Saturday, 20 May 2023

打完这仗就回家结婚 //After This Battle, Go Home and Get Married

เขียนมาเพื่อเก็บความรู้สึกอีกแล้วว! 



คนเขียน: 寒菽

แนว: ดวงดาว หลังสงคราม ฟลัฟ

ความสัมพันธ์: ทหาร (ลูกหมาเด็ก) X ทหาร (อาจารย์ภูเขาน้ำแข็งซื่อ)

Arthur X Yan Xueshan

จำนวนตอน: 55 ตอน 

ปี: 2022


หลังสงครามจบ Yan Xueshan ตั้งใจว่าจะลาออกจากการเป็นทหาร แล้วกลับไปที่ดาวบ้านเกิดของพ่อบุญธรรมตัวเองที่ตายไปก่อนหน้าในสงครามเพื่อทำฟาร์มให้ความฝันของพ่อบุญธรรมเป็นจริง ชีวิตควรจะเรียบง่ายปลูกผักทำสวนไปวันๆ แต่ความตั้งใจที่จะแต่งงานแล้วใช้ชีวิตปกติกลับไม่ปกติขึ้นมา เพราะว่า Arthur คู่หูบังคับเมชในระหว่างสงครามกลับมาวุ่นวายรอบตัวๆ ตัวเอง 


ช่วงที่นัดบอดหาคนที่เข้าใจได้มาแต่งงานด้วย Arthur ก็บอกว่าถ้าต้องการคนที่ดีไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสามารถ ฐานะ หน้าตา หน้าที่การงาน หรือว่าความก้าวหน้า ตัวเองเหนือกว่าคู่นัดบอดทุกคนของ Xueshan และดังนั้น Xueshan ก็ควรจะแต่งงานกับตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อก่อนจบสงคราม อีกฝ่ายช่วยทำให้ความต้องการของตัวเองเป็นจริงแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ตัวเองจะต้องตอบแทนตัว Xueshan บ้าง


และ Xueshan ที่คิดทุกอย่างตามหลักตรรกะ ก็รู้สึกว่าคำพูดของ Arthur ก็สมเหตุผลดี ไม่ว่าทั้งในสถานะคนที่เหมาะสมที่สุด และการตอบแทนตัวเอง ... แต่ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่ามีอะไรที่แปลกไปอยู่เหมือนกัน

.

.

.

นั่นก็เพราะจริงๆ แล้ว ถึงแม้ตัว Arthur จะอ้างทุกอย่างด้วยหน้าตาชอบธรรม และพูดจาดีเป็นหลักการ แต่จริงๆ จุดหมายเดียวของตัวเองก็คือให้ Xueshan มาเป็นของตัวเอง เพราะว่าเป็นลูกหมาเด็กที่แอบชอบอีกคนตั้งแต่เจอกันครั้งแรก แล้วก็ทุกอย่างให้ได้อยู่ด้วยกัน ตั้งแต่ที่รู้ว่าคู่หูของ Xueshan เพิ่งตาย ตัวเองก็รีบลงชื่อสมัครเป็นคู่หูคนใหม่ของ Xueshan ต่อมา และด้วยความที่อายุห่างกัน และไม่รู้จะหาทางเข้าใกล้ยังไงให้มีสถานะพิเศษ ก็เลยเค้นสมองเพื่อเรียกอีกฝ่ายว่า “อาจารย์” แล้วสร้างความสัมพันธ์เฉพาะขึ้นมา 


ซึ่งตัว Xueshan ที่ไม่คิดอะไรมาก ก็คิดแต่ว่าตัวลูกหมาเด็กอยากแค่แสวงหาความก้าวหน้า อยากเก่งขึ้น อยากแข็งแกร่งขึ้น สองคนก็ฝึกอยู่ด้วยกันเรื่อยๆ นอกเหนือไปจากการที่คู่หูจะอาศัยอยู่ในห้องพักเดียวกันเพื่อสร้างความสนิทสนมและรู้ใจเข้าใจกันในการรบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสองคนก็รู้จักและรู้ใจกันเพิ่มมากจริงๆ เป็นคนที่คอยระวังหลังให้กัน อย่างที่บอกว่าในสนามรบ ตัว Xueshan ช่วยชีวิต Arthur ไว้ก็หลายครั้ง และ Arthur เองก็ช่วยชีวิต Xueshan ไว้ไม่ต่างกัน ไม่นับในเชิงสภาพอารมณ์ที่สองคนช่วยประคองกันจากความกดดันและความตึงเครียดในสภาวะสงคราม และการสูญเสียคนรอบตัวทั้งเพื่อน คนรู้จัก และคนร่วมงานไป เป็น double salvation ที่สองคนช่วยดึงกันและกันขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาอยู่ในสนามรบที่ช่วยกันจนรอดมาได้ทั้งคู่ (ถึงหนังสือจะพูดถึงหลังจากสงครามไปก็เถอะ) รู้จักและรู้ใจกันจนกลายเป็นคู่หูที่ค่าความเข้าใจสูงที่สุด กลายเป็นคู่เมชอันดับหนึ่งไป มี Arthur เป็นคนขับหุ่น melee ออกไปลุยระยะประชิด และ Xueshan บังคับหุ่น Spiner คอยคุ้มกันระยะไกลจากข้างหลัง ชอบเวลาอยู่ด้วยกันและเข้าใจกันและเข้าขากันมาก 


และที่มีอะไรแปลกๆ อย่างที่ Xueshan คิดก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะความปรารถนาก่อนทำวันสงครามขั้นเด็ดขาดก็คือ ลูกหมาโวยวายว่าถ้าพรุ่งนี้ต้องตาย ก็ไม่อยกตายแบบบริสุทธิ์ไม่เคยนอนกับใคร  แล้วก็ถาม Xueshan ว่าช่วยให้ความปรารถนาตัวเองเป็นจริงได้ไหม ซึ่งก็เพราะคิดว่าพรุ่งนี้เสี่ยงสูงมาก ถ้าจะต้องตายจริงๆ ก็อยากจะกอด Xueshan ที่ตัวเองแอบชอบมาตลอดสักครั้ง เป็นการพูดแบบส่งเดช เพราะไม่คิดว่าตัวอีกคนยอมตามใจทำตาม แต่ปรากฎว่า Xueshan ยอมให้จริงๆ  


ชอบอีกอย่างที่พอลาออกมาเป็นพลเรือนก็คิดว่าตัวเองเป็นแค่คนธรรมดา แต่ว่าวิธีคิดก็ยังเป็นทหารอยู่ดี อย่างวันที่ไปนัดบอดกินข้าวกับชายหนุ่มอีกคน แล้วมีลูกหมาเด็กตามไปหวงก้างด้วย (ซึ่งตอนนั้นยังไม่เสนอตัวเป็นคู่แต่งงาน แต่ไปในฐานะคู่หูและลูกศิษย์ที่ต้องไปช่วยกรองคน) ตอนกินข้าวเสร็จ ก็มีเสียงเตือนภัยดังขึ้นมา เพราะว่าสลัดอวกาศบุกโจมตีดาว ... ความพีคก็คือลูกหมาเด็กบอกว่ามีปืนใหญ่ยิงยานอวกาศอยู่ในกระเป๋าตัวเองแล้วก็เอาออกมาประกอบให้ Xueshan อย่างรวดเร็ว ซึ่งเจ้าตัวก็รับมาแล้วเล็งยิงยานของพวกสลัดอวกาศอย่างรวดเร็วไม่ลังเลเหมือนกัน ด้วยความเชี่ยวชาญมากด้วย และยานสลัดอวกาศก็ระเบิดกลายเป็นจุณไป ... ซึ่งผู้ชายที่มานัดบอดก็ได้แต่ยืนอยู่ข้างๆ ทำอะไรไม่ถูก จนในที่สุดก็หนีกลับบ้านไปก่อน แล้วส่งข้อความหา Xueshan ว่าอีกฝ่ายเป็นคนดี แต่เราคงเข้ากันไม่ได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าก็มีลูกหมาระริกระรี้อยู่ข้างๆ ตอนอ่านข้อความ ที่ผ่านมาก็คือทำตัวเชื่อฟังว่าง่าย แต่พออยู่กันสองคนกับคู่นัดบอด Xueshan ก็ไปแยกเขี้ยวข่มขู่ทางโน้นไประยะๆ ไม่นับตอนไปตักอาหารที่ทำตัวบลัฟอีกคนแล้วตักแต่ของที่ Xueshan มาให้ตลอด


หรือถึง Xueshan จะคิดว่าตัวเองธรรมดา แต่เอาจริงผลงานที่ได้ก็ไม่ธรรมดาเลย ถ้าไม่ใช่ เพราะไม่อยากอยู่ในตำแหน่งสั่งการ ควบคุม วางแผน ก็ขึ้นมาได้นานแล้ว แต่ว่าถึงกระนั้น ความดีความชอบที่ช่วยประเทศเอาไว้ (ช่วยให้ชนะสงคราม) ก็ทำให้ได้เหรียญตราขั้นสูงสุดไป .. น่ารักที่ไม่เห็นค่าใดๆ นอกจากว่าเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความเป็นทหารผ่านศึกที่จะทำให้ได้ส่วนลดเท่านั้น อย่างจะขึ้นยานเมล์ บอกว่าไม่มีเงิน แต่ว่ามีตราใช้ได้ไหม เพราะรู้ว่าทหารผ่านศึกจะได้บริการและสวัสดิการของรัฐฟรีหลายอย่าง ... แต่คือ คุ้ยเหรียญออกมา การเป็นเหรียญตราขั้นสูงสุดขั้นสูงสุดที่ต้องทำคุณงามความดีอย่างสูงสุดไว้ก็ทำให้ทุกคนยืนตรงแสดงความเคารพได้แล้ว ขำความหน้านิ่งที่เห็นประโยชน์แค่ “บัตรลด” จริงๆ 


หลายครั้งอาจจะรู้สึกว่าตัว Xueshan ประหยัดจนถึงขั้นงก ... แต่ส่วนตัว สิ่งที่หล่อหลอมเจ้าตัวมาก็ทำให้เป็นแบบนี้ ไม่ได้เรียกว่างก แต่เรียกว่ารู้ค่า และเห็นค่าของเงิน เพราะว่าพ่อแม่ตัวเองตายไปตอน 5 ขวบระหว่างถูกฝ่ายตรงข้ามโจมตี และก็อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาตลอด ด้วยความที่หน้าตาน่ารักก็มีคนอยากเอาไปเลี้ยงเยอะ แต่เพราะประสาทบกพร่องจากการถูกโจมตีตอนโน้นก็ทำให้แสดงความรู้สึกไม่ได้ กลายเป็นสินค้าบกพร่องที่ไม่มีใครอยากรับไปเลี้ยง มีพ่อบุญธรรมรับไปเลี้ยงภายหลังจริง แต่ด้วยความที่ทางโน้นฐานะไม่ดี ก็ทำให้ไม่มีเงินมาก บ้านที่อยู่ก็เล็กแคบไม่มีอะไรเลย อย่างพ่อบุญธรรมพาไปดูลูกหมา ถามว่าอยากได้ไหม ยังต้องทำหน้านิ่งแล้วบอกว่าไม่อยากได้ เพราะรู้ว่าการเลี้ยงสัตว์เป็นความฟุ่มเฟือยอย่างยิ่ง และพอตัวเองอายุ 18 ปี พ่อบุญธรรมที่ไปรบตาย เรื่องที่เคยคุยกันว่าจะเข้ามหาลัยก็ต้องจบไป กลายเป็นเลือกที่จะสมัครเข้ากองทัพเลี้ยงตัวเอง และเพราะไม่มีเส้นสาย เป็นแค่คนธรรมดาก็ถูกส่งไปที่แนวหน้าที่โอกาสตายสูงมาก แต่ด้วยความที่หน่วยก้านดี ก็เลยถูกเสนอชื่อให้กลับมาเรียนวิทยาลัยทหารต่อมา 


ชอบมากก ให้ A++ อีกเรื่อง ไม่คิดว่าคุกกี้แต่คุกกี้มาก ชอบความสัมพันธ์ของคู่หูเมช sniper+melee ไม่ค่อยเจอลูกหมาเด็กแสน scheming กับคนเลี้ยงงานจีนเท่าไหร่ น่ารักมากดีมาก เสียดายเป็นเรื่องสั้น แค่ 55 ตอน มีอีกก็อยากอ่านอีก ทั้งที่พล็อตไม่มีอะไร แต่อ่านแล้วฉ่ำมาก ชอบความรู้สึกเรียบง่าย โดยเฉพาะที่อีกคนเป็นภูเขาน้ำแข็งบกพร่องทางอารมณ์ แต่ก็สมบูรณ์ได้เพราะมีอีกคนขึ้นมา ส่วนลูกหมาเด็กก็คิดเหมือนกันว่าที่ตัวเองเป็นแบบนี้ได้ ก็เพราะอีกคน 


กับชอบที่เน้นความเรียบง่ายแต่มีความหมายพิเศษเพราะผ่านสงครามมาจนชีวิตเรียบง่ายกลายเป็นความสุขได้ เป็นเรื่องที่หวานเพราะให้ค่าอารมณ์และความสัมพันธ์ ความต้องการเรียบง่าย โดยเฉพาะการที่ตัวเอกจะลาออกจากกองทัพแล้วไปทำฟาร์มเพื่อสานฝันของพ่อบุญธรรมที่ตายไปในสงคราม ความหวานของเรื่องนี้ไม่ใช่หวานเพราะการให้ดอกไม้ พาไปกินข้าวมื้อหรู หรือว่าทำตามใจ แต่ว่าเป็นการให้ค่าความหมายชีวิต และให้ค่าคนที่อยู่ด้วยกัน .... โดยเฉพาะเมื่อ Xueshan ประสาทรับความรู้สึกบกพร่อง และประสบการณ์ชีวิตก็ทำให้ยากเปิดใจรับใครเข้ามา แต่ว่าพออยู่กับ Arthur แล้ว และสถานะระหว่างทั้งสองคนเปลี่ยนไป ตัว Xueshan ก็รู้สึกว่าจะต้องพยายามเปิดใจมากขึ้น เพื่อให้เกียรติและเป็นธรรมกับ Arthur ที่มาเป็นคู่แต่งงานตัวเองด้วย ซึ่งสุดท้าย Xueshan ก็รู้ว่ามีครอบครัวอีกครั้งแล้ว มีคนในครอบครัว มีคนที่รักและใส่ใจตัวเองขึ้นมา และตัวเองก็ถูกรักจริงๆ ชอบมากๆ 

Yan Xueshan felt it carefully.

I think I am loved.


แล้วก็มีก่อนหน้าที่รู้สึกว่าพอมีอีกคนอยู่ด้วยไปๆ มาๆ มันก็ดี

I really like this moment, I like Arthur being beside me, like being embraced by the sun.


เพราะก่อนหน้านั้นไม่เชื่อว่าจะมีใครสักคนรักตัวเองได้ ตอนที่พ่อแม่ตายไปตอน 5 ขวบ ฟื้นขึ้นมาคนเดียวในโรงพยาบาล พอพยาบาลบอกว่าพ่อแม่ตายไปแล้ว ตัวเองที่ประสาทบกพร่องก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกเสียใจ เพราะมันนิ่งไปเฉยๆ ยิ่งพออยู่คนเดียวในสถานเลี้ยงเด็ก ไม่มีใครรับไปเลี้ยงก็คิดว่าต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ มีจุดเปลี่ยนมีครอบครัวขึ้นมาตอนที่พ่อเลี้ยงรับไปเลี้ยง คิดวาดฝันโน่นนี่ไว้ด้วยกัน แต่พอพ่อลี้ยงตาย ทุกอย่างก็กลายเป็นศูนย์ใหม่ เลยคิดว่าตัวเองต้องอยู่คนเดียว ต้องชินกับการอยู่คนเดียว และไม่มีใครรักตัวเอง .. แต่เมชคู่หูคนนึงก็เคยบอกไว้ว่า I bet there will be someone in the future who loves you to the core. ซึ่งต่อมาก็ได้เจอกับ Arthur จริงๆ 




กับช่วงที่ถ่ายทอดการแข่งเมชของเหล่าทหารชั้นหัวกะทิ ก็มีตัดภาพไปเป็นช่วงความงามของชีวิตหลายอย่าง เช่นเห็นภาพ Xueshan กับ Arthur เดินอยู่ในสวนของ Xueshan ด้วยกัน เปลี่ยนจากเครื่องแบบทหาร และชุดเมชมาสเตอร์เรียบกริบเป็นเป็นเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวและหมวกฟาง เปลี่ยนจากการกระโดดเข้าห้องเครื่องเมชทหารแบบไร้ฝุ่นไปเป็นมุดเข้าเมชการเกษตรร่างสัตว์แล้วทำฟาร์ม (แต่ก็ต้องย้ำนอกเรื่องว่าฝีมือสองคนนี้ให้ขับเมชอะไรก็ดูอลังการได้หมด) ให้ Arthur กับเมชอีกคนที่บ้าคนรักพอๆ กันช่วยกันทำอาหาร เพื่อเลี้ยงเด็กกำพร้าจากสงคราม ซึ่งน่ารักมากกว่าทำอาหารเลี้ยงเด็ก กระตุ้นให้คนดูช่วยกันช่วยเหลือเด็กๆ ก็จริง แต่สองคนนี้ก็ทะเลาะกันตลอด เพราะแข่งกันอวดว่าคนรักตัวเองรักตัวเองมากกว่าคนรักอีกฝ่าย จากที่คุยกันธรรมดาก็รุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะก่อนหน้าที่สองคนเพิ่งแข่งเมชกันอยู่แล้วเอื่อยมาก ไม่มีไฟต่อสู้เลย แต่พอช่วงทำครัวคือไฟลุกท่วมจะฆ่าอีกฝ่ายแล้ว


เอาจริง ชีวิตขมมาก แต่ช่วงที่เขียนคือเติบโตผ่านมาแล้ว และกลายเป็นตัวเองแบบที่ดีขึ้น เอาจริงเรื่องมันขำนะ บ้าๆ บอๆ แต่พอมาเขียนแบบนี้เรื่องเลยดูจริงจังซีเรียสขึ้นมาเลย ขอย้ำว่าจริงๆ มันขำมาก และน่ารักมาก และสะท้อนมุมมองชีวิตมาก ชอบจนคิดว่าจะไปอ่านเรื่องอื่นคนเขียนแล้วด้วย 


ปล. 

1. 

ชอบความบ้าเมชตัวเอกมาก ขนาดเมชทำฟาร์มก็ยังบังคับจนโหดขึ้นมาได้ นิสัยบ้าเมชแล้วเลือกไม่ได้ น่ารักดี มีความบ้าเมชคือส่งข้อความไปหาอีกคนแล้วบอกว่ามีเรื่องด่วนมาก ซึ่งด่วนมากในที่นี้ คือบังคับเมชทำฟาร์มแล้วสนุกมาก ตื่นเต้นจนต้องโทรไประบาย อีกคนฟังก็เหนื่อยใจว่าว่าแล้วไม่มีหรอกจะเป็นเรื่องอื่น มีแต่เมชล้วนๆ เถอะนะ แต่ก็ตามใจซื้อเมชฟาร์มเกือบ 10 ตัวไปให้อีกคนเล่นคืนนั้นเลย แล้วก็ตื่นเต้นมากว่าเมชการเกษตรรูปร่างสัตว์มีที่มาที่ไปและประโยชน์หลากหลายมากนะ อย่างเมชแมลงป่องก็เกิดในพื้นที่ทะเลทราย หางใช้ดิ่งลงไปในทรายเพื่อหาแหล่งน้ำได้นะ 



บอกว่าไม่ชอบอะไร ไม่มีความรู้อะไร แต่จริงๆ สิ่งหนึ่งที่ชอบมากก็คือหุ่นรบนั่นเอง ชอบตอนที่จะไปแข่งแมตช์การกุศลกับเหล่าทหารเมชมาสเตอร์ แล้วเมชที่มีให้เลือกทุกตัวเป็น melee mech หมด ทุกคนที่ในเหตุการณ์อยู่เห็น Xueshan ตัดสินใจไม่ได้ก็คิดว่าให้ sniper mech มาบังคับหุ่น melee mech ไม่ได้หรอก เลือกไม่ได้เพราะบังคับไม่ได้ใช่ไหม มีแต่พระเอกคนเดียวที่รู้ว่าเลือกยากเพราะเลือกไม่ได้  อยากเลือกทุกตัวต่างหาก เพราะจริงๆ Xueshan เก่ง melee พอๆ กับ sniper เลย แต่เลือกเป็น sniper mech ก็เพราะความชอบส่วนตัว (ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าตอนเด็กๆ พ่อบุญธรรมเคยสอนให้ยิงปืนแล้วชมว่าตัวเองทำได้ดี ก็เลยมีความรู้สึกกับปืน sniper เป็นพิเศษ) เพราะถ้าเป็น sniper mech กระสุนหมดแต่ทำไมรอดมาได้ตลอดทุกครั้ง ก็เพราะว่าใช้อาวุธ melee สู้ต่อได้ อย่างเมชที่ใช้งานในสนามรบนอกจากจะเป็น sniper mech ก็ยังมีดาบคู่ไว้ด้วย แต่เป็นความลับที่คนทั่วไปไม่รู้ เป็นความลับทางทหารระดับสูงไม่เปิดเผย และคนที่เจอในสนามรบก็ไมมีใครรอดมาเล่าเลย 


Xueshan บ้า sniper และต้องนอนกอดปืนตัวเองหลับทุกคืนให้อุ่นใจ ขำมากที่ตลอดมาทุกคืนพระเอกอิจฉาปืนสไนเปอร์มาก ถึงขั้นที่เคยคิดว่าชาติหน้าอยากจะเกิดไปเป็นปืนนะ ให้ Xueshan นอนกอดทุกวัน นี่คือเป็นลูกหมาเด็กแอบรักหมกมุ่นขั้นสูงสุดมากจริงๆ นะ แต่ก็น่ารักดีดีนะ


ชอบตอนที่ไปใช้เมชอีกตัวที่ชื่อ Ares แข่ง แล้วเป็นซีรี่ย์เดียวกับ Artemis เมชของตัวเอง ตอนเริ่มก็พูดในใจว่า ขอโทษนะ  ขอเล่นกับพี่ชาย Artemis แค่หนเดียวนะ อย่าว่ากัน น่ารักดีที่รักเมชตัวเองมาก ขนาดตอนที่คิดว่าลาออกมาแล้วก็จะดัดแปลงหุ่นทำฟาร์มให้เหมือนเมชตัวเองให้ได้ เพราะคิดถึง


แต่ว่าเพราะเจ้าตัวชอบความสันโดษ เป็นส่วนตัวสุง ถึงแม้จะเป็นทหารเมชมือปืนอันดับหนึ่งก็ไม่เคยออกสื่อ ให้สัมภาษณ์ใดๆ ผิดกับ Arthur ที่ต้องทำเพื่อประชาสัมพันธ์กองทัพ จนถึงขั้นที่มีคนคิดไปเลยด้วยว่าคนขับ Artemis ไม่ใช่คนจริง หรือบางคนก็ลือกันไปต่างๆ นานา ถึงตัวตนที่แท้จริงร้อยแปด ทำให้วันที่เปิดเผยตัวเพราะจะลงแข่งการกุศลแล้วแนะนำตัวสั้นๆ ว่าเป็นคนขับ Artemis ทำให้มีคนคิดว่าเป็นเอไอด้วยซ้ำ แต่เพราะว่า Arthur มายุ่มย่ามวุ่นวายอยู่ใกล้ๆ ก็เริ่มมีคนที่จำประวัติการให้สัมภาษณ์ของเจ้าตัวได้ออกมากรีดว่า Arthur เคยให้สัมภาษณ์ว่าชอบคนผมดำ ตาดำ ท่าทางนิ่งเฉยเย็นชา แต่ว่าใจดี นี่มัน Xueshan ชัดๆ เลยนี่นา ถึงขั้นที่ทุกคนออกมากรีดร้องกันเลยยย ... แล้วก็เพราะการออกมาเปิดตัวทำให้เพื่อนนักศึกษามหาลัยที่ Xueshan ไปลงเรียนการเกษตรรู้ว่าเพื่อนร่วมชั้นโข่งที่เป็นทหารปลดเกษียณ (ตามคำแนะนำตัวของ Xueshan) จริงๆ เป็นใครและยิ่งใหญ่สำคัญขนาดไหน


แต่คือที่ชอบมากอีกอย่างก็คือ ตอนที่ Xueshan แนะนำตัวเองแค่บอกว่าเป็นคนควบคุม Artemis ไม่ได้บอกชื่อ แต่ว่าทุกคนรู้ชื่อเพราะ Arthur มาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ แล้วเรียกชื่อ ซึ่งเพราะตัว Xueshan หน้าตาดีมาก ก็มีนักข่าวมาถามว่ามีคนรักหรือยัง แล้วถึงแม้จะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เจ้าตัวที่พูดแบบนั้นไปก็พูดออกมาตรงๆ ว่ามีคนรักแล้วคือ Arthur แต่สงสัยมากว่าทำไมอีกคนยังไม่ขอแต่งงงานเสียที ซึ่ง Arthur ได้ฟังก็สติหลุดไปเลย เพราะว่าทำแหวนมานานแล้ว แต่ไม่กล้ารุกไปมากกว่านั้น รู้สึกว่าต้องให้เวลากับอีกคนกว่านี้หรือเปล่า สถานะคนรักควรกินช่วงเวลาหนึ่งไหม ... พอบอกอย่างนั้นมาก็คือ Arthur ออฟไลน์ไปเลย เพราะว่าจากกองทัพต้องไปหาตัว Xueshan เพื่อขอแต่งงานตอนนั้นเท่านั้น น่านักที่หลังจากนั้นสองคนก็ไปจดทะเบียนกัน แล้วทิ้งให้คนทั้งกาแลคซี่สงสัยว่าสรุป Arthur ขอ Xueshan แต่งงานสำเร็จไหม .... และคำตอบก็คือ Arthur ไม่พูดเล่าอะไร แต่ยกมือมาโชว์แหวนตลอดเวลาเท่านั้นเองง


แต่ขำมากที่ Xueshan มีภาพสวยมากกับการทำไร่หลังเกษียณ ความฝันที่วาดไว้ก็คือจะปลูกพืชได้ผลผลิตมาเยอะๆ แต่ความเป็นจริงก็คือ ได้เงินมาน้อยมากก น้อยชนิดที่ขนาดเจ้าตัวเป็นคนหวังน้อยยังตกใจ ความเป็นจริงทำร้ายจิตใจมาก ตอนนี้อย่าว่าแต่คิดว่าจะมีเงินไปบริจาคสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจากสงคราม แต่จะเลี้ยงตัวเองก็ยังไม่รอด ค่าปุ๋ย ค่าหุ่น ค่าเมล็ดพันธุ์ก็ติดลบแล้ว 



2.

กับลูกหมาเด็กเหมือนใสซื่อ แต่จริงๆ ร้ายลึกทำทุกอย่างเพื่อเข้าถึงตัวคนเลี้ยงเหมือนกัน ตาซื่อใสแป๋วหลอกอ้อนคนเลี้ยงมาสารพัดรูปแบบตั้งแต่วันแรกมาวันนี้ นี่คือถึงกับสร้างเบสทหารในดาวที่ตัวเอกไปอยู่ อ้างเหตุผลเป็นฐานสู้กับพวกสลัดอวกาศ (ซึ่งจริง) แต่ความจริงคืออยากอยู่ใกล้ๆ กัน พอ Xueshan ลงเรียนเกษตรในมหาลัย ก็ทำเรื่องไปเป็นอาจารย์พิเศษและพูดให้กำลังใจเด็กปีหนึ่ง ซึ่งก็เหมือนเดิมว่าทำเพราะว่าไปหาสุดที่รักตัวเอง ... และเพราะกลัวว่าอยู่ในหอพักมหาลัยเป็นหอรวมต้องไปอยู่กับคนอื่น นี่ก็ใช้อำนาจตัวเองสร้างบ้านพิเศษให้เหมือนกัน แล้วที่น่ารักก็คือบอกตัวเอกว่า Xueshan ได้บ้านพักมาในฐานะอาจารย์พิเศษ แต่ว่าต้องอยู่ที่กองทัพ ขอให้ช่วยอยู่และดูแลบ้านได้ไหม เวลามาก็มากดกริ่งหน้าประตู พอ Xueshan ถามว่ามีกุญแจอยู่เป็นเจ้าของบ้านไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ไขเข้ามา ก็บอกว่าตอนนี้ให้ Xueshan อยู่ เป็นพื้นที่ของ Xueshan นะ มีอะไรก็ต้องขออนุญาตสิ จะไปรบกวนพื้นที่ส่วนตัวไม่ได้หรอกนะ 


แต่กว่าจะเป็น Arthur ได้ทุกวันนี้ก็ลำบากเหมือนกัน เหตุผลที่เข้ามาเป็นทหารก็คือเกลียดพ่อ อยากประชดพ่อ และอยากแก้แค้นให้พี่สาวที่ไปเป็นทหารแล้วตายด้วย และพอเข้าสนามรบก็คิดแต่ว่าจะไปข้างหน้า บุกไปอย่างเดียว ดีที่เจอกับ Xueshan ก็เลยมีคนประคองดูหลังแล้วรอดมาได้ และเพราะความชอบ Xueshan ก็เลยมุ่งมั่นอยากให้ตัวเองเก่งขึ้นมาเรื่อยๆ เหมือนกัน ชอบที่ทุกคนบอกว่า Arthur สดใสเหมือนดวงอาทิตย์ มีพลังมากๆ แต่ตัวเองคิดว่า Arthur thought others think I'm sunny, but how would they know that my light is actually given by you.

 

ตอนที่พยายามจีบ Xueshan ก็เหนื่อยมากเหมือนกัน แต่ไม่เคยถอดใจ ทำทุกอย่างทุกทางที่ทำได้ จนถึงขั้นที่ว่าชวนคุยหาเรื่องพูดด้วยก่อนนอน จนในที่สุดผ่านไป 3 ปีก็ทำให้ Xueshan ติดกับการคุยกันก่อนนอนด้วย บางทีที่เงียบกำลังจะนอนไป อีกคนก็ถามว่าวันนี้ไม่มีอะไรเล่าให้ฟังเหรอ? 

กับตอนที่ Xueshan ไปเรียนแล้วตัวเองทำงานอยู่ในฐานทัพ ก็พยายามสร้างนิสัยให้อีกคนคิดถึงตัวเองก่อนอื่นเหมือนกัน ถึงขั้นบอกว่าถ้าไม่รู้จะเล่าอะไร ก็ให้ Xueshan ถ่ายรูปสิ่งที่เจอในแต่ละวันมาให้ก็ได้ แล้วก็ได้ผลจริงๆ เพราะ Xueshan ที่จริงจังก็คิดว่าควรจะตอบแทนกลับ/ ทุ่มเทเพื่อคู่หมั้นแล้วก็ถ่ายโน่น นี่ นั่นที่เจอระหว่างเดินอยู่ในมหาลัยไปให้


แต่ชอบอย่างที่ตัว Arthur ชอบทำกับข้าว และชอบทำให้ Xueshan กิน ซึ่งเวลาเห็นอีกคนกินก็มีความสุขตามได้ทุกครั้ง เพราะปกติ Xueshan ที่กินเพื่ออยู่ ก็จะกินอาหารเหลวพออิ่มตลอด หรือว่าพอมาอยู่เองที่ฟาร์มก็จะกินมันต้มกับไข่ต้มจิ้มกับเกลือกับนม ซึ่งขนาด Arthur มาเห็นก็ยังกินไม่ลง ... แล้วพอทำอาหารก็รู้ว่า Xueshan ชอบอาหารรสหวานนำมาก มีหมูเปรี้ยวหวาน หรือจานหวานนำก็จะตักอยู่เสมอ ขนมรสหวานก็ชอบ ซึ่งเจ้าตัวก็ทำบัวลอยส่าเหล้าให้อีกคนกิน แต่ก็ไม่คิดว่า Xueshan ที่ไม่ดื่มเลย ไปงานเลี้ยงไหนก็ปฎิเสธเหล่าผู้นำทั้งหลายเสมอด้วยเหตุผลว่าเป็นมือยิงจะคออ่อนมากจนเมาเพราะขนมขึ้นมา


3.

จริงๆ ปกน่ารักมากนะ ชอบจิบิแนวนี้ แล้วก็ชอบพล็อตด้วย แต่กว่าจะได้อ่านก็เก็บไว้นานมาก เพราะว่าเรื่องมันสั้นไป อะไรก็ตามที่ต่ำกว่า 100 (หรือ 120) ตอน ถือเป็นเรื่องสั้น ปกติไม่ชอบอ่าน เพราะรู้สึกการปูพื้น/ต่ออารมณ์มักไม่ค่อยดี แต่เรื่องนี้ยกเว้นสมบูรณ์แบบในตัวเองดีมาก แม้จะขมนิดๆ


คำว่าขมฟังดูน่ากลัว แต่ก็เป็นเพราะความเป็นจริงของชีวิตในช่วงสงครามของทั้งคู่ และของทุกคน... เศร้าแต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในแง่ที่ว่าจะทำอย่างไรถึงจะผ่านพ้นมันไปได้ และอยู่อย่างมีความสุขหลังจากนั้นให้ได้ และดีใจว่าทั้งสองคนทำได้ โดยเฉพาะตอนหลังที่ตัวเอกเปิดใจให้ค่าอีกคนขึ้นมา



4.

ที่ผ่านมาเจ้าตัวดีใจที่ได้รับเลือกให้เป็นคนบังคับ Artemis ในสนามรบ ไม่ได้รู้เลยว่าจริงๆ เมชตัวนี้เกิดได้จากแรงบันดาลใจที่นักวิจัยเห็น Xueshan สู้ในสนามรบแล้วเอาข้อมูลมาใช้สร้างเลย ... อย่างที่นักวิจัยบอกว่าถ้าไม่มี Xueshan หุ่นตัวนี้ก็ไม่มีจิตวิญญาณ มีแค่ Xueshan คนเดียวที่บังคับได้ ส่วนเมชของ Arthur ชื่อ Candle Dragon สรุปว่าเป็นตำนวนดวงจันทร์จากกรีกกับตำนานดวงอาทิตย์จากฝั่งจีนที่เวลามาอยู่ด้วยกันทำให้เมชทั้งสองตัวทำงานได้เกินร้อย เป็น 1+1 มากกว่า 2 น่ารักที่ตอน Arthur ดีใจที่ตัวเอกกลับไปขับเมชแล้วบินรอบเมช Xueshan จนถึงขั้นที่ทางโน้นถามว่ามาบินวนรอบกันทำไม ก็เพราะดีใจ

Why are you flying around me?

I'm happy.



5. 

ในเรื่องตอนที่ Xueshan เข้าไปเรียนในมหาลัย มีเด็กนิสัยไม่ดี ชอบดูถูกคนอื่น มองว่าตัวเองเข้าแผนกเมชได้ และเก่งกว่าฉลาดกว่าเด็กในภาคการเกษตร และทำเรื่องวุ่นวายก่อกวน Xueshan ถึงขั้นที่พ่อแม่มาพูดก็ไม่ฟัง ชอบมากที่สุดท้าย Xueshan บอกว่าเป็นเด็กก็ดีที่เป็นเด็ก และก็ดีที่มีพ่อแม่อยู่ทำให้ทำอะไรตามใจเกเรได้ แล้วเล่าเรื่องตัวเองที่พ่อแม่ตาย และต่อมาพ่อบุญธรรมก็ตายให้ฟัง ... เด็กๆ รอบตัวฟังแล้วก็เงียบไป แล้วหลังจากนั้น ทุกคนก็เป็นเด็กดี ตั้งใจเรียนกันหมด แอบเศร้า แต่น่ารัก 


6.

แต่ตอนจบ ชอบที่ตัว Xueshan กลับเข้ามาประจำการอีก และก็รับตำแหน่ง/ยศทางทหารอย่างที่ตัวเองควรจะเป็น และสองคนวางแผนขับเมชไปสำรวจและตรวจตราพื้นที่ในอวกาศด้วยกัน ... ที่น่ารักและมีเบื้องหลังก็คือ พ่อของ Arthur ซึ่งเป็นประธานาธิบดี สั่ง Arthur ว่ายังไงก็ต้องดึง Xueshan ให้กลับมารับราชการทหารให้ได้ และถ้า Xueshan จะแต่งงาน Arthur ที่ชอบ Xueshan มาตลอดก็ควรจะเป็นคนแต่ง เพราะ Xueshan เป็นเมชสไนเปอร์อันดับหนึ่ง ต้องห้ามสูญเสียทรัพยากรที่แสนมีค่าไปโดยเด็ดขาด อะไรที่เกี่ยวกับ Xueshan และการดึง Xueshan กลับมา (รวมถึงการแต่งงาน) จะได้รับการอนุมัติทันที โดยไม่ต้องขออนุญาต ถือเป็นภารกิจระดับ A ที่ตัวเองในฐานะประธานาธิบดีสั่งลูกชาย (สั่งทั้งในฐานะประธานาธิบดีและฐานะพ่อเลย) ก็เพี้ยนดี และตอนที่ Arthur ทำเรื่องขอเป็นคู่หูกับ Xueshan สู้กับคนจำนวนมาก ก็เป็นตัวพ่อที่ช่วยด้วยเหมือนกัน 


7.

น่ารักปนขำที่บอกว่าตอนแข่งการกุศล คนดูต้องทั่วทั้งอวกาศแน่ และเพื่อกันระบบล่มเพราะคนแห่มาดูกันมาก ก็มีเจ้าหน้าที่เทคนิค 5,000 คนที่ทำหน้าที่ระหว่างนั้น กับชอบที่จริงๆ เป็นนโยบายของทหารที่จะให้คนผ่อนคลายจากหลังสงคราม ในแง่ตัดให้เห็นความสวยงามของชีวิต (ทั้งจากที่สองคนเดินอยู๋ในไร่และทำสวนด้วยกัน และการทำอาหารเลี้ยงเด็กกำพร้า) รวมไปถึงการโน้มน้าวให้โจรสลัดอวกาศที่ต้องกลายเป็นโจรสลัดกลับมาเป็นพลเรือนด้วย ไม่ว่าจะเป็นทั้งการลดหย่อนโทษให้ และการให้พื้นที่ทำกินใหม่ที่ดาวตัวเอง 



8. 
กับตลกมากที่ตัว Xueshan ไปเรียนมหาลัยสาขาการเกษตร ก็เพราะสุดท้ายความสามารถทางการเกษตรแย่มาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับลุงไร่ข้างๆ ที่ทำเป็นอาชีพมานาน ตอนแรกไปเรียน ด้วยความที่มหาลัยนี้ดังด้านเมชมากกว่า ทุกคนก็เข้าใจว่า Xueshan ไปเรียนสาขาเมชเหรอ แต่พอรู้ว่าไปเรียนเกษตรแทนก็โล่งไป ทุกคนคิดในใจว่าใครจะสอนได้ ตรงอุทานเงียบๆ ทุกคนว่า Who deserves to teach you!! ขำมาก เพราะว่าสุดท้ายแล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ขนาด Xueshan ขับเมชสัตว์เก่าคร่ำคร่าขุดดินพรวนดินรดน้ำก็ยังบังคับลื่นไหลต่อเนื่องมาก .. ถึงขั้นที่ท่าที่ใช้ ทั้งจังหวะ ทั้งความถูกต้องแม่นยิ่งกว่าอาจารย์ที่สอนภาคหุ่นยนต์แล้ว


Tuesday, 14 February 2023

信息素说我们不可能 // The Pheromones Say We Have No Chance

ตามประสา ... พิมพ์ยาวมากทุกสิ่งที่นึกออก เพราะอยากเก็บความรู้สึกหลังอ่านอีกแล้ว




คนเขียน: 毛球球
แนว: รักวัยเรียน, มัธยม, ABO, ตัวเอกร่าเริง, เบาสมอง, fluff
ความสัมพันธ์: ศัตรู (???) A X O // Xiao Yan X Luo Zhiyu
จำนวนตอน: 79 ตอนหลัก + 9 ตอนพิเศษ
ปี: 2020


Luo Zhiyu กับ Xiao Yan เป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาตั้งแต่เด็ก เพราะครอบครัวของทั้งสองคนทำงานในอุตสาหกรรมบันเทิงเหมือนกัน และก็เป็นคู่แข่งกันกลายๆ พอมาถึงรุ่นลูก ความรู้สึกเป็นศัตรูกันก็ยังสูง โดยเฉพาะ Luo Zhiyu กับ Xiao Yan ที่ทะเลาะและสู้กันได้ทันทีที่เจอหน้ากัน ทั้งที่สองคนก็อยู่กันคนละโรงเรียน

เรื่องเริ่มที่ Luo Zhiyu กับ Xiao Yan สู้กันเหมือนปกติ แต่ก็เกิด การแสดงสภาพ ABO ก็เกิดขึ้นระหว่างสู้กันพอดี สองคนถูกส่งไปโรงพยาบาล โดยที่ Luo Zhiyu กลายเป็นโอเมก้า และ Xiao Yan เป็นอัลฟ่า และค่าความเข้ากันได้ของทั้งสองคนก็อยู่ที่ 0 ซึ่งเป็นอัตราต่ำมากชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน ที่เคยต่ำที่สุดก็แค่ 20 ... เรื่องนี้ และเรื่องที่ Luo Zhiyu เอาไม้กวาดวิ่งไล่ฟาด Xiao Yan ไปทั่วจนกลายเป็นคลิปดังทำให้ทั้งสองคนกลายเป็นที่รู้จักไป

เปิดเรื่องมา Luo Zhiyu กำลังจะเป็นนักเรียนชั้นปีที่ 1 (ม.4) ของโรงเรียนมัธยมปลายที่หนึ่งที่มีชื่อเสียง และในฐานะที่ทำคะแนนได้สูงที่สุด ก็จะต้องเป็นคนพูดหน้าแถวต่อหน้าคนทั้งโรงเรียนพอดี .... จริงๆ แล้วก็ควรจะพูดอย่างเรียบร้อย มีหลักการ และที่สำคัญ ถ่อมตน แต่การเจอคนที่ไม่ชอบหน้าที่สุดอย่าง Xiao Yan ขึ้นมากระทันหันก่อนพูด ก็ทำให้กลายเป็นสุนทรพจน์โอ้อวดว่าที่มาอยู่ที่โรงเรียนได้ก็เพราะคะแนนสูงมากของตัวเอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ Luo Zhiyu ในฐานะเด็กคะแนนสอบเข้าดีอันดับหนึ่งก็ถูกดึงเข้าไปในกลุ่มแชทของโรงเรียนที่มีทั้งครูใหญ่ ผู้อำนวยการ และรุ่นพี่ปีสองที่คะแนนสอบดีมากเหมือนกัน และการพูดคุยกับรุ่นพี่ที่ดูน่าเชื่อถือเป็นผู้ใหญ่ก็ดำเนินไปอย่างปกติ โดยที่ Luo Zhiyu รู้สึกว่ารุ่นพี่เป็นผู้ใหญ่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปรับตัวและการใช้ชีวิตในโรงเรียนได้ดี และรุ่นพี่ก็เอ็นดูตัวเองในฐานะเด็กเรียนเก่งเหมือนกัน .... แต่พอเจอกันจริงก็กลายเป็นคุณรุ่นพี่ก็คือ Xiao Yan นั่นเอง เปิดศักราชการทะเลาะวิวาทต่อคนทั้งโรงเรียนแบบไม่สนใจใครหน้าไหนครั้งแรกในโรงเรียนขึ้นมา

ต่อมาเพราะเด็กปีหนึ่งต้องมีการฝึกทหาร ท่ามกลางอากาศร้อนและการฝึกทหาร Xiao Yan ก็เอาน้ำโซดาและแตงโมเย็นฉ่ำมากินเพื่อเย้ย Luo Zhiyu ที่กำลังฝึกทหารด้วย Luo Zhiyu ที่แค้นใจมาก็อ้างเหตุผลว่าตัวเองเพิ่งแสดงสภาพมาหยกๆ และเป็นโอเมก้าบอบบางที่ตากแดดร้อนแรงไม่ไหวแล้ว เพื่อจะเลิกแถวไปหาเรื่อง Xiao Yan กลับ พอครูฝึกใจอ่อนปล่อยแถวทั้งหมดก็เห็นคนที่อ้างตัวว่าเป็นโอเมก้าบอบบางอ่อนแอเอาไม้กวาดวิ่งไล่ฟาด Xiao Yan อย่างบ้าระห่ำไปทั่วเหมือนกัน

ทั้งสองเรื่องกลายเป็นคนทั้งโรงเรียนเริ่มรู้แล้วว่าสองคนไม่ถูกกัน และเห็นหน้ากันไม่ได้ต้องทะเลาะลงไม้ลงมือทุกครั้งไป อันที่จริงสองคนเจอหน้ากันไม่ได้เลย ถึง Xiao Yan เหมือนจะเป็นพวกเย็นชา และหน้านิ่งไม่สนใจใคร แต่สิ่งที่ทำอย่างไม่เคยเหนื่อยหน่ายก็คือการหาเรื่องยั่วโมโหอีกคนตลอดเวลา และ Luo Zhiyu ก็ต้องเดือดดาลเต้นตามไปทุกครั้ง ไม่ว่าจะเจอกันในโรงอาหารแล้ว Luo Zhiyu เอาส้มที่เป็นผลไม้ตอนอาหารกลางวันปาหัว Xiao Yan และอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน ดังทั้งในฐานะนักเรียนเรียนดี และก็ในฐานะคู่กัดที่ทั้งโรงเรียนสนใจ ถึงขั้นมีโพสต์กระทู้พูดคุยถึงทั้งคู่เป็นระยะๆ

วีรกรรมก็มีตั้งแต่ที่ Xiao Yan เป็นผู้ช่วยครูมาตรวจหอรุ่นน้องเพื่อจับหาอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและของที่ไม่มีในหอ ซึ่งห้องของ Luo Zhiyu และเพื่อนโอเมก้าก็มีหม้อต้มที่เข้าข่ายถูกยึดพอดี พอ Xiao Yan เดินมาเจอกำลังจะหักคะแนน เจ้าตัวก็แบล็คเมลกลับว่ารู้นะว่ามีตู้เย็น เพราะไม่งั้นโซดากับแตงโมที่เอาไปกินเย้ยไม่มีทางเย็นได้ ขู่จะฟ้องกันไปมา จนสุดท้ายสองคนก็เลยตกลงจะปิดปากทั้งคู่ไม่รายงานเรื่องของผิดระเบียบของอีกฝ่าย แต่ว่าสุดท้ายก็ถูกอาจารย์เดินมาได้ยินจนได้ ถูกหักคะแนนคู่ด้วยกัน

หรือ Luo Zhiyu ที่กำลังจะถูกหักคะแนนใส่ชุดเครื่องแบบของ Xiao Yan อยู่ พอครูมาก็รีบรายงานเสียงดังมั่นใจว่าผมชื่อ Xiao Yan อาจารย์หักคะแนนไปได้อย่างที่อยากหักเลย ผมรู้ว่าทำผิดไปแล้ว ไม่ต้องสงสัยว่าครูประทับใจกับเด็กที่ตั้งใจยอมรับผิดมาก กว่าจะมารู้ทีหลังว่าจริงๆ เป็นใคร Luo Zhiyu ก็รายงานชื่อของ Xiao Yan และหักคะแนนของคู่แค้นตัวเองไปได้สำเร็จแล้ว

นอกจากนี้ยังมี Luo Zhiyu เอาส้มไปปาหัว Xiao Yan แล้ววิ่งหนีไปทางที่คนไม่ค่อยเดินเพื่อหนีการแก้แค้นของ Xiao Yan แต่กลายเป็นรีบชิ่งหนีไม่ดูทางจนตกท่อ แล้วเพราะไม่อยากให้ชุดเครื่องแบบที่ยืมมาของอีกคนเสียหายก็เลยเอาตัวเข้าแลก กลายเป็นข้อเท้าแพลง มือก็เป็นแผลต้องพันผ้าพันแผลทั้งตัว .... แต่เพราะต้องได้ลายเซ็นของคณะกรรมการนักเรียนก็เลยกระโดดขาเดียวข้ามตึกไปหาพวก Xiao Yan เพื่อให้เซ็นชื่อให้ ซึ่งไปถึงก็ไม่เจอใคร เพราะตัว Xiao Yan มาดักรอที่ห้องเพื่อแก้แค้นกลับพอดี และพอทุกคนเห็น Luo Zhiyu บาดเจ็บพันผ้าพันแผลรุงรัง ก็คิดไปว่าทางตัว Xiao Yan แก้แค้นรุนแรงมาก แต่เพราะการกระโดดขาเดียวขึ้นตึกของ Luo Zhiyu ทำให้ตัวเองไม่มีแรงกระโดดกลับหอ ก็เลยถึงขั้นที่สุดท้าย Xiao Yan ‘ใจดี’ ยอมไปส่งอีกคนที่หอ .. ซึ่งก็มีเจตนาแฝงโดยเอา Luo Zhiyu ขึ้นหลังแล้วเดินไปทั่วทุกที่อ้อมเท่าที่อ้อมได้ เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่าตัวเองเป็นคนดี
.
.
.
จริงๆ ความเป็นศัตรูก็ควรจะอยู่ตลอดไป แต่ว่าเพราะทั้งคู่คะแนนดีมาก ก็ทำให้ต้องมาทำงานให้โรงเรียนด้วยกันเป็นระยะๆ ทั้งที่สมัครใจและที่อาจารย์สั่งมา ก็เลยส่งผลให้สองคนได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน และเริ่มที่จะลดความเป็นศัตรูกันไปทีละนิดละหน่อยเหมือนกัน โดยเฉพาะฝ่าย Luo Zhiyu ที่ต้องพึ่งพา Xiao Yan ในฐานะรุ่นพี่ที่ให้คำแนะนำและความช่วยเหลือได้ กว่าจะรู้ตัวก็เชื่อมั่นและไว้ใจ Xiao Yan ไปเต็มที่แล้ว และส่วน Xiao Yan ที่เห็นเด็กแสบว่าง่ายและเชื่อฟังก็อดจะเอ็นดูไปไม่ได้เหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อสังคมบอกว่าสองคนไม่มีทางเป็นไปได้ ก็ยิ่งทำให้ทั้ง Luo Zhiyu กับ Xiao Yan ไม่เคยระวังตัวเวลาอยู่ด้วยกันเลย และทำทุกอย่างผิดจากความรู้ขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับการปฎิบัติตัวต่อกันที่โอเมก้าและอัลฟ่าพึงมี

เพราะจริงๆ น่ารักและน่าขันมากที่ Luo Zhiyu เป็นโอเมก้าแต่ว่าสามัญสำนึกความเป็นโอเมก้าและควรจะเป็นไม่มีเลย นี่คือยิ่งมองว่าสองคนความเข้ากันได้เป็นศูนย์ก็ยิ่งระวังตัว (จากที่ไม่มีเลย) ตอนทำแบบฝึกหัดเกี่ยวกับสุขศึกษาความรู้พื้นฐานโอเมก้าคือทำผิดทุกข้อ ขำมากที่ในแบบฝึกหัดสมมติชื่อ XiaoHong XiaoLan มาเป็นโอเมก้ากับอัลฟ่าทุกครั้ง แล้วพอเริ่มคำถามแต่ละข้อ ก็คือเช่น XiaoHong เป็นโอเมก้าที่ยังไม่มีพันธะ ส่วน XiaoLan เป็นอัลฟ่า ค่ำแล้ว XiaoLan ชวน XiaoHong ไปเที่ยวเล่น XiaoHong ควรทำอย่างไร? แบบฝึกหัดถามโดยอยากให้ตอบปฎิเสธว่าเพราะเป็น อมก ต้องระวังตัว หาก Luo Zhiyu ก็เขียนคำตอบไปว่า ผิด เพราะต้องทำการบ้านให้เสร็จเรียบร้อยก่อนถึงจะไปเล่นได้ ... โฟกัสผิดจุดมาก แต่ที่ตอบไปอย่างนั้นก็เพราะมองเรื่องตัวเองกับ Xiao Yan เป็นหลักใช้ตอบตลอดกาล

หรือว่าเพราะตัวเองทำชุดเครื่องแบบที่มี 2 ชุดเสียหายตั้งแต่ต้น และถ้าไม่ใส่เครื่องแบบก็จะถูกหักคะแนน... Luo Zhiyu ที่คิดได้ว่า Xiao Yan ยังมีเครื่องแบบปีหนึ่งอยู่ (เพราะฝ่ายนั้นเพิ่งใส่มาเดินไปเดินมา) ก็ดั้นด้นไปขอยืมชุดจากอีกคน โดยที่เพราะว่าเร่งด่วน ถ้าไม่ใส่คะแนนถูกหักหายแน่ ก็เลยเอามาใส่เลย ไม่ได้สนใจว่าต้องซักก่อนเพื่อลบกลิ่นฟีโรโมนของอีกคนไป .... ซึ่งการกระทำแบบนี้ก็ถือว่าผิดมากที่ให้ฟีโรโมนของอัลฟ่ามารมตัวเอง และพอต่อมาเจอคำถามนี้ในแบบฝึกหักก็ตอบไปไม่ลังเลว่าทำแบบนี้ถูกแล้วด้วยเหตุผลแสนมั่นใจว่าจะได้ไม่ถูกครูหักคะแนน .... และที่ร้ายกว่านั้น ตอนเอาไปคืนก็เอาไปคืนโดยไม่ซักให้ก่อนอีก ไม่ต้องสงสัยเลยว่า Xiao Yan ได้กลิ่นฟีโรโมนของ Luo Zhiyu จากชุดเครื่องแบบไปแน่นอน

ซึ่งตัว Xiao Yan ก็ไม่ต่างกัน เอาผ้านวมตัวเองไปให้อีกคน เอาผ้าเช็ดหน้าตัวเองไปให้อีกคน .... เดิมทีก็รู้สึกว่าควรระวัง แต่พอ Luo Zhiyu ไม่ระวัง และค่าความเข้ากันระหว่างกันก็น้อยก็รู้สึกว่าไม่ต้องกังวลอะไร ใช้ของอีกฝ่ายเป็นเรื่องปกติเหมือนกัน ได้กลิ่นฟีโรโมนจากอีกฝ่ายเป็นเรื่องปกติและถูกกลิ่นฟีโรโมนจากอีกฝ่ายรมตัวเองเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่การกระทำแบบนี้ไม่ดีและไม่ควร

สรุปได้ก็คือว่าสิ่งที่ไม่ควรทำในหนังสือเรียนก็คือสิ่งที่เอาไปทำด้วยกันตลอดค่ะ เวลาอยู่ด้วยกัน ทำอะไรที่ไม่ควรทำแล้วอีประโยคที่ถามกันว่า ให้อัลฟ่าอื่นทำแบบนี้ได้ไหม หรือว่าจะให้อัลฟ่าทำแบบนี้ไหม ฟังแต่ไกล ไม่คิดอะไร ก็คือฟังว่าเขารักกัน อีกคนเป็นคนพิเศษที่ยอมให้คนเดียว ... ซึ่งจริงๆ พูดไปก็ถูกว่าเขาก็รักกันจริง ในแง่ที่ว่าเชื่อใจกันสูงมาก ถึงแม้ Xiao Yan จะเป็นอัลฟ่า แต่ Luo Zhiyu ก็ไม่เคยมองอีกฝ่ายเป็นอัลฟ่าเลย มองว่าเป็นแค่ Xiao Yan ที่เป็นคู่กัดตั้งแต่เด็กตัวเองมาตลอด ถึงแม้ตอนนี้จะพ่วงตำแหน่งรุ่นพี่ที่เชื่อถือได้มาด้วยก็เถอะ และช่วงหลังๆ ที่ความรู้สึกสองคนเริ่มเปลี่ยน ก็เตือนว่าอย่าเชื่อใจอัลฟ่าคนไหน ไม่ว่าจะดูน่าสงสารขนาดไหนมาก็ตาม เพราะตอนนั้น Xiao Yan กำลังอยู่ในช่วง susceptible period ของอัลฟ่าอยู่ (ภาษาไทย ศัพท์ ABO แปลเป๊ะๆ ว่าอะไร “ช่วงอ่อนไหว” เหรอ? อยากแปลเองว่าช่วงหงุดหงิดงุ่นง่านของอัลฟ่ามากกว่า) จริงๆ ควรจะให้ Luo Zhiyu กลับบ้านไปก่อน แต่ว่าพอเจอแล้วอยู่ด้วยกันก็ไม่อยากให้อีกคนกลับไป แล้วตัวเองอยู่คนเดียวอยู่ดี และตัว Luo Zhiyu ก็ไม่ยอมกลับด้วย เพราะมองว่าตอนตัวเองอยู่ในช่วง heat อีกฝ่ายยังคอยดูแลอยู่เป็นเพื่อนกันเลย จะให้ทิ้งกันไปได้อย่างไร .... สรุปให้ว่าสองคนเป็นความรู้สึกกึ่มๆ giddy in love ที่ไม่ได้คิดอะไร แค่คิดว่าอยากอยู่ด้วยกัน ยังไม่อยากกลับบ้าน ในแง่ที่ว่าต้องแยกจากกัน

เอาจริง ตอนแรกที่อ่านไม่คิดอะไรเลย แค่อยากอ่านอะไรง่ายๆ สบายๆ ไม่ต้องคิดมาก แต่ว่าผลลัพธ์ดีกว่าที่คิดเยอะมาก เพราะก็แอบขำนะ คำถามแรกที่อยากรู้คือสงสัยมากว่าจะรักกันได้อย่างไร และรักกันตอนไหนได้เนี่ยยย พูดดีๆ โดยไม่ทะเลาะกันไม่เคยได้เลย ขนาดไม่อยู่ด้วยกันยังคิดหาวิธีหาเรื่องอีกฝ่ายตลอด แต่อ่านไปเรื่อยๆ เรื่อง flow เนียนกว่าที่คิดมาก เพราะว่าตัว Xiao Yan รู้ใจตัวเองเร็ว ขณะที่คนที่เด็กกว่า และไม่คิดอะไรไกลตัวยังคิดว่าสนุกและสบายใจกับการอยู่ด้วยกันแค่นั้นเลย .... แต่เพราะการที่ทำท่าสบายใจอยู่ด้วยกันนี่แหละ ที่ทำให้ Xiao Yan ตัดสินใจได้เร็ว เนื่องจากตอนแรกกลัวว่าถ้ากระโตกกระตากมากไป “ดวงดาว” ที่ไล่คว้าก็จะหนีหลุดมือไป แต่พอเห็นว่า Luo Zhiyu มีท่าทีเหมือนกันกับตัวเอง ก็เลยตัดสินใจรุก (ที่แปลว่า “เค้นความจริง”) จาก Luo Zhiyu และก็กลายเป็นแฟนกันอย่างรวดเร็ว (โดยที่ทั้งโลก (หรืออย่างน้อยก็ทั้งโรงเรียน ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนสนิท) ก็ยังเข้าใจว่าสองคนนี้ยังต่อยตีกันอยู่เลย)

ชอบเรื่องนี้อยู่อย่างที่ไม่มีปัญหาชีวิตวุ่นวาย ไม่ต้องคิดมากอย่างหลายเรื่อง (โดยเฉพาะความสัมพันธ์ในครอบครัว ทั้งไม่เข้าใจกัน หรือว่าไม่มีคนสนใจ) เป็นเด็กอย่างที่ควรจะเป็นนะ ถึงแม้หลายอย่างจะคิดง่าย แต่ก็สะท้อนภาพวัยเด็กได้ดี กับชอบอีกอย่างที่ไม่ได้เน้นความเป็น ABO ที่ฟีโรโมนต้องมากำหนดทุกอย่าง .. เพราะการที่สองคนมีค่าความเข้ากันได้ที่ 0 ทำให้ทั้งคู่ต้องดิ้นรนกับความสัมพันธ์มากกว่าปกติด้วยซ้ำ อย่างตอนแรกที่เริ่มรู้สึกว่าชอบอีกอย่างก็ต่างเริ่มคิดด้วยซ้ำว่าจะรักกันได้ไหม ด้วยค่าความเข้ากันถือได้ว่าติดลบ และจะต้องเลิกรากันเพราะค่าความสัมพันธ์ตัวนี้ไหม ทั้งคู่ต่างตั้งคำถามและหาความเป็นไปได้ในใจก่อนหน้ามาเยอะมาก และเมื่อมาคบกันจริงก็ทำให้ทั้งสองคน โดยเฉพาะ Xiao Yan พยายามอย่างมากเพื่อจะเพิ่มค่าเข้ากันให้ได้ และให้ได้อยู่ด้วยกันได้ตลอดไป การฝืนกระแสสังคมที่ไม่ยอมให้ค่าฟีโรโมนมากำหนดความรู้สึกของตัวเองและความรู้สึกที่มีต่ออีกฝ่าย ทำให้การให้คุณค่าตัวตนอีกฝ่ายยิ่งเด่นขึ้นมา รักกันเพราะเนื้อในของอีกฝ่ายจริงๆ .... ชอบตอนที่สุดท้ายไปตรวจค่า และค่าความเข้ากันได้ของทั้งสองคนก็สูงมากชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน

กับจริงๆ เรื่องแนววัยเรียนส่วนใหญ่จะมีเรื่องของสังคมในโรงเรียนและเพื่อนในกลุ่มในห้องมาเกี่ยวข้องด้วย จนหลายครั้งก็เน้นที่เพื่อนมากไป แต่เรื่องนี้ให้น้ำหนักระหว่างสองคนดีมาก จนรู้สึกว่าอ่านสนุกและอ่านลื่นกว่าปกติด้วยซ้ำ เมื่อช่วงเวลาระหว่างทั้งคู่มีมากเพื่อนสนิทของทั้งคู่มาเสริมเพื่อดำเนินเรื่องบ้างเล็กน้อยแค่นั้น .... อาจะเป็นเพราะสองคนตัวติดกันอยู่ด้วยกันสองคนด้วย ทั้งทำกิจกรรมของโรงเรียนด้วยกัน หรือถ้ามีเวลาว่าง ตัว Luo Zhiyu ก็จะไปอยู่ที่ห้องเรียน Xiao Yan และถ้าใครเลิกก่อนก็จะไปรออีกฝ่ายเลิกเรียน

แต่ว่าก็แอบสงสารที่ไม่มีใครในโรงเรียนเชื่อเลยว่าทั้งสองคนรักกัน ทำไมไม่มีใครเชื่อว่าเค้ารักกันนนเลยคะ?? อย่างในโรงเรียนจะมีเส้นทางเดินกลับหอที่ไร้คน และคู่รักก็จะไปพลอดรักกันอยู่แถวนี้ ทำให้ครูมาซุ่มจับเป็นระยะๆ วันนึงสองคนนี้ถูกจับได้ ครูที่จับรีบไปบอกพวกครูใหญ่ว่าเจอพวกแอบรักกัน แต่ครูใหญ่ก็บอกว่าสองคนนี้ไม่ได้มาสวีทหวานกัน แต่ว่ามานัดต่อยตีนะ ถึงขั้นที่พวกครูทั้งหลายไม่สนใจตัว Luo Zhiyu ที่พยายามสารภาพผิด (เพราะดีใจที่ในที่สุดก็ถูกมองว่ารักกันเสียที) เลยแต่กลับไล่สองคนกลับไปห้องตัวเอง และให้รักกันดีๆ ด้วยซ้ำ
อย่างที่พอเป็นแฟนกัน สองคนอยากใช้เวลามากขึ้น ตัว Xiao Yan ก็มารอโอเมก้าตัวเองใต้หอ Luo Zhiyu เป็นประจำเพื่อเดินไปกินข้าวไปเรียนด้วยกัน ส่วน Luo Zhiyu ถ้าไม่มีอะไรทำในห้องก็ขึ้นไปสิงอยู่ที่ห้องเรียน Xiao Yan จนรู้จักเพื่อนในห้อง Xiao Yan ทุกคนเหมือนเป็นห้องเรียนตัวเองเหมือนกัน (ถึงขั้นที่เพื่อนๆ Xiao Yan มองว่าเป็นเรื่องปกติที่ Luo Zhiyu มาอยู่ด้วย) ... แต่ว่าก็ไม่มีใครที่เอะใจเลยว่าเป็นแฟนกันกำลังสวีทอยู่ด้วยกัน ครูก็ไม่เคยห้าม เพราะดีใจด้วยซ้ำที่สองคนนี้เข้ากันได้บ้าง และเพราะอยู่คนละชั้น Luo Zhiyu ที่ติดแฟนอยากอยู่ด้วยกัน เรียนห้องเดียวกัน ก็ถอนหายใจเฮือกให้เพื่อนสนิทฟังว่ารักทางไกลลำบากมาก ทำให้คนฟังคิดไปไกลว่าต้องอยู่คนละโรงเรียน คนละเมือง ไม่ได้คิดไปเลยว่าคำว่า ‘รักทางไกล’ ที่พูดก็คือเพราะต้องกระโดดข้ามไปคนละชั้นตึกกัน และถึง Luo Zhiyu จะไปหา Xiao Yan บ่อยก็ไม่เคยคิดเลยว่าหมายถึงตัว Xiao Yan

อันที่จริง ความเชื่อใจต่ออดีตและค่าความเข้ากันไม่ได้ของทั้งคู่ในหมู่อาจารย์มีถึงขั้นที่สองคนต้องไปเป็นตัวแทนโรงเรียนเพื่อแข่งขันภาษาอังกฤษค้างคืน แต่ว่าห้องไม่พอ ครูก็จับสองคนนี้อยู่ห้องเดียวกัน ทั้งที่ตามจริงอัลฟ่าและโอเมก้าไม่ควรจะอยู่ห้องเดียวกันด้วยซ้ำไป

ซึ่งพอ Xiao Yan เข้ามหาลัยไปก่อน ตัว Luo Zhiyu ที่ไปขลุกกับแฟนเสมอก็ชอบสังคมมหาลัยและเพื่อนของ Xiao Yan มาก บอกว่ามหาลัย U ดีจริงๆ รู้ว่าพวกเราเป็นของจริง เพราะไม่เคยมีใครรู้ว่าสองคนเคยทะเลาะกันมาก่อน หรือรู้ว่าความเข้ากันต่ำ พอแนะนำว่าเป็นแฟนก็คือยอมรับว่าเป็นแฟนจริงๆ ซึ่งเมื่อเปิดตัวแล้ว ตัว Luo Zhiyu ก็ถึงขั้นไปนั่งเรียนวิชาทั่วไปเก็บคะแนนแทน Xiao Yan ที่ติดงานของคณะกรรมการนักเรียนด้วยซ้ำ ซึ่งก็มีเรื่องขำมากที่พอไปนั่งเรียน ก็สนุกกับการปลอมตัวเป็นเด็กมหาลัย ถึงขั้นที่ยกมือตอบคำถามอย่างกระตือรือล้นเพื่อเพิ่มคะแนนพิเศษให้คุณแฟนสม่ำเสมอ ถึงขั้นที่อาจารย์ชอบและจำหน้าได้ ..... พอปีต่อมา ตัว Luo Zhiyu เข้ามหาลัยเดียวกันไปแล้ว ก็ต้องเรียนวิชานี้บ้าง และก็กลายเป็นอาจารย์คนเดิมเสียด้วย กลายเป็น Xiao Yan ต้องมานั่งเรียนแทน เพื่อไม่ให้อาจารย์จับได้จนความแตก คนที่รู้เรื่องก็ไปโพสต์ในกระทู้มหาลัยว่าคู่รักคู่นี้สวีทหวานกันอีกแล้ว มานั่งเรียนแทนแฟนเลยนะ แล้วก็มีคนที่รู้จริงมาบอกว่า ไม่ใช่ว่าสวีทอยากอวดหวานหรอกนะ แต่ว่าทำรถคว่ำไปแล้วต้องมาซ่อมเก็บงานต่างหาก ขำมากๆ

หรืออีกครั้งก็คือ Xiao Yan จัดงานประชุมคณะกรรมการนักเรียนใหม่เมื่อมีเด็กปี 1 เข้ามาร่วม และตัวเองในฐานะรองประธานก็จะต้องโผล่มาให้น้องๆ เห็นหน้าด้วย และก็ลาก Luo Zhiyu มาอยู่ด้วยกัน และเพราะตัว Luo Zhiyu หาที่ที่สัญญาณเนทดีก็เลยไปนั่งอยู่ท่ามกลางหมู่เด็กใหม่ ทำให้ทุกคนเข้าใจว่ามาเป็นคณะกรรมการนักเรียนเหมือนกัน ถูกจับให้นั่งฟังเรื่องรักระหว่าง Xiao Yan และคนรักโอเมก้าอยู่นาน โดยที่ไม่กล้าบอกว่าเป็นตัวเอง จนกระทั่ง Xiao Yan ตาม Luo Zhiyu กลับบ้านและบอกว่ากลับไปที่บ้านสำญญาณเนทดีแน่นอน ก็เลยทำให้ทุกคนรู้ว่านั่งนินทาเจ้าตัวไปเยอะขนาดไหน .....

แต่จริงๆ ไม่ว่าอยู่ที่โรงเรียนหรือว่าอยู่ที่มหาลัย ด้วยความที่ทั้งคู่หน้าตาดี ฐานะทางบ้านดี และผลการเรียนดีก็ทำให้กลายเป็นคนดังอยู่เสมอ ขนาดอยู่มหาลัยเรื่องความรักของสองคนก็ถูกคนอื่นเอามาโพสต์ถึงเป็นระยะๆ อีกแล้ว กับเอาจริงสองคนก็มีคนมาชอบเยอะตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ตอนอยู่โรงเรียน ตัว Xiao Yan คนไม่กล้ายุ่งเพราะแอบแนวนิ่ง เย็นชา ไม่ค่อยสนใจใคร พอเข้ามหาลัย ด้วยความที่ติดแฟนและแฟนติดก็เลยมีแฟนที่เป็นนักเรียนม.ปลายมาอยู่ด้วยถึงขั้นไปเรียนแทนกัน ไหนจะเรื่องหมั้นที่มีคนรู้อีกก็ยิ่งไม่มีใครมากล้ายุ่ง .. ส่วนตัว Luo Zhiyu จริงๆ ก็เป็นโอเมก้าหน้าตาสวยงามน่ารัก แต่เพราะพฤติกรรมโหดที่เอาไม้กวาดไล่ฟาดคู่แค้น และความดิบโหดเถื่อนที่แสดงออกเวลาอยู่กับ Xiao Yan ก็เลยไม่มีใครกล้าเข้ามาจีบจริงๆ เหมือนกัน ยิ่งพอสนิทกับ Xiao Yan ก็ยิ่งเหมือนจะอยู่กันสองคน (แม้ว่าคนอื่นจะคิดว่าเพราะหาเรื่องกันอยู่ก็ตาม) ถึงขั้นมีคนตั้งกระทู้หาคนช่วยปลอบที่ผิดหวังอกหักจาก Luo Zhiyu ก็มี

จริงๆ ส่วนตัวรู้สึกว่ารักวัยเรียนช่วง ม.ปลาย มันไปต่อไกลไม่ค่อยได้ เพราะยังเด็กมาก ยังไม่เจอการเปลี่ยนแปลง และหลายอย่างในชีวิต แต่จริงๆ มาอ่านก็รู้สึกถึงวัยเด็กที่ทำอะไรก็ทำได้ ยังรู้สึกชีวิตมีแค่การเรียนและขอบเขตที่กำหนดก็มีแค่โรงเรียนและครอบครัวแค่นั้น แต่ว่าเพราะแบบนี้ก็มีเสน่ห์ในแบบของตัวเองไปอีกแบบนะ It’s good to be young. มาก อย่างไรก็ตาม ก็ชอบเรื่องนี้มากอยู่ดี กำลังคิดว่าจะอ่านเรื่องอื่นของคนเขียนต่อด้วย ก็ได้ A+ ไปไม่ต้องสงสัย Love those giddy feelings of being smitten with the loved one. Love those giddy feelings of wanting to be together (and never go home tonight).

ปล.
1. สุดท้ายแล้วค่าความเข้ากันได้ของสองคนก็สูงมาก สูงชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน และก็เพราะความสูงมากเกินมาตรฐานก็ทำให้เครื่องตรวจปกติจับไม่ได้ (สองคนที่มีค่าเข้ากันที่ 0 ถึงขั้นที่กลายเป็นหวัข้อวิจัยและถูกจับตรวจหลายรอบจนถึงตรวจเลือด ซึ่งเป็นการตรวจปกติของคนที่จะแต่งงานกันด้วยซ้ำ และสองคนก็ต้องไปตรวจที่โรงพยาบาล ท่ามกลางคู่รักอัลฟ่าโอเมก้าในช่วงที่ยังเป็นคู่อาฆาตแค้นกันอยู่) ทำให้คืนแรกที่อยู่ด้วยกัน Xiao Yan ก็เผลอสร้างพันธะถาวรกับ Xiao Yan แล้ว ซึ่งเจ้าตัวที่รู้ว่าทำอะไรไปก็รีบไปที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบทฤษฎีความเข้ากันที่ได้ยินมาใหม่ ทำให้สุดท้ายพอ Luo Zhiyu สอบเข้ามหาลัยเสร็จก็ต้องไปตรวจค่าความเข้ากันได้กับ Xiao Yan ต่อ กลายเป็นเครียดทั้งเรื่องสอบเรื่องค่าความเข้ากัน (ซึ่งเพราะรู้ว่าตัวเองทำได้ดีก็กลัวอย่างหลังมากกว่าเสียอีก)

และเหตุผลที่ตอน Luo Zhiyu ตอนในช่วงฮีทกินยากกดไปแล้วไม่ได้ผล ก็เพราะว่ามีอัลฟ่าที่ความเข้ากันสูงมากอยู่ใกล้ๆ ถึงขั้นที่ต้องให้ Xiao Yan กัดสร้างพันธะชั่วคราวเพื่อกดอาการ และตอนที่ Xiao Yan อยู่ในช่วงอ่อนไหวก็ต้องกัด Luo Zhiyu เหมือนกัน


2. ชอบที่ความรักทำให้ก้าวหน้า เพราะว่าพอเป็นแฟนกันอยู่ด้วยกัน ตัว Luo Zhiyu ก็คุ้นเคยกับการอยู่กับ Xiao Yan ตลอดเวลา ถึงขั้นที่กลัวด้วยซ้ำว่าโรงเรียนที่ไม่มีอีกคนจะทำอย่างไร พอ Xiao Yan เข้าไปมหาลัยแล้ว สิ่งที่คิดในใจและบอก Xiao Yan เสมอในปีนั้นก็คือ ให้รอกันก่อน ตัวเองกำลังจะตามไปนะ ความรักเป็นแรงจูงใจให้ขยันเรียนและสอบได้คะแนนดีเพิ่มขึ้นมาจากเดิม อย่างตอนที่ Xiao Yan เข้ามหาลัยไปแล้ว ตัว Luo Zhiyu ก็ใช้เวลาที่ไม่ต้องไปโรงเรียนไปอยู่กับ Xiao Yan ที่ห้องที่ Xiao Yan อยู่เหมือนกัน สองคนใช้เวลาอยู่ด้วยกัน โดยที่ Luo Zhiyu เอาปากกามาทำแบบฝึกหัดในสมุดแบบฝึกหัด และ Xiao Yan ที่พ้นความเป็นเด็กมัธยมแล้วก็เอาคอมพิวเตอร์มาพิมพ์รายงานอยู่ใกล้ๆ กันเหมือนกัน ต่างคนต่างทำงานของตัวเอง แต่เงยหน้ามาก็เจอกัน และถึงจะทำงานตัวเอง ก็รู้ว่ามีอีกฝ่ายอยู่ข้างๆ
อย่างตอนจบชื่อตอนก็บอกว่า “Someone is waiting.” เพราะบอกว่าแรงจูงใจในการก้าวหน้า เติบโตของ Luo Zhiyu ก็คือ Xiao Yan กลายเป็นว่าคำพูดของ Xiao Yan กับ Luo Zhiyu ที่ทะเลาะกันตอนต้นหน้าโรงเรียนเป็นจริงจริงๆ "The excellent you deserve to know the excellent me." คนที่ดีเลิศสองคนเหมาะสมกันมาก


3. เพราะงานที่โรงเรียนยุ่งมาก ตัวสองคนก็แทบจะไม่ได้กลับบ้านเลย ยิ่งช่วงที่เป็นแฟนกันก็อยู่ห่างกันไม่ได้อีก .... โดยที่ทั้งสองครอบครัวรู้ว่าลูกตัวเองมีแฟนแล้ว แต่ก็ไม่มีใครคิดว่าคบกันเอง ทั้งที่หลายอย่างก็ชี้ไปว่าสองคนนี้น่าจะเป็นแฟนกัน แต่ว่าด้วยประวัติศาสตร์ที่ทะเลาะกันมาตลอดก็ไม่มีใครคิดไปในทางนั้น กลับคิดว่าจะเรื่องที่ลูกตัวเองมีแฟนไปข่มอีกบ้านด้วยซ้ำ ....

"Our Xiao Yan also has a boyfriend." Xiao Yu also thought about his own affairs, "It seems that it has been a while."
"This can also compete?" Boss Luo was secretly dissatisfied, so he said, "Oh, what does that have to do with us?"

จนกระทั่งตอนที่ Luo Zhiyu จบการศึกษาและต้องไปพูดให้รุ่นน้องทั้งโรงเรียนฟัง เจ้าตัวก็แหวกแนวว่าไม่อยากพูดเรื่องเรียนดี หรือการสอบอย่างที่ครูๆ อยากให้พูด แต่อยากจะพูดเรื่องที่นักเรียนอยากฟัง แล้วก็เล่าเรื่องของตัวเองกับ Xiao Yan ไป ขำมากที่ครูทุกคนก็นิ่งกันไปหมด อย่างที่เคยคิดว่าสองคนไปรออีกฝ่ายที่ห้องก็เพราะจะไปหาเรื่องกัน ยิ่งไปกว่านั้นการที่ Xiao Yan ที่จบเข้ามหาลัยไปแล้วใส่ชุดนักเรียนกลับมาที่โรงเรียนเกินสม่ำเสมอจนครูรู้แกวและยามหน้าประตูปล่อยให้เข้ามาเป็นปกติก็กลายเป็นว่าแค่มาหาแฟนตัวเอง (ซึ่งขำมากที่ Xiao Yan ก็บอกครูว่าไม่ต้องห่วง หลังจากนี้จะไม่กลับมาแล้ว เพราะ Luo Zhiyu เรียนจบแล้ว) และครูก็กระอักเลือดมากที่ย้อนกลับไปคิดว่าทั้งที่เข้มงวดมากแต่ก็ปล่อยให้ “ปลา” สองตัวเล็ดรอดการตรวจจับไปได้ ทั้งๆ ที่ปลาสองตัวนั้นก็สารภาพมาเองด้วยซ้ำ ตอนที่เอาใบวัดค่าความเข้ากันได้สูงมาก ชนิด 99.99 ที่สามารถสูงไปได้อีกก็ทำให้ไปทั้งแตกตื่นโรงเรียน

ซึ่งความแตกตื่นไปทั้งโรงเรียนก็มีรุ่นน้องที่สนิทกับพี่สาวของ Luo Zhiyu เอาไปรายงานคุณพี่ด้วย ทำให้เป็นคนแรกในบ้าน (และคนแรกของทั้งสองตระกูล) ที่รู้ว่าสองคนรักกัน ... ซึ่งตอนนั้นสองบ้านก็ออกงานเลี้ยงอยู่ด้วยกันพอดี และคำถามที่ถามบ้าน Xiao Yan ไปก็คือว่าสำเนาทะเบียนบ้านยังอยู่หรือเปล่า? เพราะตอนที่สองคนรู้ค่าความเข้ากันได้ ก็คิดจะเอาใบทะเทียนบ้านไปจดทะเบียนหมั้นกันไว้ก่อนรอจบค่อยแต่งแล้ว .... ซึ่ง Luo Zhiyu เผลอหลุดปากไปก่อนหน้านี้ พี่สาวก็เลยเป็นคนเก็บสำเนาทะเบียนบ้านไว้กับตัว แต่คือของอีกบ้าน ถูก Xiao Yan ฉกไว้เตรียมหมั้นก่อนแต่งด้วยกันนานแล้ว


4. กลิ่นฟีโรโมนของ Xiao Yan เป็นกลิ่นส้ม ซึ่งผันแปรไปตามสภาพจิตใจของเจ้าตัวว่าจะเป็นส้มหวานหรือว่าส้มเปรี้ยว และ Luo Zhiyu ก็เดาอารมณ์คุณแฟนได้จากกลิ่นฟีโรโมนส้มเหมือนกัน ... พอเป็นแฟนกัน หลังๆ ตัว Xiao Yan ก็ตั้งชื่อในแชตว่า “ส้ม” ด้วย มีอยู่วันนึงที่ทางบ้าน Luo Zhiyu คาดคั้นถึงแฟนของ Luo Zhiyu มากๆ เจ้าตัวก็บอกว่าจะส่งรูปแฟนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จมาให้ แล้วก็ส่งรูปกองส้มที่เพิ่งล้างยังมีหยดน้ำกลิ้งอยู่มาให้ทุกคนในแชตครอบครัว
ส่วนฟีโรโมนของ Luo Zhiyu เป็นกลิ่นลูกท้อ หรือว่าจะเรียกแบบฝรั่งว่ากลิ่นพีชดี ยิ่งอินเลิฟอยู่ด้วยกัน ตัว Xiao Yan ก็ยิ่งรู้สึกว่าว่าท้อ/พีชหวานไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่กลับมาที่หอหรือห้องเรียนหลังจากที่ไปหา Luo Zhiyu มา เพื่อนก็จะถาม Xiao Yan เสมอว่าถูก Luo Zhiyu เอาโซดารสพีชสาดมาอีกแล้วเหรอ ซึ่งพอสวีทกันก็เป็นเพราะฟีโรโมนโอเมก้าตัวเองล้วนๆ ไม่ใช่เพราะถูกโซดารสพีชสาดมาอย่างที่เคยโดนวันที่ไปกินแตงโมเย้ย Luo Zhiyu ตอนฝึกทหารแรกเข้าเรียนเลย

และเพราะคนในบ้านเรียก Luo Zhiyu ว่า TaoTao (ท้อ) ตัว Xiao Yan ที่แอบได้ยินก็เรียก Luo Zhiyu ว่า TaoTao เหมือนกัน ทั้งที่ตอนแรกก็เรียกเพราะกึ่งๆ ล้อคำในที่คนในครอบครัวเรียก แต่นานๆ ไปชื่อนี้ก็กลายเป็นชื่อเรียกเพราะ Xiao Yan โอ๋แฟนไปแทน


5. 

ที่ข้อมือของ Xiao Yan มีรอยแผลเป็นจากการถูก Luo Zhiyu กัดอยู่ เพราะ Luo Zhiyu ในวัยสามขวบถูกพี่สาวสั่งให้ไปกัดลูกชายบ้านศัตรู พอเริ่มดีกัน ตัว Luo Zhiyu เองก็จะรู้สึกผิดเสมอที่ไปทำร้ายอีกฝ่าย แต่ก็รู้สึกว่าเหมือนแผลเป็นเป็นรอยกลีบดอกท้อ และพอเป็นแฟนกัน ตัว Xiao Yan ก็มองว่าเป็นแผลแทนใจของ TaoTao สุดที่รัก ... ที่พอมีอะไรมา ก็จะย้อนกลับไปว่าพี่สาวนั่นเองที่เป็นจุดเริ่มต้นเรื่องทั้งปวง หลีกหนีความผิดไปไม่ได้เลย


6.
ขำมากที่ตอน Xiao Yan อยู่ปีสอง (ในความหมายว่า ม.5) คนในห้องทำแบบทดสอบสุขศึกษาเรื่องความรู้พื้นฐานกัน และพวกอัลฟ่าก็เจอคำถามข้อแรกว่า ถ้าเริ่มเย็น มีโอเมก้าที่ยังไม่มีพันธะมาชวนไปเที่ยวเล่น โดยที่ไม่มีจะประสงค์ชัดเจนและชวนแค่คุณออกไป โดยที่คำชวนก็ดูไม่ชัดเจน ควรจะทำอย่างไร?

ก. ออกไปเล่นสนุกสนานด้วยกัน
ข. ปฎิเสธไปอย่างเข้มงวด
ค. ตกลงอย่างไม่เป็นเต็มใจ

ขณะที่ Xiao Yan กำลังจะเอาปากกามาวง ข. อย่างมั่นใจ ก็ได้ยินเสียงเคาะกระจกห้อง แล้ว Luo Zhiyu ก็โผล่มาทำเสียงออดอ้อนว่า พี่ ออกมาเล่นด้วยกันไหม .... คิดว่าอย่างไรล่ะคะ เพราะแน่อยู่แล้วว่าคุณพี่ก็ต้องออกไปตามน้องชวน พี่ แล้วกลับมาพร้อมกลิ่นพีชติดตัว คือความเป็นจริงสวนทางกับภาคทฤษฎีมาก... และที่ขำอีกทอดหลังจากนั้นก็คือ เหล่าอัลฟ่าในห้องยกเว้น Xiao Yan คนเดียวถูกครูที่สอนเรียกออกมากราดด่าหน้าชั้นเรียนทั้งห้อง เพราะว่าทำข้อสอบผิดกันหมดโดยที่ Xiao Yan ได้คะแนนเต็มอยู่คนเดียว
  
คือครูเริ่มด่ากราดตั้งแต่ข้อแรก ว่ามันเป็นความรู้ทั่วไป และความรู้ทั่วไปก็คือ ถึงครูไม่เคยบอก ไม่มีใครเคยสอนก็ควรจะรู้ว่าจะตอบอย่างไร
  
“The first question is general knowledge. Do you know what general knowledge is?” Mr. Xu takes a sip of tea to tamp down his anger, “General knowledge means, even if I don’t spell it out for you, you should still know how to answer it.”

ซึ่งพอ Xiao Yan คิดถึงความจริงที่ว่าถึงตัวเองจะตอบถูก แต่ว่าในเชิงปฎิบัติก็ยังออกไปหา Luo Zhiyu อยู่ดี ก็เลยลุกไปรวมแถวกับเหล่าอัลฟ่าที่กำลังถูกครูด่าหน้าห้องด้วย เพื่อนก็ปลื้มว่า Xiao Yan คนเรียนดีไม่ทิ้งกัน ครูก็ซึ้งใจว่า Xiao Yan มีจิตวิญญาณรักเพื่อนพ้อง มีสำนึกหมู่คณะ แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าพี่เขากำลังรู้สึกผิดในใจอย่างไร


7. ส่วนอันนี้ขอลงเต็มๆ ว่าตัว Luo Zhiyu ตอบคำถามผิดทุกข้อ แบบไม่ควรผิดจริงๆ

1. Xiaohong is an unmarked Omega, Xiaolan is an Alpha, Xiaohong and Xiaolan are just classmates, Xiaohong and Xiaolan hook up every now and then, to express their friendship at that time. (√)

2. Xiaolan is in a bad mood today. In order to comfort Xiaolan, Xiaohong touched Xiaolan's head and gave Xiaolan a big hug. (√)

3. Xiaolan fed Xiaohong with her own hands. Xiaohong accepted the feeding and looked forward to the next feeding with satisfaction. (√)

4. Xiaohong lost her school uniform. In order not to lose her credits, Xiaohong borrowed Xiaolan's and wisely protected her grades. (√)

5. Xiaohong thought that Xiaolan's pheromone smelled good, so she praised his pheromone many times in front of Xiaolan. (√)

6. When Xiaolan was on duty, she found that Xiaohong had violated the school rules. Regardless of Xiaohong's pleading, Xiaohong's credits were severely deducted. (x)

7. Xiaolan is an Alpha. One day he found that Xiaohong's clothes were not neatly dressed, so he helped Xiaohong tidy her clothes. (√)

There is no difficulty. The questions are based on daily life and can be judged by common sense alone. Luo Zhiyu selected the first few questions, opened the answer booklet attached to the textbook, and checked the answers.
All wrong.
Luo Zhiyu: "? Is this answer wrong?"



ส่วนของคุณพี่
Workbook Part II Situational Judgment Questions

Please combine the knowledge learned in this course to judge whether the following behaviors are right or wrong, and tick or cross the brackets.

[City No. 1 Middle School Physiological and Health Class Final Test, Alpha version]
The first question is multiple choice.

The first small question (general knowledge question): It is getting late, and an unmarked Omega invites you to go out to play. He has no clear purpose and only invites you. His words are evasive and even a bit provocative. , what should you do at this time?

a. Go out happily together
b. Reject him sternly
c. Reluctantly agree to him

Xiao Yan pulled out the cap of the pen. Just as the pen nib stopped on the paper, there was a light knocking sound from the window beside him——

The second graders are all taking exams, the corridor is quiet, Luo Zhiyu hides by the wall, tiptoeing, his voice is very soft: "Come out and play, brother."

________________________________________

ทวิตเตอร์ : @mgk993 #mereadingg

Tuesday, 2 August 2022

重生后被匹配给了帝国陛下//After Being Reborn, I Was Matched with His Majesty of the Empire




คนเขียน: 七夕是大头喵
แนว: Interstellar, ไกด์, พลังจิต, เกิดใหม่, แย่งอำนาจ, การเมือง, power couple, fluff, logics
ความสัมพันธ์: กษัตริย์ X คนเผ่า Lan Xing // Chi Yao X Shi Xing
จำนวนตอน: 77 ตอน (ยังไม่จบ)
ปี: 2022

ลิ้ง

Shi Xing เป็นคนดาว Lan Xing ที่เกิดมาจากต้นไม้ ซึ่งถึงแม้ว่าชาวดาวนี้จะร่างกายอ่อนแอมาก แต่ว่าพลังจิตก็แข็งแกร่งเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อสามารถรักษาอาการบาดเจ็บของห้วงพลังจิตของคนฝั่งจักรวรรดิได้ และรับหน้าที่หมอดูแลสภาพพลังจิตคนฝั่งจักรวรรดิให้ แต่ทว่าดาว Lan Xing สูญหายไปแล้ว ก็เลยกลายเป็นคนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของจักรวรรดิแทน และพอคนดาวนี้ จะอายุถึงเกณฑ์เป็นผู้ใหญ่ก็จะจับคู่อยู่กับคนในจักรวรรดิต่อไป โดยระหว่างที่กำลังเป็นผู้ใหญ่และเติบโตจะต้องใช้ทรัพยากรมากเพื่อเอามาสร้างห้วงพลังจิตในตัว ซึ่งก็ต้องเอาจากผลึกแร่หรือแก่นพลังของสัตว์ร้ายในอวกาศมาสร้างและคงห้วงพลังจิต ทำให้คู่ที่เป็นคนในจักรวรรดิต้องเสี่ยงอันตรายเพื่อไปฆ่าสัตว์อวกาศมาให้ดูดซับพลัง และเพราะการต้องเสี่ยงอันตรายนี่เองก็ทำให้แม่ของคู่ของ Shi Xing ตั้งข้อรังเกียจคนดาว Lan Xing มากจนทำให้ระหว่างการออกไปล่าสัตว์อวกาศ ตัว Shi Xing ที่มีพลังจิตดึงดูดสัตว์อวกาศออกมาถูกทิ้งไว้ตามลำพัง และห้วงพลังที่ขาดพลังงานมาหล่อเลี้ยงเสียหายจนถูกทำลาย ซึ่งชาวดาว Lan Xing ที่ห้วงพลังแห้งเหือดก็จะได้แต่นับถอยหลังรอวันตาย

เรื่องนี้เริ่มต้นที่ตัว Shi Xing ที่ห้วงพลังแห้งเหือดและรักษาตัวอยู่ในสถานพยาบาลได้ข่าวว่าคู่ของตัวที่เป็นหวานใจวัยเด็กของกันและกันกำลังจะแต่งงาน และก็ไม่เชื่อจนต้องมาดูด้วยตาตัวเอง และก็ตายไปอย่างคับข้องใจ โดยที่ก่อนตายเจอกับชายที่ห้วงพลังเสียหาย ที่คำถามแรกที่ถามก็คือ ตัว Shi Xing เป็นอะไรหรือเปล่า

โดยพอหลังแยกกัน ตัว Shi Xing สิ้นใจตายระหว่างกลับไปสถานพยาบาล และเมื่อลืมตาอีกทีก็เจอตัวเองอยู่ในต้นไม้แม่โดยที่ย้อนเวลาไปถึงก่อนที่ตัวเองจะเป็นผู้ใหญ่และพลังกำลังจะตื่น และเพราะช่วงนี้ต้องใช้ผลึกแร่มาสร้างพลัง แต่ว่าในต้นไม้แม่กำลังเข้าสภาวะฉุกเฉินเพราะมีคนสำคัญมาที่ต้นไม้แม่เพื่อให้พลังจากต้นไม้แม่ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บพอดี

ซึ่งคนที่มาก็คือทหารคนสนิทและญาติของกษัตริย์ที่บาดเจ็บจากการต่อสู้กับสัตว์ร้ายอวกาศ และเพราะห้วงพลังเสียหายมาก Shi Xing ที่พลังตื่นและเห็นสภาพจิตของอีกฝ่ายก็ออกปากช่วยคงสภาพห้วงพลังให้ระหว่างที่รอหมอมาถึง และดังนั้นก็ได้รู้จักกับ Chi Yao ซึ่งก็คือคนที่ตัวเองเจอก่อนตายในชาติที่แล้ว และก็น่าแปลกที่คำถามแรกที่ Chi Yao มีต่อ Shi Xing ที่กำลังเจอครั้งแรกก็คืออีกฝ่ายเป็นอะไรหรือเปล่าอย่างที่คอยถามไปในชาติที่แล้วพอดี

และตอนนี้ Shi Xing ที่กำลังจะเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องเลือกคู่จากคนในจักรวรรดิอีกครั้ง อย่างที่บอกว่าคนดาว Lan Xing ที่เป็นผู้ใหญ่และพลังตื่นจะต้องอาศัยทรัพยากรจำนวนมาก แนวคิดของจักรวรรดิก็คือให้จับคู่กับคนในจักรวรรดิที่จะคอยดูแลคนดาว Lan Xing จนเป็นผู้ใหญ่และเป็นคนหาทรัพยากรต่างๆ โดยเฉพาะแร่พลังและแก่นพลังของสัตว์อวกาศมาให้คู่ตัวเอง .... และการจับคู่ก็คือการออกจากสภาพแวดล้อมเดิมที่ตัวเองคุ้นเคยอย่างต้นไม้แม่ และต้องพึ่งพาฝากชีวิตไว้กับอีกฝ่าย โดยเฉพาะเมื่อโอกาสรอดชีวิตเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์มีน้อยมาก

โดยเฉพาะหลังจากมีประสบการณ์เลวร้ายจากชาติที่แล้ว และชาตินี้ได้เริ่มต้นใหม่ ตัว Shi Xing ก็ตั้งใจที่จะอยู่อย่างดีและรอดชีวิตเป็นผู้ใหญ่ให้ได้คราวนี้ โดยที่จะไม่เลือกผิดอย่างที่เคยทำไป
.
.
.
เขียนไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ เพราะรายละเอียดเรื่องเยอะมาก เอาจริงตอนแรกอ่านเรื่องแล้วคิดว่าเป็นเรื่องแนวตบหน้า ล้างแค้นคู่กลับ ด้วยการมีชีวิตดี คนรักดี แต่เอาจริงไม่ใช่เลย ช่วงที่ Shi Xing ต้องดิ้นรนเพื่อ “จับคู่” กับคนที่เหมาะสมที่สุดเป็นช่วงที่อ่านแล้วอึดอัดมาก เหมือนถูกเลี้ยงในสภาพแวดล้อมปิดในเรือนกระจกมาตลอด และถึงวันหนึ่งก็ถูกบังคับให้ออกจากสภาพแวดล้อมที่ตัวเองคุ้นเคยไป .. สู่โลกภายนอกที่ตัวเองไม่รู้จัก และต้องฝากชีวิตไว้กับคนที่ตัวเองไม่คุ้นเคย ผ่านการรู้จักอย่างฉาบฉวยภายใต้ขั้นตอนสร้างความรู้จักและสร้างความประทับใจภายใต้การจับคู่ ซึ่งโอกาสจะเจอคนดีและคนไม่ดีก็มีคละเคล้ากันไป ตอนนี้ถึงขั้นก้ำกึ่งว่าจะอ่านต่อดีไหม

Rather different from the brief, and I don’t know if I like it enough … since the process is more thorough and more heart-breaking for the me who prefers lighter, easier path. And truth is … I feel suffocate for the blue star’s way of life, how they need to depend on their partners in living, no, surviving in the world.

แต่โชคดีที่คราวนี้ตัว Shi Xing ไม่ได้กดพลังตัวเองเอาไว้ด้วยการอดอาหารอดพลังงานเพื่อจะจับคู่กับคู่ในชาติเดิมที่เป็นคนจากจักรวรรดิที่คุ้นเคยกันจากการมาอยู่อาศัยในต้นไม้แม่และรู้จักกันตั้งแต่เด็ก ก็เลยทำให้พลังตื่นและพัฒนาได้เต็มที่ ถึงขั้นที่พลังขึ้นไปถึงขั้น SS+ และข่าวเรื่องคนดาว Lan Xing ที่มีพลังจิตสูง (จากปกติที่สูงสุดได้แค่ขั้น A เมื่อแรกตื่น) ก็ทำให้ตัว Shi Xing มีคนมาสมัครเป็นคู่จำนวนมาก แม้จะคัดกรองแล้วจนเหลือแค่คนที่เหมาะสมที่สุด 5 คน แต่ก็ยังถูกรบกวน จนถึงขั้นที่ Shi Xing ต้องหนีออกจากห้องที่พักตัวเองไปอาศัยอยู่กับ Chi Yao ที่อาศัยอยู่ในต้นไม้แม่ระหว่างนี้เพราะสถานะคนในราชวงศ์ที่จะไม่ถูกคนอื่นกล้ามารบกวน

แต่เพราะอยู่ด้วยกัน ทั้งนิสัยความเป็นผู้ใหญ่พึ่งพาได้ของ Chi Yao ก็เลยทำให้ตัว Shi Xing เกิดความคิดว่าตัว Chi Yao เป็นคนที่เหมาะสมสำหรับตัวเองที่สุด ข้อดีของคนอื่นทั้งหมดมารวมกันอยู่ในตัว Chi Yao พอดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความมั่นคงหนักแน่นเป็นผู้ใหญ่ที่ดูฝากชีวิตไว้ได้ และความสามารถด้านพลังจิตของ Chi Yao (เพราะคนดาว Lan Xing สามารถรับพลังจิตของคนรอบตัวได้ การที่มีคู่ที่พลังสูงก็เป็นการส่งเสริมพลังให้ตัวเองอย่างหนึ่ง) หรือแม้แต่ความสามารถในเชิงทรัพยากร ... แต่ทว่าตัว Chi Yao ไม่สนใจที่จะจับคู่กับคนดาว Lan Xing เลย และก็ไม่เคยจับคู่กับใครมาก่อนด้วย .... แต่ทั้งนี้ก็เพราะว่าห้วงพลังของ Chi Yao สูงอยู่ที่ SSSS และก็ไม่เคยมีคนจากดาว Lan Xing คนไหนที่พลังสูงพอ ความหวังที่จะมีคู่ที่มีพลังสูงทัดเทียมตัวเอง และเพียงพอที่จะเยียวยาห้วงพลังของ Chi Yao ได้สูญหายไปนานแล้ว

จนสุดท้าย จากการถามอย่างเปิดเผยของ Shi Xing บวกกับการคาดหวังของคนรอบข้าง และการขึ้นสถานะเข้ากันได้ก็ทำให้ Chi Yao เลือกที่จะเป็นคู่ด้วยอีกคน ... และตัว Shi Xing ที่กำลังสิ้นหวังในนาทีสุดท้ายก็ตัดสินใจเลือก Chi Yao เป็นทั้งคู่และคนคุ้มครองตัวเอง ชอบตอนที่พอรู้ว่า Chi Yao มาอยู่ในงานด้วยแล้ว Shi Xing วิ่งโผเข้าไปหาอีกคนมาก แล้วพอ Chi Yao บอกว่าทำไมต้องรีบวิ่งก็ยิ่งเร่งให้  Shi Xing เร็วกว่าเดิม ทั้งโล่งใจแล้วก็อุ่นใจที่เห็น Chi Yao อยู่กับตัวเอง     

(ซึ่งก็มีจุดพลิกนิดนึงเหมือนกัน ตอนแรกเห็นคำว่า His Majesty ชื่อเรื่องไม่ได้คิดว่า Chi Yao เป็นกษัตริย์ทันที คิดว่าเป็นเจ้าชายธรรมดา ซึ่งตัว Shi Xing ก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนที่รู้ว่า Chi Yao เป็นกษัตริย์ไม่ใช่แค่เชื้อพระวงศ์ระดับสูงก็ตกใจจนค้างไปแล้ว)

จบช่วงจับคู่ไปอย่างเดียวก็ 20+ ตอนแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ไม่เขียนอะไรอ่านง่าย คิดง่ายจริงๆ อย่างช่วงทดสอบพลังของคนดาว Lan Xing ก็ต่างจากแนวพลังจิต Interstellar ทั่วไปแล้ว การประเมินพลังไม่ได้ทำแค่ให้ได้ค่าพลัง A B C D เฉยๆ แต่วัดค่าอย่างละเอียด 4 ขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นขนาดของห้วงพลัง ความสามารถในการใช้พลัง ไปจนถึงความหนาแน่นที่จะรับพลังและใช้พลังได้ วัดกันทั้งในเชิงขั้นต่ำที่จะเป็นได้ ณ ปัจจุบัน จนไปถึงขั้นสูงที่จะเป็นไปได้ในอนาคต

แต่พอมาจับคู่กันลงตัวแล้ว ก็เหมือนเข้าเป็นช่วงสอง เป็นช่วงปรับตัว ทั้งการปรับตัวของ Shi Xing ในการอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ขณะที่จะต้องเรียนรู้และเติบโต และการปรับตัวเข้าหากันของทั้งสองคน ... และที่อยู่ในใจ Shi Xing อีกอย่างก็คือการลืมความกลัวและความสิ้นหวังอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต แล้วเรียนรู้ที่จะเติบโตอย่างใจแข็งแรงต่อไป ซึ่งก็เป็นได้จริงโดย Chi Yao ในฐานะผู้ปกครอง (คู่) ก็ตั้งเงื่อนไขให้ Shi Xing เอาความปลอดภัยของตัวเองมาก่อน ทำทุกอย่างได้หมด โดยที่จะต้องไม่เสียสละตัวเอง (ซึ่งก็ตรงกันข้ามกับประสบการณ์ชีวิตที่เคยเจอมาในชาติที่แล้ว) ทำให้ตัว Shi Xing มีสภาพแวดล้อมที่มั่นคง ปลอดภัย และเป็นบวกในการเติบโต และก็มีตารางประจำวันที่ทุกเช้าจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับจักรวรรดิ และการปกครอง และตอนบ่ายก็จะเป็นการตรวจสภาพร่างกาย โดยเฉพาะสภาพของห้วงจิต

ซึ่งก็น่ารักอย่างหนึ่งว่าระหว่างนี้มีช่วงที่การบาดเจ็บของ Chi Yao กำเริบ ตัว Shi Xing ก็พยายามใช้พลังจิตของตัวเองเพื่อรักษา Chi Yao และก็เพราะใช้พลังเกินตัว และดูดซับพลังงานจากแร่ผลึกที่มีอยู่เดิมไม่ได้ จน Chi Yao เอะใจว่าควรใช้แร่ผลึกที่มีพลังหนาแน่นกว่าเดิมไหม แล้ววางแร่ผลึกแดงที่มีคนให้มา ซึ่งพอรู้ว่าตัว Shi Xing ดูดรับพลังได้ ก็กลายเป็นว่าให้เดินทางไปที่ทางเหนือทันที และตอนแรกตัว Shi Xing ก็เข้าใจว่าจะไปเพื่อซื้อแร่ผลึกแดงเท่านั้น แต่พอคุยกันก็กลายเป็น Chi Yao บอกว่าจะไปหาทางเจรจาซื้อดาวที่มีเหมืองแร่ผลึกแดงเลย

และก็เพราะดูเป็นคำขอที่ดูบีบบังคับเจ้าของดวงดาวอยู่เดิม ก็เลยกลายเป็นว่าเมื่อไปทางเหนือก็ให้ Shi Xing ตรวจดูอาการของ Tan Chi นายทหารคนสำคัญที่เป็นลูกชายของผู้บัญชาการกองทัพที่เจ็ดที่ห้วงพลังบาดเจ็บจากการต่อสู้กับสัตว์อวกาศ เพื่อเป็นการเงื่อนไขในการเจรจา และเพราะความพยายามในการรักษา ประกอบกับการเป็นเด็กดีของ Shi Xing ก็ทำให้ซื้อใจครอบครัวตระกูล Tan ไว้ได้ โดยเฉพาะเมื่อพยายามรักษาอาการบาดเจ็บของ Tan Chi จนสำเร็จในที่สุด

ระหว่างที่อยู่ทางเหนือเป็นเวลาครึ่งปี นอกเหนือจากการรักษา Tan Chi และฝึกพลังของเจ้าตัวก็ต้องเรียนรู้สภาพสังคม การเมือง การปกครอง ประวัติศาสตร์ รวมไปถึงความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน ตลอดจนมารยาทด้วย ซึ่งด้วยเวลาที่เว้นช่วงไป ก็ทำให้ Shi Xing ต่างไปจากเมื่อแรกออกมาจากต้นไม้แม่ที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจใดๆ เลย

ตอนนี้เริ่มเข้าส่วนสาม ก็คือการสร้างอำนาจให้ Shi Xing แล้ว เพราะเพื่อกลับมาที่เมืองหลวง ตัวโบสถ์และสภาก็พยายามตัดอำนาจ Shi Xing โดยอ้างว่าเป็นคนดาว Lan Xing และก็ไม่แน่ใจว่าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่สำเร็จหรือไม่ ยิ่งประกอบกับอาการบาดเจ็บของ Chi Yao ที่ถ้าเป็นอะไรไป ก็จะทำให้อำนาจอยู่ในมือ Shi Xing ที่ไม่มั่นคงต่อไป ตอนนี้ก็เลยเป็นช่วงที่ Shi Xing พยายามเรียกอำนาจกลับมาให้ตัวเอง และการสร้างอำนาจของ Shi Xing ก็เกิดในพร้อมกับอาการบาดเจ็บที่กำเริบบ่อยขึ้น และรุนแรงขึ้นของ Chi Yao ด้วย .... ซึ่งก็เข้มข้นเพราะระหว่างที่ Chi Yao พยายามข่มอาการป่วยของตัวเอง Shi Xing ก็ดิ้นรนที่จะช่วยบรรเทาความเสียหายของห้วงพลังจิตอีกคน ระหว่างที่พยายามเข้าใจและแก้เกมกับอำนาจหลายฝ่ายรอบข้างด้วย โดยเฉพาะเมื่อ Chi Yao ป่วยอยู่จนต้องออกไปรบข้างนอกด้วยตัวเอง

รวมๆ ชอบที่ Chi Yao เป็นคนที่สร้างความกล้าและความเชื่อมั่นให้กับ Shi Xing เพราะว่าถูกแม่คู่ชาติที่แล้วทำให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ แต่พอมาชาตินี้อยู่กับ Chi Yao ที่ใส่ใจดูแลอย่างดี และคนรอบตัว Chi Yao ก็รักและดูแล Shi Xing อย่างดีด้วย ทำให้ Shi Xing รู้สึกปลอดภัยและกล้าพัฒนาพลังตัวเองเต็มที่ อย่างพอตั้งทีมให้แล้วให้ลูกพี่ลูกน้องที่เป็นทหารประจำตัวไปดูแล ตัว Shi Xing ก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่พอใจที่ต้องมาอยู่กับตัวเอง แล้วพอ Shi Xing ไปถามว่าไม่อยากมาอยู่ด้วยกันหรือเปล่า ทางนั้นก็รีบตอบว่าจะเอาอะไรมาไม่พอใจ นี่คืออยู่ทีมกับ 3S medic คนแรกของจักรวรรดิเลยนะ ไม่ใช่แค่ตัวเอง แต่ว่าทั้งทีมที่ในอนาคตก็ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีทรัพยากรการแพทย์เลย ดีแบบนี้ก็จะถูกกองทัพที่หนึ่งที่เหลืออิจฉาแน่ๆ กับน่ารักที่ตัว Chi Yao และคนรอบตัวจัดให้ Shi Xing รักษานายทหารคนอื่นด้วย เพราะรู้ว่าทัศนคติของทุกคนที่มีต่อ Shi Xing ก็จะดีขึ้นและเป็นมิตรขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในขณะเดียวกันตัว Shi Xing เองก็จะมีความเชี่ยวชาญและใช้พลังรักษาดีขึ้น

กับพอมาอยู่กับ Chi Yao ที่มีคนสนิทกับบริวารเยอะก็กลายเป็นมีคนรอบตัว Shi Xing เยอะไปด้วย แถมพอเป็นเด็ก แล้วนิสัยดีขยัน ตั้งใจ และมีน้ำใจ ใครๆ ก็รัก อย่างตอนฟื้นไข้ มานั่งเล่นนอนเล่นอยู่บนพรมในห้องทำงาน Chi Yao ระหว่างที่ฝ่ายโน้นทำงาน พ่อบ้านสองคนก็ผลัดกันเอาของมาให้ ทั้งเกม ทั้งขนม น้ำ หมอน ผ้าห่ม ตุ๊กตา อุดมสมบูรณ์และมีทุกอย่างมาก ... กับอย่างตอนที่ Chi Yao บอกว่าเหมือน Shi Xing สูงขึ้นมาอีกแล้วนะ ทุกคนก็วิ่งเข้ามาดู ทั้งพ่อบ้าน ทั้งทหารหน่วยของ Chi Yao (ที่กลายมาเป็นหน่วยของ Shi Xing ไปแล้วด้วย) นี่คือวิ่งมาวัดความสูง แล้วตื่นเต้นวิจารณ์กันจริงจังแล้ว สรุปว่ามีพ่อๆ พี่ๆ เต็มไปหมด (จริงๆ คงมีแม่และพี่สาวด้วย เพราะตอนมาทางเหนือ อยู่กับตระกูล Tan ก็น่ารักเป็นเด็กดีจนใครๆ ก็เอ็นดูไปหมด)

ชอบอีกอย่างที่ความรู้สึกของสองคนค่อยๆ พัฒนาไป โดยเฉพาะความรู้สึกของ Chi Yao ที่เปลี่ยนไปจนเห็นได้ชัด ตั้งแต่ต้นที่เหมือนว่าจับคู่กับ Shi Xing เพราะเป็นชาว Lan Xing คนเดียวที่ค่าพลังสูงพอที่จับคู่กับตัวเองได้ และด้วยความที่ Shi Xing เด็กกว่าตัวเองเยอะ ที่ผ่านมาก็มอง Shi Xing ว่าไม่ต่างจากหลานชายตัวเอง แต่เพราะ Shi Xing มุ่งมั่นที่จะเคียงข้างกับ Chi Yao ให้ได้ ทั้งในแง่ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บ และช่วยแบ่งเบาภาระ ... ความรู้สึกที่ Chi Yao มีต่อ Shi Xing ก็เริ่มเปลี่ยนรูปแบบมากขึ้นเรื่อยๆ เดิมรับผิดชอบเพราะหน้าที่ในแง่ว่าอีกคนเป็นชาว Lan Xing ที่จับคู่กับตน และตัวเองมีหน้าที่จะสนับสนุนเด็กใต้ปกคองที่ตัวเองดูแลให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างปลอดภัย แต่ตอนนี้กลายเป็นพอ Shi Xing สูงขึ้นมากว่าเดิม คำพูดที่มีก็คือ ในฐานะพาร์ตเนอร์ ความรู้สึกว่าทำผิดกฎหมาย (ที่สื่อเป็นนัยถึงการพรากผู้เยาว์) ก็หายไป

ชอบตอนที่ Shi Xing บอกกับ Chi Yao ว่าตัวเองจะเป็นกำลังให้ Chi Yao และ Chi Yao ไม่ต้องแบกทุกอย่างไว้อีกคนเดียวต่อไป เพราะหน้าที่ในฐานะกษัตริย์หนักหนาและใหญ่หลวงมาก แต่ Chi Yao ต้องทำ และพอทำทุกวันก็กลายเป็นความเคยชิน ซึ่งถึงแม้จะเคยชินเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่างานที่ทำหรือภาระที่แบกรับอยู่จะเบาลง เพียงแต่ทำใจยอมรับ ... พอ Shi Xing บอกว่าจะช่วย Chi Yao ก็รู้สึกเต็มตื้นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

แต่สุดท้าย สองคนก็เป็นยาดีอย่างที่อีกฝ่ายต้องการจริงๆ เพราะ Shi Xing ไม่มั่นคง ต้องการสภาพแวดล้อมที่ดี และทรัพยากรที่เพียงพอเพื่อจะเติบโตสมบูรณ์ และ Chi Yao ที่อยู่ตามหน้าที่และจริงจัง และหน่ายกับการเมืองและผลประโยชน์ที่เผชิญ ก็ต้องการคนที่ตรงไปตรงมาและใสบริสุทธิ์พอที่จะล้างความล้าในใจด้วย ทุกครั้งที่ Shi Xing มองมาตรงๆ และพูดความในใจออกมาไม่มีปิดปัง โดยเฉพาะความมุ่งมั่นที่จะรักษาตัวเองให้ได้ Shi Xing ก็รู้สึกใจตัวเองเริ่มคลอนแคลนไปหา “เด็กในปกครอง (ตามที่เคยมอง)” ขึ้นเรื่อยๆ อย่างตอนที่อาการบาดเจ็บของ Chi Yao กำเริบ แล้ว Shi Xing กอดปลอบ Chi Yao ว่า “You'll be fine.” คำตอบของ Chi Yao ก็คือ “Well, I have you.” น่ารักมาก

ตอนแรกที่เห็นเรื่องนี้ คิดว่าจะเป็นแนว Interstellar ง่ายๆ ดายๆ แต่ไม่เลย ทุกอย่างจริงจัง และแลกมาด้วยความอดทนและตั้งใจเท่านั้น อย่างพอเรื่องปมคนรักเก่าของ Shi Xing Shi Xing ก็ไม่ได้บอกตัว Chi Yao เพื่อให้อีกฝ่ายจัดการแทนให้ ทั้งที่ Chi Yao เห็นนิสัยและพฤติกรรมของ Shi Xing ว่าผิดจากประสบการณ์การเติบโตมาจากต้นไม้แม่ที่ควรจะเป็นแต่อย่างเดียว ถึงขั้นที่ Chi Yao ถาม Shi Xing เลยว่าถูกใครรังแกมาก่อนหรือเปล่า แต่ Shi Xing ก็เลือกที่จะเก็บเรื่องไว้กับตัว ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจ Chi Yao หรือไม่อยากเล่าอดีต แต่กลัวว่าตัว Chi Yao หรือแม้แต่ตัว Shi Xing เองก็ยังไม่พร้อมที่จะปะทะกับอีกฝ่ายตรงๆ ในตอนนี้ พูดได้ว่าเรื่องนี้แลกมาด้วยเลือดและน้ำตาทุกตอน ไม่มีง่ายไม่มีฟลุ๊ค มีแต่คิดแล้วพยายามทำให้สำเร็จ .... ซึ่งอย่างตอนที่รักษา Tan Chi ก็ไม่ใช่แค่ใช้พลังที่มีสูงกว่าคนอื่นแค่นั้น แต่มีการนั่งคิด วิเคราะห์หาหนทาง และหาวิธีการรักษา ทดลองเล่าทดลองเล่าในแต่ละวันทีละน้อยจนสำเร็จในที่สุด

ชอบที่หัวหน้าตระกูล Tan บอกว่าที่ตัวเองและกองทัพที่เจ็ด สนับสนุน Shi Xing ก็เพราะ Shi Xing แสดงให้เห็นว่าตัวเองมีความมั่นใจและกล้าที่จะตัดสินใจออกมาอยู่ข้างหน้าและช่วยเหลือ Chi Yao แทนที่จะเป็นคนถูกปกป้องตามประสาคนดาว Lan Xing อย่างที่พวกในสภาหรือบ้านตัวเองตอนแรกมอง Shi Xing ด้วย

อยากได้อะไร เรื่องนี้มีให้หมด คู่รัก OP ที่มีพลังระดับ SSSS และความมหัศจรรย์ของ Shi Xing ที่มีพลังมหาศาลและใช้พลังของตัวเองและความคิดแหวกแนวสร้างปาฎิหารย์ให้เกิดครั้งแล้วครั้งเล่า ฉากแอคชั่นสู้กับสัตว์อวกาศที่ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันเป็นทีมเพื่อล้มสัตว์อวกาศอย่างเป็นขั้นตอน การแย่งอำนาจและชิงไหวพริบกับฝ่ายสภาและศาสนา และที่สำคัญ ความรักและความสัมพันธ์ของ Shi Xing และ Chi Yao ที่มั่นคงและลงรากลึกไปเรื่อยๆ ที่เกิดพร้อมกับการเติบโตของ Shi Xing เช่นกัน


แค่สู้กับโบสถ์แย่งอำนาจทางการทหารกันก็ลุ้นแล้ว นี่คือให้กองทัพแต่ละกองมาลงคะแนนโหวตแล้วให้บอกจุดยืนแต่ละคน โอยย อ่านไปก็ลุ้นไป ชอบมากที่พอมีคนถามว่าทำไมกองทัพที่เจ็ดสนับสนุนตัว Shi Xing และเจ้าตัวบอกว่าเพราะว่าช่วยรักษาTan Chi ได้ ความรู้สึกของทหารหน่วยอื่นต่อตัว Shi Xing ก็เปลี่ยนไปแล้ว เพราะว่าถ้าไม่ใช่พลังระดับสูงและความสามารถทางการรักษามาก ไม่มีทางทำได้แน่นอน และเหตุผลที่สองที่ยิ่งกว่าก็คือตัว Shi Xing สู้กับสัตว์อวกาศร่วมกับเหล่าทหารได้ด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะสามารถสร้างม่านพลังพิเศษที่กันพลังของสัตว์อวกาศที่จะทำร้ายห้วงพลังของเหล่าทหาร อย่างแรกก็ยิ่งใหญ่แล้ว ยิ่งมีอย่างที่สองและความสามารถสั่งการ/บัญชาการ ทัศนคติของทหารหน่วยอื่นก็เปลี่ยนไปทันที

ปล.  

1.
ประทับใจความเปย์หนักของคุณพี่ Chi Yao มาก จับคู่กับ His Royal Highness ไม่ผิดหวังจริงๆ พอบอกว่าต้องการ red spar ก็คือไม่ใช่แค่ไปซื้อ แต่ว่าซื้อทั้งดาว โอ๊ยย ชอบบบมากกกๆๆๆๆๆ อ่านไปเรื่อยๆ อยากจะเรียกว่า strongest husband (partner) in the Empire มาก Shi Xing ต้องการทรัพยากรอะไรขนาดไหน ตัว Chi Yao หาให้หมด แถมยังหามาให้ก่อน Shi Xing จะรู้ว่าตัวเองต้องการอีก พออยู่กับ Chi Yao และได้ใช้ทรัพยากรอย่างที่ต้องการไม่มีขีดจำกัดก็ทำให้ขีดพลังของ Shi Xing เลื่อนขั้นขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึง SSS แล้ว แถมยังได้ความสามารถที่สองเพิ่มมาอีก กลายเป็นเด็กมหัศจรรย์ในสายตาคนรอบข้างไปแล้ว
  
แต่ว่า Chi Yao หน้านิ่งดูใจดีเป็นผู้ใหญ่ อยู่ไปๆ ก็ black belly ชอบแกล้งเด็กนะคะ แล้วด้วยที่อีกฝ่ายศรัทธาและพึ่งพามากก็นานกว่าจะรู้ว่าถูกแกล้ง แต่เพราะโอ๋บ้าง แกล้งบ้าง หลังๆ พอเรียก Xing Xing เล่นอย่างที่คนอื่นเรียก ทำให้ตัว Shi Xing รู้สึกว่าเป็นคำพิเศษ และตัวเองเป็นคนพิเศษได้เหมือนกัน ตรงที่บอกว่าฟังแล้ว Like a cuddling partner ในบท 49

เอาจริงคุณพี่เป็น black belly แกล้งเด็กมากขึ้นทุกวัน แต่ช่วงหลังเริ่มดูอินเลิฟมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ถึงขั้นที่มีคนสังเกตว่าตามองตามไม่ห่างเหมือนกัน Seeing that Chi Yao was not in a hurry to withdraw his gaze after the other walked away, Chang Quan was keenly aware that Chi yao was a little indulgent towards Shi Xing. กับพอเอาทั้งชอบแกล้ง ทั้งอินเลิฟมาอยู่ด้วยกันก็แอบน่ากลัว เหมือน Shi Xing ที่ซื่อตรง และจริงจังจะเริ่มรับมือไม่ทันแล้วด้วย มีอยู่ตอนนึงที่ Shi Xing ช่วยรักษาห้วงพลังให้หลานชายของอดีตโฆษกสภา และเป็นการรักษาโดยไม่มีเงื่อนไขต่อรองเลย ... ก็เพราะว่า Shi Xing มองว่าอาการเหมือนกับ Chi Yao อยากลองฝึกรักษาดู และพอ Chi Yao ถามว่าทำไมทำแบบนั้น เพราะอยากให้ Shi Xing พูดออกมาตรงๆ ก็ประชิดตัว Shi Xing ที่หลังติดกำแพงต้องประท้วงว่า เข้ามาใกล้มากไปแล้วเหมือนกัน และพอบ่นว่าเข้ามาใกล้มากไปแบบนี้จะเริ่มต้านกลับแล้วนะ Chi Yao ก็ตอบหน้าตาเฉยกลับว่างั้นลองดูสิ เพราะอยากรู้เหมือนกันว่าตัว Shi Xing จะต่อต้านกลับแบบไหน Then try, I am curious about your way of resisting.

แต่ขนาดคนเขียนยังกัด Chi Yao อยู่เหมือนกัน ชอบที่ตอนเจออดีตโฆษกสภา แล้วบรรยายว่าคนสองคนที่คิดในหัว 800 อย่างมาอยู่ด้วยกัน Two 800 minded people together ดูเป็นพวกที่มีความคิดล้ำลึก ลึกซึ้ง แต่ก็เป็นในด้านลบนะ


2.
ตัว Shi Xing ที่พลังตื่นขึ้นมาในระดับ SS? ก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกัน เริ่มจากที่พอรักษา Chi Yao จนใช้พลังไปหมด เมื่อรับพลังจากแร่ธาตุแดงได้ ก็คือเป็นไข้ขึ้นสูงมาก เพราะว่าพลังเพิ่ม และร่างกายรับไม่ทัน และทุกครั้งก็จะเป็นลูปดูดพลังและเป็นไข้ ซึ่งพอหายไข้ก็พลังเพิ่มขึ้นทุกครั้ง จากที่ทุกคนแตกตื่นตกใจก็เริ่มจับรูปแบบได้ เป็นแค่คอยดูแล แต่ไม่ตกใจเหมือนก่อน ชอบที่คนในดาวมีพลังพิเศษอย่างเดียวก็เก่งแล้ว แต่นอกเหนือจากความสามารถ “เห็น” พลังจิตที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรก พอพลังเริ่มมากขึ้นก็เกิดความสามารถที่สองด้วย ซึ่งก็คือการสร้างบาเรียกันพลังแปรปรวนของสัตว์อวกาศ (เข้าใจว่า) โดยที่ความสามารถแรกก็ทำให้ตัว Shi Xing เอามาประยุกต์สู้และจับการกับสัตว์อวกาศระดับต่ำได้แล้ว เพราะปกติแก่นพลังของสัตว์อวกาศจะอยู่ไม่เป็นที่ได้ทุกส่วนในร่างกายทำให้ทหารต้องใช้วิธีสู้โดยทุ่มทั้งตัว ไม่รู้ว่าส่วนไหนคือจุดอ่อน แต่คราวนี้พอ Shi Xing เห็นพลังได้ ก็คือเล็งที่ส่วนแก่นพลังของสัตว์อวกาศได้เลย

และที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือระหว่างที่ไปล่าสัตว์อวกาศระดับสูงมาให้ Shi Xing หลังล้มสัตว์อวกาศและได้แก่นพลังมาแล้ว Shi Xing ก็ถามว่าขอดูดซับพลังคลื่นของสัตว์อวกาศด้วยได้ไหม ต่างจากที่การใช้แก่นพลังของสัตว์อวกาศอย่างทุกครา และก็กลายเป็นว่าความสามารถของ Shi Xing ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเจ้าตัวคิดและพลิกพลางวิธีใช้พลังเพิ่มขึ้น อย่างที่กลายเป็นช่วยสร้างม่านพลังและคุ้มครองห้วงพลังจิตของทหารที่สู้กับสัตว์อวกาศได้อีก


3.
สงสารมากว่าจริงๆ คนที่เข้าข่ายผู้สมัครที่ถูกเลือกในตอนแรก 5 คนของ Shi Xing มีโปรไฟล์ดีมากชนิดมากของมากทุกคน เป็นคนหนุ่มอนาคตไกลที่ยศสูง พลังจิตสูง และพื้นฐานครอบครัวดีมากทั้งสิ้น พอมาอยู่ด้วยกันก็ตั้งกลุ่มแชตไว้กันกันเองพร้อมกับข่มกัน โดยที่ตั้งชื่อกลุ่มว่า “Top 5 Strongest Candidates” ทุกวันก็สลับเวลามาทำความรู้จักสร้างความคุ้นเคยกับ Shi Xing และพอ Shi Xing ไม่มีท่าทีตอบรับหรือปฎิเสธใครตรงๆ ทุกคนก็คิดว่าตัวเองมีความหวังแล้วเหมือนกัน แต่กลายเป็นวันสุดท้ายไม่มีใครที่ Shi Xing เลือกเลย อยู่ในสภาพปีกหักกันไปหมด แล้วก็กลายเป็นกลุ่มแชตโอ้อวดกลายเป็นที่พักใจที่ต่างคนต่างปลอบใจเลียแผลกันเอง กลายเป็น shelter for the fallen ไปแล้ว
และพอทำใจไม่ได้ แอบมาดูว่าใครเป็นคู่ที่ Shi Xing เลือก ก็กลายเป็นว่าทั้งห้าคนมาเจอ His Majesty เข้าตรงๆ อีก คราวนี้คืออีหลักอีเหลื่อมาก หาข้อแก้ตัวกันไปเรื่อยเปื่อยเพื่อหนี His Majesty ไปแทน

แต่ชอบที่ตัว Chi Yao ไม่ยอมให้ Shi Xing รับปากตอบแทนกลับโดยการสัญญาจะรักษาให้โดยไม่มีเงื่อนไข พอ Shi Xing กำลังจะอ้าปากพูด ตัว Chi Yao ก็พูดแทรกขึ้นมาก่อนว่าเป็นความผิดของตัวเอง และจะชดเชยให้ทั้งห้าคนโดยการส่งยานรบที่มีเทคโนโลยีล่าสุดไปให้ ซึ่งก็เป็นการชดเชยและปลอบใจที่คุ้มค่าและเกินคุ้มในอีกแง่เหมือนกัน

และพออยู่ด้วยกันสองคน Chi Yao ก็พูดมาเองเลยว่ารับปากกันแล้วว่าจะให้ความปลอดภัยของ Shi Xing มาก่อน และไม่มีทางทำอะไรที่จะทำลายความไปได้ถึงความปลอดภัยของ Shi Xing และตัว Shi Xing ก็ต้องทำแบบนั้นด้วย


________________________________________

ทวิตเตอร์ : @mgk993 #mereadingg

Monday, 11 July 2022

咸鱼替嫁后 // After The Salted Fish Is Married

 ก็ไถลไปตามล่าหา infra จีนโบราณต่อจาก After Being Kidnapped by the General // ได้จากหน้าหลัก


คนเขียน: 老大白猫
แนว: จีนโบราณ, ทะลุมิติ, ทำอาหาร, farming, infrastructure
ความสัมพันธ์: องค์ชาย X พระชายา / Ji Song X Yan Xining
จำนวนตอน: 117 ตอน (ยังไม่จบ)
ปี: 2022
ลิ้ง



Yan Xining ลืมตามาก็เจอว่ามาอยู่ในยุคจีนโบราณแล้ว และเจ้าของร่างเดิมก็ตายจากการผูกคอตายใต้ต้นไม้ ด้วยเหตุที่ว่าเจ้าตัวซึ่งเป็นลูกนอกสมรสถูกคนในตระกูลจับมาแต่งงานเพื่อแก้เคล็ดกับ Ji Song องค์ชายที่เป็นแม่ทัพ และประสบเหตุให้ต้องขาเสียกลายเป็นคนพิการ และในวันแต่งก็ถูก Ji Song โกรธจนส่งเข้า “ตำหนักเย็น” หรือสวนร้างที่เคยเป็นเรือนที่อยู่ของคนใช้ ร่างเก่าหมดหวังและก็คิดจะจบชีวิตตัวเอง

ดังนั้นเมื่อลืมตามา ก็คืออยู่ใต้ต้นไม้และมีผ้าแพรผูกคอแล้ว Bai Tao เด็กรับใช้และคนสนิทเพียงคนเดียวกำลังร้องไห้อยู่ ... เมื่อประมวลผลรอบตัวได้ ก็รู้สึกว่าชีวิตตอนนี้ในร่างนี้อาจไม่แย่เกินไปหนัก เพราะที่ตัวเองทำงานหนักจนตายก็เพราะใฝ่ฝันว่าจะเก็บเงินให้พอแล้วกลับไปอยู่บ้านทำสวนในชนบท เมื่อได้พื้นที่ที่ใหญ่กว่าบ้านสวนของตัวเองมาก็เลยคิดว่าจะปลูกผักกินและมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี
แต่เพราะไม่แน่ใจว่าทางจวนจะเลิกส่งของมาให้เมื่อไหร่ โดยเฉพาะเมื่อตัวเองไม่เป็นที่รักใคร่ของ Ji Song ความเผื่อแผ่ก็อาจจะหมดลงวันไหนก็ได้ ก็เลยคิดว่าควรจะอยู่ให้พึ่งพาตัวเองให้ได้ วันไหนที่ถูกลืมมาก็จะได้ไม่อดตาย ถ้าปลูกผักเลี้ยงสัตว์ไว้กินในพื้นที่กว้างขวางรอบๆ ได้ และดังนั้น การถางหญ้าที่สูงท่วมหัวและปรับดินให้อยู่ในสภาพพอที่จะปลูกผักก็เริ่มขึ้น

แต่เพราะทางฮ่องเต้และพระพันปีส่งคนมาดู Ji Song และ Yan Xining หลังแต่งงาน ตัว Yan Xining ต้องแสดงบทรักใคร่กลมเกลียวกับ Ji Song ก็เลยเจออีกคนที่นั่งอยู่บนรถเข็น และอยู่ในสภาพอ่อนแรงไม่มีกำลัง และก็ทำให้ไปซ้อนกับภาพพ่อของ Yan Xining ที่ป่วยเป็นมะเร็งและนั่งอยู่บนรถเข็นอย่างไร้ชีวิตขึ้นมาทันที ยิ่งเมื่อ Ji Song เป็นคนที่บันดาลบ้านพัก ที่ดินและอาหารให้ตอนนี้ก็ยิ่งมีเหตุผลที่จะต้องร่วมมือกับ Ji Song และก็เกิดภาพที่ต่างคนต่างอยู่ โดยที่ทางพ่อบ้านและคนสนิทมารายงานเรื่องของ Yan Xining กับ Ji Song เป็นระยะๆ และ Ji Song ก็มีคำสั่งติดปากเสมอว่าถ้าอีกคนอยากทำอะไรก็ให้ทำไป
แต่เพราะเหล่าองครักษ์ของ Ji Song โดยเฉพาะ Yan Ke จับตามอง Yan Xining อยู่ และก็ทำให้เมื่อ Yan Xining ทำโน่นทำนี่อยู่ในพื้นที่ตัวเองก็อดไม่ได้ที่จะไปสังเกตการณ์และจบลงด้วยการที่ช่วย Yan Xining ทำงาน และตอนแรกที่พระชายาเอาของที่ได้มาจากที่สวน ไม่ว่าจะเป็นปลา หอยทาก ฯลฯ ทำอาหาร อีกฝ่ายก็รู้สึกว่าเป็นของที่กินไม่ได้ แต่เพราะกลิ่นหอมน่าอร่อย และกลัวจะเสียหน้าถ้าไม่กล้ากิน ก็เลยทำให้ลองกินของทุกอย่างที่พระชายาทำ และจบด้วยการถูกซื้อใจด้วยอาหารไปแล้ว ดังนั้น องครักษ์ทั้งหลายก็เริ่มที่จะมาช่วยทาง Yan Xining ทำงานเป็นค่าอาหารในแต่ละครั้ง

และความรู้สึกที่ทุกคนมีต่อ Yan Xining ก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ
.
.
.
เอาจริง เรื่องนี้ควรจะเป็นภาพต่างคนต่างอยู่ตลอดไป แต่ว่ามีการช่วยต่อเรือของคนรอบตัวทั้งคู่มาเสริมทำให้สองคนเข้าหากันทีละน้อยไม่รู้ตัว โดยที่ชอบที่สุดคือการชงไม่รู้ลืมหูลืมตาของทั้งพ่อบ้านและเหล่าองครักษ์ พออาหารอร่อย Yan Ke และพวกองครักษ์ก็จะเอาอาหารส่วนหนึ่งมาให้ Ji Song ด้วย โดยไม่ใช่แค่เอาอาหารมาให้อย่างเดียว แต่เป็นการร่ายสรรเสริญพระชายาทุกอย่างที่จะคิดได้ บอกว่าพระชายารักและห่วงใยตัว Ji Song ถึงขนาดทำอาหารมาให้เพราะอยากให้แข็งแรงไวๆ (ซึ่งจริงๆ ก็รู้กันอยู่ว่า Yan Xining ทำอาหารมาเพราะอยากกินของอร่อยเอง) เป็นการผลักเรือลงน้ำแล้วช่วยกันพายมากนะคะ ขนาดลายมืออัปลักษณ์ เพราะเขียนพู่กันไม่เป็น องครักษ์ก็ยังช่วยชมว่าเห็นถึงความตั้งใจและจิตใจที่บริสุทธิ์ของพระชายา พอทำเต้าหู้ก็เรียกว่า love bean curd ไม่ไหวแล้วนะ แล้วหลังๆ องครักษ์คนอื่นๆ ก็ได้อิทธิพลจากหัวหน้าองครักษ์มาด้วย การชงแรงขึ้นโหดขึ้นเรื่อยๆ จนตัว Ji Song ก็เชื่อแล้วว่า Yan Xining ชอบตัวเอง

และตอนที่ไม่มีอะไรทำ และบังคับรถเข็นไปถึงส่วนที่ Yan Xining อยู่ ได้กลิ่นหอมของอาหารก็เลยเข้าไปเจอ Yan Xining ที่กำลังย่างกวางที่ได้มาจากองครักษ์กิน ซึ่งเมื่อ Ji Song มาถึงเรือนตัวเองก็เลยต้องเชิญชวน Ji Song ซึ่งถือเป็นเจ้าของบ้านกินข้าวด้วย กลายเป็นว่าพอเลี้ยงดูและดูแลอย่างดี Ji Song ก็รู้สึกอึดอัดใจที่เห็นว่า Yan Xining รักตัวเองมาก ... และรู้สึกผิดที่รักตอบไม่ได้ เลยคิดว่าจะทำดีกับอีกคน และสั่งให้พ่อบ้านทำทุกอย่างที่ทาง Yan Xining ขอมา

สองคนก็เลยมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะตัว Ji Song ที่รู้สึกว่าการอยู่ข้างๆ Yan Xining เห็นอีกคนทำอาหาร ปลูกผัก ก็ทำให้ผ่อนคลายและสบายใจอย่างที่ได้เคยรู้สึกมาก่อน
จุดเปลี่ยนความสัมพันธ์สองคนเกิดขึ้นเมื่อมีงานล่าสัตว์ และ Ji Song บอกให้ Yan Xining ไปด้วย ซึ่งฝ่ายหลังก็กระเหี้ยนกระหือรือมากกว่าจะไปเก็บขึ้นเขาผักป่าที่เพิ่งแตกหน่อมากินระหว่างงานล่าสัตว์ และเพราะเห็นตัว Ji Song ต้องนั่งรถเข็น ไม่สามารถขี่ม้าองอาจล่าสัตว์ได้อย่างที่เคยเป็น ก็เลยเห็นใจและชวนอีกคนเข้าร่วมกิจกรรมเก็บผักตัวเองด้วย เป็นการปลอบใจและเห็นใจโดยที่ไม่ได้มองว่าอีกฝ่ายน่าสมเพชอย่างที่คนอื่นมอง จนเมื่อสองคนออกไปเก็บผักกับเหล่าองครักษ์ และเหล่าองครักษ์ทั้งหมดถูกล่อออกไป ก็มีเหล่ามือสังหารเข้ามาจะฆ่า Ji Song และถึงแม้ว่า Ji Song จะใช้ธนูที่ติดตัวอยู่ฆ่าพวกมือสังหารได้หมด ตัว Yan Xining ก็บาดเจ็บหนักเพราะเอาตัวเองกันและกระโดดกอดมือสังหารที่เหลือคนสุดท้ายไม่ใช้เข้าไปทำร้าย Ji Song ได้ .... ซึ่งยิ่งประกอบกับการที่ Yan Xining ไม่ยอมวิ่งหนีทิ้งตัวเองไป ทั้งที่ Ji Songย้ำ บอกหลายครั้งก็เลยทำให้ Ji Song เริ่มหลงรัก Yan Xining จริงจังขึ้นมา

และเมื่อกลับมาที่จวนอ๋อง ตัว Yan Xining ที่ฟื้นมาอยู่ในห้อง Ji Song ก็เลยขอ Ji Song กลับไปที่เรือนตัวเอง และก็กลายเป็นว่า Ji Song ย้ายมาอยู่ที่เรือนด้วยอีกคน แล้วพอ Yan Xining หาย ด้วยความที่ตัว Ji Song ตื่นเช้ามาก เพื่อมาอ่านตำรา (และไปทำงานที่กรมในภายหลัง) ตัว Yan Xining ก็ต้องตื่นเช้าไปด้วย ซึ่งการคิดคนละแบบก็ยังดำเนินอยู่ต่อไปเช่นเดิม เพราะ Ji Song พยายามลุกขึ้นมาเงียบๆ แต่ว่า Yan Xining ที่ละเมอหลับกอดอีกคนแน่นก็รู้สึกตัวอยู่ดี และก็คิดว่าต้องลุกขึ้นมาทำอาหารตามประสาลูกจ้างที่ดี เพราะนายจ้างปลุกขึ้นมาแล้วขนาดนี้ ส่วน Ji Song ก็เข้าใจไปว่าตัว Yan Xining รักตัวเองมากถึงขั้นที่ยอมละทิ้งการนอนเต็มอิ่มมาทำอาหารให้ตัวเอง

ก็ต้องขอย้ำว่าตัว Yan Xining ไม่ได้คิดว่าตัวเองอยู่ในฐานะพระชายาอ๋องแม้แต่ครั้งเดียว ในสายตาตัวเองเป็นแค่ปลาเค็มที่ต้องพึ่งพาคนอื่น เป็นผู้อยู่อาศัย ความเข้าใจผิดที่ต่างคนต่างคิดไปคนละอย่าง และความอยากเลี่ยงงานที่ขว้างไม่พ้นคอ ไม่ได้คิดว่าแต่งงานกับองค์ชาย แต่ว่าเป็นลูกค้าที่ได้ค่าแรงเป็นที่พักกับที่ดินปลูกผักเลี้ยงเหล่าสัตว์ปีก เป็นหัวหน้าครอบครัว (เจ้าของบริษัท) คนให้ที่อาหาร เสื้อผ้า ประโยคที่บอกว่า มีอะไรก็จะไปด้วยกัน เพราะ “ข้าเป็นชายาท่าน” ฟังดูรักใคร่ไม่ลืมหูลืมตา แต่แปลตรงๆ ก็จะได้ความว่า “ผมเป็นลูกจ้างคุณอยู่” จะกลายเป็นเรื่องของผลประโยชน์กันไป แต่ว่าเพราะฟิลเตอร์ของเหล่าองครักษ์กับพ่อบ้านที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป

โดยเฉพาะเมื่อ Yan Xining เป็นพวกเรื่อยๆ ร่าเริงสบายใจและอ่อนโยน เห็น Ji Song นั่งเหม่อ คิดว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้ ก็เริ่มหาโน่นหานี่ให้ Ji Song ช่วยตอนตัวเองทำอาหาร กลายเป็นภาพสองคนรักใคร่กลมกลืนในสายตาคนรอบข้าง

แต่ความจริงจากใจ เรื่องนี้ไม่ค่อย farming เท่าไหร่ มีแค่ตอนแรกๆ ที่คิดว่าต้องปลูกผักเลี้ยงสัตว์เพื่อเอาตัวรอดให้ได้ ถ้าถูกลืม แต่เพราะ Ji Song โอ๋ Yan Xining มากขึ้นเรื่อยๆ อาหารการกินมีคนส่งส่วยส่งของมาตลอดเวลา กลายเป็นแนว cooking มากกว่า เช่นวันนี้กำลังจะทำบะหมี่ พ่อบ้านเอาปูนิ่มมาให้ บอกว่าเพิ่งส่งมาจากบ้านสวนเอามาถวายพระชายา ก็เลยทำปูนิ่มชุบแป้งทอด กินกับบะหมี่ กับแป้งทอด ตอนนี้น่ารักดี เพราะเหล่าองครักษ์เฮโลมาช่วยกันจริงจังมาก คนที่ล้างปูก็ล้างไป คนที่ไปทุบแป้งข้าวเหนียวก็ทุบไป เพื่อให้ได้กินเร็วๆ ด้วยกัน ความเชื่อมั่นที่มีต่อ Yan Xining สูงมาก ชนิดที่ทุกคนคิดในใจว่า ต่อให้พระชายาเอาก้อนหินมาทำอาหารยังอร่อยได้แน่นอน ... จากที่ตอนแรกกลัวมาก เวลาเห็นเอาสัตว์แปลกๆ ที่เจออย่างหอยทาก ปู มาทำอาหาร แต่ตอนนี้แค่จ้องสัตว์ จ้องพืชอะไรนานๆ เหล่าองครักษ์โดยเฉพาะ Yan Ke ก็ถามแล้วว่าอร่อยไหม? เอามาทำอะไรอร่อยเหรอ? ให้ไปจับไปเก็บมาเลยไหม? พร้อมมาก อย่างวันที่ไปฟาร์มม้าแล้วบอกว่าจะทำหม้อไฟ ยังไม่ทันบอกอะไรต่อ หัวหน้าองครักษ์ก็รีบตะโกนบอกเหล่าองครักษ์ที่เหลือว่า พี่น้อง เที่ยงนี้พระชายาจะทำหม้อไฟ ทุกคนที่ขี่ม้าอยู่ก็รีบควบม้าหายไป .... พอ Yan Xining กำลังงง Ji Song ก็บอกว่าทุกคนเข้าป่าไปล่าสัตว์มาเพิ่มไง

พอ Ji Song เป็นองค์ชายสาม ตอนแรกก็มีประเด็นแย่งบัลลังก์กับพี่ชายสองคน แต่ไปๆ มาๆ Ji Ming พี่ชายคนรองที่เปิดมาดูร้ายกลายเป็นแนวร่าเริงไม่คิดมากไปชอบกล อย่างที่ตอน Ji Tan องค์ชายเจ็ดอายุ 5 ขวบจมน้ำระหว่างงานเลี้ยงแล้วถูก Yan Xining กระโดดลงไปช่วย แล้วกลายเป็นติด Yan Xining มากกันไป พอขอไปเล่นที่บ้าน ตัว Ji Ming รีบกระซิบบอก Ji Song ว่าปฎิเสธไป รีบปฎิเสธไปเดี๋ยวนี้ .... เพราะว่าตัวเองเป็นเหยื่อความเอาแต่ใจ ถูกน้องคนเล็กรีดไถของ และก่อกวนบ่อยๆ แต่จริงๆ สองคนเหมือนกันมาก อารมณ์ส่งเสียงดังว่ามาแล้วนะ แล้วรอให้ Yan Xining ทำอะไรอร่อยๆ แปลกๆ ให้กิน ทั้งที่อายุต่างกัน แต่หนึ่งใหญ่หนึ่งเล็กนี่คือมาเพื่อรบกวนกันชัดๆ ตอนที่ Ji Ming ส่ง Ji Tan ไปบ้านสวนนี่คือสองคนพี่น้องมาเพื่อก่อกวนและกินเท่านั้นจริงๆ

แต่จริงๆ น้องเล็ก Ji Tan น่ารักดี ทุกครั้งที่ไปหา Yan Xining ก็จะรีบตะโกนบอกว่าพี่สะใภ้สามข้ามาแล้วว แล้วเพราะเป็นองค์ชายองค์โปรดของฮ่องเต้ เดิมทีพวกนางสนมหรือข้ารับใช้ก็ไม่กล้าให้ทำอะไร และไม่กล้าขัดใจอะไรมาก ถูกถามอะไรก็ต้องตอบอย่างระมัดระวังตามหน้าที่ไป แต่พอมาหา Yan Xining ถามอะไรอีกคนก็ตอบแกมอธิบายจริงจัง แถมยังได้ทำทุกอย่างอย่างที่อยากทำ ไม่ว่าจะวิ่งตามไก่ เล่นกับหมา เก็บไข่ เกี่ยวผลไม้จากต้น เด็กห้าขวบอย่าง Ji Tan ที่ไม่เคยได้ทำกิจกรรมแบบนี้ก็ปลื้มมาก แถมพอพี่สะใภ้ใจดีบอกว่าของที่ Ji Tan เก็บมาจะเอาไปทำโน่นนะ นี่นะ ลูกท้อที่ช่วยเก็บก็จะเอาไปดอง ฝักถั่วที่เก็บก็เอาไปทำข้าวผัดได้ ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเก่ง มีประโยชน์ สนุกและมีความสุขเพิ่มขึ้นไปกันอีก ... ซึ่งในมุมมองของพี่สะใภ้ใจเย็นก็คือเอาเด็กเมืองไปเที่ยวชนบท เจออะไรก็ตื่นตาตื่นใจเล่นได้สนุกทุกอย่าง กับพอทำอาหารหลอกเด็กอย่างไก่ทอดกรอบ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า Ji Tan จะรักและเทิดทูนพี่สะใภ้สามตลอดไป ถึงขั้นที่ไปป่าวประกาศจนรู้กันทั้งวังว่าตัว Yan Xining ทำไก่ทอดอร่อยมาก และ Ji Tan ติดใจไก่ทอดของ Yan Xining มาก

เรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ ทำอาหารโน่น นี่ นั่นจากของที่ได้มาในแต่ละตอน จนกระทั่งฮ่องเต้มอบหมายให้ Ji Song ไปประจำกรม น่ารักที่จริงๆ กรมที่ไปอยู่ติดจวนอ๋องมาก แต่ว่าประตูจวนอยู่คนละทางก็ต้องเดินอ้อมโลกไป ... และพอช่วงที่ Yan Xining ไม่อยากวุ่นวายเพราะต้องเดินอ้อม รู้สึกเสียเวลาก็ให้องครักษ์หิ้วปิ่นโตไปส่งแทน เพราะเห็นว่าพวกองครักษ์มีวิชาตัวเบาและกระโดดข้ามกำแพงไปได้เลยทำให้ต่อมา Ji Song เริ่มทำประตูฝั่งที่อยู่ติดกับกรมเพราะอยากให้พระชายาตัวเองไปส่งอาหารให้ โดยที่ Yan Xining กลับคิดไปว่าฝ่าย Ji Song ที่เริ่มกลายเป็นสัตว์สังคมทำงานเข้าใจแล้วสินะ ว่าการประหยัดเวลาเดินทางสิบสิบห้านาทีเพื่อได้นอนยาวขึ้น มันวิเศษขนาดไหน

ซึ่งเพราะช่วงที่มีงานเข้ามา Ji Song ก็จะอยู่เย็นอยู่ค่ำ และตัว Yan Xining ที่เป็นห่วงก็จะถูกพวก Yan Ke หว่านล้อมให้ไปส่งอาหารด้วยตัวเอง และครั้งแรกก็ทำบะจ่างทั้งไส้เค็มไส้หวานพอดี ไม่ต้องสงสัยเลยว่าต้องแบ่งให้ข้าราชการอื่นๆ ที่อยู่ดึกไปด้วย และชื่อเสียงด้านทำอาหารของพระชายาอ๋องสามก็แพร่ระบือไปไกล (พร้อมๆ กับความรักที่มีต่อองค์ชายสามผ่านทางอาหารที่ตั้งใจทำอย่างปราณีตบรรจง(?)) กับน่ารักที่พออากาศร้อน ไม่อยากอาหารกัน Yan Xining เลยทำอาหารกินง่ายอย่างบะหมี่เย็นที่รสจัดและกินง่ายด้วยน้ำส้มสายชู แตงกวาที่ช่วยให้คลายร้อนเพิ่มความอยากอาหารขึ้นมา และพอให้คนเอาไปส่งให้ Ji Song ตอนกลางวันก็ถูกคนอื่นจ้องมองอย่างอิจฉา (และอยากกิน) เลยคิดในใจว่า ทุกคนไม่ต้องสงสัย กินอาหารที่พ่อครัวกรมทำตรงหน้าตัวเองไป อย่ามาจ้องอาหารที่ชายาตัวเองเอามาส่งได้ไหม ... อีกรอบที่ทุกคนขอสูตรวิธีทำบะหมี่เย็นไปให้พ่อครัวที่บ้านแต่ละคนทำ พอเปิดกล่องออกมาก็เป็นบะหมี่เย็นทั้งสิ้น แต่พอกำลังจะภูมิใจลงมือกินอย่างอร่อย ก็กลายเป็นงวดนี้พระชายาส่งปลาต้มผักดองรสจัดกระตุ้นความอยากอาหารมาให้อีก คนที่กำลังภูมิใจกับบะหมี่ตัวเองก็สลดกันไป (ขณะที่ตัว Ji Song ก็กลายเป็นคนภูมิใจไปแทน)

แต่มาขนาดนี้แล้ว จะให้ Ji Song ขาเสียตลอดไปก็กระไร เพราะว่าได้หมอเทวดาที่เจอระหว่างไปฟาร์มม้ามาช่วยออกปากว่าจะรักษาขาให้ โดยแลกกับอาหารอร่อยทั้งหลายที่ Yan Xining ทำ และวันที่ผ่าตัดจริง ตัว Ji Song ก็จูบ Yan Xining ก่อนเข้าผ่าตัดด้วย ... ซึ่งก็ทำให้อีกฝ่ายเครียดและคิดมากว่าหัวหน้าบริษัท (ความคิดชายาไม่เคยอยู่ในหัว ความสัมพันธ์นายจ้างและลูกน้องมาก่อนเสมอ) จูบตัวเองเพราะอะไร ทั้งหลบหน้าทั้งคิดไปจนสรุปได้ว่าเพราะอีกคนกังวลเกี่ยวกับผ่าตัดมากไปสินะ ... แต่สรุปก็หลีกไม่พ้นเพราะ Ji Song พูดออกมาตรงๆ และพอ Yan Xining บอกว่าไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย ก็ถูกถามต่อว่าทำไมไม่รักกัน

ในที่สุด Yan Xining ก็บอกเลยว่า รู้ไหมว่าวันแรกที่มาฆ่าตัวตาย และก็ไม่ได้รัก Ji Song หมดรักไปตั้งแต่ตอนที่ตายไปแล้ว ... ชอบตรงที่มีการเผชิญหน้าตรงนี้ เพราะเหมือนเรียกร้องความยุติธรรมส่วนหนึ่งให้เจ้าของร่างเดิมด้วย เพราะถึงแม้จะถูกครอบครัวส่งมาแต่งงานแต่สุดท้ายคนที่ผลักให้เจ้าของร่างเดิมตายก็คือ Ji Song เพราะถ้าไม่ใช่เพราะ Yan Xining ที่มาเข้าร่าง ร่าเริง ไม่คิดมาก และมุ่งมั่น แข็งขันเปลี่ยนแปลงทุกอย่างแล้ว เรือนร้างนี้ก็อยู่ไม่ได้จริงๆ ทั้งหญ้าสูงท่วมหัว กำแพงพัง หลังคารั่วและเตียงที่นอนก็เป็นแค่เอาไม้มาวางพาดบนอิฐ ทุกอย่างดูสมบูรณ์พร้อมเพราะ Yan Xining พยายามที่จะอยู่ให้ได้ ถ้ามองละเอียดแม้แต่เก้าอี้ก็ไม่มีตัวไหนใช้ได้ แต่ Yan Xining เอาอิฐมารองขาให้ใช้งานได้ทั้งสิ้น ... ตอนพูดพูดให้ Ji Song ฟัง แต่เหล่าองครักษ์ที่อยู่ภายนอกก็ได้ยินไปด้วย และทุกคนก็รู้สึกผิดขึ้นมา ทุกคนเห็นแต่สภาพตอนที่ดีขึ้น แต่ไม่ได้เห็นเลยว่าก่อนหน้าชีวิตลำบากขนาดไหน ถึงขั้นที่ Yan Ke เคยเห็นอยู่แต่ในครัว พอมาเห็นที่นอน Yan Xining ยังคิดเลยว่าแม้แต่ข้ารับใช้ในจวนที่ฐานะต่ำที่สุดก็อยู่ดีกว่านี้อีก

ชอบที่ Ji Song เสียใจกับที่ตัวเองทำไป และก็บอกว่าขอโอกาสแก้ตัว แล้วก็ให้เอกสารทรัพย์สินทั้งหมดที่มีให้ Yan Xining ไป โดยที่บอกว่ารู้ว่ากังวลกับเรื่องนี้ อยากให้รู้ว่าถึงแม้จะปฎิเสธตัวเอง Yan Xining ก็ยังไม่ลำบากหรือต้องอดนะ .... ก็เป็นพระเอกอ่อนโยนโอ๋ตัวเอกกันไป

ซึ่งเอาจริงก็เป็นมานานแล้ว ตั้งแต่กลับมาจากงานล่าสัตว์ ทุกอย่างที่ให้ Yan Xining ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดทั้งนั้น ตอนที่ไปกินข้าวที่ร้านอาหารของ Ji Ming มีคนส่งลิ้นจี่ ซึ่งเป็นของแพงและหากินยากมาให้ ตัว Ji Song ก็หยิบมาเพื่อแกะแล้วเอามาป้อน Yan Xining ซึ่งคนถูกปากก็กินอย่างเอร็ดอร่อยเป็นธรรมชาติไป เพียงแต่ว่าตอนนี้ช่วยสะสางปมในใจ Yan Xining และร่างเก่าให้หมดไปเพิ่มขึ้นมา เพราะส่วนตัว Yan Xining ถึงแม้ว่าจะบอกว่าอีกคนเป็นแค่นายจ้าง แต่ลึกๆ แล้วอยู่ด้วยกันทุกวัน คอยห่วงใยดูแลกัน และความสงสารเข้าใจและเห็นใจ โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงความเจ็บป่วยของพ่อที่ไปซ้อนกับความเจ็บป่วยของ Ji Song ก็ทำให้เทใจตัวเองไปให้ Ji Song อย่างไม่รู้ตัวนานแล้วเหมือนกัน

ประเด็นหนึ่งที่ไม่ค่อยเจอในทะลุมิติจีนโบราณก็คือ การสารภาพความจริงว่าตัวเองหลงยุคมา แต่เรื่องนี้ Yan Xining สารภาพให้ Ji Song และหมอเทวดาที่อยู่ในเหตุการณ์รู้ด้วย เพราะลึกๆ แล้ว Yan Xining กลัวว่าการเป็นวิญญาณแปลกปลอมมาอยู่ในร่างคนอื่นจะทำให้ Ji Song ไม่ยอมรับและขับไล่ตัวเองไป เมื่อคุยกันรู้เรื่องก็เลยอธิบายได้ว่าวิธีทำอาหารแปลกใหม่และความคิดไม่เหมือนใครของ Yan Xining มาจากไหน

อยู่ไปเรื่อยๆ ฮ่องเต้ก็ส่ง Ji Song ไปครองเมือง ซึ่งเพราะเป็นลูกรักพอๆ กับ Ji Tan กับรู้สึกผิดที่ลูกตัวเองขาพิการก็เลยจะส่งไปที่เมืองที่เจริญ และเศรษฐกิจดี แต่ว่าตัว Ji Song ออกปากขอไปเมืองที่ห่างไกลความเจริญ เพราะอยากอยู่ใกล้กับกองทหารของตัวเอง และก็บอกฮ่องเต้ว่าขอไปดูแลปกป้องชายแดนเพื่อบ้านเมือง

ตอนที่ Yan Xining รู้เรื่องแล้วบอกว่าเปลี่ยนแผนที่ขำดี ภาษาเกมมากเลยนะ แต่น่ารักมากที่วันเดินทางจริง เหล่าชาวบ้านที่ช่วยไว้ตอนน้ำท่วมมาส่งด้วย คนที่มีเงินก็ซื้อโคมมาจุด หรือถ้าไม่มีเงินก็เอาผ้ามาแล้วจ้างคนเขียนชื่อองค์ชายสาม ความเทิดทูนภักดีมาเต็มมาก (และก็เหมือนปูทางให้ในฐานะฮ่องเต้องค์ต่อไปเลย เมื่อได้ความภักดีของพสกนิกรมาแบบนี้) แล้วก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าน่ารักหรือว่าเพี้ยนที่พ่อครัวใหญ่ของวังขอตามไปด้วย โดยแอบมาดักรอระหว่างทางและเตรียมอาหารเช้าให้... ด้วยเหตุผลที่ว่าพระชายารู้สูตรอาหารเยอะมาก อยากไปเรียนสูตรอาหารจากพระชายาอีก ซึ่งตอนอยู่ในวัง ตั้งแต่ตอนที่ได้สูตรหมูพะโล้มาจาก Yan Xining ครั้งแรกก็เทิดทูน Yan Xining มาก ไม่นับว่าหลังจากนั้น ได้สูตรเต้าหู้ น้ำเต้าหู้และอื่นๆ มาอีก ตกลงทุกคนในเรื่องเป็นสาย foodie จริงๆ นะ แต่ที่คิดไม่ถึงก็คือตอนที่ Ji Song เอ่ยปากอนุญาต หัวหน้าพ่อครัวก็ตะโกนบอกเหล่าข้ารับใช้ในวังว่าท่านอ๋องอนุญาตแล้ว แล้วทุกคนเฮโลกันออกมา

ที่น่ารักอีกอย่างก็คือพอมาถึงจุดพักม้า Ji Tan กับ Ji Ming ก็มารออยู่ด้วย โดยที่ตัว Ji Tan น้องเล็กผู้ติดและจิดใจ Yan Xiningมากก็ร้องไห้กระอึกกระอื้นขึ้นมา ในแง่ว่าต่อไปจะเล่นกับใคร ไปเล่นจวนพี่ชายคนไหนก็ไม่สนุกเหมือนกับจวนพี่สะใภ้สาม ถึงขั้นต้องให้ Yan Xining รับปากว่าพี่สะใภ้จะไม่ลืมกัน และจะเขียนจดหมายมาหาด้วย ... และฮ่องเต้กับองค์ชายใหญ่ก็มาส่งโดยมารอที่ฟาร์มม้าเหมือนกัน และเพราะเหล่าสัตว์ทั้งหลายอย่างแกะ ไก่ เป็ดที่องค์ชายใหญ่เอาใส่รถม้ามาให้ด้วยก็ทำให้ Yan Xining มีวัตถุดิบทำอาหารระหว่างทางอุดมสมบูรณ์

พอไปถึงเมืองจริงก็เกิดปัญหาจังหวะแรกที่เข้าเมืองเลย มีชาวบ้านกำลังถูกข้าราชการท้องถิ่นทำร้าย ตัว Ji Song ที่เพิ่งเดินทางถึงก็เลยต้องสะสางความ ทำให้รู้ว่าเจ้าเมืองและข้าราชการทั้งหลายโกงกินอย่างมาก ซึ่ง Ji Song ก็ตัดคอประหารเจ้าเมืองทันที และข้าราชการอื่นๆ ก็ถูกจับเข้าคุกเตรียมลงโทษตัดคอด้วย ขณะเดียวกัน Yan Xining ก็เลยให้ชาวบ้านมาเขียนเรื่องร้องทุกข์เพื่อบรรเทาความคับแค้นของทุกคน แต่กลายเป็นว่าช่วยหาหลักฐานเอาผิดข้าราชการให้ Ji Song ไปด้วย ก็กลายเป็นตอนนี้ประหารข้าราชการกังฉินหมดแล้ว แต่ว่ากลายเป็นขาดแคลนคนทำงานได้ขึ้นมา

อีกปัญหาหนึ่งที่เร่งด่วนก็คือฝูงตั๊กแตนที่กำลังระบาดกินพืชไร่ของชาวบ้าน ขณะที่ Ji Song กำลังหาทางออก ตัว Yan Xining ก็เลยเสนอว่าให้ไปเอาฝูงเป็ดมาเลี้ยง เพราะว่าเป็ดช่วยกินตั๊กแตนและเหล่าแมลงได้ และขณะเดียวกันขี้เป็ดก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ทำให้ยิ่งเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เพิ่ม

ช่วงแรกนึกว่าจะ farming ในแง่ปลูกผักกิน แต่มันเป็น cooking ไปมากกว่า จะมา farming แบบ infrastructure จริงๆ ก็ช่วงที่ย้ายไปครองเมือง เพราะว่าตอนแรกคิดว่าจะอยู่สบายๆ อืดๆ เป็นปลาเค็มตากแห้งแต่ว่าพอมาอยู่เมืองยากจนทุรกันดารก็เลยรู้สึกว่าไม่อยากอยู่เฉยๆ เรื่อยๆ แต่ว่าอยากช่วยสร้างความเจริญการอยู่ดีกินดีให้คนในเมือง กับไม่อยากเห็น Ji Song ต้องเหนื่อยอยู่คนเดียว ก็เลยเริ่มช่วยคิดช่วยออกความเห็น อย่างพอเสนอความเห็นให้ Ji Song กับเพื่อนสนิทที่มาเป็นขุนนางรับใช้อยู่กับ Ji Song ก็เสนอแนวคิดแปลกใหม่จนวันต่อมากว่าจะรู้ตัวก็ถูก Ji Song หลอกให้ไปเสนอนโยบายกับขุนนางในที่ประชุมแล้ว ความคิดแรกที่มีในหัวก็คือ นี่มันจับไปเสนองานลูกค้าโดยที่หัวหน้าไม่ได้บอกล่วงหน้านี่! ตอนที่บอกว่าต้องขายผ้าเอาหน้ารอดแล้วเอาประสบการณ์หลอกลูกค้าที่สะสมมาใช้ขำดี ปกติเห็นแต่แนว reclaim land ถางป่ามาปลูกผัก แต่เรื่องนี้ตรงกันข้าม เพราะดินเสียเลยต้องแก้ดิน แก้ deforestation + desertification แทน กับมีทำนา/ไร่ขั้นบันไดบนเขา กับเหมือนจะเริ่มทำอาหารแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าแล้ว แล้วที่น่ารักก็คือว่าพอฮ่องเต้เห็นว่าขาดคนก็ส่งนักเรียนที่เพิ่งจบมาเป็นหลักร้อยคนด้วย และที่น่ารักก็คือพวกนี้ก็อยากมาเพราะเคยฟังคำพูดของ Yan Xining แล้วอยากทำเพื่อประเทศเหมือนกัน

แต่ถึงจะดูว่าเรื่องไปง่ายๆ สบายๆ เป็น sweet text ก็มีประเด็น controversy 2 เรื่องด้วย ก็คือเรื่องที่คนสนิทของ Ji Song ทรยศแล้วทำให้ตัว Ji Song ต้องขาพิการกับกลุ่มคนสนิทจำนวนหนึ่งต้องตายไประหว่างพา Ji Song หนี กับเรื่องของแม่ของ Ji Song ที่เป็นสนมและตายตอนไฟไหม้วัง และก็มีเงื่อนไขอยู่เบื้องหลัง .... แต่ส่วนตัว จุดแข็งคนเขียนอยู่ที่การเขียนอาหาร ไม่ใช่เขียนปม ซึ่งก็อ่านแล้วรู้สึกว่ายังลงน้ำหนักหรือแรงจูงใจไม่ดีเท่าไหร่ เรื่องเหมือนเอา Yan Xining มาช่วยสร้างความเจริญโดยเฉพาะด้านอาหารและการอยู่ดีกินดีมากกว่า อย่างสูตรเต้าหู้น้ำเต้าหู้ก็ส่งไปให้กองทัพที่ชายแดนเพื่อให้มีกินได้มากกว่าเมล็ดถั่วแข็งๆ หรือพอมีน้ำแข็งก็ทำให้ทุกคนไม่ร้อนทรมานตอนหน้าร้อน


กับน่ารักที่พอเริ่มเปิดใจยอมรับกัน ก็เล่าความฝันความต้องการของตัวเองให้อีกฝ่ายฟัง พอ Ji Song บอกว่าอยากขึ้นเป็นใหญ่เพื่อปวงชน รู้สึกผิดกับอีกคนที่บอกว่าจะมีชีวิตเรื่อยสบายด้วยกัน Yan Xining ก็บอกว่าอยากทำอะไรก็ทำไปเลย เพราะว่าความฝันตัวเองที่อยากอยู่สบาย และมีคนที่รักอยู่ด้วยก็เป็นจริงได้เพราะ Ji Song แล้ว บอกอีกคนไปว่า Just as you fulfil me, I also want to fulfil you. Whatever you want to do, let go, and do it. Do your best and obey the destiny. (ตอน 104)

แต่เอาจริงช่วงหวานสวีทกันสองคนของสองคนนี้มีไม่มากไหร่ เพราะเป็นสภาพสังคมยุคจีนโบราณที่จะมีคนสนิททั้งคนรับใช้และองครักษ์อยู่ด้วย ขนาดตอนวันเกิด Yan Xining ตั้งชื่อตอนว่าดินเนอร์ใต้แสงเทียนก็หลอกมาก เพราะนึกว่าจะหวานกันสองคน ที่ไหนได้มากันทั้งกองทัพแล้วนะ ทุกคนอยากตอบแทนและยินดีกับพระชายาด้วย เหมือนงานเลี้ยงกองเพราะทุกคนสนุกสนานเตรียมงานมาก คนที่ตกปลาก็ตกปลา คนย่างเนื้อก็ย่างเนื้อกันไป

กับปก อยากจะบอกว่าไม่มีทางที่ Yan Xining จะถือตำราแน่นอนนน ไม่ได้ใจร้าย เจ้าตัวน่าจะถือมีดไม่ก็เครื่องปรุงมากกว่า แต่ว่าถ้าจะถือตำราก็ต้องเป็นตำราอาหารสินะ กับ Ji Song หน้าตาสปอยล์พระชายา โอ๋กันสุดชีวิตแล้ววว

กับตอนล่าสุดวันนี้ ประเด็นแย่งบัลลังก์มาแล้ว มีองค์ชายที่คิดก่อกบฎแลววว กรี๊ดดด พวกที่เงียบๆ ดูจืดจาง ไม่มีอำนาจกลายเป็นพวกเลวสุดอีกแล้ววว

ปล.
  
1.
น่ารักอีกอย่างที่เป็นมนุษย์เงินเดือนทำงานบริษัทมาก่อน พอบอกว่าจะต้องไปงานล่าสัตว์ของราชวงศ์ก็บอกว่า อ๋อ ก็เหมือนกันกับ team-building โลกปัจจุบันสินะ แล้วองค์ชายแต่ละก๊กก็เหมือนหัวหน้าแผนกที่ต้องไปแก่งแย่งกันต่อหน้าหัวหน้าใหญ่ (ซึ่งก็คือฮ่องเต้) กับพอไปทำงานแล้วเหนื่อยหน่าย เจ้าตัวก็ปลอบใจด้วยประสบการณ์จากโลกก่อน จนถูกถามว่าทำไมเหมือนรู้ดีกว่าตัวเองอีกล่ะ

แต่ขำมากอีกอย่างที่เข้าใจมาตลอดว่าจริงๆ คนที่ Ji Song ชอบคือพี่ชายตัวเอง (ซึ่งจริงๆ มีเรื่องลือว่าตัว Ji Song เป็นพวกตัดแขนเสื้อ ชอบพี่ชายก็เพราะทางพี่ชายที่เป็นลูกฮูหยินเอกเป็นคนสร้างข่าวเอง) พอสองคนนี้อยู่ด้วยกันก็อยากมุงและเมาท์มาก แต่ไม่ว่าครั้งไหน ตัวเองก็ถูกดึงเข้าไปอยู่ด้วย ขนาดตอนฟังหัวหน้าองครักษ์เล่านึกว่าจะได้เมาท์คนสนุกสนานไปด้วย กลายเป็นคนถูกเมาท์กอสซิปไปแทน


2.
หัวหน้าองครักษ์ที่ชอบโผล่มาในครัว เพื่อหาของกินเพี้ยนแบบน่ารักดี ชอบโผล่มาแบบทักด้วยประโยคแปลกๆ อีกแล้ว ที่สำคัญ เป็นกันหมดทุกคนอีก ตอนนี้ทำอาหารอะไรก็ต้องทำเผื่อพระเอก ลูกน้องพระเอก และน้องชายพระเอก ไปถึงหมอของพระเอก ฉากที่เล่าว่าองครักษ์ที่จริงๆ แล้วเป็นนายทหารคนสำคัญถึงขั้นนายพลมานั่งยองๆ ล้างปูบ้าง เก็บใบบัวบ้าง จับกุ้งบ้างน่ารักดี โดยเฉพาะตอนทุกคนตั้งใจทำงานจริงจัง เพราะว่าจะได้กินอาหารแปลกๆ ที่อร่อยมาจากฝีมือพระชายา ร่วมแรงร่วมใจกันดีมาก

โลกนี้ไม่มีใครกินพริกกัน พอ Yan Xining เอามาทำอาหารโดยการคั่ว การเจียวน้ำมัน ตัว Yan Ke ที่ประสาทการรับรู้ดีกว่าชาวบ้านก็ทรมานไอจามทุกครั้ง อย่างครั้งแรกที่ทำก็คิดว่าพระชายาหาเรื่องให้ตัวเองสำลักเพื่อเป็นการแก้แค้นแล้ว แต่พออยู่ๆ ไป ก็กลายเป็นว่าชอบรสจัดของพริกขึ้นมา แต่ระหว่างนั้น ประโยคที่ทักก็จะเป็น พระชายาเหมาะไปทำอยู่กรมปกครองแล้วทำหน้าที่ทรมานนักโทษ หรือไม่ก็พระชายาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการทรมาน กับบอกว่าฝีมือการใช้มีดของพระชายาช่างหาตัวจับยาก


3.
อีกอย่างที่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าน่ารักได้ไหมก็คือ ตัว Yan Xining ถูกเปรียบเทียบกับพี่ชายที่เป็นลูกฮูหยินใหญ่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อเข้าเรียนด้วยกัน ภาพ Yan Xining เป็นแค่ไม่ฉลาด สอบตก เป็นลูกไล่คนอื่น (เพราะเด็กที่เกิดจากนางคณิกาและอยู่เลี้ยงอยู่ในชนบท และพอมาอยู่ในครอบครัวก็มีฐานะต่ำต้อยมีความรู้และความเชื่อมั่นไม่ได้อยู่แล้ว) เทียบกับพี่ชายที่ฉลาด มีอนาคตดี และเก่งทุกอย่างไม่ได้เลย แต่ว่าตอนงานเลี้ยงในวังเพื่อต้อนรับทูตจากแคว้นอื่น ฝั่งนั้นท้าประลอง โดยที่มีการคิดเลข และพี่ชายที่อยากได้หน้าก็อาสาไปประลอง แต่เพราะโจทย์ที่ให้เป็นเลขยาก (ยากสำหรับคนในยุคนั้น แต่ง่ายสำหรับ Yan Xining ที่เรียนเลขอย่างในโรงเรียน) ก็เลยทำให้ไม่มีใครคิดออก ทั้งท้องพระโรง องค์ชาย ขุนนางนั่งคิดวิธีตามกันไป แล้ว Yan Xining ที่แก้โจทย์ได้ก็อธิบายให้ Ji Song ที่อยู่ข้างๆ ฟัง แต่ดันว่า Ji Ming ที่อยู่ข้างๆ พูดเสียงดังว่า Yan Xining แก้โจทย์ได้แล้ว จนคนรอบข้างได้ยิน แถมคุณพี่ยังตะโกนร้องบอกราชครูอย่างภูมิใจให้ด้วย สุดท้าย Yan Xining ก็ถูกเชิญ (บังคับ?) ให้ไปนั่งคิดเลขข้ออื่นต่อหน้าฮ่องเต้ต่อไป และก็เป็นที่แน่นอนว่าตัว Yan Xining ก็ต้องแก้ได้ก่อนใคร ทำให้สุดท้ายพออธิบายวิธีคิดให้ Wu Shu นักคณิตศาสตร์ของแคว้นข้างๆ ที่มาขอคำแนะนำฟัง และก็กลายเป็นเหล่าบัณฑิตในงานมามุงขอฟังคำอธิบายด้วย กลายเป็นภาพเด็กสอบตกหายไป และก็ยิ่งทำให้พี่ชายที่ดูเด่นกว่าใครยิ่งด้อยไปเพราะมีภาพฉลาดก่อนหน้ามาเปรียบเยอะ ก็กู้หน้าให้เจ้าของร่างเดิมได้ .... แต่ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ ถูกราชทูตตื้อให้ไปเป็นลูกศิษย์ และWu Shu นักคณิตศาสตร์ตามตื้อให้ช่วยกันคิดเลขอยู่เนือง ๆ ต่อไป


4.
สรุปว่าหมอเทวดาเป็นลุงของ Ji Song แต่เพราะว่าการตายของน้องสาวตัวเอง และการล่มสลายของสำนักแพทย์ตัวเองเกิดจากฮ่องเต้องค์ปัจจุบันก็เลยไม่คิดจะช่วยรักษาขาให้ Ji Song ตอนแรก เพราะว่าเกลียดราชวงศ์ แต่เพราะตอนที่คอยจับตามอง และเห็นว่า Ji Song ไม่ได้แย่เกินไปนักก็เลยเริ่มเปลี่ยนความคิด และก็ต้องบอกว่าส่วนหนึ่งที่เปลี่ยนใจก็เพราะอาหารที่ Yan Xining ทำด้วย .... เพราะนี่คือหัวขโมยที่ขโมยหมูพะโล้ตอนครั้งแรกที่ Yan Xining ทำ และก็เป็นคนที่ขโมยหม้อตุ๋นขาไก่ไปทั้งหม้อเหมือนกัน ชอบภาพตอนแรกที่เป็นหมอเก่งเอาแต่ใจ แล้วก็งอแงอยากให้ Yan Xining ทำอาหารอร่อยๆ ให้ตัวเองกิน โดยที่มีคำขอโน่น นี่เป็นระยะๆ เหมือนกัน


________________________________________

ทวิตเตอร์ : @mgk993 #mereadingg