Sunday, 1 March 2009

Nightwalker by Jocelynn Drake (n)

กว่าจะโพสต์ได้ blogger มีปัญหามาสองวัน โอ อยากจะกรี๊ด



ชนิด : Urban Fantasy/ vampires/ bad elves/ magic
ชุด : Dark Days, Book One
สำนักพิมพ์ : Eos (July 29, 2008)
จำนวนหน้า : 384 หน้า


Mira แตกต่างและแปลกแยกจากผีดูดเลือดอื่น ๆ (หรือที่ในเรื่องเรียกว่า nightwalker) ด้วยความสามารถในการสร้างและควบคุมไฟของเธอ เมื่อบวกกับความแข็งแกร่งที่มีก็ทำให้เธอสามารถสร้างเขตอิทธิพลของเธอขึ้นมาได้ แต่แล้วอำนาจของเธอก็ถูกท้าทายจาก Danaus นักล่าผีดูดเลือด ที่ปรากฏตัวและลงมือฆ่าผีดูดเลือดในเขตของเธอติดต่อกัน

หากเมื่อการเผชิญหน้ามาถึง Mira พบว่าอันตรายจาก Danaus ไม่ใช่สิ่งที่เร่งด่วนที่สุด เพราะตอนนี้ Naturi เผ่าพันธุ์อันตรายที่ถูกขับออกจากไปจากโลกเมื่อ 500 ปีก่อนกำลังจะกลับมา และเธอก็ต้องร่วมมือกับพันธมิตรที่ไม่น่าจะเป็นไปได้อย่าง Danaus ต่อสู้กับเหล่า Naturi

กระชับได้ใจความที่สุดก็เป็นแบบนี้ แล้วก็เหมือนกับเวอร์ชั่นหลังปกในเวบของ Jocelynn Drake ชอบกล (ย่อหลังปกหนังสือจริงมีแค่ย่อหน้าแรกที่ทำให้ความเข้าใจเรื่องตอนซื้อผิดไปอย่างไม่น่าให้อภัยจริง ๆ ) และดังนั้น เปิดเรื่องมาก็เป็นเรื่องการเผชิญหน้า และการท้าทายธรรมดา จนกระทั่งปริศนาเกี่ยวกับ Naturi ค่อย ๆ เปิดเผย และกลายเป็น Mira ต้องร่วมมือกับ Danaus เพื่อหาทางที่จะหยุดยั้งการกลับมาของเหล่า Naturi ตั้งแต่การตามหา Jabari ผีดูดเลือดทรงพลังในอียิปต์ การคุ้มครอง Sadira หนึ่งในสามผีดูดเลือดที่ปิดผนึกกัก Naturi ไว้ที่ต่างโลก และหาตัวแทนที่จะมาเสริมเต็มการสร้างผนึกนี้อีกครั้ง

แรก ๆ บุคลิกของ Mira จะดูเย็นชา ยโส และเชื่อมั่นในตัวเอง จนถึงขั้นล้อเล่น (ในความหมาย toy) กับทุกสิ่งรอบ ๆ ตัวในเขตของเธอ และกับ Danaus อย่างมาก และเมื่ออ่านไปบุคลิกของเธอก็พัฒนาขึ้น และดูจะน่ารักมากขึ้นในสายตาของผู้อ่านอย่างอีฉัน ความหวาดกลัวที่เธอมีต่อ Naturi โดยเฉพาะเมื่อเธอเคยถูกจับไปทรมานอยู่เป็นนาน ทำให้ระดับความกลัวที่มีไปถึงขั้นประสาทเสีย ซึ่งถึงจะดูเป็นจุดอ่อนต่อตัวเอกที่ควรจะแกร่ง tough as nail กลายเป็นสิ่งที่ชอบ เพราะทำให้เห็นด้านที่เปราะบางของตัว Mira และเพราะตัวเอกไม่จำเป็นจะต้องสมบูรณ์แบบ รวมถึงอีกอย่างที่รู้สึกว่าเธอดูน่ารักก็คือ เธอดูแลและใส่ใจคนรอบข้างของเธออย่างจริงจัง (บอดี้การ์ดที่เป็นมนุษย์ทั้งสองคนของเธอเป็นตัวอย่างที่ชัดมาก แล้วก็รวมไปถึง Tristan ผีดูดเลือดอีกตัวด้วย – ซึ่งดูแล้วตัวละครนี้ก็น่าจะเพิ่มบทบาทในอนาคตเหมือนกัน) ซึ่งแม้ไม่ต่างจากด้านละเอียดของตัวเอก Urban Fantasy ปกติ แต่สิ่งที่เธอแสดงออกก็อ่อนโยน ละเอียดอ่อน และช่างคิดกว่าตัวละคร Urban Fantasy ทั่วไป

เนื้อเรื่องดำเนินไปด้วยฉากต่อสู้เร้าใจอยู่ทั้งเล่ม โดยเฉพาะเมื่อต้องต่อสู้และรับมือกับเหล่า Naturi บ้าเลือดที่บุกเข้ามา และการสู้รบด้วยดาบประชิดตัวก็เป็นสิ่งที่เร้าใจเมื่อได้อ่าน เพราะการสู้ประชิดตัวหมายถึงเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายที่ยากจะคาดเดา และผลลัพธ์ที่คาดหมายได้อาจจะไม่เป็นอย่างที่คิด ... มีอยู่หลายครั้งที่ตัว Mira ถูกทำร้ายเลือดสาด หรือไปถึงขั้นปางตาย ถึงจะไม่ชอบตอนที่บรรยายความตกใจของเธอทุกครั้งที่รู้สึกถึงความเจ็บปวด แต่คิดว่าสมจริงที่สู้กับตัวร้ายหลาย ๆ คนแล้วเจ็บกลับมา (ถ้าไม่เป็นอะไรเลย ก็คงเก่งเกินไปแล้ว)

ชอบประเด็นเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่ตัว Mira มีต่อเหล่า nightwalker โดยเฉพาะเมื่อเธอเริ่มเข้าใจเกี่ยวกับความทรงจำที่หายไประหว่างการต่อสู้ครั้งสุดท้าย เธอเข้าใจว่าเธอถูกจับไปทรมานเป็นเพราะความสามารถในการใช้ไฟที่ทำให้แม้แต่เหล่า Naturi ก็ต้องการเธอ หากแต่ความจริงมีมากกว่านั้น .... (สปอยล์) [และเธอเข้าใจว่าเธอรอดพ้นจาก Coven เป็นเพราะการช่วยเหลือและคุ้มครองของ Jabari] และก็ชอบประเด็นการหักหลังตรงนี้ ถึงแม้จะสงสารตัว Mira ช่วงใกล้จบอย่างมากก็ตาม และก็แอบ ironic ที่สุดท้ายแล้ว คนที่กลายเป็นว่าเธอไว้ใจได้มากที่สุดกลายเป็น(สปอยล์) [ตัว Danaus]

ดูเหมือนมีความไปได้ที่ความสัมพันธ์ระหว่าง Mira กับ Danaus จะพัฒนาต่อไปในอนาคต เมื่อทั้งคู่มี chemistry ระหว่างกัน แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอดูต่อไปว่าจริง ๆ แล้ว Danaus เป็นอะไรกันแน่ (น่าจะเป็นพวก Bori แต่ก็ยังไม่แน่ใจร้อย ช่วงหลังอ่าน Urban Fantasy แล้วเริ่มเบื่อที่ต้องตั้งคำถามว่าพวกนี้เป็นตัวอะไร มากกว่าพวกนี้เป็นใคร แต่ถ้าไขหมด บอกหมดตั้งแต่ต้น คนอ่านก็คงไม่สงสัย และก็คงไม่อยากรู้อยากเล่นจนไม่สนุกไปก็เป็นไปได้) แต่ทั้งนี้ ก็มี underlying อธิบายความรู้สึกของ Danaus เป็นระยะ ๆ (สปอยล์) [ ชอบตอนที่ Mira ถูก Rowe หัวหน้ากลุ่ม Naturi จับตัวไป แล้วคิดว่าจะยอมตายมากกว่าตกเป็นเชลยของพวกนี้อีกครั้ง และ Danaus ที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่ยอมให้ตาย .... และก็กลายเป็นว่าตัวเขาเองก็ศึกษาและตามหาตัว Mira มาก่อนหน้านี้เป็นสิบ ๆ ปีอีกต่างหาก ]

ชอบอีกอย่างที่เล่นกับระบบความเชื่อของเรา ปกติเรามองว่าผีดูดเลือดเป็นตัวร้าย และพวกภูติพวกเอล์ฟเป็นคนดี แต่เล่มนี้ผีดูดเลือดตัวร้ายกลับกลายป็นผู้ที่คอยช่วยเหลือมนุษย์ (อย่างน้อยก็ในความหมายที่ว่าสู้เพื่อตัวเอง และมนุษย์ได้ประโยชน์ไปด้วย) ขณะที่พวกภูติเป็นเผ่าพันธุ์ที่กระหายเลือดยิ่งกว่า และมีพิธีกรรมเลือดสาดฆ่าล้างหมู่บ้านอยู่ตลอดเวลา daywalker อาจจะโหดร้ายกว่า nightwalker ก็ได้

คิดว่าคงอ่านต่อ เพราะอยากรู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป และกลับมาที่ระบบการให้คะแนนนิด ตกลงมันเชื่อถือได้ไหมเนี่ย เพราะมันดูไม่ absolute ชอบกล ขึ้นกับอารมณ์ที่อ่าน แล้วก็หนังสือที่อ่านก่อนหน้านั้นอีกด้วย แต่ถ้าดูที่ความต่อเนื่องที่มีผลต่อเล่มถัดไปในชุด นับความหมายของตัวเองว่า A กับ B คืออ่านต่อแน่ ออกเมื่อไหร่ซื้อ เล่มนี้ก็ได้ B ล่ะ และถ้าบวกกับความรู้สึกต่อว่ากรี๊ด อยากรู้อยากอ่านต่อกรี๊ด ก็คงได้คะแนน B+ ไป แต่ทั้งนี้ระบบนี้เชื่อไม่ได้ ระบบคะแนนวัดอะไรไม่ได้เลย ชอบการสรุปเป็นประโยคมากกว่า ดูมีมากกว่าแค่ปริมาณ (การตีความเศรษฐศาสตร์และตัวเลขเป็นเรื่องยาก)

ทั้งชอบและไม่ชอบความรู้สึก Larger-than-life ในเรื่องไปพร้อมกัน -- สรุปว่า Fire starter, fun starter? คิดไม่ออก ไม่ใช่ด้วย สรุปไม่ได้ คิดไม่ออกเช่นเดิม A Fire starter let a fun started? ห่วยเหมือนเดิม

ปล. อย่างไรก็ตาม อดรู้สึกไม่ได้ว่าคนเขียนค่อนข้าง bias กับความเป็นตะวันตก โดยเฉพาะความเป็น ‘British’ มาก ไม่รู้สึกว่าคิดมากไปหรือเปล่า แต่รู้สึกตอนที่เธอเปรียบเทียบอียิปต์กับลอนดอนมาก ๆ

บทวิจารณ์ Nightwalker ของ Jennifer Ray ใน amazon
-ตรงใจที่สุดระดับหนึ่ง

คิดถึง
1. ตอนที่ผจญภัยไปสามทวีป อดไม่ได้ที่จะคิดถึง The Six Sacred Stones ของ Matthew Reilly เพราะเป็นการผจญภัยรอบโลก และแข่งกับเวลาเพื่อหยุดยั้งอำนาจชั่วร้าย โดยที่มีเรื่องของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาเกี่ยวข้องอีก (โดยเฉพาะ Stonehenge กับ Abu Simbel) ความเร่งรีบและฉากไล่ล่าที่ตัวร้ายมักจะรู้ทันและไวกว่าก้าวนึงนี้ใช่เลย เพียงแต่ว่าเล่มนี้อธิบายด้วยเวทย์มนต์แทนที่จะเป็นวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยี ... กับอีกประเด็นที่ไม่เกี่ยว แต่ขอกัด สองเรื่องนี้ก็ทำให้คนอ่านต้องรออ่านต่อทั้งคู่

2. ช่วงที่สู้กับ Naturi คิดถึงตอนเพชรพระอุมาตอนสู้กับสางเขียว เพราะความกระหายเลือดเอาเป็นเอาตายของสองเผ่านี้คล้ายกันจริง ๆ ถึงคนเขียนเขียนให้ Naturi มีความสามารถทางเวทย์มนต์ แต่ดูพวกนี้ primitive และ savage เกิน delicate concept ที่เรามีต่อพวกภูติ (ซึ่งในเรื่องก็บอกอย่างนี้)

3. ความสัมพันธ์ระหว่าง Mira และ Jabari เหมือน Mercy กับ Samuel ที่ความเป็นไปไม่ได้ กลายเป็นความเป็นไปไม่ได้เพราะฝ่ายที่เป็นคนดูแลไม่เคยและไม่มีวันที่จะยอมรับคนในความคุ้มครองในระดับเดียวกัน และเมื่อคนในความคุ้มครองต้องการเป็นอิสระและเป็นตัวของตัวเอง สิ่งนี้ก็ไม่มีทางเกินขึ้นได้ หากแต่ความสัมพันธ์ในเรื่องอยู่ในระดับที่ความเป็นได้มีโอกาสน้อยกว่า (สปอยล์) [และก็ยิ่งกลายเป็นศูนย์ เพราะที่ผ่านมา Mira เป็นแค่เครื่องมือของ Jabari เท่านั้น]

4. ความรู้สึกสู้กับ Larger-than-life ทำให้คิดถึง Undone ตอนจบ แต่ทำไมรู้สึกว่าตัวละคร ใน Undone ดูจะเหนื่อยนรกกว่าคะ?

เล่มต่อ
เล่มสอง Dayhunter จะออกปลายเดือนเมษา และเล่มสาม Dawnbreaker ออกปลายเดือนกันยา แล้วก็มีเรื่องสั้น "The Dead, The Damned, And The Forgotten" ที่เป็นกึ่ง prequel ของเรื่องในหนังสือชื่อ Unbound ร่วมกับ Kim Harrison, Melissa Marr, Vicki Pettersson และ Jeaniene Frost - อ่านกันให้หนำใจกันไปข้างถ้ายังไม่เบื่อซะก่อน

ไม่เกี่ยวกัน
ไหน ๆ ก็พูดถึง แล้ว ขอบอกว่าจริง ๆ ชอบ Samuel มากกว่า Adam นะคะ แล้วก็อยากให้มี spinoff Samuel ออกมาจริง ๆ แต่คงยาก ตอนนี้ แค่ชุด Mercy กับ Alpha Omega ก็คงเต็มที่แล้ว แล้วก็โอกาสเห็น Mercy มาเจอกับ Anna คงเป็นศูนย์ -- avidbookreader.com สัมภาษณ์ Patricia Briggs ไปแล้ว ใน Avidbookreader Catches Up with Fantasy Writer, Patricia Briggs (07/28/2008)