuan ทำตาขวางใส่ แต่คือไม่ได้รับรู้เลย เพราะกำลังหมกมุ่นกับเค้กที่อบอยู่ สงสารใครดี

แต่ทุกครั้งที่พ่อสองคนมาเห็น Nan Yao สร้างอะไรปลูกอะไรกับ Bai Wu หลายครั้ง เจ้าตัวก็จะมีข้ออ้างว่าท่านนักบวช (เรียกชื่อ Nan Yao สนิทสนม และลามปาม (?) ต่อหน้าพ่อๆ ไม่ได้ เคยเรียกแล้วถูกพ่อดุรุนแรงไปแล้ว) มามีส่วนร่วมแรงงานด้วยเพื่อให้มีส่วนเสบียงอาหารของตัวเอง และก็เป็นข้ออ้างในการทำอาหารเผื่อ Nan Yao หรือเรียก Nan Yao มาร่วมโต๊ะด้วยเหมือนกัน จากเดิมที่พ่อ Mo กระตือรือล้นในการเอาอาหารอร่อยให้ท่านนักบวช กลายเป็น Bai Wu เป็นคนที่กระตือรือล้นยิ่งกว่าไปแล้ว จนพี่ชายบ่นนั่นแหละว่าทำไมไม่อ้างมา Nan Yao มาอยู่ด้วย เพื่อศึกษาเก็บเกี่ยวความรู้จากสิ่งที่ Bai Wu ทำไปสอนคนในเผ่าล่ะ 


2. พี่ชายก็เหมือนกัน ขานี้เวลาน้องชายทำอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ มา ถ้าเป็นเครื่องปรุงไม่คุ้น หรือได้กินอาหารแปลกๆ ก่อนสุกก็จะกรีดร้องก่อนว่ากินได้หรือเปล่า ตัวเองไม่กินหรอกนะ แต่ว่าเวลาน้องทำแล้วอร่อย สุดท้ายก็จะมีประโยคติดปากว่านี่เป็นอาหารโปรดตัวเองแล้วนะ คราวหน้าให้ทำอีกเยอะๆ ด้วย แล้วอาหารโปรดก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เหมือนกัน หลังๆ เวลาน้องบอกว่าจะทำอะไรก็จะไม่พูดมากแล้ว แต่จะถามว่า วันนี้จะทำอะไร ให้เตรียมอะไรให้บ้าง หรือว่าถ้าเป็นอาหารที่เคยทำแล้ว เวลาน้องกลับมาก็จะบอกว่าเตรียมเครื่องปรุงให้หมดแล้วนะ ลงมือผัด (หรือต้ม นึ่ง ทอด แล้วแต่กรณี) ได้เลย กับเวลาออกไปนอกบ้านแล้วกลับมา ถ้าน้องอยู่ในครัวก็จะพุ่งเข้ามาบอกว่าหอมจัง ทำอะไรกินได้ หรือยังตลอดเวลา เป็นพวกร่าเริง ไม่คิดมากจริงๆ 


3. พ่อ Mo เป็นพวกเงียบมาก ถึงขั้นที่ลืมไปแล้วว่าคุณพ่อ Mo แข็งแกร่งมากถึงขั้นสามารถเป็นตัวแทนคัดเลือกเป็นหัวหน้าเผ่าได้ เพราะที่ผ่านมาบทน้อยมาก และเงียบมาก เห็นก็แต่ตอนที่อาสาช่วยลูกทำงาน ไม่ก็ตื่นเช้าเลี้ยงวัวแกะหมูเป็ด รดน้ำต้นไม้ ล่าสัตว์อยู่ ... กับตอนที่ชอบเนื้อที่ทอด น่ารักที่ตอนแรกเห็นเนื้อสเต็กที่ผ่านการหมักแบบบังเอิญก็ถาม Bai Wu ว่ากินได้เหรอ บ้านเราของกินเยอะ ถ้าเนื้อเสียก็เอาไปทิ้งเถอะ ไม่ต้องเสียดายกิน แต่พอเข้าปาก กลายเป็นหมดก่อน แถมยังอยากเติมอีก แค่นั้นจริงๆ บทพูดยิ่งแทบไม่มี

กับครั้งแรกที่สร้างบ้านเสร็จ และ Bai Wu พาไปดูบ้านเพื่อให้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน เจ้าตัวก็คิดจะปฎิเสธ เพราะบอกว่าไม่มีพ่อที่ไหนให้ลูกสร้างบ้านใหม่ให้หรอกนะ มีแต่พ่อต่างหากที่ต้องสร้างบ้านให้ลูกอยู่ แต่พอตัว An โน้มน้าวว่าให้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน เพราะบ้านอยู่สบายมาก กับพ่อ Chuan บอกว่าลูกอุตส่าห์สร้างให้ จะได้อยู่ด้วยกันทั้งครอบครัวก็ขัดทุกคนไม่ได้ ทุกคนไปเก็บของแล้วย้ายมาอยู่ด้วยกัน แล้วพ่อ Mo ที่มาแบบเขินๆ ขัดๆ ก็ชอบบ้านใหม่มากอีกต่างหาก (ทุกคนชอบ)


4. ตลกเผ่าเสือดำมาก ตอนมีเทศกาลแลกเปลี่ยนของกัน พอมาเจอซุ้มขายของบ้านนี้ สบู่ก็ไม่เอา ผ้าย้อมก็ไม่เอา แต่ที่อยากได้คือของกินล้วนๆ เป็ดในซอสก็ดี เนื้อหยองก็อร่อย บะจ่างก็ชอบ แลกของกันเหมือนทั้งขายทั้งแจกเพราะว่า Bai Wu ชอบลูกเสือดำในเผ่ามาก (อีกแล้ว) อะไรก็ขายอะไรก็ให้ อยู่กันในครอบครัว 5 คน แต่เหมือนรวยกว่าทั้งเผ่ารวมกันอีกนะ 

และวันต่อมา เผ่าเสือดำก็มาขอซื้ออาหารอีกแล้ว น่ารักจริงๆ เมื่อวานก่อนกลับก็ย้ำนักย้ำหนาว่าจะมาอีก ให้เตรียมของกินไว้แลกเยอะๆ นะ แล้วของที่เอามาแลกก็คือเนื้อที่กลับไปล่ามาเมื่อคืนเพื่อการนี้เลย เพราะว่าของที่มีแลกหมดไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว จริงจังมาก เหล่าเสือทั้งหลายย น่ารักดีนะ


5. ตอนที่กำลังหวานกันอยู่กลางไร่ แล้วพอ Bai Wu เห็นว่ามีนกบินมากินข้าวสาลีที่ตัวเองเพิ่งหว่านไปขำดี เพราะเปลี่ยนโหมดเป็นอาละวาดไล่นกที่มากินภายในช่วงไม่ถึงประโยค ชนิดที่ว่า “แหม Nan Yao พูดอะไร .. อ๊ะ ตัวบ้าอะไรมากินข้าวบ้านเรา!!” แล้วเปลี่ยนร่างเป็นนกไปไล่ขำมาก โดยเฉพาะที่บรรยายว่า as aggressive as fighting jet สุดท้าย Nan Yao ก็ต้องแปลงร่างเป็นนกมาช่วยไล่อีกคน


6. ตอนเผ่านกแปลงร่างแล้วบรรยายว่าโดยรองเท้าไปที่ตระกร้าด้านหลัง แล้วผ้าขนสัตว์ก็ขึ้นมาที่คอกลายเป็นผ้าพันคอจินตนาการเห็นภาพ+แปลกใหม่ดีนะ 


7. ตอน Nan Yao เปิดตัวว่ารักกับ Bai Wu ก็คิดว่าสร้างบ้านแล้วก็เตรียมของสร้างบ้านโดยที่ตัว Bai Wu ไม่ได้รู้เรื่องเลย มารู้ตอนจะลงมือสร้างด้วยซ้ำ แล้วพอวันจะลงมือสร้างจริง กลายเป็นคนจากทั้ง 9 เผ่ามากันหมด ดูเหมือนปรารถนาดี แต่จริงๆ คือมาชิมลางด้วยว่าถ้าจะสร้างบ้านตัวเองต้องทำอย่างไร เหมือนเป็น technical workshop ที่สุดท้ายมากันกว่า 100 คนแล้ว กลายเป็นไม่ถึงอาทิตย์บ้านก็เสร็จเรียบร้อย เพราะแรงงานเยอะมาก คนฉาบก็ฉาบ ทาน้ำมันเสาก็ทาไป กระตือรือล้นกันมาก


8. ตอนที่ Bai Wu Nan Yao อยู่ด้วยกันสองคนในบ้านครอบครัวแล้วทำเตียงพังจนตกลงใจเปลี่ยนเป็นเตียงเตาน่ารักดี เริ่มมาจากเหตุผลที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเล่นกันจนทำเตียงพัง ... หนีกลับมาบ้าน Nan Yao เพราะอายคนในบ้าน แต่กลายเป็นสองคนช่วยกันออกแบบและสร้างเตียงเตาแทน ง่วนอยู่ 2-3 วัน พอกลับบ้านไป ถูกพ่อ Chuan โกรธจนพูดประชดใส่ แต่พอสองคนบอกว่าไปสร้างเตียงกันอยู่ และอยากให้คนในบ้านไปดูว่าจะสร้างบ้างไหม เพราะทั้งมั่นคง และอุ่นสบาย โดยเฉพาะในหน้าหนาวที่กำลังมาถึง พ่อสองคนก็หายโกรธ แล้วกลายเป็นจะลงมือและหาของเพื่อสร้างเตียงบ้างทันที จากตอนโผล่กลับไปที่บ้านหลังจากหายหัว (คงคำพ่อ Chuan) กลายเป็นพ่อ Mo ตบไหล่ว่าเหนื่อยมากแล้ว พักก่อนเถอะ นี่คือหน้ามือหลังมือจริงๆ นะ พ่อ Mo ไม่ค่อยพูด เป็นแนวเงียบๆ จริงจัง แต่โอ๋ลูกพอกัน … และหลังจากนั้น คนในเผ่าก็ทำตามอีกแล้ว trendsetter จากนักบวชและนักปราชญ์นะคะ


9. พออยู่ด้วยกัน จากที่อ่อนแอมาก ตอนนี้ถึงขั้นไปล่ากวางด้วยกันได้แล้ว พอถามว่าเทียบกับบีสต์ได้ยัง แล้วบอกว่าได้แล้ว ก็บอกว่างั้นจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้เก่งกว่านี้ได้อีก ให้ช่วยสอนให้หน่อยน่ารักมาก ช่างเป็น power couple มาก .... ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าชอบแนวนี้ พึ่งพาช่วยเหลือกัน ไม่ใช่แค่ใครมาแบกใครเนาะ


thread กรีดในทวิตเตอร์