Showing posts with label interstellar. Show all posts
Showing posts with label interstellar. Show all posts

Saturday, 20 May 2023

打完这仗就回家结婚 //After This Battle, Go Home and Get Married

เขียนมาเพื่อเก็บความรู้สึกอีกแล้วว! 



คนเขียน: 寒菽

แนว: ดวงดาว หลังสงคราม ฟลัฟ

ความสัมพันธ์: ทหาร (ลูกหมาเด็ก) X ทหาร (อาจารย์ภูเขาน้ำแข็งซื่อ)

Arthur X Yan Xueshan

จำนวนตอน: 55 ตอน 

ปี: 2022


หลังสงครามจบ Yan Xueshan ตั้งใจว่าจะลาออกจากการเป็นทหาร แล้วกลับไปที่ดาวบ้านเกิดของพ่อบุญธรรมตัวเองที่ตายไปก่อนหน้าในสงครามเพื่อทำฟาร์มให้ความฝันของพ่อบุญธรรมเป็นจริง ชีวิตควรจะเรียบง่ายปลูกผักทำสวนไปวันๆ แต่ความตั้งใจที่จะแต่งงานแล้วใช้ชีวิตปกติกลับไม่ปกติขึ้นมา เพราะว่า Arthur คู่หูบังคับเมชในระหว่างสงครามกลับมาวุ่นวายรอบตัวๆ ตัวเอง 


ช่วงที่นัดบอดหาคนที่เข้าใจได้มาแต่งงานด้วย Arthur ก็บอกว่าถ้าต้องการคนที่ดีไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสามารถ ฐานะ หน้าตา หน้าที่การงาน หรือว่าความก้าวหน้า ตัวเองเหนือกว่าคู่นัดบอดทุกคนของ Xueshan และดังนั้น Xueshan ก็ควรจะแต่งงานกับตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อก่อนจบสงคราม อีกฝ่ายช่วยทำให้ความต้องการของตัวเองเป็นจริงแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ตัวเองจะต้องตอบแทนตัว Xueshan บ้าง


และ Xueshan ที่คิดทุกอย่างตามหลักตรรกะ ก็รู้สึกว่าคำพูดของ Arthur ก็สมเหตุผลดี ไม่ว่าทั้งในสถานะคนที่เหมาะสมที่สุด และการตอบแทนตัวเอง ... แต่ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่ามีอะไรที่แปลกไปอยู่เหมือนกัน

.

.

.

นั่นก็เพราะจริงๆ แล้ว ถึงแม้ตัว Arthur จะอ้างทุกอย่างด้วยหน้าตาชอบธรรม และพูดจาดีเป็นหลักการ แต่จริงๆ จุดหมายเดียวของตัวเองก็คือให้ Xueshan มาเป็นของตัวเอง เพราะว่าเป็นลูกหมาเด็กที่แอบชอบอีกคนตั้งแต่เจอกันครั้งแรก แล้วก็ทุกอย่างให้ได้อยู่ด้วยกัน ตั้งแต่ที่รู้ว่าคู่หูของ Xueshan เพิ่งตาย ตัวเองก็รีบลงชื่อสมัครเป็นคู่หูคนใหม่ของ Xueshan ต่อมา และด้วยความที่อายุห่างกัน และไม่รู้จะหาทางเข้าใกล้ยังไงให้มีสถานะพิเศษ ก็เลยเค้นสมองเพื่อเรียกอีกฝ่ายว่า “อาจารย์” แล้วสร้างความสัมพันธ์เฉพาะขึ้นมา 


ซึ่งตัว Xueshan ที่ไม่คิดอะไรมาก ก็คิดแต่ว่าตัวลูกหมาเด็กอยากแค่แสวงหาความก้าวหน้า อยากเก่งขึ้น อยากแข็งแกร่งขึ้น สองคนก็ฝึกอยู่ด้วยกันเรื่อยๆ นอกเหนือไปจากการที่คู่หูจะอาศัยอยู่ในห้องพักเดียวกันเพื่อสร้างความสนิทสนมและรู้ใจเข้าใจกันในการรบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสองคนก็รู้จักและรู้ใจกันเพิ่มมากจริงๆ เป็นคนที่คอยระวังหลังให้กัน อย่างที่บอกว่าในสนามรบ ตัว Xueshan ช่วยชีวิต Arthur ไว้ก็หลายครั้ง และ Arthur เองก็ช่วยชีวิต Xueshan ไว้ไม่ต่างกัน ไม่นับในเชิงสภาพอารมณ์ที่สองคนช่วยประคองกันจากความกดดันและความตึงเครียดในสภาวะสงคราม และการสูญเสียคนรอบตัวทั้งเพื่อน คนรู้จัก และคนร่วมงานไป เป็น double salvation ที่สองคนช่วยดึงกันและกันขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาอยู่ในสนามรบที่ช่วยกันจนรอดมาได้ทั้งคู่ (ถึงหนังสือจะพูดถึงหลังจากสงครามไปก็เถอะ) รู้จักและรู้ใจกันจนกลายเป็นคู่หูที่ค่าความเข้าใจสูงที่สุด กลายเป็นคู่เมชอันดับหนึ่งไป มี Arthur เป็นคนขับหุ่น melee ออกไปลุยระยะประชิด และ Xueshan บังคับหุ่น Spiner คอยคุ้มกันระยะไกลจากข้างหลัง ชอบเวลาอยู่ด้วยกันและเข้าใจกันและเข้าขากันมาก 


และที่มีอะไรแปลกๆ อย่างที่ Xueshan คิดก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะความปรารถนาก่อนทำวันสงครามขั้นเด็ดขาดก็คือ ลูกหมาโวยวายว่าถ้าพรุ่งนี้ต้องตาย ก็ไม่อยกตายแบบบริสุทธิ์ไม่เคยนอนกับใคร  แล้วก็ถาม Xueshan ว่าช่วยให้ความปรารถนาตัวเองเป็นจริงได้ไหม ซึ่งก็เพราะคิดว่าพรุ่งนี้เสี่ยงสูงมาก ถ้าจะต้องตายจริงๆ ก็อยากจะกอด Xueshan ที่ตัวเองแอบชอบมาตลอดสักครั้ง เป็นการพูดแบบส่งเดช เพราะไม่คิดว่าตัวอีกคนยอมตามใจทำตาม แต่ปรากฎว่า Xueshan ยอมให้จริงๆ  


ชอบอีกอย่างที่พอลาออกมาเป็นพลเรือนก็คิดว่าตัวเองเป็นแค่คนธรรมดา แต่ว่าวิธีคิดก็ยังเป็นทหารอยู่ดี อย่างวันที่ไปนัดบอดกินข้าวกับชายหนุ่มอีกคน แล้วมีลูกหมาเด็กตามไปหวงก้างด้วย (ซึ่งตอนนั้นยังไม่เสนอตัวเป็นคู่แต่งงาน แต่ไปในฐานะคู่หูและลูกศิษย์ที่ต้องไปช่วยกรองคน) ตอนกินข้าวเสร็จ ก็มีเสียงเตือนภัยดังขึ้นมา เพราะว่าสลัดอวกาศบุกโจมตีดาว ... ความพีคก็คือลูกหมาเด็กบอกว่ามีปืนใหญ่ยิงยานอวกาศอยู่ในกระเป๋าตัวเองแล้วก็เอาออกมาประกอบให้ Xueshan อย่างรวดเร็ว ซึ่งเจ้าตัวก็รับมาแล้วเล็งยิงยานของพวกสลัดอวกาศอย่างรวดเร็วไม่ลังเลเหมือนกัน ด้วยความเชี่ยวชาญมากด้วย และยานสลัดอวกาศก็ระเบิดกลายเป็นจุณไป ... ซึ่งผู้ชายที่มานัดบอดก็ได้แต่ยืนอยู่ข้างๆ ทำอะไรไม่ถูก จนในที่สุดก็หนีกลับบ้านไปก่อน แล้วส่งข้อความหา Xueshan ว่าอีกฝ่ายเป็นคนดี แต่เราคงเข้ากันไม่ได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าก็มีลูกหมาระริกระรี้อยู่ข้างๆ ตอนอ่านข้อความ ที่ผ่านมาก็คือทำตัวเชื่อฟังว่าง่าย แต่พออยู่กันสองคนกับคู่นัดบอด Xueshan ก็ไปแยกเขี้ยวข่มขู่ทางโน้นไประยะๆ ไม่นับตอนไปตักอาหารที่ทำตัวบลัฟอีกคนแล้วตักแต่ของที่ Xueshan มาให้ตลอด


หรือถึง Xueshan จะคิดว่าตัวเองธรรมดา แต่เอาจริงผลงานที่ได้ก็ไม่ธรรมดาเลย ถ้าไม่ใช่ เพราะไม่อยากอยู่ในตำแหน่งสั่งการ ควบคุม วางแผน ก็ขึ้นมาได้นานแล้ว แต่ว่าถึงกระนั้น ความดีความชอบที่ช่วยประเทศเอาไว้ (ช่วยให้ชนะสงคราม) ก็ทำให้ได้เหรียญตราขั้นสูงสุดไป .. น่ารักที่ไม่เห็นค่าใดๆ นอกจากว่าเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความเป็นทหารผ่านศึกที่จะทำให้ได้ส่วนลดเท่านั้น อย่างจะขึ้นยานเมล์ บอกว่าไม่มีเงิน แต่ว่ามีตราใช้ได้ไหม เพราะรู้ว่าทหารผ่านศึกจะได้บริการและสวัสดิการของรัฐฟรีหลายอย่าง ... แต่คือ คุ้ยเหรียญออกมา การเป็นเหรียญตราขั้นสูงสุดขั้นสูงสุดที่ต้องทำคุณงามความดีอย่างสูงสุดไว้ก็ทำให้ทุกคนยืนตรงแสดงความเคารพได้แล้ว ขำความหน้านิ่งที่เห็นประโยชน์แค่ “บัตรลด” จริงๆ 


หลายครั้งอาจจะรู้สึกว่าตัว Xueshan ประหยัดจนถึงขั้นงก ... แต่ส่วนตัว สิ่งที่หล่อหลอมเจ้าตัวมาก็ทำให้เป็นแบบนี้ ไม่ได้เรียกว่างก แต่เรียกว่ารู้ค่า และเห็นค่าของเงิน เพราะว่าพ่อแม่ตัวเองตายไปตอน 5 ขวบระหว่างถูกฝ่ายตรงข้ามโจมตี และก็อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาตลอด ด้วยความที่หน้าตาน่ารักก็มีคนอยากเอาไปเลี้ยงเยอะ แต่เพราะประสาทบกพร่องจากการถูกโจมตีตอนโน้นก็ทำให้แสดงความรู้สึกไม่ได้ กลายเป็นสินค้าบกพร่องที่ไม่มีใครอยากรับไปเลี้ยง มีพ่อบุญธรรมรับไปเลี้ยงภายหลังจริง แต่ด้วยความที่ทางโน้นฐานะไม่ดี ก็ทำให้ไม่มีเงินมาก บ้านที่อยู่ก็เล็กแคบไม่มีอะไรเลย อย่างพ่อบุญธรรมพาไปดูลูกหมา ถามว่าอยากได้ไหม ยังต้องทำหน้านิ่งแล้วบอกว่าไม่อยากได้ เพราะรู้ว่าการเลี้ยงสัตว์เป็นความฟุ่มเฟือยอย่างยิ่ง และพอตัวเองอายุ 18 ปี พ่อบุญธรรมที่ไปรบตาย เรื่องที่เคยคุยกันว่าจะเข้ามหาลัยก็ต้องจบไป กลายเป็นเลือกที่จะสมัครเข้ากองทัพเลี้ยงตัวเอง และเพราะไม่มีเส้นสาย เป็นแค่คนธรรมดาก็ถูกส่งไปที่แนวหน้าที่โอกาสตายสูงมาก แต่ด้วยความที่หน่วยก้านดี ก็เลยถูกเสนอชื่อให้กลับมาเรียนวิทยาลัยทหารต่อมา 


ชอบมากก ให้ A++ อีกเรื่อง ไม่คิดว่าคุกกี้แต่คุกกี้มาก ชอบความสัมพันธ์ของคู่หูเมช sniper+melee ไม่ค่อยเจอลูกหมาเด็กแสน scheming กับคนเลี้ยงงานจีนเท่าไหร่ น่ารักมากดีมาก เสียดายเป็นเรื่องสั้น แค่ 55 ตอน มีอีกก็อยากอ่านอีก ทั้งที่พล็อตไม่มีอะไร แต่อ่านแล้วฉ่ำมาก ชอบความรู้สึกเรียบง่าย โดยเฉพาะที่อีกคนเป็นภูเขาน้ำแข็งบกพร่องทางอารมณ์ แต่ก็สมบูรณ์ได้เพราะมีอีกคนขึ้นมา ส่วนลูกหมาเด็กก็คิดเหมือนกันว่าที่ตัวเองเป็นแบบนี้ได้ ก็เพราะอีกคน 


กับชอบที่เน้นความเรียบง่ายแต่มีความหมายพิเศษเพราะผ่านสงครามมาจนชีวิตเรียบง่ายกลายเป็นความสุขได้ เป็นเรื่องที่หวานเพราะให้ค่าอารมณ์และความสัมพันธ์ ความต้องการเรียบง่าย โดยเฉพาะการที่ตัวเอกจะลาออกจากกองทัพแล้วไปทำฟาร์มเพื่อสานฝันของพ่อบุญธรรมที่ตายไปในสงคราม ความหวานของเรื่องนี้ไม่ใช่หวานเพราะการให้ดอกไม้ พาไปกินข้าวมื้อหรู หรือว่าทำตามใจ แต่ว่าเป็นการให้ค่าความหมายชีวิต และให้ค่าคนที่อยู่ด้วยกัน .... โดยเฉพาะเมื่อ Xueshan ประสาทรับความรู้สึกบกพร่อง และประสบการณ์ชีวิตก็ทำให้ยากเปิดใจรับใครเข้ามา แต่ว่าพออยู่กับ Arthur แล้ว และสถานะระหว่างทั้งสองคนเปลี่ยนไป ตัว Xueshan ก็รู้สึกว่าจะต้องพยายามเปิดใจมากขึ้น เพื่อให้เกียรติและเป็นธรรมกับ Arthur ที่มาเป็นคู่แต่งงานตัวเองด้วย ซึ่งสุดท้าย Xueshan ก็รู้ว่ามีครอบครัวอีกครั้งแล้ว มีคนในครอบครัว มีคนที่รักและใส่ใจตัวเองขึ้นมา และตัวเองก็ถูกรักจริงๆ ชอบมากๆ 

Yan Xueshan felt it carefully.

I think I am loved.


แล้วก็มีก่อนหน้าที่รู้สึกว่าพอมีอีกคนอยู่ด้วยไปๆ มาๆ มันก็ดี

I really like this moment, I like Arthur being beside me, like being embraced by the sun.


เพราะก่อนหน้านั้นไม่เชื่อว่าจะมีใครสักคนรักตัวเองได้ ตอนที่พ่อแม่ตายไปตอน 5 ขวบ ฟื้นขึ้นมาคนเดียวในโรงพยาบาล พอพยาบาลบอกว่าพ่อแม่ตายไปแล้ว ตัวเองที่ประสาทบกพร่องก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกเสียใจ เพราะมันนิ่งไปเฉยๆ ยิ่งพออยู่คนเดียวในสถานเลี้ยงเด็ก ไม่มีใครรับไปเลี้ยงก็คิดว่าต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ มีจุดเปลี่ยนมีครอบครัวขึ้นมาตอนที่พ่อเลี้ยงรับไปเลี้ยง คิดวาดฝันโน่นนี่ไว้ด้วยกัน แต่พอพ่อลี้ยงตาย ทุกอย่างก็กลายเป็นศูนย์ใหม่ เลยคิดว่าตัวเองต้องอยู่คนเดียว ต้องชินกับการอยู่คนเดียว และไม่มีใครรักตัวเอง .. แต่เมชคู่หูคนนึงก็เคยบอกไว้ว่า I bet there will be someone in the future who loves you to the core. ซึ่งต่อมาก็ได้เจอกับ Arthur จริงๆ 




กับช่วงที่ถ่ายทอดการแข่งเมชของเหล่าทหารชั้นหัวกะทิ ก็มีตัดภาพไปเป็นช่วงความงามของชีวิตหลายอย่าง เช่นเห็นภาพ Xueshan กับ Arthur เดินอยู่ในสวนของ Xueshan ด้วยกัน เปลี่ยนจากเครื่องแบบทหาร และชุดเมชมาสเตอร์เรียบกริบเป็นเป็นเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวและหมวกฟาง เปลี่ยนจากการกระโดดเข้าห้องเครื่องเมชทหารแบบไร้ฝุ่นไปเป็นมุดเข้าเมชการเกษตรร่างสัตว์แล้วทำฟาร์ม (แต่ก็ต้องย้ำนอกเรื่องว่าฝีมือสองคนนี้ให้ขับเมชอะไรก็ดูอลังการได้หมด) ให้ Arthur กับเมชอีกคนที่บ้าคนรักพอๆ กันช่วยกันทำอาหาร เพื่อเลี้ยงเด็กกำพร้าจากสงคราม ซึ่งน่ารักมากกว่าทำอาหารเลี้ยงเด็ก กระตุ้นให้คนดูช่วยกันช่วยเหลือเด็กๆ ก็จริง แต่สองคนนี้ก็ทะเลาะกันตลอด เพราะแข่งกันอวดว่าคนรักตัวเองรักตัวเองมากกว่าคนรักอีกฝ่าย จากที่คุยกันธรรมดาก็รุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะก่อนหน้าที่สองคนเพิ่งแข่งเมชกันอยู่แล้วเอื่อยมาก ไม่มีไฟต่อสู้เลย แต่พอช่วงทำครัวคือไฟลุกท่วมจะฆ่าอีกฝ่ายแล้ว


เอาจริง ชีวิตขมมาก แต่ช่วงที่เขียนคือเติบโตผ่านมาแล้ว และกลายเป็นตัวเองแบบที่ดีขึ้น เอาจริงเรื่องมันขำนะ บ้าๆ บอๆ แต่พอมาเขียนแบบนี้เรื่องเลยดูจริงจังซีเรียสขึ้นมาเลย ขอย้ำว่าจริงๆ มันขำมาก และน่ารักมาก และสะท้อนมุมมองชีวิตมาก ชอบจนคิดว่าจะไปอ่านเรื่องอื่นคนเขียนแล้วด้วย 


ปล. 

1. 

ชอบความบ้าเมชตัวเอกมาก ขนาดเมชทำฟาร์มก็ยังบังคับจนโหดขึ้นมาได้ นิสัยบ้าเมชแล้วเลือกไม่ได้ น่ารักดี มีความบ้าเมชคือส่งข้อความไปหาอีกคนแล้วบอกว่ามีเรื่องด่วนมาก ซึ่งด่วนมากในที่นี้ คือบังคับเมชทำฟาร์มแล้วสนุกมาก ตื่นเต้นจนต้องโทรไประบาย อีกคนฟังก็เหนื่อยใจว่าว่าแล้วไม่มีหรอกจะเป็นเรื่องอื่น มีแต่เมชล้วนๆ เถอะนะ แต่ก็ตามใจซื้อเมชฟาร์มเกือบ 10 ตัวไปให้อีกคนเล่นคืนนั้นเลย แล้วก็ตื่นเต้นมากว่าเมชการเกษตรรูปร่างสัตว์มีที่มาที่ไปและประโยชน์หลากหลายมากนะ อย่างเมชแมลงป่องก็เกิดในพื้นที่ทะเลทราย หางใช้ดิ่งลงไปในทรายเพื่อหาแหล่งน้ำได้นะ 



บอกว่าไม่ชอบอะไร ไม่มีความรู้อะไร แต่จริงๆ สิ่งหนึ่งที่ชอบมากก็คือหุ่นรบนั่นเอง ชอบตอนที่จะไปแข่งแมตช์การกุศลกับเหล่าทหารเมชมาสเตอร์ แล้วเมชที่มีให้เลือกทุกตัวเป็น melee mech หมด ทุกคนที่ในเหตุการณ์อยู่เห็น Xueshan ตัดสินใจไม่ได้ก็คิดว่าให้ sniper mech มาบังคับหุ่น melee mech ไม่ได้หรอก เลือกไม่ได้เพราะบังคับไม่ได้ใช่ไหม มีแต่พระเอกคนเดียวที่รู้ว่าเลือกยากเพราะเลือกไม่ได้  อยากเลือกทุกตัวต่างหาก เพราะจริงๆ Xueshan เก่ง melee พอๆ กับ sniper เลย แต่เลือกเป็น sniper mech ก็เพราะความชอบส่วนตัว (ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าตอนเด็กๆ พ่อบุญธรรมเคยสอนให้ยิงปืนแล้วชมว่าตัวเองทำได้ดี ก็เลยมีความรู้สึกกับปืน sniper เป็นพิเศษ) เพราะถ้าเป็น sniper mech กระสุนหมดแต่ทำไมรอดมาได้ตลอดทุกครั้ง ก็เพราะว่าใช้อาวุธ melee สู้ต่อได้ อย่างเมชที่ใช้งานในสนามรบนอกจากจะเป็น sniper mech ก็ยังมีดาบคู่ไว้ด้วย แต่เป็นความลับที่คนทั่วไปไม่รู้ เป็นความลับทางทหารระดับสูงไม่เปิดเผย และคนที่เจอในสนามรบก็ไมมีใครรอดมาเล่าเลย 


Xueshan บ้า sniper และต้องนอนกอดปืนตัวเองหลับทุกคืนให้อุ่นใจ ขำมากที่ตลอดมาทุกคืนพระเอกอิจฉาปืนสไนเปอร์มาก ถึงขั้นที่เคยคิดว่าชาติหน้าอยากจะเกิดไปเป็นปืนนะ ให้ Xueshan นอนกอดทุกวัน นี่คือเป็นลูกหมาเด็กแอบรักหมกมุ่นขั้นสูงสุดมากจริงๆ นะ แต่ก็น่ารักดีดีนะ


ชอบตอนที่ไปใช้เมชอีกตัวที่ชื่อ Ares แข่ง แล้วเป็นซีรี่ย์เดียวกับ Artemis เมชของตัวเอง ตอนเริ่มก็พูดในใจว่า ขอโทษนะ  ขอเล่นกับพี่ชาย Artemis แค่หนเดียวนะ อย่าว่ากัน น่ารักดีที่รักเมชตัวเองมาก ขนาดตอนที่คิดว่าลาออกมาแล้วก็จะดัดแปลงหุ่นทำฟาร์มให้เหมือนเมชตัวเองให้ได้ เพราะคิดถึง


แต่ว่าเพราะเจ้าตัวชอบความสันโดษ เป็นส่วนตัวสุง ถึงแม้จะเป็นทหารเมชมือปืนอันดับหนึ่งก็ไม่เคยออกสื่อ ให้สัมภาษณ์ใดๆ ผิดกับ Arthur ที่ต้องทำเพื่อประชาสัมพันธ์กองทัพ จนถึงขั้นที่มีคนคิดไปเลยด้วยว่าคนขับ Artemis ไม่ใช่คนจริง หรือบางคนก็ลือกันไปต่างๆ นานา ถึงตัวตนที่แท้จริงร้อยแปด ทำให้วันที่เปิดเผยตัวเพราะจะลงแข่งการกุศลแล้วแนะนำตัวสั้นๆ ว่าเป็นคนขับ Artemis ทำให้มีคนคิดว่าเป็นเอไอด้วยซ้ำ แต่เพราะว่า Arthur มายุ่มย่ามวุ่นวายอยู่ใกล้ๆ ก็เริ่มมีคนที่จำประวัติการให้สัมภาษณ์ของเจ้าตัวได้ออกมากรีดว่า Arthur เคยให้สัมภาษณ์ว่าชอบคนผมดำ ตาดำ ท่าทางนิ่งเฉยเย็นชา แต่ว่าใจดี นี่มัน Xueshan ชัดๆ เลยนี่นา ถึงขั้นที่ทุกคนออกมากรีดร้องกันเลยยย ... แล้วก็เพราะการออกมาเปิดตัวทำให้เพื่อนนักศึกษามหาลัยที่ Xueshan ไปลงเรียนการเกษตรรู้ว่าเพื่อนร่วมชั้นโข่งที่เป็นทหารปลดเกษียณ (ตามคำแนะนำตัวของ Xueshan) จริงๆ เป็นใครและยิ่งใหญ่สำคัญขนาดไหน


แต่คือที่ชอบมากอีกอย่างก็คือ ตอนที่ Xueshan แนะนำตัวเองแค่บอกว่าเป็นคนควบคุม Artemis ไม่ได้บอกชื่อ แต่ว่าทุกคนรู้ชื่อเพราะ Arthur มาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ แล้วเรียกชื่อ ซึ่งเพราะตัว Xueshan หน้าตาดีมาก ก็มีนักข่าวมาถามว่ามีคนรักหรือยัง แล้วถึงแม้จะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เจ้าตัวที่พูดแบบนั้นไปก็พูดออกมาตรงๆ ว่ามีคนรักแล้วคือ Arthur แต่สงสัยมากว่าทำไมอีกคนยังไม่ขอแต่งงงานเสียที ซึ่ง Arthur ได้ฟังก็สติหลุดไปเลย เพราะว่าทำแหวนมานานแล้ว แต่ไม่กล้ารุกไปมากกว่านั้น รู้สึกว่าต้องให้เวลากับอีกคนกว่านี้หรือเปล่า สถานะคนรักควรกินช่วงเวลาหนึ่งไหม ... พอบอกอย่างนั้นมาก็คือ Arthur ออฟไลน์ไปเลย เพราะว่าจากกองทัพต้องไปหาตัว Xueshan เพื่อขอแต่งงานตอนนั้นเท่านั้น น่านักที่หลังจากนั้นสองคนก็ไปจดทะเบียนกัน แล้วทิ้งให้คนทั้งกาแลคซี่สงสัยว่าสรุป Arthur ขอ Xueshan แต่งงานสำเร็จไหม .... และคำตอบก็คือ Arthur ไม่พูดเล่าอะไร แต่ยกมือมาโชว์แหวนตลอดเวลาเท่านั้นเองง


แต่ขำมากที่ Xueshan มีภาพสวยมากกับการทำไร่หลังเกษียณ ความฝันที่วาดไว้ก็คือจะปลูกพืชได้ผลผลิตมาเยอะๆ แต่ความเป็นจริงก็คือ ได้เงินมาน้อยมากก น้อยชนิดที่ขนาดเจ้าตัวเป็นคนหวังน้อยยังตกใจ ความเป็นจริงทำร้ายจิตใจมาก ตอนนี้อย่าว่าแต่คิดว่าจะมีเงินไปบริจาคสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจากสงคราม แต่จะเลี้ยงตัวเองก็ยังไม่รอด ค่าปุ๋ย ค่าหุ่น ค่าเมล็ดพันธุ์ก็ติดลบแล้ว 



2.

กับลูกหมาเด็กเหมือนใสซื่อ แต่จริงๆ ร้ายลึกทำทุกอย่างเพื่อเข้าถึงตัวคนเลี้ยงเหมือนกัน ตาซื่อใสแป๋วหลอกอ้อนคนเลี้ยงมาสารพัดรูปแบบตั้งแต่วันแรกมาวันนี้ นี่คือถึงกับสร้างเบสทหารในดาวที่ตัวเอกไปอยู่ อ้างเหตุผลเป็นฐานสู้กับพวกสลัดอวกาศ (ซึ่งจริง) แต่ความจริงคืออยากอยู่ใกล้ๆ กัน พอ Xueshan ลงเรียนเกษตรในมหาลัย ก็ทำเรื่องไปเป็นอาจารย์พิเศษและพูดให้กำลังใจเด็กปีหนึ่ง ซึ่งก็เหมือนเดิมว่าทำเพราะว่าไปหาสุดที่รักตัวเอง ... และเพราะกลัวว่าอยู่ในหอพักมหาลัยเป็นหอรวมต้องไปอยู่กับคนอื่น นี่ก็ใช้อำนาจตัวเองสร้างบ้านพิเศษให้เหมือนกัน แล้วที่น่ารักก็คือบอกตัวเอกว่า Xueshan ได้บ้านพักมาในฐานะอาจารย์พิเศษ แต่ว่าต้องอยู่ที่กองทัพ ขอให้ช่วยอยู่และดูแลบ้านได้ไหม เวลามาก็มากดกริ่งหน้าประตู พอ Xueshan ถามว่ามีกุญแจอยู่เป็นเจ้าของบ้านไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ไขเข้ามา ก็บอกว่าตอนนี้ให้ Xueshan อยู่ เป็นพื้นที่ของ Xueshan นะ มีอะไรก็ต้องขออนุญาตสิ จะไปรบกวนพื้นที่ส่วนตัวไม่ได้หรอกนะ 


แต่กว่าจะเป็น Arthur ได้ทุกวันนี้ก็ลำบากเหมือนกัน เหตุผลที่เข้ามาเป็นทหารก็คือเกลียดพ่อ อยากประชดพ่อ และอยากแก้แค้นให้พี่สาวที่ไปเป็นทหารแล้วตายด้วย และพอเข้าสนามรบก็คิดแต่ว่าจะไปข้างหน้า บุกไปอย่างเดียว ดีที่เจอกับ Xueshan ก็เลยมีคนประคองดูหลังแล้วรอดมาได้ และเพราะความชอบ Xueshan ก็เลยมุ่งมั่นอยากให้ตัวเองเก่งขึ้นมาเรื่อยๆ เหมือนกัน ชอบที่ทุกคนบอกว่า Arthur สดใสเหมือนดวงอาทิตย์ มีพลังมากๆ แต่ตัวเองคิดว่า Arthur thought others think I'm sunny, but how would they know that my light is actually given by you.

 

ตอนที่พยายามจีบ Xueshan ก็เหนื่อยมากเหมือนกัน แต่ไม่เคยถอดใจ ทำทุกอย่างทุกทางที่ทำได้ จนถึงขั้นที่ว่าชวนคุยหาเรื่องพูดด้วยก่อนนอน จนในที่สุดผ่านไป 3 ปีก็ทำให้ Xueshan ติดกับการคุยกันก่อนนอนด้วย บางทีที่เงียบกำลังจะนอนไป อีกคนก็ถามว่าวันนี้ไม่มีอะไรเล่าให้ฟังเหรอ? 

กับตอนที่ Xueshan ไปเรียนแล้วตัวเองทำงานอยู่ในฐานทัพ ก็พยายามสร้างนิสัยให้อีกคนคิดถึงตัวเองก่อนอื่นเหมือนกัน ถึงขั้นบอกว่าถ้าไม่รู้จะเล่าอะไร ก็ให้ Xueshan ถ่ายรูปสิ่งที่เจอในแต่ละวันมาให้ก็ได้ แล้วก็ได้ผลจริงๆ เพราะ Xueshan ที่จริงจังก็คิดว่าควรจะตอบแทนกลับ/ ทุ่มเทเพื่อคู่หมั้นแล้วก็ถ่ายโน่น นี่ นั่นที่เจอระหว่างเดินอยู่ในมหาลัยไปให้


แต่ชอบอย่างที่ตัว Arthur ชอบทำกับข้าว และชอบทำให้ Xueshan กิน ซึ่งเวลาเห็นอีกคนกินก็มีความสุขตามได้ทุกครั้ง เพราะปกติ Xueshan ที่กินเพื่ออยู่ ก็จะกินอาหารเหลวพออิ่มตลอด หรือว่าพอมาอยู่เองที่ฟาร์มก็จะกินมันต้มกับไข่ต้มจิ้มกับเกลือกับนม ซึ่งขนาด Arthur มาเห็นก็ยังกินไม่ลง ... แล้วพอทำอาหารก็รู้ว่า Xueshan ชอบอาหารรสหวานนำมาก มีหมูเปรี้ยวหวาน หรือจานหวานนำก็จะตักอยู่เสมอ ขนมรสหวานก็ชอบ ซึ่งเจ้าตัวก็ทำบัวลอยส่าเหล้าให้อีกคนกิน แต่ก็ไม่คิดว่า Xueshan ที่ไม่ดื่มเลย ไปงานเลี้ยงไหนก็ปฎิเสธเหล่าผู้นำทั้งหลายเสมอด้วยเหตุผลว่าเป็นมือยิงจะคออ่อนมากจนเมาเพราะขนมขึ้นมา


3.

จริงๆ ปกน่ารักมากนะ ชอบจิบิแนวนี้ แล้วก็ชอบพล็อตด้วย แต่กว่าจะได้อ่านก็เก็บไว้นานมาก เพราะว่าเรื่องมันสั้นไป อะไรก็ตามที่ต่ำกว่า 100 (หรือ 120) ตอน ถือเป็นเรื่องสั้น ปกติไม่ชอบอ่าน เพราะรู้สึกการปูพื้น/ต่ออารมณ์มักไม่ค่อยดี แต่เรื่องนี้ยกเว้นสมบูรณ์แบบในตัวเองดีมาก แม้จะขมนิดๆ


คำว่าขมฟังดูน่ากลัว แต่ก็เป็นเพราะความเป็นจริงของชีวิตในช่วงสงครามของทั้งคู่ และของทุกคน... เศร้าแต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในแง่ที่ว่าจะทำอย่างไรถึงจะผ่านพ้นมันไปได้ และอยู่อย่างมีความสุขหลังจากนั้นให้ได้ และดีใจว่าทั้งสองคนทำได้ โดยเฉพาะตอนหลังที่ตัวเอกเปิดใจให้ค่าอีกคนขึ้นมา



4.

ที่ผ่านมาเจ้าตัวดีใจที่ได้รับเลือกให้เป็นคนบังคับ Artemis ในสนามรบ ไม่ได้รู้เลยว่าจริงๆ เมชตัวนี้เกิดได้จากแรงบันดาลใจที่นักวิจัยเห็น Xueshan สู้ในสนามรบแล้วเอาข้อมูลมาใช้สร้างเลย ... อย่างที่นักวิจัยบอกว่าถ้าไม่มี Xueshan หุ่นตัวนี้ก็ไม่มีจิตวิญญาณ มีแค่ Xueshan คนเดียวที่บังคับได้ ส่วนเมชของ Arthur ชื่อ Candle Dragon สรุปว่าเป็นตำนวนดวงจันทร์จากกรีกกับตำนานดวงอาทิตย์จากฝั่งจีนที่เวลามาอยู่ด้วยกันทำให้เมชทั้งสองตัวทำงานได้เกินร้อย เป็น 1+1 มากกว่า 2 น่ารักที่ตอน Arthur ดีใจที่ตัวเอกกลับไปขับเมชแล้วบินรอบเมช Xueshan จนถึงขั้นที่ทางโน้นถามว่ามาบินวนรอบกันทำไม ก็เพราะดีใจ

Why are you flying around me?

I'm happy.



5. 

ในเรื่องตอนที่ Xueshan เข้าไปเรียนในมหาลัย มีเด็กนิสัยไม่ดี ชอบดูถูกคนอื่น มองว่าตัวเองเข้าแผนกเมชได้ และเก่งกว่าฉลาดกว่าเด็กในภาคการเกษตร และทำเรื่องวุ่นวายก่อกวน Xueshan ถึงขั้นที่พ่อแม่มาพูดก็ไม่ฟัง ชอบมากที่สุดท้าย Xueshan บอกว่าเป็นเด็กก็ดีที่เป็นเด็ก และก็ดีที่มีพ่อแม่อยู่ทำให้ทำอะไรตามใจเกเรได้ แล้วเล่าเรื่องตัวเองที่พ่อแม่ตาย และต่อมาพ่อบุญธรรมก็ตายให้ฟัง ... เด็กๆ รอบตัวฟังแล้วก็เงียบไป แล้วหลังจากนั้น ทุกคนก็เป็นเด็กดี ตั้งใจเรียนกันหมด แอบเศร้า แต่น่ารัก 


6.

แต่ตอนจบ ชอบที่ตัว Xueshan กลับเข้ามาประจำการอีก และก็รับตำแหน่ง/ยศทางทหารอย่างที่ตัวเองควรจะเป็น และสองคนวางแผนขับเมชไปสำรวจและตรวจตราพื้นที่ในอวกาศด้วยกัน ... ที่น่ารักและมีเบื้องหลังก็คือ พ่อของ Arthur ซึ่งเป็นประธานาธิบดี สั่ง Arthur ว่ายังไงก็ต้องดึง Xueshan ให้กลับมารับราชการทหารให้ได้ และถ้า Xueshan จะแต่งงาน Arthur ที่ชอบ Xueshan มาตลอดก็ควรจะเป็นคนแต่ง เพราะ Xueshan เป็นเมชสไนเปอร์อันดับหนึ่ง ต้องห้ามสูญเสียทรัพยากรที่แสนมีค่าไปโดยเด็ดขาด อะไรที่เกี่ยวกับ Xueshan และการดึง Xueshan กลับมา (รวมถึงการแต่งงาน) จะได้รับการอนุมัติทันที โดยไม่ต้องขออนุญาต ถือเป็นภารกิจระดับ A ที่ตัวเองในฐานะประธานาธิบดีสั่งลูกชาย (สั่งทั้งในฐานะประธานาธิบดีและฐานะพ่อเลย) ก็เพี้ยนดี และตอนที่ Arthur ทำเรื่องขอเป็นคู่หูกับ Xueshan สู้กับคนจำนวนมาก ก็เป็นตัวพ่อที่ช่วยด้วยเหมือนกัน 


7.

น่ารักปนขำที่บอกว่าตอนแข่งการกุศล คนดูต้องทั่วทั้งอวกาศแน่ และเพื่อกันระบบล่มเพราะคนแห่มาดูกันมาก ก็มีเจ้าหน้าที่เทคนิค 5,000 คนที่ทำหน้าที่ระหว่างนั้น กับชอบที่จริงๆ เป็นนโยบายของทหารที่จะให้คนผ่อนคลายจากหลังสงคราม ในแง่ตัดให้เห็นความสวยงามของชีวิต (ทั้งจากที่สองคนเดินอยู๋ในไร่และทำสวนด้วยกัน และการทำอาหารเลี้ยงเด็กกำพร้า) รวมไปถึงการโน้มน้าวให้โจรสลัดอวกาศที่ต้องกลายเป็นโจรสลัดกลับมาเป็นพลเรือนด้วย ไม่ว่าจะเป็นทั้งการลดหย่อนโทษให้ และการให้พื้นที่ทำกินใหม่ที่ดาวตัวเอง 



8. 
กับตลกมากที่ตัว Xueshan ไปเรียนมหาลัยสาขาการเกษตร ก็เพราะสุดท้ายความสามารถทางการเกษตรแย่มาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับลุงไร่ข้างๆ ที่ทำเป็นอาชีพมานาน ตอนแรกไปเรียน ด้วยความที่มหาลัยนี้ดังด้านเมชมากกว่า ทุกคนก็เข้าใจว่า Xueshan ไปเรียนสาขาเมชเหรอ แต่พอรู้ว่าไปเรียนเกษตรแทนก็โล่งไป ทุกคนคิดในใจว่าใครจะสอนได้ ตรงอุทานเงียบๆ ทุกคนว่า Who deserves to teach you!! ขำมาก เพราะว่าสุดท้ายแล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ขนาด Xueshan ขับเมชสัตว์เก่าคร่ำคร่าขุดดินพรวนดินรดน้ำก็ยังบังคับลื่นไหลต่อเนื่องมาก .. ถึงขั้นที่ท่าที่ใช้ ทั้งจังหวะ ทั้งความถูกต้องแม่นยิ่งกว่าอาจารย์ที่สอนภาคหุ่นยนต์แล้ว


Tuesday, 2 August 2022

重生后被匹配给了帝国陛下//After Being Reborn, I Was Matched with His Majesty of the Empire




คนเขียน: 七夕是大头喵
แนว: Interstellar, ไกด์, พลังจิต, เกิดใหม่, แย่งอำนาจ, การเมือง, power couple, fluff, logics
ความสัมพันธ์: กษัตริย์ X คนเผ่า Lan Xing // Chi Yao X Shi Xing
จำนวนตอน: 77 ตอน (ยังไม่จบ)
ปี: 2022

ลิ้ง

Shi Xing เป็นคนดาว Lan Xing ที่เกิดมาจากต้นไม้ ซึ่งถึงแม้ว่าชาวดาวนี้จะร่างกายอ่อนแอมาก แต่ว่าพลังจิตก็แข็งแกร่งเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อสามารถรักษาอาการบาดเจ็บของห้วงพลังจิตของคนฝั่งจักรวรรดิได้ และรับหน้าที่หมอดูแลสภาพพลังจิตคนฝั่งจักรวรรดิให้ แต่ทว่าดาว Lan Xing สูญหายไปแล้ว ก็เลยกลายเป็นคนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของจักรวรรดิแทน และพอคนดาวนี้ จะอายุถึงเกณฑ์เป็นผู้ใหญ่ก็จะจับคู่อยู่กับคนในจักรวรรดิต่อไป โดยระหว่างที่กำลังเป็นผู้ใหญ่และเติบโตจะต้องใช้ทรัพยากรมากเพื่อเอามาสร้างห้วงพลังจิตในตัว ซึ่งก็ต้องเอาจากผลึกแร่หรือแก่นพลังของสัตว์ร้ายในอวกาศมาสร้างและคงห้วงพลังจิต ทำให้คู่ที่เป็นคนในจักรวรรดิต้องเสี่ยงอันตรายเพื่อไปฆ่าสัตว์อวกาศมาให้ดูดซับพลัง และเพราะการต้องเสี่ยงอันตรายนี่เองก็ทำให้แม่ของคู่ของ Shi Xing ตั้งข้อรังเกียจคนดาว Lan Xing มากจนทำให้ระหว่างการออกไปล่าสัตว์อวกาศ ตัว Shi Xing ที่มีพลังจิตดึงดูดสัตว์อวกาศออกมาถูกทิ้งไว้ตามลำพัง และห้วงพลังที่ขาดพลังงานมาหล่อเลี้ยงเสียหายจนถูกทำลาย ซึ่งชาวดาว Lan Xing ที่ห้วงพลังแห้งเหือดก็จะได้แต่นับถอยหลังรอวันตาย

เรื่องนี้เริ่มต้นที่ตัว Shi Xing ที่ห้วงพลังแห้งเหือดและรักษาตัวอยู่ในสถานพยาบาลได้ข่าวว่าคู่ของตัวที่เป็นหวานใจวัยเด็กของกันและกันกำลังจะแต่งงาน และก็ไม่เชื่อจนต้องมาดูด้วยตาตัวเอง และก็ตายไปอย่างคับข้องใจ โดยที่ก่อนตายเจอกับชายที่ห้วงพลังเสียหาย ที่คำถามแรกที่ถามก็คือ ตัว Shi Xing เป็นอะไรหรือเปล่า

โดยพอหลังแยกกัน ตัว Shi Xing สิ้นใจตายระหว่างกลับไปสถานพยาบาล และเมื่อลืมตาอีกทีก็เจอตัวเองอยู่ในต้นไม้แม่โดยที่ย้อนเวลาไปถึงก่อนที่ตัวเองจะเป็นผู้ใหญ่และพลังกำลังจะตื่น และเพราะช่วงนี้ต้องใช้ผลึกแร่มาสร้างพลัง แต่ว่าในต้นไม้แม่กำลังเข้าสภาวะฉุกเฉินเพราะมีคนสำคัญมาที่ต้นไม้แม่เพื่อให้พลังจากต้นไม้แม่ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บพอดี

ซึ่งคนที่มาก็คือทหารคนสนิทและญาติของกษัตริย์ที่บาดเจ็บจากการต่อสู้กับสัตว์ร้ายอวกาศ และเพราะห้วงพลังเสียหายมาก Shi Xing ที่พลังตื่นและเห็นสภาพจิตของอีกฝ่ายก็ออกปากช่วยคงสภาพห้วงพลังให้ระหว่างที่รอหมอมาถึง และดังนั้นก็ได้รู้จักกับ Chi Yao ซึ่งก็คือคนที่ตัวเองเจอก่อนตายในชาติที่แล้ว และก็น่าแปลกที่คำถามแรกที่ Chi Yao มีต่อ Shi Xing ที่กำลังเจอครั้งแรกก็คืออีกฝ่ายเป็นอะไรหรือเปล่าอย่างที่คอยถามไปในชาติที่แล้วพอดี

และตอนนี้ Shi Xing ที่กำลังจะเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องเลือกคู่จากคนในจักรวรรดิอีกครั้ง อย่างที่บอกว่าคนดาว Lan Xing ที่เป็นผู้ใหญ่และพลังตื่นจะต้องอาศัยทรัพยากรจำนวนมาก แนวคิดของจักรวรรดิก็คือให้จับคู่กับคนในจักรวรรดิที่จะคอยดูแลคนดาว Lan Xing จนเป็นผู้ใหญ่และเป็นคนหาทรัพยากรต่างๆ โดยเฉพาะแร่พลังและแก่นพลังของสัตว์อวกาศมาให้คู่ตัวเอง .... และการจับคู่ก็คือการออกจากสภาพแวดล้อมเดิมที่ตัวเองคุ้นเคยอย่างต้นไม้แม่ และต้องพึ่งพาฝากชีวิตไว้กับอีกฝ่าย โดยเฉพาะเมื่อโอกาสรอดชีวิตเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์มีน้อยมาก

โดยเฉพาะหลังจากมีประสบการณ์เลวร้ายจากชาติที่แล้ว และชาตินี้ได้เริ่มต้นใหม่ ตัว Shi Xing ก็ตั้งใจที่จะอยู่อย่างดีและรอดชีวิตเป็นผู้ใหญ่ให้ได้คราวนี้ โดยที่จะไม่เลือกผิดอย่างที่เคยทำไป
.
.
.
เขียนไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ เพราะรายละเอียดเรื่องเยอะมาก เอาจริงตอนแรกอ่านเรื่องแล้วคิดว่าเป็นเรื่องแนวตบหน้า ล้างแค้นคู่กลับ ด้วยการมีชีวิตดี คนรักดี แต่เอาจริงไม่ใช่เลย ช่วงที่ Shi Xing ต้องดิ้นรนเพื่อ “จับคู่” กับคนที่เหมาะสมที่สุดเป็นช่วงที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เหมือนถูกเลี้ยงในสภาพแวดล้อมปิดในเรือนกระจกมาตลอด และถึงวันหนึ่งก็ถูกบังคับให้ออกจากสภาพแวดล้อมที่ตัวเองคุ้นเคยไป .. สู่โลกภายนอกที่ตัวเองไม่รู้จัก และต้องฝากชีวิตไว้กับคนที่ตัวเองไม่คุ้นเคย ผ่านการรู้จักอย่างฉาบฉวยภายใต้ขั้นตอนสร้างความรู้จักและสร้างความประทับใจภายใต้การจับคู่ ซึ่งโอกาสจะเจอคนดีและคนไม่ดีก็มีคละเคล้ากันไป ตอนนี้ถึงขั้นก้ำกึ่งว่าจะอ่านต่อดีไหม

Rather different from the brief, and I don’t know if I like it enough … since the process is more thorough and more heart-breaking for the me who prefers lighter, easier path. And truth is … I feel suffocate for the blue star’s way of life, how they need to depend on their partners in living, no, surviving in the world.

แต่โชคดีที่คราวนี้ตัว Shi Xing ไม่ได้กดพลังตัวเองเอาไว้ด้วยการอดอาหารอดพลังงานเพื่อจะจับคู่กับคู่ในชาติเดิมที่เป็นคนจากจักรวรรดิที่คุ้นเคยกันจากการมาอยู่อาศัยในต้นไม้แม่และรู้จักกันตั้งแต่เด็ก ก็เลยทำให้พลังตื่นและพัฒนาได้เต็มที่ ถึงขั้นที่พลังขึ้นไปถึงขั้น SS+ และข่าวเรื่องคนดาว Lan Xing ที่มีพลังจิตสูง (จากปกติที่สูงสุดได้แค่ขั้น A เมื่อแรกตื่น) ก็ทำให้ตัว Shi Xing มีคนมาสมัครเป็นคู่จำนวนมาก แม้จะคัดกรองแล้วจนเหลือแค่คนที่เหมาะสมที่สุด 5 คน แต่ก็ยังถูกรบกวน จนถึงขั้นที่ Shi Xing ต้องหนีออกจากห้องที่พักตัวเองไปอาศัยอยู่กับ Chi Yao ที่อาศัยอยู่ในต้นไม้แม่ระหว่างนี้เพราะสถานะคนในราชวงศ์ที่จะไม่ถูกคนอื่นกล้ามารบกวน

แต่เพราะอยู่ด้วยกัน ทั้งนิสัยความเป็นผู้ใหญ่พึ่งพาได้ของ Chi Yao ก็เลยทำให้ตัว Shi Xing เกิดความคิดว่าตัว Chi Yao เป็นคนที่เหมาะสมสำหรับตัวเองที่สุด ข้อดีของคนอื่นทั้งหมดมารวมกันอยู่ในตัว Chi Yao พอดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความมั่นคงหนักแน่นเป็นผู้ใหญ่ที่ดูฝากชีวิตไว้ได้ และความสามารถด้านพลังจิตของ Chi Yao (เพราะคนดาว Lan Xing สามารถรับพลังจิตของคนรอบตัวได้ การที่มีคู่ที่พลังสูงก็เป็นการส่งเสริมพลังให้ตัวเองอย่างหนึ่ง) หรือแม้แต่ความสามารถในเชิงทรัพยากร ... แต่ทว่าตัว Chi Yao ไม่สนใจที่จะจับคู่กับคนดาว Lan Xing เลย และก็ไม่เคยจับคู่กับใครมาก่อนด้วย .... แต่ทั้งนี้ก็เพราะว่าห้วงพลังของ Chi Yao สูงอยู่ที่ SSSS และก็ไม่เคยมีคนจากดาว Lan Xing คนไหนที่พลังสูงพอ ความหวังที่จะมีคู่ที่มีพลังสูงทัดเทียมตัวเอง และเพียงพอที่จะเยียวยาห้วงพลังของ Chi Yao ได้สูญหายไปนานแล้ว

จนสุดท้าย จากการถามอย่างเปิดเผยของ Shi Xing บวกกับการคาดหวังของคนรอบข้าง และการขึ้นสถานะเข้ากันได้ก็ทำให้ Chi Yao เลือกที่จะเป็นคู่ด้วยอีกคน ... และตัว Shi Xing ที่กำลังสิ้นหวังในนาทีสุดท้ายก็ตัดสินใจเลือก Chi Yao เป็นทั้งคู่และคนคุ้มครองตัวเอง ชอบตอนที่พอรู้ว่า Chi Yao มาอยู่ในงานด้วยแล้ว Shi Xing วิ่งโผเข้าไปหาอีกคนมาก แล้วพอ Chi Yao บอกว่าทำไมต้องรีบวิ่งก็ยิ่งเร่งให้  Shi Xing เร็วกว่าเดิม ทั้งโล่งใจแล้วก็อุ่นใจที่เห็น Chi Yao อยู่กับตัวเอง     

(ซึ่งก็มีจุดพลิกนิดนึงเหมือนกัน ตอนแรกเห็นคำว่า His Majesty ชื่อเรื่องไม่ได้คิดว่า Chi Yao เป็นกษัตริย์ทันที คิดว่าเป็นเจ้าชายธรรมดา ซึ่งตัว Shi Xing ก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนที่รู้ว่า Chi Yao เป็นกษัตริย์ไม่ใช่แค่เชื้อพระวงศ์ระดับสูงก็ตกใจจนค้างไปแล้ว)

จบช่วงจับคู่ไปอย่างเดียวก็ 20+ ตอนแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ไม่เขียนอะไรอ่านง่าย คิดง่ายจริงๆ อย่างช่วงทดสอบพลังของคนดาว Lan Xing ก็ต่างจากแนวพลังจิต Interstellar ทั่วไปแล้ว การประเมินพลังไม่ได้ทำแค่ให้ได้ค่าพลัง A B C D เฉยๆ แต่วัดค่าอย่างละเอียด 4 ขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นขนาดของห้วงพลัง ความสามารถในการใช้พลัง ไปจนถึงความหนาแน่นที่จะรับพลังและใช้พลังได้ วัดกันทั้งในเชิงขั้นต่ำที่จะเป็นได้ ณ ปัจจุบัน จนไปถึงขั้นสูงที่จะเป็นไปได้ในอนาคต

แต่พอมาจับคู่กันลงตัวแล้ว ก็เหมือนเข้าเป็นช่วงสอง เป็นช่วงปรับตัว ทั้งการปรับตัวของ Shi Xing ในการอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ขณะที่จะต้องเรียนรู้และเติบโต และการปรับตัวเข้าหากันของทั้งสองคน ... และที่อยู่ในใจ Shi Xing อีกอย่างก็คือการลืมความกลัวและความสิ้นหวังอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต แล้วเรียนรู้ที่จะเติบโตอย่างใจแข็งแรงต่อไป ซึ่งก็เป็นได้จริงโดย Chi Yao ในฐานะผู้ปกครอง (คู่) ก็ตั้งเงื่อนไขให้ Shi Xing เอาความปลอดภัยของตัวเองมาก่อน ทำทุกอย่างได้หมด โดยที่จะต้องไม่เสียสละตัวเอง (ซึ่งก็ตรงกันข้ามกับประสบการณ์ชีวิตที่เคยเจอมาในชาติที่แล้ว) ทำให้ตัว Shi Xing มีสภาพแวดล้อมที่มั่นคง ปลอดภัย และเป็นบวกในการเติบโต และก็มีตารางประจำวันที่ทุกเช้าจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับจักรวรรดิ และการปกครอง และตอนบ่ายก็จะเป็นการตรวจสภาพร่างกาย โดยเฉพาะสภาพของห้วงจิต

ซึ่งก็น่ารักอย่างหนึ่งว่าระหว่างนี้มีช่วงที่การบาดเจ็บของ Chi Yao กำเริบ ตัว Shi Xing ก็พยายามใช้พลังจิตของตัวเองเพื่อรักษา Chi Yao และก็เพราะใช้พลังเกินตัว และดูดซับพลังงานจากแร่ผลึกที่มีอยู่เดิมไม่ได้ จน Chi Yao เอะใจว่าควรใช้แร่ผลึกที่มีพลังหนาแน่นกว่าเดิมไหม แล้ววางแร่ผลึกแดงที่มีคนให้มา ซึ่งพอรู้ว่าตัว Shi Xing ดูดรับพลังได้ ก็กลายเป็นว่าให้เดินทางไปที่ทางเหนือทันที และตอนแรกตัว Shi Xing ก็เข้าใจว่าจะไปเพื่อซื้อแร่ผลึกแดงเท่านั้น แต่พอคุยกันก็กลายเป็น Chi Yao บอกว่าจะไปหาทางเจรจาซื้อดาวที่มีเหมืองแร่ผลึกแดงเลย

และก็เพราะดูเป็นคำขอที่ดูบีบบังคับเจ้าของดวงดาวอยู่เดิม ก็เลยกลายเป็นว่าเมื่อไปทางเหนือก็ให้ Shi Xing ตรวจดูอาการของ Tan Chi นายทหารคนสำคัญที่เป็นลูกชายของผู้บัญชาการกองทัพที่เจ็ดที่ห้วงพลังบาดเจ็บจากการต่อสู้กับสัตว์อวกาศ เพื่อเป็นการเงื่อนไขในการเจรจา และเพราะความพยายามในการรักษา ประกอบกับการเป็นเด็กดีของ Shi Xing ก็ทำให้ซื้อใจครอบครัวตระกูล Tan ไว้ได้ โดยเฉพาะเมื่อพยายามรักษาอาการบาดเจ็บของ Tan Chi จนสำเร็จในที่สุด

ระหว่างที่อยู่ทางเหนือเป็นเวลาครึ่งปี นอกเหนือจากการรักษา Tan Chi และฝึกพลังของเจ้าตัวก็ต้องเรียนรู้สภาพสังคม การเมือง การปกครอง ประวัติศาสตร์ รวมไปถึงความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน ตลอดจนมารยาทด้วย ซึ่งด้วยเวลาที่เว้นช่วงไป ก็ทำให้ Shi Xing ต่างไปจากเมื่อแรกออกมาจากต้นไม้แม่ที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจใดๆ เลย

ตอนนี้เริ่มเข้าส่วนสาม ก็คือการสร้างอำนาจให้ Shi Xing แล้ว เพราะเพื่อกลับมาที่เมืองหลวง ตัวโบสถ์และสภาก็พยายามตัดอำนาจ Shi Xing โดยอ้างว่าเป็นคนดาว Lan Xing และก็ไม่แน่ใจว่าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่สำเร็จหรือไม่ ยิ่งประกอบกับอาการบาดเจ็บของ Chi Yao ที่ถ้าเป็นอะไรไป ก็จะทำให้อำนาจอยู่ในมือ Shi Xing ที่ไม่มั่นคงต่อไป ตอนนี้ก็เลยเป็นช่วงที่ Shi Xing พยายามเรียกอำนาจกลับมาให้ตัวเอง และการสร้างอำนาจของ Shi Xing ก็เกิดในพร้อมกับอาการบาดเจ็บที่กำเริบบ่อยขึ้น และรุนแรงขึ้นของ Chi Yao ด้วย .... ซึ่งก็เข้มข้นเพราะระหว่างที่ Chi Yao พยายามข่มอาการป่วยของตัวเอง Shi Xing ก็ดิ้นรนที่จะช่วยบรรเทาความเสียหายของห้วงพลังจิตอีกคน ระหว่างที่พยายามเข้าใจและแก้เกมกับอำนาจหลายฝ่ายรอบข้างด้วย โดยเฉพาะเมื่อ Chi Yao ป่วยอยู่จนต้องออกไปรบข้างนอกด้วยตัวเอง

รวมๆ ชอบที่ Chi Yao เป็นคนที่สร้างความกล้าและความเชื่อมั่นให้กับ Shi Xing เพราะว่าถูกแม่คู่ชาติที่แล้วทำให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ แต่พอมาชาตินี้อยู่กับ Chi Yao ที่ใส่ใจดูแลอย่างดี และคนรอบตัว Chi Yao ก็รักและดูแล Shi Xing อย่างดีด้วย ทำให้ Shi Xing รู้สึกปลอดภัยและกล้าพัฒนาพลังตัวเองเต็มที่ อย่างพอตั้งทีมให้แล้วให้ลูกพี่ลูกน้องที่เป็นทหารประจำตัวไปดูแล ตัว Shi Xing ก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่พอใจที่ต้องมาอยู่กับตัวเอง แล้วพอ Shi Xing ไปถามว่าไม่อยากมาอยู่ด้วยกันหรือเปล่า ทางนั้นก็รีบตอบว่าจะเอาอะไรมาไม่พอใจ นี่คืออยู่ทีมกับ 3S medic คนแรกของจักรวรรดิเลยนะ ไม่ใช่แค่ตัวเอง แต่ว่าทั้งทีมที่ในอนาคตก็ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีทรัพยากรการแพทย์เลย ดีแบบนี้ก็จะถูกกองทัพที่หนึ่งที่เหลืออิจฉาแน่ๆ กับน่ารักที่ตัว Chi Yao และคนรอบตัวจัดให้ Shi Xing รักษานายทหารคนอื่นด้วย เพราะรู้ว่าทัศนคติของทุกคนที่มีต่อ Shi Xing ก็จะดีขึ้นและเป็นมิตรขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในขณะเดียวกันตัว Shi Xing เองก็จะมีความเชี่ยวชาญและใช้พลังรักษาดีขึ้น

กับพอมาอยู่กับ Chi Yao ที่มีคนสนิทกับบริวารเยอะก็กลายเป็นมีคนรอบตัว Shi Xing เยอะไปด้วย แถมพอเป็นเด็ก แล้วนิสัยดีขยัน ตั้งใจ และมีน้ำใจ ใครๆ ก็รัก อย่างตอนฟื้นไข้ มานั่งเล่นนอนเล่นอยู่บนพรมในห้องทำงาน Chi Yao ระหว่างที่ฝ่ายโน้นทำงาน พ่อบ้านสองคนก็ผลัดกันเอาของมาให้ ทั้งเกม ทั้งขนม น้ำ หมอน ผ้าห่ม ตุ๊กตา อุดมสมบูรณ์และมีทุกอย่างมาก ... กับอย่างตอนที่ Chi Yao บอกว่าเหมือน Shi Xing สูงขึ้นมาอีกแล้วนะ ทุกคนก็วิ่งเข้ามาดู ทั้งพ่อบ้าน ทั้งทหารหน่วยของ Chi Yao (ที่กลายมาเป็นหน่วยของ Shi Xing ไปแล้วด้วย) นี่คือวิ่งมาวัดความสูง แล้วตื่นเต้นวิจารณ์กันจริงจังแล้ว สรุปว่ามีพ่อๆ พี่ๆ เต็มไปหมด (จริงๆ คงมีแม่และพี่สาวด้วย เพราะตอนมาทางเหนือ อยู่กับตระกูล Tan ก็น่ารักเป็นเด็กดีจนใครๆ ก็เอ็นดูไปหมด)

ชอบอีกอย่างที่ความรู้สึกของสองคนค่อยๆ พัฒนาไป โดยเฉพาะความรู้สึกของ Chi Yao ที่เปลี่ยนไปจนเห็นได้ชัด ตั้งแต่ต้นที่เหมือนว่าจับคู่กับ Shi Xing เพราะเป็นชาว Lan Xing คนเดียวที่ค่าพลังสูงพอที่จับคู่กับตัวเองได้ และด้วยความที่ Shi Xing เด็กกว่าตัวเองเยอะ ที่ผ่านมาก็มอง Shi Xing ว่าไม่ต่างจากหลานชายตัวเอง แต่เพราะ Shi Xing มุ่งมั่นที่จะเคียงข้างกับ Chi Yao ให้ได้ ทั้งในแง่ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บ และช่วยแบ่งเบาภาระ ... ความรู้สึกที่ Chi Yao มีต่อ Shi Xing ก็เริ่มเปลี่ยนรูปแบบมากขึ้นเรื่อยๆ เดิมรับผิดชอบเพราะหน้าที่ในแง่ว่าอีกคนเป็นชาว Lan Xing ที่จับคู่กับตน และตัวเองมีหน้าที่จะสนับสนุนเด็กใต้ปกคองที่ตัวเองดูแลให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างปลอดภัย แต่ตอนนี้กลายเป็นพอ Shi Xing สูงขึ้นมากว่าเดิม คำพูดที่มีก็คือ ในฐานะพาร์ตเนอร์ ความรู้สึกว่าทำผิดกฎหมาย (ที่สื่อเป็นนัยถึงการพรากผู้เยาว์) ก็หายไป

ชอบตอนที่ Shi Xing บอกกับ Chi Yao ว่าตัวเองจะเป็นกำลังให้ Chi Yao และ Chi Yao ไม่ต้องแบกทุกอย่างไว้อีกคนเดียวต่อไป เพราะหน้าที่ในฐานะกษัตริย์หนักหนาและใหญ่หลวงมาก แต่ Chi Yao ต้องทำ และพอทำทุกวันก็กลายเป็นความเคยชิน ซึ่งถึงแม้จะเคยชินเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่างานที่ทำหรือภาระที่แบกรับอยู่จะเบาลง เพียงแต่ทำใจยอมรับ ... พอ Shi Xing บอกว่าจะช่วย Chi Yao ก็รู้สึกเต็มตื้นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

แต่สุดท้าย สองคนก็เป็นยาดีอย่างที่อีกฝ่ายต้องการจริงๆ เพราะ Shi Xing ไม่มั่นคง ต้องการสภาพแวดล้อมที่ดี และทรัพยากรที่เพียงพอเพื่อจะเติบโตสมบูรณ์ และ Chi Yao ที่อยู่ตามหน้าที่และจริงจัง และหน่ายกับการเมืองและผลประโยชน์ที่เผชิญ ก็ต้องการคนที่ตรงไปตรงมาและใสบริสุทธิ์พอที่จะล้างความล้าในใจด้วย ทุกครั้งที่ Shi Xing มองมาตรงๆ และพูดความในใจออกมาไม่มีปิดปัง โดยเฉพาะความมุ่งมั่นที่จะรักษาตัวเองให้ได้ Shi Xing ก็รู้สึกใจตัวเองเริ่มคลอนแคลนไปหา “เด็กในปกครอง (ตามที่เคยมอง)” ขึ้นเรื่อยๆ อย่างตอนที่อาการบาดเจ็บของ Chi Yao กำเริบ แล้ว Shi Xing กอดปลอบ Chi Yao ว่า “You'll be fine.” คำตอบของ Chi Yao ก็คือ “Well, I have you.” น่ารักมาก

ตอนแรกที่เห็นเรื่องนี้ คิดว่าจะเป็นแนว Interstellar ง่ายๆ ดายๆ แต่ไม่เลย ทุกอย่างจริงจัง และแลกมาด้วยความอดทนและตั้งใจเท่านั้น อย่างพอเรื่องปมคนรักเก่าของ Shi Xing Shi Xing ก็ไม่ได้บอกตัว Chi Yao เพื่อให้อีกฝ่ายจัดการแทนให้ ทั้งที่ Chi Yao เห็นนิสัยและพฤติกรรมของ Shi Xing ว่าผิดจากประสบการณ์การเติบโตมาจากต้นไม้แม่ที่ควรจะเป็นแต่อย่างเดียว ถึงขั้นที่ Chi Yao ถาม Shi Xing เลยว่าถูกใครรังแกมาก่อนหรือเปล่า แต่ Shi Xing ก็เลือกที่จะเก็บเรื่องไว้กับตัว ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจ Chi Yao หรือไม่อยากเล่าอดีต แต่กลัวว่าตัว Chi Yao หรือแม้แต่ตัว Shi Xing เองก็ยังไม่พร้อมที่จะปะทะกับอีกฝ่ายตรงๆ ในตอนนี้ พูดได้ว่าเรื่องนี้แลกมาด้วยเลือดและน้ำตาทุกตอน ไม่มีง่ายไม่มีฟลุ๊ค มีแต่คิดแล้วพยายามทำให้สำเร็จ .... ซึ่งอย่างตอนที่รักษา Tan Chi ก็ไม่ใช่แค่ใช้พลังที่มีสูงกว่าคนอื่นแค่นั้น แต่มีการนั่งคิด วิเคราะห์หาหนทาง และหาวิธีการรักษา ทดลองเล่าทดลองเล่าในแต่ละวันทีละน้อยจนสำเร็จในที่สุด

ชอบที่หัวหน้าตระกูล Tan บอกว่าที่ตัวเองและกองทัพที่เจ็ด สนับสนุน Shi Xing ก็เพราะ Shi Xing แสดงให้เห็นว่าตัวเองมีความมั่นใจและกล้าที่จะตัดสินใจออกมาอยู่ข้างหน้าและช่วยเหลือ Chi Yao แทนที่จะเป็นคนถูกปกป้องตามประสาคนดาว Lan Xing อย่างที่พวกในสภาหรือบ้านตัวเองตอนแรกมอง Shi Xing ด้วย

อยากได้อะไร เรื่องนี้มีให้หมด คู่รัก OP ที่มีพลังระดับ SSSS และความมหัศจรรย์ของ Shi Xing ที่มีพลังมหาศาลและใช้พลังของตัวเองและความคิดแหวกแนวสร้างปาฎิหารย์ให้เกิดครั้งแล้วครั้งเล่า ฉากแอคชั่นสู้กับสัตว์อวกาศที่ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันเป็นทีมเพื่อล้มสัตว์อวกาศอย่างเป็นขั้นตอน การแย่งอำนาจและชิงไหวพริบกับฝ่ายสภาและศาสนา และที่สำคัญ ความรักและความสัมพันธ์ของ Shi Xing และ Chi Yao ที่มั่นคงและลงรากลึกไปเรื่อยๆ ที่เกิดพร้อมกับการเติบโตของ Shi Xing เช่นกัน


แค่สู้กับโบสถ์แย่งอำนาจทางการทหารกันก็ลุ้นแล้ว นี่คือให้กองทัพแต่ละกองมาลงคะแนนโหวตแล้วให้บอกจุดยืนแต่ละคน โอยย อ่านไปก็ลุ้นไป ชอบมากที่พอมีคนถามว่าทำไมกองทัพที่เจ็ดสนับสนุนตัว Shi Xing และเจ้าตัวบอกว่าเพราะว่าช่วยรักษาTan Chi ได้ ความรู้สึกของทหารหน่วยอื่นต่อตัว Shi Xing ก็เปลี่ยนไปแล้ว เพราะว่าถ้าไม่ใช่พลังระดับสูงและความสามารถทางการรักษามาก ไม่มีทางทำได้แน่นอน และเหตุผลที่สองที่ยิ่งกว่าก็คือตัว Shi Xing สู้กับสัตว์อวกาศร่วมกับเหล่าทหารได้ด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะสามารถสร้างม่านพลังพิเศษที่กันพลังของสัตว์อวกาศที่จะทำร้ายห้วงพลังของเหล่าทหาร อย่างแรกก็ยิ่งใหญ่แล้ว ยิ่งมีอย่างที่สองและความสามารถสั่งการ/บัญชาการ ทัศนคติของทหารหน่วยอื่นก็เปลี่ยนไปทันที

ปล.  

1.
ประทับใจความเปย์หนักของคุณพี่ Chi Yao มาก จับคู่กับ His Royal Highness ไม่ผิดหวังจริงๆ พอบอกว่าต้องการ red spar ก็คือไม่ใช่แค่ไปซื้อ แต่ว่าซื้อทั้งดาว โอ๊ยย ชอบบบมากกกๆๆๆๆๆ อ่านไปเรื่อยๆ อยากจะเรียกว่า strongest husband (partner) in the Empire มาก Shi Xing ต้องการทรัพยากรอะไรขนาดไหน ตัว Chi Yao หาให้หมด แถมยังหามาให้ก่อน Shi Xing จะรู้ว่าตัวเองต้องการอีก พออยู่กับ Chi Yao และได้ใช้ทรัพยากรอย่างที่ต้องการไม่มีขีดจำกัดก็ทำให้ขีดพลังของ Shi Xing เลื่อนขั้นขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึง SSS แล้ว แถมยังได้ความสามารถที่สองเพิ่มมาอีก กลายเป็นเด็กมหัศจรรย์ในสายตาคนรอบข้างไปแล้ว
  
แต่ว่า Chi Yao หน้านิ่งดูใจดีเป็นผู้ใหญ่ อยู่ไปๆ ก็ black belly ชอบแกล้งเด็กนะคะ แล้วด้วยที่อีกฝ่ายศรัทธาและพึ่งพามากก็นานกว่าจะรู้ว่าถูกแกล้ง แต่เพราะโอ๋บ้าง แกล้งบ้าง หลังๆ พอเรียก Xing Xing เล่นอย่างที่คนอื่นเรียก ทำให้ตัว Shi Xing รู้สึกว่าเป็นคำพิเศษ และตัวเองเป็นคนพิเศษได้เหมือนกัน ตรงที่บอกว่าฟังแล้ว Like a cuddling partner ในบท 49

เอาจริงคุณพี่เป็น black belly แกล้งเด็กมากขึ้นทุกวัน แต่ช่วงหลังเริ่มดูอินเลิฟมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ถึงขั้นที่มีคนสังเกตว่าตามองตามไม่ห่างเหมือนกัน Seeing that Chi Yao was not in a hurry to withdraw his gaze after the other walked away, Chang Quan was keenly aware that Chi yao was a little indulgent towards Shi Xing. กับพอเอาทั้งชอบแกล้ง ทั้งอินเลิฟมาอยู่ด้วยกันก็แอบน่ากลัว เหมือน Shi Xing ที่ซื่อตรง และจริงจังจะเริ่มรับมือไม่ทันแล้วด้วย มีอยู่ตอนนึงที่ Shi Xing ช่วยรักษาห้วงพลังให้หลานชายของอดีตโฆษกสภา และเป็นการรักษาโดยไม่มีเงื่อนไขต่อรองเลย ... ก็เพราะว่า Shi Xing มองว่าอาการเหมือนกับ Chi Yao อยากลองฝึกรักษาดู และพอ Chi Yao ถามว่าทำไมทำแบบนั้น เพราะอยากให้ Shi Xing พูดออกมาตรงๆ ก็ประชิดตัว Shi Xing ที่หลังติดกำแพงต้องประท้วงว่า เข้ามาใกล้มากไปแล้วเหมือนกัน และพอบ่นว่าเข้ามาใกล้มากไปแบบนี้จะเริ่มต้านกลับแล้วนะ Chi Yao ก็ตอบหน้าตาเฉยกลับว่างั้นลองดูสิ เพราะอยากรู้เหมือนกันว่าตัว Shi Xing จะต่อต้านกลับแบบไหน Then try, I am curious about your way of resisting.

แต่ขนาดคนเขียนยังกัด Chi Yao อยู่เหมือนกัน ชอบที่ตอนเจออดีตโฆษกสภา แล้วบรรยายว่าคนสองคนที่คิดในหัว 800 อย่างมาอยู่ด้วยกัน Two 800 minded people together ดูเป็นพวกที่มีความคิดล้ำลึก ลึกซึ้ง แต่ก็เป็นในด้านลบนะ


2.
ตัว Shi Xing ที่พลังตื่นขึ้นมาในระดับ SS? ก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกัน เริ่มจากที่พอรักษา Chi Yao จนใช้พลังไปหมด เมื่อรับพลังจากแร่ธาตุแดงได้ ก็คือเป็นไข้ขึ้นสูงมาก เพราะว่าพลังเพิ่ม และร่างกายรับไม่ทัน และทุกครั้งก็จะเป็นลูปดูดพลังและเป็นไข้ ซึ่งพอหายไข้ก็พลังเพิ่มขึ้นทุกครั้ง จากที่ทุกคนแตกตื่นตกใจก็เริ่มจับรูปแบบได้ เป็นแค่คอยดูแล แต่ไม่ตกใจเหมือนก่อน ชอบที่คนในดาวมีพลังพิเศษอย่างเดียวก็เก่งแล้ว แต่นอกเหนือจากความสามารถ “เห็น” พลังจิตที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรก พอพลังเริ่มมากขึ้นก็เกิดความสามารถที่สองด้วย ซึ่งก็คือการสร้างบาเรียกันพลังแปรปรวนของสัตว์อวกาศ (เข้าใจว่า) โดยที่ความสามารถแรกก็ทำให้ตัว Shi Xing เอามาประยุกต์สู้และจับการกับสัตว์อวกาศระดับต่ำได้แล้ว เพราะปกติแก่นพลังของสัตว์อวกาศจะอยู่ไม่เป็นที่ได้ทุกส่วนในร่างกายทำให้ทหารต้องใช้วิธีสู้โดยทุ่มทั้งตัว ไม่รู้ว่าส่วนไหนคือจุดอ่อน แต่คราวนี้พอ Shi Xing เห็นพลังได้ ก็คือเล็งที่ส่วนแก่นพลังของสัตว์อวกาศได้เลย

และที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือระหว่างที่ไปล่าสัตว์อวกาศระดับสูงมาให้ Shi Xing หลังล้มสัตว์อวกาศและได้แก่นพลังมาแล้ว Shi Xing ก็ถามว่าขอดูดซับพลังคลื่นของสัตว์อวกาศด้วยได้ไหม ต่างจากที่การใช้แก่นพลังของสัตว์อวกาศอย่างทุกครา และก็กลายเป็นว่าความสามารถของ Shi Xing ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเจ้าตัวคิดและพลิกพลางวิธีใช้พลังเพิ่มขึ้น อย่างที่กลายเป็นช่วยสร้างม่านพลังและคุ้มครองห้วงพลังจิตของทหารที่สู้กับสัตว์อวกาศได้อีก


3.
สงสารมากว่าจริงๆ คนที่เข้าข่ายผู้สมัครที่ถูกเลือกในตอนแรก 5 คนของ Shi Xing มีโปรไฟล์ดีมากชนิดมากของมากทุกคน เป็นคนหนุ่มอนาคตไกลที่ยศสูง พลังจิตสูง และพื้นฐานครอบครัวดีมากทั้งสิ้น พอมาอยู่ด้วยกันก็ตั้งกลุ่มแชตไว้กันกันเองพร้อมกับข่มกัน โดยที่ตั้งชื่อกลุ่มว่า “Top 5 Strongest Candidates” ทุกวันก็สลับเวลามาทำความรู้จักสร้างความคุ้นเคยกับ Shi Xing และพอ Shi Xing ไม่มีท่าทีตอบรับหรือปฎิเสธใครตรงๆ ทุกคนก็คิดว่าตัวเองมีความหวังแล้วเหมือนกัน แต่กลายเป็นวันสุดท้ายไม่มีใครที่ Shi Xing เลือกเลย อยู่ในสภาพปีกหักกันไปหมด แล้วก็กลายเป็นกลุ่มแชตโอ้อวดกลายเป็นที่พักใจที่ต่างคนต่างปลอบใจเลียแผลกันเอง กลายเป็น shelter for the fallen ไปแล้ว
และพอทำใจไม่ได้ แอบมาดูว่าใครเป็นคู่ที่ Shi Xing เลือก ก็กลายเป็นว่าทั้งห้าคนมาเจอ His Majesty เข้าตรงๆ อีก คราวนี้คืออีหลักอีเหลื่อมาก หาข้อแก้ตัวกันไปเรื่อยเปื่อยเพื่อหนี His Majesty ไปแทน

แต่ชอบที่ตัว Chi Yao ไม่ยอมให้ Shi Xing รับปากตอบแทนกลับโดยการสัญญาจะรักษาให้โดยไม่มีเงื่อนไข พอ Shi Xing กำลังจะอ้าปากพูด ตัว Chi Yao ก็พูดแทรกขึ้นมาก่อนว่าเป็นความผิดของตัวเอง และจะชดเชยให้ทั้งห้าคนโดยการส่งยานรบที่มีเทคโนโลยีล่าสุดไปให้ ซึ่งก็เป็นการชดเชยและปลอบใจที่คุ้มค่าและเกินคุ้มในอีกแง่เหมือนกัน

และพออยู่ด้วยกันสองคน Chi Yao ก็พูดมาเองเลยว่ารับปากกันแล้วว่าจะให้ความปลอดภัยของ Shi Xing มาก่อน และไม่มีทางทำอะไรที่จะทำลายความไปได้ถึงความปลอดภัยของ Shi Xing และตัว Shi Xing ก็ต้องทำแบบนั้นด้วย


________________________________________

ทวิตเตอร์ : @mgk993 #mereadingg

Sunday, 3 July 2022

我靠种田养活了整个军团 //I Feed My Entire Legion by Farming

 เจอจากหน้าหลัก แล้วก็ติดใจปก กับติดใจพล็อต



คนเขียน: 芒果像鱼
แนว: Interstellar, ทะลุมิติ, ระบบ, farming
ความสัมพันธ์: ผู้บัญชาการกองทัพ X ผู้มีพลังปลูกผัก
จำนวนตอน: 41 ตอน (ยังไม่จบ)
ปี: 2022
ลิ้ง

Bai Tu รู้สึกตัวก็มาอยู่ในร่างเจ้าของร่างที่เพิ่งฆ่าตัวตาย เพราะว่ากองทัพอิสระ White Tiger แย่งชิงพื้นที่ของจักรวรรดิมาได้ และต้องการแยกตัวเป็นอิสระ เพื่อประนีประนอมและสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับหน่วย White Tiger จักรวรรดิจึงให้ Bai Tu ชนชั้นสูงที่มีความสามารถปลูกผักแต่งงานกับ Huo Rinchuan เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ หากแต่ Bai Tu ตัวจริงไม่อยากแต่งงานกับ Huo Rinchuan ผู้บัญชาการกองทัพที่มีพื้นเพมาจากสลัม นอกเหนือจากโวยวายดูถูก Huo Rinchuan ให้ทุกคนรู้แล้ว ก็ยังแกล้งฆ่าตัวตายเพื่อหนีการแต่งงานด้วย แต่ว่าตายจริง และ Bai Tu ก็เข้ามาอยู่ในร่างแทน

ดังนั้น เมื่อรู้สึกตัว Bai Tu ก็อยู่ในยานอวกาศที่กำลังเดินทางกลับไปยังฐานที่มั่นของกลุ่ม White Tiger แล้ว และเพราะนายทหารทั้งหลายไม่พอใจที่ตัว Bai Tu ดูถูกผู้บัญชาการกองทัพที่เป็นที่เคารพและนับถือของตัวเอง ทุกคนก็ตั้งข้อรังเกียจ Bai Tu ไปด้วย และอาหารระหว่างเดินทางที่เป็นแต่ขนมปังกรอบและของเหลวเหมือนกาวที่ดูกินไม่ได้ก็สร้างความทรมานให้ Bai Tu ที่คุ้นเคยกับอาหารบนโลกมาตลอด

แต่ว่า Bai Tu ก็รู้ว่าถ้าตัวเองไม่แก้ปัญหาที่เจ้าของร่างสร้างไว้ก็จะอยู่ลำบากแน่นอน เพื่อพบว่าตัวเองมีความสามารถปลูกพืชของเจ้าของร่างเดิม และมีระบบที่ให้เมล็ดพันธุ์พืชผักได้อยู่ในมือ ก็เลยขอกระถางและดินจากทหารที่คุมหน้าประตูห้องมา และเพราะไม่ใช่คำขอเรื่องมากอะไร และเพราะทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่า Bai Tu มีพลังปลูกผัก คำขอก็เป็นจริงได้ง่ายดาย

ดังนั้น เจ้าตัวจึงใช้เวลาที่เหลือระหว่างเดินทางด้วยการปลูกหัวไชเท้าสี่ต้นอย่างตั้งใจ เพื่อจะใช้เป็นแต้มต่อกับทาง White Tiger ให้ได้ ... ซึ่งภาพที่ได้ก็เป็นอย่างที่ Bai Tu ตั้งใจ เพราะทางหน่วย White Tiger เห็น Bai Tu กอดประคองกระถางพืชที่ดูกินได้ลงมาจากยาน และ Huo Rinchuan รวมไปถึงลูกน้องก็รับรู้ว่าตัว Bai Tu ส่งสัญญาณต้องการร่วมมือกับพวกตัวแล้ว ... เพราะว่าโลกนี้ พืชที่กินได้ทั้งจักรวรรดิมีอยู่แค่ 20 ชนิดเท่านั้น ที่เหลือกินได้ไม่ได้ หรือไม่ก็วิวัฒนาการจนเป็นสิ่งมีชีวิตอันตรายไปแล้ว และก็เกิด “คนปลูกพืช” ขึ้นมาเพื่อให้พลังจิตตัวเองปรับระบบยีนในพืชให้ปลูกได้และกินได้ ถือเป็นกลุ่มคนสำคัญ โดยเฉพาะกับหน่วย White Tiger ที่เมื่อเข้ามายึดที่มั่นใหม่ทำให้เหล่าชนชั้นสูงและคนเทมพืชหนีไปหมด ไม่มีพืชที่ปลูกกินได้เลย นอกจากจะเสี่ยงอันตรายไปสู้และจับพืชกลับมาจากดาวอื่น

เพราะเป็นการแต่งงานทางการเมืองและเพราะตัว Bai Tu เดิมดูถูก Huo Rinchuan ไว้มาก ก็เลยทำให้ตัว Huo Rinchuan ไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวอะไรกับ Bai Tu โดยตัว Huo Rinchuanสร้างบ้านวิลล่าให้อย่างดีหนึ่งหลัง และให้ทหารรับใช้หนึ่งคนคอยดูแล และก็ให้ห้องวิจัยพืชในตึกวิจัยด้วย ... ซึ่งสำหรับตัว Bai Tu ที่ไม่คิดมากมองว่าสองคนไม่ใช่คู่รักกันจริงๆ แต่เป็นพันธมิตรกัน ก็รู้สึกว่าดีเพียงพอแล้ว

Bai Tu ที่ไม่มีอะไรทำไปขลุกตัวในห้องวิจัยวันแรก แต่ Zuo Lai ลูกน้องและคนสนิทของ Huo Rinchuan ที่ตอนนี้ต้องมาดูแลวิจัยพืชก็เลยมาชวนไปทานข้าวกลางวันที่ร้านอาหารราคาแพง และ Bai Tu ที่ทนอาหารรสชาติไม่ได้เรื่องมาตลอดก็ตื่นเต้นและคาดหวังอย่างมาก ... จนเจอว่าไม่ว่าจะไปไหนก็เจออาหารรสชาติแต่ตักเข้าปากไม่ได้อยู่เหมือนเดิม เลยขอใช้ครัวร้านอาหารทำอาหารเอง และก็เกิดเป็นมหกรรมที่ Zuo Lai มาเป็นลูกมือ Bai Tu ทำอาหาร และเหล่านายทหารระดับสูงก็ถูกความวุ่นวายและกลิ่นหอมของอาหารดึงดูดมาด้วย จบลงที่ Bai Tu ได้กินอาหารคนอย่างที่ตัวเองต้องการ และ Zuo Lai และนายทหารอื่นๆ ถูกอาหารที่ไม่เคยเห็นมาก่อนของ Bai Tu ซื้อใจจนเริ่มมอง Bai Tu ในแง่ดีขึ้น โดยหนึ่งในนั้นก็คือ Lei Shi หัวหน้าหน่วยที่ไม่คิดมาก

และพอหลายครั้งเข้า กลายเป็นว่าเหล่านายทหารไปงานปาร์ตี้อาหารของ “ภริยาท่านผู้บัญชาการกองทัพ” เป็นระยะๆ แต่ว่าผู้บัญชาการกองทัพไม่เคยได้ลิ้มลองอาหารเลย สุดท้ายพอทนไม่ไหว ฟัง Lei Shi และคนอื่นๆ อวดมากๆ เข้า กลางดึกก็ย่องเข้าไปในวิลล่าเพื่อแอบกินอาหารของ Bai Tu ซึ่งเพราะว่าตัว Huo Rinchuan มียีนแมวที่วันนึงต้องมีหนึ่งชั่วโมงอยู่ในร่างแมวก็เลยมาในร่างแมวพอดี แต่เผอิญว่า Bai Tu ลงมาดื่มน้ำพอดี พอเห็นแมวดำปลอดตาสีทองท่าทางรู้ความก็ตื่นเต้นมาก รีบเลี้ยงแมวพอแมวอิ่มแล้วเอาแมวไปอยู่ในห้องนอนด้วย

วันต่อมา ตื่นมาแมวหายไปแล้ว ก็เลยไปถาม Zuo Lai ที่ตอนนี้เจอกันทุกวัน ก็ได้ความว่าเป็นแมวของท่านผู้บัญชาการกองทัพ ซึ่งความจริงก็คือมีแค่ตัว Zuo Lai และลูกน้องคนสนิทอีกคนที่รู้ความลับนี้ ...และพอไปถาม Huo Rinchuan เองก็ได้ความว่าเป็นแมวเลี้ยงที่อยู่ในกองทัพ และไปไหนมาไหนเป็นอิสระ ... แต่เพราะเห็นความคลั่งแมว ตัว Huo Rinchuan ก็เลยคิดจะใช้ร่างแมวเข้าไปสืบความลับของ Bai Tu ด้วย เพราะทุกคนแปลกใจว่าทำไมตัว Bai Tu ที่ได้ข่าวมาตอนที่อยู่ในจักรวรรดิ และตอนที่ในหน่วย White Tiger แสนแตกต่างกัน ถ้าใช้ร่างแมวก็อาจจะสืบความจริงได้ตอนที่อีกคนไม่ระวังตัว และได้กินอาหารอร่อยๆ ด้วย

และเพราะอาหารที่ตัว Bai Tu ทำอร่อย ถึงขั้นที่ทางหน่วยเสนอให้เปลี่ยนอาหารในโรงอาหารทหารในหน่วยทั้งหมดให้เป็นอาหารตามแบบ Bai Tu ทำ และตัว Bai Tu ก็มีเมล็ดพันธุ์พืชอื่นขึ้นมาอีก ต่างจากสมมติฐานแรกที่พวก Huo Rinchuan คิดว่าตัว Bai Tu เอามาจากตระกูลตัวเอง ก็เลยทำให้เริ่มคิดว่าตัว Bai Tu น่าจะเป็นคนปลูกพืชระดับเทพ และก็เริ่มให้ความสำคัญกับตัว Bai Tu มากขึ้นเรื่อยๆ
.
.
.
เอาจริง ปกเหมือนดี และพล็อตเหมือนดีกว่าก็เลยพุ่งตัวไปอ่าน และก็ไม่ผิดหวังเลย ดีงามมาก ตอนแรกคิดว่าเจ้าตัวต้องพยายามเอาชนะใจทั้งหน่วยอย่างหนักเหมือนกัน แต่เพราะสถานะคนเทมพืชที่สร้างภาพตั้งแต่วันแรกที่อุ้มกระถางไชเท้าลงจากเครื่องมากก็ทำให้ความรู้สึกของคนในกองทัพดีขึ้น อย่างที่บอกว่าจะต้อง fight for his own treatment แล้วก็ได้จริงๆ ไม่นับว่าปฎิวัติวัฒนธรรมอาหารให้หน่วยอีก ภาพลักษณ์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกัน น่ารักที่พืชกินได้เป็นเรื่องใหญ่มาก และสำคัญมาก ชนิดที่วันแรกพอกอดไชเท้าหนึ่งกระถางลงมา ทุกคนก็ตื่นเต้นกันมาก บอกว่าภริยาท่านผู้บัญชาการเอาพืชกินได้มาจากตระกูลตัวเองด้วย พอบอกว่ายังมีอีกสามกระถางอยู่ในห้อง ตัว Zuo Lai ก็ยิ่งตื่นเต้น ให้ความสำคัญกับหัวไชเท้าถึงขั้นที่วันต่อมาพอ Bai Tu มาที่ห้องวิจัยวันแรกก็เจอว่ามีนายทหารอาวุธหนักครบมือประจำการอยู่หน้าห้องสองนาย พร้อมกับเลเซอร์นับไม่ถ้วนที่มีอยู่ในห้องเพื่อ “ปกป้อง” ต้นหัวไชเท้าแค่สามสี่กระถางงง ซึ่งตัว Bai Tu ที่ถึงแม้จะให้ค่าผักในฐานะเด็กที่มาจากบ้านที่ครอบครัวปลูกดอกไม้ขายก็ยังตกใจมากเหมือนกัน

ถึงขั้นที่ต่อมา พอพื้นที่ไม่พอ ตอนที่มีพันธุ์ผักมากขึ้น ก็ได้แปลงทดลองเพิ่มอีก และก็ได้ลูกมือเป็นนายทหารสองกองมาช่วยงาน น่ารักที่ทุกคนต้องลงนามสัญญาเก็บความลับก่อน และพอถึงเวลาก็ทำงานจริงจังมากด้วย ไม่นับว่าหน่วยที่มาช่วย Bai Tu มาได้เพราะสู้กับในหน่วยและหัวหน้าหน่วยที่ชนะก็จะได้มาทำงานในไร่ เป็นความศักดิ์สิทธิ์อลังการให้ความเคารพผักจริงๆ ถึงตอนหลังที่พอ Bai Tu จะทำผักกาดดอง ทหารยอมช่วยตัดช่วยล้างน้ำ แต่พอบอกว่าจะต้องเอาใส่แทงค์แล้วโรยเกลือก็ไม่มีใครกล้ายอมทำ บอกว่าไม่กล้าที่จะทำผิดพลาดแล้วผักที่มีค่าเสียหายไป

กับมีความเพี้ยนๆ อยู่เหมือนกัน เพราะว่า Bai Tu อยากกินหัวไชเท้าแบบบนโลกมาก แต่ตัว Zuo Lai ไม่ยอมให้กิน บอกว่าต้องเก็บไว้วิจัย สุดท้ายอยากกินทนไม่ไหว ก็เลยตัดสินใจแอบขโมยหัวไชเท้าหนึ่งหัวแล้วใส่กระเป๋าแอบจะไปกิน แต่เพราะทำท่าทางลับๆ ล่อๆ มาก ตัว Huo Rinchuan ก็มาเห็นเข้า ดังนั้นก็เลยตามไปดู และไปอยู่ในร่างแมว เพื่อที่จะ “สืบเรื่อง” ได้ชัดๆ แต่กลายเป็น Bai Tu ดีใจมากที่เจอ Xiao Ling แมวดำขาประจำที่มากินข้าวเย็นด้วยที่บ้านบ่อยๆ ก็เลยบอกว่าจะแบ่งของดีให้ แล้วแบ่งครึ่งไชเท้ากินกับแมวคนละครึ่งหัว กำลังกินอร่อยสองคน (หนึ่งคนหนึ่งตัว) ก็เจอ Zuo Lai ตามมาพอดี หลักฐานการกระทำผิดคาหนังคาเขา (คาปาก) คนและแมวมาก เพราะว่าตัว Zuo Lai ก็รู้สึกว่า Bai Tu มีพฤติกรรมน่าสงสัยเหมือนกัน และเพราะไม่เชื่อว่าตัว Bai Tu ดึงมาแค่หัวเดียวก็เลยลากกลับไปที่เกิดเหตุ (ห้องวิจัย) ... เพื่อหนีผิด ตัว Bai Tu ก็หว่านล้อมต่างๆ นานา ทั้งบอกว่าพืชอยากเป็นอาหารให้คนบ้าง ทั้งน่าเสียดายที่ไม่ได้กินพืชตอนที่อร่อยที่สุดบ้าง สุดท้าย Zuo Lai ที่ถูกกรอกหูว่าเป็นหน้าที่นักวิจัยเหมือนกันที่ต้องชิมและรู้จักพืชที่ตัวเองทดลองก็พ่ายแพ้ ยอมให้ Bai Tu ดึงไชเท้ามาอีกหัว และเป็นจำเลยร่วมกับ Bai Tu ขโมย (?) กินไชเท้าเหมือนกัน

กับตอนที่ Bai Tu ทำอาหารครั้งแรก ตัว Zuo Lai ก็เครียดว่าช่องว่างระหว่างชนชั้นสูงกับคนธรรมดามันยิ่งใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ ใหญ่หลวงขนาดนี้เลยเหรอ กรรมวิธีก็ดี รสชาติก็ดีต่างจากที่เคยกินมาทั้งชีวิตเลย ไม่ใช่แค่เอาอาหารรวมๆ กันแล้วกินได้เพื่อให้ได้พลังงานและคุณค่าอาหารเหมือนที่เคยเป็นมาตลอด แต่เพราะว่าตัว Zuo Lai ไม่ได้กินข้าวกลางวัน เพราะ Bai Tu วิ่งเข้าครัวไปก่อนและตัวเองต้องเป็นลูกมือให้อีกคนก็เลยได้ปริมาณอาหารเยอะกว่านายทหารคนอื่นๆ ที่กินข้าวกันไปแล้วด้วย ทำให้เป็นที่อิจฉาคนอื่นอย่างมาก ... แต่สุดท้ายคนที่ได้เปรียบและได้กินอาหารของ Bai Tu ตลอดยิ่งกว่าท่านสามี (ที่ไม่เคยได้กินเลย ยกเว้นว่าจะอยู่ในร่างแมว) ก็คือทหารรับใช้ส่วนตัวของเจ้าตัว เพราะว่าอยู่ด้วยกันตลอด มีอะไร Bai Tu ก็แบ่งให้ตลอด และก็ทำให้ตัว Fang Yu รู้สึกว่าโชคดีมากที่ได้ทำหน้าที่ที่ตอนแรกทุกคนเกี่ยงกันทำ เพราะได้กินมากกว่านายทหารระดับหัวหน้ากองทั้งหลายอีก เป็นที่อิจฉาทุกคน และทั้งความสามารถปลูกผักและอาหารอร่อยก็ยิ่งทำให้ Fang Yu เกิด absolute obedience ทั้งเชื่อฟังทั้งศรัทธา Bai Tu ขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยความที่จักรวรรดิและกองทัพอิสระอื่นๆ กดดันให้กองทัพ White Tiger และ Huo Rinchuan จัดงานแต่งงานก็เพราะว่าจ้องเล่นงานอยู่ และก็อยากจะให้ White Tiger ที่มีพื้นเพมาจากชนชั้นล่างและสลัมเสียหน้าที่จัดงานแต่งให้หรูหราและดูดีอย่างชนชั้นสูงในจักรวรรดิไม่ได้ แต่เพราะ Bai Tu คิดว่าไม่ควรต้องทำตามแบบแผนที่มี และควรจัดงานโดยใช้จุดเด่นของ White Tiger ก็เลยทำให้สุดท้ายแล้วเป็นที่กล่าวขวัญและฮือฮากันมาก เพราะการถ่ายทอดสดพิธีแต่งงานแปลกใหม่อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ต่างไปจากที่เคยเห็นอีก ซึ่งพอทุกคนรู้ว่าเป็นฝีมือและการออกแบบของ Bai Tu ก็ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของตัว Bai Tu ตัว Huo Rinchuan และตัว White Tiger ดูดีขึ้นมามาก น่ารักที่ตอนแต่งมีขบวนแห่รถเกราะหนักมาด้วย ซึ่งจริงๆ ถ้าเห็นรถแบบนี้มาก็คือแนวรับสุดท้ายของดาวถูกตีแตกแล้ว และก็กำลังจะกลายเป็นพื้นที่ของกองทัพอื่นไป Seeing it means that your own planet has been completely defeated, and it will soon become the domain of another legion. แต่คราวนี้รถเกราะหนักมาแบบตกแต่งดอกไม้ป่าสวยงาม ดูน่ารัก โรแมนติก และไม่น่ากลัวอย่างที่เคย และก็มี Huo Rinchuan กระโดดอย่างสง่างามลงมาจากรถเกราะเพื่อรอรับ Bai Tu ที่กำลังจะลงมาจากเรือเหาะอีก ยิ่งมีการให้คำสาบานระหว่างกันก็ยิ่งทำให้เหล่าสตรีชนชั้นสูง ตลอดจนเด็กสาว และวัยรุ่นทั้งหลายน้ำตาคลอตาม กลายเป็นทุกคนปลื้ม ชื่นชม และใฝ่ฝันจะจัดงานแต่งแบบนี้ด้วย เพิ่มค่าวัฒนธรรมให้กลุ่ม White Tiger ขึ้นมา

และน่ารักว่าคำสาบานของ Huo Rinchuan ที่บอกว่าตัว Bai Tu เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ (ในแง่ว่าจะคอยปกป้องดูแล) กลายเป็นคำสัญญา/สาบานตอนแต่งงานของคนในหน่วยต่อมาภายหลัง

แต่เหมือนเอาทหารมาใช้งานผิดประเภทเป็นระยะๆ เพราะว่าตอนตัดดอกไม้ป่ามาใช้ในงานแต่งก็คือว่า Zuo Lai ที่กลายเป็นเพื่อนสนิทของ Bai Tu ตั้งใจให้ดอกไม้เป็นของขวัญในงานแต่งงาน และก็ออกคำสั่งให้นายทหารหน่วยอีลีทไปช่วยกันตัดดอกไม้ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดดอกไม้ก็คือดาบเลเซอร์แสงที่ใช้สู้รบกันนะคะ อีกตอนก็เหมือนกัน พอข้าวสาลีสุกแล้ว นายทหารกลุ่มเดิมที่ลงชื่อเก็บความลับก็มาช่วยเกี่ยวข้าว และเพราะไม่เคยมีใครปลูกข้าวสาลีมาก่อนก็ไม่มีอุปกรณ์เกี่ยวข้าว เหล่าทหารก็ใช้ดาบเลเซอร์มาตัดต้นข้าวสาลี ซึ่งเพราะเป็นนายทหารฝีมือดี การตัดก็มีประสิทธิภาพมาก ไม่นับว่าตัดได้เสมอกันและพร้อมเป็นจังหวะเดียวกันทุกคนอีก ใช้คนน้อยทำงานได้มาก ก็เลยให้แบ่งหน้าที่กัน เป็นคนนวดข้าวอีกกลุ่ม

แต่คือ 41 ตอน ยังไม่ถึงไหนเลยอีกแล้ว ฮืออ ตกหล่มเรื่องที่ยังไม่จบอีกแล้วววว ก็รอดูที่คนเขียนบอกว่าจะมีวันที่ Bai Tu เป็นคนที่ทั้งหน่วย White Tiger ปกป้องรักษายิ่งกว่าชีวิตอยู่ กับคนเขียนชอบให้ทายว่าจะเป็นอย่างไรต่อ อย่างพอบอกว่าเป็นแมว ก็ถามว่าเดาออกไหมว่าเป็นแมวสีอะไร .... ซึ่งเดาถูก เพราะแมวที่ดีคือแมวดำ เหตุผลและตรรกะพังมากจริง (ถึงจะถูกก็เถอะ) กับนะคะ ถึงคนเขียนจะบอกว่าเพราะคุณพี่ Huo Rinchuan ผมดำไง แต่ว่าถ้าให้เป็นแมวลาย แมวส้มพวกนี้ก็ไม่น่าเกรงขามสิ

ปล.
1.
เอาจริง ช่วงแรกเห็น Zuo Lai อยู่กับ Bai Tu มากกว่า Huo Rinchuan อีก ขำที่จริงๆ แล้ว Zuo Lai มีหน้าที่พัฒนาและวิจัยอาวุธและอุปกรณ์เทคโนโลยีสูงทั้งหมดของหน่วย แต่เพราะตอนที่ยึดดาวได้ ไม่มีคนเทมพืชได้เลย ก็เลยต้องมารับหน้าที่โดยปริยาย พออยู่กับ Bai Tu นอกเหนือจากจะช่วยกันวิจัย และเป็นเพื่อนกันได้ ก็เลยมีความมุ่งมั่นที่จะปั้น Bai Tu ให้เก่งและรับช่วงหน่วยวิจัยพืชไปที ตัวเองจะได้ลาจากพืชเอาแต่ใจ และกลับไปวิจัยอาวุธแบบเดิมได้เสียที


2.
ชอบทัศนคติตัว Bai Tu ที่เรื่อยๆ สบายๆ มาก ตอนแรกมาที่กลุ่ม White Tiger ก็คิดว่าควรให้ความสำคัญใครที่สุด ในแง่ที่ว่าใครคือหัวหน้างานตัวเอง ตอนแรกคิดว่าเป็น Huo Rinchuan แต่พอถูกจับโยนไปอยู่กับ Zuo Lai ก็คิดว่าตอนนี้หัวหน้าตรงตัวเองคือ Zuo Lai แล้วนะ

ความมุ่งมั่นที่จะอยู่ดีในหน่วย White Tiger เกิดมาแล้ว ความมุ่งมั่นที่จะกินอร่อยก็ตามมาด้วย และชัดจน Zuo Lai เริ่มคิดว่าจริงๆ การที่ตัวเองกับ Huo Rinchuan คิดว่า Bai Tu ทำตัวขัดแย้งเพราะว่าอยากเป็นคนปลูกพืชระดับเทพที่ทำเพื่อคนทั้งมวลหายไป และกลายเป็นเริ่มมองว่า Bai Tu ทำเพราะอยากกินผักอร่อยขึ้นมาหรือเปล่า (ซึ่งจริงๆ ก็ถูก มีแค่อย่างหลังจริงๆ แต่ว่า brain supplement แบบแรกไปไกลเกินเยียวยากันแล้ว)

แต่ว่าความบ้าแมว Bai Tu เกินเลยมาก ทุกครั้งที่เห็นแมวดำสุดที่รักก็จะโอ๋ โอ๋ และโอ๋ ตอนที่เรียกแมวว่าเหมียวก็เพราะยังไม่รู้จักกัน และเมื่อตั้งชื่อให้แมวได้ (ด้วยการอนุมัติของแมวที่ไม่พร้อมตบหลังได้ยินชื่อแปลกๆ) ก็อดเรียกชื่อโน้นชื่อนี้ไม่ได้ อย่างที่แอบคิดไปเองว่าปัญหาที่เจ้าหน้าที่ตักอึแมวมีเหมือนกัน คือชื่อแมวชื่อเดียวไม่เคยพอ ช่างเป็น human with cat slave attribute มาก

กับขำที่บอกว่าพอเทมพืชได้ แต่งยีนพืชได้ อยากจะบอกให้มะม่วงทำตัวสมเหตุสมผลบ้าง และเรียนรู้จากกล้วยว่าทำไมต้องมีเมล็ดใหญ่มากขนาดนั้น เอาจริงๆ เหมือนนักเขียนกัดตัวเองเล่นชื่อ เพราะว่าชื่อมะม่วงเนี่ย


3.
เหมือนท่านผู้บัญชาการกองทัพจะนิ่งๆ ไม่สนใจภริยา แต่ว่าตอนที่ Bai Tu ไปตามหาพันธุ์พืชที่ดาวดวงอื่น กลายเป็น Huo Rinchuan คิดถึงตลอด ตอนที่ไปกินข้าว ไม่ว่าจะเป็นที่โรงอาหาร หรือร้านอาหารของ Bai Tu ก็คิดถึงอีกคนตลอด (แม้จะเพราะบอกว่าอาหารที่หุ่นยนต์ทำอร่อยสู้อาหารที่ Bai Tu ทำไม่ได้ก็เถอะ) ไม่นับว่าตอนเย็นก็คิดว่าปกติถึงเวลานี้ ตัวเองก็จะแปลงร่างเป็นแมวไปหา Bai Tu แล้วอีก ช่วงที่ Bai Tu หายไปสองวัน คนที่หงุดหงิดโมโหอารมณ์เสียตลอดก็คือท่านผู้บัญชาการกองทัพหน้านิ่งนี่เอง จนในที่สุดก็ไปขับหุ่นยนต์ Apocalypse ของตัวเองช่วยหน่วยอื่นรบเลยนะ

อยากรอดูตอนคลั่งรักมากกกก
  
________________________________________

ทวิตเตอร์ : @mgk993 #mereadingg

Wednesday, 27 April 2022

我在原始兽世当祭司 // I Was A Priest in the Primitive Beast World



คนเขียน : 老树青藤

แนว: ทะลุมิติ, ยุคหิน, สร้างเผ่า

ความสัมพันธ์: นักรบ (+คนใช้??) X นักบวชเผ่า

จำนวนตอน: 72 ตอน (ยังไม่จบ)

ตอนนี้เสิร์ชหาแนวสร้างเผ่ายุคหินจากเว็บจิ้นเจียงแล้วค่ะ ไม่ไหวแล้ววว ติดแนวนี้มากไปไหนไม่ได้ 

Shen Nong ที่เป็นนักวิจัยพันธุ์พืชกำลังต่อสู้กับงูยักษ์ระหว่างสำรวจสมุนไพรป่าในยุคอวกาศ และตัดสินใจระเบิดนิวเคลียสพลังไม้ของตัวเองเพื่อช่วยอาจารย์ที่เป็นกึ่งพ่อบุญธรรม และตอนที่คิดว่ากำลังจะตาย ก็ถูก summon มาเป็นนักบวชในเผ่าอ่อนแอล้าหลังยุคหิน และมีระบบที่บังคับให้ต้องสร้างความเจริญให้เผ่าอีก

เอาจริงก็คือว่าคนยุคปัจจุบันหรืออนาคตมาสร้างเผ่า มันก็สนุกส่วนหนึ่งเพราะว่ารู้มากและมีระดับความก้าวหน้าทางอารยธรรมที่แตกต่างกันอยู่แล้ว ยิ่งมาจากโลกอนาคตก็ยิ่งสุดโต่ง เพราะคนในเผ่าเห็น Shen Nong ต้มน้ำได้ก็ตื่นตาตื่นใจแล้วว พอถามว่าจะกินไหม ก็ตื่นเต้นมาก เชื่อกันไปว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่กินแล้วจะแข็งแกร่ง แล้วกินน้ำต้มไปไม่ยั้งจนจุก (...) เอาจริงคิดในแง่ดีคือดูหลอกง่ายทุกคนเลยนะ เพราะว่าท่านนักบวชทำอะไรก็ดี ทำอะไรก็ใช่ แล้วเพราะอยากได้สเกลอลังการเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือตัวเองก็บอก (หลอก) คนในเผ่าไปอีกว่าเทพเจ้าสัตว์ส่งตัวเองมาตให้เผ่าไม้ ทุกคนได้ยินคำว่า beast god ก็ยิ่งตื่นตาตื่นใจ และยิ่งซึ้งใจที่เผ่าตัวเองสามารถเรียกนักบวชที่เก่งมากและอยู่ในระดับสูงมากได้ 

และดังนั้น กระบวนการสร้างความเจริญเผ่า ในแง่ที่ว่าปรับปรุงคุณภาพชีวิตก็เริ่มขึ้น .. เพราะว่าคนในเผ่าเอาเนื้อมาให้ก็กลายเป็นว่าเนื้อที่เอามาใกล้เน่าแล้วนะ แล้วคือดีที่สุดที่มี Shen Nong ที่มาตรฐานชีวิตสูงมากจากยุค interstellar จะกินได้อย่างไร ก็กินผลไม้ใบไม้ไป แล้วก็คิดว่าถ้าไม่หาอาหารแล้วแก้เรื่องนี้ได้ ตัวเองต้องไม่รอดอดตายก่อนแน่ 

ส่วนนังระบบก็เหมือนแนวระบบปกติที่ทั้งช่วยให้ข้อมูล ให้ความช่วยเหลือ และให้มิชชั่นมาทำ แต่ขณะเดียวกัน ก็แอบกัดแทะแซะ Shen Nong ด้วย ทั้งมีประโยชน์ และคอยถ่วงขา อย่างตอนนึง อีระบบชั่วมาก กำลังคิดว่ามือสกปรก เพราะเลือดเปื้อน เวลาออกมาข้างนอกควรมีผ้าเช็ดหน้าติดมาด้วย อีระบบก็ออกมาเย้ยว่ารักสะอาดในยุคหินเนาะะ ซึ่งพระเอกมาจากยุคอนาคต สาย interstellar ไงคะ ความแตกต่างมันยิ่งสุดโต่งง แต่ความขำมากอย่างหนึ่งคือ Shen Nong ดูหน้านิ่งๆ แต่ว่าต่อราคากับระบบโหดมาก พอระบบเอาของมาหาก็จะบอกว่าหนึ่งแถมหนึ่งไหมก่อนตลอดเวลา พอระบบบอกว่าเก้าแถมหนึ่งก็จะต่อเป็นสามแถมหนึ่ง แล้วพอระบบตกลงง่ายๆ ก็แอบเคืองว่าไม่น่ายอมแบบนี้ น่าจะเป็นหนึ่งแถมหนึ่งเหมือนเดิม 

อ่านตอนแรกอยากจะบอกว่า ความสนใจใหญ่หลวงของฉันก็คือใครจะเป็นพระเอก หรือว่าลุ้นกว่านั้นก็คือจะมีพระเอกไหมคะ ทุกคนดูไม่อ่อนแอก็แก่ชรา ไม่มีใครเหมาะสมคุณสมบัติพระเอกเลย ... แถมเอาจริง หลายเรื่องยุคหินไม่ค่อยเน้นพระเอกด้วย ฮือ และถ้าไม่มีพระเอก หรือพระเอกบทไม่เยอะ ก็ไม่มีแรงกระตุ้นเลย

แต่สรุปว่าแรงจูงใจสุดโต่งก็มาแล้ว พระเอกดีมากก สาย obsessive สุดโต่ง น่ารักที่ช่วยเด็กต่างเผ่ามาได้ แล้วพอบอกให้เป็นบอดี้การ์ดคอยดูแลก็พัฒนาตัวเองจนกลายเป็นนักรบเผ่าได้ น้อง Zhe อัพเกรดจากอ่อนแอเป็นแข็งแกร่งสุดโต่ง ยิ่งพีคกว่าคือก่อนได้ร่างสัตว์ของตัวเอง อิจฉาลูกหมีแพนด้าที่ท่านนักบวชคอยลูบขน ตาร้อนผ่าวตั้งแต่ท่านนักบวชพามาอยู่ด้วยในถ้ำแล้ว แล้วก็ขอให้ตัวเองแปลงเป็นสัตว์ขนเยอะๆ ฟูๆ จะได้สู้กับลูกหมีได้อยู่ในใจด้วยหน้านิ่งตลอดเวลา สรุปว่าก็ได้ร่างสัตว์เป็นลูกเสือดำมีปีกขนนิ่มนุ่มสุดๆ สมใจ ... แล้วคือว่าเป็นสัตว์เทพที่ระดับ 10 ซึ่งก็เป็นระดับสูงสุดของนักรบโลกนี้แล้วนะคะ อันที่จริง ร่างจริงต้องตัวใหญ่เท่าภูเขา (หรือใหญ่กว่าภูเขาก็ ไม่แน่ใจ) แต่ถ้าทำแบบนั้นก็ไม่น่ารักน่าเอ็นดู เลยกลายร่างตัวเองเป็นลูกเสือดำมินิขนาดอุ้มได้แทน พอท่านนักบวชถามว่าเป็นนักรบระดับสูงสุดไม่ใช่เหรอ? ทำไมตัวจิ๋วแค่นี้ ก็ทำตาแป๋วไม่รู้เรื่องไป จนอีกฝ่ายคิดว่าได้แค่นี้ก็ดีแล้ว ค่อยเลี้ยงไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็โตได้ก็แล้วกันและก็สมใจมาก เพราะตัวเอก suck cub ไม่ไหวแล้ว มือไปเอง ขนนิ่มสุดๆ นุ่มสุดๆ ถึงขั้นให้มานอนบนเตียงเป็นตุ๊กตาลูกเสือไปแล้ว ความปรารถนาที่จะเป็นสัตว์ร่างฟูๆ มีขนเยอะๆ นุ่มๆ ก็เป็นจริงสมใจ และเลื่อนระดับความใกล้ชิดขึ้นมาได้เรื่อยๆ อีก

ส่วนพฤติกรรมนอกเหนือจากนั้น ชัดขนาด ถ้าไม่ต้องซ้อมหรือฝึกฝนใดๆ ก็จะไปป้วนเปี้ยนอยู่กับท่านนักบวชอย่างเดียว ทั้งเผ่ารู้กันว่าคอยเดินตามท่านนักบวชไม่แปลก แต่ถึงขั้นที่เผ่าอื่นยังรู้ พอถามว่าคนไหน ก็บอกว่าคนที่ตัวสูงๆ แข็งแกร่งมากๆ ดุดันสุดๆ แล้วก็ชอบวนเวียนตัวติดอยู่กับนักบวชเผ่าน่ะเหรอ? ช่วงแรกยังโอเคนะ แต่ครึ่งหลังเนี่ยสิ ....  แต่หลังๆ พออยู่ด้วยกันมากๆ ท่านนักบวชก็ติดเหมือนกัน เพราะคอยดูแล เอาใจ และรู้ใจสุดๆ ที่สำคัญถ้าไม่อยู่ไม่มีตุ๊กตาลูกเสือให้กอด นอนไม่หลับอีกต่างหาก ช่วงที่ออกไปล่าสัตว์ให้เผ่าแล้วหายไปนี่ ถึงกับคิดว่าไม่ควรให้ไปไหนค้างคืนแล้ว เพราะว่านอนไม่ได้เลย ตื่นมาควานหาลูกเสือตัวเองเป็นระยะๆ ตลอดคืน ลูกแพนด้าก็ขนไม่นิ่มเท่าแล้ว แต่ว่าก็น่ารักปนขำที่คนในเผ่าก็รู้กันว่าท่านนักบวชติดสัตว์ขนฟู มีอะไรก็เอาไปนอนกอดในถ้ำตัวเอง แต่หลังๆ เสือจิ๋วที่จริงๆ ไม่จิ๋วก็เริ่มร้ายแผ่รังสีอำมหิตกดดันจนลูกแพนด้าไม่กล้าเข้าไปกอดท่านนักบวชอีก 

แต่ย้ำอีกทีน้อง  Zhe ลูกหมาเด็กน่ารักมากก เจอจนรสนิยมฉันจะเปลี่ยนตามแล้วนะคะ ไม่ไหวแล้ว ซื่อๆ จริงใจ น่ารักกที่สุด แต่คือกระบวนการบริการต้มน้ำให้อาบ คอยจับมือเดินเวลาเดินทางแล้วสะดุดมัวแต่มองสมุนไพร หยิบเนื้อใส่จานจัดสำรับให้ เป็นหมอนกอดนอน (เวลาเป็นลูกเสือดำ) รวมไปถึงนวดขมับ .... จะไม่มีใจตอบก็ให้มันรู้ไป เทมกันแบบนี้ และน้อง Zhe ของฉันทั้งโลกหล้ารู้กันว่าวันๆ คอยแต่เดินตาม priest ถ้าไม่รินน้ำก็เลื่อนเก้าอี้ให้นั่ง บริการทุกระดับประทับใจจริงๆ กับวันนี้ (ตอนที่ 59) น่ารักอีกอย่างที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วกินอร่อยมาก แล้วเหมือนว่ากินเยอะมากด้วย กับตอนที่กินลูกกวาดแล้วอร่อยก็น่ารัก ลูกหมาเด็กทำอะไรก็ดี

คำว่าลูกหมาเด็กทำอะไรก็ดีไม่ใช่แค่กับฉัน แต่เป็นกับ Shen Nong ด้วยเถอะ เอาจริงเพราะพออยู่ด้วยกันก็โอ๋ตามใจกันไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นที่พอบอกว่าขออยู่ใกล้ๆ แล้วมาอยู่ในถ้ำก็ยอมไป แถมยังซื้อลูกกวาดจากระบบมาป้อนทุกวันอีก ก็ตามใจในแบบตัวเองเนาะ แล้วตอนนี้เริ่มเปลี่ยนสภาพจากคนสนิทใกล้ตัวไปเป็นคนรักกันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วท่านนักบวชฉันก็ดูเป็นสภาพมีคนรักสปอยล์สุดโต่งแทน ล่าสุดตอนเดินหาไปหาเผ่านกแล้วเร่งมากพอไปถึงก็หมดสภาพยืนเอาตัวซบน้อง Zhe แบบจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ ถึงขึ้นที่ต้องคอยจับตัวเพราะกลัวล้ม หรืออีกวันพอคุยทางการกับหัวหน้าเผ่านก ก็ทำหน้าขึงขังแล้วบอกว่าท่านนักบวชถ้าเมื่อยพิงตัวเองมาได้เลยนะ  Shen Nong ก็เลยแกล้งทำตัวไม่มีกระดูกแล้วแทบจะพิง Zhe แบบสิงกันไป ... ดังนั้น ถึงขั้นหัวหน้าเผ่านกคิดว่าสองคนเป็นคนรักกันแล้ว

แต่พอเผ่าเริ่มแข็งแกร่งขึ้นก็ไม่น่าแปลกใจที่จะมีเริ่มมีเผ่าอื่นมาขอติดตามเหมือนกัน เริ่มจากเผ่าน้ำ ชอบนักบวชเผ่าน้ำที่มาอยู่ด้วย รักความรู้ความ sensible มาก กับน่ารักที่พอมาแล้วอ่านแปลนงานทุกอย่างรู้เรื่องในหนึ่งแวบ เลยกลายเป็นคนคุมงานไปแล้ว แล้วก็มีเผ่านกที่ไปเจอกันตอนเอาของในเผ่าไปชาย กลายเป็นได้แหล่งซัพพลายเออร์คนส่งของทะเล ไม่ว่าจะเป็นสาหร่าย ปลา กุ้ง หอยนางรมแล้ว 

ปล. 

1. ตอนนี้สินค้าเผ่าคือพวกเครื่องปั้น อันนี้ไม่แปลก แต่ที่แปลกกว่าเรื่องอื่นคือพวกขนสัตว์ หนังสัตว์ แต่อนาคตน่าจะมีอย่างอื่นเพิ่มมาอีก


2. น่ารักที่เผ่านกบอกว่าดีใจที่บินได้ ... บินไปทะเล แล้วหาของทะเลมาแลกเปลี่ยนกับกินเองได้ ทั้งที่ก่อนหน้า เพราะบินได้ เลยถูกเผ่าอื่นรังเกียจและไม่คบค้าสมาคมด้วย แต่ว่าหัวหน้าเผ่านกหายป่วยหรือยังคะ? อยากดูร่างสัตว์มาก คุณพี่เป็นนกอะไรเหรอ? ตัวใหญ่อลังการใช่ไหมคะ?

3.  อ่านตอนแรกงงมากว่าทำไมทุกคนมีชื่อเป็นสัตว์ สรุปว่าชื่อสัตว์ข้างหน้าก็คือตามร่างสัตว์ของตัวเอง

4. แต่ว่าวนเวียนอยู่สาย clan-building มาก แล้วก็มีเรื่องที่อยากอ่านอีกเยอะมาก ตอนนี้ติดมากไม่ไหวแล้ว แต่รู้สึกว่ายังออกจากลูปนี้ไม่ได้ด้วย ไปๆมาๆ สร้างเผ่ายุคหิน สนุกกว่าสร้างเมืองเซตติ้งยุโรปยุคกลางอีก ฉันก็คงหลงอยู่ในนี้ต่อไปอีกนานมากแน่นอนน

5. แต่คุณพี่นักรบอีกคนนึง กล้ามเนื้อไปแทนสมองมาก ไม่รู้เรื่องอะไรเลย นอกจากล่าสัตว์และใช้กำลัง ดูเพี้ยนๆ และมักถามอะไรไม่เข้าเหตุการณ์ตลอดเวลา ... การเป็นนักรบระดับ 7 ไม่ช่วยอะไร 



Monday, 10 February 2020

I’m Not Human โดย 酒矣

Gu Huai คนเขียนสคริปต์ตายแล้วไปเกิดใหม่ ... โดยเกิดใหม่เป็นราชาของเหล่า Zerg — เอเลี่ยนต่างดาวที่ขึ้นชื่อในฐานะสิ่งมีชีวิตอำมหิต เลือดเย็นและสุดยอดนักรบอันดับต้นๆ ของจักรวาล

แต่นั่นก็เป็นเรื่องก่อนจะมี Zerg King เพราะสัญชาติญาณของเหล่า Zerg ทั้งหลายมีอยู่อย่างเดียว ก็คือรับใช้ราชา และทำให้ องค์ราชาพอใจ ฉะนั้น วินาทีแรกที่ Gu Huai  รู้สึกตัว และลืมตาตื่นขึ้นมา ก็บังเอิญเชื่อมต่อทางโทรจิตกับเหล่า Zerg ทั้งเผ่าพันธุ์เสียแล้ว และก็ตามมาด้วยความจ้าละหวั่นของเหล่า Zerg ที่จะต้องตามหาองค์ราชาให้เจอ และตามไปรับใช้ให้ได้

โดยที่กลุ่มแรกที่เจอองค์ราชา ก็คือ Alves หัวหน้ากองทัพที่หนึ่ง Zerg ระดับสูงที่โมโหหงุดหงิดกับสิ่งรอบตัวถึงขั้นที่ต้องเอาผ้าผูกปิดตาเอาไว้เพื่อกันสิ่งเร้าต่างๆ ที่จะเห็น เพื่อไม่ใช่สภาพรอบตัวมีอิทธิพลกับสภาพอารมณ์และความรู้สึกของตัวเอง เมื่อ เหล่า Zerg ที่ยอมรับที่องค์ราชาถือกำเนิดมาในดวงดาวชายขอบห่างไกลความเจริญไม่ได้ ทุกคนก็ลงความเห็นกันว่าจะอัญเชิญราชาที่เคารพไปอยู่ที่ดาว Tuser อันเป็นที่ตั้งของกองทัพที่หนึ่ง

อันที่จริง เหล่า Zerg ไม่ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่แบ่งเป็น 4 เหล่าตามกองทัพที่ Zerg ระดับสูงต่างสายพันธุ์เป็นหัวหน้า แต่เมื่อราชาถือกำเนิดมาแล้ว สิ่งหล่อหลอมสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของเผ่าพันธุ์ก็เกิดขึ้น!! 

ซึ่งทั้งหมด ก็ตามมาด้วยการที่เหล่า Zerg เลือดเย็นโอ๋ โอ๋ และโอ๋องค์ราชาแบบกู่ไม่กลับ! ความน่ารักมากๆ อยู่ที่พอ Gu Huai มาอยู่ที่ดาวแล้ว มีการประกวดสิ่งมีชีวิตที่น่ารักที่สุดในจักรวาลประจำปีขึ้นมาพอดี และเมื่อเหล่า Zerg รักและเทิดทูนบูชาองค์ราชาเสียขนาด ความจำเป็นเร่งด่วนก็คือช่วยกันโหวตให้เป็นที่หนึ่ง กลายมาเป็นวาระแห่งชาติที่เหล่าผู้นำจะต้องมาประชุมกันอย่างเคร่งเครียดเพื่อแย่งที่หนึ่งมาจากแมวเก้าหางแชมป์เก่าหลายสมัยให้ได้ และที่น่ารักปนน่าอ่อนใจก็คือ Gu Huai กำลังติดต่อหัวหน้ากองทัพที่สามและสี่พอดี และเมื่อทิ้งรายละเอียดให้ Ellis เสนาธิการกองทัพสานงานต่อ สิ่งแรกที่ฝ่ายนี้ทำคือส่งลิงค์โหวตไป ฉะนั้น เมื่อ 4 กองทัพใหญ่เหล่า Zerg ช่วยกันโหวต อันดับหนึ่งก็ตกเป็นของ Gu Huai ไม่ต้องสงสัย

เพราะว่าพวก Zerg เพิ่มออปชั่นโหวตว่า Gu Huai โดยไม่มีคำอธิบายเพิ่ม เลยมีเหล่ากระทู้ที่ตั้งคำถามว่า Gu Huai คือตัวอะไร และน่ารักขนาดไหน อยากหามาเลี้ยงบ้าง โดยเฉพาะน่าจะมีโอกาสเป็นเจ้าของมากกว่าสัตว์อนุรักษ์/สงวนที่อยู่ในอันดับสาม ซึ่งมนุษย์โลกสองคนที่รู้ความจริงมาอ่านก็ได้แต่กรีดร้องในใจ ว่า อย่านะ! ไม่มีใครมีปัญญาเลี้ยงได้แน่! นี่คือสิ่งมีชีวิตสิ่งเดียวในจักรวาลที่ถูกปกป้องดูแลโดยเหล่า Zerg โหดทั้งเผ่าพันธุ์เลยนะ!

เท่านั้นไม่พอ อันดับหนึ่งจะกลายเป็นสินค้า ตอนแรกบริษัทที่เป็นกึ่งๆ สปอนเซอร์จัดงานก็เครียดว่าจะเอาราชา Zerg มาทำเป็นสินค้าขายได้ไหม จะถูกหมายหัวในฐานะที่ลบหลู่หรือเปล่า แต่เมื่อเหล่า Zerg อยากถ่ายทอดความชื่นชมองค์ราชาให้ทั้งจักรวาลได้รับรู้ และยิ่งเห็นความน่ารักน่าเอ็นดูของสินค้าตัวอย่างแล้ว .... วาระเร่งด่วนก็ตามมาที่จะให้สินค้าถูกผลิตโดยไว Zerg ทุกตัวต่างเคลิ้มที่จะได้องค์ราชามินิไว้กอด ไหนจะมีคนในจักรวาลที่ซื้อไปเพราะอยากรู้อีก กลายเป็นสินค้าสุดฮิตกันไป!

หลังจากนั้น Gu Huai พยายามเปลี่ยนภาพลักษณ์ของพวก Zerg ที่ดูโหดร้ายไม่มีความรู้สึกให้ดีขึ้น และอยากทำการทูตกับดาวรอบๆ ซึ่งก็มีโอกาสพอดี เพราะดาวเพื่อนบ้านถูกโจรสลัดอวกาศโจมตี และพอส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปที่พวกสัมพันธมิตรก็นานกว่าจะเดินทางมาช่วยดาวเคราะห์ร้ายนี่ได้ ดังนั้น Gu Huai ก็เลยมองเป็นโอกาสดีที่จะผูกสัมพันธ์โดยไปช่วยเลย และเพราะว่าองค์ราชาจะไปด้วยตัวเอง เหล่า Zerg ก็สติหลุดเร่งเพิ่มการอารักขาขึ้นมาอีก ไหนจะเมื่อ Gu Huai ไม่รู้ว่าเหล่า Zerg ของตัวเองโหดขนาดไหน กลัวว่าจะไปรบแล้วบาดเจ็บก็เลยกังวลขึ้นมา จน Zerg ทั้งหลายเพิ่มจำนวนพลรบไปอีก แถมยังตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะเป็นคนไป เพราะทุกคนอยากอวดความสามารถให้ราชาเห็นทั้งนั้น สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นคือ หัวหน้ากองทัพทั้งสี่ก็ไปด้วยกันหมด จนเมื่อเทียบกับเหล่าโจรสลัดก็เอาชนะได้ในเวลาชั่วอึดใจ ถึงขนาดที่ Gu Huai บอกว่ารู้แล้วว่าเอามดไปสู้กับทะเลเป็นอย่างไร

ดาวเพื่อนบ้านก็ซาบซึ้งกับความช่วยเหลือที่ไม่คิดไม่ฝันของเหล่า Zerg อย่างมาก จนทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญาเป็นพันธมิตรและแลกเปลี่ยนทางการค้ากัน สัญญาก็ดูปกติดี จนกระทั่งภาคผนวกพิเศษนั่นแหละ เพราะว่าคนในดาวจะต้องยอมตกลงที่จะโหวตให้ Gu Huai ในการประกวดสิ่งมีชีวิตที่น่ารักที่สุดในจักรวาลทุกปีตลอดไป — ซึ่งพอเจ้าตัวมาเห็นก็อึ้งไป แต่พอพยายามให้ชาว Zerg เปลี่ยนแปลงเอาเงื่อนไขนี้ออก ก็ไม่มีใครยอมฟัง ทุกคนทำหูทวนลมทั้งๆ ที่ถ้าเป็นเรื่องอื่น ถ้ามองเห็นว่าราชาชอบไม่ชอบ ไม่ต้องรอ Gu Huai ออกปากก็พร้อมทำให้แล้ว

ซึ่งเหล่า Zerg ก็ทำตามความต้องการของ Gu Huai เกือบทุกอย่าง ยกเว้นแต่เมื่อความคลั่งราชาทำงานจนเกิดฟิลเตอร์กู่ไม่กลับนั่นแหละ ที่มีความเพี้ยนเกิดขึ้น เพราะว่า baby Zerg จะต้องกินเปลือกไข่ที่ตัวเองฟักออกมาเป็นอาหารในช่วงแรก และเปลือกไข่จะยิ่งมีคุณค่าอาหารมากขึ้น เมื่อเอามาบดและชงกับต้นไม้อื่น ซึ่งเมื่อรวมกัน ก็กลายเป็นนมดีๆ นี่เอง Gu Huai ถูกบังคับให้ดื่ม “นม” ทั้งแก้ว ท่ามกลางสายตาตื่นเต้นและคาดหวังของ Zerg รอบๆ และเมื่อคิดว่าไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้ว ตัวเสนาธิการกองทัพก็ขออนุญาตถ่ายวีดีโอเก็บไว้เพื่อถ่ายทอดให้ Zerg อื่นๆ ที่อยู่รอบจักรวาลได้เห็นด้วย

เพราะว่าในอดีต Gu Huai เป็นเด็กกำพร้าไม่มีใครเอาใจใส่ดูแล พอมีชาว Zerg มาให้ความสำคัญ เจ้าตัวก็เห็นค่าและให้ความสำคัญกับความรักของเหล่า Zerg และตอบแทนกลับไปเหมือนกัน จนพวก Zerg ก็รู้ว่า Gu Huai ใจอ่อนและให้ความสำคัญกับพวกตนขนาดไหน กลายเป็นความรักและตอบแทนกันไป — แม้ว่าหลายครั้ง พวก Zerg ที่นำโดย Ellis เสนาธิการจะใช้ความใจอ่อนให้ Gu Huai ทำตามเงื่อนไขเพี้ยนๆ ก็มี

มีความพีคในเรื่องความคลั่งราชาอีกอย่าง เพราะว่ามีตัวร้ายในเรื่อง เอาคนมาดัดแปลงใส่ยีนต่างๆ ลงไปเพื่อสร้างกองทัพคุกคามความสงบสุขของจักรวาล แต่เพราะอยากสร้างความแข็งแกร่งก็เลยเอายีนพวก Zerg มาใส่ลงไป แล้วอย่างไรเหรอ? ฝ่ายตัวร้ายที่ควรจะคุกคามโลกและจักรวาลก็ถูกปราบได้อย่างง่ายดายด้วยการเป็นราชาที่อยู่เหนือ Zerg ของ Gu Huai ขนาดพวกที่ถูกจับได้ไม่ยอมบอกความจริง พอเอาสินค้าราชา Zerg มาหลอกล่อเท่านั้นแหละ รีบเล่าเรื่องเป็นฉากๆ ทันที และต่อมาเมื่อ Gu Huai แฝงตัวเข้าไปในองค์กรเหล่าร้าย พอถามหัวหน้าองค์กรว่าทำอะไร อานิสงค์ยีน Zerg ที่ไม่อยากทำให้องค์ราชาเสียใจ ก็ทำให้หลุดปากไปว่าเป็นหน่วยงานการกุศล และพอจะยิงเลเซอร์ทำลายโลก ก็อุตส่าห์ดัดแปลงเป็นดอกไม้ไฟให้ Gu Huai ดู ไม่ต้องพูดถึงอีกว่ารูปสุดท้ายคือ Gu Huai แบบจิบิที่อยู่บนสินค้า โถ โถ โถ

ประเด็นการประกวดสิ่งมีชีวิตที่น่ารักที่สุดในจักรวาลประจำปีเป็นเรื่องที่ขำมากและอาจจะขำต่อเนื่องที่สุดในเรื่องด้วยเหมือนกัน เพราะกลายเป็นประเด็นต่อเนื่องทุกปี และเมื่อชาว Zerg ผูกมิตรสร้างเพื่อนกับใครที่ไหน เมื่อเซ็นสัญญากับ ภาคผนวกโหวตให้ Gu Huai ก็แนบมาด้วยเสมอ พอมาปีที่สองประเด็นแมวหลายหางกับ Gu Huai ก็เป็นการทำสงครามแย่งที่หนึ่งกัน แล้วที่ขำมากก็คือเพราะฝ่ายคนบ้าแมวล๊อบบี้ออกเงื่อนไขเพิ่มเติมให้ต้องแนบคลิปวีดีโอประกอบไปด้วย เพราะนึกว่าฝ่าย Gu Huai ที่เป็นพวกแมลง Zerg จะแพ้ แต่ปรากฏว่าตอนเด็กๆ พวก Zerg จะอยู่ในรูปลักษณ์ลูกสัตว์ขนฟู และตอนก็มีช่วงตอนที่ Gu Huai พลังเพิ่ม แล้วกลับไปเป็นร่างเด็กด้วยเหมือนกัน ซึ่งเสนาธิการกองทัพก็ไม่พลาดที่จะอัดเทปให้อยู่แล้ว พวกบ้าแมวไม่บ้าแมวเห็นปุ๊บก็ใจละลายทันที ชนะเป็นที่หนึ่งขาดลอยค่า!

เอาจริง สาเหตุแรกที่อ่านก็เพราะคนแปลอังกฤษคือ Rainbow Turtle ที่เลือกงานสนุกและดีมาแปลเสมอ แต่เมื่ออ่านไปก็ติดใจกับความน่ารักของชาว Zerg ที่ดูโหดแต่ใจยวบยิ่งกว่าเยลลี่เมื่ออยู่รอบตัวองค์ราชาเหมือนกัน เป็นเรื่องที่ละมุนที่สุดที่เคยอ่านมาเลย เป็นความรักและให้ค่าอีกฝ่ายอย่างไม่มีเงื่อนไขจริงๆ อย่างพอ Gu Huai มาปั้นตุ๊กตาหิมะให้เป็นของขวัญ Zerg ระดับต่ำที่คอยดูแลตัวเองตั้งแต่เกิด เหล่า Zerg รอบตัวก็เลยปั้นตุ๊กตาหิมะตัวเล็กเป็น Gu Huai  บ้าง และพอ Zerg ที่เหลือรู้ ก็รีบมาปั้นตัวเองรอบๆ ตัวตุ๊กตาหิมะจิ๋ว เพื่อจะได้มีตุ๊กตาแทนตัวเองอยู่รอบองค์ราชาด้วยกัน หรือเพราะช่วงแรกที่ Gu Huai เกิดต้องกลับมานอนในเปลือกไข่ และเพื่อให้ราชาหลับสบาย ตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดก็เลยตัดสินใจจะมาเขย่าเปลือกไข่เป็นจังหวะกล่อมเหมือนแบบเดียวกับการไกวเปล และก็กลายเป็นพวก Zerg มาต่อแถวเพื่อทำหน้าที่ไกวเปลอย่างมุ่งมั่นและสุขใจ จนเมื่อ Gu Huai ตื่นและตัวที่กำลังไกวเปลทำหน้าสลดขึ้นมา Gu Huai ก็ทำเป็นง่วงแล้วนอนในเปลต่อเพื่อให้ตัวที่เพิ่งได้ไกวเปลได้ไกวต่อไป

พออ่านไปครึ่งแรก เฉลียวใจกับรูปแบบความสัมพันธ์และการดำเนินเรื่องที่คุ้นเคยก็เลยเจอว่าเป็นคนเขียน The People Who’re Supposed To Kill Me Fell For Me Instead หรือ เมื่อตัวร้ายตกหลุมรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ตัวเอกกับคนรัก silent pursuit / burning passion + obsession ของคนวิ่งไล่ กับ indulgent concession ของคนรับมาแบบเดียวกันเลย เรื่องนี้เหมือนจะเป็นวายเพราะมีความรักระหว่าง Gu Huai กับ Alves เข้ามา แต่เมื่อเทียบอีกเรื่อง I’m Not Human มีความรักระหว่างคู่รักน้อย เพราะแบ่งน้ำหนักไปกับการโอ๋กันไปรักกันมาของเหล่า Zerg และองค์ราชามากกว่า แต่ถึงกระนั่น ความโอ๋ที่ Gu Huai มีให้ Alves ก็มากที่สุดเหมือนกัน ในแง่ที่เป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดและสนิทสนมรู้ใจ Gu Huai ที่สุด และในแง่หนึ่ง Alves เป็นคนเดียวที่ไม่ติดฟิลเตอร์ตัวเองว่าราชายังเด็ก เพราะว่าแม้จะเพิ่งกำเนิดออกมาจากไข่ แต่นอกเหลือจากสภาพร่างกาย วุฒิภาวะที่ติดตัวมาก็ทำให้ Gu Huai เป็นผู้ใหญ่อยู่แล้ว แต่ทว่าเหล่า Zerg ที่เหลือก็ยังติดว่า Gu Huai เป็นเด็กเล็ก และต้องโอ๋เอาใจให้สุดเหมือนกัน

จริงๆ อยากให้ A++ มาก เพราะว่าเป็นเรื่องบวกอย่างรุนแรง อ่านแล้วสุขใจอารมณ์ดีมาก แต่ว่ามีเงื่อนไขช่วงใกล้จบที่ทำให้กระอักเลือดไปหน่อย กับช่วงแก้/จบปัญหาแล้วส่วนตัวก็ยังรู้สึกว่ายังไม่พอที่จะถมความรู้สึกเศร้าเงียบอึ้งงันในตอนก่อนหน้า แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ให้ 酒矣 เป็นหนึ่งในบรรดาคนเขียนที่ชอบมากที่สุดคนหนึ่งแล้วว เอาจริง เจ้าตัวก็เขียน Cub Raising Association ด้วย ก็ได้แต่หวังว่าจะมีงานแปลเป็นไทยได้ลิขสิทธิ์จริงจังมาอีก สาธุ! คือฉันรักเรื่องนี้! ฉันรักคนเขียนน!

กับเหลือ The King’s Game  ที่คงต้องไปลุยอ่านต่อ เพราะว่าอยากรู้ว่าการเป็นที่มา/ ต้นฉบับของ I’m Not Human เป็นอย่างไร

สปอยล์อย่างหนักกกก ปมจบบบไม่ควรอ่านนนน แต่เขียนไว้จำเองงงงงง

ปล. การแก้ปัญหาตอนจบ แบบ time-travelling คืออดีตชนปัจจจุบันนำไปสู่อนาคตนี่มันลูปเดียวกับ The People Who’re Supposed To Kill Me Fell For Me Instead เลยยยย พอมาแบบเดียวกัน ก็ได้แต่กรี๊ดว่า แบบเดียวกันอีกแล้วเหรอคะ กรี๊ดกรี๊ด (กรีดร้องจริงๆ )

ปล. คุณพระ นี่คือรีวิวที่คิดว่าจะเขียนนิดๆ หน่อยๆ แต่พอเขียนไป ความอินเรื่องก็มาเพิ่มขึ้น จนเติมเนื้อหาเข้าไปเรื่อยๆ เหมือนกัน เมื่อไหร่จะจบได้เนี่ย คิดประเด็นไปได้ไม่รู้จบจริงๆ