Showing posts with label love-hate relationship. Show all posts
Showing posts with label love-hate relationship. Show all posts

Tuesday, 19 October 2021

나를 싫어하는 에스퍼에게 거짓 애인 행세 중입니다 // I'm Pretending to be a Fake Lover to Esper Who Hates Me


คนเขียน: 뛰뛰빵빵 

แนว: โลกไกด์-เอสเปอร์, ability, ตัวเอกเก่ง, ตัวเอกสำนึกผิด, พระเอกสำนึกผิด, พระเอกความจำเสื่อม 

ความสัมพันธ์: เอสเปอร์ X ไกด์

จำนวนตอน: 66 (ยังไม่จบ)


ไม่บอกก็รู้ว่าตรงไหนมีไกด์และเอสเปอร์ อีฉันก็จะตามไปอ่านอย่างไรล่ะคะ 

เรื่องเริ่มที่ Ji Yoonseong ไกด์เอสคลาสถูกคำสั่งจับคู่เป็นพาร์ตเนอร์กับ Lee Tae-eon เอสเปอร์เอสคลาสที่มีพลังไฟฟ้า ค่าความเข้ากันได้สูงควรให้สองคนเข้ากันได้ดี แต่ว่า Tae-eon เกลียด Yoonseong ตั้งแต่ต้น และพยายามล้มเลิกการเป็นคู่หูกับ Yoonseong แต่ว่าไม่สำเร็จ

ดังนั้นด้วยการประนีประนอมแบบไม่ยอมอ่อนข้อให้จากเบื้องต้น สองคนก็พยายามจะทำงานร่วมกันให้ได้ในช่วงระยะเวลาสัญญาหนึ่งปี และการอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน และทำงานร่วมกันก็ถูกขีดเส้นแบ่งระหว่างชีวิตการทำงาน และชีวิตส่วนตัวชัดเจน 

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการฝึกการต่อสู้ ค่าความเข้ากันที่มีอยู่สูงก็ทำให้สองคนสามารถแบ่งปันประสาทสัมผัสกันได้ เมื่อพลังของทั้งคู่มาประสานกัน และ Tae-eon ก็จะเป็นมิตร และญาติดีกับ Yoonseong เป็นพิเศษ .... ตามที่ Yoonseong วินิจฉัยว่าการแบ่งปันการรับรู้ทำให้เอสเปอร์สภาพอารมณ์ดี  high จากพลังที่เพิ่มขึ้น 

อยู่ด้วยกันไป แม้ Tae-eon จะพยายามขีดเส้นแบ่งชีวิตไว้ แต่จากการเป็นคู่หูก็ทำให้สองคนต้องทำงานร่วมกัน และใช้ชีวิตร่วมกัน โดยเฉพาะเวลาที่เอสเปอร์และไกด์ต้องออกภาคสนามกำจัดเหล่าสัตว์ประหลาดทั้งหลายที่เป็นปัญหาในพื้นที่ต่างๆ และ Tae-eon ก็เริ่มลดอคติที่มีต่อ Yoonseong ลง

แต่จากปัญหาการไม่พูดกัน และไม่สื่อสารกันระหว่างการออกภาคสนามครั้งสุดท้าย ก็ทำให้ Yoonseong ตกลงไปในรังมดยักษ์ และถึงแม้ Tae-eon จะช่วยไว้ได้ทันเวลา แต่ก็เป็นความผิดของ Yoonseong ที่ทำให้ทั้งทีมต้องมีความเสี่ยงเพิ่มด้วย และก็ทำให้ตัว Tae-eon โกรธถึงขั้นที่ความสัมพันธ์กลับเป็นเหมือนตอนแรกขึ้นมาอีกครั้ง

ไม่ว่าจะทำอย่างไร Tae-eon ก็ไม่ยอมฟังและไม่สนใจ Yoonseong เลย .... และเมื่อ Yoonseong บุกเข้าไปเพื่อจะขอโทษครั้งสุดท้าย ก็ได้ยินเสียง Tae-eon ที่พูดโทรศัพท์ว่า เกลียด Yoonseong มาก รอให้สัญญาหนึ่งปีผ่านไปจะได้เปลี่ยนคู่หู ให้พ้นจากมนุษย์น่ารังเกียจ และตอนนี้ก็แค่แกล้งทำดีด้วยกับ Yoonseong ที่มีค่าแค่กำแพงกั้นตัวเองจากการ runaway เท่านั้น

และเมื่อ Yoonseong ที่ได้ฟังกำลังจะเดินออกไป Tae-eon ก็ออกมาเห็นพอดี 

สองคนจบลงที่การทะเลาะกัน และ Yoonseong ที่กำลังเสียใจ และแค้นใจที่ Tae-eon เคยพูดใส่หน้าว่าตัวเองเป็นไกด์อ่อนแอ ก็ใช้พลังไกด์สะท้อนกลับไปเล่นงาน Tae-eon เพื่อให้เจ้าตัวรับรู้ความโกรธ และเสียใจของตัว Yoonseong บ้าง

หลังจากนั้น Yoonseong พยายามจะขอเลิกการเป็นคู่หู แต่กลายเป็นหัวหน้าให้สองคนพักงานและรับโทษแทน โดยที่ Tae-eon บอกว่าตัวเองเป็นคนผิด 

ระหว่างที่กำลังพักงาน Yoonseong ก็ถูกตามมาไกด์ให้ Tae-eon ที่บาดเจ็บสาหัสระหว่างออกภาคสนาม แต่เมื่อ Tae-eon ฟื้นขึ้นมาก็ความจำเสื่อม ไม่มีเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงสามปีก่อนหน้าในหัวเลย

และเพื่อแก้แค้น และเพื่อตอบสนองความต้องการที่รักข้างเดียว Yoonseong ก็เลยโกหกไปว่านอกจากสองคนจะเป็นคู่หูกันแล้ว ก็ยังเดทกันอยู่ ....

.

.


จากใจ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถ้าเอามาเรียบเรียงใหม่จะเป็นเรื่องที่สนุกมาก และมีศักยภาพมาก เพราะภาพที่เปิดมาให้ Yoonseong เป็นไกด์ที่มีความสามารถ รอบรู้ และรับผิดชอบกับหน้าที่ตัวเองเด่นมาก และก็ให้มุมมองไกด์เอสเปอร์ในแง่การทำงานร่วมกันชัดด้วย โดยเฉพาะเมื่อมีการสร้างโลกที่ทำงานเป็นระบบ มีกฎเกณฑ์ และตรรกะของตัวเองชัด และมี sense sharing ระหว่างเอสเปอร์กับไกด์ที่ทำให้การแบ่งปันรับรู้โลกจากอีกฝ่ายเป็นเรื่องใหม่ในโลกไกด์เหมือนกัน

แต่ปัญหาคือตรรกะเชิงอารมณ์ Tae-eon เกลียด Yoonseong จากเรื่องที่มีสาเหตุเล็กน้อยเกิดกว่าที่จะควรเกลียดคนๆ หนึ่งได้ขนาดนั้น จนถึงขั้นรู้สึกว่าเจ้าตัวเป็นคนใจแคบ และหยาบคายด้วยซ้ำ ถ้าประเด็นที่ทำให้ไม่ชอบหน้ากันตั้งแต่แรกแน่นกว่านี้อาจให้ทำให้เรื่องเดินไปน่าเชื่อถือกว่านี้ก็ได้ 

กับส่วนตัวไม่ชอบพล็อตที่เริ่มต้นใหม่ด้วยความจำเสื่อมเลย เพราะอยากให้สองคนเริ่มต้นกันใหม่ โดยที่ใช้ความรู้สึกก่อนหน้าเป็นเกณฑ์ และก็อยากเห็นความเสียใจของ Tae-eon ที่จะต้องแก้ตัวสำนึกผิด กับเมื่อ Yoonseong เริ่มต้นที่จะโกหกเพื่อความสะใจในตอนแรก แต่ต้องอยู่ด้วยความรู้สึกผิดก็เป็นเรื่องที่น่าเหนื่อยใจในเวลาต่อไป ไม่กล้าคิดเลยว่าถ้าวันหนึ่งที่ Tae-eon ความทรงจำกลับมา สองคนจะมองหน้ากันอย่างไร ... ไม่อยากเห็น Yoonseong ต่อปัญหากับ Tae-eon ไปเรื่อยๆ เลย

แล้วยิ่ง Tae-eon ภาคความจำเสื่อมที่มีบุคลิกขี้เล่น ช่างแหย่ เอาใส่ใจ ดูแลก็ยิ่งน่าจะทำให้ความสัมพันธ์สองคนยิ่งยุ่งเหยิงไปอีก ..... จริงๆ อยากให้ Yoonseong ตัดจบแล้วไปไกลๆ เจอคู่หูที่ดูแล เอาใจใส่ Yoonseong อย่างที่ควรจะเป็นมากกว่าด้วยซ้ำ 

แต่ก็นั่นแหละค่ะ ตกหลุมโลกเอสเปอร์-ไกด์ ตกหลุม love-hate/ enemies turn lovers มาแล้วก็ต้องตกหล่มกันต่อไป destructive relationship นี่จะ turn constructive ขึ้นมาบ้างไหม ... แต่ว่านะ ถ้าเปลี่ยนปก และเปลี่ยนชื่อเรื่องให้จริงจังกว่านี้อาจจะเหมาะกับโทนเรื่องมากขึ้นก็ได้นะ ปกกับชื่อเรื่องมีผลจริงๆ นะ เห็นแล้วเหมือนอ่านการ์ตูนอยู่ ... แต่ในแง่นึงก็บอกความสิ้นหวังจากใจเจ้าตัวชัดอยู่นะ ฮือ 

แต่อย่างน้อยก็ขอบคุณที่มาอาทิตย์ละ 5 วันนะคะ 


----

เพิ่ม

291021

ตอน 74

Tae-eon เวอร์ชั่นความจำเสื่อมที่ความทรงจำในช่วง 3 ปีหายไป เป็นอีกคนไปแล้ว ใส่ใจ แล้วก็ดูแล Yoonseong ดีมาก เหมือนสองคนเข้ากันได้มากขึ้นเรื่อยๆ ออกไปกำจัดสัตว์ประหวาดด้วยกัน พอรู้ว่าเป็นตัวที่ Yoonseong ไม่ชอบ (กลัว) ก็จับให้พิงตัวเอง แล้วเอามือปิดตาก่อนให้ไกด์ จะได้ไม่ต้องมองเห็นตอน Tae-eon กำจัดอีกต่างหาก แต่คือการปิดตาต่อ แล้วกึ่งๆ กอด กึ่งๆ อุ้มไปที่รถหลังจากนั้นคืออะไรคะ? จะเดินเองก็ไม่ให้เดินอีก แถมไม่ยอมให้ขับรถ ให้นั่งสบายๆ ในเบาะผู้โดยสารด้วย เหมือนความรู้สึกทางฝ่าย Tae-eon เพิ่มขึ้นเหมือนกัน

และที่สำคัญ ตัว sense sharing ก็ยังอยู่ต่อ เพราะว่า Yoonseong ที่ถูกจับอุ้มขึ้นรถ ยังไม่ได้หยุดไกด์ด้วย เป็น 20 นาที เท่าตัวของที่เคยทำได้เลยนะ (ไม่นับว่าเทียบกับที่คู่อื่นมี อย่างมากก็แค่ 2-3 นาทีอีก) เหมือนความเข้ากันได้สองคนนี้สูงมาก ยิ่งพอ Tae-eon เปิดใจ ตัวเลขก็ยิ่งสูงขึ้นไปอีก 

เอาจริง โอ๊ยย อย่าเดินเรื่องแบบเนิบๆ ได้ไหมม ฉันลุ้นน ฉันรออออ เมื่อไหร่จะได้เห็น Tae-eon สำนึกผิดบ้างคะ อยากเห็นไล่ตาม Yoonseong บ้าง กับอยากเห็นมุมมองฝั่ง Tae-eon ด้วย

แต่คือรู้สึกบาป เพราะรู้สึกว่าเวลาอ่านไกด์ก็ชอบ 19+ อยู่ดี

ปล. ขวดน้ำที่ใหญ่ขึ้นอีก? ทำไม Yoonseong ซื่อแบบนี้ ไหนว่าเคยมีคนรักมาก่อนไม่ใช่เหรอออ??? จะถูกฝ่ายนั้นหลอกอะไรไหมเนี่ยยย

021121

ตอน 76

พอความรู้สึกระหว่างกันดีขึ้น ความเข้ากันได้สองคนก็เพิ่มขึ้นด้วย ไม่นับ sense sharing ที่นานขึ้นเรื่อยๆ + เกิดเป็นปกติอีก 

ช่วงนี้คุณพี่ดูจีบๆ ตามๆ ชอบกล มีตั้งแต่ชวนดูหนังด้วยกันที่บ้าน พูดจาเป็นนัยๆ แปลกๆ รวมไปถึงถึงเนื้อถึงตัวด้วย

แต่เรื่องมันปูไปช้ามากกกกกก ถ้าไม่มาอาทิตย์ละ 5 วันนี่ ... ตายกันไปกลางทางแน่นอน คือผู้ชายจะเอาอย่างไรคะะะ?? ไม่ชอบ การเล่าเรื่องผ่านตัวเองทางเดียวก็เพราะแบบนี้แหละ อยากได้มุมมองบุคคลที่ 3 กรี๊ดดดด อยากได้สำนึกผิดทางฝั่งพระเอกเร็วๆ ด้วยยย

ปล. รอลิฟท์ด้วยกันตอนก่อน ก็มาประชิดตัวกระซิบข้างๆ หู ตอนนี้พอคุยกันว่าสวนกันที่ฐานคนละที่ ก็พูดทำนองว่าเสียดายที่ไม่ได้เจอกันก่อนหน้า ถามว่าชอบหน้าตาตัวเองไหม แล้วยังจะเหมือนบอกว่าชอบอีก ดูหนังด้วยกัน พอ Yoonseong รู้สึกว่าพิงไปทาง Tae-eon มากไป ขอโทษแล้วจะขยับตัวออก Tae-eon ก็ไม่ให้ขยับตัวออกอีก บอกว่า warm and nice เนี่ยยย เอามือมากดไหล่ให้อยู่ท่าเดิมอีก .... ไม่ต้องสงสัยเลยว่า Yoonseong ฉันค้างไปแล้ว

คืออะไรคะะ คืออะไร??? ฉันเบื่อผู้ชายกั๊กแบบนี้ๆๆๆๆๆๆ

((จริงๆ ก็คงไม่กั๊ก เหมือนเวลาคลุมเครือจีบกันใหม่ๆ แต่ปัญหามันคือเป็น Tae-eon ที่ทัศนคติติดลบกับ Yoonseong มากจนพอมาอ่านผ่านมุมมอง Yoonseong ที่ปรับตัวไม่ทัน ทั้งรู้สึกกลัวว่าความทรงจำจะกลับมาเมื่อไหร่ ก็เลยยิ่งไม่ชัดเจน))


Monday, 8 July 2013

Poison Princess by Kresley Cole (en)



Just realise I never post the English version!
---
It’s Kresley Cole and it’s YA .. thought I was slow to pick this up!


Series : Arcana Chronicles, Book 1

Genre : post-apocalyptic/ supernatural/ paranormal/ love-hate/ YA

The book talks about post-apocalypse, in which the leading character, Evangeline or Evie, has begun to see hallucinations and hear voices in her head. While she ignores them and tries to appear as normal as she can, her so-called vision becomes reality the strange light turns living beings into ash.

The situation goes from bad to worse as all plants as well as most animals are gone, and water bodies become arid! There are zombies attacking human and the remaining humans starving and killing one another. Evie herself is struck in her home until Jackson or Jack, her hated classmate, comes along and leads her on the road in order to find her grandmother, whom she believes to have an answer for the current world, and most of all… her power.

Overall, the book paces rather slow, not in terms of the adventure/ journey, but in terms of Evie’s transformation and adjustment to the new world. She can’t survive the world by herself, but depend on Jack in every single way, as we have seen her as delicate and sheltered. One obvious example of her naivety (among many!) is, despite preparing to escape the approaching vicious army, she insists to bury her mother before starting the journey (although she cannot complete her intention in the end). Still, her weakness is transformed to be the strength of the book is beginning the book and its several first chapters with the view of Arthur, the serial killer/psychopath who tries to lure Evie into the house to be his latest victim and asks Evie to talk about her life through her point of view. Indeed, this tactic perfects everything! (spoil) [Although Evie is reluctant to use her very power throughout the book because she does not even want that power nor to use it to hurt others, as she has been attacked and hunted wherever she goes (this is especially true that women and girls become rare),  it has become clear to her that the existing society is now exploiting the weak. Therefore, she slowly starts to change her mind and meeting with Arthur is the last straw that she decides not to be anyone’s victim ever again!

 “…Just like Jackson said, I am DONE!  …… I am sick of this world, sick of being attacked and kidnapped!”



“All I ever wanted was to be normal. But tonight I’ve accepted that’s not possible. Even without Death and the Arcana, I now know that I have no hope of it. As soon as I saw these girls chained down here, it suddenly hit me. I’m not like them. I’m not normal. I don’t have to be trapped. I just have to become the vicious Empress I was born to be….”]

This new attitude is so in contrary with her belief to see goodness in other people and in the world. “I’ve been good to people in the past, and even after the Flash, after all the times I’ve been wronged. I still nurtured this naive belief that people wanted to be good to me too.” In the book, she has seen a lady whom she names the Red Witch, with similar power of controlling the plants, uses that power to hurt others. But then, (spoil) [it reveals that that Red Witch is her in the past life (if not her so-called ancestor), and the words saying “The Red Witch is raising.” is meant as her changing emotions and attitude to darker side, rather than having Red Witch as another character to have more power.]

And so, the meeting between Evie and Arthur becomes another beautiful twist because, although the readers will read and get excited with whether she will become his victim or get away from him, it turns out that (spoil) [,from Evie’s point of view, she hears his voice and realises that he is one of the special kids in Major Arcana. So, she comes to see him and hopes to find someone who understands the situation and transfers it to her, rather than someone whom she has to fight with. This means being attacked by Arthur activates our girl to start getting on her ground and fight with another Major Arcana character, as she is fated.] Still, had Evie used her power in the last 1/3 part of the book, not in the last couple chapters, the book would have been more a read.

My personal last surprise is Jack himself. Before reading, I did think he would have supernatural power like Evie since, in the series, Cole emphasises on special kids. Still, he is normal and the book ends with his knowing and fearing her plant-controlling power and her ‘changed’ feature. The relationship between the two is that of hate-love because of class and attitude gap. While Jack is drawn to her, he can’t shake the idea of her mocking about his inferiority (thought Evie doesn’t even think about mocking him); Evie herself does think he has interest in her as the last girl, not as his dream girl. It is so uncertain about their relationship, especially when Evie’s secrets that drive them apart become clear to him all too well in last pages. 

I find that Cole writes darker and more realistic stories in YA as it is stressed by the destituteness and killing, and that she employs different writing style. But she writes and makes me believe that it is from a 16-years-old’s point of view, especially that on the world, love, relations and so on.

The book is given B-, and with B+ in the ending chapters. I can’t find the right one-sentence conclusion this time, but I want to see Evie change faster (at least in the last 1/3 of the book, not in the last chapter!) and can’t help comparing her to ready-made/ self-made characters like Katniss from the Hunger Games since the latter makes more satisfying story lines. Alternatively, it would have been more interesting with 10 chapters shorter (of 41 chapters). But I agree with Cole when she mentions “Readers approve!” Still, I do believe ending with cliff-hanger should not be done with once-a-year books at all. 


Waiting for the second one, Endless Knight, for my confirmed speculation on Death and Evie’s shared history … and for the ‘transformed’ Evie with her power.



Wednesday, 15 May 2013

Poison Princess by Kresley Cole





เพราะเป็นงานของ Kresley Cole ผสมกับ YA  .... แม้ว่ากว่าจะอ่านก็ลังเลมานาน



ชุด : Arcana Chronicles, Book 1

ชนิด : post-apocalyptic/ supernatural/ paranormal/ love-hate/ YA

หนังสือเล่าถึงสภาพ post-apocalyptic เริ่มจากตัวเอกของเรื่อง Evangeline หรือ Evie เริ่มเห็นภาพหลอนและได้ยินเสียงแปลก ๆ ในหัว ขณะที่พยายามบอกตัวเองให้ทำไม่รู้ไม่ชี้กับสิ่งที่เกิด เพื่อให้ทุกอย่างเป็นปกติและเพื่อให้ทุกคนมองว่าเธอเป็นปกติ ก็มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นจริง ๆ เมื่อเกิดสภาพวันสิ้นโลกที่แสงจ้าที่เกิดขึ้นกระหันทันทำให้สิ่งมีชีวิตตายกลายเป็นขี้เถ้า และเป็นการพิสูจน์ว่าสิ่งที่เธอได้เห็นล่วงหน้ากลายเป็นเรื่องจริง


สภาพเลวร้ายที่เกิดยิ่งแย่ลงไปอีก เมื่อพืชทั้งหมดและสัตว์ส่วนมากล้วนตายและหายไป และแหล่งน้ำก็แห้งเหือด เกิดกลุ่มผีดิบที่คอยไล่ล่ามนุษย์ และคนที่รอดชีวิตก็เริ่มไล่ล่ากันเอง ... และ Evie ก็ติดกับอยู่ที่บ้านของเธอเองจนกระทั่ง Jackson หรือ Jack เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่เป็นคู่อริของเธอพาเธอออกมา และร่วมออกเดินทางไปกับ Evie เพื่อตามหายายของ Evie ที่เธอเชื่อว่ามีคำตอบสำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ... พลังของเธอ 

โดยรวม ๆ หนังสือค่อนข้างเดินเรื่องช้า - ไม่ใช่ในแง่การเดินทาง แต่เป็นการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงตัวเองของ Evieเพราะเธอทำอะไรเองไม่ได้ และต้องพึ่งพา Jack ในทุกด้าน เราได้เห็นว่าเธอเปราะบางและมีชีวิตที่มีคนดูแลมาตลอด อย่างเช่น ทั้งที่รู้ว่าอันตรายกำลังมา เธอก็ยังยืนยันจะฝังศพแม่ก่อนเดินทาง (แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้) อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้จุดอ่อนนี้ถูกเสริมให้กลายเป็นจุดเด่นก็คือ การที่เปิดฉากเรื่องด้วยมุมมองของ Arthur ฆาตกรต่อเนื่อง/โรคจิตที่พยายามล่อ Evie ให้เข้ามาในบ้านเพื่อให้กลายเป็นเหยื่อรายใหม่ และให้ Evie เล่าเรื่องชีวิตตัวเองผ่านมุมมองของเธอ (ซึ่งก็คือส่วนใหญ่ยกเว้น 2-3 บทแรกตอนต้นและจบ) และกลายเป็นว่าประเด็นนี้ทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์ (สปอยล์) [นั่นก็คือตัว Evie เองก่ำกึ่งที่จะใช้พลังของเธอมาตลอดทั้งเรื่อง เพราะเธอไม่อยากมีพลังและใช้อำนาจที่มีเพื่อทำร้ายคนอื่น แต่กลายเป็นว่า สังคมที่คนอ่อนแอตกเป็นเหยื่อและผู้ถูกกระทำทำให้เธอเริ่มเปลี่ยนความคิด และเธอก็ถูกโจมตีและไล่ล่ามาตลอด (โดยเฉพาะเมื่อผู้หญิง และเด็กผู้หญิงกลายเป็นสิ่งหายาก) การเจอ Arthur ก็เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่เธอตัดสินใจว่าจะไม่ยอมเป็นเหยื่อของใครอีกต่อไป 


“…Just like Jackson said, I am DONE!  …… I am sick of this world, sick of being attacked and kidnapped!”

“All I ever wanted was to be normal. But tonight I’ve accepted that’s not possible. Even without Death and the Arcana, I now know that I have no hope of it. As soon as I saw these girls chained down here, it suddenly hit me. I’m not like them. I’m not normal. I don’t have to be trapped. I just have to become the vicious Empress I was born to be….”]

ซึ่งถ้าอ่านก็จะเห็นได้ว่าเธอมองคนอื่นและมองโลกในแง่ดีมาตลอด “I’ve been good to people in the past, and even after the Flash, after all the times I’ve been wronged. I still nurtured this naive belief that people wanted to be good to me too.และก็ค่อย ๆ เกิดความคิดใหม่ตอนท้ายเรื่อง เธอเห็นคนที่มีพลังแบบเธอ นั่นก็คือ ความสามารถในการควบคุมต้นไม้ และใช้พลังนั้นทำร้ายคนอื่นมาเสมอ (สปอยล์) [แต่ก็กลายเป็นว่า Red Witch ที่เธอตั้งชื่อให้ ก็คือตัวเธอเองในอดีต และคำว่า The Red Witch is raising. ก็คืออารมณ์และทัศนคติที่จะเปลี่ยนไปของตัวเธอ มากกว่า Red Witch ซึ่งเป็นตัวละครอีกตัวจะมีอำนาจมากกว่าเธอ]

ซึ่งจุดที่กำหนดให้เธอมาเจอ Arthur ก็เป็นการหักมุมที่ยอดเยี่ยมจากเหตุผลอีกประการ เพราะแม้ว่าเราจะอ่านและลุ้นว่า Evie จะกลายเป็นเหยื่อ/ รอดพ้นจาก Arthur ได้อย่างไรก็กลายเป็นว่า (สปอยล์) [จากมุมมองของ Evie เอง เธอได้ยินเสียงของ Arthur และรู้ว่าเจ้าตัวเป็นหนึ่งในบรรดาเด็กที่มีอำนาจพิเศษตามไพ่ยิปซีชุดหลัก (Major Arcana) และการที่มาเจอก็คืออยากเจอคนที่เข้าใจเรื่องนี้ และพร้อมที่จะอธิบายสถานการณ์และรู้ร่วมกันได้ มากกว่าจะต้องมาเข่นฆ่ากันเอง ซึ่งการที่ Arthur โจมตีเธอก็เป็นการเปิดฉากให้ Evie เริ่มสู้และฆ่าฟันตัว Major Arcana อื่น ๆ อย่างที่โชคชะตาของเธอถูกสร้างมา] แม้ว่าจะดีกว่านี้ได้ ถ้าเปิดให้ Evie เริ่มใช้พลังของเธอในส่วน 1/3 หลังของเล่ม ไม่ใช่ 2-3 บทสุดท้าย

จุดหักมุมที่ส่วนตัวแล้วมองว่าน่าสนใจอีกอย่างก็คือ ตัว Jack เอง เพราะตอนแรกเข้าใจว่า เจ้าตัวมีพลังพิเศษเหมือนกันด้วยการที่ Cole ยกประเด็นเด็กที่มีอำนาจพิเศษ ซึ่งตัว Evie ก็ถูกแสดงด้วย Empress และพลังควบคุมต้นไม้ แต่กลายเป็นว่าตัว Jack เองเป็นมนุษย์ธรรมดา (และก็จบเล่มด้วยการที่กลัว Evie และพลังของเธอเสียด้วย) ความสัมพันธ์ของ Jack และ Evie  เป็นรัก-เกลียดมาตลอด เพราะความแตกต่างของคนทั้งคู่ ทั้งทางฐานะ และทัศนคติ ขณะที่ Jack ถูกดึงดูดไปหาเธอ เจ้าตัวก็คิดว่า Evie ดูถูกเขาที่มีฐานะต่ำกว่าเธอ และ Evie เองก็มองว่า Jack สนใจเธอเป็นเพราะ เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่หลงเหลือมากกว่าเพราะ Jack ชอบเธอจริง ๆ  ก็ไม่แน่ใจว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเป็นอย่างไรต่อ โดยเฉพาะเมื่อความลับที่ทำให้สองคนต้องแตกหักกันกลายเป็นสิ่งที่ชัดเจนในตอนจบ 

อื่น ๆ ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อ Cole เขียนเรื่องให้เด็กอ่านจะมืดและหดหู่กว่าเขียนให้ผู้ใหญ่อ่าน โดยเฉพาะสภาพแร้นแค้น และการที่คนฆ่าฟันกันเองแต่สิ่งหนึ่งที่ชอบก็คือ อ่านแล้วเชื่อได้ว่าเธอเขียนได้ด้วยมุมมองของเด็กสาวอายุ 16 ปี มากกว่าจะเป็นผู้ใหญ่มอง (โดยเฉพาะความรู้สึกที่เธอมีต่อโลก ความรัก ความสัมพันธ์และอื่น ๆ ) และสำนวนภาษาที่ใช้ก็ต่างจากตอนเขียนให้ผู้ใหญ่เช่นกัน

รวมแล้วให้ B- ยกเว้นตอนช่วงจบเล่มให้ B+ สรุปว่า …. ว่าอย่างไรคิดไม่ออก ถ้าให้ Evie เปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่านี้ (สักประมาณ 1/3 เล่มหลัง) หรือว่าตัดออกไปสัก 10 บท (จากที่มี 41 บท) น่าจะทำให้น่าสนใจมากกว่าเดิมได้ แต่ก็ยืนยันที่เธอบอก Reader approves! และก็ไม่ชอบจบด้วย cliff-hanger เลย เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำกับหนังสือที่ออกปีละเล่มมาก และก็อดไม่ได้ที่จะเอาเธอไปเปรียบเทียบกับตัวละครที่ ready-made/ self-made อย่าง Katniss ใน Hunger Games ที่ทำให้อ่านแล้วสนุก/ถูกใจกว่ามาก

ก็รอเล่ม 2 ว่าแล้วว่า Death กับ Evie น่าจะมีความหลังกันมา ... และ Evie จะใช้ความสามารถของเธออย่างไร