Showing posts with label beast world. Show all posts
Showing posts with label beast world. Show all posts

Wednesday, 22 June 2022

位面交易之原始世界 // The Primitive World of Planar Trading

ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอเขียนรีวิวอีกเรื่อง จะได้ครบ Top 3 สาย Infrastructure + ยุคหิน  Beast World ให้รู้แล้วรู้รอดไป ชอบการแบ่งเวลาที่เขียนดีมาก กับเชิงการเมืองสู้กับเผ่าอื่น กับชอบตัวเอกสองคนเวลาอยู่ด้วยกัน กับแปลกใจมากที่เขียนตั้งแต่ปี 2015 // ปล. แอบอ่านวนตอนเขียนรีวิว เลยลงดีเทลจัดอีกกแล้วววว



คนเขียน: 荷风渟
แนว: โลกบีสต์, ทำฟาร์ม, ก่อสร้าง, สร้างเผ่า, ทะลุมิติ, ระบบ
ความสัมพันธ์: แมวยักษ์ (?) X คนธรรมดา (?)
จำนวนตอน: 195 ตอน ( 193 ตอนหลัก  + 2 ตอนพิเศษ) 
ปี: 1995-1996

Wu Nuo เกิดมาในบ้านที่พ่อแต่งงานใหม่ ตามประสาที่พ่อสนใจแม่เลี้ยงและลูกชายคนใหม่มากกว่า และได้ตากับยายคอยเลี้ยงดู และเมื่อพ่อไม่ยอมส่งเสียให้เรียนหนังสือ พอยังไม่จบม. ต้น ไม่มีเงินเรียนหนังสือ แถมตากับยายก็ตาย ก็เลยออกจากบ้านเร่ร่อนมาทำงานในโรงงาน ก่อนจะที่ลงเอยด้วยการเป็นพ่อค้าเร่ขายของที่แหล่งท่องเที่ยวและจุดชมวิว เริ่มจากซื้อของกระจุกกระจิกมาขาย แล้วพอเริ่มมีประสบการณ์มากขึ้นก็เลยเปลี่ยนเป็นขายของเสียบไม้ปิ้งย่างตอนหลังด้วยฝีมือทำอาหารที่ได้มาจากตายาย แต่เพราะเป็นรถเข็นเถื่อน ก็ต้องเข็นรถหนีเทศกิจอยู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งที่วิ่งหนีเทศกิจไปแล้วถูกรถชน

ลืมตาตื่นมาอีกทีก็มาอยู่ในป่าเสียแล้ว ตอนแรกก็คิดว่าฝ่ายที่มาชนเอาตัวเองมาทิ้งในป่า แต่ว่าดูจากสภาพรอบตัวก็ดูไม่น่าใช่ ขณะที่ไม่รู้จะทำอย่างไรก็เจอแมวยักษ์สีขาวหรือลูกเสือขาวอ้วนป้อมโผล่มา ด้วยความที่แมวดูรู้ภาษา พอแมวทำท่าไม่แน่ใจจะวิ่งหนีก็เลยวิ่งตามไปด้วยเสียเลย ... เพราะอย่างน้อยแมวก็ดูว่าน่าไว้ใจกว่าอยู่กลางป่าคนเดียว

แต่เมื่อเริ่มวิ่งตามแมว ก็เหมือนแมวจะใจอ่อนทำท่าให้วิ่งตามต่อไป พอวิ่งไปครึ่งทาง แล้วหมดแรง เห็นแมววิ่งหายไปแล้วก็กลับมาพร้อมผลไม้ที่คาบมาให้กินแก้เหนื่อยแล้วพาวิ่งไปถึงเผ่าตัวเอง และ Wu Nuo ที่เหนื่อยมากก็หมดแรงสลบไป 

และก็กลายเป็นว่าแมวขาวที่พา Wu Nuo กลับมาชื่อว่า Bai และเป็นบีสต์ในเผ่า Chang He ด้วยความที่ Wu Nuo ดูผิวพรรณดีผิดจากคนในเผ่า (สีผิวขาวใสของคนเมืองกับคนในเผ่าที่ผิวสีแทน) และแต่งตัวแปลกประหลาดด้วยวัสดุที่ไม่เคยเห็นมาก่อนขนาดพ่อมดใหญ่ของเผ่าหรือ Da Wu ที่เดินทางไปทั่ว และมีความรู้มากจนเป็นที่นับถือของเผ่าน้อยใหญ่รอบๆ ก็ยังไม่รู้จักก็เลยคิดเหมือน Bai ว่า Wu Nuo น่าจะมาจากเผ่าใหญ่ (หรือถึงขั้นที่เป็น super tribe) และหลงอยู่ในเผ่าจนกระทั่ง Bai ไปเจอเข้า 

ตื่นมาอีกที ก็เหมือนนอนอยู่บนเตียง (?) และคนที่คอยดูแลก็เป็นลูกศิษย์ของพ่อมดในเผ่า และก็พบว่าตัวเองฟังเข้าใจที่อีกฝ่ายพูดจริง แต่โต้ตอบกลับไปไม่ได้ และเห็นบ้านที่ทำจากก้อนหินและคนนุ่งห่มหนังสัตว์ทุกที่ ไม่นับสัตว์ที่กลายร่างเป็นคนได้ก็แตกตื่น และก็ได้ยินเสียงระบบพอดี สรุปว่าตอนนี้เกิดเหตุที่ทำให้ไปผูกติดกับระบบ Cosmic Plane Trading System และถูกส่งมาที่โลกบีสต์ระดับ SS โดยต้องทำภารกิจต่างๆ ที่ระบบกำหนด และจะได้รางวัลตอบแทน ซึ่งงานแรกก็คือ ได้สิทธิ์เป็นสมาชิกของเผ่า ซึ่งจะได้รางวัลเป็นแต้มที่ใช้แลกเปลี่ยนและเปิดฟังค์ชั่นภาษาได้ ตอนนี้จะกลับโลกเก่าได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้ ก็เลยคิดจะได้รางวัลให้ได้ก่อน

เมื่อเห็นว่าคนที่ตัวเองพากลับมาท้องร้องด้วยความหิว แมวก็เลยพา Wu Nuo ไปกินข้าวที่ลานริมแม่น้ำของเผ่า มีการอธิบายถึงเผ่าว่า Chang He (ตามชื่อแม่น้ำยาวที่ขวางพื้นที่เผ่ากับป่าไว้) มีสมาชิกในเผ่าเกือบพันคน และคนที่กลายร่างเป็นบีสต์ได้มีแค่ 1/10 ของทั้งหมด แต่ถึงจะมีจำนวนน้อยก็ทรงพลังและแข็งแกร่งกว่าคนปกติมาก และก็เฉพาะบีสต์เท่านั้นที่จะมีทาสเป็นของตัวเองได้ ซึ่งทาสที่ไม่ว่าจะถูกจับมาหรือแลกมาจะมีสถานะต่ำมากในเผ่า และก็เป็นโชคดีของ Wu Nuo ที่ Bai เป็นคนพากลับมา และกะจะเลี้ยงดูในอยู่ในสถานะกึ่งคู่กึ่งเพื่อนตัวเอง และ Da Wu ก็เข้าใจว่า Wu Nuo มาจากเผ่าใหญ่ มิฉะนั้นก็จะมีรอยสัญลักษณ์ทาสป้ายอยู่ที่หน้าแล้ว ...

แต่ด้วยความที่ Bai ยังไม่แปลงร่างเป็นคน ทั้งที่ถึงเกณฑ์ต้องเป็นคนได้แล้ว ... ซึ่งถ้ายังเป็นแค่สัตว์อย่างเดียว ไม่ช้าก็จะต้องถูกขับไล่ออกจากเผ่าไป เพราะการที่ควบคุมตัวเองไม่ได้เป็นอันตรายกับเผ่า ... ก็มีเสียงแย้งอยู่ในเผ่าบ้าง เมื่อ Bai คิดจะเลี้ยง คนหน้าขาวที่หน้าตาดีแต่อ่อนแอและแปลงร่างไม่ได้ แต่ด้วยความที่ทั้ง Da Wu รับรองว่า Wu Nuo จะพาความโชคดีมาให้เผ่า ประกอบกับ Shi Hu เพื่อนสนิทของ Bai ที่เป็นนักรบแข็งแกร่งถึงขั้นเป็นผู้สมัครหัวหน้าเผ่าคนต่อไปช่วยพูด ก็ไม่มีใครกล้าแย้งในที่สุด

เมื่อกินอิ่ม Wu Nuo ก็เริ่มคิดว่าจะได้รับการยอมรับจากคนในเผ่าอย่างไรดี ซึ่งยังไงก็ควรจะเป็นคนที่มีประโยชน์ แต่จะให้ไปล่าสัตว์ก็สู้คนในเผ่าไม่ได้ จะเพาะปลูกก็เป็นคนเมืองไม่รู้วิธีอีก ก็มาถึงตัวเลือกทำอาหาร เพราะว่าด้วยความที่ต้องฝ่าฟันด้วยตัวเองในเมืองใหญ่ ฝีมือทำอาหารก็ดีกว่าใคร แต่ก็มีปัญหาเรื่องเครื่องปรุงอีก 

แต่ระหว่างที่สลดอยู่ ก็ได้สิทธิการเป็นพลเมืองเผ่ามาจาก Bai ที่วิ่งไปขอ Da Wu มาให้แล้ว เพราะว่า Bai จะเลี้ยงคนทั้งทีก็ต้องเลี้ยงให้ดีที่สุด และพอแมวกลับบ้านมาที่เคยอยู่คนเดียว เย็นเยียบมาตลอดก็เหมือนจะอบอุ่นขึ้นเมื่อมี Wu Nuo อยู่ด้วยอีกคน 

วันต่อมา เมื่อเลี้ยง Wu Nuo ด้วยน้ำแกงที่ Da Wu ต้มมาให้กับผลไม้ แมวยักษ์ Bai ก็หายไป ตอนนี้กลายเป็นสมาชิกเผ่าสมบูรณ์แล้ว เจ้าตัวก็ไม่กลัวที่จะต้องอยู่คนเดียว แต่ว่าอาหารที่กินไปน้อยจนอิ่มแบบไม่อิ่ม แถมในเผ่ายังกินอาหารแค่วันละ 2 มื้อเช้าเย็น ไม่มีแนวคิดมื้อกลางวัน ตัว Wu Nuo ที่กินวันละ 3 มื้อ ไม่นับมื้อดึกหลังปิดแผงก็อยู่ไม่ได้แน่นอน พอค้นของในตัวเจอตะขอตกปลาก็คิดจะไปตกปลามากิน

ตอนที่หักกิ่งไม้มาทำเบ็ดตกปลาและตกปลา เด็กๆ ในเผ่าที่เล่นอยู่แถวนั้นก็มามุงด้วย พอเห็นว่าตกปลาได้ก็ตื่นเต้นชื่นชมแถมพอมาขอตกปลาด้วยเบ็ดตกปลาก็ทำให้ภารกิจสอนการตกปลาลุล่วงเล่นกับเด็กๆ ทั้งที่เป็นคนและเป็นลูกสัตว์ชื่นมื่นกว่าเดิม และก็เริ่มพูดสื่อสารกับเด็กๆ เพิ่มขึ้นอีก พอบอกไปว่าถ้ามีเครื่องปรุงจะอร่อยกว่านี้อีกนะ ก็มีเด็กที่วิ่งไปเอาก่อนไขมันสัตว์และกเกลือจากบ้านมาให้

พอไปขุดหินที่มีแอ่งตรงกลางจากริมน้ำมาทำเป็นกระทะ การเจียวเอาน้ำมันแล้วได้กากมันๆ กรอบๆ ที่โรยเกลือเค็มนิดๆ ไปก็ซื้อใจเด็กๆ ทั้งกลุ่มได้แล้ว และพอปลาเริ่มสุก Bai ก็กลับมาพอดี ซึ่งก็คือเหมียวยักษ์ออกไปล่าสัตว์กลับมาเลี้ยงคนของตัวเอง กำลังจะอาละวาดคนของตัวเองไปเล่นทำอาหรให้คนอื่น ปลาส่วนแรกก็เป็นของ Bai ไป และปลาย่างก็ซื้อใจเหมียวได้จนอารมณ์ดีได้หลังกิน โดยเฉพาะเมื่อ Bai ตอนที่หิวโซ ไม่มีอะไรกิน เคยจับปลามากินก่อนหลายต่อหลายครั้งเหมือนกัน ถึงแม้จะกลิ่นเหม็นคาว และเกล็ดและก้างแทงคอ แต่ก็ดีกว่าอดตาย 

ปลาอร่อยมาก และคนหน้าขาวข้างๆ ก็เริ่มสื่อสารรู้เรื่องได้แล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแมวมีความสุขมาก และเด็กๆ กว่าสิบคนที่กินปลาอร่อยมากที่ไม่เคยกินมาก่อนก็มีความสุขเหมือนกัน เมื่อกินอิ่ม และมีปลาเหลือ Wu Nuo ก็เลยย่างปลาให้เด็กๆ กลับไปบ้านด้วย โดยเฉพาะเมื่อกลัวถ้าเอาของที่บ้านออกมาถ้ากลับบ้านจะถูกตีหรือเปล่า เมื่อเกลือเป็นสิ่งหายาก ... และลูกสิงโตที่เอาเกลือชามโตมาก็ได้ปลาชิ้นใหญ่กลับไป ซึ่งลูกสิงโตหรือ Awei นี้ก็คือลูกหัวหน้าเผ่าและก็ซึ้งใจกับความภักดีต่อเพื่อนที่ Wu Nuo มีถึงขั้นที่ให้ Wu Nuo มาอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่ดีแล้ว

ปลาเล็กที่เหลือ 3 ตัวถูกเอามาทอดและทำซุป พอ Bai ปลื้มมากว่าอิ่มแล้ว แต่คนหน้าขาวข้างตัวยังทำอาหารให้อีก พอจะกินก็ถูก Wu Nuo ห้ามแล้วบอกว่าจะเอาไปให้ Da Wu แต่สุดท้ายก็ต้องแบ่งให้แมวเอาแต่ใจด้วยอยู่ดี พอไปหา Da Wu แล้วตัว Wu Nuo เริ่มเข้าใจภาษาถึงขั้นที่สื่อสารได้ Da Wu ก็คิดไปว่าตัว Wu Nuo สืบเชื้อสายพ่อมดหมอผีในตัวเหมือนกัน และเมื่อคิดว่า Wu Nuo หลงมาที่เผ่า และเป็นสมาชิกเผ่าตัวเองแล้วก็ยิ่งเอ็นดู Wu Nuo ขึ้นไปอีก เมื่อคิดว่าได้คนเก่งมีความสามารถมาอยู่ที่เผ่า (ขำตอนนี้ที่ Da Wu คิดดีดลูกรางแก้วอยู่ในใจ แต่ว่าพอ Bai เห็น Da Wu ยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งสยอง เพราะตอนเล็กๆ ยิ่ง Da Wu ยิ้มใจดีเท่าไหร่ ก็ยิ่งถูกจับป้อนยาหนักเท่านั้น) ซึ่งขณะเดียวกัน ตัว Wu Nuo ที่เชี่ยวชาญการเอาตัวรอดในเมืองใหญ่ก็คิดเหมือนกันว่าต้องประจบ Da Wu ซึ่งถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลในเผ่าไว้เยอะๆ สองฝ่ายก็ยิ่งเข้ากันได้มากขึ้นไปอีก 

พอกลับมาที่บ้าน Wu Nuo ที่หลับอยู่ก็ได้ปลาแห้งรางวัลจากระบบ ซึ่งพอแบ่งกินกับแมวเป็นของว่างมื้อดึก แมวก็ตั้งคำถามว่าปลาแห้งมาได้อย่างไร เพราะที่จำได้ ไม่เห็น Wu Nuo ทำ ... ตอนแรก Wu Nuo คิดจะโกหก แต่ก็รู้ว่าถ้าพูดปดไปครั้งนึง ก็ต้องโกหกต่อไปเรื่อยๆ แถมยังอยู่กับแมวตลอดจะหาเรื่องกลบเกลื่อนก็จะลำบากต่อไป เลยบอก Bai ไปว่าได้เป็นรางวัลจากพระเจ้า พระเจ้าพาตัวเองมาอยู่ที่โลกนี้ และต้องทำงานที่พระเจ้าสั่ง ถ้าทำสำเร็จก็จะได้รางวัล หรือไม่อย่างงั้นก็จะถูกลงโทษ

น่ารักที่แมวถามว่าถ้างั้น วันหนึ่งก็ต้องจากไปเหรอ Wu Nuo ได้ฟังก็รีบประเหลาะบอกแมวว่าถ้าวันหนึ่งต้องไป จะขอพระเจ้าให้พา Bai ไปด้วย เป็นการพูดประเหลาะประนีประนอม แต่เป็นคำสัญญาสำหรับ Bai ไป .... แมวตื่นเต้นมากว่าถ้าตัว Wu Nuo เป็นผู้ส่งสาล์นจากพระเจ้าจริง ตัวเองก็อาจจะเป็นการ์เดี้ยนบีสต์ที่คอยดูแล Wu Nuo ทำให้แมวยิ่งรับปากว่าจะไม่บอกใครรู้กันแค่สองคน

ด้วยความที่แมวล่าสัตว์มาเยอะ กินกันสองคนไม่หมด Wu Nuo ก็เลยคิดว่าจะเอาสัตว์ที่ยังไม่ตายที่มีสองตัวมาเลี้ยง ... ซึ่งแม้ในเผ่าจะเลี้ยงสัตว์ที่กินไม่หมด เพื่อเป็นเสบียงหน้าหนาว แต่นี่ก็จะกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ของเผ่าต่อไป

กับพอจะทำอาหาร พอแมว Bai เห็นว่า Wu Nuo ต้องวุ่นวายก็เลยไปลากเพื่อนสนิทมาช่วย ซึ่ง Shi Hu ก็พาทาสตัวเองที่ชื่อ Lu มาด้วยอีกคนด้วย และ Wu Nao เผยแพร่วัฒนธรรมปรุงอาหารไม่พอ ก็ยังเผยแพร่การใช้ตะเกียบไปด้วย 

กับเพราะตัว Bai มาจากโลกปัจจุบันไม่คุ้นเคยกับการมีทาส พอเจอ Lu ก็ปฎิบัติตัวเป็นปกติไม่มีการกดขี่ ... ตามปกติทาสห้ามกินพร้อมนาย แต่พอให้อีกคนยืนดูอยู่เฉยๆ ก็ทำไม่ได้ ขอ Shi Hu ให้ Lu มานั่งกินพร้อมกัน

เพราะว่า Wu Nuo ถูกสั่งจากระบบให้สอนทำอาหาร และ Lu ที่คอยเป็นลูกมือก็อยากเรียนวิธีทำเพื่อไปทำอาหารเลี้ยงนายตัวเอง เสือ Shi Hu ก็เลยให้ Lu คอยอยู่ช่วย Wu Nuo ต่อ (โดยเฉพาะเมื่อห่วงว่าเพื่อนจะลำบากถ้าหน้าหนาวมาถึง) และเมื่อสองคนถางพงหญ้าต้นไม้รกตรงพื้นที่สวนหลังบ้านแมวเพื่อทำเป็นที่เลี้ยงสัตว์ที่จับมา ตอนถึงเวลาบ่าย Wu Nuo ที่เริ่มหิวก็คิดจะไปจับปลามาทำอาหารกินกับ Lu และเหล่าเด็กๆ ในเผ่าก็มา “เล่น” กับ Wu Nuo อีก จบด้วยการที่ทุกคนช่วยกันจับปลาจนมีปลามากไปกินไม่หมด พอบอกให้เอากลับบ้าน ลูกสิงโตก็บอกว่าเอากลับไปแม่ก็ไม่ทำ กลายเป็น Wu Nuo รับปากจะไปบ้านทุกคนเพื่อสอนย่างปลา แต่เพราะบ้านแรกคือบ้านลูกสิงโตลูกหัวหน้าเผ่าแม่ที่อยู่บ้านก็เลยให้ไปตามแม่ของทุกคนมาด้วยกัน จะได้ให้ Wu Nuo สอนครั้งเดียวพอ ไม่งั้นถ้าต้องตระเวนไปทุกบ้านก็คงต้องสอนถึงเช้า ... แต่เพราะ Wu Nuo สอนทุกครั้งอย่างตั้งใจ ตัวแม่ลูกสิงโตก็เลยให้ของ Wu Nuo เป็นการตอบแทน และคนอื่นๆ ก็พากันให้สัตว์หรือไม่ก็ผลไม้มาขอบคุณ Wu Nuo ด้วย

ระหว่างนั้น Bai กำลังเจอวิกฤตใหญ่หลวง เพราะระหว่างที่ล่าสัตว์อยู่กับ Shi Hu ก็เจอเผ่าคู่อริไล่ฆ่าพอดี และเมื่อวิ่งหนีเอาตัวรอดอยู่ ก็คิดถึง Wu Nuo ขึ้นมา ตัวเองไม่อยากตายแต่อยากกลับไปหา Wu Nuo ให้ได้ คิดแต่ว่าจะต้องเปลี่ยนร่างเพื่อรอดไปให้ได้ แล้วความมุ่งมั่นที่บอกตัวเองว่าต้องเปลี่ยนร่าง... ต้องเปลี่ยนร่าง... ต้องเปลี่ยนร่าง... ก็ทำให้ Bai แปลงร่างได้จริงๆ  แต่ถึงอย่างนั้นทั้งตัว Bai และ Shi Hu ก็บาดเจ็บสาหัส ถึงแม้จะฆ่าเหล่าบีสต์ที่มาโจมตีจนเกือบหมด แต่สองคนก็เจ็บหนัก และก็ไปหมดแรงอยู่ตรงเส้นทางล่าสัตว์ของเผ่า และถูกฝูงหมาป่ารุมล่าอีกต่อ ดีที่คนในเผ่ามาช่วยตอน Shi Hu กำลังจะหมดแรงสลบพอดี สองคนก็เลยถูกช่วยกลับมาที่เผ่า 

ถึงแม้แมวจะร่อแร่ แต่ด้วยยาและวิชาของ Da Wu ตัว Bai ก็ดีขึ้นกว่าเก่า และ Da Wu ก็ให้ Wu Nuo พา Bai กลับบ้าน โดยที่มีจุดหมายจะดูความสามารถทางการแพทย์ เพราะเชื่อไปแล้วว่า Wu Nuo สืบเชื้อสายพ่อมดมา .... และ Wu Nuo ที่ไม่รู้เรื่องเลยก็ไม่ทำให้ตัว Da Wu ผิดหวัง เพราะใช้สามัญสำนึกจากโลกปัจจุบันเรื่องการติดเชื้อและเชื้อโรคจากบาดแผลสกปรก ทำความสะอาดแผลให้แมวยักษ์ แล้วก็กัดฟันเป็นหนี้ระบบซื้อยามารักษาอาการไข้และแก้อักเสบให้อีกคน และเมื่อคิดว่าเมื่อเช้าแมวยังมองตัวเองตาแป๋วอยู่เลยก็ยิ่งเศร้า .... แต่ระหว่างป้อนยา แมวก็กลายร่างเป็นคน ซึ่งถ้าไม่เห็นว่าบาดแผลบนร่างกายเป็นที่เดียวกัน ก็ยากจะเชื่อ 
 
วันต่อมาลูกสิงโตก็มาเล่นกับ Wu Nuo อีก แต่เมื่อพบว่า Wu Nuo อ่อนแอมากจนถูกนกจิก ก็เลยไปตามเพื่อนและทาสในบ้านมาช่วยตัดถางต้นไม้และหญ้าในไร่ ด้วยความที่เห็นคนมาช่วย Wu Nuo ก็รู้สึกขอบคุณและตอบแทนด้วยการให้ผลไม้กินรอท้องตอนทำงาน และตุ๋นเนื้อให้ ซึ่งเหล่าทาสที่นานทีจะได้กินเนื้อสัตว์ก็ซาบซึ้งใจมาก มีทาสที่ขอเอาเนื้อกลับบ้านไปเพื่อให้คนในครอบครัวตัวเองได้กินด้วยหลายคน ... และก็กลายเป็นว่าชื่อเสียงใจกว้างของ Wu Nuo ในหมู่ทาสก็แพร่กระจายไปยิ่งกว่าไฟป่า

แต่เพราะเด็กๆ ในเผ่ามาช่วยถางที่และล้อมรั้ว (มาเล่นด้วย) ทุกวัน Bai ที่นอนรักษาตัวในบ้านก็ไม่ยอม และพอจะวิ่งไปมา Wu Nuo ก็กลัวจะมีผลข้างเคียงหลังหาย จนในที่สุด Wu Nuo ก็เลยอุ้มแมวไปมาด้วยตลอด น่าสงสารที่ Da Wu เครียดมากว่าพอแปลงร่างจะเป็นอย่างไร เมื่อไหร่จะแปลงร่างอีก แต่แมวสนใจแค่อยู่กับ Wu Nuo และกินอาหารอร่อย ไม่ยอมแปลงร่างเสียที

กับเพราะระบบให้แลกเปลี่ยนได้ จะเอาของไปแลก พอกลางคืนก็บอกแมวว่าจะไปวิหารเทพนะ เอาของไปบูชา แมวก็เชื่อ ซึ่งสิ่งที่ Wu Nuo แลกมาก็คือกางเกงในสองตัว เพราะใส่หนังสัตว์ได้ แต่ทนไม่ใส่ชั้นในไม่ได้ แต่แมว Bai ที่เบื่อไม่มีอะไรทำ นอนจ้องหน้า Wu Nuo เห็นของปรากฎในอากาศก็คิดว่าเอาไว้สวมหัว เอามาเล่นแล้วก็ข่วนเป็นรอยขาดยาว พอ Wu Nuo ออกมาจากระบบ ก็เห็นแมวทำท่าสลดทำท่าสำนึกผิดแล้วสารภาพบาปว่าทำของของ Wu Nuo พัง ถึงตัวเองจะไม่พอใจ แต่พอเห็นแมวสลดไปเลยยกโทษให้ แล้วพอบอกแมทว่าเป็นกางเกงในนะ แมวก็อยากได้บ้าง ซึ่งพอบอก Bai ว่าใส่ไม่ได้ ถ้าไม่อยู่ในร่างคน และจะให้ถ้าอยู่ในร่างคน Bai ก็กลายเป็นคนทันที ... สงสาร Da Wu มากที่ความอยากได้ของทำให้ Bai แปลงร่างกลับไปมาได้ง่ายดาย 

ด้วยความที่กลัวจะไม่มีกิน Wu Nuo ก็คิดจะปลูกมันขาวที่เหมือนมันฝรั่งผสมกับมันหวานจากโลกปัจจุบัน และก็กลายเป็นว่าระหว่างที่ไปแลกมันจากคนในเผ่า Da Wu ก็จับตามองอยู่ เพราะเคยเห็นเผ่าใหญ่ปลูกผักมาก่อน แต่ว่ากลับมาลองที่เผ่าตัวเอง
ไม่เคยสำเร็จ และก็กลายเป็นระบบสั่งให้ Wu Nuo ไปเป็นลูกศิษย์ Da Wu ด้วย และ Da Wu ก็ยอมโดยที่มีข้อแม้ว่าจะต้องสอนคนในเผ่าปลูกมันขาว ... ซึ่งตอนนี้ระบบก็สั่งงานใหม่หลังจากสั่งให้หาวิธีปลูกมันให้สำเร็จ เพิ่มเป็นช่วยเผ่าให้รอดพ้นฤดูหนาวอีกอย่าง

พอกำลังเครียดกับงานที่ต้องทำ แมวที่รู้เรื่องก็บอกว่าไม่ยาก ให้บอก Da Wu จัดประชุมเผ่าและให้ทุกคนมาช่วยกันปลูกสิ และช่วงประชุมเผ่า Da Wu ก็ประกาศว่าตัว Wu Nuo เป็นผู้สืบทอดของตัวเอง และก็เป็นเรื่องบังเอิญที่แซ่ Wu ของ Wu Nuo
พ้องกับคำนำหน้า Wu ที่เป็นธรรมเนียมเรียกนำหน้าชื่อของเหล่าพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่และผู้สืบทอดในโลกนี้ด้วย น่าเชื่อถือขึ้นมาอีก แถมแมว Bai ก็ยังแปลงเป็นคนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ Wu Nuo อีก ทั้งสีหน้าเย็นชากดดัน ทั้งรังสีแข็งแกร่งก็ยิ่งทำให้ทุกคนไว้ใจวิธีปลูกมันขาวของ Wu Nuo โดยพอตอบคำถามและข้อสงสัยทุกคนก็ถึงเวลาระหว่างแบ่งงานที่ให้ไปหามันเพื่อทำพันธุ์ให้ได้มากที่สุด ทีมล่าไปจับสัตว์แลกมัน ทีมเก็บไปขุดมัน คนที่เหลือในเผ่า ถ้าแข็งแรงไปถางดินทำไร่ หรือไม่ก็เตรียมปุ๋ยและจัดการเพาะหัวมัน มีหน้าที่แบ่งกันชัดเจน ... ก่อนจบประชุมก็มีอุ้งเท้ายกมาถามคำถามเหมือนกัน เพราะว่า Wei ลูกสิงโตของหัวหน้าเผ่าที่ถือว่าตัวเองเป็นเพื่อนเล่นของ Wu Nuo และเหล่าเพื่อนในกลุ่มก็อยากมีส่วนร่วมเช่นกัน

สรุปว่าภารกิจใหญ่ยักษ์กำลังจะเสร็จ ก็เจองานต่อมา โดยระบบให้พิมพ์เขียวแปลนเตาเผามาแล้วออกคำสั่งให้เผาอิฐสร้างบ้านให้คนในเผ่าอีก วุ่นวายและใจร้ายจริงๆ และเพราะคิดว่าจะต้องเอาของไปขายในงานชุมนุมแลกเปลี่ยนของระหว่างเผ่าก็เลยคิดว่าจะทำเครื่องประดับที่เผ่ามาได้ไปขายด้วย ... และก็ระดับพ่อค้ามาเอง ก็สร้างเรื่องให้ของที่ขายไปด้วย กลายเป็นจี้ศักดิ์สิทธิ์ที่ใครๆ ก็อยากได้ ถึงขั้นเปิดประมูลได้ราคาสูงจนไม่อยากจะบอกเลยว่ามันทำมาจากดิน

และนี่ก็เลยทำให้เผ่าได้ทาสกลับมาไปเยอะมาก ซึ่งพอเลี้ยงทาสด้วยปลา ที่ให้ไปจับมาเอง และจับอาบน้ำ เหล่าทาสก็คิดไปถึงขั้นว่าจะถูกจับกินตอนหน้าหนาว และหมอผีเผ่าอื่นก็คิดว่าเผ่า Changhe เสื่อมต่ำลงถึงขั้นที่กินมนุษย์ด้วยกันแล้ว ... และก็ทำให้ตัว Wu Nuo ได้ของที่น่าสนใจอย่างถ่านหิน แร่เหล็กมาจากคนเผ่าอื่นเหมือนกัน

และการสร้างความเจริญให้เผ่าจนกลายเป็นเผ่าใหญ่แบบ Super Tribe ก็กลายเป็นจริง 
.
.
.
จริงๆ ชอบเรื่องนี้มากอยู่อย่าง เพราะว่าพ่อแม่ Bai ตายระหว่างสู้กับเผ่าอื่นตอนที่ Bai ยังเด็ก ตามปกติแล้ว  บ้านและทรัพย์สินใดๆ ก็จะตกเป็นของคนในเผ่าที่พร้อม Bai ไปเลี้ยง แต่ด้วยความที่ตอนเด็กๆ Bai อ่อนแอมาก ก็ไม่มีใครอยากรับไปดูแล มีแต่ Da Wu ที่คอยป้อนยาดูแล พอ Bai ดีขึ้น และโตขึ้นหน่อยก็ไม่ยอมไปอยู่กับใคร สุดท้ายในเผ่า (หัวหน้าเผ่าและ Da Wu เป็นหลัก) เลยลงความเห็นให้บ้านและของอื่นๆ เป็นของ Bai เองต่อไป และเพราะอย่างนั้น Bai ก็เลยยิ่งทรนงไม่ยอมให้ใครมาเลี้ยงดูตัวเอง ระวังตัวมาก หาอาหารเลี้ยงตัวเองคนเดียว แม้ว่าจะต้องอดอยากหิวโซ หรือกินผลไม้มีพิษเข้าไปเพราะความไม่รู้ก็บ่อย ขนาดเคยคิดว่าไม่เคยต้องการพ่อแม่ที่แข็งแกร่ง ถ้าอ่อนแอแต่ว่ายังอยู่กับตัวเองได้ก็ยังจะดีกว่า อิจฉาลูกสัตว์ที่อ้อนพ่อแม่ได้มาตลอด พอเจอ Wu Nuo สิ่งแรกที่คิดก็คือคิดว่าถ้าตัว Wu Nuo อยู่ในป่า เพราะไม่มีใครต้องการ ตัวเองก็จะรับ Wu Nuo มาดูแล และอยู่กับสองคน พออยู่กับ Wu Nuo แมว Bai ก็พร้อมจะอ้อน งอแง และเอาแต่ใจอย่างที่ไม่เคยทำกับคนอื่นด้วย เพราะว่า Wu Nuo เท่านั้นที่เป็นของตัวเองคนเดียว และพอแมวถูกเลี้ยงมาด้วยอาหารของ Wu Nuo กลายเป็นแมวลิ้นเรื่องมากไปอีก

กับอีกอย่างหนึ่ง เหตุผลที่แมวอยากสร้างเผ่าให้กลายเป็นเผ่ามหาอำนาจใหญ่ยักษ์ก็เพราะ Wu Nuo บอกว่าเผ่าของตัว (ประเทศจีน) เป็นเผ่าใหญ่และมีคนหลักพันล้าน แมวที่ฟังก็คิดว่าถ้า Wu Nuo กลับไปเผ่าตัวเองไม่ได้แล้ว ก็จะสร้างเผ่าให้ใหญ่เหมือนเผ่าเดิมของ Wu Nuo ให้

ส่วนตัว Wu Nuo ก็ไม่ต่างกัน ด้วยความที่ไม่มีใครมาตั้งแต่เด็ก พอแม่ตาย ตายายตายแล้วพ่อไม่สนใจ ก็ต้องออกมาใช้ชีวิตอยู่คนเดียวในเมืองใหญ่ ดูแลตัวเอง มีแค่ตัวเอง พอมาเจอ Bai ตั้งแต่วันแรกที่เจอ Bai และ Bai ช่วยไว้ก็เหมือนเติมเต็มกันและกันเหมือนกัน Bai เป็นทุกอย่าง ทั้งคู่ชีวิต ทั้งคนในครอบครัว ทั้งคนรัก ทั้งเพื่อน และก็พร้อมจะเสียสละ และหาสิ่งที่สุดให้ Bai เหมือนกัน ความโอ๋แมวตัวเองของ Wu Nuo ชัดมากที่มีอยู่วันหนึ่ง หัวหน้าเผ่า Da Wu และ Shi Hu มากินข้างด้วยที่บ้าน ถึงอาหารจะเสร็จ แต่ Bai ยังไม่กลับ ทุกคนก็ต้องรอ พอแมวมาแล้ว Wu Nuo ก็บอกให้ทุกคนยกอาหารออกไป กับช่วยกันจัดสำรับ แต่ว่าเหมียว Bai มีหน้าที่แค่ไปล้างมือ แล้วมานั่งลงกินข้าว ตอนที่แปลงร่างได้ใหม่ๆ แล้วกินอาหารเยอะกว่าปกติ จนกินปลาแห้งและเนื้อเค็มที่ Wu Nuo ทำไว้หมด และพออีกคนมาเปิดโหลดูแล้วผิดหวัง แมวก็แอบย่องสลดและสำนึกผิดอยู่ในเงามืดจน Wu Nao ก็ต้องไปปลอบแมวกลับมาด้วย

ด้วยความที่ Bai เป็นทุกอย่าง มีอะไร Wu Nuo ก็ให้แมวได้หมด โดยเฉพาะตอนที่กัดฟันแลกแต้มเพื่อเอาของเอาเคล็ดวิชาให้แมว พอคิดว่ากำลังปวดใจและแพงมาก แต่เห็นแมวทำท่าตื่นเต้นดีใจทุกครั้งก็รู้สึกว่าคุ้มค่าและสมราคา และแมวที่ได้ของและวิชาไปก็ไม่ต่างกัน พอกำลังนอนง่วงๆ กำลังจะหลับ หรือหลับอยู่ และ Wu Nuo บอกว่าได้โน่นมานะ ได้นี่มานะ แมวก็จะรีบลุกขึ้นมาดูของอย่างดีใจ ถึงขั้นที่ว่าถ้าเป็นร่างแมวอยู่ก็จะกลับมาเป็นร่างคนทันที 

แต่เอาจริง แมวเป็นสัตว์เหวี่ยงเอาแต่ใจมาก ชนิดที่เพื่อนสนิทอย่าง Shi Hu บอกว่าเป็น insidious and cunning cub ตลอดเวลา ตอนอยู่ในร่างแมวก็หยิ่งๆ เชิดๆ กับทุกคนรอบตัว และตอนเป็นคนก็ยิ่งร้ายกว่าเดิม เพราะสีหน้าเย็นชาไม่สนใจโลกประกอบกับออร่าบีสต์ระดับสูงก็สยบทุกคนได้แล้ว อย่างตอนที่เดินทางไปกับ Wu Nao สองคน ทั้งที่มาจากเผ่าขนาดกลาง (เทียบกับเผ่าใหญ่/เผ่าหลักไม่ได้) ตอนไปถึงเผ่าใหญ่อย่าง Dahu เหมียวก็อาศัยอาการเชิดหน้าบลัฟว่าตัวเองเป็นเผ่าใหญ่อีก ... ก่อนหน้านั้น Wu Nao ได้รางวัลเป็นรองเท้าคุณภาพดีจากระบบ สีดำสวยงามเดินด้ายทอง แมวเห็นก็อยากได้บ้างอย่างมาก ถึงขั้นที่ทำเสียงซื่อจริงใจใส่ Wu Nao ว่าถ้าเป็นไปได้ จะขอรองเท้าแบบนี้จากพระเจ้ามาใส่บ้างได้ไหม Wu Nao ที่ตามใจแมว และไม่อยากให้แมวผิดหวังก็กัดฟันไปแลกรองเท้าจากระบบมาให้แมว ที่รีบกลายร่างเป็นคนแล้วใส่อย่างดีใจ และตื่นเต้น ซึ่งเมื่อดูชุดและรองเท้า ทุกคนก็คิดไปเองแล้วว่า Wu Nuo กับ Bai มาจาก Super Tribe คนต้อนรับพาเข้าบ้านที่ดีที่สุด ซึ่งแมวก็ไม่ได้ดูตื่นเต้นดีใจ (บ้านดินชื้นดีสู้บ้านอิฐตัวเองไม่ได้) พาถึงเวลาทำอาหาร Wu Nao ก็ทำอาหารอร่อยมาก จนหัวหน้าฝ่ายต้อนรับคนเดิมได้กลิ่นอาหารแล้วตามมา และพอนั่งลงกินด้วย ทั้งการใช้ตะเกียบไม่ใช่มือ และอาหารอร่อยที่ไม่เคยได้กินก็ยิ่งส่งผลให้เชื่อขึ้นไปอีก 

ไม่นับวีรกรรมแมวอื่นๆ ที่พอเดินเข้าไปในพื้นที่เผ่าแล้วทำท่าขยะแขยงกับถนนสกปรกของเผ่า (ผิดกับที่ Changhe ที่ทุกคนห้ามขับถ่ายหรือทิ้งขยะตามถนน และมีคนทำความสะอาดดูแลตลอดเวลา) หรือเหรียญที่ใช้ค้าขายแลกเปลี่ยนที่พอเอามาให้คนในเผ่า Dahu ดูแล้วทำท่าใจกว้างบอกว่าเก็บไว้เผื่อเอาไปใช้ที่เผ่า Changhe ตอนที่เดินทางไปหาได้ และตัวอักษรที่มีเป็นหมื่นๆ ตัว ก็กำราบเผ่าอื่นได้แล้ว 

แต่ Bai ก็มีวิกฤตกดดันในแบบตัวเองเหมือนกัน เพราะว่า Wu Nao หน้าตาดี ดูใจเย็น แถมยังทำอาหารอร่อย ไปไหนเด็กๆ ลูกสัตว์ก็วิ่งเข้ามาหา และ Wu Nao ที่แพ้พวกขนฟูก็อดไม่ได้ที่จะลูบตัวเด็กๆ อย่างตอนที่อยู่ในเผ่า Dahu และมีเด็กที่ตกใจจนกลายร่างเป็นกระต่ายวิ่งเข้ามา ตัว Bai ก็กรีดร้องในใจว่าจบกัน! เพราะนาทีต่อมาก็เห็น Wu Nao อุ้มลูกกระต่ายไว้แล้ว แถมยังเอาพายไส้เนื้ออาหารว่างสุดโปรดของแมวออกมาเลี้ยงเด็กอีก 

ความบลัฟเข้าคู่กันได้ของพ่อค้าเร่และแมวหน้าหยิ่งยังมีอีกก่อนหน้านั้น ตอนที่จะเดินทางไปงานแลกของกับเผ่าอื่นครั้งแรก สองคนบังเอิญไปเจอเหมืองเกลือเข้าพอดี และด้วยความที่เกลือมีสีชมพูเข้ม Wu Nuo ก็แต่งเรื่องเพิ่มมูลค่าให้เกลือตัวเองอีก บอกว่านี่คือเกลือที่ได้มาจากเทพเจ้าบีสต์ที่สละเลือดตัวเองมาให้ ทุกคนในเผ่าที่ได้ฟังก็เชื่อมาก และฮึกเหิมมากว่าพวกตัวเองเป็นเผ่าที่ถูกเลือก และเผ่าอื่นที่ได้ฟังเรื่องก็เชื่อด้วยเหมือนกันว่า Changhe เป็นเผ่าที่พระเจ้าเลือก .. เกลือขายได้ราคา และมีแบรนด์ การตลาดเก่งกันจริงๆ  ไม่นับว่าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ Wu Nuo ในฐานะผู้สืบทอดของ Da Wu ตัว Wu Nuo ก็เลือกวันที่ทำพิธีกรรมของเผ่า และเอาของที่มาบูชาเทพเจ้าบีสต์แลกกับของจากระบบ ของที่หายไปและของใหม่ที่ออกมาก็ทำให้ทุกคนเชื่อแล้วว่าตัว Wu Nuo แข็งแกร่ง

แต่จริงๆ สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตสองคนก็คือ Da Wu ด้วยเหมือนกัน เป็นญาติผู้ใหญ่ให้กับทั้ง Bai และ Wu Nuo จริงๆ เพราะเอาจริง ตอนที่ Bai ยังเด็กและไม่สบายก็ได้ Da Wu ป้อนยามาตลอดด้วย (จนทำให้กลายเป็นแมวยักษ์ที่ดูแกร่งและเก่งกล้ามาก แต่มีจุดอ่อนคือแพ้ยาต้ม Da Wu ได้กลิ่นทีไรก็อยากจะสิ่งหนีไปให้ไกลทุกที ไหนจะกลัว Da Wu อีก) และสำหรับ Wu Nuo ก็เหมือนมีผู้ใหญ่ที่คอยดูแล ให้คำปรึกษา ถึงขั้นให้ท้าย ... น่ารักที่มีอะไรก็แบ่งส่วนอาหารที่ทำไปให้ Da Wu ก่อน โดยเฉพาะ Da Wu ฟันไม่ดี และไม่อยากอาหารก็ได้ Wu Nao ต้มน้ำแกงปลาไปให้ หรือพอมีข้าวก็เอามาต้มเป็นข้าวต้มให้ด้วย และหลังจากมีแต้มจากระบบมากพอและระดับการค้าสูงพอก็แลกเคล็ดวิชามาให้ Da Wu ด้วย ถึงขึ้นที่จากตอนแรกที่ Da Wu เริ่มแก่ตัว แต่ไม่ยอมตายเพราะเป็นห่วงเผ่ากลายเป็นแข็งแรงและอ่อนวัยลงเรื่อยๆ ... ถึงขั้นที่ตอนทำพิธีในเผ่าตอนเผ่ากลายเป็นเผ่าใหญ่ ตัว Da Wu เต้นทำพิธีจน Wu Nao คิดว่าดูเด็กกว่าตัวเองอีก 

กับอีกอย่างที่รู้สึกน่ารักมากๆ ก็คือเรื่องการให้ทาสกลายเป็นสมาชิกในเผ่าสมบูรณ์ เพราะตัว Wu Nuo มาจากสังคมปัจจุบันที่คนเสมอภาค และไม่เห็นด้วยกับการที่ทาสจะทำงานหนัก แล้วนายอยู่สบาย ก็เลยออกระบบให้ทาสที่มีความสามารถและขยันขันแข็งสามารถเลื่อนสถานะเป็นสมาชิกเผ่าและลบรอบทาสที่หน้าได้ โดยมี Da Wu ที่เชื่อ Wu Nuo และเชื่อในการพัฒนาคนที่จะนำไปสู่การพัฒนาเผ่าสนับสนุนเต็มที่ และทาสกลุ่มแรกที่ได้สถานะสมาชิกเผ่าก็รวมถึง Lu ด้วย .. ซึ่งตอนหลัง ก็ถึงขั้นที่ Wu Nao ดึงมาเป็นผู้จัดการร้านของของชำของตัวเองแล้ว

กลับมีทาสอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นทาสสงคราม 50 คนจากเผ่า Dahu ตัว Wu Nuo กับ Bai ไปซื้อตัวทาสสงครามเหล่านี้ และทั้งเผ่า Dahu เองก็เข้าใจว่าสองคนมาจากเผ่า Super Tribe (อาศัยการบลัฟเนียนๆ ที่ไม่บอกอะไร ไม่ปฎิเสธ แต่ให้คิดไปเอง) และเพราะสองคนจะเดินทางต่อ ก็เลยเอาไม้มาขุดเป็นเรือให้ทาส 50 นี้กลับไปที่เผ่าก่อนเองให้ได้ .... และเรื่องทาส 50 คนนี้ก็เป็นช่วงที่ลุ้นมากๆ เหมือนกัน เพราะว่าการพายเรือทวนน้ำไปตามเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยมาก่อนในช่วงก่อนหน้าหนาวกำลังจะมาถึง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าทาสจะมีว่ายน้ำและต่อสู้ในน้ำแต่ก็ไม่เคยมีใครรู้จักเรือมาก่อน เป็นเรื่องยากและท้าทายที่ต้องอาศัยกำลังใจจริงๆ และเหล่าทาสก็กัดฟันสู้กับทั้งสัตว์ป่า ทั้งเผ่ากินคน ทั้งเส้นทางเดินเรือจนไปถึงเผ่า Changhe ได้จริงๆ ... ถึงแม้จะส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะ Wu Nao ห่วงเหล่าทาสจนทำทุกอย่างที่ทำได้ ทั้งทำพิธีกรรมอวยพรก่อนเดินทาง (ที่อย่าว่าแต่เป็นผู้รับคำอวยพรเลย เหล่าทาสไม่เคยแม้จะเป็นส่วนหนึ่งหรือได้เห็นพิธีกรรมมาก่อน เป็นตลกร้ายที่บอกว่าสถานะทาสจะอยู่ในพิธีกรรมได้ก็ต่อเมื่อเป็นเครื่องสังเวย/บูชายัญเท่านั้น) ทั้งเตรียมเสื้อผ้า อาหาร ยา รวมไปถึงยาพิษและยาชาด้วยซ้ำ แต่กำลังใจของพวกทาสยิ่งใหญ่จริงๆ ตอนที่จะไปถึงหน้าหนาวมาแล้ว ถึงขึ้นที่พยายามพายเรือทวนน้ำท่ามกลางหิมะตก จนไปถึงวันที่น้ำเป็นน้ำแข็งจนต้องทิ้งเรือและเดินเท้าด้วย .. และก็น่าสงสารมากว่า เหล่าทาสคิดว่า Changhe เป็น Super Tribe คนจะรู้จักและหาเผ่าเจอได้ง่าย แต่ตอนที่ถามไประหว่างทางก็ไม่เจอใครเลย จนคิดว่าตัวเองมาผิด หรือไม่ก็ยังไปไม่ถึง ตอนที่หน่วยหน้าเดินไปจนเจอกำแพงน้ำแข็งเผ่าก็ถูกน้ำแข็งกัดในชุดที่ไม่เหมาะกับสภาพกลางหิมะเลย

ถึงจะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง แต่หัวหน้าทาสที่พกจดหมายจาก Wu Nao ก็ทำให้คนในเผ่ารู้ว่าเหล่าทาส 50 คนเป็นคนของ Wu Nao และจะต้องต้อนรับให้ดี พอไปพาทาสที่รออยู่ที่เรือที่เหลือมา ทั้ง 50 คนก็รู้แล้วว่าพวกตัวถูกหลอกมา และ Changhe ไม่ใช่ Super Tribe แต่อย่างใด แต่ว่าถ้าอยู่ในเผ่าที่ไม่ใช่ Super Tribe แต่ได้เป็นพลเมืองเผ่าจากสถานะทาสเดิมก็ถือว่าดีมากแล้ว ไม่นับว่าพวกตัวจะได้หอนอนสะอาดสะอ้านที่มีฟูกให้ และมีเสื้อผ้าให้เปลี่ยน กับอาหารที่มีเนื้อสัตว์อย่างที่ไม่เคยได้กิน .... และในที่ประชุมเผ่า เหล่าทาสทั้งหมดก็กลายเป็นพลเมืองของเผ่าจริงๆ และเมื่อได้รับ “เงิน” ที่อยู่ในรูปเหรียญดินเผาตามสถานะหัวหน้าทีม รองหัวหน้าทีม และลูกทีม ถึงจะไม่รู้ว่ามีค่าอย่างไร แต่เมื่อคนรอบตัวดูตื่นเต้นแกมอิจฉาก็คิดว่าเป็นสิ่งที่มีราคาแน่นอน (และก็รู้ค่าเงินมหาศาลที่ตัวเองได้รับในเวลาต่อมา) และที่น่ารักก็คือ เมื่อหมดฤดูหนาว ทั้ง 50 คนก็เป็นสมาชิกหลักทีมเรือที่จะไปแลกเปลี่ยนค้าขายกับเผ่าอื่น และก็ช่วยใช้ประสบการณ์เดินเรือของพวกตัวมาแก้ไขเรือลำต่อๆ ไปของเผ่าด้วย ... และที่สำคัญ เมื่อเดินทางไปค้ากับเผ่าตัวเองก็เอาเงินที่ได้เป็นรางวัลซื้อครอบครัวตัวเองมาอยู่ด้วยที่เผ่า Changhe ใครที่ไม่มีครอบครัวก็เอาเงินช่วยเพื่อนในทีมไปแทน และจากสถานะทาสก็กลายเป็นนักรบที่มีเกียรติและน่าภูมิใจไปแล้ว

มีเรื่องขำที่กลายเป็นว่าตัว Wu Nuo กับ Bai อยากให้สมาชิกในทีมเรือเป็นบีสต์ด้วย เพราะความสามารถต่อสู้จะดีกว่าคนที่แปลงร่างไม่ได้ แต่กลายเป็นบีสต์ทุกตัวมีอาการเมาเรือหมด จนคนที่เข้าทีมได้ก็เหมือนทาสสงครามเดิมคือเป็นแค่คนอย่างเดียว ... ขนาดลูกชายคนโตหัวหน้าเผ่าที่กระเหี้ยนกระหือรือว่าจะเป็นคนนำทีมไปเจรจาค้าขายยังเมาเรือจนต้องสละให้น้องชายตัวเองที่เป็นคนไปแทน

กับอีกอย่างที่ทัศนคติดีมากก็คือหัวหน้าเผ่า หลายเรื่องจะเจอว่าเป็นพวกหวงอำนาจ ไม่ยอมสละตำแหน่งให้ใคร แต่ว่าเรื่องนี้หัวหน้าเผ่าลงจากอำนาจให้ Bai ขึ้นมาเร็วมาก และถึงแม้จะมีส่วนช่วยงานเผ่า แต่ตอนที่ต้องกลับมาดูแลเผ่าช่วงที่ Bai เดินทางออกไปกับ Wu Nuo ก็นั่งรอให้สองคนกลับมาไวๆ จะได้ไม่ต้องรับภาระหนักเหมือนเดิม ... อย่าง Da Wu
 ก็เป็นที่คิดว่าถ้าให้ Wu Nuo คอยจัดการงานในเผ่า ตัวเองก็จะได้มีเวลาพักบ้าง ไม่มีใครหวงอำนาจ (ภาระ) เลยแม้แต่คนเดียว

ชอบการแบ่งเวลาที่เขียนดีมาก เพราะหลายเรื่องจะเล่าเรื่องเริ่มสร้างเผ่านาน แล้วพอเผ่าเจริญแล้วก็จะมีช่วงที่เร่งๆ ชนิด 1-2 บทก่อนจบ แต่เรื่องนี้ปูมาก่อนนานมาก เพราะอยากให้เห็นว่าหลังจากนั้น ช่วงที่เริ่มยิ่งใหญ่ เผ่า Changhe กลายเป็น super tribe และกลายเป็นเมืองได้อย่างไร เลยชอบที่ได้อ่านด้วยความเร็วปกติ แทนที่จะต้องเร่งจบด้วย กับชอบเชิงการเมืองตอนสู้กับเผ่าอื่นมากเหมือนกัน ทุกอย่างงัดมาใช้หมดจริงๆ และแมว (พร้อมด้วยทีมงานอันประกอบด้วยคนเลี้ยงแมวอย่าง Wu Nuo และ Da Wu และสมาชิกอื่นๆ) ก็ร้ายใช้สมองน่ากลัวมาก ความเป็นเสือมีปีกของแมวสยบได้ทุกอย่างทุกคนจริงๆ 
 
อยากจะสรุปเรื่องว่า "การพึ่งพากันและกันระหว่างเหมียวยักษ์เอาแต่ใจ กับพ่อค้าเร่ (?) หมอผีประจำเผ่าที่เหมือนญาติผู้ใหญ่ และลูกชายไดโนเสาร์ ที่มีความเข้าใจผิดตีความไปเอง และระบบหน้าเลือดเป็นองค์ประกอบ" มาก ก็อย่างที่รู้กันว่าให้ A++  นั่นเอง เสียดายคนเขียนหายไปแล้ว ไม่งั้นก็พร้อมจะตามไปทุกเรื่องเหมือนกันนะคะ 



ปล.
1.
ชอบความแข็งแกร่งของแมวมาก อย่างเวลาสัตว์อพยพจะไม่มีใครกล้าสู้กับไดโนเสาร์ตัวใหญ่ ถ้าจะสู้ก็ต้องมีทีมล่าสัตว์ขนาดใหญ่ และก็ไม่รับประกันว่าจะไม่ถูกฆ่าตาย แต่แมวตะปบที ไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ก็ขาดใจตายได้แล้ว ซึ่งก็เป็นประโยชน์มากทั้งในแง่ที่กำจัดภัยคุกคามได้ และแง่หาอาหารให้เผ่าได้อย่างรวดเร็ว แต่ว่าในแง่หนึ่ง แมวก็ใช้พลังงานเปลืองมากเช่นกัน ช่วงที่แมวแปลงร่างใหม่ๆ และต้องใช้พลังเต็มที่เพราะยังเก็บพลังไม่เป็น แป๊บๆ ก็ต้องลงมาล่าอะไรกินแล้ว และกินถึงขั้นที่กินวัวกินกวางไปเกือบสิบตัว และจับตัวสุดท้ายไปกินกับ Wu Nuo โดยให้อีกฝ่ายทำอาหารอร่อยๆ ให้เพื่อปิดมื้ออาหารก็บ่อย

ตอนที่ขึ้นเป็นหัวหน้าเผ่า แมวต้องรักษาภาพพจน์ก็เลยอยู่ในร่างลูกแมวอีกไม่ได้ หน้านิ่งอยู่กับคนในเผ่า แต่จริงๆ ในใจกำลังสลดว่าเป็นแมวไปอ้อน Wu Nuo ไม่ได้


2.
ระบบเรื่องนี้เลวร้ายไม่เป็นมิตรมาก เวลาเปิดระดับ เปิดฟังค์ชั่นทั้งหลายก็จะคิดค่าเปิดมหาศาลโดยที่ไม่มีการเตือนกันล่วงหน้าด้วย แต้มที่มีอยู่น้อยนิดก็หายไปเพราะการเปิดเนี่ยแหละ เปิดได้ แต่ทำอะไรไม่ได้ ต้องเริ่มเก็บสะสมแต้มอย่างเลือดตากระเด็นไปใหม่อีกรอบ แถมถ้าจะมีการกู้ยืมแต้มอะไรใดๆ จากระบบ ดอกเบี้ยก็แพงมาก โหดมากอีก แถมยังเป็นรายวัน ทุกอย่างเก็บเงิน ทุกอย่างเป็นเงิน จะแลกของออกจากค่าของแล้วก็ยังมีค่าแลกตามราคาของอีก แล้วก็ถ้าจะถามอะไร ก็จะตอบมาอย่างเย็นชา ว่าระดับไม่พอด้วย 


3.
ตอนแรกที่ระบบบอกว่าให้เลี้ยงดูไข่ไดโนเสาร์ที่ได้มาจนโตเป็นเวลา 15 ปี คิดว่าเป็นสัตว์เลี้ยง แต่กลายเป็นลูกชายไดโนเสาร์ไปแล้ว น่ารักที่ Kara ชอบกินแยมผลไม้มาก และก็จะขโมยแยมในครัวตลอด จะทำอะไรก็ขอรางวัลตอบแทนเป็นแยมหนึ่งช้อนพูนๆ โตๆ จน Wu Nuo กับ Bai ก็ไม่เข้าใจว่าความบ้าหมกมุ่นกับแยมมาจากไหน แล้วด้วยความที่เป็นสายพันธุ์โตช้า พอเข้าเรียน เรียนจบก็ยังไม่โตสักที อยู่ในร่างเด็กต่อไป ขณะที่เพื่อนโตหมด และออกไปทำงานทั้งในเผ่านอกเผ่าแล้ว พอสลดอยู่ในบ้านว่าไม่มีอะไรทำ ก็เลยถูก Wu Nuo กับ Bai ลากมาเป็นเลขาช่วยทำงาน แต่เพราะอยู่กับพ่อทั้งสองคนไม่ต้องเสียเงินค่าบ้านค่าอาหาร พอเก็บเงินได้มากพอ ก็ไปหาโรงงานจ้างคนมากะทำแยมกินเองให้หนำใจ แต่ว่าสุดท้ายทำมาเยอะมากไป กินเท่าไหร่ก็กินไม่หมด เลยฝากพ่อไปขายในร้านค้า กลายเป็นว่าเพราะ Kara เรื่องมาก กะทำแยมผลไม้กินเอง ต้องของดี รสชาติอร่อย สุดท้ายก็กลายเป็นของฮิตที่ใครมาก็ต้องซื้อไปกิน

กับมีประเด็นที่จริงๆ แล้ว Kara เป็นไข่ไดโนเสาร์ที่อยู่ในเผ่าอื่นมาก่อน และเพราะเลือดและการมีตัวไดโนเสาร์นี้จะทำให้เกิดความเจริญก้าวหน้าของเผ่า เผ่าพันธุ์ของ Kara ก็ถูกล่าและทุกข์ทรมานจากเผ่าที่รู้เรื่องจนเหลือแค่ไข่ของ Kara ใบเดียว ที่เหลือสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว แต่เพราะมีไดโนเสาร์บินไปลักเอาไข่ Kara มา พอมาอยู่ในเผ่า Kara ในช่วงแรกก็เหมือนสัตว์เลี้ยงรู้ประสาของหัวหน้าเผ่าที่ใครๆ ก็เอ็นดูเพราะฉลาด รู้ความ พอได้ร่างคนมาก็กลายเป็นลูกชายคนเดียวของหัวหน้าเผ่าไป อยู่และเติบโตอย่างสบายใจ และเล่นมีความสุขตลอดเวลาวัยเด็กที่ยาวนานไปแทน


4.
ชอบเรื่องคุณเพื่อน Shi Hu กับ Lu ด้วย .... คู่นี้ก็เหมือนไปด้วยกันเรื่อยๆ ดี เพราะ Shi Hu ช่วย Lu มาจากนายทาสเดิมในเผ่าอื่น และพอ Lu ช่วยเลี้ยงลูกให้ในตอนหลังก็เหมือนอยู่ด้วยกันไปเลย 


5.
อื่นๆ นึกไม่ออกแล้ว นึกออกก็คงเขียนไม่จบ
.
.
นึกออกล่ะ แมวที่ตื่นเต้นได้ดื่มเหล้าน่ารักดี 


________________________________________

ทวิตเตอร์ : @mgk993  #mereadingg

Friday, 20 May 2022

穿到鸟部落后想种田 // I Want to Farm After Crossing to The Bird Tribe

ติดแนว infra + farming โลกบีสต์ออกมาไม่ได้เช่นเดิม! ก็ได้มาจากการเสิร์ชตามหมวดจิ้นเจียงเช่นเคย //อยากเขียนกรีดร้อง แต่รู้ตัวอีกทีเขียนจริงจังมากไปแล้ว เวอร์ชั่นกรีดในทวิตน่าจะดีกว่า กับยาวเว่อร์อีกแล้ว เก็บช่วงกรีดเล็กๆ น้อยๆ ไปอยู่ใน ปล. แล้วกัน



คนเขียน: 月寂烟雨

แนว: โลกบีสต์, ทำฟาร์ม, ก่อสร้าง

ความสัมพันธ์: นักบวช X คนประหลาดในเผ่า (?)

จำนวนตอน: 184 ตอน ( 173 ตอนหลัก  + 11 ตอนพิเศษ) 

ปี: 2021-22

Bai Wu รู้สึกตัวอยู่ในโลกบีสต์ และได้ความทรงจำชาติที่แล้วที่เป็นคนยุคปัจจุบันมา และเมื่อมาอยู่ในโลกบีสต์ เผ่านกของตัวเอง ก็รู้สึกว่าสภาพความเป็นอยู่ตอนนี้ด้อยมาตรฐานเมื่อเทียบกับชาติก่อน และดังนั้นก็เลยอยากจะเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของตัวเองและครอบครัวให้ดีขึ้น

เริ่มแรกจากที่ในบ้านทำอาหารแล้วกินไม่ลง ก็เลยคิดว่าจะต้องเริ่มจากหาวัตถุดิบมาทำอาหาร และปรุงให้ได้รสชาติแบบที่ตัวเองพึงใจก่อน ก่อนจะตามมาด้วยการสร้างบ้าน แทนที่จะอยู่ในรังที่เป็นกึ่งๆ กองหินเรียงแล้วมีต้นหญ้าและเศษไม้มาคลุมหลังคาอย่างเดิม ยิ่งพอฝนตกหนักแล้วน้ำรั่ว ความมุ่งมั่นอยากสร้างบ้านดีๆ ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

โดยที่โลกบีสต์นี้มีบีสต์ที่แข็งแรง และครึ่งบีสต์ที่อ่อนแอ และบอบบางกว่า แทนที่จะเป็นเพศหญิงตามปกติ และทั้งสองเพศก็แปลงร่างเป็นสัตว์ได้ มีทั้งร่างคน และร่างสัตว์ตามเผ่าตัวเอง และในครอบครัวของ Bai Wu ก็มี Mo พ่อที่เป็นบีสต์แข็งแกร่ง ไม่ค่อยพูด แต่ว่าจริงจัง และรักครอบครัว Chuan พ่อเล็ก (ไม่รู้จะเรียกอย่างไร ขอแปลเองจากคำจีนบวกบริบทแล้วกัน) ที่อ่อนโยน ใจเย็น และพี่ชาย An ที่ร่าเริง เป็นมิตร เป็นครอบครัวหนึ่งบีสต์และสามครึ่งบีสต์ที่อยู่ด้วยกันอย่างรักใคร่ อบอุ่น

การที่ Bai Wu ลุกขึ้นมาปฎิวัติทุกอย่างตอนแรกก็ถูกครอบครัวสงสัยพอควร แต่ด้วยความที่ตามใจลูกคนเล็กที่อ่อนแอมาตลอด ทุกคนก็ยอมตามใจ และการทำอาหารครั้งแรกก็จบลงที่อาหารอร่อยที่ทุกคนในครอบครัวชื่นชอบ ... ถึงขนาดที่เวลาทำอาหารแต่ละที พ่อ Mo ก็จะให้ลูกชายทำอาหารเผื่อนักบวชในเผ่าอย่าง Nan Yao และบินเอาไปให้ด้วยความภาคภูมิอีกด้วย

และเมื่อในครอบครัวตามใจลูก (และน้อง) และตัว Bai Wu ทำอาหารออกมาได้ดี คำขอที่ดูเอาแต่ใจแต่ละอย่างของ Bai Wu ก็ได้รับความเห็นชอบจากคนในครอบครัวเหมือนกัน แม้จะไม่เข้าใจลูกและน้องตัวเองก็ตามที ไม่ว่าจะเป็นการเก็บพืชรสฉุนจัดจนไม่มีใครกินอย่างต้นหอมมาเสียบปลูกไว้เป็นเครื่องปรุงทำกับข้าวที่ข้างบ้าน การขอเลี้ยงแกะที่จับมาเป็นอาหาร รวมไปถึงการขอร้องให้ได้สิทธิการเผาจานชามจากเตาเผาของเผ่าเร็วขึ้น และเป็นการปั้นจาน ชาม ไหจำนวนมากอีก และแม้แต่การที่เจ้าตัวเอาเถาวัลย์และกิ่งไม้มาสานเพื่อไปดักจับปลามาเป็นอาหารในแต่ละวัน เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ตัว Bai Wu สรรหาเมนูอาหารแปลกใหม่มาทำเลี้ยงคนในครอบครัวทุกวัน และกว่าจะรู้ตัว มาตรฐานอาหารของบ้านก็แซงหน้าคนอื่นๆ ในเผ่าไปแล้ว

ต่อมา ด้วยความที่ฝนตกทำให้น้ำรั่วจนรังเปียกนอนไม่ได้ ตัว Bai Wu ก็อยากสร้างบ้านขึ้นมาแทนรัง แต่อธิบายบ้านไปก็ไม่มีใครเข้าใจ แถมครอบครัวยังคิดไปว่าอยากสร้างบ้านเพราะมีมีบีสต์ที่ชอบแล้วอยากแยกไปอยู่ด้วยอีกต่างหาก ... เจ้าตัวก็เลยตัดสินใจสร้างบ้านคนเดียวไม่พึ่งครอบครัว 

แต่เพราะแนวคิดแปลกๆ ที่ต่างจากคนในเผ่าก็เลยทำให้ Nan Yao นักบวชที่คอยดูแลคนในเผ่าคอยจับตามอง เพราะไม่แน่ใจว่าความคิดแปลกประหลาดของครึ่งบีสต์อย่าง Bai Wu จะเป็นอันตรายกับคนในเผ่าหรือไม่ แต่เพราะความคิดแหวกแนวนี้ก็ทำให้ตัว Nan Yao อยากรู้ และสนใจตัวสิ่งประดิษฐ์แปลกใหม่ เริ่มตั้งแต่การใช้ไฟเผาหินริมแม่น้ำให้แตกเป็นก้อนเล็กๆ เพื่อเอามาสร้างบ้านแทนที่จะต้องทุบหินให้แตกอย่างปกติ การเอาทรายมาผสมกับวัตถุหลายๆ อย่างเพื่อสร้าง “กระจก” และกว่าจะรู้ตัว ตัวเองก็มาสังเกตการณ์ และจบที่ลงมือช่วยด้วยอีกแรง จนบ้านที่ Bai Wu สร้างก็เป็นฝีมือของ Nan Yao เกินครึ่งเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อความสามารถทางกายภาพของบีสต์ดีกว่าครึ่งบีสต์บวกกับมือไม้ที่แคล่วคล่องของเจ้าตัว 

ระหว่างนี้ การปลูกผักในพื้นที่รอบๆ ก็มี Nan Yao มาช่วยเช่นเดียวกัน ถึงขั้นที่ว่าหลายอย่างที่ Bai Wu ต้องทำทั้งวันหรือหลายวัน เสร็จลงภายในครึ่งวันและวันเดียวด้วยการช่วยเหลือของ Nan Yao เสมอ 

คนในครอบครัวของ Bai Wu ง่วนอยู่กับการล่าสัตว์ และหาของป่า และเมื่อบอกว่าจะมาช่วย Bai Wu สร้างบ้าน ก็พบว่าบ้านเสร็จแล้ว ... และ Bai Wu ก็ให้ทุกคนย้ายมาอยู่ด้วยกัน 

.

.

.

หลักๆ ช่วงแรกๆ ก็เป็นอย่างนี้ เพราะ Bai Wu รู้สึกแปลกแยกจากคนในเผ่า การย้ายออกมาสร้างบ้านไกลออกไปอยู่บนเนินเขา ก็ทำให้เป็นอิสระจากการติดต่อยุ่งเกี่ยวกับคนในเผ่า (ต้องใช้เวลา 40 นาทีในการบินเดินทาง) แต่ว่าก็กลายเป็นเพื่อนบ้านกับ Nan Yao ไปแทน เพราะท่านนักบวชอาศัยอยู่ติดกันบนยอดเขาสูงขึ้นไป 

จริงๆ ชอบเรื่องมากอย่างหนึ่งก็เพราะ ปกติถ้าเป็นแนวบีสต์ทำฟาร์ม ตัวเอกมักจะเป็นสถานะกึ่งนักบวชหรือนักบวช ขณะที่พระเอกจะเป็นหัวหน้าเผ่าหรือนักรบประจำเผ่าตลอด พอมาเจอนักบวชเป็นพระเอกก็รู้สึกแปลกใหม่มาก โดยเฉพาะเมื่อคิดสภาพนักบวชหรือหมอผีประจำเผ่าที่จะอายุมาก คร่ำครึ ... แต่ว่าตัว Nan Yao ตรงกันข้าม เปิดมา คุณพี่นักบวชเหมือนหมอผีประจำเผ่าทั่วไปที่มีความรู้ทางการแพทย์และพืชสมุนไพร และมีคนในเผ่านับถือเลื่อมใส แต่นอกเหนือจากนั้นแล้ว เหมือน Nan Yao อยู่ในสถานะผู้นำทางจิตวิญญาณและที่ปรึกษาด้านวิชาการของเผ่าด้วย และไม่ใช่แค่เผ่านกของ Bai Wu แต่ว่าเป็นเผ่านกหลักทั้ง 9 เผ่าในพื้นที่รอบๆ ตอนที่บรรยายว่านั่งบดสมุนไพรทำยา หรือต้มยาไม่ค่อยแปลกเท่าไหร่ แต่มีลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยให้กับเผ่านกทั้งหลายด้วยนี่สิ .... ตรงที่บรรยายว่าบินมาเจอ Nan Yao สู้กับจระเข้ด้วยมือเปล่าในร่างคน และฉีกจระเข้เป็นชิ้นได้น่าเกรงขามมาก ยิ่งอ่านไปยิ่งเจอว่าเป็นทั้งบีสต์และนักรบที่แข้งแกร่งที่สุดในเก้าเผ่านกอีก (...)

เปิดมา ตัว Nan Yao ก็เป็นผู้ใหญ่ และมีความน่าเชื่อถือ เลื่อมใส ถึงขั้นที่พ่อ Mo ที่เป็นนักรบแกร่งแข็งและเก่งกาจพอที่จะชิงตำแหน่งหัวหน้าเผ่าได้ยังนับถือและให้ความเคารพอย่างมาก และเมื่ออยู่กับ Bai Wu ช่วงแรก ความสูงส่งจับต้องไม่ได้ และการนิ่งเฉย สงบเย็นก็เป็นภาพลักษณ์ประจำตัว Nan Yao เหมือนกัน ... การติดต่อมีปฎิสัมพันธ์กับ Nan Yao ทำให้ตัว Bai Wu  ต้องแข็งเกร็งและกังวลใจเสมอ แต่เพราะ Bai Wu สนใจอยากตามหาอาหารและวัตถุดิบแปลกๆ ความรอบรู้และเข้าใจสภาพแวดล้อมและพืชสัตว์ในพื้นที่ก็ทำให้ Nan Yao เป็นตัวเลือกที่ดีที่จะช่วย Bai Wu ให้ได้ของตามที่ต้องการ โดยที่ตัว Bai Wu ได้พืชอย่างที่ตัวเองอยากได้ และ Nan Yao ก็ได้รู้จักคุณสมบัติของวัตถุดิบที่ Bai Wu รู้จักเหมือนกัน 

หากเมื่ออยู่ด้วยกันเรื่อยๆ สองคนก็เหมือนเป็นคู่หูหาอาหาร หาของ คนนึงเอาทรัพยากร/แหล่งทรัพยากรมาให้ อีกคนก็แปลงร่างทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ ทั้งเป็นอาหาร ทั้งเป็นของใช้ เป็นการเติมเต็มกันโดยที่ Bai Wu รู้สึกว่าตัวเองสามารถจะพูดคุยทุกเรื่องทุกอย่างกับ Nan Yao ได้ ไม่ว่าจะทำอะไร Nan Yao ก็เข้าใจและพูดภาษาเดียวกับตัวเอง และตัว Nan Yao ก็มีเพื่อนคิดและมองเห็นสิ่งที่ต่างออกไปเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อ Bai Wu เป็นคนเดียวที่เข้าหา Nan Yao ที่เป็น Nan Yao และไม่กลัวสถานะนักบวชสูงส่งของ Nan Yao ที่ทำให้เจ้าตัวต้องโดดเดี่ยวมาตลอดเลย ... จากที่เกรงใจท่านนักบวชที่อาสาคอยเป็นแรงงานให้ ตอนนี้คือออกปากใช้งานเป็นธรรมชาติแล้ว อย่างพอได้รากบัวมาก็ใช้ให้ Nan Yao ไปขุดดินสร้างบ่อบัวและให้ผันน้ำมาเป็นบ่อบัวอีก

และนั่นก็ทำให้การหวงคนของ Nan Yao เกิดขึ้นมาภายหน้าหน้านิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ ชัดที่สุดก็ตอนที่บ้านเสร็จแล้ว บ้าน Bai Wu เลี้ยงคนทั้งเผ่าเพื่อขอบคุณที่คอยช่วยเหลือ และพอมีบีสต์ดึง Bai Wu ออกไปเต้นรำ และมีเสียงร้องชื่นชมจากบีสต์โต๊ะข้างๆ ว่า Bai Wu น่ารัก Nan Yao ที่ได้ยินไม่ว่าอะไร แต่ตะโกนเรียก Bai Wu มาหา แล้วพอคุยกันบอกว่าจะชวนไปเก็บของป่าอีก Bai Wu ที่กำลังตื่นเต้นดีใจก็นั่งลงคุยกับ Nan Yao อย่างจริงจัง .. อยู่ในโลกสองคนถึงขั้นที่หัวหน้าเผ่าที่นั่งอยู่ข้างๆ และพยายามชวนสองคนนี้คุยด้วยแทรกเข้ามาไม่ได้เลย

แน่ชัดว่าทุกครั้งที่ Bai Wu จะออกไปเก็บของป่ากับคนอื่นในช่วงหลัง ตัว Nan Yao ที่รู้ก็จะบอกว่าตัวเองมีทำเลที่ดีกว่า และตัว Bai Wu ก็จะเก็บได้คนเดียวโดยไม่ต้องแย่งกับเหล่าครึ่งบีสต์อื่นที่ไปด้วย หรือไม่ก็หลอกล่อหาของและกิจกรรมที่น่าสนใจกว่ามา และสุดท้าย Bai Wu ก็บินไปไหนมาไหนกับ Nan Yao สองคนตลอดเหมือนกัน 

หรือว่าตอนงานเทศกาล Bai Wu ที่ถูกพี่ชายและเพื่อนพี่ชายจับแต่งตัวเต็มยศก็มีคนเข้ามาคุยด้วยตลอด และพอถูก Nan Yao ช่วยออกไปได้ และชมว่าแต่งตัวแบบนี้เหมาะดี (ในแง่ว่าอยากให้แต่งอีก) พอ Bai Wu บ่นว่าอึดอัด และมีแต่คนเดินเข้ามา Nan Yao ก็กลับลำแล้วบอกว่างั้นอยากถอดเครื่องประทับทั้งหลายออกไหม เดี๋ยวจะช่วย ... ไม่นับว่านัดแนะตอนจะกลับบ้านว่าให้กลับด้วยกัน และปฎิเสธเสียงเย็นชากับบีสต์ที่อาสาไปส่ง Bai Wu ที่บ้านอีก 

ทั้งไปเก็บของป่าด้วยกัน ทั้งช่วยกันทำไร่ และรับส่งกันขนาดนี้ พี่ชายก็สังเกตเห็น และเข้าใจไปแล้วว่าสองคนนี้ชอบพอกัน (ถึงแม้ว่าตอนนั้นความรู้สึกยังไม่สุกงอมก็ตามที) และก็น่ารักที่พอ Bai Wu ขอครอบครัวว่าจะเดินทางไปเผ่านกอื่นกับ Nan Yao เพื่อสำรวจและหาของป่าเป็นเวลาหลายวัน พ่อก็ออกปากห้าม ด้วยเหตุผลว่าไม่อยากให้ไปรบกวนท่านนักบวช แม้ว่าพ่อเล็กจะบอกว่าถ้าอย่างนั้นจะห้ามสองคนนี้คบหากันเหรอ? กลายเป็นว่าทุกคนยกเว้นพ่อ Mo เห็นและเข้าใจ ... และสุดท้ายก็กลายเป็นว่าตัวพ่อที่มองท่านนักบวชอย่างเคารพมาตลอดไม่เคยคิดเลยว่า Nan Yao จะมาชอบลูกตัวเอง กว่าจะรู้ว่ามิตรภาพของสองคนเปลี่ยนไปเป็นความรักก็อีกนาน  

ซึ่งสองคนก็ความรู้สึกช้าด้วยเหมือนกัน (อย่างน้อยก็กับตัว Bai Wu) เพราะไม่ได้มองว่าสัมพันธภาพของตัวเองและ Nan Yao จะไปในทางคนรักเลย รู้แต่ว่าพอมีคนบาดเจ็บมารักษาที่บ้าน Nan Yao ก็รู้สึกอึดอัดว่าไม่ได้อยู่กับ Nan Yao สองคนแล้ว แต่มีคนอื่นมาอยู่ด้วย และพอ Nan Yao หายไปเพื่อเอาคนเจ็บเผ่าอื่นไปส่งคืน เจ้าตัวก็คิดถึง Nan Yao อยู่ตลอดด้วย และพอ Nan Yao กลับมาสิ่งแรกที่ทำก็คือพุ่งไปหา Bai Wu ที่พูดออกมาว่าคิดถึง และ Nan Yao ก็บอกว่ารู้สึกแบบเดียวกัน และที่รีบเอาสองคนไปส่งคืนเผ่าก็เพื่อจะได้อยู่กับ Bai Wu สบายๆ กันสองคนต่อ 

ไม่นับว่าตอนเอาอาหารไปให้ Nan Yao ที่บ้านตอนมีคนบาดเจ็บมารักษาตัวอยู่ด้วย พอ Bai Wu เอาอาหารไปเลี้ยงคนอื่นด้วย ตัว Nan Yao ก็หงุดหงิดอยากอาละวาด แต่พออีกคนมากระซิบว่าใส่เนื้อเค็มตากแห้งให้เป็นพิเศษนะ และใส่ชีสให้เยอะมาก คุณพี่ที่เหลือบไปมองอาหารในจานบีสต์แล้วกลับมามองเนื้อชิ้นยักษ์ในจานตัวเองก็หายโมโหไปได้ ตรงที่คิดว่าอาหารของคนอื่นเป็นแค่ lower-end versionใจร้ายมาก

ชอบที่สองคนรักกันเพราะเริ่มจากเพื่อนและรู้จักเข้าใจอีกคนก่อน เป็นการเติมเต็มกันและกัน ท่านนักบวชตำแหน่งสูงส่งไม่มีใครกล้าเข้าหา อีกคนก็เป็นครึ่งบีสต์ความคิดแปลก และแปลกแยกจากเผ่า พอสองคนมาอยู่ด้วยกันก็รู้ใจเข้าใจกันมากขึ้นเรื่อยๆ พึ่งพากันและยึดติดอีกฝ่าย เหมือนคบหากันแล้วโดยที่ต่างคนต่างไม่รู้ตัว น่ารักมากตอนที่ Bai Wu เมาแล้วเล่าเรื่องตัวเองให้อีกคนฟังทั้งหมด และสารภาพว่ามีความทรงจำที่เคยอาศัยอยู่โลกอื่น แล้วก็ถามว่าตัว Nan Yao มีความลับอะไรมาบอกบ้างไหม พอ Nan Yao บอกว่านักบวชมีคู่ได้นะ (บอกเป็นนัยมากพี่) Bai Wu ก็ถามกลับว่าถ้าอยู่ด้วยกันแล้วปิดกั้นโอกาส Nan Yao จากคนที่มาชอบหรือเปล่า ซึ่งคุณพี่ก็ตอบไปว่า "Besides you, who else can I be a partner with?" Nan Yao glanced at him, "I guess in all my heart, you are my backup partner." ชัดมากว่าไม่ต้องการใครอีกแล้ว แค่ Bai Wu เพียงคนเดียว

หลังจากนั้น Bai Wu ก็คิดหนัก พอคิดว่าถ้าอยู่ด้วยกัน ตัว Bai Wu จะทำให้ Nan Yao ถูกคนอื่นมองไม่ดีหรือเปล่า โดยเฉพาะเมื่อมีคนมาชอบ Nan Yao ก็ตั้งมาก หาก Nan Yao ก็ตอบไปว่า ไม่มีใครที่ชอบตัวเองจริงๆ ทุกคนหลงรักนักบวชที่แต่ละคนคิดว่าเป็น มีแค่ตัวเอกคนเดียวที่รัก Nan Yao ไม่ใช่นักบวช ตรงนี้น่ารักมากกก

ตอนเปิดตัวก็น่ารักเหมือนกัน เพราะว่าสองคนไม่มีใครอยากพูดอะไรเองให้คนอื่นรู้ An ก็เลยอาสาเป็นคนกระจายข่าวกลายๆ ผ่านผองเพื่อนที่มี และข่าวที่ว่าท่านนักบวชกำลังมีความรักแพร่สะบัดไปทั่วเผ่านกทั้ง 9 เผ่าก็ไปเร็วมาก และไกลมาก ถึงขั้นออกไปนอกเผ่านก ไปถึงเผ่าอื่นอื่นอย่างเผ่าสิงโตด้วยแล้ว ซึ่งมีทั้งหลายคนที่ไม่รู้ แล้วก็มีหลายคนที่คิดว่าว่าแล้ว ชัดเจนกันขนาดนี้มาตลอด

พอเปิดตัวแน่นอนว่าคนที่มีปฎิกิริยาที่สุดก็คือพ่อสองคน แต่ตอนค่อยๆ ปรับตัวว่าไม่ใช่ท่านนักบวชผู้สูงส่งแต่ว่าเป็นคนรักลูกชาย และกลายเป็นสมาชิกในครอบครัวน่ารักดี ...แต่สงสารพ่อ Mo นิดนึงที่เหงาว่าถึงเวลาจัดการกับปลาตัวใหญ่ ปกติพ่อ Mo เป็นคนลงมือจัดการ ลูกไม่เรียกให้ไปช่วยแล้ว ให้คนรักทำให้แทน ก็ต้องปรับตัวเข้าหากันไป ตอนที่ Bai Wu แตกตื่นว่า Nan Yao ขานเรียกพ่อ Chuan ตัวเองว่าพ่อเต็มปากเต็มคำน่ารักมาก เพราะพอคิดว่าคนในเผ่าจะได้ยิน Nan Yao เปลี่ยนคำเรียกไปแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าทำหน้าอย่างไรเหมือนกัน แต่คิดอีกแง่คือจากแรงงานเถื่อนหลบๆ ซ่อนๆ ที่ถ้าพ่อรู้จะถูกตำหนิว่าทำไมกล้าใช้งานท่านนักบวชก็กลายเป็นว่าท่านนักบวชกลายเป็นแรงงานชอบธรรมและถูกกฎหมายไปแล้ว มีอะไรก็ยุ่งวุ่นวายกันสองคน (หรือบางทีก็รวมพี่ และทั้งครอบครัว) ชัดว่า Nan Yao ช่างเป็นแรงงานชั้นดีที่ทำงานเร็ว และแรงเยอะ ให้ทำอะไรก็ทำได้ 

อยู่กันสองคนทำโน่นทำนี่กันตลอดเวลาจริงๆ  เห็นดอกกุหลาบป่าก็ไปเก็บดอกไม้มากะมาสกัดเอาน้ำมันไปทำสบู่หอมแล้ว พอคนในบ้านกลับมา คำแรกที่ทักก็คือ ประดิษฐ์อะไรกันอีกแล้ว คือสองคนนี่อยู่ว่างไม่ได้เลย ต้องมีอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ มาทดลองกันตลอด Bai Wu คิด ท่านนักบวชก็ตามใจทำจริงจังไปด้วยกันทุกครั้งไป พอบอกว่าทำสบู่เหมือนเดิม แต่อัพเกรดขึ้นมาเพื่อดูดเงินพ่อค้าเร่เผ่าหงส์ กะทำเป็นสีสันสวยงาม เทพิมพ์แกะสลักรูปดอกกุหลาบ แล้วก็มีกล่องไม้ลายกุหลาบให้ด้วย ไม่นับกล่องลายใบไม้ และลายลูกแกะสำหรับสบู่กลิ่นอื่นอีก ก็ถูกพ่อ Chuan ทักว่าไม่รู้ล่ะว่าฝั่งนั้นเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ก็คือคงดูดเงินจากกระเป๋าคนในเผ่ากันเองก่อนแน่นอน ... ซึ่งก็จริง สบู่ฮิตมาก ไม่ต้องไปไหน แค่กับใน 9 เผ่าก่อน ทุกคนเอาทุกอย่างที่มีในบ้านมาแลกแล้วนะ ครอบครัวนี้ล่ำซ่ำขึ้นเรื่อยๆ เลย ยิ่งหลังๆ ถึงขั้นเปิดร้านขายของในเผ่าอีก

แต่จริงๆ ที่สองคนเข้าคู่กันได้อีกอย่างก็คือขยันมากทั้งคู่ ไม่คิดจะหยุดพักกันเลย คนนึงมีงานในมืออีกคนก็มาช่วยทำ ไม่ใช่แค่สักแต่ว่าเสร็จแต่ว่าช่วยคิดช่วยแก้ไขปัญหาให้ด้วย เป็นคู่รักจอมขยันและวิชาการจริงๆ อย่างออกไปแต่เช้าขุดมันฝรั่งทั้งไร่กลับมา พอ Bai Wu บอกว่าให้ทุกคนพัก จะเข้าครัวไปทำอาหารมาเลี้ยงทั้งครอบครัว Nan Yao ก็เดินตามเข้าครัวไปช่วย กลายเป็นว่าช่วยกันคิดทำโน่นนี่นั่นตลอดเวลา ได้ของอะไรมาใหม่ก็หาวิธีใช้ประโยชน์ หรือมีปัญหาก็พยายามหาเครื่องมือมาอำนวยความสะดวก พอเห็นสองคนสุมหัวกัน ตอนแรกในบ้านก็จะถามว่า คิดจะทำอะไรอีกแล้วเหรอ แต่พอนานๆ ไป ก็กลายเป็นคนเผ่านกทั้งหลายก็รู้ แล้วก็ถามแบบเดียวกันว่า ประดิษฐ์อะไรใหม่อีกแล้วเหรอ และก็กลายเป็นว่าไม่ถามเฉยๆ แต่เสนอตัวอย่างออกนอกหน้าที่จะมาช่วยงาน ไม่ว่าจะทั้งในรูปแบบแรงงาน หรือสิ่งของ โดยไม่สนใจว่าจะทำอะไรกัน เพราะเชื่อว่าสิ่งที่ทั้งสองคนทำต้องเป็นของดีแน่นอน และการออกตัวช่วยงานก่อนก็ทำให้ได้ความรู้นั้นก่อนใคร

ชอบเรื่องนี้มากอีกอย่างที่ทุกคนมีทัศนคติดีบวกมาก เพราะว่าตัว Bai Wu อยากได้อาหารอร่อย อยู่สบาย และมีความมั่นคงทางอาหาร นอกจากจะไม่ต้องหวาดกลัวว่าจะต้องอดในหน้าหนาว ก็อยากกินอาหารอย่างที่เคยกินในโลกปัจจุบัน และนั่นก็ทำให้เจ้าตัวมุ่งมั่นที่จะตามล่าหาพันธุ์พืชทั้งหลายมาปลูกในพื้นที่ตัวเองและเอามาทำเครื่องปรุงและทำอาหารอย่างที่อยากกิน ก็เลยเป็นว่าทั้งครอบครัว (และ Nan Yao) ก็ต้องมาง่วนช่วย Bai Wu ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ และทำงานอื่นๆ ตามที่ Bai Wu จะคิดได้ด้วย และตัว Bai Wu ก็รู้สึกผิดที่ทำให้ทุกคนต้องมาเหนื่อยกับตัวเอง ทั้งที่ตามมาตรฐานโลกบีสต์แค่ล่าสัตว์หรือเก็บของป่าวันละสองสามชั่วโมงก็พอแล้ว แต่บ้านนี้เวลาที่จะพักผ่อนสบายๆ กลับต้องมาทำงานหนัก แต่พอบอกกับพี่ชายว่าทำให้ทุกคนต้องมาทำงานหนัก ตัวพี่ก็บอกว่า “แล้วบ้านอื่นมีกินแบบบ้านเราไหม ถึงจะทำงานหนักกว่าคนอื่น เราก็กินดีกว่าคนอื่นมาตลอด” ซึ่งตอนนั้น บ้านนี้ก็เป็นบ้านเดียวจากทั้งเผ่าที่มีนมแกะกิน กลายเป็นของฟุ่มเฟือยที่แม้แต่เพื่อนๆ ของ An ก็ยังติดใจ ไม่นับอาหารพิเศษอื่นๆ ทั้งที่เป็นอาหารมื้อหลัก และอาหารมื้อย่อยอีก ทั้งทำชีส โยเกิร์ต เค้กไข่ ชานมไข่มุก แซนด์วิช ฟราย น้ำสลัด ลูกกวาด และอื่นๆ อีกมาก ถึงขั้นที่เวลาเพื่อนพี่ชายมา ก็จะถอนใจแล้วบอกว่าอยากให้ที่บ้านเลี้ยงวัวบ้าง หรือว่าอยากมีแป้งมาทำอาหารแบบบ้าน An บ้าง

กับอีกตอน Bai Wu Nan Yao เอาวัวกลับมาบ้านบอกว่าอยู่คอกในไร่ไม่ไหวเพราะหนาวมาก จะสร้างคอกติดกับครัวให้ พ่อก็ลุกขึ้นมาทันทีบอกว่าจะลงมือสร้างคอกให้เลย แล้วพี่ชายก็บอกว่าจะวิ่งไปช่วยดูหมูกับแกะด้วย ทุกคนน้ำหนึ่งใจเดียวกันอีกแล้ว ไม่มีใครคิดอยู่เฉยหรือดูดายเลย

หรือด้วยความที่อาหารของครอบครัวเป็นที่โด่งดังเลื่องลือในหมู่เผ่านกทั้ง 9 เผ่าหลัก จะเอาไปขายในงานเทศกาลลิสต์ของที่ขายได้ก็มาเป็นสิบเพราะทุกอย่างในบ้านอร่อยหมด มีกัน 5 คนแต่เหมือนเป็นสายผลิตของส่งซุปเปอร์ที่ผลิตได้ทั้งของกินและของใช้ และตอนออกงานทุกคนช่วยกันคนละไม้ละมือมาก หลังจากที่ตั้งแผงแล้วของหมดไปแล้ว 1/3 ทันที พ่อ Mo ก็อาสาบินกลับไปเอาของเพิ่มที่บ้าน ตัว Bai Wu อาศัยความดังส่วนตัวเรียกลูกค้า พี่ชายช่วยพูดโฆษณาขายของ พ่อ Chuan หยิบของในตะกร้าออกมาเรียง มีถ้วยเล็กๆ ให้หยิบลองชิม แล้ว Nan Yao ก็หั่นเป็ดเป็นชิ้นให้ลองชิมต่อ ทำงานเป็นหมู่คณะน่ารักจริงๆ

นอกจากนี้ ทุกคนที่ได้รับความช่วยเหลือจาก Bai Wu และครอบครัว Bai Wu ก็ไม่มีใครที่คิดจะเอาเปรียบได้ความช่วยเหลือและของเปล่าๆ เหมือนกัน ถ้าได้อะไรไป ทุกคนก็จะเอามาตอบแทนในปริมาณที่เยอะกว่าด้วยซ้ำ เพราะให้คำปรึกษา ถ่ายทอดความรู้ให้กับเผ่าอื่นๆ คนจากเผ่าอื่นก็เลยเอาของมาให้ และพอพวก Bai Wu เกรงใจให้กลับไปอีกรอบ ทุกคนที่ให้ของมาก็เปลี่ยนวิธีเป็นเอาอาหารสัตว์มาให้แทน จะได้ไม่ต้องรับของกลับไป น่ารักที่สุดท้ายก็ต้องรับไว้ เพราะไม่งั้นทุกคนจะใช้วิธีเอาหญ้าและฟางไปวางทิ้งให้เงียบๆ ที่หุบเขาเลี้ยงสัตว์ โดยไม่บอกว่าใครเป็นคนเอามา

ชอบอีกอย่างที่ Bai Wu เริ่มจากเป็นคนชายขอบของเผ่า ในแง่ที่ว่าคิดแปลก เห็นแปลก และเข้ากับใครไม่ได้ ทุกอย่างที่ทำก็เพราะอยากให้ตัวเองอยู่สุขสบายเท่านั้น แต่ก็กลายเป็นว่าช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเผ่าตัวเองไปโดยปริยาย เพราะว่ารู้สึกว่าใส่หนังสัตว์แล้วร้อน ขึ้นผื่นแดงก็คิดอยากเอาทอผ้าเพื่อจะเครื่องนุ่งห่มที่สบายขึ้น และเพราะออกแบบมาดี ใส่แล้วสบายและดูดี พี่ชายที่ลองใส่ก็ตื่นเต้นเอาไปอวดเพื่อนเหมือนกัน และกว่าจะรู้ตัว เหล่าครึ่งบีสต์เกือบทั้งเผ่าก็ได้ลองชุดกันหมดแล้ว กลายเป็นทุกคนลุกขึ้นมาทอผ้าแล้วตัดเย็บเสื้อผ้าที่อิงมาจากชุดของ Bai Wu กัน และเพราะมีคนบ่นว่าอยากได้สีสันแทนที่จะเป็นสีเนื้อผ้าเลย Bai Wu ก็หาลูกไม้มาช่วยทุกคนย้อมผ้าเป็นสีๆ ได้สมใจ .... กลายเป็นที่นิยมในเผ่ามากถึงขั้นที่เผ่านกรอบนอกก็สนใจ ถึงขั้นที่ Nan Yao (ในตอนที่ยังไม่สนิทกัน) ต้องมาเป็นคนกลางเพื่อเจรจาให้ Bai Wu ช่วยสอนหัวหน้าเผ่าอีก 8 เผ่าทอผ้าและย้อมผ้าแลกกับหนังสัตว์ที่ทางโน้นจะให้ตอบแทนค่าความรู้ด้วย 

และเพราะความรู้ทางสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ก็ทำให้ Bai Wu เป็นที่รู้จักและนับถือมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนแรกที่ Bai Wu สร้างบ้าน ทุกคนมองว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด แต่เพราะมาเห็นกับตาว่าอยู่สบาย ทุกคนในเผ่าก็เริ่มอยากมีบ้านแบบ Bai Wu บ้าง ซึ่งเมื่อตัว Bai Wu เริ่มติดต่อกับเผ่านกอื่น และเผ่าสัตว์อื่น ชื่อเสียงของบ้านก็ไปก่อนตัวแล้ว ทุกคนเคยได้ยินและรู้ว่า Bai Wu มีบ้านที่สวยงามและพิเศษกว่าใครก่อนเจอตัว Bai Wu อีก ... และในฐานะที่เป็นเจ้าของวิทยาการ ทุกคนก็เข้ามาหาตัว Bai Wu เพื่อขอความรู้และคำปรึกษาเหมือนกัน 

และเพราะตัว Bai Wu เดินทางไปไหนมาไหนกับ Nan Yao อยู่เสมอ เมื่อ Nan Yao เจอปัญหา ก็มี Bai Wu คอยช่วยเหลือและให้ปรึกษาที่ต่างไปจากมุมมองของ Nan Yao เหมือนกัน ... ในตอนแรกหัวหน้าเผ่าและคนที่ได้ยินก็หันไปหา Nan Yao ทุกครั้ง และคำตอบของ Nan Yao ก็คือ “ให้ทำตาม Bai Wu บอก” จนพอผ่านไปนานๆ ความศรัทธาและความนับถือที่มีต่อ Bai Wu ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าที่ Nan Yao ได้รับเหมือนกัน ถึงขั้นที่มีคำเรียก 大 นำหน้าชื่อที่เหมือนกับ Elder ... ถึงขั้นที่พอ Nan Yao ต้องไปอวยพรให้ไข่ (เด็กๆ ที่ยังไม่ฟักออกจากไข่) ในเผ่า ตัว Bai Wu ก็ถูกคาดหวังว่าจะให้เขียนคำอวยพรต่อจาก Nan Yao ด้วย และหลังจากนั้น หัวหน้าเผ่าก็มาหา Bai Wu บอกว่าให้ช่วยฝากดูแลไข่ในเผ่าให้ด้วย เพราะพ่อแม่เด็กหวังว่าถ้าอยู่กับนักปราชญ์อย่าง Bai Wu กับนักบวชอย่าง Nan Yao เด็กๆ ที่ได้ยินได้ฟังสองคนนี้คุยกัน ก็จะออกมาก็จะฉลาดและรอบรู้เหมือนสองคนด้วย และพอเผ่านกอีก 8 เผ่ารู้ ทุกคนก็หอบไข่มาให้ตัว Bai Wu ช่วยเลี้ยงเหมือนกัน 

กลายเป็นสถานะขึ้นมาเสมอกันกับ Nan Yao ในที่สุด คนหนึ่งเป็นนักบวช คนหนึ่งเป็นนักปราชญ์อยู่ด้วยกัน ... ตอนที่พี่ชายปลื้มว่าน้องตัวเองมีคำนำหน้าว่า 大 โดยที่ไม่คิดอิจฉาหรือคัดค้านอะไร และในเผ่าเองก็ดีใจและปลื้มใจด้วยว่าคนในเผ่าได้รับการเคารพจากเผ่านกๆ อื่นด้วย  

ในแง่หนึ่งการที่ทั้ง 9 เผ่าเคารพและเชื่อถือ Nan Yao กับ Bai Wu ก็ทำให้เผ่านกในปกครองของ Nan Yao จากที่เคยอยู่ห่างๆ เป็นแค่เพื่อนบ้านกัน กลายมาเป็นพันธมิตรกันไปด้วย เพราะเมื่อมีอะไร สองคนก็จะเรียกทั้ง 9 เผ่ามาคุยและหารือ โดยเฉพาะเมื่อเกิดปัญหาอะไรก็จะช่วยกันแก้ และเมื่อมีสิ่งประดิษฐ์อะไรใหม่ทุกคนก็จะช่วยกันลงมือสร้าง ทั้งแบ่งปันสิ่งของและช่วยเหลือกันโดยมีทั้งสองเป็นศูนย์กลางและกาวยึดประสานทุกคน ไม่ใช่แค่ bird tribe ต่างคนต่างอยู่ 9 เผ่า แต่กลายเป็น bird clan ที่รวมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว

กับการดำเนินเรื่องไม่เกินจริง เรื่องนี้ไม่มีระบบ และไม่มีความทะเยอะทะยาน เป็นแค่ความปรารถนาของ Bai Wu ที่จะอยู่สบายเท่านั้น อยากแค่กินอิ่มนอนอุ่น แต่เพราะความอยู่สบายของ Bai Wu ชัดและแตกต่างจากคนอื่นมาก ทำให้ทุกคนต้องการที่จะได้ความสบายอย่าง Bai Wu และครอบครัวด้วยเหมือนกัน และการคิดที่จะสร้างสิ่งต่างๆ ของเจ้าตัวก็เกิดขึ้นอย่างกระทันหันและเป็นธรรมชาติ อย่างเช่นหนังสัตว์ใส่แล้วไม่สบายอยากได้ผ้า อาบน้ำแล้วรู้สึกตัวไม่สะอาดก็คิดสบู่ขึ้นมาใช้ เห็นหมาป่าที่ที่บ้านเลี้ยงไว้ตัวใหญ่ ก็คิดจะทำลากเลื่อนขึ้นมาให้สองตัวช่วยกันลาก เกิดเป็นเลื่อนตามสถานการณ์ตรงหน้า เป็นเรื่อง slices of life ที่ไปเรื่อยๆ สบายๆ หากแต่เห็นความแตกต่างในเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ของทั้งครอบครัวและทั้งเก้าเผ่าเมื่อเวลาผ่านไป และสภาพสังคมก็เปลี่ยนจากนักล่าและหาของป่าเป็นการทำกสิกรรมด้วย

ชอบตัว Nan Yao อีกอย่างที่จริงจังและเข้มงวดกับหน้าที่ของตัวเองมาก อย่างที่วันที่หิมะตกหนักโดยไม่มีสัญญาณเตือนบ่วงหน้า แทนที่จะอยู่ในบ้านอบอุ่นสบายก็ฝ่าพายุหิมะไปดูคนในเผ่า อย่างที่หนังสือบรรยายว่า การที่ Nan Yao ได้รับความเคารพอย่างสูงไม่ใช่เพราะตัวตนในฐานะนักบวช แต่เป็นเพราะการกระทำของ Nan Yao เอง และน่ารักที่เพราะสองคนเตือนให้ทั้งเก้าเผ่ารับมือกับหน้าหนาวที่จะมาเร็วและรุนแรงกว่าปีอื่นอยู่ตลอด ก็กลายเป็นทุกคนในเก้าเผ่าช่วยกันเตรียมตัวรับมือ โดยเฉพาะการทำไร่นาตามแบบ Bai Wu การเก็บตุนขนสัตว์ ถ่าน ฟืน โดยเฉพาะพวกที่สร้างบ้าน และโดยเฉพาะสร้างเตาเตียงตามแบบทั้งสองคน และสุดท้ายหน้าหนาวก็ผ่านไปโดยไม่มีคนอดตายหรือหนาวตายเลย วิกฤตที่ดูน่ากลัวตอนแรกก็คลี่คลายไปง่ายกว่าที่กังวลไว้เยอะ

สารภาพว่าตอนแรกกะข้ามเรื่องนี้ไปแล้ว เพราะว่าชอบอ่านเรื่องบีสต์ตระกูลเสือสิงโตมากกว่า เห็นเป็นนกก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างไร ยิ่งเห็นปกเห็นคำโปรยก็ไม่แน่ใจด้วย ซึ่งสุดท้ายก็พิสูจน์ให้เห็นอีกหนว่าชื่อเรื่อง ปก และคำโปรยใดๆ ในจิ้นเจียงเชื่อถือไม่ได้เลย จะอาศัยแรงค์ก็ลำบากอีก เพราะเป็นแนวเฉพาะ สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับที่ลองอ่านเองจริงๆ และก็ดีใจที่ลองอ่านแล้วได้อ่านจริงจังนะคะ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าได้ A++ ไปอีกเรื่อง ตอนนี้ติด Top 3 อยู่กับ 带着游戏面板穿越原始 // Crossing to the Primitive กับ 位面交易之原始世界 // The Primitive World of Planar Trading อีกเรื่อง แล้วก็เป็น Top 3 ในแง่ที่เกือบจะคะแนนเท่ากันด้วย เพราะจุดดีจุดแข็งแต่ละเรื่องต่างกันไปเลย (แม้ว่าเรื่องแรกจะชนะกว่าใครเพื่อนก็ตาม)

กับดีใจที่ช่วงนี้เจอแนวสร้างเผ่าที่สนุกเกือบหมด แล้วคนเขียนเรื่องนี้ก็เป็นสายเขียนแนวทำฟาร์มสร้างเผ่าด้วยก็จะตะลุยอ่านไปทีละเรื่องนะคะ ตอนนี้อ่าน 兽世种江山 // The World of Beasts Breeds the Country อยู่ ชอบเวลาอ่านเรื่องคนเขียนคนเดียวกันแล้วเห็นสูตรตามตัวของคนเขียนมาก 


ปล.

1. Nan Yao เป็นผู้ชายหน้านิ่ง .... ที่ช่วงหลังเริ่มไม่นิ่งแล้วเท่าไหร่ แต่ที่เหมือนเดิมคือ with a smile in his eyes น่ารักก หรือฉันจะแพ้แนวนี้มากกว่า large dog นะคะ แต่หลังๆ สองคน tacit understanding ตลอดเวลา มองตาก็รู้ใจใช่ไหมคุณๆ

ตอนที่ Bai Wu เล่นกับหมาป่าสองตัว แล้วลูบตัวบอกว่าขนนิ่ม จับหูหมาพับเล่น หัวเราะคิกคักอยู่คนเดียวจน Nan Yao หันมามอง แล้วบอกว่าตัวเองในร่างบีสต์นกก็ขนนิ่มกว่าอีกนะ ดูเป็นพวกขี้อิจฉาแบบงงๆ มาก ผิดภาพนักบวชเคร่งขรึมแบบที่โผล่มาในตอนแรกเลย ตอนที่ไปทะเล แล้วเจอปลาหมึกที่ไม่เคยมาก่อน แล้ว Bai Wu ตื่นเต้นอยากกิน จน Nan Yao มองหน้า Bai Wu สลับกับการจ้องปลาหมึก ในแง่ว่าสัตว์หน้าตาแบบนี้กินได้ด้วยเหรอ ทำไมดูอยากกินก็ขำดี 

ช่วงแรกๆ ยังไม่สนิทกัน เวลาคุณพี่ Nan Yao มาช่วยหรือให้ของ ทาง Bai Wu ที่เกรงใจก็พยายามเอาของที่มี กับอาหารไปตอบแทนเหมือนกัน แต่ว่าทางนั้นก็มักจะไม่ยอมรับ ด้วยประโยคว่า ไม่จำเป็น ให้เก็บไว้เอง แต่พออยู่ด้วยกัน พอจะไปจับปูบ้าง ปลาบ้าง คุณพี่ไม่เคยออกปากว่าตัวเองอยากกินนะ แต่ว่าเห็นได้ว่าความเร็วในการจับสัตว์เวลาอีกคนบอกว่าจะเอาไปทำอาหารอะไรกินตอนเย็นเพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา กับถ้ามาดูตอนกิน จะพบว่าท่าสวยสง่างาม แต่ว่าสปีดในการคีบตะเกียบ ตักของเข้าปากก็เร็วชนะเลิศด้วยเถอะ

มีอยู่ตอนนึง Bai Wu จ้องเครื่องประดับจากพ่อค้าเร่เผ่าหงส์เขม็งมาก Nan Yao เลยบอกว่าถ้าชอบเครื่องประดับจะเอาของมาแลกไหม แต่ว่าคนฟังเป็นพวก utilitarian ที่ตอบกลับไปว่าที่จ้องเครื่องประทับ เพราะคิดว่าในอนาคตเราน่าจะทำเครื่องประดับแบบนี้แล้วเอาไปขายกันได้ รับรองว่าฝีมือและการออกแบบดีกว่าที่เห็นกันอยู่อีกนะ และ Nan Yao ก็พยักหน้าเห็นด้วย เค้าก็เข้ากันได้ในแบบของเค้าเนาะ

เวลาสองคนปรึกษากันก็ถกลงประเด็นลึกชนิดที่หัวหน้าเผ่าอื่นมาฟังแล้วก็งงเหมือนกัน พูดอะไรกัน ศัพท์ยาก ประเด็นงง แถมที่สำคัญยังมีภาษากายที่รู้กันสองคนเพิ่มอีก ถ้าไม่ใช่ Nan Yao ก็ไม่มีใครเข้าใจ Bai Wu ได้ แต่ถ้าไม่ใช่ Bai Wu ตัว Nan Yao ก็ไม่สนใจใครเหมือนกัน

ก่อนจะมาเป็นสมาชิกในบ้านอย่างชอบธรรม ก็คิดไปก่อนนานแล้วว่าสมาชิกในบ้านมี 5 คน เพราะท่านนักบวชเริ่มมาอยู่สิงด้วยเรื่อยๆ เป็นระยะๆ แล้ว ตอนที่ทั้งครอบครัวเดินไปที่เลือกหมูเพื่อเอามากินแล้วให้ช่วยโหวตขำมาก เพราะว่าพี่ชายเลือกตัว พ่อ Chuan เลือกอีกตัว แล้วตัว Bai Wu เข้าข้างพี่ ตัวพ่อ Mo เข้าข้างพ่อเล็ก สุดท้าย สมาชิกคนที่ห้าอย่าง Nan Yao ก็ต้องเป็นคนโหวตปิดเลือกตัวหมูที่อ้วนสุดและโตสุดมากิน และเจ้าตัวก็เข้าข้าง Bai Wu และทำให้พ่อ Mo มองว่า Nan Yao เลือกแบบโกงเข้าข้าง Bai Wu

ตอนที่ยังไม่สนิทกันมาก แล้วบ้าน Bai Wu บอกว่าจะเลี้ยงทั้งเผ่า ตัว Nan Yao ที่กลัวว่าอาหารจะไม่พอ ก็ไปจับจระเข้มาเป็นเนื้อเพิ่มให้ ตอนบอก Bai Wu ก่อนหน้าไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่พอกลับบ้านไปแล้วพี่ชายบอกว่าท่านนักบวชเอาจระเข้มาให้ดูอลังการดี เพราะจระเข้ยักษ์ตัวใหญ่สี่หน้าเมตรขวางเต็มหน้าบ้าน และก็ดูเป็นสัตว์ร้ายอันตรายจน Bai Wu ต้องระวังจนพี่บอกว่า Nan Yao ถอนฟันจระเข้ออกไปหมดแล้วนั่นแหละ 

ชอบประโยคนี้มาก 

“The priest gives you a crocodile!”

ก่อนเปิดตัว ด้วยความที่ท่านนักบวชไม่สุงสิงกับใครก็ไม่มีใครรู้เลยว่าจริงๆ แล้วมาหมกตัวตัวติดอยู่กับ Bai Wu แถมยังเป็นแรงงานชั้นดีที่ทำงานอย่างตั้งใจ รวดเร็ว และที่สำคัญสมัครใจทำอีกต่างหาก (ชนิดที่หลายครั้งถ้าบินมาเจอ Bai Wu ทำงานวุ่นวายอยู่คนเดียวก็จะบ่นว่าทำไมไม่เรียกมาช่วยด้วยซ้ำ) อย่างตอนที่เลี้ยงตอบแทนคนในเผ่าที่คอยช่วย พอคุณพี่ Nan Yao มา แล้วอาสาผสมถูก Bai Wu ใช้ให้ถือโหลน้ำจิ้มออกไปข้างนอก พ่อ Mo ก็มาบ่นว่าใช้งานนักบวชได้อย่างไร ไม่ได้รู้เลยว่านี่คือแรงงานหลักตอนสร้างบ้าน แล้วแรงงานหลักก็ไปนั่งอยู่หน้าโต๊ะ มีสถานะสูงกว่าหัวหน้าเผ่าอีก 

หรือตอนทำเค้กแล้ว พ่อ Chuan กลับมาบ้าน เจอสองพี่น้องนั่งยองๆ เกาะหน้าเตาอบน้ำลายสออยู่ เห็นว่าท่านนักบวชถูกใช้แรงงาน ทำงานอยู่คนเดียว ก็ดุว่าทำไมกล้าใช้ท่านนักบวช พอ Bai Wu บอกว่าไม่เป็นไร คนกันเอง ให้ Nan Yao ทำต่อ แล้ว พ่อ Chuan นั่งพักเถอะ ก็เจอ พ่อ Chuan ทำตาขวางใส่ แต่คือไม่ได้รับรู้เลย เพราะกำลังหมกมุ่นกับเค้กที่อบอยู่ สงสารใครดี

แต่ทุกครั้งที่พ่อสองคนมาเห็น Nan Yao สร้างอะไรปลูกอะไรกับ Bai Wu หลายครั้ง เจ้าตัวก็จะมีข้ออ้างว่าท่านนักบวช (เรียกชื่อ Nan Yao สนิทสนม และลามปาม (?) ต่อหน้าพ่อๆ ไม่ได้ เคยเรียกแล้วถูกพ่อดุรุนแรงไปแล้ว) มามีส่วนร่วมแรงงานด้วยเพื่อให้มีส่วนเสบียงอาหารของตัวเอง และก็เป็นข้ออ้างในการทำอาหารเผื่อ Nan Yao หรือเรียก Nan Yao มาร่วมโต๊ะด้วยเหมือนกัน จากเดิมที่พ่อ Mo กระตือรือล้นในการเอาอาหารอร่อยให้ท่านนักบวช กลายเป็น Bai Wu เป็นคนที่กระตือรือล้นยิ่งกว่าไปแล้ว จนพี่ชายบ่นนั่นแหละว่าทำไมไม่อ้างมา Nan Yao มาอยู่ด้วย เพื่อศึกษาเก็บเกี่ยวความรู้จากสิ่งที่ Bai Wu ทำไปสอนคนในเผ่าล่ะ 


2. พี่ชายก็เหมือนกัน ขานี้เวลาน้องชายทำอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ มา ถ้าเป็นเครื่องปรุงไม่คุ้น หรือได้กินอาหารแปลกๆ ก่อนสุกก็จะกรีดร้องก่อนว่ากินได้หรือเปล่า ตัวเองไม่กินหรอกนะ แต่ว่าเวลาน้องทำแล้วอร่อย สุดท้ายก็จะมีประโยคติดปากว่านี่เป็นอาหารโปรดตัวเองแล้วนะ คราวหน้าให้ทำอีกเยอะๆ ด้วย แล้วอาหารโปรดก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เหมือนกัน หลังๆ เวลาน้องบอกว่าจะทำอะไรก็จะไม่พูดมากแล้ว แต่จะถามว่า วันนี้จะทำอะไร ให้เตรียมอะไรให้บ้าง หรือว่าถ้าเป็นอาหารที่เคยทำแล้ว เวลาน้องกลับมาก็จะบอกว่าเตรียมเครื่องปรุงให้หมดแล้วนะ ลงมือผัด (หรือต้ม นึ่ง ทอด แล้วแต่กรณี) ได้เลย กับเวลาออกไปนอกบ้านแล้วกลับมา ถ้าน้องอยู่ในครัวก็จะพุ่งเข้ามาบอกว่าหอมจัง ทำอะไรกินได้ หรือยังตลอดเวลา เป็นพวกร่าเริง ไม่คิดมากจริงๆ 


3. พ่อ Mo เป็นพวกเงียบมาก ถึงขั้นที่ลืมไปแล้วว่าคุณพ่อ Mo แข็งแกร่งมากถึงขั้นสามารถเป็นตัวแทนคัดเลือกเป็นหัวหน้าเผ่าได้ เพราะที่ผ่านมาบทน้อยมาก และเงียบมาก เห็นก็แต่ตอนที่อาสาช่วยลูกทำงาน ไม่ก็ตื่นเช้าเลี้ยงวัวแกะหมูเป็ด รดน้ำต้นไม้ ล่าสัตว์อยู่ ... กับตอนที่ชอบเนื้อที่ทอด น่ารักที่ตอนแรกเห็นเนื้อสเต็กที่ผ่านการหมักแบบบังเอิญก็ถาม Bai Wu ว่ากินได้เหรอ บ้านเราของกินเยอะ ถ้าเนื้อเสียก็เอาไปทิ้งเถอะ ไม่ต้องเสียดายกิน แต่พอเข้าปาก กลายเป็นหมดก่อน แถมยังอยากเติมอีก แค่นั้นจริงๆ บทพูดยิ่งแทบไม่มี

กับครั้งแรกที่สร้างบ้านเสร็จ และ Bai Wu พาไปดูบ้านเพื่อให้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน เจ้าตัวก็คิดจะปฎิเสธ เพราะบอกว่าไม่มีพ่อที่ไหนให้ลูกสร้างบ้านใหม่ให้หรอกนะ มีแต่พ่อต่างหากที่ต้องสร้างบ้านให้ลูกอยู่ แต่พอตัว An โน้มน้าวว่าให้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน เพราะบ้านอยู่สบายมาก กับพ่อ Chuan บอกว่าลูกอุตส่าห์สร้างให้ จะได้อยู่ด้วยกันทั้งครอบครัวก็ขัดทุกคนไม่ได้ ทุกคนไปเก็บของแล้วย้ายมาอยู่ด้วยกัน แล้วพ่อ Mo ที่มาแบบเขินๆ ขัดๆ ก็ชอบบ้านใหม่มากอีกต่างหาก (ทุกคนชอบ)


4. ตลกเผ่าเสือดำมาก ตอนมีเทศกาลแลกเปลี่ยนของกัน พอมาเจอซุ้มขายของบ้านนี้ สบู่ก็ไม่เอา ผ้าย้อมก็ไม่เอา แต่ที่อยากได้คือของกินล้วนๆ เป็ดในซอสก็ดี เนื้อหยองก็อร่อย บะจ่างก็ชอบ แลกของกันเหมือนทั้งขายทั้งแจกเพราะว่า Bai Wu ชอบลูกเสือดำในเผ่ามาก (อีกแล้ว) อะไรก็ขายอะไรก็ให้ อยู่กันในครอบครัว 5 คน แต่เหมือนรวยกว่าทั้งเผ่ารวมกันอีกนะ 

และวันต่อมา เผ่าเสือดำก็มาขอซื้ออาหารอีกแล้ว น่ารักจริงๆ เมื่อวานก่อนกลับก็ย้ำนักย้ำหนาว่าจะมาอีก ให้เตรียมของกินไว้แลกเยอะๆ นะ แล้วของที่เอามาแลกก็คือเนื้อที่กลับไปล่ามาเมื่อคืนเพื่อการนี้เลย เพราะว่าของที่มีแลกหมดไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว จริงจังมาก เหล่าเสือทั้งหลายย น่ารักดีนะ


5. ตอนที่กำลังหวานกันอยู่กลางไร่ แล้วพอ Bai Wu เห็นว่ามีนกบินมากินข้าวสาลีที่ตัวเองเพิ่งหว่านไปขำดี เพราะเปลี่ยนโหมดเป็นอาละวาดไล่นกที่มากินภายในช่วงไม่ถึงประโยค ชนิดที่ว่า “แหม Nan Yao พูดอะไร .. อ๊ะ ตัวบ้าอะไรมากินข้าวบ้านเรา!!” แล้วเปลี่ยนร่างเป็นนกไปไล่ขำมาก โดยเฉพาะที่บรรยายว่า as aggressive as fighting jet สุดท้าย Nan Yao ก็ต้องแปลงร่างเป็นนกมาช่วยไล่อีกคน


6. ตอนเผ่านกแปลงร่างแล้วบรรยายว่าโดยรองเท้าไปที่ตระกร้าด้านหลัง แล้วผ้าขนสัตว์ก็ขึ้นมาที่คอกลายเป็นผ้าพันคอจินตนาการเห็นภาพ+แปลกใหม่ดีนะ 


7. ตอน Nan Yao เปิดตัวว่ารักกับ Bai Wu ก็คิดว่าสร้างบ้านแล้วก็เตรียมของสร้างบ้านโดยที่ตัว Bai Wu ไม่ได้รู้เรื่องเลย มารู้ตอนจะลงมือสร้างด้วยซ้ำ แล้วพอวันจะลงมือสร้างจริง กลายเป็นคนจากทั้ง 9 เผ่ามากันหมด ดูเหมือนปรารถนาดี แต่จริงๆ คือมาชิมลางด้วยว่าถ้าจะสร้างบ้านตัวเองต้องทำอย่างไร เหมือนเป็น technical workshop ที่สุดท้ายมากันกว่า 100 คนแล้ว กลายเป็นไม่ถึงอาทิตย์บ้านก็เสร็จเรียบร้อย เพราะแรงงานเยอะมาก คนฉาบก็ฉาบ ทาน้ำมันเสาก็ทาไป กระตือรือล้นกันมาก


8. ตอนที่ Bai Wu Nan Yao อยู่ด้วยกันสองคนในบ้านครอบครัวแล้วทำเตียงพังจนตกลงใจเปลี่ยนเป็นเตียงเตาน่ารักดี เริ่มมาจากเหตุผลที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเล่นกันจนทำเตียงพัง ... หนีกลับมาบ้าน Nan Yao เพราะอายคนในบ้าน แต่กลายเป็นสองคนช่วยกันออกแบบและสร้างเตียงเตาแทน ง่วนอยู่ 2-3 วัน พอกลับบ้านไป ถูกพ่อ Chuan โกรธจนพูดประชดใส่ แต่พอสองคนบอกว่าไปสร้างเตียงกันอยู่ และอยากให้คนในบ้านไปดูว่าจะสร้างบ้างไหม เพราะทั้งมั่นคง และอุ่นสบาย โดยเฉพาะในหน้าหนาวที่กำลังมาถึง พ่อสองคนก็หายโกรธ แล้วกลายเป็นจะลงมือและหาของเพื่อสร้างเตียงบ้างทันที จากตอนโผล่กลับไปที่บ้านหลังจากหายหัว (คงคำพ่อ Chuan) กลายเป็นพ่อ Mo ตบไหล่ว่าเหนื่อยมากแล้ว พักก่อนเถอะ นี่คือหน้ามือหลังมือจริงๆ นะ พ่อ Mo ไม่ค่อยพูด เป็นแนวเงียบๆ จริงจัง แต่โอ๋ลูกพอกัน … และหลังจากนั้น คนในเผ่าก็ทำตามอีกแล้ว trendsetter จากนักบวชและนักปราชญ์นะคะ


9. พออยู่ด้วยกัน จากที่อ่อนแอมาก ตอนนี้ถึงขั้นไปล่ากวางด้วยกันได้แล้ว พอถามว่าเทียบกับบีสต์ได้ยัง แล้วบอกว่าได้แล้ว ก็บอกว่างั้นจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้เก่งกว่านี้ได้อีก ให้ช่วยสอนให้หน่อยน่ารักมาก ช่างเป็น power couple มาก .... ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าชอบแนวนี้ พึ่งพาช่วยเหลือกัน ไม่ใช่แค่ใครมาแบกใครเนาะ


thread กรีดในทวิตเตอร์

Wednesday, 27 April 2022

我在原始兽世当祭司 // I Was A Priest in the Primitive Beast World



คนเขียน : 老树青藤

แนว: ทะลุมิติ, ยุคหิน, สร้างเผ่า

ความสัมพันธ์: นักรบ (+คนใช้??) X นักบวชเผ่า

จำนวนตอน: 72 ตอน (ยังไม่จบ)

ตอนนี้เสิร์ชหาแนวสร้างเผ่ายุคหินจากเว็บจิ้นเจียงแล้วค่ะ ไม่ไหวแล้ววว ติดแนวนี้มากไปไหนไม่ได้ 

Shen Nong ที่เป็นนักวิจัยพันธุ์พืชกำลังต่อสู้กับงูยักษ์ระหว่างสำรวจสมุนไพรป่าในยุคอวกาศ และตัดสินใจระเบิดนิวเคลียสพลังไม้ของตัวเองเพื่อช่วยอาจารย์ที่เป็นกึ่งพ่อบุญธรรม และตอนที่คิดว่ากำลังจะตาย ก็ถูก summon มาเป็นนักบวชในเผ่าอ่อนแอล้าหลังยุคหิน และมีระบบที่บังคับให้ต้องสร้างความเจริญให้เผ่าอีก

เอาจริงก็คือว่าคนยุคปัจจุบันหรืออนาคตมาสร้างเผ่า มันก็สนุกส่วนหนึ่งเพราะว่ารู้มากและมีระดับความก้าวหน้าทางอารยธรรมที่แตกต่างกันอยู่แล้ว ยิ่งมาจากโลกอนาคตก็ยิ่งสุดโต่ง เพราะคนในเผ่าเห็น Shen Nong ต้มน้ำได้ก็ตื่นตาตื่นใจแล้วว พอถามว่าจะกินไหม ก็ตื่นเต้นมาก เชื่อกันไปว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่กินแล้วจะแข็งแกร่ง แล้วกินน้ำต้มไปไม่ยั้งจนจุก (...) เอาจริงคิดในแง่ดีคือดูหลอกง่ายทุกคนเลยนะ เพราะว่าท่านนักบวชทำอะไรก็ดี ทำอะไรก็ใช่ แล้วเพราะอยากได้สเกลอลังการเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือตัวเองก็บอก (หลอก) คนในเผ่าไปอีกว่าเทพเจ้าสัตว์ส่งตัวเองมาตให้เผ่าไม้ ทุกคนได้ยินคำว่า beast god ก็ยิ่งตื่นตาตื่นใจ และยิ่งซึ้งใจที่เผ่าตัวเองสามารถเรียกนักบวชที่เก่งมากและอยู่ในระดับสูงมากได้ 

และดังนั้น กระบวนการสร้างความเจริญเผ่า ในแง่ที่ว่าปรับปรุงคุณภาพชีวิตก็เริ่มขึ้น .. เพราะว่าคนในเผ่าเอาเนื้อมาให้ก็กลายเป็นว่าเนื้อที่เอามาใกล้เน่าแล้วนะ แล้วคือดีที่สุดที่มี Shen Nong ที่มาตรฐานชีวิตสูงมากจากยุค interstellar จะกินได้อย่างไร ก็กินผลไม้ใบไม้ไป แล้วก็คิดว่าถ้าไม่หาอาหารแล้วแก้เรื่องนี้ได้ ตัวเองต้องไม่รอดอดตายก่อนแน่ 

ส่วนนังระบบก็เหมือนแนวระบบปกติที่ทั้งช่วยให้ข้อมูล ให้ความช่วยเหลือ และให้มิชชั่นมาทำ แต่ขณะเดียวกัน ก็แอบกัดแทะแซะ Shen Nong ด้วย ทั้งมีประโยชน์ และคอยถ่วงขา อย่างตอนนึง อีระบบชั่วมาก กำลังคิดว่ามือสกปรก เพราะเลือดเปื้อน เวลาออกมาข้างนอกควรมีผ้าเช็ดหน้าติดมาด้วย อีระบบก็ออกมาเย้ยว่ารักสะอาดในยุคหินเนาะะ ซึ่งพระเอกมาจากยุคอนาคต สาย interstellar ไงคะ ความแตกต่างมันยิ่งสุดโต่งง แต่ความขำมากอย่างหนึ่งคือ Shen Nong ดูหน้านิ่งๆ แต่ว่าต่อราคากับระบบโหดมาก พอระบบเอาของมาหาก็จะบอกว่าหนึ่งแถมหนึ่งไหมก่อนตลอดเวลา พอระบบบอกว่าเก้าแถมหนึ่งก็จะต่อเป็นสามแถมหนึ่ง แล้วพอระบบตกลงง่ายๆ ก็แอบเคืองว่าไม่น่ายอมแบบนี้ น่าจะเป็นหนึ่งแถมหนึ่งเหมือนเดิม 

อ่านตอนแรกอยากจะบอกว่า ความสนใจใหญ่หลวงของฉันก็คือใครจะเป็นพระเอก หรือว่าลุ้นกว่านั้นก็คือจะมีพระเอกไหมคะ ทุกคนดูไม่อ่อนแอก็แก่ชรา ไม่มีใครเหมาะสมคุณสมบัติพระเอกเลย ... แถมเอาจริง หลายเรื่องยุคหินไม่ค่อยเน้นพระเอกด้วย ฮือ และถ้าไม่มีพระเอก หรือพระเอกบทไม่เยอะ ก็ไม่มีแรงกระตุ้นเลย

แต่สรุปว่าแรงจูงใจสุดโต่งก็มาแล้ว พระเอกดีมากก สาย obsessive สุดโต่ง น่ารักที่ช่วยเด็กต่างเผ่ามาได้ แล้วพอบอกให้เป็นบอดี้การ์ดคอยดูแลก็พัฒนาตัวเองจนกลายเป็นนักรบเผ่าได้ น้อง Zhe อัพเกรดจากอ่อนแอเป็นแข็งแกร่งสุดโต่ง ยิ่งพีคกว่าคือก่อนได้ร่างสัตว์ของตัวเอง อิจฉาลูกหมีแพนด้าที่ท่านนักบวชคอยลูบขน ตาร้อนผ่าวตั้งแต่ท่านนักบวชพามาอยู่ด้วยในถ้ำแล้ว แล้วก็ขอให้ตัวเองแปลงเป็นสัตว์ขนเยอะๆ ฟูๆ จะได้สู้กับลูกหมีได้อยู่ในใจด้วยหน้านิ่งตลอดเวลา สรุปว่าก็ได้ร่างสัตว์เป็นลูกเสือดำมีปีกขนนิ่มนุ่มสุดๆ สมใจ ... แล้วคือว่าเป็นสัตว์เทพที่ระดับ 10 ซึ่งก็เป็นระดับสูงสุดของนักรบโลกนี้แล้วนะคะ อันที่จริง ร่างจริงต้องตัวใหญ่เท่าภูเขา (หรือใหญ่กว่าภูเขาก็ ไม่แน่ใจ) แต่ถ้าทำแบบนั้นก็ไม่น่ารักน่าเอ็นดู เลยกลายร่างตัวเองเป็นลูกเสือดำมินิขนาดอุ้มได้แทน พอท่านนักบวชถามว่าเป็นนักรบระดับสูงสุดไม่ใช่เหรอ? ทำไมตัวจิ๋วแค่นี้ ก็ทำตาแป๋วไม่รู้เรื่องไป จนอีกฝ่ายคิดว่าได้แค่นี้ก็ดีแล้ว ค่อยเลี้ยงไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็โตได้ก็แล้วกันและก็สมใจมาก เพราะตัวเอก suck cub ไม่ไหวแล้ว มือไปเอง ขนนิ่มสุดๆ นุ่มสุดๆ ถึงขั้นให้มานอนบนเตียงเป็นตุ๊กตาลูกเสือไปแล้ว ความปรารถนาที่จะเป็นสัตว์ร่างฟูๆ มีขนเยอะๆ นุ่มๆ ก็เป็นจริงสมใจ และเลื่อนระดับความใกล้ชิดขึ้นมาได้เรื่อยๆ อีก

ส่วนพฤติกรรมนอกเหนือจากนั้น ชัดขนาด ถ้าไม่ต้องซ้อมหรือฝึกฝนใดๆ ก็จะไปป้วนเปี้ยนอยู่กับท่านนักบวชอย่างเดียว ทั้งเผ่ารู้กันว่าคอยเดินตามท่านนักบวชไม่แปลก แต่ถึงขั้นที่เผ่าอื่นยังรู้ พอถามว่าคนไหน ก็บอกว่าคนที่ตัวสูงๆ แข็งแกร่งมากๆ ดุดันสุดๆ แล้วก็ชอบวนเวียนตัวติดอยู่กับนักบวชเผ่าน่ะเหรอ? ช่วงแรกยังโอเคนะ แต่ครึ่งหลังเนี่ยสิ ....  แต่หลังๆ พออยู่ด้วยกันมากๆ ท่านนักบวชก็ติดเหมือนกัน เพราะคอยดูแล เอาใจ และรู้ใจสุดๆ ที่สำคัญถ้าไม่อยู่ไม่มีตุ๊กตาลูกเสือให้กอด นอนไม่หลับอีกต่างหาก ช่วงที่ออกไปล่าสัตว์ให้เผ่าแล้วหายไปนี่ ถึงกับคิดว่าไม่ควรให้ไปไหนค้างคืนแล้ว เพราะว่านอนไม่ได้เลย ตื่นมาควานหาลูกเสือตัวเองเป็นระยะๆ ตลอดคืน ลูกแพนด้าก็ขนไม่นิ่มเท่าแล้ว แต่ว่าก็น่ารักปนขำที่คนในเผ่าก็รู้กันว่าท่านนักบวชติดสัตว์ขนฟู มีอะไรก็เอาไปนอนกอดในถ้ำตัวเอง แต่หลังๆ เสือจิ๋วที่จริงๆ ไม่จิ๋วก็เริ่มร้ายแผ่รังสีอำมหิตกดดันจนลูกแพนด้าไม่กล้าเข้าไปกอดท่านนักบวชอีก 

แต่ย้ำอีกทีน้อง  Zhe ลูกหมาเด็กน่ารักมากก เจอจนรสนิยมฉันจะเปลี่ยนตามแล้วนะคะ ไม่ไหวแล้ว ซื่อๆ จริงใจ น่ารักกที่สุด แต่คือกระบวนการบริการต้มน้ำให้อาบ คอยจับมือเดินเวลาเดินทางแล้วสะดุดมัวแต่มองสมุนไพร หยิบเนื้อใส่จานจัดสำรับให้ เป็นหมอนกอดนอน (เวลาเป็นลูกเสือดำ) รวมไปถึงนวดขมับ .... จะไม่มีใจตอบก็ให้มันรู้ไป เทมกันแบบนี้ และน้อง Zhe ของฉันทั้งโลกหล้ารู้กันว่าวันๆ คอยแต่เดินตาม priest ถ้าไม่รินน้ำก็เลื่อนเก้าอี้ให้นั่ง บริการทุกระดับประทับใจจริงๆ กับวันนี้ (ตอนที่ 59) น่ารักอีกอย่างที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วกินอร่อยมาก แล้วเหมือนว่ากินเยอะมากด้วย กับตอนที่กินลูกกวาดแล้วอร่อยก็น่ารัก ลูกหมาเด็กทำอะไรก็ดี

คำว่าลูกหมาเด็กทำอะไรก็ดีไม่ใช่แค่กับฉัน แต่เป็นกับ Shen Nong ด้วยเถอะ เอาจริงเพราะพออยู่ด้วยกันก็โอ๋ตามใจกันไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นที่พอบอกว่าขออยู่ใกล้ๆ แล้วมาอยู่ในถ้ำก็ยอมไป แถมยังซื้อลูกกวาดจากระบบมาป้อนทุกวันอีก ก็ตามใจในแบบตัวเองเนาะ แล้วตอนนี้เริ่มเปลี่ยนสภาพจากคนสนิทใกล้ตัวไปเป็นคนรักกันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วท่านนักบวชฉันก็ดูเป็นสภาพมีคนรักสปอยล์สุดโต่งแทน ล่าสุดตอนเดินหาไปหาเผ่านกแล้วเร่งมากพอไปถึงก็หมดสภาพยืนเอาตัวซบน้อง Zhe แบบจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ ถึงขึ้นที่ต้องคอยจับตัวเพราะกลัวล้ม หรืออีกวันพอคุยทางการกับหัวหน้าเผ่านก ก็ทำหน้าขึงขังแล้วบอกว่าท่านนักบวชถ้าเมื่อยพิงตัวเองมาได้เลยนะ  Shen Nong ก็เลยแกล้งทำตัวไม่มีกระดูกแล้วแทบจะพิง Zhe แบบสิงกันไป ... ดังนั้น ถึงขั้นหัวหน้าเผ่านกคิดว่าสองคนเป็นคนรักกันแล้ว

แต่พอเผ่าเริ่มแข็งแกร่งขึ้นก็ไม่น่าแปลกใจที่จะมีเริ่มมีเผ่าอื่นมาขอติดตามเหมือนกัน เริ่มจากเผ่าน้ำ ชอบนักบวชเผ่าน้ำที่มาอยู่ด้วย รักความรู้ความ sensible มาก กับน่ารักที่พอมาแล้วอ่านแปลนงานทุกอย่างรู้เรื่องในหนึ่งแวบ เลยกลายเป็นคนคุมงานไปแล้ว แล้วก็มีเผ่านกที่ไปเจอกันตอนเอาของในเผ่าไปชาย กลายเป็นได้แหล่งซัพพลายเออร์คนส่งของทะเล ไม่ว่าจะเป็นสาหร่าย ปลา กุ้ง หอยนางรมแล้ว 

ปล. 

1. ตอนนี้สินค้าเผ่าคือพวกเครื่องปั้น อันนี้ไม่แปลก แต่ที่แปลกกว่าเรื่องอื่นคือพวกขนสัตว์ หนังสัตว์ แต่อนาคตน่าจะมีอย่างอื่นเพิ่มมาอีก


2. น่ารักที่เผ่านกบอกว่าดีใจที่บินได้ ... บินไปทะเล แล้วหาของทะเลมาแลกเปลี่ยนกับกินเองได้ ทั้งที่ก่อนหน้า เพราะบินได้ เลยถูกเผ่าอื่นรังเกียจและไม่คบค้าสมาคมด้วย แต่ว่าหัวหน้าเผ่านกหายป่วยหรือยังคะ? อยากดูร่างสัตว์มาก คุณพี่เป็นนกอะไรเหรอ? ตัวใหญ่อลังการใช่ไหมคะ?

3.  อ่านตอนแรกงงมากว่าทำไมทุกคนมีชื่อเป็นสัตว์ สรุปว่าชื่อสัตว์ข้างหน้าก็คือตามร่างสัตว์ของตัวเอง

4. แต่ว่าวนเวียนอยู่สาย clan-building มาก แล้วก็มีเรื่องที่อยากอ่านอีกเยอะมาก ตอนนี้ติดมากไม่ไหวแล้ว แต่รู้สึกว่ายังออกจากลูปนี้ไม่ได้ด้วย ไปๆมาๆ สร้างเผ่ายุคหิน สนุกกว่าสร้างเมืองเซตติ้งยุโรปยุคกลางอีก ฉันก็คงหลงอยู่ในนี้ต่อไปอีกนานมากแน่นอนน

5. แต่คุณพี่นักรบอีกคนนึง กล้ามเนื้อไปแทนสมองมาก ไม่รู้เรื่องอะไรเลย นอกจากล่าสัตว์และใช้กำลัง ดูเพี้ยนๆ และมักถามอะไรไม่เข้าเหตุการณ์ตลอดเวลา ... การเป็นนักรบระดับ 7 ไม่ช่วยอะไร 



Sunday, 1 September 2019

Stone Age Husband Raising Journal

แนวยุคหิน + beast world 

อาจจะสปอยล์ 

ใน Beast world ยุคก่อนประวัติศาสตร์ หนุ่มน้อย Xiong Ye ผู้มีร่างสัตว์เป็นหมี รักกันกับ Shi Li ที่เป็นสิงโต ทั้งสองตกลงจะแต่งงานกัน แต่ทว่า...

อี Shi Li ดันกลับร่างมาเกิดใหม่ แล้วก็ตั้งใจที่จะอยู่กับผู้หญิงในเผ่าคนอื่นแทน Xiong Ye ที่แสนจะรักมั่นคง!!!

Xiong Ye ใสซื่ออกหักใจสลาย และอีคนในเผ่าหมีก็แสนจะทึ่มบื้อไม่ได้รับรู้ความเจ็บปวดของหมีน้อยเล๊ยย ยกเว้นแต่คนเดียวก็คือ Zhou Ji ที่เห็นใจหมีใจสลาย และส่งอาหารอร่อยแบบที่ Xiong Ye ไม่เคยได้กินมาปลอบใจ

หลังจากนั้น ตัว Zhou Ji เป็นคนอ่อนแอของเผ่าก็ถูกไล่จากจากถ้ำตัวเอง และเพราะความสงสารประกอบกับเหงานิดๆ หมีก็เลยรับเอาคนอ่อนแอมาอยู่ด้วยในถ้ำ กลายเป็นจุดเริ่มของความสัมพันธ์มิตรภาพขึ้นมา

แต่ทีนี้ Zhou Ji ไม่ได้เป็นแค่คนอ่อนแอไร้กำลังตามที่ฉากหน้าเห็น อันที่จริง เจ้าตัวกลับมาเกิดใหม่หลังจากอยู่ในยุควันสิ้นโลกและสู้รบกับซอมบี้มานานแสนนาน เมื่อได้มาอยู่ในโลกก่อนประวัติศาสตร์ที่น้ำบริสุทธิ์ อากาศสะอาด ผักและผลไม้ยังไม่กลายพันธุ์ เจ้าตัวก็ตั้งใจว่าชีวิตนี้จะขี้เกียจให้มันสุดไป เพราะว่าชาติที่แล้วเหนื่อยโฮกไม่เคยได้พักมามากแล้ว เมื่อพลังสายไม้จากชาติที่แล้วติดตัวมา ก็คิดว่าจะกินผักเขียวให้หนำใจ — โดยที่ไม่ได้รู้เล๊ยว่าในสายตาของคนภายนอกจะดูว่าเจ้าตัวสิ้นไร้ไม้ตอกไม่มีเนื้อสัตว์ให้กินขนาดไหน

ฉะนั้น ความสัมพันธ์อยู่ร่วมกันของหมีกับ “คนอ่อนแอ” ก็เริ่มขึ้นไปอย่างดูแลถนอมใจกัน หมีน้อยล่าเนื้อสัตว์มาให้ และคนในบ้านก็ทำอาหารอร่อยแบบที่ชาตินี้ไม่เคยได้กินมาเลี้ยงหมี 

ที่สำคัญก็คือว่าเอาจริง Zhou Ji เป็นคนเก่ง และมีความสามารถรอบด้านมาก แต่ตอนแรกด้วยความที่ยังไม่เข้าใจภาษาพูดของคนในโลกนี้ และไม่คิดว่าจะยุ่งเกี่ยวกับคนอื่น ก็เลยไม่ได้สนใจอะไรใคร แต่ตัว Xiong Ye นั้นตรงกันข้าม เจ้าตัวเป็นที่รักของคนในเผ่า มีน้ำใจ และเอื้อเฟื้อกับทุกคน ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไป ตัว Zhou Ji ก็เลยมีความเกี่ยวข้องและผูกพันกับคนในเผ่าไปด้วย แต่ทว่าจะไปบอกให้ในเผ่าทำโน่นทำนี่เองก็ดูจะไร้น้ำหนัก สุดท้ายคนเจ้าเล่ห์อย่าง Zhou Ji ก็เลยใช้วิธีสร้างสถานการณ์โชว์ความสามารถ และอ้างว่าตัวเองสื่อสารกับ beast god ได้ กลายเป็นที่เคารพบูชาของคนในเผ่าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งก็ตามมาด้วยการสร้างความยิ่งใหญ่และความก้าวหน้าของเผ่าหมี จากเผ่าระดับเล็กที่ดูจะไร้อารยธรรมก็เริ่มดูอลังการขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่เลี้ยงไดโนเสาร์เป็นอาหาร ปลูกผัก ไปจนถึงทำเครื่องปั่นดินเผา แหตกปลา และทุกอย่างอลังการเท่าที่จะคิดมาได้ และก็มีคนมาขออยู่ด้วยจนกระทั่งกลายเป็นเผ่าขนาดใหญ่ไปในที่สุด

เรื่องนี้ตอนแรกอ่านแบบไม่คิดอะไร เพราะไม่ชอบแนวยุคหินอยู่แล้ว ดูว่าความรู้สึกทางจิตใจมันแล้ง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก Banished to Another World) แต่อ่านไปอ่านมา น่ารักกกกกว่าที่คิดไปเยอะมากจนติดหนึบ เพราะตัวละครหลักอย่าง Xiong Ye เป็นตัวละครที่น่ารักมาก ๆ อยากจะใช้คำว่า clean character เพราะทัศนคติดีมาก เอื้อเฟื้อช่วยเหลือคนอื่นไม่พอ ยังเป็นคนที่ขยันใฝ่หาความก้าวหน้าอีก จนตัวเองเก่งขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ส่วนตัวชอบตัวละคนที่ขยันขันแข็งทำงานอยู่แล้วก็เลยถูกใจมากไป กับอีกอย่างก็คือชอบอารมณ์ clan-building ที่สร้างเผ่าชายขอบที่แทบจะไม่มีอะไรเลยให้กลายเป็นเผ่าที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรได้ ขำมากตอนที่ทั้งคู่กับคนในเผ่าเดินทางไปที่เผ่าใหญ่ และกลายเป็นว่าเผ่าหมีมีหมดทุกอย่าง นี่คือช่วงตบเกรียนโชว์เหนือจริงๆ เผ่าอื่นเครื่องดินเผาใช้ได้แค่หัวหน้าเผ่ากับผู้อาวุโสเผ่า แต่อะไรนะ เผ่าหมีมีใช้กันทุกคนตามจำนวนคนค่ะ คุณ!  ไม่มีใครเลี้ยงไดโนเสาร์ได้ แต่เผ่าหมีก็เลี้ยงมาแล้วว! ที่สำคัญ เผ่าอื่นมีนักรบระดับ beast master ได้สักคนก็เทพแล้ว แต่ให้มาดูภายหลัง มานับเร็วว่าเผ่านี้เก็บตก beast master มาได้กี่คน เกลื่อนตลาดจนดูเป็นของโหลไปเลย โฮะโฮะ

ตัว Zhou Ji ในเรื่องจะดูเหนือยๆ อืด ๆ เพราะนิสัยเจ้าตัว แต่เพราะว่าอยากกินของอร่อย และอยากอยู่สบาย ก็เลยพัฒนาคุณภาพตัวเองและหมีคู่ชีวิตอย่างจริงจัง และก็เลยกลายเป็นผู้กำหนดเทรนให้คนในเผ่าทำตามด้วย ชอบที่ทุกครั้งเวลาได้อะไรใหม่ๆ มาก็จะทำอาหารเลี้ยงหมี แต่หลังๆ คนในเผ่ารู้แกว เวลาได้กลิ่นอาหารอะไรใหม่ๆ ก็จะมาเนียนๆ ขอชิมขอกินไปด้วย มากันตั้งแต่นักบวชประจำเผ่า หัวหน้าเผ่า พี่ชายหมี น้องชายหมี และเพื่อนร่วมรบ กลับเวลาออกไปรอนแรมนอกเผ่า ก็จะคอยหาพืชแปลกๆ เพื่อเอาไปเพาะพันธุ์ที่เผ่าให้ตัวเองมีกินด้วย  ซึ่งพอนานๆ ไป คำสั่งหยุดเดินทางเพื่อเก็บพืชของ Zhou Ji ก็กลายเป็นคำสั่งศักดิ์สิทธิ์เพราะทุกคนลุ้นมากว่าจะได้อาหารใหม่รสชาติใหม่อะไรมากิน และถึงขั้นว่ามีนักรบเผ่าอื่นมาสวามิภักดิ์เพราะติดใจอาหารก็มี

ในแง่หนึ่ง การทำอาหารให้ก็กลายเป็นการแสดงออกถึงความรักของ Zhou Ji ที่มีต่อ Xiong Ye ไป และเพราะว่ารู้ว่าเผ่าหมีอยู่ในระดับเผ่าเล็กและไร้กำลัง ก็เลยทำให้เจ้าตัวพยายามปั้นหมีให้แข็งแกร่งไม่ให้เผ่าหมีถูกเผ่าใหญ่ๆ ข้างนอกกลืนไปได้ ช่วงกลางๆ ส่วนตัวรู้สึกว่า Zhou Ji ดูเฉยชาไปนิดนึง ดูเป็น cold love interest แต่พอช่วงหลังๆ ที่ Zhou Ji สารภาพความจริงกับ Xiong Ye ว่าตัวเองเป็นใครก็เริ่มร้อนแรงขึ้นมาเรื่อยๆ


ให้สรุปเรื่องนี้จะบอกว่า “หมีเลี้ยงแมมมอธ แมมมอธเลี้ยงหมี” จบดีด้วยการเปิดกว้างให้คิดต่อ และตอนพิเศษก็น่ารักน่าเอ็นดูแบบเจ้าเล่ห์ ถ้าไม่ติดช่วงวนลูปล่าสัตว์ทำอาหารในส่วนกลางจะดีกว่านี้มาก แต่ก็ให้ A-/B+ ได้อยู่ดี (คะแนนเฟ้อตามอารมณ์มาก แต่ตอนตบเกรียนคือขำจนไม่ไหวแล้ววว)
.
.
.
.
.
สปอยล์แบบไม่ไหวแล้ววววว อย่าอ่านนน!

เพราะความสามารถฝึกวิชาล้นเหลือก็เลยทำให้ตัว Zhou Ji กลายเป็น beast master ได้ตั้งแต่ไก่โห่ โดยที่มีใครรู้ และที่สำคัญเจ้าตัวก็แปลงร่างได้เสียด้วย แต่ไม่ใช่สัตว์เล็กๆ จิ๊บๆ กิ๊บๆ น่ารักน่าเอ็นดูแบบกระต่าย กระรอก เพราะเป็นแมมมอธค่าาา พ่อแม่พี่น้องง! คือในเรื่องช้างคือตัวใหญ่แล้ว แต่ตัว Zhou Ji นั้นไซร้เป็นช้างแมมมอธยักษ์ เมื่อคิดว่าขนาดตัวสัมพันธ์กับพลังกำลังก็คิดดูเลยว่าจะเก่งโหดขนาดไหนนนน แต่ว่าปัญหาคือเจ้าตัวใช้พลังไม่ได้ เพราะว่าติดปัญหาทางสภาพจิตใจมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว ถ้าเห็นเลือด หรือถูกกระตุ้นขึ้นมาก็จะคลั่งรุนแรง อาละวาดทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า — และไม่แน่ใจว่าจะน่ารักหรือน่ากลัวดีว่าในเรื่องที่ตัว Zhou Ji สติหลุดฆ่าไม่เหลือแต่ละครั้งก็มาจากการที่ Xiong Ye เจ็บตัวทุกครั้งเสียด้วย

เอาจริงรู้สึกว่าไม่ควรรู้โพคู่นี้เลยยยย กรี๊ดดด ไม่พูดต่อล่ะ