ชนิด : Fantasy/ Historical Romance/ weredragons
ชุด : The Drakon, Book 1
สำนักพิมพ์ : Bantam (September 26, 2006)
จำนวนหน้า : 352 หน้า
Clarissa เด็กสาวครึ่งมนุษย์ครึ่งมนุษย์มังกร (ที่ในเรื่องเรียกว่า drakon) ปลอมการตายของตัวเอง (fake her death? สำนวนภาษาอังกฤษชอบกล) และหนีออกไปจากถิ่นที่อยู่เดิมไปอาศัยอยู่ในลอนดอน ก่อนจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะ Rue หม้ายสาวสูงศักดิ์ที่มีชีวิตแปลกแยก เธอเป็นหญิงสาวคนเดียวในช่วงสี่รุ่นชีวิตมนุษย์มังกรที่กลายร่างเป็นควันและเป็นมังกรได้ และนั่นก็ทำให้เธอใช้ประโยชน์จากความสามารถที่เธอมีเพื่อขโมยเครื่องประดับมีค่าจากบรรดาคนในสังคมได้อย่างง่ายดาย
หากเมื่อเรื่องราวของ Smoke Thief เริ่มเป็นที่โจษจัน ก็ทำให้ชาวมนุษย์มังกรเริ่มร้อนรน พวกเขาจะต้องจับตัว rogue weredragon (หรือ ‘runner’) ที่หนีออกไปจากสังคมของพวกเขากลับมาลงโทษให้ได้ และดังนั้น Christoff หัวหน้าชาวมนุษย์มังกรจึงวางแผนที่จะใช้ Langford Diamond เพชรเม็ดยักษ์ของเหล่าชาวมนุษย์มังกรมาเป็นตัวล่อหัวขโมยออกมา
เรื่องราวผิดแผนไปเมื่อ Christoff ได้เจอกับ Rue และรู้ว่าเธอสามารถแปลงร่างได้ และในฐานะหัวหน้าชาวมนุษย์มังกร ผู้หญิงที่แปลงเป็นมังกรได้ถูกกำหนดให้เป็นคู่ของเขา ซึ่งความต้องการของเขาที่มีต่อเธอก็เป็นเช่นด้วยเสียด้วย หากแต่เพชรถูกขโมยไปโดยฝีมือของรันเนอร์อีกคน และทั้งคู่ก็มีเวลาเพียงสิบสี่วันที่จะตามหาเพชรและหัวขโมยตัวจริง
จริง ๆ เรื่องนี้ไม่มีอะไรมากเลย นอกจากการทำความรู้จักและตกหลุมรักระหว่างตัว Rue และ Christoff ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพราะตัว Rue เองหลงรักฝ่ายชายมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่สมัยที่ตัวเองยังเป็นแค่ Clarissa เด็กลูกครึ่งแล้ว ส่วน Christoff ก็หลงรักตัว Rue ตั้งแต่แรกเห็นในลอนดอน เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้จึงเป็นการปูทางเพื่อให้ทั้งคู่ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน และตกหลุมรักกันมากขึ้นกว่าเดิม และกล้าพอที่บอกความรู้สึกของตัวเองออกไป
พล็อตที่น่าสนใจส่วนตัวก็คือ ประเด็นทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับ Rue เมื่อเธอหนีออกมาจากเผ่าได้ และหวังจะมีชีวิตที่เป็นอิสระหลังจากนั้น เธอไม่ควรใช้ความสามารถที่เธอมีอย่างเด่นชัด และโดดเด่นจนเปิดโอกาสให้มนุษย์มังกรล่วงรู้ถึงการดำรงอยู่ของเธอได้เลย แม้เธอจะถูกจับได้ แต่เธอก็ยังหวังว่าตัว Christoff และสภาเผ่าจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ และใช้ชีวิตตามลำพังของเธอในลอนดอนต่อไปได้ ซึ่งคิดว่าถ้าวางให้ตัวนางเอกฉลาด ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ดูจะเดียงสามากไป การที่เติบโตมากับขนบธรรมเนียมของชุมชนปิดที่อนุรักษ์นิยมมาตั้งแต่เด็ก น่าจะช่วยให้เธอเห็นบทสรุปเช่นนี้ได้ก่อนที่เธอจะเริ่มต้นชีวิตขโมยแล้ว .... ส่วนตัวแล้ว มองว่าเป็นการเรียกร้องความสนใจมากกว่า เหมือนเป็นการประกาศกร้าวต่อเผ่าที่ไม่เห็นค่าเด็กลูกครึ่งอย่างเธอ ว่า “ดูฉันสิ เห็นฉันสิ เห็นฉันไหม” อย่างมาก
เมื่ออ่านต่อไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งสรุปเช่นนี้ชัดเจน เพราะเธอหลงรัก Christoff มาตั้งแต่เด็ก และเมื่อเธอพบว่าเธอแปลงเป็นมังกรได้ ก็หมายความว่าเธอเป็น female alpha และต้องแต่งงานกับเขา แต่เธอไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น เพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ และถ้าจะแต่งงานกัน ก็อยากให้เขาแต่งงานกับเธอเพราะความรักมากกว่า และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เธอตัดสินใจหนีออกมาจากหมู่บ้าน – และส่วนตัวเอง การรอคอยที่นำไปสู่บทสรุปที่เกิดเมื่อ Christoff มาเจอกับเธอ และไม่ยอมปล่อยเธอไป อาจจะเป็นความปรารถนาลึก ๆ ที่แม้แต่ตัวเธอก็ไม่รู้ใจตัวเองก็ได้
และถ้า Christoff จะเป็นพระเอกที่หลงรักเธอเพราะสิ่งที่เธอกลายเป็น ก็คงจะผิดพล็อตไปหน่อย และดังนั้นเขาก็สังเกตเห็นเธอเสมอมาตั้งแต่วัยเด็กแล้ว (โดยที่ Rue เองก็ไม่เคยรู้) และแม้ว่าจะเกิดแรงดึงดูดใจระหว่างกันขึ้น สิ่งหนึ่งที่ปฎิเสธไม่ได้ว่าทำให้ชายหนุ่มรักเธอก็คือ เขาเติบโตมาโดยถูกคาดหมายให้เป็นหัวหน้าคนต่อไป และด้วยความสามารถที่มี ก็ยิ่งทำให้ความคาดหวังที่มีต่อตัวเขาสูง และดังนั้น แรงดึงดูดใจส่วนหนึ่งที่เกิดก็คือ หญิงสาวเป็นกบฏและกล้าหลีกหนีออกมาจากชีวิตและสังคมอนุรักษ์นิยมคร่ำครึที่เขาแหนงหน่าย (ซึ่งก็ทำให้ Christoff พยายามทำทุกอย่างที่จะได้ตัว Rue มา อย่างที่ในเรื่องก็โกหก และผิดสัญญาไปหลายรอบ) อย่างที่เจ้าตัวบอกเธอว่า “You do realize that if you don’t end up marrying me, I’ll turn out a sour old man, just like the rest of them. I need you to rescue me.” (หน้า 317) ซึ่งรู้สึกว่าจุดที่น่ารักที่สุดจัดหนึ่งในหนังสือ (หรืออย่างน้อยก็เป็นจุดที่จำได้มากที่สุด)
จุดที่ไม่ชอบที่สุด ก็คือ เมื่อถูกจับ เธอต้องการอิสระ และดังนั้น เธอก็แลกเปลี่ยนกับ Christoff และสภาว่าจะหาทางนำเพชรกลับมา และนำตัวรันเนอร์ที่เป็นคนขโมยเพชรไปกลับมาให้ได้ ซึ่งเมื่อความรักของเธอกับเขาลงตัวแล้ว Rue ก็ไม่น่าทำเช่นนั้นเลย (สปอยล์)[โดยเฉพาะเมื่อความจริงปรากฏออกมาว่าคนที่ขโมยเพขรไปจริง ๆ ไม่ใช่เขา แต่เป็นคนอื่น] ถ้าเธอจากมาเพราะสภาพสังคมและชีวิตที่มีระเบียบสังคมและชนชั้นจัด เธอก็น่าจะเข้าใจคนที่หนีมาในสภาพเดียวกับเธอ และไม่ควรจะนำตัวรันเนอร์ที่สิ้นหวังและต้องการหลีกหนีจากเผ่าจนถึงขั้นกล้าตัดมือตัวเองออกมา .. เธอกลับไปเผ่าในสถานะคู่ของ Christoff, Queen และ female alpha แต่สิ่งที่รอคอยรันเนอร์อีกคนอยู่ไม่ใช่เช่นนั้นการหลีกหนีมาจากเผ่ามีโทษอยู่สองสถานก็คือ การทำให้ตาบอด (เพื่อที่จะเปลี่ยนร่างไม่ได้ตลอดไป) กับการตายด้วยน้ำมือหัวหน้าเผ่า ซึ่งเป็นทางเลือกที่ถูกเลือกเสมอเท่านั้น
ก็อ่านได้เรื่อย ๆ แบบจบแล้วจำอะไรไม่ได้ ตอนแรกให้ B- แต่พอมารีวิวได้ C+ ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเพราะว่าเล่มต่อไปเป็นเรื่องของ Zane เด็กในความดูแลของ Rue ที่กลายเป็นพระเอกเล่มสองไหม พออ่าน excerpt เล่มสองแล้วก็ให้อยากอ่านต่อไปจนคะแนนที่เกิดจากความดึงดูดเล่มต่อไปสูงขึ้นมาก สรุปให้ว่า Another love story. (ย่อมาจาก Another love story … that happens to be weredragons!
ปล. ถ้าไม่เคยหลงไปอ่าน Secret Swan อาจจะอ่านเล่มนี้เร็วกว่านี้ หรือก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ที่แน่ ๆ เห็นรูปแบบ arrogant male ชอบกล
อื่น ๆ
รีวิวเรื่องจากบล็อกคุณแม๊กซ์ Mostly Romance
- เขียนได้ครอบคลุมและมองได้ลึกซึ้งมาก ๆ