Showing posts with label transmigration. Show all posts
Showing posts with label transmigration. Show all posts

Wednesday, 22 June 2022

位面交易之原始世界 // The Primitive World of Planar Trading

ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอเขียนรีวิวอีกเรื่อง จะได้ครบ Top 3 สาย Infrastructure + ยุคหิน  Beast World ให้รู้แล้วรู้รอดไป ชอบการแบ่งเวลาที่เขียนดีมาก กับเชิงการเมืองสู้กับเผ่าอื่น กับชอบตัวเอกสองคนเวลาอยู่ด้วยกัน กับแปลกใจมากที่เขียนตั้งแต่ปี 2015 // ปล. แอบอ่านวนตอนเขียนรีวิว เลยลงดีเทลจัดอีกกแล้วววว



คนเขียน: 荷风渟
แนว: โลกบีสต์, ทำฟาร์ม, ก่อสร้าง, สร้างเผ่า, ทะลุมิติ, ระบบ
ความสัมพันธ์: แมวยักษ์ (?) X คนธรรมดา (?)
จำนวนตอน: 195 ตอน ( 193 ตอนหลัก  + 2 ตอนพิเศษ) 
ปี: 1995-1996

Wu Nuo เกิดมาในบ้านที่พ่อแต่งงานใหม่ ตามประสาที่พ่อสนใจแม่เลี้ยงและลูกชายคนใหม่มากกว่า และได้ตากับยายคอยเลี้ยงดู และเมื่อพ่อไม่ยอมส่งเสียให้เรียนหนังสือ พอยังไม่จบม. ต้น ไม่มีเงินเรียนหนังสือ แถมตากับยายก็ตาย ก็เลยออกจากบ้านเร่ร่อนมาทำงานในโรงงาน ก่อนจะที่ลงเอยด้วยการเป็นพ่อค้าเร่ขายของที่แหล่งท่องเที่ยวและจุดชมวิว เริ่มจากซื้อของกระจุกกระจิกมาขาย แล้วพอเริ่มมีประสบการณ์มากขึ้นก็เลยเปลี่ยนเป็นขายของเสียบไม้ปิ้งย่างตอนหลังด้วยฝีมือทำอาหารที่ได้มาจากตายาย แต่เพราะเป็นรถเข็นเถื่อน ก็ต้องเข็นรถหนีเทศกิจอยู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งที่วิ่งหนีเทศกิจไปแล้วถูกรถชน

ลืมตาตื่นมาอีกทีก็มาอยู่ในป่าเสียแล้ว ตอนแรกก็คิดว่าฝ่ายที่มาชนเอาตัวเองมาทิ้งในป่า แต่ว่าดูจากสภาพรอบตัวก็ดูไม่น่าใช่ ขณะที่ไม่รู้จะทำอย่างไรก็เจอแมวยักษ์สีขาวหรือลูกเสือขาวอ้วนป้อมโผล่มา ด้วยความที่แมวดูรู้ภาษา พอแมวทำท่าไม่แน่ใจจะวิ่งหนีก็เลยวิ่งตามไปด้วยเสียเลย ... เพราะอย่างน้อยแมวก็ดูว่าน่าไว้ใจกว่าอยู่กลางป่าคนเดียว

แต่เมื่อเริ่มวิ่งตามแมว ก็เหมือนแมวจะใจอ่อนทำท่าให้วิ่งตามต่อไป พอวิ่งไปครึ่งทาง แล้วหมดแรง เห็นแมววิ่งหายไปแล้วก็กลับมาพร้อมผลไม้ที่คาบมาให้กินแก้เหนื่อยแล้วพาวิ่งไปถึงเผ่าตัวเอง และ Wu Nuo ที่เหนื่อยมากก็หมดแรงสลบไป 

และก็กลายเป็นว่าแมวขาวที่พา Wu Nuo กลับมาชื่อว่า Bai และเป็นบีสต์ในเผ่า Chang He ด้วยความที่ Wu Nuo ดูผิวพรรณดีผิดจากคนในเผ่า (สีผิวขาวใสของคนเมืองกับคนในเผ่าที่ผิวสีแทน) และแต่งตัวแปลกประหลาดด้วยวัสดุที่ไม่เคยเห็นมาก่อนขนาดพ่อมดใหญ่ของเผ่าหรือ Da Wu ที่เดินทางไปทั่ว และมีความรู้มากจนเป็นที่นับถือของเผ่าน้อยใหญ่รอบๆ ก็ยังไม่รู้จักก็เลยคิดเหมือน Bai ว่า Wu Nuo น่าจะมาจากเผ่าใหญ่ (หรือถึงขั้นที่เป็น super tribe) และหลงอยู่ในเผ่าจนกระทั่ง Bai ไปเจอเข้า 

ตื่นมาอีกที ก็เหมือนนอนอยู่บนเตียง (?) และคนที่คอยดูแลก็เป็นลูกศิษย์ของพ่อมดในเผ่า และก็พบว่าตัวเองฟังเข้าใจที่อีกฝ่ายพูดจริง แต่โต้ตอบกลับไปไม่ได้ และเห็นบ้านที่ทำจากก้อนหินและคนนุ่งห่มหนังสัตว์ทุกที่ ไม่นับสัตว์ที่กลายร่างเป็นคนได้ก็แตกตื่น และก็ได้ยินเสียงระบบพอดี สรุปว่าตอนนี้เกิดเหตุที่ทำให้ไปผูกติดกับระบบ Cosmic Plane Trading System และถูกส่งมาที่โลกบีสต์ระดับ SS โดยต้องทำภารกิจต่างๆ ที่ระบบกำหนด และจะได้รางวัลตอบแทน ซึ่งงานแรกก็คือ ได้สิทธิ์เป็นสมาชิกของเผ่า ซึ่งจะได้รางวัลเป็นแต้มที่ใช้แลกเปลี่ยนและเปิดฟังค์ชั่นภาษาได้ ตอนนี้จะกลับโลกเก่าได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้ ก็เลยคิดจะได้รางวัลให้ได้ก่อน

เมื่อเห็นว่าคนที่ตัวเองพากลับมาท้องร้องด้วยความหิว แมวก็เลยพา Wu Nuo ไปกินข้าวที่ลานริมแม่น้ำของเผ่า มีการอธิบายถึงเผ่าว่า Chang He (ตามชื่อแม่น้ำยาวที่ขวางพื้นที่เผ่ากับป่าไว้) มีสมาชิกในเผ่าเกือบพันคน และคนที่กลายร่างเป็นบีสต์ได้มีแค่ 1/10 ของทั้งหมด แต่ถึงจะมีจำนวนน้อยก็ทรงพลังและแข็งแกร่งกว่าคนปกติมาก และก็เฉพาะบีสต์เท่านั้นที่จะมีทาสเป็นของตัวเองได้ ซึ่งทาสที่ไม่ว่าจะถูกจับมาหรือแลกมาจะมีสถานะต่ำมากในเผ่า และก็เป็นโชคดีของ Wu Nuo ที่ Bai เป็นคนพากลับมา และกะจะเลี้ยงดูในอยู่ในสถานะกึ่งคู่กึ่งเพื่อนตัวเอง และ Da Wu ก็เข้าใจว่า Wu Nuo มาจากเผ่าใหญ่ มิฉะนั้นก็จะมีรอยสัญลักษณ์ทาสป้ายอยู่ที่หน้าแล้ว ...

แต่ด้วยความที่ Bai ยังไม่แปลงร่างเป็นคน ทั้งที่ถึงเกณฑ์ต้องเป็นคนได้แล้ว ... ซึ่งถ้ายังเป็นแค่สัตว์อย่างเดียว ไม่ช้าก็จะต้องถูกขับไล่ออกจากเผ่าไป เพราะการที่ควบคุมตัวเองไม่ได้เป็นอันตรายกับเผ่า ... ก็มีเสียงแย้งอยู่ในเผ่าบ้าง เมื่อ Bai คิดจะเลี้ยง คนหน้าขาวที่หน้าตาดีแต่อ่อนแอและแปลงร่างไม่ได้ แต่ด้วยความที่ทั้ง Da Wu รับรองว่า Wu Nuo จะพาความโชคดีมาให้เผ่า ประกอบกับ Shi Hu เพื่อนสนิทของ Bai ที่เป็นนักรบแข็งแกร่งถึงขั้นเป็นผู้สมัครหัวหน้าเผ่าคนต่อไปช่วยพูด ก็ไม่มีใครกล้าแย้งในที่สุด

เมื่อกินอิ่ม Wu Nuo ก็เริ่มคิดว่าจะได้รับการยอมรับจากคนในเผ่าอย่างไรดี ซึ่งยังไงก็ควรจะเป็นคนที่มีประโยชน์ แต่จะให้ไปล่าสัตว์ก็สู้คนในเผ่าไม่ได้ จะเพาะปลูกก็เป็นคนเมืองไม่รู้วิธีอีก ก็มาถึงตัวเลือกทำอาหาร เพราะว่าด้วยความที่ต้องฝ่าฟันด้วยตัวเองในเมืองใหญ่ ฝีมือทำอาหารก็ดีกว่าใคร แต่ก็มีปัญหาเรื่องเครื่องปรุงอีก 

แต่ระหว่างที่สลดอยู่ ก็ได้สิทธิการเป็นพลเมืองเผ่ามาจาก Bai ที่วิ่งไปขอ Da Wu มาให้แล้ว เพราะว่า Bai จะเลี้ยงคนทั้งทีก็ต้องเลี้ยงให้ดีที่สุด และพอแมวกลับบ้านมาที่เคยอยู่คนเดียว เย็นเยียบมาตลอดก็เหมือนจะอบอุ่นขึ้นเมื่อมี Wu Nuo อยู่ด้วยอีกคน 

วันต่อมา เมื่อเลี้ยง Wu Nuo ด้วยน้ำแกงที่ Da Wu ต้มมาให้กับผลไม้ แมวยักษ์ Bai ก็หายไป ตอนนี้กลายเป็นสมาชิกเผ่าสมบูรณ์แล้ว เจ้าตัวก็ไม่กลัวที่จะต้องอยู่คนเดียว แต่ว่าอาหารที่กินไปน้อยจนอิ่มแบบไม่อิ่ม แถมในเผ่ายังกินอาหารแค่วันละ 2 มื้อเช้าเย็น ไม่มีแนวคิดมื้อกลางวัน ตัว Wu Nuo ที่กินวันละ 3 มื้อ ไม่นับมื้อดึกหลังปิดแผงก็อยู่ไม่ได้แน่นอน พอค้นของในตัวเจอตะขอตกปลาก็คิดจะไปตกปลามากิน

ตอนที่หักกิ่งไม้มาทำเบ็ดตกปลาและตกปลา เด็กๆ ในเผ่าที่เล่นอยู่แถวนั้นก็มามุงด้วย พอเห็นว่าตกปลาได้ก็ตื่นเต้นชื่นชมแถมพอมาขอตกปลาด้วยเบ็ดตกปลาก็ทำให้ภารกิจสอนการตกปลาลุล่วงเล่นกับเด็กๆ ทั้งที่เป็นคนและเป็นลูกสัตว์ชื่นมื่นกว่าเดิม และก็เริ่มพูดสื่อสารกับเด็กๆ เพิ่มขึ้นอีก พอบอกไปว่าถ้ามีเครื่องปรุงจะอร่อยกว่านี้อีกนะ ก็มีเด็กที่วิ่งไปเอาก่อนไขมันสัตว์และกเกลือจากบ้านมาให้

พอไปขุดหินที่มีแอ่งตรงกลางจากริมน้ำมาทำเป็นกระทะ การเจียวเอาน้ำมันแล้วได้กากมันๆ กรอบๆ ที่โรยเกลือเค็มนิดๆ ไปก็ซื้อใจเด็กๆ ทั้งกลุ่มได้แล้ว และพอปลาเริ่มสุก Bai ก็กลับมาพอดี ซึ่งก็คือเหมียวยักษ์ออกไปล่าสัตว์กลับมาเลี้ยงคนของตัวเอง กำลังจะอาละวาดคนของตัวเองไปเล่นทำอาหรให้คนอื่น ปลาส่วนแรกก็เป็นของ Bai ไป และปลาย่างก็ซื้อใจเหมียวได้จนอารมณ์ดีได้หลังกิน โดยเฉพาะเมื่อ Bai ตอนที่หิวโซ ไม่มีอะไรกิน เคยจับปลามากินก่อนหลายต่อหลายครั้งเหมือนกัน ถึงแม้จะกลิ่นเหม็นคาว และเกล็ดและก้างแทงคอ แต่ก็ดีกว่าอดตาย 

ปลาอร่อยมาก และคนหน้าขาวข้างๆ ก็เริ่มสื่อสารรู้เรื่องได้แล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแมวมีความสุขมาก และเด็กๆ กว่าสิบคนที่กินปลาอร่อยมากที่ไม่เคยกินมาก่อนก็มีความสุขเหมือนกัน เมื่อกินอิ่ม และมีปลาเหลือ Wu Nuo ก็เลยย่างปลาให้เด็กๆ กลับไปบ้านด้วย โดยเฉพาะเมื่อกลัวถ้าเอาของที่บ้านออกมาถ้ากลับบ้านจะถูกตีหรือเปล่า เมื่อเกลือเป็นสิ่งหายาก ... และลูกสิงโตที่เอาเกลือชามโตมาก็ได้ปลาชิ้นใหญ่กลับไป ซึ่งลูกสิงโตหรือ Awei นี้ก็คือลูกหัวหน้าเผ่าและก็ซึ้งใจกับความภักดีต่อเพื่อนที่ Wu Nuo มีถึงขั้นที่ให้ Wu Nuo มาอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่ดีแล้ว

ปลาเล็กที่เหลือ 3 ตัวถูกเอามาทอดและทำซุป พอ Bai ปลื้มมากว่าอิ่มแล้ว แต่คนหน้าขาวข้างตัวยังทำอาหารให้อีก พอจะกินก็ถูก Wu Nuo ห้ามแล้วบอกว่าจะเอาไปให้ Da Wu แต่สุดท้ายก็ต้องแบ่งให้แมวเอาแต่ใจด้วยอยู่ดี พอไปหา Da Wu แล้วตัว Wu Nuo เริ่มเข้าใจภาษาถึงขั้นที่สื่อสารได้ Da Wu ก็คิดไปว่าตัว Wu Nuo สืบเชื้อสายพ่อมดหมอผีในตัวเหมือนกัน และเมื่อคิดว่า Wu Nuo หลงมาที่เผ่า และเป็นสมาชิกเผ่าตัวเองแล้วก็ยิ่งเอ็นดู Wu Nuo ขึ้นไปอีก เมื่อคิดว่าได้คนเก่งมีความสามารถมาอยู่ที่เผ่า (ขำตอนนี้ที่ Da Wu คิดดีดลูกรางแก้วอยู่ในใจ แต่ว่าพอ Bai เห็น Da Wu ยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งสยอง เพราะตอนเล็กๆ ยิ่ง Da Wu ยิ้มใจดีเท่าไหร่ ก็ยิ่งถูกจับป้อนยาหนักเท่านั้น) ซึ่งขณะเดียวกัน ตัว Wu Nuo ที่เชี่ยวชาญการเอาตัวรอดในเมืองใหญ่ก็คิดเหมือนกันว่าต้องประจบ Da Wu ซึ่งถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลในเผ่าไว้เยอะๆ สองฝ่ายก็ยิ่งเข้ากันได้มากขึ้นไปอีก 

พอกลับมาที่บ้าน Wu Nuo ที่หลับอยู่ก็ได้ปลาแห้งรางวัลจากระบบ ซึ่งพอแบ่งกินกับแมวเป็นของว่างมื้อดึก แมวก็ตั้งคำถามว่าปลาแห้งมาได้อย่างไร เพราะที่จำได้ ไม่เห็น Wu Nuo ทำ ... ตอนแรก Wu Nuo คิดจะโกหก แต่ก็รู้ว่าถ้าพูดปดไปครั้งนึง ก็ต้องโกหกต่อไปเรื่อยๆ แถมยังอยู่กับแมวตลอดจะหาเรื่องกลบเกลื่อนก็จะลำบากต่อไป เลยบอก Bai ไปว่าได้เป็นรางวัลจากพระเจ้า พระเจ้าพาตัวเองมาอยู่ที่โลกนี้ และต้องทำงานที่พระเจ้าสั่ง ถ้าทำสำเร็จก็จะได้รางวัล หรือไม่อย่างงั้นก็จะถูกลงโทษ

น่ารักที่แมวถามว่าถ้างั้น วันหนึ่งก็ต้องจากไปเหรอ Wu Nuo ได้ฟังก็รีบประเหลาะบอกแมวว่าถ้าวันหนึ่งต้องไป จะขอพระเจ้าให้พา Bai ไปด้วย เป็นการพูดประเหลาะประนีประนอม แต่เป็นคำสัญญาสำหรับ Bai ไป .... แมวตื่นเต้นมากว่าถ้าตัว Wu Nuo เป็นผู้ส่งสาล์นจากพระเจ้าจริง ตัวเองก็อาจจะเป็นการ์เดี้ยนบีสต์ที่คอยดูแล Wu Nuo ทำให้แมวยิ่งรับปากว่าจะไม่บอกใครรู้กันแค่สองคน

ด้วยความที่แมวล่าสัตว์มาเยอะ กินกันสองคนไม่หมด Wu Nuo ก็เลยคิดว่าจะเอาสัตว์ที่ยังไม่ตายที่มีสองตัวมาเลี้ยง ... ซึ่งแม้ในเผ่าจะเลี้ยงสัตว์ที่กินไม่หมด เพื่อเป็นเสบียงหน้าหนาว แต่นี่ก็จะกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ของเผ่าต่อไป

กับพอจะทำอาหาร พอแมว Bai เห็นว่า Wu Nuo ต้องวุ่นวายก็เลยไปลากเพื่อนสนิทมาช่วย ซึ่ง Shi Hu ก็พาทาสตัวเองที่ชื่อ Lu มาด้วยอีกคนด้วย และ Wu Nao เผยแพร่วัฒนธรรมปรุงอาหารไม่พอ ก็ยังเผยแพร่การใช้ตะเกียบไปด้วย 

กับเพราะตัว Bai มาจากโลกปัจจุบันไม่คุ้นเคยกับการมีทาส พอเจอ Lu ก็ปฎิบัติตัวเป็นปกติไม่มีการกดขี่ ... ตามปกติทาสห้ามกินพร้อมนาย แต่พอให้อีกคนยืนดูอยู่เฉยๆ ก็ทำไม่ได้ ขอ Shi Hu ให้ Lu มานั่งกินพร้อมกัน

เพราะว่า Wu Nuo ถูกสั่งจากระบบให้สอนทำอาหาร และ Lu ที่คอยเป็นลูกมือก็อยากเรียนวิธีทำเพื่อไปทำอาหารเลี้ยงนายตัวเอง เสือ Shi Hu ก็เลยให้ Lu คอยอยู่ช่วย Wu Nuo ต่อ (โดยเฉพาะเมื่อห่วงว่าเพื่อนจะลำบากถ้าหน้าหนาวมาถึง) และเมื่อสองคนถางพงหญ้าต้นไม้รกตรงพื้นที่สวนหลังบ้านแมวเพื่อทำเป็นที่เลี้ยงสัตว์ที่จับมา ตอนถึงเวลาบ่าย Wu Nuo ที่เริ่มหิวก็คิดจะไปจับปลามาทำอาหารกินกับ Lu และเหล่าเด็กๆ ในเผ่าก็มา “เล่น” กับ Wu Nuo อีก จบด้วยการที่ทุกคนช่วยกันจับปลาจนมีปลามากไปกินไม่หมด พอบอกให้เอากลับบ้าน ลูกสิงโตก็บอกว่าเอากลับไปแม่ก็ไม่ทำ กลายเป็น Wu Nuo รับปากจะไปบ้านทุกคนเพื่อสอนย่างปลา แต่เพราะบ้านแรกคือบ้านลูกสิงโตลูกหัวหน้าเผ่าแม่ที่อยู่บ้านก็เลยให้ไปตามแม่ของทุกคนมาด้วยกัน จะได้ให้ Wu Nuo สอนครั้งเดียวพอ ไม่งั้นถ้าต้องตระเวนไปทุกบ้านก็คงต้องสอนถึงเช้า ... แต่เพราะ Wu Nuo สอนทุกครั้งอย่างตั้งใจ ตัวแม่ลูกสิงโตก็เลยให้ของ Wu Nuo เป็นการตอบแทน และคนอื่นๆ ก็พากันให้สัตว์หรือไม่ก็ผลไม้มาขอบคุณ Wu Nuo ด้วย

ระหว่างนั้น Bai กำลังเจอวิกฤตใหญ่หลวง เพราะระหว่างที่ล่าสัตว์อยู่กับ Shi Hu ก็เจอเผ่าคู่อริไล่ฆ่าพอดี และเมื่อวิ่งหนีเอาตัวรอดอยู่ ก็คิดถึง Wu Nuo ขึ้นมา ตัวเองไม่อยากตายแต่อยากกลับไปหา Wu Nuo ให้ได้ คิดแต่ว่าจะต้องเปลี่ยนร่างเพื่อรอดไปให้ได้ แล้วความมุ่งมั่นที่บอกตัวเองว่าต้องเปลี่ยนร่าง... ต้องเปลี่ยนร่าง... ต้องเปลี่ยนร่าง... ก็ทำให้ Bai แปลงร่างได้จริงๆ  แต่ถึงอย่างนั้นทั้งตัว Bai และ Shi Hu ก็บาดเจ็บสาหัส ถึงแม้จะฆ่าเหล่าบีสต์ที่มาโจมตีจนเกือบหมด แต่สองคนก็เจ็บหนัก และก็ไปหมดแรงอยู่ตรงเส้นทางล่าสัตว์ของเผ่า และถูกฝูงหมาป่ารุมล่าอีกต่อ ดีที่คนในเผ่ามาช่วยตอน Shi Hu กำลังจะหมดแรงสลบพอดี สองคนก็เลยถูกช่วยกลับมาที่เผ่า 

ถึงแม้แมวจะร่อแร่ แต่ด้วยยาและวิชาของ Da Wu ตัว Bai ก็ดีขึ้นกว่าเก่า และ Da Wu ก็ให้ Wu Nuo พา Bai กลับบ้าน โดยที่มีจุดหมายจะดูความสามารถทางการแพทย์ เพราะเชื่อไปแล้วว่า Wu Nuo สืบเชื้อสายพ่อมดมา .... และ Wu Nuo ที่ไม่รู้เรื่องเลยก็ไม่ทำให้ตัว Da Wu ผิดหวัง เพราะใช้สามัญสำนึกจากโลกปัจจุบันเรื่องการติดเชื้อและเชื้อโรคจากบาดแผลสกปรก ทำความสะอาดแผลให้แมวยักษ์ แล้วก็กัดฟันเป็นหนี้ระบบซื้อยามารักษาอาการไข้และแก้อักเสบให้อีกคน และเมื่อคิดว่าเมื่อเช้าแมวยังมองตัวเองตาแป๋วอยู่เลยก็ยิ่งเศร้า .... แต่ระหว่างป้อนยา แมวก็กลายร่างเป็นคน ซึ่งถ้าไม่เห็นว่าบาดแผลบนร่างกายเป็นที่เดียวกัน ก็ยากจะเชื่อ 
 
วันต่อมาลูกสิงโตก็มาเล่นกับ Wu Nuo อีก แต่เมื่อพบว่า Wu Nuo อ่อนแอมากจนถูกนกจิก ก็เลยไปตามเพื่อนและทาสในบ้านมาช่วยตัดถางต้นไม้และหญ้าในไร่ ด้วยความที่เห็นคนมาช่วย Wu Nuo ก็รู้สึกขอบคุณและตอบแทนด้วยการให้ผลไม้กินรอท้องตอนทำงาน และตุ๋นเนื้อให้ ซึ่งเหล่าทาสที่นานทีจะได้กินเนื้อสัตว์ก็ซาบซึ้งใจมาก มีทาสที่ขอเอาเนื้อกลับบ้านไปเพื่อให้คนในครอบครัวตัวเองได้กินด้วยหลายคน ... และก็กลายเป็นว่าชื่อเสียงใจกว้างของ Wu Nuo ในหมู่ทาสก็แพร่กระจายไปยิ่งกว่าไฟป่า

แต่เพราะเด็กๆ ในเผ่ามาช่วยถางที่และล้อมรั้ว (มาเล่นด้วย) ทุกวัน Bai ที่นอนรักษาตัวในบ้านก็ไม่ยอม และพอจะวิ่งไปมา Wu Nuo ก็กลัวจะมีผลข้างเคียงหลังหาย จนในที่สุด Wu Nuo ก็เลยอุ้มแมวไปมาด้วยตลอด น่าสงสารที่ Da Wu เครียดมากว่าพอแปลงร่างจะเป็นอย่างไร เมื่อไหร่จะแปลงร่างอีก แต่แมวสนใจแค่อยู่กับ Wu Nuo และกินอาหารอร่อย ไม่ยอมแปลงร่างเสียที

กับเพราะระบบให้แลกเปลี่ยนได้ จะเอาของไปแลก พอกลางคืนก็บอกแมวว่าจะไปวิหารเทพนะ เอาของไปบูชา แมวก็เชื่อ ซึ่งสิ่งที่ Wu Nuo แลกมาก็คือกางเกงในสองตัว เพราะใส่หนังสัตว์ได้ แต่ทนไม่ใส่ชั้นในไม่ได้ แต่แมว Bai ที่เบื่อไม่มีอะไรทำ นอนจ้องหน้า Wu Nuo เห็นของปรากฎในอากาศก็คิดว่าเอาไว้สวมหัว เอามาเล่นแล้วก็ข่วนเป็นรอยขาดยาว พอ Wu Nuo ออกมาจากระบบ ก็เห็นแมวทำท่าสลดทำท่าสำนึกผิดแล้วสารภาพบาปว่าทำของของ Wu Nuo พัง ถึงตัวเองจะไม่พอใจ แต่พอเห็นแมวสลดไปเลยยกโทษให้ แล้วพอบอกแมทว่าเป็นกางเกงในนะ แมวก็อยากได้บ้าง ซึ่งพอบอก Bai ว่าใส่ไม่ได้ ถ้าไม่อยู่ในร่างคน และจะให้ถ้าอยู่ในร่างคน Bai ก็กลายเป็นคนทันที ... สงสาร Da Wu มากที่ความอยากได้ของทำให้ Bai แปลงร่างกลับไปมาได้ง่ายดาย 

ด้วยความที่กลัวจะไม่มีกิน Wu Nuo ก็คิดจะปลูกมันขาวที่เหมือนมันฝรั่งผสมกับมันหวานจากโลกปัจจุบัน และก็กลายเป็นว่าระหว่างที่ไปแลกมันจากคนในเผ่า Da Wu ก็จับตามองอยู่ เพราะเคยเห็นเผ่าใหญ่ปลูกผักมาก่อน แต่ว่ากลับมาลองที่เผ่าตัวเอง
ไม่เคยสำเร็จ และก็กลายเป็นระบบสั่งให้ Wu Nuo ไปเป็นลูกศิษย์ Da Wu ด้วย และ Da Wu ก็ยอมโดยที่มีข้อแม้ว่าจะต้องสอนคนในเผ่าปลูกมันขาว ... ซึ่งตอนนี้ระบบก็สั่งงานใหม่หลังจากสั่งให้หาวิธีปลูกมันให้สำเร็จ เพิ่มเป็นช่วยเผ่าให้รอดพ้นฤดูหนาวอีกอย่าง

พอกำลังเครียดกับงานที่ต้องทำ แมวที่รู้เรื่องก็บอกว่าไม่ยาก ให้บอก Da Wu จัดประชุมเผ่าและให้ทุกคนมาช่วยกันปลูกสิ และช่วงประชุมเผ่า Da Wu ก็ประกาศว่าตัว Wu Nuo เป็นผู้สืบทอดของตัวเอง และก็เป็นเรื่องบังเอิญที่แซ่ Wu ของ Wu Nuo
พ้องกับคำนำหน้า Wu ที่เป็นธรรมเนียมเรียกนำหน้าชื่อของเหล่าพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่และผู้สืบทอดในโลกนี้ด้วย น่าเชื่อถือขึ้นมาอีก แถมแมว Bai ก็ยังแปลงเป็นคนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ Wu Nuo อีก ทั้งสีหน้าเย็นชากดดัน ทั้งรังสีแข็งแกร่งก็ยิ่งทำให้ทุกคนไว้ใจวิธีปลูกมันขาวของ Wu Nuo โดยพอตอบคำถามและข้อสงสัยทุกคนก็ถึงเวลาระหว่างแบ่งงานที่ให้ไปหามันเพื่อทำพันธุ์ให้ได้มากที่สุด ทีมล่าไปจับสัตว์แลกมัน ทีมเก็บไปขุดมัน คนที่เหลือในเผ่า ถ้าแข็งแรงไปถางดินทำไร่ หรือไม่ก็เตรียมปุ๋ยและจัดการเพาะหัวมัน มีหน้าที่แบ่งกันชัดเจน ... ก่อนจบประชุมก็มีอุ้งเท้ายกมาถามคำถามเหมือนกัน เพราะว่า Wei ลูกสิงโตของหัวหน้าเผ่าที่ถือว่าตัวเองเป็นเพื่อนเล่นของ Wu Nuo และเหล่าเพื่อนในกลุ่มก็อยากมีส่วนร่วมเช่นกัน

สรุปว่าภารกิจใหญ่ยักษ์กำลังจะเสร็จ ก็เจองานต่อมา โดยระบบให้พิมพ์เขียวแปลนเตาเผามาแล้วออกคำสั่งให้เผาอิฐสร้างบ้านให้คนในเผ่าอีก วุ่นวายและใจร้ายจริงๆ และเพราะคิดว่าจะต้องเอาของไปขายในงานชุมนุมแลกเปลี่ยนของระหว่างเผ่าก็เลยคิดว่าจะทำเครื่องประดับที่เผ่ามาได้ไปขายด้วย ... และก็ระดับพ่อค้ามาเอง ก็สร้างเรื่องให้ของที่ขายไปด้วย กลายเป็นจี้ศักดิ์สิทธิ์ที่ใครๆ ก็อยากได้ ถึงขั้นเปิดประมูลได้ราคาสูงจนไม่อยากจะบอกเลยว่ามันทำมาจากดิน

และนี่ก็เลยทำให้เผ่าได้ทาสกลับมาไปเยอะมาก ซึ่งพอเลี้ยงทาสด้วยปลา ที่ให้ไปจับมาเอง และจับอาบน้ำ เหล่าทาสก็คิดไปถึงขั้นว่าจะถูกจับกินตอนหน้าหนาว และหมอผีเผ่าอื่นก็คิดว่าเผ่า Changhe เสื่อมต่ำลงถึงขั้นที่กินมนุษย์ด้วยกันแล้ว ... และก็ทำให้ตัว Wu Nuo ได้ของที่น่าสนใจอย่างถ่านหิน แร่เหล็กมาจากคนเผ่าอื่นเหมือนกัน

และการสร้างความเจริญให้เผ่าจนกลายเป็นเผ่าใหญ่แบบ Super Tribe ก็กลายเป็นจริง 
.
.
.
จริงๆ ชอบเรื่องนี้มากอยู่อย่าง เพราะว่าพ่อแม่ Bai ตายระหว่างสู้กับเผ่าอื่นตอนที่ Bai ยังเด็ก ตามปกติแล้ว  บ้านและทรัพย์สินใดๆ ก็จะตกเป็นของคนในเผ่าที่พร้อม Bai ไปเลี้ยง แต่ด้วยความที่ตอนเด็กๆ Bai อ่อนแอมาก ก็ไม่มีใครอยากรับไปดูแล มีแต่ Da Wu ที่คอยป้อนยาดูแล พอ Bai ดีขึ้น และโตขึ้นหน่อยก็ไม่ยอมไปอยู่กับใคร สุดท้ายในเผ่า (หัวหน้าเผ่าและ Da Wu เป็นหลัก) เลยลงความเห็นให้บ้านและของอื่นๆ เป็นของ Bai เองต่อไป และเพราะอย่างนั้น Bai ก็เลยยิ่งทรนงไม่ยอมให้ใครมาเลี้ยงดูตัวเอง ระวังตัวมาก หาอาหารเลี้ยงตัวเองคนเดียว แม้ว่าจะต้องอดอยากหิวโซ หรือกินผลไม้มีพิษเข้าไปเพราะความไม่รู้ก็บ่อย ขนาดเคยคิดว่าไม่เคยต้องการพ่อแม่ที่แข็งแกร่ง ถ้าอ่อนแอแต่ว่ายังอยู่กับตัวเองได้ก็ยังจะดีกว่า อิจฉาลูกสัตว์ที่อ้อนพ่อแม่ได้มาตลอด พอเจอ Wu Nuo สิ่งแรกที่คิดก็คือคิดว่าถ้าตัว Wu Nuo อยู่ในป่า เพราะไม่มีใครต้องการ ตัวเองก็จะรับ Wu Nuo มาดูแล และอยู่กับสองคน พออยู่กับ Wu Nuo แมว Bai ก็พร้อมจะอ้อน งอแง และเอาแต่ใจอย่างที่ไม่เคยทำกับคนอื่นด้วย เพราะว่า Wu Nuo เท่านั้นที่เป็นของตัวเองคนเดียว และพอแมวถูกเลี้ยงมาด้วยอาหารของ Wu Nuo กลายเป็นแมวลิ้นเรื่องมากไปอีก

กับอีกอย่างหนึ่ง เหตุผลที่แมวอยากสร้างเผ่าให้กลายเป็นเผ่ามหาอำนาจใหญ่ยักษ์ก็เพราะ Wu Nuo บอกว่าเผ่าของตัว (ประเทศจีน) เป็นเผ่าใหญ่และมีคนหลักพันล้าน แมวที่ฟังก็คิดว่าถ้า Wu Nuo กลับไปเผ่าตัวเองไม่ได้แล้ว ก็จะสร้างเผ่าให้ใหญ่เหมือนเผ่าเดิมของ Wu Nuo ให้

ส่วนตัว Wu Nuo ก็ไม่ต่างกัน ด้วยความที่ไม่มีใครมาตั้งแต่เด็ก พอแม่ตาย ตายายตายแล้วพ่อไม่สนใจ ก็ต้องออกมาใช้ชีวิตอยู่คนเดียวในเมืองใหญ่ ดูแลตัวเอง มีแค่ตัวเอง พอมาเจอ Bai ตั้งแต่วันแรกที่เจอ Bai และ Bai ช่วยไว้ก็เหมือนเติมเต็มกันและกันเหมือนกัน Bai เป็นทุกอย่าง ทั้งคู่ชีวิต ทั้งคนในครอบครัว ทั้งคนรัก ทั้งเพื่อน และก็พร้อมจะเสียสละ และหาสิ่งที่สุดให้ Bai เหมือนกัน ความโอ๋แมวตัวเองของ Wu Nuo ชัดมากที่มีอยู่วันหนึ่ง หัวหน้าเผ่า Da Wu และ Shi Hu มากินข้างด้วยที่บ้าน ถึงอาหารจะเสร็จ แต่ Bai ยังไม่กลับ ทุกคนก็ต้องรอ พอแมวมาแล้ว Wu Nuo ก็บอกให้ทุกคนยกอาหารออกไป กับช่วยกันจัดสำรับ แต่ว่าเหมียว Bai มีหน้าที่แค่ไปล้างมือ แล้วมานั่งลงกินข้าว ตอนที่แปลงร่างได้ใหม่ๆ แล้วกินอาหารเยอะกว่าปกติ จนกินปลาแห้งและเนื้อเค็มที่ Wu Nuo ทำไว้หมด และพออีกคนมาเปิดโหลดูแล้วผิดหวัง แมวก็แอบย่องสลดและสำนึกผิดอยู่ในเงามืดจน Wu Nao ก็ต้องไปปลอบแมวกลับมาด้วย

ด้วยความที่ Bai เป็นทุกอย่าง มีอะไร Wu Nuo ก็ให้แมวได้หมด โดยเฉพาะตอนที่กัดฟันแลกแต้มเพื่อเอาของเอาเคล็ดวิชาให้แมว พอคิดว่ากำลังปวดใจและแพงมาก แต่เห็นแมวทำท่าตื่นเต้นดีใจทุกครั้งก็รู้สึกว่าคุ้มค่าและสมราคา และแมวที่ได้ของและวิชาไปก็ไม่ต่างกัน พอกำลังนอนง่วงๆ กำลังจะหลับ หรือหลับอยู่ และ Wu Nuo บอกว่าได้โน่นมานะ ได้นี่มานะ แมวก็จะรีบลุกขึ้นมาดูของอย่างดีใจ ถึงขั้นที่ว่าถ้าเป็นร่างแมวอยู่ก็จะกลับมาเป็นร่างคนทันที 

แต่เอาจริง แมวเป็นสัตว์เหวี่ยงเอาแต่ใจมาก ชนิดที่เพื่อนสนิทอย่าง Shi Hu บอกว่าเป็น insidious and cunning cub ตลอดเวลา ตอนอยู่ในร่างแมวก็หยิ่งๆ เชิดๆ กับทุกคนรอบตัว และตอนเป็นคนก็ยิ่งร้ายกว่าเดิม เพราะสีหน้าเย็นชาไม่สนใจโลกประกอบกับออร่าบีสต์ระดับสูงก็สยบทุกคนได้แล้ว อย่างตอนที่เดินทางไปกับ Wu Nao สองคน ทั้งที่มาจากเผ่าขนาดกลาง (เทียบกับเผ่าใหญ่/เผ่าหลักไม่ได้) ตอนไปถึงเผ่าใหญ่อย่าง Dahu เหมียวก็อาศัยอาการเชิดหน้าบลัฟว่าตัวเองเป็นเผ่าใหญ่อีก ... ก่อนหน้านั้น Wu Nao ได้รางวัลเป็นรองเท้าคุณภาพดีจากระบบ สีดำสวยงามเดินด้ายทอง แมวเห็นก็อยากได้บ้างอย่างมาก ถึงขั้นที่ทำเสียงซื่อจริงใจใส่ Wu Nao ว่าถ้าเป็นไปได้ จะขอรองเท้าแบบนี้จากพระเจ้ามาใส่บ้างได้ไหม Wu Nao ที่ตามใจแมว และไม่อยากให้แมวผิดหวังก็กัดฟันไปแลกรองเท้าจากระบบมาให้แมว ที่รีบกลายร่างเป็นคนแล้วใส่อย่างดีใจ และตื่นเต้น ซึ่งเมื่อดูชุดและรองเท้า ทุกคนก็คิดไปเองแล้วว่า Wu Nuo กับ Bai มาจาก Super Tribe คนต้อนรับพาเข้าบ้านที่ดีที่สุด ซึ่งแมวก็ไม่ได้ดูตื่นเต้นดีใจ (บ้านดินชื้นดีสู้บ้านอิฐตัวเองไม่ได้) พาถึงเวลาทำอาหาร Wu Nao ก็ทำอาหารอร่อยมาก จนหัวหน้าฝ่ายต้อนรับคนเดิมได้กลิ่นอาหารแล้วตามมา และพอนั่งลงกินด้วย ทั้งการใช้ตะเกียบไม่ใช่มือ และอาหารอร่อยที่ไม่เคยได้กินก็ยิ่งส่งผลให้เชื่อขึ้นไปอีก 

ไม่นับวีรกรรมแมวอื่นๆ ที่พอเดินเข้าไปในพื้นที่เผ่าแล้วทำท่าขยะแขยงกับถนนสกปรกของเผ่า (ผิดกับที่ Changhe ที่ทุกคนห้ามขับถ่ายหรือทิ้งขยะตามถนน และมีคนทำความสะอาดดูแลตลอดเวลา) หรือเหรียญที่ใช้ค้าขายแลกเปลี่ยนที่พอเอามาให้คนในเผ่า Dahu ดูแล้วทำท่าใจกว้างบอกว่าเก็บไว้เผื่อเอาไปใช้ที่เผ่า Changhe ตอนที่เดินทางไปหาได้ และตัวอักษรที่มีเป็นหมื่นๆ ตัว ก็กำราบเผ่าอื่นได้แล้ว 

แต่ Bai ก็มีวิกฤตกดดันในแบบตัวเองเหมือนกัน เพราะว่า Wu Nao หน้าตาดี ดูใจเย็น แถมยังทำอาหารอร่อย ไปไหนเด็กๆ ลูกสัตว์ก็วิ่งเข้ามาหา และ Wu Nao ที่แพ้พวกขนฟูก็อดไม่ได้ที่จะลูบตัวเด็กๆ อย่างตอนที่อยู่ในเผ่า Dahu และมีเด็กที่ตกใจจนกลายร่างเป็นกระต่ายวิ่งเข้ามา ตัว Bai ก็กรีดร้องในใจว่าจบกัน! เพราะนาทีต่อมาก็เห็น Wu Nao อุ้มลูกกระต่ายไว้แล้ว แถมยังเอาพายไส้เนื้ออาหารว่างสุดโปรดของแมวออกมาเลี้ยงเด็กอีก 

ความบลัฟเข้าคู่กันได้ของพ่อค้าเร่และแมวหน้าหยิ่งยังมีอีกก่อนหน้านั้น ตอนที่จะเดินทางไปงานแลกของกับเผ่าอื่นครั้งแรก สองคนบังเอิญไปเจอเหมืองเกลือเข้าพอดี และด้วยความที่เกลือมีสีชมพูเข้ม Wu Nuo ก็แต่งเรื่องเพิ่มมูลค่าให้เกลือตัวเองอีก บอกว่านี่คือเกลือที่ได้มาจากเทพเจ้าบีสต์ที่สละเลือดตัวเองมาให้ ทุกคนในเผ่าที่ได้ฟังก็เชื่อมาก และฮึกเหิมมากว่าพวกตัวเองเป็นเผ่าที่ถูกเลือก และเผ่าอื่นที่ได้ฟังเรื่องก็เชื่อด้วยเหมือนกันว่า Changhe เป็นเผ่าที่พระเจ้าเลือก .. เกลือขายได้ราคา และมีแบรนด์ การตลาดเก่งกันจริงๆ  ไม่นับว่าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ Wu Nuo ในฐานะผู้สืบทอดของ Da Wu ตัว Wu Nuo ก็เลือกวันที่ทำพิธีกรรมของเผ่า และเอาของที่มาบูชาเทพเจ้าบีสต์แลกกับของจากระบบ ของที่หายไปและของใหม่ที่ออกมาก็ทำให้ทุกคนเชื่อแล้วว่าตัว Wu Nuo แข็งแกร่ง

แต่จริงๆ สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตสองคนก็คือ Da Wu ด้วยเหมือนกัน เป็นญาติผู้ใหญ่ให้กับทั้ง Bai และ Wu Nuo จริงๆ เพราะเอาจริง ตอนที่ Bai ยังเด็กและไม่สบายก็ได้ Da Wu ป้อนยามาตลอดด้วย (จนทำให้กลายเป็นแมวยักษ์ที่ดูแกร่งและเก่งกล้ามาก แต่มีจุดอ่อนคือแพ้ยาต้ม Da Wu ได้กลิ่นทีไรก็อยากจะสิ่งหนีไปให้ไกลทุกที ไหนจะกลัว Da Wu อีก) และสำหรับ Wu Nuo ก็เหมือนมีผู้ใหญ่ที่คอยดูแล ให้คำปรึกษา ถึงขั้นให้ท้าย ... น่ารักที่มีอะไรก็แบ่งส่วนอาหารที่ทำไปให้ Da Wu ก่อน โดยเฉพาะ Da Wu ฟันไม่ดี และไม่อยากอาหารก็ได้ Wu Nao ต้มน้ำแกงปลาไปให้ หรือพอมีข้าวก็เอามาต้มเป็นข้าวต้มให้ด้วย และหลังจากมีแต้มจากระบบมากพอและระดับการค้าสูงพอก็แลกเคล็ดวิชามาให้ Da Wu ด้วย ถึงขึ้นที่จากตอนแรกที่ Da Wu เริ่มแก่ตัว แต่ไม่ยอมตายเพราะเป็นห่วงเผ่ากลายเป็นแข็งแรงและอ่อนวัยลงเรื่อยๆ ... ถึงขั้นที่ตอนทำพิธีในเผ่าตอนเผ่ากลายเป็นเผ่าใหญ่ ตัว Da Wu เต้นทำพิธีจน Wu Nao คิดว่าดูเด็กกว่าตัวเองอีก 

กับอีกอย่างที่รู้สึกน่ารักมากๆ ก็คือเรื่องการให้ทาสกลายเป็นสมาชิกในเผ่าสมบูรณ์ เพราะตัว Wu Nuo มาจากสังคมปัจจุบันที่คนเสมอภาค และไม่เห็นด้วยกับการที่ทาสจะทำงานหนัก แล้วนายอยู่สบาย ก็เลยออกระบบให้ทาสที่มีความสามารถและขยันขันแข็งสามารถเลื่อนสถานะเป็นสมาชิกเผ่าและลบรอบทาสที่หน้าได้ โดยมี Da Wu ที่เชื่อ Wu Nuo และเชื่อในการพัฒนาคนที่จะนำไปสู่การพัฒนาเผ่าสนับสนุนเต็มที่ และทาสกลุ่มแรกที่ได้สถานะสมาชิกเผ่าก็รวมถึง Lu ด้วย .. ซึ่งตอนหลัง ก็ถึงขั้นที่ Wu Nao ดึงมาเป็นผู้จัดการร้านของของชำของตัวเองแล้ว

กลับมีทาสอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นทาสสงคราม 50 คนจากเผ่า Dahu ตัว Wu Nuo กับ Bai ไปซื้อตัวทาสสงครามเหล่านี้ และทั้งเผ่า Dahu เองก็เข้าใจว่าสองคนมาจากเผ่า Super Tribe (อาศัยการบลัฟเนียนๆ ที่ไม่บอกอะไร ไม่ปฎิเสธ แต่ให้คิดไปเอง) และเพราะสองคนจะเดินทางต่อ ก็เลยเอาไม้มาขุดเป็นเรือให้ทาส 50 นี้กลับไปที่เผ่าก่อนเองให้ได้ .... และเรื่องทาส 50 คนนี้ก็เป็นช่วงที่ลุ้นมากๆ เหมือนกัน เพราะว่าการพายเรือทวนน้ำไปตามเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยมาก่อนในช่วงก่อนหน้าหนาวกำลังจะมาถึง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าทาสจะมีว่ายน้ำและต่อสู้ในน้ำแต่ก็ไม่เคยมีใครรู้จักเรือมาก่อน เป็นเรื่องยากและท้าทายที่ต้องอาศัยกำลังใจจริงๆ และเหล่าทาสก็กัดฟันสู้กับทั้งสัตว์ป่า ทั้งเผ่ากินคน ทั้งเส้นทางเดินเรือจนไปถึงเผ่า Changhe ได้จริงๆ ... ถึงแม้จะส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะ Wu Nao ห่วงเหล่าทาสจนทำทุกอย่างที่ทำได้ ทั้งทำพิธีกรรมอวยพรก่อนเดินทาง (ที่อย่าว่าแต่เป็นผู้รับคำอวยพรเลย เหล่าทาสไม่เคยแม้จะเป็นส่วนหนึ่งหรือได้เห็นพิธีกรรมมาก่อน เป็นตลกร้ายที่บอกว่าสถานะทาสจะอยู่ในพิธีกรรมได้ก็ต่อเมื่อเป็นเครื่องสังเวย/บูชายัญเท่านั้น) ทั้งเตรียมเสื้อผ้า อาหาร ยา รวมไปถึงยาพิษและยาชาด้วยซ้ำ แต่กำลังใจของพวกทาสยิ่งใหญ่จริงๆ ตอนที่จะไปถึงหน้าหนาวมาแล้ว ถึงขึ้นที่พยายามพายเรือทวนน้ำท่ามกลางหิมะตก จนไปถึงวันที่น้ำเป็นน้ำแข็งจนต้องทิ้งเรือและเดินเท้าด้วย .. และก็น่าสงสารมากว่า เหล่าทาสคิดว่า Changhe เป็น Super Tribe คนจะรู้จักและหาเผ่าเจอได้ง่าย แต่ตอนที่ถามไประหว่างทางก็ไม่เจอใครเลย จนคิดว่าตัวเองมาผิด หรือไม่ก็ยังไปไม่ถึง ตอนที่หน่วยหน้าเดินไปจนเจอกำแพงน้ำแข็งเผ่าก็ถูกน้ำแข็งกัดในชุดที่ไม่เหมาะกับสภาพกลางหิมะเลย

ถึงจะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง แต่หัวหน้าทาสที่พกจดหมายจาก Wu Nao ก็ทำให้คนในเผ่ารู้ว่าเหล่าทาส 50 คนเป็นคนของ Wu Nao และจะต้องต้อนรับให้ดี พอไปพาทาสที่รออยู่ที่เรือที่เหลือมา ทั้ง 50 คนก็รู้แล้วว่าพวกตัวถูกหลอกมา และ Changhe ไม่ใช่ Super Tribe แต่อย่างใด แต่ว่าถ้าอยู่ในเผ่าที่ไม่ใช่ Super Tribe แต่ได้เป็นพลเมืองเผ่าจากสถานะทาสเดิมก็ถือว่าดีมากแล้ว ไม่นับว่าพวกตัวจะได้หอนอนสะอาดสะอ้านที่มีฟูกให้ และมีเสื้อผ้าให้เปลี่ยน กับอาหารที่มีเนื้อสัตว์อย่างที่ไม่เคยได้กิน .... และในที่ประชุมเผ่า เหล่าทาสทั้งหมดก็กลายเป็นพลเมืองของเผ่าจริงๆ และเมื่อได้รับ “เงิน” ที่อยู่ในรูปเหรียญดินเผาตามสถานะหัวหน้าทีม รองหัวหน้าทีม และลูกทีม ถึงจะไม่รู้ว่ามีค่าอย่างไร แต่เมื่อคนรอบตัวดูตื่นเต้นแกมอิจฉาก็คิดว่าเป็นสิ่งที่มีราคาแน่นอน (และก็รู้ค่าเงินมหาศาลที่ตัวเองได้รับในเวลาต่อมา) และที่น่ารักก็คือ เมื่อหมดฤดูหนาว ทั้ง 50 คนก็เป็นสมาชิกหลักทีมเรือที่จะไปแลกเปลี่ยนค้าขายกับเผ่าอื่น และก็ช่วยใช้ประสบการณ์เดินเรือของพวกตัวมาแก้ไขเรือลำต่อๆ ไปของเผ่าด้วย ... และที่สำคัญ เมื่อเดินทางไปค้ากับเผ่าตัวเองก็เอาเงินที่ได้เป็นรางวัลซื้อครอบครัวตัวเองมาอยู่ด้วยที่เผ่า Changhe ใครที่ไม่มีครอบครัวก็เอาเงินช่วยเพื่อนในทีมไปแทน และจากสถานะทาสก็กลายเป็นนักรบที่มีเกียรติและน่าภูมิใจไปแล้ว

มีเรื่องขำที่กลายเป็นว่าตัว Wu Nuo กับ Bai อยากให้สมาชิกในทีมเรือเป็นบีสต์ด้วย เพราะความสามารถต่อสู้จะดีกว่าคนที่แปลงร่างไม่ได้ แต่กลายเป็นบีสต์ทุกตัวมีอาการเมาเรือหมด จนคนที่เข้าทีมได้ก็เหมือนทาสสงครามเดิมคือเป็นแค่คนอย่างเดียว ... ขนาดลูกชายคนโตหัวหน้าเผ่าที่กระเหี้ยนกระหือรือว่าจะเป็นคนนำทีมไปเจรจาค้าขายยังเมาเรือจนต้องสละให้น้องชายตัวเองที่เป็นคนไปแทน

กับอีกอย่างที่ทัศนคติดีมากก็คือหัวหน้าเผ่า หลายเรื่องจะเจอว่าเป็นพวกหวงอำนาจ ไม่ยอมสละตำแหน่งให้ใคร แต่ว่าเรื่องนี้หัวหน้าเผ่าลงจากอำนาจให้ Bai ขึ้นมาเร็วมาก และถึงแม้จะมีส่วนช่วยงานเผ่า แต่ตอนที่ต้องกลับมาดูแลเผ่าช่วงที่ Bai เดินทางออกไปกับ Wu Nuo ก็นั่งรอให้สองคนกลับมาไวๆ จะได้ไม่ต้องรับภาระหนักเหมือนเดิม ... อย่าง Da Wu
 ก็เป็นที่คิดว่าถ้าให้ Wu Nuo คอยจัดการงานในเผ่า ตัวเองก็จะได้มีเวลาพักบ้าง ไม่มีใครหวงอำนาจ (ภาระ) เลยแม้แต่คนเดียว

ชอบการแบ่งเวลาที่เขียนดีมาก เพราะหลายเรื่องจะเล่าเรื่องเริ่มสร้างเผ่านาน แล้วพอเผ่าเจริญแล้วก็จะมีช่วงที่เร่งๆ ชนิด 1-2 บทก่อนจบ แต่เรื่องนี้ปูมาก่อนนานมาก เพราะอยากให้เห็นว่าหลังจากนั้น ช่วงที่เริ่มยิ่งใหญ่ เผ่า Changhe กลายเป็น super tribe และกลายเป็นเมืองได้อย่างไร เลยชอบที่ได้อ่านด้วยความเร็วปกติ แทนที่จะต้องเร่งจบด้วย กับชอบเชิงการเมืองตอนสู้กับเผ่าอื่นมากเหมือนกัน ทุกอย่างงัดมาใช้หมดจริงๆ และแมว (พร้อมด้วยทีมงานอันประกอบด้วยคนเลี้ยงแมวอย่าง Wu Nuo และ Da Wu และสมาชิกอื่นๆ) ก็ร้ายใช้สมองน่ากลัวมาก ความเป็นเสือมีปีกของแมวสยบได้ทุกอย่างทุกคนจริงๆ 
 
อยากจะสรุปเรื่องว่า "การพึ่งพากันและกันระหว่างเหมียวยักษ์เอาแต่ใจ กับพ่อค้าเร่ (?) หมอผีประจำเผ่าที่เหมือนญาติผู้ใหญ่ และลูกชายไดโนเสาร์ ที่มีความเข้าใจผิดตีความไปเอง และระบบหน้าเลือดเป็นองค์ประกอบ" มาก ก็อย่างที่รู้กันว่าให้ A++  นั่นเอง เสียดายคนเขียนหายไปแล้ว ไม่งั้นก็พร้อมจะตามไปทุกเรื่องเหมือนกันนะคะ 



ปล.
1.
ชอบความแข็งแกร่งของแมวมาก อย่างเวลาสัตว์อพยพจะไม่มีใครกล้าสู้กับไดโนเสาร์ตัวใหญ่ ถ้าจะสู้ก็ต้องมีทีมล่าสัตว์ขนาดใหญ่ และก็ไม่รับประกันว่าจะไม่ถูกฆ่าตาย แต่แมวตะปบที ไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ก็ขาดใจตายได้แล้ว ซึ่งก็เป็นประโยชน์มากทั้งในแง่ที่กำจัดภัยคุกคามได้ และแง่หาอาหารให้เผ่าได้อย่างรวดเร็ว แต่ว่าในแง่หนึ่ง แมวก็ใช้พลังงานเปลืองมากเช่นกัน ช่วงที่แมวแปลงร่างใหม่ๆ และต้องใช้พลังเต็มที่เพราะยังเก็บพลังไม่เป็น แป๊บๆ ก็ต้องลงมาล่าอะไรกินแล้ว และกินถึงขั้นที่กินวัวกินกวางไปเกือบสิบตัว และจับตัวสุดท้ายไปกินกับ Wu Nuo โดยให้อีกฝ่ายทำอาหารอร่อยๆ ให้เพื่อปิดมื้ออาหารก็บ่อย

ตอนที่ขึ้นเป็นหัวหน้าเผ่า แมวต้องรักษาภาพพจน์ก็เลยอยู่ในร่างลูกแมวอีกไม่ได้ หน้านิ่งอยู่กับคนในเผ่า แต่จริงๆ ในใจกำลังสลดว่าเป็นแมวไปอ้อน Wu Nuo ไม่ได้


2.
ระบบเรื่องนี้เลวร้ายไม่เป็นมิตรมาก เวลาเปิดระดับ เปิดฟังค์ชั่นทั้งหลายก็จะคิดค่าเปิดมหาศาลโดยที่ไม่มีการเตือนกันล่วงหน้าด้วย แต้มที่มีอยู่น้อยนิดก็หายไปเพราะการเปิดเนี่ยแหละ เปิดได้ แต่ทำอะไรไม่ได้ ต้องเริ่มเก็บสะสมแต้มอย่างเลือดตากระเด็นไปใหม่อีกรอบ แถมถ้าจะมีการกู้ยืมแต้มอะไรใดๆ จากระบบ ดอกเบี้ยก็แพงมาก โหดมากอีก แถมยังเป็นรายวัน ทุกอย่างเก็บเงิน ทุกอย่างเป็นเงิน จะแลกของออกจากค่าของแล้วก็ยังมีค่าแลกตามราคาของอีก แล้วก็ถ้าจะถามอะไร ก็จะตอบมาอย่างเย็นชา ว่าระดับไม่พอด้วย 


3.
ตอนแรกที่ระบบบอกว่าให้เลี้ยงดูไข่ไดโนเสาร์ที่ได้มาจนโตเป็นเวลา 15 ปี คิดว่าเป็นสัตว์เลี้ยง แต่กลายเป็นลูกชายไดโนเสาร์ไปแล้ว น่ารักที่ Kara ชอบกินแยมผลไม้มาก และก็จะขโมยแยมในครัวตลอด จะทำอะไรก็ขอรางวัลตอบแทนเป็นแยมหนึ่งช้อนพูนๆ โตๆ จน Wu Nuo กับ Bai ก็ไม่เข้าใจว่าความบ้าหมกมุ่นกับแยมมาจากไหน แล้วด้วยความที่เป็นสายพันธุ์โตช้า พอเข้าเรียน เรียนจบก็ยังไม่โตสักที อยู่ในร่างเด็กต่อไป ขณะที่เพื่อนโตหมด และออกไปทำงานทั้งในเผ่านอกเผ่าแล้ว พอสลดอยู่ในบ้านว่าไม่มีอะไรทำ ก็เลยถูก Wu Nuo กับ Bai ลากมาเป็นเลขาช่วยทำงาน แต่เพราะอยู่กับพ่อทั้งสองคนไม่ต้องเสียเงินค่าบ้านค่าอาหาร พอเก็บเงินได้มากพอ ก็ไปหาโรงงานจ้างคนมากะทำแยมกินเองให้หนำใจ แต่ว่าสุดท้ายทำมาเยอะมากไป กินเท่าไหร่ก็กินไม่หมด เลยฝากพ่อไปขายในร้านค้า กลายเป็นว่าเพราะ Kara เรื่องมาก กะทำแยมผลไม้กินเอง ต้องของดี รสชาติอร่อย สุดท้ายก็กลายเป็นของฮิตที่ใครมาก็ต้องซื้อไปกิน

กับมีประเด็นที่จริงๆ แล้ว Kara เป็นไข่ไดโนเสาร์ที่อยู่ในเผ่าอื่นมาก่อน และเพราะเลือดและการมีตัวไดโนเสาร์นี้จะทำให้เกิดความเจริญก้าวหน้าของเผ่า เผ่าพันธุ์ของ Kara ก็ถูกล่าและทุกข์ทรมานจากเผ่าที่รู้เรื่องจนเหลือแค่ไข่ของ Kara ใบเดียว ที่เหลือสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว แต่เพราะมีไดโนเสาร์บินไปลักเอาไข่ Kara มา พอมาอยู่ในเผ่า Kara ในช่วงแรกก็เหมือนสัตว์เลี้ยงรู้ประสาของหัวหน้าเผ่าที่ใครๆ ก็เอ็นดูเพราะฉลาด รู้ความ พอได้ร่างคนมาก็กลายเป็นลูกชายคนเดียวของหัวหน้าเผ่าไป อยู่และเติบโตอย่างสบายใจ และเล่นมีความสุขตลอดเวลาวัยเด็กที่ยาวนานไปแทน


4.
ชอบเรื่องคุณเพื่อน Shi Hu กับ Lu ด้วย .... คู่นี้ก็เหมือนไปด้วยกันเรื่อยๆ ดี เพราะ Shi Hu ช่วย Lu มาจากนายทาสเดิมในเผ่าอื่น และพอ Lu ช่วยเลี้ยงลูกให้ในตอนหลังก็เหมือนอยู่ด้วยกันไปเลย 


5.
อื่นๆ นึกไม่ออกแล้ว นึกออกก็คงเขียนไม่จบ
.
.
นึกออกล่ะ แมวที่ตื่นเต้นได้ดื่มเหล้าน่ารักดี 


________________________________________

ทวิตเตอร์ : @mgk993  #mereadingg

Wednesday, 27 April 2022

穿越原始异界搞基建 // Travel to a Primitive World to Build Infrastructure

อ่านจบมาพักใหญ่แล้ว แต่กว่าจะได้เริ่มเขียนก็ช้ามาก ... ไม่แน่ใจว่าหลุดเนื้อหา/ รายละเอียดไปไหม อาจไม่ตรงทีเดียวนะคะ กับเขียนยาว เพราะบันทึกไว้จำเองด้วย /// ผ่านไปจะ 4 เดือนแล้วก็ไม่จบ เขียนไม่ไหวแล้ววว // สปอยล์ทุกอย่างเหมือนเดิมมม




คนเขียน: 络缤

แนว: clan-building สร้างเผ่า, ระบบ, slow build, power couple 

ความสัมพันธ์: หัวหน้าเผ่า x ผู้ส่งสารจากพระเจ้า (?)

จำนวนตอน: 131

เปิดเรื่องขึ้นมา Yang Yi ที่ชอบเล่นเกมซิมแนวก่อสร้างจนชนะสร้างความเจริญและอารยธรรมสูงสุดให้กับเผ่าที่ตัวเองเล่น ถูกพระเจ้าส่งไปอยู่ในโลกยุคหิน โดยที่ก่อนจะไป พระเจ้าอนุญาตให้ใช้เงินที่มีอยู่ในเกมซื้อของสารพัดอยู่ในมิติเก็บของติดตัวไปด้วยได้ และดังนั้น เมื่อถูกจับส่งไปในยุคดึกดำบรรพ์ เจ้าตัวก็ยังสามารถใช้เครื่องมือและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ติดตัวไป เอาตัวรอดอยู่คนเดียวชายป่าได้

ในละแวกใกล้กัน มีกลุ่มคนที่ถูกเผ่าเดิมขับไล่ออกมาเร่ร่อนมาปักหลักอาศัยอยู่ใกล้ๆ ชายป่าที่ Yang Yi อยู่ และ Mao เด็กในเผ่าก็คอยแอบมองเจ้าตัวอยู่หลายวัน จนครั้งสุดท้ายก็เลยเอาเนื้อกระต่ายที่เพิ่งล่ามาทำอาหารแบ่งให้เด็กไป และเมื่อกินเสร็จแล้ว และเด็กยังจ้อง Yang Yi อยู่ ก็เลยเอาเนื้อกระต่ายส่วนที่เหลือ และผ้าห่มขนแกะให้เด็กไป ซึ่ง Mao ก็ดีใจรีบเอาของกลับไปที่เผ่า และทั้งเนื้อกระต่ายและผ้าห่มก็ถูกแบ่งปันให้ทุกคนในกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กเล็ก คนพิการ และอ่อนแอ 

หลังจากนั้น ตามที่ Mao เล่า ทุกคนในกลุ่มก็ลงความเห็นว่าทั้งเครื่องแต่งกาย และอุปกรณ์เครื่องมือแปลกประหลาดเช่นนี้ คนที่เจอไม่น่าจะเป็นมนุษย์ แต่ว่าน่าจะเป็นเทพเจ้า และทั้งกลุ่มก็เชื่อว่าเทพเจ้าน่าจะได้ยินคำวิงวอนของพวกตัวเอง และมาช่วยเหลือกลุ่มคนที่ถูกเผ่าทอดทิ้ง และก็ตัดสินใจเดินทางไปหา Yang Yi เพื่อขอติดตามอยู่ด้วย 

ซึ่งอันที่จริง ระหว่างที่ Mao และคนในกลุ่มกำลังพูดคุยกัน ตัว Yang Yi ก็เอากล้องส่องทางไกลคอยดูพฤติกรรมทั้งกลุ่มอยู่ เพราะอยากรู้ว่าถ้าได้เนื้อกระต่ายและผ้าห่มขนแกะมาจะแล้ว ในกลุ่มจะใช้ทรัพยากรที่ได้มาอย่างไร เพราะโดยปกติแล้ว ความเป็นไปได้ก็คือเอาของที่มีอยู่น้อยให้คนที่แข็งแรงกว่าเท่านั้น แต่กลุ่มนี้กลับแบ่งปันของให้ทุกคน โดยเฉพาะคนที่อ่อนแอ ซึ่งหลักการแบบนี้ก็ตรงกับใจของ Yang Yi พอดี

เพราะจริงๆ แล้วเจ้าตัวรู้ว่าตัวเองมีเครื่องมือเครื่องใช้จิปาถะทั้งหลายอยู่กับตัวมากก็จริง แต่การจะเอาตัวรอดอยู่คนเดียวในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ก็เป็นไปได้ยาก ตัวเองมีทางเลือกคือไปอยู่กับเผ่าที่เจริญและแข็งแกร่ง แต่นั่นก็ไม่มีหลักประกันอะไรให้เอาตัวรอดได้ และยิ่งเมื่อตัวเองอ่อนแอ ก็มีโอกาสที่จะถูกแย่งชิงของทั้งหมดไปได้สูง และตัวเลือกที่สองก็คือกลุ่มคนอ่อนแอที่ถูกขับไล่ออกมา เพราะว่ามีโอกาสที่จะได้รับการนับถือและกลายเป็นหัวหน้าได้ง่าย .... ตรงกับเงื่อนไขที่จะอยู่รอดไปได้ และเมื่อสร้างเมืองจนมีพลเมืองหนึ่งล้านคน และหาของที่มีมูลค่าเท่าเทียมกับที่ซื้อมาจากเกมสำเร็จก็จะได้กลับไปโลกปัจจุบันอีกครั้ง

เมื่อทั้งเผ่าเดินทางมาหา Yang Yi เจ้าตัวพยายามที่จะปฎิเสธไม่ยอมรับคำเรียกพระเจ้าจากกลุ่มคนที่รายล้อม ... เพราะรู้ว่าตัวเองทำไม่ได้ทุกอย่าง และถ้าคนเหล่านี้มองว่า “พระเจ้า” ที่ตัวเองเลื่อมใสไร้ความสามารถแล้ว ความผิดหวังและไม่พอใจก็จะตามมา  

และระหว่างนั้น นักรบในเผ่าอย่าง Jing ที่บาดเจ็บกำลังจะตาย และ Yang Yi ก็ได้ใช้ยาและเครื่องมือแพทย์ที่มีช่วยเหลือรักษาให้ และแม้ตัว Yang Yi จะพร่ำบอกว่าตัวเองไม่ใช่เทพเจ้าแต่จากการรักษาคนที่กำลังจะตายไว้ได้ ก็ยิ่งทำให้ได้รับความเคารพจากทั้งกลุ่มมากกว่าเดิม ...  และระหว่างนี้ เจ้าตัวก็พบว่าคนเหล่านี้มีร่างกายที่แข็งแกร่งแข็งแรง รวมถึงความสามารถฟื้นตัวและความฉลาดเกินกว่าที่ตัวเองเข้าใจมาก แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีปัญหาในการใช้ภาษาสื่อสารกันก็ตาม

และวันต่อมาเมื่อรักษาคนที่บาดเจ็บที่เหลือในเผ่าเสร็จ สายตาคนในเผ่าที่จับจ้องอยู่ที่พลั่วอเนกประสงค์ขนาดเล็กที่ห้อยอยู่ข้างเอว Yang Yi และเมื่อยื่นให้กลุ่มคนเหล่านี้ไปแล้ว สุดท้าย Kun ก็ขออนุญาตลอง และลงเอยด้วยการใช้พลั่วโค่นต้นไม้ใหญ่ทั้งต้นได้ พิสูจน์ความแข็งแรงของคนเหล่านี้อีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่คนอื่นจะมาต่อแถวขอลอง .. และทุกคนก็มีความหวังว่าด้วยอาวุธเช่นนี้ติดตัว ความฝันที่จะล่าสัตว์ในป่าได้ก็จะเป็นเรื่องง่ายดาย 

และเมื่อ Yang Yi สื่อสารบอกคนในกลุ่มว่าตัวเองออกมาจากที่ที่ตัวเองเคยอยู่ และกำลังโดดเดี่ยว ในสายตาของคนในกลุ่มก็คือไม่มีเผ่าอยู่ และทั้งหมดก็เลือกที่จะติดตาม Yang Yi ให้อีกคนเป็นหัวหน้ากลุ่มไป โดยที่ Yang Yi ตัดสินใจตั้งชื่อกลุ่ม หรือก็คือก็ชื่อเผ่าก่อน ด้วยชื่อ Xinghua หรือ Spark ในความหมายที่ว่าแต่ละคนอ่อนแอไม่เก่งกล้าอะไรแต่พอมารวมกันก็เป็นประกายไฟและลูกไฟใหญ่ที่จะเผาทั้งทุ่งได้ ชอบที่บอกว่าควรจะมีชื่อเผ่านะ แล้วคนอื่นก็ค้างไป เพราะคิดแต่ว่าเป็นพวกที่ถูกเผ่าตัวเองไล่ออกมา ก่อนจะตื่นเต้น/ตื้นตัน ว่าพวกตัวไม่ใช่ outcasts กันแล้วนะ 

“We are the Spark. Everyone looks very weak, but we can ignite the entire wasteland.”

และในที่สุด จากการประนีประนอมของทั้งสองฝ่าย ในเผ่าก็ไม่เรียก Yang Yi ว่าเทพเจ้าอีก แต่เรียกว่าผู้ส่งสารจากพระเจ้าแทน กับเมื่อกลายเป็นหัวหน้าแล้ว ตัว Yang Yi ก็หยิบเอาของในมิติมาเพื่อทั้งซื้อใจและเพื่อพัฒนาคนในเผ่าตัวเองไม่ยั้งเหมือนกัน .. เริ่มตั้งแต่น้ำตาลกรวดที่ราคาถูกแสนถูก กระปุกละหกหยวน แต่กลายเป็นสุดยอดของมัดใจคนในเผ่าในยุคที่รสหวานเป็นของหายากและขาดแคลน

เอาจริง เรื่องนี้ก็เป็นสายสร้างเมืองล้วนๆ และที่น่ารักมากก็คือทุกคนคิดบวกและพยายามทำเพื่อเผ่าทุกอย่างทุกทาง ภูมิใจกับเผ่ามากนั่นแหละ เริ่มต้นจากที่ปลื้มใจตื้นตันมากว่ามีชื่อเผ่าแล้ว กลายเป็นเผ่าสมบูรณ์แบบ จากที่เดิมเป็นแค่คนที่ถูกเผ่าเดิมขับไล่ออกมา อย่างที่วันต่อมา พอมีถังอลูมิเนียม ทุกคนก็แข่งกันตื่นเช้าเพื่อที่จะเป็นไปคนตักน้ำด้วยถัง และพบว่าถึงแม้จะตื่นเช้าขนาดไหน ก็มีคนที่ตื่นเร็วกว่า และออกเดินทางไปตักน้ำก่อนหน้าตัวเองแล้ว และเพราะเผ่านี้สุดแสนจะขาดแคลน ตัว Yang Yi ก็เร่งสร้างของให้กับคนในเผ่าเต็มที่ พอบอกว่าอยากได้ถังไปเก็บของป่า เจ้าตัวก็คิดให้ช่วยกันสานตระกร้าเพื่อจะได้เอาไปใส่ผลไม้ที่เจอ และก็น่ารักที่คนอ่อนแอที่ออกไปล่าสัตว์ หาของป่า หรือตักน้ำไม่ได้ก็พร้อมใจกันช่วยกันสานตระกร้าระหว่างวัน และพวกคนที่ไปล่าสัตว์ แม้จะเป็นคนธรรมดาไม่ใช่นักรบก็ฮึกเหิมพร้อมล่าเต็มที่เพราะมีอาวุธจากท่านผู้ส่งสารไปด้วย

ระหว่างนี้ ก็ต้องเร่งหาที่อยู่ใหม่เหมือนกัน เพราะอยู่ติดป่าเช่นนี้ จำนวนคนที่น้อย และสภาพอากาศที่แตกต่างกันในเวลากลางวันและกลางคืนก็เป็นเรื่องอันตราย เมื่อเดินทางไปสำรวจทุ่งหญ้า แม้จะไม่มีแหล่งน้ำ แต่ว่าในกลุ่มก็ช่วยกันขุดบ่อจากคำแนะนำของ Yang Yi และเมื่อแน่ใจว่าน้ำที่ได้คุณภาพและรสชาติดี ทั้งกลุ่มที่เดินทางมาสำรวจก็ตัดสินใจว่าจะลงหลักสร้างเผ่าที่นี้กัน 

เริ่มด้วยการถางหญ้าเพื่อให้ได้ที่โล่ง และท่านผู้ส่งสารผู้มีสภาพร่างกายอ่อนแอกว่าคนในเผ่าก็ถูกไล่ให้ยืนดูเฉยๆ เพราะทุกคนไม่อยากให้ท่านผู้ส่งสารทำงานหนัก และเจ้าตัวก็ต้องยอมรับสภาพเพราะทำงานด้วยกันตัวเองไปถ่วงมากกว่าจะไปช่วยงาน ทั้งเจ็บตัว ทั้งเชื่องช้า แล้วเลยหันไปพยายามปลูกผักแทน

วันต่อมาเมื่อคนทั้งหมดในเผ่าย้ายมาแล้วก็เริ่มต้นด้วยพิธีกรรมบูชาเทพเจ้าและเฉลิมฉลอง ตามมาด้วยการพยายามสร้างบ้านจากไม้และหญ้าที่มี สร้างบ้านก็น่าตื่นเต้นแล้ว โดยเฉพาะเมื่อคนในยุคหินเหล่านี้มักจะอาศัยอยู่ในถ้ำเป็นหลัก แต่ Yang Yi ก็ทำให้ทุกคนตื่นเต้นกว่าเดิม เพราะออกปากว่าจะสร้างเครื่องปั้นดินเผาและบ้านดินขึ้นมาด้วย โดยเฉพาะเมื่อตอนนี้ภาชนะใส่อาหารกำลังขาดแคลน ... และเหล่าคนที่ตื่นเต้นในเผ่าก็พร้อมกันช่วยกันขุดดินและปั้นเครื่องปั้นอย่างกระตือรือล้น อลหม่านแต่ก็สนุกสนานกัน

ตามมาด้วยการสร้างห้องน้ำ ... ซึ่งถึงแม้คนที่ช่วยขุดช่วยสร้างจะไม่เข้าใจ แต่เมื่อเป็นความประสงค์ของท่านผู้ส่งสาร ทุกคนก็ต่างชื่นชมบูชาที่ท่านผู้ส่งสารคิดสิ่งที่แตกต่างออกมาได้ และ Mao สาวกผู้ภักดีหมายเลขหนึ่งของ Yang Yi ผู้ติดตาม Yang Yiไปทุกที่ก็กลายเป็นคนโฆษณาและแจ้งข่าวห้องน้ำให้ทุกคนรู้และทำตามเอง

และเย็นวันนั้น เพื่อจะเฉลิมฉลอง Yang Yi ก็เอาผงพริก และเครื่องปรุงทั้งหลายออกมาจากมิติ และหมักเนื้อทำบาร์บีคิวกินกับทุกคน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าของอร่อยที่ไม่เคยรู้จักตกคนในเผ่าตั้งแต่ได้กลิ่นก่อนได้กินไปนานแล้ว ... กับน่ารักมากที่ว่าพอห่วงว่าในเผ่าไม่เคยรู้จักพริกจะกินพริกไม่ได้ แต่ทุกคนก็กินไม่ยั้ง ... แถมพอบอกว่าของอร่อยอย่างพริกปลูกได้ ทุกคนก็ตื่นเต้นกับแนวคิดปลูกของไว้กินในพื้นที่เผ่าได้อีก เพราะเดิมที มีแค่การล่าสัตว์กับการหาของป่า ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ต้องออกเดินทางไปไกล และเสี่ยงภัยทั้งสิ้น 

และตอนนี้ก็กลายเป็นว่า มีสิ่งที่จะทำมหาศาล แต่ว่าจำนวนคนไม่พอ ทั้งเผ่ามีคนอยู่แค่ 118 คน และก็มีแค่ 37 คนที่เป็นคนหนุ่มสาวแข็งแรง ที่เหลือ ก็คือเด็ก คนอ่อนแอ และคนพิการ

ต้องตัดไม้มาสร้างบ้าน และก็ขนย้ายลำบาก Yang Yi ก็เลยให้ช่วยกันสร้างรถเข็นมาขนไม้ โดยที่ Jing ที่ร่างกายเริ่มฟื้นตัวมาเป็นคนทำ และก็ทดสอบการให้งานโดยให้เด็กขึ้นมา ท่ามกลางเสียงกรี๊ดกร๊าดของเด็กๆ และอุทานอย่างตื่นเต้นของผู้ใหญ่ที่มามุง จบที่ให้ผู้ใหญ่ขึ้นไปอุ้มเด็กๆ ไว้ และคนยี่สิบคนอยู่บนรถเข็น

ระหว่างนี้ ชีวิตทุกคนในเผ่าก็ดำเนินไปด้วยดี ทุกวันทีมล่าล่าสัตว์ใหญ่มาได้ ทุกคนมีอาหารกินสมบูรณ์ โดยเฉพาะเมื่อ Yang Yi เอาเกลือออกมาใช้ปรุงอาหาร และพยายามปรับปรุงคุณภาพชีวิตคนในเผ่าไปทีละอย่าง

สิ่งหนึ่งที่น้ำตาร่วงได้ง่ายๆ ก็คือตอนที่สร้างขาเทียมให้คนในเผ่า เพราะว่าในสังคมล่าหาของป่า การที่เป็นคนพิการเดินไม่ได้แย่ยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น เพราะแม้กระทั่งเป็นเหยื่อเพื่อใช้วิ่งล่อสัตว์ก็ทำไม่ได้ และ Yang Yi ก็คิดสร้างขาเทียมที่ข้างล่างเป็นจอบให้กับ Feng ที่ความดีใจของเจ้าตัวแสดงออกมาชัดมากว่าตอนนี้เดินได้แคล่วคล่องเหมือนคนปกติแล้ว ดีใจจนหน้าแดง ตาเป็นประกายแล้วก้าวที่สองก็เร็วขึ้นจนไปถึงวิ่ง ที่ตะโกนออกมาว่า มีขาแล้ว มีขาแล้วอีกครั้ง แล้วก็วิ่งไปทั่วเผ่า โดยที่มีเสียงหัวเราะมีความสุขของ Feng ดังไปทั่ว ... ร่างกายสมบูรณ์อีกแล้ว .... ทุกคนก็ดีใจตามไปและคนที่ใจอ่อนก็ร้องไห้ตาม น่ารักที่เจ้าตัวก็คึกทำงานในไร่อย่างแข็งขันและมีความสุขมากวันต่อๆ มา และก็ทำให้คนอื่นอิจฉาที่ไม่มีขาเป็นจอบอย่าง Feng บ้าง

ระหว่างที่ทุกอย่างกำลังลงดีด้วยดี ยามเฝ้าระวังก็ส่งเสียงเตือนภัยว่ามีกลุ่มคนกำลังเดินทางมาที่เผ่า และระหว่างที่ในเผ่ากำลังเคร่งเครียดว่าจะรับมืออย่างไร ก็เจอว่าผู้นำกลุ่มเป็นคนที่คุ้นเคย ซึ่งก็คือ Hei Hun นักรบระดับสี่ผู้เป็นที่เคารพนับถือ และเก่งกาจจนถึงขั้นว่าจะได้สืบทอดขึ้นเป็นผู้นำเผ่า Black Rock คนต่อไป และขณะที่คนในเผ่ากำลังตื่นเต้นดีใจ ตัวของ Yang Yi ก็ลำบากใจและเคร่งเครียด เพราะว่าได้ยินคนในเผ่าพูดถึงคนผู้นี้อย่างชื่นชมมาตลอด แต่ตอนนี้ตัวเองเป็นผู้นำเผ่าแล้ว ถ้าจะมีคนที่เป็นใหญ่อีกคนมา ตัวเองจะทำอย่างไรต่อไป

ขณะที่คนในเผ่ากำลังตื่นเต้นกับกลุ่มคนที่เดินทางมา เหล่าผู้มาใหม่ก็ตื่นเต้นกับสิ่งที่ตัวเองได้เจอเหมือนกัน .... โดยเฉพาะเมื่อระหว่างเดินทาง คิดถึงความเป็นไปได้ที่เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดกับสมาชิกในเผ่าตัวเองที่ถูกไล่ออกมาโดยที่ไม่มีคนปกป้อง และไม่มีอาหารหรือสิ่งยังชีพเพียงพอเสียด้วย และกลับมาเจอคนที่ถูกไล่ออกมาอยู่ในสภาพกินอิ่ม และสีหน้ามีรอยยิ้ม ไม่นับเครื่องมือและอุปกรณ์แปลกๆ กับบ้านทรงไม่คุ้นตา 

และ Hei Hun ที่ถูกแนะนำให้รู้จักกับท่านผู้ส่งสารก็รู้สึกถึงความแตกต่างของ Yang Yi ที่ดูแปลกแยกและไม่เข้ากับผู้คนโดยรอบเหมือนกัน .. และเมื่อสองคนคุยกัน Hei Hun ก็เอ่ยปากขึ้นมาเองเลยว่าตัวเองจะเป็นหัวหน้าเผ่า และคิดว่ามีความสามารถพอสำหรับตำแหน่งนี้ และเพื่อเป็นหลักประกันและแสดงออกถึงความจริงใจให้กับ Yang Yi ที่จะเป็นผู้ส่งสารจากพระเจ้าของเผ่า Hei Hun จะทำสัญญาร่วมเป็นร่วมตายและแบ่งชีวิตกับ Yang Yi

ถึงวันแต่งตั้งหัวหน้าเผ่าตามธรรมเนียมของเผ่าเดิมที่คนที่จะขึ้นเป็นหัวหน้าเผ่าจะต้องสู้กับเหล่านักรบในเผ่าก่อน ในแง่ที่หัวหน้ารู้จักนักรบในเผ่าตัวเอง และให้นักรบในเผ่ารู้จุดอ่อนและข้อบกพร่องในการต่อสู้ของตัวเอง และเมื่อสู้ชนะทุกคนแล้วก็เดินไปคุกเข่าต่อหน้า Yang Yi และขอให้ได้รับใช้อีกฝ่าย พร้อมกับจะอยู่ใต้การปกครอง เพื่อเป็นการย้ำตัวตนและสถานะของผู้ส่งสารจากพระเจ้าในเผ่า และเมื่อทำสัญญากันเสร็จ Yang Yi ก็รู้สึกผ่อนคลายจากสภาพกดดันเอาตัวรอดในยุคและสภาพแวดล้อมที่ตัวเองไม่คุ้นเคยและก็หลับไป 

หลับไปสามวัน และเมื่อตื่นมาก็ทำหม้อไฟกิน เป็นที่ตื่นเต้นของทุกคนในเผ่า แต่เพราะว่าหม้อเล็กเกินไป ก็เลยมีแค่เด็กๆ ที่ได้ชิม ... แต่ทุกคนก็ได้เห็นท่านผู้ส่งสารใช้แท่งไม้เล็กๆ 2 ชิ้น (ตะเกียบ) ในการกินอาหาร จากที่เห็นใช้ช้อนตักมาตลอด และการริเริ่มใช้ตะเกียบคีบอาหารจากที่เคยใช้มือหยิบก็เกิดขึ้น

หลังจากนั้นมันก็คือการสร้างความรุ่งเรืองและความเจริญไร้ที่เทียมทามของเผ่า Xinghua ที่ทำให้เผ่าอื่นมาซูฮกจนไปถึงทวีปตะวันตก แม้ว่าคนเหล่านี้แสนจะดูถูกทวีปตะวันออก และคิดว่าตัวเองเจิรญกว่าและมีอารยธรรมดีกว่า แต่พอมาเจอเผ่านี้ก็กลายเป็นล้าหลังและไร้ความเจริญได้ และที่ขำมากก็คือเผ่าเพื่อนบ้านผู้แสนจะร่ำรวยจากการค้าเกลือที่อยู่ข้างกัน เพราะว่าเผ่านี้มีเงินเหลือเฟือ และต้องการความสบายทุกอย่างที่เผ่า Xinghua ผลิตออกมาก็จะถูกเผ่า Green Serpent กวาดซื้อไปอย่างบ้าคลั่ง ถึงขั้นที่ว่าของแพงไม่เป็นไร คิดราคาสุดโหดก็ไม่เป็นไร ขอให้เผ่าฉันได้ของก่อนใคร และได้ในปริมาณเยอะที่สุดด้วยเหมือนกัน เป็นลูกค้าในฝันจริง  

ค้างไว้มาจะสามปีแล้ว แต่ช่วงนี้ติดอยู่โลกยุคหินกับสร้างเผ่าก็เลยกลับมาเปิดล่ะ ชอบที่บรรยายลงรายละเอียดเยอะดี และก็เป็นความรู้สึกบวก กับชอบที่ตัวเอก strategic mind มาก และพออยู่กับ Hei Hun สองคนก็ช่วยกันคิด ช่วนกันหาทางพัฒนา-แก้ไข-จัดการเผ่าขึ้นมาเรื่อยๆ ในบรรดาเรื่องสร้างเผ่ายุคหินเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องที่ชอบที่สุด แล้วก็ขึ้นอับดับหนึ่งในแนวนี้ไปเลย ให้ A++ ไม่มีตอนไหนไม่สนุกเลย อ่านแบบอินทุกตอน 

ปล.

1. น่ารักที่ทุกคนหาความถนัดตัวเองจนเจอ แล้วเห็นค่าตัวเอง สนุกกับการทำสิ่งที่ตัวเองเชี่ยวชาญจริงๆ อย่างมีเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักในเผ่า พอครั้งแรกที่ต้องทำแผลก็เข้ามาช่วยเพราะฝีมือเย็บตัวเองดี สุดท้ายแล้วก็เจอว่าตัวเองชอบวิชาแพทย์ แล้วก็กลายเป็นหัวหน้าหมอของเผ่า เด็กอีกคนร่างกายอ่อนแอ แต่ว่าสมองจดจำดี พอมาเรียนหนังสือกับท่านผู้ส่งสารก็กลายเป็นเลขา และเก็บข้อมูลให้กับคนในเผ่าไป 

กับที่สุดโต่งมากๆ ก็คือ Tang คนที่ชอบขุดดินมากๆ พอได้พลั่วมาก็ค้นพบว่าเป็นสิ่งที่ตัวเองทำได้และชอบ ทุกครั้งที่ถือพลั่วในมือก็เหมือนเป็นพระเจ้า จะให้ขุดไปถึงสุดโลกก็ทำได้ ความสามารถขุดดินเต็มที่ถึงขนาดนักรบที่กำลังมากกว่ามาเทียบก็ยังแพ้ราบคาบ กับอีกคนชอบน้ำตาลกรดราคากระปุกละ 6 หยวนที่ท่านผู้ส่งสารเคยให้กินตอนแรกมาก และก็ตั้งเป้าหมายชีวิตตัวเองว่าอยากผลิตน้ำตาลให้ได้แบบนั้นบ้าง จนพออ่านหนังสือออก ก็เอาหนังสือวิธีการทำลูกกวาดไปดู ซึ่งสุดท้ายก็กลายเป็นว่าศึกษาหาทางจนสามารถผลิตน้ำตาลได้ใสกว่า และบริสุทธิ์กว่าของเดิมด้วยซ้ำ และก็ได้น้ำตาลกรดที่เป็นหนึ่งในสินค้าฟุ่มเฟือยที่ขายได้กำไรดีมากให้เผ่าเหมือนกัน 

2. ที่ชอบมากๆ ก็คือในของที่ซื้อมา มีไข่สัตว์ต่างๆ อยู่ด้วย พอได้ห่านมาก็เกิดมีห่านตัวที่แข็งแรงมาก และรู้ภาษามากกจนถึงขั้นที่คนดูแล (และทุกคน) เรียกว่า Goose King และกลายเป็นเจ้าถิ่นในฟาร์มสัตว์ปีกไป แข็งแกร่งถึงที่ตั้งหน่วยห่านลาดตะเวนล่าสัตว์ที่คิดมากินสัตว์ปีกด้วยซ้ำ และภายหลังก็มีบทบาทมากถึงขึ้นที่เวลาประชุมผู้นำกัน Goose King ก็ต้องเข้าร่วมประชุมด้วย ... และพอมีการวาดรูปท่าน Goose King ไปไว้ที่ฟาร์ม Goose King ก็จะพาลูกน้องห่านมาเดินชื่นชมวันละหลายรอบ 

3. กับ Xiaobai ลูกห่านจิ๋วที่ Goose King ให้ Yang Yi มาเลี้ยง (หลังเจ้าตัวถูกคนดูแลสัตว์ในฟาร์มขอพบเพราะว่า Goose King อยากเจอ) ตัวเล็กน่ารักแต่ว่าพละกำลังทำลายล้างสูงมาก ถึงขั้นที่หลังๆ อยู่ด้วยกัน ก็ทำหน้าที่เป็นคนอารักขาได้อีกอย่าง และก็ไม่ยอมขยายขนาดในตอนแรกเพราะรู้สึกว่าตัวเองอยู่แบบนี้น่ารักกว่า 

4. สัตว์ทุกอย่างมาอยู่โลกนี้กลายพันธุ์หมด ห่านก็มีขนาดเท่านกกระจอกเทศ ส่วนนกกระจอกเทศก็มีขนาดเป็นม้า ถึงขั้นที่กลายเป็นพาหนะของเหล่านักรบและผู้นำระดับสูงไป และ Xiaohei ผู้ถูกเทรนโดย Xiaobai ก็กลายเป็นพาหนะของท่านผู้ส่งสารไปเหมือนกัน สัตว์สองอย่างรู้ความและมีบทบาทถึงขั้นที่ว่าลุกขึ้นมาเจรจาว่าไม่ให้พวกตัวเองถูกใช้แบบเป็นอาหารแลกกับการทำงาน

5. แต่ตอนนี้เอาจระเข้ออกมาแล้ว กลายเป็นสัตว์เฝ้าคูเมือง ถึงจะตัวจิ๋ว แต่ก็โหดมากเซม..ไม่มีสัตว์ไม่กลายพันธุ์ที่นี่เลยสินะ

6. น่ารักที่พอมีคนมาใหม่ในเผ่าก็พยายามเลี้ยงดีๆ ด้วยเนื้อสัตว์ แต่คนที่มาใหม่บอกว่าพวกมีพลังสัตว์กินพืชไม่ได้อยากได้เนื้อนะ ที่ได้มาต้องเอาไปแลกด้วยซ้ำ อยากได้ผักแทน เพราะแครอทกับแรดิชของเผ่าอร่อยมาก ขนาดกินดิบๆ ก็ยังอร่อย ที่ผ่านมากลุ้มใจมากไม่อยากได้เนื้อเลย

7. ชอบความสำคัญระหว่าง Yang Yi และ Hei Hun ที่เป็นคู่คิดคู่หูมาก อยู่ด้วยกันอะไรก็แก้ไขให้ลงตัวได้ และก็น่ารักที่ Hei Hun คอยดูแล Yang Yi เงียบๆ ถึงขั้นที่คอยทำอาหาร คอยนวดด้วยเหมือนกัน แล้วก็เอาใจใส่หลายอย่าง ถึงขั้นที่ให้ในเผ่ารีบผลิตกระจกใสมาให้ Yang Yi ก่อนหน้าหนาวจะมา จะได้ให้อีกคนไม่ต้องอยู่อย่างอุดอู้ เรียบเรื่อยอยู่ด้วยกัน และน่ารักที่หลงรักอีกคนเงียบๆ ใช้การกระทำบอกความรู้สึกตัวเอง และกว่า Yang Yi จะเข้าใจก็ใช้เวลานานมาก ตอนที่ตอนกลับมาโลกปัจจุบันแล้วกอด Yang Yi บอกว่า เจอแล้ว ก็น่ารักมากๆ  .... น่ารักมากๆ ที่ Hei Hun มีประโยคติดปากว่าฟัง Yang Yi ด้วย

Before Yang Yi could react, he was imprisoned in the arms of a tall and strong man, making him unable to struggle, and the familiar aura made Yang Yi froze in place.

A familiar voice rang in his ears.

"I'm here, I found you."

"I will be with you like a shadow, even if it disappears occasionally, it will always appear again."

Yang Yi smiled and grabbed Hei Hun's hand: "I will stand in the place of light and wait for the shadow to appear."

เค้าก็รักของเค้ากันเนาะ 


Tuesday, 11 January 2022

在星际做美食直播爆红了// I Got Famous Making Cooking Livestreams In Space

//ไม่มีอะไรมาก แค่บ้าแมวไปด้วยกัน// 


คนเขียน: 烦烦不烦
แนว: โลกอนาคต, Livestream, ทำอาหาร, ระบบ, ความสามารถพิเศษ, แปลงร่าง
ความสัมพันธ์: ท่านจอมพล/แมว (?) X สตรีมเมอร์ /คนเลี้ยงแมว (?)
จำนวนตอน: 87+4
ปี: 2020

Lin Ning สลับร่างมาอยู่ในร่างของไอดอลชื่อเดียวกันที่เป็นที่รังเกียจของสังคม โดยที่ฟื้นมาอยู่ในโรงพยาบาลหลังเจ้าของร่างเดิมพยายามฆ่าตัวตาย และเมื่อออกจากโรงพยาบาลก็เป็นเวลาเดียวกับที่ท่านจอมพลวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่กำลังถูกส่งตัวมารักษาตัว
  
เจ้าตัวเป็นลูกชายเชฟใหญ่ที่มีชื่อเสียงในโลกปัจจุบัน และก็สืบทอดวิชาการทำอาหารมาด้วย และดังนั้น เมื่อมีระบบที่ส่งเสริมการทำอาหารอยู่กับตัว ที่จะต้องเก็บค่าความศรัทธาจากคนในโลก Lin Ning ก็เลยคิดว่าจะสตรีมการทำอาหารหาเลี้ยงชีพตัวเองต่อไป ซึ่งก็เป็นโลกอนาคตที่ไม่มีการทำอาหารแล้ว และทุกคนดำรงชีพด้วยอาหารเหลวแบบหลอดแทน เมื่อเริ่มต้นลงทะเบียนในชื่อ “Lemon Kitchen” แล้ว Lin Ning ก็กลายเป็นสตรีมเมอร์คนแรกและคนเดียวในหมวดหมู่อาหารและเครื่องดื่มของบริษัท Shine Livestreams โดยการใช้วัตถุดิบและเครื่องปรุงจากระบบ

และการสตรีมทำอาหารครั้งแรกก็ประสบความสำเร็จด้วยดีด้วยปลานึ่ง กลายเป็นที่นิยมของเหล่าคนดู และเย็นต่อมาที่ออกไปสำรวจพื้นที่รอบบ้าน และเขตที่ตัวเองอาศัยก็เจอกับแมวไซบีเรียนฟอเรสขนฟูตัวโตบาดเจ็บนอนอยู่ที่ถนน ขณะพยายามเข้าหาตัวแมว เพื่อดูอาการ และจะไปโรงพยาบาล แมวก็วิ่งหนีไป และตอนกลางคืน ระหว่างที่เอาปลานึ่งของเมื่อวานมาเก็บข้อมูลชิมอาหารในสตรีมแล้วเหนื่อยจนลืมเก็บเข้าตู้เย็น กลิ่นของปลาก็โชยลอยจากหน้าต่างที่เปิดไว้ลงไปถึงชั้นล่าง ไปถึงแมวที่ทนไม่ไหวจนต้องวิ่งขึ้นมาดู

และแมวแปลกปลอมก็แอบเข้าอยู่ในห้องนั่งเล่น ถึงตอนเช้าที่ Lin Ning ตื่นขึ้นมาโดยไม่ได้รู้เลยว่าหน้าต่างที่เปิดไว้มีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามาแล้ว จนกระทั่งได้ยินเสียง “เมี้ยว” จากแมวที่แกว่งหางอย่างเย่อหยิ่ง ก่อนจะเอาหางมาพาดไว้ที่ขาหน้า แล้วกระพริบตามอง Lin Ning ... ซึ่งก็คือว่า Lin Ning ถูกความน่ารักของแมวกระแทกหน้าเข้าเต็มๆ โดยเฉพาะเมื่อตัวเองเป็นคนบ้าแมว แต่ว่าพ่อที่เป็นเชฟใหญ่เกลียดสัตว์มีขน ก็เลยไม่ยอมให้เลี้ยงแมวหรือสัตว์เลี้ยงใดๆ ทุกประเภท

ก็เลยพาแมวมาทำแผล และก็ใช้พลังตัวเองรักษาแมวด้วย ซึ่งก่อนหน้านอกจากเซ็ทเครื่องครัวผู้เริ่มต้น ระบบก็ใจดีให้พลังต้นไม้กับ Lin Ning ด้วย โดยที่อธิบายว่าเป็นพลังที่หายาก และคนส่วนใหญ่ก็มีพลังสัตว์ ในระดับมากน้อยต่างกัน โดยที่อาจจะใช้ความสามารถแบบสัตว์ได้ และก็อาจมีหูหรือหางออกมา และพวกที่มีพลังระดับสูงชั้นเอสก็เป็นแค่หยิบมือเดียวที่แปลงร่างเป็นสัตว์ได้ ... และก็แน่ใจได้ว่า Lin Ning ฟังไม่หมด จบแค่มีพลังต้นไม้ และก็ไม่ได้รู้เลยว่าแมวที่อยู่ตรงหน้าตัวเองที่จริงแล้วเป็นคน

และเพราะแมวที่กำลังตกใจ กับการค้นพบผู้มีพลังสายพืชก็หมกมุ่นอยู่กับความตกใจและการค้นพบตัวเอง ไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามือของ Lin Ning กำลังจับขนตัวเองแล้วว และการสัมผัสกับขนแมวที่ให้ความรู้สึกดีสุดๆ ก็ทำให้เจ้าตัวออกปากให้แมวมาอยู่ด้วยกันกับตัวเอง โดยที่แมวก็กำลังคำนวนว่าถ้าอยู่ด้วยกันได้กินอาหารบนโต๊ะ ที่แมวคิดไปแล้วว่าเป็นของตัวเองทั้งหมด ก็จะยอมอยู่ด้วยชั่วคราว

แล้วก็ถึงเวลาสตรีมทำอาหารของวันนี้ ซึ่งก็น่ารักที่ก่อนหน้าไปไหน แมวก็เดินตามไปด้วย และมีความอยากรู้อยากเห็นถึงขั้นที่เริ่มน่าอึดอัดใจ แต่พอเริ่มทำอาหาร แมวก็อยู่นิ่งๆ แล้วนั่งดู Lin Ning ทำฮะเก๋ากุ้งอย่างตั้งใจตาแป๋วพร้อมแกว่งหางเป็นจังหวะ โดยที่เชื่อว่าอาหารที่ทำเป็นของตัวเอง ... และไม่สนใจเลยว่าอาหารแมวที่ทำหลังจากนั้นต่างหากที่ส่วนของตัวเอง

หลังจากนั้น แมวก็ไม่ยอมกินอาหารแมว พยายามแย่งฮะเก๋ากุ้ง จนถึงขึ้นทำสงครามจ้องตากัน ในที่สุดคนก็ใจอ่อนยอมแพ้ไป โดยที่บอกว่าจะแบ่งฮะเก๋ากุ้งให้แมว แต่ให้แมวกินอาหารแมวด้วย เพราะแมวกินอาหารแบบคนไม่ได้ พูดเสียงอ่อนโยน ยิ้มหวานให้แมว ประเหลาะเอาใจแมวจนแมวอดคิดไม่ได้ว่าจะมีคนที่ไหนซื่อแบบนี้ พาสัตว์แปลกหน้าเข้ามาในบ้านไม่พอ ยังจะยิ้มโง่งมให้อีก เกิดแมวที่เข้ามาเป็นแมวไม่ดีจะทำอย่างไร
  
แมวเคี้ยวฮะเก๋ากุ้งเปลือกบางใสแจ๋วจนเห็นตัวกุ้งผสมหมูไปแล้ว อร่อยจนหมดส่วนของตัวเองอย่างรวดเร็ว ยังกินไม่พอ แต่จะไปทำท่าน่ารักน่าเอ็นดูเพื่ออ้อนขอเพิ่มก็ทำร้ายศักดิ์ศรีตัวเองเกินไป ก็เลยยอมไปกินอาหารแมวตัวเองอย่างผิดหวังต่อ รู้ว่าอาหารแมวควรจะจืด รู้ว่า Lin Ning ตั้งใจทำ แต่ว่าตัวเองเป็นคนนะ!! ถึงจะอยู่ในร่างแมวก็เถอะ!!

อย่างไรก็ตาม การอยู่ร่วมกันอย่างราบรื่นของหนึ่งคนหนึ่งแมวก็เกิดขึ้น แต่ถึงจะปรับปรุงสูตรอาหารแมวอย่างไร แมวก็ไม่พอใจเสียที แถมถ้าให้กินอาหารแมวก็ไม่ยอมให้จับตัวเลย ต่างจากตอนที่กินอาหารคนที่ตาจะเป็นประกาย แถมยอมให้ลูบตัวอีก
  
คนก็อดคิดไม่ได้ว่าแมวตัวเองเหมือนถูกเลี้ยงมาจากกองทัพ นั่งหลังตรง จริงจังจนดูดุดันอยู่เสมอ แถมแรกๆ แมวก็ไม่ยอมให้จับตัวหรือให้กอด เพราะทำลายภาพลักษณ์อันแสนยิ่งใหญ่ตัวเอง แต่พอรู้ว่าถ้าสัมผัสตัวแล้วพลังรักษาจาก Lin Ning ช่วยกระบวนการรักษาตัวเองได้ก็เลยเริ่มยอมให้กอด อยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ Lin Ning ก็คิดตั้งชื่อให้แมว เรียกว่า Xizai ซึ่งแน่นอนว่าแมวไม่ยอม แต่ว่าสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ประท้วงไม่สำเร็จ จนได้ชื่อนี้ไป

จนในที่สุดปรึกษาระบบแล้วว่าแมวกินอาหารคนได้ ก็เลยต้องยอมให้กินอาหารแบบที่ตัวเองกิน ... โดยที่เลี้ยงแมวโอ๋แมวมีความสุขมาก ถึงขั้นที่พยายามหลอกล่อแมวเพื่อจะได้ถ่ายรูปแมวได้เป็นระยะๆ

ย้ำว่าระบบรู้ และทุกคนรู้ว่า Xizai เป็นคน แต่ว่า Lin Ning คนเดียวที่ไม่รู้ และปลื้มมากว่าแมวตัวเองทั้งแสนรู้ทั้งฉลาดมากต่อไป

จนกระทั่งวันหนึ่งที่ Xizai หายไป ซึ่งปกติถ้าออกไปข้างนอกก็จะเอาตุ๊กตาปลาของเล่นมาวางไว้ที่หน้าประตูบอกคนเลี้ยง และไม่เคยกลับมาช้าเลยเวลากินข้าวเลย แต่วันนี้พอทำอาหารเย็นเสร็จ คิดว่าแมวจะกลับมาก็ไม่เจอ ก็เลยไปออกตามหา โดยที่อากาศหนาวจริง แต่ด้วยความห่วงแมว ก็รีบออกไป โดยที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอบอุ่นพอ และในช่วงที่เริ่มปวดหัวและเหนื่อยอ่อนจากการอยู่ข้างนอกที่หนาวเหน็บกับการตามหาแมวอยู่นานก็เจอ Li Chengyan ที่กำลังคุยกับคนสนิทอยู่พอดี และระหว่างที่เดินสวนกัน Li Chengyan ที่เห็นอีกคนไม่สนใจตัวเอง ก็จับตัวอีกฝ่ายไว้ ด้วยความที่ Lin Ning เริ่มเจ็บคอ อีกฝ่ายก็พาไปหาหมอที่โรงพยาบาล และระหว่างอยู่ด้วยกันในรถ รู้ว่า Lin Ning ออกมาตามหาแมว ก็ถามกลับว่าแมวสำคัญกับตัว Lin Ning มากเลยเหรอ พอได้คำตอบว่าแมวก็คือสมาชิกในครอบครัวก็ดูพอใจ ก่อนที่ Lin Ning จะหลับไปในรถ

และเมื่อตื่นมาก็พบว่า Xizai กลับมาแล้ว กำลังนอนอยู่ในบ้านแมวตัวเอง

และต่อมาก็เจอคนสนิทของ Li Chengyan มาบอกว่าจริงๆ แล้ว Xizai เป็นแมวของจอมพล Li Chengyan แต่ว่าไม่ได้คิดจะเอาแมวคืนไปอย่างที่ Lin Ning กลัว และก็จะมีช่วงที่ต้องยืมตัวแมวไป 2-3 วันแล้วจะเอามาคืน

ซึ่งถึงตอนนี้ก็แน่ชัดแล้วแมว Xizai กับจอมพล Li Chengyan เป็นคนเดียวกัน และทุกครั้งที่ยืมแมวไปก็เพราะว่าท่านจอมพลจะต้องออกไปประชุมและจัดการกับเอกสารที่มี ... ซึ่งทุกครั้งที่คนสนิทมารับแมวไป Lin Ning ก็จะเตรียมอาหารให้ทั้งแมว Xizai ทั้งท่านนายพล Li Chengyan และคนสนิท ก่อนจะอยู่ในบ้านคนเดียวอย่างหงอยๆ เพราะกลายเป็นว่าแมวเป็นสมาชิกครอบครัว เป็นตัวเดียวที่ใกล้ชิดตั้งแต่มาอยู่ที่โลกอนาคต ไม่มี Xizai อยู่ก็ไม่มีอะไรทำ กอด Xizai ไม่ได้ ถ่ายรูป Xizai ไม่ได้ เล่นกับ Xizai ไม่ได้ เหงาๆ เบื่อๆ หงอยๆ อยู่ที่บ้านคนเดียว

กว่าจะรู้ความจริงว่าตัว Xizai กับ Li Chengyan เป็นคนเดียวกันก็อีกนาน แต่ว่าความผูกพันที่สร้างมาตั้งแต่อยู่กับแมวก็ทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนรูปไปได้ง่ายขึ้น
.
.
.

ก็นั่นแหละค่ะ แนว livestream ทำอาหารไม่พอ พระเอกเป็นแมวไซบีเรียนฟอเรสด้วย สำหรับคนอ่านบ้าแมวสันนิษฐานว่าคำว่าแมวคำเดียวก็ผลทำใจละลายได้ ตอนบรรยายว่านั่งเอาขาหน้าชิดกันแล้วเอาหางมาพาดน่ารักมาก บรรยายว่าอุ้งเท้าเหมือนมังคุดปลอกเปลือกก็น่ารัก ตอนนี้อยากเลี้ยงไซบีเรียนฟอเรสไปแล้วว ลาก่อนนอวีเจี้ยนฟอเรสที่เคยอยากได้

โอยย ตอนเป็นแมวน่ารักมาก ช่วงแรกเป็นแมวหยิ่งแต่อยากกินอาหารที่ตัวเอกเลยทำพยายามอ้อนแบบแข็งๆ น่ารัก ช่วงแรกไม่ยอมให้อาบน้ำให้ แต่พอบอกว่าถ้าตัวสะอาดก็กินข้าวเย็นกันได้ ก็รีบไปเปิดก๊อกน้ำถูสบู่ฟอกอุ้งเท้าหลังจากออกไปเดินเล่นทันที คนเลี้ยงก็ใจละลายคิดในใจว่าน่ารักเชื่อฟังเหมือนเด็กเล็กที่เอาเก้าอี้ต่อขาแล้วปีนไปล้างมือ กับพอดึกๆ ก็แอบเข้ามาอาบน้ำเองในห้องน้ำเพราะกลัวว่าตัวเองสกปรกเหมือนกัน ที่สำคัญกว่านั้น เพราะรู้ว่าพลังต้นไม้รักษาตัวเองได้ ดึกๆ ก็แอบปีนมานอนบนเตียงกับ Lin Ning ได้จะได้พลังรักษาที่ตัวคนออกมา

มีอยู่วันที่สตรีมทำอาหารแล้วต้องหั่นหัวหอม คนดูก็น้ำตาไหล แมวก็ตาแดงน้ำตาไหลแล้วเอาอุ้งเท้าขยี้ตาเหมือนกัน พอรีบหยุดหั่นหอมไปดูว่าแมวถามว่าเป็นอะไร ให้หยุดเอาอุ้งเท้าขยี้ตา แมวก็แกว่งหางเมี้ยวจริงจังเพื่อบอกว่าตัวเองไม่เป็นไร ทั้งๆ ที่ตาแดงฉ่ำน่าสงสาร หรือว่าพอสตรีมอีกวันเป็นหม้อไฟ เรียกเพื่อนมาช่วยชิมอาหารออกไลฟ์ แล้วพอบอกว่าอร่อยอย่างโน้นอย่างนี้ แมวก็รีบเกาะขากางเกง ไม่อยากทำตัวน่ารักอ้อนขออาหาร ก็ได้แต่ทำตาเป็นประกาย ... ได้แค่นี้จริงๆ

แต่พอเลิกซึนกระโดดให้อุ้มยิ่งน่ารัก พออยู่ด้วยกันก็ยิ่งติดกัน แมวไม่เคยรู้สึกตัวว่าตัวใหญ่กระโดดเข้ามาให้อุ้มเสมอ ยิ่งตอนที่อินเลิฟกันหลังๆ พอกินข้าวเสร็จ ท่านนายพลก็แปลงร่างเป็นแมวแล้วเดินมาบนโต๊ะกินข้าวให้ลูบขนให้ทุกครั้งหลังอาหารเย็นด้วยซ้ำ

สาระอื่นๆ? จริงๆ เรื่องนี้มีประเด็นเยอะมาก เพราะว่าอย่างที่บอกว่าร่างเดิมเป็นไอดอลชื่อเสียงเสื่อมเสีย ซึ่งจริงๆ เกิดจากการคู่แข่งถูกใส่ร้ายและแย่งผลงานไป ก็ต้องมีการเปิดโปงความจริงกู้คืนชื่อให้เจ้าของร่างเดิม และเอาตัวคู่แข่งที่เป็นคนผิดไปลงโทษ มีช่วงที่ต้องอิงโลกบันเทิงเพื่อให้สังคมเห็นว่าตัวเอกจริงๆ มีความสามารถทั้งการร้องเพลงและการเต้นขนาดไหน

และพลังต้นไม้ของ Lin Ning ก็มีอยู่คนเดียวในจักรวาลซึ่งพลังรักษาก็ช่วยให้ผู้มีพลังสัตว์รักษาอาการคลื่นพลังไม่เสถียรได้ ซึ่งทั้งช่วยรักษาชีวิต และช่วยยืดอายุของเหล่าผู้มีพลัง โดยเฉพาะที่เป็นทหารอีก เริ่มต้นตั้งแต่ตัว Li Chengyan และพลังต้นไม้ก็ทำให้ปลูกต้นไม้ที่หายไปแล้วได้ ไม่นับว่าเจ้าตัวใช้ร้านค้าจากระบบแลกเอาเมล็ดพันธุ์พืชทั้งหลายออกมาให้ได้อีก
  
ไม่นับว่าเจ้าตัวเป็น “Lemon Kitchen” ที่แสนจะโด่งดังอีก จะทำอาหารอะไรออกมาก็กลายเป็นประเด็นเสิร์จในเนทดวงดาวไป ไม่นับว่าอาหารที่ตัวเองทำออกรายการทีวีถูกประมูลไปในราคาหลักหลายสิบล้านสำหรับแต่ละจานอีก มีคนติดตามและโด่งดังยิ่งกว่าดาราที่ดังอันดับหนึ่งไปนานโขแล้ว

ทั้งหลายแหล่ทำให้ Lin Ning กลายเป็นคนดังมากและถูกยกย่องทั้งจักรวาล ตอนที่สองคนไปเที่ยวกัน แล้ว Lin Ning บ่นว่าจะไปเที่ยวไหนได้ เพราะถ้าเกิดคนเห็น สองคนก็จะกลายเป็น “ที่เที่ยว” “ที่มุง” ของฝูงชนแทน แล้วไปงานโดยใส่หน้ากากกันไปน่ารักดี โดยเฉพาะตอนที่ Lin Ning หยิบหน้ากากปีศาจแมวให้ Li Chengyan

กับมีประเด็นระบบที่ไม่ค่อยเหมือนระบบเรื่องอื่นเท่าไหร่ เพราะตอนแรกเปิดมาระบบบอกว่าให้พลังต้นไม้ ให้ชุดเครื่องครัวผู้เริ่มต้น และให้ Lin Ning เก็บค่าความศรัทธาให้ได้เยอะๆ แต่นอกนั้น ระบบก็ไม่เคยสั่งหรือมอบหมายอะไรให้เจ้าตัวเลย ตรงกับข้ามเหมือนเป็นเพื่อนคุยเพื่อนคิดให้กับโฮสต์ตัวเองมากกว่าถึงขนาดที่ Lin Ning บอกว่ามีหนึ่งคน หนึ่งแมว หนึ่งระบบ ชีวิตก็ไม่ต้องการอะไรใดๆ แล้ว และระบบเอง โดยเฉพาะเมื่ออยู่กับ Lin Ning ที่ดังมากจากการสตรีมอาหาร และจากการเป็นผู้มีพลังต้นไม้ที่ช่วยนายพล Li Chengyan ได้ ค่าศรัทธาก็เพิ่มอย่างบ้าคลั่งจนระบบเมาค่าตัวเลขศรัทธาไปไม่รู้กี่รอบ ขนาดแลกออกมาซื้อโน่น นี่ นั่นตลอดเวลาก็ยังสูงทะลุตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนที่ Li Chengyan ไปรบกับพวก zerg แล้ว ใช้พลังได้เต็มที่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนก็ทำให้เหล่าคนในจักรวาลยิ่งชื่นชม Lin Ning เพิ่มค่าศรัทธาให้เต็มในช่วงข้ามคืนเลย

กับต่างจากเรื่องอื่นที่คนมาชอบ Lin Ning เยอะ เพราะถ้าตามแนวเรื่องจีน ถ้าไม่ฮาเร็มก็คือมีพระเอกโผล่มาคนเดียวแล้วจบ ถึงจะมีคนมาแสดงท่าทีสนใจตัวเอกแต่ถ้ารู้ว่ารักกับพระเอกแล้วก็ไม่สานอะไรต่อไป แต่เรื่องนี้มีคนมาสนใจ Lin Ning อีกเยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะที่ให้ตัวนักแสดงดังมีบทค่อนข้างเยอะ ... เยอะจนรู้สึกว่าตัดออกไปก็จะดีมาก แต่แอบชอบคุณเพื่อน watch brother นะ กับชอบลูกน้องพระเอกด้วย คนนี้ไม่เกี่ยวกับการมาจีบ แต่ว่าตั้งใจทำงานน่ารักมาก โดยเฉพาะตอนที่ต้องทำหน้านิ่งทุกครั้งที่ Lin Ning อุ้มแมวอยู่แล้วถามว่าท่านจอมพลอยู่ไหน อยากหัวเราะแต่ก็กลัวตาย หรือหลายครั้งที่อยากกินอาหารที่ Lin Ning ทำมาก แต่พอมองหน้าแมวหรือท่านจอมพลก็รู้ว่าถ้าขอกินด้วย ถูกฆ่าแน่นอน
แต่พระเอกตอนเป็นแมวดีที่สุด!!!! ตอนตัวเอกคลั่งแมวก็น่ารัก แค่นี้ก็คุ้มค่าการอ่านแล้ว

ปล.
1. ตอนที่ต้องหนีพวกนักข่าวไปอยู่บ้าน Li Chengyan น่ารักดี ที่ปกติห้องทำงานของ Li Chengyan จะเป็นห้องที่ห้ามคนอื่นเข้าเพราะมีเอกสารสำคัญเก็บอยู่เยอะ แต่พอ Lin Ning มาอยู่ที่บ้าน ก็กลายเป็นว่าห้องครัวก็กลายเป็นห้องต้องห้ามเหมือนกัน มีเฉพาะพ่อบ้านคนเดียว นอกจากท่านจอมพลและคนสนิทที่เข้ามาได้ ทั้งนี้ก็เพราะว่าชื่อเสียงของ “Lemon Kitchen” โด่งดังจนอาหารแต่ละจานที่ถูกประมูลและแย่งกันมีราคาสูง จนคนรับใช้ในบ้านรู้สึกกันไปว่าเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์เต็มไปด้วยของแพงที่คนธรรมดาไม่รู้จักไม่เข้าใจ ซึ่งสำหรับ Lin Ning ที่หมูเปรียวหวานต้นทุน 15 หยวนกลายเป็นของหลักหลายสิบร้านเหรียญดวงดาวได้ก็รู้สึกผิดเหมือนกัน

2. แต่พออยู่ด้วยกันไป ห้องทำงานและห้องนอนของ Li Chengyan ก็เป็นที่ที่ Lin Ning เข้าไปได้ โดยเฉพาะช่วงที่รักษาอาการคลื่นพลังไม่เสถียรให้ Li Chengyan ชอบตอนแรกที่เวลา Li Chengyan กลับมาจากทำงาน อีกคนก็จะทักว่า “Welcome back” และ Li Chengyan ก็คิดในใจทุกครั้งว่าอยากให้พูดว่า “Welcome home” แทน และพออยู่ด้วยกันจริง Lin Ning ก็พูดว่ายินดีต้อนรับกลับบ้าน แต่เรียก Li Chengyan ว่า Xizai แทนที่จะเป็น Chengyan กลายเป็นชื่อเรียกสวีทกันกัน

3. เนื่องจากครอบครัวท่านจอมพลมีพลังแมว ของแทนใจคนประจำตระกูลก็เป็นจี้ห้อยคอรูปแมวด้วย นอกเหนือจากจะทำด้วยแร่มีค่าหายากแล้ว ยังบรรจุพลังมหาศาลไว้ด้วยอีก คนที่เห็นจี้คิดว่าสองคนนี้ไม่ได้จริงจังกันก็ต้องคิดใหม่ แต่ตอนแรกท่านจอมพลไม่ได้คิดอะไรเลยนะ ตอนที่ไปอยู่ด้วยก็เพราะถูกอาหารล่อหลอก กับพลังต้นไม้รักษา แต่พออยู่ไป ความหวงของ หวงคน หวงที่ของแมวก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ น่ารักที่ตอนเอาอาหารที่คิดว่าจะกินระหว่างเดินเล่นของคนกับแมวไปให้คนอื่น Xizai ก็หน้าตาไม่พอใจออกอาการ หน้าคว่ำมากถึงขนาดที่ Lin Ning คิดว่าจริงๆ แมวตัวเองควรเป็นแมวหน้านิ่งที่สุดในโลกไม่ใช่เหรอ ทำไมหน้าหงุดหงิดขนาดนี้ กับตอนท้ายๆ ที่พอย้ายออกจากบ้านตัวเองเพื่อหลบนักข่าวและรักกับ Li Chengyan แล้ว Lin Ning ก็ไม่ได้กลับไปบ้านตัวเองอีกเลย แต่พอบอกว่าอยากกลับบ้าน แล้ว Li Chengyan ไปด้วย ส่วนตัว Li Chengyan ก็พบว่าเป็นที่ที่มีความทรงจำร่วมกับ Lin Ning มากเหมือนกัน และที่นี่ก็เป็นสถานที่พิเศษเฉพาะสำหรับทั้งสองคน

4. แมวตัวใหญ่มาก และดังนั้นก็กินจุมากด้วยเหมือนกัน นิสัยการกินคือมีอะไรก็กินอย่างจริงจัง และหมดอย่างรวดเร็ว ตอน Lin Ning ยังไม่รู้ว่า Xizai คือ Li Chengyan ก็ยังคิดว่าบ้านนี้แมวกับคนกินข้าวนิสัยเหมือนกันเลย ตอนที่ Xizai ต้องไปอยู่กับท่านจอมพล (กลับไปทำงาน) เจ้าตัวก็เตรัยมอาหารให้ทั้งแมว Xizai ทั้งท่านนายพล Li Chengyan ด้วย โดยที่ไม่เคยรู้เลยว่าสุดท้ายแล้วอาหารสองส่วนถูกกินโดยคนคนเดียว (หรือแมวตัวเดียว) พอ Xizai กลับมา Lin Ning ก็อุ้มแมว แล้วเจอว่าแมวตัวหนักขึ้นมาก ... แต่ว่าแมวหน้านิ่งตัวนี้ชอบของหวานมาก ตอนที่กินเค้กสตอรเบอร์รี่ที่ Lin Ning ทำก็จะมีความสุขมาก

5. ตอนที่เริ่มให้อุ้ม เพื่อน Lin Ning บอกว่าขนแมวดูนิ่ม แล้วจะแตะตัวแมว แมวก็หันมาตบแบบดุๆ เหมือนกัน แล้วก็หันไปอ้อน Lin Ning ต่อ ซึ่ง Lin Ning คนโอ๋แมวก็รีบแก้ตัวให้แมวว่า แมวตัวเองขี้อายกับคนแปลกหน้า

6. ความนิยมในตัว Lin Ning และ “Lemon Kitchen” มีถึงขั้นที่เมื่อพืชและสัตว์ที่เป็นวัตถุดิบทำอาหารมีแพร่หลายในท้องตลาดแล้ว ทุกคนก็สั่งครัวที่เหมือนกับที่บ้าน Lin Ning เป๊ะๆ หรือว่าบางคนก็ผสมกับครัวที่บ้าน Li Chengyan มาด้วย ขำที่คนออกแบบพยายามบอกให้ปรับเปลี่ยนบ้างก็ไม่มีใครสนใจเลย

Wednesday, 27 October 2021

아늑한 집착 // Cozy Obsession


คนเขียน: 유성화 

แนว: ABO, ทะลุมิติ, ตัวเอกร่าเริง, พระเอกคลั่งรัก, โลกพาราเรล (?), ตลก 

ความสัมพันธ์: เพื่อนวัยเด็ก

จำนวนตอน: 45 ตอน (ยังไม่จบ)

Seo Heemin ทะลุมิติเข้ามาเป็นโอเมก้าในนิยายที่เอาของพี่สาวมาอ่าน และเมื่อตื่นขึ้นก็คือตัวเองที่เป็นโอเมก้ากำลังถูกจับประมูล และคนที่ชนะประมูลก็คือ Lee Heon เพื่อนสมัยเด็กที่ทั้งรักทั้งแค้นตัวเอง 

ซึ่งตามพล็อตเรื่องเดิมก็จะต้องแสนดราม่าตับพัง ต้องถูกกักขัง หน่วงเหนี่ยว เข้าใจผิดสารพัด เพราะพ่อของ Heon ถูกพ่อของ Heemin โกงฮุบบริษัทไปจนล้มละลายฆ่าตัวตาย ทั้งที่พ่อของ Heon ช่วยเหลือครอบครัว Heemin มาโดยตลอด และช่วงเวลาเดียวกันตัว Heemin ที่เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เด็กก็ตัดความสัมพันธ์กับตัวเองอีก จนในที่สุด Heon ต้องซมซานไปอยู่กับพวกแกงค์ และสร้างตัวเพื่อกลับมาแก้แค้น และส่วนตัว Heemin ถึงแม้จะรักเพื่อนเก่าอย่างไร แต่เพราะอีกฝ่ายกลับมาแก้แค้นจนทำให้พ่อตัวเองต้องตายเหมือนกัน ก็เลยให้ทำใจรักอย่างเดิมไม่ได้ 

กว่าจะรู้ว่ารักกันขนาดไหนก็คือทำร้ายทำลายจิตใจกันสารพัดจนถึงฉากจบที่ Heemin ร้องไห้กอดศพ Heon ที่ปกป้องตัวเองจนตาย ก่อนจะฆ่าตัวตายตาม

.

.

จริงๆ แล้วเรื่องควรจะเป็นไปตามพล็อตเดิม ที่ Heon ต้องทั้งข่มขืนทั้งทำร้ายจิตใจอีกฝ่าย และ Heemin ที่จิตใจบอบบางอยู่เลี้ยงมาอย่างประคบประหงมก็จะยิ่งบอบช้ำแตกสลาย ..... แต่เผอิญว่า ตอนนี้กลายเป็นน้อง Heemin ของเราแล้ว ถึงแม้จะชื่อเหมือนกัน แต่สภาพจิตใจและนิสัยต่างกันลิบโลก 

ตั้งแต่ตอนตื่นขึ้นมา เจ้าตัวที่คิดว่าไหนๆ ก็หลุดมาอยู่ในโลกนิยายก็เป็นโอกาสที่จะสังเกตการณ์ เพราะไม่ใช่ทุกคนจะเข้ามาในนิยายได้ ตัวเองไม่ได้เดือดร้อนกับการถูกจับประมูลเลย และเพราะเป็นโอเมก้าที่อ่อนไหวต่อฟีโรโมนของอัลฟ่ารอบๆ ในลานประมูล แทนที่จะตกใจกลัวก็กลับขอน้ำจากโฆษกมาดื่ม ด้วยประโยคข่มขู่ที่ว่า ถ้าไม่ให้น้ำมากินก็จะอ๊วกกลางลานให้ดู และตอนที่ถูกประมูลก็จิบน้ำอย่างใจเย็นมองรอบตัวอีก .... เห็นตัวเลขประมูลแล้วก็คิดว่าตัวเองจะขึ้นไปได้ถึงเท่าไหร่ และพอ Heon ประมูลโดยให้ราคากระโดดสูงเกินราคาก่อนหน้าก็อยากจะทั้งตะโกนโห่ร้องว่าตัวเองถูกประมูลสูงกว่าราคาในเรื่อง กับอยากจะทั้งตะโกนอาละวาดใส่หน้าพระเอกว่าทำไมใช้เงินสิ้นเปลือง 

แต่เพราะนิสัยที่แปลกๆ กว่านิสัยที่ควรจะเป็นของ Heemin คนเก่า เจ้าตัวก็คิดไปว่าเพราะ Heemin ถูกคนจับประมูลฉีดยาให้เกินโดสจากรอยเข็มที่แขนหรือเปล่า? โดยเฉพาะเมื่อฟื้นมากลับไม่ได้ตีโพยตีพาย แต่กลับบอกว่าหิว แล้วให้หมอที่ดูตัวเองตอนให้น้ำเกลือ หาอาหารให้ ซึ่งจบลงด้วยการขโมยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของแม่บ้านมาต้มกิน และพูดถึงคนที่ไม่มีอยู่ในชีวิตจริง อย่างพี่สาวของตัวเอง และแม่ที่ตายไปนานแล้ว 

สภาพนิสัยที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ Heon พาไปให้ตรวจกับจิตแพทย์ที่รักษา Heemin มาตลอด และก็ได้ความว่านี่คืออีก Heemin นึง โดยที่หมอที่ไม่ได้รู้เรื่องการทะลุมิติเข้ามา หากวินิจฉัยว่าเป็นอาการทางจิตที่เป็นบุคลิกซ้อนอยู่ในตัว โดยที่ Heemin คนนี้เป็นเด็กกว่า และก็มีอายุ 21 ปี (ร่างเดิมกับ Heon อายุ 30 ปี)

แน่นอนว่า Heon ไม่เชื่อว่า Heemin มีสองบุคลิกจริง แต่เป็นการสร้างเรื่องเพื่อหลบหนีจากตัวเองต่างหาก ดังนั้น สิ่งที่จะทำต่อจากนี้ก็คือ ขัง Heemin ให้อยู่ในบ้านตัวเอง แล้วจับตาดู ซึ่งถ้าตามปกติ ถูกพระเอกสายดาร์กกักขังไว้อยู่ในบ้าน ก็ควรจะต้องมีอาการหดหู่ คิดหนีแล้ว แต่ว่าน้อง Heemin 21 ชีวิตที่โลกจริงลำบาก ไหนๆ ก็ได้โอกาสอยู่ดีกินดี ไม่ต้องทำงานบ้าน ไม่ต้องทำงานพิเศษ ไม่ต้องไปมหาลัยแล้ว ก็จะขออยู่ดีกินดีให้หนำใจ เพราะนอกผ้าห่มอันตราย และบ้านหลังนี้ก็กว้างขวางโล่งโปร่งสบายเมื่อเทียบกับบ้านกึ่งห้องใต้ดินตัวเองที่อาศัยอยู่กับแม่และพี่สาวอีก 3 คน ที่แสนจะคับแคบ และอึดอัด 

ตอนที่กลับมาจากตรวจกับหมอ ถูกสั่งให้อยู่ในบ้าน ก่อนที่ Heon จะไปทำงาน น้องเราไม่ได้มีอาการอะไรเลย และไม่ได้สังเกตเห็นความตึงเครียดที่พี่พระเอกกับเลขามีต่อตัวเองอีก พอพระเอกบอกแม่บ้านว่าให้สั่งพิซซ่าให้แล้วกัน ก็ตะโกนว่าขอสั่งพิซซ่าหน้าแองกัสสเต็กได้ไหม แบบเพิ่มขอบชีสพิเศษของพิเศษนะ ขอเพิ่มซอสเยอะๆ ด้วย ด้วยแนวคิดว่าปกติพิซซ่าเป็นของแพงไม่ค่อยได้กิน ถ้าจะได้กินก็จะสั่งแบบแพงสุดมาเลย แต่พอพี่พระเอกจ้องหน้า (ในแง่ที่คิดว่าบุคลิกต่างจากที่เคย ไม่เหมือน Heemin คนเดิม) ก็คิดไปว่าเพราะตัวเองสั่งแพงไปเหรอ งั้นจะสั่งถูกกว่านั้นก็ได้นะ 

พอพระเอกบอกว่าทำได้ทุกอย่าง ก็ถามต่อว่าจริงเหรอ งั้นจะกินให้อร่อย ขอบคุณนะ แล้วพอพี่พระเอกบอกว่าอย่าทำอะไรโง่เง่าให้อยู่แต่ในห้องนอน ก็ต่อรองว่าอยู่ในห้องน่าเบื่อ ขอมาดูทีวีในห้องนั่งเล่นได้ไหม 

และดังนั้น เมื่อคนที่ถูกจับมาดูเป็นเด็กดีให้ความร่วมมือกันขนาดนี้ ประโยคที่ Heon เคยพูดใส่หน้า Heemin ว่า “ประมูลมาเพื่อเป็นที่ระบายอารมณ์” “จ่ายไปแพงก็ต้องใช้ให้คุ้ม” และร้ายการสารพัดช่วงวันแรกก็พูดแล้วจมหาย ..... เพราะ Heon ไม่รู้จะรับมือกับ Heemin คนใหม่อย่างไร ก็เลยใช้วิธีหลบหน้าหนีไปทำงาน แล้วให้ Heemin อยู่ในบ้านเฉยๆ ไป 

ระหว่างนี้ก็กลายเป็นชีวิตดีมาก อยู่ดีกินอร่อย ได้กินอย่างที่อยากกิน .... แต่ว่าเห็นหน้า Heon น้อยมาก ดังนั้นแผนการณ์ที่ตั้งเอาไว้ว่าเป็นโครงการเปลี่ยนนิสัยพระเอกจากคลั่งรักสายดาร์กสายหม่น ให้กลายเป็นพระเอกใจดีอ่อนโยนตามชื่อ Keyword Change Project ก็ไม่น่าจะเกิดได้จริง แล้วถ้าอย่างนั้น จะเปลี่ยนเรื่องให้จบด้วยดี แล้วตัวเองกลับบ้านโลกจริงได้จะเป็นอย่างไร 

ก็เลยเอามีดจี้คอตัวเองบอกให้ตาม Heon มา ท่ามกลางการแตกตื่นของทั้งแม่บ้าน ทั้งเลขา ทั้งหมอ พอคุณพี่ Heon กลับมาก็โกรธเลือดขึ้นหน้ามาก ในแง่ที่ทั้ง Heemin ไม่ยอมอยู่เงียบๆ ตามที่ตัวเองสั่ง และแง่ที่ตัวเองต้องล้มการเจรจาหลักหลายร้อยล้านไป ถึงขั้นแย่งมีดมาแล้วปักไปที่กำแพง แต่ก็หายโมโหไปได้เพราะ Heemin บอกว่าก็เพราะว่าอยากเจอ 

ความสัมพันธ์ดีขึ้นมาแล้วระดับหนึ่ง แต่ว่าก็ยังนิ่งอยู่ โดยเฉพาะเมื่อบุคลิกที่ต่างก็เลยทำให้พระเอกรู้สึกเหมือนเลี้ยงเด็กแทน โดนเฉพาะ Heemin คนนี้ก็เรียก Heon ว่าพี่ด้วย ดังนั้นแล้ว น้อง Heemin 21 ก็คิดแผนการวุ่นวายเพื่อกระชับความสัมพันธ์ต่อไปอีก ด้วยการวางแผนหนี! โดยตามพล็อตนิยาย Heemin 30 จะขโมยเงินแม่บ้านแล้วหนีไปอยู่เมืองชายทะเล ก่อนที่จะถูกจับกลับมา และพระเอกก็หักข้อเท้าเพื่อไม่ให้หนีได้อีก .... แต่เมื่อเป็น Heemin วุ่นวาย ก็เลยคิดว่าจะขโมยเงินจากแม่บ้านเหมือนเดิม เพื่อจะหนีไปหาหมอ และก็จะโทรบอก Heon ให้ไปรับตัวเอง แน่นอนว่าเมื่อ Heemin หายไป ตัวพระเอกก็ระดมคนตามหาเอิกเกริก และน้องที่ขอยืมโทรศัพท์พยาบาลที่โรงพยาบาลก็โทรไปบอกว่ากำลังหาหมออยู่ เดี๋ยวเสร็จแล้วมารับแล้วไปเดทกันนะ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพระเอกโกรธมาก แต่พอเจอหน้าไม่รู้ไม่ชี้ยิ้มทักระรื่นของ Heemin ก็ทำอะไรไม่ได้ พอขับรถเงียบๆ Heemin นึกว่าจะถูกพาจับกลับบ้าน อีกคนก็ขับรถพาไปดูสวนสาธารณะดูดอกไม้ตามที่ขอไว้สมใจ ... น่ารักที่เพราะหนีมายังไม่ได้กินข้าว ในมือก็ถือถุงข้าวที่สั่งก่อนจะไปหาหมอมากิน แต่มีตะเกียบคู่เดียว ก็เลยหักครึ่ง เป็นตะเกียบสั้นๆ ให้พี่พระเอกแล้วกินกิมบับทูน่ากับต๊อกเผ็ดด้วยกันท่ามกลางดอกไม้โปรย 

และพอกลับมา เห็นแม่บ้านก็กอดคอแม่บ้านขอโทษแล้วร้องไห้ พร้อมบอกว่าจะคืนเงินให้นะ ... กลายเป็นตอนนี้ไม่ใช่แค่การหลุดเข้ามาในนิยาย แต่ว่ามีปฎิสัมพันธ์และความผูกผันเพิ่มขึ้นกับคนรอบตัวที่กลายเป็นครอบครัวใหม่ตัวเองขึ้นมาแทนแล้ว

แล้วความสัมพันธ์ก็คืบหน้าไปจริงเหมือนกัน หลังจากนั้น พอกลับบ้านตอนค่ำ Heon ก็จะพา Heemin ไปเดินเล่นละแวกบ้านตอนกลางคืน เป็นการใช้เวลาร่วมกันเงียบๆ แต่ว่ามีความหมาย ...ท่ามกลางคอมเมนต์ที่ว่า Heemin เป็นลูกหมาที่ถูกเลี้ยงนั่นเอง พอเจ้าของกลับมาก็พาไปเดินเล่นนอกบ้านตอนค่ำ

กับ Heon ก็โอ๋ Heemin ในแบบของตัวเองเหมือนกัน ด้วยความที่ถูกจับมาอยู่กับ Heon ตัวเองก็มีเสื้อผ้าแค่ 2-3 ชุดที่ใส่ทั้งในบ้าน และใส่ออกไปข้างนอก ซึ่งตามนิสัย Heemin จริงที่ทั้งมัธยัสถ์ ไม่คิดมาก ก็มองว่าเสื้อผ้ามีใส่ก็พอแล้ว แต่ว่าพี่ Heon ยอมไม่ได้ ลากทั้งเลขา ทั้งลูกน้องอีกคนพา Heemin ไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ที่บังคับให้ Heemin ลองทุกอย่างที่คนขายเอาให้ดู และที่ต้องพาไปเยอะ ก็เพราะว่าไปกันอัลฟ่าตัวอื่นที่คิดจะเข้าใกล้ Heemin นั่นเอง ..... ตามนิสัยใจใหญ่และทุ่มเทเพื่อคนในใจตัวเอง (ที่ถึงแม้จะยังโกรธแค้น และยังซึน) คุณพี่ Heon ก็บอกคนขายว่ามีอะไรที่เหมาะกับ Heemin ให้เอามาลองให้หมด 

พอ Heemin งอแงว่าทำไมต้องลองเสื้อผ้าเยอะ ไม่ได้ต้องการเยอะขนาดนี้ซะหน่อย คุณพี่ที่รู้แกวก็บอกว่าถ้าลองหมดแล้ว อยากกินอะไรเดี๋ยวซื้อให้หมดเลย จะเอาพิซซ่าหรือต็อกอะไรก็ได้นะ Heemin ที่ดีใจก็บอกว่างั้นเดี๋ยวไปกินขนมปังครีมพัฟได้ไหม แล้วก็ลองเสื้อด้วยอารมณ์ทำงานพิเศษ โดยที่มีค่าแรงรายชั่วโมงเป็นครีมพัฟ 

แล้วพอคุณพี่ Heon กวาดซื้อทุกอย่างที่น้องลอง Heemin ก็แอบโอดครวญว่าจริงๆ อยากได้แค่เสื้อยืดตัวเดียวก็พอ (เพราะคุณเพื่อน Heon ซื้อเสื้อยืดให้ทุกปี) แต่พอคุณพี่ Heon ถามว่าเสื้อยืดอะไรก็รีบเงียบกริบ เพราะกลัวว่าจะต้องไปเข้ามหกรรมลองเสื้อยืดอีกรอบ โถ Heemin

ล่าสุด น้องก็ซื้อเบียร์ซื้อเหล้ามา และตั้งหน้าตั้งตาทำอาหารเต็มโต๊ะมื้อดึก เพราะว่าอยากกระชับความสัมพันธ์กันกับคุณพี่ ซึ่งตามคำของ Heemin ที่ประกาศกร้าวเสียงดัง ก็คือว่าจะ “ยั่ว” Heon ให้ได้ แต่ว่าก็ได้แค่จูบเฉยๆ อยู่ดี เพราะความกลัวฟีโรโมนของ Heemin คนเก่า

น่ารักที่ต้องหยุด เพราะร่างกายมีปัญหา Heemin ที่ถูกอุ้มมานอนบนเตียงและถูกจับห่มผ้าห่มเรียบร้อยก็หดหู่จนร้องไห้ว่า ตัวเองไม่ได้เรื่อง แต่คุณพี่อัลฟ่าที่เพิ่งถูกยั่วแต่ทำอะไรไม่ได้ก็มาปลอบ .... Heemin คนเก่ากระตุ้นให้ Heon โกรธอยากเอาชนะใช้กำลัง แต่ว่า Heemin คนนี้ กระตุ้นให้รู้สึกผิดปนสงสารเนอะ 

เพราะพอตามหมอมากลางดึก พี่เขากลัวว่าฟีโรโมนตัวเองจะมีปัญหากับตัวน้อง ก็ไปอยู่นอกห้อง แต่ว่าจ้องจับทุกอย่างผ่านกระจกใสที่กั้นห้องอีก ขำที่ Heemin ปรึกษาหมอเกี่ยวกับเรื่องตัวเองกับ Heon แต่ไม่กล้าหันไปมองเพราะกลัว Heon

 รู้ว่าพูดเรื่องตัวเอง ก็เลยจ้องหน้าหมอเขม็งอีกคน .... น่ารักอีกที่ว่าปกติเป็นหมอของแกงค์ ตามผู้อำนวยการ Lee Heon สั่งการ แต่ตอนนี้มีหน้าที่หลักคือดูแล Heemin นอย่างเดียว เปลี่ยนเป็นคุณปู่ แทนหมอโหดไปแล้ว 

ตอนที่หลับ Heon ก็มาลูบหัวให้เงียบๆ แล้วปลอบว่า Heemin-ah หายดีเร็วๆ นะ อีก ... เอาจริง ถึงแม้น้อง Heemin จะสลดว่าความสัมพันธ์ทางกายไม่คืบหน้า แต่ว่าทางใจก็ไปไกลกว่าที่คิดแล้วนะคะ 

แต่จริงๆ แม้จะเข้ามาในโลกนิยายก็มีประเด็นเหมือนเป็นโลกคู่ขนานเหมือนกัน เพราะตัว Heemin ชื่อเหมือนตัวเอกไม่พอ ตัว Heon ก็เหมือนเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในโลกจริงของ Heemin ด้วย ไม่ว่าจะเป็นทั้งชื่อ และหน้าตา รวมไปถึงการจัดแปลนบ้าน ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งนอกเหนือจะเป็นปริศนารอแก้ไขแล้ว ก็ยังทำให้ตัว Heemin ใจอ่อนเพิ่มขึ้นมาเพราะอยากให้คนที่หน้าตาเหมือนเพื่อนรักตัวเองมีความสุข นอกเหนือไปจากการจบพล็อตเพื่อให้ได้กลับโลกจริงเหมือนกัน 


กับเพราะตัว Heemin อยากแก้ความกลัวอัลฟ่าของร่างเดิม เพื่อให้อยู่กับ Heon ได้ ก็เลยไปหาหมอจิตแพทย์ตั้งแต่เด็กตัวเอง และทุกครั้งแทนที่ความทรงจำที่ถูกฟื้นขึ้นมาจะเป็นของ Heemin ใหม่ กลับกลายเป็นของ Heemin ในนิยายทั้งสิ้น ทั้งช่วงที่ดีใจที่สุด หรือเสียใจที่สุดก็เกี่ยวข้องกับ Heon หมดเลย .... ซึ่งเหตุผลที่ Heemin เลิกคบกับเพื่อนรักตัวเอง ก็เป็นเพราะว่าตัวเองกลายเป็นโอเมก้า และ Heon เป็นอัลฟ่า และการที่เคยถูกคุกคามทางเพศจากอัลฟ่าในวัยเด็กก็ทำให้กลัวอัลฟ่าจนคิดตัดจบความสัมพันธ์ไปด้วย 

เอาจริงอารมณ์ปกกับโทนข้างในคนละแบบกันเลยย ปกดูหนัก แต่พล็อตตอนนี้ดูเพี้ยนๆ ขำๆ เป็นระยะๆ เพราะนิสัยก่อความวุ่นวายและไม่คิดมากของน้อง Heemin ก็แอบอยากดูช่วงหนัก อารมณ์ท่วม intense + dense อยู่เหมือนกันนะคะ กับชอบที่เขียนให้หลายอย่างทับซ้อนกับโลกจริง อย่างตัวพระเอกที่เหมือนเพื่อนสนิททั้งชื่อ หน้าตา และอื่นๆ จนเหมือนโลกพาราเรลมากกว่าโลกนิยาย แต่อยากรู้มากกว่าจะจบยังไง เพราะเหมือนผูกกับโลกจริงไว้สูง .... อย่างหมอที่ Heemin ไปหา ก็หน้าเหมือนเพื่อนสนิทแม่ตัวเองในโลกจริงอีกเหมือนกัน 

แต่คือ 43 ตอน ยังไม่ถึงไหนเลยค่ะ ตามประสาการวางเรื่องเกาหลีจริงๆ คงอีกนาน

ปล. ชอบปกนะ อยากดูคุณพี่ Heon ถูก Keyword Change Project ของ Heemin เปลี่ยนให้กลายเป็นพระเอกใจดีอ่อนโยนได้ ซึ่งตามปกหน้าตาคุณพี่ก็ดูอ่อนโยนอินเลิฟ ทั้งคุณพี่และน้อง Heemin ดูตกห้วงความรักสองเราเราสองกันจริงจัง 

กับเรื่องนี้ชอบปกแล้วก็ชอบบชื่อด้วย Cozy Obsession จริงจริ๊งง ด้วยความที่ Heemin 21 จะเปลี่ยนให้พระเอกคลั่งรักที่หมกมุ่นกับการแก้แค้นกลายเป็นคุณพี่ชายละมุนไปแล้ว นานๆ ทีจะเจอเรื่องที่รู้สึกว่าทั้งปกทั้งชื่อเรื่องไปด้วยกันอย่างมากกับโครงเรื่องเนี่ยแหละ 

ปล. อีกที กับขำมากที่ตอนที่ร่างกาย Heemin แข็งทื่ออัตโนมัติเพราะความกลัวฟีโรโมนอัลฟ่า Heon ก็หยุดจูบ ... ตัว Heemin ก็ถามว่า ไม่มีจูบต่อแล้วเหรอ? ท๊อปคอมเมนต์ก็บอกว่า ไม่มีแล้วเหรอ นี่คือตัวเองเป็นเหมือนแรคคูนที่ถูกแย่งสายไหมไปเลยนะ คนก็มาเมนต์ต่อมา สายไหมหาย ฮืออ แล้วสายไหมก็กลายเป็นโค้ดพูดถึงการจูบของ Heemin กับ Heon ต่อมาในคอมเมนต์ต่อมาไปเลย แบบเป็นแรคคูนมองมือเปล่าตัวเอง โถ สายไหมไม่มีแล้วเนาะ 

Wednesday, 6 October 2021

오메가로 살아가기 피곤하다 // Tired of Living as an Omega




คนเขียน: 난기류

แนว: ABO, ทะลุมิติ, ตลก, ล้อเลียน, เพี้ยน

ความสัมพันธ์: ?? X โอเมก้า (หลงเข้ามาอยู่ในนิยายที่พี่สาวอ่าน)

จำนวนตอน: 61 (ยังไม่จบ)

ตอนเห็น teaser ตอนแรกเหมือนว่าจะเป็นพล็อตเรื่องแบบเดิมที่หลงเข้ามาเป็นโอเมก้าในนิยาย ก็เลยจะหนีเหล่าพระเอกทั้งหลายไป แต่ว่า ... พอเห็นปกแล้วก็ชอบความหลุดโลก จนอ่านซื้ออ่านรัววันเดียว 

ตัวเอกหลุดเข้ามาอยู่ในนิยายวายที่พี่สาวตัวเองเล่าให้ฟัง กลายเป็น Sung Chanyoung โอเมก้าบทตัวอิจฉาลูกนักธุรกิจใหญ่ ที่อิจฉาและคอยกลั่นแกล้ง Seo Eunsoo โอเมก้าตัวเอกในเรื่องที่ได้รับความรักและความสนใจจากเหล่าพระเอก 4 คนที่รุมล้อม 

และดังนั้น ทางเลือกตัวเองตอนนี้ก็คือ เลิกทำร้ายตัวเอก เลิกไล่ตามเหล่าพระเอก และหนีไปใช้ชีวิตเงียบๆ คนเดียวแทน

.

.

ถ้ามาแค่นี้พล็อตก็จะไม่มีอะไรแปลกใหญ่ แต่ว่าที่ขำมาก ก็คือว่า ทางออกของ Chanyoung คนปัจจุบันก็คือ หนีไปทำฟาร์ม!!! โอ๊ยย คือแค่คิดก็หัวเราะออกมาได้แล้ว เพราะว่าเจ้าตัวคิดว่าควรหนีตัดขาดจากทุกคน รวมไปถึงครอบครัวที่ไม่ได้เคยได้รับความรักมาเลย และเหตุผลที่เลือกหนีไปทำไร่ก็คือว่าในโลกจริงที่บ้านเป็นครอบครัวเกษตรกร พ่อแม่เลี้ยงเหล่าพี่สาวพี่ชาย 6 คนมาช่วยทำไร่ แต่ว่าตัวเอกที่เป็นน้องเล็กสุดร่างกายป่วยกระเสาะกระแสะ อ่อนแออยู่บนเตียงในโรงพยาบาลอย่างเดียวดายก็เลยทั้งเก็บกด ทั้งอยากเชื่อมถึงครอบครัวผ่านการทำสวนทำไร่ไป 

ดังนั้นก็เลย เอาหิ้วกระเช้าดอกไม้ราคาแพงที่สุดในร้าน เช็คปลอบใจ และบันทึกข้อตกลงว่าจะไม่มาปรากฎตัวต่อหน้าตัวเอกไปขอโทษ Eunsoo ก่อนจะที่นัด Baek Dojun คู่หมั้นหนึ่งในกลุ่มพระเอกที่ชอบตัวเอกมากินข้าวกลางวันด้วยเพื่อถอนหมั้น และส่งข้อความไปขอโทษพระเอกที่เหลือพร้อมกับบล็อกโทรศัพท์และตัดขาดการติดต่อจากทุกคน

เรื่องควรจะจบเงียบๆ แยกย้ายไปทางใครทางมัน แต่เหล่าพระเอกต่างแปลกใจ และไม่เชื่อในพฤติกรรมคาดเดาไม่ได้ของ Chanyoung ถึงขนาดคิดว่าน่าจะเป็นแผนการณ์ร้ายแบบใหม่ แต่ว่าเกร็งรอจนแล้วจนเล่าก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น และ Chanyoung ก็หายไปจากชีวิตของทุกคน ....... ท่ามกลางความคาใจของเหล่าพระเอก โดยเฉพาะคู่หมั้นเก่าที่กินไม่ได้นอนไม่หลับ พยายามหาเหตุผลให้ได้

แต่ก่อนที่จะหนีไปทำฟาร์ม ตัว Chanyoung ไปกินข้าวกับปู่ตัวเอง และด้วยความที่เป็นครอบครัวรวยให้แค่เงิน ไม่ได้ให้ความรัก ปู่ที่คิดจะคืนดีกับหลานชายสุดที่รักก็จัดอาหารอลังการเต็มโต๊ะ รวมไปถึงกุ้งล็อบสเตอร์ใหญ่ที่ใช้มือเปล่าแกะเนื้อให้หลานด้วย ... ซึ่ง Chanyoung ที่มาตามนัดก็เข้าใจว่าปู่ตัวเองนัดมาเพราะอยากจะตักเตือน และการฉีกเปลือกกุ้งล็อบสเตอร์ด้วยมือเปล่าก็คือการข่มขู่กันเป็นนัย

ซ้ำร้ายยย ร่างกายของ Chanyoung ก็แพ้อาหารทะเล และดังนั้น ตัว Chanyoung ก็หายใจไม่ออก วูบไปโผล่อีกทีที่โรงพยาบาล ความพีคเกิดขึ้นเพราะตัว Chanyoung ที่ไม่เข้าใจความรักของปู่ที่เพิ่งเข้าใจจิตใจหลานชายตัวเอง ตีความไปใหญ่โตว่าปู่ที่เป็นอัลฟ่าเลือดเย็นและท่านประธานใหญ่จงใจให้ตัวเองกินกุ้งเพื่อสั่งสอนตัวเอง เข้าข่ายหน้ายิ้มแต่เอามือแทงตามประสานักธุรกิจ

ยิ่งทำให้คิดหนีไปไกลกว่าเดิมมม!!

และพอหนีไปจริง ก็ชิ่งทิ้งทุกอย่างไม่ติดต่อใครแม้กระทั่งปู่ ซึ่งตอนนี้ฝังใจไปหนักกว่าเดิมแล้วว่าที่หลานชายตัวเองเปลี่ยนแปลงหน้ามือหลังมือก็เพราะว่าป่วยหนักกำลังจะตาย เนื่องจากคุณปู่เผลอเปิดละครหลังข่าวและพอเจอพล็อตนี้ก็เอามาโยงกับหลานตัวเองสนิทใจ เลยร้อนใจโทรไปหาคู่หมั้นเก่าเผื่อจะรู้ข่าวคราวของ Chanyoung เพิ่ม

และ Dojun คู่หมั้นเก่าที่แปลกใจกับการเปลี่ยนแปลงและหายไปของ Chanyoung ก็เข้าใจผิดไปอีกคนว่า Chanyoung ป่วยใกล้จะตาย พอบอกให้เหล่ากลุ่มพระเอกที่มาเป็นพันธมิตรกันเพื่อปกป้อง Eunsoo จากเงื้อมมือชั่วร้ายของ Chanyoung ทุกคนที่คาใจเรื่องการหายไปก็ช่วยกันสะกดจิตหมู่ ความเชื่อผิดลามกันใหญ่รอบวงว่า “ตัวร้ายหายไปตาย” และการแข่งกันหา Chanyoung ก็เริ่มขึ้น!

ซึ่งระหว่างนี้ Chanyoung ที่อยู่ดีกินดีกับชีวิตในฟาร์ม มีความสุขกับการปลูกผักปลูกหญ้าและกินผลิตผลจากฟาร์มตัวเอง กระฉับกระเฉงด้วยร่างใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิมก็ไม่ได้รู้เลยว่าคนข้างนอกระดมกันตามล่าหาตัวเองถึงขั้นออกป้ายค่าหัวแล้ว!!

เอาจริงมันขำมาก มากเพราะความมโนไปไกลและเข้าใจผิดของทุกคน ตัว Chanyoung ที่ควรจะอยู่เงียบๆ ช่วยลูกหมาที่ตกลงมาจากรถบรรทุกและพาลูกหมาไปรักษาที่โรงพยาบาลก็เลยทำให้คนที่เห็นป้ายประกาศตามหาตัวเจอ แล้วจัดการคาบข่าวไปบอกหนึ่งในบรรดาเหล่าพระเอกแล้ว

และปู่ที่ดิ้นรนตามล่าหาหลานชายจนได้เบอร์โทรใหม่ Chanyoung ก็พยายามโทรมาเตือน Chanyoung ว่าถูกเหล่าพระเอกตามหาตัวอยู่นะ ด้วยความกลัว และไม่รู้จะทำอย่างไร พอปรึกษาเลขา (ที่อย่างน้อยก็เป็นคนที่ตัวเองเชื่อใจที่สุดเวลานี้) ก็ได้คำตอบว่าให้ไปจ้าง Eunsoo มาอยู่ด้วย เพราะว่าถ้าเจอหน้าโอเมก้าสุดที่รัก พวกพระเอกก็น่าจะสนใจ Eunsoo ที่ตัวเองตามจีบอยู่ และปล่อย Chanyoung ไว้ตามลำพังต่อไป 

ซึ่งก็โชคดีว่า Eunsoo รับปากพอดี แต่พอมาถึง พอพาเข้าห้องเรียบร้อย ก็กลับตาลปัตรเพราะค้นพบความจริงว่า Eunsoo โอเมก้าที่เหมือนดอกแดฟโฟดิลแสนสะอาด สูงส่งของพระเอกทั้งสี่กลายเป็นอัลฟ่าไปแล้ววว!!!

เอาล่ะค่ะ เมื่อมาถึงตอนนี้ เหล่าคนที่กรีดร้องขัดใจพวกพระเอกที่ดูไม่มีวุฒิภาวะพอก็เริ่มทยอยซื้อหุ้นใหม่กันแล้ว ไม่ลงเรือ Eunsoo แล้วจะให้ลงเรือใครที่ไหน??  ตัว Chanyoung ที่ใช้ชีวิตทำไร่เรื่อยๆ ไปพร้อมกับ Eunsoo ที่ได้รับเงินค่าจ้างและสวัสดิการดีมากจนเหมือนมาพักผ่อนมากกว่ามาทำงานก็กำลังเข้ากันได้ดี

แล้วพวกพระเอกก็ตามมาถึงพอดี .... ด้วยความกลัวมาก ตัว Chanyoung ก็มือนึงถือคราด อีกมือถือไม้กวาดเตรียมสู้กับอัลฟ่าสี่ตัว เอ๊ย คน แต่กลายเป็นว่า ด้วยความที่ Joo Taegang พระเอกตัวปากเสียเริ่มต้นถาม Chanyoung ไปว่าหนีมาเพื่อมาใช้ชีวิตแบบนี้เนี่ยนะ?? ซึ่งจริงๆ ความหมายในคำถามของ Taegang ก็คือว่าถ้าป่วย ทำไมมาทำฟาร์ม ไม่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล เป็นคำถามแบบที่ตัวเองเข้าใจคนเดียว และส่งไปไม่ถึงคนฟัง ... Chanyoung เลยโกรธจัดจนเลิกกลัวแล้วไล่เหวี่ยงอัลฟ่า 5 คน (รวม Eunsoo ที่อยู่ข้างๆ ด้วย) จนไม่มีใครกล้าพูดอะไร กลืนน้ำลายเงียบๆ แล้วทำตาปริบๆ กันไปหมด พร้อมลูกหมาที่ช่วยนายตัวเองเห่าขู่

แต่ว่าแปลกที่ถึงแม้ Eunsoo จะอยู่ข้างๆ ก็ไม่มีใครสนใจ Eunsoo เลย มองไม่เห็นจนกระทั่ง Chanyoung ออกปากไล่ทุกคนออกไปด้วยซ้ำ 

และก็กลายเป็น Eunsoo นั่นเองที่บอกเหล่าพระเอกสี่คนว่าเอาจริงก็ไม่มีใครชอบตัว Eunsoo หรอกนะ ทุกคนสนใจChanyoung แบบไม่รู้ตัวมาตลอดต่างหาก 

คราวนี้แทนที่จะไล่อัลฟ่าสี่คน หรือรวม Eunsoo เป็นห้าคนออกไปได้ แล้วทำฟาร์มมีความสุขต่อไป เมื่อจบเหตุแล้วก็กลายเป็นทุกคนไม่ยอมไปไหน จะขออยู่กับ Chanyoung ที่ฟาร์มด้วย กลายเป็นเผลอเลี้ยงข้าวฝูงอัลฟ่าที่หิวโซไปมื้อนึงก็ต้องเลี้ยงกันตลอดไป 

ผลที่ตามเลยทำให้ Chanyoung คิดแผน (ที่ตัวเองคิดว่า) ชั่วร้ายให้ทุกคนช่วยกันทำไร่จะได้ถอดใจแล้วหนีกลับไปเสีย 

แต่เอาจริง อยากจะบอกว่า พลิกมุมไหนก็ไม่เห็นความชั่วร้าย Chanyoung เลย เวอร์ชั่นใหม่ที่มีน้องเด๋อมาสิงใสซื่อและเรียบง่ายมาก ถ้าจะพูดกันก็คือว่า ในบรรดา 6 คนที่อยู่ด้วยกันตอนนี้ ตัว Chanyoung ใสซื่อและไร้เดียงสาที่สุดแล้ว เพราะเมื่อ Eunsoo กลายมาเป็นอัลฟ่า ความเปราะบางที่มีหายไปหมด ไม่ต้องแกล้งทำอ่อนแอ บอบบางแล้วก็แสดงนิสัยจริงๆ ออกมาที่เหมือนจะบิดหน่อยๆ ด้วยซ้ำ ซึ่งอย่างน้อยก็ต่อกรปะทะอัลฟ่าอีกสี่ได้โดยที่ไม่เสียเปรียบสักนิด .... ไม่นับรวมที่ว่าจริงๆ Chanyoung ปิดบังความจริงที่ว่าตัวเองเป็นโอเมก้าเอาไว้ และทั้งโลกก็เข้าใจไปว่าตัว Chanyoung เป็นเบต้าด้วย ช่างเหมือนการเอาลูกแกะลูกกวางไปอยู่ท่ามกลางหมู่เสือหมู่สิงโตมาก   

แล้วตอนนี้ความวุ่นวายก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อคุณปู่ที่รับหลานตัดสินใจมาหาหลานรักที่ฟาร์มด้วย .... และด้วยความที่คิดว่าหลานป่วยก็หอบทั้งเขากวาง ทั้งโสม ทั้งเห็ดหลินจือมาบำรุง จน Chanyoung  แอบคิดว่าหรือตัวเองหลุดเข้ามาในนิยายกำลังภายใน

ล่าสุด Chanyoung รู้แล้วว่าทุกคนเข้าใจผิดเรื่องอะไร แต่ก็กลายเป็นว่าน้อยใจที่ทุกคนสนใจตัวเองว่าคิดว่ากำลังจะตาย มากกว่าจะสนใจกันจริง ปิดประตูหนีเข้าห้องไปแล้ว แล้วพอหายไปนานเข้า ไม่มีเสียงอะไรในห้อง คุณปู่ที่เป็นห่วงหลานรักก็พังประตูเข้าไปหาแล้ว .... เอ่อ แรงเยอะมากปู่

สรุปผู้สมัครเป็นพระเอก มีสองคนที่มีแนวโน้มมากสุด ด้วยความที่มีชื่ออยู่ในบทแนะนำ ก็คือ Eunsoo โอเมก้าใสสะอาดที่ตอนนี้เหมือนจะกลายเป็นอัลฟ่าสู้โลก และ Dojun คู่หมั้นเก่าที่ตอนนี้รู้สึกว่าไม่เคยรู้จักคู่หมั้นตัวเองเลย (แน่ละ ก็คนละคนกันแล้วนี่) แต่คือเชียร์คนแรกนะคะ ขอย้ำจุดยืนเดิมไปเรื่อยๆ 


ปล. ขำปกมาก หน้าตาเก็บแอปเปิ้ลคือมุ่งมั่นจริงจังสุด ๆ ถูกตกก็เพราะปกเนี่ยนี่แหละ และที่กระจายอยู่ในฟาร์มคือเหล่าพระเอกที่ถูกเกณฑ์มาใช้แรงงานด้วยกัน แถมยังมีลูกหมามาช่วยเห่าไล่


ปล. สอง ไม่รู้ทำไมอ่านเรื่องนี้แล้วคิดถึง The Villains All Fell in Love with Me After Rebirth สงสัยเป็นเพราะความมโนหมู่เข้าใจทุกอย่างผิดทั้งแต่ต้นจนจบของเหล่าผู้สมัครเป็นพระเอก แถมยังพลิกเอาตัวเอกที่ควรจะเป็นในเรื่องมาเป็นพระเอกอีกต่างหาก ... แม้ว่าเรื่องนี้จะยังไม่รู้ชัดว่าใครเป็นพระเอกก็เถอะ 


แต่ว่า ถ้าขนาดนี้แล้ว พระเอกก็เหมือนจะเป็น  Eunsoo แล้วล่ะ ศักยภาพสูงมากกกก เพราะทำร้ายตัวเอกเดิมน้อยสุด (โดยเฉพาะเป็นฝ่ายถูกกระทำแทน) และเหมือนจะมีวุฒิภาวะสูงสุดด้วยนะ แต่ก็ต้องดูกันต่อไป