Showing posts with label power couple. Show all posts
Showing posts with label power couple. Show all posts

Tuesday, 2 August 2022

重生后被匹配给了帝国陛下//After Being Reborn, I Was Matched with His Majesty of the Empire




คนเขียน: 七夕是大头喵
แนว: Interstellar, ไกด์, พลังจิต, เกิดใหม่, แย่งอำนาจ, การเมือง, power couple, fluff, logics
ความสัมพันธ์: กษัตริย์ X คนเผ่า Lan Xing // Chi Yao X Shi Xing
จำนวนตอน: 77 ตอน (ยังไม่จบ)
ปี: 2022

ลิ้ง

Shi Xing เป็นคนดาว Lan Xing ที่เกิดมาจากต้นไม้ ซึ่งถึงแม้ว่าชาวดาวนี้จะร่างกายอ่อนแอมาก แต่ว่าพลังจิตก็แข็งแกร่งเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อสามารถรักษาอาการบาดเจ็บของห้วงพลังจิตของคนฝั่งจักรวรรดิได้ และรับหน้าที่หมอดูแลสภาพพลังจิตคนฝั่งจักรวรรดิให้ แต่ทว่าดาว Lan Xing สูญหายไปแล้ว ก็เลยกลายเป็นคนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของจักรวรรดิแทน และพอคนดาวนี้ จะอายุถึงเกณฑ์เป็นผู้ใหญ่ก็จะจับคู่อยู่กับคนในจักรวรรดิต่อไป โดยระหว่างที่กำลังเป็นผู้ใหญ่และเติบโตจะต้องใช้ทรัพยากรมากเพื่อเอามาสร้างห้วงพลังจิตในตัว ซึ่งก็ต้องเอาจากผลึกแร่หรือแก่นพลังของสัตว์ร้ายในอวกาศมาสร้างและคงห้วงพลังจิต ทำให้คู่ที่เป็นคนในจักรวรรดิต้องเสี่ยงอันตรายเพื่อไปฆ่าสัตว์อวกาศมาให้ดูดซับพลัง และเพราะการต้องเสี่ยงอันตรายนี่เองก็ทำให้แม่ของคู่ของ Shi Xing ตั้งข้อรังเกียจคนดาว Lan Xing มากจนทำให้ระหว่างการออกไปล่าสัตว์อวกาศ ตัว Shi Xing ที่มีพลังจิตดึงดูดสัตว์อวกาศออกมาถูกทิ้งไว้ตามลำพัง และห้วงพลังที่ขาดพลังงานมาหล่อเลี้ยงเสียหายจนถูกทำลาย ซึ่งชาวดาว Lan Xing ที่ห้วงพลังแห้งเหือดก็จะได้แต่นับถอยหลังรอวันตาย

เรื่องนี้เริ่มต้นที่ตัว Shi Xing ที่ห้วงพลังแห้งเหือดและรักษาตัวอยู่ในสถานพยาบาลได้ข่าวว่าคู่ของตัวที่เป็นหวานใจวัยเด็กของกันและกันกำลังจะแต่งงาน และก็ไม่เชื่อจนต้องมาดูด้วยตาตัวเอง และก็ตายไปอย่างคับข้องใจ โดยที่ก่อนตายเจอกับชายที่ห้วงพลังเสียหาย ที่คำถามแรกที่ถามก็คือ ตัว Shi Xing เป็นอะไรหรือเปล่า

โดยพอหลังแยกกัน ตัว Shi Xing สิ้นใจตายระหว่างกลับไปสถานพยาบาล และเมื่อลืมตาอีกทีก็เจอตัวเองอยู่ในต้นไม้แม่โดยที่ย้อนเวลาไปถึงก่อนที่ตัวเองจะเป็นผู้ใหญ่และพลังกำลังจะตื่น และเพราะช่วงนี้ต้องใช้ผลึกแร่มาสร้างพลัง แต่ว่าในต้นไม้แม่กำลังเข้าสภาวะฉุกเฉินเพราะมีคนสำคัญมาที่ต้นไม้แม่เพื่อให้พลังจากต้นไม้แม่ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บพอดี

ซึ่งคนที่มาก็คือทหารคนสนิทและญาติของกษัตริย์ที่บาดเจ็บจากการต่อสู้กับสัตว์ร้ายอวกาศ และเพราะห้วงพลังเสียหายมาก Shi Xing ที่พลังตื่นและเห็นสภาพจิตของอีกฝ่ายก็ออกปากช่วยคงสภาพห้วงพลังให้ระหว่างที่รอหมอมาถึง และดังนั้นก็ได้รู้จักกับ Chi Yao ซึ่งก็คือคนที่ตัวเองเจอก่อนตายในชาติที่แล้ว และก็น่าแปลกที่คำถามแรกที่ Chi Yao มีต่อ Shi Xing ที่กำลังเจอครั้งแรกก็คืออีกฝ่ายเป็นอะไรหรือเปล่าอย่างที่คอยถามไปในชาติที่แล้วพอดี

และตอนนี้ Shi Xing ที่กำลังจะเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องเลือกคู่จากคนในจักรวรรดิอีกครั้ง อย่างที่บอกว่าคนดาว Lan Xing ที่เป็นผู้ใหญ่และพลังตื่นจะต้องอาศัยทรัพยากรจำนวนมาก แนวคิดของจักรวรรดิก็คือให้จับคู่กับคนในจักรวรรดิที่จะคอยดูแลคนดาว Lan Xing จนเป็นผู้ใหญ่และเป็นคนหาทรัพยากรต่างๆ โดยเฉพาะแร่พลังและแก่นพลังของสัตว์อวกาศมาให้คู่ตัวเอง .... และการจับคู่ก็คือการออกจากสภาพแวดล้อมเดิมที่ตัวเองคุ้นเคยอย่างต้นไม้แม่ และต้องพึ่งพาฝากชีวิตไว้กับอีกฝ่าย โดยเฉพาะเมื่อโอกาสรอดชีวิตเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์มีน้อยมาก

โดยเฉพาะหลังจากมีประสบการณ์เลวร้ายจากชาติที่แล้ว และชาตินี้ได้เริ่มต้นใหม่ ตัว Shi Xing ก็ตั้งใจที่จะอยู่อย่างดีและรอดชีวิตเป็นผู้ใหญ่ให้ได้คราวนี้ โดยที่จะไม่เลือกผิดอย่างที่เคยทำไป
.
.
.
เขียนไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ เพราะรายละเอียดเรื่องเยอะมาก เอาจริงตอนแรกอ่านเรื่องแล้วคิดว่าเป็นเรื่องแนวตบหน้า ล้างแค้นคู่กลับ ด้วยการมีชีวิตดี คนรักดี แต่เอาจริงไม่ใช่เลย ช่วงที่ Shi Xing ต้องดิ้นรนเพื่อ “จับคู่” กับคนที่เหมาะสมที่สุดเป็นช่วงที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เหมือนถูกเลี้ยงในสภาพแวดล้อมปิดในเรือนกระจกมาตลอด และถึงวันหนึ่งก็ถูกบังคับให้ออกจากสภาพแวดล้อมที่ตัวเองคุ้นเคยไป .. สู่โลกภายนอกที่ตัวเองไม่รู้จัก และต้องฝากชีวิตไว้กับคนที่ตัวเองไม่คุ้นเคย ผ่านการรู้จักอย่างฉาบฉวยภายใต้ขั้นตอนสร้างความรู้จักและสร้างความประทับใจภายใต้การจับคู่ ซึ่งโอกาสจะเจอคนดีและคนไม่ดีก็มีคละเคล้ากันไป ตอนนี้ถึงขั้นก้ำกึ่งว่าจะอ่านต่อดีไหม

Rather different from the brief, and I don’t know if I like it enough … since the process is more thorough and more heart-breaking for the me who prefers lighter, easier path. And truth is … I feel suffocate for the blue star’s way of life, how they need to depend on their partners in living, no, surviving in the world.

แต่โชคดีที่คราวนี้ตัว Shi Xing ไม่ได้กดพลังตัวเองเอาไว้ด้วยการอดอาหารอดพลังงานเพื่อจะจับคู่กับคู่ในชาติเดิมที่เป็นคนจากจักรวรรดิที่คุ้นเคยกันจากการมาอยู่อาศัยในต้นไม้แม่และรู้จักกันตั้งแต่เด็ก ก็เลยทำให้พลังตื่นและพัฒนาได้เต็มที่ ถึงขั้นที่พลังขึ้นไปถึงขั้น SS+ และข่าวเรื่องคนดาว Lan Xing ที่มีพลังจิตสูง (จากปกติที่สูงสุดได้แค่ขั้น A เมื่อแรกตื่น) ก็ทำให้ตัว Shi Xing มีคนมาสมัครเป็นคู่จำนวนมาก แม้จะคัดกรองแล้วจนเหลือแค่คนที่เหมาะสมที่สุด 5 คน แต่ก็ยังถูกรบกวน จนถึงขั้นที่ Shi Xing ต้องหนีออกจากห้องที่พักตัวเองไปอาศัยอยู่กับ Chi Yao ที่อาศัยอยู่ในต้นไม้แม่ระหว่างนี้เพราะสถานะคนในราชวงศ์ที่จะไม่ถูกคนอื่นกล้ามารบกวน

แต่เพราะอยู่ด้วยกัน ทั้งนิสัยความเป็นผู้ใหญ่พึ่งพาได้ของ Chi Yao ก็เลยทำให้ตัว Shi Xing เกิดความคิดว่าตัว Chi Yao เป็นคนที่เหมาะสมสำหรับตัวเองที่สุด ข้อดีของคนอื่นทั้งหมดมารวมกันอยู่ในตัว Chi Yao พอดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความมั่นคงหนักแน่นเป็นผู้ใหญ่ที่ดูฝากชีวิตไว้ได้ และความสามารถด้านพลังจิตของ Chi Yao (เพราะคนดาว Lan Xing สามารถรับพลังจิตของคนรอบตัวได้ การที่มีคู่ที่พลังสูงก็เป็นการส่งเสริมพลังให้ตัวเองอย่างหนึ่ง) หรือแม้แต่ความสามารถในเชิงทรัพยากร ... แต่ทว่าตัว Chi Yao ไม่สนใจที่จะจับคู่กับคนดาว Lan Xing เลย และก็ไม่เคยจับคู่กับใครมาก่อนด้วย .... แต่ทั้งนี้ก็เพราะว่าห้วงพลังของ Chi Yao สูงอยู่ที่ SSSS และก็ไม่เคยมีคนจากดาว Lan Xing คนไหนที่พลังสูงพอ ความหวังที่จะมีคู่ที่มีพลังสูงทัดเทียมตัวเอง และเพียงพอที่จะเยียวยาห้วงพลังของ Chi Yao ได้สูญหายไปนานแล้ว

จนสุดท้าย จากการถามอย่างเปิดเผยของ Shi Xing บวกกับการคาดหวังของคนรอบข้าง และการขึ้นสถานะเข้ากันได้ก็ทำให้ Chi Yao เลือกที่จะเป็นคู่ด้วยอีกคน ... และตัว Shi Xing ที่กำลังสิ้นหวังในนาทีสุดท้ายก็ตัดสินใจเลือก Chi Yao เป็นทั้งคู่และคนคุ้มครองตัวเอง ชอบตอนที่พอรู้ว่า Chi Yao มาอยู่ในงานด้วยแล้ว Shi Xing วิ่งโผเข้าไปหาอีกคนมาก แล้วพอ Chi Yao บอกว่าทำไมต้องรีบวิ่งก็ยิ่งเร่งให้  Shi Xing เร็วกว่าเดิม ทั้งโล่งใจแล้วก็อุ่นใจที่เห็น Chi Yao อยู่กับตัวเอง     

(ซึ่งก็มีจุดพลิกนิดนึงเหมือนกัน ตอนแรกเห็นคำว่า His Majesty ชื่อเรื่องไม่ได้คิดว่า Chi Yao เป็นกษัตริย์ทันที คิดว่าเป็นเจ้าชายธรรมดา ซึ่งตัว Shi Xing ก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนที่รู้ว่า Chi Yao เป็นกษัตริย์ไม่ใช่แค่เชื้อพระวงศ์ระดับสูงก็ตกใจจนค้างไปแล้ว)

จบช่วงจับคู่ไปอย่างเดียวก็ 20+ ตอนแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ไม่เขียนอะไรอ่านง่าย คิดง่ายจริงๆ อย่างช่วงทดสอบพลังของคนดาว Lan Xing ก็ต่างจากแนวพลังจิต Interstellar ทั่วไปแล้ว การประเมินพลังไม่ได้ทำแค่ให้ได้ค่าพลัง A B C D เฉยๆ แต่วัดค่าอย่างละเอียด 4 ขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นขนาดของห้วงพลัง ความสามารถในการใช้พลัง ไปจนถึงความหนาแน่นที่จะรับพลังและใช้พลังได้ วัดกันทั้งในเชิงขั้นต่ำที่จะเป็นได้ ณ ปัจจุบัน จนไปถึงขั้นสูงที่จะเป็นไปได้ในอนาคต

แต่พอมาจับคู่กันลงตัวแล้ว ก็เหมือนเข้าเป็นช่วงสอง เป็นช่วงปรับตัว ทั้งการปรับตัวของ Shi Xing ในการอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ขณะที่จะต้องเรียนรู้และเติบโต และการปรับตัวเข้าหากันของทั้งสองคน ... และที่อยู่ในใจ Shi Xing อีกอย่างก็คือการลืมความกลัวและความสิ้นหวังอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต แล้วเรียนรู้ที่จะเติบโตอย่างใจแข็งแรงต่อไป ซึ่งก็เป็นได้จริงโดย Chi Yao ในฐานะผู้ปกครอง (คู่) ก็ตั้งเงื่อนไขให้ Shi Xing เอาความปลอดภัยของตัวเองมาก่อน ทำทุกอย่างได้หมด โดยที่จะต้องไม่เสียสละตัวเอง (ซึ่งก็ตรงกันข้ามกับประสบการณ์ชีวิตที่เคยเจอมาในชาติที่แล้ว) ทำให้ตัว Shi Xing มีสภาพแวดล้อมที่มั่นคง ปลอดภัย และเป็นบวกในการเติบโต และก็มีตารางประจำวันที่ทุกเช้าจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับจักรวรรดิ และการปกครอง และตอนบ่ายก็จะเป็นการตรวจสภาพร่างกาย โดยเฉพาะสภาพของห้วงจิต

ซึ่งก็น่ารักอย่างหนึ่งว่าระหว่างนี้มีช่วงที่การบาดเจ็บของ Chi Yao กำเริบ ตัว Shi Xing ก็พยายามใช้พลังจิตของตัวเองเพื่อรักษา Chi Yao และก็เพราะใช้พลังเกินตัว และดูดซับพลังงานจากแร่ผลึกที่มีอยู่เดิมไม่ได้ จน Chi Yao เอะใจว่าควรใช้แร่ผลึกที่มีพลังหนาแน่นกว่าเดิมไหม แล้ววางแร่ผลึกแดงที่มีคนให้มา ซึ่งพอรู้ว่าตัว Shi Xing ดูดรับพลังได้ ก็กลายเป็นว่าให้เดินทางไปที่ทางเหนือทันที และตอนแรกตัว Shi Xing ก็เข้าใจว่าจะไปเพื่อซื้อแร่ผลึกแดงเท่านั้น แต่พอคุยกันก็กลายเป็น Chi Yao บอกว่าจะไปหาทางเจรจาซื้อดาวที่มีเหมืองแร่ผลึกแดงเลย

และก็เพราะดูเป็นคำขอที่ดูบีบบังคับเจ้าของดวงดาวอยู่เดิม ก็เลยกลายเป็นว่าเมื่อไปทางเหนือก็ให้ Shi Xing ตรวจดูอาการของ Tan Chi นายทหารคนสำคัญที่เป็นลูกชายของผู้บัญชาการกองทัพที่เจ็ดที่ห้วงพลังบาดเจ็บจากการต่อสู้กับสัตว์อวกาศ เพื่อเป็นการเงื่อนไขในการเจรจา และเพราะความพยายามในการรักษา ประกอบกับการเป็นเด็กดีของ Shi Xing ก็ทำให้ซื้อใจครอบครัวตระกูล Tan ไว้ได้ โดยเฉพาะเมื่อพยายามรักษาอาการบาดเจ็บของ Tan Chi จนสำเร็จในที่สุด

ระหว่างที่อยู่ทางเหนือเป็นเวลาครึ่งปี นอกเหนือจากการรักษา Tan Chi และฝึกพลังของเจ้าตัวก็ต้องเรียนรู้สภาพสังคม การเมือง การปกครอง ประวัติศาสตร์ รวมไปถึงความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน ตลอดจนมารยาทด้วย ซึ่งด้วยเวลาที่เว้นช่วงไป ก็ทำให้ Shi Xing ต่างไปจากเมื่อแรกออกมาจากต้นไม้แม่ที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจใดๆ เลย

ตอนนี้เริ่มเข้าส่วนสาม ก็คือการสร้างอำนาจให้ Shi Xing แล้ว เพราะเพื่อกลับมาที่เมืองหลวง ตัวโบสถ์และสภาก็พยายามตัดอำนาจ Shi Xing โดยอ้างว่าเป็นคนดาว Lan Xing และก็ไม่แน่ใจว่าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่สำเร็จหรือไม่ ยิ่งประกอบกับอาการบาดเจ็บของ Chi Yao ที่ถ้าเป็นอะไรไป ก็จะทำให้อำนาจอยู่ในมือ Shi Xing ที่ไม่มั่นคงต่อไป ตอนนี้ก็เลยเป็นช่วงที่ Shi Xing พยายามเรียกอำนาจกลับมาให้ตัวเอง และการสร้างอำนาจของ Shi Xing ก็เกิดในพร้อมกับอาการบาดเจ็บที่กำเริบบ่อยขึ้น และรุนแรงขึ้นของ Chi Yao ด้วย .... ซึ่งก็เข้มข้นเพราะระหว่างที่ Chi Yao พยายามข่มอาการป่วยของตัวเอง Shi Xing ก็ดิ้นรนที่จะช่วยบรรเทาความเสียหายของห้วงพลังจิตอีกคน ระหว่างที่พยายามเข้าใจและแก้เกมกับอำนาจหลายฝ่ายรอบข้างด้วย โดยเฉพาะเมื่อ Chi Yao ป่วยอยู่จนต้องออกไปรบข้างนอกด้วยตัวเอง

รวมๆ ชอบที่ Chi Yao เป็นคนที่สร้างความกล้าและความเชื่อมั่นให้กับ Shi Xing เพราะว่าถูกแม่คู่ชาติที่แล้วทำให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ แต่พอมาชาตินี้อยู่กับ Chi Yao ที่ใส่ใจดูแลอย่างดี และคนรอบตัว Chi Yao ก็รักและดูแล Shi Xing อย่างดีด้วย ทำให้ Shi Xing รู้สึกปลอดภัยและกล้าพัฒนาพลังตัวเองเต็มที่ อย่างพอตั้งทีมให้แล้วให้ลูกพี่ลูกน้องที่เป็นทหารประจำตัวไปดูแล ตัว Shi Xing ก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่พอใจที่ต้องมาอยู่กับตัวเอง แล้วพอ Shi Xing ไปถามว่าไม่อยากมาอยู่ด้วยกันหรือเปล่า ทางนั้นก็รีบตอบว่าจะเอาอะไรมาไม่พอใจ นี่คืออยู่ทีมกับ 3S medic คนแรกของจักรวรรดิเลยนะ ไม่ใช่แค่ตัวเอง แต่ว่าทั้งทีมที่ในอนาคตก็ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีทรัพยากรการแพทย์เลย ดีแบบนี้ก็จะถูกกองทัพที่หนึ่งที่เหลืออิจฉาแน่ๆ กับน่ารักที่ตัว Chi Yao และคนรอบตัวจัดให้ Shi Xing รักษานายทหารคนอื่นด้วย เพราะรู้ว่าทัศนคติของทุกคนที่มีต่อ Shi Xing ก็จะดีขึ้นและเป็นมิตรขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในขณะเดียวกันตัว Shi Xing เองก็จะมีความเชี่ยวชาญและใช้พลังรักษาดีขึ้น

กับพอมาอยู่กับ Chi Yao ที่มีคนสนิทกับบริวารเยอะก็กลายเป็นมีคนรอบตัว Shi Xing เยอะไปด้วย แถมพอเป็นเด็ก แล้วนิสัยดีขยัน ตั้งใจ และมีน้ำใจ ใครๆ ก็รัก อย่างตอนฟื้นไข้ มานั่งเล่นนอนเล่นอยู่บนพรมในห้องทำงาน Chi Yao ระหว่างที่ฝ่ายโน้นทำงาน พ่อบ้านสองคนก็ผลัดกันเอาของมาให้ ทั้งเกม ทั้งขนม น้ำ หมอน ผ้าห่ม ตุ๊กตา อุดมสมบูรณ์และมีทุกอย่างมาก ... กับอย่างตอนที่ Chi Yao บอกว่าเหมือน Shi Xing สูงขึ้นมาอีกแล้วนะ ทุกคนก็วิ่งเข้ามาดู ทั้งพ่อบ้าน ทั้งทหารหน่วยของ Chi Yao (ที่กลายมาเป็นหน่วยของ Shi Xing ไปแล้วด้วย) นี่คือวิ่งมาวัดความสูง แล้วตื่นเต้นวิจารณ์กันจริงจังแล้ว สรุปว่ามีพ่อๆ พี่ๆ เต็มไปหมด (จริงๆ คงมีแม่และพี่สาวด้วย เพราะตอนมาทางเหนือ อยู่กับตระกูล Tan ก็น่ารักเป็นเด็กดีจนใครๆ ก็เอ็นดูไปหมด)

ชอบอีกอย่างที่ความรู้สึกของสองคนค่อยๆ พัฒนาไป โดยเฉพาะความรู้สึกของ Chi Yao ที่เปลี่ยนไปจนเห็นได้ชัด ตั้งแต่ต้นที่เหมือนว่าจับคู่กับ Shi Xing เพราะเป็นชาว Lan Xing คนเดียวที่ค่าพลังสูงพอที่จับคู่กับตัวเองได้ และด้วยความที่ Shi Xing เด็กกว่าตัวเองเยอะ ที่ผ่านมาก็มอง Shi Xing ว่าไม่ต่างจากหลานชายตัวเอง แต่เพราะ Shi Xing มุ่งมั่นที่จะเคียงข้างกับ Chi Yao ให้ได้ ทั้งในแง่ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บ และช่วยแบ่งเบาภาระ ... ความรู้สึกที่ Chi Yao มีต่อ Shi Xing ก็เริ่มเปลี่ยนรูปแบบมากขึ้นเรื่อยๆ เดิมรับผิดชอบเพราะหน้าที่ในแง่ว่าอีกคนเป็นชาว Lan Xing ที่จับคู่กับตน และตัวเองมีหน้าที่จะสนับสนุนเด็กใต้ปกคองที่ตัวเองดูแลให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างปลอดภัย แต่ตอนนี้กลายเป็นพอ Shi Xing สูงขึ้นมากว่าเดิม คำพูดที่มีก็คือ ในฐานะพาร์ตเนอร์ ความรู้สึกว่าทำผิดกฎหมาย (ที่สื่อเป็นนัยถึงการพรากผู้เยาว์) ก็หายไป

ชอบตอนที่ Shi Xing บอกกับ Chi Yao ว่าตัวเองจะเป็นกำลังให้ Chi Yao และ Chi Yao ไม่ต้องแบกทุกอย่างไว้อีกคนเดียวต่อไป เพราะหน้าที่ในฐานะกษัตริย์หนักหนาและใหญ่หลวงมาก แต่ Chi Yao ต้องทำ และพอทำทุกวันก็กลายเป็นความเคยชิน ซึ่งถึงแม้จะเคยชินเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่างานที่ทำหรือภาระที่แบกรับอยู่จะเบาลง เพียงแต่ทำใจยอมรับ ... พอ Shi Xing บอกว่าจะช่วย Chi Yao ก็รู้สึกเต็มตื้นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

แต่สุดท้าย สองคนก็เป็นยาดีอย่างที่อีกฝ่ายต้องการจริงๆ เพราะ Shi Xing ไม่มั่นคง ต้องการสภาพแวดล้อมที่ดี และทรัพยากรที่เพียงพอเพื่อจะเติบโตสมบูรณ์ และ Chi Yao ที่อยู่ตามหน้าที่และจริงจัง และหน่ายกับการเมืองและผลประโยชน์ที่เผชิญ ก็ต้องการคนที่ตรงไปตรงมาและใสบริสุทธิ์พอที่จะล้างความล้าในใจด้วย ทุกครั้งที่ Shi Xing มองมาตรงๆ และพูดความในใจออกมาไม่มีปิดปัง โดยเฉพาะความมุ่งมั่นที่จะรักษาตัวเองให้ได้ Shi Xing ก็รู้สึกใจตัวเองเริ่มคลอนแคลนไปหา “เด็กในปกครอง (ตามที่เคยมอง)” ขึ้นเรื่อยๆ อย่างตอนที่อาการบาดเจ็บของ Chi Yao กำเริบ แล้ว Shi Xing กอดปลอบ Chi Yao ว่า “You'll be fine.” คำตอบของ Chi Yao ก็คือ “Well, I have you.” น่ารักมาก

ตอนแรกที่เห็นเรื่องนี้ คิดว่าจะเป็นแนว Interstellar ง่ายๆ ดายๆ แต่ไม่เลย ทุกอย่างจริงจัง และแลกมาด้วยความอดทนและตั้งใจเท่านั้น อย่างพอเรื่องปมคนรักเก่าของ Shi Xing Shi Xing ก็ไม่ได้บอกตัว Chi Yao เพื่อให้อีกฝ่ายจัดการแทนให้ ทั้งที่ Chi Yao เห็นนิสัยและพฤติกรรมของ Shi Xing ว่าผิดจากประสบการณ์การเติบโตมาจากต้นไม้แม่ที่ควรจะเป็นแต่อย่างเดียว ถึงขั้นที่ Chi Yao ถาม Shi Xing เลยว่าถูกใครรังแกมาก่อนหรือเปล่า แต่ Shi Xing ก็เลือกที่จะเก็บเรื่องไว้กับตัว ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจ Chi Yao หรือไม่อยากเล่าอดีต แต่กลัวว่าตัว Chi Yao หรือแม้แต่ตัว Shi Xing เองก็ยังไม่พร้อมที่จะปะทะกับอีกฝ่ายตรงๆ ในตอนนี้ พูดได้ว่าเรื่องนี้แลกมาด้วยเลือดและน้ำตาทุกตอน ไม่มีง่ายไม่มีฟลุ๊ค มีแต่คิดแล้วพยายามทำให้สำเร็จ .... ซึ่งอย่างตอนที่รักษา Tan Chi ก็ไม่ใช่แค่ใช้พลังที่มีสูงกว่าคนอื่นแค่นั้น แต่มีการนั่งคิด วิเคราะห์หาหนทาง และหาวิธีการรักษา ทดลองเล่าทดลองเล่าในแต่ละวันทีละน้อยจนสำเร็จในที่สุด

ชอบที่หัวหน้าตระกูล Tan บอกว่าที่ตัวเองและกองทัพที่เจ็ด สนับสนุน Shi Xing ก็เพราะ Shi Xing แสดงให้เห็นว่าตัวเองมีความมั่นใจและกล้าที่จะตัดสินใจออกมาอยู่ข้างหน้าและช่วยเหลือ Chi Yao แทนที่จะเป็นคนถูกปกป้องตามประสาคนดาว Lan Xing อย่างที่พวกในสภาหรือบ้านตัวเองตอนแรกมอง Shi Xing ด้วย

อยากได้อะไร เรื่องนี้มีให้หมด คู่รัก OP ที่มีพลังระดับ SSSS และความมหัศจรรย์ของ Shi Xing ที่มีพลังมหาศาลและใช้พลังของตัวเองและความคิดแหวกแนวสร้างปาฎิหารย์ให้เกิดครั้งแล้วครั้งเล่า ฉากแอคชั่นสู้กับสัตว์อวกาศที่ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันเป็นทีมเพื่อล้มสัตว์อวกาศอย่างเป็นขั้นตอน การแย่งอำนาจและชิงไหวพริบกับฝ่ายสภาและศาสนา และที่สำคัญ ความรักและความสัมพันธ์ของ Shi Xing และ Chi Yao ที่มั่นคงและลงรากลึกไปเรื่อยๆ ที่เกิดพร้อมกับการเติบโตของ Shi Xing เช่นกัน


แค่สู้กับโบสถ์แย่งอำนาจทางการทหารกันก็ลุ้นแล้ว นี่คือให้กองทัพแต่ละกองมาลงคะแนนโหวตแล้วให้บอกจุดยืนแต่ละคน โอยย อ่านไปก็ลุ้นไป ชอบมากที่พอมีคนถามว่าทำไมกองทัพที่เจ็ดสนับสนุนตัว Shi Xing และเจ้าตัวบอกว่าเพราะว่าช่วยรักษาTan Chi ได้ ความรู้สึกของทหารหน่วยอื่นต่อตัว Shi Xing ก็เปลี่ยนไปแล้ว เพราะว่าถ้าไม่ใช่พลังระดับสูงและความสามารถทางการรักษามาก ไม่มีทางทำได้แน่นอน และเหตุผลที่สองที่ยิ่งกว่าก็คือตัว Shi Xing สู้กับสัตว์อวกาศร่วมกับเหล่าทหารได้ด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะสามารถสร้างม่านพลังพิเศษที่กันพลังของสัตว์อวกาศที่จะทำร้ายห้วงพลังของเหล่าทหาร อย่างแรกก็ยิ่งใหญ่แล้ว ยิ่งมีอย่างที่สองและความสามารถสั่งการ/บัญชาการ ทัศนคติของทหารหน่วยอื่นก็เปลี่ยนไปทันที

ปล.  

1.
ประทับใจความเปย์หนักของคุณพี่ Chi Yao มาก จับคู่กับ His Royal Highness ไม่ผิดหวังจริงๆ พอบอกว่าต้องการ red spar ก็คือไม่ใช่แค่ไปซื้อ แต่ว่าซื้อทั้งดาว โอ๊ยย ชอบบบมากกกๆๆๆๆๆ อ่านไปเรื่อยๆ อยากจะเรียกว่า strongest husband (partner) in the Empire มาก Shi Xing ต้องการทรัพยากรอะไรขนาดไหน ตัว Chi Yao หาให้หมด แถมยังหามาให้ก่อน Shi Xing จะรู้ว่าตัวเองต้องการอีก พออยู่กับ Chi Yao และได้ใช้ทรัพยากรอย่างที่ต้องการไม่มีขีดจำกัดก็ทำให้ขีดพลังของ Shi Xing เลื่อนขั้นขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึง SSS แล้ว แถมยังได้ความสามารถที่สองเพิ่มมาอีก กลายเป็นเด็กมหัศจรรย์ในสายตาคนรอบข้างไปแล้ว
  
แต่ว่า Chi Yao หน้านิ่งดูใจดีเป็นผู้ใหญ่ อยู่ไปๆ ก็ black belly ชอบแกล้งเด็กนะคะ แล้วด้วยที่อีกฝ่ายศรัทธาและพึ่งพามากก็นานกว่าจะรู้ว่าถูกแกล้ง แต่เพราะโอ๋บ้าง แกล้งบ้าง หลังๆ พอเรียก Xing Xing เล่นอย่างที่คนอื่นเรียก ทำให้ตัว Shi Xing รู้สึกว่าเป็นคำพิเศษ และตัวเองเป็นคนพิเศษได้เหมือนกัน ตรงที่บอกว่าฟังแล้ว Like a cuddling partner ในบท 49

เอาจริงคุณพี่เป็น black belly แกล้งเด็กมากขึ้นทุกวัน แต่ช่วงหลังเริ่มดูอินเลิฟมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ถึงขั้นที่มีคนสังเกตว่าตามองตามไม่ห่างเหมือนกัน Seeing that Chi Yao was not in a hurry to withdraw his gaze after the other walked away, Chang Quan was keenly aware that Chi yao was a little indulgent towards Shi Xing. กับพอเอาทั้งชอบแกล้ง ทั้งอินเลิฟมาอยู่ด้วยกันก็แอบน่ากลัว เหมือน Shi Xing ที่ซื่อตรง และจริงจังจะเริ่มรับมือไม่ทันแล้วด้วย มีอยู่ตอนนึงที่ Shi Xing ช่วยรักษาห้วงพลังให้หลานชายของอดีตโฆษกสภา และเป็นการรักษาโดยไม่มีเงื่อนไขต่อรองเลย ... ก็เพราะว่า Shi Xing มองว่าอาการเหมือนกับ Chi Yao อยากลองฝึกรักษาดู และพอ Chi Yao ถามว่าทำไมทำแบบนั้น เพราะอยากให้ Shi Xing พูดออกมาตรงๆ ก็ประชิดตัว Shi Xing ที่หลังติดกำแพงต้องประท้วงว่า เข้ามาใกล้มากไปแล้วเหมือนกัน และพอบ่นว่าเข้ามาใกล้มากไปแบบนี้จะเริ่มต้านกลับแล้วนะ Chi Yao ก็ตอบหน้าตาเฉยกลับว่างั้นลองดูสิ เพราะอยากรู้เหมือนกันว่าตัว Shi Xing จะต่อต้านกลับแบบไหน Then try, I am curious about your way of resisting.

แต่ขนาดคนเขียนยังกัด Chi Yao อยู่เหมือนกัน ชอบที่ตอนเจออดีตโฆษกสภา แล้วบรรยายว่าคนสองคนที่คิดในหัว 800 อย่างมาอยู่ด้วยกัน Two 800 minded people together ดูเป็นพวกที่มีความคิดล้ำลึก ลึกซึ้ง แต่ก็เป็นในด้านลบนะ


2.
ตัว Shi Xing ที่พลังตื่นขึ้นมาในระดับ SS? ก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกัน เริ่มจากที่พอรักษา Chi Yao จนใช้พลังไปหมด เมื่อรับพลังจากแร่ธาตุแดงได้ ก็คือเป็นไข้ขึ้นสูงมาก เพราะว่าพลังเพิ่ม และร่างกายรับไม่ทัน และทุกครั้งก็จะเป็นลูปดูดพลังและเป็นไข้ ซึ่งพอหายไข้ก็พลังเพิ่มขึ้นทุกครั้ง จากที่ทุกคนแตกตื่นตกใจก็เริ่มจับรูปแบบได้ เป็นแค่คอยดูแล แต่ไม่ตกใจเหมือนก่อน ชอบที่คนในดาวมีพลังพิเศษอย่างเดียวก็เก่งแล้ว แต่นอกเหนือจากความสามารถ “เห็น” พลังจิตที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรก พอพลังเริ่มมากขึ้นก็เกิดความสามารถที่สองด้วย ซึ่งก็คือการสร้างบาเรียกันพลังแปรปรวนของสัตว์อวกาศ (เข้าใจว่า) โดยที่ความสามารถแรกก็ทำให้ตัว Shi Xing เอามาประยุกต์สู้และจับการกับสัตว์อวกาศระดับต่ำได้แล้ว เพราะปกติแก่นพลังของสัตว์อวกาศจะอยู่ไม่เป็นที่ได้ทุกส่วนในร่างกายทำให้ทหารต้องใช้วิธีสู้โดยทุ่มทั้งตัว ไม่รู้ว่าส่วนไหนคือจุดอ่อน แต่คราวนี้พอ Shi Xing เห็นพลังได้ ก็คือเล็งที่ส่วนแก่นพลังของสัตว์อวกาศได้เลย

และที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือระหว่างที่ไปล่าสัตว์อวกาศระดับสูงมาให้ Shi Xing หลังล้มสัตว์อวกาศและได้แก่นพลังมาแล้ว Shi Xing ก็ถามว่าขอดูดซับพลังคลื่นของสัตว์อวกาศด้วยได้ไหม ต่างจากที่การใช้แก่นพลังของสัตว์อวกาศอย่างทุกครา และก็กลายเป็นว่าความสามารถของ Shi Xing ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเจ้าตัวคิดและพลิกพลางวิธีใช้พลังเพิ่มขึ้น อย่างที่กลายเป็นช่วยสร้างม่านพลังและคุ้มครองห้วงพลังจิตของทหารที่สู้กับสัตว์อวกาศได้อีก


3.
สงสารมากว่าจริงๆ คนที่เข้าข่ายผู้สมัครที่ถูกเลือกในตอนแรก 5 คนของ Shi Xing มีโปรไฟล์ดีมากชนิดมากของมากทุกคน เป็นคนหนุ่มอนาคตไกลที่ยศสูง พลังจิตสูง และพื้นฐานครอบครัวดีมากทั้งสิ้น พอมาอยู่ด้วยกันก็ตั้งกลุ่มแชตไว้กันกันเองพร้อมกับข่มกัน โดยที่ตั้งชื่อกลุ่มว่า “Top 5 Strongest Candidates” ทุกวันก็สลับเวลามาทำความรู้จักสร้างความคุ้นเคยกับ Shi Xing และพอ Shi Xing ไม่มีท่าทีตอบรับหรือปฎิเสธใครตรงๆ ทุกคนก็คิดว่าตัวเองมีความหวังแล้วเหมือนกัน แต่กลายเป็นวันสุดท้ายไม่มีใครที่ Shi Xing เลือกเลย อยู่ในสภาพปีกหักกันไปหมด แล้วก็กลายเป็นกลุ่มแชตโอ้อวดกลายเป็นที่พักใจที่ต่างคนต่างปลอบใจเลียแผลกันเอง กลายเป็น shelter for the fallen ไปแล้ว
และพอทำใจไม่ได้ แอบมาดูว่าใครเป็นคู่ที่ Shi Xing เลือก ก็กลายเป็นว่าทั้งห้าคนมาเจอ His Majesty เข้าตรงๆ อีก คราวนี้คืออีหลักอีเหลื่อมาก หาข้อแก้ตัวกันไปเรื่อยเปื่อยเพื่อหนี His Majesty ไปแทน

แต่ชอบที่ตัว Chi Yao ไม่ยอมให้ Shi Xing รับปากตอบแทนกลับโดยการสัญญาจะรักษาให้โดยไม่มีเงื่อนไข พอ Shi Xing กำลังจะอ้าปากพูด ตัว Chi Yao ก็พูดแทรกขึ้นมาก่อนว่าเป็นความผิดของตัวเอง และจะชดเชยให้ทั้งห้าคนโดยการส่งยานรบที่มีเทคโนโลยีล่าสุดไปให้ ซึ่งก็เป็นการชดเชยและปลอบใจที่คุ้มค่าและเกินคุ้มในอีกแง่เหมือนกัน

และพออยู่ด้วยกันสองคน Chi Yao ก็พูดมาเองเลยว่ารับปากกันแล้วว่าจะให้ความปลอดภัยของ Shi Xing มาก่อน และไม่มีทางทำอะไรที่จะทำลายความไปได้ถึงความปลอดภัยของ Shi Xing และตัว Shi Xing ก็ต้องทำแบบนั้นด้วย


________________________________________

ทวิตเตอร์ : @mgk993 #mereadingg

Wednesday, 27 April 2022

穿越原始异界搞基建 // Travel to a Primitive World to Build Infrastructure

อ่านจบมาพักใหญ่แล้ว แต่กว่าจะได้เริ่มเขียนก็ช้ามาก ... ไม่แน่ใจว่าหลุดเนื้อหา/ รายละเอียดไปไหม อาจไม่ตรงทีเดียวนะคะ กับเขียนยาว เพราะบันทึกไว้จำเองด้วย /// ผ่านไปจะ 4 เดือนแล้วก็ไม่จบ เขียนไม่ไหวแล้ววว // สปอยล์ทุกอย่างเหมือนเดิมมม




คนเขียน: 络缤

แนว: clan-building สร้างเผ่า, ระบบ, slow build, power couple 

ความสัมพันธ์: หัวหน้าเผ่า x ผู้ส่งสารจากพระเจ้า (?)

จำนวนตอน: 131

เปิดเรื่องขึ้นมา Yang Yi ที่ชอบเล่นเกมซิมแนวก่อสร้างจนชนะสร้างความเจริญและอารยธรรมสูงสุดให้กับเผ่าที่ตัวเองเล่น ถูกพระเจ้าส่งไปอยู่ในโลกยุคหิน โดยที่ก่อนจะไป พระเจ้าอนุญาตให้ใช้เงินที่มีอยู่ในเกมซื้อของสารพัดอยู่ในมิติเก็บของติดตัวไปด้วยได้ และดังนั้น เมื่อถูกจับส่งไปในยุคดึกดำบรรพ์ เจ้าตัวก็ยังสามารถใช้เครื่องมือและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ติดตัวไป เอาตัวรอดอยู่คนเดียวชายป่าได้

ในละแวกใกล้กัน มีกลุ่มคนที่ถูกเผ่าเดิมขับไล่ออกมาเร่ร่อนมาปักหลักอาศัยอยู่ใกล้ๆ ชายป่าที่ Yang Yi อยู่ และ Mao เด็กในเผ่าก็คอยแอบมองเจ้าตัวอยู่หลายวัน จนครั้งสุดท้ายก็เลยเอาเนื้อกระต่ายที่เพิ่งล่ามาทำอาหารแบ่งให้เด็กไป และเมื่อกินเสร็จแล้ว และเด็กยังจ้อง Yang Yi อยู่ ก็เลยเอาเนื้อกระต่ายส่วนที่เหลือ และผ้าห่มขนแกะให้เด็กไป ซึ่ง Mao ก็ดีใจรีบเอาของกลับไปที่เผ่า และทั้งเนื้อกระต่ายและผ้าห่มก็ถูกแบ่งปันให้ทุกคนในกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กเล็ก คนพิการ และอ่อนแอ 

หลังจากนั้น ตามที่ Mao เล่า ทุกคนในกลุ่มก็ลงความเห็นว่าทั้งเครื่องแต่งกาย และอุปกรณ์เครื่องมือแปลกประหลาดเช่นนี้ คนที่เจอไม่น่าจะเป็นมนุษย์ แต่ว่าน่าจะเป็นเทพเจ้า และทั้งกลุ่มก็เชื่อว่าเทพเจ้าน่าจะได้ยินคำวิงวอนของพวกตัวเอง และมาช่วยเหลือกลุ่มคนที่ถูกเผ่าทอดทิ้ง และก็ตัดสินใจเดินทางไปหา Yang Yi เพื่อขอติดตามอยู่ด้วย 

ซึ่งอันที่จริง ระหว่างที่ Mao และคนในกลุ่มกำลังพูดคุยกัน ตัว Yang Yi ก็เอากล้องส่องทางไกลคอยดูพฤติกรรมทั้งกลุ่มอยู่ เพราะอยากรู้ว่าถ้าได้เนื้อกระต่ายและผ้าห่มขนแกะมาจะแล้ว ในกลุ่มจะใช้ทรัพยากรที่ได้มาอย่างไร เพราะโดยปกติแล้ว ความเป็นไปได้ก็คือเอาของที่มีอยู่น้อยให้คนที่แข็งแรงกว่าเท่านั้น แต่กลุ่มนี้กลับแบ่งปันของให้ทุกคน โดยเฉพาะคนที่อ่อนแอ ซึ่งหลักการแบบนี้ก็ตรงกับใจของ Yang Yi พอดี

เพราะจริงๆ แล้วเจ้าตัวรู้ว่าตัวเองมีเครื่องมือเครื่องใช้จิปาถะทั้งหลายอยู่กับตัวมากก็จริง แต่การจะเอาตัวรอดอยู่คนเดียวในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ก็เป็นไปได้ยาก ตัวเองมีทางเลือกคือไปอยู่กับเผ่าที่เจริญและแข็งแกร่ง แต่นั่นก็ไม่มีหลักประกันอะไรให้เอาตัวรอดได้ และยิ่งเมื่อตัวเองอ่อนแอ ก็มีโอกาสที่จะถูกแย่งชิงของทั้งหมดไปได้สูง และตัวเลือกที่สองก็คือกลุ่มคนอ่อนแอที่ถูกขับไล่ออกมา เพราะว่ามีโอกาสที่จะได้รับการนับถือและกลายเป็นหัวหน้าได้ง่าย .... ตรงกับเงื่อนไขที่จะอยู่รอดไปได้ และเมื่อสร้างเมืองจนมีพลเมืองหนึ่งล้านคน และหาของที่มีมูลค่าเท่าเทียมกับที่ซื้อมาจากเกมสำเร็จก็จะได้กลับไปโลกปัจจุบันอีกครั้ง

เมื่อทั้งเผ่าเดินทางมาหา Yang Yi เจ้าตัวพยายามที่จะปฎิเสธไม่ยอมรับคำเรียกพระเจ้าจากกลุ่มคนที่รายล้อม ... เพราะรู้ว่าตัวเองทำไม่ได้ทุกอย่าง และถ้าคนเหล่านี้มองว่า “พระเจ้า” ที่ตัวเองเลื่อมใสไร้ความสามารถแล้ว ความผิดหวังและไม่พอใจก็จะตามมา  

และระหว่างนั้น นักรบในเผ่าอย่าง Jing ที่บาดเจ็บกำลังจะตาย และ Yang Yi ก็ได้ใช้ยาและเครื่องมือแพทย์ที่มีช่วยเหลือรักษาให้ และแม้ตัว Yang Yi จะพร่ำบอกว่าตัวเองไม่ใช่เทพเจ้าแต่จากการรักษาคนที่กำลังจะตายไว้ได้ ก็ยิ่งทำให้ได้รับความเคารพจากทั้งกลุ่มมากกว่าเดิม ...  และระหว่างนี้ เจ้าตัวก็พบว่าคนเหล่านี้มีร่างกายที่แข็งแกร่งแข็งแรง รวมถึงความสามารถฟื้นตัวและความฉลาดเกินกว่าที่ตัวเองเข้าใจมาก แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีปัญหาในการใช้ภาษาสื่อสารกันก็ตาม

และวันต่อมาเมื่อรักษาคนที่บาดเจ็บที่เหลือในเผ่าเสร็จ สายตาคนในเผ่าที่จับจ้องอยู่ที่พลั่วอเนกประสงค์ขนาดเล็กที่ห้อยอยู่ข้างเอว Yang Yi และเมื่อยื่นให้กลุ่มคนเหล่านี้ไปแล้ว สุดท้าย Kun ก็ขออนุญาตลอง และลงเอยด้วยการใช้พลั่วโค่นต้นไม้ใหญ่ทั้งต้นได้ พิสูจน์ความแข็งแรงของคนเหล่านี้อีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่คนอื่นจะมาต่อแถวขอลอง .. และทุกคนก็มีความหวังว่าด้วยอาวุธเช่นนี้ติดตัว ความฝันที่จะล่าสัตว์ในป่าได้ก็จะเป็นเรื่องง่ายดาย 

และเมื่อ Yang Yi สื่อสารบอกคนในกลุ่มว่าตัวเองออกมาจากที่ที่ตัวเองเคยอยู่ และกำลังโดดเดี่ยว ในสายตาของคนในกลุ่มก็คือไม่มีเผ่าอยู่ และทั้งหมดก็เลือกที่จะติดตาม Yang Yi ให้อีกคนเป็นหัวหน้ากลุ่มไป โดยที่ Yang Yi ตัดสินใจตั้งชื่อกลุ่ม หรือก็คือก็ชื่อเผ่าก่อน ด้วยชื่อ Xinghua หรือ Spark ในความหมายที่ว่าแต่ละคนอ่อนแอไม่เก่งกล้าอะไรแต่พอมารวมกันก็เป็นประกายไฟและลูกไฟใหญ่ที่จะเผาทั้งทุ่งได้ ชอบที่บอกว่าควรจะมีชื่อเผ่านะ แล้วคนอื่นก็ค้างไป เพราะคิดแต่ว่าเป็นพวกที่ถูกเผ่าตัวเองไล่ออกมา ก่อนจะตื่นเต้น/ตื้นตัน ว่าพวกตัวไม่ใช่ outcasts กันแล้วนะ 

“We are the Spark. Everyone looks very weak, but we can ignite the entire wasteland.”

และในที่สุด จากการประนีประนอมของทั้งสองฝ่าย ในเผ่าก็ไม่เรียก Yang Yi ว่าเทพเจ้าอีก แต่เรียกว่าผู้ส่งสารจากพระเจ้าแทน กับเมื่อกลายเป็นหัวหน้าแล้ว ตัว Yang Yi ก็หยิบเอาของในมิติมาเพื่อทั้งซื้อใจและเพื่อพัฒนาคนในเผ่าตัวเองไม่ยั้งเหมือนกัน .. เริ่มตั้งแต่น้ำตาลกรวดที่ราคาถูกแสนถูก กระปุกละหกหยวน แต่กลายเป็นสุดยอดของมัดใจคนในเผ่าในยุคที่รสหวานเป็นของหายากและขาดแคลน

เอาจริง เรื่องนี้ก็เป็นสายสร้างเมืองล้วนๆ และที่น่ารักมากก็คือทุกคนคิดบวกและพยายามทำเพื่อเผ่าทุกอย่างทุกทาง ภูมิใจกับเผ่ามากนั่นแหละ เริ่มต้นจากที่ปลื้มใจตื้นตันมากว่ามีชื่อเผ่าแล้ว กลายเป็นเผ่าสมบูรณ์แบบ จากที่เดิมเป็นแค่คนที่ถูกเผ่าเดิมขับไล่ออกมา อย่างที่วันต่อมา พอมีถังอลูมิเนียม ทุกคนก็แข่งกันตื่นเช้าเพื่อที่จะเป็นไปคนตักน้ำด้วยถัง และพบว่าถึงแม้จะตื่นเช้าขนาดไหน ก็มีคนที่ตื่นเร็วกว่า และออกเดินทางไปตักน้ำก่อนหน้าตัวเองแล้ว และเพราะเผ่านี้สุดแสนจะขาดแคลน ตัว Yang Yi ก็เร่งสร้างของให้กับคนในเผ่าเต็มที่ พอบอกว่าอยากได้ถังไปเก็บของป่า เจ้าตัวก็คิดให้ช่วยกันสานตระกร้าเพื่อจะได้เอาไปใส่ผลไม้ที่เจอ และก็น่ารักที่คนอ่อนแอที่ออกไปล่าสัตว์ หาของป่า หรือตักน้ำไม่ได้ก็พร้อมใจกันช่วยกันสานตระกร้าระหว่างวัน และพวกคนที่ไปล่าสัตว์ แม้จะเป็นคนธรรมดาไม่ใช่นักรบก็ฮึกเหิมพร้อมล่าเต็มที่เพราะมีอาวุธจากท่านผู้ส่งสารไปด้วย

ระหว่างนี้ ก็ต้องเร่งหาที่อยู่ใหม่เหมือนกัน เพราะอยู่ติดป่าเช่นนี้ จำนวนคนที่น้อย และสภาพอากาศที่แตกต่างกันในเวลากลางวันและกลางคืนก็เป็นเรื่องอันตราย เมื่อเดินทางไปสำรวจทุ่งหญ้า แม้จะไม่มีแหล่งน้ำ แต่ว่าในกลุ่มก็ช่วยกันขุดบ่อจากคำแนะนำของ Yang Yi และเมื่อแน่ใจว่าน้ำที่ได้คุณภาพและรสชาติดี ทั้งกลุ่มที่เดินทางมาสำรวจก็ตัดสินใจว่าจะลงหลักสร้างเผ่าที่นี้กัน 

เริ่มด้วยการถางหญ้าเพื่อให้ได้ที่โล่ง และท่านผู้ส่งสารผู้มีสภาพร่างกายอ่อนแอกว่าคนในเผ่าก็ถูกไล่ให้ยืนดูเฉยๆ เพราะทุกคนไม่อยากให้ท่านผู้ส่งสารทำงานหนัก และเจ้าตัวก็ต้องยอมรับสภาพเพราะทำงานด้วยกันตัวเองไปถ่วงมากกว่าจะไปช่วยงาน ทั้งเจ็บตัว ทั้งเชื่องช้า แล้วเลยหันไปพยายามปลูกผักแทน

วันต่อมาเมื่อคนทั้งหมดในเผ่าย้ายมาแล้วก็เริ่มต้นด้วยพิธีกรรมบูชาเทพเจ้าและเฉลิมฉลอง ตามมาด้วยการพยายามสร้างบ้านจากไม้และหญ้าที่มี สร้างบ้านก็น่าตื่นเต้นแล้ว โดยเฉพาะเมื่อคนในยุคหินเหล่านี้มักจะอาศัยอยู่ในถ้ำเป็นหลัก แต่ Yang Yi ก็ทำให้ทุกคนตื่นเต้นกว่าเดิม เพราะออกปากว่าจะสร้างเครื่องปั้นดินเผาและบ้านดินขึ้นมาด้วย โดยเฉพาะเมื่อตอนนี้ภาชนะใส่อาหารกำลังขาดแคลน ... และเหล่าคนที่ตื่นเต้นในเผ่าก็พร้อมกันช่วยกันขุดดินและปั้นเครื่องปั้นอย่างกระตือรือล้น อลหม่านแต่ก็สนุกสนานกัน

ตามมาด้วยการสร้างห้องน้ำ ... ซึ่งถึงแม้คนที่ช่วยขุดช่วยสร้างจะไม่เข้าใจ แต่เมื่อเป็นความประสงค์ของท่านผู้ส่งสาร ทุกคนก็ต่างชื่นชมบูชาที่ท่านผู้ส่งสารคิดสิ่งที่แตกต่างออกมาได้ และ Mao สาวกผู้ภักดีหมายเลขหนึ่งของ Yang Yi ผู้ติดตาม Yang Yiไปทุกที่ก็กลายเป็นคนโฆษณาและแจ้งข่าวห้องน้ำให้ทุกคนรู้และทำตามเอง

และเย็นวันนั้น เพื่อจะเฉลิมฉลอง Yang Yi ก็เอาผงพริก และเครื่องปรุงทั้งหลายออกมาจากมิติ และหมักเนื้อทำบาร์บีคิวกินกับทุกคน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าของอร่อยที่ไม่เคยรู้จักตกคนในเผ่าตั้งแต่ได้กลิ่นก่อนได้กินไปนานแล้ว ... กับน่ารักมากที่ว่าพอห่วงว่าในเผ่าไม่เคยรู้จักพริกจะกินพริกไม่ได้ แต่ทุกคนก็กินไม่ยั้ง ... แถมพอบอกว่าของอร่อยอย่างพริกปลูกได้ ทุกคนก็ตื่นเต้นกับแนวคิดปลูกของไว้กินในพื้นที่เผ่าได้อีก เพราะเดิมที มีแค่การล่าสัตว์กับการหาของป่า ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ต้องออกเดินทางไปไกล และเสี่ยงภัยทั้งสิ้น 

และตอนนี้ก็กลายเป็นว่า มีสิ่งที่จะทำมหาศาล แต่ว่าจำนวนคนไม่พอ ทั้งเผ่ามีคนอยู่แค่ 118 คน และก็มีแค่ 37 คนที่เป็นคนหนุ่มสาวแข็งแรง ที่เหลือ ก็คือเด็ก คนอ่อนแอ และคนพิการ

ต้องตัดไม้มาสร้างบ้าน และก็ขนย้ายลำบาก Yang Yi ก็เลยให้ช่วยกันสร้างรถเข็นมาขนไม้ โดยที่ Jing ที่ร่างกายเริ่มฟื้นตัวมาเป็นคนทำ และก็ทดสอบการให้งานโดยให้เด็กขึ้นมา ท่ามกลางเสียงกรี๊ดกร๊าดของเด็กๆ และอุทานอย่างตื่นเต้นของผู้ใหญ่ที่มามุง จบที่ให้ผู้ใหญ่ขึ้นไปอุ้มเด็กๆ ไว้ และคนยี่สิบคนอยู่บนรถเข็น

ระหว่างนี้ ชีวิตทุกคนในเผ่าก็ดำเนินไปด้วยดี ทุกวันทีมล่าล่าสัตว์ใหญ่มาได้ ทุกคนมีอาหารกินสมบูรณ์ โดยเฉพาะเมื่อ Yang Yi เอาเกลือออกมาใช้ปรุงอาหาร และพยายามปรับปรุงคุณภาพชีวิตคนในเผ่าไปทีละอย่าง

สิ่งหนึ่งที่น้ำตาร่วงได้ง่ายๆ ก็คือตอนที่สร้างขาเทียมให้คนในเผ่า เพราะว่าในสังคมล่าหาของป่า การที่เป็นคนพิการเดินไม่ได้แย่ยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น เพราะแม้กระทั่งเป็นเหยื่อเพื่อใช้วิ่งล่อสัตว์ก็ทำไม่ได้ และ Yang Yi ก็คิดสร้างขาเทียมที่ข้างล่างเป็นจอบให้กับ Feng ที่ความดีใจของเจ้าตัวแสดงออกมาชัดมากว่าตอนนี้เดินได้แคล่วคล่องเหมือนคนปกติแล้ว ดีใจจนหน้าแดง ตาเป็นประกายแล้วก้าวที่สองก็เร็วขึ้นจนไปถึงวิ่ง ที่ตะโกนออกมาว่า มีขาแล้ว มีขาแล้วอีกครั้ง แล้วก็วิ่งไปทั่วเผ่า โดยที่มีเสียงหัวเราะมีความสุขของ Feng ดังไปทั่ว ... ร่างกายสมบูรณ์อีกแล้ว .... ทุกคนก็ดีใจตามไปและคนที่ใจอ่อนก็ร้องไห้ตาม น่ารักที่เจ้าตัวก็คึกทำงานในไร่อย่างแข็งขันและมีความสุขมากวันต่อๆ มา และก็ทำให้คนอื่นอิจฉาที่ไม่มีขาเป็นจอบอย่าง Feng บ้าง

ระหว่างที่ทุกอย่างกำลังลงดีด้วยดี ยามเฝ้าระวังก็ส่งเสียงเตือนภัยว่ามีกลุ่มคนกำลังเดินทางมาที่เผ่า และระหว่างที่ในเผ่ากำลังเคร่งเครียดว่าจะรับมืออย่างไร ก็เจอว่าผู้นำกลุ่มเป็นคนที่คุ้นเคย ซึ่งก็คือ Hei Hun นักรบระดับสี่ผู้เป็นที่เคารพนับถือ และเก่งกาจจนถึงขั้นว่าจะได้สืบทอดขึ้นเป็นผู้นำเผ่า Black Rock คนต่อไป และขณะที่คนในเผ่ากำลังตื่นเต้นดีใจ ตัวของ Yang Yi ก็ลำบากใจและเคร่งเครียด เพราะว่าได้ยินคนในเผ่าพูดถึงคนผู้นี้อย่างชื่นชมมาตลอด แต่ตอนนี้ตัวเองเป็นผู้นำเผ่าแล้ว ถ้าจะมีคนที่เป็นใหญ่อีกคนมา ตัวเองจะทำอย่างไรต่อไป

ขณะที่คนในเผ่ากำลังตื่นเต้นกับกลุ่มคนที่เดินทางมา เหล่าผู้มาใหม่ก็ตื่นเต้นกับสิ่งที่ตัวเองได้เจอเหมือนกัน .... โดยเฉพาะเมื่อระหว่างเดินทาง คิดถึงความเป็นไปได้ที่เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดกับสมาชิกในเผ่าตัวเองที่ถูกไล่ออกมาโดยที่ไม่มีคนปกป้อง และไม่มีอาหารหรือสิ่งยังชีพเพียงพอเสียด้วย และกลับมาเจอคนที่ถูกไล่ออกมาอยู่ในสภาพกินอิ่ม และสีหน้ามีรอยยิ้ม ไม่นับเครื่องมือและอุปกรณ์แปลกๆ กับบ้านทรงไม่คุ้นตา 

และ Hei Hun ที่ถูกแนะนำให้รู้จักกับท่านผู้ส่งสารก็รู้สึกถึงความแตกต่างของ Yang Yi ที่ดูแปลกแยกและไม่เข้ากับผู้คนโดยรอบเหมือนกัน .. และเมื่อสองคนคุยกัน Hei Hun ก็เอ่ยปากขึ้นมาเองเลยว่าตัวเองจะเป็นหัวหน้าเผ่า และคิดว่ามีความสามารถพอสำหรับตำแหน่งนี้ และเพื่อเป็นหลักประกันและแสดงออกถึงความจริงใจให้กับ Yang Yi ที่จะเป็นผู้ส่งสารจากพระเจ้าของเผ่า Hei Hun จะทำสัญญาร่วมเป็นร่วมตายและแบ่งชีวิตกับ Yang Yi

ถึงวันแต่งตั้งหัวหน้าเผ่าตามธรรมเนียมของเผ่าเดิมที่คนที่จะขึ้นเป็นหัวหน้าเผ่าจะต้องสู้กับเหล่านักรบในเผ่าก่อน ในแง่ที่หัวหน้ารู้จักนักรบในเผ่าตัวเอง และให้นักรบในเผ่ารู้จุดอ่อนและข้อบกพร่องในการต่อสู้ของตัวเอง และเมื่อสู้ชนะทุกคนแล้วก็เดินไปคุกเข่าต่อหน้า Yang Yi และขอให้ได้รับใช้อีกฝ่าย พร้อมกับจะอยู่ใต้การปกครอง เพื่อเป็นการย้ำตัวตนและสถานะของผู้ส่งสารจากพระเจ้าในเผ่า และเมื่อทำสัญญากันเสร็จ Yang Yi ก็รู้สึกผ่อนคลายจากสภาพกดดันเอาตัวรอดในยุคและสภาพแวดล้อมที่ตัวเองไม่คุ้นเคยและก็หลับไป 

หลับไปสามวัน และเมื่อตื่นมาก็ทำหม้อไฟกิน เป็นที่ตื่นเต้นของทุกคนในเผ่า แต่เพราะว่าหม้อเล็กเกินไป ก็เลยมีแค่เด็กๆ ที่ได้ชิม ... แต่ทุกคนก็ได้เห็นท่านผู้ส่งสารใช้แท่งไม้เล็กๆ 2 ชิ้น (ตะเกียบ) ในการกินอาหาร จากที่เห็นใช้ช้อนตักมาตลอด และการริเริ่มใช้ตะเกียบคีบอาหารจากที่เคยใช้มือหยิบก็เกิดขึ้น

หลังจากนั้นมันก็คือการสร้างความรุ่งเรืองและความเจริญไร้ที่เทียมทามของเผ่า Xinghua ที่ทำให้เผ่าอื่นมาซูฮกจนไปถึงทวีปตะวันตก แม้ว่าคนเหล่านี้แสนจะดูถูกทวีปตะวันออก และคิดว่าตัวเองเจิรญกว่าและมีอารยธรรมดีกว่า แต่พอมาเจอเผ่านี้ก็กลายเป็นล้าหลังและไร้ความเจริญได้ และที่ขำมากก็คือเผ่าเพื่อนบ้านผู้แสนจะร่ำรวยจากการค้าเกลือที่อยู่ข้างกัน เพราะว่าเผ่านี้มีเงินเหลือเฟือ และต้องการความสบายทุกอย่างที่เผ่า Xinghua ผลิตออกมาก็จะถูกเผ่า Green Serpent กวาดซื้อไปอย่างบ้าคลั่ง ถึงขั้นที่ว่าของแพงไม่เป็นไร คิดราคาสุดโหดก็ไม่เป็นไร ขอให้เผ่าฉันได้ของก่อนใคร และได้ในปริมาณเยอะที่สุดด้วยเหมือนกัน เป็นลูกค้าในฝันจริง  

ค้างไว้มาจะสามปีแล้ว แต่ช่วงนี้ติดอยู่โลกยุคหินกับสร้างเผ่าก็เลยกลับมาเปิดล่ะ ชอบที่บรรยายลงรายละเอียดเยอะดี และก็เป็นความรู้สึกบวก กับชอบที่ตัวเอก strategic mind มาก และพออยู่กับ Hei Hun สองคนก็ช่วยกันคิด ช่วนกันหาทางพัฒนา-แก้ไข-จัดการเผ่าขึ้นมาเรื่อยๆ ในบรรดาเรื่องสร้างเผ่ายุคหินเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องที่ชอบที่สุด แล้วก็ขึ้นอับดับหนึ่งในแนวนี้ไปเลย ให้ A++ ไม่มีตอนไหนไม่สนุกเลย อ่านแบบอินทุกตอน 

ปล.

1. น่ารักที่ทุกคนหาความถนัดตัวเองจนเจอ แล้วเห็นค่าตัวเอง สนุกกับการทำสิ่งที่ตัวเองเชี่ยวชาญจริงๆ อย่างมีเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักในเผ่า พอครั้งแรกที่ต้องทำแผลก็เข้ามาช่วยเพราะฝีมือเย็บตัวเองดี สุดท้ายแล้วก็เจอว่าตัวเองชอบวิชาแพทย์ แล้วก็กลายเป็นหัวหน้าหมอของเผ่า เด็กอีกคนร่างกายอ่อนแอ แต่ว่าสมองจดจำดี พอมาเรียนหนังสือกับท่านผู้ส่งสารก็กลายเป็นเลขา และเก็บข้อมูลให้กับคนในเผ่าไป 

กับที่สุดโต่งมากๆ ก็คือ Tang คนที่ชอบขุดดินมากๆ พอได้พลั่วมาก็ค้นพบว่าเป็นสิ่งที่ตัวเองทำได้และชอบ ทุกครั้งที่ถือพลั่วในมือก็เหมือนเป็นพระเจ้า จะให้ขุดไปถึงสุดโลกก็ทำได้ ความสามารถขุดดินเต็มที่ถึงขนาดนักรบที่กำลังมากกว่ามาเทียบก็ยังแพ้ราบคาบ กับอีกคนชอบน้ำตาลกรดราคากระปุกละ 6 หยวนที่ท่านผู้ส่งสารเคยให้กินตอนแรกมาก และก็ตั้งเป้าหมายชีวิตตัวเองว่าอยากผลิตน้ำตาลให้ได้แบบนั้นบ้าง จนพออ่านหนังสือออก ก็เอาหนังสือวิธีการทำลูกกวาดไปดู ซึ่งสุดท้ายก็กลายเป็นว่าศึกษาหาทางจนสามารถผลิตน้ำตาลได้ใสกว่า และบริสุทธิ์กว่าของเดิมด้วยซ้ำ และก็ได้น้ำตาลกรดที่เป็นหนึ่งในสินค้าฟุ่มเฟือยที่ขายได้กำไรดีมากให้เผ่าเหมือนกัน 

2. ที่ชอบมากๆ ก็คือในของที่ซื้อมา มีไข่สัตว์ต่างๆ อยู่ด้วย พอได้ห่านมาก็เกิดมีห่านตัวที่แข็งแรงมาก และรู้ภาษามากกจนถึงขั้นที่คนดูแล (และทุกคน) เรียกว่า Goose King และกลายเป็นเจ้าถิ่นในฟาร์มสัตว์ปีกไป แข็งแกร่งถึงที่ตั้งหน่วยห่านลาดตะเวนล่าสัตว์ที่คิดมากินสัตว์ปีกด้วยซ้ำ และภายหลังก็มีบทบาทมากถึงขึ้นที่เวลาประชุมผู้นำกัน Goose King ก็ต้องเข้าร่วมประชุมด้วย ... และพอมีการวาดรูปท่าน Goose King ไปไว้ที่ฟาร์ม Goose King ก็จะพาลูกน้องห่านมาเดินชื่นชมวันละหลายรอบ 

3. กับ Xiaobai ลูกห่านจิ๋วที่ Goose King ให้ Yang Yi มาเลี้ยง (หลังเจ้าตัวถูกคนดูแลสัตว์ในฟาร์มขอพบเพราะว่า Goose King อยากเจอ) ตัวเล็กน่ารักแต่ว่าพละกำลังทำลายล้างสูงมาก ถึงขั้นที่หลังๆ อยู่ด้วยกัน ก็ทำหน้าที่เป็นคนอารักขาได้อีกอย่าง และก็ไม่ยอมขยายขนาดในตอนแรกเพราะรู้สึกว่าตัวเองอยู่แบบนี้น่ารักกว่า 

4. สัตว์ทุกอย่างมาอยู่โลกนี้กลายพันธุ์หมด ห่านก็มีขนาดเท่านกกระจอกเทศ ส่วนนกกระจอกเทศก็มีขนาดเป็นม้า ถึงขั้นที่กลายเป็นพาหนะของเหล่านักรบและผู้นำระดับสูงไป และ Xiaohei ผู้ถูกเทรนโดย Xiaobai ก็กลายเป็นพาหนะของท่านผู้ส่งสารไปเหมือนกัน สัตว์สองอย่างรู้ความและมีบทบาทถึงขั้นที่ว่าลุกขึ้นมาเจรจาว่าไม่ให้พวกตัวเองถูกใช้แบบเป็นอาหารแลกกับการทำงาน

5. แต่ตอนนี้เอาจระเข้ออกมาแล้ว กลายเป็นสัตว์เฝ้าคูเมือง ถึงจะตัวจิ๋ว แต่ก็โหดมากเซม..ไม่มีสัตว์ไม่กลายพันธุ์ที่นี่เลยสินะ

6. น่ารักที่พอมีคนมาใหม่ในเผ่าก็พยายามเลี้ยงดีๆ ด้วยเนื้อสัตว์ แต่คนที่มาใหม่บอกว่าพวกมีพลังสัตว์กินพืชไม่ได้อยากได้เนื้อนะ ที่ได้มาต้องเอาไปแลกด้วยซ้ำ อยากได้ผักแทน เพราะแครอทกับแรดิชของเผ่าอร่อยมาก ขนาดกินดิบๆ ก็ยังอร่อย ที่ผ่านมากลุ้มใจมากไม่อยากได้เนื้อเลย

7. ชอบความสำคัญระหว่าง Yang Yi และ Hei Hun ที่เป็นคู่คิดคู่หูมาก อยู่ด้วยกันอะไรก็แก้ไขให้ลงตัวได้ และก็น่ารักที่ Hei Hun คอยดูแล Yang Yi เงียบๆ ถึงขั้นที่คอยทำอาหาร คอยนวดด้วยเหมือนกัน แล้วก็เอาใจใส่หลายอย่าง ถึงขั้นที่ให้ในเผ่ารีบผลิตกระจกใสมาให้ Yang Yi ก่อนหน้าหนาวจะมา จะได้ให้อีกคนไม่ต้องอยู่อย่างอุดอู้ เรียบเรื่อยอยู่ด้วยกัน และน่ารักที่หลงรักอีกคนเงียบๆ ใช้การกระทำบอกความรู้สึกตัวเอง และกว่า Yang Yi จะเข้าใจก็ใช้เวลานานมาก ตอนที่ตอนกลับมาโลกปัจจุบันแล้วกอด Yang Yi บอกว่า เจอแล้ว ก็น่ารักมากๆ  .... น่ารักมากๆ ที่ Hei Hun มีประโยคติดปากว่าฟัง Yang Yi ด้วย

Before Yang Yi could react, he was imprisoned in the arms of a tall and strong man, making him unable to struggle, and the familiar aura made Yang Yi froze in place.

A familiar voice rang in his ears.

"I'm here, I found you."

"I will be with you like a shadow, even if it disappears occasionally, it will always appear again."

Yang Yi smiled and grabbed Hei Hun's hand: "I will stand in the place of light and wait for the shadow to appear."

เค้าก็รักของเค้ากันเนาะ 


Tuesday, 11 January 2022

在星际做美食直播爆红了// I Got Famous Making Cooking Livestreams In Space

//ไม่มีอะไรมาก แค่บ้าแมวไปด้วยกัน// 


คนเขียน: 烦烦不烦
แนว: โลกอนาคต, Livestream, ทำอาหาร, ระบบ, ความสามารถพิเศษ, แปลงร่าง
ความสัมพันธ์: ท่านจอมพล/แมว (?) X สตรีมเมอร์ /คนเลี้ยงแมว (?)
จำนวนตอน: 87+4
ปี: 2020

Lin Ning สลับร่างมาอยู่ในร่างของไอดอลชื่อเดียวกันที่เป็นที่รังเกียจของสังคม โดยที่ฟื้นมาอยู่ในโรงพยาบาลหลังเจ้าของร่างเดิมพยายามฆ่าตัวตาย และเมื่อออกจากโรงพยาบาลก็เป็นเวลาเดียวกับที่ท่านจอมพลวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่กำลังถูกส่งตัวมารักษาตัว
  
เจ้าตัวเป็นลูกชายเชฟใหญ่ที่มีชื่อเสียงในโลกปัจจุบัน และก็สืบทอดวิชาการทำอาหารมาด้วย และดังนั้น เมื่อมีระบบที่ส่งเสริมการทำอาหารอยู่กับตัว ที่จะต้องเก็บค่าความศรัทธาจากคนในโลก Lin Ning ก็เลยคิดว่าจะสตรีมการทำอาหารหาเลี้ยงชีพตัวเองต่อไป ซึ่งก็เป็นโลกอนาคตที่ไม่มีการทำอาหารแล้ว และทุกคนดำรงชีพด้วยอาหารเหลวแบบหลอดแทน เมื่อเริ่มต้นลงทะเบียนในชื่อ “Lemon Kitchen” แล้ว Lin Ning ก็กลายเป็นสตรีมเมอร์คนแรกและคนเดียวในหมวดหมู่อาหารและเครื่องดื่มของบริษัท Shine Livestreams โดยการใช้วัตถุดิบและเครื่องปรุงจากระบบ

และการสตรีมทำอาหารครั้งแรกก็ประสบความสำเร็จด้วยดีด้วยปลานึ่ง กลายเป็นที่นิยมของเหล่าคนดู และเย็นต่อมาที่ออกไปสำรวจพื้นที่รอบบ้าน และเขตที่ตัวเองอาศัยก็เจอกับแมวไซบีเรียนฟอเรสขนฟูตัวโตบาดเจ็บนอนอยู่ที่ถนน ขณะพยายามเข้าหาตัวแมว เพื่อดูอาการ และจะไปโรงพยาบาล แมวก็วิ่งหนีไป และตอนกลางคืน ระหว่างที่เอาปลานึ่งของเมื่อวานมาเก็บข้อมูลชิมอาหารในสตรีมแล้วเหนื่อยจนลืมเก็บเข้าตู้เย็น กลิ่นของปลาก็โชยลอยจากหน้าต่างที่เปิดไว้ลงไปถึงชั้นล่าง ไปถึงแมวที่ทนไม่ไหวจนต้องวิ่งขึ้นมาดู

และแมวแปลกปลอมก็แอบเข้าอยู่ในห้องนั่งเล่น ถึงตอนเช้าที่ Lin Ning ตื่นขึ้นมาโดยไม่ได้รู้เลยว่าหน้าต่างที่เปิดไว้มีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามาแล้ว จนกระทั่งได้ยินเสียง “เมี้ยว” จากแมวที่แกว่งหางอย่างเย่อหยิ่ง ก่อนจะเอาหางมาพาดไว้ที่ขาหน้า แล้วกระพริบตามอง Lin Ning ... ซึ่งก็คือว่า Lin Ning ถูกความน่ารักของแมวกระแทกหน้าเข้าเต็มๆ โดยเฉพาะเมื่อตัวเองเป็นคนบ้าแมว แต่ว่าพ่อที่เป็นเชฟใหญ่เกลียดสัตว์มีขน ก็เลยไม่ยอมให้เลี้ยงแมวหรือสัตว์เลี้ยงใดๆ ทุกประเภท

ก็เลยพาแมวมาทำแผล และก็ใช้พลังตัวเองรักษาแมวด้วย ซึ่งก่อนหน้านอกจากเซ็ทเครื่องครัวผู้เริ่มต้น ระบบก็ใจดีให้พลังต้นไม้กับ Lin Ning ด้วย โดยที่อธิบายว่าเป็นพลังที่หายาก และคนส่วนใหญ่ก็มีพลังสัตว์ ในระดับมากน้อยต่างกัน โดยที่อาจจะใช้ความสามารถแบบสัตว์ได้ และก็อาจมีหูหรือหางออกมา และพวกที่มีพลังระดับสูงชั้นเอสก็เป็นแค่หยิบมือเดียวที่แปลงร่างเป็นสัตว์ได้ ... และก็แน่ใจได้ว่า Lin Ning ฟังไม่หมด จบแค่มีพลังต้นไม้ และก็ไม่ได้รู้เลยว่าแมวที่อยู่ตรงหน้าตัวเองที่จริงแล้วเป็นคน

และเพราะแมวที่กำลังตกใจ กับการค้นพบผู้มีพลังสายพืชก็หมกมุ่นอยู่กับความตกใจและการค้นพบตัวเอง ไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามือของ Lin Ning กำลังจับขนตัวเองแล้วว และการสัมผัสกับขนแมวที่ให้ความรู้สึกดีสุดๆ ก็ทำให้เจ้าตัวออกปากให้แมวมาอยู่ด้วยกันกับตัวเอง โดยที่แมวก็กำลังคำนวนว่าถ้าอยู่ด้วยกันได้กินอาหารบนโต๊ะ ที่แมวคิดไปแล้วว่าเป็นของตัวเองทั้งหมด ก็จะยอมอยู่ด้วยชั่วคราว

แล้วก็ถึงเวลาสตรีมทำอาหารของวันนี้ ซึ่งก็น่ารักที่ก่อนหน้าไปไหน แมวก็เดินตามไปด้วย และมีความอยากรู้อยากเห็นถึงขั้นที่เริ่มน่าอึดอัดใจ แต่พอเริ่มทำอาหาร แมวก็อยู่นิ่งๆ แล้วนั่งดู Lin Ning ทำฮะเก๋ากุ้งอย่างตั้งใจตาแป๋วพร้อมแกว่งหางเป็นจังหวะ โดยที่เชื่อว่าอาหารที่ทำเป็นของตัวเอง ... และไม่สนใจเลยว่าอาหารแมวที่ทำหลังจากนั้นต่างหากที่ส่วนของตัวเอง

หลังจากนั้น แมวก็ไม่ยอมกินอาหารแมว พยายามแย่งฮะเก๋ากุ้ง จนถึงขึ้นทำสงครามจ้องตากัน ในที่สุดคนก็ใจอ่อนยอมแพ้ไป โดยที่บอกว่าจะแบ่งฮะเก๋ากุ้งให้แมว แต่ให้แมวกินอาหารแมวด้วย เพราะแมวกินอาหารแบบคนไม่ได้ พูดเสียงอ่อนโยน ยิ้มหวานให้แมว ประเหลาะเอาใจแมวจนแมวอดคิดไม่ได้ว่าจะมีคนที่ไหนซื่อแบบนี้ พาสัตว์แปลกหน้าเข้ามาในบ้านไม่พอ ยังจะยิ้มโง่งมให้อีก เกิดแมวที่เข้ามาเป็นแมวไม่ดีจะทำอย่างไร
  
แมวเคี้ยวฮะเก๋ากุ้งเปลือกบางใสแจ๋วจนเห็นตัวกุ้งผสมหมูไปแล้ว อร่อยจนหมดส่วนของตัวเองอย่างรวดเร็ว ยังกินไม่พอ แต่จะไปทำท่าน่ารักน่าเอ็นดูเพื่ออ้อนขอเพิ่มก็ทำร้ายศักดิ์ศรีตัวเองเกินไป ก็เลยยอมไปกินอาหารแมวตัวเองอย่างผิดหวังต่อ รู้ว่าอาหารแมวควรจะจืด รู้ว่า Lin Ning ตั้งใจทำ แต่ว่าตัวเองเป็นคนนะ!! ถึงจะอยู่ในร่างแมวก็เถอะ!!

อย่างไรก็ตาม การอยู่ร่วมกันอย่างราบรื่นของหนึ่งคนหนึ่งแมวก็เกิดขึ้น แต่ถึงจะปรับปรุงสูตรอาหารแมวอย่างไร แมวก็ไม่พอใจเสียที แถมถ้าให้กินอาหารแมวก็ไม่ยอมให้จับตัวเลย ต่างจากตอนที่กินอาหารคนที่ตาจะเป็นประกาย แถมยอมให้ลูบตัวอีก
  
คนก็อดคิดไม่ได้ว่าแมวตัวเองเหมือนถูกเลี้ยงมาจากกองทัพ นั่งหลังตรง จริงจังจนดูดุดันอยู่เสมอ แถมแรกๆ แมวก็ไม่ยอมให้จับตัวหรือให้กอด เพราะทำลายภาพลักษณ์อันแสนยิ่งใหญ่ตัวเอง แต่พอรู้ว่าถ้าสัมผัสตัวแล้วพลังรักษาจาก Lin Ning ช่วยกระบวนการรักษาตัวเองได้ก็เลยเริ่มยอมให้กอด อยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ Lin Ning ก็คิดตั้งชื่อให้แมว เรียกว่า Xizai ซึ่งแน่นอนว่าแมวไม่ยอม แต่ว่าสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ประท้วงไม่สำเร็จ จนได้ชื่อนี้ไป

จนในที่สุดปรึกษาระบบแล้วว่าแมวกินอาหารคนได้ ก็เลยต้องยอมให้กินอาหารแบบที่ตัวเองกิน ... โดยที่เลี้ยงแมวโอ๋แมวมีความสุขมาก ถึงขั้นที่พยายามหลอกล่อแมวเพื่อจะได้ถ่ายรูปแมวได้เป็นระยะๆ

ย้ำว่าระบบรู้ และทุกคนรู้ว่า Xizai เป็นคน แต่ว่า Lin Ning คนเดียวที่ไม่รู้ และปลื้มมากว่าแมวตัวเองทั้งแสนรู้ทั้งฉลาดมากต่อไป

จนกระทั่งวันหนึ่งที่ Xizai หายไป ซึ่งปกติถ้าออกไปข้างนอกก็จะเอาตุ๊กตาปลาของเล่นมาวางไว้ที่หน้าประตูบอกคนเลี้ยง และไม่เคยกลับมาช้าเลยเวลากินข้าวเลย แต่วันนี้พอทำอาหารเย็นเสร็จ คิดว่าแมวจะกลับมาก็ไม่เจอ ก็เลยไปออกตามหา โดยที่อากาศหนาวจริง แต่ด้วยความห่วงแมว ก็รีบออกไป โดยที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอบอุ่นพอ และในช่วงที่เริ่มปวดหัวและเหนื่อยอ่อนจากการอยู่ข้างนอกที่หนาวเหน็บกับการตามหาแมวอยู่นานก็เจอ Li Chengyan ที่กำลังคุยกับคนสนิทอยู่พอดี และระหว่างที่เดินสวนกัน Li Chengyan ที่เห็นอีกคนไม่สนใจตัวเอง ก็จับตัวอีกฝ่ายไว้ ด้วยความที่ Lin Ning เริ่มเจ็บคอ อีกฝ่ายก็พาไปหาหมอที่โรงพยาบาล และระหว่างอยู่ด้วยกันในรถ รู้ว่า Lin Ning ออกมาตามหาแมว ก็ถามกลับว่าแมวสำคัญกับตัว Lin Ning มากเลยเหรอ พอได้คำตอบว่าแมวก็คือสมาชิกในครอบครัวก็ดูพอใจ ก่อนที่ Lin Ning จะหลับไปในรถ

และเมื่อตื่นมาก็พบว่า Xizai กลับมาแล้ว กำลังนอนอยู่ในบ้านแมวตัวเอง

และต่อมาก็เจอคนสนิทของ Li Chengyan มาบอกว่าจริงๆ แล้ว Xizai เป็นแมวของจอมพล Li Chengyan แต่ว่าไม่ได้คิดจะเอาแมวคืนไปอย่างที่ Lin Ning กลัว และก็จะมีช่วงที่ต้องยืมตัวแมวไป 2-3 วันแล้วจะเอามาคืน

ซึ่งถึงตอนนี้ก็แน่ชัดแล้วแมว Xizai กับจอมพล Li Chengyan เป็นคนเดียวกัน และทุกครั้งที่ยืมแมวไปก็เพราะว่าท่านจอมพลจะต้องออกไปประชุมและจัดการกับเอกสารที่มี ... ซึ่งทุกครั้งที่คนสนิทมารับแมวไป Lin Ning ก็จะเตรียมอาหารให้ทั้งแมว Xizai ทั้งท่านนายพล Li Chengyan และคนสนิท ก่อนจะอยู่ในบ้านคนเดียวอย่างหงอยๆ เพราะกลายเป็นว่าแมวเป็นสมาชิกครอบครัว เป็นตัวเดียวที่ใกล้ชิดตั้งแต่มาอยู่ที่โลกอนาคต ไม่มี Xizai อยู่ก็ไม่มีอะไรทำ กอด Xizai ไม่ได้ ถ่ายรูป Xizai ไม่ได้ เล่นกับ Xizai ไม่ได้ เหงาๆ เบื่อๆ หงอยๆ อยู่ที่บ้านคนเดียว

กว่าจะรู้ความจริงว่าตัว Xizai กับ Li Chengyan เป็นคนเดียวกันก็อีกนาน แต่ว่าความผูกพันที่สร้างมาตั้งแต่อยู่กับแมวก็ทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนรูปไปได้ง่ายขึ้น
.
.
.

ก็นั่นแหละค่ะ แนว livestream ทำอาหารไม่พอ พระเอกเป็นแมวไซบีเรียนฟอเรสด้วย สำหรับคนอ่านบ้าแมวสันนิษฐานว่าคำว่าแมวคำเดียวก็ผลทำใจละลายได้ ตอนบรรยายว่านั่งเอาขาหน้าชิดกันแล้วเอาหางมาพาดน่ารักมาก บรรยายว่าอุ้งเท้าเหมือนมังคุดปลอกเปลือกก็น่ารัก ตอนนี้อยากเลี้ยงไซบีเรียนฟอเรสไปแล้วว ลาก่อนนอวีเจี้ยนฟอเรสที่เคยอยากได้

โอยย ตอนเป็นแมวน่ารักมาก ช่วงแรกเป็นแมวหยิ่งแต่อยากกินอาหารที่ตัวเอกเลยทำพยายามอ้อนแบบแข็งๆ น่ารัก ช่วงแรกไม่ยอมให้อาบน้ำให้ แต่พอบอกว่าถ้าตัวสะอาดก็กินข้าวเย็นกันได้ ก็รีบไปเปิดก๊อกน้ำถูสบู่ฟอกอุ้งเท้าหลังจากออกไปเดินเล่นทันที คนเลี้ยงก็ใจละลายคิดในใจว่าน่ารักเชื่อฟังเหมือนเด็กเล็กที่เอาเก้าอี้ต่อขาแล้วปีนไปล้างมือ กับพอดึกๆ ก็แอบเข้ามาอาบน้ำเองในห้องน้ำเพราะกลัวว่าตัวเองสกปรกเหมือนกัน ที่สำคัญกว่านั้น เพราะรู้ว่าพลังต้นไม้รักษาตัวเองได้ ดึกๆ ก็แอบปีนมานอนบนเตียงกับ Lin Ning ได้จะได้พลังรักษาที่ตัวคนออกมา

มีอยู่วันที่สตรีมทำอาหารแล้วต้องหั่นหัวหอม คนดูก็น้ำตาไหล แมวก็ตาแดงน้ำตาไหลแล้วเอาอุ้งเท้าขยี้ตาเหมือนกัน พอรีบหยุดหั่นหอมไปดูว่าแมวถามว่าเป็นอะไร ให้หยุดเอาอุ้งเท้าขยี้ตา แมวก็แกว่งหางเมี้ยวจริงจังเพื่อบอกว่าตัวเองไม่เป็นไร ทั้งๆ ที่ตาแดงฉ่ำน่าสงสาร หรือว่าพอสตรีมอีกวันเป็นหม้อไฟ เรียกเพื่อนมาช่วยชิมอาหารออกไลฟ์ แล้วพอบอกว่าอร่อยอย่างโน้นอย่างนี้ แมวก็รีบเกาะขากางเกง ไม่อยากทำตัวน่ารักอ้อนขออาหาร ก็ได้แต่ทำตาเป็นประกาย ... ได้แค่นี้จริงๆ

แต่พอเลิกซึนกระโดดให้อุ้มยิ่งน่ารัก พออยู่ด้วยกันก็ยิ่งติดกัน แมวไม่เคยรู้สึกตัวว่าตัวใหญ่กระโดดเข้ามาให้อุ้มเสมอ ยิ่งตอนที่อินเลิฟกันหลังๆ พอกินข้าวเสร็จ ท่านนายพลก็แปลงร่างเป็นแมวแล้วเดินมาบนโต๊ะกินข้าวให้ลูบขนให้ทุกครั้งหลังอาหารเย็นด้วยซ้ำ

สาระอื่นๆ? จริงๆ เรื่องนี้มีประเด็นเยอะมาก เพราะว่าอย่างที่บอกว่าร่างเดิมเป็นไอดอลชื่อเสียงเสื่อมเสีย ซึ่งจริงๆ เกิดจากการคู่แข่งถูกใส่ร้ายและแย่งผลงานไป ก็ต้องมีการเปิดโปงความจริงกู้คืนชื่อให้เจ้าของร่างเดิม และเอาตัวคู่แข่งที่เป็นคนผิดไปลงโทษ มีช่วงที่ต้องอิงโลกบันเทิงเพื่อให้สังคมเห็นว่าตัวเอกจริงๆ มีความสามารถทั้งการร้องเพลงและการเต้นขนาดไหน

และพลังต้นไม้ของ Lin Ning ก็มีอยู่คนเดียวในจักรวาลซึ่งพลังรักษาก็ช่วยให้ผู้มีพลังสัตว์รักษาอาการคลื่นพลังไม่เสถียรได้ ซึ่งทั้งช่วยรักษาชีวิต และช่วยยืดอายุของเหล่าผู้มีพลัง โดยเฉพาะที่เป็นทหารอีก เริ่มต้นตั้งแต่ตัว Li Chengyan และพลังต้นไม้ก็ทำให้ปลูกต้นไม้ที่หายไปแล้วได้ ไม่นับว่าเจ้าตัวใช้ร้านค้าจากระบบแลกเอาเมล็ดพันธุ์พืชทั้งหลายออกมาให้ได้อีก
  
ไม่นับว่าเจ้าตัวเป็น “Lemon Kitchen” ที่แสนจะโด่งดังอีก จะทำอาหารอะไรออกมาก็กลายเป็นประเด็นเสิร์จในเนทดวงดาวไป ไม่นับว่าอาหารที่ตัวเองทำออกรายการทีวีถูกประมูลไปในราคาหลักหลายสิบล้านสำหรับแต่ละจานอีก มีคนติดตามและโด่งดังยิ่งกว่าดาราที่ดังอันดับหนึ่งไปนานโขแล้ว

ทั้งหลายแหล่ทำให้ Lin Ning กลายเป็นคนดังมากและถูกยกย่องทั้งจักรวาล ตอนที่สองคนไปเที่ยวกัน แล้ว Lin Ning บ่นว่าจะไปเที่ยวไหนได้ เพราะถ้าเกิดคนเห็น สองคนก็จะกลายเป็น “ที่เที่ยว” “ที่มุง” ของฝูงชนแทน แล้วไปงานโดยใส่หน้ากากกันไปน่ารักดี โดยเฉพาะตอนที่ Lin Ning หยิบหน้ากากปีศาจแมวให้ Li Chengyan

กับมีประเด็นระบบที่ไม่ค่อยเหมือนระบบเรื่องอื่นเท่าไหร่ เพราะตอนแรกเปิดมาระบบบอกว่าให้พลังต้นไม้ ให้ชุดเครื่องครัวผู้เริ่มต้น และให้ Lin Ning เก็บค่าความศรัทธาให้ได้เยอะๆ แต่นอกนั้น ระบบก็ไม่เคยสั่งหรือมอบหมายอะไรให้เจ้าตัวเลย ตรงกับข้ามเหมือนเป็นเพื่อนคุยเพื่อนคิดให้กับโฮสต์ตัวเองมากกว่าถึงขนาดที่ Lin Ning บอกว่ามีหนึ่งคน หนึ่งแมว หนึ่งระบบ ชีวิตก็ไม่ต้องการอะไรใดๆ แล้ว และระบบเอง โดยเฉพาะเมื่ออยู่กับ Lin Ning ที่ดังมากจากการสตรีมอาหาร และจากการเป็นผู้มีพลังต้นไม้ที่ช่วยนายพล Li Chengyan ได้ ค่าศรัทธาก็เพิ่มอย่างบ้าคลั่งจนระบบเมาค่าตัวเลขศรัทธาไปไม่รู้กี่รอบ ขนาดแลกออกมาซื้อโน่น นี่ นั่นตลอดเวลาก็ยังสูงทะลุตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนที่ Li Chengyan ไปรบกับพวก zerg แล้ว ใช้พลังได้เต็มที่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนก็ทำให้เหล่าคนในจักรวาลยิ่งชื่นชม Lin Ning เพิ่มค่าศรัทธาให้เต็มในช่วงข้ามคืนเลย

กับต่างจากเรื่องอื่นที่คนมาชอบ Lin Ning เยอะ เพราะถ้าตามแนวเรื่องจีน ถ้าไม่ฮาเร็มก็คือมีพระเอกโผล่มาคนเดียวแล้วจบ ถึงจะมีคนมาแสดงท่าทีสนใจตัวเอกแต่ถ้ารู้ว่ารักกับพระเอกแล้วก็ไม่สานอะไรต่อไป แต่เรื่องนี้มีคนมาสนใจ Lin Ning อีกเยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะที่ให้ตัวนักแสดงดังมีบทค่อนข้างเยอะ ... เยอะจนรู้สึกว่าตัดออกไปก็จะดีมาก แต่แอบชอบคุณเพื่อน watch brother นะ กับชอบลูกน้องพระเอกด้วย คนนี้ไม่เกี่ยวกับการมาจีบ แต่ว่าตั้งใจทำงานน่ารักมาก โดยเฉพาะตอนที่ต้องทำหน้านิ่งทุกครั้งที่ Lin Ning อุ้มแมวอยู่แล้วถามว่าท่านจอมพลอยู่ไหน อยากหัวเราะแต่ก็กลัวตาย หรือหลายครั้งที่อยากกินอาหารที่ Lin Ning ทำมาก แต่พอมองหน้าแมวหรือท่านจอมพลก็รู้ว่าถ้าขอกินด้วย ถูกฆ่าแน่นอน
แต่พระเอกตอนเป็นแมวดีที่สุด!!!! ตอนตัวเอกคลั่งแมวก็น่ารัก แค่นี้ก็คุ้มค่าการอ่านแล้ว

ปล.
1. ตอนที่ต้องหนีพวกนักข่าวไปอยู่บ้าน Li Chengyan น่ารักดี ที่ปกติห้องทำงานของ Li Chengyan จะเป็นห้องที่ห้ามคนอื่นเข้าเพราะมีเอกสารสำคัญเก็บอยู่เยอะ แต่พอ Lin Ning มาอยู่ที่บ้าน ก็กลายเป็นว่าห้องครัวก็กลายเป็นห้องต้องห้ามเหมือนกัน มีเฉพาะพ่อบ้านคนเดียว นอกจากท่านจอมพลและคนสนิทที่เข้ามาได้ ทั้งนี้ก็เพราะว่าชื่อเสียงของ “Lemon Kitchen” โด่งดังจนอาหารแต่ละจานที่ถูกประมูลและแย่งกันมีราคาสูง จนคนรับใช้ในบ้านรู้สึกกันไปว่าเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์เต็มไปด้วยของแพงที่คนธรรมดาไม่รู้จักไม่เข้าใจ ซึ่งสำหรับ Lin Ning ที่หมูเปรียวหวานต้นทุน 15 หยวนกลายเป็นของหลักหลายสิบร้านเหรียญดวงดาวได้ก็รู้สึกผิดเหมือนกัน

2. แต่พออยู่ด้วยกันไป ห้องทำงานและห้องนอนของ Li Chengyan ก็เป็นที่ที่ Lin Ning เข้าไปได้ โดยเฉพาะช่วงที่รักษาอาการคลื่นพลังไม่เสถียรให้ Li Chengyan ชอบตอนแรกที่เวลา Li Chengyan กลับมาจากทำงาน อีกคนก็จะทักว่า “Welcome back” และ Li Chengyan ก็คิดในใจทุกครั้งว่าอยากให้พูดว่า “Welcome home” แทน และพออยู่ด้วยกันจริง Lin Ning ก็พูดว่ายินดีต้อนรับกลับบ้าน แต่เรียก Li Chengyan ว่า Xizai แทนที่จะเป็น Chengyan กลายเป็นชื่อเรียกสวีทกันกัน

3. เนื่องจากครอบครัวท่านจอมพลมีพลังแมว ของแทนใจคนประจำตระกูลก็เป็นจี้ห้อยคอรูปแมวด้วย นอกเหนือจากจะทำด้วยแร่มีค่าหายากแล้ว ยังบรรจุพลังมหาศาลไว้ด้วยอีก คนที่เห็นจี้คิดว่าสองคนนี้ไม่ได้จริงจังกันก็ต้องคิดใหม่ แต่ตอนแรกท่านจอมพลไม่ได้คิดอะไรเลยนะ ตอนที่ไปอยู่ด้วยก็เพราะถูกอาหารล่อหลอก กับพลังต้นไม้รักษา แต่พออยู่ไป ความหวงของ หวงคน หวงที่ของแมวก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ น่ารักที่ตอนเอาอาหารที่คิดว่าจะกินระหว่างเดินเล่นของคนกับแมวไปให้คนอื่น Xizai ก็หน้าตาไม่พอใจออกอาการ หน้าคว่ำมากถึงขนาดที่ Lin Ning คิดว่าจริงๆ แมวตัวเองควรเป็นแมวหน้านิ่งที่สุดในโลกไม่ใช่เหรอ ทำไมหน้าหงุดหงิดขนาดนี้ กับตอนท้ายๆ ที่พอย้ายออกจากบ้านตัวเองเพื่อหลบนักข่าวและรักกับ Li Chengyan แล้ว Lin Ning ก็ไม่ได้กลับไปบ้านตัวเองอีกเลย แต่พอบอกว่าอยากกลับบ้าน แล้ว Li Chengyan ไปด้วย ส่วนตัว Li Chengyan ก็พบว่าเป็นที่ที่มีความทรงจำร่วมกับ Lin Ning มากเหมือนกัน และที่นี่ก็เป็นสถานที่พิเศษเฉพาะสำหรับทั้งสองคน

4. แมวตัวใหญ่มาก และดังนั้นก็กินจุมากด้วยเหมือนกัน นิสัยการกินคือมีอะไรก็กินอย่างจริงจัง และหมดอย่างรวดเร็ว ตอน Lin Ning ยังไม่รู้ว่า Xizai คือ Li Chengyan ก็ยังคิดว่าบ้านนี้แมวกับคนกินข้าวนิสัยเหมือนกันเลย ตอนที่ Xizai ต้องไปอยู่กับท่านจอมพล (กลับไปทำงาน) เจ้าตัวก็เตรัยมอาหารให้ทั้งแมว Xizai ทั้งท่านนายพล Li Chengyan ด้วย โดยที่ไม่เคยรู้เลยว่าสุดท้ายแล้วอาหารสองส่วนถูกกินโดยคนคนเดียว (หรือแมวตัวเดียว) พอ Xizai กลับมา Lin Ning ก็อุ้มแมว แล้วเจอว่าแมวตัวหนักขึ้นมาก ... แต่ว่าแมวหน้านิ่งตัวนี้ชอบของหวานมาก ตอนที่กินเค้กสตอรเบอร์รี่ที่ Lin Ning ทำก็จะมีความสุขมาก

5. ตอนที่เริ่มให้อุ้ม เพื่อน Lin Ning บอกว่าขนแมวดูนิ่ม แล้วจะแตะตัวแมว แมวก็หันมาตบแบบดุๆ เหมือนกัน แล้วก็หันไปอ้อน Lin Ning ต่อ ซึ่ง Lin Ning คนโอ๋แมวก็รีบแก้ตัวให้แมวว่า แมวตัวเองขี้อายกับคนแปลกหน้า

6. ความนิยมในตัว Lin Ning และ “Lemon Kitchen” มีถึงขั้นที่เมื่อพืชและสัตว์ที่เป็นวัตถุดิบทำอาหารมีแพร่หลายในท้องตลาดแล้ว ทุกคนก็สั่งครัวที่เหมือนกับที่บ้าน Lin Ning เป๊ะๆ หรือว่าบางคนก็ผสมกับครัวที่บ้าน Li Chengyan มาด้วย ขำที่คนออกแบบพยายามบอกให้ปรับเปลี่ยนบ้างก็ไม่มีใครสนใจเลย

Tuesday, 9 June 2020

아더사이드 아더월드

아더사이드 아더월드
[Other Side Other World]

สปอยล์แน่นอน เพราะจะกรีดร้องงง กับอ่าน mtl เกาหลี ไม่รับประกันความถูกต้องง



ในโลก esper & guide ที่ esper จะมีพลังพิเศษ แต่พลังที่มีจะทำให้สภาพร่างกายไม่เป็นปกติ หากไม่มี guide คอยใช้พลังของตัวเองคอยสร้างสมดุลให้

เปิดมาที่ตัวเอก Eden Prescott  มาจากสายตระกูล Han ที่ต้นเรื่องกำลังจะเข้าพิธีก้าวไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ แต่ก่อนที่จะเริ่มพิธี หมู่บ้านของตระกูลที่เป็นหมู่บ้านปิดก็ถูกโจมตี และแม่กับผู้อาวุโสในตระกูลก็สละตัวเองเพื่อช่วยให้ Eden หนีไป

Eden มาโผล่ที่ริมทะเลสาบในเมืองชนบท และก็โชคดีว่า Hans เจ้าของร้านขายของชำมาเจอและช่วยไว้ ก่อนที่จะรับ Eden ไปเลี้ยงดูในฐานะหลาน

เหตุการณ์ดำเนินมาเรื่อยๆ โดยที่ Eden อ้างว่าตัวเองสูญเสียความทรงจำเพื่อที่จะได้ไม่ต้องบอกที่มาที่ยากจะบอกได้ให้คนอื่นรับรู้และเข้าใจ และระหว่างนี้เจ้าตัวก็พยายามเข้าเรียนวิชาประวัติศาสตร์ เพราะอยากตอบคำถามให้ตัวเองได้ว่าคนในตระกูลส่งตัวเองมาในโลกอีกมิติ หรือว่าในโลกเดียวกันแต่ต่างเวลากันแน่ เพราะว่าเจ้าตัวไม่สามารถหาร่องรอยของเมืองที่ตัวเองเคยอยู่ได้เลย

เพราะพลังที่แตกต่างกับคนอื่น และที่มาที่บอกใครไม่ได้ ทำให้ Eden มักจะไปคลุกตัวอยู่คนเดียวที่คฤหาสน์ไร้เจ้าของเสมอ และวันหนึ่ง ระหว่างที่ Eden กำลังใช้พลังพูดคุยกับวิญญาณที่อยู่กับตัวเองในสวนของคฤหาสน์ ก็เจอกับ esper ที่พลังแปรปรวน และก็ได้ให้เครื่องรางของตัวเองไปให้ชายแปลกหน้าที่เจอก่อนที่ตัวเองจะหนีออกไป

ต่อมาเมื่อ Eden ไปที่ห้องสมุดของเมือง เพื่อจะยืมหนังสือประวัติศาสตร์มาอ่าน ก็พบว่ามีคนมายืมหนังสือไปหมด และดังนั้น เมื่อเจ้าตัวไปทักท้วงอีกฝ่ายที่กวาดเอาหนังสือไป ก็เจอกับเลขาของ Bliss Moore ชนชั้นสูงและเจ้าของพลัง Esper ที่แกร่งกล้าที่สุดในจักรวรรดิ และก็ได้ปะทะคารมกับ Bliss ที่เดินตามหลังเลขามา

หลังจากนั้น เมื่อ Eden ไปทำงานพิเศษในร้านอาหาร ก็ได้เจอกับ Bliss กับเลขาที่มาเป็นแขกในร้าน และเมื่อ Eden เปลี่ยนงานไปส่งของให้กับคฤหาสน์ก็พบว่า Bliss เป็นเจ้าของใหม่ของคฤหาสน์นั่นเอง
.
.
.

เอาจริง คุณพระคุณเจ้า ย่อมาเป็นอะไรก็ไม่รู้ คือรู้ว่ามัน cliché แต่มันมีความ cliché แบบที่ชอบบ ไม่ใช่ว่าชอบธรรมดา แต่ว่าชอบมาก ถูกตกอย่างงงๆ แบบอ่านตอนเปิดไป 3 ตอน อ่านตอน free tickets ได้อีก 3 และพอเจอ daily pass อีก 2 รวมเป็น 8 ตอน ดิฉันก็ตัดสินใจปาดซื้อที่เหลือเหมือนถูกผีสิงงง

คือพล็อตมันบ้านนนน  esper กับ guide  guide กับ esper หันไปทางไหนก็มีอยู่ทั่วไป แต่องค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่องเนี่ยแหละที่ทำให้เรื่องนี้น่ารักและก็น่าสนใจ

พอเปิดมาที่ Eden กับพี่ Bliss ปะทะกันตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ มันก็เหมือนเป็น enemies turn lovers ประมาณนึง แต่มันเป็นslow build ความสัมพันธ์ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปจนไม่รู้สึกว่ารีบ หรือว่าไม่น่าเชื่อตาม เพราะว่าด้วยความที่คุณพี่ Bliss อยากหาคนมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล และพอดูว่า Eden จะพอมีความรู้อยู่ ก็เลยดึงเอา Eden มาช่วยงาน ด้วยความที่แรงงานค่าจ้างดี คุณน้องปฎิเสธไม่ลงก็เลยรีบมาทำงานให้ เพราะต้องเอาเงินไปเลี้ยงวิญญาณทั้งหลายที่อยู่ด้วย และพอมาทำงานด้วยกัน น้องก็ก่อเรื่องตั้งแต่วันแรก เนื่องจากพอรู้ว่างานเงินดี มันไม่มีอยู่จริง พอจะต้องออกแรงรากเลือกก็เลยเอาวิญญาณที่มีมาช่วย และเหล่าวิญญาณก็ก่อเรื่องทำแชนเดอร์เลียราคา 12 ล้านหล่นลงมา ดังนั้น จากการเป็นเด็กวิเคราะห์ข้อมูลไปกลับ ก็เลยต้องมาอยู่ที่คฤหาสน์ของ Bliss เป็นการถาวรในช่วงนี้ เพื่อทำงานทุกอย่างและช่วยงานทุกคนใช้หนี้

และก็เป็นการบังคับให้ Eden ต้องมีปฎิสัมพันธ์กับ Bliss กลายๆ ตั้งแต่การที่ต้องส่งข้อมูลรายงานให้ Bliss รับรู้ ตีความเอกสารร่วมกัน และด้วยความที่น้องหัวไว หาประเด็นที่ถูกซุกซ่อนไว้เจอ ก็ทำให้ Bliss ลดความระวังตัวและค่อยๆ เปิดใจกับ Eden โดยปริยาย — ชอบที่ Bliss ไม่รู้ตัวว่ากำลังหาข้ออ้างในการเข้าไปคุยกับ Eden ในห้องทำงานอยู่ และพอเดินเข้าไปทำท่าทวงข้อมูลก็เพิ่งนึกออกว่า Eden เพิ่งส่งรายงานมา ส่วนตัว Eden เองก็เริ่มจากลำบากใจที่ถูก Bliss จ้องหน้านิ่งๆ แล้วดุกลับเวลาพูดโต้ตอบกัน ไปเป็นสบายใจที่ได้นั่งอยู่ข้างๆ กัน โดยเฉพาะหลายครั้งที่ Bliss ช่วยตัวเองไว้จาก Enoch เพื่อนของBliss

เอาจริง พี่ Bliss มาพักผ่อนที่เมืองชายเขาก็เพราะว่าเจ้าตัวกำลังมีปัญหาควบคุมพลังอยู่ ด้วยความที่สถานะพลังพี่เขาเป็นขั้น S (อันที่จริง SS แบบไม่บอกใคร และมีพลังสองอย่างที่โลกรู้ว่าแค่อย่างเดียวเหมือนกัน) ก็ทำให้มีอาการเจ็บปวดทางร่างกาย ทั้งปวดหัว นอนไม่เต็มอิ่ม ไปจนถึงชักเป็นระยะๆ โดยที่มีแต่คนสนิท และหมอประจำตัวเท่านั้นที่รู้ แต่เพราะเครื่องรางประหลาดที่ได้มาตอนวันแรกที่มาถึงคฤหาสน์บรรเทาอาการเจ็บปวดได้ เจ้าตัวก็ยึดติดกับเครื่องรางที่ได้มา ถึงขั้นที่ให้หมอตัวเองเอาไปวิเคราะห์เลยด้วยซ้ำว่าคืออะไร มีพลังอะไรซ่อนอยู่ ซึ่งพอ Eden รู้ว่าเครื่องรางตัวเองช่วย Bliss ได้ก็แอบเอาเครื่องรางไปให้ Bliss เป็นระยะๆ และก็ต้องเรียกว่าแอบจริง เพราะใช้วิธีเอาไปซ่อนบ้าง ให้คนอื่นหาเจอบ้าง เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการเชื่อมโยงกับตัวเอง และไม่ให้คนรู้ว่าตัวเองมีพลัง

พอสิ้นสุดช่วงพักร้อน และ Bliss จะกลับไปที่เมืองหลวง เหมือนได้เวลาที่สองคนจะแยกจากกัน แต่เพราะ Eden ตัดสินใจไปเรียนต่อในเมือง ก็เหมือนว่าทั้งคู่จะได้เจอกันอีก

ในเมืองหลวง Eden เจอกับ Scott เพื่อนที่เพิ่งจับคู่เป็น guide กับ Enoch หลังจากที่พลังของ Enoch เสียสมดุลตอนที่ไปกับ Bliss ในชนบท และในงานเลี้ยงของตระกูล ถึงแม้ Enoch เปิดตัว Scott ในฐานะ guide ของตัวเองก็จริง แต่ก็พยายามลาก Eden เข้าไปด้วย เพราะ Enoch คิดว่ากรณีที่พลังปะทุขึ้นมา การที่จะให้พลังกลับมาสงบได้ในทันทีเกินความสามารถของ Scott และสงสัยว่า Eden ที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยอาจเป็น guide ด้วยอีกคน และต้องมีพลังสูงอย่างแน่นอน

ซึ่ง Bliss ก็มาที่งานเลี้ยงด้วย และเหตุผลที่มาที่งานเลี้ยงก็เพราะจะมาเจอ Eden ซึ่งเมื่อเจอว่าน้องกำลังถูก  Enoch ลากเข้าไปในเกมการเมืองของตระกูลด้วย พอสองคนมองหน้ากัน สิ่งแรกที่ Bliss พูดกับทุกคนก็คือมารับ guide ตัวเอง และ Eden ก็พูดขึ้นมาพร้อมกับว่าตัวเองเป็น guide ของ Bliss กรี๊ดด คือว่าชอบมากที่ต่างคนมองตากันแล้วพูดขึ้นมาเวลาเดียวกันนนน

ซึ่งหลังจากนั้น Bliss พา Eden ออกจากงาน และพออยู่ในรถด้วยกัน คำแรกที่ Bliss พูดขึ้นมาก็คือ เครื่องรางของ Eden อยู่ไหน เอามาให้หมด เพราะว่ารู้แล้วว่าคนที่อยู่เบื้องหลังก็คือ Eden แม้ว่าจะยังไม่รู้ว่า Eden ทำเครื่องรางเหล่านี้ได้อย่างไรก็ตาม ชอบบทสนทนาและการโต้ตอบกันช่วงนี้เพราะดูเป็นธรรมชาติและตรงไปตรงมา ดูเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องปรุงแต่ง

และด้วยที่ประกาศออกไปว่า Eden เป็น guide ของตัวเอง Bliss ก็ต้องทำทุกอย่างให้เหมือนจริงขึ้นมา ตั้งแต่เปลี่ยนสถานะความสัมพันธ์ที่คนภายนอกเห็น รวมไปถึงการจัดหาคนมาคอยคุ้มครอง Eden ด้วย ซึ่งตั้งแต่ในงานเลี้ยง ชั้นก็กรี๊ดแล้วกรี๊ดอีก นึกว่าน้องจะบอกความจริงแล้ว แล้วก็เปล่า เมื่อไหร่จะมา คนภายนอกคิดว่า Eden เป็น guide ของ Bliss คนภายในรอบข้าง Bliss ช่วยกันปิดความจริง และ Eden ก็ปิดความจริงกับทุกคน กรี๊ดดดด ฉันอ่านไปก็โหยหวนไป

ระหว่างนี้ Eden ก็ถูกมือสังหารลอบฆ่า แต่ด้วยความที่มีคนจาก Bliss มาคอยคุ้มครอง ก็เลยไม่เป็นไร แต่ว่าทำให้ตัวบอดี้การ์ดและ Bliss สงสัยว่าทำไมตัว Eden ถึงดูคุ้นเคยกับการมีการ์ดรอบตัว ทั้งไม่รู้สึกอึดอัดตั้งแต่ครั้งแรกที่รู้ว่าต้องมีคนคอยดูแล และครั้งหลังที่พอเกิดเรื่องก็วิ่งไปหลบหลังการ์ดได้อัตโนมัติ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนธรรมดาไม่ทำ

เอาล่ะ หลังจากนั้น Bliss จะต้องไปเข้าร่วมสงคราม และด้วยความที่พลังไม่เสถียร และไม่มี guide จริง สิ่งเดียวที่จะช่วยได้คือเครื่องรางของ Eden จริงจังไม่จริงจัง คือพี่เขาเอาถุง lucky bag ทั้งหมดที่ได้มาทำเป็นถุงมือเพื่อช่วยปรับสมดุลให้ตัวเองตั้งแต่อยู่ที่คฤหาสน์แล้ว เมื่อรู้ว่า Eden เป็นเจ้าของเครื่องราง คราวนี้ก็พยายามรีดถุงเครื่องรางทั้งหลายไปให้หมด น่ารักที่  Eden ก็พยายามช่วยด้วยการไปให้คนสนิทของ Bliss ไปแอบเอาเสื้อผ้าเก่าของ Bliss มาทำถุงเครื่องราง และที่ Eden ไม่รู้ก็คือว่า Bliss รู้เรื่อง แทบยังเป็นกึ่งๆ คนเลือกเสื้อผ้าโปรดตัวเองให้ด้วยซ้ำ

เอาจริง ฉันก็กรีดลุ้นมากว่า Eden จะบอกความจริงม้ายย จะบอกความจริงม้ายยย ไปด้วยกันในฐานะ guide พี่ Bliss จะได้ปลอดภัยไง จะได้ปลอดภัยไง ซึ่งก็รอแล้วรอเล่า ไม่มีเกิดจริง ยกเว้นแม้ Bliss จะทิ้งน้องไว้ที่เมืองหลวง แต่สุดท้าย Eden ก็หาวิธีตามไปได้

พอไปรบ การใช้พลัง และโอกาสที่ควบคุมพลังไม่ได้ก็เกิดขึ้นมา และในสถานการณ์ฉุกเฉินที่หมอประจำตัว และเหล่าการ์ดของ Bliss ถกเถียงกันเพื่อหาทางเอาเครื่องรางและอะไรก็ได้ที่มีไปให้ Bliss เพื่อลดความรุนแรงและชะลอการระเบิดของพลัง ก็ทำให้ Eden ตัดสินใจเปิดเผยความจริง ซึ่งกรี๊ดว่า Eden ซ่อนพลังตัวเองไว้ได้เพราะวิญญาณที่อยู่ด้วยคอยกั้นไว้ และเมื่อเปิด การ์ดรอบตัวที่เป็น esper ก็พากันช็อคไป เหลือหมอที่เป็นคนธรรมดาที่ไม่รู้เรื่อง และระยะเทเลพอร์ตที่เป็นปัญหาก็หมดไป เพราะ Eden บอกการ์ดที่เป็นพอร์เตอร์ว่าเคยถูก guide เต็มที่เต็มเหี่ยวอย่างใจต้องการตอนใช้พลังไหม — ทั้งนี้ Eden เป็น multi guide จับคู่เข้ากับ esper คนไหนก็ได้ และพลังสูงมากอย่างที่แค่ใช้พลังไม่ต้องมีปฎิสัมพันธ์ทางร่างกายกันก็ทำให้ esper พลังเต็มเปี่ยมและสมดุลได้แล้ว (เทียบกับ Scott ที่มีพลังอยู่ที่ประมาณ 30% และการ guide ที่ได้ผลต้องทำผ่านการมี sex หนักหน่วง)

และเมื่อพอร์ตไปถึงแนวหน้าสนามรบ ขำที่ Eden เมาเทเลพอร์ตอย่างไรก็ยังเมาอยู่อย่างนั้น และเพราะเจ้าตัวเป็นคุณชายถูกเลี้ยงดูมาแบบไข่ในหิน และบังคับให้จดจำและท่องทฤษฎีทั้งหมด โดยที่ไม่เคยมีภาคปฎิบัติจริง เจ้าตัวก็รนหาวิธีช่วย และท่องท่อง และท่องออกเสียงเพื่อแก้การระเบิดพลังของ esper ว่าต้องเป็นการแลกเปลี่ยนของเหลวทางร่างกาย ได้ตั้งแต่จูบ oral sex .... วนท่องบอกตัวเองไปเรื่อยๆ จนการ์ดรอบตัวอายไปแทน

ขณะเดียวกัน Bliss กำลังจะระเบิดพลังและระเบิดตัวเอง โดยกำลังพยายามควบคุมพลังไว้สุดความสามารถเพื่อให้เหล่าทหารใต้บังคับบัญชา และชาวบ้านอพยพหนีไปก่อน และตอนที่สติลางเลือน ก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงและเห็น Eden เป็นครั้งสุดท้าย ก็คือ Eden พอร์ตมาถึงพี่เขาพอดี และสิ่งที่เจ้าตัวทำก็คือพุ่งตัวไปจูบ Bliss ซึ่งปฎิกิริยาที่พี่ Bliss มีก็คือสลบไป

คือ anti-climax มากกก ลุ้นมากว่าปฎิกิริยาที่มีจะเป็นอย่างไร คิดไปร้อยแปดอย่าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็น ส-ล-บ ฮืออ พี่ Bliss เป็นลมวูบไปแล้วววว ... ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเลย แต่ทั้งนี้เพราะว่าตัว Bliss เกิดปฎิกิริยา guide shock ด้วยความที่ร่างกายกำลังไม่เสถียรรุนแรง และค่าความเข้ากันได้ของทั้งคู่ก็สูงมากเสียด้วย ซึ่งพอลืมตาตื่น และสัมผัสพลังของ Eden พี่ก็เปลี่ยนจากหมาป่าเย็นชามาเป็นหมาบ้านขี้อ้อน คำแรกที่พูดตอนที่กอด Eden ไว้อยู่ก็คือ ขอจูบได้ไหมมม ... เอ่อ พี่คะ!

ซึ่งหลังจากนั้น อาการหมาบ้านชอบอ้อน ชอบนัวเนียก็ออกมา ด้วยความที่ไม่แน่ใจว่า ร่างกายของ Bliss จะมีปฎิกิริยากับพลังของ Eden ขนาดไหน ทีมก็เลยตัดสินใจล่าม Bliss ไว้ก่อน ซึ่งกุญแจมือแข็งแรงขนาดไหนก็ใช้ไม่ได้ ตอนที่ Bliss ทำลายหลุดมาในไม่กี่วินาทีเมื่อรู้ว่า Eden ก็ช่วย guide ลุง Hans ของตัวเองแล้วหึง หรือการสัมผัสร่างกายที่ต้องใช้หมอในทีมช่วยวัดค่าทั้งหลายเพื่อกันไม่ให้พี่ Bliss เกิดอาการ guide shock ไปอีก ขำที่พอล่าม Bliss ไว้อีกคราว แล้วให้ Eden กอด Bliss อีพี่เอามือมากอดตอบไม่ได้ ก็เลยก้มลงมาแทะหู Eden ฮือออ ....หรืออีกตอน พอปู่ตัวเองมา แล้วตัวเองต้องนั่งกับปู่ และ Eden นั่งฝั่งข้างลุง Hans พี่ Bliss ก็ใช้วิธีโน้มตัวมาข้างหน้าโต๊ะ แล้วขอให้ Eden จับมือตัวเองไว้ให้ได้สัมผัสกัน ติดตัวนัวเนียกันขนาดนี้

ชอบที่ Eden ขอโทษที่ปิดบังความจริงไว้ แต่ทุกคนเข้าใจ อย่างที่หมอพูดแทนขึ้นมาว่าถ้าไม่ซ่อนพลังไว้ ไม่มีใครคุ้มครอง ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นอย่างไร และถึงแม้ Eden จะเป็น multi guide แต่ก็ไม่ได้ใช้พลังตัวเองเพื่อสร้างอำนาจอย่างที่ guide ทรงพลังหลายๆ คนทำ ถึงขั้นที่คนในทีมแซว Bliss ว่าถ้าดูแล Eden ไม่ดี ต้องระวังถูกคนอื่นแย่งไปนะ เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นบวก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ guide ที่ลุงตัวเองเคยเจอ ที่ลุงถูก guide ตัวเองสั่งว่า Suck, swallow. หรือว่า multi guide ในเรื่องอีกคนที่ใช้พลังตัวเองเป็นสะพานอำนาจ

กับชอบอารมณ์ที่ Bliss ฟื้นขึ้นมาแล้วคุยเงียบๆ กับ Eden ในตอนกลางคืน พอ Eden เล่าเรื่องวิญญาณทั้งหลายที่คอยคุ้มครองอยู่กับตัวเองให้ฟัง แล้ว Bliss พูดออกมาว่า ตอนนี้วิญญาณทั้งหลายอยู่ด้วยข้างๆ ตัวใช่ไหม แล้วขอบคุณที่คอยดูแลคุ้มครอง Eden มาตลอด ฟังดูน่ารักปนซึ้ง จนกระทั่งมีวิญญาณที่ตื่นเต้นแล้วพูดมาว่าให้ Eden รีบๆ นอนกับ Bliss เลย Bliss จะได้เห็นวิญญาณไปด้วยได้ ไม่ได้นะคะ ...

ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มก็คือเรียบง่ายไปตามธรรมชาติ จุดหนึ่งที่ชัดว่าความสัมพันธ์ค่อยเป็นค่อยไปก็คือ เหล่าวิญญาณถาม Eden เป็นระยะๆ ว่ารู้สึกอย่างไรกับ Bliss ตั้งแต่อยู่ที่คฤหาสน์ ครั้งแรก Eden ปัดเรื่องไปว่าไม่สนใจ ก่อนจะเป็นบอกว่าไม่แน่ใจ และครั้งที่สามก็คือบอกว่าชอบอย่างมั่นใจ และการตัดสินใจเปิดเผยพลังของตัวเองก็เพราะไตร่ตรองมาแล้วว่าเพื่อเป็นการช่วย Bliss จริงๆ ส่วนสำหรับ Bliss เอง การมี Eden เข้ามาในชีวิตก็เปลี่ยนท่าทีไปเลย จากการที่รู้สึกว่าหงุดหงิดขี้โมโหก็ใจเย็นรับฟัง Eden มากขึ้น จากที่ดูถูกและไม่สนใจในตอนแรกก็เปลี่ยนเป็นคอยดูแลในแบบของตน โดยเฉพาะตอนหลังที่พอรับรู้พลังของ Eden แล้วบอกว่า Eden reset โลกรอบตัวเลย จากการที่ทุกอย่างหงุดหงิดน่ารำคาญทั้งแสงที่เข้าตา เสียงที่ได้ยิน กลิ่นที่รับรู้ก็กลายเป็นเรื่องปกติที่รับได้ไป — ชอบที่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ภาคบังคับที่ว่าต้องชอบเพราะอีกฝ่ายคือ guide อีกฝ่ายคือ esper เพราะกลับกัน สองคนเรียนรู้กันในฐานะคนธรรมดา และก็เปิดใจรับอีกฝ่ายเข้ามา ได้รู้จักและเข้าใจกัน ก่อนจะรับรู้สถานะว่าอีกฝ่ายเป็นอย่างไร

ก็นั่นแหละ ตอนนี้อ่านตอนที่ 45+ อยู่ อ่านช้าเพราะว่างกอ่านเรื่องฟรีที่เปิดไปด้วย แถมยังเผลอไปติด Tropical Island อีกเรื่อง ณ ตอนนี้ให้ A+ เพราะชอบพล็อตเรียบง่าย แต่มีการลงรายละเอียดและการปูความสัมพันธ์เล่าเรื่องที่ปราณีต ก็จะพยายามไปอ่านให้ถึง 105+ ให้ได้ในเร็วไว แต่ปัญหาคือเรื่องไหนชอบ จะเขียนรีวิวเครียดจริงจังไม่บ้าบอทุกทีสิน่า!

Tuesday, 15 October 2019

Undead

จริงๆ เล็งมานานมาก เพราะว่าอยากอ่านแนววันสิ้นโลก+ซอมบี้ แต่ว่าติดที่เป็น ABO ด้วย ก็เลยลากยาวมาจนกระทั่งไม่เหลือแนววันสิ้นโลก+ซอมบี้ใดๆ แล้วนั่นแหละ แต่นะคะ กรี๊ดดด กรี๊ดดด กรี๊ดดด ทำไมมันดีอย่างนี้ แล้วเสียเวลามาเพื่ออะไร ฮือออ เมื่อคืนก็ยาวไปต่อ mtl หลังหมดแปลอังกฤษเรียบร้อยย!


ตัวเอก Si Nan ตื่นขึ้นมาในห้องขัง โดยที่จำอะไรเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้เลย ระหว่างที่นายทหารสองนายกำลังเคลื่อนย้ายเขาเองออกไป เจ้าตัวก็รู้ว่ารัฐบาลมีคำสั่งให้รวบรวมเหล่าโอเมก้าที่เป็นทรัพยากรหายากไปไว้ในที่ปลอดภัย 

และดังนั้น ระหว่างขนย้ายเหล่าโอเมก้าแข่งกับเวลาที่ประตูเหล็กจะทานเหล่าซอมบี้ไว้ได้ Si Nan ก็ฉวยโอกาสวุ่นวาย จับทหารที่อยู่กับตัวเองมาเป็นตัวประกัน จนสามารถหลบหนีโดยกระโดดลงไปกลางฝูงซอมบี้! 

นี่ค่ะ แค่โผล่มาฉากเปิดก็แอคชั่นแบบฮอลลีวูดแล้ว! เจ้าตัวใช้รถยนต์หลบหนีไปด้วยความเร็วสูงกลับเข้าไปในเมือง แล้วก็ไปเจอกลุ่มทหารหน่วยรบพิเศษที่กำลังเข้าตาจนถูกซอมบี้รุมล้อมพอดี ด้วยความที่เจ้าตัวต้องการยาปกปิดสถานะโอเมก้าตัวเองก็เลยกลายเป็นตัวล่อเบี่ยงเบนความสนใจของซอมบี้ เป็นช่วยเหลือกลุ่มทหารโดยปริยาย และดังนั้น เมื่อกลุ่มทหารช่วย Si Nan ที่กำลังเหมือนจะเข้าตาจน ก็กลายเป็นเจ้าตัวเข้าร่วมกลุ่มกับเหล่าทหารหน่วยพิเศษโดยปริยาย

หลังจากนั้นเมื่อเข้าฐานหลบภัยได้ และส่งความช่วยเหลือไปยังฐานใหญ่ ความแสวงหาที่ปลอดภัยมั่นคงก็เริ่มขึ้น!

คืออยากเขียนแค่นี้จะได้ไม่สปอยล์มากค่ะ แต่ว่าคุณพระคุณเจ้า! นี่คือสิ่งที่อยากอ่านมานานมากกก และอยากเห็นมาตลอด ฮือออ ตัวเอกเก่งมากเทพมากกกกกก ความสามารถในการต่อสู้ก็ดี ความสามารถในการใช้ปืน ความเยือกเย็นและความเด็ดขาด เด็ดเดี่ยวเวลาตัดสินใจนี่คืออ่านไปกรีดไปมากกก ขิงข่าปลาฉลามดีงามสามโลกจริงๆ ชอบตอนที่อาวุธหมดแล้ว ตอนที่อยู่โรงงานปุ๋ย เจ้าตัวก็เอาสารเคมีที่มีมาผสมกันเพื่อเป็นระเบิดเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินมาก กับอีกตอนที่อาวุธจะหมด แล้วมีคนบอกว่าให้ช่วยฆ่าตัวเองให้ตายก่อน ก็เสนอตัวเองเป็นคนลงมือแทน โดยใช้มือเปล่าอย่างรวดเร็ว และเนียนมากกกก

อย่างที่เปิดประเด็นมาว่าเจ้าตัวความจำเสื่อม และสิ่งที่เหลืออยู่คือความสามารถทางกายภาพ แต่สิ่งหนึ่งที่ติดตัวอยู่ก็คือ ทัศนคติที่เกลียดและดูถูกอัลฟ่ารุนแรง จริงๆ แล้วเหล่าทหารหน่วยรบพิเศษทุกคนเป็นอัลฟ่า แต่เพราะถูกส่งมาทำภารกิจพิเศษก็สร้างกินยากลบฟีโรโมนตัวเองจนดูเหมือนเป็นเบต้า และดังนั้น ก็เลยได้ความเชื่อใจระดับหนึ่งจาก Si Nan ด้วย

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Zhou Rong หัวหน้าหน่วย ที่แสนจะอยากจะฟันธงว่าพี่เขาคือพระเอกมากกกกกกก สภาพแวดล้อม เงื่อนไขก็เหมือนจะใช่มากกกด พี่จะใช่พระเอกไหมคะ เปิดกันมาขนาดนี้แล้ว เป็นเถอะนะคะ เป็นเถอะ! ชอบโปรไฟล์พี่มากก หล่อ หน้าตาดี เก่งกล้า และฉลาดดด ถึงแม้พี่จะมีความกวนน่าถูกซอมบี้งาบหัวก็เถอะ อย่างคนในหน่วยคุยกันว่ามันจะต้องมีพวก curve-wrecker น่ารังเกียจที่เวลาสอบทำคะแนนสูงนรก แล้วอีพี่ก็หันไปตอบหน้าตาเฉยว่า อือ ก็เป็นเหมือนกัน ได้คะแนนท๊อปมาตลอดที่เรียนทหารสี่ปี ตอนจบยังได้เหรียญมาเลยนะ ไม่เคยให้ดูเหรอ

เวลาสองคนอยู่ด้วยกัน สุดแสนจะเป็น power couple มากก เอาจริง เป็น super power couple คนนึงจะเล็งหัวซอมบี้กอริลล่า อีกคนเอาไหล่เป็นฐานให้ยิงระหว่างรถวิ่งเนี่ยยย ไม่ไหวแล้ววววว มีตอนนึงที่ผิดใจกัน แล้วพี่เขารู้ว่า Si Nan ชอบของหวาน ตอนกวาดอาหารออกมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตก็เอาแอปเปิ้ลเคลือบน้ำตาลติดมือมาด้วย แล้วก็ตะโกนถามคนในกลุ่มว่าจะกินไหม ก่อนจะยัดใส่กระเป๋าให้โผล่มาครึ่งล่อน้องวิ่งมาหยิบไป

เรื่องนี้เหมือนจะเป็นเรื่องสายซอมบี้เรื่องแรกที่เหล่าตัวละครไม่มีการพัฒนาพลังวิเศษ ทุกอย่างเป็นเรื่องของเทคโนโลยี และทักษะทางการทหารล้วนๆ ดังนั้น ฉากที่เจอจนชินตาก็คือ เหล่าฉากปฎิบัติการทางทหาร ที่ไม่ว่าจะเป็นเอาปืนกลมายิงถล่มเหล่าซอมบี้ที่แห่กันเข้ามา การอพยพพลเรือนทั้งทางเฮลิคอปเตอร์และรถบัส การขวางระเบิดใส่ซอมบี้ การยิงพื้นซีเมนต์ให้เป็นรูพรุนเพื่อเปิดทางหนี action-packed ถึงขั้นที่อ่านไปพักใหญ่ก็ถึงขั้นคิดในใจว่าขอเถอะ พักบ้างได้ไหม ดูหนังแนวสงครามมา สู้กับผู้ก่อการร้ายยังไม่ตึงเครียดเท่านี้เลย

ก็นั่นแหละค่า อ่านด่วนนนน!